เปิดตัวโครงการ “ไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็ง” ร้องเพลงชาติไทย แสดงความรัก สามัคคี
วันนี้ (16 ก.ย.) เวลา 10.20 น. ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวการจัดกิจกรรมโครงการ “ไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็ง” เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงออกถึงความรัก ความสามัคคี ของคนในชาติ โดยลักษณะของกิจกรรมจะใช้เพลงชาติไทยเป็นสื่อในการแสดงออกถึงความรัก ความสามัคคี และร่วมกันร้องเพลงชาติไทยในเวลา 18.00 น. ซึ่งจะเริ่มกิจกรรมตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย.52 และไปสิ้นสุดวันที่ 4 ธ.ค.52 โดยจะเรียงลำดับจังหวัดตามตัวอักษร เริ่มจากจังหวัดกระบี่ - กรุงเทพมหานคร
ส่วนรูปแบบนั้นแต่ละจังหวัดจะได้พิจารณากันเอง และเลือกสถานที่ที่เป็นสถานที่สำคัญของจังหวัด เพื่อให้มีพลังมวลชนมาร่วมกันร้องเพลงชาติไทย โดยจะใช้เครือข่ายของสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยถ่ายทอด และเชื่อมสัญญาณไปยังสถานีโทรทัศน์และสถานีวิทยุคลื่นต่างๆ พร้อมกันทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม ก่อนเวลา 18.00 น. จะกำหนดให้มีสกู๊ปสั้นประมาณ 2 นาทีทางสถานีโทรทัศน์ เพื่อบอกเล่าว่าในจังหวัดนั้นๆ มีวีรกรรมของประชาชนที่เกี่ยวข้องกับการรักชาติ รักประเทศในเรื่องใดบ้าง เพื่อให้เห็นว่าคนไทยมีจิตสำนึกในการปกป้องประเทศชาติของเรา
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อกิจกรรมดำเนินมาจนถึงวันที่ 4 ธ.ค.52 แล้ว ในวันที่ 5 ธ.ค.ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะมีการเชิญชวนตัวแทนประชาชนมาที่ท้องสนามหลวง เพื่อร่วมกิจกรรมร้องเพลงชาติไทยในเวลา 18.00 น. พร้อมกันทั่วทั้งประเทศ และเพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมดังกล่าว โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานในพิธีเปิดตัวโครงการ “ไทยสามัคคี ไทยเข็มแข็ง” และนำร้องเพลงชาติไทย ในวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2552 ตั้งแต่เวลา 17.30-18.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยจะมีคณะรัฐมนตรี คณะนักกีฬา และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่าโครงการนี้ไม่ใช่เป็นโครงการที่จัดมวลชนเพื่อจะมาปะทะกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือชนกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่จะมาชุมนุมเป็นการเฉพาะ ตามที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กัน ซึ่งคาดหวังว่าจะเป็นโครงการที่กระตุ้นให้ประชาชนที่ต้องการแสดงออกถึงความรัก ความสามัคคี ได้มีโอกาสแสดงออกในด้านความคิดของแต่ละบุคคล
ทั้งนี้ การจัดทำโครงการ “ไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็ง” เป็นไปตามมติเห็นชอบในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี โดยการนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 ก.ย.2552 ตามที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเสนอ ดังนี้ 1.นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดโครงการ “ไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็ง” โดยจะแถลงนโยบายและรายละเอียดของโครงการ และร่วมร้องเพลงชาติไทยในเวลา 18.00 น. ในช่วงเดือนกันยายน 2552
2.การร้องเพลงชาติไทยของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทุกหมู่เหล่าในจังหวัดต่างๆ และกรุงเทพมหานคร รวม 76 จังหวัดทั่วประเทศ วันละ 1 จังหวัด เวลา 18.00 น. โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานนำร้องเพลงชาติไทย เริ่มจากจังหวัดกระบี่ - กรุงเทพมหานคร โดยเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน - เดือนธันวาคม 2552 3.นายกรัฐมนตรีเป็นประธานปิดโครงการ “ไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็ง” พร้อมทั้งร้องเพลงชาติไทยร่วมกับผู้แทนจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ณ กรุงเทพมหานคร ในเดือนธันวาคม 2552 โดยจะมีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง
โดยข้อเท็จจริง ระบุว่า เนื่องจากปัจจุบันสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองยังคงมีอยู่และในช่วงเดือนกันยายน - ตุลาคม 2552 ซึ่งจะเป็นช่วงที่อาจจะเกิดเหตุทางการเมืองได้ในระดับหนึ่ง รัฐบาลเห็นว่าในช่วงเดือนดังกล่าว จำเป็นต้องจัดให้มีกิจกรรมโครงการ “ไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็ง” เพื่อลดและบรรเทาบรรยากาศทางการเมือง โดยเน้นถึงความรัก ความสามัคคี การทำความดีของคนไทยทุกชนชั้น ทุกระดับ ทุกจังหวัด มีความสมัครสมานสามัคคีเกิดความรักชาติของคนในชาติ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมโครงการฉันรักประเทศไทยอีกทางหนึ่ง
คำชี้แจง
เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น
- ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
- ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
- อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง
ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค
จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ
* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน












แล้วรัฐบาลนี้จะได้อยู่ร้องเพล
แล้วรัฐบาลนี้จะได้อยู่ร้องเพลงชาติครบ 76 จังหวัด หรือเปล่าหนอ!!!
พวกหลายมาตรฐานทำแบบนี้เป็นด้ว
พวกหลายมาตรฐานทำแบบนี้เป็นด้วยหรือ?? ขออนุญาตไม่เชื่อน๊ะจ๊ะ เพราะรักชาติด้วยใจ ไม่ได้รักชาติด้วยปาก (เหมือนสัตว์เดรัจฉานบางจำพวก)
รบ.ชุดนี้ถ่อยสุดๆ
รบ.ชุดนี้ถ่อยสุดๆ ทำงานแต่สิ่งเด็กๆทั่งนั้นเห็นแล้วไม่สร้างสรรทำเงินง่ายไม่เป็นรูปธรรมเอาดารามาสัมภาษณ์นายกพิธีการเกมส์โชว้สัมภาษณ์ปกติแล้วปชช.ก็ไม่ดูtvช่องปกติอยู่แล้วออกtvหน้าจอก็เจอโยนรองเท้าใส่แล้วสงสารtvจังโดนรองเท้าประจำเมื่อพลพรรคประชาธิปัติย์ออกหน้าจอเกิดมา50ปีแล้วเพิ่งเจอปชช.เกียดนายกขนาดนี้ ทำงานไม่เข้าตาเลยสักอย่างทำงานแบบปัญญานิ่ม ร้องเพลงชาติงี่เขาร้องตอน8โมงเช้าและ6โมงเย็นอยู่แล้วน่าขายหน้าซ้ำซาก คิดอะไรใหม่ๆเป็นไหมค่ะรัฐบาลเด็กออมมือ ไม่แปลกใจฉายาช่างสมชื่อจริงๆ
ร้องเพลงชาติอย่างเดียวท้องหาย
ร้องเพลงชาติอย่างเดียวท้องหายหิวไหม เลิกทะเลาะกันไหม รัฐบาลเลิกปากเสียไหม รบ.บริหารเศรษฐกิจเป็นไหม นายกเลิกยโสไหม ฯลฯ คิดอะไร ๆ ที่มันสร้างสรรหน่อยเถอะประชาชนจะอดตายแล้ว ยังทำเป็นเล่นๆไปได้มีความคิดริเริ่มแค่นี้ผิดหวังมากเคยเป็นแต่ฝ่ายค้านเลยสมองฟ่อคิดงานดีๆไม่เป็น
ไม่รู้ใครทำให้ประเทศไม่เข็มแข
ไม่รู้ใครทำให้ประเทศไม่เข็มแข็ง พรรคประชาธิปัตย์มั้ง ไม่ยอมเจรจาปากบอกสมานฉันท์แต่การกระทำตรงข้ามใช้กฏหมาย2มาตราฐาน แอบสั่งฆ่าประชาชน ไม่ยอมรับเป็นผู้นำประสาอะไรขี้ขลาดไม่เป็นลูกผู้ชายแอบหลังอมาตย์ กองทำทำงานเพื่ออำนาจจอมปลอมแต่งตั้งตำรวจยังไม่มีปัญญาไร้วุฒิผู้นำ ออกไปเถอะจะอยู่สู้หน้าสุนุขที่ไหน ขอบอกอายแทนผู้นำประเทศ
สมองหมา ปัญญาควาย
สมองหมา ปัญญาควาย
ร้องเพลงชาติไทย
ร้องเพลงชาติไทย เพื่อแสดงความสามัคคี แล้วที่ร้องกันวันละ 2 รอบ 2 เวลายังแตกแยกอย่างที่รัฐบาลว่า
แล้ววันหนึ่งๆจะต้องให้ร้องกี่รอบล่ะครับเจ้านาย
เคยมีรัฐมนตรีคนหนึ่งในยุครัฐบ
เคยมีรัฐมนตรีคนหนึ่งในยุครัฐบาลขิงแก่(รัฐบาลที่ดีที่สุดเพราะมาจากคนดีที่หวังดีต่อประเทศไทยด้วยการรัฐประหาร) เสนอความเห็นว่า ให้เปิดกระจายเสียงเพลงชาติทุกวันเวลาแปดโมงเช้า และทุกคนต้องหยุดยืนตรงทำความเคารพธงชาติ รวมถึงการจราจรก็ต้องหยุดชั่วคราวในเวลานั้นด้วย แต่นับว่าพระเจ้ายังปรานีคนไทย รัฐบาลขิงแก่ ก๊ยังไม่บ้าจี้เส้นตื้นหรือปัญญาอ่อนพอที่จะทำตามที่เสนอ
รัฐมนตรีแสนดีแสนเก่งของคุณอภิสิทธิ์ ก็นับว่าเจริญรอยตามรัฐบาลขิงแก่ แต่ดูจะแรงกว่า เพราะเสนอแต่โครงการดีๆทั้งนั้นเช่น โครงการหยุดทำร้ายประเทศไทย โครงการให้ทหารออกไปสอน"ประชาธิปไตย"ชาวบ้าน(ไม่รู้ว่าแอบไปสอนว่า การรัฐประหารก็เป็นส่วนหนึ่งของประชาธิปไตยด้วยหรือเปล่า?) รวมทั้งโครงการนี้ของท่านเตี้ย บางเตยด้วย
ถ้าแค่ร้องเพลงชาติแล้วคนไทยมันจะรักสามัคคีกัน ก็ร้องมันทุกหกชั่วโมงเลยดีไหมท่านเตี้ย แล้วไอ้พวกที่มันถือด้ามธงชาติไปแทงใครเข้าน่ะ เรียกว่าโคตรรักชาติเลยว่างั้น?
ว่ากันว่าความเป็นผู้นำที่ดี ส่วนหนึ่งจะสะท้อนออกมาจากความสามารถในการrecruit บุคคลากรที่เหมาะสมเข้ามาเป็นstaff นายเตี้ย ได้สะท้อนความเป็นผู้นำของท่านนายกฯได้เป็นอย่างดีที่เดียว
หึหึ...ดีครับ
หึหึ...ดีครับ ยิ่งออกแคมเปญปัญญาอ่อนขนาดนี้ สงสัยจะอยู่ได้อีกไม่นาน
ผมเคยแต่งเนื้อเพลงชาติขึ้นใหม่ ทำนองเดิม ลองเอาร้องใส่ตามทำนองเดิมกันนะครับ
"ประเทศไทย ไม่เคยมีประชาธิปไตย
เป็นเพราะอำมาตย์ ศักดินากดขี่
ประชาชนต้องทุกระทมไม่มีเสรี
พวกกระฎุมพี อภิชนมัน ...คือ ลิ่วล้ออำมาตย์
เกลียดประชาธิปไตย
มันทนไม่ไหว เห็นคนไทยจะยืนได้เอง
คนเสื้อแดงจึงมารวมกันไม่หวั่นเกรง
พร้อมใจกันปลดปล่อยตนเองให้แดงทั่วไทย...ไชโย"
ha ha ha
แก้ปัญหา
แก้ปัญหา ต้องแก้ที่สาเหตุ
คือ
ปัญาคนไม่เข้มแข็ง และไม่สามมัคคีกัน
สาเหตุคือ สาเหตุที่ 1. ไม่มีการร้องเพลงชาติเป็นรายจังหวัด
สาเหตุที่ 2 . ประชาชนใช้เวลาช่วง 18.00 น.ทะเลาะกัน
ดังนั้น ก็แก้ไขด้วยการร้องเพลงเวลา 18.00 น. ระหว่างการร้องเพลง คนจะไม่ทะเลาะกัน จะสามัคคีกันดี ใครตัดผม ใครขับเครื่องบิน ขับเรือ ใครขับรถก็หยุดร้องเพลงก่อนก็ดี ถือว่ามีคุณธรรม
พอเพลงจบ มันก็จะไม่สามมัคคีกัน มันจะทวงหนี้ค่ารถ แล้วก็ต่อยกัน คนถูกต่อยก็ไม่แข็งแรง จึงไม่เข้มแข็ง
ก็ต้องร้องเพลงทุกเวลาที่มีเลขมงคลปรากฎคือ 00.09 น. 01.09 น. 01.19 น. 01.29 น.
เมื่อเจอเลขมงคลครั้งใดให้หยุดร้องเพลงกันก่อน ถ้ามีท่าฟ้อนรำประกอบแบบท่ามันตัองถอนของปุยฝ้าย มาลัยพร ก็จะได้คำนิยม และโครงการบรรลุผลสำเร็จ
เห็นมันพากันร้องเพลง วันที่ 9 เดือน 9 ปี09 มาแล้ว ได้ผลดีมาก จึงขยายกิจกรรม
ถ้ามันได้ผลและง่ายขนาดนี้
ถ้ามันได้ผลและง่ายขนาดนี้ ก็ร้องมันทุกชั่วโมงทุกวันตลอดไปเลย ดีไม๊ครับ ความคิดลิเกๆแบบนี้ ไม่รู้จะร้องไห้หรือหัวเราะดี ไม่รู้เอาตรรกะมาจากไหน
เป็นการเอาภาษีประชาชนและเงินก
เป็นการเอาภาษีประชาชนและเงินกู้มาถลุง
หาเสียงให้พรรคประชาวิบัติ แข่งกับพรรคเพื่อนเนรวิน
สาทึด เผด็จการเตี้ย วงศ์ตกหนอง..คนเขารู้ทันหมดแล้ว
โครงการแพงเพรียบก็กินกันยังกะเปรตลงยังไม่พอ
เอาอีกแลว....กินจุ๊บกินจิ๊บ กินจุแฮะพรรคประชาวิบัตตตตตตต..
ปร่า เตด ไท้ รวมเลือะเนื้อ
ปร่า เตด ไท้ รวมเลือะเนื้อ ชาดเชื้อไต
เปน ปะซา หลัด ผัดไท ของไททุกส่วน
อยู่ ดะโรง โคง ไว้ ด่าทั้งมวล
ด่วยไทล่วน ม๊าย
ละ สา มัค คี่
ทายนี้ละ สะโหงก
แต่ถึงโล๊ะ ไม่ขาด
เอกราษฎร์ จะไม่ห๊าย คร้าย ข่มขี่
สะหละเลือะ ทุกหยะ เป็น ชาติผี๊ผผผผผผ
ทะเล้อ ปาเท่ ชาดใคร ทะวี๊ หมี่ชาย ..ชายโยวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
............................
การร้องเพลงชาติหาใช่การทำให้ค
การร้องเพลงชาติหาใช่การทำให้คนรักชาติไม่ มันเป็นรูปแบบที่สอนให้เด็กๆให้อยู่ในระเบียบเท่านั้น จริงๆแล้วผมคิดว่าเป็นเรื่องปัญญาอ่อนเท่านั้น ไม่เกี่ยงกันเลย.
-----------------------------
--------------------------------------------
ระบอบทักษิณ…บนความพินาศของประเทศไทย!
---------------------------------------------
ถึงจะถูกประณาม ถูกขับไล่ และรู้ดีว่าไม่อายชั่ว ไม่กลัวบาป หรือเป็นพวกไม่มีหิริโอตตัปปะ แต่ระบอบทักษิณก็จะไม่ยอมออกจากอำนาจโดยดี ยังคงดึงดันดื้อรั้นรักษาอำนาจและจะอยู่ในอำนาจต่อไป
ไม่ว่าประเทศไทยและคนไทยจะฉิบหายวายวอดอย่างไรก็ไม่สนใจทั้งนั้น ขอให้ได้อยู่ในอำนาจอย่างเดียวเท่านั้นเป็นพอ
โดยระบอบทักษิณที่ดำรงอยู่นี้ ประเทศไทยและคนไทยฉิบหายวายวอดอะไรบ้าง?
เราขอสรุปประมวลผลให้เห็นกันชัดๆ เพื่อจะได้หมดสิ้นความลังเลสงสัยและจะได้พร้อมใจกันขับไล่ระบอบทรราชนี้โดยเร็วที่สุด
หนึ่ง ระบอบทักษิณคือระบอบที่พยายามแทนที่ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรง เป็นประมุขที่ชัดเจนที่สุด และสถานการณ์มาถึงขั้นที่ประกาศสงครามกันเต็มตัวแล้ว
ที่ยังใช้เล่ห์เพทุบายทำทีว่ายังจงรักภักดีอยู่นั้นเป็นเพียงมายาภาพเพื่อไม่ให้ประชาชนผู้จงรักภักดีลุกฮือขึ้นต่อต้านเท่านั้น
สอง ประเทศไทยกำลังจะสูญเสียดินแดนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อให้เป็นรัฐกันชน ระหว่างไทยกับสิงคโปร์ ซึ่งเป็นผลิตผลและเป็นฝีไม้ลายมือโดยตรงของรัฐบาลทักษิณ
มันเป็นเรื่องอับอายขายหน้าของประชาชนไทยที่ไม่อาจแบกหน้าไปพบบรรพบุรุษไทย ที่สู้อุตส่าห์สร้างสรรค์ชาติบ้านเมืองให้ตกทอดมาถึงเราท่านในวันนี้
สาม พระพุทธศาสนาถูกทำลายยับเยิน เกิดสังฆเภททั่วสังฆมณฑล เป็นการก่ออนันตริยกรรมที่มีแต่ต้องตกนรกทางเดียวเท่านั้น และกำลังลุกลามไปสู่ศาสนาอิสลามที่สมุนบริวารของระบอบทักษิณกำลังใช้เงิน ซื้อคน ซื้อองค์กรเพื่อใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
สี่ ประชาชนและสังคมไทยแตกแยก แตกความสามัคคีอย่างยับเยิน กลายเป็นสังคมที่เต็มไปด้วยความเครียด ความขัดแย้ง ความมุ่งร้าย และความอาฆาตพยาบาท พร้อมที่จะตกเป็นทาสของต่างชาติทุกเมื่อ
ห้า ประชาชนถูกมอมเมาด้วยยาบ้าทางเศรษฐกิจ คือนโยบายประชานิยมที่สวนทางกับทฤษฎีพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทำคนยากคนจนให้กลายเป็นทาส อยู่ภายใต้อำนาจยาบ้าของลัทธิประชานิยม จนไม่เป็นผู้เป็นคนอีกต่อไป
หก ดินแดนของประเทศไทยถูกจัดสรร ถูกแบ่งขาย หรือให้เช่าแก่ต่างชาติและทุนต่างชาติ ทำให้เอกราชอธิปไตยของประเทศตกอยู่ในมือและถูกครอบงำโดยต่างชาติที่จะมีผล ให้อนาคตของประเทศไทยต้องตกเป็นทาสและเป็นประเทศราชอย่างแน่นอน
เจ็ด ภาคธุรกิจไทยถูกฉกฉวย ฉ้อฉล ปล้นชิง จนแหล่งเงินแหล่งทุนไหลรวมไปอยู่ที่คนเพียงสิบตระกูล โดยมีทุนการเมืองใหญ่เป็นศูนย์ทุนใหญ่แต่เพียงเจ้าเดียวเท่านั้น ในอีกไม่นานนักนายทุนชาติ นายทุนระดับกลางจะสิ้นสลายไป กลายเป็นทาสในเรือนเบี้ยเหมือน ๆ กับประชากรทั่วไปที่ตกเป็นทาสยาบ้าทางเศรษฐกิจ
แปด คุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม ถูกย่ำยียับเยิน กฎหมายมีไว้สำหรับให้คนชั่วหลีกเลี่ยง กฎหมายใช้บังคับเฉพาะกับคนดี ในขณะที่คนชั่วอยู่เหนือกฎหมาย
เก้า เยาวชนไทยถูกมอมเมาให้ลุ่มหลงงมงายอยู่กับความฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย กามารมณ์และอบายมุข เพียงเพื่อไม่ให้สนใจในเรื่องการเมือง
สิบ งบประมาณแผ่นดินและเงินของแผ่นดินถูกปล้นชิงเป็นเงินของส่วนตัว และถูกใช้จ่ายเหมือนเงินส่วนตัวเพื่อประโยชน์ทางการเมือง ในขณะที่นักการเมืองถูกทำให้เป็นทาสภายใต้ระบบพึ่งพายิ่งกว่าสภาพทาสในเรือน เบี้ย
ด้วยสิบประการนี้ประเทศไทยและคนไทยจึงฉิบหายวายวอดโดยลำดับ และจะหนักหนาสาหัสไปเรื่อย ๆ
:D........ขัมมมมมมมมมมม
:D........ขัมมมมมมมมมมม มั่ก
ชอบ
ทางที่ดีประชาไทน่าจะเปิดคอลัม
ทางที่ดีประชาไทน่าจะเปิดคอลัมน์พิเศษให้the Other อย่างเป็นทางการไปเลยดีกว่า แล้วแกจะไปหาอะไรมาแปะ ก็จะได้เต็มที่ไปเลย ใครสนใจก็จะได้หาอ่านได้ครบถ้วนทีเดียว เพราะแกชอบตัดแปะไปทั่วโดยไม่ได้สนใจเลยว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาบทความ,ข่าวหรือไม่
หาที่ทางให้แกได้ตัดแปะอย่างเป็นเรื่องเป็นราวไปเลยดีไหม คนอยากอ่านก็หาง่าย คนไม่อยากอ่านก็จะได้ไม่ต้องรำคาญตา
This is a very IDIOT project
This is a very IDIOT project I ever heard.
I could not believe that this is what one minister can think of. Idiot!
It's the waste of people's tax money and time.
And, moreover, it is very embarrassing to be seen by foreigners - who may think that one Thai minister has NO brain. How was such this person picked up to be minister. He abuses people money and his authority.
I agree with many above that he (Mr Sathit) has dog brain and buffalo wisdom!!!
ความพินาศของประเทศไทยมาจากพวก
ความพินาศของประเทศไทยมาจากพวกเอ้งทั้งนั้นแหละ อย่าแหล แถให้มากไปกว่านี้เลยครับ หลัง 19 ก.ย 49 ที่พวกเอ้งประฎิวัติมามีอะไรดีขึ้นบ้าง ประเทศไทยถอยหลังลงคลองลงเกือบทุกวัน เกือบล่นติดลำดับพม่าไปแล้ว ..ถามชาวโลกดูซิ หรือว่าไม่จริง...!!! ...
แล้วใครกันละที่ทำให้ประเทศไทยพินาศทุกวันนี้ กลับไปคิดดูใหม่ไอ้น้อง!
กรณีที่แกนนำ
กรณีที่แกนนำ นปช.ประกาศสถาปนารัฐไทยใหม่และเปิดโรงเรียนคนเสื้อแดง โดยหวังว่าเมื่อผลิตนักเรียนคนเสื้อแดงได้ 1 ล้านคน จะสามารถทำให้ประเทศนี้เป็นไปตามที่คนเสื้อแดงชี้นั้น ผศ.ทวี ชี้ว่า เหมือนเป็นการคุยโม้โอ้อวดมากกว่า และว่า
ในทางวิชาการแล้ว การจะสร้างกลุ่มใดก็แล้วแต่ขึ้นมาและทำให้กลุ่มเข้มแข็งได้ ต้องอาศัย 4 ปัจจัยหลักๆ
1.ประเด็นในการต่อสู้ หรืออุดมการณ์ทางการเมือง ซึ่งส่วนตัวแล้วคิดว่า การสถาปนารัฐไทยใหม่ของแกนนำ นปช.เป็นเพียงเป้าหมายหลอก ส่วนเป้าหมายหลักคือต้องการให้มีการอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรมากกว่า
2. ผู้นำกลุ่ม ซึ่งต้องมีความโดดเด่นและเข้มแข็ง ซึ่งกลุ่มเสื้อแดงไม่มีอย่างเด่นชัด
3.การจัดองค์กรกลุ่ม ซึ่งตอนแรกคิดว่ากลุ่มเสื้อแดงมีการชุมนุมและจัดองค์กรเป็นอย่างดี แต่เหตุการณ์ความวุ่นวายในการชุมนุมเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ก็สะท้อนแล้วว่าไม่ได้เป็นอย่างที่หลายฝ่ายคิด
4.เงินสนับสนุน ซึ่งกลุ่มเสื้อแดงคงมีเงินสนับสนุน แต่การจัดระบบของการสนับสนุนไม่เป็นระบบ พร้อมเชื่อ การหาสมาชิกเพิ่มของกลุ่มเสื้อแดงต้องมีการจ่ายเงินให้สมาชิก แต่สมาชิกคงไม่ออกมายอมรับว่าได้รับเงิน
ดังนั้นการประกาศสถาปนารัฐไทย ใหม่ หรือการเปิดโรงเรียนคนเสื้อแดงเพื่อหาสมาชิกเพิ่ม จึงไม่น่าจะเป็นอะไรที่มั่นคงแข็งแรง แต่เป็นเพียงการออกโปรเจ็กต์ใหม่มาเพื่อเลี้ยงดูพรรคพวกในหมู่แกนนำมากกว่า
-----------------------------
-----------------------------------------------
ทำไมระบอบทักษิณนิยมจึงพินาศ..เร็วกว่าที่คาดคิด
-----------------------------------------------
๑) สำคัญคุณค่าของเงินตรา..ผิด
เงินเป็นเงื่อนไขสำคัญที่คุณทักษิณใช้โปรยเพื่อแสวงหาอำนาจให้ตัวเองและพวกพ้อง
ดัง นั้นจะเห็นได้ว่า เมื่อประสบปัญหาวิกฤติศรัทธา นายกจะออกมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการเงินอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นมาเสมอ เพื่อสร้างความหวัง ความโลภ ให้กับประชาชนส่วนหนึ่งที่มีสิทธิ์ในการออกเสียงเลือกตั้ง และประชาชนอีกส่วนหนึ่งที่..เป็นนักเลือกตั้ง
ความสำคัญผิดของนายก ทำให้นายกพลาดเป้าหลายครั้ง ก็เพราะ..
๑. ๑..แจกไม่ทั่วถึง เมื่อตั้งเงินให้เป็นเครื่องนำทางแล้ว ก็ต้องเลี้ยงคนที่สนับสนุนตนด้วยเงินตลอดไป วันใด คนเหล่านี้ เงินขาด..เขาก็จะทวงถาม
พวกที่ได้ไปแล้ว แต่ได้ไม่ครบ ก็จะทวงถาม
พวกที่ได้ไปครบ แต่ได้ไม่เท่าคนอื่น ก็จะหาเรื่อง
๑.๒..เงินซื้อจิตวิญญาณของคน(บางคน)ไม่ได้
ใน ประเทศนี้ มีบุคคลหลายประเภทครับที่เงินซื้อพวกเขาไม่ได้ เช่น..คนในสถาบันชั้นสูงสุดของประเทศ..คนดีมีความรู้ที่มีอุดมการณ์แน่วแน่ ..คนที่รู้จักพอเพียง(แล้ว)..สื่อมวลชนบางแขนง..และ คนที่อยู่ในระหว่างศึกษาหาความรู้
ผมจะอธิบายในรายละเอียดนะครับ คนในสถาบันชั้นสูงสุด นอกจากพระบรมศานุวงส์แล้วยังหมายความรวมถึงคณะบุคคลที่ทำหน้าที่ผู้แทน พระองค์ด้วย
ความสำคัญของการดำรงอยู่ของชาติและสถาบันที่เคารพของคนในชาติ อยู่เหนือเงื่อนไขทางการเงินจะซื้อหาได้
คน ดีมีความรู้มีอุดมการณ์..บุคคลเหล่านี้มีชื่อเสียงในสังคมการเมืองเศรษฐกิจ และสังคม เป็นที่ยอมรับนับถือของประชาชนทั่วไป เช่น..ผู้พิพากษาบางท่าน..ราษฎรอาวุโส..นักวิชาการเกียรติคุณ..และนัก เคลื่อนไหวทางการเมืองที่ยึดถืออุดมการณ์เป็นหลักใหญ่ พวกนี้EGO สูงเกินกว่าจะยอมรับข้อเสนอทางการเงินเพื่อล้มอุดมการณ์ตัวเอง
คนที่ รู้จักพอเพียง(แล้ว) คนพวกนี้มีอันจะกิน เงินกลายเป็นเรื่องรอง ข้อต่อรองที่เขาอยากได้ คือ รักษาชื่อเสียงและเกียรติยศสืบไป ตายก็มีคนร้องไห้ให้ ไม่ใช่ถ่มน้ำลายรดน้ำศพ คนพวกนี้แม้จะมีอันจะกินแล้ว แต่ไม่ใช่คนรวยล้นฟ้าแน่นอน เพราะความพอเพียงกำหนดให้ชีวิตเป็นเช่นนั้น
สื่อมวลชนบางแขนง..ส่วนใหญ่มักจะเป็นหนังสือพิมพ์ เนื่องจากดำเนินการอิสระ โดยเอกชน ไม่ต้องพึ่งพาสัมปทานหรือคลื่นความถี่จากภาครัฐ
คน ที่ทำหน้าที่สื่อมวลชนมีอุดมการณ์ทุกคนครับ เพราะยึดปฏิญาณสากลโลกที่เป็นฐานันดรหนึ่งในสังคม และมักจะเป็นผู้ที่อ่อนไหวง่ายต่อการถูกรังแก กดขี่จากผู้บริหารประเทศ เนื่องจากมิได้รับเงินรายได้หลักจากผู้บริหารประเทศ แต่รับรายได้จากยอดจำหน่ายและค่าโฆษณา เงินใต้โต๊ะที่นักการเมืองเอามายัดให้จึงไม่อาจซื้ออุดมการณ์ของคนกลุ่มนี้ ได้ยั่งยืนเท่ากับประชาชน
พูดง่ายๆ ว่า เขายึดประชาชนเป็นหลัก เพราะกินได้นาน แต่นักการเมืองจ่ายเดี๋ยวเดียว หมดอำนาจก็ไม่จ่ายแล้ว
ผู้ ที่อยู่ในระหว่างการศึกษาหาความรู้ คนเหล่านี้เป็นพลังบริสุทธิ์ที่เงินยังเข้าไม่ถึงพวกเขา การเมือง และตำแหน่งหน้าที่การงาน ยังโน้มน้าวอะไรไม่ได้ เนื่องจากยังอยู่ในวัยศึกษาหาความรู้
น่ากลัวตรงที่ ยิ่งเรียนยิ่งรู้มาก ยิ่งรู้มากยิ่งเอามาเปรียบเทียบกับระบอบทักษิณนิยม ยิ่งเปรียบเทียบก็จะยิ่งเห็นความเลวร้าย
คน กลุ่มนี้เป็นพลังบริสุทธิ์ แต่แข็งแกร่งและรุนแรงกว่าคนทุกกลุ่ม เพราะอุดมการณ์ยังแรงกล้า อยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้สังคมด้วยมือตัวเอง
ดัง นั้น ข้อผิดพลาดข้อแรกของนายกทักษิณก็คือ ประเมินอำนาจของเงินตราผิด หรืออาจไม่ได้ประเมินผิด แต่อำนาจเงินมันถูกจำกัดให้ทำได้แค่นั้น และคนที่เงินเข้าไม่ถึงเหล่านี้ ก็กลับเป็น ผู้นำในการต่อต้านอำนาจอันมิชอบของรัฐบาลด้วยสิ
เงินเจ็ดหมื่นล้าน บาท อาจมากมายมหาศาลเมื่ออยู่ในประเทศนี้เท่านั้น แต่หนทางที่จะนำไปใช้ในต่างประเทศอาจเหลือค่าไม่ถึงครึ่งเดียว หรือ อาจเหลือไม่ถึงหมื่นล้านด้วยซ้ำไป เพราะต้องจ่ายค่าเบี้ยบ้ายรายทางแพงมาก
ดัง นั้น อย่าประเมินค่าของเงินผิดนะครับ บางทีการยอมจ่ายให้ปรเทศสัก ๒ หมื่นล้านเพื่อหาทางออกให้ตัวเอง อาจยังเหลือ ๕ หมื่นล้านบาท
น่าจะคุ้มกว่านะ
๒) มีคนดีน้อย แต่ คนถ่อยเยอะ
อันนี้ต้องกลับไปตั้งแต่ยุคแรกของพรรค ไทยรักไทย ที่ใช้วิธีระดมพลเข้าพรรคแบบ "ดูด" คือ ไม่ได้สนใจว่า นักการเมืองที่จะดูดเข้ามามีแนวคิด อุดมการณ์ตรงกับของพรรคหรือไม่ แต่ต้องการดูดเอาปริมาณมากเข้าไว้ เพราะเชื่อว่า เงินจะทำให้คนเหล่านี้สยบอยู่ใต้ฝ่าเท้าตลอดไป
นายกทักษิณรู้เรื่อง การเมืองดีตั้งแต่อยู่พรรคพลังธรรม รู้ว่า ในบรรดานักการเมืองในประเทศไทย ใครดูดได้มั่ง ใครเห็นแก่เงิน ใครมั่นคงในอุดมการณ์
เมื่อเครื่องดูดฝุ่นเริ่มทำงาน ท่านดูดคนที่เห็นแก่เงินมาก่อน เพราะดูดง่าย เห็นเงินตาลุก รีบกระโดดใส่
แนวคิดของนายกทักษิณ คือ ต้องมีฐานของพรรคส่วนหนึ่งที่ ยอมให้คนที่เก่งกว่า มีเงินมากกว่าเหยียบบ่าตัวเองขึ้นไปยืนข้างบน
คน เหล่านี้ เกิดมาเพื่อเป็นสมุน เป็นทาสการเงินตลอดชีวิต ดังนั้น ถ้ามีฐานของคนเหล่านี้อยู่ในพรรค สามารถใช้เงินสั่งซ้ายหัน ขวาหันได้ทุกเมื่อ
คนเหล่านี้เข้ามาเต็มพรรคไปหมด เพราะการเมืองไทย ก็มีคนไร้คุณภาพเหล่านี้แหละครับที่ทำให้บ้านเมืองเจริญยากมาจนทุกวันนี้
ผมขอเรียกคนเหล่านี้ว่า "คนถ่อย" นะครับ
ทุกวันนี้ คนถ่อยเหล่านี้เริ่มออกฤทธิ์ออกเดช ซึ่งเราก็คงได้เห็นฤทธิ์เดชของคนเหล่านี้แล้วในรอบห้าปีที่ผ่านมา ตัวอย่างเช่น..
๑/ จับกลุ่มก้อนในพรรค เพื่อให้กลุ่มตนมีอำนาจต่อรองกับนายก
๒/ นายกทำชั่ว ทำผิดเพียงไหนก็พร้อมจะออกมาปกป้อง การออกมาปกป้องโดยที่ตัวเองไม่ได้มีต้นทุนทางสังคม และความรู้ความสามารถเพียงพอที่จะอธิบายนี่แหละครับ ทำให้..สังคมคลางแคลงใจ บางคนอาจเบือนหน้าหนีไปจากนายกเลย
ยิ่งอธิบายก็ยิ่งเข้าตัวนายก ทำให้สถานการณ์ของนายกแย่ลงไปกว่าเดิมเสียอีก
เห็นชัดๆ ก็กรณี..นายศิธา นายสมัคร นายยงยุทธ ทีมงานรองโฆษก เป็นอาทิ
หรือแม้แต่ในเวปบอร์ดแห่งนี้ก็ตาม ภาษา กิริยาวาจา และคำแก้ตัว
ออก มาเคลื่อนไหวเพื่อนายกทีไร พาลให้สังคมชิงชังนายกมากขึ้นทุกที (ป่านนี้ก็คงไม่รู้ตัว คิดว่า นั่นคือ ผลงาน ถ้าไม่ออกมานายกจะแย่กว่านี้)
ไม่ใช่นายกไม่หนักใจนะครับ ท่านเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร คนอยากสร้างผลงานเข้าตา ยอมพลีกายเพื่อท่าน แล้วจะให้ท่านตอกกลับอย่างไร
นี่ล่าสุด กรณีนายสมัครออกมาตำหนิองคมนตรีก้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ทำคุณเป็นโทษอย่างรุนแรง
นับ ตั้งแต่ในหลวงองค์ปัจจุบันขึ้นครองราชย์(๖๐ปีในปีนี้) ยังไม่เคยมี ใครหน้าไหน กล้าตำหนิการกระทำขององคมนตรี มาก่อนเลย (บังอาจมาก)
ตอนนี้ทำท่าจะกู่ไม่กลับแล้วครับ เพราะทหารออกมาเคลื่อนไหวให้แสดงความรับผิดชอบแล้ว
สิ่งหนึ่งที่นายกควบคุมพวกเหล่านี้ให้ทำงานให้นายกได้ คือ เงินตรา
แต่สิ่งหนึ่งที่นายกควบคุมพวกเหล่านี้ไม่ได้เลย คือ ปากพล่อย
๓) ปากพล่อย
ไม่ได้คิดจะไม่สุภาพนะครับ แต่คำอื่นๆ ที่เกี่ยวกับอาการ..ปากจัด..ปากไว..ปากพาจน..ทำให้เรื่องลุกลามใหญ่โตด้วยลม ปาก..และ..แกว่งปากหาเสี้ยนเอง ของท่านนายกรัฐมนตรี
ก็ไม่มีคำไหนอธิบายปรากฏการณ์เหล่านั้นได้ดีเท่ากับคำว่า "ปากพล่อย" เพราะมันคลุมได้หมด
อย่า สับสนกับคำว่า "พูดโกหก" นะครับ เพราะปากพล่อยจะหมายถึงการพรั่งพรูคำพูดออกมาอย่างไร้การยั้งคิด ต่างกับการพูดโกหก ที่ต้องมีการไตร่ตรองเอาไว้ก่อนแล้วว่า จะบิดเบือนความจริงอย่างไร
วันนี้เอาประเด็นปากพล่อยอย่างเดียวเลยนะครับว่า มันเชื่อมโยงอย่างไรกับความพินาศของระบอบทักษิณนิยม
ตัวอย่างแรก..โจรกระจอก
ที่ ท่านนำมาดูแคลนขบวนการที่ยังไม่เป็นขบวนการอะไร แต่มากลายเป็นขบวนการก่อการร้ายที่ภาคใต้ในเวลาต่อมา ก็เพราะคำว่า "เหลือแต่โจรกระจอก" ในคราที่รัฐบาลสั่งยุบหน่วยงาน ศอบต.โดยให้เหตุผลว่า ไม่มีความจำเป็นต้องมีศูนย์ประสานงานด้านข่าวสารและความเคลื่อนไหวของกลุ่ม ผู้ก่อความไม่สงบในภาคใต้แล้ว เพราะไม่มีโจรก่อการร้ายแล้ว เป็นเหตุให้ผอ.ศอบต.ขณะนั้น คือ นายพลากร สุวรรณรัฐ ต้องออกจากตำแหน่งไป และในหลวงโปรดเกล้าฯ ทันทีให้รับตำแหน่งองคมนตรี
ปากเป็นพิษไหมล่ะ!! เพราะกำลังเป็นชนวนเหตุสองประการให้เกิดผลกระทบสำคัญในบัดดล คือ..
ประการ แรก..คาดไม่ถึงว่า จะกลายเป็นประเด็นที่ทำให้เห็นภาพความขัดแย้ง(ในสายตาชาวบ้าน) ระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์ และ ผู้นำทางการเมือง เพราะเท่ากับรับประกันความดี ความซื่อสัตย์ จงรักภักดีของคนๆ หนึ่งให้สังคมรับทราบว่า เขาผู้นั้น..มิได้มีความผิด (ภาพแรกก่อนหน้านี้ กรณี นพ.เกษม วัฒนไชย อดีตรัฐมนตรีช่วย ศึกษาธิการในคณะรัฐบาลทักษิณ๑ ลาออกเพราะแรงบีบคั้นทางการเมือง พระองค์ท่านก็โปรดเกล้าฯ ในทันที) ผมจะขยายความปมความขัดแย้งนี้ในตอนต่อๆ ไปนะครับ แต่วันนี้รับทราบเพียงเรื่องของ โอษฐพิษของท่านนายกตามหัวข้อไปก่อน
ประการ ที่สอง..ก่อให้เกิดความไม่พอใจในกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง ความจริงแล้ว กระแสเกลียดนายกของชาวมุสลิมคุกรุ่นมาก่อนหน้านี้แล้ว นับตั้งแต่..สงครามสหรัฐ-ตาลีบาน ที่ทางการไทยแสดงท่าทีเข้าข้างรัฐบาลสหรัฐ และชัดเจนยิ่งกว่านั้น เมื่อไทยส่งทหารส่วนหนึ่งไปประจำการที่อิรักตามคำขอของสหรัฐ แต่ก็เป็นแค่การเกลียดทักษิณ ไม่ได้เกลียดประเทศไทย
มีการปลุกระดม จากอุสตาสจริงให้ต่อต้านการกระทำของรัฐบาล แต่ก็เป็นช่วยเริ่มต้นที่สามารถดับไฟแต่ต้นลมได้ เพราะอยู่ในช่วงการเกณฑ์สมัครพรรคพวก พอมาถูกปรามาสว่า เป็นได้แค่ "โจรกระจอก" และศูนย์ประสานงานด้านการข่าวอย่างศอบต.ถูกยุบทิ้ง ก็ทำให้ขบวนการก่อการร้าย"จุดติด" ขึ้นมาโดยง่าย โดยอาศัยอารมณ์ไม่พอใจของเยาวชนมุสลิมต่อคำพูดท้าทายของท่านนายกนี่แหละ
ส่วน เรื่องแบ่งแยกดินแดนถูกเติมเข้ามาผสมโรงในเวลาต่อมาเมื่อเห็นว่า ชิงความได้เปรียบได้แล้ว พ่วงประเด็นประวัติศาสตร์ที่ถูกกดขี่ข่มเหงเข้ามาด้วย (เดิมเป็นประเด็นรอง) ให้เกิดความรู้สึกต่อต้านความเป็นไทย ทุกอย่างนี้เกิดขึ้นรวดเดียวในสมัยรัฐบาลทักษิณนี่แหละครับ
หลายคนอาจแย้งว่า ปัญหาขบวนการโจรก่อการร้ายมีมานานแล้วตั้งแต่รัฐบาลก่อนหน้า ทักษิณมารับเคราะห์..
ซึ่ง ก็เป็นความจริงครับ ไม่เถียง แต่เป็นแค่ไฟสุมทรวง ไม่มีขบวนการที่จัดตั้งและมีศักยภาพเท่าสมัยรัฐบาลทักษิณมาก่อน เยาวชนที่ก่อการเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่เพิ่งมาฝึกปรือยุทธการในรัฐบาลนี้ ไม่ใช่เคลื่อนไหวมานานนมแล้ว ส่วนหัวรุนแรงรุ่นเก่า ทำหน้าทีได้แค่วางแผนแต่ไร้กลไกขับเคลื่อน
เป็นเพราะนายกทักษิณและ คณะประมาทปากฏการณ์ "อิสลามิกวัฒน์" ผิดไปโดยสิ้นเชิง (ขอโทษที่บัญญัติศัพท์นี้ขึ้นมา แต่เป็นความจริงที่เกิดขึ้นบนโลกนี้) วิสัยทัศน์กว้างไกลแต่โลกของวัตถุ แต่ไม่ประสีประสากับโลกของอารมณ์และความรู้สึกนึกคิด
อิสลามิกวัฒน์ นี้เป็นผลพวงมาจากความสำเร็จในการก่อการร้ายของนายบินลาเดน กับ พรรคพวกในเหตุการณ์ วันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๔๔ ซึ่งตรงกับรัฐบาลทักษิณสมัยแรกพอดี
การณ์ครั้งนั้นทำให้เกิดความตื่นตัว ในโลกมุสลิมหัวรุนแรง เป็นการยกระดับการก่อการร้ายให้ขึ้นมาอยู่ในระดับการยอมรับของโลกมุสลิม ก่อให้เกิดขบวนการทำลายล้างผลประโยชน์ของสหรัฐและพันธมิตรในทุกภูมิภาคทั่ว โลก
ทำไมตรงนี้ไม่สำนึกและระแวดระวังล่ะครับ?
มุสลิมในไทยก็ อาศัยความตื่นตัวนี้แหละครับ ติดต่อขอความช่วยเหลือเรื่องกำลังเงินและยุทธวิธีจากองค์กรใต้ดินของโลก ที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้านในละแวกนี้ (อินโด) การตอบรับก็ชัดเจนแล้ว จากปากคำของผู้ร่วมขบวนการ การจับกุมนายฺฮัมบาลีที่กรุงเทพ (แล้วส่งต่อให้ทางการสหรัฐ) ว่าองค์กรมุสลิมใต้ดิน (เจไอ) เขาตอบรับหรือไม่
ถ้าให้ความเป็นธรรม กับท่านนายก ก็ต้องบอกว่า ขบวนการก่อการร้ายในประเทศไทยก่อร่างสร้างตัวมาตั้งแต่สมัยก่อนท่านเข้ามา รับตำแหน่ง.. แต่มาบ่มเพาะเติบโตเป็นล่ำเป็นสันในสมัยท่านเป็นนายก และเหิมเกริมสูงสุดมาจากการกระทำ และลมปากของท่านเอง
ตัวอย่างที่สอง..
การหายตัวไปของทนายสมชาย ทนายของชาวมุสลิมที่ถูกกล่าวหาว่าก่อการร้าย
การ ข่าวของท่านนายกเป็นง่อยหรือเปล่ามิทราบ ที่ทนายสมชายหายตัวไปอย่างไรท่านจึงไม่รู้สาเหตุ ทั้งๆ ที่สื่อมวลชน และประชาชนในภาคใต้ลือกันหนาหูมากว่า "ถูกอุ้ม" โดยคนของทางการ
แทนที่จะทำให้ข่าวลือนี้สงบลงด้วยการสั่งสอบสวนอย่างเฉียบขาด ท่านกลับบอกว่า "ทะเลาะกับเมีย เดี๋ยวก็กลับ"
คำพูดนี้แหละครับที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงอย่างที่ชาวมุสลิมยอมรับกันไม่ได้ (ทั้งโลก)
และ ทำให้ การตีข่าวรัฐบาลไม่จริงใจ.. รังแกชาวมุสลิม.. โหดร้ายและเข่นฆ่าชาวมุสลิม ถูกปลุกกระแสขึ้นและคนหลงเชื่อมากขึ้นยอมเข้าร่วมขบวนการก่อการร้าย เพื่อตีโต้ การกระทำอันโหดร้ายของภาครัฐ
ผมเชื่อแน่ ๑๐๐๐% ว่า นายกรู้ว่าอะไรเกิดขึ้นกับทนายสมชายมาตั้งแต่ต้น การไขสือของท่านหลอกประชาชนได้ไม่นานหรอกครับ และพอเรื่องเลยเถิดไปสู่องค์กรสิทธิมนุษยชน และองค์กรชาวมุสลิมของโลก มันก็บานปลายกลายเป็นปัญหาร้ายแรงระหว่างคนสองศาสนาไป
กว่าท่านจะ ออกมายอมรับว่า ทนายสมชายได้ตายไปแล้ว ก็หลังเหตุการณ์ผ่านไปแล้วสองปี ทำไมถึงยอมรับล่ะครับ พบศพหรือ? คนที่ฆ่าสารภาพแล้วหรือ? เปล่าทั้งเพ
ไม่ มีหลักฐานชัดเจนทั้งการพบศพ และคำสารภาพจากปากของผู้ต้องหา แต่..นายกทราบและยืนยันได้ มันก็แปลกนะครับ ด็อกเตอร์อาชญวิทยาไหงมาตกมาตายจากลมปากได้เนี่ย
ครั้นพอผู้สื่อข่าวถามว่า ท่านรู้ได้อย่างไร? ท่านก้ไม่ตอบเสียแล้ว แสดงว่าตอนนั้น "หลุดปาก" มาโดยไม่ตั้งใจหรือเปล่า?
ตัวอย่างที่สาม..
"แม่..ม" กับ "ช่างแม่.มเต๊อะ"
ทั้ง สองกรณีที่หลุดออกมา สามารถนำมาประกอบการพิจารณาความไม่เหมาะสมของจริยธรรมของท่านผู้นำประเทศได้ เลยนะครับ มีทั้งภาพและเสียงออกอากาศ เอาไปเปิดที่ไหน เมื่อไร ท่านโดนข้อหานี้ทันที และท่านปฏิเสธไม่ได้ด้วย ไม่ว่าจะบอกว่า ตั้งใจหรือไม่ก็ตาม
การดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศ หลุดคำ ผรุสวาท ผ่านสื่อมวลชนไม่ได้เด็ดขาด แต่..ท่านนี่แหละเป็นผู้นำคนแรกของไทยที่ด่าพ่อล่อแม่ประชาชน!!
อย่าง ไรก็ตาม นี่ก็ยังไม่ใช่ประเด็นหลักที่นำไปสู่การถอดถอน เพราะมันเป็นประเด็นเล้กเกินไป แต่อย่าลืมนะครับ สิ่งเหล่านี้มันสะสมอยู่ในใจของคนที่ไม่พอใจรัฐบาล และคนที่วางตัวเฉยๆ รอดูสถานการณ์มาตลอดได้
ตัวอย่างที่สี่..
"จังหวัดไหนให้ความไว้วางใจเรายกจังหวัด เราจะดูแลเป็นพิเศษ จัดงบประมาณให้ก่อน"
ประโยคอมตะที่จะต้องจารึกกันไปอีกนานตราบเท่าที่นายกทักษิณยังมีชีวิตอยู่เลยครับ
ความ จริงก่อนหน้านั้น ตอนที่หาเสียงเลือกตั้งทั่วไป ท่านนายกก็เคยหลุดคำกล่าวหาเสียงทำนองนี้มาครั้งหนึ่งแล้วที่เชียงใหม่ (หรือเชียงรายไม่แน่ใจ) ว่า "ถ้าเลือกคนของเรายกจังหวัด ผมจะจัดงบประมาณพิเศษมาให้.."
ถ้ากกต. ไม่ใช่ย่อมาจาก "กรรมการตาถั่ว" ท่านต้องถูกใบแดงตั้งแต่หนนั้นแล้ว เพราะเป็นสัญญาประชาคมที่มีหลักฐาน น่าเสียดาย กกต.ชุดนี้ ก็เป็นชุดประวัติศาสตร์เหมือนกับรัฐบาลชุดประวัติศาสตร์ เมื่อ ประวัติศาสตร์มาเจอกับประวัติศาสตร์ ก็เลยกลายเป็น "ดับเบิลสแตนดาร์ดของประวัติศาสตร์" คือ มีมาตรฐานสองอย่าง อย่งหนึ่งใช้กับนายก อีกอย่างใช้กับนักเลือกตั้งทั่วไป
ความปากพล่อย นี่แหละครับ ที่นำไปสู่ความไม่พอใจในวงกว้าง โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ที่ไม่มีสส.ไทยรักไทยอยู่เลย ใครฟังก็ต้องเจ็บแค้นหัวใจมากกว่าที่จะมาคิดว่า "รู้งี้เลือกไทยรักไทยก็ดีอ่ะ"
โดยเฉพาะเหล่าคณาจารย์และกลุ่มที่มี อิทธิพลต่อสังคม ที่จับตามองอากัปกริยาของนายกมาตั้งแต่เริ่มต้นเข้ามาบริหารประเทศแล้ว ค่อยๆ สั่งสมความไม่พอใจทีละนิดๆ ๆ ไปเรื่อยๆ มานานแล้ว
คำพูดของ ท่านในครานี้ ส่งหลักฐานชัดเจนมากในเรื่องของจริยธรรม คุณธรรม ของผู้นำประเทศ และเฉพาะประเด็นนี้อีกเช่นกัน สามารถเอาผิด ดำเนินการถอดถอนท่านนายกรัฐมนตรีได้ทันทีโดยผ่านมาตรา ๓๐๓-๓๐๔ ในรัฐธรรมนูญ
แต่ก็ยังมีการให้โอกาสท่านนายกเสมอมา แต่เก็บความไม่พอใจที่รอวันปะทุออกเอาไว้ มาระเบิดตอนขายหุ้นชินคอร์ปให้สิงคโปร์นี่แหละครับ
ชนวน ระเบิดทุกสาขาอาชีพที่สนใจการเมืองและมีสติปัญญาในการวิเคราะห์หาเหตุผล ต่าง"จุดติด" พร้อมๆ กัน และนำไปสู่ความพินาศของท่านในวันนี้
ตัวอย่างที่๕..
"ถ้าจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วเสียงไม่พอ ผมจะให้คนของพรรคไปร่วมลงชื่อให้"
คำพูดอวดดีทำนองนี้ วันนี้ ได้พิสูจน์แล้วครับว่า..พูดพล่อยๆ ไปงั้นเอง ไม่คิดว่า "จะมาขอจริงๆ นี่หว่า" ใช่ไหมครับ
ท่าน รู้หรือไม่ว่า กาลเวลากำลังพิสูจน์ตัวท่านเองจากคำพูดเช่นนี้เพราะตอนนี้ฝ่ายค้านกำลัง เรียกร้องสิ่งที่ท่านเคยรับปากอยู่ และถ้าท่านให้เสียงที่ขาดไปไม่ได้ ก็แสดงให้เห็นว่า ท่านปากเสียอีกแล้ว พูดเพื่อเอามัน พูดเพื่อเรียกเสียงฮือฮาว่า ข้าแน่ สปอร์ตแมน
.....
ถ้าไม่พูดอะไร ก็ไม่มีใครรู้ว่าท่านคิดอะไรอยู่
แต่ พอพูดอะไรออกมา ก็ทำให้คนไทยทั้งหลายทั้งปวงรู้สิ่งที่อยู่ในใจของท่านมาตลอด บางคนจับเอาคำพูดเหล่านั้นไปขยายความคิดอ่านของท่านในเรื่องราวอื่นๆ อีกจำนวนมาก *ทั้งที่จริงและไม่จริง* *ทั้งทีดีและไม่ดี* แต่ดั๊น..เรื่องไม่ดีไม่จริง ก็กลับมีคนเชื่อในทันทีมากกว่าเรื่องดีๆ เสียอีก
นี่แหละครับ ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดของคนปากเสีย
จอมโกหก หลอกลวง
เมื่อวานเราคุยกันเฉพาะเรื่องปากพล่อย คือ สักแต่พูด พูดแล้วไม่รับผิดชอบ แต่วันนี้ เราจะมาพูดเรื่องการโกหกและการหลอกลวง
สองคำนี้ไม่เหมือนกันนะครับ
โกหก..คือ การพูดเท็จโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
หลอกลวง..คือ การต้มตุ๋นให้หลงเชื่อ การปกปิดไม่พูดความจริงออกมาให้หมดก็ถือว่า ไม่ได้โกหก แต่ตั้งใจหลอกลวง
การโกหกอาจเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ที่ไม่ได้ยึดศีลธรรมเป็นหลักในการดำเนินชีวิต
ชาวบ้านธรรมดาโกหก เราเรียกว่า คนปลิ้นปล้อน
นักธุรกิจโกหก เราถือว่า เป็นส่วนหนึ่งของการค้าขายเพื่อหากำไร
แต่ นายกรัฐมนตรีโกหก..ถือว่า ขาดจริยธรรม ขาดคุณธรรมในการบริหารราชการแผ่นดิน
ชาวบ้านธรรมดาหลอกลวง อาจต้องติดคุก ถ้าทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย
นัก ธุรกิจหลอกลวง ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะธรรมเนียมการค้าบ้านเรา ไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องบอกความจริง ที่ไม่ปกติ คือ หลอกลวงแบบผิดสังเกต ก็ต้องติดคุกเหมือนกัน
นายกรัฐมนตรีหลอกลวงประชาชน ถ้าประชาชนรู้ทัน ก็ต้องไล่ออกไป น่าเสียดายว่า มีคนรู้ไม่เท่าทันเสียมากกว่าคนรู้ทัน ท่านจึงยังอยู่ได้ในทุกวันนี้
มาดูกันนะครับว่า ท่านโกหกหลอกลวงประชาชนอย่างไร จึงทำให้ระบอบทักษิณนิยมพินาศ..เร็วกว่าที่คาด
๑/ โกหกเรื่องการซุกหุ้นภาคแรก ต่อ ปปช. ศาลรัฐธรรมนูญ และประชาชนทั้งประเทศ
นายกบอกปัดไม่รู้เรื่องที่หุ้นของครอบครัวที่ไปซุกอยู่ในชื่อของคนขับรถ คนใช้ รปภ.ได้อย่างไร เป็นจำนวนรวมกันเป็นพันล้านบาท
ทำให้ขณะที่แจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกก.ปปช.แจ้งตัวเลขผิดไป
ท่านอ้างปล่อยให้เลขาส่วนตัวคุณหญิงทำหน้าที่แทน เลยไม่ทราบ
ท่านอาจไม่รู้จริงๆ ก็ได้ ณ เวลาหนึ่งเวลาใด ตนเองถือครองทรัพย์สินไว้เท่าไร เพราะทรัพย์สินมีมากมหาศาล พอรับฟังได้ ในเวลาปกติ
แต่..
ณ เวลาที่ต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อทางราชการและปปช.ตามกฎหมาย ท่านต้องเอาใจใส่ ตรวจนับ และ ตรวจตราทรัพย์สินทั้งหมด ว่าเป็นของท่านและครอบครัวของท่านหรือเปล่า
ตรงนี้..เจ้าของทรัพย์ ต้องรับผิดชอบเอง จะไปโบ้ยให้คนอื่นรับผิดชอบไม่ได้ เพราะท่านเป็นคนลงนามกำกับว่า ทรัพย์สินเหล่านี้มีอยู่จริง ไม่ใช่เลขาคุณหญิง ไม่ใช่คนรับใช้มาลงชื่อแทนท่าน เอกสารที่มีความสำคัญมากๆ เช่นนี้ ขาดการตรวจสอบจากท่านก่อนลงชื่อได้อย่างไร?
หากจำนวนเงินนับพันๆล้านที่แจ้งไม่ครบนี้ เป็นคุณสมบัติที่ท่านละเลยโดย บกพร่องโดยสุจริต แล้วล่ะก้อ..
จะให้ประชาชนเชื่อถือได้อย่างไรว่า ทุกครั้งที่ท่านลงนามในฐานะตัวแทนของประเทศชาติและประชาชน ท่านจะไม่กระทำการบกพร่องโดยสุจริตอีก
๒/ ภารกิจด่วนมากที่อินเดีย
ท่าน ใช้โอกาสในการเป็นนายกรัฐมนตรี บินด่วนไปอินเดียด้วยเงินภาษีของประชาชนด้วยภารกิจลับฉุกเฉินที่ท่านจนป่าน นี้ก็ไม่ยอมเปิดเผย ทั้งๆ ที่ไม่มีกำหนดการเดินทาง
ท่านไม่ตอบตรงๆ อ้าง.."เป็นเรื่องที่ไม่สามารถพูดได้ เกี่ยวกับความมั่นคงในภูมิภาค"
ความมั่นคงในภูมิภาค หรือ ความมั่นคงในสัญญาดาวเทียมครับ??? แค่สงสัยนะ เพราะจนป่านนี้ท่านก็ยังปิดบังอยู่
ความมั่นคงในภูมิภาคอะไรกันครับไปประชุมที่อินเดีย? เป็นการประชุมนอกวาระ? ไม่มีประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคไปประชุมด้วยเลย?
๓/ โกหกว่า ท่านและลูกสาวไม่รู้ไม่เห็นเรื่องข้อสอบรั่ว เป็นการแกล้งเด็ก อย่าทำร้ายเด็ก มีอะไรมาลงที่ท่านเถิด หลั่งน้ำตาสะอื้น
เรารังแกลูกของท่าน หรือ ลูกของท่านรังแกลูกคนอื่นกันแน่?
ท่านไม่รู้จริงๆ หรือครับ?
นาย วรเดช เลขาธิการ กอ. ยอมรับเป็นคนเปิดดูข้อสอบจริง แต่เป็นการตรวจหาคำผิด ที่ผ่านมาพิมพ์ผิดกันมาก ราชการต้องเสียเงินพิมพ์ใหม่ถึง ๖ แสนบาท
หรือ นายวรเดช ไม่รู้ว่า ข้อสอบที่ท่านแกะดูนั้น ตรงกับวิชาที่น้องอุ๊งอิ๊งจะสอบ?
หรือไม่รู้ว่า ข้อสอบนั้น ได้ผ่านการตรวจทานคำผิดมาก่อนหน้านี้แล้วจากคณะกรรมการชุดอื่น?
หรือ ไม่รู้ว่า การเปิดซองข้อสอบออกดู ต้องมีหลักเกณฑ์อย่างไร ต้องมีใครร่วมเป็นสักขีพยานบ้าง เพราะระบบถูกกำหนดไม่ให้ใครเปิดดูโดยพลการได้แม้แต่*นายกรัฐมนตรี* นี่จึงทำให้การเอ็นทรานซ์ได้รับความเชื่อถือมาตั้งแต่ นายกรัฐมนตรียังเป็นเด็กมัธยม ที่เขากำหนดหลักเกณฑ์ไว้เช่นนั้นก็เพื่อป้องกันข้อสอบรั่ว
หรือไม่ รู้ว่า ถึงจะตรวจพบคำผิดก็ไม่อาจพิมพ์ใหม่ได้ทันแล้ว เพราะกำหนดการสอบที่จะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า มัน..เลื่อนออกไปไม่ได้?
จะ อ้างอย่างไรก็ได้ครับ แต่ประชาชนที่รู้ทันก็ไม่จำเป็นต้องเชื่อคำกล่าวอ้างของนายกและลูกสมุน และเขาไม่เชื่อก็ไม่ได้มาจากอิจฉาลูกของท่าน ต้องการใส่ร้ายลูกของท่านนะครับ
๔/ โกหกครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต คือ โกหกว่า ไม่รู้เรื่องการขายหุ้นชินคอร์ปให้สิงคโปร์
โกหกแรกก่อนปีใหม่..บอกว่า ไม่ทราบข่าวเรื่องนี้ ให้ไปถามลูกๆ
โกหก ครั้งที่สองหลังปีใหม่ บอกว่า ไปพักผ่อนที่สิงคโปร์มา เรื่องหุ้นชิน ไม่รู้ ไม่เกี่ยวเลย ไม่ได้ไปพบปะใครเลยอยู่แต่ในโรงแรมกับไปห้างสรรพสินค้า
ท่านไม่ได้ไปพบปะเขา แต่เขามาพบปะท่านที่โรงแรมก็ได้ใช่ไหมครับ?
สิงคโปร์ ไม่มีอะไรให้ช้อปปิ้งหรอกครับ ของแบรนด์เนมก็แพงกว่าที่เมืองไทยเสียอีก เพราะค่าเงินสิงคโปร์แพงที่สุดในภูมิภาคนี้แล้ว สิงคโปร์ไม่มีสินค้าพื้นเมือง นวัตกรรมใหม่ๆ ของโลกให้นักท่องเที่ยวช้อปหรอกครับ คนที่ไปมาแล้วยืนยันได้ว่า สิงคโปร์ผันตัวเองจากพ่อค้าปลีกเป็นพ่อค้าส่งขายแต่ระบบนานเป็นสิบปีแล้ว
เขาว่ากันว่า..ท่านและครอบครัวไปเพื่อปิดดีลประวัติศาสตร์ครั้งนี้ที่นั่น....ใช่ไหมครับ??
โกหกครั้งที่สามหลังจากขายหุ้นไปแล้ว..ท่านบอกว่า ลูกๆ ประชุมกันเองแล้วตกลงขายก็ขาย พ่อจะได้เล่นการเมืองอย่างสบายใจได้
ตกลง ว่า ลูกๆ สามคนกำหนดชะตาชีวิตอาณาจักรชินคอร์ปที่พ่อแม่ร่วมกันสร้างตั้งแต่ศูนย์ จนมีมูลค่ากว่า ๗ หมื่นล้านบาท ตามลำพังพี่น้อง ซึ่งคนหนึ่งอายุ ๒๗ เรียนไม่เป็นชิ้นเป็นอัน เป็นเจ้าของบริษัทร่วมทุนกับเพื่อนที่เป็นลุกนักการเมืองหากินกับงบประมาณ ของรัฐ กับอีกสองคนที่ยังศึกษาอยู่
พ่อไม่รู้เรื่องมาก่อนเลยใช่ไหมครับ? มารู้เอาก่อนวันขายหนึ่งวัน เมื่อลูกๆ มาเซอร์ไพรส์ใช่ไหมครับ?
โกหก แบบเด็กๆ น่า ท่านนายก ไหนๆ จะโกหกทั้งทีน่าจะให้เนียนกว่านี้หน่อย เพราะโฆษกประจำตระกูลก็บอกเองว่า ได้สอบถามเรื่องภาระภาษีกับทางกรมสรรพากรเรื่องการขายหุ้นครั้งนี้ ตั้งแต่เดือนกันยายนปี ๒๕๔๘ ถ้าไม่มีเค้าลางตั้งแต่บัดนั้น จู่ๆ จะไปสอบถามทำไมครับ
ถ้าท่านไม่พูดเลยเข้าข่าย..ปิดบังอำพราง แต่ท่านพูดออกมาไม่จริง ก็เข้าข่าย โกหกประชาชน
โกหกครั้งที่สี่..ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมขายหุ้นหลังวันที่กม.การถือครองหุ้นของชาวต่างชาติจาก ๒๕% เป็น ๔๙% ประกาศแค่วันเดียว
ท่านตอบว่า..ไม่เกี่ยวกันเลย คนละเรื่อง
จริงๆ คนละเรื่องหรือ พยายามทำให้ชาวบ้านคิดว่า มันเป็นคนละเรื่องกันแน่?
ถ้าไม่มีกฎหมายฉบับนี้ การขายหุ้นครั้งประวัติศาสตร์นี้จะเกิดขึ้นได้ไหมครับ?
ความบังเอิญมักจะเกิดกับตระกูลนี้เสมอ โดยเฉพาะความบังเอิญที่เป็นประโยชน์ต่อตระกูล
โกหกครั้งที่ห้า..
ผ่าน สื่อทีวี และรายการวิทยุส่วนบุคคลของท่าน บอกว่า สื่อมวลชนลงข่าวบิดเบือนความจริง และคนที่ไม่เห็นด้วยกับที่นายสุวรรณแถลงนั้น เป็นพวกขี้อิจฉา เสียผลประโยชน์ และเลยไปถึง พวกง่าว.. ไอ้พวกบ้าที่ออกไปชุมนุม..
ตรงนี้เรียกว่า โกหกเพื่อเอาตัวรอด
มี ประชาชนรากหญ้ากี่คนกันครับที่เข้าใจควาซับซ้อนเรื่องแอมเพิล ริช เรื่อง% การถือครองหุ้นของผุ้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ต้องทำรายงานให้ตลาดหลักทรัพย์ และหมู่เกาะบริทิช เวอร์จิ้น?
พวกรากหญ้าน่ะ เขาไม่สงสัยหรอกครับ เพราะเขาไม่มีความรู้พอที่จะวิเคราะห์เรื่องไกลตัวเหล่านี้ได้ ท่านจงใจพูดเช่นนี้ก็เพื่อ หลอกลวงให้รากหญ้าที่เป็นฐานเสียงขนาดใหญ่เชื่อคำพูดของท่าน จริงหรือไม่?
ท่านบอกว่า..หนังสือพิมพ์อื่นก็ทำ มติชน.. โพสต์ ก็ขายผ่านตลาดไม่เสียภาษีเหมือนกัน ไม่เห็นมีใครว่า
ท่าน พูดไม่หมดนี่นา.. ท่านไม่พูดว่า หนังสือพิมพ์สองเล่มนั้น เขาไม่มีกองทุนต่างชาติมาฮุบทีเดียว ๔๙% และเขาไม่ได้ไปซุกหุ้นอยู่ที่ต่างประเทศในรูปของกองทุนแอมเพิล ริช ถ้าไม่มีเงื่อนไขทั้งสองอย่างนี้ ก็คงไม่มีใครออกมาอัปเปหิท่านหรอก
ถ้าหนังสือพิมพ์ฉบับไหนบิดเบือนความจริง ทำให้ท่านและครอบครัวเสียหาย..
มีหรือท่านจะปล่อยไว้? มีหรือ ลูกสมุนของท่านจะปล่อยพวกนั้นไว้?
คนของท่านสั่งปิดวิทยุ รายการโทรทัศน์ไปนับครั้งไม่ถ้วนแล้วนับแต่ท่านบริหารงานมา
แม้ แต่นายสนธิ ท่านยังเคยฟ้องตั้งหลายพันล้าน นส.สุภิญญา เลขาฯ ปฏิรูปสื่อ แค่วิจารณ์ความไม่ชอบมาพากลของชินคอร์ป ยังถูกชินฯ ฟ้องตั้ง ๔๐๐ล้านบาท
แต่ครั้งนี้ ท่านยอมปล่อยให้พวกเขาบิดเบือนความจริง ใส่ร้ายป้ายสีตระกูลท่าน.. อุแม่เจ้า..เมตตาธรรมในบัดดล!!
ฟ้อง สิครับท่าน.. ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่า ศาลจะพิพากษาว่าอย่างไร เพราะนสพ.นำข่าวมาลง ล้วนเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและรอการพิสูจน์ทั้งนั้น
ท่านบอกอีกว่า..การไปจดทะเบียนที่บริทิชเวอร์จิ้นนั้น นักธุรกิจและธนาคารไทยก็ทำกันเยอะแยะไป
ถ้าท่านเอาตัวไปเปรียบกับนักธุรกิจ ทำเหมือนนักธุรกิจได้ ท่านก็เป็นนายกนักธุรกิจน่ะสิครับ
อ้อ..แล้วอีกอย่าง ท่านกับนักธุรกิจเหล่านั้นอยู่กับคนละสถานะนะครับ
นักธุรกิจ ทำผิดจริยธรรม และไม่มีคุณธรรมได้ ไม่มีบทกฎหมายลงโทษ
แต่..*นายกรัฐมนตรี ทำผิดจริยธรรม และไม่มีคุณธรรมไม่ได้* ถูกถอดถอนตามมาตรา ๓๐๓-๓๐๔ ในรัฐธรรมนูญ
๕) คำสั่งฆ่าประชาชน(ผู้บริสุทธิ์)
เมื่อปี ๒๕๔๕ รัฐบาลทักษิณ๑ มีนโยบายทำสงครามกวาดล้างยาเสพติด โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ "อย่างเข้มงวด" เพื่อกำจัดยาเสพติดให้หมดสิ้นไปจากแผ่นดินไทย มาตรการดังกล่าวถูกนำมาใช้ในช่วงเดือน กพ.-เมย. ให้เวลาทุกจังหวัดสร้างผลงานปราบผู้ค้ายาเสพติด โดยกำหนดเป้าหมายเป็น "จำนวนตัวเลข" ที่ต้องทำให้บรรลุ จังหวัดไหนทำตัวเลขไม่ถึงเป้าหมาย ก็จะต้องถูกพิจารณาโทษ
ประเทศไทยยังมีบทลงโทษให้ประหารชีวิตได้อยู่ ตามกม.มาตรา ๓๑ ในรธน.ปัจจุบัน..
" บุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพในร่างกาย การทรมาน ทารุณกรรมด้วยวิธีโหดร้าย ไร้มนุษยธรรม กระทำมิได้ แต่การลงโทษด้วยวิธีประหารชีวิตตามที่กฎหมายบัญญัติ ไม่ถือว่า เป็นการโหดร้าย ไร้มนุษยธรรม ตามวรรคนี้"
นั่นก็คือ ฆ่าได้ หยามไม่ได้ นั่นเอง
ท่าน ทราบหรือไม่ครับว่า ตั้งแต่เรามีกฎหมายลงโทษประหารชีวิตเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน มีการลงโทษด้วยการประหารชีวิต ไปเพียง ๓๒๓ ราย ตั้งแต่ปี ๒๔๗๗-๒๕๔๖
(โทษประหารชีวิตในไทย โดย..สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน และ สหพันธ์สิทธิมนุษยชนสากล กค.๒๕๔๘)
แต่ อะไรกันครับ เฉพาะช่วงสามเดือนที่มีคำสั่งจากผู้นำรัฐบาลผ่านมาทางกท.มหาดไทย มีการฆ่ากันตายโดยอ้างว่า วิสามัญผู้ค้ายา และ ผู้ค้ายาฆ่าตัดตอนกันเอง เกือบ ๓,๐๐๐ ศพ
มีเสียงสนับสนุนจากประชาชนจำนวนมาก เห็นด้วยกับมาตรการนี้ จนนำไปสู่การประกาศชัยชนะสงครามยาเสพติด เมื่อวันที่ ๔ ธค.๒๕๔๕ โดยนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร
ต่อไปนี้ เป็นการตัดถ้อยคำ บทความ มาประกอบการพิจารณานะครับ
"คนที่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการฆ่าตัดตอนนี้ ก็คงมีแต่พวกชีวทรรศน์ ที่เป็นแนวพุทธเท่านั้น
แต่ในสังคมที่กึ่งไทยกึ่งฝรั่ง ก็คงเห็นว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการสมครแล้ว" (นิธิ เอี่ยมศรีวงศ์ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน)
...................................
ยิ่ง มาได้ฟังข่าวที่นายกรัฐมนตรีสั่งให้กำจัดปัญหายาบ้าให้เสร็จภายในสามเดือน เริ่มจากวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ก็ทำให้รู้สึกกังวลว่าอำนาจมือ ศาลเตี้ยกำลังจะกลับมาถ้าไม่มีระบบตรวจสอบ
เมื่อมาถึงเวรหมออีก ครั้ง โอกาสในการพิสูจน์ก็มาถึง เพราะช่วงหัวค่ำมีโทรศัพท์ถามว่ามีคดีฆาตกรรมในท้องที่เดิม เวลาเดิม คราวนี้ผู้แจ้งถามว่าคุณหมออะไรจะไปตรวจ ลูกน้องก็บอกไปว่าเวรหมอพรทิพย์
หมอ ได้ฟังก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยว่าถามชื่อหมอทำไม คราวนี้ก็เลยเริ่มระวัง เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุอยู่ในท้องที่เดิมอยู่สุดซอยออกไปกลางทุ่งนา ที่เกิดเหตุมีสภาพมืดมาก มีรถตำรวจ รถมูลนิธิ รถผู้สื่อข่าวจอดอยู่หลายคัน
เมื่อเดินไปถึงมีป้ายหมายเลข 1 วางอยู่ที่ศพ ตอนแรกก็นึกว่าเป็นเจ้าหน้าที่วิทยาการมาทำงานแล้ว ปรากฏว่าไม่ใช่ เลข 1 หมายถึงศพที่หนึ่ง คดีนี้มีสองศพ
ถามข้อมูลจากตำรวจก็ได้ทราบว่า เป็นคดีฆาตกรรมไม่รู้ใครยิง หมอเองก็รู้สึกแปลกใจว่าถ้าเป็นคดีฆาตกรรมทำไมไม่ตามเจ้าหน้าที่วิทยาการมา เก็บหลักฐาน หรือหาร่องรอยผู้กระทำผิด
ศพแรกอยู่ในสภาพนอนควำ มือไขว้หลังคล้ายถูกใส่กุญแจมือ ที่หัวมีรูถูกยิงที่ท้ายทอย แต่แปลกที่มีสมองไหลออกจากรูเข้าของกระสุน คราบเลือดที่พื้นก็มีสองขยัก
ลักษณะแบบนี้แสดงว่ามีการเคลื่อนย้ายศพแน่นอน
เมื่อ ตรวจดูเสื้อผ้าก็พบว่าที่กระเป๋าด้านหลังของกางเกงมีผ้าโพกหัวยัดไว้บางส่วน สภาพเช่นนี้มีใครดึงออกแล้วใส่เข้าไปในกระเป๋า เมื่อล่วงไปที่ก้นกระเป๋าก็พบซองยาบ้าสีฟ้า หมอยังไม่ทันได้นับก็มีคนรายงานว่ามียาบ้า 200 เม็ด รู้ได้ยังไง
ค้น ตามตัวจึงพบว่าเขาเป็นผู้ต้องขังที่ถูกกักขังแทนค่าปรับในคดียาเสพติด ซึ่งเพิ่งจะพ้นโทษออกมาวันที่ถูกยิงนี้แหละ เขาถูกยิงจากด้านหลัง บนลงล่าง กระสุนทะลุ หมอมองไม่เห็นอะไรเลย เพราะมันมืดมาก อย่างนี้จะเอาหลักฐานอะไรไปมัดคนยิง เพราะไม่ได้มีความพยายามหาหัวกระสุนกันเลย
เห็นแล้วนึกถึงคดีสุ พจน์ พูลสวัสดิ์ ที่ถูกฆ่าที่อ่างทองแต่มาจัดฉากเป็นวิสามัญที่นนทบุรี เพราะไม่มีการเก็บหลักฐานหรือตรวจไม่พบหัวกระสุนก็ไม่รู้ เมื่อไม่มีหัวกระสุนก็ไม่สามารถพิสูจน์ว่าใครยิงได้
อีกศพก็ไม่ตาง จากศพแรกนอนตายในสภาพคว่ำหน้าถูกยิงจากหลังมาหน้า บนลงล่าง แต่รายนี้นุ่งกางเกงชาวเล มีซองยาบ้าเหน็บไว้ที่เอวทั้งๆ ที่ดูแล้วไม่น่าใช่ที่เก็บยาบ้าเลย ที่สำคัญเขาเป็นคนที่เพิ่งถูกปล่อยตัวจากการกักขังแทนค่าปรับสองวันก่อนตาย
ศพทั้งสองมีประเด็นมากมายที่สังคมต้องติดตาม เขาทั้งสองเป็นผู้ต้องขังแทนค่าปรับ แสดงว่าโทษของเขาไม่มากหากเขาเกี่ยวข้องกับกระบวนการยาเสพติดก็น่าจะเป็นผู้ เสพหรือมียาไม่มากไม่ใช่รายใหญ่ ความตายของเขาดูจะไม่ตรงไปตรงมา
ยิ่งหมอมาเจอประเด็นว่าซองยาบ้าน่าจะไม่ได้มีมาตั้งแต่เดิม แถมยังไม่ได้นับจำนวนยาบ้าเลย ทำไมถึงรู้ได้ว่ามียาบ้า 200 เม็ด
การ เก็บรวบรวมหลักฐานก็ดูจะละเว้นกันไปเลยทำให้หมอยิ่งเชื่อว่านี่อาจเป็น วิสามัญนอกรอบ ถ้าเป็นคดีฆาตกรรมแต่ไม่มีการเก็บหลักฐานเลย ไม่หากระสุน แล้วจะจับผู้ร้ายได้อย่างไร
(ตอนหนึ่งในบทความของพญ.พรทิพย์ โรจนสุนันท์)
.............................................
แต่ ที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งกันอย่างมาก จนกระทั่งองค์กรอิสระหลายแห่ง เช่น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เข้ามาเกี่ยวข้อง และเกิดการโต้เถียงกัน เมื่อนักข่าวไปถามท่านนายกฯว่า สำนักงานข้าหลวงใหญ่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน จะเข้ามาตรวจสอบปัญหาสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ท่านนายกรัฐมนตรีก็เลยหมดความอดทน กล่าวตอบไปว่า "ยูเอ็นไม่ใช่พ่อผม" กลายเป็นเรื่องใหญ่ จนนายกรัฐมนตรีจะจัดระเบียบการสัมภาษณ์นายกรัฐมนตรีขึ้นใหม่ เพราะที่ท่านนายกฯ หลุดปากออกไปเป็นคำพูดที่ค่อนข้างแรงและเป็นข่าวไปทั่วโลก ดีไม่มีประเทศต่างๆ ที่จ้องจะเล่นงานทางการค้ากับเรา จะยกเอาเรื่องดังกล่าวเป็นเครื่องมือโจมตีเล่นงานทางการค้า และการเงินกับประเทศของเรา หรือไม่ก็อาจจะถือโอกาสโจมตีบ้านเมืองของเราโดยเปล่าประโยชน์
(ตอนหนึ่งในบทความของ ดร.วีรพงศ์ รามางกูร ประชาชาติธุรกิจ)
................................
กระทรวง ต่างประเทศสหรัฐฯเผยแพร่รายงานด้านสิทธิมนุษยชนประจำปี 2003 วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลไทยกรณีสงครามปราบปราม ยาเสพติดอันนำไปสู่คดีฆาตกรรม ผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจำนวนกว่า 2,000 ราย ในช่วงเดือน ก.พ.-เม.ย.ปีที่แล้ว แม้ว่ารัฐบาลไทยได้ชี้แจงว่าคดีฆาตกรรมในช่วงเวลา 3 เดือนดังกล่าว จำนวน 2,598 คดี เกี่ยวข้องกับยาเสพติด 1,383 คดี และคนร้ายถูกตำรวจยิงตายแค่ 42 คดี ส่วนที่เหลือรัฐบาลไม่สามารถติดตามสอบสวนได้กระจ่างชัด อ้างว่าผู้ต้องสงสัยถ้าไม่ ฆ่าตัวตายก็ถูกฆ่าโดยสมาชิกแก๊งค้ายาเสพติดด้วยกันเอง ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศ ของไทยแถลงโต้รายงานดังกล่าวอาจกระทบถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ
(ไทยรัฐ)
) ทำลายประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญ
นี่เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ทำให้นัก วิชาการหลายสถาบันและนิสิตนักศึกษาออกมาเคลื่อนไหวอย่างพร้อมเพรียง เพราะการกระทำของนายกรัฐมนตรี มิได้เสิรมสร้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญการปกครอง
ไม่ใช่ไม่เสริมสร้างอย่างเดียว ต้องเรียกว่า ทำลายย่อยยับไปกับมือด้วย
ทำไมผมจึงกล้ากล่าวเช่นนั้น ลองมาดูเหตุผลที่ยกมาอ้างจากการกระทำเหล่านี้นะครับ..
๑/ ไม่เคยให้ความสำคัญกับการประชุมสภา
นี่น่าจะเป็นนายกคนแรก และคนเดียวของโลกในระบอบการปกครองที่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตย แต่เข้าประชุมสภาน้อยที่สุด
คือมาเฉพาะตอนเปิด-ปิดสมัยประชุม และวันที่มีการลงคะแนนเสียง
ส่วนวันอื่นๆ ในวาระที่มีกฎหมายสำคัญ ท่านจะมาแจม..สักประเดี๋ยวก็เผ่น
เพราะ นายกไม่เคยให้ความสำคัญกับญัตติต่างๆ ในสภามาตั้งแต่ต้น ไม่เคยสำนึกว่า การทำงานของสมาชิกผ่านระบบที่มีรัฐสภาเป็นการทำหน้าที่ของขบวนการ นิติบัญญัติและการบริหาร ซึ่งท่านเป็นเจ้าภาพของญัตติทั้งหมด
เมื่อ ท่านไม่ให้ความสำคัญกับการทำงานในระบบรัฐสภา ลูกน้องท่านทั้งหลายก็ไม่จำเป็นต้องสนใจด้วยเหมือนกัน เพราะตัวอย่างที่ท่านทำไว้นี่แหละ สร้างความขี้เกียจให้กับสมาชิกพรรคไทยรักไทยจำนวนมาก
ส่งผลให้การปรชุมสภา ล่มแล้ว ล่มอีก ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า
แล้วยังไงทราบไหมครับ?
ท่านนายกและพลพรรคออกมาโทษฝ่ายค้านว่า ไม่เห็นแก่ประโยชน์ของบ้านเมือง จึงขอให้นับองค์ประชุม
ทำไม ท่านนายกและสมาชิกพรรคไทยรักไทยจึงไม่มองการกระทำของตัวเองก่อนล่ะว่า มันน่าละอายใจแค่ไหน ที่สภาที่มีพรรคที่มีเสียงข้างมากมากที่สุดในประวัติศาสตร์ถึง ๓๗๗ เสียง จึงปล่อยให้สภาล่มเพราะองค์ประชุมไม่ครบได้
และเป็นรัฐบาลที่มีเสียงข้างมากมากที่สุด ที่มีการล่มประชุมบ่อยครั้งมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศชาติ
นายก ก็ยังคงไม่สนใจอยู่ดี เพราะท่านไม่สำนึกว่า ระบอบทักษิณนิยมนี้ มีความจำเป็นอันใดที่นายกจะต้องเข้าประชุมสภาอย่างสม่ำเสมอ เข้าประชุมเฉพาะกฎหมายที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนก็พอเพียงแล้ว เรื่องกฎหมายสังคมอื่นๆ ช่างหัวมัน ใช่หรือไม่?
๒/ ปิดกั้นการรับรู้ข่าวสารของประชาชน
สื่อสารมวลชนที่มีบทบาทในสังคมไทยมีอยู่สามแขนง คือ ทีวี วิทยุ และหนังสือพิมพ์
ทีวี..
ช่อง ที่ทำได้น่าเกลียดที่สุด คือ ให้ประชาชนรับรู้ข่าวสารแทบจะด้านเดียว คือ ทีวีช่อง๑๑ โดยเฉพาะรายการวิเคราะห์วิจารณ์ข่าวสารบ้านเมือง ทีวีช่องนี้แทบจะไม่เคยเปิดโอกาสให้ฝ่ายที่มีความคิดเห็นแตกต่างจากรัฐบาล มาเป็นแขกรับเชิญเลย
ทำไมล่ะครับ.. ทีวีช่องนี้เป็นของกรมประชาสัมพันธ์ไม่ใช่หรือ? กรมประชาสัมพันธ์รับใช้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศนะครับ มิใช่รับใช้พรรคไทยรักไทยเท่านั้น
ไอทีวี..
ช่องนี้เดิมเคยเป็น ที่พึ่งของประชาชนที่แสวงหาข่าวสารที่เที่ยงธรรมและเป็นกลาง หลังจากการเข้ามาฮุบกิจการของกลุ่มชินคอร์ป ก็เปลี่ยนนโยบายไปเป็นทีวีเสรีบันเทิงและข่าวสารแทน
ผลงานชิ้นแรก ของไอทีวีหลังถูกฮุบในปี ๒๕๔๔ คือ ปิดกั้นการเสนอข่าวสารอย่างเสรีให้กับประชาชน เพื่อมุ่งหวังให้พรรคไทยรักไทยชนะเลือกตั้งทั่วไปปี ๒๕๔๔ ทำให้เกิดกบฎไอทีวี ที่ต่อต้านการออกคำสั่งลับจากผู้บริหารให้เสนอข่าวเพื่อเอาใจพรรคการเมือง บางพรรค
เมื่อไม่สนองนโยบายก็ไล่ออกนักข่าวสายการเมืองทันที ๒๒ คนโดยไม่จ่ายชดเชย ทำให้เกิดการฟ้องร้องต่อศาลแรงงาน และในที่สุดศาลก็พิพากษาให้ไอทีวีมีความผิดจริง ต้องจ่ายเงินเดือนย้อนหลังให้พนักงานทั้งหมด รวมทั้งต้องรับกลับเข้าไปทำงานเช่นเดิมด้วย แต่ก็หลังจากเวลาผ่านพ้นไปแล้วเกือบ ๔ ปี ชีวิตในช่วงนั้นของนักข่าวทั้ง ๒๒ คนเหมือนตายทั้งเป็น เพราะถูกหมายหัวว่าเป็นกบฎนักข่าว สำนักข่าวอื่นๆ ก็ไม่กล้ารับเข้าทำงานทันที ด้วยกลัวเกรงบารมีของมาเฟียที่เป็นสปอนเซอร์โฆษณาอยู่
ไอทีวี..(เคเบิลทีวี)
เดิม เป็นของชินคอร์ปต่อมาขายให้กับนายทุนของพรรคไทยรักไทย การนำเสนอข่าวในช่วงปกติมีความเป็นกลางพอสมควร แต่ในช่วงวิเคราะห์วิจารณ์ เป็นทีวีที่สนับสนุนรัฐบาลชัดเจน ให้แง่มุมที่เชียร์รัฐบาลด้านเดียวตลอด
ทีวีช่องอื่นๆ ทำข่าวพอเป็นกระษัย เพราะรายได้หลักมาจากรายการอื่นๆ จึงไม่ประสงค์จะเป็นศัตรูกับรัฐบาลหรือพรรคการเมืองไหนๆ
แต่ รายการประหลาด เช่น สมัคร-ดุสิต คิดตามวัน นี่ชัดเจนในเนื้อหาที่สุดว่า เกิดมาได้อย่างไร ใครเป็นผู้สนับสนุนให้เกิดรายการนี้ และมีรายการนี้เพื่อประโยชน์ของใคร
ในเมื่อท่านทั้งสองมาเพราะการเมือง ก็ต้องไปเพราะการเมือง เหมาะสมดีแล้ว
วิทยุ..
แทบ จะพูดได้ว่า ไม่มีเสรีภาพในการนำเสนอข่าวในแง่ของการวิเคราะห์ข่าวเลย ถ้ารัฐบาลเห็นว่า ผู้ดำเนินรายการใด สถานีใด มีเนื้อหาเป็นปฏิปักษ์กับนายกรัฐมนตรีหรือนโยบายรัฐบาล จะถูกกลั่นแกล้งทุกวิถีทาง และถูกปิดไปในที่สุด
ไม่ว่าจะเป็นรายการของอจ.เจิมศักดิ์ นส.อัญชลี ไพรีรักษ์ อยู่ไม่ได้ ถ้าคิดต่างจากที่รัฐบาลคิด
ข้ออ้างในการปิดมีหลายวิธี ทั้งปรับผัง.. ถ้าเป็นวิทยุชุมชนก็เสาสูงเกินกำหนด
น่า แปลกนะครับ ที่รายการดังกล่าวที่ถูกปิดไปมีประชาชนรับฟังไม่น้อยกว่ารายการวิทยุอื่นๆ ที่เป็นของรัฐบาล อาจจะมากกว่าด้วย เพราะเมื่อมีการบอกต่อกันไป ผู้คนก็จูนคลื่นไปที่นั่นหมด
เมื่อถูกปิดกั้นไป ประชาชนเหล่านั้นก็ต้องไม่พอใจเพราะช่องทางการรับรู้ข่าวสารทั้งสองด้านถูก ปิดตายไป ก็แน่นอนต้องมาระเบิดเอาในเว็บบอร์ดบ้าง ในการชุมนุมของประชาชนที่ต่อต้านรัฐบาลบ้าง ก็เป็นธรรมดา เพราะสิทธิของเขาตามรัฐธรรมนูญ เขาต้องมีสิทธิในการรับรู้ข่าวอย่างเสรี สื่อมวลชนก็ต้องรายงานอย่างมีอิสระ
หนังสือพิมพ์..
ปี ๒๕๔๔-๔๕ เป็นปีที่สื่อมวลชนแขนงนี้ขาดจรรยาบรรณมากที่สุดนับตั้งแต่หลังการปฏิวัติของพลเอกสุจินดาและคณะเป็นต้นมา
สื่อถูกคุกคามทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ให้เสนอข่าวที่เป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาล โดยใช้เครื่องมือกดดันสื่อคือ..
--เงิน ค่าโฆษณา หนังสือพิมพ์ทุกฉบับอยู่ได้ด้วยงบโฆษณาของเอกชนและภาครัฐ หากมีใครออกคำสั่งว่า ห้ามส่งโฆษณาให้หนังสือพิมพ์ฉบับนี้นะ เพราะลงข่าวโจมตีการกระทำของนายกและรัฐบาล งบโฆษณาก้อนโตเหล่านี้ก็จะไปจุกอยู่กับหนังสือพิมพ์ฉบับอื่นๆ ที่มีทีมเชียร์รัฐบาลอย่างสม่ำเสมอ
ถ้าคุณเป็นเจ้าของบริษัทหนังสือ พิมพ์ที่ถุกระงับโฆษณา คุณจะดำเนินการอย่างไร? อุดมการณ์ของสื่อนำมาจ่ายเงินเดือนลูกจ้างในบริษัทไม่ได้นะครับ ผมพูดแค่นี้แหละ
--จากปากของนายกเอง
การออกมาด่าสื่อที่ลงข่าว ไม่ถูกใจนายกเกิดขึ้นเป็นประจำจนเป็นสัญลักษณ์ของการระบายออกของนายก รัฐมนตรี หลายครั้งที่ท่านระบุชื่อขอสิ่งพิมพ์นั้นผ่านสื่อมวลชนด้วย
"ฉบับนี้.... ลงข่าวไม่สร้างสรรค์ บิดเบือน" "รักชาติหน่อยสิ..ลงข่าวอย่างนี้เป็นคนไทยหรือเปล่า"
จริงๆ ใครตัดสินครับว่า สร้างสรรค์หรือ หรือบิดเบือนความจริง ท่านนายก หรือ ประชาชนที่ซื้อหนังสือพิมพ์ฉบับนั้น ควรเป็นคนตัดสินมิทราบ??
ท่านตัดสินเองแล้วด้วยการประณามผ่านสื่อ โดยที่ประชาชนที่อ่านยังไม่ได้อ้าปากเลย
ถ้าหนังสือพิมพ์ลงข่าวบิดเบือนจริง..
เหตุ ใด สภาหนังสือพิมพ์ สภาวิชาชีพสื่อมวลชน จึงออกแถลงข่าวตามหลังมาทุกครั้ง ปกป้องการทำงานของสื่อฉบับที่ถูกระบุ ถ้าจะบอกว่า เป็นสื่อชนิดเดียวกันต้องพร้อมใจกันปกป้องพวกตัวเอง แต่ท่านลืมไปแล้วหรือว่า มีอีกหลายฉบับนะที่เป็นพวกของท่าน เชียร์ท่านมาตลอด และเขาเหล่านั้นก็นั่งอยู่ในสภาหนังสือพิมพ์ และสภาวิชาชีพสื่อด้วย
เป็นเพราะเงินค่าโฆษณา มันไปไม่ถึงสภาหนังสือพิมพ์ และสภาวิชาชีพเหล่านั้น...มั้ง?? เพราะเขาไม่ได้ตีพิมพ์ออกจำหน่ายจึงไม่ได้รับผลกระทบ เป็นเช่นนั้นหรือเปล่า?
ถ้าสื่อสารมวลชน บิดเบือนความจริง จนทำให้ท่านนายกเสียหาย..
ท่านสามารถฟ้องร้องได้ทันที ดังที่ท่านและชินคอร์ปได้กระทำการมาแล้ว ต่อนายสนธิ เรียกค่าเสียหาย ๒ พันล้าน
ต่อนส.สุภิญญา เลขา คปส. ๔๐๐ล้าน
แต่แล้วทั้งสองกรณี ท่านและชินคอร์ปก็ต้อง"รนราน" ไปถอนฟ้องก่อนที่ศาลจะทำการตัดสิน
ทำไม ล่ะครับ? ในเมื่อเชื่อมั่นว่า เขาบิดเบือนความจริง ก็ควรให้ศาลเป็นผู้ตัดสินชะตากรรมสิครับ ดังเช่นที่นายชวนเคยฟ้องหมิ่นประมาทต่อสื่อมวลชน ก็ไม่ถอนฟ้องจนกระทั่งศาลตัดสินให้นายชวนชนะคดี เพียงแต่นายชวนไม่ได้เรียกร้องเงินทองเป็นค่าเสียหาย ก้อนมหึมาอลังการสร้าง เหมือนที่ท่านนายกและชินคอร์ปทำ
รวยแล้วไม่โกงไม่พอครับ รวยแล้วต้องไม่เบ่ง ไม่รังแกคนที่จนกว่าด้วย
๗) มอมเมาประชาชน
ความจริงแล้วนโยบายประชานิยม หรือ เอื้ออาทร เป็นนโยบายที่ดี มีประโยชน์ต่อการพัฒนาสังคมโดยรวม
แต่ รัฐบาลนี้ทำผิด ที่นำนโยบายนี้มาเป็นเครื่องมือในการค้ำจุนรัฐบาลมากกว่าที่จะมุ่งสร้างประโยชน์สุขให้กับพี่น้องประชาชนจริงๆ
อะไรก็ตามที่ทำด้วยวัตถุประสงค์ที่แอบแฝง ก็กลายเป็นความไม่จริงใจ
เมื่อเป็นความไม่จริงใจแล้ว ก็ไม่อาจประสบผลสำเร็จได้เลย
นี่จึงเป็นที่มาของ "ความล้มเหลวของนโยบายประชานิยม" ทุกประเภทที่รัฐบาลเข็นออกมา
สิ่ง ที่รัฐบาลไม่รู้ตัวเองเลย คือ กำลังมอมเมาประชาชนให้ลุ่มหลงในนโยบายที่ไม่มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์รองรับ ส่งผลให้คนฟุ้งเฟ้อ ตะกละ โลภ และขาดคุณธรรม ศีลธรรมเข้าไปทุกทีๆ
นั่นคือ ผลพวงของการใช้นโยบายประชานิยมไปในทางที่ผิด
ขอยกตัวอย่างนะครับ..
๑/ นโยบาย ๓๐ บาทรักษาทุกโรค
ประชาชนที่ไม่รู้ความเป็นมาและเป็นไป แซ่ซ้องกันมากว่า ประสบความสำเร็จ ช่วยเหลือคนยากคนจนให้มีสวัสดิภาพทางสังคม
แท้ที่จริง ทราบหรือไม่ว่า ท่านทั้งหลายที่ใช้บริการ กำลัง "สูญเสียสิทธิอันชอบธรรมที่จะได้รับการรักษาพยาบาลอย่างมีมาตรฐาน"
ทำไมพวกหมอและพยาบาลจึงออกมาต่อต้านนโยบายนี้กันมากนัก? ไม่สงสัยเลยหรือครับ
ทั้งๆ ที่หมอและพยาบาลมิได้มีผลประโยชน์อันใดกับรายได้ หรือ รายจ่ายอันเกิดจากนโยบายนี้โดยตรง เพราะทุกคน กินเงินเดือนรัฐเป็นหลัก
แต่ ที่หลายคนทนไม่ได้ต้องออกมาท้วง มาค้าน และบางคนถึงกับลาออกจากราชการไปเลย ก้เพราะทนไม่ได้ที่จะเห็น คนไข้ได้รับคุณภาพการักษาที่ต่ำกว่ามาตรฐานของจรรยาวิชาการแพทย์
การกำหนดงบคร่าวๆ เป็นรายหัวให้กับคนป่วยก็เท่ากับบีบให้จำกัดจำเขี่ยวิธีการและเวชภัณฑ์ที่ใช้รักษาคนไข้ จรรยาแพทย์ทำไม่ได้
การปฏิเสธคนไข้ที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ให้บริการก็เป็นการขัดกับหลักจรรยาแพทย์เช่นกัน
เบื้องหลังเป็นอย่างไร?
เบื้อง หลังนโยบายนี้ ใช้เงินอุดหนุนมหาศาลหลายพันล้านทุกปี และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นั่นแสดงว่า นโยบาย ๓๐ บาทไม่ได้ยืนอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ความเป็นจริงที่ว่า เจ็บป่วยหนักกว่า ต้องมีค่าใช้จ่ายในการรักษาแพงกว่า เจ็บป่วยน้อยกว่า
เมื่อถึงเวลาที่งบอุดหนุนไม่ไหว ก็หาทางออกที่เตรียมการไว้ คือ ไปฝากไว้กับหน่วยงานประกันสังคมที่มีงบเหลือบานเบอะ โดยการเข็นโครงการประกันสุขภาพแห่งชาติขึ้นมา
ไม่ว่ารัฐบาลจะอธิบายอย่างไร ประชาชนที่เขาอยู่ในโครงการประกันสังคมเขารู้ทัน และคัดค้านเต็มที่ ทำให้ต้องกลับไปใช้งบหนุนเหมือนเดิม
๒/ กองทุนหมู่บ้าน ธนาคารคนจน
น่าจะเปลี่ยนชื่อเป็น "กองทุนแบมือขอ แล้วรอชักดาบ" มากกว่า
๕ ปีที่ผ่านมา รัฐบาลไม่กล้าสรุปยอดตัวเลขคงค้างของโครงการนี้ออกมาในการสรุปผลงานของ รัฐบาลในรอบห้าปีก็แล้วกัน เพราะผลมันออกมาอย่างที่นักวิชาการทั้งหลายคาดคิดไว้ คือ ก่อหนี้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด
ตัวอย่างของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งน่าจะเป็นคำตอบที่อธิบายเรื่องนี้ได้ชัดเจนกว่าคำอธิบายใดๆ
" ที่บ้านของหนูที่พิจิตร กำนันบอกให้แม่กู้เงินโครงการกองทุนหมู่บ้านมาใช้จ่าย แม่บอกว่า ที่บ้านไม่มีธุรกิจอะไร ไม่ได้ทำงานแล้ว ลูกๆ หลายคนที่ทำงานในกรุงเทพเขาส่งเสียให้เงินใช้ทุกเดือน แต่กำนันไม่ยอม บอก เอาไปเถอะน่า จะเอาไปทำอะไรก็ได้ ปฏิเสธอย่างไรก็ไม่ยอม ในที่สุด พูดแกมบังคับว่า เป็นเป้าหมายที่จะต้อง เอามาแจกให้ ไม่เอาไม่ได้
แม่ ของหนูก็เลยเอาไปใช้ ไปเปลี่ยนรถจักรยานยนต์คันใหม่ (คันเก่าใช้มาหลายปี แต่ก็ยังใช้ได้อยู่) ที่เหลือก็ใช้จ่ายมากขึ้นกว่าเดิม" เงินมันหมุนไปหมุนมาหลายรอบ แต่ไปนอนก้นที่กระเป๋าของนายทุนพรรคการเมืองหมด จริงไหมล่ะ
ณ วันนี้ ผ่านไปแล้วสามปี ลูกๆ ต้องส่งเงินให้แม่มากขึ้นทุกเดือนเพื่อไปใช้หนี้กองทุน และเธอคนนี้ต้องมาขอกู้เงินที่บริษัทในสวัสดิการพนักงาน เพื่อนำเงินไปใช้หนี้ให้แม่ซึ่งถึงกำหนดแล้ว
ปัจจุบันผู้หญิงคนนี้ก็ต้องผ่อนกับบริษัทอยู่ รายได้ประจำที่เคยเหลือ ก็ไม่เหลือแถมยังเป็นหนี้บริษัทอีก
แล้วยังไงรู้ไหมครับ..
"แม่บอกว่า กำนันบอกว่า ใช้หนี้ก้อนนี้ให้หมดแล้วก็จะให้กู้ใหม่....ไม่กู้ก็ไม่ได้"
เวรกรรมแท้ๆ คนไม่เคยเป็นหนี้ อยู่ดีมีสุข รัฐบาลมาสร้างภาระให้ประชาชนเพื่อเอาไปโฆษณาผลงานประชานิยม
๓/ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
อันนี้ มีเพื่อนสมาชิกคนหนึ่งหลังไมค์มาบอกให้พูดให้ได้ เพราะทุกข์ยากมากจากนโยบายนี้
ผมอยากจะเรียกนโยบายนี้ว่า ยัดเยียดการศึกษานิยม มากกว่า
สมัย ก่อน เด็กส่วนหนึ่งเรียนสายอาชีวะ แล้วสามารถออกมาทำงานได้ทันที มีรายได้เลี้ยงตัวเอง ส่วนหนึ่งขวนขวายไปเรียนภาคค่ำ เพื่อความก้าวหน้าของตัวเอง
ปัจจุบัน รัฐบาลตัดตอนตรงนี้ทิ้งไป ให้เด็กทุกคนเรียนให้จบปริญญาตรีไปก่อนแล้วค่อยมาหางานทำ โดยให้กองทุนกู้ยืมมาใช้จ่ายในระหว่างศึกษาเล่าเรียน
ใครจะไม่เอา ล่ะครับ เพราะไม่ได้ให้แค่ค่าเล่าเรียนนะครับ ให้ค่าใช้จ่ายรายเดือนด้วย ไม่อยากเรียน พ่อแม่บางคนก็ต้องเข็นให้ไปเอาเงินมา เอ็งไม่เรียนไม่เป็นไร
พอ จบแล้ว ปํญหาที่รํฐบาลไม่ประสีประสาคือ ปริญญาตรีจบมาเต็มไปหมด แต่ไม่มีงานทำ แม้แต่งานแคชเชียร์ เด็กเสิร์ฟร้านฟาสต์ฟู๊ด ยังต้องเอาคนปริญญาตรีมาทำงานเลย เป็นการลดเกรดคุณภาพของการศึกษาลง
แม้แต่แท็กซี่ที่ผมเคยนั่ง เขายังจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยเลยครับ เพราะหางานทำไม่ได้
เมื่อ ตอนลดเกรดลงไปทำงานที่ไม่ได้ใช้วิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมา ก็ต้องยอมรับเงินเดือนเทียบเท่ากับเด็กอาชีวะที่จบม.๖ (ซึ่งตอนนี้หายากเต็มที) รายได้เพียงแค่นั้นยังไม่พอยาไส้ ที่เหลือต้องส่งเสียพ่อแม่ทางบ้าน จะมีเงินที่ไหนเอาไปส่งคืนให้รัฐบาลครับ
ตัวเลขเบี้ยวหนี้การศึกษาสูงลิ่วขึ้นทุกปีๆ รัฐบาลไม่กล้านำมาโพทนาว่า สำเร็จแล้ว ๆ ๆ
การ ต้องออกกฎใหม่ ให้เด็กที่จบแล้วและต้องมีรายได้มากกว่าหนึ่งหมื่นขึ้นไป ค่อยเอาเงินมาใช้คืน ก็บ่งบอกเป็นนัยแล้วว่า กองทุนนี้มันไปไม่รอดหรอก เอาเงินงบประมาณประเทศมาอุดซะดีๆ
๔/ เรื่องนี้ไม่พูดไม่ได้ หวยรัฐบาล
นี่มันมอมเมายิ่งกว่า ทาสยาเสพติดซะอีก!!
หากผมจะบอกว่า เวลานี้รัฐบาลเชิญชวนพี่น้องประชาชนให้เอาเงินออมของท่านมาเล่นหวยใต้ดินที่ตอนนี้รัฐบาลได้เป็นเจ้ามือเสียเองแล้ว
ผมพูดผิดตรงไหนครับ ในเมื่อมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ
" ประชาชนทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายแล้วจะมีเงินเหลือนะ" โฆษณาเสียดิบดี มีเงินเหลือเท่าไร เขาเอาไปจ่ายคืนให้รัฐบาลในรูปของการซื้อหวยบนดินหมด
กลัวชาวบ้านมีเงินออมมากไปหรือไงครับ?
แล้วเข็นนโยบายนี้ออกมา หวยใต้ดินหมดไปไหม?
ผม เห็นแต่ชาวบ้านตอนนี้ ซื้อทั้งล็อตเตอรี่ (ยอดจำหน่ายไม่ตกมีแต่เพิ่ม) แบ่งเงินอีกส่วนหนึ่งซื้อหวยนดิน และอีกส่วนหนึ่งซื้อหวยใต้ดินที่ตอนนี้ให้ผลตอบแทนดีกว่าหวยบนดินนิดหน่อย
จนทั้งชาติ!! โงหัวไม่ขึ้นหรอกครับ
๕/ บ้านเอื้ออาทร
เออ.. คนจองแน่น ประสบความสำเร็จ จนถึงกับประกาศว่า ประชาชนทุกคนต้องมีที่อยู่อาศัย
อยากให้ไปดูโครงการที่สร้างเสร็จแล้วหน่อยครับท่านนายก
คน ซื้อน่ะ คนจนจริง แต่ไม่ได้อยู่นะครับ ยังเช่าบ้านเช่าแฟลตอยู่กรุงเทพเหมือนเดิม เพราะทนค่ารถไม่ไหว ก็บ้านเอื้ออาทรน่ะ มันต้องใช้เวลาเดินทางไปกลับข้ามวันข้ามคืนกันเลยทีเดียว
ตอนนี้ ทำอย่างไรล่ะครับ ไปจองมาแล้ว พ่อแม่ที่บ้านนอกก็อยู่ฟรีอยู่แล้ว ไม่มาอยู่หรอก
มีสองวิธี..
๑..ให้เช่าราคาถูกๆ
๒..แอบขายสิทธิ์ เพราะขายตามกฎหมายไม่ได้ ยังโอนไม่ได้
แต่ ที่ต้องทุกข์ทรมาน คือ ต้องผ่อนส่งกับธนาคารนี่น่ะสิครับ บ้านก็ไม่ได้อยู่ เสียค่าเช่าแฟลตเหมือนเดิม แต่ต้องมาผ่อนบ้านเอื้ออาทรอีก
ความจริงแล้ว การเคหะแห่งชาติน่ะ เขาทำอยู่แล้วครับ ที่อยู่อาศัยของคนยากคนจน เขามีการสำรวจชุมชน แหล่งงาน และผู้คนในชุมชนก่อนแล้วว่า มีความต้องการหรือไม่อย่างไร ก่อนดำเนินการสร้าง และก็ขายได้หมด
ทำไมไม่เอาการเคหะแห่งชาติมาใช้งานล่ะครับ เพิ่มงบเพิมคนให้เขา เพื่อให้ขยายโครงการไปทั่วประเทศได้
ลงมาประกาศเล่นเอง ทำเอง เพื่อการโฆษณาสร้างภาพ แล้วรับผิดชอบผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นด้วยนะครับ
ตอน นี้ยังมีเอื้ออาทรอีกหลายโครงการกำลังดำเนินการอยู่ ชาวบ้านจองกันเพียบ ทั้งๆ ที่ราคาแพงกว่าบ้านและแฟลตของการเคหะ เพียงเพราะชื่อมันเอื้ออาทรเท่านั้นเอง
๕/ อันนี้ไม่พูดก็ไม่ได้อีกเหมือนกัน เพราะทุเรศมาก
แท็กซี่เอื้ออาทรของท่านนายก
นายกกำลังสร้างฐานเสียงเพื่อปกป้องตัวเองด้วยการใช้แท็กซี่เป็นเครื่องมือ
อาชีพ ที่หาเช้ากินค่ำและควรได้รับการเยียวยาไม่ใช่มีแต่แท็กซี่นะครับในสังคม ยังมี พ่อค้าแม่ค้า หาบเร่แผงลอย จักรยานยนต์รับจ้าง รถร่วมบริการขสมก. รวมกระทั่งพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดของเทศบาลและเอกชน และผู้ใช้แรงงานรับจ้าง
ทำไมไม่ทำให้เท่าเทียมกันหมดล่ะครับ
แท็กซี่กลายเป็นชนชั้นพิเศษของนายกทักษิณที่เหนือกว่า ชนชั้นกรรมาชีพอื่นๆ แล้วหรือ
การจัดงานชุมนุมแท็กซี่ที่เมืองทองธานี แล้วแจกรถ แจกเงินให้แท็กซี่นั้น
ผมถือว่า เป็นการทำหน้าที่นายกรัฐมนตีที่น่าละอายที่สุด
ประชานส่วนใหญ่ได้ประโยชน์อะไรจากการนี้ ผมยังนึกไม่ออก?
ท่านทำเพื่อ ต้องการระบายคำพูดสั่วๆ ผ่านไมค์ และเพื่อสร้างฐานเสียงค้ำบัลลังก์นายกของท่านเท่านั้น
มีใครนึกคำตอบที่ดีกว่านี้ได้ไหมครับ ช่วยบอกที
................
นโยบาย ประชานิยมอื่นๆ ทั้งโอท็อป (จะส่งขายต่างประเทศ เปิดตลาด อยากหัวเราะ ตอนนี้ไปถึงไหนแล้วครับ โอท็อปเกือบทั้งหมดตอนนี้ ล้มไปหมดแล้วเพราะหาตลาดต่อเนื่องไม่ได้ มันเป็นแค่แฟชั่นที่คนนิยมชั่วคราว ตอนนี้ บอกว่าสินค้าโอท้อป คนซื้อเดินหนีเลย เพราะคุณภาพมันยังตามรังควานอยู่)
ทั้งคอมพิวเตอร์เอื้ออาทร โอ..ไม่อยากพูด เข็นออกมาแต่ละที คนซื้อไปแทบกระอักเลือด นี่จะมาอีกแล้ว คอมพ์โน๊ตบุคเพื่อการศึกษา
เพื่อ การศึกษาของเด็กจริงๆ ไม่ต้องใช้โน๊ตบุคครับ เอาแบบตั้งโต๊ะ หนักๆ ล่ะดีที่สุด เป็นโน๊ตบุคเมื่อไร มันจะหายไปมากกว่าครึ่ง ตอนเช็คยอดสิ้นปี เชื่อผมเถอะครับ อย่าทำเลย
...........................
โมเดลที่อาจสามารถบอกอะไรให้กับประชาชนที่มีสติปัญญาวิเคราะห์ได้บ้าง?
บอกว่า..การแก้ไขปัญหาคนจนของท่านนายก หากมีดีแค่นี้ อย่าได้บังอาจประกาศว่า คนจนจะหมดไปจากประเทศไทย น่ะสิครับ
เดินหน้า แล้วแจกตังค์ มันเป็นนโยบายของคนสิ้นคิด สิ้นไร้ไม้ตอกในการแก้ปัญหาคนจนของประเทศแล้วครับ
ที่ ถูกต้องแล้ว..ท่านต้องบอกกับชาวบ้านว่า.. เลิกแบมือขอ เลิกงอมืองอเท้า ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินให้เต็มกำลังความสามารถ ถ้าติดขัด..รัฐจะแก้ปัญหาให้
นั่นคือสิ่งที่ถูกต้อง พวกที่มารอตั้งแต่ตีห้า เข้าแถวรอแจก ต้อง ไล่ไปให้หมด ไม่ใช่เดินแจก ใครควักบัตรไทยรักไทย มีแถมพิเศษ
ท่านกำลังสร้างความคิดผิดๆ ให้กับประชาชนที่ยากจนนะครับ
รัฐบาลต้องบริหารบ้านเมือง ด้วยนโยบายที่แถลงไว้กับสภา
แต่ที่ท่านนายกกำลังทำอยู่นี้..กลายเป็น
การบริหารตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ด้วยนโยบายทักษิณ
จริงหรือไม่ ผลลัพธ์ที่เกิดในวันนี้ทุกโครงการ คือ คำตอบครับ
๘) ทุจริต..คอรัปชั่นเชิงนโยบาย..ผลประโยชน์ทับซ้อน
ตลอดระยะเวลาห้า ปีของรัฐบาลทักษิณ มีผู้คนทุกหมู่เหล่า ทั้งสามัญชน นักวิชาการ สื่อมวลชน องค์กรอิสระ และแม้แต่ผู้แทนพระองค์ ออกมาพูดเรื่องคอรัปชั่นในรูปแบบต่างๆ ของรัฐบาล เป็นระยะๆ อย่างสม่ำเสมอ
แต่..
ไม่ มีเลยแม้แต่ครั้งเดียวที่นายกทักษิณ ออกมายอมรับว่า ขณะนี้คนในรัฐบาลกำลังกินบ้านกินเมือง และรีบหาทางแก้ไข กำจัดให้พ้นไปจากสังคม
คำพูดที่ได้ยินเป็นประจำจากปากของท่านนายกเมื่อมีคนกล่าวถึงเรื่องนี้ขึ้นมาคือ..
"ไม่มี" "ไม่จริง" "เป็นเรื่องของคนไม่เข้าใจ" "พวกไม่สร้างสรรค์" "เป็นการเข้าใจผิด"
ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้หลายปี ท่านเคยบอกกับประชาชนเองว่า จะจัดการกับคนที่ทุจริตคอรัปชั่นทันที ไม่ต้องมีใบเสร็จ
พิจารณาดูแล้ว นายกทักษิณ น่าจะมีความบกพร่องอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้..
๑/ ไม่รู้จักความหมายที่ถูกต้อง แท้จริงของคำว่า คอรัปชั่น
๒/ เคยทำด้วยตัวเองมาเป็นนิจ เลยคิดว่า การกระทำเช่นนั้น.."ใครๆ ก็ทำกันทั้งนั้น"
๓/ ไม่กล้าจัดการ กลัวผลกระทบที่จะเกิดกับตำแหน่งนายกของตน
๔/ เป็นการกระทำที่จำเป็นต้องสนับสนุนเพื่อให้ตนเองและลูกน้องมีรายได้ โธ่..นักลงทุนมีหรือไม่ต้องการผลตอบแทน
ดังนั้น..
จึง พบว่า ในรอบห้าปีที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่ประกาศสงครามกับคอร์รัปชั่นไปสองรอบ แต่กลับพ่ายแพ้สงครามอย่างไม่เป็นท่า ไม่ปรากฏเลยว่า คนไทยรักไทยได้กระทำการทุจริต เป็นมาเฟีย ค้าอาวุธ รีดไถ
ช่างเป็นพรรคที่ใสสะอาดบริสุทธิ์เสียนี่กระไร ทั้งๆ รับเข้ามาโดยไม่ได้กลั่นกรองเรื่องคุณงามความดีเลย
มา ดูกันนะครับว่า ในรอบห้าปีที่ผ่านมา มีอะไรจะ ๆ ชัด ๆ ในเรื่องของการทุจริต..คอรัปชั่น..ผลประโยชน์ทับซ้อน แต่ท่านนายกละเลยที่จะจัดการบ้าง
๑) ทุจริตโครงการโคพระราชทาน ของนายชูวิทย์ กุ่ย หลักฐานคือ ฟาร์มรับซื้อและจำหน่ายของน้องสาว
๒) ทุจริตลำใยอบแห้ง ตอนนี้ท่านเสรีดำเนินการเอาผิดอยู่ เป็นปลายแถว คือ ข้าราชการระดับท้องถิ่น และเกษตรกร แต่คนที่เปิดสัญญา คนที่อยู่เบื้องหลังบริษัทปอเฮง กลับไม่สามารถเอาผิดได้เลยสักคน
สัญญา ระหว่างอตก.กับปอเฮง มันผิดสังเกตตั้งแต่คุณสมบัติเริ่มต้นแล้วครับ เพราะจ้างเอกชนอบลำใยสดให้อตก. แต่เอกชนรายนี้ไม่มีแม้แต่ "เตาอบ" ของตนเอง
ถ้าย้อนไปดูว่า ใครเป็นคนที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ประธานบอร์ดอตก. นายบรรพต หงส์ทอง(ปลัดกท.เกษตรฯ) อืมม์..นี่ครม.แต่งตั้งกับมือ แล้วใครเป็นเจ้ากระทรวงในขณะนั้น อ๋อ..สมศักดิ์ เทพสุทิน อ้าว..เจ้าเก่าที่ถูกเด้งไปอยู่กท.แรงงาน(เล็กลงถนัดใจ หรือ นี่จะเป็นการลงโทษที่เด็ดขาดที่สุดของท่านนายก)
อย่างที่นายอนันต์ ดาโลดม ประธานคณะอนุกรรมาธิการการเศรษฐกิจด้านพาณิชย์ วุฒิสภา ตั้งข้อสังเกตุ ไว้อย่างน่าสนใจว่า กระบวนการทุจริตโครงการแทรกแซงลำไยปี 2547 ไม่น่าจะเกิดขึ้นเฉพาะข้าราชการระดับปฏิบัติงาน เพราะโครงการนี้เป็นนโยบายของรัฐบาล ผู้กำหนดนโยบาย ผู้สั่งการ น่าจะมีส่วนรับผิดชอบทั้งหมด
๓) อมเงินวัด
โถ..ชัดเจนออกอย่าง นั้น เจ้าอาวาสท่านเปลืองตัวออกมาแฉ นายกยังแก้ต่างให้ลูกพรรคว่า เป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน เอาเงินไปคืนวัดก็สิ้นเรื่อง
ครับ..ง่ายดี วิธีการจัดการกับคนผิดของท่านนายก ต่อไปพวกโจรกรรมของชาวบ้านจำไว้ให้ดีนะครับ จับไม่ได้..ก็สบายตัวไป จับได้ ให้เอาของกลางไปคืน แค่นี้ก็สิ้นเรื่อง
๔) สุวรรณภูมิ..ซีทีเอ๊กซ์
ขอเอาซีทีเอ๊กซ์ก่อนนะครับ
จำ ได้ว่า ตอนที่เรื่องนี้ปูดขึ้นมา นายกไปต่างประเทศ พอลงจากเครื่องบิน ท่านกล่าวทันที "ผมตรวจสอบทางลับ ไม่เป็นความจริง" โอ้..ญาณวิเศษจริงๆ ไม่ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหาข้อเท็จจริง แค่บอกว่า ได้ส่งคนไปสืบทางลับก่อนหน้าแล้ว
แล้วทำไมข้อมูลที่สืบ กับข้อมูลที่อภิปรายในสภามันจึงแตกต่างกัน หรือว่า ท่านเห็นว่า บริษัท คออเตอร์เทคฯ ไม่ได้ผิดคุณสมบัติ บริษัท แพทริออต (จัดตั้งในสิงคโปร์เจ้าเก่า) ไม่มีเงื่อนงำน่าสงสัย ทำไมทางการไทยจ่ายเงินไปง่ายๆ เป็นพันล้านบาทโดยไม่ต้องเห็นของ
พอเกิดเรื่องฉาวขึ้นมา รัฐบาลซื้อตรงแต่ราคาเท่าเดิม
ป่านนี้ ยังไม่สามารถเอาผิดกับใครได้เลยสักคนเดียว ทั้งๆ ที่มีการจ่ายเงินจ่ายทองกันไปแล้ว
ถ้านี่เป็นมาตรฐานการตรวจสอบของท่านนายก ผมว่า เราอย่าทำสงครามปราบคอรัปชั่นเลยครับ เพราะทีมปราบมันก็คือ โจรที่จะต้องถูกปราบ
เรื่องทุจริตงานก่อสร้างและตกแต่งอาคารจอดรถ ที่เกี่ยวพันกับน้องสาว(อีกคน) ของท่านนายก
ขณะ นี้เรื่องดำเนินการอยู่ในชั้นศาล จริงเท็จอย่างไรผมไม่พูดถึง แต่อยากให้สังเกตวิดิโอทั้งสองภาคของนายลัทธพลให้ดีๆ นะครับ ประชาชนเห็นก็รู้ว่า อะไรของแท้อะไรของเทียม
ส่วนเรื่องเปลี่ยนชื่อ และลายเซ็นต์ที่แตกต่างในหนังสือเอกสาร ถ้านายกทำธุรกิจมาจนเป็นระดับเซียนเหยียบเมฆ ย่อมรู้ดีว่า การมีสองลายเซ็นต์เพื่อเฉไฉการฟ้องร้องเอาผิดอย่างไร นี่เป็นข้อสังเกตประเด็นแรก
ประเด็นที่สอง นางเยาวเรศรู้จักเขาในชื่อที่ติดต่อกันว่าอะไร ถ้าเขาเปลี่ยนชื่อไปแล้ว เขาควรจะใช้ชื่อใหม่ในการติดตามหนี้เก่าหรือไม่?
๕) แปรรูปสัมปทานมือถือ
เรื่อง นี้เป็นมหากาพย์ที่ชนรุ่นหลังในแวดวงการศึกษาจะต้องนำไปประกอบการเรียนใน ตำรา และจะมีวิทยานิพนธ์ของนศ.ในระดับปริญญาโทและเอกทำเรื่องนี้อย่างแน่นอน
นายกมักอ้างว่า (ตอนนี้อ้างบ่อยมาก) ทำทุกอย่างตามกติกา ไม่เคยทำผิดกฎหมาย
ก็ ในกรณีสัมปทานมือถือเนี่ย กติกาเดิมที่ทำไว้กับการสื่อสารคือ สัมปทานมือถือจะหมดลงในปี ๒๕๔๘ อุปกรณ์ เสาอากาศต่างๆ ที่เอกชนลงทุนไป(มูลค่ากว่า ๘ หมื่นล้านบาท) จะต้องตกเป็นของรัฐทันที
นั่นคือ กติกาที่ลงนามกันไว้ทั้งสองฝ่ายมากว่า ๒๐ ปีแล้ว
จู่ๆ ท่านและครม.มาฉีกกติกา อ้างเพื่อให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรมและเสรี สั่งแก้ไขกม.ใหม่ ยกเลิกสัมปทานเดิม ให้จ่ายค่าตอบแทนเป็นภาษีสรรพสามิต
ไอ้ แข่งขันอย่างเป็นธรรมและเสรี ผมไม่ว่าครับ แต่กฎหมายต้องไม่ผูกพันสัญญาเดิมที่กระทรวงคมนาคมทำไว้กับเอกชนสิครับ เรายกเว้นเป็นกรณีได้หากเห็นว่า จะทำให้ประเทศชาติเสียประโยชน์จำนวนมหาศาล
ตั้ง แต่ตั้งกท.ไอซีทีขึ้นมา ผลงานโบว์ดำชิ้นแรกและชิ้นเดียวของกระทรวงนี้ก็งานนี้แหละ ตอนนี้แว่วว่า จะยุบแล้วไปรวมกับกท.อื่น ก็โถ..ประโยชน์ของมันมีแค่นั้น
๖) บริษัทฮาว คัม ของลูกโอ๊ค
ท่านนายกจะอ้างว่า ลูกๆ โตแล้ว และมีความสามารถในการดำเนินธุรกิจเอง
แต่การได้งานของรัฐบาลที่มีพ่อเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ผมว่า นายกต้องเก็บไปคิดนะครับว่า นี่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่
สมมุติ ผมเป็นนายกบ้าง ไม่ต้องใช้ลูกล่ะ เอาคนรับใช้ที่บ้านไปตั้งบริษัทขึ้นมา ผมโยนงบประมาณไปก้อนหนึ่งให้ทำโฆษณาประชาสัมพันธ์งานของรัฐ บริษัทคนรับใช้นั้นดันได้งานหลังจากยื่นซองประกวดราคาแข่งกับเอกชนหลายคน
มีใครจะด่าผมไหมครับว่า เอื้อคนใช้ตัวเอง?
ที่ผมกำลังจะบอกคือ..
สิ่งต้องห้ามของจริยธรรมของผู้นำ คือ ต้องไม่มีคนใกล้ชิดไม่ว่าจะเป็นลูก หรือแม้กระทั่งคนรับใช้มาประมูลงานของรัฐแข่งกับเอกชน
ไม่งั้นมันอ้างความบริสุทธิ์ ยุติธรรมไม่ขึ้นหรอกครับ อ้างได้แต่คนภายนอกเขาไม่เชื่อถือ
ลูกหาบหลายๆ คนจะมาแย้งว่า..อ้าว แล้วลูกๆ เขาทำธุรกิจมั่งไม่ได้เหรอ?
ตอบ ว่า..ได้ครับ มีเสรีภาพในการประกอบธุรกิจโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่เมื่อพ่อเป็นนายกรัฐมนครี เป็นคนที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติงบประมาณของประเทศทั้งหมด
ลูกๆ ที่..อยากให้พ่อเล่นการเมืองอย่างสบายใจ ไม่ต้องมีข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ก็ควรเป็นลูกกตัญญู ไม่อยากให้พ่อถูกด่า ก็ไม่ควรเข้าไปข้องแวะกับโครงการของรัฐนะครับ
เพราะถ้านายกบอกว่า ทำได้ ไม่ผิดกฎหมายอะไร
งั้นก็เฮโล..กันไปให้หมดโคตรเลยดีไหมครับ พี่เขย น้องเมีย พี่เมีย น้องสะใภ้ น้องสาว(หลายคน) พี่ชาย น้องชาย ลูกชาย แฟนของลูก
เอามามะรุมมะตุ้มงบของรัฐให้หมดทุกโครงการเลย อ้างได้ว่า นายกไม่มีหุ้นอยู่นี่นา ไม่เกี่ยวกับนายก
ถูกกฎหมายแต่หน้าด้าน เลือกเอาเองก็แล้วกัน
...........
ที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นตัวอย่างคร่าวๆ ในรอบห้าปีที่ผ่านมา ยังมีอีก มีอีกเยอะมากๆ ไม่สามารถกล่าวได้จบในสามวันสามคืนได้
The ludicrous absurdity is
The ludicrous absurdity is thickening, so is the oppression.
แหมสติปัญญาเลิศล้ำสะแมนแตนจริ
แหมสติปัญญาเลิศล้ำสะแมนแตนจริงๆคุณเตี้ย....ตื่น ไม่เสีย
แรงที่พรรคเลือกเฟ้นมา ขอเสนอเพิ่มว่า ให้ AF6 ร้องนำด้วย
ดีไหม เขากำลังฮิตกันนา แฟนคลับของเขาจะได้มาช่วยกรีดร้อง
อ้อ แล้วก็ควรออกกฎหมายให้ประชาชนถือธงชาติตอนเดินออก
จากบ้านด้วย เพื่อแสดงพลังแห่งความรักชาติ และถ้าอยู่บนรถ
ก็ให้โบกธงกันไปมากับคนเดินถนน ทั้งนี้เพื่อแสดงความสมานฉันท์
โอมายก้อด พระเจ้าช่วย กล้วยทอด ประเทศอะไรวะเนี่ยะ
Mr.paste master of the year!
Mr.paste master of the year!
ขอหารือเพิ่มเติม
ขอหารือเพิ่มเติม ไหนๆคุณเตี้ยจะให้ร้องทุกวัน เพื่อกันคนเบื่อ
น่าจะแอเร้นจ์หลายๆเวอร์ชั่นนะ ให้มีแบบลูกทุ่ง ลูกกรุง โอเปร่า
แหล่ แร้ป สุนทราภรณ์............แหม ไอเดียคุณเตี้ยนี่ยิ่งคิดยิ่งมัน
เห็นบอกว่าอภิสิทธิ์จะร้องนำวันแรก แล้ว ชวน กับ ป๋า ล่ะ ร้องวันไหน
อย่าลืมบอกเค้านะตัว อยากฟัง....อยากฟัง.....
THANK YOU MAN !
THANK YOU MAN !
Please send my regards to I
Please send my regards to I Pad,
I wish him well.
The Other
The Other น่าจะเป็นลูกกำพร้า
ไม่มีพ่อแม่ คอยสั่งสอน
จึงมีพฤติกรรมเช่นนี้
ไอ้ขี้เท่อ หอนยาวเกิน
ไอ้ขี้เท่อ หอนยาวเกิน กูไม่เคยอ่านกูเสียดายเนื้อที่
***** ทำเป็นแต่เรื่องโง่ๆ
***** ทำเป็นแต่เรื่องโง่ๆ *****
กู้ กู้ กู้ งี้
ร้องเพลงชาติ งี้
ประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง งี้
อยากฝากข่าวMitsui seeks Gulf
อยากฝากข่าวMitsui seeks Gulf of Thailand rights from Cambodiaไปให้มิตรรักแฟนเพลงชาวพธม.ทั้งหลายผ่านthe Otherด้วยครับ
ข่าวแจ้งว่าเขมรเชิญชวนนักลงทุนเข้าไปประมูลขุดเจาะ สำรวจแหล่งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติในบริเวณทับซ้อนในอ่าวไทยแล้วครับ ไม่ทราบว่ามีความเห็นอย่างไร? ฝากไปถามรัฐมนตรีกษิตของพวกท่านด้วยครับ
" ไทยฆ่าไทยให้ชาติอื่นครอง
" ไทยฆ่าไทยให้ชาติอื่นครอง วิญญานปู่จะร้องไอ้ลูกหลานจัญไร "
อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ขอให้ทุก
อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด
ขอให้ทุกคนมีหิริ โอตัปปะ
ขอถามหน่อยเถอะ the
ขอถามหน่อยเถอะ the other
เขาจ้างมาเท่าไหร่
-----------------------------
---------------------------------------
เขา จ้าง ด้วยเงิน แผ่นดิน หก หมื่น เจ็ด พัน ล้าน
--------------------------------------------------
นาย............เด๋อ
นาย............เด๋อ เห็นหายหัวไปนาน นึกว่าไปผุดไปเกิดแล้ว ยังเป็นห่วงอะไรนักหนาสงสัยยังไม่หมดเวรหมอกรรม วนเวียนมาโพสต์จนน่ารำคาญ สงสัยเป็น วอร์รูมของฝ่ายอำมาตย์ที่ส่งมาก่อกวน
*คนเสื้อแดง รู้รัก
*คนเสื้อแดง รู้รัก สามัคคี
จึงได้มี การชุมนุม เป็นกลุ่มก้อน
มาด้วยใจ จริงแท้ และแน่นอน
เพราะแผ่นดิน เดือดร้อน จึงได้มา
*นี่คือไทย สามัคคี ที่เข้มแข็ง
คนเสื้อแดง รักชาติ ประกาศกล้า
แดงคือชาติ รักชาติ ทุกเวลา
ไม่จำเป็น โผล่หน้า ออกทีวี
*โครงการ “ไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็ง”
รัฐบาล หมายแย่ง ชิงพื้นที่
ร้องเพลงชาติ อวดความสามัคคี
ก็แค่ออก ที วี โฆษณา
*แต่ของจริง คือเสื้อแดง ที่แข็งขัน
พร้อมใจกัน ชุมนุม กลุ่มคนกล้า
ร้องขับไล่ พวกปล้นชาติ อำมาตยา
พวกคนบ้า รัฐประหาร ผลาญบ้านเมือง
*ที่สิบเก้า กันยา มาเถิดเพื่อน
ร่วมย้ำเตือน ความจำ นำรู้เฟื่อง
รัฐประหาร ห่วยบ้า พาแค้นเคือง
พาบ้านเมือง ล้าหลัง ต้องล้างมัน
ถ้าพ่อแม่ The Other
ถ้าพ่อแม่ The Other รู้ว่าลูกกรูเป็นแบบนี้คงคิดว่าเสียเวลาเบ่งแมร่งออกมารกประเทศไทย ไม่นึกเลยว่าจะคิดได้ร่วมร้องเพลงรักชาติ ไอ้กร๊วกเอ๊ย
เป็นความคิดที่ไม่เสียหายอะไร
เป็นความคิดที่ไม่เสียหายอะไร
ต้องถามว่าแต่ละท่านร้องเพลงชาติไทยจนจบเพลง
ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร จำกันได้ไหม
การร้องเพลงชาติร่วมกันคนคิดคงไม่ได้หวังให้คนในชาติ
จะรักกันเพืยงข้ามคืน แต่แค่ให้มีสัก 1 % ฉุกคิดขึ้นมาได้
ก็ถือว่าคุ้มค่า
ทุกวันนี้สังคมให้ความสำคัญของเพลงชาติน้อยลง
มีกี่คนที่ยังคงยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงชาติตามที่สาธารณะ
อย่างน้อยให้เรียกความรู้สึกเก่าๆ ภาพเก่าๆในอดีตกลับมา
นึกถึงภาพสมัยที่ยังเด็กที่ทุกคนหยุดนิ่งยืนตรงเมื่อเพลงชาติดังขึ้น
เหมือนโลกหยุดนิ่ง และเคลื่อนไหวอีกครั้งยามเพลงจบลง
มันรู้สึกดีจริงๆ
คนที่เค้าทำประจำอยู่แล้วก็เป็
คนที่เค้าทำประจำอยู่แล้วก็เป็นปกติ ของชีวิต เป็นกิจวัตรประจำวันเช้าเย็น
แต่คนที่ไม่เคยคิดไม่เคยทำต้องรอให้คนอื่นมาปลุก ก็เลยรู้สึกแปลกเป็นธรรมดาแหละ
จะร้องเพลง บอกเวลา
จะร้องเพลง บอกเวลา ที่หน้าบ้าน
สุดรำคาญ คนชี้นำ ให้ขำขัน
สามัคคี มีที่ไหน ในเพลงกัน***
ใจสร้างสรรค์ สิ่งดีดี ซิมีจริง
จะใช้เงิน งบประมาณ กับงานไหน
นึกถึงใจ คนหา อย่าใช้ทิ้ง
ใช้ง่ายง่าย ละลายแหลก แปลกจริงจริง
เพียงหวังชิง ชนช่วย ด้วยการเมือง
หยุดปากมอม น้อมใจ ให้คุณค่า
ฟื้นพารา อย่าข่มขู่ ให้ฟูเฟื่อง
ให้ความรัก อย่าผลักไส ให้โกรธเคือง
งานทุกเรื่อง ก็จะดี มีคนชม
จะร้องเพลง ที่ไหน ต้องใจสั่ง
เนื้อเพลงขลัง ยังดี มิเคยขม
อย่าทำลาย คุณค่า ความนิยม
มาเพาะบ่ม แต่พวกตน คนกันเอง
Guest ดำดิน
17 - 09 - 2552
Chicken shit!another
Chicken shit!another Prachavibut Party's minister,brainchild...borrowing.....deep shit debt!!!!
ต่อให้ร้องทุกชั่วโมง
ต่อให้ร้องทุกชั่วโมง ก็คงช่วยอะไรได้ไม่มาก ตราบใดที่ผู้หลักผู้ใหญ่ ยังทำสิ่งเลวๆให้คนในสังคมเห็น ......ข้อเสนอแนะ...แค่ สส.สว. เลิกทำระยำ ผู้หลักผู้ใหญ่เลิกทำเลว ข้าราชการเลิกประจบสอพลอ ....รอให้กาลเวลารักษาความบอบช้ำของสังคม จะเห็นผลเร็วกว่า .....แต่เอาเถอะ ในเมื่อเลิกทำเลว เลิกระยำ เลิกสอพลอไม่ได้ ....ถือว่าแนวทางนี้ก็เป็นอีกทางเลิอกหนึ่ง ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย
ชาติกว่าจะเป็นชาติมาได้ เพราะ
ชาติกว่าจะเป็นชาติมาได้
เพราะตระกุลพี่น้องของหยอยเท่านั้น พวกไพร่ทาสทั้งหลายอย่าสะเออะ
ทุกวันนี้ที่ไพร่ทาสต้องทะเลาะกันก็เพราะไม่รู้บุญคุณของตระกูลหยอย
อุตส่าห์บอกให้ยืนตรงเมื่อไดยินเพลงชาติ(ข้าพเจ้าจำไม่ได้แล้วว่าเป็นVersionไหน เพราะมันเปลี่ยนกันมาตลอด)ให้ยืนทุกเช้าทุกเย็นแล้วก็ยังทะเลาะกันอีก
นี่นะถ้าสฤษด์ ถนอม ประภาส ธานินทร์ เปรม อานันท์ เขายังเป็นนายกฯอยู่นะ
จะสั่งให้จับเข้าคุกให้หมดเลย ข้อหาได้ยินเพลงชาติแล้วยังทะเลาะกันอีก(แต่ๆๆๆไม่เอาปรีดีกับแปลกนะ เพราะไม่แน่ใจว่าเขาหยวนกับข้าพเจ้าจริงเปล่า)
ไม่มีสมบัติผู้ดีกันเลย สอนยากสอนเย็น ต้องเหนื่อยเตี้ยหมาตื่นสะตอเหม็น
เปรมหมู่นี้ก็เงียบไป แหมโดนพวกแดงด่านิดหน่อย หายไปเลย เดี๋ยวเถอะ
*โครงการ “ไทยสามัคคี
*โครงการ “ไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็ง”
รัฐบาล หมายแย่ง ชิงพื้นที่
ร้องเพลงชาติ อวดความสามัคคี
ก็แค่ออก ที วี โฆษณา
*แต่ของจริง คือเสื้อแดง ที่แข็งขัน
พร้อมใจกัน ชุมนุม กลุ่มคนกล้า
ร้องขับไล่ พวกปล้นชาติ อำมาตยา
พวกคนบ้า รัฐประหาร ผลาญบ้านเมือง
*ที่สิบเก้า กันยา มาเถิดเพื่อน
ร่วมย้ำเตือน ความจำ นำรู้เฟื่อง
รัฐประหาร ห่วยบ้า พาแค้นเคือง
พาบ้านเมือง ล้าหลัง ต้องล้างมัน
แต่ทำไมยังมีคนรักทักษิณมากมาย
แต่ทำไมยังมีคนรักทักษิณมากมายทั่วแผ่นดินวะ
อำมาตย์พ่อมึงดีฉิบหายเลยเนอะ
ลูกขุนพลอยพยักเก่งกล้าทุกตัว
บ้านเมืองถึงได้บรรลัยฉิบหายอย่างนี้ไง
ไอ้ควายthe
ไอ้ควายthe otherนี่มันสมกับเป็นลูกของควายแล้วยังแถมหน้าด้านจริงๆ
นี่มันไม่รู้สึกสำนึกบาป หรือละอายใจบ้างเลยหรือ หรือว่าติดเชื้อโรคหน้าด้านจากพวกโจรเจ๊กกาบดโกเต๊กซ์และพวกแมงสาปเน่าประชาวิบัติ ที่เอาแต่โกหกตอแหล หลอกลวสงผู้คนไปวันๆ จนชาวบ้านเขาเหกลียดชังทั้งแผ่นดินอยู่ในขณะนี้
ไอ้เงิน67000ล้านบาทควายอะไรนั่น มันเงินอะไรหรือไอ้ควาย เห็นพูดมันเน่าๆอยู่นั่น โกหกตอแหลเป็นแผ่นเสียงตกร่องมันอยู่นั่น ทำควายหน้าหนาเหมือนไอ้ควา่ยแก้วสากและพวก ที่ชอบโกหกตอแหลมันดักดาน
ไอ้ที่เที่ยวตัดแปะเอามานั้นล้วนแต่โกหกตอแหลแบบชนิดไม่รับผิดชอบ อันแสดงถึงความไร้ปัญญา สมองมีแต่ขี้และฟางหญ้า
ที่ไม่รู้จักที่จะคิดเองได้ ไอ้ควายthe otherนี่มันก็ไม่ต่างไปจากพวก 18มงกุฏที่ใช้วิธีการตอแหลหลอกแดกผู้คนไปวันๆ
นี่สงสัยไอ้ควายเตี้ยหนองใน
นี่สงสัยไอ้ควายเตี้ยหนองใน มันคงหมดท่า ถึงขั้นจะเกาะเด็กแดก(เพราะเด็กนักเรียนถูกบังคับได้ง่าย และไอ้รัดทะบวมโจรก่อการร้ายนี่ก็เกาะเด็กแดก หลายงานแล้วที่มันเกาะเด็กมาโฆษณาชวนเชื่อตอแหลเรื่องเรียนฟรี)
มันคงจะเลียนแบบเกาหลีเหนือคิมอิลซุงทุกกระเบียดนิ้ว เพราะเกาหลีเหนือคอมมิวนิสต์ก็ใช้วิธีล้างสมองที่เน่าๆไร้สาระเยี่ยงนี้เช่นกัน(ดูทีวีเกาหลีเหนือ จะเห็นชัดเจนเรื่องอย่างนี้) มันเน่าซะยิ่งกว่ารัฐบาลหอยธานินซะอีก
นี่ถ้ายุบพรรคแมงสาปเน่า รัดทะบวมโจรลาออกยุบสภา ประเทศนี้มันจะดีขึ้นทันที
ผิดเพลงรึเปล่าเตี้ย จะให้สามั
ผิดเพลงรึเปล่าเตี้ย
จะให้สามัคคี ต้องเพลง สามัคคีชุมนุม ดีกว่าไหม
อย่าลืม จัดทำแผ่น CD แจกจ่ายด้วยนะ (ช่องทางการผลาญงบเข้ากระเป๋า)
และเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจไปพร้อม ๆ กัน ใครร้องครบจบเพลง แจกเงินคนละ 500 น่าจะดี ยิงนกนัดเดียวได้ 2 ตัว
แค่นี้ทำเป็นคิดไม่ได้ เตี้ยเอ๊ย !
งั้นอยู่เป็นรัฐมนตรีต่อไปละกัน อภิสิทธิ์ชอบพวกโง่ ๆ เป็นรัฐมนตรี ถ้าฉลาดเดี๋ยวแม่งรู้ทัน เป็นซะงั้น
*อย่าสนใจ รัฐบาล
*อย่าสนใจ รัฐบาล และพันธมิตร
ที่เพียรคิด แย่งชิง พื้นที่ข่าว
เพียรปลุกเสก ชาตินิยม ข่มรบเร้า
อย่าหลงเง่า หลงลม หลงงมงาย
*มาปฏิวัติสังคม โดยมวลชน
ออกสู่ท้องถนน คนมากหลาย
รวมกันสู้ กู่ก้อง ร้องท้าทาย
ไล่มารร้าย ให้ออกไป ...ออกไป…
*ไม่ยอมรับ กับอำนาจ อันฉ้อฉล
ของกลุ่มคน กลุ่มหนึ่ง ซึ่งยิ่งใหญ่
ใช้อำนาจ อำมาตยาธิปไตย
คอยกดขี่ ขืนใจ ประชาชน
*ที่สิบเก้า กันยา มาพร้อมพรั่ง
เปี่ยมด้วยพลัง เร้ารุก ทุกแห่งหน
ประชาชน คือชาติ ประกาศตน
เราคือคน รักษ์ประชาธิปไตย
*วันที่หัวใจแดง จะแกร่งกล้า
วันที่ฟ้า สีทอง จะผ่องใส
วันที่ประชาชน คนไท
ประกาศความยิ่งใหญ่ ในแผ่นดิน
*อย่าสนใจ รัฐบาล
*อย่าสนใจ รัฐบาล และพันธมิตร
ที่เพียรคิด แย่งชิง พื้นที่ข่าว
เพียรปลุกเสก ชาตินิยม ข่มรบเร้า
อย่าหลงเง่า หลงลม หลงงมงาย
*มาปฏิวัติสังคม โดยมวลชน
ออกสู่ท้องถนน คนมากหลาย
รวมกันสู้ กู่ก้อง ร้องท้าทาย
ไล่มารร้าย ให้ออกไป ...ออกไป…
*ไม่ยอมรับ กับอำนาจ อันฉ้อฉล
ของกลุ่มคน กลุ่มหนึ่ง ซึ่งยิ่งใหญ่
ใช้อำนาจ อำมาตยาธิปไตย
คอยกดขี่ ขืนใจ ประชาชน
*ที่สิบเก้า กันยา มาพร้อมพรั่ง
เปี่ยมด้วยพลัง เร้ารุก ทุกแห่งหน
ประชาชน คือชาติ ประกาศตน
เราคือคน รักษ์ประชาธิปไตย
*วันที่หัวใจแดง จะแกร่งกล้า
วันที่ฟ้า สีทอง จะผ่องใส
วันที่ประชาชน คนไท
ประกาศความยิ่งใหญ่ ในแผ่นดิน
ฟังข่าวนี้แล้วขำเลยครับ
ฟังข่าวนี้แล้วขำเลยครับ หน้าตาตอนแถลงข่าวจริงจังมาก แต่เนื้อหาโครงการปัญญาอ่อนชัดๆ
ขยันจิง.. มีเวลาว่างอาจจะอ่าน
ขยันจิง.. มีเวลาว่างอาจจะอ่าน เน้อ
หวังว่าคงเข้าใจนะ ไม่ว่างจิงๆๆๆๆๆ
อย่าลืมไปรับค่าโพสด่วน อิอิ
ฮิตเล่อร์บอกว่าขยันแต่โง่ให้เ
ฮิตเล่อร์บอกว่าขยันแต่โง่ให้เอาไปทำปุ๋ย
ทำไมหลงมาตัวนึง.. ฮิตเลอร์คงร้องไห้
ที่ฟ้าส่งเดอะขี้เท่อมาเกิด กร๊ากพวกอัณฑมิด
แสดงตลกเชยๆเก่งแทบทุกตัว อิอิ
**โครงการ “ไทยแตกแยก
**โครงการ “ไทยแตกแยก ไทยอ่อนแอ”
อำมาตย์แก่ มันก่อกรรม ทำผวนผัน
ทำการปล้น โค่นอำนาจ ทักษิณพลัน
แล้วห้ำหั่น ประชาชน ให้จนลง
**เกิดเสื้อแดง แข็งขัน ประจัญหน้า
ศักดินา ก็เปื่อยยุ่ย เป็นผุยผง
คนรู้ทัน การปล้นชิง ที่ยืนยง
ไม่อาจทรง "ความสำราญ" อีกนานนัก
**ที่สิบเก้า กันยา มาเถิดไท
รวมจิตใจ ก้าวหน้า อาสาสมัคร
เสียสละ เพื่อส่วนรวม ร่วมพิทักษ์
ช่วยกันผลัก ยักษ์ใหญ่น้อย ถดถอยไป
**มันเป็นการ รุกคืบ
**มันเป็นการ รุกคืบ สืบต่อยอด
ผลของมัน ค่อยๆ คลอด ค่อยๆ ไข
การต่อสู่ ต้องระดม สะสมชัย
เมื่อเติบใหญ่ จึงรุกโถม จู่โจมพลัน
*ร้องเพลงชาติ ร่วมกัน
*ร้องเพลงชาติ ร่วมกัน ฝันสามัคคี
แต่ต่อตี ตอบโต้ ด้วยโมโห
สร้างมวลชน ต่อต้าน พาลพาโล
แต่งตัวโก้ ไม่หยอก ออกทีวี
*แก้ปัญหา ด้วยการพา ร้องเพลงชาติ
ความสามารถ มีแค่นี้ ดีเต็มที่
แก้ปัญหา ไม่ตรงจุด สุดหลบลี้
สามัคคี สร้างภาพ อยู่ตราบนาน
*ตราบใดไม่เป็นธรรม ยังย่ำยี
ตราบยังมี ความหมอง สองมาตรฐาน
ตราบยังมี หมกเม็ด เผด็จการ
อย่าได้หวัง สร้างสาน สามัคคี
*โครงการไทย ..สามัคคี ..ไทยเข้มแข็ง..
ห้อยร่องแร่ง แขวนภาพดี มีศักดิ์ศรี
ข้างหลังภาพ กลับรุกโรม โหมโจมตี
แล้วจะเกิด สามัคคี ได้อย่างไร
ขนาดจำนวนเงินมันยังผิด..76000
ขนาดจำนวนเงินมันยังผิด..76000ล้าน...แล้วที่มาของเงินมันจะจำไม่เพี้ยนได้ไง..เค้ามาจากการขายหุ้น...ไม่ได้โกงภาษีเหมือนพวกขุนนางกับศักดินาโว้ย.....ไอ้ช่องที่จะจ่ายภาษีก็ไม่มีเสียด้วย...เพราะระเบียบเค้าไม่ให้จ่าย...ส่วนภาษีเงินได้น่ะเค้าก็จ่ายไปแล้ว...ไปหาข้อมูลมาใหม่น่ะอาเทอร์...
รัฐบาลปัญญาอ่อนจริงๆ
รัฐบาลปัญญาอ่อนจริงๆ เห็นแล้วไม่เข้าท่าเลยร้องเพลงชาติประชาชนเขาร้องทุกวัน แต่ความรักชาติมันอยู่ท่จิตสำนึกความเป็นไทย ความยุติธรรมชัดเจน ความสามัคคี ไม่อิจฉากันทำตามกติกา ประชาชนเขาเลือกใครมาคนนั้นก็เป็นรัฐบาล ต้นเหตุท่บ้านเมืองไม่สงบเพนราะความอิจฉาของประชาธิปัตย์นี่ละต้นเหตุใหญ่ท่ทำให้สังคมไทยแบ่งสีโง่ไม่แบ่งใครเลยๆๆๆๆๆๆๆบ้านเมืองจึงไม่เจริญ
รัฐบาลโง่แก้ปัญหาไม่ตรงจุดเหม
รัฐบาลโง่แก้ปัญหาไม่ตรงจุดเหมือนครั้งที่แล้วปราบยาเสพติด โดยใช้เด็กเดินพาเหรดมันได้อะไรโง่จริงๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ร้องเพลงชาติมันได้อะไร มันอยู่ที่จิตสำนึก ให้ความเป็นธรรมทุกคนเท่าเทียมกันซิ มันจะแก้ปัญหาได้ นี่เข้าข้างพันธมิตรเป็นสมุนตนเองที่ร่วมขับไล่รัฐบาลที่ประชาชนเลื้อกมา ต้นเหตุที่แท้จริงการแตกแยกของชาวไทยเพราะความอิจฉาของพรรคปชปโง่จริงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆออกไปซะ เพราะอย่างนี้เองประชาชนไม่เลือกจึงใช้วิธีฉ้อฉล
รัฐบาลโง่แก้ปัญหาไม่ตรงจุดเหม
รัฐบาลโง่แก้ปัญหาไม่ตรงจุดเหมือนครั้งที่แล้วปราบยาเสพติด โดยใช้เด็กเดินพาเหรดมันได้อะไรโง่จริงๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ร้องเพลงชาติมันได้อะไร มันอยู่ที่จิตสำนึก ให้ความเป็นธรรมทุกคนเท่าเทียมกันซิ มันจะแก้ปัญหาได้ นี่เข้าข้างพันธมิตรเป็นสมุนตนเองที่ร่วมขับไล่รัฐบาลที่ประชาชนเลื้อกมา ต้นเหตุที่แท้จริงการแตกแยกของชาวไทยเพราะความอิจฉาของพรรคปชปโง่จริงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆออกไปซะ
ไอ้เตี้ยมีความคิดโง่ไม่แบ่งใค
ไอ้เตี้ยมีความคิดโง่ไม่แบ่งใครเลย นั่นซิมันจึงใช้วิธีฉ้อฉลหลอกใช้โกเต็กลิ้มไล่รัฐบาลที่ประชาชนเลือกมาจึงตกเป็นเบี้ยล่างไอ้ลิ้มตลอด ตามใจไอ้ลิ้มต้องการอย่างไรมันจึงสนองให้ทุกอย่างโดยไม่มีคุณธรรมรังแกแต่ข้าราชการทุกคน เวรกรรม
ต้องการให้คนรักกัน ต้องใช้กฏหมายให้ศักดิสิทธิ์ ให้ความเป็นธรรมเท่าเทียมกันทุกคนนั่นแหละจึงได้ผล เสียงบประมาณไปเท่าไหร่ เอาภาษีประชาชนมาละเลงเล่นโง่จริงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆประเทศไทย
๑/ นโยบาย ๓๐
๑/ นโยบาย ๓๐ บาทรักษาทุกโรค
ประชาชนที่ไม่รู้ความเป็นมาและเป็นไป แซ่ซ้องกันมากว่า ประสบความสำเร็จ ช่วยเหลือคนยากคนจนให้มีสวัสดิภาพทางสังคม
แท้ที่จริง ทราบหรือไม่ว่า ท่านทั้งหลายที่ใช้บริการ กำลัง "สูญเสียสิทธิอันชอบธรรมที่จะได้รับการรักษาพยาบาลอย่างมีมาตรฐาน"
ทำไมพวกหมอและพยาบาลจึงออกมาต่อต้านนโยบายนี้กันมากนัก? ไม่สงสัยเลยหรือครับ
ทั้งๆ ที่หมอและพยาบาลมิได้มีผลประโยชน์อันใดกับรายได้ หรือ รายจ่ายอันเกิดจากนโยบายนี้โดยตรง เพราะทุกคน กินเงินเดือนรัฐเป็นหลัก
แต่ ที่หลายคนทนไม่ได้ต้องออกมาท้วง มาค้าน และบางคนถึงกับลาออกจากราชการไปเลย ก้เพราะทนไม่ได้ที่จะเห็น คนไข้ได้รับคุณภาพการักษาที่ต่ำกว่ามาตรฐานของจรรยาวิชาการแพทย์
คุณ the other ที่เขียนมานี่จริงเหรอ ฟังความคิดคนอื่นบ้างหรือไม่
ยิ่งกว่าเห็นด้วยอีก
ยิ่งกว่าเห็นด้วยอีก นิยามได้กระชับ ตรงใจ และยิ่งตรงใจมากเมื่อรัฐกำลังเร่งเครื่องพัฒนาคน
ขอให้รัฐไทยจงเจริญ ใครคิดยอกย้อนทำลายความเป็นชาติไทย ขอให้พินาศ
หุ หุ หุ หุ
หุ หุ หุ หุ บางทีวิธีดูไร้พลัง แต่คุณก็ใช้วิธีนี้มิใช่หรือสร้างพลังให้กลุ่มตัวเองมาตลอด
ทำบุญซะบ้างเถิดคุณ บางทีอาจมองเห็นสีชมพู สีทองในวธีที่ดูโง่ๆ ที่คุณกำลังว่านี่แหละ
บางทีคุณกำลังกลัวใช่ไหมล่ะเพราะมันย้อนรอยวิธีคุณน่ะ แต่รัฐทำแบบเปิดเผย และมีความเป็นธรรม
กว่าคุณทำกันมานานก่อนหน้านี้ เราว่ามันได้ผลอย่างน้อยได้ 1 เสียงจากเราล่ะ
เห็นรัฐบาล
เห็นรัฐบาล ปชป.ออกโครงการนี้มาแล้ว ก็ไม่แปลกใจเลยที่ 7 เดือนกว่าแล้วไม่มีผลงานอะไร ก็เพราะมันสมองกลวงนี่
เอง ส่งสารประเทศไทย มันจะอยู่ย่ำยีประเทศไทย และพี่น้องคนไทย ไปอีกนานแค่ไหนหนอ พวกเรามาช่วยกันตั้ง
จิตอธิษฐาน กำหนดช่วงเวลาสัก 3 ทุ่มตรง ตั้งจิตอธิษฐานให้รัฐบาลโจร และอำมาตย์ (และพวกสมุนทำลายชาติ)
ให้มันฉิบหาย ล่มจมอยู่ต่อไปไม่ได้ เชื่อว่ากระแสจิตที่แรงกล้าของคนทั้งประเทศจะส่งผลให้เป็นจริงได้
โอ๊ะ!!!! สาวก ทักกี้
โอ๊ะ!!!! สาวก ทักกี้ สุภาพมั๊กๆๆ เลย สมกันจริงนะจ๊ะ
แต่เราขอบคุณนะ
แต่เราขอบคุณนะ เราจะได้สรุปไปให้พรรคพวกอ่านไม่ต้องเขียนเอง เพราะคิดงี้ด้วย แต่ยังไม่มีเวลาเขียน
ขอบคุณจ๊ะ
ต้องขายหุ้นรัฐสาหกิจสิ
ต้องขายหุ้นรัฐสาหกิจสิ ออกหวยบนดินนิ ฉลาดล้ำ
..มัวทำยอดแคะขนมครกขายหาเงินส
..มัวทำยอดแคะขนมครกขายหาเงินส่งหลานเรียนมหา,ลัยที่เดี๋ยวนี้มันแพงฉิ๊บหายเลยมาเลทไปบ้าง พอเสร็จก็รีบเข้ามาเลย เห็นการโพสที่เป็นสวะโคตรยาวของสุนัขรับใช้เผด็จการควายOTHER อ่านผ่านๆไป ก็พออนุมานได้ว่า ไอ้ควายนี่หากมันไม่ขวาสุดขอบก็รับจ้างโพส เพราะการโพสใส่ร้ายกล่าวหานายกทักษิณ ชินวัตร ของมันมีทุกวันและเกือบทุกเว็บ ซึ่งข้อเท็จจริงมันขัดกับสิ่งที่ชาวบ้านส่วนใหญ่เขารับรู้และสัมผัสได้จริง มันนิสัยเดียวกับไอ้มาร์ค ไอ้ฆาตรกรหน้าด้านที่มันไม่ยอมรับเรื่องคลิปเสียงของมัน พวกมันเหล่าเดียวกัน
..ป้าก็ไม่รู้ว่ามันไปนั่งปั้นข้อมูลมาจากนรกขุมไหน ขยันนั่งเทียนเขียนบทมาลงในเน็ตได้ทุกวัน ไอ้สันขวานเอ๋ย..หากย้อนไปดุการตั้งคณะกรรมการต่างๆขึ้นมาเอาผิดนายกทักษิณ ชินวัตร ทุกคณะไม่มีข้อมูลฟ้องศาลได้เลย จนบางคณะยุบไปแล้ว ก็ชุดไอ้แก้วสรร หน้าม้าไงจำได้มะ..จนพวกมันต้องโมเมเคสที่ดินรัชดา ที่นายกแม้วดันไปเซ็นต์ชื่อรับรองให้เมีย พวกมันก้เลยดำน้ำตีความเอาผิดซะเลย มันน่าอับอายไม๊พี่น้อง ทำทุเรศระยำอับปรีย์กันเข้าไปเถอะ..วันหนึ่งมันเปลี่ยนขั้วอำนาจแล้วทุกอย่างมันจะรีเวอร์ส ป้าเห็นมาหลายยุคแล้ว ไอ้ที่ทำกร่างคิดว่ามีแบ็คดี ระวังนะชาวบ้านเขาจะให้บทเรียนราคาแพงกับพวกมึง..
ขยันน๊ะครับ.... ทำไมมองด้านเด
ขยันน๊ะครับ....
ทำไมมองด้านเดียวล๊ะ ?
แล้วมองความชั่วของรัฐบาลปัจจุบันไม่ออกหรือ ?
.....
ฟังเพลงนี้ทุกเช้า
ฟังเพลงนี้ทุกเช้า ไม่เห็นว่ามันจะรักชาติมากขึ้นเลย
สำนึกความเป็นชาติ มิอาจได้มาเพราะเพลงกล่อมประสาท หากแต่ได้มาเพราะคนแต่ละคนเห็นคนอื่นในชาติเป็นเพื่อนมนุษย์ที่เสมอเหมือนกัน ปฏิบัติต่อกันอย่างเท่าเทียม มิใช่เห็นเป็นทาส เป็นขี้ข้าไร้การศึกษา และจ้องจะเอาเปรียบตลอดเวลา
หมดสมัยใช้ยากล่อมประสาทยี่ห้อเดิมแล้ว
โครงการนี้มันก็แค่ลูบหน้าปะจม
โครงการนี้มันก็แค่ลูบหน้าปะจมูก ผักชีโรยหน้า เพราะคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรให้ได้ดีกว่านี้อีกแล้ว เอาแบบฉาบฉวยนี่แหละคือสิ่งที่คนไทยเราถนัด
อ่านไม้รู้เรืองวะ........ไอ้ท
อ่านไม้รู้เรืองวะ........ไอ้ทีเขียนนะ
กู้รู้แต่จะเป็นหนี้หัวโตเลยวะ....จากพวกสมองหมาปญญาควยทีไปกู้ๆๆๆๆๆๆๆๆมา
รบ.หน้าหนา