‘วีระ สมความคิด’ นำพันธมิตรฯ เคลื่อนประชิดเขาพระวิหาร ฝ่าด่านสกัดตำรวจ-ปะทะกับชาวบ้านในพื้นที่เจ็บสองฝ่าย มีวัยรุ่น อ.กันทรลักษ์ถูกปืนยิงแก้มทะลุ ทหารตั้งแนวสกัด-ประกาศกฎอัยการศึก มาร์คเร่ง จนท.เจรจาให้พันธมิตรฯ ถอนตัว ส่วน ASTV ประโคมข่าว “ชาวบ้านถูกปั่นหัว” ทำร้าย “ขบวนผู้รักชาติ” ล่าสุดทหารยอมให้พันธมิตรฯ ส่งตัวแทน 76 คน ไปอ่านแถลงการณ์บนผามออีแดงพรุ่งนี้สมใจ
ภาพเมื่อวันที่ 18 ก.ย. ระหว่างการแถลงข่าวของนายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ณ ห้องประชุมที่ว่าการ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ โดยนายระพีพนมมือและกล่าววิงวอนว่าให้ประชาชนคนไทยทุกฝ่ายยุติความรุนแรงต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น และขอให้วันที่ 19 ก.ย. ซึ่งเป็นวันสารทเขมร ถือเป็นวันมงคลของชาวไทยเชื้อสายเขมรที่อาศัยอยู่ในศรีสะเกษ ที่สืบทอดมาแต่โบราณ ได้มีความสุขตลอดไป
การ์ดพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ระหว่างเคลื่อนขบวนมุ่งหน้าสู่ชายแดนเขาพระวิหาร เมื่อ 19 ก.ย. (ที่มา: ASTVผู้จัดการออนไลน์)
การ์ดพันธมิตรฯ ระหว่างผลักดันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ด้านหลังเป็นคาราวานรถยนต์ของพันธมิตรที่จะมุ่งหน้าสู่ชายแดนเขาพระวิหาร เมื่อ 19 ก.ย. (ที่มา: ASTVผู้จัดการออนไลน์)
ข่าวสถานี ASTV เวลา 17.00 น.
ข่าวสถานี ASTV เวลา 18.00 น.
ข่าวสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 เวลา 17.00 น.
ข่าวสถานีโทรทัศน์ช่องโมเดิร์นไนน์ทีวี เวลา 15.00 น. ในคลิปจะเห็นภาพผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ ทำร้ายกันเอง (ชายสวมเสื้อยืดสีเขียวในคลิป) เนื่องจากเข้าใจผิดว่าเป็นชาวบ้านกันทรลักษ์
ข่าวสถานีโทรทัศน์ช่องโมเดิร์นไนน์ทีวี เวลา 16.00 น.
พันธมิตรฯ เคลื่อนพลมุ่งสู่เขาพระวิหารแล้ว ไร้เงา 5+1 แกนนำ
เมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้ (19 ก.ย.) กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ได้เคลื่อนตัวจากตัวอำเภอกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ มาถึงบริเวณหน้าวัดบ้านภูมิซรอล ต.เขาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 1,000 นาย ตั้งด่านสกัดกั้นโดยปราศจากอาวุธ ขณะที่ชาวบ้านในเขตตำบลเขาธงชัย ประมาณ 500 คน รวมตัวกัน หลังแนวสกัดกั้นเจ้าหน้าที่ เพื่อขอร้องให้กลุ่มพันธมิตรฯ ไม่เข้ามาสร้างความวุ่นวาย ซึ่งหากกลุ่มพันธมิตรฯสามารถฝ่าด่านจุดนี้ไปได้ ก็จะเข้าใกล้อุทยานเขาพระวิหาร ที่อยู่ห่างเพียง 200 เมตร
เป็นที่น่าสังเกตว่าไม่มี 5 แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเข้าร่วมแต่อย่างใด มีเพียงนายวีระ สมความคิดเท่านั้น ส่วนนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ เดินทางไปปราศรัย 7 เมืองในสหรัฐอเมริกา ตามที่ประกาศไว้ล่วงหน้าเมื่อ 13 ก.ย. ระหว่างการชุมนุมพันธมิตรฯ ที่สวางคนิวาส จ.สมุทรปราการ
สนธิไปนอก จำลองรับแขกจากเกาหลี สุริยะใสไม่ไป
ด้านมติชนออนไลน์ รายงานว่า พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงสถานการณ์ที่ปราสาทพระวิหารว่า ตนเองอยู่ระหว่างการต้อนรับคณะผู้เดินทางจากประเทศเกาหลี ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แต่ก็รับทราบข่าวและความเคลื่อนไหวตลอด โดยกรณีที่นายกรัฐมนตรีจะส่งตัวแทนเข้าเจรจากับแกนนำพันธมิตรฯ นั้น นายกรัฐมนตรีต้องพูดคุยกับนายวีระ สมความคิด เพียงผู้เดียว เนื่องจากเป็นผู้นำการชุมนุม คงคุยกับคนอื่นไม่ได้
ขณะที่นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ (กมม.) และผู้ประสานงานพันธมิตรฯ ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ อ.ราศีไศล จ.ศรีษะเกษ ก็ไม่ได้มาร่วมชุมนุมด้วย
นอกจากนี้ในเว็บไซต์หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ เผยแพร่คำสัมภาษณ์นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ ซึ่งกล่าวว่า การเคลื่อนไหวที่ จ.ศรีษะเกษ ครั้งนี้ ไม่เกี่ยวกับ 5 แกนนำพันธมิตรฯ แต่อย่างใด พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเร่งเจรจากับนายวีระ พร้อมรับมีข่าวในทำนองว่า นักการเมืองท้องถิ่นว่าจ้างประชาชนในพื้นที่ให้ดักทำร้ายกลุ่มผู้ชุมนุมที่กำลังเดินทางขึ้นบนเขาพระวิหารไปด้วย
พันธมิตรบุกช่วงงานบุญวันสารทของชาวกัมพูชาสองแผ่นดิน
ด้านชาวบ้านจาก 5 ตำบลตามแนวชายแดนเขาพระวิหาร ได้รวมตัวตั้งเต็นท์ นั่งขวางถนน บริเวณสะพาน ห่างจากด่านเก็บค่าธรรมเนียม อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร 3 ก.ม. และไม่ต้องการให้พันธมิตรฯ ขึ้นไปบนอุทยาน เพราะเกรงว่าจะกระทบกับการปฏิบัติหน้าที่ของทหารทั้ง 2 ฝ่าย และอาจเกิดเหตุความรุนแรงในพื้นที่เหมือนปีที่แล้ว ซึ่งผู้ที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด คือชาวบ้านในพื้นที่ โดยยืนยันจะใช้ความพยายามในการเจรจากับพันธมิตรฯ ให้ถึงที่สุด โดยจะใช้ผู้หญิงเป็นทัพหน้าในการเจรจา
สำหรับวันนี้นอกจากจะเป็นวันสารทไทยแล้ว ยังเป็นวันสารทของชาวกัมพูชาด้วย โดยตามประเพณีแล้วชาวไทยเชื้อสายกัมพูชาและชาวกัมพูชาจะมาทำบุญร่วมกันที่วัดชายแดนเขาพระวิหารในทุกปี แต่ในปีนี้ก็ต้องมาประสบเหตุตึงเครียดจากการที่พันธมิตรฯ เคลื่อนขบวนมายังชายแดนใกล้เชิงเขาพระวิหารดังกล่าว
กำนันศรีสะเกษวอนพันธมิตรไม่ควรสร้างปัญหาให้ประชาชนแนวชายแดน
ขณะที่ นายระพี ผ่องบุพกิจ ผวจ.ศรีสะเกษ พร้อมคณะ ได้เข้าเจรจากับนายวีระ สมความคิด แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ แต่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ ด้านนายวีระยุทธ์ ดวงแก้ว กำนัน ต.เสาธงชัย กล่าวว่า สาเหตุที่ชาวบ้านในพื้นที่รวมตัวสกัดกลุ่มพันธมิตรฯ เนื่องจากเห็นว่าวิธีการเรียกร้องไม่ถูกต้อง แนวทางที่ถูกคือ เรามีสภาผู้แทนราษฎร กระทรวงการต่างประเทศ และคณะรัฐมนตรี น่าจะใช้วิธีการตรงจุดนั้น ไม่ควรที่จะมาสร้างปัญหา ให้พี่น้องตามแนวชายแดน
เจรจาไม่เป็นผล เกิดปะทะแหลก พันธมิตรฝ่าสำเร็จ
ต่อมาได้เกิดการปะทะกันระหว่างกลุ่มพันธมิตรฯกับกลุ่มชาวบ้านที่มีไม้ท่อนยาวเป็นอาวุธ จนได้รับบาดเจ็บไปตามๆ กัน โดยสามารถฝ่าด่านตำรวจ ที่บริเวณหน้าวัดบ้านภูมิซรอลได้แล้ว และได้มุ่งหน้าเดินเท้าเข้าหากลุ่มชาวบ้าน ที่อยู่ห่างจากด่านตำรวจประมาณ 200 ม. โดยทั้งช่อง 3 ช่วง 180 วินาทีข่าวรายงานว่ามีชาวบ้านกันทรลักษ์ถือมีดวิ่งเข้าไล่ผู้ชุมนุมพันธมิตร ก่อนที่ชาวบ้านคนดังกล่าวจะถูกผู้ชุมนุมพันธมิตรที่มีจำนวนมากกว่าเข้ารุมทำร้ายด้วยอาวุธ
ขณะที่ชาวบ้านกันทรลักษ์พยายามใช้ก้อนหินปาสกัดขบวนพันธมิตรฯ แต่ไม่เป็นผล เนื่องจากขบวนรถพันธมิตรฯ มีทั้งรถตู้ รถกระบะ และรถบัสปรับอากาศ นอกจากนี้เต็นท์ของชาวบ้านกันทรลักษ์ที่ตั้งไว้บนถนนก็ถูกรื้อระเนระนาด โดยการ์ดพันธมิตรช่วยกันหงายเต็นท์หันด้านที่เป็นหลังคาผ้าใบเข้าหาชาวบ้านกันทรลักษ์ เพื่อใช้เป็นกำบังป้องกันแนวซุ่มยิงหนังสติ๊กของชาวบ้านกันทรลักษ์
ชาวบ้านกันทรลักษ์ถูกยิงแก้มทะลุ ทหารประกาศกฎอัยการศึก ผู้ว่าฯ สั่งชาวบ้านกลับ
เมื่อเวลา 14.30 น. กลุ่มพันธมิตรฯ ที่นำโดย นายวีระ สมความคิด และเครือข่ายทั่วประเทศสวมเสื้อสีดำ สามารถลุยผ่านด่านของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 4 จุด ไปได้เรียบร้อย รวมถึงเหตุการณ์การปะทะกับชาวบ้านในพื้นที่ก็มีเป็นระยะ โดยมีการลอบโรยตะปูเรือใบ ขว้างปาขวด ยิงหนังสติ๊ก
และเมื่อเวลา 15.15 น. มีการนำนายประเสริฐ ผิวขาว อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44 บ้านบึงมะลู ต.บึงมะลู อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งได้รับบาดเจ็บถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่กระพุ้งแก้มทะลุจนฟันหัก หลังเกิดเหตุปะทะกันบริเวณหน้าวัดบ้านภูมิซรอล ซึ่งทันตแพทย์หญิงเมธินี ชัยสุข ทันตแพทย์โรงพยาบาลกันทรลักษ์ นำตัวเข้าทำการผ่าตัดช่วยเหลือแล้ว โดยสำนักข่าวไทยรายงานเมื่อเวลา 16.00 น. ว่ากองทัพภาคที่สองประกาศกฎอัยการศึกแล้ว
โดยผู้ว่าราชการ จ.ศรีสะเกษประกาศกับชาวบ้าน อ.กันทรลักษ์ ให้สลายการชุมนุมและกลับบ้าน ขณะที่กลุ่มพันธมิตรฯ ยังไม่ยอมกลับที่ตั้ง และอยู่เผชิญหน้ากับทหาร
เหลือแต่พันธมิตรฯ เคลื่อนจ่อชายแดน-เผชิญหน้าทหาร
และเมื่อเวลา 16.00 น. กลุ่มพันธมิตรกำลังเคลื่อนขบวนไปยังด่านสกัดของทหาร ที่บริเวณด่านเก็บค่าธรรมเนียมอุทยานเขาพระวิหาร ซึ่งเป็นจุดสุดท้าย ก่อนจะถึงเขตชายแดนไทย-เขมร โดยมีทหารปราบจลาจลจำนวนมากพร้อมโล่ กระบอง ครบมือ ตั้งจุดสกัดอย่างตรึงเครียด ห่างจากชายแดนไม่ถึง 3 กม.
โดยที่ด่านเก็บค่าธรรมอุทยานเขาพระวิหาร มีกำลังทหารหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 53 กองกำลังสุรนารี และกรมทหารราบที่ 16 พร้อมหน่วยปราบจลาจล กองทัพภาคที่ 2 ตรึงกำลังอยู่จำนวน 1,200 นาย ทั้งมีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาระดับสูง สกัดกั้นกลุ่มพันธมิตรฯ ไม่ให้ผ่านจุดสกัดกั้นเข้าไปยังพื้นที่อุทยานฯ อย่างเด็ดขาด มีการเตรียมแก๊สน้ำตาชนิดขว้างไว้ เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
กลุ่มพันธมิตรฯ พยายามที่จะใช้ผู้หญิงเป็นแนวหน้า เข้าปะทะกับตำรวจชุดปราบจลาจล แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ ประกอบกับถูกนายวีระ สมความคิด แกนนำฯ ออกมาห้ามปราม กลุ่มผู้หญิงฝ่ายพันธมิตรฯ จึงพากันกลับไปยังที่ตั้ง ที่ได้นำรถยนต์มาจอดเรียงรายเต็มพื้นที่หน้าจุดสกัด
จากนั้นแกนนำ กลุ่มพันธมิตรฯ ประกอบด้วย นายวีระ สมความคิด เรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์ และพลเอกปรีชา เอี่ยมสุพรรณ นายทหารนอกราชการ ได้ขอเข้าไปเจรจากับ พล.ต.ชวลิต ชุณประสาร ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และ พล.ต.ต.อำนวย มหาผล รอง ผบช.ภ.3 ในการที่จะขอให้กลุ่มพันธมิตรขึ้นไปประกาศเจตนารมณ์บนผามออีแดง แต่ก็ได้รับการปฏิเสธ
อภิสิทธิ์เร่งเจ้าหน้าที่เจรจาให้พันธมิตรฯ ถอนตัว
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ รีบเข้าเจราจากับแกนนำกลุ่มพันธมิตร เพื่อให้ถอนตัวออกจากเขาพระวิหารเป็นการด่วน เพราะหวั่นเกรงจะเกิดการกระทบกับภาพลักษณ์ของประเทศ และอาจบานปลายไปถึงความขัดแย้งกับเพื่อนบ้าน
ขณะที่ พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่าได้รับรายงานเหตุปะทะกันระหว่างชาวศรีสะเกษกับกลุ่มพันธมิตรที่เดินทางไปประท้วงกัมพูชา บริเวณปราสาทพระวิหารแล้ว โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าระงับเหตุ และแยกผู้ก่อเหตุออกจากกันแล้ว เบื้องต้นยังไม่มีการประสานขอกำลังทหารเพิ่มเติม ทั้งนี้ในส่วนทหารจะเร่งเจรจาเพื่อขอร้องมิให้กลุ่มดังกล่าว เคลื่อนเข้าไปยังจุดหมายซึ่งถือเป็นพื้นที่สุ่มเสี่ยงอันตราย และประสบปัญหาเพิ่มขึ้น เมื่อชาวบ้านในพื้นที่ไม่ยอมให้มีการเคลื่อนไหว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีการประสานงานอยู่กับฝั่งกัมพูชา เพื่อชี้แจงสถานการณ์โดยตลอด
ASTV ประโคมข่าว “ชาวบ้านถูกปั่นหัว” ทำร้าย “ขบวนผู้รักชาติ”
ขณะที่ ASTV ผู้จัดการออนไลน์ พาดหัวข่าวว่า “ขบวนผู้รักชาติจ่ออุทยาน"พระวิหาร"-ชาวบ้านโดนปั่นหัวตีท้ายขบวนเจ็บหลายราย” ระบุว่า “ขบวนเครือข่ายคนไทยรักชาติฝ่าด่านภูมิซรอล จ่ออุทยานพระวิหารแล้ว หลังถูกกลุ่มต่อต้านใช้วิธีป่าเถื่อน ขว้างก้อนหิน ท่อนไม้เข้าใส่อย่างหนัก ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บหลายราย แต่ก็เจอด่านตำรวจด้านหน้าสถานีดับไฟป่าเขาพระวิหารสกัดอีกรอบ ส่งผลให้พี่น้องผู้รักชาติท้ายขบวนต้องโจมตีหนักบาดเจ็บอีกรอบ”
โดยเนื้อข่าวระบุว่าชาวบ้านบริเวณหน้าวัดภูมิซรอลไม่ยอมให้ “ขบวนผู้รักชาติ” เคลื่อนโดยง่าย และระบุว่า “ขบวนผู้รักชาติประกาศว่าจะขอเข้าไปประกาศเจตนารมณ์เท่านั้น ไม่มีการใช้อาวุธ แต่ก็ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ หรือแม้กระทั่งเด็กเล็ก ยืนถือท่อนไม้ ก้อนหิน ขว้างใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนกลุ่มผู้ทวงคืนเขาพระวิหารอย่างต่อเนื่อง โดยมีการจุดประทัดยักษ์ข่มขู่เป็นระยะ”
สื่อในเครือ ASTV ยังรายงานด้วยว่า “ผลจากการปะทะดังกล่าว ทำให้การ์ดพันธมิตรรวมถึงประชาชนได้รับบาดเจ็บถ้วนหน้า ไม่ต่ำกว่า 20 คน ลักษณะถูกท่อนไม้ตีเข้าที่แขน ขา ลำตัว ถูกขวดบาด ถูกก้อนหินขว้างใส่ และช่างภาพของ "ASTVผู้จัดการ" ถูกหนังสติ๊กยิงที่ศีรษะเป็นแผลแตกเย็บ 5 เข็ม”
ขณะที่ในช่วงข่าว 17.00 น. ของสถานีโทรทัศน์ ASTV ผู้ประกาศข่าวเน้นว่าขบวนผู้รักชาติถูกคนที่อ้างตัวเป็นชาวบ้านในพื้นที่เข้าทำร้าย
ผลการเจรจาทหารยอมให้ส่งตัวแทน 76 คนอ่านแถลงการณ์ที่ผามออีแดงพรุ่งนี้
ASTV ผู้จัดการออนไลน์รายงานล่าสุด ในเวลา 17.00 น. ว่า คณะของนายวีระได้ให้การ์ดเคลียร์เส้นทางขึ้นเขาพระวิหาร เนื่องจากมีรถของพี่น้องประชาชนเดินทางมาจำนวนมาและเข้ามาสมทบอย่างต่อ เนื่อง โดยขณะนี้มวลชนยังรออยู่ที่หน้าด่านขึ้นเขาพระวิหาร โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 200 นายรักษาการอยู่และทหารตั้งลวดหนามสกัดเอาไว้
นายวีระยังยืนยันขอเจรจากับเจ้าหน้าที่เพื่อขึ้นไปอ่าน ประกาศเจตนารมณ์ทวงดินแดนเขาพระวิหารบนผามออีแดงให้ได้ ขณะที่บรรยากาศโดยทั่วไปเริ่มมืดค่ำลงแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงรักษาการอยู่อย่างเข้มงวด
ผู้สื่อข่าวรายงานล่าสุดในเวลา 18.00 น. ว่า ทหารได้ยุติการเจรจากับตัวแทนพันธมิตรฯ แล้ว เนื่องจากเป็นเวลาค่ำแล้วจึงขอยุติการเจรจา โดยผลการเจรจาทหารจะคุ้มครองผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ ออกจากพื้นที่ชายแดนจนผ่านหมู่บ้านภูมิซรอล ที่เกิดการปะทะเมื่อช่วงกลางวัน เพื่อส่งพันธมิตรฯ กลับไปพักที่ชุมชนศีรษะอโศก ซึ่งเป็นชุมชนของลัทธิสันติอโศก และกลับที่พักที่ตัวอำเภอกันทรลักษ์ โดยทหารจะอนุญาตให้ส่งตัวแทนพันธมิตรจำนวน 76 ไปอ่านแถลงการณ์บนผามออีแดงเช้าวันพรุ่งนี้
วีระบอกชนะแล้วถอยได้ ชาวบ้านภูมิซรอลให้กลับโดยดี
โดยนายวีระ สมความคิด ประกาศแจ้งกลุ่มพันธมิตรฯ ว่า ในเมื่อทางทหารแจ้งว่าพื้นที่นี้ได้ประกาศกฎอัยการศึกแล้ว พวกเราเป็นประชาชนคนไทยควรที่จะเคารพกฎหมาย การที่พวกเราเดินทางมาได้ถึงขนาดนี้ ถือว่าชนะแล้ว เพราะสื่อมวลชนจะพากันตีข่าวออกไปทั่วโลก ว่า พวกเรามาทวงดินแดนคืน ซึ่งต่อไปทางฝ่ายรัฐบาลจะดำเนินการต่อไปอย่างไร จะจับตามองดูอยู่ทุกระยะ วันนี้กลุ่มพันธมิตรฯ จะถือว่าได้รับชัยชนะ และกลับไปอย่างผู้ชนะ
จากนั้นกลุ่มพันธมิตรฯ ได้พากันเคลื่อนขบวนรถยนต์ลงจากทางขึ้นผามออีแดง ซึ่งส่วนหนึ่ง จะไปแวะพักค้างคืนที่บ้านศีรษะอโศก ต.กระแชง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ อีกส่วนจะเดินทางกลับภูมิลำเนา โดยชาวบ้านภูมิซรอลไม่ได้ต่อต้านเหมือนเช่นขามา ยินยอมให้พากันกลับไปโดยดี
แม้พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะอ้างว่าประเทศไทยมีกรรมสิทธิ์ในบริเวณปราสาทเขาพระวิหาร (the Preah Vihear temple) แต่ก่อนหน้านี้ในปี พ.ศ.2505 ศาลโลกจะตัดสินให้กัมพูชามีกรรมสิทธิ์ในพื้นที่ปราสาทเขาพระวิหารไปแล้ว และเมื่อปีที่แล้วคณะกรรมการมรดกโลก องค์การยูเนสโกแห่งสหประชาชาติก็ขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารของกัมพูชาเป็นมรดกโลกด้วย
ที่มา: เรียบเรียงจาก