คำว่า “บอง ชวลิต” และบทบาทของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ
การตอบโต้ของไทยต่อกรณีที่สมเด็จฯ ฮุนเซน แต่งตั้งทักษิณเป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจ และประกาศว่าทักษิณ “เป็นเพื่อนคนหนึ่ง” นั้นเนื่องมาจากความเป็นเพื่อนบ้านไร้พรมแดน (1) กล่าวคือ ความสัมพันธ์ของ พล.อ.ชวลิต-ฮุนเซน-ทักษิณ สืบเนื่องมาตั้งแต่การพูดคุยแบบพี่น้องที่มีสายสัมพันธ์มายาวนานกว่า 20 ปี ตั้งแต่พล.อ.ชวลิต ช่วยสร้างสันติภาพให้กัมพูชา โดย พล.อ. ชวลิต กล่าวว่า“ “ฮุนเซน” เรียกผมว่า “บอง ชวลิต” ทุกคำเขาบอกว่าผมเป็นพี่ชายของเขา โดย พล.อ.ชวลิตเล่าไว้ และกล่าวต่อว่า “โอ้ย ผมเป็นซุปเปอร์นายกฯ ไม่ใช่คุย แต่ relation กับเพื่อนบ้านที่ผมสร้างเอาไว้นาน มันมหาศาลไม่ใช่แค่พี่น้อง partnership แต่เป็น Family เดียวกันยิ่งกับผู้นำพม่า เราถือว่าเป็น Brother กันเลย….”
เมื่อเราพินิจคำว่า “บอง ชวลิต” ที่ฮุนเซนใช้เรียก พล.อ.ชวลิต แปลความหมายมาเป็นไทยว่า ผมเป็นพี่ชายของฮุน เซน สิ่งนี้สะท้อนถึงการโยงใยของคำ ร่องรอยความคิด และความเชื่อของไทย โดยคำว่า "พี่น้อง" เป็นการกล่าวถึงเรื่องของพี่น้องหรือเป็นการนับญาติ เรานึกถึงตัวอย่างในชีวิตประจำวันได้ เช่น การเรียกกระเป๋ารถเมล์ว่า พี่ ทั้งที่ไม่ใช่พี่แท้ๆ ตามลำดับญาติก็ตาม
ในทางเดียวกัน คำว่า ครอบครัว เป็นการนับญาติของคนไทย เพราะระบบญาติขยายวงศ์เป็นเหตุให้ใช้ศัพท์ทางญาติกับคนที่ไม่ใช่ญาติแพร่หลายทั่วไป การเรียกคนว่า พี่ น้อง ลุง ป้า น้า อา เช่นเดียวกันกับการเรียกว่า ลุงนวมทอง ไพรวัลย์ (2) การใช้คำเรียกดังกล่าวในด้านหนึ่งมันเป็นผลดีแก่ผู้ใช้ศัพท์เรียกผู้อื่นว่า “…ลุง พี่ น้อง ทำให้ผู้ถูกเรียก รู้สึกความสัมพันธ์ใกล้ชิดสนิทสนม และส่วนความเป็นมาของการพยายามเรียกผู้อื่นให้ใช้คำว่า “ท่าน” ก็มีในสมัยจอมพล ป.พยายามให้เกิดความเป็นอารยะเยี่ยงชาติตะวันตก โดยส่วนใหญ่แล้วก็นิยมใช้คำว่า “ท่าน” หรือ “คุณ” เป็นภาษาทางการมากกว่าในชีวิตประจำวันที่มีการใช้ศัพท์เรียกว่าพี่ น้อง..” (3) นั่นก็คือ มันจะไม่ประสบความสำเร็จในการใช้คำศัพท์ดังกล่าวเหมือนกับคำว่า “สวัสดี” ที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวันจนถึงปัจจุบัน
ย้อนกลับไป พล.อ.ชวลิต ซึ่งเคยมีบทบาทในการเจรจาสันติภาพให้กับเขมร 4 ฝ่ายนั้น ในสมัยที่ พล.อ.ชวลิต เป็นนายกรัฐมนตรี “…ในสมัยที่รัฐบาลไทยเข้าร่วมแก้ไขปัญหาการเลือกตั้งในกัมพูชาปี 1998 ในช่วงเดือนตุลาคมที่รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนเข้าไปร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาตินั้นได้ถือโอกาสจัดตั้งกลุ่มประเทศที่เรียกตัวเองว่า เพื่อนกัมพูชา (Friend of Cambodia) โดยมีนาย ประจวบ ไชยสาสน์ เป็นรมต.ต่างประเทศไทย ทำงานเป็นแกนสำคัญในการจัดประชุมนานาชาติว่าด้วยปัญหากัมพูชามาแล้ว..” (4)
เรื่องราวของถ้อยคำจากอดีตจนถึงยุคปัจจุบันสะท้อนให้เห็นถึงการค่อยๆ พยายามขยายความหมายของคำว่า พี่น้อง เพื่อน และครอบครัวของไทย ไปสู่การสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่ในทางกลับกัน การตอบโต้ของรัฐบาลซึ่งนำมาสู่ความขัดแย้งกับกัมพูชา เช่น ข้อความในถ้อยแถลงให้เหลือเพียงคำๆ เดียวว่า “ทักษิณ” ของนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (5) กลับเป็นการลดทอนความหมายของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
คำว่า “ทักษิณ” นำไปสู่การวิเคราะห์ของสื่อมวลชนไทยในเชิงลบต่อเรื่องกัมพูชาในความเป็นพี่น้องของ พล.อ.ชวลิต และความเป็นเพื่อนของทักษิณและให้แคบลงเพียงเรื่องผลประโยชน์และความสัมพันธ์ส่วนตัวเท่านั้น มันทำให้นึกถึงสำนวนทำนองว่า “มีเงินเรียกน้อง มีทองเรียกพี่ ไม่มีเงินไม่มีทอง ไม่นับพี่นับน้อง” แต่แน่นอนว่า รมต.ต่างประเทศนามว่า กษิต ภิรมย์ ซึ่งเคยร่วมกับกลุ่มพันธมิตรฯ ในอดีต จะไม่สามารถสร้างเพื่อนกับสมเด็จฯ ฮุนเซนได้ เพราะคำว่า “ทักษิณ” ไปจนถึงคำว่า “บอง ชวลิต” มีนัยแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงต่อการสถาปนาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน นั่นก็คือ พล.อ.ชวลิต ในฐานะรัฐบาลจากในอดีตสามารถสร้างความสัมพันธ์อาเซียนใหม่ต่อกัมพูชาแตกต่างจาก กษิต ภิรมย์ และอภิสิทธิ์ ในปัจจุบัน
ชีวิตประจำวันของพล.อ.ชวลิต และมุมมองจากคอนโดมิเนียมริมแม่น้ำเจ้าพระยา
จากชีวประวัติของพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นามสกุลยงใจยุทธนั้น สืบเชื้อสายมาจากเชื้อพระวงศ์ของลาว พล.อ.ชวลิตเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 22 ของไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และอดีตผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ชวลิต เป็นเจ้าของสมญา “ขงเบ้งแห่งกองทัพบก” ผู้ประสบความสำเร็จในเรื่องเคยต่อสู้ชนะคอมมิวนิสต์ พล.อ.ชวลิต ก็เคยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกวุฒิสภาในขณะดำรงตำแหน่งทางทหาร พล.อ.ชวลิตเป็นผู้ก่อตั้งและเป็นหัวหน้าพรรคความหวังใหม่คนแรก พล.อ.ชวลิต เป็นอดีต ส.ส.หลายสมัย และพล.อ.ชวลิต ก็มีคะแนนเสียงหนาแน่นในจังหวัดนครพนม โดยสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปเรียก พล.อ.ชวลิต ว่า “บิ๊กจิ๋ว” ส่วนในพื้นที่ภาคอีสานเรียก พล.อ.ชวลิตว่า “พ่อใหญ่จิ๋ว” นอกจากนี้แล้ว ยังมีอีกฉายาหนึ่งว่า “จิ๋วหวานเจี๊ยบ” จากการมีบุคลิกพูดจาอ่อนนุ่ม ฯลฯ เป็นต้น
ที่น่าสนใจ ภาพชีวิตประจำวันของพล.อ.ชวลิตถูกถ่ายทอดออกมาผ่านสื่อมติชนสุดสัปดาห์ฯ ว่า “…ชีวิตของพล.อ.ชวลิตอยู่บนชั้นที่ 23 ของรีเวอร์ไรน์คอนโดมีเนียม ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ตื่นมาก็เห็นสายน้ำ ก่อนนอนก็เห็นสายน้ำที่ไหลทอดยาวไม่เคยหยุดนิ่ง แม้แต่ตื่นมากลางดึกตีหนึ่งตีสองที่พล.อ.ชวลิตมักจะตื่นมาใช้ความคิด และวางแผนปฏิบัติการต่างๆ ก็ที่ริมระเบียงแม่น้ำนี่แหละ เขาจึงอาจกำลังกลายเป็น นักฆ่าลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตัวจริง ที่ไม่มีใครรู้ว่าจะเป็นผู้ชนะหรือผู้พ่ายแพ้…” (6)
ชีวิตประจำวันของทุกคนย่อมเกี่ยวข้องกับเวลาและสถานที่ Henri Lefebvre เคยเขียนถึง Critique of Everyday Life โดยวิพากษ์วิจารณ์เรื่องชีวิตประจำวันกับความสัมพันธ์ของกรอบการรับรู้ถึงพื้นที่และเวลาของชีวิตทางสังคม กล่าวคือมันสะท้อนถึงชีวิตประจำวันของเราและมันแสดงถึงความสำคัญและความหมายของพื้นที่ทางกายภาพของคอนโดของ พล.อ.ชวลิต ที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานครไม่ได้ตั้งอยู่ริมน้ำโขง ซึ่งคอนโดมิเนียมทำหน้าที่ในการช่วยสร้างความคิด จิตใจ และตัวตนของพล.อ.ชวลิต ที่มีการมองเห็นลุ่มน้ำเจ้าพระยาเป็นพื้นที่ทางสิ่งแวดล้อมสำหรับสร้างความคิดสร้างสรรค์ในคอนโด
การเล่าเรื่องว่า “…พล.อ.ชวลิต มักจะตื่นมาใช้ความคิด และวางแผนปฏิบัติการต่างๆ ก็ที่ริมระเบียงแม่น้ำนี่แหละ เขาจึงอาจกำลังกลายเป็น นักฆ่าลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตัวจริง…” (7) ทำให้เห็นภาพแสดงแทนจากสื่อมติชนสุดสัปดาห์บ่งชี้ให้เห็นว่า พล.อ.ชวลิตผู้อยู่ในคอนโดมิเนียมชั้นที่ 23 วางแผนชีวิตประจำวันอย่างกับอยู่ในสมรภูมิรบ ทั้งที่ พล.อ.ชวลิต อยู่ที่คอนโดมิเนียมไม่ใช่สนามรบ แต่มันก็คล้ายคลึงกับคำว่า “สมรภูมิ” ทำให้น่าคิดถึงข้อความของ Henri Lefebvre ที่เคยเขียนถึง Critique of Everyday Life ว่า “..ชีวิตประจำวันจะกลายเป็นสมรภูมิแห่งใหม่ในการต่อสู้ทางชนชั้น..” แน่นอน เราต้องต่อสู้ในชีวิตประจำวันเพื่อหาทางอยู่รอดดำเนินชีวิตกันต่อไป
แต่การต่อสู้ในชีวิตประจำวันก็มีขีดจำกัดในกรอบของเวลาและพื้นที่ เมื่อวิถีชีวิตประจำวันของคนในกรุงเทพฯ ที่อาศัยอยู่คอนโดมิเนียมอันเป็นสถาปัตยกรรมขนาดสูง มันเป็นทั้งภาพแสดงแทนวิถีชีวิตของความทันสมัยของคนกรุงเทพฯ ซึ่งพวกเขากลับจากที่ทำงานถึงคอนโดมิเนียมก็แถบจะหมดเรี่ยวแรงกายในเวลากลางคืนแล้ว ทว่าภาพชีวิตประจำวันของ พล.อ.ชวลิต กลับแตกต่าง ในช่วงเวลาการผลิตความคิดสำหรับแผนปฏิบัติการอยู่ในเวลากลางคืนที่แสงดาวเปล่งประกายเรืองรองระยิบระยับ ท่ามกลางแสงสีจากตึกสูงและอาคารต่างๆ ในกรุงเทพฯ แน่นอนเรารู้ว่า การมองแม่น้ำเจ้าพระยาของทุกคน ในความทรงจำ ล้วนเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตประจำวันและวัฒนธรรมประเพณีตามความสำคัญอันเกี่ยวข้องกับแม่น้ำเจ้าพระยา เช่น กระบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค และงานลอยกระทง งานประเพณีต่างๆ ซึ่งแน่แท้แล้ว พล.อ.ชวลิตและทุกๆ คน ก็สามารถมองเห็นสายน้ำเป็นดั่งสัญลักษณ์ว่า “เวลาไม่ไหลย้อนกลับมา” ได้อีกด้วย
นั่นก็คือ เวลาเป็นความจริงแท้ของพื้นที่ในความคิดของแต่ละคน ส่วนพื้นที่ก็ก่อให้เกิดจินตนาการของภาพสะท้อนทางภูมิศาสตร์ จากพื้นที่ เรามองเห็นทิวทัศน์ของแม่น้ำ บ้านเมืองในชุมชนของประเทศ จนกระทั่งเรานึกถึงพื้นที่ทางสังคมกับเรื่องราวของชีวิตของผู้คน ไม่น่าแปลกใจ หาก พล.อ.ชวลิต มองเห็นแม่น้ำกับวิถีชีวิตของคนเช่นกัน ทั้งจากการตีความหมายของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ท่ามกลางความมืดมนสลัวของสายน้ำที่มองจากคอนโดมิเนียม เชื่อมโยงกับความหมายของผู้คนแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยาของกรุงเทพฯ ใน Senses of Place
ชื่อชวลิต มีความหมายว่า รุ่งโรจน์, รุ่งเรือง, แสงสว่าง อาจเปรียบประดุจแสงสว่างให้พรรคเพื่อไทยก็ว่าได้
นับตั้งแต่การเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ชีวิตประจำวันของพล.อ.ชวลิต ณ คอนโดมิเนียม ก็คือสถานที่ของผู้วางแผน ซึ่งต่อมาการเดินทางไปประเทศกัมพูชาซึ่งข้ามอาณาเขตของลุ่มน้ำเจ้าพระยาไปพบสมเด็จฯ ฮุนเซน สะท้อนถึงการผลิตความหมายชีวิตส่วนตัวจากสถานที่หนึ่งซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมไปสู่อีกสถานที่หนึ่งก็คือปราสาทพระวิหาร
มันทำให้เกิดการขยายอาณาเขตของความเป็นส่วนตัว (Private sphere) ของพี่ชวลิต หรือ “บอง ชวลิต” ไปสู่สมเด็จฯ ฮุนเซน ซึ่งเขาก็เรียกทักษิณว่าเพื่อน การสร้างความเป็นมิตร ความเป็นเพื่อนกับกัมพูชา จึงขยายกลายเป็นประเด็นอาณาเขตสาธารณะ (Public Sphere) ซึ่งมันผนวกกับความเป็นเพื่อนบ้านในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้ พล.อ.ชวลิต ได้นำประเด็นนครปัตตานีกลับมานำเสนอใหม่อีกครั้ง ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว พวกเราก็รู้กันดีว่า เราอยู่ในความหวังของการพัฒนากระบวนการสร้างความทันสมัยของรัฐประชาชาติไทย และเราต้องสร้างอาณาเขตสาธารณะในการมีส่วนร่วม เสรีภาพของการแสดงความคิดเห็น และอธิปไตยของประชาชนตามรัฐธรรมนูญในทิศทางถูกต้อง
ในที่สุดแล้วเราก็รู้ว่า ประเด็นเรื่องการรอคอยเพื่อพิสูจน์ว่า ความหวังในการพัฒนาประชาธิปไตยของรัฐประชาชาติไทย ซึ่งธเนศ วงศ์ยานนาวา กล่าวว่า “…อดีตเป็นสิ่งที่เกิดไปแล้ว แก้ไขไม่ได้ เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ความหวังจึงอยู่ในสภาวะของอนาคต แต่ครั้น เมื่ออนาคตเป็นสิ่งที่ยังไม่เกิด และก็ไม่มีมนุษย์ผู้ใดจะรู้ได้ว่าอนาคตเป็นอย่างไร ความหวังจึงเป็นเพียงความหวัง เพราะไม่สามารถหาหลักฐานหรืออะไรที่จะมายืนยันไปได้มากกว่าการเป็นเพียงความหวัง..” (8) ท่ามกลางบทบาทของพล.อ.ชวลิต ในคอนโดมิเนียม ซึ่งต่อมาทำหน้าที่เป็นประธานฯ พรรคเพื่อไทย พล.อ.ชวลิต จึงเป็นความหวังใหม่ เพื่อเพื่อนร่วมชาติ ในประเด็นนครปัตตานี และประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา เพื่อสันติภาพ
“..ชาติกลายเป็นสถานที่ที่ถือกันว่าเป็นบ้าน และประวัติของชาติเป็นเรื่องราวของบ้าน..” (9) โดยเราก็รู้ว่า ขณะเวลาของประวัติศาสตร์ในปัจจุบันนั้น เมื่อชาติภายใต้เวลาของอำนาจทางการเมืองเป็นรัฐบาลอภิสิทธิ์ ก็เหมือนกับอภิสิทธ์เป็นเจ้าของบ้าน ซึ่งเราต้องอาศัยหลับนอนในบ้าน โดยรัฐบาลอภิสิทธ์ ฉะนั้น กรณีรัฐบาลถอนทูตไทยออกจากกัมพูชา อาจจะส่งผลกระทบต่อตลาดการค้าชุมชนชายแดน โดยรัฐบาลต้องสนใจเปิดโอกาสทางพื้นที่และเวลาให้ประชาชน มีส่วนร่วมตัดสินใจเรื่องกัมพูชา
อย่างไรก็ตาม เมื่อการเมืองไม่อาจคาดหวังกับรัฐบาล ที่มีการเล่นเกมก่อนอาจจะเลือกตั้งใหม่ จึงปลุกกระแสชาตินิยมดึงคะแนนเสียงให้พรรคประชาธิปัตย์ และบทบาท พล.อ.ชวลิต จึงน่าจับตาในฐานะเป็นประธานฯ ของพรรคเพื่อไทย ที่มีชื่อชวลิต หมายความว่า รุ่งโรจน์, รุ่งเรือง, แสงสว่าง เปรียบประดุจแสงสว่างให้พรรคเพื่อไทย แล้วเขาจะเป็นแสงสว่าง และความหวังใหม่ เพื่อเพื่อนร่วมชาติ ในประเด็นนครปัตตานี และกัมพูชา เพื่อสันติภาพได้มากเท่าใด นับว่าท้าทายกับสังคมไทย
โดยเขาต้องวางแผนเตรียมพร้อมเอาไว้แล้ว เหมือนไขกุญแจเปิดประตูออกจากห้องในคอนโด ที่เป็นบ้าน โดยประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในห้องคอนโด เหมือนกับเปิดอาณาเขตส่วนตัวสู่อาณาเขตสาธารณะ ซึ่งประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง
สร้างพื้นที่ให้เกิดทางรอดของประเทศไทยพ้นอันตราย
เชิงอรรถ
(1) อรรคพล สาตุ้ม “ฮุน เซน-ทักษิณ: เพื่อนบ้านไร้พรมแดน”
(2) อรรคพล สาตุ้ม “ระลึกถึงลุงนวมทอง ไพรวัลย์ ในฐานะญาติร่วมชาติไทยในเดือนตุลาคม”
http://www.prachatai.com/journal/2009/10/26334
(3) สุวรรณา สถาอานันท์, เนื่องน้อย บุณยเนตร “ความคิดและภูมิปัญญาไทย คำ ร่องรอยความคิด ความเชื่อไทย” กรุงเทพฯ: สถาบันไทยศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2535:166-167
(4) อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์ (บรรณาธิการ) “อาเซียนใหม่” กรุงเทพฯ: สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2541:168-169
(6) แผน ‘ขงเบ้ง’เขย่า ‘มาร์ค’ เปิดลับโต๊ะถกเขมร,ซุปเปอร์นายก‘จิ๋ว’ และข้อความถึง‘ป๋า’ มติชนสุดสัปดาห์ 30 ต.ค.-5 พ.ย.2552 ปีที่ 30 ฉบับที่ 1524 : 16
(7) แผน ‘ขงเบ้ง’เขย่า ‘มาร์ค’ เปิดลับโต๊ะถกเขมร,ซุปเปอร์นายก‘จิ๋ว’ และข้อความถึง‘ป๋า’, มติชน สุดสัปดาห์, เพิ่งอ้าง
(8) ธเนศ วงศ์ยานนาวา “อาณาเขตสาธารณะ/ประชาสังคมและนักมานุษยวิทยากับคนชายขอบ”จุลสารไทยคดีศึกษา ปีที่ 15 ฉบับที่ 14 (พ.ค.-ก.ค.2542): 16
(9) ธงชัย วินิจจะกูล “เรื่องเล่าจากชายแดน” ศิลปวัฒนธรรม 23, 12 ต.ค. 2545 : 80
เหตุเพราะพวกมันไม่ใช้เชื้อสาย
เหตุเพราะพวกมันไม่ใช้เชื้อสายคนไทยแท้ๆแล้วดันมาปกครองประเทศไทยเรื่องมันก็เลยฉิบหายแบบนี้ไงครับ ต่อไปจะต้องเป็นหน้าที่ของคนไทยที่มีเชื้อสายไทยแท้ๆเข้ามาจัดการทนุบำรุงประเทศแล้วไล้ไอ้พวกบ้าอย่างพรรคเพื่อทรราช(พท.)ออกไปจากประเทศไทยให้หมด
เวียดนามเตรียมฮุปสัมปทานต่างๆ
เวียดนามเตรียมฮุปสัมปทานต่างๆ และการลงทุนในเขมรทั้งหมด ทุกคนก็รู้ ชาวเขมรก็รู้
ฮุนเซนมีปัญหาในเรื่องนี้คือประชาชนมี 2 ฝ่าย 1.ไม่ชอบเวียดนาม 2. ไม่ชอบไทย การที่จะซื้อสินค้าทั้งหมดจากเวียดนาม ก็เจอประท้วง การจะซื้อสินค้าจากไทยทั้งหมด ก็เจอประท้วง จึงต้องใช้นโยบายขัดแย้งไทย คลั่งชาติ เขาพระวิหาร สุดท้าย เวียดนาม สิงคโปรจึงได้ประโยชน์สูงสุดกับการขัดแย้งนี้ ทุกคนคงคิดว่าสิงคโปรเกี่ยวยังไง สิงคโปรเป็นประเทศที่เห็นแก่ตัว ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติอะไรเลย ซื้อไทยขายเวียดนาม ซื้อเวียดนามขายเขมร ซื้อไทยขายเขมร ดูมันเห็นแก่ได้ขนาดไหน เป็นประเทศที่คบไม่ได้
ศัตรูเราไม่ใช่เขมร เห็นๆกันทางกองทัพ เศรษฐกิจ สังคม เราเหนือกว่ามาก แต่ศัตรูที่แท้จริงนั้นคือเวียดนาม ฟิลิปปินต์ สิงคโปร มาเลเซีย ต่างหากละ
เวียดนามเตรียมฮุปสัมปทานต่างๆ
เวียดนามเตรียมฮุปสัมปทานต่างๆ และการลงทุนในเขมรทั้งหมด ทุกคนก็รู้ ชาวเขมรก็รู้
ฮุนเซนมีปัญหาในเรื่องนี้คือประชาชนมี 2 ฝ่าย 1.ไม่ชอบเวียดนาม 2. ไม่ชอบไทย การที่จะซื้อสินค้าทั้งหมดจากเวียดนาม ก็เจอประท้วง การจะซื้อสินค้าจากไทยทั้งหมด ก็เจอประท้วง จึงต้องใช้นโยบายขัดแย้งไทย คลั่งชาติ เขาพระวิหาร สุดท้าย เวียดนาม สิงคโปรจึงได้ประโยชน์สูงสุดกับการขัดแย้งนี้ ทุกคนคงคิดว่าสิงคโปรเกี่ยวยังไง สิงคโปรเป็นประเทศที่เห็นแก่ตัว ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติอะไรเลย ซื้อไทยขายเวียดนาม ซื้อเวียดนามขายเขมร ซื้อไทยขายเขมร ดูมันเห็นแก่ได้ขนาดไหน เป็นประเทศที่คบไม่ได้
ศัตรูเราไม่ใช่เขมร เห็นๆกันทางกองทัพ เศรษฐกิจ สังคม เราเหนือกว่ามาก แต่ศัตรูที่แท้จริงนั้นคือเวียดนาม ฟิลิปปินต์ สิงคโปร มาเลเซีย ต่างหากละ
ประชาธิปัตย์นักทำลายยอดกะล่อน
ประชาธิปัตย์นักทำลายยอดกะล่อนจอมสร้างภาพด้วยน้ำลาย ไม่เคยเห็นชาวบ้านเป็นคน ไม่เคยมองประชาชนในประเทศเพื่อนบ้านเป็นมนุษย์ วิธีการที่ถนัดคือ กล่าวหาว่าคนอื่นโกงกิน หมิ่นในหลวง กล่าวหาปรีดีฆ่าในหลวงรัชกาลที่แปดทั้งที่ไม่เป็นความจริง กล่าวหาว่าจักรภพมีทัศนคติอันตรายต่อสถาบันเพียงแสดงความคิดเห็นต่อผู้สื่อข่าวต่างประเทศในการสัมมนาว่าลักษณะสังคมไทยเป็นสังคมอุปถัมภ์ -ซึ่งไม่มีข้อความใดที่จะแสดงให้เห็นว่ากร้าวร้าวหมิ่นสถาบันเบื้องสูง-มีใครจะโง่พอที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่เคารพเทิดทูนบูชาของประชาชนให้ตนต้องได้รับเคราะห์กรรมโดยที่ได้ไม่คุ้มเสีย..ติดคุกติดตะรางถึง 6 ปี -กล่าวหาว่านพดลขายชาติขายแผ่นดินให้กัมพูชา-ซึ่งไม่เป็นความจริง.นพดลได้ปกป้องผืนแผ่นดินไทยไม่ให้ตกไปเป็นของเขมร-ประชาธิปัตย์ตั้งแต่เสนีย์ สุขุมพันธ์ ชวน อภิสิทธิ์ กษิต พันธมิตรเจ๊กลิ้มเจ๊กลองลี้นี่เองที่เสียท่าเขมรซ้ำซากทำใต้องสูญสูญเสียปราสวาทพระวิหารตามคำพิพากษาศาลโลก ทำให้ที่ทับซ้อนต้องตกเป็นของเขมรไม่ยอมรับแถลงการณ์ ไปใส่ความโดยอคติทำให้ไทยเสียเปรียบเขมร นอกจากทะเลาะกับประชาชนคนเสื้อแดง ไล่ล่าทักษิณ เห็นประชาชนพลเมืองเป็นศัตรู บริหารประเทศไม่ได้ ทำกฎหมายให้เป็น 2 มาตรฐาน ย่ำยีกระบวนการยุติธรรม ทำลายความสามัคคี ทะเลาะกับกัมพูชา มาเลเซีย พม่า ลาว น่าเศร้าใจ..แอบอ้างผูกขาดความจงรักภักดี ความรักชาติไว้กับตนพวกตนแต่ผู้เดียว หลอกลวงสังคมไทย สังคมโลกไปวัน ๆ อวดอ้างว่าตนซื่อสัตย์ ไม่ทุจริต ไม่ซื้อเสียง แม้โอเลี้ยงแก้วเดียวยังไม่เลี้ยงใครเลย นอกจากเห็นแก่ตัว แล้วยังเอาเปรียบคนอื่นเสียอีก ได้เอา กินเอา ไม่ยอมรับข้อบกพร่อง ความผิดของตน ใครตำหนิติเตียนด่าว่า จะถูกสวนด้วยคำพูดที่เจ็บแสลเชือดเฉือนบาดอารมณ์เหมือนใบมีดโกนคมกริบที่กรีดเนื้อเลือดพุ่งกระฉูด ..จากประสบการณ์ เหตุการณ์ที่ผ่านมาประชาธิปัตย์บริหารบ้านเมืองไม่มีประสิทธิภาพ ไม่ประสบผลสำเร็จ ดีแต่แคะคุ้ยตรวจสอบการรกระทำของผู้อื่น ประชาธิปัตย์สร้างความหายนะให้ประเทศมาแล้วมากมาย ทั้งทุจริตโกงกินหมิ่นเบื้องสูงหนุนหลังม็อบบอยคอตเลือกตั้ง เอื้อเฟื้อเผด็จการทหารคอยกราบก้มคอยรับเศษอาหารเป็นรัฐบาลส้มหล่นจากการอุ้มชูของทหาร ไม่เคยมีความจริงใจช่วยเหลือประชาชน ไม่มีความอ่าน ไม่มีนโยบาย คอยแต่ทำตามสิ่งที่ข้าราชการประจำเสนอมา ไม่กล้าตัดสินใจ ไม่มีความสามารถในการแก้ปัญหา ปล่อยปละละเลย อ้างโน่นนี้ ปัดสวะไปให้คนอื่น โทษภาวะเศรษฐกิจ ให้กลไกเศรษฐกิจปัญหาเอง ...ยังไม่ได้รับรายงาน ใช้หมาไล่ชาวบ้าน มีการเข่นฆ่าผู้นำชาวนา
ฝีมือของประชาธิปัตย์ที่ชอบใส่หน้ากากว่าตน้เป็นคนดีซื่อสัตย์ จงรักภักดี ไม่โงกิน ไม่ซื้อเสียง ไม่ขายชาติ แคต่ที่ไหนได้หลังฉากคือคนที่ทรยศต่อประชาชน ต่อชาติ ต่อสถาบันกษัตริย์ มีประจักษ์พยานหลักฐานชัดเจน -ทั้งเรื่องสปก. ปรส. เขาพระวิหาร การซื้อเสียง การร่วมมือกับเฒ่าจรรไร กองทัพ ตุลาการ นักการเมืองขายตัว นักกฎหมายมือเน่า นักวิชาการไร้หลักวิชา หมารับใช้เผด็จการเจ๊กลิ้มลองกษิตอัษฎาเจิมศักดิ์ประเวศ พากันทำลายประชาธิปไตย ทำลายพรรคการเมือง ทำให้รัฐบาลไม่เข้มมแข็ง บริหารประเทศไม่ได้
ประชาชนคนไทยไม่โชคดีที่มีเปรม +อภิสิทธิ์+ชวน+สุรยุทธ์+สุเทพ+สนั่น+เจิมศักดิ์+สุรพล+สมบัติ+สนธิบัง+สนธิลิ้ม+เจ๊กลองลี้+ประเวศ+อนุพงษ์+ ประยุทธ์+สพรั่ง.พากันปล้นชาติ เขมือบงบประมาณแผ่นดิน ทุจริตโกงกินแดกกันจนท้องกางพุงปลิ้น
"ท่านอรรคพล สาตุ้ม"
"ท่านอรรคพล สาตุ้ม" (นักเขียน)
นี่ก็อีกราย เขียนบทความแบบ "เชียร์แขก"
ไม่ต้อง "วิคง วิเคราะห์" กันเลย ใส่กับ "แบบดื้อๆ"
เรื่องใดที่ท่าน "ออกญาจิ๋ว" ทำก็ "เลิศประเสริฐศรี" ทุกเรื่อง
เรื่อง "66/23" อย่าลิมให้เครดิต "ป๋าเปรม" ด้วยนะ
สมัยนั้น ท่านออกญา ยังเป็น "ลูกป๋า" อยู่
"ท่านหม่อม" แห่งซอยสวนพลู "อดีตนายก" เคยบอกว่า...
คนอย่างท่าน "ออกญา" อย่าได้ให้ 'เป็นใหญ่เป็นโต" ในบ้านเมือง เพราะ
เพราะจะทำให้ "บ้านเมือง ฉ.ห."
ก็เห็นว่า "น่าจะจริง"
ถึงนาทีนี้ ท่านออกญา เดินไปไหน ในเมืองไทย
ก็แทบจะต้อง เอา "ปี๊บคลุมหัว" ชาวบ้านระอา
จะมีก็แต่ ผู้เขียน "บทความ" นี้เท่านั้น
ที่ เชียร์กับแบบ "สุดลิ่มทิ่มประตู"
สาธุ.....
ว่างๆลองไปศึกษาบรรพชน
ว่างๆลองไปศึกษาบรรพชน มาร์คดูสิ เชื้อสายไทย ร้อยเปอร์เซนต์อย่างที่ต้องการหรือปล่าว ....เรื่องอย่างนี้ไม่สำคัญสำหรับสังคมไทย เพราะการรวมเลือดเนื้อหลายเชื้อชาติ เป็นไทยหนึ่งเดียวมีมานานหลายชั่วอายุคนแล้ว ผู้นำในประวัติศาสตร์ที่รวบรวมชาติไทยเป็นหนึ่ง ก็สืบเชื้อสายมาจากจีน แต่คนไทยทั้งมวลก็ไม่คิดว่าจะเป็นปัญหา ...สหรัฐอเมริกา รวมกันเป็นชาติจากเชื้อสายหลายเผ่าพันธุ์ ก็ทำให้ประเทศเจริญได้ ถ้าทุกคนเห็นความเป็นชาติมากกว่า ผลประโยชน์ส่วนตัว
@..อย่าหาศัตรู..@ *นี่แหละคือ
@..อย่าหาศัตรู..@
*นี่แหละคือ ลัทธิ “ชาตินิยม”
นี่แหละเรื่อง ปลุกระดม ขึ้นเข่นฆ่า
นี่แหละเรื่อง คลั่งชาติ ไม่พัฒนา
นี่แหละเรื่อง อำมาตยา บ้าชนชั้น
*ไม่ใช่เรื่อง เอกราช อธิปไตย
แต่หาเรื่อง เผาไฟ ให้ใจพรั่น
ใครหาเรื่อง ใครก่อน ผ่อนสัมพันธ์
และใครกัน เริ่มปลุกเร้า เผาไมตรี
*คนไม่ผิด เหยียบย่ำ ว่าทำผิด
ทั้งเบือนบิด รุกราน ผลาญศักดิ์ศรี
ตั้งธงไว้ ใส่ความ ตามจิกตี
อำนาจชี้ ชั่วช้า สาริยำ
*หนึ่งประชาวิบัติ รัฐบาลบ้า
สองชั่วช้า พันธมาร สันดานต่ำ
สามขุนนาง เฒ่าชรา ขาประจำ
สามตัวนำ ทำร้าย ทำลายไทย
*ต้องร่วมใช้ ตีนตบ สยบพาล
ต้องร่วมต้าน ร่วมสู้ หมู่พาลใหญ่
ต้องรวมใจ สีแดง เป็นแสงชัย
ต้องขับไล่ อันธพาล ผลาญบ้านเมือง
*สามัคคี คนรัก ประชาธิปไตย
ไม่พร้อมใจ พวกบ้า โพกผ้าเหลือง
ไม่ยอมให้ รัฐบาลบ้า พาแค้นเคือง
ไปกับเรื่อง ไม่เป็นเรื่อง เปลืองแผ่นดิน
*หนึ่งประชาวิบัติ
*หนึ่งประชาวิบัติ รัฐบาลบ้า
สองชั่วช้า พันธมาร สันดานต่ำ
สามขุนนาง เฒ่าชรา ขาประจำ
สามตัวนำ ทำร้าย ทำลายไทย
*ต้องร่วมใช้ ตีนตบ สยบพาล
ต้องร่วมต้าน ร่วมสู้ หมู่พาลใหญ่
ต้องรวมใจ สีแดง เป็นแสงชัย
ต้องขับไล่ อันธพาล ผลาญบ้านเมือง
*สามัคคี คนรัก ประชาธิปไตย
ไม่พร้อมใจ พวกบ้า โพกผ้าเหลือง
ไม่ยอมให้ รัฐบาลบ้า พาแค้นเคือง
ไปกับเรื่อง ไม่เป็นเรื่อง เปลืองแผ่นดิน
*บองเชาวลิต คิดไกล
*บองเชาวลิต คิดไกล ใฝ่สันติ
มีดำริ สัมพันธ์ อันแน่นเหนียว
ทั่วอาเซียน สัมพันธ์ กันกลมเกลียว
ไม่เปล่าเปลี่ยว มิตรประเทศ เขตสัมพันธ์
*ไทยร่มเย็น เป็นมิตร กับเพื่อนบ้าน
ไม่หลงด้าน ศักดิ์ศรี มีโมหันธ์
ถือว่าเขา กับเรา เท่าเทียมกัน
มีสัมพันธ์ ฉันมิตร คิดยาวไกล
*การยื้อแย่ง แข่งขัน ปั้นอำนาจ
เช่นบทบาท พันธมาร พาลเหลวไหล
มุ่งอำนาจ ตัวเอง เก่งกว่าใคร
ถึงอย่างไร ก็ไม่ได้ อะไรมา
*บองเชาวลิต คิดไกล ใฝ่สันติ
รู้จักตริ ตรองดี มีความกล้า
ถึงถูกด่า จิกตี มิโรยรา
เพราะมุ่งมาด ปรารถนา ความเจริญ
ไม่วิจาร์เนื้อหานะ
ไม่วิจาร์เนื้อหานะ แต่ขอวิจารณ์การเขียนละกัน.. คือคุณเขียนหนังสือแย่อ่ะ ข้อมูลขยายความพร่ำเพรื่อ ซ้ำซาก โดดไปโดดมา อ่านแล้ว รำคาญ
จริงๆ
จริงๆ ผมก็ไม่อยากเข้ามาโต้แย้ง น่ะครับ
ผมพยายามเข้ามาแสดงความคิดเห็นกับคุณแช่ม ว่า คุณอ่านงานผมไม่เข้าใจแล้ว ยังมีคนแย่กว่าคุณอีก คือ คุณ in Germany มันเขียนอะไร ได้ไร้สาระ และNothing จริงๆ ผมไม่อยากใช้คำพูดแบบคนธรรมดากับคนแบบนี้
ผมขอใช้ศัพท์ถึงคุณin Germany ว่า อ่า สู งู ดูตัวเอง
จริงๆ คนอย่าง in Germany
จริงๆ คนอย่าง in Germany ไม่คิดเขียนบทความ และทำงานสร้างสรรค์ โดยหัดอ่าน หัดเขียน หัดเริ่มต้นส่งเสริมวัฒนธรรมการวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์
ซึ่งผู้เขียน อย่างผมต้องเสียเวลา คิดมาแคร์กับคนอย่างคน ที่เป็นพวกบัวใต้น้ำ ซึ่งผมก็บ้าแล้ว
ดังนั้น ผมไม่ขอกล่าวซ้ำๆย้ำๆว่า อ่า สู งู ดูตัวเอง แต่ขอกล่าวคำศัพท์ใหม่ๆ วัยรุ่นว่า คุณ in Germany เกรียน... ใคตรเกรียน5555
จากนิสัย
จากนิสัย และชีวิตประจำวันตามปกติ ผมจะไม่เข้าโต้ตอบจากบทความ แต่ผมเห็นคนไม่ปกติ in Germany แล้ว ทำให้ผมโคตรเบื่อ กับคนไม่ปกติ ผมขอประกาศไว้ว่า แค่นี้หละกัน ผมไม่มาโต้ตอบกับคนโคตรไม่ปกติอย่าง in Germany แน่ๆ น่ะครับ
อ่านแล้วงงมาก บอง ชวลิตอะไรวะ
อ่านแล้วงงมาก บอง ชวลิตอะไรวะ
คุณอรรคพลคะ,
คุณอรรคพลคะ,
กรุณาอ่านความเห็นของกรรณิกาแบบ..นั่งอ่านอยู่ริมฝั่งเจ้าพระยา บริเวณใต้สะพานพระรามแปดนะคะ..
1. คุณ in Germany เป็น Reader ที่สนใจรายละเอียดชิ้นงานเขียนของคุณอรรคพล..จริง
2. Reader ของคุณ อรรคพล น่าจะ..ถือธรรมเนียมการแสดงความเห็นแบบ Europe ..ตรงและแรง
3. Topic ออกแนวกึ่งcontrast(ตามความเห็นของกรรณิกา) จนทำให้ถูก..คาดหวัง..ว่าบทความน่าจะมีความแตกต่าง แปลกแยก
4. Outlining เป็นแบบลำน้ำเจ้าพระยา :) จึงไม่มีแรงบีบความรู้สึกของผู้อ่าน..(ห้ามงอนนะคะ)
(โดย)ทั่วไปบทความควรมีรูปทรงแบบแจกัน..ยิ่งพิสดาร ยิ่งดี
5. เทคนิคการใช้ประโยคซ้ำใช้ได้ผลกับpoemและstatementสั้นๆ
6. Thesis statement กว้าง..กลายเป็น body ของการนิยามคำว่า พี่ เพื่อน คอนโดเพื่อไปผูกกับสมรภูมิและ
ยุทธศาสตร์การเมือง
Confession;
กรรณิกาอ่านบทความของคุณอรรคพลอย่างละเอียดสองรอบ ก็เพราะ..comment ของคุณ in Germany ค่ะ
ใน class writing งานเขียนของทุกคนจะมีการทำ peer editing ให้เราฝึกรับคำวิจารณ์จากเพื่อนๆ
มีวันหนึ่ง อาจารย์ให้กรรณิกาเขียนเรื่อง Stargazing เพื่อนขำกันมาก..แต่อาจารย์ดุกรรณิกาว่า
Can't you be serious in what you write? ประโยคนี้กรรณิกาโดนบ่อยมาก ทั้งๆที่เป็นศิษย์คนโปรดเรียนเก่ง :)
คนชอบเขียน ควรเขียนต่อไป อย่าโกรธแล้วพาลเลิกเขียนนะคะ
ซู่ ซู่
ps: grilled seafood ใต้สะพานพระรามแปดราคาไม่แพง มีแผงขายอาหารอยู่ริมน้ำหลายร้าน บรรยากาศแบบนั่งเก้าอี้ชายหาดพัทยาเลยค่ะ
อิ..อิ...อิ...จิ๋วแกแก่มากแล้
อิ..อิ...อิ...จิ๋วแกแก่มากแล้วครับอีกไม่นานจิ๋วก็ตายแล้วครับ แล้วจะได้รู้กันว่า จะได้รับการยกย่องจากสังคมว่าเป็น จิ๋ว พันทาง นักยุทธศาสตร์การเมือง หรือ จิ๋ว พันธุ์ทาง......
นรชาติวางวาย............มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
สถิตอยู่แต่ชั่วดี............ประดับไว้ในโลกา๑๑๑๑๑
ถึงคุณแช่ม อย่างนี้เขาไม่ได้เรียกว่าเขียน เชียร์ ครับ เขาเรียกว่า เขียน ชเลียร์...อิ..อิ..อิ
คุณ Kannika Rachaprarop
คุณ Kannika Rachaprarop
ผมไม่ได้โกรธ น่ะครับ แต่ว่า ผมมาตอบโดยอารมณ์ขึ้นอยากเขียนโต้ตอบต่ออีก เพราะ ผมมองว่า คุณไปเชื่อ in germany ที่กล่าวอะไร ไม่มีเหตุผล ไร้ตรรกะ ใครก็พูดได้ ให้เด็กนักเรียนแถวตลาดๆ ก็เขียนอย่างนี้ก็ได้ว่า "คุณเขียนหนังสือแย่อ่ะ ข้อมูลขยายความพร่ำเพรื่อ ซ้ำซาก โดดไปโดดมา อ่านแล้ว รำคาญ"
แน่ละ ผมไม่คิดจะตอบคนอย่างin germany ใช้เหตุผล เหรอ จบประโยคด้วยอารมณ์ล้วนๆ ว่าอ่านแล้ว รำคาญ ไม่มีlogic เลย ครับ จบอย่างนี้ๆ และมันก็มีคนใช้ชื่อสมควรตาย ฯลฯ อีกหลายคน ซึ่งมันไม่น่าตอบโต้กับคนพวกนี้
1. ผมไม่เห็นด้วยกับคุณ ที่ไปเชื่อin germany
2.ผมเข้ามาตอบ เพราะว่า คุณพอจะเข้าใจประเด็น แต่คุณยังเข้าใจไม่ถึงที่สุด ก็คือ ผมเสนอให้เปิดพื้นที่ ในเรื่องอาณาเขตเป็นการจบเรื่อง
3.ผมเห็นว่าคุณมองผม ในแง่ดี และอธิบาย ก็มีเหตุผล เรื่องการเขียน มันก็โอเค
ป.ล. ผมต้องเดินทางไปต่างจังหวัด ก็เลยมาเขียนแบบอารมณ์ดีๆ เพื่ออธิบายเพิ่มเติมทิ้งท้ายไว้ น่ะครับ
ขอบคุณ น่ะครับ
แล้วคุยกันใหม่
แด่ คุณ Kannika Rachaprarop
ด้วยมิตรภาพ น่ะครับ
คฤหาสค์กลางสลัม แนวคิดการต่าง
คฤหาสค์กลางสลัม
แนวคิดการต่างประเทศของ รบ. นี้
บอกหน่อยดิว่า
บอกหน่อยดิว่า ชนชั้นปกครองของไทย มีคนไหนบ้างที่มีเชื้อสายไทยแท้ ๆ
อย่าลืมคดี ยุทธยายเที่ยง
อย่าลืมคดี ยุทธยายเที่ยง วัฒคลองด่าน เป๊าะเมืองชล พันธมิตรก่อการร้าย ตามจับโดยด่วน
แค่ครึ่งของการตามจับทักษิณก็ยังดี ให้ไว ๆ
คนหนีคุกหนีตารางอ้างว่าเพื่อน
คนหนีคุกหนีตารางอ้างว่าเพื่อน ทำแชเชือนซุกซ่อนยอกย้อนเหลือ ถึงบ้านติดชิดใกล้ให้ข้าวเกลือ ต้องตัดเนื้อร้ายทิ้งนิ่งอยู่ใย ใครตนคุกเข้าบ้านแล้วท่านชอบ จะโต้ตอบรอบบ้านได้ไฉน มีลูกสาวโดนข่มขืนคงชื่นใจ เมื่อบ้านไกลให้ที่อยู่อาชญากร
สมควรตายจริงๆๆไอ้สมควรตาย!!!!
สมควรตายจริงๆๆไอ้สมควรตาย!!!!
เป็นโชคดีที่คลิกเข้ามาอ่านส่ว
เป็นโชคดีที่คลิกเข้ามาอ่านส่วนแสดงความคิดเห็นในบทความนี้ซ้ำ ทำให้ได้เห็ีนว่าผู้เขียนเข้ามาตอบโต้คำวิจารณ์ ถึงสามครั้ง ภายในเวลา 10นาที แบบนี้เรียกว่าของขึ้นซ้ำแล้ว ซ้ำอีก
ในการตอบโต้ทั้งสามครั้ง ก็ทำให้ไม่แปลกใจว่าทำไมผู้เขียนผู้เขียนจึงเขียนบทความนี้ ออกมาได้ในลักษณะนี้..
ผู้เขียนอ้างย้ำๆ(อยู่ได้) ว่าปกติตัวเองเป็นคนไม่ตอบโต้ (??) กล่าวหาซ้ำไปมาว่าคนวิจารณ์ "มัน"ไม่ปกติ
ด่้าซ้ำซากถึง อ่า สู งู ดูตัวเอง (ซึ่งไม่รู้ว่าแปลว่าอะไร-แต่คิดว่าคงสนองอารมณ์สะใจของผู้เขียนได้เป็นอย่างดี)
..............
..............
อ่านแล้วยิ่งทำให้แน่ใจว่า สิ่งที่ตนเองวิจารณ์ได้ไปนั้น มันถูก งานเขียนชิ้นนี้สะท้อนลักษณะของผู้เขียนได้ชัด งานถึงออกมา ซ้ำซาก วกวน เวียนไปเวียนมา และใช้ตรรกได้แย่อย่างสิ้นเชิง
..............
..............
ก่อนไปขอตบท้ายด้วยคำขอบคุณที่ผู้เขียนดูออกว่าคนอย่างผู้อ่านเนี่ย ไม่คิดเขียนบทความ และทำงานสร้างสรรค์
เพราะแน่นอนว่า หากไม่มั่นใจว่าตนเองสามารถเสนอสิ่งดีๆให้ผู้อ่านได้อย่างเพียงพอ ตลอดจนมีวิจารณญาณ รับฟังคำวิจารณ์ได้อย่างเต็มที่และเปิดกว้างได้แล้ว ดิชั้นไม่มีทาง"ริ"เป็นนักเขียน
ว่าแล้วยกสุภาษิตของที่นี่ซักหน่อย sagst nicht, wenn du nur Bahnholf weisst !! ขออณุญาตแปลเพราะเป็นภาษาเยอรมัน... อย่าพูด(แสดงความคิดของคุณให้คนอื่นรู้เลย) ถ้าตัวคุณยังรู้จักแค่สถานีรถไฟ... เปรียยบเทียบแล้วในเมืองไทยก็ประมาณว่า ถ้ารู้แค่ปากซอย ก็เงียบไปซะ
ออกญาจิ๋ว
ออกญาจิ๋ว ...คิดได้ไงแช่มสะเหร่อมั๊กๆๆๆ
มีแต่ออกญาโกเต็ก ออกญากษิต
ออกญาอภิสิทธิ์...จุๆๆๆๆ..อิอิ
เปรมใกล้จะวางวาย............ม
เปรมใกล้จะวางวาย............มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
สถิตแต่ชั่ว ดีไม่มี............ประดับไว้ในโลกันต์๑๑๑๑๑..อิอิ
สุดยอดจริงๆรวบรวมไว้ครบจริงแล
สุดยอดจริงๆรวบรวมไว้ครบจริงและพูดได้ตรงจุดจริงๆอยู่ที่ว่าสังคมไทยจะกล้ารับเรื่องจริงแค่ไหน
เมื่อวันที่ 15 พย.52
เมื่อวันที่ 15 พย.52 เวลาประมาณ 12.00 น.
ประเทศไทยได้ดูมวยคู่หยุดโลก
ระหว่างบาเกียว กับ นักชกรุ่นใหญ่กว่าจำชื่อไม่ได้ว่าชื่ออะไร
ชื่อว่าไอ้โล้น ก็แล้วกัน
ต้องยอมรับว่าบาเกียวมัน แข็งหมดทุกมุม
ไอ้โล้นใหญ่กว่า ไม่มีความหมาย
ทำอะไรไม่ได้เลย เจอซ้ายเข้าเกือบน๊อคตั้งแต่ยก 2
หน้าเละ
แล้วมวยคู่นี้บอกอะไรเราบ้าง
ก็ อภิสิทธิ กับ ฮุนเซ็น
กำลังต่อยกันบนเวทีโลก
ใครจะให้ใครเป็นใคร
แล้วแต่ท่านตัดสิน
แต่ถ้าให้ไอ้โลนเป็นอภิสิทธิ
มันหมดรูปมวยเลย
ทุกยกสู้เขาไม่ได้เลย
ด้วยความเป็นคนไทย ก็ตะโกนร้องเพลงชาติ หนักแผ่นดิน หนักแผ่นดิน
อภิสิทธิสู้ๆๆๆๆ
หน้าเละ กรรมการต้องยุตติการชก
กรรมการดุดโดโยโน่
ว่าพอแล้วน่า กูจะเป็นกรรมการพูดให้
ไอ้โล้นบอกว่า
ไม่ตายคาเวทีขอสู้ต่อเพื่อไอ้ผมขาว
เมียสวยๆ ทิ้งลงคอเชียวหรือ
พท = เพื่อทุย!!!!!
พท = เพื่อทุย!!!!!
ปชปเป็นรัฐบาลในสมัยงูเห่าย้าย
ปชปเป็นรัฐบาลในสมัยงูเห่าย้ายจากพรรคของอดีตนายกสมัคร ทุกคนคงจะเห็นอดีตนายกชวน (ขมขึ่น แทน หลีภัย)ฆ่าอธิบดีกรมป่าไม้ออกอากาศ โชว์ให้คนทั้งประเทศดูวันนั้น มีลังบรรจุแบงค์พันจำนวนหนึ่ง ตามข่าวว่า ห้าล้านบาท ไม่รู้ว่ามีเงินจริงเท่าไหร่ แถมยังให้ตำรวจไปค้นที่บ้านอธิบดีท่านนั้นอีก เมียและลูกสาวของท่านอธิบดี ตกอกตกใจ ตัวสั่นงันงกกันไปหมด ทำอะไรไม่ถูกร้องห่มร้องไห้กันระงม และยังเห็นพาก้นก้มลงกราบนายตำรวจพวกนั้นอย่างน่าเวทนา
นี่คือการเป็นคนดีอย่างนายกชวน ทำไม่ต้องฆ่าคนออกอากาศ ได้ทำร้ายจิตใจความเป็นคนระดับอธิบดีท่านนั้น อย่างย่อยยับยิ่งกว่าตาย และทุกคนในครอบครับของอดีตอธิบดี
คนที่มีความดีจริง เขาไม่ทำลายคนอย่าง นายชวน เขามีวิธีที่ดีกว่าตั้งหลายวิธีการ แต่นายกชวนเลือกวิธีอย่างที่เห็น ปชปทำลายคนมามากต่อมากด้วยวิธีชอบโชว์ สาธารณะ ทั้งจริงและเท็จตลอดมา
ความดีอย่างนายกชวน คนดีที่มีจิตใจสูงไม่ยกย่อง เพราะเป็นความดีที่สร้างภาพ เป็นอันตรายอย่างยิ่ง
สุขา สฺงฆสฺส สามคฺคี
สุขา สฺงฆสฺส สามคฺคี ...ความสามัคคียังให้เกิดสุข
พุทธภาษิตนี้ เป็นกลางๆ ใช้ได้กับทุกประเทศ และระหว่างประเทศ
การตั้งสหประชาชาติ ก็เพื่อความสามัคคีของชาวโลก ไม่ให้ทำสงครามกัน มาคุยกันก่อน
สงคราม ทั้งในรูปแบบ และนอกรูปแบบ โหดร้ายทั้งนั้น ดูสามชายแดนใต้เป็นตัวอย่าง
การที่ไทยจะสามัคคีกับเขมร คนไทยก็มีสุข คนเขมรก็มีสุข เหตุใดจึงคิดต่อต้านเขมรเพียงเพื่อปลุกกระแสสร้าง่ความนิยมในหมู่คนพาล ที่ไม่เห็นคุณค่าของความสงบ
ทักษิณ และชวลิต มีกุศลจิตผูกมิตรกับเขมร นับว่าเป็นบุญตามหลักพุทธศาสนา คือ คิดดี พูดดี ทำดี
ใครทำให้ไทยทะเลาะกับเขมร ถือว่าความคิดอ่อนด้อยกว่าขงเบ้งมากๆ
พี่จิ๋ว
พี่จิ๋ว เลอะเลือนไหมนั้นตอบด้ายงง ไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ ตั้งแต่พี่เคลียเขมร4 ฝ่ายละมันคงงง จนสลายไปเลยนะพี่ผมขอร้องพี่อยู่เฉยๆๆนะไม่ต้องเคลีย คนไทยนะเดว จะงงกันไปมากกว่านี้ โคตร พี่หนีมาจากลาว ทีละนะพี่ อุสามาด้ายดีในไทยละนะเด๋วพี่มามั่วๆๆ ตอนแก่ พี่อาจด้ายย้ายไปเขมรนะพี่ ด้ายใช้บุญเก่าที่พี่สร้างเลยนะนั่นที่เคลีย เขมร4ฝ่ายพี่จำด้ายไหม ผมเห็นพี่พูดแปลกๆๆนานละ(อยากมีเพื่อนอย่างสมดากฮุนเซ็นนี้) เก็บปากและใช้ตังเหอะพี่ ไม่ต้องกลัวไงพี่ก็ตายนอกคุก รักและหวังดี
ชอบการชี้แจงของคุณ Kannika
ชอบการชี้แจงของคุณ Kannika Rachaprarop มากๆ
ใต้สะพานพระรามแปด มีโอกาสผมจะหาเวลาไปทานครับ (ชอบอาหารทะเล)
หวังว่าคงได้เจอคุณแถวนั้นนะ อิอิอิ