"สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี" จากหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น เผยนาทีถูกสอบในกัมพูชา หลังจากพยายามเข้าเยี่ยมนายนายศิวรักษ์ โชติพงศ์ วิศวกรบริษัท CATS ซึ่งถูกทางการกัมพูชาควบคุมตัวไว้ที่เรือนจำเพรย์ซอว์
เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2552 ผู้สื่อข่าวไทยจำนวน 3 คน ซึ่งเดินทางไปทำข่าวการเดินทางมาประเทศกัมพูชาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย นายสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี จากหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น นายนภจักษ์ อัตตนนท์และนายกอบภัค พรหมเรขา จากเนชั่นทีวี ได้เดินทางไปยังเรือนจำเพรย์ซอว์ ประเทศกัมพูชา เพื่อขอเข้าเยี่ยม นายศิวรักษ์ โชติพงศ์ วิศวกรบริษัท CATS ซึ่งถูกทางการกัมพูชาควบคุมตัว ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวทั้ง 3 คนได้ถูกเจ้าหน้าที่เรือนจำควบคุมตัวเพื่อสอบสวนประมาณ 1 ชั่วโมง เนื่องจากระหว่างที่ผู้สื่อข่าวเดินทางไปถึงบริเวณเรือนจำและกำลังเจรจากับเจ้าหน้าที่เรือนจำ เพื่อขอเข้าเยี่ยมนายศิวรักษ์นั้น เจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่บริเวณดังกล่าวได้ตรงเข้ามาห้ามช่างภาพโทรทัศน์ ซึ่งเดินทางไปในทีมเดียวกัน เพราะไม่ต้องการให้บันทึกภาพบริเวณดังกล่าว พร้อมขอยึดกล้องเพื่อตรวจสอบว่าได้บันทึกภาพหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวทั้งหมดได้ถูกปล่อยตัวหลังจากถูกควบคุมและมีการสอบสวนประมาณ 1 ชั่วโมง
ทั้งนี้ นายสุภลักษณ์ เปิดเผยว่า ตนและผู้สื่อข่าวเนชั่นทีวี ต้องการจะเข้าไปเยี่ยมนายศิวรักษ์ แต่ระหว่างพูดคุยกับเจ้าหน้าที่เพื่อขอเข้าไปในเรือนจำนั้น ก็มีเจ้าหน้าที่เข้ามาแย่งกล้องจากช่างภาพที่กำลังยกกล้องขึ้น จากนั้นตนถูกเชิญให้เข้าไปพูดคุยในห้องพัสดีเรือนจำ ซึ่งมีการสอบสวนว่ามาทำไมและทำไมต้องถ่ายรูปแถวนี้ เมื่อตนบอกว่ามาเยี่ยมคนไทยและถามว่ามีคนไทยอยู่ในเรือนจำนี้หรือไม่ ทางเจ้าหน้าที่เรือนจำได้ยอมรับว่ามี 1 คน
นายสุภลักษณ์ กล่าวต่อไปว่า จากนั้นก็มีการสอบสวนและบันทึกชื่อตน ทั้งนี้ การสอบสวนใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เนื่องจากว่าทั้ง 2 ฝ่ายใช้การสื่อสารกันถึง 3 ภาษาคือ ภาษากัมพูชา ภาษาอังกฤษและภาษาไทย ต่อมาตนจึงตัดสินใจโทรศัพท์หาเพื่อนซึ่งเป็นสื่อมวลชนชาวกัมพูชา เนื่องจากมีปัญหาว่าไม่สามารถใช้เวลาในเรือนจำได้นานกว่านั้นอีก เพราะจะต้องขึ้นเครื่องบินกลับประเทศไทยในช่วงค่ำ ภายหลังโทรหาเพื่อนชาวกัมพูชาก็ได้มีการประสานงานกับทางโฆษกรัฐบาลของกัมพูชา โดยทางการกัมพูชาได้ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่งมายังเรือนจำ จากนั้นได้มีการพูดคุยกัน โดยไม่มีปัญหาทางด้านภาษา โดยมีการถามว่าตนรู้จักกับโฆษกรัฐบาลกัมพูชาหรือไม่ ซึ่งได้ตอบว่าใช่ จากนั้นก็ได้รับการปล่อยตัว พร้อมกล้องบันทึกเทปของเนชั่นทีวี สำหรับเหตุผลที่ได้รับการปล่อยตัวนั้น เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกัมพูชาคนดังกล่าวระบุว่า เนื่องจากตนรู้จักกับโฆษกรัฐบาลกัมพูชา
เกือบโดนเด็ดหัวแล้วมั้ยหละ
เกือบโดนเด็ดหัวแล้วมั้ยหละ สามนักข่าวเนชั่นทีวี โดยเฉพาะ นาย บุญจง ที่เสนอข่าวเอนเอียงใช้กิริยามารยาทนักข่าวแสดงออกต่อข่าวทักษิณและคนเสื้อแดงอย่างมากที่สุด เกือบโดนเด็ดหัวแล้วมั้ยหละ ไปเบ่งหรือเปล่าเนชั่นทีวี
น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ขนาด
น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ขนาด คนไทยชาตินิยม ยังยอมให้ชาติพังหากสามารถขับไล่ รมต.กุ้ยข้างถนน และ นายก อีแอบที่แอบอยู่หลังม็อบอัณฑมิตรได้ เอาอะไรมาแลกก็ยอม
อยากให้ชาติไทย คนไทยรักกันก็ลาออกไปๆๆๆๆๆๆๆ
ระวังปากกันให้ดีสื่อไทย
ระวังปากกันให้ดีสื่อไทย ไปไหนก็โดวยวายแต่ข้างฝ่ายตัวอย่างไร้สำนึก
ไม่กี่วันนี้นักข่าวเมขรเขาพากันออกมาเรียกสำนึกการทำข่าวเป็นตัวอย่าง
หน้าที่ต้องกำกับการรับผิดชอบด้วยจริยธรรมต่อมนุษยชาติ
สื่อไทย และ กลุ่มอำนาจเกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่เคยรู้จักคำนี้ไหม
อืม..ก็เสียใจด้วยนะ
อืม..ก็เสียใจด้วยนะ ที่ถูกคุกคาม แต่ก็นั่นแหละครับ เขาเป็นเขมร เขายังรู้จักคุณ แล้วตัวคุณเอง ทำไมไม่รู้จักตัวเองหละครับ เดอะเนชั่น ใครๆรู้จัก ยิ่งเอ่ยถึง โล้นหยุ่น ย่อมถึงบางอ้อ พร้อมหน้ากัน นี่แหละครับ กับการทำงานในเชิง สาธารณะ แล้วไปเอียง ข้างใดข้างหนึ่ง มันย่อมมีโทษ ของมันอยู่แล้ว เพียงแต่คุณประมาท และประมาณตน ผิดไปแค่นั้นเอง
ครับ ทาง กัมพูชา คงจะสงสัยว่า
ครับ ทาง กัมพูชา คงจะสงสัยว่า ไอ้หยุ่น ไอ้หย่อง ได้รับคำสั่งใครให้ส่งไปสอดแนม ล้วงไส้ หรือเปล่า ครับผม
ขอร้องให้นักข่าว
ขอร้องให้นักข่าว ทำอะไรตามขั้นตอน
หากต้องเข้าไปหาข่าว ก็ต้องขออนุญาตทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
พร้อมหาเอกสารรับรองให้พร้อม
อย่าสุ่มเสี่ยง เพราะสถานการณ์ไม่ปลอดภัยอย่างที่คิด
Fuck-u nations channel
Fuck-u nations channel
เดอะเนชั่นแก๊ง หรือ
เดอะเนชั่นแก๊ง หรือ แก๊งเดอะเนชั่น เด็ก ๆ ไอ้คุณหยุ่น คุณหยอง ใครจะไม่รู้จักขอรับ
ดังข้ามประเทศเลยนะ ยินดี ด้วยนะขอรับ นอกจากคนกัมพูชาจะชอบละครไทยและนะ
ยังชื่นชอบผู้สื่อข่าว พิธีกรราชการข่าวของไทยอีกตั้งหลายคนนะขอรับ "เรดติ้งสูงนะ
ในประเทศไทยสื่อสารมวลชนเปรียบได้ดังเทวดาขอรับ เป็นผู้วิเศษใครก็แตะต้องไม่ได้
อยากทำ อยากถ่าย อยากเขียน สอดแทรกความคิดเห็น (ส่วนตัว) ทำอะไรได้หมดแหละ
เจ้าหน้าที่รัฐของไทยนะ เจอนักข่าวแบกกล้องมา กลัวซะยิ่งบิดาของตัวเองเสียอีก 555+
ต้องรีบรับรองท่านนักข่าวทั้งหลายเป็นอย่างดีให้ประทับใจอย่างสุดซึ้ง (อย่าให้โมโหนะ)
ยิ่งกว่าดูแลมารดา หรือภรรยาที่บ้านเสียอีก 555+
แต่ขอโทษที่ นิสัยการเป็นเทวดาของท่าน ใช้ไม่ได้ครับที่กัมพูชา
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าซ่าส์ ผิดที่
++++ เมื่อตอนเย็นดูข่าวเจ้าหน้าที่ของสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง
โดนไปนัดหนึ่งมือทุลุเลย ก็ไม่รู้สาเหตุว่าเกิดจากเรื่องอะไร
(ไม่รู้ว่าเพราะใช้นิสัยเทวาหรือเปล่า) ต้องฟังความทั้งสองข้าง
ก็อาศัย โอกาสนี้เสียเลยนะ ส่งข่าวถึงท่านสุภาพบุรุษที่ยิงเขานะขอรับ (อ้างว่าเป็นตำรวจ)
ก็ขอเชิญไปให้ปากคำ รายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ที่ท้องที่เกิดเหตุด้วยนะครับ จะได้ไม่ต้องเสียเวลา ชาวประชาเขาจะได้รู้ว่าเพราะเหตุอะไร
เพราะพรุ่งนี้ เจ้าหน้าที่จะไม่ว่างต้องไปดูแลม็อบรักชาติ ได้ข่าวมาเป็นแสน (สาหัส)
"สำหรับเหตุผลที่ได้รับการปล่อ
"สำหรับเหตุผลที่ได้รับการปล่อยตัวนั้น เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกัมพูชาคนดังกล่าวระบุว่า เนื่องจากตนรู้จักกับโฆษกรัฐบาลกัมพูชา"
เจ้าหน้าที่กัมพูชาปฏิบัติหน้าที่ได้ถูกต้องแล้วในพื้นที่กักกัน ส่วนการรู้จักกับโฆษกรัฐบาลนั่นหมายถึง มีบุคคลที่เชื่อถือได้ฝ่ายเขารู้จัก สามารถสืบสวนสอบสวนภูมิหลังที่ไปที่มาของกลุ่มนักข่าวได้ เจ้าหน้าที่ดังกล่าวรู้จักใช้ความยืดหยุ่นประนีประนอมปล่อยตัวกลุ่มนักข่าวออกมา มิใช่การข่มขู่คุกคามแต่ประการใด
ความบกพร่องน่าจะเกิดจากการที่นักข่าวไม่ประสานงานติดต่อขออนุญาตทำข่าวในพื้นที่หวงห้าม หรือล่อแหลมต่อความมั่นคงของรัฐ มีตัวอย่างนักข่าวสาวชาวอเมริกัน 2 คน ที่ลักลอบข้ามชายแดนเข้าไปถ่ายทำสารคดีในแง่ลบของเขตเกาหลีเหนือถูกจับกุม ท่านอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน ต้องบินไปเจรจาขอความเมตตาจากฝ่ายเกาหลีเหนือให้เห็นแก่มนุษยธรรมจนเขาปล่อยตัวออกมา
ในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน รัฐบาลหุ่นไทยในเวลานี้ไม่มีใครหน้าไหนสามารถปกป้องคุ้มครองชาวไทยในต่างแดนได้ กรุณาอย่าสุ่มเสี่ยงปฏิบัติหน้าที่ล่อแหลมจะนำภัยมาสู่ตัวและอาจเป็นชนวนให้เกิดกรณีพิพาทระหว่างประเทศขยายวงออกไปอีก ทั้งที่มีทางเลือกที่ถูกต้องและดีกว่า
ถ้าเป็นประเทศไทย
ถ้าเป็นประเทศไทย คุณต้องบอกว่า ผมหางเหลืองและรู้จักกับคุณท่านมหาสนธิ
เท่านั้นแหละครับ ต่อให้คุณเป็นผู้ก่อการร้ายยังไม่มีปัญหา
แล้วพวกมันจับคนไทยไปทำไมวะ
แล้วพวกมันจับคนไทยไปทำไมวะ ไม่เห็นมีใครพูดถึงกันสักคนเลยเอาแต่โจมตีนักข่าวไทยอย่างเดียว ไม่หัดมองในแง่ที่เขาเป็นห่วงคนไทยด้วยกันเองบ้างเลยหรือท่านทั้งหลาย
แปลกจริง คนไทยถูกจับ
แปลกจริง คนไทยถูกจับ เขาทำหน้าที่แท้ ยอมรับสิ่งที่ต่างหน่อย คิดต่างไม่ได้หรือ
คุณได้อ่านความคิดเห็นข้างบนบ้
คุณได้อ่านความคิดเห็นข้างบนบ้างรึป่าวก่อนที่จะมาตอบ อย่างเช่นว่า ไปติดต่อ หาเอกสารรับรอง ไม่ใช่จู่ๆ ก็เข้าไป หัดหาข้อมูลก่อนนะ ไอ้เหลือง
เสียดายกัมพูชาน่าจะขังนักข่าว
เสียดายกัมพูชาน่าจะขังนักข่าวเนชั่นเลยข้อหาความมั่นคงยัดข้อหาเลยไอ้สื่อเลวๆหัวหนังสื่อพิมพ์สื่อสอพอ เกียดมึงไอ้เนชั่นเคลือทุกตัว
หาเรื่องจับคนไทยยัดข้อหา'วิศว
หาเรื่องจับคนไทยยัดข้อหา'วิศวกร'ล้วงตับลับสุดยอด'ตารางบินทักษิณ'
ข่าวหน้า 1 14 พฤศจิกายน 2552 - 00:00
โถ! ล้วงตับลับสุดยอด! เขมรจับวิศวกรการบินคนไทยขึ้นศาล โทษฐานจารกรรมตารางบิน "ทักษิณ-ฮุน เซน" ให้สถานทูตไทย สมอ้างเหตุผลขับนักการทูต พิลึกเที่ยวบินขากลับ "น.ช.แม้ว" เป็นความมั่นคงของกัมพูชา "มาร์ค" ยันจะดูแลอย่างดี เชื่อมีการยั่วยุ เตรียมทบทวนท่าทีเพิ่มเติม "กษิต" โวยลั่นระบอบฮุน เซน ใส่ร้าย "เทือก" ลั่นห้าม "โคตรโกง" บินผ่านประเทศไทย หลังพบขามาลักไก่ข้ามเวหามาแล้ว ขณะที่เพื่อไทยใจเขมรโห่ฮาสมน้ำหน้าคนไทยด้วยกันถูกจับ
ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา มีแนวโน้มเสื่อมทรามลงเรื่อยๆ เมื่อสำนักข่าวต่างประเทศต่างรายงานว่า กัมพูชาได้มีการจับกุมตัวนายศิวรักษ์ โชติพงษ์ เจ้าหน้าที่สัญชาติไทยประจำหน่วยงานจราจรอากาศกัมพูชา วัย 31 ปี ฐานดำเนินเป็นสายลับต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย ซึ่งเดินทางเยือนกัมพูชา
"นายศิวรักษ์ได้ขโมยข้อมูลหมายกำหนดเที่ยวบินของ พ.ต.ท.ทักษิณ และส่งให้แก่อัครราชทูตที่หนึ่งของไทยประจำกรุงพนมเปญ ซึ่งขณะนั้นได้ถูกทางการกัมพูชาสั่งให้ออกจากประเทศฐานปฏิบัติภารกิจขัดต่อหน้าที่ทูต และได้นำตัวเจ้าหน้าที่ไทยผู้นี้ขึ้นศาลแขวงในกรุงพนมเปญเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน ด้วยข้อหาขโมยข้อมูลที่อาจกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งหากผิดจริงจะต้องถูกลงโทษจำคุกเป็นเวลา 15 ปี" พล.ต.ท.ซก พัล รองผู้บัญชาการตำรวจกัมพูชา กล่าว
ในขณะที่หนังสือพิมพ์รัศมีกัมพูชา หนังสือพิมพ์ภาษาเขมรที่มียอดจำหน่ายมากสุดในกรุงพนมเปญรายงานว่า วิศวกรไทยรายนี้ทำงานเป็นวิศวกรของบริษัท กัมพูชาแอร์ทราฟฟิคเซอร์วิส (Cambodia Air Traffic Services) หรือ CATS โดยระบุว่า นายศิวรักษ์สอดแนมด้วยการทำสำเนาเอกสารเกี่ยวกับเที่ยวบินของ พ.ต.ท.ทักษิณที่เดินทางมากัมพูชาเมื่อวันที่ 10 พ.ย. และสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ผ่านบริษัทซึ่งทำหน้าที่ควบคุมเที่ยวบินทุกเที่ยวในกัมพูชา
"การจับกุมนายศิวรักษ์เมื่อวันพุธ พบว่าได้ทำสำเนาเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวกับเที่ยวบินของ พ.ต.ท.ทักษิณและสมเด็จฮุน เซน ส่งกลับไปประเทศไทย และได้นำตัวขึ้นศาลเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา" รัศมีกัมพูชาอ้างคำกล่าวของโฆษกตำรวจ แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดอื่นๆ อีก รวมทั้งรายละเอียดเกี่ยวกับการส่งเอกสารเกี่ยวกับเที่ยวบินกลับไทย ตลอดจนผู้รับในไทย
"เราตัดสินใจตั้งข้อหาพลเมืองไทยคนนี้ กับผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาในสิ่งที่ทำซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ" นายโสก เรือน อัยการศาลกรุงพนมเปญระบุ
ส่วนเว็บไซต์พนมเปญโพสต์รายงานว่า นายซก พาล ผู้อำนวยการกรมความมั่นคงกลาง กระทรวงมหาดไทยกัมพูชา เปิดเผยว่า นายศิวรักษ์ได้ขโมยข้อมูลเรื่องตารางเวลาการบินเที่ยวบินพิเศษของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ และได้มอบมันให้กับเลขานุการเอก ประจำสถานทูตไทย ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่หน้าที่ของเขา สิ่งที่เขาทำจึงเป็นสิ่งที่นอกเหนือความรับผิดชอบ จึงต้องถูกดำเนินคดี
ซก พาล บอกว่า เลขานุการเอกของไทยเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง และถูกขับออกจากประเทศเพราะเรื่องนี้ เพราะเขาเป็นคนสั่งให้นายศิวรักษ์ทำสำเนาตารางเวลาการบินกลับของทักษิณ
แต่นายกอย กุง โฆษกกระทรวงต่างประเทศกัมพูชา ไม่ได้ยืนยันว่าการขับนักการทูตเกี่ยวกับกรณีของนายศิวรักษ์หรือไม่ โดยบอกแต่เพียงว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของศาล แต่ก็เสริมว่า เลขานุการเอกดำเนินบทบาทที่ขัดแย้งกับตำแหน่งหน้าที่
ทั้งนี้ นายศิวรักษ์ ถูกควบคุมตัวอยู่ที่คุกไพรซอร์ และถูกตั้งข้อหาภายใต้มาตรา 19 ของกฎหมายว่าด้วยเรื่องเอกสารที่เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ ความปลอดภัย และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสาธารณะ หากถูกตัดสินว่ามีความผิดเขาอาจติดคุกระหว่าง 7-15 ปี และปรับระหว่าง 5-25 ล้านเรียล หรือราว 41,000 บาทถึง 2 แสนบาท
"เทือก"ห้าม"แม้ว"บินผ่านไทย
ท่าทีของไทยนั้น ก่อนเดินทางไปประชุมเอเปกที่สิงคโปร์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งรับทราบข่าวดังกล่าวได้กล่าวถึงการดูแลเรื่องนี้ว่า จะดูแลเหมือนอย่างที่ดูแลคนไทยเวลาที่เจอคดีในต่างประเทศ
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ทราบข้อมูลขณะนี้อยู่ระกว่างการดำเนินคดีของประเทศกัมพูชา ซึ่งโดนข้อกล่าวหากระทำการจารกรรมข้อมูล โดยบริษัทดังกล่าวเหมือนบริษัทวิทยุการบินของประเทศไทย ที่ทำการตรวจสอบเอกสารและเส้นทางการบิน โดยปรากฏว่าพนักงานคนดังกล่าวเข้าไปตรวจสอบและถ่ายเอกสารตารางการเดินทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับรัฐบาลไทย เพราะเท่าที่ตรวจสอบข้อมูลของวิทยุการบินไม่ได้เป็นข้อมูลความลับที่ต้องปกปิด ถือเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องทราบอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม การต่อสู้ ต้องว่าไปตามกระบวนการยุติธรรมของกัมพูชา
"ตารางการบินไม่ถือว่าเป็นความลับ เพราะในระหว่างที่คุณทักษิณเดินทางไปประเทศกัมพูชาก็ได้บินผ่านน่าฟ้าประเทศอินเดีย ไทย และไปลงที่กัมพูชา ซึ่งในระหว่างการบินไม่ได้มีการแจ้งว่า พ.ต.ท.ทักษิณอยู่บนเครื่องลำดังกล่าว ซึ่งผมได้ทราบภายหลัง และหลังจากนี้จะไม่อนุญาตให้เครื่องบินของคุณทักษิณบินผ่านน่านฟ้าของประเทศไทย"
ถามว่าทางการกัมพูชายืนยันว่าการกระทำของวิศวกรถือเป็นสายลับของประเทศไทย รองนายกฯ ตอบว่า รัฐบาลไม่มีความจำเป็นต้องใช้คนไทยที่ไปทำงานในประเทศกัมพูชา เพราะข้อมูลการบินหรือแผนการบินไม่ถือเป็นความลับ ส่วนการช่วยเหลือเป็นหน้าที่ของกรรมการบริษัทที่เป็นคนไทยในบริษัทจะต้องดำเนินการ แต่รัฐบาลจะรอดูกระบวนการยุติธรรมในการพิจารณาของกัมพูชา โดยจะไม่เข้าไปก้าวก่าย
ขณะที่นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศมองว่า เป็นเรื่องกลั่นแกล้งใส่ร้าย ซึ่งได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูต ประจำกรุงพนมเปญ ดูแลรายละเอียดของกระบวนการยุติธรรมแล้ว ซึ่งความวุ่นวายที่เกิดขึ้นมาจาก พ.ต.ท.ทักษิณคนเดียว
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า สถานเอกอัครราชทูตไทยกำลังประสานงานดูแลและขอความยุติธรรมจากทางการกัมพูชาว่ากรณีนี้เป็นเรื่องอะไร เพราะเบื้องต้นเข้าใจว่านายศิวรักษ์มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลของกำหนดการเดินทางโดยเครื่องบินอยู่แล้ว ถ้าเขาทราบข้อมูลดังกล่าว ก็ไม่น่าจะเข้าลักษณะว่าเป็นการขโมยข้อมูล แต่อาจรับทราบข้อมูลตามหน้าที่การทำงานอยู่แล้ว ซึ่งต้องมีการตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง
ส่วนกระแสข่าวที่ตั้งข้อสังเกตว่านายศิวรักษ์ และนายคำรบ ปาลวัฒน์วิไชย เลขานุการเอกประจำสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญมีความเกี่ยวข้องกันนั้น นายชวนนท์ระบุว่า ไม่น่าเป็นเช่นนั้น แต่ขึ้นอยู่กับการตรวจสอบต่อไป ซึ่งได้สอบถามนายคำรบแล้ว ซึ่งยอมรับว่ารู้จักนายศิวรักษ์ แต่ไม่ได้สนิทคุ้นเคยกัน เพราะเป็นการรู้จักในฐานะชุมชนคนไทยที่อยู่ในกัมพูชา และยืนยันว่าไม่ได้สั่งให้นายศิวรักษ์หาเที่ยวบิน พ.ต.ท.ทักษิณ การสั่งการให้เลขานุการเอกเป็นบุคคลไม่พึงปรารถนานั้น จึงเป็นคนละเรื่องกับการกล่าวหาว่าโจรกรรมข้อมูลเที่ยวบิน
กำชับดูแลคนไทย
ขณะที่ น.ส.วิมล คิดชอบ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานจากทางสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ เพียงแต่ทราบข่าวจากสื่อมวลชน ส่วนการให้ความดูแลนั้น ตามหลักปฏิบัติสถานเอกอัครราชทูตจะส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแลและประสานงาน รวมทั้งจะติดตามกระบวนการยุติธรรมของกัมพูชา และติดตามว่านายศิวรักษ์อยู่ที่ใด และได้รับการดูแลอย่างไร ซึ่งเราต้องให้เกียรติและเชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมของทุกประเทศ
"คนไทยในกัมพูชานั้น สถานเอกอัครราชทูตไทยมีการติดตามดูแลอยู่ตลอด และเท่าที่ทราบในขณะนี้ ทุกคนยังสามารถดำเนินชีวิตไปตามปกติ ส่วนที่นายกษิตมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งนั้น คงต้องรอให้อยู่ในกระบวนการยุติธรรมของกัมพูชาก่อน เพราะยังไม่เห็นรายละเอียด" น.ส.วิมลระบุ
นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คงต้องปล่อยให้ไปตามกระบวนการยุติธรรมของกัมพูชา โดยสถานทูตมีเจ้าหน้าที่ทางกฎหมายที่จะให้คำแนะนำตามหลักกฎหมายสากล ไม่ใช่เป็นประเด็นที่รัฐบาลเราจะไปยุ่งกับการสอบสวน ซึ่งเจ้าหน้าที่คงมีการประสานกันเป็นการเบื้องต้นแล้ว
"ต้องให้ความเป็นธรรมกับคนของเราด้วย ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ก็ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ดูแลคนไทยให้ดี ไม่ทำอะไรเป็นการไปขัดกฎหมายท้องถิ่นของกัมพูชา" นายปณิธานกล่าวตอบเรื่องที่กัมพูชาระบุว่า นายศิวรักษ์มีสายสัมพันธ์สถานทูตไทยในกรุงพนมเปญ
ด้านนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวแสดงความเป็นห่วงถึงสถานการณ์ระหว่างไทย-กัมพูชาว่า ไม่ขอวิจารณ์ แต่ห่วงอาจเกิดความเข้าใจผิดกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว ดังนั้นผู้ที่เกี่ยวข้องต้องมีความอดกลั้น อดทน ก็จะทำให้เรื่องร้ายกลายเป็นดี โดยเฉพาะ พ.ต.ท.ทักษิณ สมเด็จฮุน เซน และรัฐบาลไทย
รมว.มหาดไทยบอกว่า ได้พูดคุยกับนายธวัชชัย วิไลักษณ์ รองประธานกรรมการบริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด บอกว่าเป็นลูกน้อง โดนจับไป 2 คน ตอนนี้ปล่อยมาแล้ว 1 คน
วันเดียวกันนี้ นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ แถลงข่าวว่า สาเหตุที่ทางการกัมพูชาจับพนักงานวิศวกรรม 2 คน เป็นเพราะได้นำข้อมูลตารางการบินออกไปในช่วงที่รัฐบาลไทยและกัมพูชาเกิดข้อพิพาทกัน ซึ่งขณะนี้ได้ปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยไปแล้ว 1 คน เหลืออีก 1 คนอยู่ระหว่างการสอบสวน เพราะมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยในกัมพูชา จึงทำให้เกิดปัญหาขึ้นมา
"พนักงานได้นำข้อมูลตารางการบินทั่วไป ที่หาดูได้ทั่วไป แต่อาจเป็นเพราะอยู่ในช่วงเซนซิทีฟของไทยและกัมพูชา จึงทำให้เกิดปัญหาขึ้นมา อีกทั้งผู้ต้องสงสัยหนึ่งคนยังเป็นเพื่อนกับเลขาฯ ทูตไทย ก็เลยยังอยู่ระหว่างการสอบสวน" นายวัฒน์ชัยกล่าว
อย่างไรก็ตาม กรณีพนักงานไทย 2 คนของสามารถฯ ถูกจับ ทางบริษัทได้แจ้งไปยังกระทรวงการต่างประเทศได้รับทราบข้อมูลทั้งหมดแล้ว นอกจากนี้ในส่วนการดำเนินธุรกิจของบริษัทในกัมพูชายังไม่ได้รับผลกระทบโดยยังดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ โดยในส่วนของธุรกิจวิทยุการบินในกัมพูชา ยังมีรายได้เกือบ 200 ล้านบาททุกไตรมาส มีเที่ยวบิน 14,000 กว่าไฟลต์ ส่วนธุรกิจโรงไฟฟฟ้ากัมพูชานั้นก็เป็นการรับรายได้จากปูนซิเมนต์ไทย เฉลี่ยได้รับรายได้ปีละ 200 กว่าล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัท กัมพูชาแอร์ทราฟฟิคเซอร์วิส หรือ CATS ซึ่งได้รับสัมปทานจากรัฐบาลประเทศกัมพูชาในการดำเนินธุรกิจจัดตั้งระบบและให้บริการควบคุมการจราจรทางอากาศ ที่ครอบคลุมทั่วน่านฟ้าประเทศกัมพูชา เป็นเวลา 22 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2544 ได้รับการขยายอายุสัมปทานในการให้บริการดังกล่าวเพิ่มอีก 10 ปี นับจากปี 2567 ไปสิ้นสุดในปี 2576 รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 32 ปี
"คำนูณ"เกรงนองเลือด
นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา เกรงว่าเหตุการณ์จะบานปลาย จากเรื่องปกติจะกลายเป็นเรื่องทางการเมืองได้ เนื่องจากขณะนี้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชาไม่ค่อยดี ซึ่งเห็นได้ชัดว่ากัมพูชาเริ่มเปิดเกมอย่างไร เรียกร้องให้รัฐบาลไทยเจรจาทำความเข้าใจกับรัฐบาลกัมพูชาเรื่องการดำเนินการว่าจะทำอย่างไรก็ได้ แต่ต้องไม่กระทบกับประชาชนของทั้งสองประเทศ
"อย่าลืมว่ามีขอทาน คนงานหรือแรงงานเขมรที่ประจำในไทยอยู่เป็นจำนวนมาก ขณะที่กัมพูชาเองก็มีคนไทยอาศัยอยู่จำนวนมาก อาจเกิดเหตุการณ์นองเลือดฆ่ากันเพียงเพราะความเข้าใจผิดที่ต่างฝ่ายต่างอ้างว่ารักชาติของตัวเอง" นายคำนูณกล่าว
ขณะที่คนไทยซึ่งสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมองเรื่องนี้ไปอีกทาง นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สมควรโดนแล้ว เพราะหากไปทำเครื่องบินตกจะทำอย่างไร รัฐบาลไทยเองต้องเคารพกฎหมายประเทศอื่นด้วย ไม่ควรละเมิด แต่เรื่องนี้เราก็จะหารือกับ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ไม่รู้ว่าจะช่วยได้หรือไม่ เพราะต้องว่าตามหลักกฎหมาย
ด้านนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า เมื่อเรื่องนี้เกิดขึ้นมามันก็น่าคิด คนคนนั้นก็เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ มีความเชื่อมโยงกับรัฐบาล ก็มีความเคลือบแคลงกับเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ เพราะจะเอาข้อมูลการบินที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานที่ตัวเองทำอะไร มีวัตถุประสงค์อะไร มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มเสื้อเหลืองหรือไม่
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในประเทศกัมพูชา คือทางการไทย โดยสถานทูตไทยในกัมพูชา เข้าใจว่าน่าจะได้รับคำสั่งจากกระทรวงการต่างประเทศ ให้ดำเนินการแทรกแซงกิจการภายในของกัมพูชา เนื่องจากกิจการทางการบินของกัมพูชา ซึ่งถือว่าเป็นความลับ ความมั่นคง และทางรัฐบาลกัมพูชาได้ให้สัมปทานกับบริษัทเอกชน ที่มีเจ้าของเป็นคนไทย มีการแทรกแซงโดยรัฐบาลไทยด้วยการดึงข้อมูล เพื่อรวบรวมรายละเอียดเกี่ยวกับเที่ยวบินที่จะไปลงที่กัมพูชา ไม่ว่าจะเป็นกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งทางกัมพูชาเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นความลับทางราชการ ไม่สามารถนำมาเผยแพร่ได้
"วันนี้ทางการไทยได้ล้วงความลับกิจการภายในของกัมพูชา ผิดมารยาททางการทูตอย่างร้ายแรง หากกัมพูชานำหลักฐานดังกล่าวมาแสดง ประเทศไทยก็ผิดกฎหมาย ซึ่งการที่รัฐบาลพยายามทำให้มองว่าเกิดจากกรณีอื่น แต่ความจริงไม่ใช่ โดยไปนำข้อมูลการเดินทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือใครก็ตามในกัมพูชา ที่เป็นข้อมูลลับเกี่ยวกับสายการบินในกัมพูชา จะเข้าข่ายการแทรกแซงกิจการภายในของประเทศกัมพูชา ซึ่งสถานทูตไทยเสียมารยาทอย่างร้ายแรง และไม่สมควรกระทำ ไม่ว่าจะเป็นประเทศใดก็ตาม หากมาทำในลักษณะดังกล่าวก็จะถูกตอบโต้เช่นเดียวกัน" แกนนำคนเสื้อแดงผู้นี้กล่าว
ส่วนความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณในกัมพูชานั้น สมเด็จฮุน เซน ได้บินออกจากกรุงพนมเปญไปถึงเสียมราฐในช่วงเช้า เพื่อตามไปสมทบกับ พ.ต.ท.ทักษิณที่เดินทางไปถึงก่อนตั้งแต่เมื่อช่วงบ่ายวันพฤหัสบดี หลังจากที่เขาเสร็จสิ้นการบรรยายพิเศษแก่นักเศรษฐศาสตร์และนักธุรกิจชาวกัมพูชาราว 300 คนในกรุงพนมเปญ
ทั้งนี้ ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะออกจากกัมพูชาเมื่อไร แต่แหล่งข่าวของรัฐบาลเผยว่าเขาน่าจะออกเดินทางในวันเสาร์นี้
สำนักข่าวเกียวโดระบุว่า เลขาธิการอาเซียน นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ กล่าวว่า ได้ส่งจดหมายไปถึงรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อขอความช่วยเหลือในการแก้ปัญหาความขัดแย้งที่ตึงเครียดมากขึ้น
ส่วนการตอบโต้รัฐบาลกัมพูชานั้นคาดว่าจะมีเพิ่มขึ้นหลัง นายอภิสิทธิ์เรียกนายกษิตเข้าหารือที่อาคารรัฐสภาช่วงเช้าวันศุกร์
"มาร์ค"ยืนยันมีการยั่วยุ
ต่อมานายอภิสิทธิ์กล่าวว่า นายกษิตได้มารายงานให้ทราบถึงการดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งในการประชุมสภาความมั่นคงนัดพิเศษในวันที่ 12 พฤศจิกายน เราได้ดำเนินการไปตามมาตราที่เหมาะกับสิ่งที่เขาทำ แต่สิ่งที่เราเดินหน้าทำต่อเนื่องเป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการพิจารณาและรอจังหวะที่จะดำเนินการ
ผู้สื่อข่าวถามว่า การดำเนินการตามมาตรการต่างๆ จะทำให้ความหวังที่จะทำให้การฟื้นฟูความสัมพันธ์ยากกว่าเดิมหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า "ผมว่ามันเป็นความพยายามในการยั่วยุส่วนหนึ่ง ขณะเดียวกันวันนี้เขาก็ได้แสดงภาพการถอนทหาร"
สำหรับมาตรการพิ่มเติมนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กำลังดำเนินการอยู่ แต่เราต้องเข้าใจว่าสิ่งที่เขาพยายามยั่วยุมันเป็นเรื่องอะไร ขณะเดียวกันเราไม่ต้องไปทำอะไรที่บุ่มบ่าม แต่ทำที่มีผลจริงๆ
ซักว่าประเมินหรือไม่ว่ากัมพูชาต้องการยั่วยุไทยเพื่ออะไร นายกฯ ตอบว่า ส่วนหนึ่งเพราะทั้งสองคนต้องพึ่งพากันเท่านั้นเอง
ถามว่าภาพที่กัมพูชาถอนทหารเป็นการทำเพื่ออะไร นายอภิสิทธิ์ชี้แจงว่า เป็นไปตามแนวทางที่เขากำหนดในเรื่องนี้ เพราะเขามีเรื่องมรดกโลกที่พยายามทำมาโดยตลอด เพื่อไปอ้างที่มรดกโลกว่ามันไม่มีปัญหา
"มันก็เป็นการเดินตามแผน แต่เราก็ต้องรักษาประโยชน์ของเรา ฉะนั้นเราต้องไม่เดินตามแผนเขา โดยการใช้แนวทางเดิม"
เมื่อถามว่า ขณะนี้ถึงขั้นที่ต้องปิดสถานทูตของแต่ละประเทศหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังไม่คิดว่าจะไปถึงขั้นนั้น ผมว่าเราค่อยๆ ประเมิน เราอย่าเพิ่งไปเต้นตามจังหวะของเขา
ซักว่า พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวหารัฐบาลว่ามีการปลุกปั่นการคลั่งชาติแบบผิดๆ นายกฯ ยืนยันว่า ไม่มีหรอกครับ ความรู้สึกมันถูกปลุกมาด้วยการกระทำของคุณทักษิณ ซึ่งเป็นการกระทำที่คนไทยยอมรับไม่ได้ ไม่คำนึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ ความรู้สึกมันมาจากตรงนี้ ไม่ได้มาจากรัฐบาล
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กัมพูชาขับนายคำรบ ปาลวัฒน์วิไชย เลขานุการเอกประจำสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ออกนอกประเทศภายใน 48 ชั่วโมงว่า ยังไม่ทราบเหตุผล โดยไม่ทราบว่ามีใครไปพูดหรือมีขบวนการจ้องทำลายหรือไม่ อีกทั้งตั้งข้อสังเกตว่าทางการกัมพูชาได้เชิญเลขานุการเอกออกนอกประเทศ ภายหลังจากที่ พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวบรรยายจบที่กระทรวงการคลังของกัมพูชาแล้ว
เขาบอกว่าสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ยังไม่จำเป็นต้องเรียกตัวนายชโลธร เผ่าวิบูลย์ อุปทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ กลับไทย โดยขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ไทยทำงานอยู่สถานเอกอัครราชทูตไทยฯ 3 คน และผู้ช่วยทูตทหารอีก 3 คน
เลขานุการ รมว.การต่างประเทศ กล่าวอีกว่า สถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นยังไม่ถึงขั้นต้องใช้มาตรการทางทหาร ส่วนการทบทวนการยกเลิกมาตรการในการให้ความช่วยเหลือกัมพูชาหรือไม่นั้น จะพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้นำไปสู่การตอบโต้ที่รุนแรง และยืนยันยังไม่มีแนวคิดปิดด่านพรมแดน และไม่จำเป็นต้องนำปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชาไปชี้แจงต่อนายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีของสหรัฐ ในระหว่างการประชุมเอเปก ที่ประเทศสิงคโปร์ เพราะเป็นปัญหาทวิภาคี และเพื่อไม่ให้กระทบบรรยากาศการประชุม
ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ปฏิเสธว่าไม่ใช่ "ส." ที่จ้างวานลอบสังหาร พ.ต.ท.ทักษิณตามที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยกล่าวอ้าง
"ส."บ่นปัดโธ่!
"แล้วเป็นใคร "ส." ชื่อสุเทพหรือ ถ้าเป็นผมคงตายไปนานแล้ว ไม่มี จะไปพูดทำไม ปัดโธ่"
"ถ้าผมมี150 ล้านก็คงเอาไปทำอย่างอื่น"นายสุเทพกล่าว
เขายังให้สัมภาษณ์กรณีที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ระบุว่าเรื่องระหว่างไทยกับกัมพูชาใกล้จะยุติแล้วว่า ตนเองไม่ได้ให้น้ำหนักกับสิ่งที่ พล.อ.ชวลิตกล่าวเลย เพราะท่านก็พูดเรื่องแปลกๆ ไปเรื่อยๆ ตามไม่ทัน แปลก็ไม่ถูกท่านก็บอกว่าปัญหาใกล้จะยุติ แต่เราก็เห็นว่าการตอบโต้ทางการทูตมากกว่าเดิม ก็เลยแปลความไม่ถูกต้องไปถามท่าน
"ท่านไปเขมรมาหลังจากนั้นไม่นานก็ทำให้ฮุน เซน ตั้ง คุณทักษิณเป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจ แล้วฮุน เซน กับคุณทักษิณก็ร่วมกันซัดรัฐบาลไทย เล่นงานรัฐบาลไทยมาเป็นขบวนเลย ไอ้อย่างนี้ พล.อ.ชวลิตบอกเป็นสิ่งดีๆ อย่างนั้นรึไง ผมก็เลยแปลไม่ถูก" นายสุเทพกล่าว
พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ยอมรับว่าปัญหาระหว่างประเทศคงจะหนักขึ้นกว่านี้ แม้ว่ารัฐบาลจะคุมสถานการณ์ของเราอยู่ แต่คงไปคุมฝ่ายกมพูชาไม่ได้ ซึ่งต่อไปทางกัมพูชาชนอาจจะมีการประกาศปิดสถานทูตไทยภายในประเทศกัมพูชาก็ได้ โดยตนเพียงคาดเดาเท่านั้น เพราะเห็นว่ามีการขับเลขานุการเอกกลับประเทศแล้ว ดังนั้นต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป
เขายังแนะให้ พล.อ.ชวลิตหยุดได้แล้ว การเคลื่อนไหวแบบนี้ไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ ท่านทำอะไรไม่ถูก ขอให้หยุดเคลื่อนไหวทางการเมือง แล้วกลับมาบ้านได้แล้ว อยู่บ้านอย่างเดิม
"ออกจากประธานพรรคเพื่อไทย ไม่เช่นนั้นจะยิ่งเสียชื่อ เดี๋ยวจะไม่มีคนนับถือ สำหรับผมนั้นเป็นพี่น้องกันได้ แต่ความคิดทางการเมืองผมไม่นับถือ เพราะถือว่าใช้ไม่ได้" พล.ต.สนั่นเตือน
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรื่องหนึ่งของความเข้าใจผิดคือสถาบันศาล ต้องถือว่าเป็นหลักของประเทศ แม้ในยามที่บ้านเมืองมีวิกฤติองค์กรถูกแทรกแซง ก็ยังเหลือสถาบันศาลตลอดมาในช่วงระยะเวลายาวนาน ดังนั้นความเข้าใจผิดที่มีการพูดถึงสถาบันศาลของเราโดยไม่ถูกต้อง ต้องพยายามทำให้เกิดความเข้าใจในประเทศกัมพูชา ไม่ว่าระดับนักการเมืองหรือประชาชนก็ตาม เพราะศาลไทยเป็นศาลที่เชื่อถือได้ แต่ปัญหาอาจมีกับทุกคนที่วิ่งเต้นศาลไม่ได้ก็อาจจะโวยวายและไปให้ข้อมูลผิดๆ กับอีกฝ่าย
นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ให้ความเห็นว่า ความเคลื่อนไหว พ.ต.ท.ทักษิณและพวกเป็นความเคลื่อนไหวที่เป็นความสุขของท่าน เพราะว่าผมไม่เชื่อว่าคนอย่างท่านถ้าทำอะไรไม่มีความสุขก็คงจะไม่ทำ การเคลื่อนไหวของท่านที่เดินทางไปกัมพูชาหรือแสดงออกใดๆ ที่ผ่านมาที่พวกเราได้เห็น เป็นความสุขของท่าน ปล่อยท่านเถิดครับ ส่วนจะกระทบการเมืองไทยหรือไม่นั้น คิดว่าประชาชนคนไทยคิดเป็น อยากบอกคนไทยว่าปล่อยท่านไป ท่านและคณะมีความสุขอย่างนี้ก็ปล่อยท่านไป
"เราคนไทยถ้ามีความสุขอยู่กับการถวายความจงรักภักดีและปกป้องชาติบ้านเมืองเราก็ช่วยกันทำในสิ่งที่เราคิดว่ามีความสุขของเรา ถ้าเราคนไทยเห็นว่าความสุขของท่านเป็นเรื่องให้การสนับสนุน ก็ว่าไป ใครเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นความทุกข์ ก็ต้องหาวิธีช่วยกันรักษาสถาบันเอาไว้"
นายเนวินกล่าวว่า วันนี้การถวายความจงรักภักดี การทำความเข้าใจต่อพี่น้องประชาชน การทำให้ประชาชนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และได้รับทราบถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสียสละเพื่อประชาชนคนไทยนับตั้งแต่ครองสิริราชสมบัติมาสองหมื่นหนึ่งพันกว่าวัน เราเห็นได้ชัดทุกนาที ท่านทุ่มเทแก้ปัญหาต่อความเป็นอยู่ของประชาชน ท่านเดินทางกว่าแปดแสนกิโลเมตรเพื่อตรวจเยี่ยมประชาชนเพื่อแก้ปัญหาความทุกข์สุขของประชาชน
"สำหรับผมที่ทำได้ก็คือทำความเข้าใจต่อพี่น้องประชาชน ให้ได้เข้าใจว่าพระมหากรุณาธิคุณที่ยิ่งใหญ่ที่พระราชทานแก่ปวงชนชาวไทยเป็นอย่างไร และเมื่อประชาชนได้รับทราบได้สำนึกพระมหากรุณาธิคุณ ผมว่าใครก็ไม่สามารถที่จะทำให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสถาบันที่รักยิ่งของคนไทยหายไปจากหัวใจของคนไทยได้ นี้คือสิ่งที่ต้องทำ" นายเนวิน ระบุ
ให้"แม้ว"ตายเอง
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คนอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณไม่จำเป็นต้องตั้งค่าหัวถึง 150 ล้านในการล่าสังหาร ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องบาปกรรมเปล่าๆ ปล่อยไว้เช่นนี้อีกไม่นานก็คงจะตายไปเอง อย่างน้อยกระแสข่าวว่ามีโรคร้ายซึ่งไม่แน่ใจว่าจะมีหรือไม่ ถ้าเป็นจริงตามที่ข่าวลือก็คงจะอยู่ได้อีกไม่นาน เพราะเชื่อว่าเวรกรรมมีจริง และเป็นกรรมยุคไอที เป็นกรรมออนไลน์ สามารถที่จะออนไลน์ไปทุกทีที่ พ.ต.ท.ทักษิณสิงสถิตอยู่
"พระพุทธภาษิตบอกว่ากัมมุนา วัตตะติ โลโก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม จุดจบของนักการเองที่โกงชาติ โกงแผ่นดิน มีจุดจบชีวิตที่ไร้เกียรติยศและถูกสาปแช่งจากคนในชาติ ตายไปแล้วก็ไม่รู้จะได้ไปผุดไปเกิดหรือไม่" นายเทพไทกล่าว
วันเดียวกันนี้ นางพจนารถ แก้วผลึก ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวที่รัฐสภาว่า สมาชิกรัฐสภารวม 37 คน แบ่งเป็น ส.ส. 22 คน และ ส.ว. 15 คน ร่วมกันลงชื่อยื่นเรื่องให้สภามหาวิทยาลัยรามคำแหง พิจารณาทบทวนและเพิกถอนการให้ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ แก่สมเด็จฮุน เซน สาขารัฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยมอบให้เมื่อปีการศึกษา 2541 เนื่องจากสมเด็จฮุน เซน ได้กระทำการผิดมารยาทการทูตและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แทรกแซงกิจการภายในของไทย และไม่เคารพกระบวนการยุติธรรมของศาลไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อ ส.ส.มาจากพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายอภิชาติ สุภาแพ่ง ส.ส.เพชรบุรี, น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม, นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี ขณะที่ ส.ว.นั้นส่วนใหญ่มาจากกลุ่ม 40 นำโดยนายสมชาย แสวงการ, นายประสาร มฤคพิทักษ์, นายวรินทร์ เทียมจรัส ส.ว.สรรหา, น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม., น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ส.ว.เพชรบุรี
ด้าน รศ.คิม ไชยแสนสุข อธิการบดี ม.รามคำแหง พูดถึงเรื่องนี้ว่า สถานการณ์ในขณะนี้ก็ยังอยู่ในระดับที่ถือว่ายังไม่รุนแรง อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์ตึงเครียดขึ้นจนถึงขนาดที่มาตรการตอบโต้ของรัฐบาลไทยจนถึงขั้นตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับกัมพูชา ซึ่งหากถึงขั้นนั้นก็อาจมีการพิจารณาเพิกถอนปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ที่เคยมอบให้แก่สมเด็จฮุน เซน ต่อไป
มีการสำรวจความเห็นผ่านโพลล์ 2 สำนัก คือ กรุงเทพโพลล์กับสวนดุสิตโพล ถึงความขัดแย้งระหว่างไทยกัมพูชา ซึ่งออกมาในทิศทางเดียวกันคือ ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของ พ.ต.ท.ทักษิณ และสนับสนุนการดำเนินการทางการทูตของรัฐบาลไทย.
เพราะข้อมูลการบินหรือแผนการบิ
เพราะข้อมูลการบินหรือแผนการบินไม่ถือเป็นความลับ
ต้องเฝ้าระวังว่า...เขมรในไทยท
ต้องเฝ้าระวังว่า...เขมรในไทยทุกระดับตั้งแต่ขอทานไปยัน นศ. ในสถานศึกษาจะถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อีกคำรพ....หลังจากโดนคนชาติเดียวกันเองฆ่าล้างมาแล้วรอบ....เป็นเผ่าพันธุ์ที่อาภัพจริ๊งๆๆ....ก็นี่แหละฐานเป็นพลเมืองที่งอมืองอเท้าปล่อยให้ชั่วครองเมือง.......ยาวนาน......
ฟฟฟฟฟ
"อย่าลืมว่ามีขอทาน คนงานหรือแรงงานเขมรที่ประจำในไทยอยู่เป็นจำนวนมาก ขณะที่กัมพูชาเองก็มีคนไทยอาศัยอยู่จำนวนมาก อาจเกิดเหตุการณ์นองเลือดฆ่ากันเพียงเพราะความเข้าใจผิดที่ต่างฝ่ายต่างอ้างว่ารักชาติของตัวเอง" นายคำนูณกล่าว
ก้าวร้าว ขี้เบ่ง ขี้คุย
ก้าวร้าว ขี้เบ่ง ขี้คุย ป้ายสี
จิตใจต่ำ
ทำไมถึงทำกับฉันได้ พี่น้องกัน
ทำไมถึงทำกับฉันได้
พี่น้องกันแท้ๆ
เคยดีด้วยกัน
ต้องมาทะเละกัน
รู้สึกหรือยังว่า
ดับเบิ้ลสแตนดาร์ด
เป็นอย่างไร
@..อย่าหาศัตรู..@ *นี่แหละคือ
@..อย่าหาศัตรู..@
*นี่แหละคือ ลัทธิ “ชาตินิยม”
นี่แหละเรื่อง ปลุกระดม ขึ้นเข่นฆ่า
นี่แหละเรื่อง คลั่งชาติ ไม่พัฒนา
นี่แหละเรื่อง อำมาตยา บ้าชนชั้น
*ไม่ใช่เรื่อง เอกราช อธิปไตย
แต่หาเรื่อง เผาไฟ ให้ใจพรั่น
ใครหาเรื่อง ใครก่อน ผ่อนสัมพันธ์
และใครกัน เริ่มปลุกเร้า เผาไมตรี
*คนไม่ผิด เหยียบย่ำ ว่าทำผิด
ทั้งเบือนบิด รุกราน ผลาญศักดิ์ศรี
ตั้งธงไว้ ใส่ความ ตามจิกตี
อำนาจชี้ ชั่วช้า สาริยำ
*หนึ่งประชาวิบัติ รัฐบาลบ้า
สองชั่วช้า พันธมาร สันดานต่ำ
สามขุนนาง เฒ่าชรา ขาประจำ
สามตัวนำ ทำร้าย ทำลายไทย
*ต้องร่วมใช้ ตีนตบ สยบพาล
ต้องร่วมต้าน ร่วมสู้ หมู่พาลใหญ่
ต้องรวมใจ สีแดง เป็นแสงชัย
ต้องขับไล่ อันธพาล ผลาญบ้านเมือง
*สามัคคี คนรัก ประชาธิปไตย
ไม่พร้อมใจ พวกบ้า โพกผ้าเหลือง
ไม่ยอมให้ รัฐบาลบ้า พาแค้นเคือง
ไปกับเรื่อง ไม่เป็นเรื่อง เปลืองแผ่นดิน
ตั้งใจไปทำข่าว
ตั้งใจไปทำข่าว หรือตั้งใจไปจับผิดตั้งแต่แรก?
คุณสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี
คุณสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี นี่ควรถูกรวมไว้ใน สิ่งที่เรียกว่า "แกงค์เดอะเนชั่น" ด้วยเหรอครับ?
"แกงค์
"แกงค์ เนชั่น"...ขายไม่ออกนั้นสมควรแล้ว..ตอบคำถามของผู้คุมเรือนจำกัมพูชาก็ไม่ได้
มาทำไม? และทำไมต้องถ่ายรูปแถวนี้?......ไม่มีคำตอบ
มีคนไทยอยู่ในเรือนจำนี้หรือไม่?....เจ้าหน้าที่เรือนจำตอบว่า มี 1 คน
ถามว่า...รู้จักกับโฆษกรัฐบาลกัมพูชาหรือไม่....ตอบว่า..ใช่
คุยกับเจ้าหน้าที่เรือนจำกัมพูขา กันประมาณ 1 ชั่วโมง...พุดคุยกันแค่นี้
เห็นสันดานไหมท่านผู้อ่าน......น่าศึกษา...ทั้งอวดศ้กดา โอหัง อหังการ
เซ็งพวกขายชาติในกะทู้นี้จริงๆ
เซ็งพวกขายชาติในกะทู้นี้จริงๆ ไม่รู้ว่ายังสำนึกถึงความเป็นคนไทย
เพื่อนร่วมชาติแค่ไหน ถ้านักข่าวหรือวิศวกรเป็นลูกหลาน ตัวเอง
มันก็ยังคงสมน้ำหน้าอย่างนี้ เพราะมันใจเขมร ยินดีเป็นทาวฮุน เซน
รับใช้แขมร์ สมแล้วที่คนไทยสิ้นชาติ เพราะคนไทยกันเอง หัวใจ
มันอยากเป็นทาส
ลองไปดูทีวีเขมรซิ เค้าไม่ได้เน้นที่ไอ้ที่ปรึกษา แต่เค้าเน้นที่นายก
เขมร เก่ง โดยมีอดีตนายกไทยเป็นเครื่องมือ สื่อต่างๆ ก็เน้นที่ความ
สามารถฮุนเซน มันภูมิใจ ตรงไหน คนเขมรมันสนใจหรอก รู้แต่ว่าได้
คนระดับอดีตนายก มาช่วยฮุนเซน (คนเก่งก็คือฮุนเซน) เสร็จ ฮุนเซน
เป็นทาสมันอีกเรื่อง ถุย!! คนไทยขายชาติ เป็นอดีตนายกที่หาศักดิ์ศรี
ไม่ได้เลย
แต่นี้คนไทยโดนจับ คนไทยระยำ หัวใจทาสแขมร์ มันสมน้ำหน้า เอาอะไร
มาคิดกัน ถ้ามีรบกันจริง พวกนี้จะเป็นกลุ่มแรกที่วิ่งไปช่วยเขมรรบกับ
คนไทย อย่างนี้จะเรียกว่าคนไทย หัวใจไทยเหรอ (ถามตัวเองถ้าไม่งั้น
ก็ให้ลูกหลานไปเป็นเขมรซะ ชาติไทยจะได้ปลอดภัยจากศึกใน)
ไม่เบื่อบ้างเหรอ หางเหลือง
ไม่เบื่อบ้างเหรอ หางเหลือง หางแดง ไม่รู้บ้างเหรอ
ว่านั้นมันเป็นคนไทย แล้วนักข่าวทำผิด ทำเลว ตรงไหน
กัมพูชาก็แค่ไม่อนุญาตบันทึกภาพ แล้วก็ปล่อยไป
ก็ไม่มีอะไร
แต่ที่ห่วงคือ วิศวกรที่โดนจับ ในฐานะคนไทย พวกคุณ
พร้อมจะสมน้ำหน้าเหรอ อืมนะ โค ตะ ระ ไทย เลยหัวใจ
คุณนี้
ข้อมูลการบินไม่ถือเป็นความลับ
ข้อมูลการบินไม่ถือเป็นความลับเหรอ ถ้างั้นไปอเมริกาไปถามว่าวันนี้ แอร์ฟอร์ชวันของประธานาธิบดี บินไปใหน เวลาเท่าใหร่ กี่โมง กี่นาที ดูซิ
ขอร้องให้นักข่าว
ขอร้องให้นักข่าว ทำอะไรตามขั้นตอน
หากต้องเข้าไปหาข่าว ก็ต้องขออนุญาตทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
พร้อมหาเอกสารรับรองให้พร้อม
อย่าสุ่มเสี่ยง เพราะสถานการณ์ไม่ปลอดภัยอย่างที่คิด
5555พวกนี้ใหญ่ในไทยจนเคยตัวแล้วสมครวแล้วให้รู้ว่าที่ไปประเทศไหน
เพื่อนไทย ระวังจะบ้าน่ะคุณ
เพื่อนไทย ระวังจะบ้าน่ะคุณ ทำผิดก็ต้องยอมรับผิด จะขายชาติอะไรกันนักหน้า คนไทยยังไงก็รักแต่ถ้าทำผิด ก็ ต้องว่าไปตามผิด ครับท่าน รักชาตินะรักได้แต่ อย่า งมงาย โง่ เป็นกบอยู่ในกะลา มอง ดู เพื่อนๆ รอบ ๆ บ้านบ้างน่ะ ระวังจะบ้า คลังชาติ จน กระอักเลือดตาย
คุณเพื่อนไทย คนไทยนี้ก็แปลก
คุณเพื่อนไทย
คนไทยนี้ก็แปลก พอจะมีคนเก่งมาบริหารประเทศให้เจริญรุดหน้าทัดเทียมประเทศอื่น ๆ ก็ไม่เอา
เลือกจะเอาปฎิวัติ ขับไล่เขาไป โดยเลือกจะเอาคนโง่มาบริหารบ้านเมือง
พอประเทศอื่นเขาขอตัวไปช่วยบริหารประเทศเขา กลับบอกไม่ได้
แบบว่า ถ้าประเทศเราไม่เจริญ ประเทศอื่นก็ห้ามเจริญด้วยหรือเปล่าครับ
แล้วไอ้เรื่องไปช่วยรบไม่รบเนี่ย แหกตาดูนิดนึงครับ
ผมก็เห็นมีแต่ประชาชนตาดำ ๆ ถูกเกณฑ์ไปรบนะครับ
คนที่คนส่วนน้อยของประเทศคิดว่า คนเหล่านี้โง่ เรียนมาน้อย ซื้อได้ด้วยเงิน (เพราะดันไปเลือกทักษิณ)
ส่วนไอ้พวกลูกหลานคนกำหนดนโยบาย นั่งเชียร์เอามันอย่างเดียว ประมาณว่า สู้ สู้เพื่อศักดิ์ศรีของชาติ
ถ้าเขารบกันจริง ผมไม่คิดว่าคนอย่างคุณจะอาสาไปสู้รบกับใครเขาหรอกครับ พวกเก่งแต่ปาก
ขอชมจากใจจริง แต่งได้ดีเยี่ยม
ขอชมจากใจจริง
แต่งได้ดีเยี่ยมดีกว่า เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
กวีแห่งชาติหรืออะไรจำไม่ได้..หมดคุณค่า
เพราะไปรับใช้โจรยึดสนามบิน
เหมือนพระละเมิดศีลขั้นปาราชิก
@ ต้านกวีเผด็จการ@ @
@ ต้านกวีเผด็จการ@
@ นี่คือลัทธิ “สื่อคลั่งชาติ”
ใช่แล้วเรื่อง ปลุกระดม ขึ้นเข่นฆ่า
ใช่แล้วเรื่อง คลั่งชาติ ไม่พัฒนา
ใช่แล้วเรื่อง อมาตยา บ้าชั้นชน
หาใช่เป็นเรื่อง เอกราช อธิปไตย
ศักดิ์ศรี ความเป็นไท หรือไรนั่น
ล่วงละเมิด หมิ่นหยาม สิ่งสำคัญ
ไม่เคารพ ประชาชน บั่นไมตรี
ปล้นอำนาจ ไม่ยอมรับ ที่ทำผิด
กลับตะบิด ตะแบงไป ได้ทุกที่
ตั้งเข็มผิด ก็ผิดไกล ไปทุกที
สื่อชั่วชี้ ชั่วช้า สาริยำ
หนึ่งนายกหนุ่ม ทรราช ฉกาจกล้า
สองขุนศึก เฒ่าชรา บ้าระห่ำ
สามสื่อชั่ว ศักดินา ออกหน้านำ
สามศัตรู ขู่ขย้ำ ประเทศไทย
ต้องร่วมมือ กำหมัด ขจัดมาร
ต้องร่วมต้าน ร่วมสู้ การเมือง(นรก)ใหม่
แดงต้องเป็นใจ เดียวกัน ประสานชัย
แดงต้องขับไล่ โจรพาล เผาบ้านเมือง
สามัคคี คนไทย ใจเป็นธรรม
ไม่ยอมให้ เผด็จการ มาขู่เขื่อง
ความเป็นธรรม ต้องสำแดง แดงแรงเรือง
ร่วมปลดเปลื้อง เผด็จการอยุติธรรม งำแผ่นดิน!
(เนาวโรย พงษ์เผด็จการ ต้นฉบับ เขาเผด็จการงอก)
พฤ.๑๒/๑๑/๕๒.
ฉบับปรับปรุ่ง รากหญ้า กากเดนเผด็จอย่าเหยียบย่ำ
จ.๑๖/๑๑/๕๒.
ฉบับปรับปรุ่ง รากหญ้า
ฉบับปรับปรุ่ง รากหญ้า กากเดนเผด็จการอย่าเหยียบย่ำ
จ.๑๖/๑๑/๕๒.
ไอ้วิศวกรควายๆอย่างนั้นรวมทั้
ไอ้วิศวกรควายๆอย่างนั้นรวมทั้งไอ้เศษกระดาษเปื้อนหมึกเน่าเนชั่วน่ะ มันไม่ใช่คนไทยหรอก แต่มันคือไอ้พวกทำลายและขายชาติเโดยการยุแยงตะแคงรั่ว
มันไม่ควรที่จะพาดหัวข่าวว่านักข่าวไทย แต่ควรจะพาดหัวข่าวว่านักปั่นข่าวจากเนชั่วมากกว่า นั่นเพราะกรรมใครกรรมมัน
ไม่ใช่มาพาดเหมารวมว่าเป็นนักข่าวไทย ประเทศของเขายังดันเข้าไปกร่าง
แกรี่พาวเว่อร์นักบินสหรัฐที่ขับเครื่องบินU2 ที่บินสูงลิบลิ่วจากพื้นโลกเหนือระดับน้ำทะเลเกือบ30กิโลเมตร บินเข้าไปจารกรรมถ่ายภาพทางอากาศในดินแดนโซเวียต โดนโซเวียตใช้จรวดชนิดที่ยิงจากพื้นสู่อากาศนั่นคือจรวดSAM (ปัจจุบันทั้งเวียตนามเขมรต่างก็มีจรวดชนิดนี้ไว้ประจำการ) เป่าเอาเครื่องบินจารกรรมU2 ร่วงลงมาแบบนกปีกหัก รัฐบาลอเมริกันหุบปากแน่น
เข้าไปทำจารกรรมที่เน่าๆบ้านเขาแล้วยังจะมาทำนักเลง มันควายจริงๆ เป็นโจรไปปล้นเขาแล้วพอถูกเขาจับได้ก็แหกปากร้องให้คนไทยที่ไม่ใช่โจรไปช่วย มันไม่รู้สึกว่าจะหน้าด้านหน้าหนาหรือว่าควายไปหน่อยหรือ
แบบไอ้โจรเจ๊กกาบดโกเต๊กซ์เหลืองขี้สดพันธมิตรชั่วขายชาติ ที่ไปชุมนุมเหล่าฝูงควายที่ท้องสนามหลวงเมื่อคืน พฤติกรรมชั่วของพวกมันนั้นเหมือนกับไอ้พวกจัญไรที่เข้าไปสั่งอาหารกินในร้านอาหาร แล้วไม่จ่ายเงิน แต่ใช้การทำทีทะเลาะวิวาทกันเอง
ล้มโต๊ะอาหารจากนั้นก็ใส่รองเท้าคอนเวิรสเผ่นหนีกันไปคนละทิศละทางไม่ยอมจ่ายเงิน นี่เหมือนกันจริงๆ
หรือไม่ก็เลีบยแบบพฤติกรรมของไอ้พวกวงดนตรีเน่า ที่ไปเล่นเก็บเงินชาวบ้าน พอเล่นไปสักพักก็หาเรื่องเลิกเล่นโดยการส่งลูกน้องควายออกมาตีกับชาวบ้านที่ไปดู แล้วก็รีบประกาศเลิกเล่นมันดื้อๆโดยอ้างเหตุคนตีกัน
นี่ก็เหมือนกันจัดชุมนุมเสร็จแล้วก็เล่นใช้คนมาปาประทัดยักษ์(เพราะจากภาพข่าวเห็นเลยว่ารูระเบิดบนพื้นมันเล็กมาก แรงทำลายน้อยกว่าแรงระเบิดของลูกระเบิดขวดสมัยแดงไบเล่ย์ดำเอสโซ่ปุ๊ระเบิดขวดซะอีก แต่ก็ยังไม่วายมีไอ้เศษสถุลกระดาษเปื้อนหมึกเน่าบางฉบับพาดหัวว่ามีการยิงด้วยระเบิดเอ็ม79บิดามัน) ใส่พวกเดียวกันเอง
ผลที่ตามมาเหล่าควายที่ดวงตามืดบอด ต่างร้องส่งเสียงอื้ออึงแตกตื่นยิ่งกว่าฝูงควายตื่น เผ่นเหยียบกันเอง ที่สำคัญดันขวิดกันเองจนบาดเจ็บ และบางส่วนยังทำซวยให้กับรถ10ล้อที่ดันผ่านเข้ามาบริเวณนั้น เพราะพวกฝูงควายดันวิ่งเตลิดเปิดเปิงไปชนกับรถ10ล้อที่เบรคได้ทัน ผลมีคนบาดเจ็บนับ10
ไอ้รัฐบวมโจรหุบปากแน่น ทั้งๆที่มันต้องรับผิดชอบ เนื่องจาก ทุกครั้งที่พวกแดงชุมนุม ไอ้รัฐบวมโจรจะอ้างว่าจะมีการก่อเหตุร้าย จึงต้องประกาศพรบความมั่นคง(กฏอัยการศึก) แต่พอไอ้พวกโจรเจ๊กกาบดโกเต๊กซ์เหลืองขี้สดพันธมิตรชั่วขายชาติมันจัดชุมนุม ไอ้เทือกรัฐบวมโจรมันบอกว่า ไม่ต้องประกาสใช้พรบเพราะว่าการข่าวของมันบอกว่าชุมนุมพวกเหลืองขี้สดนั้นรับรองว่าไม่มีการก่อเหตุ นี่มันเลวรายำกันอย่างนี้
การที่ทางเขมรควบคุมตัว 3
การที่ทางเขมรควบคุมตัว 3 นักข่าวไทยนั้น ถือว่าทางเขมรได้ตบหน้ารัฐบาลไทยอีกแล้ว แสดงว่าทางเขมรไม่ได้เกรงกลัวรัฐบาลไทยเลย เพราะทางเขมรเขารู้ว่าการขัดแย้งดังกล่าวนี้ เป็นเรื่องของรัฐบาลไทยกับเขมรโดยฉะเพาะ ประชาชนทั้งสองประเทศไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และคงทราบด้วยว่าประชาชนส่วนมากไมสนับสนุนให้มีการทะเลาะขัดแย้งกัน แต่รัฐบาลสร้างขึ้นเองเพื่อผลประโยชน์พรรคพวกและเพื่อทำลายทักษิณเท่านั้น
เขาก็แค่เล่าเท่านั้นแหละว่าไป
เขาก็แค่เล่าเท่านั้นแหละว่าไปเจออะไรมาในการทำงานด้านนักข่าวของเขา ในทางความคิด เขาไม่ใช่เหลืองแน่ๆ ร้อยเปอร์เซนต์ ประชาไทน่าจะรู้ดี เสื้อแดงเคยอ่านความเห็นของเขาเรื่องพระวิหารไหม?
แดงอย่าทำตัวเป็นเหลืองที่ผลักมิตรหรือคนกลางๆ ไปเป็นศัตรูเลยครับ
เห็นด้วย
เห็นด้วย