ครม.ไฟเขียวร่างกฎหมายคุมม็อบ ที่สตช.เสนอ
นายปณิธานกล่าวว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้เสนอมาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว ล่าสุด คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้คณะกรรมการกฤษฎีกายกร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว โดยยึดหลักไม่ให้กระทบกับสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ และจัดระบบการควบคุมพื้นที่ในการชุมนุม รวมทั้งกำหนดบทลงโทษให้สอดคล้องกับสถานการณ์การชุมนุม
นายศุภชัย ใจสุมทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมครม.ให้ความเห็นชอบหลักการร่างพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสนอ ซึ่งมีเนื้อหาสาระ 12 มาตราและที่ประชุมครม.เห็นว่า การพิจารณาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ยังมีรายละเอียดไม่ครอบคลุม เพียงรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ข้อสังเกตุจำนวนมากจึงมอบหมายให้คณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นหน่วยงานหลักในการยกร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว
สำหรับสาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ประกอบด้วย
1. กำหนดนิยามศัพท์ของคำว่า
“การชุมนุมสาธารณะ” “ที่สาธารณะ” “ผู้จัดให้มีการชุมนุมสาธารณะ” และ “เจ้าพนักงาน”2. กำหนดให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ
3. กำหนดมาตรการเพื่ออำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยในการชุมนุมสาธารณะ โดยกำหนดให้ผู้จัดให้มีการชุมนุมสาธารณะมีหนังสือแจ้งต่อเจ้าพนักงานในท้องที่ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วัน พร้อมรายละเอียดเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ วิธีการ สถานที่ วัน เวลา และระยะเวลาที่จะจัดให้มีการชุมนุมสาธารณะ จำนวนผู้เข้าร่วมการชุมนุมสาธารณะโดยประมาณ และชื่อที่อยู่ของผู้จัดให้มีการชุมนุมสาธารณะ
4. กำหนดเงื่อนไขที่ผู้จัดให้มีการชุมนุมสาธารณะต้องปฏิบัติเพื่อคุ้มครองไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญและไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน เช่น ไม่ชุมนุมใกล้พระบรมมหาราชวังในระยะ 500 เมตร ไม่ชุมนุมใกล้โรงพยาบาล หรือโรงเรียนขณะเปิดทำการในระยะ 200 เมตร หรือสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ไม่ปิดล้อมสถานที่ราชการหรือสถานที่ทำการของส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ ไม่นำ ยินยอม หรือปล่อยปละละเลยให้มีการนำอาวุธเข้าไปในที่ชุมนุมสาธารณะ เป็นต้น
5. ให้เจ้าพนักงานมีอำนาจสั่งให้ผู้ชุมนุมเลิกการชุมนุมและออกไปจากสถานที่ชุมนุมโดยเร็ว ในกรณีที่การชุมนุมสาธารณะฝ่าฝืนกฎหมาย หรือน่าจะมีการกระทำอันเกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของผู้ชุมนุม บุคคลอื่น หรือของรัฐ
6. หากผู้ชุมนุมฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งให้เลิกการชุมนุม ให้เจ้าพนักงานมีอำนาจสั่งใช้กำลังเข้าแก้ไขสถานการณ์การชุมนุมได้เท่าที่จำเป็นแก่สถานการณ์ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
7. เจ้าพนักงานอาจขอกำลังทหารหรืออาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ได้
8. กำหนดบทลงโทษผู้กระทำความผิด ดังนี้ กรณีผู้จัดให้มีการชุมนุมสาธารณะฝ่าฝืนมาตรา 5 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีผู้จัดให้มีการชุมนุมสาธารณะฝ่าฝืนมาตรา 6 หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานตามมาตรา 7 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกรณีผู้เข้าร่วมการชุมนุมสาธารณะมีหรือพกพาอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด ต้องระวางโทษเพิ่มเป็นสองเท่าของความผิดที่กฎหมายกำหนดไว้
"ผมเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้จำเป็นต่อการชุมนุมอย่างยิ่ง และไม่ใช่เป็นการลิดรอนสิทธิ แต่เป็นการอำนวยความสะดวกของผู้ชุมนุม ทำให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามรัฐธรรมนูญ 2550 ม.63 วรรคสอง โดยกำหนดโทษทั้งผู้ชุมนุมและแกนนำที่ไม่เชื่อฟังคำสั่งเจ้าหน้าที่ เพราะที่ผ่านมาแกนนำไม่เชื่อฟังคำสั่งเจ้าหน้าที่ทำให้การชุมนุมไม่เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย " รอง ผบช.น.กล่าว
“บ้านเมืองเราขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องกติกาการชุมนุม สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้เสนอร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมในที่สาธารณะเข้าคณะรัฐมนตรี ซึ่งเพิ่งมีมติให้ร่างพรบ.ฉบับนี้ผ่านแล้ว จากนั้นก็จะนำเข้ากฤษฎีกาเพื่อตีความหากไม่มีการแก้ไข ก็จะนำเข้าสภาและออกเป็นกฎหมายการดำเนินการกับผู้ชุมนุมก็จะมีความชัดเจนขึ้น เช่น การรวมตัวชุมนุมจะต้องไม่ใกล้พระราชวังกี่เมตร ต้องห่างจากโรงพยาบาล สถานศึกษาเท่าใด ห้ามปิดล้อมสถานที่ราชการ สนามบิน ซึ่งจะมีความผิดระบุอยู่ในตัวจะไม่มีการจับมั่ว ห้ามพกพาอาวุธ” รอง ผบช.น. กล่าวพล.ต.ต.อำนวย กล่าวยืนยันว่า นครบาลมีมาตรการดำเนินการกับกลุ่มผู้ชุมนุมมาตรฐานเดียวกัน หากผู้ชุมนุมกลุ่มใดมีการปิดการจราจรทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนก็จะต้องถูกดำเนินการเหมือนกันหมด และขอให้ผู้ชุมนุมอย่าไปกลัว พรบ.ฉบับนี้
ทั้งนี้ ย้อนไปเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.52 เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน และมูลนิธิผสานวัฒนธรรม จัดงานเสวนาว่าด้วยพัฒนาการของการชุมนุมและการจัดการการใช้เสรีภาพในการชุมนุมในสังคมไทย ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
รศ.ดร.บรรเจิด สิงคเนติ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า มิติของร่างกฎหมายเรื่องการชุมนุมในเมืองไทย จะเน้นที่การจำกัดควบคุมซึ่งเป็นกฎหมายจากภาครัฐ ซึ่งเขาเห็นว่า หากจะมีกฎหมายการชุมนุม กฎหมายนั้นก็ต้องมาจากภาคประชาชน
"ผมคิดว่ากฎหมายต้องเริ่มจากภาคประชาชน มิเช่นนั้น หากให้ภาครัฐออกกฎหมาย มันมาจากมุมมองที่จะจำกัดเสรีภาพ แต่หากมาจากประชาชน กฎหมายนี้ก็จะถูกกำหนดเพื่อการแสดงออกทางความเห็น"
บรรเจิดกล่าวถึงประเด็นที่มักมีความกังวลกันว่า การชุมนุมมักกระทบต่อการใช้เส้นทางสาธารณะ ซึ่งเขาเห็นว่า มันเป็นเรื่องที่ต้องยอมรับโดยสภาพอยู่แล้ว การชุมนุมอาจกระทบเส้นทางจราจรบ้าง
นักวิชาการจากคณะนิติศาสตร์กล่าวว่า การชุมนุมที่กระทบเส้นทางจราจร แตกต่างจากการบล็อคถนน แต่แม้ว่าในแง่กฎหมายแล้วการบล็อคถนนจะถือว่าเกินขอบเขตของการใช้เสรีภาพ อีกทั้งระยะหลัง การชุมนุมยังได้กลายเป็นแฟชั่นในการต่อรองเจรจา แต่อีกด้านที่ต้องคำนึงคือ แง่ของฝ่ายบริหารก็ต้องดำเนินการเจรจาแก้ไขปัญหาด้วย
สารี อ๋องสมหวัง กลุ่มประชาชนผู้ไม่เอาสงครามกลางเมืองกล่าวว่า ภาคประชาชน เอ็นจีโอ ไม่ได้มีอาชีพชุมนุม แต่การชุมนุมถือเป็นเครื่องมือของคนที่ไม่มีปากไม่มีเสียง เมื่อไม่มีทางอื่นที่จะบอกปัญหาแล้ว การชุมนุมจึงเป็นเครื่องมือของการต่อรองทางการเมือง ซึ่งนี่อาจจะเป็นพัฒนาทางการเมืองของการชุมนุม
"การชุมนุมก็เป็นเรื่องที่ทำอยู่ และรัฐไม่ต้องคิดอะไรมาก มันคือการเปิดโอกาสให้ประชาชนบอกเรื่องของตัวเอง และรัฐก็ควรทำหน้าที่ตอบสนองปัญหาของการชุมนุมให้ได้มากที่สุด และจะทำอย่างไรที่จะแก้ไขกลไกปัญหาของข้าราชการที่นำมาสู่การออกมาชุมนุมของประชาชนได้"
สารีกล่าวเพิ่มเติมว่า ในสภาพที่ประชาชน มีการชุมนุมที่ถือเป็นมาตรการท้ายๆ ของการแก้ปัญหา สิ่งที่ยอมรับไม่ได้คือ การขออนุญาตชุมนุม
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ฉบับ สตช. นี้ ยังมีข้อพิจารณาอยู่ว่าการบังคับใช้อาจมีปัญหา เช่น การขออนุญาตการชุมนุมล่วงหน้า ว่าจะขัดต่อสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่หลายฝ่ายเห็นพ้องกันว่าจำเป็นต้องมีกฎหมายเพื่อบริหารจัดการชุมนุม ว่าจะมีเครื่องมือมาดูแลการชุมนุมให้ให้เกิดความรุนแรงได้อย่างไร
Comments
ปิดกั้นเสรีภาพของคน
ปิดกั้นเสรีภาพของคน
เป็นกฎหมายจำกัดสิทธิเสรีภาพขอ
เป็นกฎหมายจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ซึ่งขัดกับรัฐธรรมนูญปี 50 ของพวกเอ็งด้วย หากอนุมัติผ่านสภามาได้ คิดว่าอย่างไรก็เป็นหมัน! บังคับใช้ไปก็ละเมิดสิทธิมนุษย์ชนตามหลักสากลอีกด้วย......ชาวโลกก็จะประนามประเทศนี้มันคือเผด็จการ นั้นเอง..ห่วย!
Marxist
Marxist
สิทธิเสรีภาพของปวงชน
สิทธิเสรีภาพของปวงชน ดูจะหดหายไปเรื่อยๆนะ....
อาไร อาไร ก็จะควบคุม จำกัด
อาไร อาไร ก็จะควบคุม จำกัด นี่ถ้ามันขอพรจากเทพอสูรได้ มันคงขอให้ประชาชนเป็นไบ้ หูหนวกกันหมดล่ะม้าง...ทำไมไม่ควบคุม จำกัดพวกมันเองบ้างล่ะ ... เฮ้อ ...
เอางี้มั้ย...แลกกัน...ไม่ต้องชุมนุมก็ได้ แต่หากประชาชนเดือดร้อน ต้องการจะเรียกร้อง หรือแสดงออกใดๆ สามารถแจ้งความจำนงต่อกรมประชาสัมพันธ์ แล้วจะได้พูด หรือเรียกร้อง หรือแสดงออกผ่านฟรีทีวี ที่กินภาษีประชาชนอยู่น่ะ ... จะได้รู้กันทั่วประเทศไปเลย รับรองว่าไม่มีความรุนแรง(อยู่แล้ว) ไม่เสี่ยงต่อความมั่นคง(ของบางคน) ไม่ทำให้เดือดร้อนต่อสาธารณะ(ประชาชน)แน่นอน เอาป่าวอ่ะ...กล้ามั้ย...ถ้ากล้า เลือกตั้งรอบหน้า จะลงคะแนนให้ยกครัวเลย...
ไม่เรียกว่าไอ้บ้า
ไม่เรียกว่าไอ้บ้า แล้วจะเรียกว่าอะไร
เอาแต่จะออก พรบ. ปราบปรามประชาชน
ออก กม. คุมฝูงชน
งานการอื่นที่สำคัญไม่ต้องทำ
เมื่อศาลปกครองตัดสิน คุ้มครองมาบตาพุด
สภาพประเทศชาติเป็นอย่างไร
มันไม่ต่างกับพวกเสื้อเหลืองยึดสนามบิน
ตอนนี้ตาหูเหลือก หาขันน้ำมาตักดับไฟไหม้บ้าน
เรื่องมันแดงโล่มาตั้งแต่เดือน เมษายน
มันไม่รู้สำนึกเลย ไม่ได้ทำอะไรเลย
มัวแต่ประกาศ พรบ. กู้เงิน แล้วก็ประกาศ พรบ.มั่นคง
เอา พรบ. มั่นคงไปประกาศที่มาบตาพุด แก้ไขได้ไหม
บอกไอ้สี่เสาให้โทร.สั่งศาลปกครองหน่อย
มันก็เหมือนเรื่องตั้ง ผบ. ตร. ไม่มีใครเจขาเอาด้วย
ไอ้มาร์คตายแน่ ตายแน่ไอ้มาร์ค
พวกมารออกกฎหมายอีกแล้ว
พวกมารออกกฎหมายอีกแล้ว กฎหมายที่บังคับใช้กับฝ่ายตรงข้ามแต่เพียงฝ่ายเดียวใช่หรือไม่? เอาผิดเขาแต่เพียงข้างเดียวเหมือนที่เคยปฎิบัติมาใช่หรือไม่?
แต่สำหรับพวกพ้องของตัวเอง ทำหรือไม่ทำยังไงก็ไม่มีความผิด ใช่หรือไม่?
แล้วมันจะอยู่กันได้ไปอีกซักเท่าไรกันอีหรอบนี้ คงอยากกระตุ้นให้รีบย้าย3จังหวัดชายแดนใต้มากลางกรุงซะแล้วนะเนี่ย !!!
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ผมไม่ใช่เสื้อเหลือง ผมไม่ใช่เสื้อแดง
แต่ก็ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่รัฐเป็นผู้ออกกฎหมายนี้ออกมาเพราะ
จากการอ่านร่างพ.ร.บ ตัวนี้ มีแต่เป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชน
อย่างล้นหลาม เพราะผู้ที่ร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นตำรวจ เป็นฝ่ายที่จะใช้
อำนาจรัฐจัดการกับประชาชน จึงมองต่างมุมกับฝ่ายที่ชุมนุมอย่างแน่นอน
การชุมนุมในสมัยก่อนเกิดจากการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพของกลุ่มนักศักษา
และต่อมาพัฒนามาเป็นการชุมนุมของประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อน และไม่มีเวที
ที่จะให้เขาความทุกข์ร้อนของเขา เขาจึงรวมตัวกันชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้รัฐดำเนินการแก้ไข
ปัญหาของเขา
และก็มีคำสั่งให้ทำการสลายการชุมนุมเรื่อยมา จนถึงเหตุการณ์ที่ตำรวจที่หาดใหญ่
สลายการชุมนุมกลุ่มคัดค้านท่อก๊าซ ไทย- มาเลฯ จนเป็นเหตุให้มีการฟ้องร้องและศาลปกครองก็
มีคำพิพากษาว่า การสลายการชุมนุมด้งกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย
อันนี้ก็เป็นเหตุการณ์หนึ่งที่ฝ่ายรัฐพยายามหาความชอบธรรมในการสลายการชุมนุม
จนมีการเสนอร่าง พ.ร.บนี้
ยิ่งต่อไปชาวบ้านก็จะมีการชุมนุมเพื่อเรียกร้องสิทธิต่าง ๆ มากมาย เพราะโครงการต่าง ๆ ที่ส่งผลกระ
ทบกับประชาชน นั้นยิ่งมากขึ้นทุกวัน รัฐเลยหาเครื่องมือมากำจัดประชาชน (นี่แหละแนวคิดของรัฐไทย)
ทำไมไม่ร่างกฏหมายที่ให้สิทธิในการชุมนุมขึ้นมา ?
ประเทศไทยปกครองระบบอะไรกันแน่ เผด็จการหรือประชาธิปไตย ?
มีกฎหมายมากมายที่นักกฎหมายเข็
มีกฎหมายมากมายที่นักกฎหมายเข็ญออกมาโดยไม่มีการปฏิบัติบังคับใช้ ไม่มีผลในทางปฏิบัติ
กฎหมายที่ไม่ได้ออกมาโดยความชอบธรรม ไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม กฎหมายนั้นจะมีการต่อต้านฝ่าฝืน ขืนบังคับใช้ ก็ไม่มีความหมาย
กฎหมายอาญาท่ว่าด้วยการกบฏภายในราชอาณาจักร พวกขุนทหารละเมิดซ้ำซาก ทำการก่อรัฐประหารเป็นว่าเล่น ไม่เห็นว่า จะมีการบังคับใช้กฎหมาย เอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ ผู้พิพากษาไม่แข็ง ปล่อยให้เกิดการยึดอำนาจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยอมรับการยึดครองอำนาจว่า คณะรัฐประหารได้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์ เทียบเท่ากษัตริย์ ทำอะไรก็ไม่ผิด ฉีกรัฐธรรมฯญก็ไม่ผิด ล้มรัฐาล/รัฐสภา/ศาลไม่ผิดทั้งนั้น ทั้งที่กฎหมายอาญาบอกว่าเป็นความผิด กระบวนการยุติธรรมไม่เข้มแข็ง จึงมิอาจต้านแรงของอันธพาลทหาร
เห็นคำวินิจฉัยของ กกต. ปปช. ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฏีกาแผนกคดีอาญาสำหรับนักการเมือง ศาลปกครอง ศาลสถิตยุติธรรม แล้วเศร้าใจ ไม่อาจเป็นที่พึ่งของประชาชน ประชาชนหมดศรัทธา .เห็นได้ชัดว่า กระบวนการยุติธรรมถูกยบิดเบือน มีการอ่านคำพิพากษาลุกลี้ลุกรน ระล่ำละลัก ผิดสังเกต บอกเหตุได้ว่า ตุลาการผู้พิพากษา ผู้ทำหน้าที่เหล่านั้นมิได้ปฏิบัติตามหลักยุติธรรม หลักการุณยธรรม หลักคุณธรรม หลักพรหมวิหารธรรม แต่ปฏิบัติไปตามคำสั่งของปีศาจที่มีอิทธิพลอยู่เหนือกฎหมาย ตั้งตนเป็นใหญ่กว่าใครในแผ่นดินนี้.
ไม่ทุจริตก็เอาผิดได้ ทุจริตก็เว้นโทษได้. โทษจำคุก 4 ปี รอลงอาญาได้. โทษจำคุก 2 ปี ต้องรับโทษทันทีไม่มีการรอลงอาญา.รับจ้างสอนอาหารทางทีวีเป็นลูกจ้างขาดคุณสมบัติเป็นนายกฯ แต่รับจ้างจัดรายการวิทยุ+สอนหนังสือมหาวิทยาลัยเอกชน ไม่เป็นลูกจ้าง ไม่ขาดคุณสมบัติการเป็นปปช./ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ.
ไม่ได้รับโปรดเกล้าแต่งตั้งเป็นกกต./ปปช.ตามที่กฎหมายบัญญัติ-อ้างตะแบงว่าได้รับแต่งตั้งจากคมช.เผด็จการ(ที่ทำผิดกฎหมาย)มีค่าเทียบได้กษัตริย์เพราะเป็นองค์รัฏฐาธิปัตย์ จึงไม่ต้องให้กษัตริย์แต่งตจั้งอีก. หัวหน้าคมช.มิใช่กษัตริย์ กษัตริย์มิใช่หัวหน้าคมช. ไม่มีกฎหมายใดบอกว่ากษัตริย์ให้หมายความรวมถึงหัวหน้าคมช.ด้วย. เป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมใอง เป็นอดีตผู้พิพากษาหรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่กันมาแล้ว แต่ไม่มีความเกรงกลัว+ละอายใจต่อบาปกรรม(ไม่มีหิริโอตตัปปะ) รู้ทั้งรู้ ก็ไม่แสดงสปิริต เพราะเห็นแก่ลาภยศสรรเสริญ-เงินเดือนเป็นแสน.เพียงลาออก เพื่อให้มีการแต่งตั้งใหม่ แค่นี้ก็ทำไม่ได้. พอเห็นพฤติการณ์ พฤติกรรม คำวินิจฉัย แล้วก็สิ้นสงสัย. นี่มันทาสรับใช้เผด็จการนี่หว่า เป็นปรปักษ์กับทักษิณ ต้องการกลั่นแกล้ง ต้องการเอาผิด ให้มันสะใจ ทั้งที่ไม่เป็นความจริง เป็นที่การมุสา กล่าวหา แต่งเรื่อง สร้างสถานการณ์ขึ้นมา ตั้งอยู่บนรากฐานของความเท็จ ความหลอกหลวง .เพียงต้องการกำจัดให้ออกไปจากวิถีทางทางการเมือง อย่ามาเป็นก้างขวางคอ อย่ามาปลดหนี้ สร้างงานให้ชาวบ้านพ้นความทุกข์ยกาก-โง่-จน-เจ็บ.
ในทศวรรษนี้ ประชาชนไม่โง่เหมือนดังแต่ก่อน ประชาชนรวมตัวกันได้ ประชาชนไม่ยอมเป็นควายโง่ ลาซื่อบื้อ หมาซื่อสัตย์ กับคนเอาเปรียบสังคม คนทำนาบนหลังคน อีกต่อไป
กฎหมายเผด็จการมันหน้าด้านสิ้นดี เขียนโดยนักวิชาการโสเภณี นักกฎหมายไร้คุณธรรม ยอมเป็นทาสรับใช้เหล่าอันธพาล ยกเว้นโทษนิรกรรมที่พวกมันทำผิดกฎหมาย ..มันออกกฎ วินิจฉัย ตัดสินคดีความตามอำเภอใจของมัน ไม่จำต้องเป็นไปตามหลักธรรมทั้งหลายไม่ว่า-ยุติธรรม-คุณธรรม-พรหมวิหารธรรม-ความชอบธรรม
มิน่ามันถึงหวงแหนนั ห้ามแตะต้อง ห้ามแก้ไข ห้ามยกเลิก ทั้งที่มันไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย ขัดต่อหลักประชาธิปไตย ฝืนต่อหลักบริหารจัดการบ้านเมือง หลักการปกครอง
มันตั้งตนเป็นอริกับประชาชนทั้งประเทศ เพราะมันคิดว่ามันเป็นผู้วิเศษ มันเลือกปฏิบัติบังคับใช้กฎหมายกับคนทำผิดกลุ่มหนึ่ง แต่ไม่เอาผิดไม่จับกุมฟ้องร้องดำเนินคดีกับคนอีกกลุ่มหนึ่ง อย่างหน้าด้าน ๆ มันเอากฎหมายความมั่นคงมาจัดการกับคนกลุ่มหนึ่ง แต่ละเลยกับคนอีกกลุ่มหนึ่ง หยั่งนี้ เราจะยังยอมให้คุณกลุ่มนี้มามีอำนาจ ปกครองบ้านเมืองต่อไปอีกหรือ
มันได้อำนาจมาโดยการฉกชิงวิ่งราวทรัพย์รับของโจร ตบตาประชาชนว่ามาโดยชอบตามระบอบรัฐสภา สมาชิกรัฐสภาพร้อมใจกันเลือก ..ตัวมันเองหนีเกณฑ์ทหาร ทำหลักฐานเท็จเข้ารับราชการโรงเรียนนายร้อยจปร. ไม่ตั้งใจปฏิบัติงาน ลางานถึงสองร้อยกว่าวัน ไม่แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ผ่าไปแถลงที่กระทรวงต่างประเทศ น่าจะไปแถลงที่สนามหลวง โกหกหลอกลวงประชาชนว่า แก้ปัญหาบ้านเมืองได้ภายใน 99 วัน ไม่ว่าการก่อการร้ายภาคใต้ ชายแดนเขมร ยาเสพติด น้ำมัน การศึกษา เศรษฐกิจ ราคาพืชผล ล้วนแต่ราคาคุย กลัวประชาชนจะทำร้ายขว้างไข่เน่า ปลาร้า ขี้หมา โห่ฮาป่า ตะโกนขับไล่ให้ออกไป.กลัวความลับจะถูกเปิดโปง. คลิ๊ปเสียงสั่งการฆ่าประชาชน ใส่ความประชาชน/ทักษิณว่าเป็นผู้ไม่จงรักภักดี ใส่ร้าย ป้ายสีว่าเผาบ้านเผาเมือง เผารถเมล์ เรารถแก๊สมาวิ่ง ยิงมัสยิด ยิงประชาชน บากหน้าไปปรึกษาหารือเจ๊กลิ้ม ยอมให้เนวินขี่คอ ตามใจขุนทหารซื้ออาวุธมาไว้รบกับประชาชน ทั้งที่รัฐบาลถังแตกเก็บภาษีไม่ได้ ไม่มีปัญญาหาเงินจากการค้าขาย กู้เงินง่ายดี ..กระสันอยากเป็นนายก ก็ต้องยอมเสียภาพพจน์ ยอมให้ป๋าตุ๊ดสั่งการ
มันกำลังทำให้ประเทศเสียแผ่นดินให้เขมรเพราะการใส่ความนพดล นี่หรือคนดีของสังคมที่ใจซื่อมือสะอาด จากการบิดเบือนของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ส.ว.อันธพาลมารสังคมเจ๊กลิ้มลองอั้งยี่ผีบุญ นักวิชาการตะบวย สื่อเฮงซวย และพรรคประชาธิปัตย์ ทำร้ายประเทศไทยได้ลงคอ แถลงการณ์ไม่ใช่สนธิสัญญาไม่ได้เปลี่ยนแปลงอาณาเขต ไม่ได้ทำให้ประเทศเสียหาย แต่เป็นผลดีมากมาย
มันกล่าวหาด่าว่าจักรภพมีทัศนคติอันตรายต่อสถาบัน ดึงเอาสถาบันกษัตริย์มาเป็นเครื่องมือทำลายคนทั่วไปว่าหมิ่น-ไม่จงรักภักดีได้ซ้ำซากน่าเบื่อหน่าย พอ ๆ กับพวก(หัว)ควายคมช.ที่ก่อรัฐประหารแย่งอำนาจและพวกเปรตสเปโตมารเฒ่าเจ๊กลิ้มแอบอ้างปกป้องคุ้มครองสถาบันกษัตริย์ เพื่อกำจัดทักษิณ ทั้งที่ไม่มีมูลความจริงแม้แต่น้อย. กว่าประชาชนจะรู้ความจริง กว่าประชาชนจะเข้าใจ ก็ตกเป็นเหยื่อของพวกมารอันธพาลมารอั้งยี่ผีบุญพวกหนอนอาจมสวะสังคมเหล่านี้เสียแล้ว
บ้านเมืองพังเพราะใคร จะบูรณะ ปฏิสังขรณ์กันอย่างไร 3 ปีที่ประเทศไทยต้องเสียค่าโง่ ค่าเสียโอกาส เปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน -พม่า-ลาว-เขมร-เวียดนาม-มาเลเซีย-สิงคโปร์ -ฟิลิลิปินส์-อินโดเนเซีย แล้วเศร้าซึม.โธ่ไอ๊เฒ่าจรรไร ไอ๊ควายบังธิ/สพรั่ง/ชลิต ไอ๊งั่งเจ๊กลิ้มแป๊ะลอง ไอ๊ประสงค์/มีชัย/บวรศักดิ์/วิษณุ/เจิมศักดิ์/จรัญ/วิชา/ชาญชัย/อักขราทร//สุรยุทธ์/ป๊อก