รายงานด้วยภาพ พิธีศพสมัคร สุนทรเวช: ความขัดแย้งตราบวาระสุดท้าย

วานนี้ 25 พ.ย. 2552 เป็นวันแรกของพิธีศพอดีตนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช โดยพระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์  มีบุคคลระดับสูงเข้าร่วมงานจำนวนมาก แต่ในทางหนึ่งพิธีศพก็เป็นโอกาสที่คนเสื้อแดงได้รวมตัวกัน  วีระ มุสิกพงษ์ และณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ เข้าร่วมพิธี พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ปรากฏตัวในช่วงสั้นๆ และก็ได้รับกาต้อนรับอย่างดีจากคนเสื้อแดงที่มาร่วมงานจำนวนมาก

ก่อนที่ผมจะไปถึง ตัวแทนของพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเดินทางไปเคารพศพถูกโห่และเดินทางกลับอย่างรวดเร็ว เนวิน ชิดชอบปราฏตัวขึ้นตอนที่ผมเริ่มรู้สึกอยากจะกลับ การปรากฏตัวของเนวินสร้างความประหลาดใจและความไม่พอใจให้กับผู้ร่วมงานจำนวนมาก  บรรยากาศเริ่มตึงเครียด ใกล้จบพิธี มีทหารตั้งแถวกั้นระหว่างกลุ่มคนเสื้อแดงและประตูทางออก

เมื่อเนวินเดินออกมาก็เผชิญกับการตะโกนด่าทอและถูกขว้างปาขวดน้ำ   ที่ประตูทางออกของวัด ชายหนุ่มคนหนึ่งพยายามเข้าทำร้ายเนวินด้วยหมวกกันน็อกของเขา แต่ถูกขัดขวางไว้โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เนวินขึ้นนั่งในรถตู้และจากไป

 

เคยเห็นท่านปราศรัยที่สนามชัยใ

เคยเห็นท่านปราศรัยที่สนามชัยให้ประชาธปัตย์ วีระเป็นพิธีกร มาเห็นภาพนี้ วีระรดน้ำศพท่าน

เนวินมาท่านไม่รู้ ใครมาท่านไม่รู้ คนตายไม่มีรักโลภโกรธหลง

คนอยู่ก็มีรักโลภโกรธหลง แสดงออกตามรักโลภโกรธหลง

พระพุทธองค์ตรัสว่า "เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร"

ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวท่

ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวท่านอดีตนายก ทีมาจากประชาธิปไตยโดยแท้จริง

การแสดงออกความคิดทางการเมืองเ

การแสดงออกความคิดทางการเมืองเป็นสิทธิเสรีภาพ แต่ผมว่างานศพน่าจะอดทนอดกลั้นกันไว้หน่อยเพื่อให้เกียรติผู้วายชนม์

ได้ฟังแถลงข่าวของกลุ่ม

ได้ฟังแถลงข่าวของกลุ่ม นปช.

ท่านประธานวีระ ได้กล่าวไว้ชัดเจนแล้วว่า

1. อย่าใส่เสื้อแดงไปร่วมงาน
2. อย่าแสดงปฏิกิริยาต่อต้านใดๆ กับผู้มาร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็นคนสีไหน ทั้งนี้ ก็เพื่อให้เกียรติแก่ผู้วายชน

ผมหวังว่า คนเสื้อแดงที่ไปร่วมงาน จะทำได้ และไม่ทำตัวเหมือนพวกเสื้อแดงปลอมๆ ที่แฝงเข้ามาสร้างภาพให้คนเสื้อแดงเสียชื่อเสียง และเสียศรัทธาจากสายตาคนรอบข้าง นะครับ

ฝากไว้ด้วยครับ

ปล. ผมเป็นคนที่รักและนับถือท่านอดีตนายกฯ สมัคร มาตั้งแต่ยังเป็นพรรคประชากรไทยแล้วครับ
และผมก็จะไว้ทุกข์ให้ท่าน 7 วัน จะพยายามหาโอกาสไปเคารพศพท่านด้วยเช่นกัน

จงสู่สุขสงบชั่วนิจนิรันดร์เถิ

จงสู่สุขสงบชั่วนิจนิรันดร์เถิดท่าน ท่านเป็นนักการที่ยิ่งใหญ่ ดูแต่งานศพของท่านสิ มีนักการเมืองทุกรุ่นเข้าร่วมไว้อาลัยกันอย่างเนืองแน่น ศาลาแทบแตก

วันนี้(25/11/2552)

วันนี้(25/11/2552) รายการข่าวเด่นเย็นนี้ คุณสรยุทธได้เชิญคนสนิดที่ใกล้ชิดของคุณสมัครได้ออกมายอมรับแล้วว่า คุณสมัครได้บ่นให้ฟังว่าตั้งแต่คุณสมัครล้มป่วย คุณทักษิณไม่เคยโทรมาหาและถูกคนที่อยู่เมืองนอก(ในที่นี้หมายถึงคุณทักษิณ)หักหลังด้วยและความเสียใจครั้งนี้ทำให้คุณสมัครเครียดมาก
ถ้าไม่เชื่อลองโทรไปสอบถามคนใกล้ชิดคุณสมัครคนนั้นหรือคุณสรยุทธก็ได้ ครับ
ผมไม่ได้ใส่ความคุณทักษิณ และนี่แหละคือ ตัวตนของคุณทักษิณ ใครหมดประโยชน์ก็ถีบหัวส่ง มองคนที่ทำงานให้เหมือนกับหมาล่าเนื้อ
ขออภัยถ้าผมพูดไม่ถูกใจ และอย่าถามผมน่ะว่าแล้วไอ้โกเต๊กลิ้มล่ะดีนักเหรอ ผมว่าประชาชนที่มีใจเป็นกลางย่อมรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร ครับ

ถ้าไม่ได้ยินจากปากของคุณสมัคร

ถ้าไม่ได้ยินจากปากของคุณสมัคร แล้วใครจะเชื่อได้ว่าท่านพูดจริง เรื่องนี้ก็มีรู้แน่อยู่สองคนเท่านั้นคือคุณสมัครและคุณทักษิน แล้วที่คุณโพสเนี่ย คุณอยากจะให้คนอ่า่นแล้วเกลียดคุณทักสินไช่ไม๊ คุณเกลียดทักสินแล้วคนอื่นก็ต้องเกลียดด้วยเหมือนกันไช่ไม๊ คุณเนี่ยนะเป็นแบบ มือถือสากปากถือศิลเลย มนุษย์เยี่ยงคุณ น่ากลัวนะ ทำให้เรานึกถึง แก่ห้วหงอกสี่เสาขึ้นมาทันที

ผมว่าวิธีการคิดแบบมีเหตุมีผลข

ผมว่าวิธีการคิดแบบมีเหตุมีผลของคุณน่าจะมีปัญหา เพราะผมคอยอ่านความคิดเห็นของคุณมาตลอด บุคคลที่ใช้นามว่า "Anonymous" ในweb นี้ จะมี 2 คน คนหนึ่งเหลืองและอีกคนหนึ่งแดง(ซึ่งก็คือคุณ) และผมยังไม่เคยบอกคุณเลยว่าจะให้เกลียดคุณทักษิณ ผมเพียงแต่ให้พวกคุณคิดแบบมีเหตุมีผล ว่า คนที่เค้าทุ่มเทเพื่อปกป้องและพยายามฟื้นฟูภาพลักษณ์ให้คนอีกคนหนึ่งอย่างทุ่มเททั้งชีวิตโดยไม่สนใจว่าจะถูกพวกเสื้อเหลืองด่าทอและพูดเหน็บแนมอย่างไรก็ไม่สน เพียงแต่ยึดถือสัจจะที่ให้แก่กันไว้ก็เท่านั้น แต่ผลที่ได้รับกลับคืน คือ อะไร คือการที่ถูกถีบหัวส่งและไม่เคยเหลียวแล ผมว่าถ้าเรื่องนี้ไม่จริง คนสนิดของท่านสมัครคงไม่กล้าที่จะออกมาพูดเพื่อส่งสัญญาณให้คุณทักษิณรู้หรอกครับ ว่า ท่านสมัครเสียใจกับเรื่องนี้มากแค่ไหน และนี่หรือ คือ ผลตอบแทนที่ได้รับ
ผมไม่ใช่มือถือสาก ปากถือศีลหรอกครับ ผม คือ คนๆหนึ่งที่มีจิตใจ รู้สึกดีใจ เสียใจเหมือนกับคุณ และก็รู้สึกเสียใจเหมือนกันถ้าถูกกระทำแบบเดียวกับท่านสมัคร และคุณไม่ควรไปพาดพิงบุคคลอื่นที่ไม่ใช่คนที่คนใกล้ชิดท่านสมัครพูดถึง มันคนล่ะเรื่องกัน ครับ อีกทั้งผมก็ไม่ใช่คนน่ากลัวอะไร เพราะความคิดเห็นของผมเป็นความคิดเห็นแบบง่ายๆตรงไปตรงมาและยืนอยู่บนพื้นฐานเหตุและผลที่ปรากฏต่อสังคมแบบชัดเจน

เพราะว่าท่านเป็นคนดี ครับ

เพราะว่าท่านเป็นคนดี ครับ และผมดีใจที่สังคมไทยยังคงยึดถือธรรมเนียมการให้อภัยและอโหสิซึ่งกันและกัน

ความคิดของคุณนั่นแหละที่น่าจะ

ความคิดของคุณนั่นแหละที่น่าจะมีปัญหา คุณก็ไม่ได้ยินมากับหูสองหู คนทีถูกอ้างว่าพูดประโยคเหล่านี้ ท่านก็ไม่มีชีวีตอยู่แล้ว ส่วนคนที่เอามาพูดเนี่ยะน่าเชื่อถือได้แค่ไหน มีอคติกับคุณทักษิณไม๊ ส่วนนายสรยุทแอนตี้ทักษิณ อย่างเปิดเผย นายสรยุทเนี้ยไม่มีความซื่อสัตย์ให้ใคร เป็นประเภทมึงล้มกูเหยียบ มึงรุ่งกูเลีย คนแบบนี้สักวันเจอดี ทั้งหลายทั้งปวงใครดีใครชั่ว กาลเาลาจะพิสูทธ์ให้เห็น

คุณทักษิณเคยส่งข่าวใ

คุณทักษิณเคยส่งข่าวใ twitterว่า คุณสมัครป่วยหนัก ประมาณเดือนสองเดือน ก่อน ฝากความคิดถึงห่วงใย

แต่ข่าวมักสับสน บางทีก็ว่าท่านสบายดี และไม่ต้องการคนไปรบกวน

สำหรับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างท่านและคุณทักษิณ ใครจะไปรู้ได้ ที่เคยรู้มา คุณทักษิณไม่ใช่คนเนรคุณแน่นอน ไม่งั้นทำงานใหญ่ไม่ได้

แต่ที่รู้ อำมาตย์เล่นงานท่านทักษิณทุกวัน แค่เรื่องของท่านก็ไม่มีเวลาแล้ว ครอบครัวก็แตกแยกเพราะการเมือง ต้องกู้ฐานะตัวเองโดยการทำงาน ทั้งๆที่ควรสบายแล้ว

สองคนนี้มีความคล้ายกัน ไม่ต้องเม้ามาก เขาก็เข้าใจกัน

ไม่รู้มันหนักหัวใครถึงเดือดร้อนกันนักเรื่องนี้ อย่าเอาตัวเองเป็นมาตรฐาน

พวกเสื้อเหลืองก็บอกว่า

พวกเสื้อเหลืองก็บอกว่า คุณสรยุทธเป็นพวกแดงจ๋า(ถ้าคุณไม่เชื่อ คุณลองเข้าไปอ่านใน web ผู้จัดการออนไลน์สิ ครับ อย่าบอกผมน่ะครับว่า คุณไม่เข้าไปอ่านwebผู้จัดการออนไลน์ เพราะการรับข้อมูลข่าวสารต้องรับหลายๆด้านและตัวคุณเองนำมาวิเคราะห์ว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ผมเองยังเปิดใจเข้าไปอ่านทุกๆweb แล้วนำเอาข้อมูลมาวิเคราะห์ ครับ) พวกเสื้อแดงก็บอกว่า คุณสรยุทธเป็นพวก ปชป.
ผมวิเคราะห์น่ะ ครับ ว่า ถ้านักข่าวคนใดที่ให้ข่าวเข้าข้างตัวเอง ก็จะชมเค้า และในขณะเดียวกัน ถ้านักข่าวคนใดให้ร้ายกลุ่มตัวเอง ก็จะด่าเค้าและแยกเค้าไปอยู่ฝ่ายตรงกันข้าม โดยที่นักข่าวคนนั้นยังไม่รู้เรื่องเลย ว่า ถูกแบ่งฝ่ายซะแล้ว
คุณว่าแปลกไหม
ข้อมูลนี้ แสดงให้เห็นว่า คุณสรยุทธทำหน้าที่เป็นกลางแล้ว อย่าไปว่าคุณสรยุทธเลย ครับ

คุณพูดถูก ครับ ใครดีใครชั่ว

คุณพูดถูก ครับ ใครดีใครชั่ว "ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาจะพิสูจน์คนเอง"
คุณกับผมมีคติประจำใจเหมือนกัน

ครอบครัวทักษิณแตกแยก

ครอบครัวทักษิณแตกแยก เขียนมาได้ไง คูณ suthee ส้นตีนสมชื่อจริงๆครับท่าน มันสร้างข่าวว่าหย่ากับเมีย สร้างข่าวเกี่ยวกับลิเดียร์ ทั้งหมดมันเป็นแผนการเพื่อเอาเงินเจ็ดหมื่อนกว่าล้านที่ถูกอายัดไว้คืนต่างหาก แม่งคุณนี่โง่ฉิบหายเลย มันเป็นการหย่าเพื่อแผนการต่างหาก จริงๆแล้วมันไม่ได้เลิกกันเลย โง่อย่างนี้เชียวถึงถูกทักษิณหลอก ไอ้ควายไปหาหญ้าแดกไป้

ทุจริตในการเลือกตั้ง

ทุจริตในการเลือกตั้ง จนในที่สุดต้องถูกยุบพรรคไม่ใช่รึ

เราไม่ได้ดูรายการของสรยุทธในว

เราไม่ได้ดูรายการของสรยุทธในวันที่คุณพูดถึง...ได้ยินแต่พิธีกรเล่าข่าวสองสามช่องเขาพูดถึง

แต่ข่าวที่ทักกี้ ไวอาก้า ไม่เคยโทรถามสารทุกข์สุขดิบคุณสมัครเลย...ได้ยินมานานแล้ว

เพราะดูรายการเล่าข่าวอีกนั่นแหละก็ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง...เพราะคนเล่าข่าวคนนี้เขาอยู่ในแวดวงของผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง...และข่าวที่เขาเอามาเล่าหรือซุบซิบ เราเห็นเป็นจริงทุกครั้ง...(พิสูจน์ได้ ม่ายงั้นแกโดนฟ้องอ่วมอรทัยไปแล้ว เพราะแกว่าคนหนักๆ เจ็บๆ ทั้งนั้น)

วันนี้ดูรายการข่าวที่เขาตำหนิคนเสื้อแดงในหลายช่อง...ทั้งช่อง 9 อสมท. ทั้งช่องสุวรรณภูมิ ในหลายรายการ ทั้ง ASTV ในหลายรายการ

พิธีกรยังเล่าอีกว่า...ชุดที่คุณหญิงฯ ภรรยาคุณสมัครใส่...สวยงาม และเป็นฝีมือของคนเสื้อเหลืองเป็นคนตัดให้ท่านใส่

พิธีกรยังทิ้งท้ายอีกว่า...อุดมการณ์ทางการเมืองแตกต่างกันได้...แต่เราก็ยังอยู่ในประเทศเดียวกัน...เราควรพึงสำนึก และ สำเหนียกว่า สิ่งใดควรไม่ควร เพื่อให้เกียรติผู้วายชนม์

การที่ไปขว้างปาน้ำ สาดใส่ เนวิน (ท่านสมัครอาจไม่ชอบก็ได้...เพราะถ้าใครติดตามการเมืองมา...ก็จะรู้ว่าก่อนท่านป่วยหนัก หรือ เลิกเล่นการเมือง...เนวิน สนิทสนมกลมเกลียวกับคุณสมัครมาก...ถึงกับได้ฉายาร่วมกันว่า "แก๊งค์ออฟโฟร์"

คุณเนวินเป็นคนสนับสนุนให้คุณม

คุณเนวินเป็นคนสนับสนุนให้คุณมสมัครเป็นนายกรัฐมนตรี แต่คุณทักษิณหักหลังคุณสมัครเอาคุณสมชายขึ้นมาเป็นแทนมิใช่รึ

คุณสมัครน่าจะรักและมีความผูกพันธ์กับคุณเนวิน มากกว่ารักพวกเสื้อแดงนะ

ข่าวว่าเสื้อแดงถือตีนตบไปป่วน

ข่าวว่าเสื้อแดงถือตีนตบไปป่วนแขกที่มางานศพท่านสมัครมิใช่รึ

สนธิลิ้มที่คุณไม่รู้จัก -

สนธิลิ้มที่คุณไม่รู้จัก - สดุดีความรักชาติของอดีตราชามีเดียของเอเซียอาคเนย์
The Unspoken Patriotism of Former Media King of Southeast Asia

เงินของสาวกผู้จงรักภักดี-พร้อมกับกิจกรรมการเมือง สนธิลิ้มได้จัดกิจกรรมสารพัดระดมทุนจากชาวพันธมิตรผู้จงรักภักดี ทั้งคอนเสิร์ต ขายข้าวสาร น้ำปลา ล่าสุดคือโกเต๊กซ์ ผู้จงรักภักดีบางคนที่หาดใหญ่ยอมขายตึกแถวเพื่อมอบเงินให้สนธิไปกู้ชาติ สถานะล่าสุดของสนธิคือหัวหน้าผู้ก่อการร้ายคดียึดสนามบิน ซึ่งครบรอบ1ปีในวันที่25พ.ย.นี้ แต่เขากับหัวโจกผู้ก่อการร้ายยังหนีหมายเรียก ไม่ยอมเข้ามอบตัวกับตำรวจแต่อย่างใด โดยต้องแลกกับการที่เขาก็ต้องสงบปากสงบคำกับเนรวิน ซึ่งเป็นลูกพี่ของตำรวจที่คุมคดีก่อการร้ายยึดสนามบินแบบห้ามเฉียดเนรวินเลยทีเดียว

นครลอสแองเจลิส (ข่าว VNN) - 22 พฤศจิกายน 2552 - เมื่อ ๓๐ ปีที่แล้ว นาย พอล สิทธิอำนวย ซึ่งได้อาศัยฝีมือของนายสนธิ ลิ้มทองกุล

ทำให้สามารถสร้างธุรกิจระดับ ๒๐๐๐ ล้าน โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่หลังจากที่นายพอลต้องฝ่าพายุธุรกิจ ผันตัวเองมาลี้ภัยอยู่ในอเมริกา นายสนธิ ต้องอาสารับภารกิจมีเดียต่อจากนายพอลในฐานะทายาท จากนั้นเป็นต้นมา นายสนธิได้สถาปนาตัวเองอย่างรวดเร็ว กลายเป็นราชาแห่งมีเดียของเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ (Media King of Southeast Asia)

กิจการมีเดียของนายสนธิเจริญขึ้นเรี่อยๆ มีทั้งหนังสือพิมพ์ แมกกาซีน รายการวิทยุและโทรทัศน์ทั้งในและนอกประเทศ จนเป็นที่ประทับใจของนักธุรกิจที่อยู่ในวงการมีเดียเป็นอย่างมาก จะขอกู้เงินจากธนาคารก็มักจะไม่มีปัญหา

สมัยนั้น นายสนธิมีเครดิตมากขนาดซื้อกิจการทุกอย่างที่ขวางหน้าได้ ไม่ว่ามีเดียไหน วิสัยทัศน์ทางธุรกิจมีเดีย คือ การเข้าไปมีชี่อเป็นเจ้าของกิจการมีเดียทุกประเภท เพื่อนายสนธิจะได้เป็นเจ้าพ่อสื่อได้ในที่สุด

และที่สำคัญที่สุด ในฐานะที่เป็นคนไทย ตัวเขาเองไม่เคยลืมตอบแทนบุญคุณของแผ่นดินเกิด การเข้าครอบครองสื่อต่างๆเหล่านี้ เขาถือว่า เป็นการประชาสัมพันธ์สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไืทย โดยประเทศไทยไม่ต้องเสียเงินไปจ้างบริษัทเอเยนซี่ใดๆ

ตัวอย่างที่ดังที่สุด คือการซื้อแมกกาซีนอเมริกันที่มีฐานในนิวยอรค์และลอส แอนเจลสีส ชื่อ Buzz Magazine ทั้งๆที่เป็นแมกกาซีนที่จะเจ๊งอยู่แล้ว

แต่ด้วยวิสัยทัศน์ของนายสนธิ ที่อยากเห็นคนไทยเป็นเจ้าของแมกกาซีนฝรั่ง และเห็นประโยชน์เชิงประชาสัมพันธ์ที่จะเกิดแก่ประเทศไทย ก็เลยแสดงความใจป้ำ ซื้อด้วยราคาที่สูงลิ่ว คือ ในราคา ๑๖๐๐ ล้านบาท หรือ ๔๐ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งคนขายถึงกับงงในกลยุทธที่แนบเนียนของนายสนธิ

วงการธุรกิจมีเดียแทบไม่เชื่อกับตา เพราะโฆษณาขายแมกกาซีนนี้มานาน แต่ไม่มีหน้าไหนมี “gut” เท่าคนไทย นับว่า เป็นวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของนายสนธิ

ยังจำได้ว่า ตอนเปิดตัวเจ้าของ Buzz ใหม่ ผมได้ถูกเชิญไปร่วมงานเลี้ยงที่โรงแรมหรูใน Beverly Hills ได้เห็นนายสนธิเดินชนแก้วบั่นรีไวน์กับนักธุรกิจมีเดียระดับโลกในแอลแอด้วยความโก้หรู

แต่น่าเสียดาย แค่หนี่งปีสองเดือน Buzz ก็ต้องปิดกิจการ เพราะขาดกระแสเงินสดจ่ายให้กับพนักงานฝรั่งทั้งหลาย หลังจากพยายามจะขายต่อให้คนอื่น แต่ไม่มีใครมี “gut” ทางธุรกิจ(เหมือนนายสนธิ) ที่จะเสนอหน้ามาซื้อ

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องที่เกินความคาดหมายของนักธุรกิจระดับโลกอย่างนายสนธิ เพราะตั้งแต่ตอนเข้าซื้อกิจการ นายสนธิได้ ”โปรแกรม” การปิดกิจการนี้ไว้แต่ต้นแล้วแล้ว

ด้วยความมีน้ำใจรักชาติของนายสนธิ นายสนธิสำนึกเสมอว่า สุดท้ายแล้ว เงิน ๑๖๐๐ ล้านบาทที่นำมาซื้อกิจการนี้ เพียงแค่การประชาสัมพันธ์ประเทศไทยในระดับโลก ก็คุ้มค่าแล้ว นายสนธิจึงมองเป็นกุศโลบายว่า เงิน ๑๖๐๐ ล้านบาทนี้ ว่าที่จริงแล้ว ก็มาจากแบงก์ไทย

ดังนั้น จึงถือว่า คนไทยทุกคน มีส่วนร่วมเป็นหุ้นส่วน ในการเทคโอเวอร์ระดับโลกครั้งนี้ด้วย คนไทยทุกคนจึงน่าจะภาคภูมิใจอย่างยิ่ง

สรุปคือ ภาษีของคนไทยน้อยนิดที่ถูกนำไปโอบอุ้มหนี้เสียเหล่านี้ เทียบไม่ได้กับชื่อเสียงระดับโลกที่นายสนธิได้ทำให้แก่ประเทศไทยนั่นเอง

นายสนธิ ถือว่า เป็นคนสนับสนุนและช่วยให้คุณทักษินเป็นนายกรัฐมนตรี แต่น่าเสียดายที่ นายกทักษิณไม่เคยสำนึกถึงบุญคุณคน ไม่ยอมรักษาคำพูดที่เป็นข้อตกลงว่า เมื่อได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว จะร่วมเป็นหุ้นส่วนกอบกู้ชาติกับนายสนธิ กล่าวคือ ไม่ยอมแต่งตั้งคนสนิทของนายสนธิตามข้อตกลงเบื้องต้น

มิฉะนั้นแล้ว หนี้ ๖๐๐๐ ล้านบาทของนายสนธิ คงจะได้รับการปรับลดจนเหลือแค่ ๓๐๐ ล้านบาท ซึ่งจะทำให้กิจการของนายสนธิฟื้นตัว และส่งผลพวงเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยในที่สุด

น่าอนาจที่คนอย่างนายกทักษิณ ที่คนยกย่องว่า มีวิสัยทัศน์นักธุรกิจที่ดี กลับตอบปฎิเสธทันทีอย่างไม่มีเยื่อไย โดยอ้างเพียงว่า เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ทั้งๆที่นายกทักษิณรู้ว่า การผิดกฎหมายในกรณีนี้ อาจส่งผลเป็นลูกโซ่ ช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจไทยกลับให้ฟูเฟื่องฟองสบู่แบบเดิมได้อีก

อย่างนี้แล้ว นายทักษิณจะอ้างว่า ตัวเองรักชาติได้อย่างไร

หลังจากนั้นมา ในฐานะที่เป็นคนไทยผู้รักชาติ นายสนธิก็ตั้งความมุ่งมั่นว่า คนซึ่งไม่รักชาติและขาดวิสัยทัศน์เชิงธุรกิจเช่นนี้ ไม่สมควรเป็นนายกรัฐมนตรีไทยอีกต่อไป จึงยอมสละทุกสิ่งทุกอย่าง มาเป็นแกนนำพันธมิตร และพร้อมจะทำทุกอย่าง เพื่อให้นายกทักษิณออกจากตำแหน่งให้ได้

โดยพร้อมสนับสนุนผู้นำรุ่นใหม่ อย่าง นายอภิสิทธิ ซึ่งแม้จะขาดประสบการณ์ด้านธุรกิจ แต่ก็เหมือนผ้าขาว ย่อมง่ายต่อการฟูมฟัก ให้มีวิสัยทัศน์ร่วมกับวิสัยทัศน์ของนายสนธิได้

พันธกิจที่สำคัญอันดับแรก คือ ต้องมาช่วยกันสลายหนี้ก้อนโตในวงการธุรกิจ ซึ่งถ้าทำได้ จะถือเป็นการกู้้ชาติที่ยิ่งใหญ่ ทำให้นักธุรกิจที่ล้มละลาย (เพราะการโจมตีค่าเงินบาทจากต่างชาติในปี ๑๙๙๗) ได้กลับมามีส่วนร่วมในการสร้างชาติไทยอีกครั้ง

ตัวเขาเองยอมรับว่า ศึกครั้งนี้มีเดิมพันใหญ่หลวงนัก เพราะถ้าทักษิณได้กลับมาอีกครั้ง เขาอาจต้องหนีไปอยู่อเมริกา อย่างไรก็ตาม เขาพร้อมจะเผชิญความยากลำบากของชีวิตในบั้นปลายที่อเมริกา (ถ้านายพอลเจ้านายเก่าของเขาสามารถทนใช้ชีวิตลำบากอยู่ในอเมริกาได้ เขาก็ย่อมทนอยู่ได้เช่นกัน)

ดังนั้น กิจกรรมกู้ชาติและภาษีของประชาชนจึงต้องมาก่อนเสมอ!

ชีวิตวัยเยาว์

นายสนธิ ลิ้มทองกุล มีชื่อจีนว่า “โกตั้บ แซ่ลิ้ม” เกิดเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2490 ระหว่างศึกษาอยู่ที่สหรัฐฯ เพื่อนฝูงมักเรียกนายสนธิว่า “SONDY” ภายหลังสำเร็จการศึกษา นายสนธิเดินทางกลับประเทศไทย เมื่อปี 2516 และแต่งงานกับผู้ช่วยศาสตราจารย์จาก มศว.ประสานมิตร แต่ปัจจุบันแยกกันอยู่

ส่วนพ่อของนายสนธิ คือ คนจีน เป็นทหารสังกัดกองร้อย หวางฟู่ ในกองพล 93แห่งพรรคก๊กมินตั๋งของประธานาธิบดี เจียงไคเชค แต่ถูกกองทัพประชาชน ของเหมาเจ๋อตง ตีรุกจนถอยมาติดชายแดนจีนตอนใต้ยันชายแดนพม่า

กองพล 93 มีชื่อเสียงมากเพราะ ซีไอเอ ของอเมริกันเลี้ยงไว้ ต่อต้านคอมมิวนิสต์ ให้อาหารและอาวุธ ต่อมาทหารจีน ช่วยคนท้องถิ่นปลูกฝิ่น มีรายได้อีกทางหนึ่ง แต่พ่อของนายสนธิ ชื่อ เชียรหนีทหารลอบเข้าชายแดนไทย แล้วลงมาอยู่กรุงเทพทำหนังสือพิมพ์จีน รับเรี่ยไรเงินส่งไปช่วยพรรคก๊กมินตั๋ง นายเชียร จึงพ้นโทษที่หนีทหารภายหลัง นายเชียร ร่ำรวย แล้วทั้งพ่อและแม่ถูกฆ่าตายอย่างลึกลับ(มีข้อกล่าวหากันว่าอาจเกี่ยวข้องกับการโกงเงินเรี่ยไรไม่ส่งให้ก๊กมินตั๋ง)

นายสนธิเข้าทำงานเป็นบรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์ประชาธิปไตยเมื่ออายุเพียง 27 ปี นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับ นายพร หรือ พอล สิทธิอำนวย ตั้งบริษัท Advance Media ในเครือพีเอส กรุ๊ป ออกนิตยสารดิฉัน แต่ประสบกับภาวะขาดทุน จึงขายให้กับ นายปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา

เมื่อครั้งนายสนธิ ลิ้มทองกุล ทำงานที่ นสพ.ประชาธิปไตยนั้น นายสนธิรู้จัก นายพร สิทธิอำนวย (เรียกชื่อฝรั่งว่า นายพอล = Paul) ทำงานธนาคาร แล้วมีธุรกิจส่วนตัว ทำนิตยสาร

ต่อมานายพอล สิทธิอำนวยถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับการโกงเงินธนาคาร 2 พันล้านบาท หนีไปอยู่อเมริกา ก่อนหนีไปได้โอนกิจการพิมพ์ให้ นายสนธิ ลิ้มทองกุล เท่ากับนายสนธิได้สมบัติฟรี ๆ เป็นของส่วนตัวทำหนังสือต่อจนมีฐานะดี สามารถกู้หนี้ยืมสินธนาคารด้วยเครดิตสูง

แต่แล้วนายสนธิ ก็กลับมาโดดเด่นอีกครั้งด้วยการตั้ง บริษัท ตะวันออกแมกกาซีน ออกหนังสือผู้จัดการรายเดือน เมื่อปี 2526 และผู้จัดการรายสัปดาห์ จากความสำเร็จ ในการเป็นหนังสือแนวธุรกิจชั้นนำ ของผู้จัดการรายเดือนและรายสัปดาห์ ทำให้นายสนธินำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อปี 2533 พร้อมกับออกหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวันตามมาเข้า

ผูกขาดขาย Nokia แต่เพียงผู้เดียว

ต่อมานายสนธิสามารถเข้าเทคโอเวอร์ บริษัทลูกของปูนซีเมนต์ไทย ก็คือบริษัท เอสซีทีคอมพิวเตอร์ จำกัด บริษัทไมโครเนติก จำกัด และบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็นจิเนียริ่ง (ไออีซี) จำกัด ซึ่งต่อมาบริษัท ไออีซี เป็นบริษัทที่ทำกำไรให้กับนายสนธิอย่างต่อเนื่องเนื่องจาก บริษัท ไออีซี เป็นบริษัทผูกขาดการขายโทรศัพท์มือถือยี่ห้อโนเกีย ระบบเซลลูล่า 900 แต่เพียงผู้เดียว

ลงทุนดาวเทียมลาวสตาร์ในลาว

นายสนธิ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแต่การทำธุรกิจสิ่งพิมพ์ในประเทศเท่านั้น เขายังได้ขยายตัวออกไปลงทุนทำหนังสือพิมพ์ “เอเชียไทม์” โดยตั้งฐานผลิตที่ฮ่องกงอีกด้วย พร้อมกับเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เป็น บริษัท แมเนเจอร์มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็ม กรุ๊ป เมื่อ 22 พ.ย. 2537 เพื่อเป็นศูนย์กลางในการบริหารงานบริษัทในเครือ

จากนั้นเริ่มขยายไปสู่วงการโทรคมนาคมในต่างประเทศ เข้าไปลงทุนในโครงการดาวเทียมลาวสตาร์ ชื่อบริษัท ABCN ที่เป็นบริษัทในเครือ ซึ่งได้รับสัมปทานจากประเทศลาว พร้อมๆ กับเริ่มรุกทำกิจการโรงแรมในลาว และร้านอาหารในจีน

จากการขยายตัวอย่างไร้ทิศทาง การพยากรณ์ธุรกิจอย่างผิดพลาดนำมาสู่สภาพธุรกิจที่ตกต่ำ นับตั้งแต่ปลายปี 2539 ทำให้นายสนธิต้องขายธุรกิจในเครือ เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ รวมทั้งโครงการดาวเทียมลาวสตาร์ที่ขายให้กับกลุ่มยูคอม

แต่นายสนธิยังมีหนี้สินอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะเมื่อ พ.ย. 2542 ธนาคารนครหลวงไทย ได้ยื่นฟ้องนายสนธิ และบริษัท เอ็ม กรุ๊ป ให้เป็นบุคคลล้มละลาย เพราะไม่สามารถชำระหนี้ให้กับธนาคารได้จำนวน 150 ล้านบาท จนกระทั่งศาลได้มีคำสั่งให้นายสนธิ และบริษัท เอ็ม กรุ๊ป เป็นบุคคลล้มละลายไปในที่สุด

ปัจจุบันนายสนธิ ยังคงเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ในการบริหารหนังสือพิมพ์ ในเครือที่เหลือเพียง 3 ฉบับ คือ ผู้จัดการรายเดือน ผู้จัดการรายสัปดาห์ และผู้จัดการรายวัน ซึ่ง นายสนธิ ถือว่าเป็นหัวใจหลัก ที่จะต้องคงไว้ และดำเนินการต่อไป แม้จะไม่มีตำแหน่งใดๆ แล้ว

นายสนธิ มีเครือข่ายความสนิทสนม กับบุคคลในกลุ่มนักการเมือง นักธุรกิจ นักวิชาการ และข้าราชการจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ นายศิรินทร์ฯ และนาย ธารินทร์ฯ โดย นายสนธิ ได้รับความช่วยเหลือด้านเงินกู้จาก ธนาคารกรุงไทย เพื่อมาพยุงฐานะธุรกิจตลอดเวลา ในช่วงที่นายศิรินทร์ เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ โดยเมื่อ พ.ย. 2542

บริษัท Price water house Coopers ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาที่ธนาคารกรุงไทยว่าจ้าง มาปรับปรุงโครงการ ตรวจสอบภายใน ระบุว่า บจ.เอ็ม กรุ๊ป มีหนี้สินอยู่กับธนาคารกรุงไทย จำนวน 2,123 ล้านบาท เป็นหนี้เสีย (NPL) เพราะเป็นการปล่อยสินเชื่อ โดยอาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัว ทั้งที่ไม่มีหลักทรัพย์ใด ๆ มาค้ำประกัน

เปลือยธารินทร์

ต่อมาไม่นานนัก นายสนธิ จึงได้เขียนบทความต่าง ๆ รวมทั้งออกหนังสือชื่อ“เปลือยธารินทร์” โจมตีการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และเรื่องส่วนตัวของ นายธารินทร์ฯ อยู่โดยตลอดมา จนเป็นข้อสงสัยต่อสาธารณชน อาจจะเป็นเรื่องไม่พอใจที่ นายธารินทร์ ไม่ยอมช่วยเหลือแก้ไขปัญหาทางธุรกิจให้ กระนั้น นายสนธิ ก็ยังมีความสัมพันธ์กับ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน

เนื่องจากอดีตภรรยาของนายสนธิเป็นญาติของนายบัญญัติ ทั้ง นายสนธิ กับ นายบัญญัติ เคยลงทุนทำธุรกิจโรงแรมด้วยกันที่ประเทศลาว ปัจจุบันมีการพบปะแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันเป็นประจำ

ลงทุนทำโรงแรมที่ลาวร่วมกับบัญญัติ บรรทัดฐาน

ระหว่างช่วงสมัยรัฐบาลชวน 2 นายสนธิ มีความใกล้ชิดสนิทสนม กับ นายธารินทร์ มาก่อน ตอนแรกก็ดีกัน แต่ต่อมาเกิดความขัดแย้งระหว่างกันอย่างรุนแรง โดยนายสนธิ อ้างว่าเป็นความขัดแย้งกันทางความคิดในการแก้ปัญหาวิกฤติ เศรษฐกิจของประเทศ

จากนั้นจึงพุ่งเป้าโจมตี นายธารินทร์ อย่างรุนแรงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 2 ปี หลังของรัฐบาลชวน 2 ทั้งผ่านทางวิทยุ และหนังสือพิมพ์ต่าง ๆในเครือผู้จัดการ โดยใช้ชื่อว่า พายัพ พนาสุวรรณ มีการทำเทปออกขาย ปรากฏความตอนหนึ่งว่า นายสนธิ กล่าวหา นายธารินทร์ ว่า กระทำการอันเป็นการหมิ่นพระบรมราชานุภาพ ทำให้นายธารินทร์ต้องฟ้องร้องนายสนธิในข้อหาหมิ่นประมาท เรื่องยังอยู่ในศาลจนถึงปัจจุบันนี้

เกาะรัฐบาลทักษิณ ๑

ขณะที่ในช่วงรัฐบาล ทักษิณ 1 เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยแรกนั้น ก็ได้ดึงเอานายสนธิมาร่วมงานด้วย เพราะเขารู้จักกับคนในรัฐบาลหลายคน

ต่อมาในช่วงรัฐบาล ทักษิณ 2 เกิดการขัดแย้งระหว่าง นายสนธิ กับ รัฐบาลอย่างรุนแรง สาเหตุที่แท้จริงไม่ทราบว่าด้วยเรื่องอะไร แต่บางคนอ้างว่า เพราะ นายสนธิ ลงทุนไปซื้ออุปกรณ์ในการทำโทรทัศน์เสรีมาแล้ว เป็นพันล้านบาท แต่กลับไม่ได้ช่องมาทำ ก็เลยหันมาโจมตี พ.ต.ท.ทักษิณ ในแบบเดียวกันกับที่เคยโจมตีนายธารินทร์สำเร็จมาแล้ว

ฟอกเงินที่หมู่เกาะเวอร์จินไอส์แลนด์

ไม่เพียงเท่านั้น ข้อสงสัยประการสำคัญ ที่มีต่อ นายสนธิ กับหมู่เกาะในสหรัฐอเมริกาที่ขึ้นชื่อ ในประเด็นที่ถูกมองว่าเป็นหมู่เกาะของนักฟอกเงินนั่นคือ หมู่เกาะ The British Virgin Island

มีหลายฝ่ายต่างแฉข้อมูลของ นายสนธิ จนกลายเป็นข้อกล่าวหา ที่สาธารณชนจะต้องนำมาเป็นฐานข้อมูลในการพิจารณาด้วยเช่นกัน ประเด็นกล่าวหา นายสนธิ มีอยู่ว่า ไปจดทะเบียนบริษัท Manager International Holding Company Limited ที่หมู่เกาะ The British Virgin Island นี้ด้วยเงินเพียงแค่ 1,000 เหรียญสหรัฐ แต่กลับนำมาขายให้ บริษัท เมเนเจอร์ มีเดีย (มหาชน) ซึ่งเป็นของผู้ถือหุ้นทุกคน ด้วยเงินถึง 7,228,000 เหรียญสหรัฐ

ประเด็นก็คือส่วนต่าง 200 ล้านบาทนี้ หายไปอยู่กระเป๋าใครนอกจากนั้น เงินที่บริษัทเมเนเจอร์ให้บริษัทนี้ยืมไปอีก 700 ล้านบาท หายไปไหนข้อสงสัยจนกลายเป็นข้อกล่าวหาต่อมา คือทำไมมีการเปิด บริษัทส่วนตัว ที่ชื่อ เวิลด์ไวด์ มีเดีย ซึ่งก็ตั้งอยู่บนถนนพระอาทิตย์ เพื่อรับเงินค่าโฆษณาแทนบริษัทมหาชน และทำไมบริษัทนี้ ไม่ยอมจ่ายเงินคืนให้ บริษัทซึ่ง เป็นของมหาชน ทั้งที่รับเงินมา 2-3 ปี แล้ว

ข้อกล่าวหาอีกประเด็นหนึ่งคือ เหตุใด บริษัท เมเนเจอร์ มีเดีย (มหาชน) ถึงยังให้ บริษัทนี้หาโฆษณาและรับเงินแทนอยู่ ทั้งที่ก็รู้ว่า บริษัทนี้ ยังไม่โอนเงินเข้า บริษัท เมเนเจอร์ฯ มาเป็นปีแล้ว เงิน ๗๐๐ ล้านหายไปไหน

นอกจากนั้น ทำให้เกิดข้อสงสัยตามมาว่า ทำไมบริษัทเมเนเจอร์ มีเดีย ถึงนับยอดรายได้โฆษณาที่น่าจะได้จาก บริษัท เวิลด์ไวด์ มีเดีย เป็นหนี้ที่สงสัยจะสูญในทันที

จนมีผลทำให้ผลประกอบการรวมของบริษัท เมเนเจอร์ มีเดีย ซึ่งควรจะเป็นกำไร กลายเป็นขาดทุน จนเป็นที่มาของข้อสงสัยกรณี ผู้ตรวจสอบบัญชีที่ บริษัท เมเนเจอร์ มีเดียจ้างเอง ไม่ยอมเซ็นรับรอง บริษัทเมเนเจอร์ มีเดีย หลายไตรมาสติดต่อกัน

เจิมศักดิ์แฉลดหนี้จาก ๒๐,๐๐๐ ล้านเหลือ ๖,๐๐๐ ล้าน

อีกประเด็นหนึ่งที่เป็นข้อสงสัยตลอดมา คือ ประเด็นหลังจากที่นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง และกลุ่มเนชั่นออกมาปูดข่าวว่า รัฐบาลทักษิณ ช่วยลดหนี้ของกลุ่มผู้จัดการ จาก 20,000 ล้านบาท เหลือแค่ 6,000 ล้านบาท ในปี 2545 แล้วนายสนธิ และ กลุ่มผู้จัดการ ได้รับการลดหนี้จากสถาบันการเงินของรัฐอีกกี่ครั้ง

ต่อมานายสนธิออกมาปฏิเสธว่า กลุ่มผู้จัดการมีหนี้อยู่ในขณะนั้น 8,000 กว่าล้านบาท ไม่ใช่ 20,000 ล้านบาทตามที่นายเจิมศักดิ์กล่าวหาในยุคหนึ่ง

ขณะที่นายวิโรจน์ นวลแข ทำงานที่ธนาคารกรุงไทยมีข้อกล่าวหาว่า ทำไม นายสนธิ ถึงได้รับการลดหนี้ที่เคยลดมาแล้วอีกจาก 1,421.73 ล้านบาท เหลือเพียงแค่ 259 ล้าน บาท และทำไม ธนาคารกรุงไทย ถึงขนาดยอมให้ นายสนธิ ไม่ต้องจ่ายคืนเป็นเงินสด โดยยอมกระทั่งให้ใช้ คืนเป็นค่าโฆษณา ราคาแพง จนเราได้เห็น โฆษณาชุดผู้ใหญ่ลี ที่มีค่าแอร์ไทม์ครั้งละ หลายแสนบาทอย่างถี่ยิบ จนเป็นคำถามว่า ธนาคารของรัฐ อย่างธนาคารกรุงไทยมีความจำเป็นต้อง โฆษณา ตัวเองกับสื่อของ นายสนธิ แค่ที่เดียว เป็นร้อย ๆ ล้านบาทเลยหรือ (จากข้อมูลที่กลุ่มผู้จัดการทำส่งให้ตลาดหลักทรัพย์ ในปี 2547 ดูข้อมูลได้ที่ตลาดหลักทรัพย์)

ปลุกระดมมวลชนเพื่อแก้วิกฤตการเงินของตัวเอง

ตายเป็นตายเจ๊งเป็นเจ๊ง-สนธิลิ้มถึงกับผงะขณะมีการยิงระเบิดลงหลังเวทีพันธมิตรเมื่อ15พ.ย.ที่ผ่านมา และรวบรัดจบการปราศรัยใช้เวลาเพียง15นาที ขณะที่ผู้สนับสนุนเขาเจ็บระนาว12รายจากเหตุระเบิด

ด้วยข้อสงสัยและข้อกล่าวหาหลายประการ จึงนำมาสู่ประเด็นที่ว่า การที่ นายสนธิ ออกมาปลุกระดมมวลชนอย่างเอาเป็นเอาตาย สาเหตุเบื้องต้น เกิดจากกลุ่มผู้จัดการกำลังเกิดวิกฤติทางการเงิน ซึ่งถ้าไม่ได้อำนาจรัฐหรือกลุ่มทุนเข้าช่วยเหลือ อาจถึงขั้นปิดตัวเองเลย ใช่หรือไม่

และอะไรที่ทำให้นายสนธิ อุทานว่า ตายเป็นตาย เจ๊งเป็นเจ๊งประเด็นที่เป็นเงื่อนตาย ที่ยากจะปลดล็อก คือ กรณีคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ออกกฎมานานแล้วว่า จะถอดถอนบริษัท ซึ่งอยู่ในหมวดฟื้นฟูของตลาดหลักทรัพย์ และมีหุ้นส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบออกจากตลาดหลักทรัพย์ ภายในเดือน มีนาคม 2549 รวมถึงประเด็น ศาลล้มละลายกลาง ได้ยินยอมขยายเวลาแผนฟื้นฟู ของ บริษัท เมเนเจอร์ มีเดีย ออกไปจากเดิมสิ้นสุด วันที่ 26 กรกฏาคม 2548 กลายเป็นสิ้นสุดวันที่ 3 สิงหาคม 2549 เพื่อให้บริษํท เมเนเจอร์ มีเดีย หาผู้ร่วมทุนใหม่มูลค่า 350 ล้าน บาทให้ได้ทันตามกำหนด

ถ้ากลุ่มผู้จัดการหาเงินเพิ่มทุน 350 ล้าน บาท ไม่ได้ภายในเดือน มีนาคม หรือไม่มี อินไซเดอร์ ใน ก.ล.ต.ให้เปลี่ยนแปลงหรือผ่อนผันกฎ บริษัท เมเนเจอร์ มีเดีย มีสิทธิจะโดนถอดออกจากตลาดหลักทรัพย์ถ้ายังไม่ได้เงินก่อนเดือนสิงหาคม และศาลไม่ยินยอม ให้ขยายเวลาแผนฟื้นฟูบริษัทอีก บริษัท เมเนเจอร์ ก็อาจจะต้องปิดตัวเองลงภายในปีนี้จึงเป็นที่มาของคำว่า “ตายเป็นตาย” ของนายสนธิ

Net Assets of Sondhi

ยอดหนี้สินที่พอรวบรวมได้ นายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นหนี้ 6,687 ล้านบาท,

กู้เงินจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการกว่า 300 ล้านบาท

กู้ธนาคารกรุงไทย 495,080,556.13 ล้านบาท

กู้ธนาคารกสิกรไทย 30,791,780.82 ล้านบาท

กู้ธนาคารเอเซีย 741,728,446.00 ล้านบาท

กู้ธนาคารกรุงไทย 900,978,279.31 ล้านบาท

กู้ธนาคารไทยธนาคาร 431,419,178.07 ล้านบาท

กู้ธนาคารดีเอสบี (ไทยทนุ) 64,621,463.90 ล้านบาท

กู้กฟผ. 63 ล้านบาท

ที่มา : เวป ไทยอีนิวส์

สติปัญญามี........จงใช้ ต้นข่

สติปัญญามี........จงใช้
ต้นข่าวฉาวจากไหน....คิดก่อน
คืดตรองกรองด้วยใจ...ให้แจ้ง ใจนา
จะข่าวเด่น ประเด็นร้อน ให้ย้อนสวน ทวนความ

ความคิดของนายไม่เคยมีอะไรดีเล

ความคิดของนายไม่เคยมีอะไรดีเลย นอกจากเป็นคนปากชั่ว แล้วยังมีแต่ความคิดต่ำช้า ไอ้ความเลวความถ่อยที่เอ็งพูดออกมาแต่ละครั้งในที่สุดมันก็มาถึงตัวผู้พูดเอง สัตว์ชั้นต่ำ ๆ มันยังมีความดีมากกว่าเอ็งเหลือหลาย อย่างน้อยที่สุดมันไม่ก้าวร้าวทำความเดือดร้อนให้แก่ใคร

อยากได้นักการเมืองที่สะอาด

อยากได้นักการเมืองที่สะอาด ไม่ขุดเอาที่ขั้วโลกเหนือละครับ

ครับ

ครับ ก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของท่านอดีตนายกสมัคร สุนทรเวช ด้วยครับ ขอให้ท่านไปสู่สุขคติครับ ช่วงหลังต้องยอมรับว่าผมชอบท่านมากๆ ท่านนักสู้ตัวจริงเสียงจริง ไอ้โกตั๊บโกเต๊กซ์ ไอ้ลองลวดลายที่ว่าแน่ก็ยังงั้นๆ เอาเด็กนั่งตักเอาคนแก่ล้อมตลอด ไอ้เทพเมือก และไอ้เทพมอย ห หายโฆษกของใครคนนั้น หรือแม้แต่ไอ้คำนูน กลุ่ม40สาวกอำมาตย์ก็บ่เคยยั่น ใจจริงผมอยากให้ท่านเป็นนายกรอบสอง รับรองได้ว่าหนุกครับ ครับ ก็ต้องขอความเป็นธรรมให้กับ
เนระวินด้วยนะครับ ที่ต้องจำยอมต่อคนที่เคยเรียกเขาว่าไอ้ห้อยร้อยยี่สิบ และยอมเป็นไอ้เนระวินไอ้เนระคุณในทุกวันนี้ก็เพื่อตอบบุญแทนคุณพ่อนะครับ คุณๆลองคิดดูกันให้ดีสิครับว่า ถ้าเขาไม่ทำอย่างนั้นตำแหน่งประธานของพ่อจะยังอยู่อีกละหรือ แค่นี้เขาก็เจ็บปวดมากพอแล้วนะครับ อย่าไปเอาขวดขว้างเขาอย่างกับหมูกับหมาเลย ครับผม

ผมมีความเชื่อว่า ท่านสมัคร

ผมมีความเชื่อว่า ท่านสมัคร จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ต่อต้านผู้ที่แอบอ้าง สถาบัน

ผมมีความเชื่อว่า ท่านทักษิณ จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่มีผู้แอบอ้างสถาบันเพื่อล้มล้าง รัฐบาลทักษิณ

ผมเป็นประชาชนคนไทยคนหนึ่งที่ จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะท่านมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทยมาช้านาน ท่านเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ เป็นศูนย์รวมและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม สืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษของชนชาติไทย

ผมไม่ชอบเลยที่คนบางกลุ่มจะไปปรักปรำ หรือเปรียบเปรย ท่านทักษิณกับสถาบัน เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นประมุขของประเทศ ซึ่งท่านไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง จึงไม่สมควรที่จะไปกล่าวถึง หรือไปแอบอ้างว่าปกป้องสถาบัน เพื่อประโยชน์ในการปลุกระดมให้ประชาชนเกลียดชังอีกฝ่าย โดยอาศัยความจงรักภักดีของพวกเขา

ควรเปรียบเทียบผลงานระหว่างรัฐบาลด้วยกัน อย่าเอาไปเปรียบเทียบกับสถาบัน เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นกลางทางการเมือง ท่านย่อมเห็นว่า ประชาชนทุกคนต่างก็เป็นพสกนิกรของท่าน จึงอยากให้สื่อต่างๆ ที่จ้องทำลายล้าง ท่านทักษิณ และกลุ่มเสื้อแดง (ซึ่งเป็นคนไทยที่มีความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่าง) อย่าได้แอบอ้างหรือกล่าวถึงสถาบัน
เพื่อผลทางการเมืองเลยครับ เพื่อคนไทยจะได้ไม่แตกแยกกันไปมากกว่านี้ เพราะอย่างไรเสีย พวกเราก็คือคนไทยด้วยกัน

เมื่อเรามัวแต่ทะเลาะกัน แล้วบ้านเมืองจะเจริญได้อย่างไร เมื่อทุกคนต่างมองแต่ความเลวของกันและกัน จะสามัคคีกันได้อย่างไร มาเปลี่ยนพลังแห่งการทำลายล้าง เป็นพลังแห่งการสร้างสรรค์กันดีกว่านะครับ

แตกต่างแต่ไม่แตกแยก อยากให้ทุกฝ่าย มองความดีของกันและกัน หยุดสาดโคลนใส่กัน หยุดใช้วาจาก้าวร้าว หยาบคาย
โจมตีซึ่งกันและกัน อยากเห็นวันที่ ประชาชนทั้งสองฝ่าย ทั้งกลุ่มเสื้อเหลืองและเสื้อแดง มารวมพลังกัน กลายเป็นสีส้ม ร่วมกันร้องเพลงชาติไทย และเพลงสรรเสริญพระบารมี พร้อมๆ กัน สักวันนะครับ _/\_

ไม่พูดถึงคุณสมัคร

ไม่พูดถึงคุณสมัคร เพราะท่านได้ไปดีแล้ว

แต่คนที่ควรพูดคือเสื้อแดง
ไอ้พวกที่เอาแต่จะชนะ ทำทุกทางทุกรูปแบบทุกวิธีการเพื่อให้ได้นายเมิงกลับมา
ทั้งงานศพ งานแต่ง งานพิธี ไม่เว้น วิธีการกูก็ไม่สน วางแผนฆ่า ลอบสังหาร เผาเมือง ไม่เว้น

แล้วก็ดีแต่ด่าๆๆๆ พันธมิตรว่าเลวชั่ว แต่ตัวเองก็สันดานไม่ต่างกัน

โธ่ ไอ้โจรก่อการร้ายสีเหลือง กับแก๊งป่วนเมืองสีแดง

มีคนที่ชอบสวมรอยมาเสี้ยม

มีคนที่ชอบสวมรอยมาเสี้ยม นิสัยคล้ายลิ้มหรือก็สมุน พยายามอย่างยิ่งจะให้สงสัยคนโน้นคนนี้ พยายามแก้ตัวเองไม่ได้ว่าให้เกลียดทักษิณ เราพยายามมองว่าคุณพูดให้รักทักษิณ การที่จะเสียใจตามความคิดของคุณเสี้ยม ประชาชนที่ต่อจิ๊กซอมองว่าที่น่าเศร้าคือระบบในเรื่องกระบวนการความน่าเชื่อถือในความยุติธรรมเพราะท่านรักประเทศมาก แต่ท่านคงปล่อยวาง ท่านอาจจะป่วยตามธรรมชาติของท่าน เท่าที่ดูข่าวท่านมีความสุขในบั้นปลายชีวิตด้วยซ้ำ ไปท่องเที่ยวกับครอบครัว ผัดข้าวสูตรพิเศษให้ร้านที่ท่านไปรับประทาน คนก็ปลื้มท่าน บุคลิกของท่านท่านไม่เคยแคร์ใคร ไม่สนใจด่าว่านักข่าวแล้วจะกลัวเขาไม่สอพลอ คนที่พยายามพูดว่าคนโน้นพูดว่าคนนี้ สร้างความน่าเชื่อถือของข้อมูลโดยอ้าง คนสนิทของคนนั้นพูดว่า เพื่อนของผมเป็นคนสนิทของ..พูดว่า พวกนี้เป็นคนไม่ควรคบ เพราะเขาพูดเอง คิดเอง ใส่ร้ายคนอื่นเอง เจอมาแล้ว พอคนรู้ความจริงมากๆว่าโกหก ก็อยู่ไม่ได้ สติบ้าไปเอง ไม่พร้อมรับคำด่าอย่างที่บอกหรอกเห็นเถียงคอเป็นเอ็นทุกกระทู้เลย

สรยุทธ์ลูกน้องไอ้หยุ่นคู่อะหร

สรยุทธ์ลูกน้องไอ้หยุ่นคู่อะหริทักษินมันเกลียดทักษินที่เล่นงานลูกพี่มันเรื่องitvมันจึงเสี้ยมทุกอย่างเพื่อให้มีการเกลียดทักษินเพื่อช่วยลูกพี่มันไง

ใช่ครับ เสื้อแดง

ใช่ครับ เสื้อแดง ทำน่าเกลียดมาก
------------------------------

..............นี่มันงานศพสมัคร ไช่งานศพทักษิณฯ...........ใจเย็นๆๆรออีกหน่อย

........................โฮ้ววว.....ทักษิณฯจ้างมาผิดงานแล้ววววว......................ระวังถึงคราวตัวเองอาจจะผิดอีก

กรุณาลบความเห็นของผมด้วยครับ

กรุณาลบความเห็นของผมด้วยครับ ผมตั้งใจกล่าวตักเตือนนาย kiss my ass แต่คห. ของเขาถูกลบไปแล้ว ความเห็นของผมก็ควรถูกลบด้วย ขอบคุณครับ

ผมก็ไม่รู้น่ะว่า

ผมก็ไม่รู้น่ะว่า จริงๆแล้วคุณสรยุทธอยู่ข้างไหน แต่ที่แน่ๆ(ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฎอยู่ทั้งใน web ประชาไทและผู้จัดการออนไลน์) คุณสรยุทธถูกทั้งเสื้อเหลืองและเสื้อแดงด่าทอ ข้อหาว่า "อยู่ฝ่ายเหลืองและ ปชป.(นักท่องwebในประชาไทด่า)" และ "อยู่ฝ่ายแดง (นักท่องwebในผู้จัดการออนไน์ด่า)
ผมวิเคราะห์ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฎ
1. คุณสรยุทธวางตัวเป็นกลางและที่นำข่าวมาเสนอเพื่อประโยชน์ขงสังคมได้รับรู้ข้อเท็จจริง หรือ
2. คุณสรยุทธเล่าข่าวอะไรก็ได้ที่ทำให้ rating รายการของคุณสรยุทธดีขึ้นโดยไม่คำนึงว่า ผลที่ได้รับจะดีต่อสังคมหรือไม่แต่คิดถึงผลประโยชน์ของตัวเองเท่านั้น หรือ

ผมว่าในที่นี้ ถ้าคุณสรยุทธเล่าข่าวและมีความรับผิดชอบในข่าวที่เล่าและวางตัวเป็นกลาจริงๆ ก็ไม่ควรไปว่าคุณสรยุทธ เพราะช่วงจังหวะชีวิตช่วงนี้ของคุณสรยุทธ คือ ช่วงที่ทำเงินทำทองได้มาก โดยได้มาจากฝีมือของคุณสรยุทธเอง

ความคิดเห็นของผม น่ะครับ ว่า

ความคิดเห็นของผม น่ะครับ ว่า "ถ้ามีรายละเอียดส่วนไหนที่คุณสนธิโกงกินชาติบ้านเมืองและทำให้ความมั่นคงของชาติสั่สคลอน" ผมขอแนะนำ ว่า ให้รวมตัวล่าลายชื่อปฟ้องร้องครับ(ผมพูดจริงๆ) แต่ถ้าไม่มีส่วนไหนที่เนื้อข่าวบอกว่า คุณสนธิไม่
ได้โกงกินชาติบ้านเมืองหรือทำให้ความมั่นคงของชาติสั่นคลอน(ในช่วงระยะเวลาที่กล่าวมาข้างต้น) ระวังจะถูกฟ้องกลับ
คุณต้องมี้อมูลหลักฐานจริงๆ แต่ถ้าวัตถุประสงค์ที่คุณเอาข้อมูลนี้มาให้อ่านเพื่อให้ทุกคนทราบกำพืดของคุณสนธิ ผมก็"อ่านแล้วและรับทราบแล้ว ครับ"
ขอบคุณ ครับที่ได้เอาข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาให้อ่านกัน

ไอ้ควายเหลืองป่วนไม่เลิก

ไอ้ควายเหลืองป่วนไม่เลิก เลวจริงๆ ไอ้สัตว์เดรฉานไปพุดไปเกิดไป๊เกียดพวกมึงทุกตัวนั่นแหละเลวทั้งครอก

คณว่าผมเหรอ ขอบคุณครับ

คณว่าผมเหรอ ขอบคุณครับ ผมว่าทุกคนมีสิทธิแสดงความคิดเห็น ถ้าคุณมีข้อมูลในส่วนที่คุณบอกว่า "เพื่อนของผมเป็นคนสนิทของ..พูดว่า พวกนี้เป็นคนไม่ควรคบ ..." (คือข้อมูลของคนๆนั้นน่ะ ครับ) ก็เอามาmentในนี้ ผมจะคอยอ่านครับ
ในส่วนของคุณ "Anonymous" ผมก็รับฟังความคิดเห็นของเค้าและผมก็คิดว่าเค้าก็รับฟังความคิดเห็นของผม เราเพียงแต่เอาข้อเท็จจริงมาคุยกัน ในส่วนของการตอบโต้กลับด้วยคำหยาบของคุณ"Anonymous"ผมก็ว่าที่คุณ"Anonymous"ตอบโต้กลับนั้นทำเหมาะสมแล้ว กับความคิดเห็นของใครบางคนที่พูดมาแบบไม่ให้เกียรติกัน

** เราน่าจะแนวเดียวกันนะครับ

** เราน่าจะแนวเดียวกันนะครับ ยินดีที่รู้จัก **

** ในอดีต

** ในอดีต ไม่ว่านักวิทยาศาสตร์ นักปราชญ์ นักประชาธิปไตย์ ต่างเสวนากัน หาเหตุและผลมาหักล้างกัน โต้แย้งกันเพื่อให้เกิดองค์ความรู้ทั้งนั้น ส่วนใครจะมองเราว่าสีไหน ก็ปล่อยเขาไปครับผม เขาไม่ได้มานั่งหรือหยั่งรู้ใจเราหรอก ส่วนคนที่ชอบใช้วาจาหยาบคาย มันก็เป็นตัวของเขา คนเราให้สิ่งใดคนอื่นย่อมได้รับผลของสิ่งนั้น ไม่จำเป็นต้องได้รับจากคนที่เขาให้...**

ผมขอบอกก่อนน่ะ ครับ ว่า

ผมขอบอกก่อนน่ะ ครับ ว่า "แนวคิดของผม รับข่าวสารรอบๆด้าน ไม่เฉพาะเจาะจงว่าจะเป็นแดงหรือเหลือง รัฐบาลหรือฝ่ายค้าน แล้วเอาข้อมูลมาวิเคราะห์ด้วยเหตุด้วยผล ใครทำดีก็ชม ใครทำไม่ดีไม่ถูกต้องก็ต้องว่า ไม่สนใจว่าคนหรือกลุ่มนั้นจะอยู่ฝ่ายใคร เพราะตามรัฐธรรมนูญบอกว่า "ประชาชนคนไทยมีสิทธิ์แสดงออกโดยไม่ทำความเดือดร้อนให้คนอื่น"และถึงแม้ว่าเรามีความคิดต่างกันแต่เราก็อยู่กันได้ในประเทศ ถ้าคิดว่าใช่ ผมยินดีรู้จักครับ"

คุณตามจริง

คุณตามจริง ไปงมอยู่ปลักควายที่ไหนมาอ่ะ คนที่เทพเทือก จ้างเป็นพยานเท็จ มันสารภาพ ตั้งแต่ตอนที่พิจารณาคดีแล้ว แถมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ยังมาสารภาพอีก 2 ตัว เอ๊ย คนว่า ไอ้เมือกจ้าง 15 ล้านใส่ร้าย พปช. และจะให้ตำแหน่งทางการเมืองด้วย แล้วเบี้ยว....ขึ้นมาจากปลักเร็ว หาอ่านในอินเตอร์เน็ตก็ได้ ออกห่างสื่อรัฐบ้างจะได้ฉลาดขึ้น

ไม่รู้จริงเท็จขนาดไหน

ไม่รู้จริงเท็จขนาดไหน ได้ยินมาเหมือนกันว่าท่านไม่ให้เนวินเข้าบ้านท่านอีกเลย ตั้งแต่เป็นงูเห่า ถ้าจะสนิทก็คงตอนเป็น นปกอยู่ ได้ยินมาจากรายการวิทยุน่ะ ก็ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่าเพราะไม่ได้ยินท่านพูดเองกับหู

ไอ้ห้อย

ไอ้ห้อย เอาปากไปกวาดลานวัดหรือครับ ยังไม่รู้ตัวอีกหรือว่าเป็นตัวเสนียด ไม่มีใครเขาอยากเห็นหน้า .... หรือว่ายังไม่รู้ตัวจริงๆ น่าอนาถตระกูล "ชอบ shit"

งานบิดา-แม่คุณ

งานบิดา-แม่คุณ พ่อสนะคุณเป้นไง ใครจ้างว่ะ สัส

สรยุทธ พร้อมคู่หุ

สรยุทธ พร้อมคู่หุ เรื่องเล่าเช้าน้ เป็นกลางบ้าง เราเป็นสือ อย่าให้ใครจูงได้ หมดสัสทราว่ะ

ผมเห็นด้วยกับคุณ chain ครับ

ผมเห็นด้วยกับคุณ chain ครับ ที่บอกว่า"แตกต่างแต่ไม่แตกแยก อยากให้ทุกฝ่าย มองความดีของกันและกัน หยุดสาดโคลนใส่กัน หยุดใช้วาจาก้าวร้าว หยาบคาย
โจมตีซึ่งกันและกัน อยากเห็นวันที่ ประชาชนทั้งสองฝ่าย ทั้งกลุ่มเสื้อเหลืองและเสื้อแดง มารวมพลังกัน กลายเป็นสีส้ม ร่วมกันร้องเพลงชาติไทย และเพลงสรรเสริญพระบารมี พร้อมๆ กัน สักวันนะครับ _/\_"
ก็ขอร้องไห้คนไทยหันหน้าเข้าหากัน
ใครผิดก็ว่าไปตามกระบวนการของกฎหมาย ใครผิดก็ว่ากันไปตามผิด ใครถูกก็ว่าถูก โดยเอาข้อเท็จจริงและหลักฐานมาพูดกัน ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม (แต่ถ้าทุกคนยังบอกว่า "กระบวนการทางกฎหมายของประเทศไทยไม่ยุติธรรม" ผมก็ว่าก็ยังขัดแย้งกันอยู่ดี )

ขอบคุณคุณคห.

ขอบคุณคุณคห. 'ถ้าไม่ถูกใจก็ขอโทษด้วย พร้อมรับคำด่าถ้าไม่จริง' ปกติผมไม่ใช่คนก้าวร้าว แต่บางครั้งอดไม่ได้ที่เห็นบางคนเข้ามาด่าทอ ไม่ได้ให้ความคิดสร้างเสริมอะไรเลย ผู้ที่ใช้สิทธิเข้ามาร่วมความเห็นไม่จำเป็นต้องเป็นเหลืองหรือแดง เพียงแต่คิดว่าผิดหรือถูกเท่านั้น...บางครั้งผมคิดว่าบางคนเลยเถิดจนไม่รู้ว่าประชาธิปไตยคืออะไร การกระทำการแสดงออกจนเลยเส้น แต่ไม่เคยมีใครทำอะไรได้
อย่างเช่นตอนนี้ผมไม่เห็นเหตุผลอะไรที่ใครจะมาเดินขบวนก่อความเดือดร้อนให้กับผู้ทำมาหากินทั้งหลาย บ้านเมืองก็สงบดีทำไมต้องทำให้มันวุ่นวาย ทำไมไม่รอดูผลงานของรัฐบาลต่อไป ถ้าเลี้ยวเข้ารกเข้าพงก็ค่อยมาว่ากัน พยายามใช้ความอดทนอดกลั้นกันบ้าน อะไร ๆ มันก็คงดีขึ้นมาเอง

ผมรักสมัครเเต่เกลียดทักษิณ

ผมรักสมัครเเต่เกลียดทักษิณ ทักษิณอยู่ไหนป่นปี้ที่นั่น เหลือบมองดูไบ เเล้วมาดูเขมรต่อไป ฝุงเหลือบกำลังกระดึบๆเข้าเขมร สงสารครเมมรบ้างทักขี้

ให้ท่านไปอย่างสงบเถอะ

ให้ท่านไปอย่างสงบเถอะ ท่านต่อสู้ตามแนวทางความคิดของท่านอย่างเชื่อมั่น มีพัฒนาการที่ดีสู่จุดสูงสุดคือการมาตามระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้อง
น่าเป็นตัวอย่างให้เพื่อนบางคนของผมที่อวดอ้างว่าเป็นผู้นำนักศึกษายุคพฤษภา แต่มีพัฒนาการที่ตกตำลง ยอมสนับสนุนคนที่เข้ามาโดยฝ่าฝืนระบอบประชาธิปไตย และ นิติรัฐ

ครับ ผมก็คิดแบบคุณ แสดงว่า

ครับ ผมก็คิดแบบคุณ แสดงว่า เราเป็นพวกที่พูดด้วยเหตุพูดด้วยผล เอาข้อเท็จจริงมาคุยกัน ใครมีความคิดเห็นแตกต่าง ก็ไม่ใช่ว่า เค้าเป็นศัตรู เพียงแตว่า การมาถกกัน(discuss)ไม่ใช่ว่าจะมาทะเลาะกันด้วยคำหยาบคาย แต่จุดประสงค์ คือ เอาข้อเท็จจริงมาคุยกันแล้วต่อยอดความรู้ขึ้นเรื่อยๆ

นายฌาน โดมินเซนต์ อายุ 45 ปี

นายฌาน โดมินเซนต์ อายุ 45 ปี ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ชาวเนเธอร์แลนด์ เดินทางมาทำข่าวที่โรงพยาบาลศิริราช กล่าวว่า เดินทางทำข่าวมาแล้วทั่วโลก แต่เมื่อรับทราบข่าวของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จากประชาชน ที่ จ.ศรีสะเกษ ก็ตั้งใจเดินทางมาที่โรงพยาบาลศิริราช เพื่อทำข่าวนี้โดยเฉพาะ ซึ่งเมื่อได้มาเห็นบรรยากาศ ก็รู้สึกตื่นเต้นกับตัวเลขจำนวนผู้มาร่วมลงนามกว่า 1.2 ล้านคน และรู้สึกประทับใจเป็นอย่างยิ่งที่เห็นประชาชนชาวไทยหลั่งไหลมาร่วมลงนามกันอย่างต่อเนื่อง โดยได้เปรียบเทียบสถานการณ์เดียวกันนี้ในประเทศเนเธอร์แลนด์ ว่าคงไม่ได้เห็นการแสดงออกของประชาชนจำนวนมากเช่นนี้ พร้อมกล่าวถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ให้พระองค์ทรงพระเจริญ มีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์

ที่เนเธอร์แลนด์เปิดเว็ปพิเศษใ

ที่เนเธอร์แลนด์เปิดเว็ปพิเศษให้คนได้ร่วมลงชื่อสำหรับโอกาสเหล่านี้ ส่วนใหญ่คนต่างชาติจะเห็นว่าไทยยังล้าหลังมากในเรื่องแบบนี้ เป็นแบบบูโรคราซี่ ใช้เปเปอร์แวิร์คมากกว่า on line
เขาอาจแปลกใจว่าทำไมคนถึงมีความอุตสาหะเดินทางมาด้วยตัวเองถึงศิริราช (การเดินทางสำหรับคนไม่มีรถในกรุงเทพไม่ใช่เป็นเรื่องง่าย ๆ) และยังต้องมานั่นรอเข้าแถวลงชื่ออีก
เหตุผลก็คือ คนไทยมีความภักดี พร้อมสละเวลา ความสุขส่วนตัวเพื่อให้มีโอกาสได้แสดงความภักดีและชื่นชมต่อในหลวงของเขา

แดงฮาได้ใจมากๆ งานพวกมันเอง

แดงฮาได้ใจมากๆ

งานพวกมันเอง ยังป่วนได้ในเจ้าภาพ กร๊ากๆๆๆๆ

สมแล้วที่แม้วมันจรจัด 555!

ไม่มีมารยาทจริงๆ

ไม่มีมารยาทจริงๆ งานศพมันยังไม่เว้นสร้างความวุ่นวาย
ช่างไม่รู้จักแยกแยะ พวกเปรตพวกนี้ (เรื่องการเมืองเอาไว้พูดข้างนอกสิ นี่มันงานศพ)

งงจริงๆ ว่าคนเสื้อแดงจะโห่ไล่

งงจริงๆ ว่าคนเสื้อแดงจะโห่ไล่ ถือตีนตบใส่เนวินปากห้อยทำไม ในเมื่อเขาคือคนที่ยืนอยู่ข้างสมัคร สุนมรเวช จนถึงวินาทีสุดท้ายในสภา
มันน่าจะไปถือตีนตบใส่หน้าพวกสส.กลุ่มที่เปลี่ยนข้างไปสนับสนุนนายสมชายเสียมากกว่า

คือว่า ผมฟังความทั้งสองด้าน

คือว่า ผมฟังความทั้งสองด้าน ทั้งฝ่ายพันธมิตรและฝ่ายเสื้อแดง ต่างก็มีความคิดสุดขั้ว ต่างก็คิดว่าตนเองถูกต้อง
ซึ่งในการแสดงออกของแต่ละฝ่าย ก็ล้วนมีคุณประโยชน์ แต่ในบางส่วนก็ก่อให้เกิดความแตกแยก เพราะต่างก็จ้องจับผิดกัน ซึ่งถ้าจะทำให้อีกฝ่ายยอมรับกันได้ ควรทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองอย่างแท้จริง ไม่ยกตนข่มท่าน
ไม่มีใครที่สมบูรณ์แบบ ไม่มีใครหรอกที่อยากให้คนอื่นมาด่าว่าหรือตำหนิตน เพราะต่างก็เป็นปุถุชน ย่อมมี โลภ โกรธ หลง หากต่างฝ่ายต่างก็ชื่นชมส่วนดีของกันและกัน ผมว่าบรรยากาศ คงจะดีกว่าที่เป็นอยู่ ฝ่ายไหนจะเป็นผู้เริ่มก่อน ก็ถือว่ามีแนวทางออกของปัญหาความขัดแย้ง

ผมก็เห็นด้วยกับกลุ่มเสื้อแดง ที่ต้องการคานอำนาจบุคคลบางกลุ่มที่แอบอ้างสถาบัน และคิดว่าตนเองถูก ทำเพื่อประเทศชาติ และมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการควบคุมข้าราชการอยู่ในมือ ซึ่งมองดูแล้วก็ขัดแย้งกับระบอบประชาธิปไตย แต่ผมก็เห็นด้วยกับกลุ่มคนเสื้อเหลือง ที่มองว่าหากท่านทักษิณมีอำนาจเบ็ดเสร็จทางรัฐสภา ก็คือเผด็จการรัฐสภาเช่นกัน

ในเมื่อประเทศไทยเราได้เรียนรู้ถึงจุดอ่อนของทั้งสองระบบ ที่จะทำให้ประเทศไทยมิได้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
เหมือนอย่างที่สากลเขาเป็นกัน เราก็ควรถอยหลังกันคนละสามก้าว จับมือกัน ยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ยอมรับว่าฝ่ายตนก็มีส่วนผิด อีกฝ่ายก็ผิดเหมือนๆกัน ไม่มีใครดีไปกว่ากัน แต่สิ่งที่ทั้งสองฝ่ายต้องคำนึงถึง คือผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นใหญ่ เป็นที่ตั้ง

เราต้องยอมรับว่า ในอดีตกาล บรรดาขุนนางทั้งหลาย ก็มีส่วนช่วยราชการแผ่นดิน เป็นผู้สนองพระราชดำริพระราชโองการ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการรักษาชาติบ้านเมืองให้พ้นจากปัญหาวิกฤติต่างๆ มา และก็เช่นเดียวกัน บรรดาพ่อค้าประชาชน (ซึ่งได้เข้ามามีบทบาททางการเมือง ในช่วงหลัีงๆนี้ ก็เป็นจักรกลสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ให้เจริญก้าวหน้า เช่นเดียวกัน) ในยามศึกเราต้องรบ เราต้องอาศัยขุนนาง ทหารและข้าราชการ ในยามสงบ เราต้องทำการค้า เราก็ต้องอาศัยนักธุรกิจ พ่อค้า เอกชน ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน ต้องพึ่งพากัน หากขาดกันไปอย่างใดอย่างหนึ่ง คงจะต้องเดือดร้อน ต่อประเทศชาติประชาชน เป็นแน่แท้

กระผมในฐานะคนไทย ที่มีความรัก เคารพ ในชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงขอวิงวอน ให้ทั้งสองฝ่าย พึงสำรวจตนเอง และเลิกที่จะเพ่งโทษผู้อื่น มุ่ง คิดดี พูดดี ทำดี โดยทำประโยชน์ให้เกิดแก่ประชาชน แข่งขันกันทำดีเพื่อบ้านเมือง ดีกว่ามาจ้องจับผิดหรือใส่ร้ายป้ายสีอีกฝ่าย จะดีกว่า ใครที่เริ่มกระทำก่อน เลิกพฤติกรรมเดิมๆ ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเอง ว่าอะไรดีหรือไม่ดี

ที่ผมพูดเป็นกลางๆ นี้ คือมีหัวใจรักประชาธิปไตยจริงๆ มิได้ชอบเผด็จการรัฐสภา และก็มิได้ชอบเผด็จการอมาตยา
(ซึ่งผมเห็นด้วยกับกลุ่้มเสื้อแดงที่ไม่ต้องการให้ขุนนางเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง เพราะจะเป็นการดึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ลงมายุ่้งเกี่ยวด้วยโดยปริยาย )
และก็ปรารถนาที่จะเห็นสิ่งต่างๆ เป็นไปตามครรลองประชาธิปไตย เช่น เมื่อรัฐบาลบริหารประเทศชาติไม่ได้หรือแก้ไขปัญหาให้ประเทศชาติไม่ได้ ก็ควรยุบสภาคืนอำนาจให้กับประชาชน ไม่ควรมีการปฏิวัติรัฐประหารอีกต่อไป

ทหารควรเป็นทหารของประชาชน เป็นรั้วของชาติ ข้าราชการก็ควรปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนมาบริหารประเทศ พัฒนาประเทศชาติให้มั่งคั่ง มั่นคง โดยใช้งบประมาณของประชาชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ให้ประชาชนกินดีอยู่ดี ไม่ควรมีการทุจริตคอรัปชั่น หรือทำประโยชน์เพื่อตนและพวกพ้อง และรัฐบาลก็ต้องทำงานสนองโครงการพระราชดำริต่างๆ ที่ในหลวงทรงประทานให้กับพสกนิกรของท่าน ซึ่งทุกๆโครงการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมศานุวงศ์ ล้วนมีประโยชน์ต่อปวงชนชาวไทยทั้งสิ้น จึงจะกล่าวได้ว่า ประเทศไทย ปกครองระบอบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขอย่างเต็มความภาคภูมิ

"ปรารถนาให้คนไทย รักและสามัคคีกัน อภัยให้กัน มองเห็นความดีซึ่งกันและกัน ลดทิฐิ ลดอัตตา คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก และอยา่กให้ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ผู้มีอำนาจทั้งหลาย เมตตาประชาชนทุกคน ว่าเป็นลูกเป็นหลาน เป็นคนไทยด้วยกัน ซึ่งตอนนี้คนไทยส่วนใหญ่ก็ตกในภาวะลำบาก อัตคัตขัดสน กันอยู่แล้ว หากผู้ใหญ่ ผู้มีอำนาจและบารมี กลับมัวทะเลาะกัน ก็คงจะเป็นอย่างคำพังเพย ที่กล่าวไว้ว่า เมื่อช้างสารชนกัน หญ้าแพรกก็แหลกราญ "

และอยากจะเสริมอีกนิดหนึ่ง

และอยากจะเสริมอีกนิดหนึ่ง ก็คือ ผู้น้อยเมื่อจะกล่าวถึงผู้หลักผู้ใหญ่ ก็ควรให้เกียรติกันบ้าง มิใช่ใช้คำหรือวาจาอันก้าวร้าว หยาบคาย อันก่อให้เกิดความรู้สึกกับอีกฝ่ายที่อยากจะดัดนิสัย อยากทำโทษ ให้รู้สำนึก เหมือนทำโทษเด็กๆ เพื่อให้รู้ว่าใครเป็นใคร ซึ่งต่างก็ไม่เกิดผลดีต่อประชาชนเลยทั้งสองอย่าง เพราะหากไม่สามารถประนีประนอมกันเพื่อยุติข้อขัดแย้ง ที่ก่อให้เกิดความสามัคคีกันได้ ท้ายที่สุดก็คงต้องถึงขั้นแตกหักกัน เพื่อชัยชนะหรือเพื่อรักษาอำนาจหรือผลประโยชน์ หรือความสะใจของตน แล้วถามว่า มันคุ้มกันหรือไม่ ที่คนไทยจะต้องทะเลาะกันโดยเอาประชาชนและประเทศชาติเป็นเดิมพัน ซึ่งผลที่ออกมา จะดีขึ้นหรือเลวลงไปกว่านี้ไม่มีใครทราบ แต่ที่แน่ๆ การทะเลาะกันการแตกแยกกัน การแตกความสามัคคี ย่อมไม่เกิดผลดีต่อประเทศชาติและประชาชน อย่างแน่นอน

คุณสมัครไม่ได้โดนเรื่องยุบพรร

คุณสมัครไม่ได้โดนเรื่องยุบพรรคแต่โดนเรื่องเป็นลูกจ้างทำรายการกับข้าวซึ่งนิยามจากพจนานุกรม เพราะนิยามจากกฎหมายแพ่งและกฎหมายแรงงานแล้วเอาผิดไม่ได้ ไม่รู้เรื่องก็เงียบไว้ดีกว่านะ อายคนอื่นเขา

แล้วที่ช่องเหลืองทั้งด่าทั้งส

แล้วที่ช่องเหลืองทั้งด่าทั้งสาบแช่งคุณสมัครเมื่อรู้ว่าเสียแล้วล่ะ รวมทั้งส.ส.ปชป.ก็ออกหนังสือมาด่าสมัคร การกระทำของพวกนี้เป็นอย่างไร ช่วยวิจารณ์หน่อย มันยังมีความเป็นคนเหลืออยู่หรือเปล่า สัตว์นรกชัดๆ

ที่คุณ

ที่คุณ "ขออภัยถ้าผมพูดไม่ถูกใจ พร้อมรับคำด่า" เขียนมานั้นเป็นเรื่องที่เขียนมาหลายวันก่อน และฉันก็ได้แสดงความเห็นโต้ไปมากพอสมควร จนนึกว่าหยุดไปแล้ว ยังเอามาเขียนอีก คุณเป็นคนเซ้าซี้น่ารำคาญมาก หาเรื่องอื่นๆมาพูดไม่ได้แล้วหรือ จะให้คนคอยโต้ในประเด็นเก่าๆไม่ยอมเลิก น่ารำคาญจริงๆ

คำชี้แจง

เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น

  • ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
  • ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
  • อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง

ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค

จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ

* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน