นักท่องเน็ตตั้งข้อสังเกตแปลข่าวหลังหุ้นตก ผิดฐานทุบหุ้นหรือ!?

สองนักท่องเน็ตที่ถูกจับกรณีตำรวจตั้งข้อหาปล่อยข่าวลือได้รับการประกันตัวแล้ว ผู้สื่อข่าวสำรวจในวันที่ 14 ต.ค. หลังปิดตลาดหุ้นมีหลายเว็บรวมทั้ง “เอกยุทธ อัญชันบุตร” กล่าวถึงข่าวลือ ขณะที่พบว่าหนึ่งในผู้ถูกจับกุมแปลข่าวจากสำนักข่าวบลูมเบิร์กและโพสต์ข้อความลงเว็บบอร์ดในเวลาที่ตลาดหุ้นปิดทำการแล้ว

วันนี้ (2 พ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานความคืบหน้า กรณีตำรวจไทยยินยอมให้ผู้ต้องหาในคดีปล่อยข่าวลือเกี่ยวกับพระอาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้ง 2 รายได้รับการประกันตัวออกไปในวงเงิน 100,000 บาท ทั้งยังรายงานคำชี้แจงของนางธีรนันต์ วิภูชนิน หนึ่งในผู้ต้องสงสัย ซึ่งระบุว่าตนเพียงแค่แปลข่าวของสำนักข่าวบลูมเบิร์กมาเผยแพร่ลงในเว็บไซต์ หลังจากที่เกิดกรณีหุ้นตกไปเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวจากต่างประเทศทั้งสองสำนักยังได้พยายามติดต่อไปยังสำนักงานใหญ่ของบลูมเบิร์กในนครนิวยอร์กของสหรัฐอเมริกาเพื่อขอความคิดเห็นเพิ่มเติม แต่ไม่มีผู้ใดให้คำตอบในเรื่องดังกล่าวได้

 
ส่วนหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่นของไทย รายงานคำให้สัมภาษณ์ของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งระบุว่าการปล่อยข่าวลืออัปมงคลเป็นการกระทำกันในลักษณะของขบวนการ และมีความเกี่ยวพันกับบุคคลหลายคน รวมถึงนิติบุคคล, สำนักข่าวในประเทศ และสำนักข่าวต่างประเทศ (1)
 
อย่างไรก็ตาม หากตรวจสอบข้อมูลและลำดับเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุที่มีผู้ปล่อยข่าวลือทุบหุ้น (14 ต.ค.2552) จะเห็นได้ว่าเว็บไซต์ด้านการเงินและการเล่นหุ้นของไทยมากกว่า 1 แห่ง ได้นำลิงค์ข่าวที่อ้างถึงข่าวลือเกี่ยวกับพระอาการประชวรมาเผยแพร่ด้วยเช่นกัน
 
โดยที่ห้องสินธร ในเว็บไซต์พันทิป มีผู้ตั้งกระทู้ “ยืนยัน ข่าวลือ ไม่มีมูล” เมื่อเวลา 16.35 น. ของวันที่ 14 ต.ค. โดยระบุว่า “เป็นการปล่อยข่าวอันเกี่ยวกับสถาบัน มันทำอย่างเป็นกระบวนการ จากต่างประเทศเพื่อทำลายความเชื่อมั่นนักลงทุน” และหลังจากนั้นได้มีผู้นำลิงค์เชื่อมต่อไปยังข่าวของบลูมเบิร์ก (2) ซึ่งเป็นการรายงานข่าวของนายริชาร์ด ฟรอสต์ ระบุว่า หุ้นไทยตกเพราะการคาดเดาเรื่องพระอาการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ (Thai Stocks, Baht Slump on King’s Health Speculation) ซึ่งรายงานข่าวนี้เผยแพร่เมื่อ 14 ต.ค. ในเวลาหลังตลาดหุ้นไทยปิดทำการ
 
ในเวลาต่อมา มีผู้ตั้งกระทู้ “เค้าว่ามาแบบนี้” ซึ่งนำลิงค์ข้อมูลอ้างอิงคำพูดของนายเอกยุทธ์ อัญชันบุตร (6) ระบุว่า
 
“วันที่ 14 ต.ค. 2552 นายเอกยุทธ อัญชันบุตร ประธานบริหารเครือโอเรียนเต็ล มาร์ท กรุ๊ป ประเทศอังกฤษ เปิดเผยถึงภาวะตลาดหุ้นในว่า วันนี้ครบรอบ 36 ปีของเหตุการณ์ 14 ตุลาฯมหาวิปโยค และก็ทำให้ตลาดหุ้นในไทยเกิดผลสะเทือน แม้ว่าในช่วงเช้าดัชนียังอยู่ในแดนบวก แต่เพราะมี “โบรกเกอร์สัญชาติสิงค์โปร์-ชื่อจีน” เป็นผู้ปล่อยข่าว โดยเมื่อเช้านี้ มีการช็อต TFEX (Thailand Futures Exchange : การซื้อขายสัญญาล่วงหน้า) ออกมาหลายพันสัญญา จากนั้นปิดตลาดช่วงเที่ยง ปรากฏว่า มีการปล่อยข่าวในเว็บไซต์ที่สิงค์โปร์ และผ่านมายังเว็บไซต์ในเมืองไทย เกี่ยวกับพระอาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ไม่เป็นผลดี ทำให้เกิดความกังวลในหมู่นักลงทุน จึงแห่เทขายหุ้นออกมา”
(ข้อความถูกเผยแพร่ในเว็บไซต์ของนายเอกยุทธ์ เมื่อเวลา 18.35 น. วันที่ 14 ตุลาคม 2552)
 
ทั้งนี้บทรายงานของสำนักข่าวบลูมเบิร์กที่เป็นการรายงานของนายริชาร์ด ฟรอสต์ ดังกล่าวนั้นถูกแปลนำเสนอในหลายที่ โดยข่าวชิ้นดังกล่าวถูกแก้ไขบนเว็บไซต์ของบลูมเบิร์ก 3 ครั้ง ซึ่งคาดว่าต้นฉบับที่ผู้ต้องหารายหนึ่งแปลนั้นเป็นสำนวนแรก (update1) และน่าจะเป็นสำนวนเดียวกันกับที่เผยแพร่ในแหล่งอื่นๆ เช่นกัน โดยปัจจุบันสำนักข่าวบลูมบิร์กยังคงเผยแพร่บทความชินดังกล่าวอยู่ แต่เป็นสำนวนที่แก้ไขครั้งที่ 3 (update3)
 
 
 
ที่มา: http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/topic/I8501366/I8501366.html ในภาพจะเห็นว่าผู้ใช้นามแฝงว่า BBB ตั้งกระทู้และโพสต์ข้อความที่แปลจากสำนักข่าวบลูมเบิร์กในเวลา 18.09 น. ของวันที่ 14 ต.ค. ซึ่งเป็นเวลาที่ตลาดหุ้นในประเทศปิดทำการไปแล้ว
 
 
สำหรับบรรยากาศกระทู้ในห้องสินธรวันนี้ (2 พ.ย.) มีการตั้งกระทู้เรื่องข่าวทุบหุ้น เพียง 2 กระทู้ คือ “จากข่าวสองผู้ต้องหาทุบหุ้น.....ถามว่าอย่างนี้เรียกว่าทุบหุ้นหรอ” และ “ผู้ต้องหาสองคนที่โดนจับคดีทุบหุ้น----->ดูแปลกๆ”
 
โดยทั้ง 2 กระทู้ได้เปิดประเด็นเรื่องความน่าสังเกตในการจับกุม โดยมีการโพสต์ข้อมูลจากหน้าเว็บไซต์ประชาไทเว็บบอร์ด อ้างอิงวันเวลาที่ผู้ต้องหารายหนึ่งโพสต์ข้อความซึ่งแปลมาจากข่าวของสำนักข่าวบลูมเบิร์กอีกทอดหนึ่ง โดยเวลาในการโพสต์นั้นเป็นเวลา 18.09 น. ซึ่งเป็นเวลาที่ตลาดหุ้นปิดทำการไปแล้ว
ผู้โพสต์กระทู้ “จากข่าวสองผู้ต้องหาทุบหุ้น.....ถามว่าอย่างนี้เรียกว่าทุบหุ้นหรอ” ตั้งข้อสังเกตว่า “.... เพราะคนที่โดนจับที่เป็นพี่ผู้หญิง เขาโพลส์ข้อความซึ่งได้จากการเเปลข่าวจากbloomberg ในเย็นวันที่14 หลังจากหุ้นตกไปเรียบร้อยเเล้ว ปิดตลาดเรียบร้อยเเล้ว  (แต่นสพ.บางฉบับลงว่าลงวันที่13) “แสดงว่าต้องมีตัวการอื่นทำให้ดัชนีมันดิ่งลงก่อนหน้านี้เเล้ว เเล้วทำไมไม่หาคนๆนั้น แต่กลับมาจับแค่คนแปลข่าว แถมเว๊ปไซต์ที่ลง ก็ไม่ใช่เว๊ปที่พวกนักลงทุนเข้าไปเล่นเป็นหลักอยู่เเล้ว แล้วจะส่งผลมากมายขนาดนี้ได้อย่างไรคะ”
 
ท่าทีของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรับมือกับข่าวลือซึ่งมีผลต่อบรรยากาศการลงทุน วันนี้ (2 พ.ย.) นายกรณ์ จาติกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้หารือกับนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และนางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เกี่ยวกับกรณีการปล่อยข่าวลือที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นในวันที่ 14 ต.ค. ที่ผ่านมา
 
โดย ก.ล.ต.ได้รายงานว่า การซื้อขายหุ้นของ 2 บุคคลดังกล่าวไม่พบสิ่งผิดปกติในการซื้อขายก่อนการปล่อยข่าวลือ แต่เป็นเพียงการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ อย่างไรก็ตามขณะนี้ทาง ก.ล.ต. ได้มีหนังสือถึงบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทุกแห่งให้ช่วยตรวจสอบข้อมูลการซื้อขายหุ้นของ 2 ผู้ต้องหาดังกล่าว รวมถึงขยายผลไปยังการซื้อขายหุ้นให้กับผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ หรือบุคคลในสกุลเดียวกันว่าได้รับประโยชน์จากการปล่อยข่าวลือหรือไม่ ส่วน 2 โบรกเกอร์ที่ได้ตั้งข้อสังเกตก่อนหน้านี้ ไม่พบความเกี่ยวโยงกับ 2 ผู้ต้องหาที่จับตัวได้ (อ่านข่าวที่นี่)
 

 

อย่าไปโทษคนอื่นเลย

อย่าไปโทษคนอื่นเลย อาการนี้เป็นอุปาทานหมู่ หรือกระต่ายตื่นตูม มักเกิดในกลุ่มคนที่มีสติปัญญาน้อย เคยพบเห็นบ่อยๆ

ถ้าจะผิด

ถ้าจะผิด ก็คงผิดเพราะดันเกิดมาในประเทศตอแหลอย่างนี้เท่านั้นแหละ

ป้าเห็นว่า...

ป้าเห็นว่า... ตัวการใหญ่ที่ปล่อยข่าวเรื่องหุ้นตก จะรอด จะจับได้แค่ปลาซิวปลาสร้อยปลายทางอย่างที่เห็น 2 ตัว และเห็นว่าจะจับปลาซิวอีก 2 ตัวเร็วๆ นี้ เป็นการเชื่อมโยงทางการเมืองอย่างมีวาระซ่อนเร้น ละเว้นตัวจริง แต่หาปลาซิวปลาสร้อยเพื่อที่จะสาวโยงไปเอาเรื่องเว็บไซต์ หรือบุคคลที่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม หรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับทักษิณ

เป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว คือ 1.ช่วยปกป้องตัวจริง 2.ได้โยงไปสู่การเล่นงานฝ่ายตรงข้าม

ป้าเห็นอย่างนี้ ป้าผิดกฎหมายของพวกคุณมั้ยคะ

อยากนำเสนอว่า... วันหลังพวกคุณออกกฎหมายไปเลยว่า ถ้าคิดเห็นไม่ตรงกับรัฐ จำคุกกี่ปี ปรับกี่บาทไปเลยก็ได้นี่คะ ไหนๆ คนประเทศนี้ก็ไม่วอรี่เรื่องความยุติธรรม แก้ผ้ากันล่อนจ้อนในเรื่องอคติ 4 ขนาดนี้ จะแสร้งทำอายกันทำไม

ปัญญาอ่อน ..หุ้นตกจริงแล้วไง

ปัญญาอ่อน ..หุ้นตกจริงแล้วไง ชีวิตของทุนมันสำคัญกว่าสิทธิเสรีภาพของคนหรือไงวะ?

หึหึ...นี่ไงทุนนิยมสามานย์ตัวจริง

นักเล่นหุ้นส่วนใหญ่มีอันจะรับ

นักเล่นหุ้นส่วนใหญ่มีอันจะรับประทานทั้งนั้น มีไม่เกินหลักแสน

แต่กับประชาชนธรรมดาหาเช้ากินค่ำเป็นล้าน

ไม่เห็นมีหน่วยงานภาครัฐ จะกระเหียนกระหือรือทำการขนาดนี้

มิหนำซ้ำ ยังไม่เห็นคุณค่าของประชาชนตาดำๆ ยังแจกของเน่า ของไม่ดีให้ใช้ให้บริโภคอีก

เกิดเป็นไพร่ มันเป็นเช่นนี้ แล

. ---------------------------

.
--------------------------------

แห่งจูงใจ ข่าวลือ ทุบหุ้น

--------------------------------

ก. การทำกำไรจากการทุบหุ้น เพื่อเอามาล้างขาดทุน หรือเพื่อแสดงผลกำไรก่อนปันผล

ข. เป็นการล้างการขาดทุนที่ค้างคาอยู่เก่า ซึ่งส่วนมากจะมาจากนักค้าเงิน หรือคนในแวดวงสถาบันการเงิน ที่มีความช่ำชองอยู่แล้ว

ค. นักการเมืองกับนักธุรกิจการเมือง ต้องการหาเงินมาเตรียมใช้ในตอนเลือกตั้ง

ง. นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาปั่นแล้วทุบเพื่อทำกำไรส่วนต่าง เอาไว้ใช้ลงทุนขยายกิจการทั้งในประเทศหรือในภูมิภาค อาทิเช่น การเอากำไรไปซื้อกิจการทั้งในและนอกประเทศ เป็นต้น

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ด้วยเหตุนี้ เหตุการณ์ของการเกิดข่าวลือ จึงเป็นพฤติกรรมการแสดงของ "แทคทีม" กลุ่มของนักการเมืองไทยประสานกับธุรกิจใหญ่ใกล้ชิดการเมืองนั่นเอง และที่ทำได้เพราะกลุ่มเหล่านี้จะติดตามและรู้ว่า สถานการณ์ใดกำลังจะเป็นไปทางใด และเวลาไหนที่น่าทำ กับต้องทำอะไรบ้าง โดยให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับแนบเนียนสุดๆ ในสภาพแวดล้อมที่กำลังเป็นอยู่ โดยขณะเดียวกัน จะทำตัวเงียบเชียบเหมือนคนไม่ประสากับเรื่องเหล่านี้

เหตุการณ์ผ่านมาขณะที่รัฐบาลออกข่าวอยู่ดีๆ พลันก็เกิดปรากฏการณ์หุ้นดิ่งลงสองวันติดต่อกัน สาเหตุก็มาจาก "ข่าวลือ" ซึ่งทำให้นักลงทุนรายย่อยตกใจจนพากันเทขาย ทำให้ดัชนีลดลงถึงประมาณ 10% ในสองวันแล้ว

ตามมาด้วยความขึงขังของประธานตลาดหลักทรัพย์ที่ประกาศจะจับกลุ่มคนที่ทุบหุ้น โดยจะตามติดจับให้ได้ในแบบ Real-time หรือจับให้ได้แบบคาหนังคาเขาเลยทีเดียว จากนั้นทั้งนายกฯ และ รมต.คลัง ก็ออกมาจี้ทั้ง ก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์ให้ใช้ ก.ม.ในมือจับต้นต่อข่าวลือแล้วทุบหุ้นให้ได้ ซึ่งเรื่องนี้ต้องบอกจริงๆ ว่า ทำได้ยากยิ่งกว่าการสั่งให้รถไฟทำงานเสียอีก โดยเฉพาะการจะจับให้ได้แบบ Real Time จะยิ่งยากเข้าไปใหญ่ แต่ประมาทความสามารถท่านไม่ได้ และคงต้องรอดูกันต่อไป

อย่างไรก็ตาม ในเรื่อง "ข่าวลือ" นี้ เป็นเรื่องปกติธรรมชาติของมนุษย์ ที่ปกติชีวิตต่างจะมีความสัมพันธ์กันในทางสังคมที่จะมีการพูดจาติดต่อถึงกันอย่างไม่เป็นทางการกันอยู่ตลอดเวลา โดยจะมีการพูดคุยหรือบอกกล่าวหรือกระซิบให้ทราบ ซึ่งเรื่องใดยิ่งห้าม "คือห้ามบอกต่อ" ก็จะยิ่งยุ ทำให้ข่าวกระจายไปรวดเร็ว แต่ความถูกต้องของข่าวนั้นจะมีน้อยหรืออาจเบี่ยงเบนไปจากต้นทางของข่าวที่ออกมามาก รวมทั้งอาจมีการตอกไข่ใส่สีลงไปด้วย

ลักษณะนี้ในทางบริหารจัดการ เปรียบการลือข่าวที่ไปเร็วและกว้างว่าไม่ต่างกับ "ไฟไหม้ฟาง" หรือที่ฝรั่งจะเทียบเหมือนกับ "เถาองุ่นที่ซอกซอนเลื้อย" ไปทั่วนั่นเอง

ปกติข่าวลือมักจะเกิดขึ้นเมื่อสถานการณ์เรื่องที่เกี่ยวข้องขาดความชัดเจน เรียกว่า เอาแน่เอานอนไม่ได้ หรืออาจมีสิ่งบอกเหตุบางอย่างจากสภาพแวดล้อม ที่ทำให้เห็นถึงสิ่งที่อาจเป็นต้นเหตุของเหตุการณ์ได้ อาทิเช่น ข่าวลือรัฐบาลถังแตก หรือขาดเงินลงทุน หรือมีข่าวบางบริษัทกำลังจะล้มหรือกำลังมีปัญหา หรือกำลังจะถูกซื้อ เป็นต้น

ข่าวลือที่มีประสิทธิภาพ หรือที่เรียกว่า ลือได้ผลนั้น มักเกิดขึ้นจากกรณีที่มีสิ่งบอกเหตุ หรือการมีปัญหานำหน้าอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งในสภาพนั้น พฤติกรรมของประชาชนจะขาดความมั่นใจ จิตใจเกิดความกังวล หวั่นไหว พร้อมจะตื่นตระหนกได้ทุกเวลา หรือเกิดความเครียด

หากไม่มีการแก้ไขให้ชัดเจนไปในทางใดแล้ว เมื่อเวลาผ่านไป และเหตุการณ์พัฒนาไปถึงขั้นหนึ่งที่สุกงอมแล้ว การลือเรื่องที่จะเกิดขึ้นก็จะมีประสิทธิภาพและได้ผลสูง

เหตุการณ์หนึ่งในช่วงที่ผ่านมา คือ ข่าวการเมืองมีความขัดแย้ง แย่งชิงผลประโยชน์กันมาก ข่าวลือเรื่องรัฐบาลแตก หรือสภาจะล้มก็จะเกิดขึ้น หรือข่าวการเคลื่อนไหวของทหารเก่าที่ก้าวเข้ามาเล่นการเมือง ล้วนสะท้อนถึงโอกาสการแตกหักจะมีสูงขึ้น เป็นต้น แล้วจังหวะของข่าวลือก็จะสุกงอม เกิดข่าวการจะยุบสภา หรือรัฐบาลเดินหน้าไม่ได้ และอาจต้องลาออก เป็นต้น

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ขณะที่การเมืองกับธุรกิจใหญ่เป็นต้นเหตุ และเป็นตัวแปรที่สำคัญในการทำให้เกิดปัญหานั่นเอง ในเวลาเดียวกันนั้น นักการเมืองก็อาจเป็นผู้เล่นที่แท้จริง ที่ริเริ่มสร้างสถานการณ์เพื่อให้เกิดข่าวลือขึ้นเพื่อหวังผล อาทิเช่น เมื่อผลประโยชน์ขัดกันจนอาจเกิดการแตกหักระหว่างพรรคร่วม จนเหตุการณ์กำลังนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง อาทิเช่น ยุบสภาและจัดการเลือกตั้งใหม่แล้ว กรณีเช่นนี้ นักการเมืองและหรือนักธุรกิจที่หนุนการเมือง ก็จะจับมือกันสร้างข่าวลือ เพื่อให้เกิดความตระหนก แล้ว "ทุบหุ้น" เพื่อทำกำไรเอาไว้เป็นทุนเลือกตั้ง หรือเพื่อให้เงินสนับสนุนแก่พรรคที่กิจการนั้นๆ มีสายสัมพันธ์ทาง "ธุรกิจการเมือง" กันอยู่

หรืออีกกรณีหนึ่ง คือ เมื่อธุรกิจประสบกับสภาวะขาดทุนมานาน ทางหนึ่งที่จะแก้ไขตัวเองได้ คือ การปั่นหุ้น แล้วฟันกำไรมาล้างขาดทุนด้วยการสร้างข่าวลือยามเผลอ แล้วเหตุการณ์ก็จะเพลาลงด้วยการแถลงของผู้เกี่ยวข้อง ว่า ดัชนีลดลง เพราะ "นักลงทุนปรับฐาน" อันถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา

ดังนี้ การจะอยู่อย่างเป็นสุข เล่นหุ้นไม่หลงกล ทุกคนจำต้องเข้าใจพฤติกรรมของนักการเมืองและนักธุรกิจการเมืองให้ดี จะได้ไม่บ้าจี้ตามไปกับการสร้างข่าวลือแล้วทุบหุ้น หรือพูดง่ายๆ ก็คือ การขอเป็น "แมงเม่า" ที่มีศักดิ์ศรี ไว้ดูถูกนักปั่นจอมเกเรก็ได้

เอาง่ายๆ

เอาง่ายๆ แค่โพสหลังจากตลาดหุ้นปิดไปแล้ว-ตกไปแล้ว แค่นี้ก็ไม่ใช่ผู้ต้องหาแล้วล่ะ เรื่องแค่นี้ทำไม นายกรณ์ จาติกวนิช จนท.คนอื่นๆไม่สำเหนียกกันเลยว่ะ? กลับจะเอาผิดเรื่องพรบ.คอมพ์ นำเข้าข้อมูลงคล ฟายยยเอ้ย สรุปจะให้เขียนแต่เรื่องดีๆลงในเว็บอย่างงั้นเหรอ? งานนี้ผลงานโบว์ดำของรัฐบาลอีกครา..............คนเล่นเน็ทฯเค้ายิ่งเอือมๆกันอยู่ด้วย ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่

** **จะทุบหุ้นทุบหำทำไปเถิด ไ

**
**จะทุบหุ้นทุบหำทำไปเถิด
ไม่บังเกิด สังคมใหม่ ให้ใครเห็น
ทุบโครงสร้าง ตั้งใหม่ ได้กฎเกณฑ์
ก่อตั้งเป็น4 ระบอบ จะขอบใจ

*ภาคกลาง..มีระบอบ หมอบต่ำต่ำ
อำมาตย์นำ ถ้วนถี่ ที่้ภาคใต้
ภาคเหนือ ให้มีประชาธิปไตย
อิสานใช้เผด็จการกรรมาชน

*หนึ่งประเทศ ควรมี สี่ระบอบ
คนชายขอบ เลือกได้ ใช้เหตุผล
ปัตตานี มีทางเลือก เป็นของตน
คนยากจน มีสิทธิเอา ของเขาคืน

**เอาแผ่นดิน คืนให้ พวกไพร่ทาส
ทรัพย์ของชาติ คืนให้รัฐ อย่าขัดขืน
ทรัพย์ส่วนเกิน ให้ส่วนกลาง อย่ากินกลืน
คนถือปืน อย่าเป็นโจร ร่วมปล้นชิง

***** เมื่อไรจะจัดการกับพวก

***** เมื่อไรจะจัดการกับพวก ทำเรื่องอัปมงคล ซะที *****

ปิดสนามบิน ยึดทำเนียบ จะครบปีแล้ว

เมื่อไรจะจัดการกับพวก ทำเรื่องอัปมงคลซะที

ผมขอแนะนำ DSI นะครับว่า

ผมขอแนะนำ DSI นะครับว่า ถ้าจะสอบสวนให้ได้เรื่องข่าวลือทุบหุ้นต้องเชิญคุณ Other ไปช่วยราชการ ซะหน่อยแล้วครับ

ทรัพย์ของชาติ คืนให้รัฐ

ทรัพย์ของชาติ คืนให้รัฐ อย่าขัดขืน
ทรัพย์ส่วนเกิน ให้ส่วนกลาง อย่ากินกลืน

เรียกเงินคืน จากทักษิณ กินโกงไป

มันต้องพิจารณาก่อนหน้านี้ว่าม

มันต้องพิจารณาก่อนหน้านี้ว่ามีใครขายหุ้นแบบผิดสังเกตุบ้าง แล้วมา๙อนซื้อตอนข่าวลือมันแรง หุ้นมันตกแล้ว จากนั้นลองเชื่อมโย่งดูว่า เกี่ยวกับปลาซิวปลาซ่อยที่จับมาหรือเปล่า ถ้าเกี่ยวก็ขบวนการ ถ้าไม่ก็แพะแค่นั้นแหละครับ

เขาดำเนินการทางขั้นตอนศาลไปเร

เขาดำเนินการทางขั้นตอนศาลไปเรียบร้อยแล้ว และกำลังดำเนินคดีอยู่ครับ ประทานโทษทุกท่านก็เข้ามอบตัวรับฟังข้อกล่าวหาโดยดีนะครับ ว่าแต่ มีบางท่านที่ยังหนี หนีโดยไม่มอบตัว ไม่สู้คดี แต่ตะโกนปาวๆว่าคนอื่นอญู่ ช่วยพิจารณาด้วยครับ

**รีบชำระ สะสาง

**รีบชำระ สะสาง ทางประเทศ
ประกาศเขต ปลดปล่อย จากรอยไถ
สร้างแนวร่วม กับทักษิณ คนถิ่นไกล
ให้ช่วยไทย ตัดขาด อำนาจนำ

**จะกินมะพร้าว จาวหวานหวาน
ต้องทำการ ปอกเปลือกหนา อย่าขยำ
ทีละชั้น ที่ละชั้น ทีละคำ
อย่าบุ่มบ่ำ ทำลายมิตร คิดให้ดี

*อายัดเงินไว้แล้วเป็นแนวพาล ร

*อายัดเงินไว้แล้วเป็นแนวพาล
ราชการฉ้อประชาจะหาไหน
ที่ว่าโกงโก๊งโกงโกงอะไร
มีศาลไหนตัดสินว่ากินโกง

*ใครทุบหุ้นทุบหำก็ทำไป
คนทุบหม้อทุบไหไม่ตายโหง
คนทุบหุ้นยิ่งใหญ่ไม่เข้าโลง
หากทักษิณไม่โกงคืนเงินไป

สงสัยตำรวจไทย เมาตีน

สงสัยตำรวจไทย เมาตีน พันธมิตรตั้งแต่ปีที่แล้วยังไม่หาย
เลยจับมัวไปหมด
โดนพันธมิตรกระทืบแค่นี้สมองเบลอเลยเหรอ
ท่านตำรวจ

คุณ"แจ" ไม่มีความรู้

คุณ"แจ" ไม่มีความรู้

ไม่ควรมาโพสต์ให้คนอื่นเข้าใจผิด

1.คดียึดทำเนียบ ยังไม่ได้ฟ้องศาล อัยการเลื่อนการสั่งคดีไปเรื่อยๆ อ้างว่ายังสอบพยานเพิ่มเติมไม่เสร็จ ทั้งที่เวลาล่วงเลยมาปีเศษแล้ว

2.คดีปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ตำรวจเรียกให้พันธมิตร มารับทราบข้อกล่าวหา "ก่อการร้าย" มันบอกว่า"มันก่อการดี" คดีไม่คืบหน้า (ทั้งที่จะครบปีแล้ว)

แพะตัวล่าสุดของประเทศไทย

แพะตัวล่าสุดของประเทศไทย เสียใจด้วยนะ นึกว่าทำบุญให้ระบบราชการก็แล้วกัน เพราะพวกเขาไม่รู้จะทำอย่างไรเพื่อให้ได้ผลงานตามที่นายหมีฯ อยากได้ ก็เลยต้องทำแบบนี้ เอาไว้ชาติหน้าค่อยไปเอาคืนนายหมีฯ ก็แล้วกันนะ แต่ต้องต่อคิวรอนานหน่อย เพราะเจ้ากรรมนายเวรของนายหมีฯ ท่าทางจะเยอะกว่าคนปกติ

1.คนแปลก็น่าจะรู้ว่าไม่จริง

1.คนแปลก็น่าจะรู้ว่าไม่จริง และอย่าเอาประโยชน์จากข่าวเท็จมาสร้างราคาเพื่อประโยชน์ของตนหรือผู้อื่น

2.และข้อสังเกตอีกประการคือ พวกนักวิเคราะห์ ที่เชียร์เล่นรายวัน ที่แนะให้เล่นแบบเน็ทเซ็ทเทิลเมนต์ มักไม่ให้ถือข้ามวัน หมายความว่าให้เก็งรายวัน และต้องขายก่อนปิดตลาด อย่างนี้มันเป็นบ่อน และน่าจะเข้าไปตรวจสอบว่าเชียร์เพื่อให้รายใหญ่ได้ออกของหรือไม่ เป็นมาตั้งนาน ทำไมไม่มีใครเข้าตรวจ น่าสงสัยและน่าตั้งข้อสังเกตว่าทำไม จึงเป็นเช่นนั้น

หรือตัวคอยปั่นหุ้นทุบหุ้นจะเป

หรือตัวคอยปั่นหุ้นทุบหุ้นจะเป็นตัวนี้แสนรู้ดี
เห็นผุบผุบโผ่ลโผ่ลน่าสงสัย

ไปอยู่ไหนมาเขามารับทราบข้อกล่

ไปอยู่ไหนมาเขามารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว เพียงแต่คดีกำลังอยู่ในขั้นตอน โอ้ย ทำไมมันปิดหูปิดตากันขนาดนี้

ประเด็นมันอยู่ที่ว่า "คนอื่นๆ

ประเด็นมันอยู่ที่ว่า "คนอื่นๆ ที่แปลข่าวเหมือนกันทำไมไม่โดนจับ"
อย่างที่ห้องสินธรในเว็ปพันทิปหรือเว็บเอกยุทธ์ อัญชันบุตร
ก็มีการระบุชัดเจนถึงข่าวลือ "เรื่องอาการประชวรของในหลวง"
เวลาที่โพสต์ก็ใกล้เคียงกัน แลัวเว็บพวกนั้นเป็นแหล่งรวมนักเล่นหุ้นโดยตรง
ขณะที่เว็บบอร์ดประชาไทมันมีแต่พวกคอการเมืองมาเล่น
และส่วนใหญ่ก็เป็นคอการเมืองที่เป็นชนกลุ่มน้อยในสังคมด้วยซ้ำไป
ถ้านี่ไม่ใช่การเลือกจับแพะมาเชือดข่มขวัญ แล้วมันควรจะถูกเรียกว่าอะไร?

ต้องคิดอย่างมีเหตุผล ทำไมถึงเ

ต้องคิดอย่างมีเหตุผล

ทำไมถึงเกิดข่าวลือ

มันต้องถามตัวเองก่อนว่า

ได้ให้ข่าวอย่างถูกต้อง อย่างจัดแจ้ง ทันต่อเวลา หรือไม่

ก็อยู่ที่ สน.พรชว

ออกประกาศทุกวันวันละสามเวลา

แต่ไม่มีอะไรชัดแจ้ง

อุณหภูมิลดลงทุกวัน เป็นไปได้อย่างไร

มันเหมือนประกาศ หวัด 09

ออกประกาศจนประชาชนงง

ในที่สุดก็ประกาศว่ามันก็คือหวัดธรรมดา

แล้วคอยดูการระบาดครั้งที่สอง ที่กำลังมา

จะเป็นข่าวลือ ข่าวด่วน ข่าว...

ก็เตรียมตัวกันไว้

อีกพฤติกรรมหนึ่งซึ่งดูๆ

อีกพฤติกรรมหนึ่งซึ่งดูๆ แล้วยังไม่เห็นเป็นคดีความเลย ของฝ่ายเหลือง คือ การแอบอ้างสถาบันมาใช้เล่นเกมทางการเมือง เมื่อไหร่จะมีคนฟ้องร้องซะทีล่ะ

จับง่ายมากใครได้เงินมากในวันน

จับง่ายมากใครได้เงินมากในวันนั้น และวันต่อมา คนปล้อยก็นักเล่นหุ้นตัวโตๆแต่ผมว่านักลงทุนมีการศึกษานะเขาคงไม่เชื่ออะไรง่ายๆหรอกการซื้อขายหู้นไม่ใช่เงิน 2-3 บาท เขาคงเช็กข่าวกันอย่างดีแล้วหละเขาถึงเทขายเขาคงไม่เชื่อนักท่อง net หรอกผมว่าตลาดหุ้นหรือผู้มีอำนาจสร้างสถานการณ์เองมากกว่าหุ้นตก ไม่รู้จะโทษใครก็โทษมือที่ 3 เพราะมือที่ 3 เป็นมือที่ทำให้แตกแยกและจับไม่ได้ซักทีเชื่อเหอะ

คำชี้แจง

เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น

  • ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
  • ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
  • อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง

ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค

จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ

* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน