บ้านเมืองไม่ใช่ของเรา: คุยเรื่อง ‘ทักษิณ’ และอะไรที่มากกว่าทักษิณ กับ ‘เควิน ฮิววิสัน’

 

1
“เมื่อมองเรื่องความรักใคร่ที่มีต่อ ‘ทักษิณ’
ความรักใคร่อาจไม่ใช่ถ้อยคำที่ถูกต้อง
มันเรียกว่าเป็นความแน่วแน่มากกว่าที่จะยืนกรานลงคะแนนให้กับพรรคนี้
แม้เลือกมาทีไร จะมีใครคนอื่นคอยกำจัดออกไปทุกคราวไป ไม่ว่าจะโดยทหาร หรือศาล
พวกเขาก็ยืนยันจะเลือกคนเหล่านี้
ปฏิกริยาของพวกเขาจึงเป็นไปในทำนองการยืนกรานแน่วแน่
ยืนกรานที่จะบอกว่า “เฮ้ย คุณต้องฟังพวกเรา”
 
2
“ถ้ามองปี 2540 ที่มีรัฐธรรมนูญ
เราอาจจะพูดง่ายๆ ได้ว่า
นั่นคือการตกลงของชนชั้นสูงที่จะลองแบ่งปันอำนาจกับกลุ่มคนที่กว้างขึ้นในเมืองไทย
ดังนั้น กลุ่มผู้ปกครองเดิม จะไม่ผูกขาดอำนาจ
มันเป็นข้อตกลงทำนองเสรีนิยม
แต่ตอนนี้ กลุ่มผู้ปกครองเดิมไม่ต้องการแบ่งปันอำนาจกับใครอีกแล้ว”
 
0 0 0
 
 
 
พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ วันนี้ เราจะมาคุยกันเรื่องทักษิณ ตอนนี้ดูเหมือนว่าทักษิณจะกลับมาอยู่ในโฟกัสของการเมืองไทยอีกแล้ว อ.เควินเป็นหนึ่งในนักวิชาการที่ทำวิจัยมามากมายเกี่ยวกับทักษิณในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
เควิน ฮิววิสัน ใช่ครับ ตอนที่ทักษิณขึ้นมามีอำนาจ ผมก็เป็นรายแรกๆ ที่วิจารณ์ทักษิณกับรัฐบาลของเขา
 
ในแง่วิชาการ มีบทเรียนอะไรจากทักษิณ บทบาทของเขาในการเมืองไทย ในแง่ประวัติศาสตร์การเมืองไทย ตอนนี้ยังไม่ชัดเจนว่าทักษิณหลุดจากการเมืองไปหรือยัง เราจะมองกิจกรรม[ทางการเมือง] การบริหารประเทศของเขาเป็นยุคสมัยหนึ่งที่โดดเด่นในการเมืองไทยได้หรือไม่? หรือว่าเราให้ค่าเขาสูงเกินไป จริงๆ แล้วก็เป็นแค่นักการเมืองคนหนึ่ง หรือนักธุรกิจคนหนึ่งที่เข้ามาเล่นการเมืองเท่านั้นเอง?
ผมมองว่า เราต้องพูดถึงทักษิณในแง่ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการเมืองไทย เราสามารถพูดได้ว่า... หรือเราอาจเรียกมันได้ว่าเป็นมรดก (legacy) ของทักษิณ ถึงแม้เขาอาจจะยังไม่ได้จากไปแล้วไปเลยก็ตาม แต่มีหลายอย่างที่มองเห็นแล้ว ซึ่งผมคิดว่ามันได้เปลี่ยนวิถีทางที่การเมืองไทยจะดำเนินไปในอนาคต และบางอย่างเป็นบวก บางอย่างเป็นลบ
 
การเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้เป็นความตั้งใจของเขาหรือเปล่า? อะไรที่อยู่ในใจเขาจริงๆ ตอนที่เขาเข้ามาสู่การเมือง? อาจารย์มองว่าเขามีกรอบความคิดหรือภาพหรือโครงการใหญ่ที่จะเปลี่ยนแปลงการเมืองไทยแต่แรกที่เข้าสู่การเมืองหรือเปล่า?
ที่จริง ผมไม่คิดว่าเขามีนะ มีบางคนที่เห็นว่า เขาเข้ามาพร้อมกับแผนการใหญ่ ผมไม่คิดว่าเขามี คุณลองนึกย้อนไปตอนที่เขาเข้าวงการการเมืองตอนแรกก่อนจะมีพรรคไทยรักไทย เขาไม่ได้เป็นนักการเมืองที่ประสบความสำเร็จอะไรมากนัก เขาเข้ามาเล่นการเมือง หลักๆ แล้ว เป็นส่วนสืบเนื่องจากธุรกิจของเขา
 
ทักษิณเข้าสู่การเมืองด้วยการเชื้อเชิญจากจำลอง ศรีเมือง พรรคพลังธรรม
แล้วมันก็พังพาบไปขณะเขาเป็นหัวหน้าพรรค ถ้ายังจำได้ เขาแถลงในสิ่งที่ผู้คนพากันเยาะเย้ย เช่น จะแก้ปัญหาจราจรในกรุงเทพฯ ภายในหกเดือน แต่ผมคิดว่าพอเขากลับมา สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปมาก ประเทศไทยผ่านการเฟื่องฟูทางเศรษฐกิจ เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ การเมืองขนานใหญ่ ผมหมายถึง ถ้ามองดูการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ เราก็จะเห็นว่าคนไทยโดยเฉลี่ยร่ำรวยขึ้นมากในช่วงสิบปีก่อนหน้า แต่ก็กระจายอย่างไม่เท่าเทียม
 
อาจารย์คิดยังไงกับการที่คนมักมองทักษิณไม่เป็นพระเอกก็ผู้ร้าย?
นั่นเป็นการมองอย่างเป็นขาวกับดำเกินไป อย่างที่บอก เราต้องมองถึงเงื่อนไขเวลาที่เขาขึ้นสู่อำนาจ และรัฐธรรมนูญ 2540 ก็มีอะไรใหม่ๆ เขาเป็นนายกฯ คนเดียวที่ได้รับการเลือกตั้งมาภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนั้น รัฐธรรมนูญ 2540 ถูกสร้างมาเพื่อเปลี่ยนวิถีทางการเมืองในไทย และผมคิดว่ามันก็เป็นไปอย่างนั้นจริงๆ ทักษิณเข้ามาและก็เดินไปตามนั้น
 
ในปี 2540 ก็เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ทักษิณถูกกล่าวหา เขารอดจากวิกฤตโดยมีเรื่องที่น่ากังขา...ได้รับข้อมูลวงใน [เรื่องการประกาศลอยตัวค่าเงินบาทของรัฐบาล – ประชาไท]
เควิน – ใช่ มีการเล่าลือเรื่องนี้ คุณจะเห็นจุดเริ่มของภาพขาวดำเกี่ยวกับทักษิณ ว่าเขาเป็นพระเอกหรือผู้ร้าย เขาเป็นตัวละครสีเทาๆ มากกว่า อยู่กลางๆ มีแง่มุมด้านบวกมากมายเกี่ยวกับทักษิณ และด้านลบก็มากด้วย ผมคิดว่าเราจำต้องมองเรื่องเหล่านี้ ดังนั้นเราจึงไม่มองเขาเป็นพระเอกหรือผู้ร้าย ผมไม่ได้มองเขาเป็นนักการเมืองโดยกำเนิด เขาเข้ามาโดยไม่มีแผน อย่างที่ผมบอก ไม่มีแผนการเฉพาะเจาะจง แต่เขาตอบสนองต่อสภาพการณ์ของวิกฤตเศรษฐกิจ และรัฐธรรมนูญ 2540 ตอนที่เขาตั้งพรรคไทยรักไทย และเขาก็ใช้ประโยชน์จากสภาพเหล่านั้น อย่างนโยบายประชานิยม หรืออะไรต่างๆ เป็นผลมาจากสภาพการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนั้น เขารวบรวมมันเข้าไว้ด้วยกัน เขาเป็นนักฉวยโอกาสด้วย บางครั้งเขาเป็นนักชาตินิยม บางครั้งเป็นเสรีนิยมใหม่โลกาภิวัตน์ บางครั้งเป็นนักประชานิยม โอกาสไหนโผล่ขึ้นมา เขาก็ยึดฉวยโอกาสนั้น
 
ถ้าไม่มองเขาเป็นขาวกับดำเกินไป อาจารย์มองเขาอย่างไร?
เขาเป็นนักการเมืองที่ฉลาดมาก ตอนแรก เขาเป็นนักการเมืองที่เอาแนวปฏิบัติแบบธุรกิจมาสู่วงการการเมือง ผมคิดว่า ก้าวแรกของเขาก็คือเมื่อเขาตั้งพรรคของเขาเอง เขาใช้เครือข่ายธุรกิจของเขาเพื่อค้นหาว่า ประชาชนต้องการอะไร แล้วจึงมีแนวนโยบายที่เรียกว่าประชานิยม เขาก้าวออกมาและพบว่า ตลาดการเมืองต้องการอะไร เขาต้องได้รับการเลือกตั้ง งานของเขาตอนที่เข้ามาในปี 2544 คือการช่วยชนชั้นนายทุนในประเทศที่กำลังจะตาย เขาไม่ได้มาเพื่อช่วยเหลือคนยากคนจน เขาต้องมีสิ่งที่ผมเรียกว่าสัญญาประชาคมใหม่กับผู้ลงคะแนนเสียงเพื่อจะได้รับเลือกตั้ง เพื่อเขาจะได้ช่วยชีวิตชนชั้นธุรกิจในประเทศ นั่นคือก้าวแรก และเขาก็คิดค้นสิ่งที่เราเรียกว่านโยบายประชานิยม 30 บาทรักษาทุกโรค การพักหนี้เกษตรกร ฯลฯ เขาก็ใช้ประโยชน์จากแนวทางนี้ แนวทางการเลือกตั้ง
 
แล้วการสร้างสัญญาประชาคมอย่างนี้จะส่งผลอย่างไร?
สิ่งที่เกิดคือนโยบายการหาเสียง ซึ่งพรรคการเมืองต่างๆ ในอดีตไม่ค่อยทำ มันจึงเป็นเรื่องใหม่ และพรรคการเมืองที่ดำเนินรอยตามพรรคไทยรักไทยก็ต้องคิดมากขึ้นเรื่องนโยบาย ซึ่งพรรคการเมืองอื่นๆ ไม่เคยทำ ทักษิณให้คำมั่นสัญญาตอนหาเสียง แล้วก็ทำตามสัญญา ซึ่งก็เป็นเรื่องใหม่อีกเช่นกัน เพราะคำสัญญาในการหาเสียงเมื่อก่อนนั้น มักเป็นเรื่องจิบจ้อย...
 
[เมื่อก่อน] พรรคการเมืองต่างๆ ก็มีนโยบาย แต่ก็ไม่สามารถทำตามที่หาเสียงไว้ได้
หรือไม่เคยกังวลที่จะต้องทำตามนโยบายที่ตัวเองหาเสียงไว้จริงๆ พวกเขาเพียงแต่ต้องการเข้ามามีอำนาจ ก่อนรัฐธรรมนูญ 2540 สิ่งสำคัญสำหรับการเมือง คือการมีเก้าอี้ เจรจาต่อรองเก้าอี้ในรัฐบาล ตอนนั้นมีพรรคการเมืองเยอะแยะ แล้วก็พยายามถอนทุนคืนให้ได้มากที่สุด เพราะคาดเดาได้เลยว่า การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะมีขึ้นเร็วกว่าสี่ปี เนื่องจากรัฐบาลผสมมีความอ่อนแอ
 
นั่นเป็นเพราะระบบราชการที่แข็งแกร่งด้วยหรือเปล่า?
นั่นก็ด้วย ระบบราชการตอนนั้นเข้มแข็ง และอันที่จริงราชการกับทหารที่อยู่หลังฉากค่อนข้างพอใจกับรูปแบบโครงสร้างอย่างนี้ เพราะนักการเมืองไม่ได้กุมอำนาจจริงๆ มีบรรดาผู้คนที่อยู่หลังฉากที่เป็นผู้กุมอำนาจจริงๆ เช่น กระทรวงมหาดไทย ตำรวจ ทหาร เป็นต้น
 
อย่างนั้นในการที่จะดำเนินนโยบายตามที่หาเสียงไว้ ทักษิณจึงต้องเผชิญกับแรงต้านมากมาย
ใช่ แน่นอน เขาพยายามปรับเปลี่ยนโครงสร้างระบบราชการ จำได้ไหมว่า เขาริเริ่มมาตรการจูงใจหลายอย่าง ผู้ว่าซีอีโอ ทูตซีอีโอ อะไรต่างๆ ระบบราชการก็ต้องให้บริการแก่ประชาชนอย่างสมควรแก่กาล และระบบราชการไทยก็ไม่คุ้นเคยกับการทำอะไรอย่างนี้ เป็นระบบราชการที่อืดอาดเชื่องช้า ที่เมื่อก่อนสนใจแต่จะควบคุมประชาชน ทักษิณเน้นหนักในเรื่องนี้ เขาเน้นนโยบายเหล่านี้เพราะอยากได้รับเลือกตั้งเข้ามาอีกทุกครั้งไป จำได้ไหมว่าเขาบอกว่า เขาจะอยู่ยี่สิบปี
 
ดูเหมือนว่าเรากำลังชมทักษิณอยู่นะ ข้อกล่าวหาใหญ่สำหรับทักษิณคือคอร์รัปชัน อาจารย์มองอย่างไรในเรื่องนี้?
เรามองด้านบวกและด้านลบ สิ่งหนึ่งที่ทักษิณทำคือ การนำนักธุรกิจเข้ามาสู่การเมืองหน้าฉาก ก่อนหน้านั้น นักธุรกิจอยู่หลังฉาก โดยเฉพาะนักธุรกิจใหญ่ระดับชาติ ทักษิณนำนักธุรกิจเข้ามาในรัฐบาล คณะรัฐมนตรีชุดแรกของเขาเต็มไปด้วยนักธุรกิจใหญ่ๆ ของไทย แล้วด้านลบก็คือ มันทำให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนมากมาย ความล้มเหลวที่สำคัญประการหนึ่งของทักษิณคือ เขาไม่สามารถ (ดูเหมือนว่า) แยกแยะผลประโยชน์ของครอบครัวหรือผลประโยชน์ทางธุรกิจของตัวเองกับผลประโยชน์ของรัฐได้ มันสับสนปนเปกันอยู่ เลยมีผลประโยชน์ทับซ้อนมากมาย มีข้อกล่าวหาเรื่องคอร์รัปชันมากมาย
 
เขาเลยถูกต่อต้านจากระบบเดิม รวมถึงชนชั้นนายทุนด้วย
ความรู้สึกและทัศนะของผมก็คือ มีอยู่ไม่กี่คนในชนชั้นนายทุนที่ถูกทักษิณเขี่ยออกไป มีความขัดแย้งกับเขาในอดีต แต่โดยทั่วไปแล้ว ชนชั้นธุรกิจให้การสนับสนุนทักษิณเป็นเวลาค่อนข้างนาน อาจจะมีความขัดแย้งเล็กๆ ต่างๆ มีคนที่ถูกผลักออกไป มีคนที่อ้างว่าถูกทักษิณโกง แต่โดยรวมแล้ว ผมคิดว่าในสภาพการณ์หลังวิกฤต 2540-41 นักธุรกิจในประเทศส่วนใหญ่แฮ็ปปี้กับนโยบายประชานิยมของทักษิณที่เอาเงินออกมาเข้ากระเป๋าชาวบ้าน พวกเขาบริโภค แล้วเศรษฐกิจก็กระเตื้องขึ้น ไม่ถึงระดับที่เคยเป็นก่อนเกิดวิกฤต แต่ก็เติบโต 4-5-6% และนักธุรกิจส่วนใหญ่ก็ชอบ
 
อาจารย์ทำวิจัยมามากในภาคอีสานของไทยที่ดูเป็นฐานที่มั่นของทักษิณ มีความเห็นอย่างไรต่อความสัมพันธ์ระหว่างทักษิณกับคนอีสาน? มันเป็นปรากฏการณ์ใหม่หรือเปล่า? หรืออะไรคือส่วนสำคัญที่ทำให้ทักษิณยังคงแน่นแฟ้นอยู่กับคนอีสาน? ก่อนหน้านี้ใครต่อใครพากันโทษคนอีสานว่า ซื้อได้ มีอะไรที่เป็นคุณภาพใหม่หรือเปล่าในความสัมพันธ์ระหว่างนักการเมืองกับฐานเสียงในช่วงทักษิณ? กระทั่งเขาหลุดจากอำนาจไปแล้ว ก็ยังมีผู้สนับสนุนจำนวนมากในอีสาน
ผมคิดว่ามีคำตอบอยู่สองประการสำหรับเรื่องนี้ ผมอาจจะลืมคำตอบที่สองไปก่อนที่จะทันได้พูดถึง อันแรกคือสิ่งที่เขาทำในช่วงมีอำนาจ อันที่สองเป็นเรื่องเกี่ยวกับสิ่งที่ได้เกิดขึ้นนับแต่เกิดรัฐประหารที่ทำให้เขาหล่นจากอำนาจ ผมคิดว่าไม่เฉพาะแต่อีสานนะ คนเหนือ คนอีสาน และที่อยู่ตามโรงงานต่างๆ รายรอบกรุงเทพฯ ที่ตั้งแต่ทักษิณไปแล้ว มีความรักใคร่ในตัวทักษิณ มีความรักใคร่ในช่วงเวลาที่เขามีอำนาจ ที่พวกเขารู้สึกว่า ตัวเองมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่า ซึ่งไม่จำเป็นต้องหมายความว่า พวกเขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่าจริงๆ แต่พวกเขารู้สึกแน่นอนว่ามันดีกว่า และสิ่งที่สำคัญกว่าคือ เขาทำให้คนเหล่านั้นรู้สึกว่า เสียงของพวกเขามีความหมาย ลงคะแนนเสียงให้นโยบายเหล่านั้น และได้รับประโยชน์จากนโยบายเหล่านั้น พวกเขารู้สึกว่าพรรคไทยรักไทยยึดถือพวกเขาเป็นจริงเป็นจัง ดังนั้นพอมีเลือกตั้งอีก ก็เลยถล่มทลาย มันจึงไม่ใช่ความสัมพันธ์ส่วนตัวแบบเก่าระหว่างนักการเมือง หัวคะแนน ผู้ออกเสียง และการแจกจ่ายเงิน หรือกระทั่งการหาเสียงว่าจะสร้างถนนในหมู่บ้านอะไรอย่างนั้น มันต่างออกไปมาก นี่เป็นการให้คำมั่นสัญญาที่ใหญ่กว่า แล้วทำตามสัญญา ประชาชนก็ได้เห็นว่า พวกเขาสามารถมีส่วนกำหนดได้
 
ผมคิดว่าเมื่อมองเรื่องความรักใคร่ที่มีต่อทักษิณ ความรักใคร่อาจไม่ใช่ถ้อยคำที่ถูกต้อง มันเรียกว่าเป็นความแน่วแน่มากกว่าที่จะยืนกรานลงคะแนนให้กับพรรคนี้ แม้เลือกมาทีไร ก็จะมีใครคนอื่นคอยกำจัดออกไปทุกคราวไป ไม่ว่าจะโดยทหาร หรือศาล พวกเขาก็ยืนยันจะเลือกคนเหล่านี้ ผมจึงบอกว่า ปฏิกริยาของพวกเขาเป็นไปในทำนองการยืนกรานแน่วแน่มากกว่า ยืนกรานที่จะบอกว่า “เฮ้ย คุณต้องฟังพวกเรานะ” ผมมองอย่างนี้ในตอนนี้
 
พอบอกว่าบางสิ่งบางอย่างดีขึ้นในอีสาน ในแง่เศรษฐกิจ สภาพชีวิตความเป็นอยู่ แล้วมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้างไหมในความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนในอีสานกับเจ้าพ่อ ผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น?
คิดว่ามี นี่ก็เป็นเรื่องด้านบวกด้านลบอีกเหมือนกัน จริงๆ แล้ว มันไม่ใช่เป็นผลจากทักษิณมากเท่ากับวิกฤตเศรษฐกิจ จำได้ไหม มีเจ้าพ่อเยอะแยะ เวลาพูดถึงเจ้าพ่อ เราพูดถึงคนที่มีอิทธิพลทางการเมืองและเศรษฐกิจในท้องถิ่น คนเหล่านี้มีอยู่มากที่หาเงินได้สบายๆ ได้เงินกู้ สร้างโรงแรม ลงทุนอะไรใหญ่โต พอเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ พวกเขาก็ตกที่นั่งลำบาก ก็อย่างที่คุณบอกว่าเขาไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตมากนัก ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นเมื่อทักษิณเข้ามาก็คือ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เขามีเงิน เขากำลังสร้างพรรคการเมืองและสามารถสยบอิทธิพลท้องถิ่น หรือเอาพวกนั้นเข้ามาในพรรคไทยรักไทยได้ เขาจึงมีอำนาจควบคุม อิทธิพลของเจ้าพ่อท้องถิ่นถดถอยลงไปมาก
 
แต่เมื่อด้วยทักษิณก็ไปแล้ว รัฐธรรมนูญก็เปลี่ยนกลับไปจนระบบการเมืองแทบจะเป็นเหมือนก่อน เกิดรัฐบาลผสมอะไรอย่างนี้ คนเหล่านี้ก็กำลังจะกลับมา พวกเขากำลังจะมีอิทธิพลอีกครั้ง คุณก็เลยได้เห็นคนอย่างเนวิน เสนาะ ฯลฯ บรรดาคนที่เคยถูกตราว่าเป็นไดโนเสาร์เมื่อไม่นานมานี้ กำลังกลับมา
 
อีกประเด็นหนึ่งที่ผมคิดมาเป็นเวลานาน และไม่ค่อยแน่ใจว่าเรามี หลายอย่างที่ทักษิณทำ บวกและลบ แต่คำถามคือ กระบวนการประชาธิปไตยในเมืองไทย สามารถรับมือกับทักษิณ หรือควบคุมทักษิณได้ไหม? ที่เราประสบมาในช่วง 2-3 ปีมานี้คือ ผู้คนเลิกมีศรัทธาต่อการใช้ประชาธิปไตยในการควบคุมทักษิณ หลายคนเลยหันไปหาหนทางที่ไม่เป็นประชาธิปไตย อย่างการรัฐประหาร หรือการใช้กฎหมายแบบของตัวเองในการจัดการทักษิณ โดยเชื่อว่านี่คือวิธีการที่ดีกว่าในการจัดการทักษิณ เพราะประชาธิปไตยได้ถูกทักษิณไฮแจ็คไปแล้ว หรือถูกทักษิณยึดไปแล้ว
 
นั่นเป็นคำถามที่ตอบยากมาก จริงๆ แล้ว ผมไม่คิดว่าเรารู้ ผมไม่คิดว่าประเทศไทยได้ให้โอกาสประชาธิปไตยได้ทำงานกับทักษิณ ทักษิณไม่ได้เป็นนักประชาธิปไตยโดยธรรมชาติ เขาต้องการอยู่ในอำนาจนานๆ เขาทำหลายสิ่งที่น่าตำหนิในแง่สิทธิมนุษยชน เขาจึงไม่ใช่วีรบุรุษประชาธิปไตย และมันเป็นเรื่องน่าขำแต่ไม่ขัน ที่ตอนนี้เขาเป็นอะไรทำนองสัญลักษณ์ประชาธิปไตย แต่ในขณะเดียวกัน ปฏิกริยาเชิงลบที่คุณพูดถึงนั้นก็ค่อนข้างน่ากังวล เพราะมันไม่ใช่เป็นแต่เพียงอนุรักษ์นิยม ไม่ใช่เพียงไม่เป็นประชาธิปไตย มันค่อนข้างอำนาจนิยมในหลายๆ อย่างด้วย ทหาร กระทรวงมหาดไทย สถาบันที่มีอำนาจควบคุมเป็นชั้นๆ เหล่านั้น มีอำนาจเพิ่มขึ้นอย่างมาก
 
อีกอย่างหนึ่งก็คือ ถ้ามองปี 2540 ที่มีรัฐธรรมนูญ เราอาจจะพูดง่ายๆ ได้ว่า นั่นคือการตกลงของชนชั้นสูงที่จะลองแบ่งปันอำนาจกับกลุ่มคนที่กว้างขึ้นในเมืองไทย ดังนั้น กลุ่มผู้ปกครองเดิม (old oligarchy หรืออาจจะเทียบเคียงเป็นอำมาตยาธิปไตยในสถานการณ์ปัจจุบัน – ประชาไท) จะไม่ผูกขาดอำนาจ มันเป็นข้อตกลงทำนองเสรีนิยม ตอนนี้ ผมมองว่าผลลบประการหนึ่งจากยุคทักษิณนั้นชัดเจนมากว่า กลุ่มผู้ปกครองเดิมไม่ต้องการแบ่งปันอำนาจกับใครอีกแล้ว แล้วก็ยันกันอยู่ นี่เป็นสถานการณ์ที่ไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ และยังไม่ชัดว่าจะไปต่ออย่างไร เพราะการเป็นประชาธิปไตยต้องอาศัยการประนีประนอม และไม่ได้หมายถึงการสมานฉันท์
 
เพราะการสมานฉันท์หมายความว่า ทุกคนกลับมาอยู่ร่วมกัน ทุกคนชื่นมื่นด้วยกัน แต่ในสังคมประชาธิปไตย ไม่ใช่ว่าทุกคนจะชื่นมื่น ผู้คนแข่งขันกันเพื่อสิ่งต่างๆ ผู้คนสนับสนุนผลประโยชน์ของตัวเอง โดยมีคนเสียประโยชน์ด้วยในบางครั้ง ตอนนี้กลุ่มอำมาตย์จะไม่แบ่งกับใครแล้ว และได้รับการสนับสนุนจากชนชั้นกลางที่กลัว หวาดผวา พวกเขากลัวว่าชาวบ้านจากต่างจังหวัดอย่างในสงกรานต์ จะมาเผาบ้าน เผาโรงงานของพวกเขา แล้วพวกเขาก็หันเหไปจากประชาธิปไตย พวกเขาเป็นนักประชาธิปไตยตามสถานการณ์ (contingent democrats)
 
เมื่อก่อน หรือปี 2535 ชนชั้นกลางถูกมองว่าเป็นผู้สนับสนุนประชาธิปไตย ตอนนี้ดูเหมือนว่า พวกเขาเป็น ‘นักประชาธิปไตยตามสถานการณ์’ คือจะสนับสนุนประชาธิปไตยหรือระบอบอื่นใดเมื่อสนองผลประโยชน์ของพวกเขา และพวกเขากลัว พวกเขายังรู้สึกว่า ทักษิณเอาภาษีจากพวกเขาไปเกื้อหนุนคนจนที่ทำให้ทักษิณและพวกพ้องกลับเข้ามามีอำนาจ หมุนเป็นวงรอบอยู่อย่างนี้ โดยชนชั้นกลางเป็นผู้จ่าย พวกเขาก็ไม่ชอบ นั่นก็เลยผลักพวกเขาเข้าหาการเมืองแบบอำนาจนิยมที่สถาบันอำนาจนิยมต่างๆ ปกป้องผลประโยชน์ของพวกเขา
 
ทฤษฎีที่อ้างกันมากว่า ชนชั้นกลางมีบทบาทสำคัญในประชาธิปไตย แต่สถานการณ์ในเมืองไทยตอนนี้ ชนชั้นกลางไทยไม่ต้องการประชาธิปไตย และถ้าชนชั้นกลางต้องการประชาธิปไตย พวกเขาก็ดูจะต้องยอมทนกับทักษิณ กับสัญญาประชาคมระหว่างทักษิณกับคนจน แล้วอนาคตของประชาธิปไตยไทยจะเป็นอย่างไร? เราจะมองข้ามชนชั้นกลางและสร้างประชาธิปไตยในรูปแบบอื่นที่ไม่ต้องสนใจชนชั้นกลางได้หรือไม่?
ผมคิดว่าเรายังคงต้องมองชนชั้นกลาง ชนชั้นนี้เติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่ต้องมองว่าพวกเขาเป็นผู้ปกปักรักษาประชาธิปไตย พวกเขาเป็นเพียงชนชั้นที่ส่งเสริมประชาธิปไตย ชนชั้นอื่นๆ ในสังคมก็สามารถส่งเสริมประชาธิปไตยได้ด้วยเช่นกัน อย่างที่บอกก่อนหน้านี้ ผมไม่คิดว่าเราจะสามารถละเลยชนชั้นกลางไปได้ สิ่งที่ต้องทำคือ การประนีประนอมจากทุกฝ่าย คนชั้นล่างสุดของสังคมจะต้องรู้สึกว่า ตัวเองมีสิทธิมีเสียงที่มีความหมายในสังคม และประชาธิปไตยคือหนทางหนึ่งที่จะทำให้เป็นอย่างนั้น และชนชั้นกลางก็สามารถไปได้อย่างสบายโดยไม่ต้องมีระบอบประชาธิปไตย เรามีตัวอย่างมากมาย เช่น สิงคโปร์ จีน ชนชั้นกลางมีแนวโน้มที่จะสนับสนุนรัฐบาลอำนาจนิยมอย่างนี้ ตราบใดที่สามารถสนองประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การบริโภค ฯลฯ ให้แก่พวกเขา สร้างงานให้แก่พวกเขา
 
ดูไม่ค่อยสดใสเท่าไหร่สำหรับเมืองไทย แล้วอาจารย์ก็กลับไปอยู่สหรัฐฯ
กระทั่งในสหรัฐฯ ก็ดูไม่ค่อยสดใสเท่าไหร่เมื่อไม่กี่ปีก่อน แต่สิ่งต่างๆ เริ่มเปลี่ยน ผมไม่มีสิทธิออกเสียงในสหรัฐฯ เพราะเป็นออสเตรเลียน แต่ผมคิดว่าประชาธิปไตยไทยมีอนาคตที่สดใส อยู่ที่ว่าคุณจะข้ามพ้นการปฏิเสธที่จะประนีประนอม การปฏิเสธที่จะแบ่งปันอำนาจในขณะนี้ได้อย่างไร และถ้าประเทศไทยสามารถผ่านพ้นขั้นนี้ไปได้ นั่นอาจหมายถึงการลุกฮืออีกหลายครั้งอย่างที่เราได้เห็นมา อาจหมายถึงการสัประยุทธ์ทางการเมืองมากขึ้น การเชือดเฉือนทางการเมืองมากขึ้น แต่ถึงที่สุดแล้วประชาชนจะต้องเชื่อว่า จำต้องมีการประนีประนอม คุณอาจจะไม่ชอบ แต่คุณจำต้องประนีประนอม ผมคิดว่าประเทศไทยอาจจะสามารถทำได้ เคยทำมาแล้วหลัง 2535 และอาจจะทำได้อีก นอกจากนี้ ผมไม่คิดว่าประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัด หรือชนชั้นผู้ใช้แรงงานตามชานเมืองกรุงเทพฯ จะสามารถถูกควบคุมได้ง่ายๆ อย่างที่เคยเป็นมาในอดีต อุดมการณ์เก่าๆ จะไม่มีความหนักแน่นอย่างที่เคยเป็นมาในอดีต
 
กลุ่มต่างๆ ที่ต่อต้านทักษิณก็ยังไม่สามารถหาอุดมการณ์ใหม่แทนที่ของเดิมได้
ยังไม่มี พวกเขายังคงอ้างประชาธิปไตยแบบไทยๆ ที่ย้อนยุคไปหาระบอบทหารในอดีต ไม่ใช่ความคิดใหม่ ดังนั้นจะต้องหาหนทางที่จะไปข้างหน้า ตรวจสอบและถ่วงดุล อะไรต่างๆ ที่จะทำให้กลุ่มต่างๆ รู้สึกว่า ผลประโยชน์ของตนได้รับการตอบสนอง

Comments

เฉยๆ กับคนให้สัมภาษณ์

เฉยๆ กับคนให้สัมภาษณ์ เพราะเป็นคำสัมภาษณ์ที่พื้นๆและแสนจะธรรมดามากๆ

แต่น่าผิดหวังกับคำถามชี้นำของคนสัมภาษณ์มากกว่า

เช่นคำถามนี้

อีกประเด็นหนึ่งที่ผมคิดมาเป็นเวลานาน และไม่ค่อยแน่ใจว่าเรามี หลายอย่างที่ทักษิณทำ บวกและลบ แต่คำถามคือ กระบวนการประชาธิปไตยในเมืองไทย สามารถรับมือกับทักษิณ หรือควบคุมทักษิณได้ไหม?

ทักษิณคือผลผลิตจากการเลือกตั้ง ซึ่งก็คือกระบวนการโหวต

แล้วที่ถามว่าประชาธิปไตยจะรับมือทักษิณ หรือควบคุมทักษิณนี่ นต้องไปดูที่ระบบตรวจสอบต่างหาก

วันหลังหาคนสัมภาษณ์กับคนให้สัมภาษณ์ใหม่เถอะ

คนดังไม่ดัง ไม่สนใจหรอก เอาพวกที่มันมีความคิดดีดี หรือมีตรรกะแน่นๆหน่อยเหอะ เห็นอย่างนี้แล้วไม่อยากอ่าน

เฮ้อ....

ประเทศนี้ เมืองนี้

ประเทศนี้ เมืองนี้ ถ้ามีใครมาเปลี่ยนแปลงให้พี่น้องประชาชนมีความคิดต่างไปจากผู้มีอำนาจเดิม ซึ่งผู้มีอำนาจเดิมไม่สามารถปกครองได้ หรือสั่งให้พี่น้องประชาชนซ้ายหันขวาหันได้ดังใจคิด มันผู้นั้นก็ไม่สามารถอยู่ในบ้านเมืองนี้ได้ มันเป็นมาทุกยุคทุกสมัยแต่โบราณ นับแต่ปี พ.ศ. 2475 วันเวลาผ่านไป ทุกคนในประเทศก็จะโหยหาในสิ่งผู้นั้นได้กระทำมา แต่มันก็สายเสียแล้วไปซะทุกที!!!
" นี่แหละคือบทซี้ให้เห็นถึง ประเทศนี้ชาตินี้ ผ่านร้อนผ่านหนาวมา 70 กว่าปีแล้ว แต่ทำไมยังไม่เจริญทันชาติอื่นๆ ในเอเซีย "
ในไม่ช้าไม่นานเชื่อได้แน่ว่าจะต้องเป็นรองประเทศเวียดนามอย่างแน่นอน เพราะประเทศนี้เคยแบ่งเหนือใต้ไปแล้ว
ประเทศเกาหลี ก็แซงหน้าไทยไปนานแล้ว ก็มีการแบ่งเหนือแบ่งใต้
ประเทศนี้เมื่องนี้จะเจริญได้ต้องให้แบ่งเหนือแบ่งใต้ก่อนซะนั้นหรือ ???

เมืองไทยเกียดกลัวคนเก่ง

เมืองไทยเกียดกลัวคนเก่ง ทักษิณระดับไหน พวกขุนนางอมาตย์เกรงกลัวริษยาเป็นที่ตั้งกลัวคนเก่งจะเด่นเกินเลยหาทางกำจัดให้พ้นทางทั้งที่พวกตัวเองทำไม่ได้(ไม่เท่าขี้ตีนทักษิณ)ดิดจะบริหารประเทศเอง ถุย. ถุย.ทำไม่ได้แค่เล่นขาของปาหี่เท่านั้น ทักษิณน่ะมาตราฐานสูงหาคนเที่ยบลำบากหน่อยช่วงเวลานี้ใครขึ้นมาก็เน่าหมด ไล่ทักษิณไปอยู่ต่างประเทศเท่ากับส่งทักษิณไปดูงานหาความรู้คลังสมองให้แน่นขึ้นได้พบปะผู้นำระดับโลกรู้วิธีหาสตางค์ใช้ให้ยิ่งใหญ่ ไงถูกใจไหมส่งไปหาคุมทรัพย์มากขึ้นตอนนี้ซิจะยิ่งลำบากกว่าเก่าเพราะทักษิณไปเจอคุมทรัพย์ เหมืองทอง เหมืองเพรช หวยลอตโต้ และคิดจะผลิตฮอลิคอปเตอร์อีก นี่แหละเขาเรียกว่าผู้นำที่แท้จริงอยู่ตรงไหนรัศมีผู้นำเกิด ไม่เหมือนพวกผีเปรตจับยัดเยียดให้เป็นผู้นำสักวันธาตุแท้ก็ผุดกรวดเอามาย้อมสีมันก็เป็นกรวดวันยังค่ำรัศมีในตัวไม่มีหลงตัวเองเป็นเพรชแต่เป็นเพรช-ฆาตสั่งฆ่าปชช.

ท่านทักษิณ กำลังจะกลายเป็น

ท่านทักษิณ กำลังจะกลายเป็น “ประวัติศาสตร์” แล้ว

เพราะตอนนี้ ถึงขนาด Phone-in ไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยว มีคนไม่กี่สิบคน ก็ยังมี

ส่วนประวัติศาสตร์ของท่าน จะ “ดี” หรือ “ไม่ดี” คงต้องคอยดูกัน ครับ

ประเทศไทยไม่กลัว “คนเก่ง” ครับ แต่กลัว “คนโกง” มากกว่า

การโกงเป็นบ่อเกิดของ “ความล้าหลัง” มากกว่า “การพัฒนา”

ก่อนหน้านี้, มีการสร้างกระแสว่า “ถึงโกง แต่ก็ทำงาน ก็ไม่เป็นไร”

กระแสนี้ปลุกไม่ขึ้นครับ คนไทยส่วนใหญ่มี “มโนธรรม” ครับ

ถ้าคุณโกง คุณต้องติดคุก ไม่ต้องไปทำงานหรอก เพราะคุณ “ขี้โกง”

การ Corruption เป็น ที่มาของการรัฐประหาร เป็น “สายล่อฟ้า”

ทำให้เกิดสิ่งที่เราไม่ต้องการ

การที่มาพล่ามพูด ถึงแต่เรื่อง “ประชาธิปไตย” หรือ “รัฐประหาร”

โดยไม่พูดถึง “ปัญหาการคอร์รัปชั่น” เป็นเรื่องที่เปล่าประโยชน์

เพราะ การ Corruption เป็น Root cause ของปัญหาทั้งปวง ครับ

***ผมคนหนึ่งที่แน่วแน่เลือกทั

***ผมคนหนึ่งที่แน่วแน่เลือกทักษิณ เพราะเมื่อก่อนก็เคยเลือกประชาธิปัด แต่เลือกแล้วกลับศักดินาหนักขึ้นไปอีก คำให้สัมภาษณ์ของท่าน จะต้องรอคอยการพิศูจน์ในสมัยเลือกตั้งครั้งหน้า ถ้าทักษิณแพ้ หรือเพื่อไทยแพ้ แสดงว่าระบบดั้งเดิม พยายามอย่างมากที่จะคงความได้เปรียบไว้ทุกช่องทาง และผลกระทบจะตกอยู่กับคนรากหญ้า ที่ต้องสวามิภักดิ์ต่อผู้มีอำนาจและอิทธิพล เพื่อความอยู่รอดของตน เพื่อลาภสักการะของตน

ชอบน่ะ อ่านแล้วคิดว่ามองได้ดี

ชอบน่ะ

อ่านแล้วคิดว่ามองได้ดี มาก หรือ จะปฎิเสธ

อ่านประวัติศาสตร์ไทยมากๆ ก็น่าจะทำให้เข้าใจได้ดีขึ้น คนให้สัมภาษณ์ก็พูดเป็นกลางเรื่องแกนอำนาจ ที่เป็นมานาน มันไม่เปลี่ยน มันย่อมเป็นพื้นๆ เพราะมันไม่เคยเปลี่ยน หากมันเปลี่ยนย่อมน่าสนใจ

แล้วมันจะเปลี่ยนได้อย่างไรเพราะกลับไปเป็นเหมือนเดิม เรามองเห็นประชาธิปไตยในประเทศไทยมันเกิดขึ้นมาเพียงกระพริบตาเท่านั้นและก็เกิดการขัดขวางและการกระทำซ้ำซากจนกลับเป็นเหมือนเดิม

แล้วอย่ามาบอกว่าเรามีประชาธิปไตยแบบไทยไทย คำนี้น่าหัวเราะ เพราะเหมือนกับบอกว่าให้ยอมรับเสียเถอะ และก็เป็นอะไรที่ลึกๆ มากกว่านั้น

การเมืองต้องเปลี่ยน หากมีแต่ผู้ที่กุมความคิดในเรื่องประชาธิปไตย คือ ชนชั้นกลาง และชนชั้นสูงกว่าชนชั้นกลาง ไม่น่าจะเป็นสิ่งถูกต้องเพราะพวกที่มีอำนาจซึ่งเป็นกลุ่มชนส่วนน้อย หากว่าตามทฤษฎีหางแถว คือทำอย่างไรที่คนที่อยู่ในส่วนหางแถวที่ควรเข้ามามีส่วนร่วมในระบบอบประชาธิปไตยได้มากขึ้นเพราะคนกลุ่มนี้คือประชากรกลุ่มหลักของประเทศ ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มหัวแถวทีมีจำนวนน้อยแต่มีอำนาจในการควบคุมเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศ เพราะประชาธิปไตย คือ ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันในการให้ความเห็นและความต้องการในการระบอบประชาธิปไตยของประเทศ

เห็นด้วย กับคำที่ว่า เพราะ

เห็นด้วย กับคำที่ว่า

เพราะ การ Corruption เป็น Root cause ของปัญหาทั้งปวง

เริ่มที่ผู้นำปัจจุบันทั้งหมดทั้งปวงที่อยู่ทั้งหน้า และ หลังทำให้ดูก่อน

ทำไม ผู้มีอำนาจในประเทศไทยปัจจุบันหลังการปฏิวัติ ยังรวยขึ้น รวยขึ้น ทำไม เจอว่ารวยขึ้น สอบก็เจอตอ แล้วมีอะไรเปลี่ยน ไม่ต้องพูดถึงคนคนเดียว คนอื่นๆ มีอีกมาก ขุดมาบ้าง กินเล็ก กินน้อยก็ ถือว่าโกง

อย่า เห็น คำว่า fare กับ share มากเลย

แล้ว

อยากตั้งกองทุนสำหรับชนชั้นล่างทียากไร้ อยากให้ท่านทั้งหลายเข้าแถวขอบริจาค ทุกวัน

เพียงแต่ฝันว่า ว่าคนไทยไม่อิงอำนาจ วาสนา

จะผู้คนหลายหลายเฝ้าแต่คิดทำโครงการอะไรเพื่อชนชั้นล่างที่ยากไร้ให้มากๆ เพื่อนำเงินรายได้มาบริจาค

ฝันว่า วันนั้นคนยากไร้หลากหลายในประเทศก็จะเงยหน้าอ้าปากได้ ขอบคุณท่านผู้มีใจงาม

เห็นด้วย

เห็นด้วย แต่ไม่เลือกทักษิณเพราะคงไม่ได้กลับอีกนาน จะเลือกผู้ที่ให้ความเป็นประชาธิปไตยมากกว่า ไม่เลือกอำมาตญื และ ประชาธิปัตย์ตัวแทนทหาร อำมาตย์ แน่นอน เลือกทั้งที่เอาเด็กไร้สติมาได้อย่างไร ปั่นปว่น ไปหมด

พรรคร่วมก็กระไรยอมได้อย่างไร รู้อยู่ว่าธรรมชาติของพรรคเด็กชายไร้สติเป็นอย่างไร

เห็นด้วยกับแช่มว่าcorruptionเ

เห็นด้วยกับแช่มว่าcorruptionเป็นroot cause ที่เหนี่ยวรั้งความเจริญของสังคม

ขอถามว่า ก่อนทักษิณ เมืองไทยมีcorruptionหรือเปล่า? ในการเมืองไทยมีแต่ทักษิณคนเดียวที่"โกง"? แค่กำจัดทักษิณ corruptionก็หมดไปจากเมืองไทย? พวกอำมาตย์,ขุนศึก,ซากเดนศักดินา ไม่เคย"ฉ้อราษฎร์ บังหลวง"? ทรราชสฤษต์ ไม่เคยโกงบ้านกินเมือง

ในเมื่อรู้root cause แล้ว วิธีแก้หรือมาตรการป้องกันที่ถูกต้องคืออะไร? เอาคนดีมาปกครองบ้านเมืองหรือ? ใครคือคนดี? จำลองหรือ? อำมาตย์ใหญ่หรือ? คนที่ไปรุกป่าปลูกบ้านบนภูเขาน่ะเป็นคนดีหรือ? แล้วคนดี จะดีตลอดชาติหรือ เปลี่ยนใจไปเป็นคนชั่วไม่ได้หรือ?

ประเด็นสำคัญสำหรับผมตอนนี้คื่อ ช่วยกันสร้างระบบการเมืองที่มีกฏเกณฑ์ที่ดี ยุติธรรม และบังคับใช้กฏอย่างเข้มงวดและเป็นธรรมต่างหาก รวมทั้งการสร้างระบบตรวจสอบ ถ่วงดุลย์ ที่มีประสิทธิภาพ เป็นอิสระจริง สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนจริงๆ

ประชาธิปไตย ต้องใช้เวลาและ"ค่าใช้จ่าย" ราคาแพง จึงได้มา ไม่ไช่เทวดาที่ไหนประทานให้ ประชาชนต้องสร้างเอง และอดทนต่อบทเรียนแห่งความผิดพลาด เพื่อจะได้ฉลาดขึ้นเรื่อยๆ คนที่ชอบพูดว่าคนไทยไม่พร้อมต่อระบอบประชาธิปไตยนั่นแหละคือคนที่ไม่พร้อมที่สุดคนเดียว ประชาชนเขาพร้อมตั้งนานแล้ว มีแต่พวกคุณนั่นแหละไม่พร้อมจะสละprivilege ของตัวเอง รู้ตัวหรือเปล่า

เลิกสร้าง"ปีศาจ"ทักษิณมาหลอกชาวบ้านเถอะแช่ม และก็เลิกหลอกชาวบ้านซะทีว่า เทวดาเท่านั้นที่ดีวิเศษเหมาะที่จะปกครองคนไทย ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบด้วย อย่างน้อยก็มีผมคนหนึ่งที่ไมเชื่อ ผมมองทักษิณเหมือนHewisonมากกว่า ว่าเขาเป็นแค่"คน"ที่มีทั้งดีและเลว และเห็นด้วยกับการมองปัญหาอย่างเป็นระบบ ไม่เจาะไปที่บุคคล บุคคลเป็นแค่ปรากฏการณ์ที่สะท้อนระบบเท่านั้น

โดยเด็ดขาดว่าอำมาตย์ต้องสิ้นไ

โดยเด็ดขาดว่าอำมาตย์ต้องสิ้นไปในยุคสมัยนี้
ประชาชนต้องมีประชาธิปไตยที่แท้จริงเท่านั้น
คำถาม ทำอย่างไรรึ?
คำตอบ 1) รอให้อำมาตย์..รอให้คุณ ๆ เหล่านั้นกลับตัว
กลับใจ คงยาก.....หรือจะรอจน(สิ้นอายุขัย)ก็เชื่อว่า
จะต้องมีการสืบทอดต่อ ๆ ไป อีกนาน
2) ต้องมีการลุกฮือของประชาชนทั้งแผ่นดิน
เท่านั้น ที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ เพื่อนำมา
ซึ่งระบอบประชาธิปไตยแบบประชาชนที่แท้จริงได้

ชื่อที่คุณตั้งให้ตัวเองว่า

ชื่อที่คุณตั้งให้ตัวเองว่า ไพร่ เหมาะสมจริงๆครับ โง่เหมือนควายยังงี้เชียวถึงถูกทักษิณหลอกได้ง่าย ไอ้เรื่อง เหมืองทอง เหมืองเพรช หวยลอตโต้ และคิดจะผลิตฮอลิคอปเตอร์ ห่าเหวอะไรนั่น ผมดูแล้วมันเป็นการเล่นมุขสร้างราคามิให้ตกข่าวมากกว่า วิธีการโปรโมตและนำเสนอตัวเองแบบนี้พวกดารามันชอบใช้กันครับ พยายามอ่านข่าวสารให้มากๆหน่อยนะครับ หนังสือก็ควรอ่านเยอะๆจะได้ไม่โง่รู้ทันคนครับ การฟังใครพูดใครกล่าว ต้องหยิบมาพิเคราะห์ก่อนตัดสินใจเชื่อครับ คุณนี่ปัญญาอ่อนจริงๆ ประเทศไทยนี้ทักษิณมันเก่ง ดี อยู่คนเดียวไง ผมว่าคุณอย่ามาโพสโชว์โง่ดีกว่าครับ อย่างคุณต้องอ่านเยอะๆครับ ที่ด่านี่อย่าโกรธนะหวังดีต่างหาก เป็นการด่ากระตุ้นต่อมสมองให้ทำงานมากขึ้นครับ

เดี๋ยวนี้บางครั้งก็ชักรู้สึกเ

เดี๋ยวนี้บางครั้งก็ชักรู้สึกเหมือนกันว่า "บ้านเมืองไม่ใช่ของเรา"จริงๆ เพราะอำนาจไปอยู่ในมือคนไม่กี่คน เห็นเป็นอย่างนี้ไม่เปลี่ยนแปลงมาตลอดชีวิต ไม่มีการพัฒนาทางการเมืองไปในทางที่ดีขึ้นเลย วนเวียนซ้ำซากอยู่แบบเดิม ถ้าตราบใดที่คนที่ทำผิดกฎหมายทุจริตคอร์รัปชั่นแล้วไม่ต้องถูกดำเนินคดีและได้รับโทษตามกฎหมาย มันก็จะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อไปว่าทำผิดแล้วไม่เห็นเป็นอะไรเลย ก็จะทำตามอย่างเพราะรวยง่ายดีๆกว่าทำมาหากินสุจริตรวยช้าไม่ทันใจ ยิ่งใช้อิทธิพลทางการเมืองเพื่อเอื้อผลประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง จะเห็นได้จากนักการเมืองไม่ว่านักการเมืองท้องถิ่นหรือนักการเมืองระดับชาติก็จะมีพฤติกรรมเช่นนี้ไม่แตกต่างกัน เพราะที่มาเป็นนักการเมืองก็ไม่ได้มีอุดมการณ์อะไรตั้งแต่แรกแล้ว คนดีๆก็ไม่ค่อยมีใครอยากไปเป็นนักการเมือง ไปทำอาชีพอื่นกันหมด ทั้งๆทีเมืองไทยมีคนดีและคนเก่งมากมาย แต่เขาเหล่านั้นไม่มีใครอยากไปข้องเกี่ยวกับการเมือง น่าเสียดายแทนประเทศชาติจริงๆที่ไม่ได้คนเหล่านี้มาทำงานเป็นตัวแทนให้กับประชาชน คงจะจริงในแง่ที่ว่า การเมืองที่ดีจริงๆแล้วเป็นเรื่องที่ต้องเสียสละเพราะคนที่มาเป็นนักการเมือง เงินเดือนเมื่อเทียบกับนักบริหารในธุรกิจใหญ่ๆก็ต่างกัน จึงต้องมีคนที่เสียสละจริงๆยอมเสียรายได้สูงๆมาทำงานการเมือง ก็ได้แต่หวังว่าประเทศจะมีบุคคลที่เสียสละยอมมาทำงานให้กับประเทศที่ตนอยู่อาศัยนี้บ้าง

ก็โอเคสำหรับบทสัมภาษณ์

ก็โอเคสำหรับบทสัมภาษณ์ ฟังดูแล้วไม่มีจริตแบบ'สร้างเทวดา/ปีศาจ'แบบชนชั้นกลางในไทย จริตแบบนี้มันล้าหลังเป็นจริตของคน'ไร้การศึกษา' ไอ้ที่ศึกษาอยู่คือการสอน'งานช่าง'ให้ลูกมือ ช่างเครื่อง ช่างกลไก ช่างวัสดุ ช่างกลไกชีวภาพ เขาสอนช่างพวกนี้ไว้ยัดเข้าระบบแรงงานมีฝีมือชั้นสูง ไอ้ที่ได้ปริญญาก็คือบัตรรับรองการอบรมทางช่าง อย่าไปเผลอคิดว่ารับรองสติปัญญาการคิดแบบอารยะหรือรับรองการใช้สามัญสำนึกที่ดีเข้าล่ะ

7-8พย2490 นายทหารนอกราชการ

7-8พย2490 นายทหารนอกราชการ พลโทผิน ได้ชวนสฤษดิ์ เผ่า ถนอม ประภาส ชาติชาย ทำการรัฐประหาร ล้มล้างรัฐบาล พลเรือตรีหลวงธำรงค์9 ซึ่งเป็นรัฐบาล ที่สืบทอดอำนาจต่อจากรัฐบาลปรีดี

สิ่งหนึ่ง ที่พวกคณะรัฐประหารได้นำมาอ้าง นั่นคือ การคอรับชั่น ในวงราชการ โดยเฉพาะกรณีการกินจอบกินเสียม(คอรับชั่นกระทั่งเรื่องเงินที่ใช้ซื้อจอบซื้อเสียมแจกชาวนาชาวไร่)
บันทึกความทรงจำของ ผิน ที่ได้เขียนออกมาว่า ตัวของเขานั้นรู้สึกขมขื่นใจ ที่เห็นการคอรับชั่นอย่างมหาศาลในวงราชการ
เห็นคนที่คอรับชั่นมีเงินร่ำรวย ขี่รถยนตร์คันโตๆ มันช่างบาดใจเขาเหลือเกิน (ต่อมาประวัติศาสตร์จะชี้ให้เห็นเองว่าความจริงแล้วมันคืออะไร) หลังจากที่พวกเขาทำรัฐประหารสำเร็จ ก็ได้มีการออกกฏหมายหลายอย่าง(ให้ไปศึกษาอ่านกฏหมายรัฐธรรมนูญที่ออกมาหลังการรัฐประหารปีนั้นว่ามันมีเพิ่มเติมอะไรบ้างที่ทำให้เกิดปัญหาอย่างยาวนานจนกระทั่งปัจจุบัน)
และคณะรัฐประหารก็ให้นายควง พรรคปชป เป็นนายกรัฐมนตรี

นี่ขนาดย้อนหลังไปจนใกล้2475 มันยังมีเรื่องคอรับชั่น ที่ถูกอ้างถึงนำมาใช้ในการรัฐประหาร
และการรัฐประหารทุกครั้งถึงกว่า21ครั้ง ของตอแหลแลนด์ ต่างล้วนอ้างเรื่อง คอรับชั่น เป็นเรื่องแรกทั้งสิ้น

พรรคการเมืองโบราณสุดน่าจะเป็นปชป ส่วนพรรคอื่นๆที่เคยร่วมสมัยล้วนล้มหายตายจาก
จนกระทั่ง มามีพรรคชาติไทย กิจสังคม ความหวังใหม่ ส่วนนอกนั้นอื่นๆล้วนสิ้นสภาพ
แต่ทว่า มันมีความจริงอยู่อย่าง ที่พวกนักการเมืองกินเมือง ก็ยังคงเป็นพวกเก่าๆ หน้าเดิมๆ ไม่เปลี่ยนแปลง
และพวกเหล่านี้ล้วนมีข่าวคาวเกี่ยวกับการคอรับชั่น แทบทั้งนั้นทุกพรรค ไม่เว้นแม้นกระทั่งปชป กรณีสปก4-01 นี่ชัดเจนที่สุด
ถ้าหากจะไปลงลึกในรายละเอียดของตระกูลนักการเมืองเหล่านั้น เราจะพบความจริงว่า พวกนี้ เกือบทั้งหมดแทบไม่ได้มีอาชีพอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน บ้างเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพย์ติด บ้างเกี่ยวข้องกับการเป็นเจ้าพ่อมีซุ้มมือปืน
และพวกนี้เมื่อเข้ามาเป็นนักการเมือง ต่างก็ร่ำรวยมากขึ้นอย่างมหาศาล รวมทั้งที่ดินก็เพิ่มมากขึ้นจากดั้งเดิมที่แทบจะเป็นพวกที่ไม่มีที่ดินอยู่เลย
บางตระกูลก็ทำมาหากินโดยการฉ้อโกง แบบชนิดที่ไม่อาจปิดบังได้ เพราะโกงธนาคารจนถูกศาลตัดสินว่าฉ้อโกง

ความเน่า ของระบอบการปกครองของประเทศนี้ ที่แม้นแต่พิชญ์และเควิน ก็ยัง ไม่อาจที่จะลงลึกไปถึงความจริงที่มันอยู่เบื้องหลัง นั่นเพราะ การที่ไม่ยอมรับความจริงในสิ่งที่มันได้เกิดขึ้นจริงๆ

การคอรับชั่นของตอแหลแลนด์มันไม่ได้มาจากฝ่ายการเมืองเพียงฝ่ายเดียว ทว่า มันคือการร่วมมือจากสามฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับเงินงบประมาณแผ่นดิน นั่นคือ นักการเมือง ข้าราชการประจำ(ไม่ว่าสีเขียวสีกากี9ล9) และพ่อค้า
มันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ก่อน2475จนถึง2475และเรื่อยมาจนกระทั่งถึงยุคชวนชั่ว2

จากการที่รัฐธรรมนูญ ในฉบับก่อนๆรวมทั้งธรรมนูญการปกครอง นั้น แบบแผนของมันทำให้ได้ ระบบการเมืองที่อ่อนแอ
สส ถูกซื้อเสียง(ยกมือลงคะแนน) ได้ง่าย การที่ได้จำนวนสสแบบเบี้ยหัวแตก ไม่ได้มีพรรคใดพรรคหนึ่งที่มีคะแนนเสียงมาก มันย่อมทำให้ได้รัฐบาลผสมที่อ่อนแอ และเป็นสาเหตุที่เอื้อต่อการก่อให้เกิดการคอรับชั่นได้มากเป็นทวีคูณ(ก็ขนาดกิจสังคมยุคคึกฤทธิ์ที่มีแค่18เสียงยังผ่าฝ่าด่านมะขามเตี้ยขึ้นมาเป็นนายก แล้วก็เละตุ้มเป๊ะ ที่กินคอรับชั่นกันกระหึ่มเช่นกัน)
และยิ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้สิทธิเสรีภาพของประชาชนต้องลดน้อยถอยลง มีการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนได้มากขึ้นอย่างเพิ่มทวีคูณ (ยุคเปรม นี่ถีบลงเขาเผาในถังแดง นั่งยาง มีมันรายวันให้ไปอ่านหนังสือพิมพ์ยุคนั้นดู) แถมยาเสพย์ติด ก็ยิ่งระบาดแพร่หลาย การค้ามนุษย์ถึงขั้นมีการขโมยเด็กทารกแรกเกิด มาฆ่าแล้วเอาเฮโรอินซุกในท้องเด้กทารกที่ถูกฆ่าเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ด่านตรวจคนเข้าเมืองระหว่างไทยมาเลย์ ซึ่งเรื่องนี้ข่าวดังมากในยุคนั้น เรื่องซ่องนรก ที่จับหญิงสาวมาล่ามโซ่แล้วไฟไหม้ตาย นี่จะเห็นข่าวเป็นระยะในยุคทรราชเหล่านั้น เรื่องคนงานถูกหลอกให้ไปทำงานในไร่นรก ที่เป็นเสมือนประหนึ่งค่ายกักกัน ที่มันไม่น่าเชื่อว่าจะมี แต่ก็มีอยู่เรื่อยๆในยุค รายำที่ว่านั่น

เมื่อมายุคทักษิณ ทุกอย่าง มันเปลี่ยนโดยสิ้นเชิง ประเทศ นี้ มีความเข้าใกล้สู่ระบอบประชาธิปไตยมากที่สุดเท่าที่ประเทศนี้ได้ตั้งขึ้นมา
คนส่วนใหญ่ของประเทศ ได้รับการยกระดับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ให้เท่าเทียมกัน นั่นคือ เข้าสู่ยุคที่เรียกว่ารัฐสวัสดิการ
(แต่ดันถูกไอ้พวกpseudo intellectualที่เป็นสาวกของพวกสากดินาอำมาตยาทรราชแมงสาปเน่า ได้บิดเบี้ยวว่าเป็นโครงการประชานิยม โดยที่ไอ้พวกควายพวกนี้ั ทำไมไม่ไปบอกให้ ยูโรปตะวันตก หรืออียู เลิกรัฐสวัสดิการซะเพราะเป็นโครงการประชานิยม ทั้งๆที่ รัฐบาลทักษิณ ก็ได้ความคิดเหล่านี้มาจากประเทศต่างๆที่เป็นประชาธิปไตยในยุโรปนั่นแหละ)

ในยุคทักษิณ ข้าราชการคือ ผู้ที่ทำงานเพื่อประชาชน ไม่ใช่นายของประชาชน ซึ่งมันแตกต่างจากยุคชวนชั่ว2จนถึงยุค2475หรือก่อนหน้า นั่นเพราะยุคเหล่านั้น ข้าราชการคือนายของประชาชน ไม่งั้นมันจะมีคำพังเพยที่ว่า 10พ่อค้า ไม่เท่าหนึ่งพระยาเลี้ยงหรือ ในหมู่ของพวกข้าราชการสายปกครอง

ในยุคของทักษิณ กลุ่มเอ็นจีโอมีมากที่สุด และออกมาเคลื่อนไหวมากที่สุด ก็ขนาดกรณีคลื่นยักษ์สึนามิ ที่ถล่มภูเก็ตพังงา รัฐบาลทักษิณ ประกาศไม่รับความช่วยเหลือจากต่างชาติผ่านรัฐบาล แต่ถ้าต่างชาติจะบริจาคช่วยเหลือ ก็ให้บริจาคผ่าน เอ็นจีโอ นี่คือความจริงทางประวัติศาสตร์
และการช่วยเหลือของรัฐบาลทักษิณต่อผู้ประสบเคราะห์กรรมจากคลื่นยักษ์สึนามินี่ต้องบอกว่ารวดเร็วขนาด ต่างประเทศยังทึ่ง เพราะประเทศต่างๆที่ประสบเคราะห์กรรมพร้อมกันอย่างบังคลาเทศศรีลังกา อินโโเนเซีย นั้น ยังเลพเทะอยู่เลย
ผู้คนยังต้องอยู่ในเต๊นท์อดๆอยากๆ แต่ทว่าของไทยในยุคทักษิณ ชาวบ้านที่ประสบเคราะห์กรรมโรงเรียนที่พังพินาศ ได้รับการก่อสร้างบ้านใหม่ให้โรงเรียนใหม่ให้ ในระยะเวลาที่รวดเร็ว (ขนาดที่คนจ้างปลูกบ่านยังเสร็จช้่ากว่าหรือไม่ก็บางทีก็ยังโดนบริษัทรับจ้างสร้างบ้านโกงอีกต่างหากคือจ่ายเงินค่าก่อสร้างไปเกือบหมดแล้วแต่สร้างให้แค่เสาบ้านจากนั้นทิ้งงานตามที่เป็นข่าว)
สิ่งเหล่านี้ ผู้คนย่อมสำผัสได้ หากดวงตาไม่มืดบอด

กรณียาเสพย์ติด ที่มีการกล่าวอ้างว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนเพราะมีคนตายกว่า2500ราย ทั้งๆที่ไม่ได้มีการเจาะลึกลงไปในรายละเอียดว่า คนที่ตายผิดธรรมชาตินั้น ใครฆ่า แต่ก็เหมารวมมันหมด
คำถามมันมีว่า ความยุติธรรม ของครอบครัวญาติพี่น้องของคนที่ต้องตกเป็นเหยื่อเพราะไปติดยาเสพย์ติด
ความยุติธรรมของครอบครัว ที่ต้องได้รับผลกระทบจากการก่ออาชญากรรมอันเนื่องมาจากผู้ที่ติดยาจับเหยท่อที่เป็นเด็กเล็ก เด็กนักเรียนหญิง โดยการเอามีด ปาดคอเหยื่อ ใครรับผิดชอบ
ความยุติธรรม ของครอบครัวที่ต้องถูกขโมยทรัพย์สินเพราะผู้ที่ติดยาขโมยไปขายเพื่อหาเงินไปเสพย์ยา ใครจะแอ่นอกรับผิดชอบ
ความยุติธรรม ของเด็กนักเรียนตัวเล็กๆที่ต้องติดยา ตั้งแต่เยาวัย จนก่อให้เกิดปัญหาที่ร้ายแรงต่อสังคมและประเทศชาติ
ใครจะแอ่นอกออกมารับผิดชอบ

ทำไมสหรัฐหน่วยปราบปรามยาเสพย์ติดที่ยกกองทัพเฮลิคอปเตอร์บินข้ามประเทศ ไปบุกฆ่าล้างครัวล้างตระกูลเอสโคบ้าเจ้าพ่อยาเสพย์ติดโคลัมเบีย ทำไม สหรัฐถึงไม่ถูกประณาม กลับได้รับการยกย่องว่าทำดีเพราะปราบปรามพวกค้ายาอย่างเด็ดขาด(ข่าวนี้ดังมากมีฉากยิงสู้กันบนหลังคา และในเมืองอย่างดุเดือด)

รัฐบาลทักษิณ นั้นเช่นกัน ที่ถูกกล่าวหาว่ามีการคอรับชั่น ทว่า ทั้งๆที่รัฐบาลทักษิณถูกทำรัฐประหารลงไป พวกที่รัฐประหาร ทั้งที่พวกนี้ ตั้งสภาลากตั้ง ตั้งปปช ตั้งกกต ตั้งครส รวมทั้งตั้ังกระบวนการยุติธรรมาอื่นๆ เพื่อที่จะมาเล่นงานกล่าวหาทักษิณ ทว่า ไม่เคยมีอะไรที่มันเป็นชิ้นเป็นอันเลยที่จะแสดงให้เห็นชัดๆว่าทักษิณคอรับชั่น ไม่เหมือนกรณีสปก4-01 นี่ชัดเจน ไม่เหมือนกรณี คอรับชั่นชุมชนพอเพียง นี่ก็ชัดเจน เพราะเอาเงินภาษีประชาชน ไปซื้อของของพวกเดียวกันแล้วมีราคาที่มันแพงกว่าปรกติถึงสองเท่าสามเท่า เอาไปยัดเยียดให้ชุมชนรับทั้งๆที่เขาไม่ต้องการ ไอ้นี่มันคอรับชั่นกันเห็นๆคอรับชั่นกันจะๆ หรืออย่างปลากระป๋องเน่า หรืออย่างกรณีกินยายุคชวนชั่ว2

แต่ยุคทักษิณ ขนาดถูกกล่าวหาว่าคอรับชั่นกรณีสร้างสนามบินไม่ได้มาตราฐาน แต่พอตรวจแล้ว กลับพบว่า ดีกว่ามาตราฐาน(นั่นคือไม่มีการโกงเสปคลดหินลดปูนลดเหล็ก)
แถมกรณีเครื่องตรวจซีทีเอ๊กซ์ ทั้งๆที่ซื้อถูกกว่าประเทศอื่น ดันถูกกล่าวหาว่าคอรับชั่น(ทั้งๆที่ช่วยประหยัดงบประมาณโดยที่ได้ของออริจิืน่อลเหมือนเดิมคุณภาพดีแต่ได้ลดราคา) แต่เมื่อคดีขึ้นโรงขึ้นศาล ศาลก็ตัดสินว่า เรื่องซีทีเอ็กซ์ไม่ได้มีการคอรับชั่น จนไอ้ตัวที่มันกล่าวหาต้องออกมาลงโฆษณาขอโทษทางหน้าหนังสือพิมพ์(ความจริงมันน่าจะจับไปตัดคอด้วยขวานที่ติดรถดับเพลิงน่าจะดีกว่า เพราะมันจะได้หมดโอกาสไปทำเรื่องที่ชั่วๆในอนาคต)

การออกมาของกลุ่มโจรเจ๊กกาบดเหลืองขี้สดโกเต๊กซ์ นั้น มันไม่ได้เป็นการแสดงถึงการเป็นตัวแทนของคนชั้นกลาง
โจรเจ๊กกาบดโกเต๊กซ์มันก็แค่ไอ้พวกโจร18มงกุฏ ที่ฉ้อโกงชาวบ้านจนเป็นหนี้หลายพันล้านล้มละลายแล้วเมื่อแบล็คเมล์เขาไม่ไำด้ ก็เลยออกมาเป็นหัวหอก ร่วมกับพวกpseudo intellectual พวกว่างงาน(สมี) พวกแมงสาปเน่า และพวกสากดินาอำมาตยาทรราชและวกสหภาพแรงงานรัดสาหัสกิจ มันมีเท่านั้นจริงๆ อ้ออีกกลุ่ม ก็พวกโจรเจ๊กกาบดที่ทำมาหากินโดยการเอาเปรียบประเทศชาติและสังคม(พวกนี้ใช้ทรัพยากรธรรมชาติใช้พลังงานของประเทศชาติรวมทั้งยังทำลายสิ่งแวดล้อมของประเทศมากที่สุด เมื่อเทียบหน่วยต่อหน่วยของการใช้และการทำลาย) พวกเหล่านี้ย่อมสามัคคีกันที่จะต้องเอาทักสินลงให้ได้ เพื่อที่พวกตนเองจะได้กลับไปสู่วันชื่นคืนสุขเก่าๆของตนเอง นั่นคือการไม่ถูกท้าทายในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องสิทธิเสรีภาพจนกระทั่งเรื่องการแบ่งปันความมั่งคั่งแห่งประชาชาติ

คำถามมันมีว่า ทำไมไม่ยอมทำตามกติกา ทั้งๆที่คนที่ตั้งกติกามันก็ไม่ใช่รัฐบาลทักษิณ แต่มาจากรัฐบาลอานันท์และรัฐบาลชวน
มันทำไมถึงยอมอดทนไม่ได้ จนถึงกับต้องล้มกระดานโดนการรัฐประหาร แล้วเมื่อเป็นเช่นนี้ ระบอบประชาธฺปไตยมันจะงอกงามได้อย่างไร

ทักษิณเขาก็ประกาศชัดเจนว่าเขาถ้ามีโอกาสเป็นนายก เขาก็จะเป็นแค่สองสมัยเท่านั้น เพื่อให้เป็นบันทัดฐาน ไม่งอกราก แบบเดียวกับสหรัฐที่ประธานาธิบดีจะดำรงค์ตำแหน่งได้แค่2สมัยเท่านั้น

การที่ประชาชนจะเลือกใคร มันต้องเคารพในความคิดของประชาชน และไม่จำเป็นที่เขาจะฝักใฝ่อยู่กับพรรคหนึ่งพรรคใดตลอดไป(อาจยกเว้นภาคใต้เพราะชวนได้พูดชัดว่า ปชปคือพรรคคนใต้)
ประชาชนเขาจะเลือกพรรค ที่มีนโยบายที่พูดได้แล้วทำได้จริง ไม่โกหกหลอกลวง และประชาชนเขาจะเลือกพรรคที่ไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน(อย่างแมงสาปเน่าที่ต้องแทบสูญพันธ์ไปจากภาคกลางอิสาน เหนือ นั่นเพราะยุคชวนชั่ว2ได้บริหารประเทศซะจนมันเจ๊งเละเทะชนิดหมดสภาพ แล้วควายที่ไหนมันจะยังคงไปเลือกให้มาเน่าอีก)

..หลายคนที่โพสในเว็บนี้ดูจะเป

..หลายคนที่โพสในเว็บนี้ดูจะเป็นคู่อาฆาตกับนายกทักษิณ ชินวัตรเอามากๆเลย ได้อ่านมานานพอสมควร ประการสำคัญชอบทำตัวอวดรู้ สอดเห็น คอมเพลนคนอื่นที่มีความเห็นต่าง ไม่น่าเชื่อว่ายังมีคนเหี้ยๆ..แบบนี้หลงเหลืออยู่ในวงการเว็บอีก ถ่อยมากรู้ไม๊..

..มันพูดยังกับเห็นว่านายกทักษิณ เลวทรามอย่างที่มันกล่าวหา พวกมิงเห็นป่าวขนาดคตส.ที่ไอ้บังธิ หัวหน้ากบฎตั้งมากับมือ เพื่อสร้างละครน้ำเน่าคอรับชั่นผีดิบให้นายกทักษิณ ยังไม่มีปัญญาสอบสวนหาหลักฐานเอาผิดเขาได้เลย 3 ปีกว่าจนคตส.สุนัขรับใช้ซูบตายไปในที่สุด เห็นเปล่า ที่สุดก็รวมหัวกันแบบมั่วนิ่มเอาผิดกรณีที่ดินรัชดา ไอ้ควายเอ๋ย..

..การกล่าวหา นินทาคนอื่นแบบลับหลัง หวังผลประโยชน์แอบแฝงไร้หลักฐานมันเป็นบาป เป็นนิสัยของพวกหน้าตัวเมืยนะจำไว้ สงสัยว่าพวกคุณจะถูกถ่ายทอดมาทางพันธุกรรม ยีนส์เลวๆถึงแสดงออกแบบพร่ำเพรื่อไม่เลือกที่ทาง ลองไปซื้อหนังสือสมบัติผู้ดีอ่านกันบ้าง เผื่อต่อมอิจฉาริษยาจะได้ฝ่อลงไปบ้าง

อยากให้คนไทยตระหนักในหน้าที่.

อยากให้คนไทยตระหนักในหน้าที่...อย่าได้หลงระเริงไปกับสิ่งจอมปลอม หลอกลวง
ทั้งจากสื่อทีวี การสร้างภาพ ต่างๆๆๆ ซึ่งประเทศไทยได้สร้างภาพหลอกลวงตัวเองมานานมากแล้ว
ว่าตนเองเป็นประเทศที่เจริญก้าวหน้า ว่าเป็นประเทศที่นานอารยะประเทศยอมรับ
อยากให้ทุกคนยอมรับในความจริง ไม่ว่าจะอยู่ในชนชั้นปกครองระดับใด เลิกหลงใหลได้ปลื้ม
ประเทศที่ว่าเจริยแล้วอย่างอเมริกา อังกฤษ หันมาสนใจประเทศตนเองอย่างจริงจัง ว่าตนเองอาศัยอยู่ในประเทศ
ที่กำลังพัฒนา ไปทุกๆ ด้าน 70 ปีสำหรับการเริ่มต้นประชาธิปไตย จอมปลอม แสดงให้เห็นว่าทุกชนชั้นปกครองของไทย
ให้ความสำคัญ กับคำว่าชาติน้อยที่สุด ชาติไทยมิได้มีความเจริญมากกว่าพม่า หรือประเทศลาว แม้แต่น้อย..
อยากให้คนตระหนักว่า ประเทสไม่ได้อยู่ในสถานะที่เหนือกว่าประเทสอื่นๆ เลย เราจะได้หันมาดูแลประเทศมากขึ้น
ใส่ใจประเทศมากขึ้น ...

แบบว่าอยากให้ความรับผิดชอบในสังคมมากกว่านี้
ทั้งการเสนอข่าว
การโฆษณา
และสิทธิมนุษยชน ด้านต่างๆ ซึ้งสังคมนิยมการใช้บทลงโทษ การซ้ำเติมกัน ขาดการให้กำลังใจกัน
และการให้โอกาส ถ้าหากเลือกที่จะเป็นคนได้ ไม่มีใครอยากเลือกเป็นคนเลว

คำกล่าวของท่านที่ว่า

คำกล่าวของท่านที่ว่า "คำสัมภาษณ์ที่พื้นๆและแสนจะธรรมดามากๆ"
ผมเข้าใจว่าที่ท่านทั้งสอง พูดกันแบบธรรมดามาก ๆ จริงครับ เพราะท่านทั้งสองก็หวังที่จะให้คนธรรมดา ๆ อย่างผมได้ฟังหรือ่านแล้วเข้าใจได้ง่าย มีคำกล่าวที่ว่า "คนที่เก่ง กับคนไม่เก่ง มันอยู่ที่ตรงพูดเรื่องยาก ๆ ให้เป็นเรื่องง่าย ๆ ที่คนธรรมดา ๆ ฟังแล้วเข้าใจ แต่พวกอัจฉริยะมักจะพูดอะไรที่ง่าย ๆ ให้เป็นเรื่องยาก ต้องใช้สมองทั้งซีกขวา และกลับมาใช้สมองซีกซ้ายคิดอีกตะหลบ แต่ได้ผลลัพธ์เท่าเดิม"

ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ถ้าพูดหรือเขียนให้คนเข้าใจยาก มันได้ประโยชน์อะไรกับคนฟังหรืออ่าน ผมเห็นอย่างเดียวคือ ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจมากขึ้น และอาจจะเข้าใจผิดด้วย ผมว่าคนพูดหรือเขียนให้เข้าใจยาก เพื่อให้คนที่พูดหรือเขียนไว้แก้ตัวในอนาคตว่า คุณเข้าใจคลาดเคลื่อนเองจากเจตนาของผู้พูด หรือเขียน เพราะคุณแปลผิดเท่านั้นเอง

สำหรับคำถาม

"อีกประเด็นหนึ่งที่ผมคิดมาเป็นเวลานาน และไม่ค่อยแน่ใจว่าเรามี หลายอย่างที่ทักษิณทำ บวกและลบ แต่คำถามคือ กระบวนการประชาธิปไตยในเมืองไทย สามารถรับมือกับทักษิณ หรือควบคุมทักษิณได้ไหม?"

ผมขอออกตัวก่อนว่า ผมไม่ใช่อัจฉริยะครับ แต่เป็นคนธรรมดา ๆ ก็เลยมองไม่ออกว่าชี้นำไปสู่อะไร เพราะถ้าการตั้งคำถามเพื่อการชี้นำ ก็ต้องชี้นำไปสู่อะไรสักอย่างหนึ่งมั่งครับ ท่านอาจจะเข้าใจว่าชี้นำ ก็ช่วยกรุณาส่งเคราะห์ ตอบแบบคนธรรมดาอ่านแล้วเข้าใจ หน่วยซิครับว่าชี้นำไปสู่อะไร หรือว่า ชี้นำไปสู่ การปกครองในรัฐธรรมนูญปี 40 ที่ร่างจากประชาชนมันไม่ดี ต้องร่างจากท่านผู้ที่ยึดอำนาจเท่านั้นจึงจะดี จนมีเรื่องให้คนทั้งประเทศนี้ต้องใช้สมองทั้งซีกขวา และกลับมาคิดด้วยสมองซีกซ่าย แต่ได้ผลเท่าเดิมคือ ปวดหัวจากความวุ้นวาย เหมือนทุกวันนี้

ต้องการการเมืองใหม่ แต่ไม่ใช่

ต้องการการเมืองใหม่
แต่ไม่ใช่
เหล้าเก่าในขวดใหม่
เป็น
การเมืองที่ประชาชนเลือกตั้ง
นักการเมืองทำตามสัญญาที่หาเสียงไว้
และ
ทหารหัดสู้รบป้องกันประเทศ ไม่กลัวเขมรจนสั่น

ไม่ต้องออกมาปฏิวัติอีกนะโว้ย

มา จะตอบให้ก็ได้

มา จะตอบให้ก็ได้ ถือว่าทำทาน

คุณว่าคำถามนั้นชี้นำในลักษณะหรือสร้างภาพมายาให้ทักษิณเป็นอะไรล่ะ เปHนอะไรที่ระบอบ ปชต.จะต้องไปรับมือกับทักษิณ? จัสติฟายมาสิ

"อีกประเด็นหนึ่งที่ผมคิดมาเป็นเวลานาน และไม่ค่อยแน่ใจว่าเรามี หลายอย่างที่ทักษิณทำ บวกและลบ แต่คำถามคือ กระบวนการประชาธิปไตยในเมืองไทย สามารถรับมือกับทักษิณ หรือควบคุมทักษิณได้ไหม?"

ประชาธิปไตยเขาต้องยอมรับผลการโหวต การรับมือนักการเมือง คนทื่มาจากการเลือกตั้ง มันต้องรับมือด้วยระบบตรวจสอบ พูดง่ายๆว่า มันคือทุกคนที่ประชาชนเลือกมา

แล้วทำไมคนที่ประชาชนเลือกมามีมากมาย ไอ้คนสัมภาษณ์มันจำเป็นจะต้องเลือกทักษิณ หรือยกทักษิณมาเป้นตัวอย่างในคำถาม

ทักษิณ มีปัญหาอะไร เป็นส่วนเกิน เนื้องอกของระบอบ ปชต. หรือ? ขอโทษ เขามาจากการเลือกตั้งนะ

แล้วคนถามยกทักษิณมาถามในคำถาม ที่ถามตาฝรั่งคนนี้ ถ้าใครมา ฟัง/อ่าน แล้วคุณว่ามันให้ความรู้สึกที่มีต่อทักษิณแง่บวกหรือลบล่ะ ใช้สมองซีกไหนคิดยังไง ผลลัพท์คือ ถึงยังไงมันก็ไม่ใช่แง่บวกอยู่ดี

แล้วแบบนี้ ชี้นำไหม ชี้นำว่าทักษิณเป้ฯสิ่งจำเป็นที่ระบอบต้องหาทางรับมือใช่ไหม ใช่หรือไม่ใช่

นี่ ผมว่าคุณน่ะสับสน อ่านไม่แตก ไม่เข้าใจประเด็นมากกว่า พยายามใช้สมอง 2 ซีกให้เยอะๆนะ

อ่านความเห็นอ.เควินแล้ว

อ่านความเห็นอ.เควินแล้ว ค่อนข้างวิพากษ์ทักษิณรุนแรง แต่ชูแม้ว พยายามดึงประเด็นที่ชมทักษิณมานำ เวรกรรม

บก.ชูแม้วเวปประชาไทนี่ไม่ทราบ

บก.ชูแม้วเวปประชาไทนี่ไม่ทราบไปงมโข่งอยู่ที่ไหน ทั้งข่าวทั้งบทความที่แค่ก้อปปี้เขามาลงในระยะนี้นี้ นี่ไม่มีคุณภาพพอทีจะให้พูดถึงเลย การบ้านการเมืองเขาไปไกลเกินแม้วเกินดาไปถึงไหนแล้ว ผมไม่อยู่หลายวันกลับมาอ่านเวปประชาไทแล้วสมเพชมาก.....บก.ชูแม้วไม่อยากทำงานหรือกลัวการเมืองก็พิจารณาตนเองลาออกไปเถิดครับ.... ถ้าจะทำต่อก็ลงข่าวลงบทความก็เอาที่มันทันเหตุการณ์หน่อย ไม่ใช่แต่พร่ำเพ้อแต่แม้วแต่ดา สองคนนั้นเป็นอดีตไปแล้วครับ ยอมรับเสีย..จะเอามุขใหม่อะไรมาเล่นก็ว่ากัน จะเอาแต่เชียร์อดีตนั้นไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอกครับ....การเมืองไทยอนาคตประเทศไทยมีเรื่องอื่นให้ติดตามอีกมากมาย การเมืองต่างประเทศก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจกว่าพม่ากระเหรี่ยงโกก้างอองซานอีกเยอะแยะ มันหายไปไหนเสีย....หรือบก.แกคิดเป็นแค่ว่าเวปเสื้อแดงเพื่อเสื้อแดง ให้เสื้อแดงรู้ข่าวบ้านเมืองแค่นี้ก็พอเพียงแล้ว รู้ไปก็คิดก็พูดให้ความเห็นอะไรอะไรไม่เป็นโล้ไม่เป็นพายครับ.....ความเคลื่อนไหวของข่าวสารในเวปประชาไทช่วงสองสัปดาห์มานี้ ห่วยจริงๆครับ........

Dear Mr.

Dear Mr. Paradox

ท่านเห็นด้วยว่า Corruption เป็น root cause ที่เหนี่ยวรั้งความเจริญของสังคม

และยอมรับว่า "ทักษิณโกง" แต่ท่านยอมรับ "ทักษิณ" ได้

หมายความว่าอย่างไร ?

ผมว่าทุกคำที่คุณพูดมันเข้าตัว

ผมว่าทุกคำที่คุณพูดมันเข้าตัวคุณทั้งหมดเลย
ฉะนั้นคุณนั่นแหละ.!! ที่ควรเปลี่ยนชื่อตัวเองซะให้เหมาะสม
ถ้านึกชื่อที่เหมาะๆกับตัวเองไม่ออก ผมจะบอกให้
ชื่อ"ควาย"ไง...เหมาะกับคุณที่สุด
เพราะควายมันไม่รู้สึกรู้สากับเชือกที่สนตะพายมัน
หนำซ้ำมันอาจจะเคยชิน คิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของจมูกมันซะอีก.!!!
ซึ่งมันก็คล้ายคุณที่ใช้ชื่อ"คน"
ดูยังไงๆก็ไม่เห็นสมเอาซะเลยจริงๆ(ไม่ได้ด่านะ...รักดอกจึงสะกิดให้คิด.!!!)

อ่านยังไงหว่า

อ่านยังไงหว่า เขาแสดงความเห็นทั้งด้านบวกและด้านลบ ที่เขามองทักษิณเป็นนักธุรกิจการเมืองนั่นเราก็พอรู้อยู่แล้ว สำคัญแต่ว่าจะตัดสินให้ทักษิณเลวไม่มีชิ้นดีหรือจะมองทักษิณแบบทั้งบวกและลบแบบที่เขาพูด

ชนชั้นกลางนี่ประสาท (มองทะลุเคยเป็นมาก่อนเลยรู้555) เวลามองอะไรจะมองขาวให้ได้ ดำให้ได้ เลวให้ได้ ดีให้ดี ไอ้ที่เลวทำอะไรก็เลวก็ไปหมด ไอ้ที่ดีก็คอยแก้ตัวในใจให้ว่ามันจำเป็นถึงนะถึงต้องเลวบ้าง เหอๆๆ วิธีคิดแบบนี้มองทะลุผ่านมาหมดแล้ว พอมองย้อนกลับมาก็โหมันล้าหลังนะ ครือของแบบนี้จะคิดว่ามันเลว จะเอาไปเม้าท์ด่าสะใจเอนจอยปากมันไม่เป็นไรหรอก สำคัญแต่ว่าเม้าท์ก็เรื่องนึง หลักการปกครองที่มีคนเกี่ยวข้องมากๆมันก็ต้องอย่างหนึ่ง เห็นนักการเมืองมีทั้งด้านบวกและลบก็ทนไม่ได้ จะเอารัฐประหารเข้ามา เอาเผด็จการทหารเข้ามา จะเอาศาลมาตุลาการภิวัฒน์-พิบัติเข้ามา เอาราชาธิปไตยเข้ามา ถามหน่อยว่าวิธีคิดแบบนี้ทำไมมันพาเราถอยหลังย้อนยุคเข้าไปเรื่อยๆ ฝันว่าจะปกครองแบบพ่อขุนรามมีสุดยอดพ่อปกครองลูก โธ่ แค่ยุค ร.7 ฑูตญี่ปุ่นเขียนบันทึกถึงการปกครองยุคนั้นว่ามันเหลวแหลกขนาดไหน ไม่มีนักการเมืองแต่ได้พวกข้าราชการทั้งฉ้อราษฎร์บังหลวงและใช้อำนาจบาตรใหญ่ อ่านประวัติศาสตร์มั่งก็ดี จะได้ไม่หลงละเมอไปกับการสร้างภาพราชาธิปไตยว่าสวยหรูดีหนักหนา

บางกอกนี่มารยาททรามจัง

บางกอกนี่มารยาททรามจัง ชอบเอาชื่อคนมาดัดแปลงให้เสีย อยากโดนมั่งหรือไง จะได้รณรงค์คนในบอร์ดตั้งชื่อบางกอกให้เสียบ้าง 'กะโหลกหนาบางกอก'ดีไหม จะได้เรียกกันทั้งเว็บ?

เมืองไทยมีการโกงกินมาแต่สมัยไ

เมืองไทยมีการโกงกินมาแต่สมัยไหน ๆ ทั้งนั้น ตลอดจนถึงปัจจุบัน แต่ไม่เคยมีใครโกงกินขนาดแก้กฏหมายเพื่อช่วยตัวเอง นี่เป็นเรื่องเสื่อมเสียขนาดหนัก
นอกจากโกงกินในหมู่ของตัวเองแล้ว ยังใช้เงินซื้อความเป็นคน ของคนทั้งบ้านเมืองด้วย ทำให้คนซื่อบริสุทธิ์ในชนบทต้องพลอยหลงเชื่อหลงกลไปด้วย

จริงๆแล้วเป็นคนที่เกลียดการคอ

จริงๆแล้วเป็นคนที่เกลียดการคอรัปชั่นมากที่สุด การเอารัดเอาเปรียบสังคม แสวงหาผลประโยชน์ให้แก่ตัวเอง ปัจจุบันนี้ในสังคมไทยนักการเมือง ข้าราชการ ทั้งหลายหาคนดียากจริงๆ มีดีแต่พูดแต่ในทางปฏิบัติแล้วการคอรัปชั่นมีกันแทบทุกหน่วยงาน

แปลว่าเพราะในประเทศนี้มีคนโกง

แปลว่าเพราะในประเทศนี้มีคนโกง เลยต้องยอมให้ทักษิณโกงด้วย

โกงแบบสุดๆ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "โคตรโกง" หรือไง

เป็นตรรกะแปลกๆนะ

ครับหลายวันก่อนผมได้ฟังซีดีขอ

ครับหลายวันก่อนผมได้ฟังซีดีของคุณแอ๊ด คาราบวม ประเภทร้องไปบ่นไปทำนองนั้น คุณแอ๊ดบ่นบอกมาคำหนึ่งว่า "ประชาธิปตาย" แล้วตั้งคำถามเอากับประชาธิปไตยว่าเหมาะกับคนไทยแล้วละหรือ ผมว่าประเทศนี้ประชาธิปไตยยังไม่ได้ตายไปหรอกครับ เพราะมันยังไม่เคยเกิดไม่เคยมีในประเทศนี้เลย มันมีแต่ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์และมาสู่ระบอบอำมาตยาธิปไตยเท่านั้น จะเฉียดๆบ้าง ก็ในยุคท่านปรีดี ท่านป๋วย และท่านทักษิณ นี่แหละ แต่ทั้งสามท่านก็ถูกกำจัดออกไปด้วยอำมาตยาธิปไตยและลิ่วล้อ เรียบร้อย ครับผม

คนไทยมีความคิดเป็นของตัวเอง

คนไทยมีความคิดเป็นของตัวเอง พึงใจพอใจใครก็กาให้คนนั้น ไม่แปลกที่แตกต่างความคิดแต่แปลกที่ทำไมได้รับความยุติธรรมไม่เท่ากัน มีอะไรที่ทำให้สถานการณ์ในบ้านเมืองเป็นเช่นนี้คนไทยทุกคนที่มีความคิดเป็นตัวของตัวเองต้องมั่นคงในความคิดนี้ แต่อยู่ในกฎหมายเรียกร้องอย่างสันติ และขอเรียกร้องให้อำนาจทมึนได้โปรดมีความคิดเป็นธรรม เพื่อเมืองไทยที่รักของเราจะได้ร่มเย็นเป็นสุขเหมือนเดิม ในน้ำมีปลาในนามีข้าว บ้านใกล้เรื่อนเคียง ไปมาหาสู่

*ทักษิณเป็น เพียงคน

*ทักษิณเป็น เพียงคน ธรรมดา
จะเป็นเทพ เทวา ก็หาไม่
เป็นนายก ในระบอบ ประชาธิปไตย
ที่ถูกภัย รัฐประหาร ผลาญย่ำยี

*ประชาชน เลือกทักษิณ เป็นนายก
ในหัวอก ถูกกระทำ ย่ำศักดิ์ศรี
เสียงข้างน้อย ที่อ้างตน เป็นคนดี
เข้าย่ำยี ประชาธิปไตย

*รัฐประหาร คือมาร อันชั่วช้า
โดยคนบ้า เพื่อคนบ้า หน้าตาใส
ปล้นอำนาจ ประชาชน คนส่วนใหญ่
นับเป็นภัย ความมั่นคง ของปวงชน

*เพื่อลูกหลาน ต่อไป ในภายหน้า
จำต้องกล้า ต่อสู้ ชูเหตุผล
ประชาชน ไม่น้อม ยอมจำนน
พวกเหล่าคน อันธพาล การเมืองไทย

ผมไม่เคยนิยมเผด็จการ

ผมไม่เคยนิยมเผด็จการ ผมไม่นิยมพวกศักดินา และที่สำคัญผมไม่นิยมพวกสามเกลอหัวขวดบริวารไข่แม้ว ทำเป็นมาแอบอ้างประชาธิปไตยบังหน้า ไอ้พวกนายทุนโสโครกเอ้ย แม่งหลอกคนโง่ให้เป็นเครื่องมือ เพื่อต่อรองคดี และผลประโยชน์ ผมมีอุดมการณ์ในเรื่องประชาธิปไตยมากกว่าพวกคุณก็แล้วกัน ใครจะมาสนตะพายผมได้ครับ เพราะผมไม่เคยขอใครกิน ไม่มีใครมาเป็นพ่อ เป็นเจ้าชีวิตผมได้หรอกครับ ผมกล้าท้าได้เลยพวกคุณไม่ได้ครึ่งผมหรอกในเรื่องอุดมการณ์ พวกคุณเป็นเพียงแค่นักประชาธิปไตยจอมปลอม ทำตัวเป็นลูกกะเป๋งนายทุนทักษิณ พวกแอบอ้างประชาธิปไตยแต่แม่ง มีวาระซ่อนเร้น ใช่ชื่อว่ารากหญ้า ถุย แต่แม่งรับใช้นายทุน ไอ้โสโครกเอ้ย ไม่เคยคิดเพื่อส่วนรวมเลย มุ่งแต่ประโยชน์ตนเองและพวกพ้องเป็นหลัก

ถ้ากรรณิกาซื้อตำราประวัติบุคค

ถ้ากรรณิกาซื้อตำราประวัติบุคคลสำคัญราคาเจ็ดร้อยบาทหนึ่งเล่มมาจากร้านของคุณ ว ณ ปากนัง
ชำระเงินด้วยธนบัตรหนึ่งพันบาท
คุณไม่มีทอน จึงใช้ให้เด็กไปแลกเงินกับร้านรองเท้าข้างๆกัน
กรรณิกาคอยจนได้รับเงินทอนสามร้อยบาท ก็ออกจากร้านไปพร้อมกับหนังสือ..
ห้านาทีถัดมา
เจ้าของร้านรองเท้า ก็เดินกระแทกตึ้งๆ เข้ามาโวยวายลั่นร้านว่า แบงค์พันใบที่นำไปแลกนั้น เป็นแบงค์ปลอม
คุณกลัวว่าเรื่องราวจะลุกลามไปกันใหญ่ จึงหยิบแบงค์พันใบใหม่จากกระเป๋าของคุณจ่ายคืนให้กลับเจ้าของร้านรองเท้าไป

: )
คำถาม: คุณ ว ณ ปากนัง เสียหายไปเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่คะ?

การถามตอบ

การถามตอบ เกี่ยวกับประชาธิปไตย ทักษิณ และอำนาจของอำมาตย์ เห็นว่าผู้ตอบคือ คุณเควิน ตอบได้ค่อนข้างดี ที่เกี่ยวกับท่านทักษิณ การบริหารราชการ การมีนโยบายต่างของรัฐบาลทรท และการดำเนินการตามนโยบายที่แถลงไว้ก็ดี ที่ได้เคยหาเสียงไว้กับพี่น้องชาวบ้านทั่วไทยไว้ก็ดี รัฐบาลทรทปฎิบัติตามนั้นทั้งหมดและมีเพิ่มเติมอีกมากโข

ในระหว่างที่รัฐบาลทรทบริหารราชการแผ่นดิน พี่น้องทั่วไทยมีวิทยะฐานะดีขึ้นมาก และทั้งได้รับการปฎิบัติจากเจ้าหน้าที่รัฐเวลามีกิจธุระตามสถานที่ราชการ จึงทำให้เกิดความตระหนักรู้ถึงการใช้สิทธิแห่งตน ทำให้รู้สึกว่าทุกคนมีสิทธิเท่าเทียม

ประเทศไทยจะไม่มีวันกลับไปเป็นอำนาจของอำมาตย์เช่นเมื่อก่อนโน้นอีกแล้ว แม้อำมาตย์จะมีความพยายามขนาดไหนก็ตาม จะใช้มาตรการเข็มข้นขนาดไหน ปชชเขาก็ไม่เห็นดีเห็นงามและไม่เอาด้วย เมื่อปชชสำนึกรู้ว่าทุกคนมีสิทธิเท่าเทียม ใยต้องยอมและก้มหัวให้

ตั้งแต่ท่านทักษิณเป็นรัฐบาล พวกที่มีอิทธิพลเถื่อนได้หางหายจากประไทยแทบไม่เหลือ ก่อนหน้านั้นมีอยู่ดาษดื่นทุกหนทุกแห่ง ทั้งในเมืองนอกเมืองและที่ห่างไกลทั่วไทยแลนด์มีเต็มไปหมด เดี๋ยวนี้ไม่รู้ว่ามีกลับเข้ามาอีกหรือเปล่า ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆยาบ้ายาเสพติดสารพัดยาและหวยเถื่อนหวยโกงกลับเข้ามาเต็มแผ่นดินไทยอีกแล้ว อนาถแท้ประเทศไทย

Hey Obama, Kannika

Hey Obama,
Kannika ได้หนังสือไปเล่มเดียว ให้จ่ายคืนหนึ่งพัน จะเป็นโจรให้เปลืองจรรยาบรรณทำไมคะ
ซื้อเอาถูกกว่า..

ตอบถูกถึงจะคืน แถมหนังสือนู๊ดจากเนเธอร์แลนด์อีกเล่ม :D

ความคิดของคุณทักษิณ

ความคิดของคุณทักษิณ ค่อนข้างก้าวกระโดด การบริหารประเทศแบบกึ่งบริษัท เป็นเรื่องที่หลายคนหวาดระแวงเกรงว่าจะไปไม่รอด คุณเควินให้ความเห็นว่าหลายคนมองคุณทักษิณเป็น villain ประการหนึ่งน่าจะเป็นเพราะ..คิดตามไม่ทัน

แต่อะไรที่คุณทักษิณคิดและลงมือทำอย่างจริงจัง กลายเป็นผลงานที่ดีวันดีคืน
ความหวาดระแวงแทนที่จะลดลง ก็กลายพันธุ์เป็นความเกลียดชัง

ลักษณะของผู้นำที่มีความตั้งใจและมั่นใจเกินร้อย ไม่เคยมีปรากฏให้เห็นในประเทศนี้มาก่อน
คุณทักษิณจึงเป็นสัญญาณอันตรายของผู้ร้ายตัวจริง

คุณทักษิณอาจจะไม่ใช่..คนดี..แบบที่คนร้ายเหล่านั้นต้องการให้เป็น
แบบ..แบ่งกันกิน แบ่งกันใช้
จึงโดนแบนด้วยข้อหา กินไม่แบ่ง

คุณทักษิณอาจจะไม่ใช่..คนดี..แบบที่หลายคนคาดหวังอยากให้เป็น
เพราะเขาก็แค่ นักธุรกิจคนหนึ่ง
แค่คนทำงานเป็น
ไม่ใช่คนดี และ
ไม่ใช่คนเลว

๑.ให้ลูกหลานไทยได้เรียนประวัต

๑.ให้ลูกหลานไทยได้เรียนประวัติศาสตร์ชาติไทยซึ่งปัจจุบันนี้ไม่ได้เรียนมาแล้วยี่สิบกว่าปี รวมถึงหน้าที่พลเมืองดีและศีลธรรมถึงมีก็เพียงเล็กน้อยไม่ลึกซึ้งเหมือนกับในอดีตแล้วจะให้เยาวชนของชาติรู้หน้าที่ของตนเองได้อย่างไร่ว่าต้องรักประเทศชาติ
๒.หันไปมองเยาวชนของเราก็ได้ว่าปัจจุปันเป็นอย่างไรบ้าง ช่วยตอบหน่อยครับ
๓.ถ้าทุกฝ่ายหันหน้ามาปรึกษาหารือกัน ลดทิฐิลง ลดความเห็นแก่ตัวลง เเห็นประโยชน์ส่วนร่วมเป็นที่ตั้ง ดังในหลวงท่านทรงปฏิบัติอยู่ในขณะนี้ท่านยังทรงงานเพื่อประชาชนของท่านอยู่เลย แล้วพวกเรากำลังทำอะไรอยู่

เย็นวันเดียวกัน..เด็กชายสามคน

เย็นวันเดียวกัน..เด็กชายสามคนเข้าหุ้นกันซื้อหนังสือการ์ตูน ร้านคุณ ว ณ ปากนัง.. ร้านเดิม
หนังสือราคายี่สิบห้าบาท เด็กๆควักเหรียญสิบบาทส่งให้คุณ คนละหนึ่งเหรียญ
คุณทอนเหรียญบาทคืนให้ห้าเหรียญ วางบนเคาน์เตอร์

เด็กๆยืนแบ่งเงินทอนตรงที่จ่ายเงิน ทีละเหรียญ เหลืออีกสองเหรียญ..โวยวายว่าคุณทอนเงินไม่ครบ
เพราะเมื่อรับเงินคืนไปคนละหนึ่งบาท เท่ากับจ่ายไปคนละ 9 บาท..3 คนก็รวมเป็น 27 บาท ต้องเหลือ 3 บาท
ทำไมเหลือเหรียญอีกแค่สองเหรียญ ไม่ถูกต้อง
หายไปไหนหนึ่งเหรียญ?

..ปัญหาเด็กสามคน เด็กย่อมคิดแ

..ปัญหาเด็กสามคน

เด็กย่อมคิดแบบเด็กค่ะ
เด็กไม่ยอมขาดทุนแน่ๆ
คนที่อยู่ใกล้เด็ก ก็ต้องคิดเอาว่า
จะยื่นให้เด็กหนึ่งบาท..จะอธิบายคณิตคิดเร็ว..หรือจะไล่เด็กให้ไปทะเลาะกันที่อื่น

แต่ ไม่ว่าจะเลือกข้อไหน ก็มีผลกระทบต่อระบบธุรกิจของคุณ ว ณ ปากนังทั้งสิ้น

..ปัญหาผู้ใหญ่สามคน

ธนบัตรหนึ่งพันบาท และหนึ่งร้อยบาทสามใบจะปลอมหรือไม่ กรรณิกาไม่รู้
เจ้าของร้านรองเท้า โกหกหรือไม่คุณ ว ณ ปากนังก็ไม่รู้
แต่ เป็นไปได้สูงว่า
ตำราที่กรรณิกาซื้อไป อาจเป็นตำราปลอม : )

ไม่มีใครรู้ว่าใครเสียหายเท่าไหร่ค่ะ

ใครปลอมล่ะคะ? ถ้าคุณว ณ

ใครปลอมล่ะคะ?
ถ้าคุณว ณ ปลอมเองกะมือ..
ก็มีค่ากะ กรรณิกา คนเดียวนี่แหล่ะ

อย่าลืมเซ็นต์ชื่อ ปกในให้ด้วยนะคะ

: )

*ความคิดของ ทักษิณ

*ความคิดของ ทักษิณ ก้าวกระโดด
ลิ่วละโลด เป็นจริง สิ่งสร้างสรรค์
อำมาตยา หงุดหงิด คิดไม่ทัน
จึงหวาดหวั่น มองว่าชั่ว ตัวอันตราย

*แต่ทักษิณ คิดจริง และทำจริง
กลายเป็นสิ่ง สมหวัง ตั้งใจหมาย
ผู้ระแวง กลับพูนเพิ่ม เหิมทำลาย
เพราะได้กลาย เป็นความเคียด ความเกลียดชัง

*ลักษณะ ของผู้นำ อันล้ำเลิศ
ไม่เคยเกิด มาก่อน ตอนหนหลัง
ทำผู้ร้าย ตัวจริง ยิ่งระวัง
จนกระทั่ง มุ่งร้าย ไล่ต่อตี

*ทักษิณ ใช่ “คนดี” ตามจารีต
เขามีขีด แค่คนเก่ง เปล่งรัศมี
ทำงานเป็น เน้นทำงาน ปานชีวี
เป็นคนดี ของสังคม ประชาธิปไตย

คุณแช่มที่รัก อย่าแกล้งโง่

คุณแช่มที่รัก

อย่าแกล้งโง่ อ่านcommentของผมแล้ว ตอบให้ตรงประเด็นหน่อย อย่าบิดไปบิดมา แบบประชาธิป่วย ผมเขียนไว้ตรงไหนว่า ยอมรับทักษิณได้ ผมเขียนว่า มองทักษิณในฐานะคนคนหนึ่ง นักการเมืองคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ไช่มองเป็นผู้วิเศษ แต่ก็ไม่ได้มองเป็นปีศาจเหมือนแช่ม ถ้าอยากเห็นทางออกต้องมองอย่างที่เขาเป็นจริง ถึงจะมองเห็นว่าเขาทำอย่างไร จึงเจาะทะลุระบบที่อ่อนแอของเมืองไทย เข้ามาทำสิ่งต่างๆได้มากขนาดนี้ มีแต่พวกโง่งมงายเท่านั้น ที่เชื่อแบบไร้สติว่า กำจัดทักษิณแล้ว ประเทศไทยก็ปลอดcorruption ไร้ปัญหา ไปโลด

ผมรู้ว่าแช่มไม่ได้โง่ขนาดนั้น เพราะฉะนั้น อย่าทำตัวเป็น0xymoronอยู่เลย get real ถกเถียงกันด้วยปัญญา ด้วยสัมมาสติดีกว่า ขี้เกียจน้ำลายแตกฟองกับพวกoxymoron

how sweet! i envy the

how sweet!
i envy the greeting part..

คุณแช่มที่รัก

:) อิอิ.. ไปโลด

Dear Mr. Paradox

Dear Mr. Paradox (Confirmed),

Do you know the phrase "Read between the line" ?

and Do you also know the difference between "Implicit" and "Explicit"?

If you understand them, you shall know my meaning? OK?

Bye,

Chaem

**นายเควิน เฮวิสัน

**นายเควิน เฮวิสัน ท่านวิเคราะห์
มีเหมาะๆ หลายเรื่อง ที่รินไหล
แต่ 2 เรื่อง น่าคิด กล่าวผิดไป
เรื่องหนึ่งไซร็ คือเรื่อง ชนชั้นกลาง

**ท่านว่ามาก ผมว่าลด เพราะหมดตูด
การค้ารูด ล้มละลาย ตกกระถาง
กลายเป็นคน ชนชั้นต่ำ ไม่อำพราง
หารับจ้าง มากมาย ไม่เท่าเดิม

**อีกเรื่องหนึ่ง ถึงเรื่องที่ ประนีประนอม
ท่านบอกว่า "คนจะยอม ไม่กล้าเหิม
เหมือน ปี 2535 มาแต่เดิม"
ผมขอเพิ่ม ว่าไม่จริง ขอทิ้งทวน

**ความขัดแย้ง มันขยาย ไปมากแล้ว
ทั้งม้งแม้ว แถวไกลๆ ตามไร่สวน
ต่างรู้ซึ้ง ถึงอำมาตย์ จัดกระบวน
มาชักชวน ให้ลุ่มหลง คงไม่ยอม

**ถึงอย่างไร ก็เทใจ ให้ทักษิณ
ไม่เชื่อลิ้น เล่ห์ร้าย ใฝ่ถนอม
หมดเวลา ที่รากหญ้า จะออมชอม
ไม่ประนอม มีแต่หนัก แตกหักเอย.

What did you read between my

What did you read between my lines? elaborate then.

What's contradicting in my rhetoric? Don't go and beat around the bushes. Aim and hit, if you really see one.

I DID SAY "Read between the

I DID SAY "Read between the lines",

so there were no EXPLICIT sentences.

and No elaboration !

It is more LIKE "Corruption has no receipt", but you do know fully in your heart

that THERE EXISTS!

Such a empty rhetoric, I can

Such a empty rhetoric, I can sense the growing ridiculousness, growing irrelevancy and receding rationalisation in your comments. I did and still do loads of arguement with numerous yellow sympathisers in Prachatai(Eng). Though staunchly supporting 'yellow' they may seem, but most of them always come up with rational arguements, not hollow ridicules like yours.

Cut the crap, Chaem, come up with something relevant worth arguing. This is a open community where one can only convince others with sound rationale, not by intimidating, nor oppressing.

Do not consider this as a response, if your rationalisation is not 'ready'.

Awe..........................

Awe............................
I envy no more :)

now i knew..when doctor J call someone..tirak..
it's a cut throat
deeply..
in abyss.

โอ้ พ่อคุณ พ่อคนมีการศึกษา

โอ้ พ่อคุณ พ่อคนมีการศึกษา พ่อผู้ดี เหมืองเพชร นะไม่ใช่เพรช เหมืองเพรช ไม่เคยเห็น
คนโง่ๆ ก็ได้แต่อวดการตรวจภาษานั้นและ ไม่สามารถออกความคิดเห็นอย่างอื่นได้หรอก ยายขอโทษนะลูก

ตรรกะ คุณน่ะสิแปลก โกง

ตรรกะ คุณน่ะสิแปลก
โกง หนึ่งบาท ก็เรียกว่าโกง

ไอ้ที่ผ่านมา โกงเด็กวัดแบบจะแจ้งทำมึน ทำงง พอโดนโคตรโกง (จริยธรรมบกพร่อง) เข้าไป ก็ดีดดิ้นว่าโกง โกงชาติจะๆ ป่าไม้ชั้นหนึ่งเสียไป แบบราคาถูกๆ มีกิน มีตำแหน่งสูงส่ง ไม่เรียกว่าโกง จริยธรรม เมาท์เท่น แกรนด์มัม นูน

ตอบได้ดี เจ๋งมาก

ตอบได้ดี เจ๋งมาก คนเชียร์พระเอกลิเกกะแป๊ะมันคิดด้านนี้ไม่เป็นจริงๆ