ศาลอุทธรณ์ลดโทษคดีหมิ่นฯ ‘บุญยืน ประเสริฐยิ่ง’ เหลือ 2 ปี
หลังจากนางบุญยืน ประเสริฐยิ่ง อายุ 46 ปี ผู้ต้องขังคดีหมิ่นประมาทรัชทายาท ตามมาตรา 112 ได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาขอลดหย่อนโทษจำคุก 6 ปีที่ได้รับ ล่าสุดวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมาศาลได้มีคำสั่งลดโทษเหลือ 2 ปี นับตั้งแต่ 15 ส.ค.51 ที่โดนจับกุม และพ้นโทษในวันที่ 15 ส.ค.53
13 พ.ย.52 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนางบุญยืน ประเสริฐยิ่ง อายุ 46 ปี ผู้ต้องขังคดีหมิ่นประมาทรัชทายาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาขอลดหย่อนโทษจำคุก 6 ปีที่ได้รับ ล่าสุดวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมาศาลได้มีคำสั่งลดโทษเหลือ 2 ปี นับตั้งแต่ 15 ส.ค.51 ที่โดนจับกุม และพ้นโทษในวันที่ 15 ส.ค.53
คำชี้แจง
เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น
- ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
- ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
- อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง
ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค
จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ
* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน












คดีของดา
คดีของดา ศาลอุทธรณ์จะลดโทษอย่างคดีนี้บ้างหรือเปล่าหนอ?
ข้าแต่ศาลที่เคารพ อีสำเพ็ง
ข้าแต่ศาลที่เคารพ อีสำเพ็ง มันเด้งเกินขนาด ข้าเลยมีความผิดพลาดในคำพูด ขอให้ศาลจงพิสูจน์ ว่าคำพูดของข้าคือการใส่ความ ก็ข้าโง่ตกเป็นเครืองมือของพวกมันนี่เจ้าคะ ตอนนี้ข้าเข็ดแล้วจริงเจ้าคะ เพราะพวกคนที่มันยุยงข้าไม่เคยไปดูดำดูดีข้าเลย ปล่อยให้ข้าทุกข์ระทมตรอมตรมในคุกอยู่อย่างเดียวดาย
กรณีสนธิ ลิ้มทองกุล
กรณีสนธิ ลิ้มทองกุล อัยการทำไมถอนฟ้อง..........กรณีคดีที่ดินรัชดาโทษจำคุก 2 ปี ทำไมไม่รอลงอาญา ทั้งๆที่กฎหมายให้โทษจำคุกน้อยกว่าสามปีสามารถรอลงอาญาได้.......ใครที่อยู่ฝ่ายเสื้อแดงจะโดนลงโทษขั้นรุนแรงในขณะที่ฝ่ายเสื้อเหลืองทำอะไรไม่เคยมีความผิด.........สองมาตรฐานแบบนี้ก็ต้องฉิบหายกันไปข้างหนึ่ง