นักข่าวพลเมือง : เสื้อแดงไล่บุญจงในงานมอบผ้าห่มกันหนาวที่หนองบัวฯ

บุญจง วงค์ไตรรัตน์ ลงพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภูเพื่อมอบผ้าห่มกันหนาว ถูกม็อบเสื้อแดงในจังหวัดฯถือป้ายข้อความขับไล่พร้อมโห่ให้ออกจากพื้นที่ ผู้ว่าฯและผู้การฯจังหวัดหนองบัวลำภู สั่งกำชับตำรวจและหน่วยรักษาความสงบ อย่าให้เกิดเหตุความรุนแรง วอนเสื้อแดงอย่าให้เกิดความรุนแรง

เมื่อเวลา 16.00 น วันที่ 28 พ.ค.2552  ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลหนองสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู นายบุญจง วงค์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมาเป็นประธานในพิธีมอบผ้าห่มกันหนาวให้กับประชาชนที่มีฐานะยากจน ขาดแคลนเครื่องกันหนาว ซึ่งมีจำนวน 1,500 คน โดยมีนายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู, พล.ต.ต.สุพรรณ ประเสริฐสม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองบัวลำภู พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการร่วมให้การต้อนรับ และมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนร่วมรับมอบผ้าห่มกันหนาว

จากนั้นได้มีกลุ่มเสื้อแดงหนองบัวลำภูจำนวน 200 คน โดยการนำของนายเสนาะ นุชเจริญ อายุ 63 ปี แกนนำกลุ่มเสื้อแดงหนองบัวลำภู รวมตัวชุมนุมประทวงอยู่ที่บริเวณด้านนอกรั้ว พร้อมตะโกนขับไล่ ถือป้ายข้อความด่าทอ เสียดสีต่างๆ เช่น “ไม่ต้อนรับรมต. ออกไป” “ออกไป เอาประชาธิปไตยคืนมา” ฯลฯ แต่ก็ไม่ได้มีการเผชิญหน้ากันแต่อย่างไร เนื่องจากนายบุญจง วงค์ไตรรัตน์ ได้เดินทางมาด้วยเฮลิคอปเตอร์ลงที่สนามด้านในรั้วสนามฟุตบอล โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 200 นาย และหน่วยรักษาความปลอดภัยจำนวน 150 นาย สกัดกั้น โดยการนำของ พล.ต.ต.สุพรรณ ประเสริฐสม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองบัวลำภู และได้เข้ามาขอร้องให้กลุ่มรักษ์หนองบัวฯ อย่าให้เกิดความรุนแรง ขอให้อยู่นอกเขตรั้วสนามและได้ขอร้องแกนนำชุมนุมกันอย่างสงบ

ด้านแกนนำบอกว่าเรามาเรียกร้องประชาธิปไตยเท่านั้นและเป็นการชุมนุมเพื่อความถูกต้องจะไม่ก่อเหตุที่ทำให้เกิดความเสียหายแต่อย่างใด ต่อมานาย บุญจง กล่าวภายหลังว่าการชุมนุมของกลุ่มรักษ์หนองบัวฯ เป็นสิทธิของประชาชนที่สามารถกระทำได้ แต่ขอให้อยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่ละเมิดกฎหมาย ขอให้เป็นไปตามกฎหมายที่กำหนด อย่าก่อให้เกิดความรุนแรงและขอร้องให้คนไทยรักกัน สามัคคีกัน และกำชับใหักำนัน ผู้ใหญ่บ้านช่วยให้ประชาชนได้เข้าใจถึงความรักใคร่ปรองดอง  จากนั้นเวลา 17.15 น. ได้มอบหน้าที่ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มอบผ้าห่มกันหนาวให้กับประชาชนและได้เดินทางกลับในเวลาต่อมา จากนั้นกลุ่มคนรักษ์หนองบัวฯจึงได้สลายม็อบและเดินทางกลับเช่นกัน

การเริ่มต้นแตกแยกที่จะนำไปสู่

การเริ่มต้นแตกแยกที่จะนำไปสู่การแยกการปกครอง ถ้ายังไม่เข้าใจปัญหา

แก้ได้ด้วยความเป็นธรรม ไมใช่ด้วยกำลัง

ไม่งั้นจะเหมือนกับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

รัฐบาลลงพื้นที่เพื่อทำหน้าที่

รัฐบาลลงพื้นที่เพื่อทำหน้าที่ การไล่ล่าขัดขวางการทำงานไม่เกี่ยวอะไรเลยกับประชาธิปไตย ควรเลิกได้แล้ว ปล่อยให้กลไกของรัฐทำงานโดยอิสระ ถ้าทำไม่ถูกต้องค่อยมาร้องเรียนกันจะสวยกว่า ที่จะมาเดินขบวนปิดกั้นกันไปทุกท้องที่ สงสารประชาชนตาดำ ๆ บ้าง เขายังต้องการการช่วยเหลือจากภาครัฐ ไม่ใช่ทุกคนทุกครอบครัวมีกินมีใช้ อะไรที่เขาจะได้ผลประโยชน์บ้างก็ปล่อยให้เขาได้ไปเถอะ

ให้ผ้าห่มเราก็เอา

ให้ผ้าห่มเราก็เอา แต่เราไม่ต้องการรัฐมนตรีขี้เท่อมาบริหารประเทศ นโยบายอะไรพูดไป ไม่เห็นทำได้จริงสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็น 99 วันอะไรที่พูดไว้ วิพากษ์นโยบายประชานิยม กลับกลืนน้ำลายตัวเองอย่างหน้าไม่อาย ทำยังกับรากหญ้าไร้หัวคิด แน่จริงยุบสภา เราจะได้เห็นประชาธิปไตยที่แท้จริง อำนาจของประชาชนที่แท้จริงจะได้แสดงออก แล้วอย่าให้แม่ง...ตัวใดปฏิบัติก็แล้วกัน ไอ้พวกที่บอกรักประเทศไทยทั้งหลายตอนนี้ เรียกร้องให้สงบๆ สงบเหี้ยอะไรตอนนี้ ตอนรากหญ้าจะอยู่ดีได้ในสังคมพวกบอกไม่ยุติธรรม มันสองมาตรฐานชัดๆ...ทำต่อไป ไล่มันต่อไปพี่น้องแดงทั้งหลาย

ต้องไล่พวกชั่วขายตัวไม่มีศักด

ต้องไล่พวกชั่วขายตัวไม่มีศักดิ์ศรี พวกเนรคุณปล่อยไม่ได้ต้องคัดขวางรบ.ชั่วเลวทั้งชุดเพราะเป็นทาสอมาตย์คอร์รัปชั่นทุกโครงการกู้มาแบ่งปันกันเพื่อการเลือกตั้งครั้งต่อไปขอโทษทีตอนนี้ให้หอบเงินมาเป็นถังก็ซื้อปชช.ส่วนใหญ่ไม่ได้แล้วปชช.เริ่มพัฒนาคอยดูงวดหน้านี่แหละปชช.จะสั่งสอนพวกอมาตย์

พวกมีค่าหัว ไม่รู้วันตาย อยู่

พวกมีค่าหัว

ไม่รู้วันตาย

อยู่ไปก็ไร้บอยส์

เลือกตั้งใหม่ดีกว่า

ไม่ต้องเสียดายเงินเลือกตั้ง

ถือว่าเป็นเงินผันให้ประชาชน ดีกว่าเงินไทยเข็มแข็ง

ได้รับกันทั่วหน้า

เลือกแล้วมีปัญหา

ก็เลือกใหม่

ปีหนึ่งเลือกสองครั้ง

จนกว่ายอมรับกันว่า

ใช่เลย

แล้วความสงบก็จะกลับมาเอง

อย่างให้ต้องเกิดสงครามกลางเมืองเลย

มีเหตุผลก็เห็นด้วย

มีเหตุผลก็เห็นด้วย

จริงๆเราไม่ชอบและไม่อยากให้มี

จริงๆเราไม่ชอบและไม่อยากให้มีการประท้วงแบบนี้ตั้งแต่สมัยพวกพันธมิตรทำแล้ว แต่สัคมชั้นสูงพวกอาจารย์ นักข่าวพากันชื่นชม คงไม่มีใครลืม แม้แต่ตอนพณฯสมัครไปรักษาตัวที่เมืองนอกพวกเลวเหล่านั้นก็บอกว่าตนทำถูกเกลียดใครต้องออกนอกหน้า ข้าพเจ้าหดหู่ใจคาดเดาว่าการที่สื่อและพวกผู้มีความรู้สมยอมเช่นนั้น จะสร้างบรรทัดฐานการแสดงออกเช่นนั้นในสังคม แล้ววันนี้ก็เป็นเช่นนั้น หากจะโทษคนเสื้อแดงก็ต้องโทษสื่อ นักวิชาการและผู้ใหญ่ที่ท่านได้ทำลายวัฒนธรรมประเพณีอันดีของไทยลง หากพวกท่านยังคิดว่าลิ้มสร้างความปรองดองจงคิดเช่นนั้นอย่าเลิก หากท่านไม่เคยรู้เลยว่าก่อนลิ้มปลุกระดม คนไทยมีความสุขแค่ไหนกลับไปดู มีภาพมากมาย เจ๊กลิ๊มโกหกอุบาทก์พวกคุณชั้นสูงยังชื่นชม คนอย่างคุณทักษิณช่วยชาติมามีชื่อเสียง(พธม.ใส่ร้ายมานาน ผลทีหลายคนที่งมงายพยายามหาทางอธิบายเป็นทางชั่วร้ายจะไม่ยอมรับรู้คือสนามบินสุวรรณภูมิที่พวกพธม.โจมตี ได้ติดอันดับสนามบินดีเด่นของภูมิภาค โครงการ 30 บาทที่นักวิชาการโจมตี ตอนนี้รัฐบาลอเมริกาจะทำคล้ายๆกัน ระบบสวนสัตว์ทุกจังหวัดเริ่มมีมาตรฐาน ระบบกระทรวงต่างประเทศที่ทำ Passport ง่ายขึ้น หากพัฒนาต่อยอดจะดีขึ้นเรื่อย มีแต่พวกอวิชาที่อะไรก็ติไม่ดีแต่ไม่รูว่าไม่ดีตรงไหน แก้อย่างไร ขอคิดใหม่ไม่รู้จักดูข้อมูลเดิมกลับไปนับใหม่ และหากใครทำอะไรที่ตนคิดว่าไม่ถูก ต่อให้ถูกก็ต้องไม่ถูก มีอคติจริต คิดปัญหาวาดฝันอุปสรรคจนไม่เป็นอันทำอะไร ควรไปดูข้อมูลจริงของประเทศ(ไม่นับที่แป๊ะบอกจริงครึ่งโกหกครึ่งนะ)เวลามันผ่านมานาน พิสูจน์อะไรได้ตั้งหลายอย่าง การโกงกินมากขึ้น เงินจากที่เก็บได้จากหน่วยต่างไม่รู้ดีกว่าเดิมหรือใต้โต๊ะมากกว่าเดิมอันนี้ไม่ทราบข้อมูลต้องไปหากันเอง พธม สร้างแต่ความแค้นอยู่เหนือกฎหมาย ประชาชนเขายอมไม่ได้เช่นกัน เหตุการณ์วันนี้เป็นผลงานของท่านทั้งหลายที่ให้ท้ายมัน มีแต่เคารพกฎเกณฑ์ อย่าสองมาตรฐาน อย่าโกงหน้าด้านๆ มันบันทึกไว้หมด ไม่เหมือนแต่ก่อนบิดเบือนง่าย การใส่ร้ายว่ามีต่างชาติมาร่วมสร้างความปั่นป่วน ใส่ร้ายว่าเขาไม่จงรักภักดี ประชาชนยิ่งแค้นเพราะเขาไม่ได้เป็นเช่นนั้น รัฐบาลอย่าทำแค่ลิ้มคนเดียวรวมสาวกจิตพิการเห็นคนอื่นที่เห็นต่างจากตนเป็นศัตรูไปหมด คนเคยรักมันก็ทำให้ระแวงเกลียดกันมันวิปริตจริง แค่นี้ประเทศก็แย่แล้ว นายกอย่าเป็นเช่นนั้นเลย ยังถอยทัน

น่าจะพูดยังนี้มาตั้แต่ พธม.

น่าจะพูดยังนี้มาตั้แต่ พธม. ทำแล้วเนอะ หากวันนั้นพูด คงไม่มีแบบนี้ในวันนี้

ผมเห็นตอนทักขี้เป็น

ผมเห็นตอนทักขี้เป็น บอกประเทศจะเลิกจน ผมเหนจะครบแปดปีแล้ว

ยังจนเท่าเดิม

วิธีแก้ปัญหา... ใครสร้างปัญหา

วิธีแก้ปัญหา...

ใครสร้างปัญหา ทำผิดกฎหมาย ทางการก็ "ทุบ" (ดำเนินคดี) อย่างเดียว

ไม่ว่าฝ่ายใด

เจ้าพวกที่ "ซ่าๆ" กันอยู่ขณะนี้ อีกไม่นานก็คง ได้ย้ายเข้าไปนอน "ซังเต"

สรุป...

ซ่า.. ทุบ ซ่า.. ทุบ เดี๋ยวก็เอาอยู่....

[งานนี้คนดี ไม่เกี่ยว เหมาะสำหรับ พวก "กะเลวกะราด" เท่านั้น]

-----------------------------

------------------------------------------------------

ประชาธิปไตย แบบไหนกัน ?

------------------------------------------------------

คนเสื้อแดงสามารถจัดชุมนุมที่ไหนก็ได้ทั่วประเทศ สามารถด่ารัฐบาลหรือปฏิปักษ์ทางการเมืองอย่างหยาบคายได้ทุกวัน

ไม่มีใครห้าม เว้นเสียว่าคนที่ถูกด่าจะไปฟ้องศาลในคดีหมิ่นประมาท

แต่..ประชาธิปไตยของคนเสื้อแดงคือทักษิณเท่านั้นหรือ

นอกจากทักษิณในแผ่นดินนี้ไม่ใช่ประชาธิปไตย ?

นับเป็นการประสบความสำเร็จในการผูกคำว่าประชาธิปไตย กับคนชื่อทักษิณของสามเกลอสู้แล้วรวย

ทั้งๆ ตอนมีอำนาจไม่รู้ว่าประชาธิปไตยอยู่ตรงไหน มีแค่การเลือกตั้งเท่านั้นที่ชอบอ้าง

และการเลือกตั้งนี้แหละซื้อเสียงซื้อหนักมากในพรรคทักษิณ

นี้หรือประชาธิปไตยที่ เสื้อแดง หลงทำเพื่อคนๆเดียว

-----------------------------------------------

สรุป ประชาธิปไตยของ คน เสื้อแดง คือ
****
ความคิด ความเห็น การกระทำ ที่ เหมือน กับ คน เสื้อแดง

ใครแตกต่าง จากนี้ ไม่ใช่ ประชาธิปไตย ใช่หรือไม่

We the redshirt people don't

We the redshirt people don't need helps from a rober minister of the Pra cha vi but Party government because any activities they did,it's all involved corruptions !!!and the redshirt people looking for the reals people elected government,not the yellow norminee set up government ! That's the fact why the redshirt are on going for right now ok! got that? the yellow thugs! shame on yo.

............................ด

............................ด่วนยุบสภาคืนอำนาจประชาชน................................
...............................นำรัฐธรรมนูญ ๔0 กลับคืน...........................
...............อคติ..อวิชชา..อนารยะ...........ยึดทุกสนามบินถิ่นที่หมาย
สองมาตรฐานใกล้บานปลาย.....................ปีศาจร้ายหายนะจะถึงแล้ว
เจตนารมณ์รัฐธรรมนูญสูญไปกับ.................ระยำยับยศถามาเป็นแถว
กี่ฉบับปรับร่างอย่างวาวแวว......................ถูกฉีกแคล่วคล่องกันเหมือนมันมือ
...............ที่ผ่านไปอภัยให้ไปทุกครั้ง.........แต่เมื่อตั้งตัวได้อย่าให้หือ
โอกาสลงรากหลักจักต้องฮือ.....................ทวงเอาขื่อแปประชามาปักธง
จงอย่าพลาดโอกาสนี้ดียิ่งนัก.....................เอาธงปักหลักรัฐตัดพิษสง
ใช้สันติพิชิตมารงานยืนยง........................บีบให้ลงเลือกตั้งทุกครั้งเอย
...............ใครคุมเกมเกี้ยเซี้ยเฮียไฮ้ฮั้ว.......คนมันชั่วคุมเชิดกันเปิดเผย
ดีเข้าตัวชั่วเข้าใครใช้คุ้นเคย......................รีบยุบเลยเลือกตั้งใหม่ไม่เลือดนอง
คุณซื้อเสียงใช้กระทรวงมหาดไทย...............ราคาไหนให้เสี่ยมาคุมซ่อง
เสี่ยมาสุมคุมผู้ว่า.ฯ.ช่างน่ามอง......................ค่าจับจองเก้าอี้ดนตรีแพง
คุณซื้อเสียงใช้กระทรวงคมนาคม.................แสนอุดมถมถนนฉ้อฉลแฝง
เปอร์เซ็นต์ค่าก่อสร้างช่างยิ้มแฉ่ง.................รับเหมาแข่งขันฮั้วนัวเนียเปรม
...............ระดับคุณซื้อกันมันกว่าแห้ว.........สุดผ่องแผ้วแนวทางอย่างเกษม
ประชาชนจนยากเพราะหมากเกม..................อันอิ่มเอมอ้วนพีพอทีเทอญ.....สาธุ

แบบที่เป็นอยู่นี้แหละพอใจไหม

แบบที่เป็นอยู่นี้แหละพอใจไหม หางเหลืองทำไรไมเคยผิด หางแดงทำไรผิดหมด ใช่แล้ว อย่าคิดว่าทำเพื่อคนๆเดียว และเหลือง ทำเพือใครหลายคนมากใช่ไหมและทำเพื่ออะไร เออะ อ้างแต่ปกป้องสถาบัน

ร้องเรียนมันช้าโว้ย

ร้องเรียนมันช้าโว้ย ยึดทำเนียบ -สนามบิน เร็วกว่าไม่ติดคุกด้วย 555ถุยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ครับสื่อมันเลวมากๆไม่เป็นกลาง

ครับสื่อมันเลวมากๆไม่เป็นกลางจรรยาบรรณมันหมดไปแล้ว

เออ! ในเมื่อมึุงอาสามาทำงาน

เออ! ในเมื่อมึุงอาสามาทำงาน ปากมึงนะเก็บบ้างได้มั้ย แม่ งแกว่งห้าตีนทุกวัน ตอบโต้ทุกประเด็น ปัญหาบ้านเมืองเยอะแยะ มึงไม่แก้ไม่ทำ เอาแต่เล่นการเมืองล้วนๆ เอาเวลาไปล่าทักษิณคนเดียว
เสียเวลาว่ะ ไอ้ทีนักโทษคนอื่น ไม่เห็นมึงจะเอ่ยถึงเลย วัฒนา เงี่ยะ กำนันเป๊าะ เงี่ยะ คดีร้ายแรงและ
ชัดเจนกว่าทักษิณซะอีก แล้วทำไมมึงไม่ล่่า แล้วบอกว่าจะทำงาน นี่หรืองานของมึง สมแล้วที่เขาเอาปลาร้า
ขึ้ ปาใส่ ดีนะที่ไม่โดนนิวเคลียร์ยัดปาก ถ้ามึงตั้งใจทำงานไม่สนใจทักษิณ ทักษิณหรือเสื้อแดงจะทำอะไร มึงไม่ให้
ความสำคัญ มุ่งทำงานอย่างเดียว ประชาชนก็รักมึงเองแหละ แต่นี่แม่ งตอบทุกประเด็น งี้นะสิ ถึงได้ชื่อว่า
"ขบวนการ พรรคปลาร้า"

เออ...สมนำหน้ามึง

เออ...สมนำหน้ามึง แม่ง..แทนที่จะช่วยพัฒนาประเทศ แม่งประท้วงจัง สงสัย ศิษย์ไอ้แป๊ะลิ้มโกเต๊ก

ไม่สังเกตุหรือ ครับ

ไม่สังเกตุหรือ ครับ ว่าไอ้พวกเสื้อเหลืองตอนนี้ชุมนุมแบบไม่พร่ำเพรื่อ(ไม่ใช่พูดแดกดัน น่ะครับ พูดตามความจริงที่ปรากฎ) แต่ก็ยังชุมนุม เมื่อเห็นว่ารัฐบาลทำไม่ถูกต้อง ยกตัวอย่าง ชุมนุมเพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับเขาพระวิหาร(ผมยกตัวอย่างนี้ เดี๋ยวผมก็ถูกย้อนกลับและตอกกลับว่า เขาพระวิหารเป็นของขเมรไปแล้ว ผมให้ข้อสังเกตุ ครับ ถ้าเป็นของขเมร แสดงว่าทหารไม่จำเป็นต้องไปตรึงกำลังอยู่แถวเขาพระวิหาร ใช่ไหมและขเมรก็สามารถขึ้นทะเบียนได้เลย โดยที่ไม่ต้องถามความเห็นไทยและข้อเท็จจริงอีกหลายข้อ ก็จะไม่กล่าวไว้ในที่นี้) เพราะอะไร เพราะว่าขณะนี้คดีของ พธม.เยอะเหลือเกิน ผมสังเกตุว่า ช่วงนี้ พวกเสื้อเหลืองจะชุมนุมเฉพาะเรื่องที่รัฐบาลทำอะไรไม่ถูกต้องจริงๆ(เมื่อพวกเสื้อเหลืองได้ตรวจสอบเอกสาร หลักฐานและข้อเท็จจริงแล้วว่าไม่ถูกต้อง) แต่เวลาชุมนุมก็ไม่ใช้วิธีเดิมแล้ว เหตุผล คือ ไม่อยากมีคดีเพิ่มแล้ว พูดแบบนี้เดี๋ยวผมก็จะถูกถามเรื่องคดีปิดสนามบินอีก ผมว่าก็ขอศาลท่านว่าไปตามข้อเท็จจริง ครับ เพราะศาลท่านจะพิจารณาไปตามข้อเท็จจริงที่แต่ละฝ่ายได้นำมาเสนอและเมื่อได้ข้อสรุปแล้วก็จะพิจารณาความผิดไปตามกฎหมายที่มีอยู่
ในเมื่อพวกเสื้อเหลืองมีแนวโน้มที่เวลาชุมนุมจะไม่ทำความเดือดร้อนให้กับประชาชนแล้ว แล้วทำไมพวกเสื้อแดงถึงไม่ทำบ้าง ผมว่าถ้าพวกท่านทำสักครั้งหรือสองครั้ง รับรองครั้งต่อไป รัฐบาลก็คงไม่ประกาศ พรบ.ฉุกเฉิน ครับ เพราะ เครดิตของพวกท่านกลับมาแล้ว

พูดงี้ได้ไง

พูดงี้ได้ไง เลือกใหม่กูก็แพ้นะสิ เรื่องไรจะให้เลือกใหม่ แว๊ะ อยู่งี้ได้เป็นนายก ถึงลำบากหน่อย โดนด่านิด คิดไป มันคุ้มวะ เงินทองก็จับจ่ายใช้คล่อง ยุบให้โง่เหรอ กว่าจะได้มาเป็นรัฐบาล ยากแสนย๊ากส์....

อย่าไปว่ามันเลยครับ

อย่าไปว่ามันเลยครับ มันไม่รู้สึกหรอก เพราะมันคิดว่า ปัญหาทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นเพราะเรา แต่เป็นเพราะทักษิณคนเีดียวเท่านั้น พวกสื่อที่อวดตัวอวดตนว่าดีนักดีหนา การศึกษาสูง ต้องมีสิทธิเสรีภาพ
แต่ก็ยอมก้มมุดใต้กระโปรงไอ้สาธิต วงศ์หนองใน เฮ้อ..สื่อประเทศไทย เซ็ง

ผมว่าสื่อเมืองไทยส่วนใหญ่ไม่ม

ผมว่าสื่อเมืองไทยส่วนใหญ่ไม่มีความรับผิดชอบ ครับ ผมไม่เจาะจงน่ะครับว่าสื่อไหนบ้าง
คิดแต่จะขายข่าว ตั้งคำถามแบบยุให้คนตีกันและแตกแยก ไม่ใช่เฉพาะสื่อเสื้อเหลืองหรือเสื้อแดงน่ะครับ

แย่มากๆ ครับ ผมขอให้มีความรับผิดชอบและข้อมูลข่าวสารก็ต้องมีแหล่งที่มาอ้างอิงได้ การพาดหัวข่าวก็ให้ตรงกับเนื้อหาที่ลงและไม่รุนแรง

เสื้อแดงไล่บี้ หมาหลงฝุง

เสื้อแดงไล่บี้ หมาหลงฝุง ที่หนองบัว เนื่องจากพิสุจน์แล้วว่า หมาพันธุ์นี้ เลี้ยงไม่เชื่อง แถมยังน้ำลายฟูมปากบ่อยๆ คล้ายจะเป็นโรค หมาบ้า จึงต้องตัดไฟแต่ต้นลม ไล่ให้พ้นพื้นที่ เดี๋ยวเชื้อระบาด มันจะยุ่ง รักษายาก

ทำไมต้องรอให้ รมต. รมช.

ทำไมต้องรอให้ รมต. รมช. เดินทางไปมอบ
หน่วยราชการในจังหวัดมันไม่มีสมองในการทำงานบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชนในพื้นที่หรือไง
อย่างนี้ก็ยุบหน่วยราชการแม่งไปเลยดิ

อภิสิทธิ์มา

อภิสิทธิ์มา ประชาชนจนกว่าเดิม
แถมเป็นหนี้เพิ่มอีก 800,000,000,000 บาท
พูดมั่งดิ

รู้จริง

รู้จริง เดี๋ยวตั้งให้เป็นที่ปรึกษารัฐบาลซะนี่

อ๊า ถูกต้อง เห็นด้วยเละ

อ๊า ถูกต้อง เห็นด้วยเละ

ก็รัฐมันทุบแต่แดงข้่างเดียว เ

ก็รัฐมันทุบแต่แดงข้่างเดียว
เหลืองไม่กล้าทุบ ซ้ำกลับจะโดนเหลืองทุบเอา
เลยหงอ ขออยู่ใต้อิทธิพลมนต์โกเต็กซ์ของเจ็กลิ้มต่อไป

Other เอ๊ย

Other เอ๊ย ช่วยดูหน่อยโว๊ย

สนธิลิ้มที่คุณไม่รู้จัก - สดุดีความรักชาติของอดีตราชามีเดียของเอเซียอาคเนย์
The Unspoken Patriotism of Former Media King of Southeast Asia

เงินของสาวกผู้จงรักภักดี-พร้อมกับกิจกรรมการเมือง สนธิลิ้มได้จัดกิจกรรมสารพัดระดมทุนจากชาวพันธมิตรผู้จงรักภักดี ทั้งคอนเสิร์ต ขายข้าวสาร น้ำปลา ล่าสุดคือโกเต๊กซ์ ผู้จงรักภักดีบางคนที่หาดใหญ่ยอมขายตึกแถวเพื่อมอบเงินให้สนธิไปกู้ชาติ สถานะล่าสุดของสนธิคือหัวหน้าผู้ก่อการร้ายคดียึดสนามบิน ซึ่งครบรอบ1ปีในวันที่25พ.ย.นี้ แต่เขากับหัวโจกผู้ก่อการร้ายยังหนีหมายเรียก ไม่ยอมเข้ามอบตัวกับตำรวจแต่อย่างใด โดยต้องแลกกับการที่เขาก็ต้องสงบปากสงบคำกับเนรวิน ซึ่งเป็นลูกพี่ของตำรวจที่คุมคดีก่อการร้ายยึดสนามบินแบบห้ามเฉียดเนรวินเลยทีเดียว

นครลอสแองเจลิส (ข่าว VNN) - 22 พฤศจิกายน 2552 - เมื่อ ๓๐ ปีที่แล้ว นาย พอล สิทธิอำนวย ซึ่งได้อาศัยฝีมือของนายสนธิ ลิ้มทองกุล

ทำให้สามารถสร้างธุรกิจระดับ ๒๐๐๐ ล้าน โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่หลังจากที่นายพอลต้องฝ่าพายุธุรกิจ ผันตัวเองมาลี้ภัยอยู่ในอเมริกา นายสนธิ ต้องอาสารับภารกิจมีเดียต่อจากนายพอลในฐานะทายาท จากนั้นเป็นต้นมา นายสนธิได้สถาปนาตัวเองอย่างรวดเร็ว กลายเป็นราชาแห่งมีเดียของเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ (Media King of Southeast Asia)

กิจการมีเดียของนายสนธิเจริญขึ้นเรี่อยๆ มีทั้งหนังสือพิมพ์ แมกกาซีน รายการวิทยุและโทรทัศน์ทั้งในและนอกประเทศ จนเป็นที่ประทับใจของนักธุรกิจที่อยู่ในวงการมีเดียเป็นอย่างมาก จะขอกู้เงินจากธนาคารก็มักจะไม่มีปัญหา

สมัยนั้น นายสนธิมีเครดิตมากขนาดซื้อกิจการทุกอย่างที่ขวางหน้าได้ ไม่ว่ามีเดียไหน วิสัยทัศน์ทางธุรกิจมีเดีย คือ การเข้าไปมีชี่อเป็นเจ้าของกิจการมีเดียทุกประเภท เพื่อนายสนธิจะได้เป็นเจ้าพ่อสื่อได้ในที่สุด

และที่สำคัญที่สุด ในฐานะที่เป็นคนไทย ตัวเขาเองไม่เคยลืมตอบแทนบุญคุณของแผ่นดินเกิด การเข้าครอบครองสื่อต่างๆเหล่านี้ เขาถือว่า เป็นการประชาสัมพันธ์สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไืทย โดยประเทศไทยไม่ต้องเสียเงินไปจ้างบริษัทเอเยนซี่ใดๆ

ตัวอย่างที่ดังที่สุด คือการซื้อแมกกาซีนอเมริกันที่มีฐานในนิวยอรค์และลอส แอนเจลสีส ชื่อ Buzz Magazine ทั้งๆที่เป็นแมกกาซีนที่จะเจ๊งอยู่แล้ว

แต่ด้วยวิสัยทัศน์ของนายสนธิ ที่อยากเห็นคนไทยเป็นเจ้าของแมกกาซีนฝรั่ง และเห็นประโยชน์เชิงประชาสัมพันธ์ที่จะเกิดแก่ประเทศไทย ก็เลยแสดงความใจป้ำ ซื้อด้วยราคาที่สูงลิ่ว คือ ในราคา ๑๖๐๐ ล้านบาท หรือ ๔๐ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งคนขายถึงกับงงในกลยุทธที่แนบเนียนของนายสนธิ

วงการธุรกิจมีเดียแทบไม่เชื่อกับตา เพราะโฆษณาขายแมกกาซีนนี้มานาน แต่ไม่มีหน้าไหนมี “gut” เท่าคนไทย นับว่า เป็นวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของนายสนธิ

ยังจำได้ว่า ตอนเปิดตัวเจ้าของ Buzz ใหม่ ผมได้ถูกเชิญไปร่วมงานเลี้ยงที่โรงแรมหรูใน Beverly Hills ได้เห็นนายสนธิเดินชนแก้วบั่นรีไวน์กับนักธุรกิจมีเดียระดับโลกในแอลแอด้วยความโก้หรู

แต่น่าเสียดาย แค่หนี่งปีสองเดือน Buzz ก็ต้องปิดกิจการ เพราะขาดกระแสเงินสดจ่ายให้กับพนักงานฝรั่งทั้งหลาย หลังจากพยายามจะขายต่อให้คนอื่น แต่ไม่มีใครมี “gut” ทางธุรกิจ(เหมือนนายสนธิ) ที่จะเสนอหน้ามาซื้อ

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องที่เกินความคาดหมายของนักธุรกิจระดับโลกอย่างนายสนธิ เพราะตั้งแต่ตอนเข้าซื้อกิจการ นายสนธิได้ ”โปรแกรม” การปิดกิจการนี้ไว้แต่ต้นแล้วแล้ว

ด้วยความมีน้ำใจรักชาติของนายสนธิ นายสนธิสำนึกเสมอว่า สุดท้ายแล้ว เงิน ๑๖๐๐ ล้านบาทที่นำมาซื้อกิจการนี้ เพียงแค่การประชาสัมพันธ์ประเทศไทยในระดับโลก ก็คุ้มค่าแล้ว นายสนธิจึงมองเป็นกุศโลบายว่า เงิน ๑๖๐๐ ล้านบาทนี้ ว่าที่จริงแล้ว ก็มาจากแบงก์ไทย

ดังนั้น จึงถือว่า คนไทยทุกคน มีส่วนร่วมเป็นหุ้นส่วน ในการเทคโอเวอร์ระดับโลกครั้งนี้ด้วย คนไทยทุกคนจึงน่าจะภาคภูมิใจอย่างยิ่ง

สรุปคือ ภาษีของคนไทยน้อยนิดที่ถูกนำไปโอบอุ้มหนี้เสียเหล่านี้ เทียบไม่ได้กับชื่อเสียงระดับโลกที่นายสนธิได้ทำให้แก่ประเทศไทยนั่นเอง

นายสนธิ ถือว่า เป็นคนสนับสนุนและช่วยให้คุณทักษินเป็นนายกรัฐมนตรี แต่น่าเสียดายที่ นายกทักษิณไม่เคยสำนึกถึงบุญคุณคน ไม่ยอมรักษาคำพูดที่เป็นข้อตกลงว่า เมื่อได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว จะร่วมเป็นหุ้นส่วนกอบกู้ชาติกับนายสนธิ กล่าวคือ ไม่ยอมแต่งตั้งคนสนิทของนายสนธิตามข้อตกลงเบื้องต้น

มิฉะนั้นแล้ว หนี้ ๖๐๐๐ ล้านบาทของนายสนธิ คงจะได้รับการปรับลดจนเหลือแค่ ๓๐๐ ล้านบาท ซึ่งจะทำให้กิจการของนายสนธิฟื้นตัว และส่งผลพวงเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยในที่สุด

น่าอนาจที่คนอย่างนายกทักษิณ ที่คนยกย่องว่า มีวิสัยทัศน์นักธุรกิจที่ดี กลับตอบปฎิเสธทันทีอย่างไม่มีเยื่อไย โดยอ้างเพียงว่า เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ทั้งๆที่นายกทักษิณรู้ว่า การผิดกฎหมายในกรณีนี้ อาจส่งผลเป็นลูกโซ่ ช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจไทยกลับให้ฟูเฟื่องฟองสบู่แบบเดิมได้อีก

อย่างนี้แล้ว นายทักษิณจะอ้างว่า ตัวเองรักชาติได้อย่างไร

หลังจากนั้นมา ในฐานะที่เป็นคนไทยผู้รักชาติ นายสนธิก็ตั้งความมุ่งมั่นว่า คนซึ่งไม่รักชาติและขาดวิสัยทัศน์เชิงธุรกิจเช่นนี้ ไม่สมควรเป็นนายกรัฐมนตรีไทยอีกต่อไป จึงยอมสละทุกสิ่งทุกอย่าง มาเป็นแกนนำพันธมิตร และพร้อมจะทำทุกอย่าง เพื่อให้นายกทักษิณออกจากตำแหน่งให้ได้

โดยพร้อมสนับสนุนผู้นำรุ่นใหม่ อย่าง นายอภิสิทธิ ซึ่งแม้จะขาดประสบการณ์ด้านธุรกิจ แต่ก็เหมือนผ้าขาว ย่อมง่ายต่อการฟูมฟัก ให้มีวิสัยทัศน์ร่วมกับวิสัยทัศน์ของนายสนธิได้

พันธกิจที่สำคัญอันดับแรก คือ ต้องมาช่วยกันสลายหนี้ก้อนโตในวงการธุรกิจ ซึ่งถ้าทำได้ จะถือเป็นการกู้้ชาติที่ยิ่งใหญ่ ทำให้นักธุรกิจที่ล้มละลาย (เพราะการโจมตีค่าเงินบาทจากต่างชาติในปี ๑๙๙๗) ได้กลับมามีส่วนร่วมในการสร้างชาติไทยอีกครั้ง

ตัวเขาเองยอมรับว่า ศึกครั้งนี้มีเดิมพันใหญ่หลวงนัก เพราะถ้าทักษิณได้กลับมาอีกครั้ง เขาอาจต้องหนีไปอยู่อเมริกา อย่างไรก็ตาม เขาพร้อมจะเผชิญความยากลำบากของชีวิตในบั้นปลายที่อเมริกา (ถ้านายพอลเจ้านายเก่าของเขาสามารถทนใช้ชีวิตลำบากอยู่ในอเมริกาได้ เขาก็ย่อมทนอยู่ได้เช่นกัน)

ดังนั้น กิจกรรมกู้ชาติและภาษีของประชาชนจึงต้องมาก่อนเสมอ!

ชีวิตวัยเยาว์

นายสนธิ ลิ้มทองกุล มีชื่อจีนว่า “โกตั้บ แซ่ลิ้ม” เกิดเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2490 ระหว่างศึกษาอยู่ที่สหรัฐฯ เพื่อนฝูงมักเรียกนายสนธิว่า “SONDY” ภายหลังสำเร็จการศึกษา นายสนธิเดินทางกลับประเทศไทย เมื่อปี 2516 และแต่งงานกับผู้ช่วยศาสตราจารย์จาก มศว.ประสานมิตร แต่ปัจจุบันแยกกันอยู่

ส่วนพ่อของนายสนธิ คือ คนจีน เป็นทหารสังกัดกองร้อย หวางฟู่ ในกองพล 93แห่งพรรคก๊กมินตั๋งของประธานาธิบดี เจียงไคเชค แต่ถูกกองทัพประชาชน ของเหมาเจ๋อตง ตีรุกจนถอยมาติดชายแดนจีนตอนใต้ยันชายแดนพม่า

กองพล 93 มีชื่อเสียงมากเพราะ ซีไอเอ ของอเมริกันเลี้ยงไว้ ต่อต้านคอมมิวนิสต์ ให้อาหารและอาวุธ ต่อมาทหารจีน ช่วยคนท้องถิ่นปลูกฝิ่น มีรายได้อีกทางหนึ่ง แต่พ่อของนายสนธิ ชื่อ เชียรหนีทหารลอบเข้าชายแดนไทย แล้วลงมาอยู่กรุงเทพทำหนังสือพิมพ์จีน รับเรี่ยไรเงินส่งไปช่วยพรรคก๊กมินตั๋ง นายเชียร จึงพ้นโทษที่หนีทหารภายหลัง นายเชียร ร่ำรวย แล้วทั้งพ่อและแม่ถูกฆ่าตายอย่างลึกลับ(มีข้อกล่าวหากันว่าอาจเกี่ยวข้องกับการโกงเงินเรี่ยไรไม่ส่งให้ก๊กมินตั๋ง)

นายสนธิเข้าทำงานเป็นบรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์ประชาธิปไตยเมื่ออายุเพียง 27 ปี นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับ นายพร หรือ พอล สิทธิอำนวย ตั้งบริษัท Advance Media ในเครือพีเอส กรุ๊ป ออกนิตยสารดิฉัน แต่ประสบกับภาวะขาดทุน จึงขายให้กับ นายปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา

เมื่อครั้งนายสนธิ ลิ้มทองกุล ทำงานที่ นสพ.ประชาธิปไตยนั้น นายสนธิรู้จัก นายพร สิทธิอำนวย (เรียกชื่อฝรั่งว่า นายพอล = Paul) ทำงานธนาคาร แล้วมีธุรกิจส่วนตัว ทำนิตยสาร

ต่อมานายพอล สิทธิอำนวยถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับการโกงเงินธนาคาร 2 พันล้านบาท หนีไปอยู่อเมริกา ก่อนหนีไปได้โอนกิจการพิมพ์ให้ นายสนธิ ลิ้มทองกุล เท่ากับนายสนธิได้สมบัติฟรี ๆ เป็นของส่วนตัวทำหนังสือต่อจนมีฐานะดี สามารถกู้หนี้ยืมสินธนาคารด้วยเครดิตสูง

แต่แล้วนายสนธิ ก็กลับมาโดดเด่นอีกครั้งด้วยการตั้ง บริษัท ตะวันออกแมกกาซีน ออกหนังสือผู้จัดการรายเดือน เมื่อปี 2526 และผู้จัดการรายสัปดาห์ จากความสำเร็จ ในการเป็นหนังสือแนวธุรกิจชั้นนำ ของผู้จัดการรายเดือนและรายสัปดาห์ ทำให้นายสนธินำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อปี 2533 พร้อมกับออกหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวันตามมาเข้า

ผูกขาดขาย Nokia แต่เพียงผู้เดียว

ต่อมานายสนธิสามารถเข้าเทคโอเวอร์ บริษัทลูกของปูนซีเมนต์ไทย ก็คือบริษัท เอสซีทีคอมพิวเตอร์ จำกัด บริษัทไมโครเนติก จำกัด และบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็นจิเนียริ่ง (ไออีซี) จำกัด ซึ่งต่อมาบริษัท ไออีซี เป็นบริษัทที่ทำกำไรให้กับนายสนธิอย่างต่อเนื่องเนื่องจาก บริษัท ไออีซี เป็นบริษัทผูกขาดการขายโทรศัพท์มือถือยี่ห้อโนเกีย ระบบเซลลูล่า 900 แต่เพียงผู้เดียว

ลงทุนดาวเทียมลาวสตาร์ในลาว

นายสนธิ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแต่การทำธุรกิจสิ่งพิมพ์ในประเทศเท่านั้น เขายังได้ขยายตัวออกไปลงทุนทำหนังสือพิมพ์ “เอเชียไทม์” โดยตั้งฐานผลิตที่ฮ่องกงอีกด้วย พร้อมกับเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เป็น บริษัท แมเนเจอร์มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็ม กรุ๊ป เมื่อ 22 พ.ย. 2537 เพื่อเป็นศูนย์กลางในการบริหารงานบริษัทในเครือ

จากนั้นเริ่มขยายไปสู่วงการโทรคมนาคมในต่างประเทศ เข้าไปลงทุนในโครงการดาวเทียมลาวสตาร์ ชื่อบริษัท ABCN ที่เป็นบริษัทในเครือ ซึ่งได้รับสัมปทานจากประเทศลาว พร้อมๆ กับเริ่มรุกทำกิจการโรงแรมในลาว และร้านอาหารในจีน

จากการขยายตัวอย่างไร้ทิศทาง การพยากรณ์ธุรกิจอย่างผิดพลาดนำมาสู่สภาพธุรกิจที่ตกต่ำ นับตั้งแต่ปลายปี 2539 ทำให้นายสนธิต้องขายธุรกิจในเครือ เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ รวมทั้งโครงการดาวเทียมลาวสตาร์ที่ขายให้กับกลุ่มยูคอม

แต่นายสนธิยังมีหนี้สินอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะเมื่อ พ.ย. 2542 ธนาคารนครหลวงไทย ได้ยื่นฟ้องนายสนธิ และบริษัท เอ็ม กรุ๊ป ให้เป็นบุคคลล้มละลาย เพราะไม่สามารถชำระหนี้ให้กับธนาคารได้จำนวน 150 ล้านบาท จนกระทั่งศาลได้มีคำสั่งให้นายสนธิ และบริษัท เอ็ม กรุ๊ป เป็นบุคคลล้มละลายไปในที่สุด

ปัจจุบันนายสนธิ ยังคงเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ในการบริหารหนังสือพิมพ์ ในเครือที่เหลือเพียง 3 ฉบับ คือ ผู้จัดการรายเดือน ผู้จัดการรายสัปดาห์ และผู้จัดการรายวัน ซึ่ง นายสนธิ ถือว่าเป็นหัวใจหลัก ที่จะต้องคงไว้ และดำเนินการต่อไป แม้จะไม่มีตำแหน่งใดๆ แล้ว

นายสนธิ มีเครือข่ายความสนิทสนม กับบุคคลในกลุ่มนักการเมือง นักธุรกิจ นักวิชาการ และข้าราชการจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ นายศิรินทร์ฯ และนาย ธารินทร์ฯ โดย นายสนธิ ได้รับความช่วยเหลือด้านเงินกู้จาก ธนาคารกรุงไทย เพื่อมาพยุงฐานะธุรกิจตลอดเวลา ในช่วงที่นายศิรินทร์ เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ โดยเมื่อ พ.ย. 2542

บริษัท Price water house Coopers ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาที่ธนาคารกรุงไทยว่าจ้าง มาปรับปรุงโครงการ ตรวจสอบภายใน ระบุว่า บจ.เอ็ม กรุ๊ป มีหนี้สินอยู่กับธนาคารกรุงไทย จำนวน 2,123 ล้านบาท เป็นหนี้เสีย (NPL) เพราะเป็นการปล่อยสินเชื่อ โดยอาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัว ทั้งที่ไม่มีหลักทรัพย์ใด ๆ มาค้ำประกัน

เปลือยธารินทร์

ต่อมาไม่นานนัก นายสนธิ จึงได้เขียนบทความต่าง ๆ รวมทั้งออกหนังสือชื่อ“เปลือยธารินทร์” โจมตีการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และเรื่องส่วนตัวของ นายธารินทร์ฯ อยู่โดยตลอดมา จนเป็นข้อสงสัยต่อสาธารณชน อาจจะเป็นเรื่องไม่พอใจที่ นายธารินทร์ ไม่ยอมช่วยเหลือแก้ไขปัญหาทางธุรกิจให้ กระนั้น นายสนธิ ก็ยังมีความสัมพันธ์กับ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน

เนื่องจากอดีตภรรยาของนายสนธิเป็นญาติของนายบัญญัติ ทั้ง นายสนธิ กับ นายบัญญัติ เคยลงทุนทำธุรกิจโรงแรมด้วยกันที่ประเทศลาว ปัจจุบันมีการพบปะแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันเป็นประจำ

ลงทุนทำโรงแรมที่ลาวร่วมกับบัญญัติ บรรทัดฐาน

ระหว่างช่วงสมัยรัฐบาลชวน 2 นายสนธิ มีความใกล้ชิดสนิทสนม กับ นายธารินทร์ มาก่อน ตอนแรกก็ดีกัน แต่ต่อมาเกิดความขัดแย้งระหว่างกันอย่างรุนแรง โดยนายสนธิ อ้างว่าเป็นความขัดแย้งกันทางความคิดในการแก้ปัญหาวิกฤติ เศรษฐกิจของประเทศ

จากนั้นจึงพุ่งเป้าโจมตี นายธารินทร์ อย่างรุนแรงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 2 ปี หลังของรัฐบาลชวน 2 ทั้งผ่านทางวิทยุ และหนังสือพิมพ์ต่าง ๆในเครือผู้จัดการ โดยใช้ชื่อว่า พายัพ พนาสุวรรณ มีการทำเทปออกขาย ปรากฏความตอนหนึ่งว่า นายสนธิ กล่าวหา นายธารินทร์ ว่า กระทำการอันเป็นการหมิ่นพระบรมราชานุภาพ ทำให้นายธารินทร์ต้องฟ้องร้องนายสนธิในข้อหาหมิ่นประมาท เรื่องยังอยู่ในศาลจนถึงปัจจุบันนี้

เกาะรัฐบาลทักษิณ ๑

ขณะที่ในช่วงรัฐบาล ทักษิณ 1 เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยแรกนั้น ก็ได้ดึงเอานายสนธิมาร่วมงานด้วย เพราะเขารู้จักกับคนในรัฐบาลหลายคน

ต่อมาในช่วงรัฐบาล ทักษิณ 2 เกิดการขัดแย้งระหว่าง นายสนธิ กับ รัฐบาลอย่างรุนแรง สาเหตุที่แท้จริงไม่ทราบว่าด้วยเรื่องอะไร แต่บางคนอ้างว่า เพราะ นายสนธิ ลงทุนไปซื้ออุปกรณ์ในการทำโทรทัศน์เสรีมาแล้ว เป็นพันล้านบาท แต่กลับไม่ได้ช่องมาทำ ก็เลยหันมาโจมตี พ.ต.ท.ทักษิณ ในแบบเดียวกันกับที่เคยโจมตีนายธารินทร์สำเร็จมาแล้ว

ฟอกเงินที่หมู่เกาะเวอร์จินไอส์แลนด์

ไม่เพียงเท่านั้น ข้อสงสัยประการสำคัญ ที่มีต่อ นายสนธิ กับหมู่เกาะในสหรัฐอเมริกาที่ขึ้นชื่อ ในประเด็นที่ถูกมองว่าเป็นหมู่เกาะของนักฟอกเงินนั่นคือ หมู่เกาะ The British Virgin Island

มีหลายฝ่ายต่างแฉข้อมูลของ นายสนธิ จนกลายเป็นข้อกล่าวหา ที่สาธารณชนจะต้องนำมาเป็นฐานข้อมูลในการพิจารณาด้วยเช่นกัน ประเด็นกล่าวหา นายสนธิ มีอยู่ว่า ไปจดทะเบียนบริษัท Manager International Holding Company Limited ที่หมู่เกาะ The British Virgin Island นี้ด้วยเงินเพียงแค่ 1,000 เหรียญสหรัฐ แต่กลับนำมาขายให้ บริษัท เมเนเจอร์ มีเดีย (มหาชน) ซึ่งเป็นของผู้ถือหุ้นทุกคน ด้วยเงินถึง 7,228,000 เหรียญสหรัฐ

ประเด็นก็คือส่วนต่าง 200 ล้านบาทนี้ หายไปอยู่กระเป๋าใครนอกจากนั้น เงินที่บริษัทเมเนเจอร์ให้บริษัทนี้ยืมไปอีก 700 ล้านบาท หายไปไหนข้อสงสัยจนกลายเป็นข้อกล่าวหาต่อมา คือทำไมมีการเปิด บริษัทส่วนตัว ที่ชื่อ เวิลด์ไวด์ มีเดีย ซึ่งก็ตั้งอยู่บนถนนพระอาทิตย์ เพื่อรับเงินค่าโฆษณาแทนบริษัทมหาชน และทำไมบริษัทนี้ ไม่ยอมจ่ายเงินคืนให้ บริษัทซึ่ง เป็นของมหาชน ทั้งที่รับเงินมา 2-3 ปี แล้ว

ข้อกล่าวหาอีกประเด็นหนึ่งคือ เหตุใด บริษัท เมเนเจอร์ มีเดีย (มหาชน) ถึงยังให้ บริษัทนี้หาโฆษณาและรับเงินแทนอยู่ ทั้งที่ก็รู้ว่า บริษัทนี้ ยังไม่โอนเงินเข้า บริษัท เมเนเจอร์ฯ มาเป็นปีแล้ว เงิน ๗๐๐ ล้านหายไปไหน

นอกจากนั้น ทำให้เกิดข้อสงสัยตามมาว่า ทำไมบริษัทเมเนเจอร์ มีเดีย ถึงนับยอดรายได้โฆษณาที่น่าจะได้จาก บริษัท เวิลด์ไวด์ มีเดีย เป็นหนี้ที่สงสัยจะสูญในทันที

จนมีผลทำให้ผลประกอบการรวมของบริษัท เมเนเจอร์ มีเดีย ซึ่งควรจะเป็นกำไร กลายเป็นขาดทุน จนเป็นที่มาของข้อสงสัยกรณี ผู้ตรวจสอบบัญชีที่ บริษัท เมเนเจอร์ มีเดียจ้างเอง ไม่ยอมเซ็นรับรอง บริษัทเมเนเจอร์ มีเดีย หลายไตรมาสติดต่อกัน

เจิมศักดิ์แฉลดหนี้จาก ๒๐,๐๐๐ ล้านเหลือ ๖,๐๐๐ ล้าน

อีกประเด็นหนึ่งที่เป็นข้อสงสัยตลอดมา คือ ประเด็นหลังจากที่นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง และกลุ่มเนชั่นออกมาปูดข่าวว่า รัฐบาลทักษิณ ช่วยลดหนี้ของกลุ่มผู้จัดการ จาก 20,000 ล้านบาท เหลือแค่ 6,000 ล้านบาท ในปี 2545 แล้วนายสนธิ และ กลุ่มผู้จัดการ ได้รับการลดหนี้จากสถาบันการเงินของรัฐอีกกี่ครั้ง

ต่อมานายสนธิออกมาปฏิเสธว่า กลุ่มผู้จัดการมีหนี้อยู่ในขณะนั้น 8,000 กว่าล้านบาท ไม่ใช่ 20,000 ล้านบาทตามที่นายเจิมศักดิ์กล่าวหาในยุคหนึ่ง

ขณะที่นายวิโรจน์ นวลแข ทำงานที่ธนาคารกรุงไทยมีข้อกล่าวหาว่า ทำไม นายสนธิ ถึงได้รับการลดหนี้ที่เคยลดมาแล้วอีกจาก 1,421.73 ล้านบาท เหลือเพียงแค่ 259 ล้าน บาท และทำไม ธนาคารกรุงไทย ถึงขนาดยอมให้ นายสนธิ ไม่ต้องจ่ายคืนเป็นเงินสด โดยยอมกระทั่งให้ใช้ คืนเป็นค่าโฆษณา ราคาแพง จนเราได้เห็น โฆษณาชุดผู้ใหญ่ลี ที่มีค่าแอร์ไทม์ครั้งละ หลายแสนบาทอย่างถี่ยิบ จนเป็นคำถามว่า ธนาคารของรัฐ อย่างธนาคารกรุงไทยมีความจำเป็นต้อง โฆษณา ตัวเองกับสื่อของ นายสนธิ แค่ที่เดียว เป็นร้อย ๆ ล้านบาทเลยหรือ (จากข้อมูลที่กลุ่มผู้จัดการทำส่งให้ตลาดหลักทรัพย์ ในปี 2547 ดูข้อมูลได้ที่ตลาดหลักทรัพย์)

ปลุกระดมมวลชนเพื่อแก้วิกฤตการเงินของตัวเอง

ตายเป็นตายเจ๊งเป็นเจ๊ง-สนธิลิ้มถึงกับผงะขณะมีการยิงระเบิดลงหลังเวทีพันธมิตรเมื่อ15พ.ย.ที่ผ่านมา และรวบรัดจบการปราศรัยใช้เวลาเพียง15นาที ขณะที่ผู้สนับสนุนเขาเจ็บระนาว12รายจากเหตุระเบิด

ด้วยข้อสงสัยและข้อกล่าวหาหลายประการ จึงนำมาสู่ประเด็นที่ว่า การที่ นายสนธิ ออกมาปลุกระดมมวลชนอย่างเอาเป็นเอาตาย สาเหตุเบื้องต้น เกิดจากกลุ่มผู้จัดการกำลังเกิดวิกฤติทางการเงิน ซึ่งถ้าไม่ได้อำนาจรัฐหรือกลุ่มทุนเข้าช่วยเหลือ อาจถึงขั้นปิดตัวเองเลย ใช่หรือไม่

และอะไรที่ทำให้นายสนธิ อุทานว่า ตายเป็นตาย เจ๊งเป็นเจ๊งประเด็นที่เป็นเงื่อนตาย ที่ยากจะปลดล็อก คือ กรณีคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ออกกฎมานานแล้วว่า จะถอดถอนบริษัท ซึ่งอยู่ในหมวดฟื้นฟูของตลาดหลักทรัพย์ และมีหุ้นส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบออกจากตลาดหลักทรัพย์ ภายในเดือน มีนาคม 2549 รวมถึงประเด็น ศาลล้มละลายกลาง ได้ยินยอมขยายเวลาแผนฟื้นฟู ของ บริษัท เมเนเจอร์ มีเดีย ออกไปจากเดิมสิ้นสุด วันที่ 26 กรกฏาคม 2548 กลายเป็นสิ้นสุดวันที่ 3 สิงหาคม 2549 เพื่อให้บริษํท เมเนเจอร์ มีเดีย หาผู้ร่วมทุนใหม่มูลค่า 350 ล้าน บาทให้ได้ทันตามกำหนด

ถ้ากลุ่มผู้จัดการหาเงินเพิ่มทุน 350 ล้าน บาท ไม่ได้ภายในเดือน มีนาคม หรือไม่มี อินไซเดอร์ ใน ก.ล.ต.ให้เปลี่ยนแปลงหรือผ่อนผันกฎ บริษัท เมเนเจอร์ มีเดีย มีสิทธิจะโดนถอดออกจากตลาดหลักทรัพย์ถ้ายังไม่ได้เงินก่อนเดือนสิงหาคม และศาลไม่ยินยอม ให้ขยายเวลาแผนฟื้นฟูบริษัทอีก บริษัท เมเนเจอร์ ก็อาจจะต้องปิดตัวเองลงภายในปีนี้จึงเป็นที่มาของคำว่า “ตายเป็นตาย” ของนายสนธิ

Net Assets of Sondhi

ยอดหนี้สินที่พอรวบรวมได้ นายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นหนี้ 6,687 ล้านบาท,

กู้เงินจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการกว่า 300 ล้านบาท

กู้ธนาคารกรุงไทย 495,080,556.13 ล้านบาท

กู้ธนาคารกสิกรไทย 30,791,780.82 ล้านบาท

กู้ธนาคารเอเซีย 741,728,446.00 ล้านบาท

กู้ธนาคารกรุงไทย 900,978,279.31 ล้านบาท

กู้ธนาคารไทยธนาคาร 431,419,178.07 ล้านบาท

กู้ธนาคารดีเอสบี (ไทยทนุ) 64,621,463.90 ล้านบาท

กู้กฟผ. 63 ล้านบาท

ที่มา : ไทยอีนิวส์

ไหนคุณขออภัยถ้าผมพูดไม่ถูกใจ

ไหนคุณขออภัยถ้าผมพูดไม่ถูกใจ เคยว่าไม่เอียงข้าง เขียนอย่างนี้ คุณเอียงไปทางโกเต๊กลิ๊มนะ แย่จัง เสื้อแดงจะชุมนุมกี่สีบครั้งก็ไม่สร้างความเสียหายวายวอดได้เท่าพันธ์มิตร และก็ไม่ปัญญาอ่อน ไปสร้างความวุ่นวายที่ชายแดน หวังให้เกิดปัญหา แล้วก็ไปประกาศชัยชนะที่เมืองโบราณ เออทำไมคุณถึงไม่เคยเขียนถึงความเลวของโกเต๊กลิ้มบ้าง หรือไม่กล้าละ คุณก็เคยเขียนด่าทักสินมาแล้วนิ

-----------------------------

------------------------------------------------------

โจรพันธมารทำ การเมืองใหม่ ประชาธิปไตย แบบไหนกัน ?

------------------------------------------------------

------------------------------------------------------

พรรคประชาธิปดเล่นการเมือง ประชาธิปไตย แบบไหนกัน ?

------------------------------------------------------

ทั้งโจรพันธมารและพรรคประชาธิปด เล่นการเมือง
แบบสร้างเรื่องเท็จใส่ร้ายป้ายสีรายวัน
และแอบเกาะรองเท้าท็อปบู้ท เผด็จการกระเทยเฒ่าขึ้นสู่อำนาจ
ใช้นโยบายเกลียดทักษิณ ขี้อิจฉา ใส่ร้าย คลั่งชาติ
คลั่งสถาบัน ตีหัวคนดี ด่าเขมร ลาว พม่า ฯลฯ ทุกสิ่งทุกอย่าง
ที่ไม่ทำตามคำสั่งหัวหน้าโจรสนธิลิ้ม และ ทหารชั่วบังสนธิ

นี่หรือคือประชาธิปไตยของสนธิลิ้มและนายอภิสิทธิ์ ลิ้มทองกุล

..ความคิดเห็นทางการเมืองเป็นส

..ความคิดเห็นทางการเมืองเป็นสิทธิอันชอบธรรมของแต่ละคน เขาจะรัก-ชอบใครมันไม่เกี่ยวกับพวกแส่..ทั้งหลาย แม้แต่พ่อและแม่ก็ชี้นำไม่ได้ แล้วใครก็อย่าไปสะเออะสั่งสอนหรือคอมเพลนคนอื่นเขา มันไร้มารยาท.. โดยเฉพาะพวกที่เข้ามาแขวะคนโน้นที แขวะคนนี้ที..

..เอาเป็นว่านายอภิสิทธิ์ ได้ปล้นอำนาจนายกทักษิณ ชินวัตรแบบไร้ยางอาย เพียงหวังเป็นนายกรมต. มันก็เกิดจากกิเลส ตัณหาทางการเมืองใช่หรือไม่ ความกระสันจนลืม " คุณธรรม จริยธรรม " ที่พรรคพวกและตัวมันพร่ำเพ้อตอนนายกทักษิณ ชินวัตร อยูในอำนาจมันหายไปไหนล่ะ.. นี่กระมังที่เขาพูดกันว่า " ความตะกระทางการเมืองมันไม่เคยปราณีใคร " มันพิสูจน์กันตรงนี้ ว่าใครคือคนที่ควรคารวะ

..แล้วก็ข้อกล่าวหาทั้งหมดที่ประเคนใสนายกทักษิณ ชินวัตรล่ะ มันถูกพิสูจน์จากคตส.สุนัขรับใช้ไอ้บังหัวหน้ากบฎครั้งนั้นตั้ง 3 ปีมาแล้ว จนพวกมันไม่มีปัญญาหาหลักฐานเอาผิดเขาได้ หน้าแหกหมดสภาพกันไปทั่วหน้า มาถึงสุดท้ายก็คว้าเอาคดีที่ดินรัชดามาเป็นเหตุฟ้องเอาผิดแบบหน้าอดสู บัดซบที่สุด ..อับอายกันไปทั้งโลกว่าประเทศนี้กระบวนการยุติธรรมมันห่วยแตก

..มาถึงลิ่วล้อรมต.นอมินีเผด็จการสามานย์ทั้งหลาย ที่ลงพื้นที่ไปหาเสียง ถูกคนเสื้อแดงเขาออกมาขับไล่แบบหมูแบบหมา ก็เป็นเหตุเป็นผลที่ว่า เพราะมันเป็นผลพวงของเผด็จการ มันเข้ามากับนายอภิสิทธิ์ ที่ปล้นอำนาจจากนายกทักษิณ ชินวัตร ชาวเสื้อแดงออกมาตะเพิดยังน้อยและไม่รุนแรงกว่าที่กุ๊ยเสื้อเหลืองที่รุมทำร้ายหรือขับไล่ชาวเสื้อแดงและรมต.พรรคเพื่อไทยในอดีตเสียอีก ดังนั้น..ยุทธวิธี " เกลือจิ้มเกลือ " มันก็เป็นเรื่องที่ชาวบ้านเขาเก็บกดและถูกกระทำแบบอยุติธรรมมาตลอดมา 3 ปีแล้ว ไม่มีใครจูงจมูกกันมาได้หรอก..

..การให้อภัยเป็นสิ่งที่คนไทยรับได้ แต่กรณีรัฐบาลผีดิบชุดนี้ชาวบ้านเขาไม่รับแล้ว ตราบใดที่พวกยุติธรรมยังไม่กลับใจ คงถึงวันแตกหักกันไปข้างแน่นอน

มันอยากได้หน้าครับ

มันอยากได้หน้าครับ อยากสร้างภาพว่าตนเองดี ตนเองช่วยเหลือชาวบ้าน คราวหน้าเลือกผมนะครับ
ทั้งที่ของที่แจกก็เป็นเงินของประชาชนแท้ๆ แต่มันทำเหมือนเป็นของมันเอามาแจกชาวบ้าน
ถุย ไอ้รัฐบาลปากหมาสร้างาภาพ เลือกตั้งคราวหน้าและคราวต่อไป ได้เป็นฝ่ายค้านดักดานแน่พวกมึง
ขนาดเขาให้โอกาสมึงทำงานขนาดนี้ แม่งเล่นแต่การเมืองล้วนๆ ทำอะไรไม่เป็น เป็นแต่กู้เอามาโกง
ปากก็กระแนะกระแหนเขาไปเรื่อย ว่าแต่เขาโกง แต่เขาก็โกงอย่างมีศีลปะ มึงแม่งโกงแบบด้านๆ จะจะ
ไม่มีศิลปะ ทะเร่อทะร่าโกงเสาธง เขาสร้างกันสองหมื่น ดันขอใช้งบไปห้าแสน อย่างนี้ชาวบ้านเขาก็รู้หมดสิว่าโกงแน่
ศิลปะมีไหมครับ???

ใช่เลย

ใช่เลย เอากฎหมายมาขู่แต่กะฝ่ายตรงข้าม กะอีกฝ่ายไม่กล้าหือ ก็จะหือได้ไงเดี่ยวโดนอุ้มลงจากเก้าอี้นายก

ตอนเลือกตั้งซ่อมที่นครพนม

ตอนเลือกตั้งซ่อมที่นครพนม บุญจงแจกซองผู้ว่าฯ นายอำเภอกันที่โรงแรม ในซองเป็นแค่จดหมายเหรอ

นายother รู้ไว้ด้วยน่ะ เดี่ยวใครจะว่าโง่อยู่ในกะลา ฮา!!!!!

ผมกำลังจะบอกว่า

ผมกำลังจะบอกว่า ที่รัฐบาลมีข้ออ้างประกาศ พรบ.ฉุกเฉิน ก็เพราะว่ารัฐบาลบอกว่า มีเหตการณ์ในช่วงสงกรานต์ให้เห็น และผมกำลังจะบอกว่า ถ้าจะไม่ให้รัฐบาลเอาข้ออ้างนี้มาประกาศ พรบ.ฉุกเฉิน ก็้ต้องทำให้เห็นว่า การชุมนุมจะไม่เกิดแบบสงกรานต์อีก เมื่อนั้นข้ออ้างนี้รัฐบาลก็จะนำมาใช้เพื่อประกาศ พรบ.ฉุกเฉินไม่ได้อีก แล้วผมก็ยกตัวอย่างให้เห็นเป็นข้อสังเกตุว่า ช่วงนี้พวกเสื้อเหลืองเวลาชุมนุมก็จะพยายามทำให้ตัวเองไม่มีคดีเพิ่มขึ้นอีก(ผมวิเคราะห์อย่างนี้ เพราะผมว่าแค่นี้ ก็เดินขึ้นโรงขึ้นศาลไม่ไหวแล้ว และก็ไม่ต้องทำอะไรกันแล้ว แค่ศาลนัดสืบคดีก็หมเวลาประกอบอาชีพแล้ว ครับ) และก็เพราะพวกเสื้อเหลืองรู้ไงว่า ถ้าชุมนุมแบบไม่สงบก็จะโดนแบบเสื้อแดงคือการประกาศ พรบ.ฉุกเฉิน เพียงแค่ครังหรือสองครั้งที่พวกเสื้อแดงชุมนุมใหญ่โดยมีแกนนำทั้งสามคนร่วมด้วยและการชุมนุมก็ชุมนุมอย่างสงบจริงๆ ถึงแม้ว่าครั้งนั้นรัฐบาลจะประกาศ พรบ.ฉุกเฉิน ก็ต้องทำให้เห็นว่า คุณประกาศไปก็เปลืองงบประมาณเปล่าๆ เพราะพวกผมชุมนุมกันอย่งสงบจริงๆ
ผมเพียงตั้งเป็นข้อสังเกตุ และผมก็ยกตัวอย่างที่เห็นๆและผมก็รู้ว่าถ้าผมพูดอย่างนี้ก็จะมีคนต่อว่าผม เพียงแต่ผมตั้งเป็นข้อสังเกตุและแนะนำ ครับ

และที่ผมไม่เคยเขียด่า

และที่ผมไม่เคยเขียด่า ไอ้โกเต๊กลิ้มก็เพราะข้อมูลที่เม้นลงมาเกี่ยวกับโกเต๊กลิ้ม มันเป็นข้อมูลส่วนตัวซึ่งผมว่ามันไม่เกี่ยกับการทำให้บ้านเมืองเดือดร้อน แต่ถ้าเป็นเรื่องชุมนุมแล้วยึดทำเนียบหรือคดีปิดสนามินและอีกหลายคดีที่เข้าสู่ขบวนการยุติธรรมแล้ว ความคิดผมน่ะครับ ว่า ให้เป็นไปตามข้อเท็จจริงทีแต่ละฝ่ายนำเสนอสู่ขบวนการยุติธรรม ซึ่งมันก็ควรจะเป็นอย่างนั้น และที่ผมสังเกตุอีกข้อและไม่ได้เข้าข้างใคร คือ ทั้งพวกเสื้อเหลืองและเสื้อแดงต่างก็ออกมาโวยว่าทำไมคดีแต่ะคดีล่าช้า เค้าคงจะมีเหตุผลของเขาล่ะ ครับซึ่งผมก็ไม่กล้าที่จะไปวิเคราะห์(ถึงแม้ใครจะว่าไม่ fair แต่ผมก็ยังเคารพในขบวนการยุติธรรมของไทย)

คุณก็ยังเอียงอยู่ดี

คุณก็ยังเอียงอยู่ดี ยังไงเราก็็เชื่อว่าคุณมีใจให้โกเต๊กลิ้มและมีอคติกับทักษิณ แย่จัง

***จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด

***จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด บุญจง จงกลับมารังเก่าเถิด ได้เป็นรัฐมนตรีสมใจทรยศแล้ว

เฮ้อ

เฮ้อ ความคิด
คุณคิดได้เท่านี้จริงๆ อ่ะ (ถามน่ะ ไม่ได้ดูถุก) แต่คุณ...
ดุถูกความคิดของคนอื่นเขามากไปป่าว

คำชี้แจง

เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น

  • ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
  • ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
  • อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง

ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค

จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ

* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน