TDRI เผยภาษี ต้นเหตุความเหลื่อมล้ำด้านรายได้และปัญหาการเมือง

Comments

ภาษีทางตรงที่ควรพิจารณาเพิ่มข

ภาษีทางตรงที่ควรพิจารณาเพิ่มขึ้น เช่น มรดก การสะสมอสังหาริมทรัพย์แล้วไม่ทำประโยชน์ เอ็งไม่เสนอเลยนะ คิดได้เท่านี้เองแหละ พอนักบริหารมืออาชีพมาทำเขาเลยไม่ใช้งาน พาลรีพาลขวางโกรธเขาอีก

ผมเอาผลวิจัยมาเดาต่อได้ว่า คน

ผมเอาผลวิจัยมาเดาต่อได้ว่า
คนไทย๗ล้านคนที่เสียภาษีรายได้บุคคลธรรมดาถูกต้อง กับธุรกิจไทยที่จำต้องเสยภาษีทุกชนิดให้ถูกต้องไม่มีเส้นมีสายได้รับส้ทปทาน มีเส้นสายในรัฐบาลใดๆที่จะหลีกเลี่ยงภาษีได้ คนกลุ่มนี้กับเจ้าของธุรกิจกลุ่มนี้ ก็คือ ผู้ถูกเอารัดเอาเปรียบจากประชาชนที่ไม่เสียภาษี ธุรกิจที่สามารถหลีกเลี่ยงภาษีด้วยการแฝงตัวเข้าไปใช้อำนาจรัฐ

ในระบบประชาธิปไตยซึ่งทุกคนมีหนึ่งเสียงเท่ากันนั้น ประชาชนผู้เสียภาษีถูกเอาเปรียบด้านสิทธิทางการเมืองมากที่สุด เพราะจำนวนน้อยกว่าพวกไม่เสียภาษีมากนัก โดยเฉพาะในประเทศไทย ซึ่งคนเสียภาษีมีแค่๗ล้านคน ในขณะที่ยุคเฟื่องฟูของทุนสามานย์นั้น ผู้คนจำนวน๑๙ล้านคนลงคะแนนเลือกพรรคไทยรักไทย ซึ่งอุบัติมาจากกลุ่มทุนสามานย์ที่ได้รับสัมปทานรัฐและฉ้อฉลจนเสียภาษีต่ำกว่าที่ควรจะเป็นเมื่อมีอำนาจรัฐแล้วก็ยังลดภาระภาษีที่กลุ่มทุนนี้ต้องจ่ายลงไปอีก คำนวณง่ายๆ ก็พบได้ว่าพรรคการเมืองที่เคยใหญ่ที่สุดในไทยในระบบประชาธิปไตยนั้น มีฐานเสียงจากผู้ที่ไม่ได้เสียภาษี กินฟรีภาษีไม่จ่ายเป็นส่วนใหญ่
นโยบายประชานิยมของพรรคนี้และพรรคทายาท ก็คือการเพิ่มการกินฟรีภาษีไม่ต้องจ่าย และนักการเมืองในสังกัดหารับประทานอย่างเป็นระบบจากงบรัฐเพื่อโครงการต่างๆ

ผมชักสงสัยว่า ขุมกำลังประชาชนที่ออกไปล้มล้างรัฐบาลทรราษฎร์แม้ว อย่างเสื้อเหลืองทั้งหลายนั้น น่าจะมาจากพวกที่ถูกเอารัดเอาเปรียบและเสียภาษีถูกต้องทั้ง๗ล้านคนนี้เป็นส่วนใหญ่ คนพวกนี้สำนึกตัวดีว่าหากไม่มีการเปลึ่ยนแปลงใดๆ ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเสียภาษีเลี้ยงคนส่วนใหญ่ และต้องถูกนักธุรกิจการเมืองเอาเปรียบ ไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่....ความชิงชังต่อการคดโกงของทรราษฎร์แม้วนั้นไม่อาจลบเลือนจากจิตใจของเจ้าของเงินตัวจริง คือผู้เสียภาษีให้รัฐบาลได้......การออกมาสนับสนุนทรราษร์แม้ว โดยกลุ่มคนที่ไม่เคยเสียภาษีสักบาทในชีวิต และผู้ที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายกินฟรีใช้ฟรีภาษีไม่ต้องจ่าย หรือกลุ่มธุรกิจสัมปทานต่างๆ นอกจากไม่ช่วยให้ความขัดแย้งบรรเทาลงแล้ว กลับยิ่งกระพือให้เห็นชัดมากขึ้น

ด้วย ผู้เสียภาษีถูกต้องและผู้มีการศึกษามีวุฒิภาวะทางการเมืองนั้น มักดำรงชีวิตอยู่ในเมืองหลวงและเมืองใหญ่ แม้จะเสียเปรียบเรื่องจำนวน แต่ได้เปรียบเรื่องที่ตั้ง และสติปัญญาความสามารถทั้งที่เป็นความสามารถเฉพาะตัว และความสามารถในการทำงานเป็นทีม และสภาพของแหล่งเงินทุนที่ไม่ต้องพึ่งพานายทุนหน้าไหนไม่จำเป็นต้องมีนายทุนหลักรายเดียว.........อิทธิพลและพลังของคนกลุ่มนี้ เมื่อใช้ผ่านการเมืองภาคสาธารณะ จึงสูงจนไม่อาจประเมินได้

พรรคทรราษฎร์ของทุนสามานย์นั้นแม้ยึดสภาได้ แต่หากทำการโกงกินจนบุคคลผู้เสียภาษีถูกต้องหมดความอดทน ให้ได้เสียงเลือกตั้งได้ผู้แทนเต็มสภาก็ไปไม่รอดครับ เหมือนดังที่ว่าไว้ว่า อย่าปล่อยให้คนชั่วครองเมือง...

จุดอ่อน หนึ่งคนหนึ่งเสียงของระบอบประชาธิปไตยนั้นไม่ใช่ว่าไม่มีทางแก้ไข และหลายประเทศที่แก้ไขไปแล้วก็ประสบความสำเร็จดียิ่ง แต่เมื่อแก้ไขแล้วต้องยอมรับกันให้ได้ว่า นั่นมันไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยอุดมคติอีกต่อไป แม้ว่าจะตั้งชื่อเรียกกันอย่างไร...ระบบการเลือกตั้งประธานาธิบดี ผู้นำฝ่ายบริหารของอเมริกา และเป็นผู้ตั้งองค์คณะศาลสูงสุดของอเมริกาผ่านสภาที่ทำหน้าที่นิติบัญญัติและตรวจสอบฝ่ายบริหารนั้น บรรพบุรุษอเมริกันชนให้เลือกด้วยอีเล็กโทรัลโหวต ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่บ้างก้ถูกเลือกตั้งบ้างก็ถูกแต่งตั้งเข้ามา เกือบทุกคนมีเส้นสายอยู่ในพรรคการเมืองแค่สองพรรค ไม่ได้ใช้เสียงคนอเมริกันส่วนใหญ่ที่เรียกว่าป็อปปูล่าโหวตนะครับ

นักวิชาการไทยและนักการเมืองไทยยังเหมือนปลาเมาน้ำ ว่ายวนเวียนอยู่ในอ่างประชาธิปไตยมาเกือบแปดสิบปีแล้ว ไม่ได้โง่จนไม่รู้ว่าเสียเวลานะครับ แต่ การมีและได้เข้าสู่ชนชั้นนักการเมืองแบบไทยๆนั้น มันหอมหวานอบอวลด้วยผลประโยชน์จนไม่อาจจะลดละเลิกได้.........

ไอ้ควายบางกอกเอ๊ยเน่าพอๆกับไอ

ไอ้ควายบางกอกเอ๊ยเน่าพอๆกับไอ้ควายจากทีดีอาร์ไอ ระนองอะไรนั่น ควายได้ใจมันจริงๆ
ไอ้ควาย บางกอก ไอ้พวกโจรเจ๊กกาบดโกเต๊กซืเหลืองขี้สดพันธมิตรชั่วขายชาติและพวกแมงสาปเน่าน่ะ มันคือพวกที่จ่ายภาษีไม่หนีภาษีเรอะไอ้ควาย พวกเจ๊กขายของโชว์ห่วย ขายของแถวซอยละลายทรัพย์(สาวกแมงสาปเน่าและโจรเจ๊กกาบดโกเต๊กซ์ทั้งนั้น) นี่พวกมันเคยเสียภาษีเรอะ หือ ไอ้ควายบางกอก เวลาซื้อของจากไอ้พวกนี้มันเคยออกใบเสร็จรับเงินไหม ไม่มี ขนาดทวงมันยังไม่มีให้ ดังนั้นอย่าเห่า
หรือไอ้พวกกะเลวกะราดที่ขายเครื่องไฟฟ้าคอมพ์ตามห้างสรรพสินค้าที่เป็นพวกเหลืองขี้สดแมงสาปเน่าน่ะ มันไม่หนีภาษี
เรอะ ยิ่งไอ้พวกขายเทปผีซีดีเถื่อนแถวพันธ์ทิพย์นี่ล้วนสำเนียงทองแดงและยิ่งกว่าหนีภาษีทั้งนั้น
ขนาดสรรพกรให้พวกมันช่วยเก็บแวต มันยังหนี เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปพูดเรื่องภาษีเงินได้นิติบุคคลหรือภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ไอ้พวกเหลืองขี้สดพันธมิตรชั่วขายชาติแมงสาปเน่ามันหนีอยู่แล้ว โดยเฉพาะไอ้พวกสงขลาหาดใหญ่บางตัวนี่ตัวดีเลย ไม่ใช่แค่หนีอย่างเดียว ยังผ่าค้าของเถื่อน ทำลายชาติอีกต่างหาก
ใครเชื่อไอ้ทีดีอาร์ไอละก็ควายมันสถานเดียว
ต้องบอกเลยว่า ทุกคนในประเทศนี้ไม่ว่าคนยากดีมีจนแม้นแต่ขอทานโสเภณีนักบวช9ล9 ก็ต่างล้วนต้องเสียภาษี
นั่นคือภาษีแวตภาษีีสรรพสามิตภาษีน้ำมัน อย่าบอกเชียวนะว่ามันคือภาษีทางอ้อม (ถึงแม้นว่ามันจะใช้คำว่าภาษีทางอ้อมก็เถอะ)เพราะเมื่อประชาชนไปซื้อสินค้า มันก็ต้องถูกบวกราคาแวตเข้าไปอยู่แล้ว ไปซื้อน้ำมัน1ลิตรครึ่งลิตร ก็ต้องเสียภาษีทันทีอยู่แล้วเพราะเก็บภาษีณหัวจ่ายมันทันที
ไปดูหนัง ก็ต้องเสียภาษี มีอะไรมันบ้างที่ไม่เสียภาษี ต้องบอกว่าไม่มี
อ้อแล้วไอ้กลุ่มทุนที่ฉ้อฉลเสียภาษีต่ำน่ะพวกไหน ลองชี้ออกมาให้เห็นมันชัดๆหน่อยจะได้ไหม อยากรู้ และอยากรู้ว่าใครกันแน่ที่มันไม่ยอมเสียภาษี
และอยากรู้ว่านอกจากจะเรื่องภาษีแล้ว ไอ้กลุ่มทุนไหนแน่ที่มันเอาเปรียบเพื่อนร่วมชาติในการทำลายทรัพยากรธรรมชาติทำลายสิ่งแวดล้อมจนมันพังพินาศมันคือกลุ่มทุนพวกไหน
และไอ้กลุ่มทุนพวกไหนที่นอกจากจะไม่ยอมเสียภาษีแล้วมันยังค้าน้ำมันเถื่อน ค้าของเถื่อน ค้ายาเสพย์ติด บ่อนพนัน ซ่อง
นี่มันกลุ่มทุนพวกไหน

ส่วนไอ้เรื่องสิทธบัตรทองสิทธิข้าราชการในการรักษาพยาบาลอะไรนั่นถ้าควายจากทีดีอาร์ไอไม่รู้เรื่องอะไรนั่นแล้วเที่ยวมาชักจูงผู้คนไปในทางที่ผิดๆละก็ เลิกมันซะเหอะ เพราะไอ้การที่เที่ยวเอาจำนวนค่าใช้จ่ายต่อหัวของประชากรสองกลุ่มที่มันไม่เท่ากัน และมึสิ่งที่เรียกว่าภูมิหลังไม่เหมือนกันเล่นเอามาเทียบกัน มันก็ควายเท่านั้น

สิ่งที่ทีดีอาร์ไอพูดถูกนั้นมีอยู่เรื่องเดียว คือเรื่องฐานภาษี นั่นคือ ไอ้คนที่มันเสียอยู่แล้วก็ต้องเสียไป ส่วนไอ้คนที่มันหนีก็หนีไป(นั่นคือมีรายได้ถึงเกณที่จะต้องไปเสียภาษีมันก็ไม่ยอมไปเสียภาษี บางคนมันแสบยิ่งกว่านั้น อ้างเป็นบุคคลล้มละอาย เลยไม่ต้องไปเสียภาษี แต่ผ่ามีเงินนั่งเครื่องบินไปเที่ยวต่างประเทศ ไปแหกตาคนไทยในสหรัฐบ้างหลอกไถเรี่ยไรเงินพวกควายบ้างตามเรื่องเป็นการทำมาหารับประทานอีกรูปแบบหนึ่ง

คุณคนไทยคนที่๒ครับ บุคคลที่ทำ

คุณคนไทยคนที่๒ครับ

บุคคลที่ทำอาชีพแปลกๆผิดกม.บ้าง เขาก็ต้องเสียภาษีทางอ้อมเหมือนกับพวกนั่งงอมืองอตีนรอเศษเนื้อข้างเขียงเหมือนกันนะครับ

แต่ประเด็นที่ผมพูดถึง จากรายงานของทีดีอาร์ไอ คือคน๗ล้านคนที่เสียภาษีรายได้บุคคลธรรมดา

ถ้าคูณเห็นว่าในกรณีบัตรทอง "เพราะไอ้การที่เที่ยวเอาจำนวนค่าใช้จ่ายต่อหัวของประชากรสองกลุ่มที่มันไม่เท่ากัน และมึสิ่งที่เรียกว่าภูมิหลังไม่เหมือนกันเล่นเอามาเทียบกัน มันก็ควายเท่านั้น"

แล้วกลุ่มคนที่เขาเสียภาษีรายได้บุคคลธรรมดา เขาไม่มีภูมิหลังแตกต่างกับคนที่ไม่ได้เสียภาษีรายได้บุคคลธรรมดาหรือครับ แล้วทำไมมีสิทธิเลือกตั้งหนึ่งเสียงเท่ากันละครับ

ทำไมมีสิทธิเลือกตั้งเท่ากับคนที่นั่งกินนอนกิน โกงภาษี หนีภาษี ไม่มีรายได้เพียงพอเพื่อจ่ายภาษี

ตัวผมนั้นจ่ายภาษีรายได้บุคคลธรรมดาและภาษีอื่นที่เกี่ยวข้องกับตัวผมทรัพย์สินของผมถูกต้องทุกบาททุกสตางค์มาตั้งแต่กว่ายี่สิบปีแล้ว มีใบเสร็จยืนยันแน่ชัดด้วย

แค่นี้เป็นภูมิหลังเพียงพอไหมครับ ที่ผมจะมีสิทธิ์จะคิดเองได้ว่า ผมไม่ได้รับความเป็นธรรมที่ระบอบประชาธิปไตย ให้สิทธิเลือกตั้งผมได้แค่หนึ่งเสียง

ทำไมไม่เอาภาษีรายได้บุคคลธรรมดาที่แต่ละคนเสียไปสัมพันธ์กับสิทธิการเลือกตั้งละครับ

ตัวอย่างเช่น ให้ทุกคนมีหนึ่งเสียงเท่ากันหมดเป็นฐาน จากนั้นใครเสียภาษีบุคคลธรรมดาหนึ่งหมื่นบาท เอาสิทธิเลือกตั้งเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงทุกหนึ่งหมื่นบาทที่เสียและมีใบเสร็จจากสรรพกรแสดงคอนลงคะแนน ซึ่งเช็คออนไลน์กับกรมสรรพกรได้

ถ้าได้อย่างผมเสนอ เขตเลือกตั้งที่มีผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูง นักเลือกตั้งจะซื้อเสียงหนึ่งเสียง ก็ต้องเริ่มต้นกันที่เสียงละหนึ่งหมื่นบาท

ถ้าได้อย่างผมเสนอ ผู้คนเจ็ดล้านคนที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ก็จะมีเสียงลงคะแนนมากขึ้น อาจเป็นสักยี่สิบล้านเสียง หรือเท่าไหร่ก็คำนวณหาได้ แต่ไม่ใช่คนละหนึ่งเสียง ที่ส่วนตัวผมเห็นว่าไม่เป็นธรรมกับผู้สุจริตในการเสียภาษีให้รัฐ

นอกจากระบอบประชาธิปไตยและระบอบสหกรณ์ในอุดมคติแล้ว ระบอบอื่นระบบอื่นที่ใช้ในการบริหารจัดการคนหมู่มาก ไม่จ่ายไม่เสี่ยงไม่ได้ถูกคัดเลือกมาอย่างดี ก็ไม่มีสิทธ์ได้สิทธิ์ได้เสียงในการบริหารทั้งนั้น ดูบริษัทธุรกิจเป็นตัวอย่างได้......

ผมคิดว่าผมไม่เห็นด้วยกับคุณ

ผมคิดว่าผมไม่เห็นด้วยกับคุณ บางกอกนะครับ

ผมเข้าใจว่าถ้าเป็นเช่นนั้น (อาจจะ) มีคนยอมจ่ายภาษีมากขึ้นจริง

ในขณะที่บางคนซึ่งไม่ได้มีความสนใจทางการเมืองเป็นพิเศษอยู่แล้ว
ก็คงจะไม่ยอมจ่ายภาษีอยู่ดี

แต่นั่นไม่สำคัญเท่า

เมื่อเป็นเช่นนั้น ระบอบประชาธิปไตยของไทย ก็จะไร้ซึ่ง "ความเท่าเทียม"
คนที่จ่ายภาษีมาก มี "สิทธิ" มากกว่าคนที่จ่ายภาษีน้อย

เมื่อเป็นเช่นนั้น การเมือง ก็จะยิ่งกลายเป็น "เรื่องของคนรวย" และ (อาจจะ) "เรื่องของชนชั้นกลาง"

โดยความเหลื่อมล้ำก็จะยิ่งสูงมากขึ้น และโอกาสในการกระจายรายได้ให้กับคนยากจนก็จะยิ่งน้อยลง
และไม่ได้ตอบโจทย์ให้กับการแก้ไขปัญหาแต่อย่างใด ครับ
ผมคิดว่าเรื่องการเมืองเป็น เรื่องของชนทุกระดับชั้น

ดังนั้นจึงไม่ควรนำเรื่อง "เงิน" มาผูกกับการเลือกตั้งหรือ "สิทธิของการเลือกตั้ง" ครับ

ด้วยความเคารพ

TDRI แห่ง

TDRI แห่ง หอคอยงาช้าง..

จากตัวเลขที่ว่า มีคนทำงานถึง 23 ล้านคน แต่เสียภาษีเงินได้แค่ 7 ล้านคนเท่านั้น

การกล่าวว่า คน 7 ล้าน คน คิดเป็นร้อย 30 เสียภาษี อีก 16 ล้านคน หรือ ร้อยละ 70 ไม่เสียภาษีหรืออย่างไร? คุณ TDRI กำลังจะหาวิธีการที่จะเรียกเก็บภาษีจากกลุ่มคน ร้อยละ 70 ใช่เหรือเปล่าเอ่ย ?

ในความเป็นจริงตัวเลขของ TDRI ก็บอกอยู่แล้วไงว่า ภาษีมีทั้งภาษีทางตรง และ ทางอ้อม

แล้ว คุณบางกอก การที่คุณเสียภาษีมากกว่าไม่ได้หมายความว่าคุณจะมีสิทธิมากกว่าคนที่เสียภาษีน้อยกว่า และ การที่ผมก็เสียภาษีและบางปีก็ถูกเรียกเพิ่มอีกและต้องขอผ่อนจ่ายเป็นงวดกับสรรพากร ก็ไม่ได้หมายความว่าผมมีสิทธิในประชาธิปไตยมากกว่าคุณ และ อย่าไปเหมาว่าทุกๆคนใน 7 ล้านคน จะเป็นสีเหลือ(ง) สำหรับตัวของผมนั้น "สีแดง" เต็มตัวอยู่แล้ว

คุณบางกอกน่าจะไปดูเจ้าพวกพนักงานการบินไทยที่ไม่ต้องเสียภาษี คือ คนพวกนี้บังคับให้บริษัทต้องเสียภาษีให้แทน เจ้าพวกนี้เป็นเจ้าพวกสีเหลืองเป็นพวกเหล่าปลิงสูบเลือดชัดๆ ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงพวกรัฐวิสาหกิจ ถ้าพูดกันไปก็จะเคืองกันเปล่าๆ

สรุป คือ TDRI คือ พวกนักวิชาการที่ทำอะไรไม่เป็นหรอก คนพวกนี้ ออกไปทำมาหารับประทานเองก็ยังทำไม่ได้เลย พวกนี้คือพวกที่ทำอะไรไม่เป็นจึงไปทำงานอยู่ที่ TDRI นะ เก่งจริงก็น่าจะลองออกไปเป็น ผู้ประกอบการบ้างจะดูว่าไปได้สักกี่น้ำ

สรุปของสรุป คือ เจ้า TDRI กำลังเสนอที่จะเก็บภาษีจากคนจน หรือ รีดเลือดจากปู ผมเข้าใจอย่างนี้จะถูกไหมเอ่ย ว่ามา

กรุณา อย่าผลักภาระ ภาษีบริโภค

กรุณา อย่าผลักภาระ ภาษีบริโภค ให้กับผู้บริฏชโภคเลยครับ

เวลา เก็บภาษี นายทุนเพิ่มขึ้น ทีไร

ราคา สินค้าคุณ ก็เพิ่มตาม เท่านั้น

ได้กำไล น้อยลง ดีกว่า ขาดทุนนะคะ

เศรษฐกิจ พอเพียง เคยมีอยู่ในใจ พวกนักลงทุนบ้างหรือเปล่า....

ไอ้ราคาน้ำมัน ก็แสนแพง...แล้วก็เอาเงินภาษี ไปใช้ แบบไร้ปัญญา แบบมาร์ค

คิดแล้วกลุ้ม เฮ้ย++++

การเมือง ก็จะยิ่งกลายเป็น

การเมือง ก็จะยิ่งกลายเป็น "เรื่องของคนรวย" และ (อาจจะ) "เรื่องของชนชั้นกลาง"

ผมอยากให้เป็นแบบนี้น่ะ

ผมเป็คนที่เสียภาษีทุกปี

ผมมองว่าหากเป็นแบบนี้คนชั้นล่างจะได้พยายามถีบตัวขึ้นเป็นชนชั้นกลางมากๆ
เพราะว่าโดนกดกันด้วยการเมือง มีไม่เอื้อให้ชนชั้นล่าง
(ผมเชื่อว่ามนุษย์ไม่ยอมพัฒนาหากไม่มีอะไรมากระตุ้น)
หากชนชั้นกลางมากขึ้นการเก็บภาษีก็มากขึ้นประเทศก็พัฒนาได้

แต่หากไปตั้งโจทย์เพื่อความเท่าเทียมกันก่อน การพัฒนาเป็นชนชั้นกลางจากชนชั้นล่างก็จะช้ามาก
เพราะเป็นไปตามธรรมชาติ ซึ่งผมมองว่าอาจไม่ทันกับการแข่งขันกับประเทศอื่น
ตอนนี้ผมอยากได้อะไรมากระตุ้นชนชั้นล่างแรงๆให้พัฒนาอย่างก้าวกระโดดมาเป็นชนชั้นกลางหรือสูงเลย
เราจะได้ก้าวหน้า และเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงตามอารยประเทศที่เจริญแล้ว
ไม่เป็นแบบสองนคราประชาธิปไตยแบบนี้

ตอบคุณ milton

ตอบคุณ milton

ผมคิดว่ามันจะเป็นในทางตรงกันข้ามน่ะสิครับ

สุดท้ายคนจน ก็จะไม่สามารถถีบตัวขึ้นมาเป็นชนชั้นกลางได้อีกเลย

เพราะในรัฐสภา ไม่ได้มีตัวแทนของคนจนอยู่

มีแต่ตัวแทนของชนชั้นกลางและคนรวย

ซึ่งจะทำให้รัฐบาลมีแนวโน้มที่จะออกนโยบายเพื่อ เอื้อผลประโยชน์ให้กับคนชั้นกลางกับคนรวยมากยิ่งๆขึ้น
( การเอื้อประโยชน์ให้คนชั้นกลางและคนรวย ในบางกรณีอาจจะขูดรีดจากคนจนเพิ่มมากขึ้น)

คนชั้นล่างก็จะขาดโอกาส และจะมีคนที่พบกับสูตรสำเร็จว่า "จนดักดาน" "จนถาวร" "จนได้จนดี"
อะไรประมาณนั้น ซึ่งมีเยอะนะครับ ในประเทศไทย ต่างจังหวัด

ผมเชื่อว่า ที่เป็นอยู่ก็พัฒนาได้นะครับ "ระบบ" มันอาจจะไม่ได้มีปัญหามาก เท่า "คน" ของเราหรอกครับ