วันแรกของการใช้ พ.ร.บ. ความมั่นคง สถานการณ์ยังปกติ “นายกอภิสิทธิ์” สวมเสื้อเกราะอ่อนเปิดกิจกรรม “ชุมชนดี มีรอยยิ้ม” ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ส่วนที่เชียงใหม่เสื้อแดงเดินขบวนไม่ต้อนรับนายก/เสื้อแดงหนองบัวลำภู ยกพลขับไล่ มท.2“จตุพร”ระบุเสื้อแดงเตรียมลงพื้นที่เพิ่มมวลชน
สำนักข่าวไทย รายงานว่าเช้าวันนี้ (28 พ.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางไปเป็นประธานเปิดกิจกรรม “ชุมชนดี มีรอยยิ้ม” ครั้งที่ 5 ที่ สำนักระบายน้ำ และสำนักงานเขตพระนคร ร่วมกับ บริษัท ไทย เบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จัดขึ้นเพื่อร่วมถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามโครงการ “รอยยิ้มของคนไทย คือรอยยิ้มของพ่อ” บริเวณด้านหลังพระแม่ธรณีบีบมวยผมสนามหลวง
“เป็น สิ่งที่ดี ที่วันนี้มาเห็นรอยยิ้มของคนไทย มาร่วมกันทำความดี และมีความรักสามัคคี ในการรักษาสิ่งแวดล้อม เชื่อว่า รอยยิ้มและความสามัคคีที่เกิดขึ้น จะสร้างความสุขให้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงอยากให้คนไทยมีความสามัคคีกัน” นายกรัฐมนตรี กล่าว
จากนั้น นายกรัฐมนตรีร่วมกับประชาชน เจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร นักเรียน และทหาร ทำความสะอาด บริเวณคลองคูเมืองเดิม (คลองหลอด) และบริเวณทางเท้าโดยรอบสนามหลวง พื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด มีการวางกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังบนตึกสูง โดยเฉพาะพื้นที่รอบสนามหลวง ขณะที่ นายกรัฐมนตรีสวมเสื้อเกราะอ่อน มีเสื้อยืดคอกลมสวมทับไว้
ต่อ มา เวลา 10.00 น. นายกรัฐมนตรีเดินทางไปเปิดงานเพลินจิต แฟร์ ที่ โรงเรียนShrewsbury ถ.เจริญกรุง โดยนายกรัฐมนตรีได้ร่วมทำกิจกรรม อาทิ เตะฟุตบอลให้เข้าช่องวงกลม ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ปะลองทักษะการเตะฟุตบอล ร่วมกับเอกอัคราชทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย
เสื้อแดงเชียงใหม่เดินขบวนไม่ต้อนรับนายก
28 พ.ย. 52 สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น รายงานว่า กลุ่มรักเชียงใหม่เพื่อประชาธิปไตย ร่วม 100 คน นำโดย นายวีระพล มรกต รองเลขาธิการศูนย์ประสานงานกลาง กลุ่มรักเชียงใหม่เพื่อประชาธิปไตย ทยอยรวมตัวชุมนุม บริเวณสนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่ ก่อนเดินขบวนรณรงค์เคลื่อนไหวทางการเมือง โดยชูป้าย ชาวเชียงใหม่ไม่ต้อนรับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ แม้ว่า นายกฯ จะยกเลิกการเดินทางเข้าร่วมงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศที่ จ.เชียงใหม่ แล้วก็ตาม อย่างไรก็ตาม นายธีระพล กล่าวว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าว เป็นไปตามกำหนดการเดิม เพื่อแสดงจุดยืนของกลุ่มคนเสื้อแดงเชียงใหม่ ที่ไม่ต้อนรับนายกฯ แต่ก็ต้องขอบคุณที่ นายกฯ เห็นแก่บ้านเมือง ทำให้ไม่มีการเคลื่อนไหวรุนแรงเกิดขึ้นใน จ.เชียงใหม่
ทั้งนี้ ขบวนรณรงค์จะเดินไปตามถนนท่าแพ รอบคูเมืองเชียงใหม่ สี่แยกกลางเวียง และไปสิ้นสุดที่ลาน อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ โดยไม่ผ่านบริเวณหน้าโรงแรมเลอ เมอร์ริเดียน ที่ใช้ในการประชุมสัมมนาแต่อย่างใด ขณะที่ การเคลื่อนไหวของกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 วันนี้ นายเพชรวรรต วัฒนพงษ์ศิริกุล แกนนำกลุ่ม ได้ประกาศงดการเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่เปิดเวทีรับบริจาคเงิน เพื่อทำบุญอุทิศให้กับ นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกฯ ที่เสียชีวิตลง
เสื้อแดงหนองบัวลำภู ยกพลขับไล่ มท.2
เว็บไซต์ไทยรัฐ รายงานว่าเวลา 16.30 น. ของวันนี้ หลังจากทราบข่าวการเดินทางมามอบผ้าห่มกันหนาวให้แก่ผู้ประสบภัยหนาวใน พื้นที่ จ.หนองบัวลำภู ที่หอประชุม อบต.หนองสวรรค์ อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู ของ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย บรรดาชาวกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือกลุ่มคนเสื้อแดง จำนวนกว่า 150 คน ได้พากันมาร่วมขบวนถือป้ายต่อต้านนายบุญจง โดยใช้รถขยายเสียงและพากันเดินเท้าเพื่อจะเข้าไปในบริเวณงาน แต่ถูกตำรวจ นำโดย พล.ต.ต.สุพรรณ ประเสริฐสม ผบก.ตร.จ.หนองบัวลำภู นำกำลังตำรวจควบคุมฝูงชนพร้อมโล่ห์และอุปกรณ์กว่า 300 นาย มาตั้งจุดสกัดที่ถนนทางเข้า อบต.หนองสวรรค์ โดยชาวเสื้อแดงได้มาชุมนุมกันตั้งแต่เวลา 13.00 น.
จนกระทั่ง เฮลิคอปเตอร์ของ นายบุญจง มาถึงและลงจอดที่สนามฟุตบอลหน้า สนง.อบต.หนองสวรรค์ บรรดาคนเสื้อแดงต่างพากันควักหัวใจตบ เท้าตบ และป้ายออกมาตะโกนขับไล่แต่ไม่สามารถฝ่าแนวกั้นของตำรวจไปได้จากนั้น นายบุญจง ได้กล่าวปราศรัยเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลด้านต่าง ๆ ก่อนทำพิธีมอบผ้าห่มให้กับนายก อบต. 3 แห่ง ซึ่งเป็นตัวแทนของชาวบ้านที่มารับมอบจำนวน 1,500 ผืน ก่อนจะเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์
โดยที่คนเสื้อแดงยังคงยืนเกาะรั้ว สนง.อบต.หนองสวรรค์ ร้องตะโกนขับไล่อยู่ จนกระทั่งเฮลิคอปเตอร์บินขึ้นจึงพากันหยุดและสลายตัวกลับบ้านในที่สุด
เสื้อแดงปรับยุทธศาสตร์เคลื่อนไหวปูพรมดาวเทียมเหนือ-อีสาน
ด้านเว็บไซต์มติชน รายงานว่านาย จตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย (พท.) แกนนำ นปช. กล่าววันที่ 28 พฤศจิกายนว่า หลังเสร็จช่วงการจัดงานวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันสุดท้ายคือวันที่ 13 ธันวาคม แกนนำคนเสื้อแดงจะมีการประเมินสถานการณ์กันอีกครั้งสำหรับการนัดชุมนุมใหญ่
แหล่งข่าวจากแกนนำคนเสื้อแดงเปิดเผยว่า แกนนำคนเสื้อแดงได้หารือกันเพื่อปรับยุทธศาสตร์การเคลื่อนไหว ภายหลังจากประกาศเลื่อนการชุมนุมใหญ่ออกไปแบบไม่มีกำหนด ล่าสุด ได้ปรับแนวทางให้แกนนำคนเสื้อแดงลงพื้นที่ไปทำงานจัดตั้งในพื้นที่ต่าง จังหวัด เพื่อเสริมความแข็งแกร่งเรื่องมวลชนเพิ่มเติม โดยจะมีการรื้อฟื้นรูปแบบของ โรงเรียน นปช.-แดงทั้งแผ่นดินขึ้นมาอีกครั้ง
นอกจากนั้นมีแผนที่จะติดตั้งจานดาวเทียมที่รับสัญญาณสถานีโทรทัศน์พี เพิลชาแนล เพิ่มเติมในพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือ โดยประสานกับบริษัทตัวแทนจำหน่ายจานดาวเทียมและติดตั้งจานดาวเทียม ให้สั่งจานดาวเทียมที่รับสัญญาณในเครือข่าย ซียูแบนด์ หรือจานดำ ราคาถูกจากจีนเข้ามา จำนวน 10,000 จาน โดยจะจัดจำหน่ายราคาเพียงจานละ 1,300 บาท และเสียค่าติดตั้งเพียง 700 บาท
พ.ร.บ.ความมั่นคงฯวันแรกยังปกติ ทหาร-ตร.ตรึงกำลัง
เว็บไซด์โลกวันนี้ รายงานว่าวันนี้ (28 พ.ย.) ซึ่งเป็นวันแรกของการประกาศใช้พรบ.มั่นคง พล.ต.ดิฏฐพร ศศะสมิต โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ทหารยังเตรียมพร้อมในที่ตั้ง เพราะไม่มีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง แต่พร้อมเคลื่อนพลทันทีหากมีเหตุฉุกเฉิน แต่จากการข่าวขณะนี้สถานการณ์ยังคงเป็นปกติด้าน พ.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รองผู้บังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะโฆษกศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงมีการตั้งด่านทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานครใน ช่วงกลางคืน ส่วนกำลังพลส่วนอื่นยังอยู่ในที่ตั้งและพร้อมเคลื่อนไหวทันที
เสื้อแดง สู้เพื่อใคร
เสื้อแดง สู้เพื่อใคร
------------------
กลุ่มคนเสื้อแดงนั้นมองว่า ทักษิณคือ ผลประโยชน์ของชาติ พวกเขาเชื่อว่า ถ้าทักษิณไม่ถูกโค่นล้มจะนำพาชาติได้ดีกว่า
กลุ่มคนเสื้อแดงซึ่งมาจากกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ นั้น มีพื้นฐานมาจากการลุกขึ้นสู้ของมวลชนที่รักทักษิณ หลังทักษิณถูกรัฐประหาร และพัฒนามาต่อสู้เพื่อเรียกร้องให้ทักษิณพ้นจากความผิด
และต่อมาพยายามแก้รัฐธรรมนูญให้ทักษิณพ้นผิด และยืนถวายฎีกาเพื่อให้ในหลวงทรงอภัยโทษให้ทักษิณ
กลุ่มคนเสื้อแดงสู้เพื่อหลักการประชาธิปไตยอย่างไร สู้เพื่อชนชั้นล่างหรือสู้เพื่อความเท่าเทียมกันในสังคม ไม่มีคำอธิบายใดเลยว่า ระบอบทักษิณนั้นจะทำให้คนจนลืมตาอ้าปากได้ จริงหรือ
แล้วทำไมว่านเครือของทักษิณจึงมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นนับแสนล้าน หลังจากเข้ามาบริหารประเทศ
ถ้าพวกเขาเข้าใจประชาธิปไตยทำไมต้องใช้กำลังไปทำร้ายฝ่ายตรงข้ามทั้งที่ มัฆวานฯ เชียงใหม่ อุดรธานี เชียงราย บุรีรัมย์ และชัยภูมิ ฯลฯ
ถ้าใส่เสื้อเกราะอ่อนแล้วปืนยิ
ถ้าใส่เสื้อเกราะอ่อนแล้วปืนยิงไม่เข้าต้องใช้ลูกธนูหรือหน้าไม้ รับรองได้ว่าทลุ
คิดถึงนายกสมัครนะ ไปไหนมาไหน
คิดถึงนายกสมัครนะ
ไปไหนมาไหน ชอบไปคนเดียว
เดินไปไหนมาไหนได้หมด ไม่กลัว
แถมยังไล่พวกคนคุ้มกัน บอกขอความเป็นส่วนตัว
ไปไหนคนก็รัก ก็ชอบ
ไม่เหมือนพวกโจร ไปไหนก็กลัว
เพราะรู้ว่าคนเขาเกลียดชัง
ระแวงว่าจะถูกทำร้าย
เพราะไปทำร้ายคนอื่นก่อนนี่
พวกปัญญาอ่อนชอบความก้าวร้าว
พวกปัญญาอ่อนชอบความก้าวร้าว เมื่อไรจะหยุดเสียทีนายเด็กสาธุ # 261491 ได้ยินนายสุรพล โตวิจักษ์ชัยกุลที่อ้างว่าเป็นญาติทักษิณไหม เขาบอกว่าเงิน 7.6 ล้านที่เป็นคดีอยู่ในขณะนี้ ถ้าหากจะยึดก็น่ายึดเพียงส่วนเดียว เพราะอีกส่วนเป็นเงินของทักษิณก่อนเป็นนายก ฯ นี่แสดงว่านายสุรพลที่อ้างว่าเป็นญาติทักษิณยอมรับว่าทักษิณใช้อำนาจหน้าที่ขณะที่เป็นนายก ฯ โกงรัฐ มาจริง ๆ และจำต้องยอมให้รัฐ ฯ ยึดเงินส่วนนั้นไป
นี่แสดงให้เห็นว่าทักษิณไม่บริสุทธิ์ ต้องการเป็นรัฐบาลเพื่อตัวและญาติพี่น้องเท่านั้น ที่จะมาเห็นแก่ชาติ ประชาชนนั้นอย่าหวังเลย
ความเห็นของ The Other
ความเห็นของ The Other ทำให้เว็บประชาไทดูมีคุณค่ามากขึ้น
ชื่นชมความเป็นผู้มีที่มีข้อมูลมากของ The Other และน่าจะมีฐานข้อมูลที่ระบบดี
หากมีเวลากรุณารวบรวมผลงานที่นายสมัคร สุนทรเวชทำไว้ เพื่อให้ความจริงที่คนไทยควรรับทราบเพื่อเตือนสติสังคม ก็จะเป็นประโยชน์ยิ่ง
ฮา... ใส่เสื้อเกราะ He's
ฮา... ใส่เสื้อเกราะ
He's cheaper than a bullet.
ใครเขาจะเอาพิมเสนไปแลกเกลือ?
อิจฉาเขาใช่ไหมเขารวยกว่า
อิจฉาเขาใช่ไหมเขารวยกว่า หรือขอ-ยืมเงินเขาไม่ได้เหมื่อน บางคน
หากว่าคนนิยมมากทำไม่ต้องใส่เส
หากว่าคนนิยมมากทำไม่ต้องใส่เสื้อกันกระสุนว่ะ
และรัดบาลที่คุณชื่นชมขณะนี้ไม
และรัดบาลที่คุณชื่นชมขณะนี้ไม้โกงใช่ไหมตอบทีสิ
ลำบากนักก็ไม่ต้องไปไหนหรอก
ลำบากนักก็ไม่ต้องไปไหนหรอก ไม่อายฟ้า ก็อายตัวเองบ้าง เคยพูด เคยทำอะไร เคยแสดงจุดยืน อย่างไร แล้ว "กลืนน้ำลาย" ตัวเอง นายกแบบนี้ อย่าให้เด็กเอาอย่างแล้วกัน สงสารประเทศไทยที่มีนายก ไร้จิตสำนึก "ว่าเขาอิเหนาเป็นเอง" ทำไม่ได้อย่างที่เคยว่าเขา ก็อายฟ้า ไม่อายฟ้าก็อายตัวเองบ้าง "ยางอาย" น่ะรู้จักไหม ออกไปได้แล้ว ..ประเทศไทยจะได้เลือกนายก..ตามระบอบประชาธิปไตย อำนาจออกมาจากประชาชนที่แท้จริงเสียที...จุดยืน ไม่เคยเปลี่ยนน่ะ ทำเป็นไหม รากหญ้า แม้ไม่มีเงินทอง แต่เรามีศักดิ์ศรี ไม่มี "กลืนน้ำลายตัวเอง" "ว่าเขาอิเหนาเป็นเอง" อย่างแน่นอน นี่คือความสัตย์ที่หาได้ในรากหญ้าอย่างพวกเรา ไม่ใช่คน "กลืนน้ำลายตัวเอง" "ว่าเขาอิเหนาเป็นเอง" อย่าง...ไ.....อ้.........แน่นอน
พวกคนชั่วอย่างพวกเจ้าพ่อมาเฟี
พวกคนชั่วอย่างพวกเจ้าพ่อมาเฟียไปไหนมาไหนต้องมีคนคุ้มกันมากมาย เมืองไทยก็เพิ่งเห็นนายกคนนี้แหละที่ต้องคุ้มกันกันแบบเอิกเริกขนาดนี้แสดงถึงระดับความดีในตัวได้เป็นอย่างดี
เป็นอย่างไรบ้างในตำแหน่งนายกท
เป็นอย่างไรบ้างในตำแหน่งนายกที่กองทัพแต่งตัวให้หอมหวานดีไหมเป็นนายกไม่กี่เดือนสามารถสร้างศัตรูได้หลายๆล้านคนใช้ชีวิตปกติไม่ได้สมน้ำหน้าต่อไปนี้คอยดูชีวิตบันปลายของคนชื่ออภิสิทธิ์เพราะอะไรคงทราบดีเพราะที่มาของตำเหน่งที่ปล้นเขามาแบบไม่สง่างามไงเลยต้องคอยตอบแทนคุณทำอะไรเองไม่ได้มีแต่คอยชักใยรู้หรือยังว่าทำอะไรไปเป็นนายกที่เก่งที่สุดสามารถสร้างศัตรูทั้งในประเทศและต่างประเทศที่อยู่รอบบ้านพณฯพูดไม่ผิดเลยโชคดีของประเทศไทยทีได้นายกที่ชื่ออภิทธิ์ เวชชาชีวะ
ขอจองจานดาวเทียมด้วย 1
ขอจองจานดาวเทียมด้วย 1 จาน
ถ้ายอดจองมันสัก 20 ล้านจาน
มันติดกันทั่วประเทศ
อะไรจะเกิดขึ้น
จานต้องพ่นสีแดงด้วย
จะได้รู้กันไปเลยว่า
เหลือง หรือ แดง
แต่ที่แน่ๆ
บ้านสีเสาเขาจานสีเหลือง
เราอยากรู้จริงๆว่า
เราอยากรู้จริงๆว่า ใครเป็นผู้วางแผนตามล้างตามล่าอดีตนายก ตลอดสามปี เราคิดว่าลึกๆแล้วคงไม่ใช่รัฐบาลเท่านั้น แต่น่าจะเป็นกลุ่มบุคคลที่สั่งการมาอีกที ถ้าอย่างนั้นก็น่าจะทำเป็นวาระแห่งชาติระดมสรรพกำลังกำจัดให้สิ้นเรื่องสิ้นราวเสียที รัฐบาลที่บริหารมีปัญหากับประเทศต่างๆทั่วไป จะธำรงไว้ทำไม ประเทศชาติได้อะไรจาก Cabinet ชุดนี้ ยุบสภาลาออกเพื่อล้างไพ่ใหม่ก็น่าจะดี
อารักขา กลัวตาย ไม่ปลอดภัย
อารักขา กลัวตาย ไม่ปลอดภัย ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย ไปไหนไม่สง่างาม มีแต่ความหวาดระแวง ดูถูกประชาชน ยอมตกเป็นทาสรับใช้มารเฒ่า ไม่ยอมรับความจริง-ไม่อายใคร หน้าด้านเสียอย่าง บากหน้า อยู่ได้เป็นปี ความเป็นธรรมอยู่ที่ไหนใครรู้บ้าง
องคมนตรี-ทหาร-ตำรวจ-ผู้พิพากษา-อัยการ-หนังสือพิมพ์ -วิทยุ-โทรทัศน์-หลงผิด-ผิดหลง .ไม่รู้จักหน้าที่/ทำลายหลักนิติธรรม เหยียบย่ำกระบวนการยุติธรรม ปิดบังความจริง .ไม่น่าเชื่อว่ามือกฎหมาย นักวิชาการ ปัญญาชน จะพากันเขียนกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม ทำลายประชาธิปไตย ทำความเสียหายให้บ้านเมือง ทำให้พรรคการอ่อนแอ ทำให้รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ ยกเว้นการกระทำผิดของพวกที่กระทำการยึดอำนาจ ฉีกรัฐธรรมนูญ ล้มรัฐบาล ล้มรัฐสภา หมิ่นพระราชอำนาจ แย่งอธิปัตย์ของประชาชน .ไม่น่าเชื่อว่า ในทสวรรษนี้ยังจะมีคนเห็นดีเห็นงามกับคณะรัฐประหาร ไม่น่าเชื่อว่าคนกรุงเทพ ผู้มีความรู้ ผู้มีปัญญา มีสถานะทางสังคม เศรษฐกิจ ดีกว่าประชาชนในต่างจังหวัด จะมีเส้นผมบังตา มีปัญญามืดมัว ไม่รู้ว่าสิ่งใดดีสิ่งใดเลว สิ่งใดผิดสิ่งใดถูก สิ่งใดจริงสิ่งใดเท็จ ...พากันยกย่องคนเลว คนที่ดีแต่ปาก คนที่ดีแต่สร้างภาพ ตนทีดีแต่กล่าวหาว่าคนอื่นเลว และยกหางตนเองว่าดี มีศีลธรรม ซื่อสัตย์ ไม่คดโกง ไม่ซื้อเสียง ไม่ทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
บ้านเมืองจมปลักอยู่ในโคลนตมมาแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน คนกรุงเทพก็ยังแช่อบู่ในน้ำเน่า ยังคงหลงเชื่อคำโกหกของพวกพันธมารเจ๊กลิ้ม เจ๊กลอง ยังคิดว่าเฒ่าขันทีจงรักภักดีต่อองค์พระประมุข ยังพากันสนับสนุนจุนเจือเฒ่าลามก/ทหารสกปรก/อั้งยี่ผีบุญกะล่อน/ยี้ห้อยถ่อยอกตัญญู ที่ครอบงำนายกโฉดที่มีแต่อวิชชาผูกพยาบาทอาฆาตจองเวรไล่ล่าตามฆ่าทักษิณ บ่อนทำลายความสงบสุขของบ้านเมือง สร้างเรื่องเดือดร้อนให้ราษฎรไม่เว้นแต่ละวัน.
ไม่อยากเชื่อว่า เมื่อประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไม่เอานายกเปรตคนนี้ที่กำลังสร้างความวิบัติ เสื่อมเสียให้แก่ประเทศทั้งด้านภาพพจน์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม ความเที่ยงธรรม ความเสมอภาค สิทธิเสรีภาพของประชาชน ทำไมประชาชนจึงไม่อาจผลักดัน ขับไล่นายกจรรไร/เฒ่ามหาภัยได้. ผบ.เหล่าทัพกินเงินเดือนของประชาชน ไปหนุนการครองบัลลังก์อำนาจของพวกทรราชย์เหล่นี้ได้อย่างไร
สื่อ-ปัญญาชน-ต้องฟังเสียงประชาชน อย่าไปหนุนคนเลวครองบ้านกินเมือง อย่าไปเป็นหมารับใช้เฒ่าขันทีตัณหาจัดคนนั้น .ต้องกำจัดกวาดล้างเหล่าอธรรม์ ทั้งผู้นำทหาร/ตำรวจ กกต.ปปช.สตง.ศาลรัฐธรรมนูญ/ศาลปกครอง/ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาสำหรับนักการเมือง/อธิการบดี/ผู้นำสหภาพรัฐวิสาหิจ/พันธมารเจ๊กลิ้มเจ๊กลอง/กษิต/ประสงค์/ประสาร/ประเวศ/ประพันธ์/มีชัย/บวรศักดิ์/เจิมศักดิ์/สัก/วิษณุ/แก้วสรร/บุญจง/ยี้ห้อย/ชวรัตน์/นาม/สุรยุทธ์/ชาญชัย/อานันท์/ชัยอนันต์/ปองพล/สุทธิชัย/เทพชัย/เปรม/อภิสิทธิ์/ชวน/ถาวร/อลงกรณ์/อรรถพร/บุญยอด/สุเทพ/เทพไท/บุรณัชย์/วัชระ/สำราญ/พิเชษฐ์... ให้ออกไปจากสังคมไทย
-----------------------------
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สมัคร สุนทรเวช ได้จากโลกนี้ไปแล้ว ผมมีข้อมูล เพียงพอ
แต่นั้นแหละ ตลอดชีวิตคนเรานั้น มีทั้ง ด้านดี และ ร้าย ก็แล้วแต่ใครเป็นคนเห็น หรือใครเป็นคนมอง และมองในตำแหน่งที่ยืนอยู่ในที่ ตรงไหน
ตั้งแต่มีข่าวนี้ ในประชาไท ผมหลีกเลี่ยงที่จะไป วิวาทะ ด้วยข้อมูลด้วยประการทั้งปวง
เพราะ "คนตายแล้ว" เราได้แต่อโหสิกรรม กับ สิ่งที่เขาได้ทำในฐานูรูปที่ก่อไว้ในโลกนี้ ไม่ว่า เรื่องนั้น จะ ดี หรือ ร้าย ก็ตาม
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ปชป.แนะทักษิณขออโหสิกรรมเหยื่
ปชป.แนะทักษิณขออโหสิกรรมเหยื่อสมัยเรืองอำนาจ
จากประชาไท
ไอ้พรรคนี้ การเมืองลูกเดียว
ทำงานไม่เป็น
.............................
...................................ปลาร้า สู้ ๆ....................................
.......................................................................
................ปลาร้าปาเปื้อนเบนซ์..........ใบคา...................
......มันก็เหม็นคาวปลา......................ไป่สิ้น
......ประวัติอวิชชา............................เสียประ..วัตินา
.......รักศักดิ์รักศรีดิ้น.........................โดดหนีเน่าเสีย
................เรียนสูงสำเร็จสา................มารถมี
.......มากมายมาหมองศรี.....................เสื่อมเศร้า
.......สถาบันชื่อดี.............................อ็อกฟอร์ด...อื้อฮือ
.......แต่วิชาไต่เต้า............................ตกใต้เงาทะมึน
................เอาเก้าอี้ดีดี......................ตั้งโต๊ะ
.......เจรจาต้าอวยโอ๊ะ..........................เอาให้
.......กระทรวงทบวงโป๊ะ.......................เชะเชาะ...เจ๊าะแจ๊ะ
.......เกี้ยเซี้ยเฮียฮั้วไฮ้.........................ห้อยเทียนเหลาน่อ
................กินอิ่มนอนอุ่นไว้..................ไทยแลนด์
.......เทียวด่าฝ่ายอื่นแลน.......................ชั่วร้าย
.......ฝ่ายตัวฮั้วหิ้วhand........................ขึ้นห้อง ทหารฮา
.......อำนาจมือขวาซ้าย.........................อ้อกฟอร์ดเฝ้าสอน......
สาธุชนเป็นไงบ้างนี่มันลัวตายข
สาธุชนเป็นไงบ้างนี่มันลัวตายขนาดต้องใส่เสื้อเกราะ นั่นย่ิอมแสดงว่า ไอ้กราบือตัวนี้มันคงหวาดกล้วหรือไม่ก็จินตนาการแบบประเภทกินสลึงเมา100บาท
ทักขี้ไปใหญ่เเล้ว
ทักขี้ไปใหญ่เเล้ว นั่งสมาธิต่อชะตาใต้ต้นมหาโพธิ หุหุหุ ยุบหนอพองหนอ 76000ล้าน ยุบหนอพองหนอ ยุบหนอพองหนอ
ก็ต้องปล่อยไปตามยาถากรรมหละคร
ก็ต้องปล่อยไปตามยาถากรรมหละครับ หากเขารักดี มีระเบียบ มีกติกา มันก็คงไม่เป็นอย่างนี้ เสื้อเกราะอ่อน เกราะแก่ ไม่มีผลอันใดหรอก นอกจากหาคะแนนสงสาร แต่มันจะกลายเป็นคะแนนสมเพช เวทนา ซะมากกว่า คนดีใส่เสื้อเกราะ ทำงาน ปรากฏการณ์เหลือเชื่อ ที่เกิดในสังคมไทยขณะนี้ ไอ้ที่ว่าดี มันดีจริงเหรอ??????
เอาข้อมูลของแป๊ะลิ้มไปดูมั่งน
เอาข้อมูลของแป๊ะลิ้มไปดูมั่งนะ
สนธิลิ้มที่คุณไม่รู้จัก - สดุดีความรักชาติของอดีตราชามีเดียของเอเซียอาคเนย์
The Unspoken Patriotism of Former Media King of Southeast Asia
เงินของสาวกผู้จงรักภักดี-พร้อมกับกิจกรรมการเมือง สนธิลิ้มได้จัดกิจกรรมสารพัดระดมทุนจากชาวพันธมิตรผู้จงรักภักดี ทั้งคอนเสิร์ต ขายข้าวสาร น้ำปลา ล่าสุดคือโกเต๊กซ์ ผู้จงรักภักดีบางคนที่หาดใหญ่ยอมขายตึกแถวเพื่อมอบเงินให้สนธิไปกู้ชาติ สถานะล่าสุดของสนธิคือหัวหน้าผู้ก่อการร้ายคดียึดสนามบิน ซึ่งครบรอบ1ปีในวันที่25พ.ย.นี้ แต่เขากับหัวโจกผู้ก่อการร้ายยังหนีหมายเรียก ไม่ยอมเข้ามอบตัวกับตำรวจแต่อย่างใด โดยต้องแลกกับการที่เขาก็ต้องสงบปากสงบคำกับเนรวิน ซึ่งเป็นลูกพี่ของตำรวจที่คุมคดีก่อการร้ายยึดสนามบินแบบห้ามเฉียดเนรวินเลยทีเดียว
นครลอสแองเจลิส (ข่าว VNN) - 22 พฤศจิกายน 2552 - เมื่อ ๓๐ ปีที่แล้ว นาย พอล สิทธิอำนวย ซึ่งได้อาศัยฝีมือของนายสนธิ ลิ้มทองกุล
ทำให้สามารถสร้างธุรกิจระดับ ๒๐๐๐ ล้าน โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่หลังจากที่นายพอลต้องฝ่าพายุธุรกิจ ผันตัวเองมาลี้ภัยอยู่ในอเมริกา นายสนธิ ต้องอาสารับภารกิจมีเดียต่อจากนายพอลในฐานะทายาท จากนั้นเป็นต้นมา นายสนธิได้สถาปนาตัวเองอย่างรวดเร็ว กลายเป็นราชาแห่งมีเดียของเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ (Media King of Southeast Asia)
กิจการมีเดียของนายสนธิเจริญขึ้นเรี่อยๆ มีทั้งหนังสือพิมพ์ แมกกาซีน รายการวิทยุและโทรทัศน์ทั้งในและนอกประเทศ จนเป็นที่ประทับใจของนักธุรกิจที่อยู่ในวงการมีเดียเป็นอย่างมาก จะขอกู้เงินจากธนาคารก็มักจะไม่มีปัญหา
สมัยนั้น นายสนธิมีเครดิตมากขนาดซื้อกิจการทุกอย่างที่ขวางหน้าได้ ไม่ว่ามีเดียไหน วิสัยทัศน์ทางธุรกิจมีเดีย คือ การเข้าไปมีชี่อเป็นเจ้าของกิจการมีเดียทุกประเภท เพื่อนายสนธิจะได้เป็นเจ้าพ่อสื่อได้ในที่สุด
และที่สำคัญที่สุด ในฐานะที่เป็นคนไทย ตัวเขาเองไม่เคยลืมตอบแทนบุญคุณของแผ่นดินเกิด การเข้าครอบครองสื่อต่างๆเหล่านี้ เขาถือว่า เป็นการประชาสัมพันธ์สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไืทย โดยประเทศไทยไม่ต้องเสียเงินไปจ้างบริษัทเอเยนซี่ใดๆ
ตัวอย่างที่ดังที่สุด คือการซื้อแมกกาซีนอเมริกันที่มีฐานในนิวยอรค์และลอส แอนเจลสีส ชื่อ Buzz Magazine ทั้งๆที่เป็นแมกกาซีนที่จะเจ๊งอยู่แล้ว
แต่ด้วยวิสัยทัศน์ของนายสนธิ ที่อยากเห็นคนไทยเป็นเจ้าของแมกกาซีนฝรั่ง และเห็นประโยชน์เชิงประชาสัมพันธ์ที่จะเกิดแก่ประเทศไทย ก็เลยแสดงความใจป้ำ ซื้อด้วยราคาที่สูงลิ่ว คือ ในราคา ๑๖๐๐ ล้านบาท หรือ ๔๐ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งคนขายถึงกับงงในกลยุทธที่แนบเนียนของนายสนธิ
วงการธุรกิจมีเดียแทบไม่เชื่อกับตา เพราะโฆษณาขายแมกกาซีนนี้มานาน แต่ไม่มีหน้าไหนมี “gut” เท่าคนไทย นับว่า เป็นวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของนายสนธิ
ยังจำได้ว่า ตอนเปิดตัวเจ้าของ Buzz ใหม่ ผมได้ถูกเชิญไปร่วมงานเลี้ยงที่โรงแรมหรูใน Beverly Hills ได้เห็นนายสนธิเดินชนแก้วบั่นรีไวน์กับนักธุรกิจมีเดียระดับโลกในแอลแอด้วยความโก้หรู
แต่น่าเสียดาย แค่หนี่งปีสองเดือน Buzz ก็ต้องปิดกิจการ เพราะขาดกระแสเงินสดจ่ายให้กับพนักงานฝรั่งทั้งหลาย หลังจากพยายามจะขายต่อให้คนอื่น แต่ไม่มีใครมี “gut” ทางธุรกิจ(เหมือนนายสนธิ) ที่จะเสนอหน้ามาซื้อ
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องที่เกินความคาดหมายของนักธุรกิจระดับโลกอย่างนายสนธิ เพราะตั้งแต่ตอนเข้าซื้อกิจการ นายสนธิได้ ”โปรแกรม” การปิดกิจการนี้ไว้แต่ต้นแล้วแล้ว
ด้วยความมีน้ำใจรักชาติของนายสนธิ นายสนธิสำนึกเสมอว่า สุดท้ายแล้ว เงิน ๑๖๐๐ ล้านบาทที่นำมาซื้อกิจการนี้ เพียงแค่การประชาสัมพันธ์ประเทศไทยในระดับโลก ก็คุ้มค่าแล้ว นายสนธิจึงมองเป็นกุศโลบายว่า เงิน ๑๖๐๐ ล้านบาทนี้ ว่าที่จริงแล้ว ก็มาจากแบงก์ไทย
ดังนั้น จึงถือว่า คนไทยทุกคน มีส่วนร่วมเป็นหุ้นส่วน ในการเทคโอเวอร์ระดับโลกครั้งนี้ด้วย คนไทยทุกคนจึงน่าจะภาคภูมิใจอย่างยิ่ง
สรุปคือ ภาษีของคนไทยน้อยนิดที่ถูกนำไปโอบอุ้มหนี้เสียเหล่านี้ เทียบไม่ได้กับชื่อเสียงระดับโลกที่นายสนธิได้ทำให้แก่ประเทศไทยนั่นเอง
นายสนธิ ถือว่า เป็นคนสนับสนุนและช่วยให้คุณทักษินเป็นนายกรัฐมนตรี แต่น่าเสียดายที่ นายกทักษิณไม่เคยสำนึกถึงบุญคุณคน ไม่ยอมรักษาคำพูดที่เป็นข้อตกลงว่า เมื่อได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว จะร่วมเป็นหุ้นส่วนกอบกู้ชาติกับนายสนธิ กล่าวคือ ไม่ยอมแต่งตั้งคนสนิทของนายสนธิตามข้อตกลงเบื้องต้น
มิฉะนั้นแล้ว หนี้ ๖๐๐๐ ล้านบาทของนายสนธิ คงจะได้รับการปรับลดจนเหลือแค่ ๓๐๐ ล้านบาท ซึ่งจะทำให้กิจการของนายสนธิฟื้นตัว และส่งผลพวงเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยในที่สุด
น่าอนาจที่คนอย่างนายกทักษิณ ที่คนยกย่องว่า มีวิสัยทัศน์นักธุรกิจที่ดี กลับตอบปฎิเสธทันทีอย่างไม่มีเยื่อไย โดยอ้างเพียงว่า เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ทั้งๆที่นายกทักษิณรู้ว่า การผิดกฎหมายในกรณีนี้ อาจส่งผลเป็นลูกโซ่ ช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจไทยกลับให้ฟูเฟื่องฟองสบู่แบบเดิมได้อีก
อย่างนี้แล้ว นายทักษิณจะอ้างว่า ตัวเองรักชาติได้อย่างไร
หลังจากนั้นมา ในฐานะที่เป็นคนไทยผู้รักชาติ นายสนธิก็ตั้งความมุ่งมั่นว่า คนซึ่งไม่รักชาติและขาดวิสัยทัศน์เชิงธุรกิจเช่นนี้ ไม่สมควรเป็นนายกรัฐมนตรีไทยอีกต่อไป จึงยอมสละทุกสิ่งทุกอย่าง มาเป็นแกนนำพันธมิตร และพร้อมจะทำทุกอย่าง เพื่อให้นายกทักษิณออกจากตำแหน่งให้ได้
โดยพร้อมสนับสนุนผู้นำรุ่นใหม่ อย่าง นายอภิสิทธิ ซึ่งแม้จะขาดประสบการณ์ด้านธุรกิจ แต่ก็เหมือนผ้าขาว ย่อมง่ายต่อการฟูมฟัก ให้มีวิสัยทัศน์ร่วมกับวิสัยทัศน์ของนายสนธิได้
พันธกิจที่สำคัญอันดับแรก คือ ต้องมาช่วยกันสลายหนี้ก้อนโตในวงการธุรกิจ ซึ่งถ้าทำได้ จะถือเป็นการกู้้ชาติที่ยิ่งใหญ่ ทำให้นักธุรกิจที่ล้มละลาย (เพราะการโจมตีค่าเงินบาทจากต่างชาติในปี ๑๙๙๗) ได้กลับมามีส่วนร่วมในการสร้างชาติไทยอีกครั้ง
ตัวเขาเองยอมรับว่า ศึกครั้งนี้มีเดิมพันใหญ่หลวงนัก เพราะถ้าทักษิณได้กลับมาอีกครั้ง เขาอาจต้องหนีไปอยู่อเมริกา อย่างไรก็ตาม เขาพร้อมจะเผชิญความยากลำบากของชีวิตในบั้นปลายที่อเมริกา (ถ้านายพอลเจ้านายเก่าของเขาสามารถทนใช้ชีวิตลำบากอยู่ในอเมริกาได้ เขาก็ย่อมทนอยู่ได้เช่นกัน)
ดังนั้น กิจกรรมกู้ชาติและภาษีของประชาชนจึงต้องมาก่อนเสมอ!
ชีวิตวัยเยาว์
นายสนธิ ลิ้มทองกุล มีชื่อจีนว่า “โกตั้บ แซ่ลิ้ม” เกิดเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2490 ระหว่างศึกษาอยู่ที่สหรัฐฯ เพื่อนฝูงมักเรียกนายสนธิว่า “SONDY” ภายหลังสำเร็จการศึกษา นายสนธิเดินทางกลับประเทศไทย เมื่อปี 2516 และแต่งงานกับผู้ช่วยศาสตราจารย์จาก มศว.ประสานมิตร แต่ปัจจุบันแยกกันอยู่
ส่วนพ่อของนายสนธิ คือ คนจีน เป็นทหารสังกัดกองร้อย หวางฟู่ ในกองพล 93แห่งพรรคก๊กมินตั๋งของประธานาธิบดี เจียงไคเชค แต่ถูกกองทัพประชาชน ของเหมาเจ๋อตง ตีรุกจนถอยมาติดชายแดนจีนตอนใต้ยันชายแดนพม่า
กองพล 93 มีชื่อเสียงมากเพราะ ซีไอเอ ของอเมริกันเลี้ยงไว้ ต่อต้านคอมมิวนิสต์ ให้อาหารและอาวุธ ต่อมาทหารจีน ช่วยคนท้องถิ่นปลูกฝิ่น มีรายได้อีกทางหนึ่ง แต่พ่อของนายสนธิ ชื่อ เชียรหนีทหารลอบเข้าชายแดนไทย แล้วลงมาอยู่กรุงเทพทำหนังสือพิมพ์จีน รับเรี่ยไรเงินส่งไปช่วยพรรคก๊กมินตั๋ง นายเชียร จึงพ้นโทษที่หนีทหารภายหลัง นายเชียร ร่ำรวย แล้วทั้งพ่อและแม่ถูกฆ่าตายอย่างลึกลับ(มีข้อกล่าวหากันว่าอาจเกี่ยวข้องกับการโกงเงินเรี่ยไรไม่ส่งให้ก๊กมินตั๋ง)
นายสนธิเข้าทำงานเป็นบรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์ประชาธิปไตยเมื่ออายุเพียง 27 ปี นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับ นายพร หรือ พอล สิทธิอำนวย ตั้งบริษัท Advance Media ในเครือพีเอส กรุ๊ป ออกนิตยสารดิฉัน แต่ประสบกับภาวะขาดทุน จึงขายให้กับ นายปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา
เมื่อครั้งนายสนธิ ลิ้มทองกุล ทำงานที่ นสพ.ประชาธิปไตยนั้น นายสนธิรู้จัก นายพร สิทธิอำนวย (เรียกชื่อฝรั่งว่า นายพอล = Paul) ทำงานธนาคาร แล้วมีธุรกิจส่วนตัว ทำนิตยสาร
ต่อมานายพอล สิทธิอำนวยถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับการโกงเงินธนาคาร 2 พันล้านบาท หนีไปอยู่อเมริกา ก่อนหนีไปได้โอนกิจการพิมพ์ให้ นายสนธิ ลิ้มทองกุล เท่ากับนายสนธิได้สมบัติฟรี ๆ เป็นของส่วนตัวทำหนังสือต่อจนมีฐานะดี สามารถกู้หนี้ยืมสินธนาคารด้วยเครดิตสูง
แต่แล้วนายสนธิ ก็กลับมาโดดเด่นอีกครั้งด้วยการตั้ง บริษัท ตะวันออกแมกกาซีน ออกหนังสือผู้จัดการรายเดือน เมื่อปี 2526 และผู้จัดการรายสัปดาห์ จากความสำเร็จ ในการเป็นหนังสือแนวธุรกิจชั้นนำ ของผู้จัดการรายเดือนและรายสัปดาห์ ทำให้นายสนธินำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อปี 2533 พร้อมกับออกหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวันตามมาเข้า
ผูกขาดขาย Nokia แต่เพียงผู้เดียว
ต่อมานายสนธิสามารถเข้าเทคโอเวอร์ บริษัทลูกของปูนซีเมนต์ไทย ก็คือบริษัท เอสซีทีคอมพิวเตอร์ จำกัด บริษัทไมโครเนติก จำกัด และบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็นจิเนียริ่ง (ไออีซี) จำกัด ซึ่งต่อมาบริษัท ไออีซี เป็นบริษัทที่ทำกำไรให้กับนายสนธิอย่างต่อเนื่องเนื่องจาก บริษัท ไออีซี เป็นบริษัทผูกขาดการขายโทรศัพท์มือถือยี่ห้อโนเกีย ระบบเซลลูล่า 900 แต่เพียงผู้เดียว
ลงทุนดาวเทียมลาวสตาร์ในลาว
นายสนธิ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแต่การทำธุรกิจสิ่งพิมพ์ในประเทศเท่านั้น เขายังได้ขยายตัวออกไปลงทุนทำหนังสือพิมพ์ “เอเชียไทม์” โดยตั้งฐานผลิตที่ฮ่องกงอีกด้วย พร้อมกับเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เป็น บริษัท แมเนเจอร์มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็ม กรุ๊ป เมื่อ 22 พ.ย. 2537 เพื่อเป็นศูนย์กลางในการบริหารงานบริษัทในเครือ
จากนั้นเริ่มขยายไปสู่วงการโทรคมนาคมในต่างประเทศ เข้าไปลงทุนในโครงการดาวเทียมลาวสตาร์ ชื่อบริษัท ABCN ที่เป็นบริษัทในเครือ ซึ่งได้รับสัมปทานจากประเทศลาว พร้อมๆ กับเริ่มรุกทำกิจการโรงแรมในลาว และร้านอาหารในจีน
จากการขยายตัวอย่างไร้ทิศทาง การพยากรณ์ธุรกิจอย่างผิดพลาดนำมาสู่สภาพธุรกิจที่ตกต่ำ นับตั้งแต่ปลายปี 2539 ทำให้นายสนธิต้องขายธุรกิจในเครือ เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ รวมทั้งโครงการดาวเทียมลาวสตาร์ที่ขายให้กับกลุ่มยูคอม
แต่นายสนธิยังมีหนี้สินอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะเมื่อ พ.ย. 2542 ธนาคารนครหลวงไทย ได้ยื่นฟ้องนายสนธิ และบริษัท เอ็ม กรุ๊ป ให้เป็นบุคคลล้มละลาย เพราะไม่สามารถชำระหนี้ให้กับธนาคารได้จำนวน 150 ล้านบาท จนกระทั่งศาลได้มีคำสั่งให้นายสนธิ และบริษัท เอ็ม กรุ๊ป เป็นบุคคลล้มละลายไปในที่สุด
ปัจจุบันนายสนธิ ยังคงเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ในการบริหารหนังสือพิมพ์ ในเครือที่เหลือเพียง 3 ฉบับ คือ ผู้จัดการรายเดือน ผู้จัดการรายสัปดาห์ และผู้จัดการรายวัน ซึ่ง นายสนธิ ถือว่าเป็นหัวใจหลัก ที่จะต้องคงไว้ และดำเนินการต่อไป แม้จะไม่มีตำแหน่งใดๆ แล้ว
นายสนธิ มีเครือข่ายความสนิทสนม กับบุคคลในกลุ่มนักการเมือง นักธุรกิจ นักวิชาการ และข้าราชการจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ นายศิรินทร์ฯ และนาย ธารินทร์ฯ โดย นายสนธิ ได้รับความช่วยเหลือด้านเงินกู้จาก ธนาคารกรุงไทย เพื่อมาพยุงฐานะธุรกิจตลอดเวลา ในช่วงที่นายศิรินทร์ เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ โดยเมื่อ พ.ย. 2542
บริษัท Price water house Coopers ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาที่ธนาคารกรุงไทยว่าจ้าง มาปรับปรุงโครงการ ตรวจสอบภายใน ระบุว่า บจ.เอ็ม กรุ๊ป มีหนี้สินอยู่กับธนาคารกรุงไทย จำนวน 2,123 ล้านบาท เป็นหนี้เสีย (NPL) เพราะเป็นการปล่อยสินเชื่อ โดยอาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัว ทั้งที่ไม่มีหลักทรัพย์ใด ๆ มาค้ำประกัน
เปลือยธารินทร์
ต่อมาไม่นานนัก นายสนธิ จึงได้เขียนบทความต่าง ๆ รวมทั้งออกหนังสือชื่อ“เปลือยธารินทร์” โจมตีการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และเรื่องส่วนตัวของ นายธารินทร์ฯ อยู่โดยตลอดมา จนเป็นข้อสงสัยต่อสาธารณชน อาจจะเป็นเรื่องไม่พอใจที่ นายธารินทร์ ไม่ยอมช่วยเหลือแก้ไขปัญหาทางธุรกิจให้ กระนั้น นายสนธิ ก็ยังมีความสัมพันธ์กับ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน
เนื่องจากอดีตภรรยาของนายสนธิเป็นญาติของนายบัญญัติ ทั้ง นายสนธิ กับ นายบัญญัติ เคยลงทุนทำธุรกิจโรงแรมด้วยกันที่ประเทศลาว ปัจจุบันมีการพบปะแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันเป็นประจำ
ลงทุนทำโรงแรมที่ลาวร่วมกับบัญญัติ บรรทัดฐาน
ระหว่างช่วงสมัยรัฐบาลชวน 2 นายสนธิ มีความใกล้ชิดสนิทสนม กับ นายธารินทร์ มาก่อน ตอนแรกก็ดีกัน แต่ต่อมาเกิดความขัดแย้งระหว่างกันอย่างรุนแรง โดยนายสนธิ อ้างว่าเป็นความขัดแย้งกันทางความคิดในการแก้ปัญหาวิกฤติ เศรษฐกิจของประเทศ
จากนั้นจึงพุ่งเป้าโจมตี นายธารินทร์ อย่างรุนแรงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 2 ปี หลังของรัฐบาลชวน 2 ทั้งผ่านทางวิทยุ และหนังสือพิมพ์ต่าง ๆในเครือผู้จัดการ โดยใช้ชื่อว่า พายัพ พนาสุวรรณ มีการทำเทปออกขาย ปรากฏความตอนหนึ่งว่า นายสนธิ กล่าวหา นายธารินทร์ ว่า กระทำการอันเป็นการหมิ่นพระบรมราชานุภาพ ทำให้นายธารินทร์ต้องฟ้องร้องนายสนธิในข้อหาหมิ่นประมาท เรื่องยังอยู่ในศาลจนถึงปัจจุบันนี้
เกาะรัฐบาลทักษิณ ๑
ขณะที่ในช่วงรัฐบาล ทักษิณ 1 เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยแรกนั้น ก็ได้ดึงเอานายสนธิมาร่วมงานด้วย เพราะเขารู้จักกับคนในรัฐบาลหลายคน
ต่อมาในช่วงรัฐบาล ทักษิณ 2 เกิดการขัดแย้งระหว่าง นายสนธิ กับ รัฐบาลอย่างรุนแรง สาเหตุที่แท้จริงไม่ทราบว่าด้วยเรื่องอะไร แต่บางคนอ้างว่า เพราะ นายสนธิ ลงทุนไปซื้ออุปกรณ์ในการทำโทรทัศน์เสรีมาแล้ว เป็นพันล้านบาท แต่กลับไม่ได้ช่องมาทำ ก็เลยหันมาโจมตี พ.ต.ท.ทักษิณ ในแบบเดียวกันกับที่เคยโจมตีนายธารินทร์สำเร็จมาแล้ว
ฟอกเงินที่หมู่เกาะเวอร์จินไอส์แลนด์
ไม่เพียงเท่านั้น ข้อสงสัยประการสำคัญ ที่มีต่อ นายสนธิ กับหมู่เกาะในสหรัฐอเมริกาที่ขึ้นชื่อ ในประเด็นที่ถูกมองว่าเป็นหมู่เกาะของนักฟอกเงินนั่นคือ หมู่เกาะ The British Virgin Island
มีหลายฝ่ายต่างแฉข้อมูลของ นายสนธิ จนกลายเป็นข้อกล่าวหา ที่สาธารณชนจะต้องนำมาเป็นฐานข้อมูลในการพิจารณาด้วยเช่นกัน ประเด็นกล่าวหา นายสนธิ มีอยู่ว่า ไปจดทะเบียนบริษัท Manager International Holding Company Limited ที่หมู่เกาะ The British Virgin Island นี้ด้วยเงินเพียงแค่ 1,000 เหรียญสหรัฐ แต่กลับนำมาขายให้ บริษัท เมเนเจอร์ มีเดีย (มหาชน) ซึ่งเป็นของผู้ถือหุ้นทุกคน ด้วยเงินถึง 7,228,000 เหรียญสหรัฐ
ประเด็นก็คือส่วนต่าง 200 ล้านบาทนี้ หายไปอยู่กระเป๋าใครนอกจากนั้น เงินที่บริษัทเมเนเจอร์ให้บริษัทนี้ยืมไปอีก 700 ล้านบาท หายไปไหนข้อสงสัยจนกลายเป็นข้อกล่าวหาต่อมา คือทำไมมีการเปิด บริษัทส่วนตัว ที่ชื่อ เวิลด์ไวด์ มีเดีย ซึ่งก็ตั้งอยู่บนถนนพระอาทิตย์ เพื่อรับเงินค่าโฆษณาแทนบริษัทมหาชน และทำไมบริษัทนี้ ไม่ยอมจ่ายเงินคืนให้ บริษัทซึ่ง เป็นของมหาชน ทั้งที่รับเงินมา 2-3 ปี แล้ว
ข้อกล่าวหาอีกประเด็นหนึ่งคือ เหตุใด บริษัท เมเนเจอร์ มีเดีย (มหาชน) ถึงยังให้ บริษัทนี้หาโฆษณาและรับเงินแทนอยู่ ทั้งที่ก็รู้ว่า บริษัทนี้ ยังไม่โอนเงินเข้า บริษัท เมเนเจอร์ฯ มาเป็นปีแล้ว เงิน ๗๐๐ ล้านหายไปไหน
นอกจากนั้น ทำให้เกิดข้อสงสัยตามมาว่า ทำไมบริษัทเมเนเจอร์ มีเดีย ถึงนับยอดรายได้โฆษณาที่น่าจะได้จาก บริษัท เวิลด์ไวด์ มีเดีย เป็นหนี้ที่สงสัยจะสูญในทันที
จนมีผลทำให้ผลประกอบการรวมของบริษัท เมเนเจอร์ มีเดีย ซึ่งควรจะเป็นกำไร กลายเป็นขาดทุน จนเป็นที่มาของข้อสงสัยกรณี ผู้ตรวจสอบบัญชีที่ บริษัท เมเนเจอร์ มีเดียจ้างเอง ไม่ยอมเซ็นรับรอง บริษัทเมเนเจอร์ มีเดีย หลายไตรมาสติดต่อกัน
เจิมศักดิ์แฉลดหนี้จาก ๒๐,๐๐๐ ล้านเหลือ ๖,๐๐๐ ล้าน
อีกประเด็นหนึ่งที่เป็นข้อสงสัยตลอดมา คือ ประเด็นหลังจากที่นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง และกลุ่มเนชั่นออกมาปูดข่าวว่า รัฐบาลทักษิณ ช่วยลดหนี้ของกลุ่มผู้จัดการ จาก 20,000 ล้านบาท เหลือแค่ 6,000 ล้านบาท ในปี 2545 แล้วนายสนธิ และ กลุ่มผู้จัดการ ได้รับการลดหนี้จากสถาบันการเงินของรัฐอีกกี่ครั้ง
ต่อมานายสนธิออกมาปฏิเสธว่า กลุ่มผู้จัดการมีหนี้อยู่ในขณะนั้น 8,000 กว่าล้านบาท ไม่ใช่ 20,000 ล้านบาทตามที่นายเจิมศักดิ์กล่าวหาในยุคหนึ่ง
ขณะที่นายวิโรจน์ นวลแข ทำงานที่ธนาคารกรุงไทยมีข้อกล่าวหาว่า ทำไม นายสนธิ ถึงได้รับการลดหนี้ที่เคยลดมาแล้วอีกจาก 1,421.73 ล้านบาท เหลือเพียงแค่ 259 ล้าน บาท และทำไม ธนาคารกรุงไทย ถึงขนาดยอมให้ นายสนธิ ไม่ต้องจ่ายคืนเป็นเงินสด โดยยอมกระทั่งให้ใช้ คืนเป็นค่าโฆษณา ราคาแพง จนเราได้เห็น โฆษณาชุดผู้ใหญ่ลี ที่มีค่าแอร์ไทม์ครั้งละ หลายแสนบาทอย่างถี่ยิบ จนเป็นคำถามว่า ธนาคารของรัฐ อย่างธนาคารกรุงไทยมีความจำเป็นต้อง โฆษณา ตัวเองกับสื่อของ นายสนธิ แค่ที่เดียว เป็นร้อย ๆ ล้านบาทเลยหรือ (จากข้อมูลที่กลุ่มผู้จัดการทำส่งให้ตลาดหลักทรัพย์ ในปี 2547 ดูข้อมูลได้ที่ตลาดหลักทรัพย์)
ปลุกระดมมวลชนเพื่อแก้วิกฤตการเงินของตัวเอง
ตายเป็นตายเจ๊งเป็นเจ๊ง-สนธิลิ้มถึงกับผงะขณะมีการยิงระเบิดลงหลังเวทีพันธมิตรเมื่อ15พ.ย.ที่ผ่านมา และรวบรัดจบการปราศรัยใช้เวลาเพียง15นาที ขณะที่ผู้สนับสนุนเขาเจ็บระนาว12รายจากเหตุระเบิด
ด้วยข้อสงสัยและข้อกล่าวหาหลายประการ จึงนำมาสู่ประเด็นที่ว่า การที่ นายสนธิ ออกมาปลุกระดมมวลชนอย่างเอาเป็นเอาตาย สาเหตุเบื้องต้น เกิดจากกลุ่มผู้จัดการกำลังเกิดวิกฤติทางการเงิน ซึ่งถ้าไม่ได้อำนาจรัฐหรือกลุ่มทุนเข้าช่วยเหลือ อาจถึงขั้นปิดตัวเองเลย ใช่หรือไม่
และอะไรที่ทำให้นายสนธิ อุทานว่า ตายเป็นตาย เจ๊งเป็นเจ๊งประเด็นที่เป็นเงื่อนตาย ที่ยากจะปลดล็อก คือ กรณีคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ออกกฎมานานแล้วว่า จะถอดถอนบริษัท ซึ่งอยู่ในหมวดฟื้นฟูของตลาดหลักทรัพย์ และมีหุ้นส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบออกจากตลาดหลักทรัพย์ ภายในเดือน มีนาคม 2549 รวมถึงประเด็น ศาลล้มละลายกลาง ได้ยินยอมขยายเวลาแผนฟื้นฟู ของ บริษัท เมเนเจอร์ มีเดีย ออกไปจากเดิมสิ้นสุด วันที่ 26 กรกฏาคม 2548 กลายเป็นสิ้นสุดวันที่ 3 สิงหาคม 2549 เพื่อให้บริษํท เมเนเจอร์ มีเดีย หาผู้ร่วมทุนใหม่มูลค่า 350 ล้าน บาทให้ได้ทันตามกำหนด
ถ้ากลุ่มผู้จัดการหาเงินเพิ่มทุน 350 ล้าน บาท ไม่ได้ภายในเดือน มีนาคม หรือไม่มี อินไซเดอร์ ใน ก.ล.ต.ให้เปลี่ยนแปลงหรือผ่อนผันกฎ บริษัท เมเนเจอร์ มีเดีย มีสิทธิจะโดนถอดออกจากตลาดหลักทรัพย์ถ้ายังไม่ได้เงินก่อนเดือนสิงหาคม และศาลไม่ยินยอม ให้ขยายเวลาแผนฟื้นฟูบริษัทอีก บริษัท เมเนเจอร์ ก็อาจจะต้องปิดตัวเองลงภายในปีนี้จึงเป็นที่มาของคำว่า “ตายเป็นตาย” ของนายสนธิ
Net Assets of Sondhi
ยอดหนี้สินที่พอรวบรวมได้ นายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นหนี้ 6,687 ล้านบาท,
กู้เงินจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการกว่า 300 ล้านบาท
กู้ธนาคารกรุงไทย 495,080,556.13 ล้านบาท
กู้ธนาคารกสิกรไทย 30,791,780.82 ล้านบาท
กู้ธนาคารเอเซีย 741,728,446.00 ล้านบาท
กู้ธนาคารกรุงไทย 900,978,279.31 ล้านบาท
กู้ธนาคารไทยธนาคาร 431,419,178.07 ล้านบาท
กู้ธนาคารดีเอสบี (ไทยทนุ) 64,621,463.90 ล้านบาท
กู้กฟผ. 63 ล้านบาท
ที่มา : ไทยอีนิวส์
ไม่เอาโกเต็กซ์ปลุกเสกของจานลิ
ไม่เอาโกเต็กซ์ปลุกเสกของจานลิ้มมาแขวนคอไว้ละ
ขลังมากนะ แึคล้วคลาด ปลอดภัย โดนร้อยกว่านัดยังรอดได้
ผ่านการพิสูจน์มาแล้วนะท่านนาโย๊ก
นายกหลายคนต้องใส่เสิ้อเกราะ
นายกหลายคนต้องใส่เสิ้อเกราะ เพื่อความปลอดภัย แต่ไม่เห็นต้องประกาศว่านี่ฉันใส่เสื้อเกราะอ่อนน่ะ ไอ้มาร์คหน้าหมีมันตั้งใจโชว์แม่ยกว่าชีวิตมันไม่ปลอดภัย ขอคะแนนสมเพท ตอนนายกทักษิณไปใต้ไม่ได้ก็บอกไม่สมควรเป็นนายกคนเพราะไม่สามารถเดินทางทั่วไทยได้ ตอนนี้เด็กมาร์คยิ่งกว่าซะอีกเดินทางต้องมีทหารคุ้มกันหนา แล้วโชว์ว่าใส่เกราะ (ทุเรศ) อย่างมันยังสมควรเป็นนายกประเทศไทยอีกหรือ อีตุ้ดแก่อีกตัวไปไหนไม่ได้เหมือนกัน มันคงใส่เกราะอ่อนด้วยนั้นแหละ ถ้าให้ดีโชว์ด้วยซิว่า อะฮันต้องใส่เกราะอกเหมือนกันฮะ
ขอชม the other หน่อย
ขอชม the other หน่อย โพสท์ข้อความสั้นๆจะมีคนอ่านมากกว่ากน้ำท่วมทุ่ง แต่เนื้อหาไม่เกี่ยวกับกระทู้เลยสักนิดเดียวจากf พัฒนาขึ้นเป็นd
เสื้อแดงเขาไม่ยิงทิ้งหรอกครับ
เสื้อแดงเขาไม่ยิงทิ้งหรอกครับเปลืองกระสุน...เก็บไว้ยิงหมาดีกว่า เพราะมันก็แค่หุ่นเชิด!!! อย่างดีก็โดนปาขี้ใส่ หรือไม่ก็ปลาร้า.....เกาะก็เกาะเหอะจะแข็งจะออ่นไงก็ต้องถอดทิ้ง!!! จริงอ่ะเปล่าคนเสื้อแดงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ผู้นำเมืองสารขัณฑ์ไม่รู้เลยหร
ผู้นำเมืองสารขัณฑ์ไม่รู้เลยหรือว่าผู้คนทั่วไปเขารังเกียจไม่ศรัทธา จะทนบริหารบ้านเมืองอยู่ไปทำไม ควรวางแผนลาออกหรือยุบสภา อยู่ไปก็เหมือนกับเป็ดง่อย พวกกุนซือหรือลิ่วล้อของผู้นำเปิดอินเตอร์เนตดูบ้างว่าผู้คนเขารังเกียจพฤติกรรมอย่างไร ควรแนะนำให้ลงจากอำนาจที่ชักใยโดยพลัน
.............................
...................................อภิสิทธิ์ สู้ ๆ ...................................
...........มาละเวย มาละวา อภิสิทธิ์ สู้ ๆ. อภิสิทธิ์ สู้ตายๆๆ
.......................................................................
................ปลาร้าปาเปื้อนเบนซ์..........ใบคา...................
......มันก็เหม็นคาวปลา......................ไป่สิ้น
......ประวัติชั่วโฉดเขลา...................ปากพล่อย เสีย ประ..วัตินา
.......ไร้ศักดิ์ไร้ศรีดิ้น.........................โดดหนีไข่เน่าไข่เสีย
................เรียนสูงสำเร็จสา................มารถบ่มี
.......มากมายมายาหมองศรี.....................เสื่อมเศร้า
.......สถาบันชื่อดี.............................อ็อกฟอร์ด...โอ้โฮ
......เก่ง.แต่วิชาไต่เต้า......................ใต้ฝ่าเท้าเผด็จการ โจร(พันธุ์)ทมิฬ
................เขย่งขึ้นเก้าอี้นายกฯ................ไอ้คุณเปรมจัดให้ ..
.......เกาะโพเดี้ยมต้าอวยเอ๋งๆ.................(หลอกสื่อ) เอาหน้าวันๆ
.......กระทรวงทบวงโป๊ะ.......................เชะโช้ะ...ช่วยเลีย
.......เกี้ยเซี้ยเฮียฮั้วไฮ้.........................ไข่ห้อยหัวร่อ (ฮาฮา)
................กินอิ่มนอนอุ่นไว้..................ไข่หมู หนูมาร์ค
.......เทียวด่าเทียวใส่ร้ายมัก...............ชั่วสื่อชอบ
.......ฝ่ายหัวหมู หิ้วสื่อสาว....................ขึ้นห้อง ร้องฮา
.......มาร์คหน้ามืด ตาบอดซ้ายขวา.........อ้อกฟอร์ดฤๅสอน......
ปล. อ่านบทกลอนของคุณธุลีดาวหาง ขอตามสนับสนุน
คงไม่ได้อารมณ์สุนทรีแบบต้นฉบับ ..อิอิ
เป็นห่วงแทบแย่....หนีไปเที่ยว
เป็นห่วงแทบแย่....หนีไปเที่ยวดูไบไม่ยอมชวนสาธุชนแถวนี้เลยนะคะ
คิดถึงมาก อยากใ้ห้รู้ :)
กันไว้ดีกว่า
กันไว้ดีกว่า เดี๋ยวมีการลงมือจริงๆ จะโยนกันให้วุ่น .....เสื่อมเสียชื่อเสียงประเทศด้วย ผู้นำถึงจะดีจะเลวยังไง ควรให้กระบวนการทางการเมืองจัดการ ไม่ควรใช้ความเป็นความตายมาตัดสิน อาจสะใจคนที่เกลียดชัง แต่ไม่แฟร์กับคนที่เขารักเขาชอบ นึกถึงใจเขาใจเรา
อภิสืทธิ์
อภิสืทธิ์ ฉลาดคิดฉลาดกู้.........ชูเอ้น
ยกให้เป็นประเด็น.................บอกกู้
พันธมิตรบ่อนทำลายเห็น.........เห็นอยู่ นาพี่
จะให้น้องบอกกู้...................เอ่ยอ้าง เหตุไหน
ไอ้ตัวซวยเฮงซวยเมื่อไหร่จะไปเ
ไอ้ตัวซวยเฮงซวยเมื่อไหร่จะไปเสียทีชาติบ้านเมืองซวยไปด้วยไอ้มาร์คเอ๋ย
ตอแหลแลนด์ ผู้พิทักษ์กฎหมาย
ตอแหลแลนด์ ผู้พิทักษ์กฎหมาย วางกำลังเพื่อคุ้มครองพลเมืองหนีทหารชื่อหมีน่าฮ้าก เจริญลงอย่างหาที่สุดมิได้จริงๆ ประชาชนในตอแหลแลนด์คงจะต้องพากันเสียภาษีที่ต้องจ่ายไปเป็นเงินเดือนให้กับสิ่งมีชีวิตจำพวกนี้ แทนที่จะเอาไปใช้จ่ายเพื่อประโยชน์สุขของพลเมืองที่ยังยากแค้นในตอแหลแลนด์แห่งนั้น น่าสงสารแทนจริงๆ
ยึดหลักการและเหตุผล
ยึดหลักการและเหตุผล มีความรักใคร่ สมัครสมานสามัคคี มีความเสียสละ โดยมิได้มี วาระซ่อนเร้น และ ผลประโยชน์แอบแฝงต่างๆ ทำเพื่อส่วนรวมกันจริง อย่างที่พุดกัน ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตน ทุกอย่างก็จะราบรื่น สงบสุข..
ยึดมั่นใน หลักศีลธรรม และ จริยธรรม
เมื่อมีศีล สมาธิ จากนั้น ปัญญาก้จะเกิด....