ท่ามกลางข้อถกเถียงเรื่องการถวายฎีกา และคำถามถึงยุทธศาสตร์หลังจากนี้ ‘ประชาไท’ สอบถามทัศนะของหัวขบวนอีกหลายต่อหลายคนนอกเหนือจาก 3 ตัวละครหลักที่ปรากฏอยู่บนหน้าสื่อซึ่งเป็นผู้กำหนดประเด็นการเคลื่อนไหวอย่างชัดเจน บรรดาหัวขบวนกลุ่มย่อยๆ นี้มีบทบาทในรูปแบบ บุคลิก และปริมาณการนำที่แตกต่างกันไป บางคนเป็น นปช.รุ่น 2 อย่างเป็นการทางการ บางคนเป็นแนวรบด้านศิลปะวัฒนธรรม บางคนก็ทุ่มเทกับการนำเสนอร่างรัฐธรรมนูญ ฯ
พวกเขาเหล่านี้มีวิธีคิดเกี่ยวกับ Road Map ของขบวนประชาชนเสื้อแดงอย่างไร พวกเขาเห็นร่วมกันหรือไม่ในประเด็นการถวายฎีกา และให้น้ำหนักต่อรัฐธรรมนูญมากน้อยเพียงไหน
จรัล ดิษฐาอภิชัย
สำหรับยุทธศาสตร์ของเสื้อแดงนั้น จรัลบอกว่าพวกเขายังไม่เปลี่ยนยุทธศาสตร์การต่อสู้ประชาธิปไตยเหมือนกับประวัติศาสตร์ที่แล้วมา แต่ครั้งนี้มีการระบุอย่างชัดเจนว่ากลุ่มอำมาตย์เป็นปัญหา อุปสรรค ครอบงำการเมืองการปกครองไทยมายาวนาน จึงต้องต่อต้านโค่นล้มระบอบอำมาตย์
เขาบอกว่ายุทธวิธีมีหลายอย่าง ไม่ว่า 1.การขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งเป็นรัฐบาลของกลุ่มอำมาตย์ ซึ่งคนเสื้อแดงชุมนุมและเรียกร้องประเด็นนี้มาหลายครั้งแต่ก็ยังไม่สำเร็จ 2.ต่อต้าน ขับไล่พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ 3. การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เพราะระบบยุติธรรมในปัจจุบันนี้ก็มีปัญหามาก แต่ในเรื่องนี้ดูเหมือนยังไม่มีใครคิดจริงจัง
“ยังไม่รู้จะทำอย่างไร ดีไม่ดีอาจถูกข้อหาหมิ่นศาลอีก”
เขาบอกว่ารูปแบบหลักของยุทธวิธีที่ผ่านมาคือ การชุมนุม ซึ่งทำมาแล้ว 4 ครั้งใหญ่ ต่อไปคนเสื้อแดงอาจต้องเริ่มคิดถึงรูปแบบใหม่ๆ ซึ่งเขามองว่า การถวายฎีกา ก็ถือเป็นรูปแบบใหม่อีกอย่างหนึ่ง ซึ่งมาคั่นระหว่างทางเดินไปสู่ยุทธศาสตร์หลัก หลังจากถวายฎีกาแล้วก็คงต้องประชุมกันต่อไปว่าจะทำอย่างไร
“การเคลื่อนไหวที่ผ่านมา เรามีทั้งจุดดีและจุดด้อย จุดดีคือการชุมนุมที่ผ่านมา คนมาร่วมมากแม้ว่าเราไม่ได้ลงแรงอะไรมากมายก็ตาม แค่ประกาศออกไปคนก็มากัน แต่จุดด้อยคือ รูปแบบการชุมนุมมันไม่มีพลัง เราจะเห็นได้ว่าการเคลื่อนไหวเพื่อถวายฎีกามีพลังกว่า สามารถทิ่มแทงอีกฝ่ายจนต้องออกมากันเป็นแถว นั่งไม่ติด ทั้งขุน ทั้งเบี้ย อย่าง กลุ่มอธิการบดี บวรศักดิ์ อุวรรโณ ซึ่งในตอนชุมนุมวันที่ 8 เมษา คนมาสองสามแสนแต่พวกนี้อยู่เฉยๆ แสดงความการชุมนุมมันไม่มีพลังเท่าไหร่”
จรัลบอกอีกว่า นอกจากนี้การยื่นฎีกาครั้งนี้ยังมีความหมายทางประวัติศาสตร์ด้วย เพราะเป็นครั้งแรกที่ประชาชน 5 ล้านกว่าคนลงชื่อถวายฎีกา เป็นครั้งที่มากที่สุด และประเด็นสำคัญที่เขาชี้ให้เห็นคือ การได้มาซึ่งชื่อเหล่านั้น คนที่ทำงานมากที่สุดคือ คนเสื้อแดงทั่วๆ ไป ตามตรอกซอกซอย พวกเขารับแบบฟอร์มไปซีร็อกส์ กลับบ้านนอกไปรวบรวมรายชื่อมา
“มันเป็นการเคลื่อนไหวที่มีลักษณะมวลชนทำจริง คึกคัก กว้างขวางทั่วประเทศอย่างไม่เคยมีมาก่อน ต่อไปนี้เราคงต้องคิดหารูปแบบวิธีการใหม่ๆ ที่ไม่ใช่แต่การชุมนุมเท่านั้น”
สำหรับข้อกล่าวหาเรื่องการต่อต้านสถาบัน จรัลบอกว่า “เรื่องนี้ถูกโจมตีมาตลอด เราไม่รู้จะทำยังไง คอยดูวันที่ 17 ส.ค.ฝ่ายตรงข้ามก็จะรวมศูนย์ด่าเรื่องนี้เรื่องเดียว พวกเขาด่าเราเรื่องนี้มานานแล้ว 2 ปีแล้ว และยิ่งด่าคนก็ยิ่งร่วมมากขึ้น ไม่เป็นผลอะไรเลย ซึ่งไม่ได้แปลว่าเราเป็นอย่างที่เขาด่า แต่แปลว่าพวกเขาควรเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนวิธีการได้แล้ว การทำแบบนี้เปลืองน้ำลายเปล่าๆ พวกนี้โจมตีอยู่ไม่กี่เรื่อง เช่น ทำเพื่อทักษิณ ต่อต้านสถาบัน มันสะท้อนสติปัญญาของพวกเขา ถ้าจะทำลายคนเสื้อแดงต้องใช้ปัญญามากกว่านี้ เพราะพวกเขากำลังสู้อยู่กับขบวนการที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย”
“จนถึงวันนี้ ไม่มีใครในประเทศนี้รู้หรอกว่าจะจบยังไง ผมก็ไม่รู้ แกนนำนปช.ก็ไม่รู้ พล.อ.เปรมก็ไม่รู้ สนธิก็ไม่รู้ อภิสิทธิ์ก็ไม่รู้ สถานการณ์มันจึงน่ากลัว ทุกฝ่ายจึงควรใช้สติปัญญาให้มากหน่อย”
ในเรื่องความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นในภายภาคหน้านั้น โดยเฉพาะวันที่ 17 ส.ค. โดยส่วนตัวแล้วจรัลไม่เชื่อว่าจะเกิดอะไรแย่ๆ เพราะชนชั้นนำย่อมมีวิธีที่จะทำให้ฎีกาเป็นหมัน โดยไม่ต้องมีความรุนแรง อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้จรัลออกปากชมกลุ่มพันธมิตรฯ ว่าไม่เคยนำมวลชนออกมาปะทะ เพียงแค่คอยด่าผ่านเอเอสทีวี หากเป็นประเทศอื่นๆ คงสูญเสียกันมากกว่านี้ นอกจากนี้เขามองว่าสังคมไทยไม่มีวัฒนธรรมเหี้ยมโหด ไม่มีวัฒนธรรมการสังหารผู้นำทางการเมือง อย่างกรณีสนธิ ลิ้มทองกุล นั้นถือเป็นกรณีพิเศษยังไม่กลายเป็นวัฒนธรรม
สำหรับการเคลื่อนไหวในอนาคตนั้น จรัลบอกว่า ความจริงคนเสื้อแดงปักธงไว้ผืนหนึ่งคือ การกดดันในนายกฯ ยุบสภา ไปสู่การเลือกตั้งใหม่ พร้อมๆ กันกับการผลักดันเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งจุดยืนของคนเสื้อแดงชัดเจนว่าต้องการให้นำรัฐธรรมนูญ 40 กลับมาใช้ โดยปัจจุบันนี้มีร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 (คปพร.) ซึ่งก็คือเนื้อหาของรัฐธรรมนูญปี 40 ที่รวบรวมรายชื่อประชาชนจนครบและค้างอยู่ในสภามานานแล้ว
เรื่องต่อมาที่ต้องทำคือ การจัดตั้งคนเสื้อแดง เพราะปัจจุบันยังไม่มีความเป็นองค์การ หรือ organization แต่เป็นแค่ขบวนการ หรือ movement เขามองว่าการต่อสู้ใหญ่แบบนี้จะอาศัยเพียงขบวนการไม่ได้ ที่ผ่านมามีความพยายามผลักดันให้ทำเป็นองค์การกันมานานหลายเดือนแล้วด้วยความเชื่อมั่นว่ามันจะทำให้ขบวนเข้มแข็งขึ้น เป็นเอกภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การสร้างโครงสร้างที่ชัดเจนนั้นยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับคนไทย ในประเทศไทยองค์กรทางการเมืองและสังคมที่ประสบความสำเร็จมีน้อยมาก ไม่นับองค์กรภาคธุรกิจ
“ตอนนี้กลุ่มต่างๆ ก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นแล้ว และมีความเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆ เช่น เมื่อก่อนศูนย์การนำมีหลายศูนย์ ไม่ว่าจะเป็น นปช. ความจริงวันนี้ และพวกแกนนำย่อยๆ อีก แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว เราพยายามทำให้เป็นเอกภาพ ให้วีระ มุสิกพงศ์ เป็นประธานไปเลย แล้วแบ่งฝ่ายการทำงาน เช่น ฝ่ายมวลชนสัมพันธ์ตามภาคต่างๆ ฝ่ายช่วยเหลือผู้ถูกคดีทางการเมืองและครอบครัว”
เขากล่าวอีกว่า สำหรับแกนนำต่างๆ ที่เคยมีหลากหลายนั้น ก็ต้องยอมรับว่าเรามีความเห็นต่างกันบ้างในด้านยุทธวิธี ซึ่งความขัดแย้งแบบนี้เป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่ต้องทำคือ การไม่ขยายความขัดแย้ง และอดทน ดูว่าแนวทางของคนอื่นนั้นเป็นจริงได้ไหม สำเร็จไหม เพราะความถูกผิดของยุทธวิธีนั้นไม่ได้อยู่ที่การใช้ตรรกะ เหตุผล แต่อยู่ที่การปฏิบัติจริง
ประเด็นสุดท้ายที่เขานำเสนอไว้คือ งานการศึกษา ซึ่งเขาเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญมากในระยะยาว โดยเฉพาะในต่างจังหวัดควรจัดการศึกษาแก่แกนนำผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งต้องทำไปพร้อมๆ กับงานด้านสื่อ ตอนนี้มีทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ ทีวี ซึ่งปรากฏการณ์หนังสือพิมพ์เสื้อแดงที่ผ่านมานั้นผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด แบบเป็นไปเอง ไม่ได้วางแผนกันมาก่อน อย่างไรก็ตาม คงต้องส่งเสริมเรื่องนี้ โดยเฉพาะวิทยุชุมชน เพราะสามารถเข้าถึงประชาชนได้กว้างขวาง รวดเร็ว
“งานทั้ง 3 ด้านนี้ ถ้าเราทำอย่างต่อเนื่องจริงจัง ก็จะเป็นพลังสำหรับการต่อสู้กับเป้าสูงสุด คือการโค่นล้มระบอบอำมาตย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก”
สมยศ พฤกษาเกษมสุข
สำหรับอดีตเอ็นจีโอด้านแรงงานอย่างสมยศ เขากำลังเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการทำสื่อเสื้อแดง โดยเฉพาะนิตยสารรายปักษ์อย่าง Taksin Voice เขามองเรื่องยุทธศาสตร์ว่า คนเสื้อแดงมีสโลแกนที่ใหญ่โตมากว่า “คว่ำรัฐธรรมนูญ 50 ล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์ โค่นระบอบอำมาตยาธิปไตย” ส่วนวิถีทางไปสู่เป้าหมายที่ว่า แต่ละกลุ่มแต่ละเครือข่ายในกลุ่มคนเสื้อแดงซึ่งมีหลากหลายก็มีแนวทาง มีกิจกรรมที่แตกต่างกันไป เช่น บางส่วนก็เน้นไปที่การทำสื่อเพื่อเปิดโปงระบอบอำมาตยาธิปไตย บางส่วนที่เป็นกลุ่มย่อยก็ยังจัดกิจกรรมของเขาในทุกสัปดาห์ ขณะที่แกนนำหลักก็มุ่งไปที่การถวายฎีกา ซึ่งเข้าใจได้ว่าเป็นสเต็ปแรกของการเคลื่อนไหวรวมกลุ่มมวลชน แม้โดยส่วนตัวแล้วเขาจะไม่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว แต่ก็มองว่าเป็นสิทธิและเสรีภาพที่ประชาชนจะทำได้
สมยศก็คล้ายกับสุรชัย (แซ่ด่าน) ที่ไม่เห็นด้วยกับมาตรการนี้ในช่วงแรกๆ แต่เขายืนยันว่าเป็นความไม่เห็นด้วยคนละระดับกับสุรชัย เขามองว่าหากจะถวายฎีกาก็ควรจะทำมากไปกว่าเรื่องอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่ควรถวายฎีกาให้กับทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากการรัฐประหาร 19 กันยา
สำหรับกิจกรรมเฉพาะหน้านั้น ในวันที่ 26 ส.ค.นี้ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดครบ 89 ปี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี คนเสื้อแดงก็จะมีการจัดกิจกรรม “ดำทั้งแผ่นดิน” เพื่อบอกว่าระบอบอำมาตย์ควรจะยุติบทบาท หยุดแทรกแซงการเมือง และยังรวมไปถึงการรื้อถอนอุดมการณ์การเมืองแบบไพร่ฟ้าที่มองประชาชนแบบโง่เง่า
สำหรับเรื่องรัฐธรรมนูญนั้น เขามองว่าเป็นที่น่ายินดีที่มีการเสนอการไขรัฐธรรมนูญ 50 ใน 6 ประเด็นจาก คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญเขาเชื่อว่าข้อเสนอนี้จะช่วยคลี่คลายปัญหาไปได้ระดับหนึ่ง ที่ว่าเพียงระดับหนึ่งนั้น เนื่องจากวิกฤตขณะนี้หัวใจสำคัญที่สุดคือวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งประชาชนเห็นชัดเจนแล้วว่าไปไม่รอด ขณะที่วิกฤตทางด้านการเมืองนั้นไม่ได้มีแค่เรื่องรัฐธรรมนูญ แต่เป็นวิกฤตความเป็นธรรม เรื่อง 2 มาตรฐานยังดำรงอยู่ รวมถึงเรื่องอื่นๆ เช่น กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ที่นำมาใช้อย่างไม่เป็นธรรม เช่น กรณีดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือดา ตอร์ปิโด ที่ไม่ได้รับสิทธิสู้คดีในฐานะผู้ต้องหา
“เรื่องการนำรัฐธรรมนูญ 40 กลับมาใช้นั้นเป็นจุดยืนดั้งเดิมของคนเสื้อแดงอยู่แล้ว และเรารณรงค์กันมานานแล้ว มาถึงวันนี้การที่คณะกรรมการสมานฉันท์มีข้อเสนอเช่นนี้ ก็สอดคล้องกันในหลายส่วน แสดงว่าก็ยอมรับกันแล้วว่ารัฐธรรมนูญ 50 นั้นมีปัญหา และไม่ใช่เป็นปัญหาเฉพาะกับเพื่อไทย แต่เป็นปัญหากับทุกพรรค ไม่เว้นแม้แต่พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งพรรคการเมืองนั้นเกี่ยวโยงกับประชาชน อย่างน้อยนักการเมืองก็มาจากการเลือกตั้ง ดีกว่ารัฐธรรมนูญ 50 ที่เป็นของอำมาตย์ล้วนๆ ไม่ต้องใช้ต้นทุนอะไรเพียงแต่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ครอบงำ และแทรกแซงการเมือง ไม่ว่าจะเป็นกองทัพ องคมนตรี หรือสถาบันตุลาการเอง”
เหวง โตจิราการ
ด้านแกนนำในสมาพันธ์ประชาธิปไตย ระบุว่า ทุกคนไม่ว่ากลุ่มใดก็ตามในหมู่คนเสื้อแดงมีทิศทางใหญ่ร่วมกันคือ ต้องการระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเห็นว่าระบอบอำมาตยาธิปไตยเป็นอุปสรรคสำคัญที่ต้องต่อสู้โค่นล้ม และสำหรับหมอเหวงแล้วสิ่งที่ยืนยันห้อยท้ายมาด้วยตลอดในการต่อสู้ก็คือ สันติวิธี
“เราจะยึดมั่นในสันติวิธี และวันที่ 17 นี้ นัดรวมตัวกันที่สนามหลวงเพื่อแสดงความจงรักภักดี เมื่อร้องเพลงสรรเสริญเสร็จแล้ว ทุกคนก็จะกลับบ้านทั้งหมด”
ส่วนวิธีการนั้นหมอเหวงบอกว่า แต่ละจังหวะก้าวต้องคุยกัน อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นหลังจากการถวายฎีการแล้ว จะต้องหยุดในประเด็นนี้ทันที เพราะถือเป็นพระราชอำนาจ พระบรมราชวินิจฉัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ประเด็นสำคัญๆ ต่อจากนี้ยังมีเรื่องรัฐธรรมนูญ โดยก่อนหน้านี้หมอเหวงเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการรวบรวมรายชื่อเพื่อนำเสนอร่างรัฐธรรมนูญในนามคณะกรรมการประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 หรือ คปพร. เขามองว่า ข้อเสนอ 6 ข้อของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นค่อนข้างตรงกับ คปพร.ที่เสนอไป แต่ที่ คปพร.โดดเด่นกว่าและคณะกรรมการสมานฉันทฯ ไม่มีคือ มาตรา 309 ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไข เพราะเป็นการให้ความชอบธรรมแก่การรัฐประหาร นับเป็นความอัปลักษณ์ เป็นรอยด่างสำคัญของรัฐธรรมนูญไทย เรียกได้ว่าฉบับนี้เป็นฉบับเดียวที่ให้ความชอบธรรมเรื่องนี้ ซึ่งขัดกับมาตรา 1 และมาตรา 3 แต่ก็เข้าใจได้ว่าคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ อาจมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถนำเสนอเรื่องนี้ได้ ดังนั้น ต่อจากนี้คนเสื้อแดงจะเคลื่อนไหวรณรงค์ให้ใช้รัฐธรรมนูญ ฉบับ คปพร. เพราะเขาไม่เห็นด้วยที่จะตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. 3 อีกแล้ว เนื่องจากเป็นการเสียเงิน เสียเวลา และพายเรือในอ่าง ส่วนอีกประเด็นหนึ่งที่จะมีการเคลื่อนไหวแน่ๆ คือ รัฐบาลนี้ไม่มีความชอบธรรมทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และระหว่างประเทศ
สำหรับเรื่องการถวายฎีกา เขามองว่า มีเสียงคัดค้านกันมาก ซึ่งในระบอบประชาธิปไตยต้องเคารพและรับฟังเสียงคัดค้าน แต่ทิศทางใหญ่ของเสียงเหล่านั้นมาจากรัฐบาลและพรรคภูมิใจไทย รวมถึงกลุ่มที่เคยรับใช้คณะรัฐประหาร สะท้อนให้เห็นรากเหง้าคทางความคิดที่ตรงข้ามกับระบอบประชาธิปไตย ดังนั้น เสียงค้านนี้จึงไม่ใช่เสียงของคนส่วนใหญ่
เขากล่าวอีกว่า ข้อโต้แย้งทั้งหมดยังไม่มีความชอบธรรมอีกด้วย เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 19 ระบุไว้ว่า พระมหากษัตริย์มีพระราชอำนาจในการอภัยโทษ โดยประเด็นที่ฝ่ายตรงข้ามหยิบยกมาโต้แย้งคือ ปวอ.มาตรา 259 เกี่ยวกับผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้อง (มาตรา 259 ผู้ต้องคำพิพากษาให้รับโทษอย่างใด ๆ หรือผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้อง เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ถ้าจะทูลเกล้า ฯ ถวายเรื่องราวต่อพระมหากษัตริย์ขอรับพระราชทานอภัยโทษ จะยื่นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ได้) เขาเห็นว่าที่จริงแล้วประชาชนคือผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้องโดยตรง เพราะเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนตั้งแต่มีการรัฐประหาร และในฎีกาก็เขียนไว้ชัดเจนเช่นนั้น ส่วนมาตรา 260 ผู้ถวายเรื่องราวที่จำคุกอยู่ในเรือนจำ (มาตรา 260 ผู้ถวายเรื่องราวซึ่งต้องจำคุกอยู่ในเรือนจำ จะยื่น เรื่องราวต่อพัศดีหรือผู้บัญชาการเรือนจำก็ได้ เมื่อได้รับเรื่องราวนั้นแล้ว ให้พัศดีหรือผู้บัญชาการเรือนจำออกใบรับให้แก่ผู้ยื่นเรื่องราว แล้วให้ รีบส่งเรื่องราวนั้นไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย) คนเสื้อแดงไม่มีใครอยู่ในเรือนจำ ฉะนั้นใช้มาตรานี้กับคนเสื้อแดงไม่ได้ และคำว่ยื่นกับพัสดีก็ได้นั้น คำว่า “ก็ได้” แปลว่าไม่ได้บังคับ
เขากล่าวอีกว่า ส่วนที่บอกว่าเป็นเรื่องการเมืองนั้นก็ไม่ใช่เป็นเรื่องการเมืองแต่เป็นความเดือดร้อนของประชาชนทั่วไป สมัยนักวิชาการ 99 คนถวายฎีกาช่วงพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ยังเป็นเรื่องการเมืองมากกว่า และสมัยที่มีการขอนายกพระราชทาน ตามมาตรา 7 ก็มีลักษณะกดดัน บีบบังคับสถาบันมากกว่าตอนนี้ด้วยซ้ำ เพราะขณะนี้เป็นเพียงแค่ฎีการ้องทุกข์ซึ่งแล้วแต่พระบรมราชวินิจฉัย
สุรชัย (แซ่ด่าน) ด่านวัฒนานุสรณ์
อดีตนักโทษการเมืองที่ถูกคุมขังยาวนานคนนี้ดูเหมือนจะเป็นคนเดียวที่คัดค้านกับแนวทางการถวายฎีกาในตอนต้น ถึงตอนนี้เขาบอกว่า “ผมไม่เกี่ยวข้อง แต่ไม่ขัดขวาง” พร้อมทั้งฝากถึงรัฐบาลในประเด็นที่ออกมาคัดค้านการถวายฎีกาว่า รัฐบาลกำลังสร้างปัญหายุ่งยากให้กับพระมหากษัตริย์ในอนาคต เพราะไม่เคยมีการคัดค้านการถวายฎีกามาก่อน ที่ผ่านมาถ้าฎีกาไม่ถูกก็จะไม่รับหรือตีกลับ หากสร้างบรรทัดฐานในการคัดค้านการถวายฎีกาเสียแล้ว อาจก่อความยุ่งยากในกรณีอื่นๆ เช่น การถวายฎีกาของนักโทษ อาจมีญาติผู้เสียหายออกมาคัดค้านได้ดังที่รัฐบาลทำเป็นตัวอย่าง
“บทบาทของรัฐบาลตอนนี้กำลังหน้ามืดตามัวด้วยอคติ สิ่งที่ต้องทำก็คือถ้ามันไม่ถูกก็ต้องอธิบายเขาให้ทำให้ถูก เหมือนนักโทษในเรือนจำถ้าเขาทำไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่ก็ต้องอธิบาย”
เขากล่าวอย่างชัดเจนว่า ในการเคลื่อนไหวช่วงนี้ไม่ได้เข้าประชุมร่วมกับใคร และขอสงวนสิทธิ์รอให้ผ่านช่วงฎีกาไปก่อน เพราะหากเข้าไปอาจเกิดการขัดแย้งกัน แล้วจะกลายเป็นภาพของการแตกคอกันในหมู่แกนนำ
“เราไม่ได้แตกกันแต่เรามีความเห็นและแนวทางบางอย่างที่ต่างเท่านั้นเอง”
“วันนี้มันกลายเป็นว่าแย่งกันจงรักภักดีเหลือเกิน เหลืองก็จงรักภักดี น้ำเงินก็จงรักภักดี แดงก็แย่งจงรักภักดีด้วย พระองค์เห็นแล้วอาจจะงงว่า จงรักภักดีกันหมดแล้วทะเลาะกันหาพระแสงอะไร หากจะอ้างว่าเพื่อการคุ้มกันฝ่ายตรงข้ามโจมตีว่าจะล้มล้างสถาบัน ถ้าอย่างนั้นง่ายนิดเดียว เคลื่อนไหวออะไรอย่าไปทำล่อแหลม รุนแรง หรือผิดกฎหมาย”
“ไม่ใช่ผมไม่จงรักภักดี แต่ผมไม่เห็นว่าต้องมาพูด การจงรักภักดีอยู่ที่การปฏิบัติ ถ้าเราไม่เป็นคนปลิ้นปล้อน ตอแหล เราก็จงรักภักดีแล้ว”
เมื่อย้อนถามถึงความเห็นต่างในเรื่องการถวายฎีกา เขาอธิบายว่า เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องทักษิณคนเดียว แต่ต้องพูดในภาพรวม ซึ่งมีทักษิณ ดา ตอร์ปิโด จักรภพ และคนอื่นๆ อีกมากที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่รัฐประหาร
“จริงๆ เจตนาเขาไม่ได้จะช่วยคนๆ เดียว อยากช่วยประเทศโดยรวม แต่แบบนี้มันมีจุดอ่อนในการเขียน แล้วก็เลยโดนโจมตีอยู่ทุกวัน”
เมื่อถามถึงการประเมินสถานการณ์การเมืองหลังจากนี้ เขาย้ำว่าเขาประเมินเอาเองว่าบรรดาองคมนตรีคงประชุมกันแล้วเรียกอภิสิทธิ์ไปพบบอกให้ลาออก แล้วให้ใครสักคนยึดอำนาจแบบเงียบๆ ถวายความเห็นให้มีนายกพระราชทาน ยกเลิกรัฐธรรมนูญ 50 แล้วนำรัฐธรรมนูญ 40 กลับมาใช้ นิรโทษกรรมทั้งหมด แล้วจึงให้มีการเลือกตั้ง
“มันเหมือน 6 ตุลา แต่ครั้งนี้ไม่ต้องรอให้เกิดความรุนแรง เพราะมันเสี่ยง ถ้าคุมไม่อยู่มันจะเป็นรัฐที่ล้มเหลว นี่น่าจะเป็นหนทางที่ฝ่ายอำมาตย์เลือก เพราะมันไม่มีทางออก ปล่อยให้อภิสิทธิ์อยู่ต่อไปตามยถากรรม ก็ต่างคนต่างเสื่อม ทางนี้เสื้อแดงก็ยอม เสื้อเหลืองก็ยอมเพราะเขาก็จะไม่มีชะนักติดหลัง มันไปต่อได้ อย่างน้อยมันยุติลงชั่วคราว ความขัดแย้งใหม่ที่จะเกิดขึ้นก็ไปว่ากันใหม่”
สำหรับยุทธศาสตร์ ยุทธวิธีขั้นต่อไปของคนเสื้อแดง เขาเองก็ยอมรับว่า ต้องรอให้จบเรื่องฎีกาเสียก่อนคงได้ปรึกษาหารือกันในภายหลังว่าจะขับเคลื่อนต่อไปอย่างไร เพราะต้องรอดูผลในครั้งนี้ก่อนด้วย เท่าที่รู้ทางแกนนำก็ยังไม่ได้คาดผลที่ได้รับ
“เอาเข้าจริง วันนี้เสื้อแดงยังไม่มียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนเลย การชุมนุมก็เป็นแค่ระดับยุทธวิธี กับระดับการจัดกิจกรรมต่างๆ ชุมนุมกันอีกกี่ครั้งก็ไม่เป็นผล มันต้องชุมนุมแบบมีลุกขึ้นสู้ยึดอำนาจรัฐ เพราะมันไม่มีหนทางอื่นตราบเท่าที่ระบอบอำมาตย์ยังเป็นอุปสรรคของประชาธิปไตย เลือกตั้ง 377 เสียงก็ยังโดนยึดอำนาจไป ต่อให้ได้ 500 เสียงก็โดนยึดไปอยู่ดี ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำคือยกระดับคนเสื้อแดง จากนักกิจกรรม ให้เป็นนักยุทธวิธี และให้เป็นนักยุทธศาสตร์ในที่สุด”
อย่างไรก็ตาม เขามองว่าเงื่อนไขวันนี้ดียิ่ง แต่สำคัญที่ว่าคนเสื้อแดงหาเป้าเจอไหม ตอนนี้ในระดับแกนนำก็สับสน บ้างหันไปชูทักษิณ ซึ่งต้องเน้นย้ำว่าไม่ใช่ประชาธิปไตยเพื่อทักษิณ แต่ต้องเป็นทักษิณเพื่อประชาธิปไตย
“เราต้องยกระดับมวลชนให้ได้ แม้ว่ามวลชนส่วนใหญ่เขาเป็นกลุ่มคนรักทักษิณก็ตาม มันเป็นเรื่องเข้าใจได้ การต่อสู้ในทุกประเทศก็ต้องมีผู้นำ เหมือนดูหนังเขาก็ต้องดูพระเอก แต่ไม่ใช่ชูพระเอกเป็นวีรบุรุษ แต่ให้เป็นผู้นำในสถานการณ์ของประชาธิปไตยทุนนิยม ถ้าเป็นยุคสังคมนิยมเฟื่องฟู พระเอกก็ต้องเป็นอย่างลุงโฮฯ ยุคนี้ยุคทุนนิยม พระเอกก็ต้องเป็นนายทุน...ธรรมดา”
“ผมเรียกร้องปฏิวัติประชาธิปไตย โค่นระบอบอำมาตย์ ยุคของฝ่ายอนุรักษ์นิยมจะหมดลง คนเป็นรัฐบาลต้องคุมอำนาจรัฐได้ด้วย ไม่ใช่เป็นรัฐบาลแล้วคุมอะไรไม่ได้เลย” เขาสรุปโดยย่อว่ามันก็คือ การทำ 2475 ให้สมบูรณ์นั่นเอง ซึ่งเป็นการทำประชาธิปไตยให้สมบูรณ์ โดยที่สถาบันกษัตริย์ก็ยังดำรงอยู่อย่างเนเธอแลนด์ ญี่ปุ่น แต่ต้องมีการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ หมวด 1 เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ ซึ่งต้องศึกษาจากประเทศต่างๆ ที่มีสถาบันนี้ ไม่ให้กลุ่มบุคคลใดอ้างสถาบันเป็นเครื่องมือทางการเมืองอย่างที่ประเทศไทยเป็นอยู่
เขาระบุว่าเรื่องปฏิวัติประชาธิปไตย ต้องอาศัยพลังของมวลชนเสื้อแดง ซึ่งประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาการปฏิวัติมักผ่านความรุนแรง ดังนั้น ต้องใช้ทฤษฎีเปลี่ยนผ่านไม่ใช่ทฤษฎีโค่นล้ม เพราะเราต่างก็ได้รับบทเรียนในอดีตมาเยอะแล้วว่าทฤษฎีโค่นล้มสร้างแต่ความวิบัติ
“ค่อนชีวิตของผมอยู่กับการต่อสู้ 36 ปีไม่ใช่เวลาสั้นๆ ผมคงไม่คิดตื้นๆ อันนี้ไม่ได้ยืนยันว่าถูกทุกอย่าง แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมามันสอนเราเยอะ แต่บรรดาแกนนำก็ไม่เคยหารือพูดคุยแลกเปลี่ยนกันลึกๆ เสียที ที่จริงมันต้องตั้งโรงเรียนแกนนำด้วยซ้ำ จะได้แลกเปลี่ยนความรู้ความคิดกัน”
ไม้หนึ่ง ก.กุนที
สำหรับกวีการเมืองอย่างไม้หนึ่ง เขาเปรียบเปรยว่าฎีกาก็เหมือนต้นกล้วย ตัดมันมาเพื่อใช้ข้ามฝั่ง เมื่อได้ 5-6 ล้านชื่อ ก็เหมือนเราขึ้นฝั่งแล้ว แล้วอยู่ที่ว่าเราจะเดินต่อไปอย่างไร
เขาย้ำชัดเจนว่าไม่เคยมองว่า “ฎีกา” เป็น “ฎีกา” แต่มองว่าเป็นการร่วมลงชื่อของประชาชนเพื่อปกป้องผู้แทนราษฎรของเขาคือ ทักษิณ ไม่ว่าจะเป็นผู้แทนทางตรงหรือทางอ้อมผ่านปาร์ตี้ลิสต์ การลงชื่อครั้งนี้เป็นเหมือนบริการหลังการเลือก (กาคะแนน) ซึ่งหมายความว่า หมดยุคแล้วที่ราษฎรจะมีอำนาจแค่ 4 วินาที ปรากฏการณ์นี้บอกชัดว่าพวกเขาเลือกผู้แทนที่สร้างคุณูปการให้เขา แล้วเขายังสามารถรวมตัวกันพิทักษ์ปกป้องผู้แทนของเขาที่ถูกกระทำโดยไม่ชอบธรรม
“ผมขอเรียกมันว่า การร่วมลงชื่อปกป้องผู้แทนราษฎรของปวงชนชาวไทย แทนคำว่า ฎีกา”
ที่สำคัญกว่านั้น เขาเห็นว่า ตัวเลข 5-6 ล้านชื่อนี้เป็นจุดตั้งต้นที่ดีในการต่อยอดเพื่อทำกิจกรรมอย่างอื่น ซึ่งสำหรับคนที่มีจุดยืนอยู่บนแนวรบด้านวัฒนธรรมอย่างเขา เขาเห็นว่า ควรยกระดับเพื่อสร้างวาทกรรม สร้างทัศนคติทางสังคมใหม่ เรื่องผู้แทนราษฎรที่ดี แทนวาทกรรมเดิมว่าผู้แทนเลวของฝ่ายอำมาตย์ที่กรอกหูประชาชนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันผ่านทุกช่องทาง เมื่อให้ยกตัวอย่างเป็นรูปธรรม เขาเสนอว่าปีนี้เป็นปีที่เตียง ศิริขันธ์ อายุครบ 100 ปี แม้แต่กระทู้ในอินเตอร์เน็ตเองที่พูดเรื่องนี้ก็พูดกันน้อยมากจนน่าใจหาย สำหรับเขาแล้ว “เตียง” ถือเป็นไอดอลของผู้แทนที่ดีที่ถูกฝ่ายอำมาตย์ทำลายล้าง ซึ่งเราสามารถยกระดับนามธรรมดังกล่าวเป็นวัตถุธรรมไปสู่การสร้างอนุเสาวรีย์ “เตียง ศิริขันธ์” ซึ่งเขาเห็นว่าเหมาะที่จะอยู่หน้ารัฐสภาไทย
“ต้องข้ามให้พ้นเรื่องฎีกาแล้ว แต่ฝ่ายการเมืองอยากทำอะไรก็ทำไป เรามีจุดร่วมใหญ่ร่วมกันอยู่ ซึ่งผมก็จะหาทางต่อยอดคำอธิบายหรือกิจกรรมนี้ให้ได้ การต่อสู้ทางการเมืองที่สุดคือ การยึดอำนาจรัฐ แต่ถ้าอำนาจรัฐมันแข็งแกร่งคุณต้องทำทางอื่นๆ ด้วย อาจเริ่มจากการเปลี่ยนวาทกรรมที่ไม่เป็นประโยชน์กับภาคประชาชนผมมองว่าห้วงเวลานี้ถ้ารุกแนวรบทางศิลปะวัฒนธรรมได้ และเอาประวัติศาสตร์มาผลิตซ้ำได้อย่างลงตัว มันจะสร้างผลบวกในทางการเมืองด้วย”
“เราไม่รู้หรอกว่าฝ่ายต่างๆ จะเล่นอะไรแต่ถ้าไม่สามารถยกระดับ 5-6 ล้านชื่อนี้ หากมันมีความสูญเสียอะไรเกิดขึ้นมันก็ได้แค่เปลี่ยนรัฐบาลใหม่ เราจะเสียเฉยๆ 5-6 ล้านชื่อถ้าไม่ทำอะไร แต่ถ้าเราสามารถนำมันไปสู่การเปลี่ยน ม็อตโต้หรือวาทกรรมได้ มันก็จะมีมูลค่าเพิ่มมหาศาล ผู้แทนราษฎรจะเห็นค่าของประชาชนมากขึ้น ประชาชนจะเป็นผู้มีอำนาจแท้จริง”
เขายังระบุว่า เสื้อแดงค่อนข้างช้าไปด้วยซ้ำในการรวบรวมฐานข้อมูลเช่นนี้ แต่มีแนวโน้มที่ดีที่ขณะนี้ตามต่างจังหวัดเริ่มมีการรวบรวมรายชื่ออย่างเป็นระบบมากขึ้น และทำให้สามารถขายตรงอุดมการณ์ ขายตรงความรู้ได้มาก
เมื่อถามถึงเรื่องรัฐธรรมนูญ เขาย้ำว่า “ผมเป็นนักลัทธิรัฐธรรมนูญ” และให้เหตุผลว่า ที่ผ่านมามีนักวิชาการจำนวนไม่น้อยสร้างวาทกรรมว่า รัฐธรรมนูญไม่มีความหมาย มีกี่ฉบับๆ ก็ถูกทหารฉีกหมด ซึ่งถือเป็นคำอธิบายที่แย่มาก เพราะปัญหาอยู่ที่ทหาร ไม่ใช่ รัฐธรรมนูญ
“การสร้างรัฐธรรมนูญที่เพอร์เฟ็คท์ยังเป็นเรื่องจำเป็นและต้องทำกันอย่างจริงจัง สำหรับผมเห็นว่าข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังไม่เพียงพอ ต้องเอารัฐธรรมนูญ 40 มาใช้ และปรับปรุงส่วนที่อ่อนด้อยคือ องค์กรอิสระ ที่ต้องมาจากการเลือกตั้ง”
เขาชี้แจงด้วยว่า การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงนั้นเคลื่อนเป็นแผงหน้ากระดาน ไม่ได้เคลื่อนแบบ 1 2 3 เรื่องรัฐธรรมนูญก็ต้องเคลื่อนด้วย เพียงแต่ว่าที่ทางที่กลุ่มต่างๆ จะสื่อสารกิจกรรมที่ตนเองรณรงค์นั้นมีน้อย มันจึงเหมือน การเคลื่อนไหวแบบดารา ฉูดฉาดได้ดูดกลืนทุกอย่างเข้าไปหมด ดังนั้น จึงต้องอาศัยสติของสื่อที่ต้องเอาเสียงกระซิบแผ่วๆ ของกลุ่มต่างๆ ของผู้คนต่างๆ ออกมาให้สังคมรับรู้ด้วย
ผู้นำของเสือแดงอยู่ที่ใหน?
ผู้นำของเสือแดงอยู่ที่ใหน?
พวกคุณก็อ้างอย่างเดียวว่าต่อต
พวกคุณก็อ้างอย่างเดียวว่าต่อต้านเผด็จการ เผด็จการยังไง การที่นายอภิสิทธิ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ก็มาจากการโหวตของ สส ในสภาเช่นกันมิใช่หรือ ถ้าพวกคุณบอกว่านายอภิสิทธิ์ เป็นนอมินีของเผด็จการ พวกคุณมีหลักฐานมาแสดงให้ประชาชนรู้ได้ไหมล่ะ คุณต้องไปถามกลุ่มเนวิน และพรรคร่วมว่าเหตุใดจึงไม่สนับสนุนพวกคุณอีกต่อไป คุณอ้างได้ว่า สส เพื่อไทยได้รับชัยชนะ ได้ สส มากกว่าพรรคอื่นๆ แต่เสียงพวกคุณมิได้เกินกึ่งหนึงตามกฏหมายแต่อย่างใดนี่ครับ จึงไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้แน่นอน ถ้าไม่มีพรรคอื่นร่วม และขอถามกลับอีกว่า สส พรรครัฐบาลทั้งหมดมิได้มาจากการเลือกตั้งหรือไร จากประชาชนที่เค้าเลือก เมื่อเค้าจับมือรวมตัวกันแล้วก็เกินกึ่งหนึ่ง มากกว่าพวก สส ในสังกัดพรรคเพื่อไทยจึงถือว่า เค้าคือเสียงข้างมาก พวกคุณคือเสียงข้างน้อย เหตุผลต่อต้านเผด็จการมันจึงฟังไม่ขึ้น เพราะ ปชป เค้าก็มาจากการเลือกของประชาชนเช่นกัน ถ้าพวกท่านอ้างว่าเปรมก้าวก่ายการเมือง พวกคุณมีหลักฐานไหมล่ะ และการที่พวกคุณเตรียมถวายฎีกา พระราชอำนาจของกษัตริย์ ทำได้หรือ เพราะตามกระบวนการของกฎหมาย ต้องกระทำการโดยเจ้าตัว และญาติพี่น้องเท่านั้น โดยยื่นเรื่องผ่านกรมราชทัณฑ์ และเสนอไปยัง รมต. ยุติธรรม กรณีสำคัญทักษิณกำลังหลบหนีคดีความตามคำพิพากษาอยู่มิใช่หรือครับ และคดีนั้นคือคดีทุจริต เป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ มิใช่คดีการเมืองแต่อย่างใดทั้งสิ้น และยังมีอีกหลายคดีที่กำลังดำเนินการกันอยู่ในขณะนี้ อ่านเกมไม่ยากเลย เป้าประสงค์ของพวกคุณคือการทำลายสถาบันกษัตริย์ ให้หมดความน่าเชื่อถือเท่านั้นเอง จึงรวบรวมรายชื่อประชาชนมาถวายฎีกา และในรายชื่อดังกล่าวนั้น ประชาชนเหล่านั้นที่ลงรายมือชื่อ เป็นตัวจริงหรือปล่าวล่ะ ทำไมถึงได้รวบรวมได้ไวจังเลย ตามหลักการแล้วจึงต้องตรวจสอบว่า ปลอมแปลงรายมือชื่อประชาชนเหล่านั้นหรือไม่ด้วย เพราะการหาบ้านเลขที่ และชื่อบุคคลทำได้ไม่ยากเพียงแค่มีพรรคพวกอยู่สำนักทะเบียนราษฎร์ ก็ดึงจากคอมฯ มาใช้ประโยชน์ได้แล้ว หลบหนีคดีแล้วมาขออภัยโทษ ทำแบบนี้ถูกต้องแล้วหรือ อย่างนี้ก็ถือได้ว่าเป็นอภิสิทธิ์ชนซีครับ ทำผิดแล้วไม่ต้องรับโทษ พวกคุณเปิดเผยมาเลยแบบตรงๆดีกว่าว่า เป้าหมายคือต้องการล้มสถาบันกษัตริย์ไทยใช่หรือไม่ โดยการรวบรวมรายชื่อประชาชนมาข่มขู่กษัตริย์ เพื่อบีบให้กษัตริย์หมดความชอบธรรม ทั้งๆที่น่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่ามันเป็นไปไม่ได้เลย เพราะมิใช่อำนาจของกษัตริย์จะทำได้โดยตรง ต้องผ่านรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีเท่านั้น ที่จะเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พวกคุณจะชอบหรือไม่ชอบกษัตริย์ เป็นเรื่องของพวกคุณ แต่การกระทำของพวกคุณคือช่วยเหลือทักษิณมิให้ต้องรับโทษต่างหาก และอีกกรณีคือทำลายสถาบันกษัตริย์ให้สั่นคลอนเท่านั้นเอง พวกคุณกำลังจะปั่นให้เกิดสงครามกลางเมือง เพราะในฝ่ายที่เขาจงรักภัคดีก็มีมากเช่นกันมิได้น้อยกว่าพวกคุณเลย ผมเชื่อมั่นโดยส่วนตัวว่าจะต้องเกิดสงครามกลางเมืองอย่างแน่นอน ถ้ายังดันทุรังทำแบบนี้
พวกคุณก็อ้างอย่างเดียวว่าต่อต
พวกคุณก็อ้างอย่างเดียวว่าต่อต้านเผด็จการ เผด็จการยังไง การที่นายอภิสิทธิ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ก็มาจากการโหวตของ สส ในสภาเช่นกันมิใช่หรือ ถ้าพวกคุณบอกว่านายอภิสิทธิ์ เป็นนอมินีของเผด็จการ พวกคุณมีหลักฐานมาแสดงให้ประชาชนรู้ได้ไหมล่ะ คุณต้องไปถามกลุ่มเนวิน และพรรคร่วมว่าเหตุใดจึงไม่สนับสนุนพวกคุณอีกต่อไป คุณอ้างได้ว่า สส เพื่อไทยได้รับชัยชนะ ได้ สส มากกว่าพรรคอื่นๆ แต่เสียงพวกคุณมิได้เกินกึ่งหนึงตามกฏหมายแต่อย่างใดนี่ครับ จึงไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้แน่นอน ถ้าไม่มีพรรคอื่นร่วม และขอถามกลับอีกว่า สส พรรครัฐบาลทั้งหมดมิได้มาจากการเลือกตั้งหรือไร จากประชาชนที่เค้าเลือก เมื่อเค้าจับมือรวมตัวกันแล้วก็เกินกึ่งหนึ่ง มากกว่าพวก สส ในสังกัดพรรคเพื่อไทยจึงถือว่า เค้าคือเสียงข้างมาก พวกคุณคือเสียงข้างน้อย เหตุผลต่อต้านเผด็จการมันจึงฟังไม่ขึ้น เพราะ ปชป เค้าก็มาจากการเลือกของประชาชนเช่นกัน ถ้าพวกท่านอ้างว่าเปรมก้าวก่ายการเมือง พวกคุณมีหลักฐานไหมล่ะ และการที่พวกคุณเตรียมถวายฎีกา พระราชอำนาจของกษัตริย์ ทำได้หรือ เพราะตามกระบวนการของกฎหมาย ต้องกระทำการโดยเจ้าตัว และญาติพี่น้องเท่านั้น โดยยื่นเรื่องผ่านกรมราชทัณฑ์ และเสนอไปยัง รมต. ยุติธรรม กรณีสำคัญทักษิณกำลังหลบหนีคดีความตามคำพิพากษาอยู่มิใช่หรือครับ และคดีนั้นคือคดีทุจริต เป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ มิใช่คดีการเมืองแต่อย่างใดทั้งสิ้น และยังมีอีกหลายคดีที่กำลังดำเนินการกันอยู่ในขณะนี้ อ่านเกมไม่ยากเลย เป้าประสงค์ของพวกคุณคือการทำลายสถาบันกษัตริย์ ให้หมดความน่าเชื่อถือเท่านั้นเอง จึงรวบรวมรายชื่อประชาชนมาถวายฎีกา และในรายชื่อดังกล่าวนั้น ประชาชนเหล่านั้นที่ลงรายมือชื่อ เป็นตัวจริงหรือปล่าวล่ะ ทำไมถึงได้รวบรวมได้ไวจังเลย ตามหลักการแล้วจึงต้องตรวจสอบว่า ปลอมแปลงรายมือชื่อประชาชนเหล่านั้นหรือไม่ด้วย เพราะการหาบ้านเลขที่ และชื่อบุคคลทำได้ไม่ยากเพียงแค่มีพรรคพวกอยู่สำนักทะเบียนราษฎร์ ก็ดึงจากคอมฯ มาใช้ประโยชน์ได้แล้ว หลบหนีคดีแล้วมาขออภัยโทษ ทำแบบนี้ถูกต้องแล้วหรือ อย่างนี้ก็ถือได้ว่าเป็นอภิสิทธิ์ชนซีครับ ทำผิดแล้วไม่ต้องรับโทษ พวกคุณเปิดเผยมาเลยแบบตรงๆดีกว่าว่า เป้าหมายคือต้องการล้มสถาบันกษัตริย์ไทยใช่หรือไม่ โดยการรวบรวมรายชื่อประชาชนมาข่มขู่กษัตริย์ เพื่อบีบให้กษัตริย์หมดความชอบธรรม ทั้งๆที่น่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่ามันเป็นไปไม่ได้เลย เพราะมิใช่อำนาจของกษัตริย์จะทำได้โดยตรง ต้องผ่านรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีเท่านั้น ที่จะเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พวกคุณจะชอบหรือไม่ชอบกษัตริย์ เป็นเรื่องของพวกคุณ แต่การกระทำของพวกคุณคือช่วยเหลือทักษิณมิให้ต้องรับโทษต่างหาก และอีกกรณีคือทำลายสถาบันกษัตริย์ให้สั่นคลอนเท่านั้นเอง พวกคุณกำลังจะปั่นให้เกิดสงครามกลางเมือง เพราะในฝ่ายที่เขาจงรักภัคดีก็มีมากเช่นกันมิได้น้อยกว่าพวกคุณเลย ผมเชื่อมั่นโดยส่วนตัวว่าจะต้องเกิดสงครามกลางเมืองอย่างแน่นอน ถ้ายังดันทุรังทำแบบนี้
ต้องการแก้ไขความเข้าใจของสุรช
ต้องการแก้ไขความเข้าใจของสุรชัย แซ่ด่าน เกี่ยวกับเรื่องราชวงศ์ดัตช์ที่ว่าแตกต่างจากไทย Volgens de grondwet is de koningin onschendbaar. รัฐธรรมนูญดัตช์บ่งไว้อย่างชัดเจนว่าไม่ว่าใครก็ตามลบหลู่พระราชินีไม่ได้ แตะต้องไม่ได้ ฉะนั้นอย่าว่าแต่กษัตริย์ไทย ดัตช์ก็เช่นกันใครมาแตะต้องไม่ได้ ตอนนี้เจ้าชายอเลกซานเดอร์ลูกชายเบียอทริกราชินีดัตช์กำลังฟ้องนักข่าว เนื่องจากไปถ่ายภาพขณะที่เขาอยู่กับครอบครัวในระหว่างพักร้อนฤดูนี้ พวกเสื้อแดงที่เห่าหอนว่ามีแต่เมืองไทยเท่านั้นที่ราชวงศ์ผิดแผกแตกต่างไปจากชาวโลกทั้งหลายก็คงไม่เป็นความจริง ถูกต้องของคุณคนที่ว่ารัฐบาลชุดนี้มาจากการเลือกตั้งไม่ผิดไปจากรัฐบาลสมัครหรือสมชาย และสถานการณ์บ้านเมืองทรุดหนักอยู่ทุกวันนี้ไม่ได้มาจากรัฐบาล แต่มาจากฝ่ายค้านซึ่งร่วมมือกับเสื้อแดงคอยฉุดโอกาสที่บ้านเมืองจะฟื้นขึ้นมาได้ทั้งทางเศรษฐกิจและการเมือง ไม่มีผู้วิเศษที่ไหนที่จะแก้ไขเหตุการณ์ให้ดีไปกว่านี้ได้ หากยังมีแต่พวกต่อต้าน พวกลูกตุ้มถ่วงความเจริญอย่างนี้
ขอถามหน่อยเถิด ที่ Oxford
ขอถามหน่อยเถิด ที่ Oxford เขาสอนกันสูงสุดที่ปริญญาเอก หรือ ปริญญาโท
เห็นที่อื่นๆเขาสอนถึงเอก
แล้วนายอภิสิทธิ์จบปริญญาโท ก็เหมือนกับคนไทยอื่นๆอีกมากมายจาก Oxford
แล้วนายอภิสิทธิ์นี่ ดีกว่าคนอื่นตรงไหน
วัดที่ปริญญา เงิน หรือ คนของใคร
หน้าตาอย่างนี้ใช่ว่าหล่อคนเดียว คนอื่นๆดูดีกว่าถมไป
และต้องดูที่ "จิตใจ" ด้วย
ต่อไปก็ไล่รบ.อภิสิทธ์ ไล่ ไล่
ต่อไปก็ไล่รบ.อภิสิทธ์ ไล่ ไล่ ให้มันออกไปเสียเวลาบ้านเมืองจะได้เดินต่อไม่หยุดเดินให้เสียเวลาตอนนี้ก็เดินถอยหลังวิ่งไม่ทันประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง รัฐบาลไร้น้ำยาบริหารประเทศ รัฐบาลปฏิมากรรมน้ำลาย
ได้ข่าวว่านายอภิสิทธิ์
ได้ข่าวว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีความประสงค์ไปสอนหนังสือ
ที่จริง การหาเงินด้วยการกู้ยืม ไม่ต้องสอนกันก็ได้กระมัง
การยื่นฎีกาครั้งนี้
การยื่นฎีกาครั้งนี้ น่าจะเป็นจุด "Peak จุดสุดท้าย" ของพวกเสื้อแดงแล้ว
ต่อจากนี้ไปก็จะ "Die down" คงเหลือแต่พวก hard core แฟนพันธุ์แท้
หรือ "ลิ่วล้อตัวจริง" จำนวนไม่มากนัก
เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ไม่เอาด้วย
ถ้าเวลาผ่านไปอีกสักพักคดีความต่างๆ เริ่มปรากฎผล พวก Hard core ต่างๆ
ก็จะถูกสอยไปทีละคนคน "ติดคุก" ตามความผิดที่ทุกคนได้กระทำไป
หรืออาจจะหลบหนีไปต่างประเทศ
ขบวนการเสื้อแดงใน "ปีกของทาสทักษิณ" ก็น่าจะฟ่อไปเอง
"พรรคเพื่อไทย" ก็อาจจะถูกยุบ เพราะไปสนับสนุนการกระทำที่ "ผิดรัฐธรรมนูญ"
คิดและไตร่ตรองกันให้ดี สิ่งที
คิดและไตร่ตรองกันให้ดี
สิ่งที่คนไทยต้องพัฒนากันอย่างมากคือ
การเชื่อคนอื่นง่ายเกินไป
ฟังแล้ว ขอให้คิด ไตร่ตรอง หาเหตุผลที่แท้จริงให้ได้
แล้วค่อยเชื่อ
เพราะคนไทยมีจุดอ่อนเรื่อง "เชื่อคนอื่นง่ายเกินไป"
นักการเมืองจึงเอาจุดนี้มาปั่นหัวพวกเราพี่น้องคนไทย
เพื่อประโยชน์ส่วนตัวของพวกมัน
สิ่งที่นักการเมืองถนัดที่สุด คือการพูด
พูดเอาความดีเข้าตัว เอาความชั่วให้คนอื่น
เห็นๆกันอยู่ว่า 10 ปีมานี้ ความเสื่อม ความล้าหลัง
ความอ่อนแอ ความปั่นป่วน ของสังคมไทย เกิดเพราะนักการเมืองทั้งนั้น
ที่มันทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ส่วนตัว
แล้วออกมาพูดบิดเบือน อ้างความดีอย่างไม่อาย
พี่น้องคนไทย คิด และไตร่ตรองกันให้มากๆ
อย่าเชื่อเพียงเพราะมันพูดให้ฟัง
ตอนนี้คงอยู่ในประเทศมหาอำนาจข
ตอนนี้คงอยู่ในประเทศมหาอำนาจของโลก อย่างมอนเตนิโกร นิคารากัว อูกันดา ฟิจิ ตองก้า ดูไบ หรือเขมร และกำลังเร่งรัดให้มหาอำนาจเหล่านั้น ใช้นโยบายโลกล้อมประเทศกดดันรัฐบาลไทยอย่างหนักหน่วงและได้ผล......แต่แกใช้พาสปอร์ตประเทศไหนไปเข้าประเทศไหนผมไม่รู้นะ
อย่าพยายาม generalize
อย่าพยายาม generalize ง่ายเกินไปนะครับ
คำว่า ลบหลู่ไม่ได้ นี่มัน ต้องตีความนะครับ ดีกรีของความรุนแรง มันต่างกันมาก
การตีความ และการบังคับใช้
จากที่คุณบอกมาเนี่ย
ตอนนี้เจ้าชายอเลกซานเดอร์ลูกชายเบียอทริกราชินีดัตช์กำลังฟ้องนักข่าว เนื่องจากไปถ่ายภาพขณะที่เขาอยู่กับครอบครัวในระหว่างพักร้อนฤดูนี้
-> จากที่คุณเล่ามา ก็บอกในตัวเองนะครับ ว่าใครฟ้อง ของเรานี่ใครฟ้องครับ ?
ดูข่าวนี้นะครับ Dutch Ambassador Van den Hout ให้ข้อสังเกต กับ ความคิดทำนองเดียวกันกับคุณนะครับ
แต่เป็นของ ดร บวรศักดิ์
http://www.bangkokpost.com/opinion/opinion/17035/europe-lese-majeste-laws-and-the-freedom-of-expression
ไม่ต้องวิเคราะห์อะไรให้มากมาย
ไม่ต้องวิเคราะห์อะไรให้มากมาย
หากพวกคุณยังไม่เคารพในความเชื่อของตนเอง
ก็ป่วยการที่ต่อสู้
พวกคุณยอมทรยศอุดมการณ์ของตน
เพียงเพื่ออยากเอาชนะ
อยากเอาชนะความเชื่อของอีกฝ่ายที่เขามั่นคงกว่า
อีกฝ่าย พวกเขาชัดเจนมั่นคงใน "ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข"
โดยไม่เคลือบแคลง
แต่ความเชื่อพวกคุณมีทั้ง"ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข"แต่ขอพ่วง
"ต้องมีทักษิณเป็นนายกเท่านั้น"
มีทั้ง..มันจะปกครองแบบไหนก็ได้ตอมมิวนิสต์ก็ได้ สังคมนิยมก็ได้
..แต่ขอทักษิณเป็นผู้นำ
มีทั้ง..ประชาธิปไตยจ๋า แบบที่ไม่มีจริง
มีทั้ง..คอมมิวนิสต์ มีทั้ง..สังคมนิยม ฯลฯ..
เป็นความเชื่อที่หลักใหญ่ไปด้วยกันไม่ได้
แต่พวกคุณรวมกลุ่มกันยอมทรยศกับความเชื่อของพวกคุณ
แล้วบอกโลกว่าจะต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย แล้วใช้ทักษิณเป็นสัญลักษณ์
พระเจ้า..มันอุดมการณ์แบบไหนของคุณ
อํามาตย์ =
อํามาตย์ = อุบาทว์
ผมเห็นด้วยกับ หมอ เหวง 1000 %
ผมว่า ตอนนี้
ผมว่า ตอนนี้ ปีกซ้ายในเสื้อแดงอยู่ใน Damage Control Mode ครับ หมอเหวง ทำไม ไม่ถอนตัวจากเคลื่อนไหวเสื้อแดง อย่างคุณหมอคนนี้ทื้งพธมเมื่อพวกเขาเริ่มยืนยันว่าตัองใช้มาตรา ๗ ไปถวายฎิกา ? แต่อย่างๆ พวกซ้ายก็ opportunists เหมือนกัน ผมว่า ถ้ามีอะไร super-constitutional เกิดขึ้นเพื่อจะให้ทักษิณกลับมา พวกเขาจะอินดีช่วย"ผู้นำคนนี้" ครับ
-----------------------------
---------------------------------
ฝนตกขี้หมูไหล แดงจัญไรมารวมตัว
ช่วยกันถ้วนทั่ว เพื่อพ่อตัวชื่อทักษิณ
---------------------------------
ที่ทำอยู่ ก็ดีอยู่แล้ว
ที่ทำอยู่ ก็ดีอยู่แล้ว แต่อยากให้ขยายฐานผู้นำให้ถึงระดับหมู่บ้าน
ที่สำคัญต้องใจเย็น อย่าหวังว่าจะโค่นอำมาตย์ได้เร็ว
อำมาตย์เขาครอบงำ ปลูกฝัง ความคิดประชาชน มากี่สิบปีแล้ว
ดูทีวี ทุกวันทุกช่อง เขาปลุกระดมเรื่องอะไร ก็เห็นกันอยู่
เสื่อแดงเข้าหา มวลชนแค่ปีสองปี อย่านึกว่ามีฐานแน่นหนา
-----------------------------
---------------------------------
ฝนตกขี้หมูไหล แดงจัญไรมารวมตัว
ช่วยกันถ้วนทั่ว เพื่อพ่อตัวชื่อทักษิณ
---------------------------------
ก็รากที่มาไม่ถูกต้องไงครับ..ไ
ก็รากที่มาไม่ถูกต้องไงครับ..ไม่ถูกต้องตามธรรม...ทั้งที่มาของกลุ่มคนมีอำนาจในรัฐปัจจุบัน..ที่มาของธรรมนูญ 2550
และที่มาขององค์กรอิสระและไม่อิสระ ที่มีอำนาจชี้เป็น..ชี้ตายในยุด ปัจจุบัน
หากคุณเชื่อ "ธรรม" และ "กรรม" กรณีนี้จะเป็นไปตามนั้น..และที่เป็นอยู่ก็คือ อาการของธรรม และกรรมที่รัฐปัจจุบันได้รับ
....คุณลองไปอ่าน History ที่อธิบาย cause of cause แล้วคุณจะเข้าใจ..
...คุณอย่าเพียงตีความอาการปัจจุบัน..เพื่อสนับสนุนวิถีคิดของคุณ
ถูกของคุณ Iterator
ถูกของคุณ Iterator ที่ว่าต้องตีความ ดีกรีของของความรุนแรง มันต่างกันมาก ปกติแล้ว กฏหมายทางด้านยุโรปตะวันตกจะมีบทลงโทษน้อยกว่าทางเอเซียหรือประเทศอื่นทั่วโลกมาก อย่างสหรัฐ ฯ หรือไทยยังมีบทลงโทษถึงขั้นประหารชีวิต แต่เนเธอร์แลนด์ลบลงโทษนี้มานานแล้ว ซ้ำยังต่อต้านประเทศที่ยังใช้กฏนี้อยู่ คุณคงเทียบบทลงโทษของดัตช์กับไทยไม่ได้ อย่างเช่นผู้ค้ายาเสพย์ติด ทางไทยอาจลงโทษทั้งปรับทั้งขังตลอดชีวิต (บางกรณีอาจประหารชีวิต) แต่ทางดัตช์บทลงโทษอย่างสูงสุดก็เพียงแค่ ๕ ปี
เนเธอร์แลนด์จึงสร้างความสัมพันธ์กับไทยในการแลกเปลี่ยนนักโทษ ชาวดัตช์ที่ได้รับโทษในไทยกลับไปรับโทษที่เนเธอร์แลนด์ได้เมื่อเร็ว ๆ นี้ คนดัตช์ต้องโทษติดคุกตลอดชีวิตในไทย ดัตช์ขอเรียกตัวนักโทษนั้นกลับเนเธอร์แลนด์ และเขาได้รับการปลดปล่อยทันทีโดยไม่ต้องติดคุกไปตลอดชีวิต หากเขายังต้องอยู่ในเมืองไทย
เห็นชัด ๆ ว่าดีกรีความรุนแรงระหว่างดัตช์กับไทยมันต่างกันมาก!
มาถึงวันนี้ไม่มีใครปฏิเสธว่า
มาถึงวันนี้ไม่มีใครปฏิเสธว่า สงครามครั้งนี้ใหญ่เกินตัว ชาวบ้านโดยแท้ ผมว่าชาวเสื้อแดงเขาข้ามพ้นทักษิณไปแล้ว การต่อสู้ทุกวันนี้ก็เพราะตัวเองทั้งนั้นละครับ ชาวบ้านเขาต่อสู้เพื่ออนาคตและปากท้อง สิทธิอันพึงได้ตามรัฐธรรมนูญที่เขียนเอาไว้ ( แต่ไม่มีใครรู้ว่ามีหรือทำเป็นไม่สนใจ ) เขาถูกปล้นไปอย่างหน้าด้านๆละครับ โดยผู้มีอำนาจ และไม่ได้เป็นแค่ครั้งเดียวในไทย แต่ประวัติศาสตร์มันมีมานานแล้ว ตั้งแต่ได้รัฐธรรมนูญมา เหมือนถูกปล้นมาตลอด
แล้วการเลือกตั้งโดยประชาชนจะมีประโยชน์อันใดละ ( ก็เลยตรากฎหมายให้มาจากการแต่งตั้งซะเลย ) ประชาชนเขาไม่ได้โง่อย่างพวกท่านกล่าวหานะครับ แม้จะมีการโฆษณาชวนเชื่ออยู่ทุกวี่วันเขาก็ไตร่ตรองกันอยู่ตลอด รัฐบาลที่เข้ามาบริหารก็มีวาระมีเวลา และที่สำคัญถ้าไม่ดีเขาก็ไม่อยากเลือกมาหรอกครับ พรรคที่เลือกเข้ามาก็เพราะว่าโดนใจเขา
ถ้าท่านมีสำนึกพลเมืองท่านก็จะเข้าใจเองละครับ ไม่ใช่ยุคชาวกรุงปลดนายกแล้ว ประเทศนี้เป็นของใครกันเล่า ลองถามตัวท่านเองและคนรอบข้างดูเถิด ช่วยกันสร้างสรรค์ดีกว่า
คนที่เขามารวมต้วเพราะเขาเห็นค
คนที่เขามารวมต้วเพราะเขาเห็นความอยุคิธรรมของพวกตุลาการภิวัตน์ที่ตัดสินคดีบนพื้นฐานของความเกลียดชังทักษิณจากรัฐธรรมนูญ50ที่พวกเขาเห็นว่ามันเป็นรัฐธรรมนูญของพวกรัฐประหารเขาต้องการผู้นำที่ช่วยให้พวกเขาอยู่ดีกินดีอยากได้ผู้นำที่กล้าคิดกล้าทำกล้าตัดสินใจ /คิดเป็นทำเป็นแก้ปัญหาเป็น/ไม่ใช่ผู้นำที่หล่อแต่พูดเก่งอย่างเดียว
ผิดครับ 40 ครับ
ผิดครับ 40 ครับ
เกี่ยวกับท่าทีหมอเหวง - กรณี
เกี่ยวกับท่าทีหมอเหวง
- กรณี ฏีกา มาตรา 7 อันนั้นนอกรัฐธรรมนูญนะครับ
- กรณี ฏีกา ที่จะเกิด มีบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ถึงจะดูไม่ค่อยเป็นสากล แต่ก็เกิดขึ้นมาตลอด และสอดคล้องกับ ทักษิณ
และ กระบวนการยุติธรรม "พิเศษ" = กระบวนการไม่ยุติธรรม ที่เกิดจาก คณะรัฐประหาร
ผมคิดว่า เขาไม่ได้หวังให้ทักษิณกลับมาจริง ๆ หรอกครับ เพราะถึง เหตุการณ์นี้จะทำให้ทักษิณ กลับมาได้
ก็ยังมีคดี อื่น ๆ รออยู่ และ กระบวนการ และ บุคคล ที่รออยู่ ยังอยู่ในอำนาจทั้งหมด
มันจะเป็นการ เชือดครั้งที่สอง มากกว่า
เชือดครั้งแรก หลอกมาตีตรา คำว่า นักโทษชาย ทำให้ทักษิณ มีความชอบธรรมน้อยลงในการ หาพันธมิตรจากประเทศ
ประชาธิปไตย อื่น ๆ
ที่เขาหวัง น่าจะเป็นเรื่องอื่น
ชาวบ้านเขาเริ่มเข้าใจ โครงสร้างอำนาจที่แท้จริงหลังฉากของไทย โดยเรียนรู้จาก เหตุการณ์ผิดปกติที่เกิดขึ้นมา ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
การส่งสัญญาณต่าง ๆ ก่อนการรัฐประหารของบุคคลระดับนำ
การกินเลี้ยงอาหารญี่ปุ่น
ท่าทีของศาลที่เปลี่ยนไป ในการ กำจัด กกต
การบอยคอทเลือกตั้ง
หันคูหาออก ยกเลิกเลือกตั้ง
จับ กกต ติดคุก
การรัฐประหารและการเปลี่ยนชื่อภายในหนึ่งวัน
ยุบพรรคครั้งที่หนึ่ง
ร่าง รัฐธรรมนูญมัดมือชก ภายใต้ ทหารและโฆษณาชวนเชื่อ
กรณี นายก ทำอาหาร หลุดจากตำแหน่ง
ปิดสนามบิน ทหาร ตำรวจ ไม่ทำงาน ตามฝ่ายบริหาร เพราะ ?
ยุบพรรคครั้งที่สอง แยะสลายขั้ว ดึงดูด เนวิน เปลี่ยนขั้วอำนาจ
การ form รัฐบาลใหม่ ในค่ายทหาร
ชาวบ้านคงมองออกระดับนึงแล้วครับ เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการย้ำ ให้ภาพชัดเจนมากขึ้นมากกว่า
คนญี่ปุ่น ถ้าติดตามการเมืองไทย คงต้อง เพิ่มตัวแปร ต่าง ๆ ที่ไม่มี ในการเมืองประเทศ อื่น ๆ เข้าไปอีกมากครับ
*ประเทศไทย ไม่ได้จบ
*ประเทศไทย ไม่ได้จบ ที่ฎีกา
ยังรอวัน เวลา ฟ้าผ่องใส
วันสูญสิ้น อำมาตยาธิปไตย
วันที่ไร้ อำนาจแฝง แรงฤทธา
*รัฐบาล ในระบอบ ประชาธิปไตย
จะต้องได้ อำนาจรัฐ จัดแข็งกล้า
เป็นอำนาจ จากเลือกตั้ง พลังประชา
เหนืออำนาจ อำมาตยา ข้าราชการ
*กว่าจะถึง วันนั้น อันหมายมุ่ง
ต้องผดุง การต่อสู้ อยู่กล้าหาญ
รวมพลัง ตั้งใจ ให้ทนทาน
สอดประสาน โยงใย ให้มั่นคง
*วันนี้คน เสื้อแดง เพียงแสงเริ่ม
จะพูนเพิ่ม ความสว่าง ทางสูงส่ง
เพื่อประชาธิปไตย ยั่งยืนยง
เพื่อดำรง สิทธิ์เสรี ประชาชน
"กรณี ฏีกา มาตรา 7
"กรณี ฏีกา มาตรา 7 อันนั้นนอกรัฐธรรมนูญนะครับ"
ไม่เข้าใจครับ ทำไมการภิกาตามมาตราในรัฐธรรมญ"นอกรัฐธรรมนูณ"นะครับ? ส่วนภิกาครั้งนี้ เรียกร้องพระองค์ท่านทรงทำไม่ได้ทั้งในด้านขั้นตอนกฎหมายและด้านการเมื่อง ผมก็เลยคิดว่า "ผิด" นะครับ สำหรับ Ideology ของหมอแหวงนั้น ผมว่า เขาควรจะคิดว่าต้องแก้ไขปัญหาการเมืองครั้งนี้ด้วยกระบวงการการเมืองระหว่างราษฎร์ ไม่ต้องขอให้ท่านทรงแก้ใข เพราะถ้าทุกครังมีปัญหาระหว่างราษฎร์แล้วทำอย่างนี้ ประชาธิปไตของเมืองไทยก็ไม่ก้าวหน้า ตามความคิดเห็นการเมืองของหมอนี้ เขาต้องคิดอย่างนี้ ไม่ใช่หรือครับ? ด้วยซ้ำ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับประชาธปไตเลย แต่เรื่องส่วนบุคคลซึ่งกำลังแย้งอำนาจกันเท่านั้นไม่ใช่หรือนะครับ
"เขาไม่ได้หวังให้ทักษิณกลับมาจริง ๆ หรอกครับ"
เห็นด้วยครับ ถ้าทักษิณกลับมา บทบาดของหมอแหวงก็ไม่มีแล้ว แต่กลับมาก็แล้วกันมั้ง อาจจะได้ทำแหน่น อสมท อีกครับ
"การกินเลี้ยงอาหารญี่ปุ่น"
จุดนี้ ผมไม่เข้าใจ หมายถึวว่าอะไร ผมสนใจ เป็นเรื่องอะไรนะครับ
ขอไทษครับ "ฎีกา"
ขอไทษครับ "ฎีกา" ไม่ใช่.ภิกา"ตรับ แล้วก็........
"ส่วนฏีกาครั้งนี้ เรียกร้อง"ให้"พระองค์ท่านทรงทำไม่ได้ทั้งในด้านขั้นตอนกฎหมายและด้านการเมื่อง"
ขอแก้ใขหน่อยครับ ;)
40 ยังไม่มี คตส. คดีที่ดิน
40 ยังไม่มี คตส.
คดีที่ดิน ผู้ฟ้อง คือ คตส.
รัฐธรรมนูณ ๕๐ ไม่เกียวอะไรกับ
รัฐธรรมนูณ ๕๐ ไม่เกียวอะไรกับ คตส ครับ คตสจัดตั้งก่อน
ศาลตัดสินตาม Organic Laws ๒๕๔๒ ซึ่งอาศัยเป็นหลักหรือเกณฑ์ของรัฐธรรมนูณ ๒๕๔๐ ครับ
http://www.nccc.thaigov.net/nccc/law.php
อ่านก็รู้ได้ครับ
ที่มันน่าเกลียดก็คือพรรคที่มี
ที่มันน่าเกลียดก็คือพรรคที่มีเสียงข้างมากจะต้องเป็นผู้จัดตั้ง รบ งัย
แต่ ปชป ก็แย่งจัดตั้งโดยการวิ่งเต้น ส่งดอกไม้ อะไรต่อมิอะไร
ออกนอกหน้าจนน่าสมเพชอย่างเนี๊ยะ ไม่เห็นเหรอ เอ๊ะ ตาคนนี้ สงสัยจัง
ตาบอดจริง หรือแกล้งบอด โง่ หรือแกล้งโง่ ไม่เข้าใจ
ฝนตกขี้หมูไหล คนจัญไร
ฝนตกขี้หมูไหล คนจัญไร ไร้ความรับผิดชอบ
ฝนตกขี้หมูไหล คนจัญไร ไร้ความรับผิดชอบ
ฝนตกขี้หมูไหล คนจัญไร ไร้ความรับผิดชอบ
ช่างไม่อาย ช่างไม่อาย ช่างไม่อาย
ช่างไม่อาย ช่างไม่อาย ช่างไม่อาย
ช่างไม่อาย ช่างไม่อาย ช่างไม่อาย
ครับคุณงานกร่อยครับขออนุญาติย
ครับคุณงานกร่อยครับขออนุญาติยกคำนี้คุณมาขยายน่ะครับ์
"พวกคุณยอมทรยศอุดมการณ์ของตน
เพียงเพื่ออยากเอาชนะ
อยากเอาชนะความเชื่อของอีกฝ่ายที่เขามั่นคงกว่า
อีกฝ่าย พวกเขาชัดเจนมั่นคงใน "ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข"
โดยไม่เคลือบแคลง"
แล้วคุณงานกร่อยยอมทรยศต่อหลักการณ์ ปชตที่ถูกต้อง?(ระบบแบนิเวสน์ประชาธรรม) แล้วยอมสิโรราบหมอบกราบให้กับสถานะภาพกบในกะลา หรือประชากรระบอบสวนสัตว์หรือประชาธิปไตยไม้ดัดอย่าง เชื่องๆว่าง่ายๆแบบนั้นเหรอ?ตกลงคุณเป็นคนหรือเป็นสัตว์ดีล่ะ? เพราะถ้าเป็นคนต้องหัดรักษาศักดิ์ศรี ความเป็นคน ที่ต้องหลุดพ้นจากกะลาหรือปชตไม่ดัด(ระบอบสวนสัตว์)
แม้ผมยอมรับว่าระดับยุทธศาสตร์เสื้อแดงผเท่าที่ฟังในนี้)มองด้านความมั่น(แบบที่คุณว่าเขามั่นคงกว่าแบบซบอันธพาล ตัวใหญ่นั้นทำให้คุณรู้สึกมั่นคงกว่า) คือเสื้อแดงขาดยุทธศาสตร์อย่างน่าใจหาย?มีแค่การสู้แบบจนตรอกและสวนหมัดตามน้ำไป ยุทธวิธีขวิดตามวิสัยมาทาดอร์?ให้เขาล่อเป้า? ทั้งที่ตัวเองมีต้นทุนมหาศาลในระยะยาวเพราะยุคโลกาภิฯนั้นถนนหลวงเส้นนี้เปิดทางให้คุณเป็นต่ออย่างเปิดกว้างมหาศาลในต้นทุนความเป้นต่อกับพวกหลงยุค? ข้อสำคัญคือถ้าคุณวางยุทธศาสตร์เป็น? ไม่ใช่ยุทธวิธี ออกหมัดตามแรงยุ หรือตามเกมเขาแบบมาทาดอร์เท่านั้น?
ผมฟันธงว่าที่คุณงานกร่อยบอกว่าคนที่มั่นคงกว่าแบบเข้าข้างอันธพาลตัวใหญ่หมัดหนักคือความมั่นคงแบบนู๋งานกร่อย? นั้นท้ามองถนนหลวงโลกาภิวัฒน์แล้ว อันธพาลตัวใหญ่ของคุณนั้นแค่จิ๊กโก๋กิโลเดียว?(ผมเห็นจุดอ่อนหมดแล้ว) ถ้าวางยุทธศาสตร์ให้ดีและให้เป็นจิ๊กดก๋กิโลเดียวมีสิทธิ์จอดสนิทเครื่องพังยังไม่ถึงกิโลเมตรแรกของถนนหลวงโลกาภิฯด้วยซ้ำ
แต่ปัญหาคือกบเลือกนายแบบกบในกะลาคนไทย(การเมืองภาคปชช)เท่านั้นที่ยังเป๋ฯตามนักปกครองไม่ทันเกมมายากาสิโนอำนาจจึงถูกเขาทอนกำลังจับแยกให้ตีกัน(เหลืองหางน้ำเงินปะทะแดงเลือดกลบปากทั้งที่ทั้งหมดคือพลังการเมืองภาคผปชช ถ้ารวมตัวกันจะทานกำลังนัปกครองสองขั่วไปสู่จุดเปลี่ยนได้ เราจะไม่ถูกหลอกแบบเหลือทหารราบในกรงลิงอีกต่อไป เพราะมันคือตัวซวยไมใช่ตัวช่วยภาคปชช)
อย่างนู๋งานกร่อยนี่ไง?คุณคือเหยื่อบริสุทธิอันดับต้นๆในการเป็นเครื่องมือเขานู๋รู้เรื่องรู้ตัวหรือเปล่า?กับสถานภาพทหารราบในกรงลิงให้นักปกครองเขา กับกบในกะลาแบบนั้นคือความมั่นคงแล้วเหรอนู๋? ถ้าเชื่องแบบให้เขาจูงไปไหนต่อไหนได้สบายแบบนั้น ไปฝึกไถนาดีกว่าครับ? มันง่ายดี?ดิ้นรนขัดขืนไปก็เปล่าประโยชน์ ดังนั้นการต่างตอบแทนแบบการยอมใช้แรงงงานไถนาในสถานภาพทหารราบในกรงลิงแบบ(พธม)นี้ดีกว่าคือความมั่นคงในชีวิตตามนิยามปชต.แบบคุณ???
เมื่อยังหาทิศทางไม่ถูก ก็ชิดซ
เมื่อยังหาทิศทางไม่ถูก
ก็ชิดซ้ายเอาไว้
จะได้ไม่ชนกับเลนขวา
เลี้ยวซ้ายผ่านตลอด อยู่รอดปลอดภัย
ตัวอย่างมีมากมาย ไปดูที่ประเทศจีน
พรรคคอมมูนิสต์ ประชุมครั้งแรกที่เซี่ยงไฮ้
มีสมาชิก 12 คน
60 ปี ต่อมา เป็นพรรคที่ปกครองประเทศและเป็น
มหาอำนาจของโลกไปแล้ว
เทียบกับประเทศสยาม
เปลี่ยนมา 76 ปีแล้วก็ยังอยู่กับที่
หาทิศไม่เจอ
ผมตาดีทั้งสองข้างครับ
ผมตาดีทั้งสองข้างครับ บอดข้างเดียวต้องโมเช่โน่นเลยมิใช่ผม 2504 สรุปแล้วก็คือถูกวิ่งแซงทางโค้ง แพ้แล้วพาลเป็นงั้นใช่ไหม มีปัญหาโปรดปรึกษาโมเช่ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เป็นงี้แหละผมด่าไปทั่วแหละ ไม่อยู่ฝ่ายไหนทั้งนั้น
สงสัยคุณจะมีปมอะไรบางอย่าง อ่
สงสัยคุณจะมีปมอะไรบางอย่าง
อ่านข้อความสั้นๆแค่นี้ก็ไม่เข้าใจ
ผมพูดถึงความซื่อสัตย์ต่อความเชื่อ
ความมั่นคงและซื่อสัตย์ในความเชื่อเท่านั้นจึงจะมีพลัง
คุณเข้าใจอะไรผิดเข้าป่าเข้ารกไปได้ไกลอะไรขนาดนั้น
กลับไปอ่านใหม่อีกรอบนะ
แล้วมองตัวเองว่าคุณเองเชื่ออย่างไร
และทรยศกับความเชื่อของตัวเองหรือปล่าว
การที่ขบวนการเสื้อแดงไปไม่ถึงไหน
ก็เพราะไม่มั่นคงและยอมทรยศกับความเชื่อของตนเองนั่นแหละ
อ่านเสร็จแล้วก็อย่างฟุ้งซ่านไปอีกหละ
*การถวาย ฎีกา
*การถวาย ฎีกา ไม่พร่ำเพรื่อ
ไม่ยืดเยื้อ ยาวนาน ผ่านวันใหม่
ถวายเสร็จ ก็คือเสร็จ สำเร็จไป
ผลจะเป็น ประการใด ไม่ติดตาม
*ประเทศไทย ไม่ได้หยุด ที่ฎีกา
ปวงประชา ก้าวหน้า ฝ่าขวากหนาม
ถึงยากเย็น หนักหนา พยายาม
มุ่งสู่ความ เป็นประชาธิปไตย
*หัวใจแดง แกร่งกล้า มารวมกัน
เพื่อยืนยัน ตัวตน ผลผ่องใส
สร้างเครือข่าย ก้าวหน้า ฝ่าฟันไป
แม้หนทาง ยาวไกล ไม่ย่อท้อ
*จุดประสงค์ สำคัญ อันยิ่งใหญ่
คือประชาธิปไตย ได้เกิดก่อ
พัฒนา ก้าวไป ไม่รีรอ
ไม่ย่อท้อ ต่อสู้ หมู่อธรรม
เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่แกนน
เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่แกนนำเสื้อแดงบิดเบือน
กับผู้ชุมนุมมาโดยตลอด
คดีที่ดินรัชดาตัดสินโดยศาลและกฎหมายที่มีอยู่
ในรัฐธรรมนูญปี 40 ทั้งสิ้น
และเกณฑ์การตัดสินก็ถูกบัญญัติเป็นตัวหนังสือชัดเจนตามกฎหมาย
คตส.เป็นเพียงทำหน้าที่แทนอัยการส่งฟ้องเท่านั้น
ภารกิจสร้างระบอบประชาธิไตย
ภารกิจสร้างระบอบประชาธิไตย ถือเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน การจะสร้างประชาธิปไตยได้ ข้อแรกต้องกำจัดพวกอำมาตย์เลวๆ และพวกกากเดนสมุนอำมาตย์ให้สิ้นซากจากผืนแผ่นดินไทย ถ้าภารกิจนี้ไม่สำเร็จในยุคนี้ อย่าหวังว่าลูกหลานไทยจะอยู่เย็นเป็นสุข คนไทยมีทางเลือกแค่สองทาง จะกำจัดอำมาตย์เลวๆและพวกกากเดนให้หมดไปในยุคนี้ หรือจะปล่อยให้พวกมันสืบทอดความเลวไปสู่ลูกหลานไทย ถ้ารักประเทศไทยห่วงใยลูกหลาน ร่วมกันกำจัดมารอำมาตยาและพวกสมุนกากเดนเลวๆให้หมดไปตั้งแต่วันนี้ เพื่ออนาคตที่ดีลูกหลานไทยเรา
งานล่ารายชื่อสำหรับ
งานล่ารายชื่อสำหรับ “ฎีกาการเมือง”
พวก “แก๊งซ์หัวขวด” จะพยายามปิด Job ให้ได้ภายในวันที่ 17 นี้
หลังจากนั้น ก็จะรอ Job ใหม่จาก “เศรษฐีดูไบ”
พี่น้องประชาชน ก็จะต้องรอดูว่า “Job ใหม่” คืออะไร
แต่คิดว่า คงเป็นทำนอง “เรื่อยๆ มาเรียงๆ” ไปเรื่อยๆ
หลังจากนั้น ประชาชนจะ “ชิน” กับสิ่งที่เกิดขึ่น
เหมือนกับ เราชินกับ “โรค Aids” หรือ กำลังจะชินกับ “ไข้หวัด 2009”
เราอยู่ร่วมกับ “พวกมัน” ได้ เพราะ รู้วิธี “หลบหลีก” หรือ รู้วิธี “ป้องกัน”
บ้านเมืองเรา คงไม่แย่ไปกว่านี้แล้ว ครับ
กลุ่มเสื้อแดง
กลุ่มเสื้อแดง จะยื่นถวายฎีกาวันที่ 17 ส.ค. นี้ ซึ่งเดิมจะยื่นวันที่ 7 ส.ค. ซึ่งตรงกับแรม 1 ค่ำของวันศุกร์เป็นวันพรหม
ประสิทธิ์เป็นวันที่เป็นมงคลอย่างยิ่ง ซึ่งหลวงพ่อฤาษีลิงดำวัดท่าซุงได้เคยบอกไว้ แต่ปรากฎว่าไม่ได้มีการยื่นถวายฎีกา
กลับมีข่าวว่าจะยื่น 17 ส.ค. ซึ่งเป็นวันห้าม คือทุกวันจันทร์ขึ้น/แรม 11 ค่ำ เป็นวันห้าม และปรากฎว่าวันที่ 17 ส.ค.
เป็นวันห้าม ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่ามีวันตั้งมากมายทำไมจึงต้องตรงกับวันห้ามด้วย
แต่มีวิธีแก้ครับ คือจุดธูปและขอตั้งจิตอธิฐานขอให้วันนั้นเป็นฤกษ์ใหม่ของการยื่นถวายฎีกา
ใครก็ได้ช่วยบอกแกนนำทีครับ เพราะเมื่อวันเป็นวันห้ามเสียแล้ว ก็จะทำให้ติดลบแทนที่จะเสมอตัวครับ
กลุ่มเสื้อแดง
กลุ่มเสื้อแดง จะยื่นถวายฎีกาวันที่ 17 ส.ค. นี้ ซึ่งเดิมจะยื่นวันที่ 7 ส.ค. ซึ่งตรงกับแรม 1 ค่ำของวันศุกร์เป็นวันพรหม
ประสิทธิ์เป็นวันที่เป็นมงคลอย่างยิ่ง ซึ่งหลวงพ่อฤาษีลิงดำวัดท่าซุงได้เคยบอกไว้ แต่ปรากฎว่าไม่ได้มีการยื่นถวายฎีกา
กลับมีข่าวว่าจะยื่น 17 ส.ค. ซึ่งเป็นวันห้าม คือทุกวันจันทร์ขึ้น/แรม 11 ค่ำ เป็นวันห้าม และปรากฎว่าวันที่ 17 ส.ค.
เป็นวันห้าม ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่ามีวันตั้งมากมายทำไมจึงต้องตรงกับวันห้ามด้วย
แต่มีวิธีแก้ครับ คือจุดธูปและขอตั้งจิตอธิฐานขอให้วันนั้นเป็นฤกษ์ใหม่ของการยื่นถวายฎีกา
ใครก็ได้ช่วยบอกแกนนำทีครับ เพราะเมื่อวันเป็นวันห้ามเสียแล้ว ก็จะทำให้ติดลบแทนที่จะเสมอตัวครับ
กลุ่มเสื้อแดง
กลุ่มเสื้อแดง จะยื่นถวายฎีกาวันที่ 17 ส.ค. นี้ ซึ่งเดิมจะยื่นวันที่ 7 ส.ค. ซึ่งตรงกับแรม 1 ค่ำของวันศุกร์เป็นวันพรหม
ประสิทธิ์เป็นวันที่เป็นมงคลอย่างยิ่ง ซึ่งหลวงพ่อฤาษีลิงดำวัดท่าซุงได้เคยบอกไว้ แต่ปรากฎว่าไม่ได้มีการยื่นถวายฎีกา
กลับมีข่าวว่าจะยื่น 17 ส.ค. ซึ่งเป็นวันห้าม คือทุกวันจันทร์ขึ้น/แรม 11 ค่ำ เป็นวันห้าม และปรากฎว่าวันที่ 17 ส.ค.
เป็นวันห้าม ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่ามีวันตั้งมากมายทำไมจึงต้องตรงกับวันห้ามด้วย
แต่มีวิธีแก้ครับ คือจุดธูปและขอตั้งจิตอธิฐานขอให้วันนั้นเป็นฤกษ์ใหม่ของการยื่นถวายฎีกา
ใครก็ได้ช่วยบอกแกนนำทีครับ เพราะเมื่อวันเป็นวันห้ามเสียแล้ว ก็จะทำให้ติดลบแทนที่จะเสมอตัวครับ
กลุ่มเสื้อแดง
กลุ่มเสื้อแดง จะยื่นถวายฎีกาวันที่ 17 ส.ค. นี้ ซึ่งเดิมจะยื่นวันที่ 7 ส.ค. ซึ่งตรงกับแรม 1 ค่ำของวันศุกร์เป็นวันพรหม
ประสิทธิ์เป็นวันที่เป็นมงคลอย่างยิ่ง ซึ่งหลวงพ่อฤาษีลิงดำวัดท่าซุงได้เคยบอกไว้ แต่ปรากฎว่าไม่ได้มีการยื่นถวายฎีกา
กลับมีข่าวว่าจะยื่น 17 ส.ค. ซึ่งเป็นวันห้าม คือทุกวันจันทร์ขึ้น/แรม 11 ค่ำ เป็นวันห้าม และปรากฎว่าวันที่ 17 ส.ค.
เป็นวันห้าม ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่ามีวันตั้งมากมายทำไมจึงต้องตรงกับวันห้ามด้วย
แต่มีวิธีแก้ครับ คือจุดธูปและขอตั้งจิตอธิฐานขอให้วันนั้นเป็นฤกษ์ใหม่ของการยื่นถวายฎีกา
ใครก็ได้ช่วยบอกแกนนำทีครับ เพราะเมื่อวันเป็นวันห้ามเสียแล้ว ก็จะทำให้ติดลบแทนที่จะเสมอตัวครับ
ขอพูดถึง ไม้หนึ่ง
ขอพูดถึง ไม้หนึ่ง ก.กุนนที
จรัล สมยศ เหวง สุรชัย ไม้หนึ่ง ห้ากุนซือเสิ้อแดงในประเทศนั้น ชื่อชั้นทางการเมืองของสี่คนแรกยังเหนือชั้นกว่าสามเกลอหัวขวดมาก เพียงเป็นรองวีระเท่านั้น อย่างไรก็ตามครอกนี้ก็พวกแนวทางปลุกระดมเดิมๆ จะหาแนวทางแผนกลยุทธใหม่ๆขึ้นมาให้เสื้อแดง ก็ไม่สามารถอีกแล้ว
ผมให้ความสนใจ ไม้หนึ่ง ก.กุนนที หรือ นักแปลงานวิชาการสายจีนมือหนึ่งคนหนึ่ง บุญศักดิ์ แสงระวีมากกว่า ห้าหกตนที่กล่าวถึงข้างต้นเสียอีก
ไม้หนึ่งแกเขียนกลอนได้ดีครับ ฝีมือกลอนน้ำหนักของภาษาดีกว่ากลอนชาวบ้านปริมาณนิยมแบบคุณปากพนังแบบเมฆคนละชั้นหนังคนละม้วนเลย แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือความรอบรู้เรื่องการเมืองและการต่อสู้ทางการเมืองภายในแบบจีนที่คุณไม้หนึ่งแกแปลหารับประทานมาหลายสิบเรื่อง....ผมเองก็ลูกค้าประจำแกคนหนึ่ง
อ่านมากแปลมากนั้นเหมือนหลวงจีนน้อยที่ดูแลห้องเก็บคัมภีร์วิทยายุทธวัดเส้าหลิน ที่แอบอ่านแอบฝึกวิทยายุทธเอาเองไม่มีอาจารย์สั่งสอนแนะนำ บางทีก็เลยไฟธาตุแตกรุ่มร้อนอยากจะออกมาลองยอดวิชาที่แอบฝึกมาได้....
แต่อย่างไรก็ตามด้วยศึกษาพื้นฐานมาดีจะว่าคัมภีร์ดี หรือคุณไม้หนึ่งแกเป็นพวก วงศ์แห่งนักปราชญ์ได้ เพราะด้วยฉลาดเอง ผมเห็นแววมยุราจากการให้สัมภาษณ์สองสามครั้งนี้ของคุณไม้หนึ่งชัดเจนมาก
การใช้รายชื่อคนสี่ห้าล้านคนปรับเป็นทัพพิสดารรุกได้ถอยได้ การวนตีจุดหมายเดิมซ้ำๆจากหลายทิศทาง การใช้แนวศิลปวัฒนะธรรมท้องถิ่นเข้าแยกประเทศ กลศึกตีเว่ยช่วยเจ้า ชิงฟืนจากกองไฟ แนวทางทัพพิสดารเหล่านี้น่าจะมาจากคุณไม้หนึ่งนี่เอง ไอ้กุนซือเสื้อแดงคนอื่นๆนั้นเห็นฝีมือกันมาหลายปีแล้วว่ามันระดับแฮหัวป่าแม่ทัพของโจโฉ นายสั่งอย่างไรก็ไปแค่นั้น กุนซือขุนศึกรายอื่นก็พ่ายศึกจนสมองไม่สั่งการแล้ว
คุณไม้หนึ่งรักษาเนื้อรักษาตัวไว้ให้ดีนะครับ เกิดว่านายใหญ่กลับมาใหญ่ได้ ใครไม่เห็นไม่ยกย่องผลงานและกลยุทธคุณไม้หนึ่งผมจะช่วยเขียนยกย่องให้เอง นานๆจะได้เห็นแววปัญญาในหมู่ผู้นำเสื้อแดงสักคนหนึ่ง
ยินดีต้อนรับเข้าสู่ ศึกการเมืองนอกสภาของเมืองไทยครับ
เอ ไอ้นี่มันเป็น "คน"
เอ ไอ้นี่มันเป็น "คน" หรือเป็น "ควาย" กันแน่
ตั้งแต่ปฏิญญาฟิลแลนด์ก็ครั้งหนึ่งแล้ว ที่กล่าวหาว่าทักษิณจะล้มล้างสถาบัน แต่สุดท้ายอัยการสั่งฟ้องไอ้คนโกหก(พ่อสนธิ) ถึงจะยกฟ้อง(ศาลยุคนี้เอียง) แต่มันก็คือปั้นเรื่องโกหกได้สุดยอด จนควายเหลืองเชื่อ สนธิกล่าวหาทักษินมากมายเรื่องความไม่จงรักภักดี แล้ว คุณเอาเวลาไปทำอะไรอยู่ถึงไม่รู้เรื่องว่ามันเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ
***ผมอยากให้คุณลดอคติลง แล้วไปอ่าน ประวัติ ตั้งแต่ ชีวิตวัยเด็ก การศึกษา การทำงาน แนวคิด วิสัยทัศน์ ของ ทักษิณซึ่งมีหนังสือให้อ่านมากมายทั้งเขียนเอง คนอื่นเขียนให้ แล้วไปเปรียบเทียบกับ สนธิ ว่าใคร น่าจะเอาเป็นแบบอย่างบางส่วน หรือบางส่วน ในการดำเนินชีวิต***
****อย่าให้ ASTV ล้างสมอง เชื่ออย่างมีเหตุผล อิงเอกสารหลักฐาน ไม่ใช่เชื่อเพราะเขาว่ามาเข้าหูบ่อยๆ*****
ขออนุญาตกราบเรียนพระเดชพระคุณ
ขออนุญาตกราบเรียนพระเดชพระคุณท่าน hi-red ถ้ากระผมเป็นควาย พระเดชพระคุณท่านอ่านภาษาผมแล้วเข้าใจ โต้ตอบกับกระผมได้ จึงสรุปความได้ว่า เราคือเผ่าพันธ์เดียวกันอย่างแน่นอน ฮ่าๆๆๆๆๆ อย่ากระนั้นเลยเรามาขวิดกันเถอะ เอางี้แล้วกันผมลดอคติที่มีต่อทักษิณก็ได้ ผมจะมองทักษิณในแง่ดีก็แล้วกันนะ สิ่งที่ทำให้ผมชื่นชมทักษิณมีเพียงประเด็นเดียว คือ การที่เขาไปนั่งเอ้เต้ เป็นประธานที่วัดพระแก้ว ถูกใจจริงๆนะไม่ได้ประชดอะไรเลย อ้อผมคงไม่ต้องไปเปรียบหรอกครับระหว่างแป๊ะลิ้มกับทักษิณ ผมมองจากภายนอกคือสรุปแล้วมั่นใจได้เลยว่ากัดกันครับ กัดกันแน่นอน เมื่อกัดกันแล้วแป๊ะลิ้มได้เปรียบเพราะเป็นสื่อมวลชนด้วย แผลก็ไม่มี มีเรื่องเดียวคือเรื่องล้มละลายแต่ก็เป็นเรื่องส่วนตัว ส่วนทักษิณนั้นแผลเต็มตัว เมื่อปะทะกันทักษิณก็เสียเปรียบซิครับ ทหารก็จ้องตาเป็นมันที่จะทำรัฐประหารอยู่แล้ว เมื่อจังหวะดีที่ทักษิณกับแป๊ะลิ้มกัดกัน ทหารก็ได้ช่องโดดเสียบซะเลย การปฏิวัติคืออาชีพของเขา คุณก็ดูสถิติเอาซิ ประเทศเรานี้ใช้รัฐธรรมนูญเปลืองที่สุดในโลก น่าจะเข้าข่ายบันทึกในกินเนสบุคได้เลยนะ บ้านผมไม่มี ASTV ดูหรอกครับ ดูเฉพาะข่าวทีวีและทางเน็ตเท่านั้นเอง ผมไม่อยู่สีไหนทั้งนั้นแหละ ผมเป็นตัวของตัวเอง ถูกใจก็โพสชม ไม่ถูกใจก็โพสด่า ก็แค่นั้นเอง ผมก็แค่คนอ่านข่าวธรรมดานี่เอง ปรับเปลี่ยนความคิดตนเองไปเรื่อยๆแหละ แล้วแต่ข้อมูลที่ทราบเท่านั้นเอง ผมคงไม่ยึดติดเป็นไม้หลักปักขี้ควายหรอกครับ ถ้าคิดยึดติดก็โง่ตายห่าซีครับ
คุณบางกอกเข้าใจผิดหนักข้อไปแล
คุณบางกอกเข้าใจผิดหนักข้อไปแล้ว
ไม้หนึ่ง ก.กุนที เป็น คนละคนกับ ก. กุนที โดยเด็ดขาด
ไม้หนึ่ง ก.กุนที เป็นเพียงกวีพ่อค้าขายข้าวหน้าเป็ดที่ยังอ่อนอาวุโสผู้หนึ่ง
และไม่ได้เป็น กุนซือ อันใด เป็นเพียงผู้ปฏิบัติงานระดับภาคสนามคนหนึ่ง
ในขณะที่ ก. กุุนที หรือ บุญศักดิ์ แสงระวี นั้นน่าจะอาวุโสกว่าถึงสิบกว่าปี
และ สันทัดช่ำชองอยู่ในกระบวนทรรศน์สายจีน ทั้งยุคประวัติศาสตร์และร่วมสมัย
โอเค...ถ้าผมเข้าใจผิดจริง
โอเค...ถ้าผมเข้าใจผิดจริง ก็ต้องขอประทานโทษทั้งสองก.กุนทีเป็นอย่างมาก และต้องขอบคุณ คุณอุทัยเป็นอย่างมากเช่นกันครับ สงสัยแต่ว่าทำไมชื่อเหมือนกันได้ขนาดนั้น
ตอนโพสท์ผมก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่า คนระดับแปลหนังสือดีๆออกมาตั้งมากมาย อะไรมันจะอินกับเสื้อแดงได้ขนาดนั้น แต่อารามดีใจว่าจะได้เห็นได้วิจารณ์กลศึกกลยุทธการเมืองระดับใช้สมองมั่ง ก็เลยปล่อยเป็ดไปเล้าใหญ่....
สนใจการเมืองนั้นไม่จำกัดอาชีพหรอกสนใจจริงก็เข้ามาได้ อย่างน้อยในการเมืองภาคประชาชนนอกสภา ....
คุณไม้หนึ่งนั้นแต่งกลอนในแนวการเมืองของแกได้ดีจริงๆครับ ผมยังยืนยันเรื่องนี้อยู่....
ก็ควรจะเข้าใจผิดอยู่หรอกครับ
ก็ควรจะเข้าใจผิดอยู่หรอกครับ
ย้อนกลับไปเมื่อเกือบยี่สิบปีที่แล้ว ไม้หนึ่งเริ่มมีงานบทกวีในมติชนสุดสัปดาห์
มีงานลงบ่อยจนกลายมาเป็นตีพิมพ์ทุกสัปดาห์ โดยที่คนในวงการนักเขียนไม่มีใครรู้จักว่าชื่อ ไม้หนึ่ง นี่เป็นใครอยู่ที่ไหน
ห้าปีก็แล้ว สิบปีก็แล้ว จนนักวิจารณ์วงการหนังสือฟันธงว่า ต้องเป็นนามปากกาหนึ่ง ของ เสถียร จันธิมาธร
แต่ราวปี พ.ศ. สี่สิบกระมัง เขาจึงได้ปรากฏตัวให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ ทุกคนถึงได้ชัดว่าเขามีตัวตนจริง ๆ ไม่ได้เป็นรูปเงาอำพรางของใคร
ไม้หนึ่ง เขียนบทกวีมาหลายปี แต่มีผลงานรวมเล่มแค่สองเล่ม ทั้งๆ ที่ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านสิบกว่าปี เขามีบทกวีผ่านสู่สังคมเฉลี่ยสัปดาห์ละชิ้น หากนับชิ้นงานน่าจะมีปริมาณโขอยู่ สามารถเอามารวมเล่มได้สักสี่ห้าเล่ม
ดูเหมือนไม่เคยได้รางวัลทางวรรณกรรมอะไรเหมือนชาวบ้านชาวช่องเขา นอกจากรางวัลเล็กๆ ที่จัดมอบให้กวีที่มีผลงานดีเด่นที่ชื่อ รางวัล ปราชญ์ ราหุล ซึ่งปัจจุบันดูเหมือนจะไม่มีแล้ว
หลังรัฐประหารสิบเก้ากันยา งานของ ไม้หนึ่ง ในมติชนสุดสัปดาห์โจมตีผู้อยู่เบื้องหลังการปล้นอำนาจของปวงชนชาวไทยมาโดยตลอด
จนที่สุดดูเหมือนว่า เขาได้หายจากหน้ากระดาษ ด้วยเหตุผลคล้ายๆ กันกับ จุฬาลักษณ์ ภู่เกิด และหลายนามปากกาของ เสถียร จันทิมาธร
ผลงานกวีนิพนธ์ที่สร้างแรงสั่นสะท้านให้กับวงวรรณกรรมและพวกอภิชน น่าจะเป็นงานกวีนิพนธิ์ขนาดยาวที่ชื่อ "สถาปนาสถาบันประชาชน" ไม้หนึ่ง อ่านงานชิ้นนี้ที่ หอศิลป์แห่งกรุงเทพมหานคร ก่อนเกิดเหตุการณ์สงกรานต์เลือด สื่อในเครอผู้จัดการ เคยปลุกระดมและขู่จะฟ้องข้อหาหมิ่นฯกับเขา
งานชิ้นนี้หาชมได้จากเว็ปยูทูป เช่นเดียวกับบทกวีอื่น ๆ หลายบทที่มีผู้บันทึกไว้แล้วเอามาเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต
ปัจจุบันไม่ปรากฏ ชื่อ ไม้หนึ่ง ก.กุนที ในฐานะนักเขียนของสื่อกระแสหลักเล่มใด
แต่คงหาได้ไม่ยากนักในหนังสือพิมพ์ของคนเสื้อแดง และตามเว็ปต่างๆ ที่เอามาลงซ้ำอย่างต่อเนื่อง
ส่วนในเรื่องเส้นทางการศึกษาจากหนังและตำรา ไม้หนึ่ง น่าจะเดินตามหลังมาไม่ต่างทางกันกับเจ้าของนามปากกา ก.กุนที เท่าใดนัก
ผมไม่รู้จักไม้หนึ่ง ก
ผมไม่รู้จักไม้หนึ่ง ก กุนทีมาก่อน เคยผ่านตาในมติชนสุดสับดาห์มาบ้าง แต่ก็ไม่เคยให้ความสนใจมากนัก แต่เห็นด้วยกับคุณบางกอกว่า จากที่อ่านความเห็นของหลายท่านในบทความ ไม้หนึ่ง ดูจะให้ความเห็นที่ชัดเจนที่สุด ดูแกจะมองการเคลื่อนไหวของแดงเป็นระบบและเป็นรูปธรรม เป็นกระบวนการชัดเจนที่สุด (หรือว่าท่านอื่นก็เห็น แต่ต้องการอมภูมิไว้ก่อน อุบไต๋ไว้ก่อน?)
ผมก็อ่านเกมของแดงเหมือนที่คุณไม้หนึ่งแกมองเอาไว้ ว่าฎีกาอันนี้ไม่มีความหมายใดๆในทางปฏิบัติแน่นอน แต่มันเป็นเพียง"รูปแบบ"ของการรวบรวมประชามติของคนหลายล้านคนในเรื่องเดียวกัน แน่นอนว่ามันมีผลสะเทือนทางการเมืองแน่นอน ฝ่ายไม่เอาทักษิณจึงต้องออกมาเต้น ออกมาล่ารายชื่อคัดค้าน เพื่อหวังผลทางการเมืองในทิศทางตรงข้าม
เห็นพ้องกับไม้หนึ่งด้วยว่า การเอาชนะอำมาตย์ไม่ไช่การต่อสู้ด้วยกำลังแน่นอน แต่คือการปลุกให้คนไทยตื่นจากการถูกล้างสมองมานานหลายสิบปี นั่นเป็นหนทางเดียวที่จะโค่นอำมาตย์ลง ไม่ไช่ด้วยการmobอีกสิบครั้ง และนั่นก็เป็นอีกเหตุผลที่ทางฝ่ายอำมาตย์จึงพยายามจะโหมโฆษณาชวนเชื่อขนานใหญ่ในตอนนี้ ถึงบุญคุณและความจำเป็นต้องดำรงอยู่ของอำมาตย์ต่อสังคมไทย ขาดอำมาตย์แล้วประเทศไทยจะล่มสลายว่างั้นเถอะ และก็สร้างปีศาจทักษิณต่อไป
แต่ทอดสายตาไปทั่วแผ่นดินยังมองไม่เห็นใครเลยสักคน ที่กล้าหาญพอจะออกมาบอกสังคมว่า ทั้งทักษิณและอำมาตย์ต่างก็ไม่ไช่ยาสำเร็จรูปของสังคม ต่างก็มีจุดดีและต่างก็มีพิษภัยแฝงมาด้วย ดังนั้นควรจะมองทั้งสองฝ่ายด้วยสายตาcritical ไม่เชื่อโดยไม่วินิจพิจารณา ไม่ไว้วางใจทั้งหมดโดยไม่ตรวจสอบ ที่สำคัญการตรวจสอบต้องเป็นไปด้วยระบบ ไม่ไช่งานส่วนบุคคล มาร่วมกันสร้างระบบที่แข็งแกร่ง นี่ต่างหากที่เป็นภาระกิจสำคัญของคนทั้งชาติ ไม่ไช่การสามานฉันท์งี่เง่าหาสาระไม่เจอ ที่พวกอำมาตย์พยายามโหมกระพืออยู่วันละสามเวลาหลังอาหารและก่อนนอน ไม่เว้นวันหยุด ที่สำคัญไม่มีใครดีวิเศษจนไม่ต้องตรวจสอบ ไม่มีจริงๆ
ทุกคนที่ต่อสู้อยู่
ทุกคนที่ต่อสู้อยู่ ตอนนี้ถือว่าดีทั้งนั้น เล่นกันคนละบทบาทดีมาก
1...ทักษิณมานำกระแสด้วยตนเอง...แต่ก่อนให้คนเสื้อแดงนำ..รอแกนนำ3 เกลอเดินเกม รอเสื้อแดงนำ
..แต่บัดนนี้ทักษิณนำเองทุกวัน โฟนอินทุกวัน ทุกพื้นที่..ชี้ทิศทางได้เอง
2. 3 เกลอหัวแข็ง..เป็นแกนนำสายตรงสู่ทักษิิณ..เพราะเป็นนักการเมือง..และเป็นตัวเชื่อมกิจกรรม ทิศทาง เพราะทำสื่อ
..คุณ 3 เกลอจึงเป็นเพียง "ดารา" ที่ รากหญ้าเชียร์เท่านั้น..คือเชียร์ตามสเต็บ โดยมีทักษิณหนุน..คนเขาตาม 3 เกลอ เพราะเชื่อว่าทักษิณสั่งมา..แท้จริงคนตามทักษิณ
3.อ.สุรชัย..เป็นแกนนำทางความคิด...เป็นแกนนำทางทฤาฎีที่คนเสื้อแดงเดินตาม คิดตาม..และหนุนช่วยเพิ่มทุกวัน
..อ.สุรชัย จึงเหมือนผู้กำกับเส้นทาง ให้คนเดินไปจนสุดชัยชนะ..และมีคนอ้างคำสอนสุรชัยมากที่สุด
4.หมอเหวง..เป็นเพียงโลโก้ ให้คนเสื้อแดงรู้ว่ามีเพื่อนร่วมทาง..บางครั้งก็เหมือนตัวตลก...
แต่ไม่ได้ทางความคิดอะไรเป็นแก่นสารมากนัก
...และยิ่งไม่ได้เรื่องยุทธวิธี...เรื่องการให้การศึกษาก็ด้อยเพราะหมอเหวงไม่ชอบฟังคนอื่น..
..ท่าทางสุภาพแต่ไม่เคยฟังใคร.แบบเลือกเปลี่ยนความรู้..แกให้ฝ่ายเดียว....
...ไม่ชอบการศึกษาแบบมีส่วนร่วม...แกชอบการศึกษาแบบข้าแน่เอ็งฟังข้า..
5. อ.จรัล..เป็นนักตั้งข้อสังเกตุที่ดี เป้นนักวิเคราะห์มากกว่าใคร..แต่ไม่ชัดเจนเรื่องชนชั้น..ละเลยแนวทางชนชั้นล่าง
..อ.จรัลเชื่อชนชั้นกลางมากกว่าผู้ใช้แรงงาน
6...อ.ไม่กนึ่ง ก.กุนที เป็นคนชัดเจนดี ในเรื่องชนชั้น...ก็เหมาะสมที่จะใช้งานวรรณกรรมในการสร้างองค์ความคิด
..และสร้างปัญญา ในการทำลายความศัทธาต่ออำมาตย์ได้ดี...
7.. แต่ทั้งหมดที่เอ่นนามมา...มีคนที่เก่งที่สุด...นำโดยไม่นำ...และฉลาดที่สุด..ผลักดันการบริหาร และการตัดสินใจของทักษิณ....เขานำโดยไม่เปิดเผยตัว..
เขาคนนั้นคือ..คนเสื้อแดง คนรากหญ้า ที่สู้ กดดันเกม และให้กำลังใจ..ให้บทเรียนแกนนำทุกคน
ใครทรยศแบบเนวิน..ก็ถูกคนโนเนมเล่นงานแน่นอน
พูดเก่งเน๊าะ
พูดเก่งเน๊าะ
ผู้นำเสื้อแดงก็อยู่ที่เสื้อแด
ผู้นำเสื้อแดงก็อยู่ที่เสื้อแดงแต่ละคน
ได้ข่าวว่า
ได้ข่าวว่า มีการถวายผ่านสำนักพระราชวังได้สำเร็จแล้ว
ไม่มีใครห้าม
วันก็ไม่ห้าม
ผมก็ไม่ได้บอกแกนนำ
แกนนำก็ไม่ถามผม
ส่วนใหญ่ติดลบ เพราะอภิสิทธิืมันกู้เงินและวให้พวกเสื้อแดงเป็นหนี้
สรุปว่า คนโนเนมเก่งที่สุด
สรุปว่า คนโนเนมเก่งที่สุด
ครับ บุคคลในข้อ 7
ครับ บุคคลในข้อ 7 จะเป็นผู้กำหนดทุกอย่าง
คุนรู้นิยามของ"ผู้นำ"หรือเปล่
คุนรู้นิยามของ"ผู้นำ"หรือเปล่ว? :)
ผมว่าบุคคลข้อเจ็ดที่คุยว่าลงช
ผมว่าบุคคลข้อเจ็ดที่คุยว่าลงชื่อไว้๕ล้านกว่าแล้วเสนอจริงแค่๓ล้านกว่าเอาชัวร์ กับจำนวนผู้ร่วมชุมนุมแปดหมื่นเมื่อ๘เมษาเหลือแค่ หมื่นแปด วันนี้ มันโชว์ลางไม่ค่อยดีอยู่นะครับ หรือว่าจักรภพพูดถูก ว่าแกนนำมันพวกละครลิง......
คุณงานกร่อย 1. คตส
คุณงานกร่อย
1. คตส เป็นองค์กรที่เกิดจากคณะรัฐประหาร
2. คดีนี้ ผู้ซื้อไม่ผิด ผู้ขายไม่ผิด แต่ตัดสินให้ทักษิณติดคุก
3. กระบวนการตัดสินคดีมีธงนำ (มีหลักฐานปรากฎในสื่อสาธารณะ)
4. ถ้าศาลยังใช้พจนานุกรมในการตัดสินคดี เสื้อแดงย่อมมีสิทธิที่จะสงสัยในมาตรฐานของการตัดสินคดี
5. ถ้าแน่จริงเอา รัฐธรรมนูญ 40 กลับมาสิ
อัยคนชื่อ บางกอก นี่
อัยคนชื่อ บางกอก นี่ ดูเป็นพวกเสื้อเหลืองตัวจริง
ประมานว่า เชื่อสายศักดินาแน่นอน
หนึ่ง นายบางกอกบอกว่า จำนวนผู้ชุมนุมหมื่นแปด นายบางกอกคงจำไม่ได้ว่า สมัย พธม ยัดกันเข้าไปในทำเนียบ บอกว่าคนเป็นแสน แน่นอนว่า จำนวนที่ผู้ชุมนุมบอกมักจะเกินจริง แต่บอกว่า หมื่นแปดนี่อัยบางกอกมันตอแหล เพราะจำนวนคนหลักห้าหมื่นขึ้นแน่นอน การพยายามข่มจำนวนคนเสื้อแดงแสดงถึงปมด้อยของพวกพธม ตอนนี้จะเหลือแค่ไหน ลองระดมคนออกมาสิ ผมจะรอดู
สอง จำนวนชื่อลงฎีกา ที่ลดลงไปนี่ น่าจะเนื่องจากส่วนหนึ่งเป็นข้าราชการ เมื่อรัฐบาลเล่นอำนาจรัฐบีบบังคับข้าราชการให้ถอนชื่อ ก็จำเป็นต้องรักษาชื่อคนเหล่านั้นไว้ ถ้าหากบางกอกคิดว่า คนเสื้อแดง มีน้อยละก็ บอกให้อัยมาร์คมันยุบสภาสิ เหอๆ
Doctor J
Doctor J นี่เป็นพวกสองไม่เอาตัวจริง
ผมนับถือคุณอยู่หลายเรื่องนะ แต่ว่าประเด็นทักษิณนี่ คุณ Doctor J ยังก้าวไม่พ้น
ที่บอกว่าคุณก้าวไม่พ้นนี่ คนละอย่างกับเสื้อแดง ผมจะพยายามอธิบายให้ฟัง
หนึ่ง ทักษิณคือเป้าหมายของอำมาตย์อย่างแน่นอน เริ่มตั้งแต่ขบวนการเสื้อเหลือง ถึงรัฐประหาร ศาล เสื้อเหลืองอีกครั้ง ศาลอีกครั้ง และ to be continued
เราต้องมองให้ออกว่า ทำไมทักษิณคือเป้าหมายของอำมาตย์ คุณ Doctor J ต้องไม่ลืมว่า พวกปัญญาชนเสื้อเหลืองไม่ได้แค่ต้องการไล่ทักษิณ แต่พวกเขาต้องการไล่ "ระบอบทักษิณ" อาจสรุปสั้นๆได้ว่า "ระบอบทักษิณ" เป็นภัยคุกคามต่อ status quo ของหลายฝ่ายในสังคม ทั้ง "ข้า" ราชการ ทั้งทุนเก่า ทั้งปัญญาชนในเครือข่าย ... ฯลฯ ที่ประกันขึ้นมาเป็นพวก "ไม่เอาทักษิณ" ซึ่งก็คือพวกที่ไม่เอา "เสรีนิยมก้าวหน้า"ของทักษิณ และ "ซ้ายเก่า" ที่ไม่น่าไว้วางใจที่เป็นแขนขาของ "ทักษิณ" ซึ่งตอนนี้ ทั้งพวกเสรีนิยมก้าวหน้า กับ พวกซ้ายเก่าที่กลายพันธุ์เป็นทุนนิยม ก็กลายเป็นเครือข่ายที่มาร่วมมือกันสู้กับพวกอำมาตย์ ในขณะที่ซ้ายเก่าอนุรักษ์นิยมไปร่วมมือกับพวกอำมาตย์
สอง เมื่ออำมาตย์ได้ตัดตอนรากฐานการเมืองของพวกรากหญ้า ที่นิยมทักษิณ โดยใช้วิธีรัฐประหาร และได้ก่อสร้าง กฎหมาย องค์กร อันเลวร้าย อาศัยแขนขาของอำมาตย์อย่างเช่นกระบวนการยุติธรรมและทหาร และอาศัย ปชป ในการเข้ากุมอำนาจรัฐ และเสื้อแดงต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ประชาธิปไตยเสรีนิยม วิธีที่ย้อนกลับกระบวนการก็คือ หนึ่ง เอาทักษิณกลับ สอง เอารัฐธรรมนูญ 40 กลับมา สาม ทำให้องค์กรและผลผลิตของรัฐประหารเป็นโมฆะให้หมด สี่ กำจัดต้นเหตุของปัญหา (.... ละไว้เพื่อให้คิดเอาเอง)
สาม ทำไมต้องทักษิณ ต่อสู้โดยไม่มีทักษิณได้หรือไม่ ก้าวพ้นทักษิณไปได้หรือยัง คำตอบคือ ... เพราะว่าทักษิณยังคงเป็นปีศาจหลอกหลอนสังคมไทยอยุ่ ทั้งในแง่สัญลักษณ์และในแง่ของผลงานที่แสดงให้เห็นว่าพวกอำมาตย์คือตัวปัญหา และปีศาจนี่แหละคือการแก้แค้นของชาวเสื้อแดงต่อความอยุติธรรมของพวกอำมาตย์นั่นเอง
อ้อ คุณ Doctor J คุณต้องการสังคมแบบไหนกัน แบบมีอำมาตย์หรือแบบไม่มีอำมาตย์ แบบมีทักษิณหรือไม่มีทักษิณ หรือไม่มีทั้งอำมาตย์และไม่มีทักษิณ แต่ขอโทษ ... ตอนนี้มีให้เลือกแค่ อำมาตย์ หรือทักษิณ มันเป็นไฟต์บังคับ 555
สำนักข่าวเอพี รอยเตอร์
สำนักข่าวเอพี รอยเตอร์ ให้ตัวเลขตรงกันที่มากกว่าสองหมื่นคน ผมตัดพ่อต้าขายของที่ใส่สีเสื้อตามการชุมนุม ไม่ฝักฝ่ายสีใดตั้งใจไปขายของเป็นหลักเสียสิบเปอร์เซนท์ หมื่นแปดก็โอแล้วครับ จะเอามากกว่านี้คงต้องเอากระจกเงาล้อมสี่ด้าน แล้วนับจากกระจกเงา จะได้เป็นล้านๆๆๆๆๆๆๆๆๆคนเลยครับ
ข้อ ๑ จริง ข้อ ๒
ข้อ ๑ จริง
ข้อ ๒ อ่านกฏหมายก็เข้าใจทำไมศาลตัดสินอย่างนั้น
ข้อ ๓ ไม่เข้าใจหมายถึงว่าอะไร
ข้อ ๔ คนละคดี แต่ะพจนานุกรมก็ใช้ได้ ถ้าจำเลยทำเป็นไม่เข้าใจนิยามของคำศัพท์ง่ายมากอย่าง "ลูกจ้าง"
ข้อ ๕ กำลังจะแก็ใข เพราะปชป ก็ไม่ชอบบางมาตราเพราะขัดประโยชน์เป็นนักกามเมือง
พยายามเรียนครับ
คุณ ดาวเดือนเลื่อนลับ
คุณ ดาวเดือนเลื่อนลับ (ผมชอบชื่อนี้มาก ตั้งได้เยี่ยม)
ที่จริงผมไม่ได้เป็นพวก"สองไม่เอา"หรอก สิ่งที่ผมรังเกียจและเห็นว่าเป็นปัญหาอยู่ตอนนี้คือ
ผมเห็นว่าสังคมนี้ไร้กติกา เป็นanachy ใครมาเป็นใหญ่ ก็สามารถabuseทุกอย่างได้ แล้วคนก็ยอมรับ แถมหลิ่วตามองไม่เห็นความไม่ดีเสียด้วยซิ ทั้งทักษิณและอำมาตย์ต่างก็ได้abuseระบบ กติกา ทั้งนั้น ปัญหาจึงจบได้ยาก
ดังนั้น ภาระหลักคือคนในสังคมไทยต้องตื่นเสียที เลิกงมงายทั้งทักษิณและพวกเจ้า มันมีข้อบกพร่องทั้งคู่ คนต้องมองทั้งคู่ด้วยสายตาcritical ไม่ไช่มองว่าเป็นอัศวิน ฮีโร่ หรือ มองว่าเป็นเทวดา บริสุทธิ์ผุดผ่อง ปราศจากกิเลสตัณหา หาจุดด่างพร้อยไม่เจอ เกิดมาเพื่อช่วยชาติอย่างเดียว (มีแต่ในหนังสือการ์ตูน)
การที่คนไทยมองคนด้วยสายตาอย่างที่ว่านี่เอง เป็นเหตุให้เขาไม่พยายามคอยตรวจสอบว่า ผู้มีอำนาจทำผิดคำสัญญาหรือเปล่า "ฉ้อราษฎร์" เอาประโยชน์ใส่ตัวมากกว่า ที่แจกจ่ายให้ชาวบ้านหรือเปล่า ทำให้คนไม่สนใจที่จะสร้างระบบตรวจสอบถ่วงดุลย์อำนาจที่ดี มีประสิทธิภาพอย่างจริงจัง อันนี้ต้องครอบคลุมถึงพวกเจ้าด้วย ต้องอยู่ภายใต้ระบบตรวจสอบเดียวกัน มาตรฐานเดียวกัน
ถ้าสังคมไทยมีสิ่งที่ว่า ผมไม่รังเกียจเลย ว่าคุณทักษิณจะกลับมาสู่การเมืองไทย พวกอำมาตย์จะลงมาเล่นการเมือง ก็ยินดีต้อนรับ แต่ขออย่างเดียว ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กติกาอันเดียวกัน ไม่มีข้อยกเว้น
นี่คือความหมายของคำว่า ก้าวพ้นเหลือง-แดง ก้าวพ้นทักษิณและอำมาตย์ของผม
จำนวนลดลงจริงๆ
จำนวนลดลงจริงๆ ผมสงสัยว่าทักษิณตั้งใจให้ทุนน้อยลง
FFF FFF FFF -----------------
FFF
FFF
FFF
---------------------------
เสื้อแดงจะไปทางไหน ?
---------------------------
คงมุ่งหน้าตรงไปแถวสี่เสาเทเวศร์ละมั้งเฮีย
คงไม่ไปเดอะมอลล์ท่าพระแน่..............
ว่าแต่ว่า
แล้วป๋าเปรมของผมล่ะ-จะสวมชุดพระราชทานแล้วเดินคอเอียงไปทางไหน ?
(อันนี้พวกเสื้อแดงฝากถามมา-ผมก็เลยฝากถามต่อ-ผมไม่เกี่ยวอะไรด้วยทั้งนั้น).................
:)
FFF
FFF
FFF
ทำอะไรก็ทำไป
ทำอะไรก็ทำไป แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องทำก็คือ การเกาะติดตรวจสอบในเรื่องการบริหารประเทศของรัฐบาลอภิสิทธิ์ โดยเฉพาะโครงการต่างๆที่รัฐบาลทำแล้วเกิดการทุจริตต้องขยายผลให้ประชาชนเห็น การที่อภิสิทธิ์พูดได้แต่ทำไม่ได้ต้องตอกย้ำ อภิสิทธิ์ได้ชื่อว่าคุณชายสะอาดชอบเอาดีใส่ตัว "นี่คือดาบอย่างดีที่ต้องยืมใช้" กรณีโครงการชุมชนพอเพียงฝ่ายค้านทำหน้าที่ได้ดีมากๆ ถือว่าเป็นผลสำเร็จเลยที่เดียว ปากดีต้องจับให้มั่นคั้นให้ตาย หากจำนนด้วยหลักฐานถึงจะแถกไปได้
ก็คงไม่โตในสมัยหน้าหุหุหุ
ครับก่อนอื่นขอโทษคุณงานกร่อยท
ครับก่อนอื่นขอโทษคุณงานกร่อยที่ใช้คำค่อนข้างแรงไป? เพราะช่วงนั้นน่าจะอินกับอะไรอยู่? มันเลยค่อนข้างจะหลุดบางคำไม่เหมาะสมไปมาอ่านอีกทีเอ้า? แรงไป?ขอโทษแล้วกันครับ?
มาอ่านอีกทีเรื่องนี้ยังไม่ตกหน้าสนทนาหน้าหลัก แสดงว่ายังมีประเด็นเพิ่มเติมแต่ยังยืนยันในเนื้อหารวมๆตามนั้น(ยกเว้นคำที่ค่อนข้างแรงผมขอถอนคำพูดนั้น) ผมยังยืนยั้นว่าผมน่าจะตีความคำๆนี้คุณไม่ผิด?
"อยากเอาชนะความเชื่อของอีกฝ่ายที่เขามั่นคงกว่า
อีกฝ่าย พวกเขาชัดเจนมั่นคงใน "ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข"
โดยไม่เคลือบแคลง"
แล้วคุณขยายความเพิ่มที่หลังว่า
"ผมพูดถึงความซื่อสัตย์ต่อความเชื่อ
ความมั่นคงและซื่อสัตย์ในความเชื่อเท่านั้นจึงจะมีพลัง"
คือผมเห็นว่าคุณให้คะแนนความมั่นคงให้สองข้างไปแล้วว่ากว่าอย่างไร นั้นสะท้อนว่าคุณเชื่ออย่างนั้น และความมั่นคงในความซื่อสัตย์ต่อความเชื่อเท่านั้นจึงจะมีพลังตรงนี้ละครับที่ผมเห็นว่าอันตราย ถ้าความมั่นคงในความเชื่อนั้นมันเป็นความเชื่อแบบ"มิจฉาทิฐิ" ฮิตเลอร์และจักรวรรดิ์เยอรมันสมัยนั้น พังเพราะอะไร? แม้แต่ความมั่นคงในความเชื่อแบบคอมมิวนิสต์ที่ล่มสลายไป?เพราะอะไร???
และ เอาง่ายๆ ความเชื่อแบบเหลืองหางน้ำเงิน ที่มั่นคงซื่อสัตวืแบบทหารราบในกรงลิงหรือกบในกะลา ตามนิยามคุณ กลับถูกจับไปเป็น"ทหารราบในกรงลิง" เป็นเครื่องมือนักปกครองที่จับดองปชต. ไว้ในระบอบสวนสัตว์เพราะบทบาทพวกนี้ที่อ้างตัวว่าเคลื่อนไหวเพื่อปชต แม้ขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่จริงครับ? เขามีบทบาทพาปชตหรือคนไทยตื่นตัวจากทฤษฎีต้มกบของระบอบทักษิณ
แต่พอเหลาลงไป กลายเป็นนวัตกรรมบ้องกัญชา คือมัวเมาในกาสิโนอำนาจจนตกไปเป็นเครื่องมือให้นักปกครองหรือคือจุดอ่อนของการเมืองภาคปชชในแง่การเคลื่อนไหวเพื่อปิดพื้นที่ที่ถุกต้องในเวทีภาคปชช.(กับทำให้เขาแปลการเคลื่อนไหวแบบนี้คือข้อหาความวุ่นวายให้กับการเคลื่อนไหวแบบนี้)
และการสาระแน นำถวายอำนาจร้อนแบบก้อนยาฝิ่น(โอสถพิษ) ลากปชต.ออกจากหม้อต้มกบระบอบทักษิณ แต่ทำหน้าที่ทหารราบในกรงลิงไฮแจ็คสังคมไทย เข้าแถวตอนเดินเข้าระบบอบสวนสัตว์อำมาตย์อย่างว่าง่าย เพราะความเชื่อที่มั่นคงอย่างมีพลัง(ปิดสนามบิน) หรือลงหม้อตุ๋นกบระบอบสวนสัตว์หนักกว่าเก่าถ้าเป็นตัวช่วยมันต้องดีขึ้นสิ แต่นี่ตัวช่วยหรือตัวซวยล่ะ เป็นความเชื่อแบบมิจฉาฯหรือวิชาฯ?
ในการบังคับสังคมไทยให้เดินเข้ากรงระบอบสวนสัตว์ หรือปชตไม้ดัด แทนที่จะเชื่อมั่นในระบอบปชต.ในแนวทาง"นิเวสน์ประชาธรรม" นี่ไงครับสมมุติฐานที่ว่าความมั่นคงในความเชื่อมั่นจึงจะมีพลังมันจึงชี้ให้เห็นตามหลายตัวอย่างที่ว่ามาว่ามันมหาประลัยกันต์อย่างไรบ้าง? ถ้ามั่นคงในความเชื่อแบบมิจฉาทิฐิ
เหมือนสมการE=MC^2
ถ้าความมั่นคงทางความเชื่อแบบมีวิชาที่เป็นแบบกุศลกรรมในทางสร้างสรรค์ มันจะได้พลังงานบริสุทธิ์ และเปิดโลกทัศน์ความรู้ทางวิทย์ให้ขยายรัสมีไปไกลระดับแหล่งกำเนิดพลังงานของจักรวาล
แต่ถ้ามันเป็นความมั่นคงในทางความเชื่อทางมิจฉาฯ ผลที่ได้คือระเบิดประลัยกันต์กับปรามณู? แบบที่เห็นดังนั้นสมมุติฐานความมั่นคงทางความเชื่อแบบนั้นอย่างเดียว มันจึงไม่ใช่สมมุติฐานที่ถูกต้องครับดังตัวอย่างข้างบนครับ???
BBB BBB BBB มาแย้วว์ๆ
BBB
BBB
BBB
มาแย้วว์ๆ !!
เฮียๆเจ๊ๆทั้งหลายจะเสื้อแดงรึเสื้อเอวลอยก็ไม่ว่ากัน..........
ถ้าอยากรู้ว่า "เสื้อแดงจะไปทางไหน?" ละก็
มีของดีมาบอก-อีกแล้วครับท่าน !
นี่เลย !........
www.thaienews.blogspot.com
เสื้อแดงตัวพ่อเขาเขียนลายแทงเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาว่า "จะไปทางไหน? " ซะละเอียดยิบยังกะผงค็อฟฟี่เมท.......
รีบๆคลิกไปดูกัน !
ก่อนที่เฮีย "เตี้ย หมาตื่น" ที่ictจะบล็อคเว็บเพื่อแก้เคล็ดที่ฟ้าผ่าทำเนียบเป็นว่าเล่น........
รู้แล้วบอกต่อ !
รู้แล้วบอกต่อ !......
..................................................
:)
BBB
BBB
BBB
ครับเมื่อเข้ามาในบทสนทนาแล้ว
ครับเมื่อเข้ามาในบทสนทนาแล้ว ถ้าไม่ลงไปในประเด็นเนื้อข่าวนี้มันจะดูเสียมารยาท(ข้างบนแค่ในความคิดเห็นเฉพาะคอมเม้นท์ข้างใน) ผมขอสรุปเป็นประเด็นกว้างๆ ไม่ลงรายละเอียดใครเป็นพิเศษ? (เพราะไม่มีใครชัดเจนสักคนในระดับยุทธศาสตร์แต่มีบางยุทธวิธีที่มีพลังอยู่บ้างเช่นมุกฎีกาฯนี้)
แต่มุกฎีกาฯ ผมถือแค่ในระดับยุทธวิธี ไม่ใช่ยุทธศาสาตร์ ก็อย่างที่ผมลงความเห็นไปหลายครั้งว่าแดงไม่มียุทธศาสตร์ ส่วนใหญ่แค่วาทะกรรม และที่กุนทีไม้หนึ่ง นั้นแค่วาทะกรรม ไม่ใช่ยุทธศาสตร์(หรือแดงเขาอาจะมีอย่างลับๆแล้วก้ได้) แต่ผมวัดจากผลและลักษณะการเคลื่อนไหว มันแสดงผลเป็นการเคลื่อนไหวที่ขาดยุทธศาสตร์ที่ดีที่ถูกต้องหรือถ้ามีก้เผาไฟทิ้งเสียจริงๆไปไม่รอด?
ผมคงไม่ลงลึกไปขนาดนำเสนอให้ ? เพราะ ผมแค่คนดู ความรู้สึกร่วมกับแดงมันต่างกัน ผมเสนอไปก็ไม่ใช่ใจแดงพันธุ์แท้ ความรู้สึกที่จะได้พลังแบบแดงผมจึงขอวิจารณ์ภาพรวม ตอนนี่เท่าที่อ่านคร่าวๆ ของหลายท่านข้างบน(มีเวลาน้อยเพราะประเด็นมันเยอะมากจึงแค่อ่านคราวๆไม่โฟกัสเพาะประเด็นขอแต่ละท่านเพราะมันจะแตกประเด็นไปไกลมาก)
ผมว่าวิธีคิดของเสื้อแดง ทุกคน? มีแนวคิดที่ขยายมวลชนยาก? เป็นทิศทางแบบเหี่ยวปลายได้ เพราะสุดขั่วในยุทธวิธี? และยุทธศาสาตร์ไม่สนับสนุน เพราะมันจะดึงพลังร่วมได้ยาก? และะแรงดึงดูดมวลมหาศาลไม่มี แม้จะดึงทักษิณเป็นผุ้นำทัพ และลักษณะจัดทัพ กลับเป็นสงครามแบบยุทธหัตถี คือมีจุดอ่อนที่ผู้นำทัพเป็นศูนย์รวมล่อเป้าเกินไป ถ้าแบบนั้นเขาแก้เกมโฟกัสที่คนที่บนหลังช้างเกาทันสอยคนหลังช้าง ทุกอย่างจบม้วนเสื่อกลับบ้านก็ไม่ได้?
เพราะเขาจะเกณฑ์ ไปเป็นไพร่พล อย่างตัวอย่างกลุ่มเนวินนี่คืออดีตไพร่พลแดงกลายไปเป็นน้ำเงินได้อย่างไร ตอนนี้เขาตีทัพคุณกระจัดกระจาย จากปฎิวัติ,จับตอน111 ตามเก็บ109 ล่อซื้อกลุ่มเนวิน หลังจากที่พรรคคอมอซอ แป๊ก(เพื่อแผ่นดิน) ลูกพี่ที่อยู่บนหลังช้าง แม้ไม่ตายแบบยุทธหัตถี แต่ก็หนีหัวซุกหัวซุนบัญชาการทัพผ่านโฟนลิงก์
เอาแค่อยู่ในทัพอยู่ในไทยยังควบคุมกำลังพลฝูงลิงลำบากเลย ลิงแต่ละตัวระดับหัวหมู่ทะลวงฟันไปคนละทาง จนลิงฝ่ายฮาร์คคอร์ ทำเสียงานในวันสงกรานต์เดือด เสียมวลชนมหาศาล ทั้งที่ตอนนนั้นกำลังจะมา(จริงๆตอนนนั้นเขากำลังจะมา) เพราะกลุ่มพลังเงียบไม่กล้าเพราะ ออกไปไม่ชัดเจนตายหมู่ร่วมกับแดง ทั้งที่รู้แล้วอะไรอย่างไรมากขึ้นแล้ว แต่แดงเชียร์ลุ้นไม่ขึ้น
แถมไปเทกระจาดเสียหมา(อ้อลิงสิ)ทางยุทธศาสตร์วันสงกรานต์เดือด เพราะความไม่เป็นเอกภาพทั้งยุทธศาสตร์และยุทธวิธี เพราะตอนนี้จอมทัพไม่อยู่ในสนามรบ แต่บัญชาผ่านโฟนลิงก์ ผ่านมายังฝูงลิงนี่น่ะ วิสัยลิงก็รู้อยู่แล้ว? ขนาดคนดูแลกับมือมันยังซนสร้างเรื่องสร้างงเงื่อนไขให้ไปคนทางกับที่วางไว้ ไม่งั้นเขาจะบอกเหรอ? ว่าซนเหมือนลิง?
แต่จุดร่วมที่เป็นเงื่อนตายและเป็นแรงเสียดทานให้แดงไม่มีพลังดึงดูดมวลมหาศาลด้านมวลชน หรือขยายมวลชนได้คือ เนื้อหาข้อเรียกร้องเอาแต่ได้?เห็นแก่ตัว และเป็นเงื่อนไขแบบหัวชนฝากระต่ายขาเดียว(สุดขั่วเกินไป) จนมวลชนไม่มั่นใจว่าแบบการนำแบบนั้นจะพาเขาไปตายแน่ๆมันไม่สร้างทางเลือกในทางรอดทั้งที่ทางออกแบบนั้นเราหลุดกรงขังปชตไม้ดัดหรือระบอบสวนสัตวืได้แน่แต่ออกไปแล้วแย่กว่าอยู่ในนี้ใครจะอยากออกไปกับคุณ?
เพราะแนวทางคุณเขาก้เห็นแล้วว่าโดนหลุมขวากแหลมข้างหน้าแน่ เช่นต้องเอาร.40กลับมา ไปไฟ้ต์หัวชนฝากับแนวทางแก้ร.50ที่กำลังจะควรเป็นประเด็นร่วมสังคมที่น่าจะเป็นไปได้สูงกว่า เรียกร้องให้เอาร.40กลับมา(นี่เป็นเอกภาพน่ะแกนนำทุกคนเลยในนี้) แต่เงื่อนไขหรือการชูประเด็นไปยังสังคม มันไม่ได้เป็นเงื่อนไขร่วมของสังคม ส่วนใหญ่เป็นไปในทางแบบเสื้อแดง รูปธรรมคือปกป้องเสื้อแดง ทำเพื่อคนเสื้อแดง
จนคนที่อยากร่วมก็จะบวกว่าถ้เอาแต่พวกเอ็งอย่างนั้น พวกเอ็งก็ไปเป็นแดงเลือดกลบปากอย่างนั้นต่อไป?ไม่อยากช่วยแล้ว? ปล่อยให้เขากระทำแล้วกระทำอีกแบบนั้นต่อไป)เหี่ยวปลายแน่ใครจะเอาด้วย? สำคัญที่สุดแดงต้องสังฆยานาเนื้อหาการเคลื่อนไหว? และคิดเนื้อหาให้เป็นระดับยุทธศาสตร์ ไม่ใช้แค่ยุทธวิธีแก้เกมไปวันๆ
เพราะถ้าคุณมองระดับยุทธศาสตร์เป็นคุณจะวางเนื้อหาเพื่อขยายมวลชนเป็น ที่เนื้อหาการต่อสู้ไปยังเนื้อหาหรือเข้าหาความรู้สึกร่วมของการเมืองภาคปชช(นี่คือกำลังพลมหาศาลเพียงแต่ตอนนี้อำมาตย์เขาไปก่อนแล้วนั้นคือใช้ยุทธวิธีจับแยกพลังนี้ให้ตีกันอยู่) และคนเริ่มรู้แล้วว่าเหลืองน้ำเงินนั้นเป็นเครื่องมือนักปกครองฝั่งไหน?
แต่คุณกลับทำตัวแย่กว่าเหลืองน้ำเงิน นั้นคือแดงทาสรับใช้ปีศาจ(ภาพที่เขาสร้างและจับแยกปชช.สองขั่วให้ห่างจากกันเพื่อลดทอนพลัง) แต่แดงไม่ได้สร้างเนื้อหาหารต่อสู้ เป็นความรู้สึกร่วมภาคปชชหรือปชต.ที่เนื้อหาจิตวิญญาน ทั้งที่ข้อเท็จจริงคุณมีต้นทุนตรงนี้แบบนี้ให้ได้เล่นทุกมุมสนามอย่างเป็นต่อท แถมถนนหลวงโลกาภิวัฒน์คุณเป็นต่อมหาศาลในระยะยาว
เพื่อจะปรับมาใช้กับ"จิ๊กโก๋กิโลเดียว"(ถ้าพวกคุณเสื้อแดงไม่เป็นนกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำไปเสียก่อนเพราะยุทธศาสตร์แบบนี้)
ผมต้องรีบสรุปกลัวหลุดเขียนแผนที่การรบให้แดง? แต่ที่นำเสนอเพื่อจะบอก อำมาตย์ฯว่า อย่าประมาทและอย่าคิดว่าตัวเองเป็นต่อแบบเบล็ดเสร็จเด็ดขาดแล้วคุมที่มั่นสำคัญๆทั้งอำนาจรัฐ หรือทุกกลไกแขนขา เพราะความล่มสลายของระบอบทักษิณก็มาจากปัจจัยแบบนี้นั้นคือใช้ทฤษฎีต้มกบกับคนไทยในการค่อยเร่งอุณภูมิการครอบงำต้มกบทุกกลไกแขนขา
แต่ของอำมาตย์ไม่ใช่ค่อยเพิ่มอุณภูมิการครอบงำ แต่ของคุณเล่นสุมไฟ ให้แรงให้เร็วให้เบล็ดเสร็จเด็ดขาดในการใช้อำนาจ(ปฎิวัติไง) แล้วเดินหน้าตามทฤษฎี"ตุ๋นกบ" ความรู้สึกของผู้ถูกกระทำตัวประกันอดทนคนไทย มันจะรู้สึกได้ทั้งแรงเร็วเสียหายเข้าถึงตัวแบบทันทีทันใด(เห็นผลกระทบปฎิวัติไหม เสื้อเหลืองใช้ไฟเผากรุงรัตนโกสินทร์ไหม?) มันรุนแรงรวมลามเร็ว ไฟลามบ้านเมืองได้วอดเร็วขนาดไหน?
ความรู้สึกถึงผลกระทบจากทฤษฎีตุ๋นกบ(อำมาตย์)มาล้างทฤษฎีต้มกบ(ระบอบทักษิณ) เมื่อปชช.เขาวัดผลเป็นความรู้สึกแบบนั้นแล้ว เขาอยากจะเลือกใคร???แล้วระวังที่ทำกับระบอบทักษิณโดยใช้วิธีการไม่ต่างแต่หนักกว่าเขาในการครอบงำตุ๋นกบ
ที่ทุกวันนี้คนไทยยิ่งกว่ายุคมืดในสมัยยุโรปกลางครับ? ผลกระทบมันแย่กว่านั้นมาก? คุณคิดดูว่าสถานการณ์ร้อนแบบนี้คุณจะยังดึงดันว่าพวกคุณคุมอยู่เอาอยู่ เฉยไว้ห้ามไปเจรจาเพราะเราคุมไว้หมดแล้ว???
นี่แค่ผมยกตัวอย่างคร่าวๆไม่ได้ให้รายละเอียด? มันยังเห็นภาพจิ๊กโก๋กิโลเดียวของอำมาตย์ได้ชัดขนาดนี้ ดังนั้นอย่าหลงตัวเองว่าคุมไว้หมดแล้ว เพราะถ้าเสื้อแดงเป็นนกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำก้แค่ยกแรก? แต่ถ้าพวกคุณครอบงำตุ๋นกบแบบนี้กับคนไทยมากๆสร้างเงื่อนไข"ความไม่เป็นธรรม" ไปมากๆไม่พยายามจะลดเงื่อนไขนี้กลับขยายมันให้มากให้หนัก?มัดก้อนระเบิดปมปัญหาไว้ให้แน่นกับตัวกว่าเดิม
แบบกอดเงื่อนไขที่เป็นเงื่อนระเบิดไว้กับตัว ผมว่าแดงรุ่นหลังหรือแดงแตกหน่อใหม่ ที่พัฒนาการคล้ายวาฮาบีรุ่นใหม่ในสถานการณ์3จว.ใต้? เปลี่ยนไปเป็นเคลื่อนไหวไร้หัวไร้ตัวการรบแบบผี? เคลื่อนไหวต่อสู้ลงดินแบบนั้น นั้นแค่ไม่กี่คนแต่ถ้าแยบยลโดยมีพัฒนาการระดับยุทธศาสตร์นักรบผี แบบ3จวใต้ แค่นั้นพวกคุณเอาอยู่ไหม?ทั้งที่มีโอกาสตอนปฎิวัติมาได้? ทำอะไรกับยุทธศาสตร์นักรบผีแบบนั้นได้ไหม?
เสื้อแดงรุ่นใหม่ อาจจะพัฒนาการไปเป็นแบบวาฮาบีรุ่นใหม่ในปัญหาใต้นาะครับ ผมทิ้งไว้แค่นี้เพื่อให้สติอำมาตย์ ว่าตัวตนพวกคุณจะคือ"จิ๊กโก๋กิโลเดียว"แบบไหนดังนั้น ถ้ารู้ตัวแล้วคลายปชต.ออกมาอย่าตีหัวแล้วเข้าบ้านมานอนกรนไม่สนใจใคร? นึกว่าตัวเองชนะแล้ว? นี่ยังไม่ได้รบด้วยซ้ำจริงๆนี่ยังไม่ได้ต่อสู้กันในระดับยุทธสาสตร์ด้วยซ้ำ
แดงก็แค่สวนหมัดไปตามแรงกระทำตอบโต้แบบคนเมาหมัด?หรือโดนหนัก จึงหลับหูหลับตาวาดแขนวาดขาพลาดไปในวันสงกรานต?เดือดแบบนั้น จะมาสรุปประเมินว่าเขาไม่มีน้ำยา คุณชนะแล้วใช่เหรอ?จิ๊กโก๋กิโลกเดียว???
อ้อครับขอเสริมที่พูดไว้ว่า
อ้อครับขอเสริมที่พูดไว้ว่า อำมาตย์คุณควรคายปชต.ออกจากปากช้าง หรือปชตไม้ดัด(ระบอบสวนสัตว์)ที่คุณประกาศตัวสร้างความเชื่อมั่นหรือชอบธรรมให้ภาคปชชว่าจะมาระงับเหตุ(ความชอบธรรมครั้งแรกที่ปชช.เทคะแนนให้การปฎิวัติที่ภาพผู้ระงับเหตุครับ)
แล้วตอนนี้ปชช.มีทั้งรู้ตัวและไม่รู้ตัวว่า ตอนนี้อยู่ในหม้อตุ๋นกบ(ระบอบสวนสัตว์)เรียบร้อยแล้ว(แม้จะออกมาจากต้มกบระบอบทักษิณบนภาพปีศาจที่เกินจริง) ความเชื่อมั่นในความชอบธรรมอันแรกที่คุณได้เกราะแก้วความชอบธรรมภาคปชช นั้นคือมิติการระงับเหตุ? เพราะตอนนั้นมีมายากรรมของศรัทธาบารมีตัวบุตคคลมาช่วยบังให้ด้วย แต่ตอนนี้ ช้างตายทั้งตัวใบบัวที่คุณไปมั่ว แบบนั้น(ผันตัวเองจากหน้าที่การระงับเหตุมาเป็นผู้เล่นเสียเอง)
ตรงนี้ต่างหากครับยิ่งนานภาพตัวตนที่แท้จริงมันจะเริ่มโผล่(บอกเสื้อแดงใช้โลกาภิฯล้อมกรอบการปิดแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวมาปิด) ทิศทางตอนนี้ มันเป็นปฎิภาคกลับกันครับ? เพราะถ้าเรื่องแบบนี้ถูกตีไปเรื่อยๆบารมีที่เคยบังไว้ จากปรากฎการณ์เหลืองทั้งประเทศในวัน???นั้น(ไม่ใช่เหลืองอย่างขี้วันปิดสนามบินหรือของพธม.น่ะ)? มันจึงเป็นตัวปัจจัยเสริมให้บางคน???หลงตัวเองอย่างกู่ไม่กลับจนคิดว่า ทั้งประเทศคือของตัวเอง?
จึงเป็นปัจจัยเสริมให้ต้องใช้บารมีตัวบุคคลข่มขืนประเทศแบบนั้น(ปฎิวัติ) เป็นความผิดพลาดมหันต์เพราะมุกแบบนั้นใช้ได้มาตลอดจนประมาท ว่าใช้กับเงื่อนไขพัฒนาการความต่างของโลกยุคโลกาภิฯ นั้นเหมือนคุณกระทำชำเราประเทศแล้วถ่ายคลิบโป้ว์โชว์ทั่วโลก (ผมคงไม่ต้องสอนเพราะบทเรียนนี้สอนคุณไปแล้วบอกแล้วไม่ใช่ไม่บอก)? แล้วถ้ายอมหยุดอยู่แค่มิติการระงับเหตุ บางทีจะแก้ไขสถานการณ์ให้กลายมาเป็นฮีโร่ได้?(แต่เป้าหมายคุณไม่ได้อยู่แค่นั้นในเจตนานิ?มันเลยยุ่ง)
แต่เปล่าครับกลับผันตัวเองจากหน้าที่ตำรวจในความคาดหวังของคนไทยสมาธิสั้นขณะนั้น?(ต้องการออกจากวิฤติอย่างเร็ววิธีการไหนก็ได้แม้แต่ปัสวะ(ปฎิวัติ)รดที่นอนข่มขื่นประเทศก็ตาม) เขายอมคุณขนาดนั้นในความหวังสุดท้ายในสถานการณ์ที่พธมลากที่มั่นด่านอรหันต์(ที่เคยเสนอไว้ไม่ได้ถึกใช้เพราะกระแสไหลตามพธม.ม.7หมด)ที่สุดมาตันม.7 หรือพธม.สร้างสถานการณ์ลากคนไทยให้เราสละเรือไว้น้ำลอยคอไปหาม.7 ที่สุดถูกตะเพิดกลับมาไปไหนต่อล่ะทีนี้ เรือก็ไม่มีแล้ว?
วิธีการโจรสลัดไง(ปฎิวัติ) เมื่อที่สุดมาถึงตรงนี้(เพราะสถานการณ์เหมือนสายน้ำไม่มีวนไหลกลับไปที่มั่นด่านอรหันต์ที่หนึ่งที่เคยเสนอไว้ใหม่ได้) คนไทยจึงมีที่หวังสุดท้ายที่มิติการระงับเหตุจากปฎิวัติ49 เปล่าเลยครับ???เป็นเคราะห์ซ้ำกรรมซัดของคนไทย? ที่ตำรวจหรือผุ้ระงับเหตุกลาย(ศรัทธาในตัวบุคคลมาระงับเหตจนสละเรือปชตไว้น้ำไปหาคน) แล้วแถมเป็นคนที่เป็นเจ้ามือไปเขย่าไฮโลฯในวงกาสิโนอำนาจหัวสั่นกับเขาทั้งหมด แล้วเครื่องมือทั้งหมดทีไม่ว่าศาล,ทหาร,ตำรวจ พลังปชช.(ขณะนั้นพธม.)ถูกลากลงมาเขย่าไฮโลฯกาสิโนอำนาจของเกมการย้ายขั่วอำนาจของอำมาตยฯหัวสั่นกันทั้งนั้น
ไม่ว่าร.50 ผมเรียกส่วนตัวว่า"รัฐธรรมนูญเต๋าถ่วง" ของกาสิโนอำนาจ(ไม่ถ่วงได้ไงอำนาจศาลไปครอบจักรวาล แล้วคนใช้ก็คือเจ้ามือคนคุมบ่อน?อำนาจนอกปชต.เป็นเต๋าถ่วงอำนาจปชต หรืออำนาจที่ยึดโยงปชตไว้) ที่สุดผมจึงนิยามว่าปชต"ระบอบสวนสัตว์"ไงมันชัดไหมว่าสวนสัตว์อย่างไรขัดแย้งหลัก"นิเวสน์ประชาธรรม" ของนิยามปชตในปรัชญาหลักอย่างไรคอกใครคอกมันไหมตอนนี้ทั้งหางเหลือง,แดง,น้ำเงิน,ขาว? คือถ้าเราเอามาประยุกต์ยังเหลือปชตไว้ไว้ในแก่น ตรงนั้นยังคือปชต แต่ถ้า เอาสิ่งที่ไม่ใช่ปรัชญญาแบบปชต.เป็นหลักอื่นมาครอบแก่นจนเห็นแต่เปลือกเขาไม่เรียกปชต คือประยุกต์ได้ในความต่างตามอัตลักษณ์เราในระดับสีสันบ้างแต่ไม่ใช่ไปออกแบบแปรรูปธรรมชาตตามหลัก"ระบบนิเวสน์ประชาธรรม"ให้กลายเป็นระบอบสวนสัตว์แบบนี้???
ทางออกจึงต้องให้พระยาอภิบาล? เจ้าของระบอบสวนสัตว์คลายปชต.ออกมาจากระบอบสวนสัตว์ซ่ะ? ทั้งร.50โครงสร้างอำนาจ แล้วถอยตัวเองกลับมาที่ ความคาดหวังเบื้องต้นที่เป็นประชามติขณะนั้นในการยอมให้คุณเข้ามาในหน้าที่ระงับเหตุ (ไม่ใช่ผู้เล่น) เน้นว่าเขาเทใจขณะนั้นให้มาระงับเหตุไม่ใช่ผู้เล่นๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ได้ยินไหม จะให้บ้องหูไหม?
เพราะถ้าแบบนั้นมีแต่ผู้เล่นเต็มสนามไปหมด? มันก็จะเป็นระบบที่สับสนวุ่นวายจับต้นชนปลายไม่ถูก(ฝุ่นตลบหรือCHAOS)ตอนนี้ข้อสำคัญในตัวแปรตัวป่วนสำคัญในการย้อนหลังกลับไปก่อนวิกฤตหรือจัดระเบียบใหม่ให้ได้? ให้ออกจากสถานการณ์ฝุ่นตลบตอนนี้คือจัดระเบียบขาผู้ระงับเหตุเป็นคนแรก ใครล่ะ?ต้นน้ำของปัญหา? ศรัทธาในตัวบุคคลใช่ไหม? ที่วางแผนออกแบบสถานการณ์ เรียนผูกปัญหามาเป็นอย่างดี เป็นทั้งผู้เล่นแบบแอบๆ(ผู้มากบารมีนอกรน.) จนมันสับสนวุ่นวายบานปลายไม่สิ้นสุดอยู่นี้ใครผูกบ้าง ผู้ได้ ต้องแก้เป็น?และแก้ได้ที่คนผูกแม้จะมีคนชงสถานการณ์ให้เสร็จ(พธม.)
กับหน้าที่บทบาทผู้ระงับเหตุ(หน้าฉาก)จึงเป็นการเชิญแบบสายล่อฟ้าของพธม.?โดยมีคนไทยชะตาขาดมองด้วยความหวังในมิติผู้ระงับเหตุ?(ตามมายาหน้าฉาก) แต่เปล่าเลยนั้นคือ? ผู้กำกับผู้ผุกเรื่องผู้ออกแบบวางแผนจนถึงผู้ก่อการร่วมก่อเหตุลงมาเก็บงานหรือรับผลจากการผุกเงื่อนกับดักนั้น ทางออกจึงขึ้นอยู่กับตัวแปรผู้ที่เรียนผูกเงื่อนตายให้ประเทศตรงนี้ตามธงเกมอำนาจหรือการย้ายขั่วอำนาจของตน
อันดับแรกถ้าอยากจบ??? คายปชต.ออกจากปากช้าง??? แล้วถอยกลับไปที่มิติผู้ระงับเหตุ??? จนถึงถอยกลับไปในที่ตั้งเดิมของตัวเอง แล้วอยู่ในบทบาทหน้าที่ของตัวเองปรับตัวเองให้เหมาะสมตามบทบาทหน้าที่ในปรัชญญาปชต. ไม่ใช่มาเป็นคนออกแบบเป็นพระยาอภิบาลเจ้าของระบอบสวนสัตว์แบบนี้เพราะนี่มันคน? ไม่ใช่สัตว์? ถ้าคิดว่าเขาเป็นสัตว์ที่ต่ำกว่าคน ปัญหาจึงคือคนที่ออกแบบให้คนเป็นสัตว์นั้นล่ะมันจะอยู่ในระบบเองไม่ได้?(ในระยะยาวยกเว้นหน้าด้านหลงตัวเองไปชั่วคราว)จากสมมุติที่เหนือกว่าคน???
ผมแนะนำให้กลับไปที่เดิมในความเป็นคน?ที่มีบารมีกว่าคน?แต่ไม่ใช่เหนือคน?จนคิดมาออกแบบระบบให้คนจนกลายเป็นระบอบสวนสัตวืแบบนี้?เพราะสังคมนี้ทั้งภาพรวมยังเคารพในความอยู่เป็นอยู่ตรงนั้นแบบนั้นอย่างไม่มีอะไรเปลี่ยน?แต่ตัวแปรที่จะเปลี่ยนคือวิธีคิดของเจ้าของตัวตนคนนั้น?ว่าจะปรับตัว หรืออยู่อย่างเป็นส่วนหนึ่งจนถึงยั่งยืนในการปรับตัวอยู่กับคน?
นั้นคืออย่าคิดไปออกแบบธรรมชาติให้กลายเป็นระบอบสวนสัตว์เสียเองแบบนั้น? เพราะสิ่งที่ทำนั้นตัวแปรสมัยโลกาภิฯแล้วคนในนั้นเขาจะยอมเป็นสัตว์ง่ายๆไม่ได้หรอก? อย่ามิจฉาทิฐิเพราะหลงยุคติดยึดในความใหญ่แบบไดโนเสาร์?จนยอมคงขนาดความใหญ่ไปออกแบบระบบหรือธรรมชาติที่เปลี่ยนไปมาเข้าสิโรราบกับตัวเอง? ที่สุดสูญพันธุ์แบบไดโนเสาร์? เพราะใคร?เพราะไดโนเสาร์? หรือคนไปล้างเผ่าพันธุ์เขา?ในความกลัวบวกแรงยุเพราะความระแวงของพวกสอพลอเอาประโยชน์แบบต่างตอบแทนอำนาจจากความหลงตัวเองตรงนั้นแบบนั้น?
ตัวแปรหลักตอนนี้จึงคือไดโนเสาร์ต้องพิจารณาตัวเอง?กลับเข้าที่ตั้งของตัวเองด่วน? ก่อนจะสูญพันธุ์ด้วยโลกาภิวัฒฯจัดการ? มันไม่มีเงื่อนไข ล้มล้างฯจัดการหรอกเพราะเงื่อนไขตัวแปรขณะนี้ใครก็ล้มไดโนเสาร์ที่ใหญ่กว่าช้างยาก? แต่ตัวแปรที่จะล้มสิ่งที่ใหญ่กว่าช้างขณะนี้ได้คือการกระทำของตัวคุณที่หลงตัวเองว่าอยู่เหนือคนจนคือจะมาออกแบบระบบให้คนอยู่อย่างระบบสวนสัตว์ที่สุดก็จะความล่มสลายหรืออยู่ไม่ได้ไม่ใช่ตัวแปรอื่นไหนเลยมันเกิดจากตัวแปรของคนที่หลงตัวเอง เพราะไม่มีใครคิดล้มล้างทำลายการดำรงอยู่อย่างมั่นคงของคุรเองเท่าการกระทำของตัวคุณเอง???
อ้อครับขอเสริมที่พูดไว้ว่า
อ้อครับขอเสริมที่พูดไว้ว่า อำมาตย์คุณควรคายปชต.ออกจากปากช้าง หรือปชตไม้ดัด(ระบอบสวนสัตว์)ที่คุณประกาศตัวสร้างความเชื่อมั่นหรือชอบธรรมให้ภาคปชชว่าจะมาระงับเหตุ(ความชอบธรรมครั้งแรกที่ปชช.เทคะแนนให้การปฎิวัติที่ภาพผู้ระงับเหตุครับ)
แล้วตอนนี้ปชช.มีทั้งรู้ตัวและไม่รู้ตัวว่า ตอนนี้อยู่ในหม้อตุ๋นกบ(ระบอบสวนสัตว์)เรียบร้อยแล้ว(แม้จะออกมาจากต้มกบระบอบทักษิณบนภาพปีศาจที่เกินจริง) ความเชื่อมั่นในความชอบธรรมอันแรกที่คุณได้เกราะแก้วความชอบธรรมภาคปชช นั้นคือมิติการระงับเหตุ? เพราะตอนนั้นมีมายากรรมของศรัทธาบารมีตัวบุตคคลมาช่วยบังให้ด้วย แต่ตอนนี้ ช้างตายทั้งตัวใบบัวที่คุณไปมั่ว แบบนั้น(ผันตัวเองจากหน้าที่การระงับเหตุมาเป็นผู้เล่นเสียเอง)
ตรงนี้ต่างหากครับยิ่งนานภาพตัวตนที่แท้จริงมันจะเริ่มโผล่(บอกเสื้อแดงใช้โลกาภิฯล้อมกรอบการปิดแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวมาปิด) ทิศทางตอนนี้ มันเป็นปฎิภาคกลับกันครับ? เพราะถ้าเรื่องแบบนี้ถูกตีไปเรื่อยๆบารมีที่เคยบังไว้ จากปรากฎการณ์เหลืองทั้งประเทศในวัน???นั้น(ไม่ใช่เหลืองอย่างขี้วันปิดสนามบินหรือของพธม.น่ะ)? มันจึงเป็นตัวปัจจัยเสริมให้บางคน???หลงตัวเองอย่างกู่ไม่กลับจนคิดว่า ทั้งประเทศคือของตัวเอง?
จึงเป็นปัจจัยเสริมให้ต้องใช้บารมีตัวบุคคลข่มขืนประเทศแบบนั้น(ปฎิวัติ) เป็นความผิดพลาดมหันต์เพราะมุกแบบนั้นใช้ได้มาตลอดจนประมาท ว่าใช้กับเงื่อนไขพัฒนาการความต่างของโลกยุคโลกาภิฯ นั้นเหมือนคุณกระทำชำเราประเทศแล้วถ่ายคลิบโป้ว์โชว์ทั่วโลก (ผมคงไม่ต้องสอนเพราะบทเรียนนี้สอนคุณไปแล้วบอกแล้วไม่ใช่ไม่บอก)? แล้วถ้ายอมหยุดอยู่แค่มิติการระงับเหตุ บางทีจะแก้ไขสถานการณ์ให้กลายมาเป็นฮีโร่ได้?(แต่เป้าหมายคุณไม่ได้อยู่แค่นั้นในเจตนานิ?มันเลยยุ่ง)
แต่เปล่าครับกลับผันตัวเองจากหน้าที่ตำรวจในความคาดหวังของคนไทยสมาธิสั้นขณะนั้น?(ต้องการออกจากวิฤติอย่างเร็ววิธีการไหนก็ได้แม้แต่ปัสวะ(ปฎิวัติ)รดที่นอนข่มขื่นประเทศก็ตาม) เขายอมคุณขนาดนั้นในความหวังสุดท้ายในสถานการณ์ที่พธมลากที่มั่นด่านอรหันต์(ที่เคยเสนอไว้ไม่ได้ถึกใช้เพราะกระแสไหลตามพธม.ม.7หมด)ที่สุดมาตันม.7 หรือพธม.สร้างสถานการณ์ลากคนไทยให้เราสละเรือไว้น้ำลอยคอไปหาม.7 ที่สุดถูกตะเพิดกลับมาไปไหนต่อล่ะทีนี้ เรือก็ไม่มีแล้ว?
วิธีการโจรสลัดไง(ปฎิวัติ) เมื่อที่สุดมาถึงตรงนี้(เพราะสถานการณ์เหมือนสายน้ำไม่มีวนไหลกลับไปที่มั่นด่านอรหันต์ที่หนึ่งที่เคยเสนอไว้ใหม่ได้) คนไทยจึงมีที่หวังสุดท้ายที่มิติการระงับเหตุจากปฎิวัติ49 เปล่าเลยครับ???เป็นเคราะห์ซ้ำกรรมซัดของคนไทย? ที่ตำรวจหรือผุ้ระงับเหตุกลาย(ศรัทธาในตัวบุคคลมาระงับเหตจนสละเรือปชตไว้น้ำไปหาคน) แล้วแถมเป็นคนที่เป็นเจ้ามือไปเขย่าไฮโลฯในวงกาสิโนอำนาจหัวสั่นกับเขาทั้งหมด แล้วเครื่องมือทั้งหมดทีไม่ว่าศาล,ทหาร,ตำรวจ พลังปชช.(ขณะนั้นพธม.)ถูกลากลงมาเขย่าไฮโลฯกาสิโนอำนาจของเกมการย้ายขั่วอำนาจของอำมาตยฯหัวสั่นกันทั้งนั้น
ไม่ว่าร.50 ผมเรียกส่วนตัวว่า"รัฐธรรมนูญเต๋าถ่วง" ของกาสิโนอำนาจ(ไม่ถ่วงได้ไงอำนาจศาลไปครอบจักรวาล แล้วคนใช้ก็คือเจ้ามือคนคุมบ่อน?อำนาจนอกปชต.เป็นเต๋าถ่วงอำนาจปชต หรืออำนาจที่ยึดโยงปชตไว้) ที่สุดผมจึงนิยามว่าปชต"ระบอบสวนสัตว์"ไงมันชัดไหมว่าสวนสัตว์อย่างไรขัดแย้งหลัก"นิเวสน์ประชาธรรม" ของนิยามปชตในปรัชญาหลักอย่างไรคอกใครคอกมันไหมตอนนี้ทั้งหางเหลือง,แดง,น้ำเงิน,ขาว? คือถ้าเราเอามาประยุกต์ยังเหลือปชตไว้ไว้ในแก่น ตรงนั้นยังคือปชต แต่ถ้า เอาสิ่งที่ไม่ใช่ปรัชญญาแบบปชต.เป็นหลักอื่นมาครอบแก่นจนเห็นแต่เปลือกเขาไม่เรียกปชต คือประยุกต์ได้ในความต่างตามอัตลักษณ์เราในระดับสีสันบ้างแต่ไม่ใช่ไปออกแบบแปรรูปธรรมชาตตามหลัก"ระบบนิเวสน์ประชาธรรม"ให้กลายเป็นระบอบสวนสัตว์แบบนี้???
ทางออกจึงต้องให้พระยาอภิบาล? เจ้าของระบอบสวนสัตว์คลายปชต.ออกมาจากระบอบสวนสัตว์ซ่ะ? ทั้งร.50โครงสร้างอำนาจ แล้วถอยตัวเองกลับมาที่ ความคาดหวังเบื้องต้นที่เป็นประชามติขณะนั้นในการยอมให้คุณเข้ามาในหน้าที่ระงับเหตุ (ไม่ใช่ผู้เล่น) เน้นว่าเขาเทใจขณะนั้นให้มาระงับเหตุไม่ใช่ผู้เล่นๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ได้ยินไหม จะให้บ้องหูไหม?
เพราะถ้าแบบนั้นมีแต่ผู้เล่นเต็มสนามไปหมด? มันก็จะเป็นระบบที่สับสนวุ่นวายจับต้นชนปลายไม่ถูก(ฝุ่นตลบหรือCHAOS)ตอนนี้ข้อสำคัญในตัวแปรตัวป่วนสำคัญในการย้อนหลังกลับไปก่อนวิกฤตหรือจัดระเบียบใหม่ให้ได้? ให้ออกจากสถานการณ์ฝุ่นตลบตอนนี้คือจัดระเบียบขาผู้ระงับเหตุเป็นคนแรก ใครล่ะ?ต้นน้ำของปัญหา? ศรัทธาในตัวบุคคลใช่ไหม? ที่วางแผนออกแบบสถานการณ์ เรียนผูกปัญหามาเป็นอย่างดี เป็นทั้งผู้เล่นแบบแอบๆ(ผู้มากบารมีนอกรน.) จนมันสับสนวุ่นวายบานปลายไม่สิ้นสุดอยู่นี้ใครผูกบ้าง ผู้ได้ ต้องแก้เป็น?และแก้ได้ที่คนผูกแม้จะมีคนชงสถานการณ์ให้เสร็จ(พธม.)
กับหน้าที่บทบาทผู้ระงับเหตุ(หน้าฉาก)จึงเป็นการเชิญแบบสายล่อฟ้าของพธม.?โดยมีคนไทยชะตาขาดมองด้วยความหวังในมิติผู้ระงับเหตุ?(ตามมายาหน้าฉาก) แต่เปล่าเลยนั้นคือ? ผู้กำกับผู้ผุกเรื่องผู้ออกแบบวางแผนจนถึงผู้ก่อการร่วมก่อเหตุลงมาเก็บงานหรือรับผลจากการผุกเงื่อนกับดักนั้น ทางออกจึงขึ้นอยู่กับตัวแปรผู้ที่เรียนผูกเงื่อนตายให้ประเทศตรงนี้ตามธงเกมอำนาจหรือการย้ายขั่วอำนาจของตน
อันดับแรกถ้าอยากจบ??? คายปชต.ออกจากปากช้าง??? แล้วถอยกลับไปที่มิติผู้ระงับเหตุ??? จนถึงถอยกลับไปในที่ตั้งเดิมของตัวเอง แล้วอยู่ในบทบาทหน้าที่ของตัวเองปรับตัวเองให้เหมาะสมตามบทบาทหน้าที่ในปรัชญญาปชต. ไม่ใช่มาเป็นคนออกแบบเป็นพระยาอภิบาลเจ้าของระบอบสวนสัตว์แบบนี้เพราะนี่มันคน? ไม่ใช่สัตว์? ถ้าคิดว่าเขาเป็นสัตว์ที่ต่ำกว่าคน ปัญหาจึงคือคนที่ออกแบบให้คนเป็นสัตว์นั้นล่ะมันจะอยู่ในระบบเองไม่ได้?(ในระยะยาวยกเว้นหน้าด้านหลงตัวเองไปชั่วคราว)จากสมมุติที่เหนือกว่าคน???
ผมแนะนำให้กลับไปที่เดิมในความเป็นคน?ที่มีบารมีกว่าคน?แต่ไม่ใช่เหนือคน?จนคิดมาออกแบบระบบให้คนจนกลายเป็นระบอบสวนสัตวืแบบนี้?เพราะสังคมนี้ทั้งภาพรวมยังเคารพในความอยู่เป็นอยู่ตรงนั้นแบบนั้นอย่างไม่มีอะไรเปลี่ยน?แต่ตัวแปรที่จะเปลี่ยนคือวิธีคิดของเจ้าของตัวตนคนนั้น?ว่าจะปรับตัว หรืออยู่อย่างเป็นส่วนหนึ่งจนถึงยั่งยืนในการปรับตัวอยู่กับคน?
นั้นคืออย่าคิดไปออกแบบธรรมชาติให้กลายเป็นระบอบสวนสัตว์เสียเองแบบนั้น? เพราะสิ่งที่ทำนั้นตัวแปรสมัยโลกาภิฯแล้วคนในนั้นเขาจะยอมเป็นสัตว์ง่ายๆไม่ได้หรอก? อย่ามิจฉาทิฐิเพราะหลงยุคติดยึดในความใหญ่แบบไดโนเสาร์?จนยอมคงขนาดความใหญ่ไปออกแบบระบบหรือธรรมชาติที่เปลี่ยนไปมาเข้าสิโรราบกับตัวเอง? ที่สุดสูญพันธุ์แบบไดโนเสาร์? เพราะใคร?เพราะไดโนเสาร์? หรือคนไปล้างเผ่าพันธุ์เขา?ในความกลัวบวกแรงยุเพราะความระแวงของพวกสอพลอเอาประโยชน์แบบต่างตอบแทนอำนาจจากความหลงตัวเองตรงนั้นแบบนั้น?
ตัวแปรหลักตอนนี้จึงคือไดโนเสาร์ต้องพิจารณาตัวเอง?กลับเข้าที่ตั้งของตัวเองด่วน? ก่อนจะสูญพันธุ์ด้วยโลกาภิวัฒฯจัดการ? มันไม่มีเงื่อนไข ล้มล้างฯจัดการหรอกเพราะเงื่อนไขตัวแปรขณะนี้ใครก็ล้มไดโนเสาร์ที่ใหญ่กว่าช้างยาก? แต่ตัวแปรที่จะล้มสิ่งที่ใหญ่กว่าช้างขณะนี้ได้คือการกระทำของตัวคุณที่หลงตัวเองว่าอยู่เหนือคนจนคือจะมาออกแบบระบบให้คนอยู่อย่างระบบสวนสัตว์ที่สุดก็จะความล่มสลายหรืออยู่ไม่ได้ไม่ใช่ตัวแปรอื่นไหนเลยมันเกิดจากตัวแปรของคนที่หลงตัวเอง เพราะไม่มีใครคิดล้มล้างทำลายการดำรงอยู่อย่างมั่นคงของคุณเองเท่าการกระทำของตัวคุณเอง???
สังคมไทยวุ่นวายอยู่ทุกวันนี้ไ
สังคมไทยวุ่นวายอยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่เพราะอารยะขัดขื่นหรือครับไม่เคารพกติกาบ้านเมืองถืงได้วุ่นวายอยู่ทุกวันนี้เด้กมันถึงได้แบบอย่างที่แย่ๆจากพวกที่ไม่รู้จักกติกานี้แหละผู้ใหญ่ในบ้านเมืองก็ไม่เป็นแบบอย่างที่ดีให้เด็กเป็นหน้าที่ของครูต้องคอยแก้ปัญหาพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์พ่อแม่ที่แบ่งสีก็ทะเลาะกันและสร้างปัญหาให้เด็กไหนล่ะความสมานฉันท์ที่ทุกฝ่ายเรียกร้องเด็กทะเลาะกันยังมีครูคอยสมานฉันท์แต่นี่ผู้ใหญ่ทะเลาะกันใตรล่ะที่จะสมานฉันท์ได้
เพิ่มเติมกรณี
เพิ่มเติมกรณี การเสนอกฎหมายนิรโทษกรรม ของทั้งท่านบุญจงและท่านเนวินตามนี้
ครับสิ่งที่น่าสังเกตุเรื่องนี้ที่ถือเป็นไฮไลท์ก็คือ ท่าทีเนวินการออกมาแบบนี้ของเนวินมีนัยยะอะไรทางเกมอำนาจของนักปกครองครั้งนี้ ผมค่อนข้างมั่นใจว่านี่คือสัญญานส่งตรงลงมาจากข้างบนกุนซืออำมาตย์ฯ ที่การส่งสัญญานผ่านบุญจงฯ คนไม่สนใจไม่ตอบรับ?(มุกแป๊ก) หรือมองการส่งสัญญานครั้งนี้ไม่เห็นว่า นั้นคือการส่งสัญญานการลงมาเจรจาต่อรองของอำมาตย์ฯในแบบแทงกั๊กๆบนความเป็นต่อ?
เพราะอย่างลืมว่ากลุ่มคนที่ใกล้ชิดอำมาตย์ฯที่สุดตอนนี้ ไม่ใช่ปชป. เพราะท่านมาร์ค กลัวภาพทหารเอกในกรงลิงเกินไป(ที่ผมให้ฉายารบ.นี้ไว้) จนเดินเกมสองหน้า?หน้าหนึ่งเหมือนอิสระจากอำมาตย์ฯ แต่อีกหน้าหนึ่งอิงอำมาตย์(ผ่านผจกรบ.ตัวจริงท่านเทพฯ) สังเกตุแต่งตั้งผบตร.มีปัญหา เพราะข้างบนไม่เอา? และต้องการสอนให้รบ.มาร์ครู้ว่าใครคือ เจ้าของระบอบสวนสัตว์ตัวจริง ตำแหน่งนายกคุณแค่ผอ.ระบอบสวนสัตว์หรือปชตไม้ดัดแค่นั้น? คุณอย่ามางัดข้อหรือต่อรองหือรือ? เพราะประวิทย์คุมทหารและบทบาทยิ่งกว่าผบทบ. แล้วทหารต่างตอบแทนกับใคร ใกล้ชิดใครทประวิทย์ได้เสียอย่างไรต่อเรื่องนี้?
ดังนั้นการแต่งตั้ง"ผอ บ่อ ตอ รอ" ที่ยิ่งกว่าตอเพราะมันทั้งตกหลุมตกบ่อ?เกมพนันงัดข้ออำนาจครั้งนี้ ก็อย่างที่เคยบอกว่าเพราะเรือยนต์ปชต.ไทยมันรูปร่างประหลาดนั้นคือเรือยนต์ปชตแต่กางใบสำเภา(สมบูรณฯอำมาตยฯ)รุ่นเก่าเอาไว้? อีกคนติดเครื่องยนต์ปชต อีกคนติดเบรคกางใบงัดข้อกันอยู่แบบนี้พลวัฒน์มันจึงคือการหมุนครับ? ไม่ใช่ดุลหรือคานอำนาจกัน เพราะโครงสร้างอำนาจแบบเรือยนต์รูปร่างประหาลาดแบบนี้(นี่คือตัวอย่างในรูปธรรมเล้กคั้งน้อยๆในบทเรียนเล็กๆของนู๋มาร์ค)
ผมเชื่อว่าอภิสิทธิเจอตอ? แต่อย่าพึ่งท้อ?เพราะนี่แค่บทเรียนบทที่หนึ่งของฝั่งเรือสำเภากางใบ?นี่คือการเตือนภัยวิธีการชักใบให้เรือเสียหมัดเด็ดฝั่งนั้น? ยังจะมีให้งงๆอีกหลายตอ? เพราะตัวละครที่เล่นแทนแบบหุ่นเชิด มันแสดงที่มาทางฐานอำนาจเรือสำเภาชัดทุกคนเลย ดังนั้นสัญญานของเนวินที่ต้องมาเล่นแทน บุญจง จึงเป็นการคอนเฟิร์มมุกนี้ลงมาจากฝั่งอำมาตย์(เรื่องกดดันจากฎีกาฯ) ในสัญญานการเจรจาระดับหนึ่งเท่านั้น? ส่วนอ้อยที่เข้าปากช้างอำนาจเบล็ดเสร็จที่ครอบปชต.ไว้นั้นยังอยู่ในปาก?จะคายง่ายๆแบบนั้นเหรอฟันกลางวันไหม?
แต่สัญญานนี่แค่ ส่งสัญญานไปยังหญ้าแพรกที่แหลกรานไปแล้ว แต่ปัญหาสำคัญคือช้างจะยอมคายอำนาจออกมาจริงหรือ?มีความจริงใจแค่ไหน? ทุกคนไม่แน่ใจ เพราะมันจะคล้ายที่บุญจง(บุญงง)ออกมาใหม่ๆ กลายเป็นมุกแป๊กจนต้องให้ลูกพี่เสนาห้อย(เนวิน)ลงมาเล่นเองหลังจากกำกับเองเขาไม่เล่นด้วย?เพราะภาพความไม่น่าไว้ใจของบุญงง? ว่าตกลงจริงใจหรือมีวาระซ่อนเร้น???
ส่วนตัวผมถามใจช้าง? ที่อ้อยเข้าปากช้างแล้วมากกว่าว่าจริงใจจะแก้ไขปัญหาหรือว่าแค่ลดแรงเสียดทานที่เคยเสนอไว้ว่าให้รุกเข้าหา ฝ่ายตรงข้าม แล้วแปรพลังฝ่ายศรัตรูมาเป็นมิตร ผมดีใจอย่างน้อยๆเขาฟัง?และมีรูปธรรมออกมา แม้จะยังไม่แน่ใจเรื่องความจริงใจ
ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของฝ่ายที่เขาจะเจรจาด้วยต้องขยายผล ไปสู่การต่อรองในแบบที่เป็นไปได้และสังคมเอาด้วย(ไม่ใช่ข้อต่อรองแบบชูชกหรืออึ่งอ่างพองตัวแข่งกับช้างอย่างสงกรานต์เดือดอีก) แต่ก่อนอื่นต้องถามใจฝ่ายช้างก่อนว่า จริงใจแค่ไหนหรือแค่ละครฉากหนึ่ง และ อีกฉากหนึ่งก็เล่นละครสองหน้า ให้ประชากรเขียดปาด(40สว.)และทหารราบในกรงลิง(พธม.) ออกมาค้านหัวชนฝายักแย่ยักยันกันแค่นั้น? เพราะถ้าจริงใจ ต้องไปเขียวเรื่องนี้ให้หมด? อย่าแล่นแทงกั๊กสองหน้าแบบปากว่าละครเรื่องนี้ แต่ตาขยิบให้เกมละครสองหน้าฝ่ายนี้?ที่สุดก็ไปไม่ได้อยู่ดี
ดังนั้นผมจึงถามใจ ฝ่ายช้างว่าจะคายปชต.หรือคายอ้อยออกจากปากช้างอย่างจริงใจแค่ไหน? เพราะนี่คือตัวแปรหลักของต้นน้ำของปัญหา มันจึงจะสร้างบรรยากาศการเจรจาหาทางออกจริงๆได้ แต่ถ้าจะมาเล่นละครซ้อนฉาก ยังไม่จริงใจยังหวงอำนาจอยู่แบบนี้ มันไม่ไปไหนหรอกเสียเวลา?เปล่าๆ? เพราะเรื่องแบบนี้กรรมการ กอส.ตั้งมานานแล้วทำอะไรได้? เจอตอแบบเดิมๆอีก?
ผมจึงให้ภาคปชช.จนถึงฝ่ายที่ถูกกระทำ จนถึงสื่อทั้งหลาย อย่าพึ่งไป ตื่นเต้นกับเรื่อง??? เรียกฟ้าเรียกฝนไร้วาระนั้น?(โดยเพาะคนช่อง3ทำเป้นตื่นเต้นเดี๋ยวจะเล่นให้ดุส่วนตัวเอง)??? เรื่องไร้สาระแบบนั้นแค่ จากคน"ทำ"ไม่ใช่คน"ธรรม"แบบนั้นมันไม่ใช่สาระ เพราะถ้าเจตนาแบบคน"ทำ"แบบมนต์ดำคุณไสยในเจตนาเล่นงานคนอื่นในเจตนามันไม่ใช่"อภิญญาแบบคน"ธรรม" เพราะถ้าคน"ทำ"หรือโชว์ อะไรข่มขู่ใคร แบบนั้นมันไม่ยั่งยืน เพราะคนทำก็จะผลิตสาระพัดกรรม ออกมาใคนถูกกระทำตั้งรับ แต่ถ้าเป็นคน"ธรรม"คนที่เห็นเจตนาคน"ทำ"นั้นว่าไม่ดีแน่จะส่งผลกระทบเป็นวิบากกรรมหมู่อย่างไร? จนคน"ธรรม"หาทางป้องกันกรรมหรือการกระทำนั้น บางทีเจตนาตั้งรับห่าฝนหรือห่ากระสุนที่พุ่งมาหมายปิดชีพหรือเหวี่ยงแหไปยังคนไม่ยุ่งเกี่ยว เพียงเพื่อข่มขู่เป้าหมาย?
ซึ่งแน่นอนคน"ทำ" กับคน"ธรรม" เจตนาผลิตกรรมต่างกัน การทำการตั้งรับกับห่าฝนหรือห่ากระสุนของคน"ธรรม"จากคน"ทำ"มันอาจจะมีมาส่วนที่มันพลาดได้? แบบหลวงพ่อคูณว่าไว้? ว่าบางทีถ้ามันจะมาแบบห่าฝนจากคน"ทำ"ทีมักง่ายเจตนาเล่นกรรมอย่างเดียว การปกป้องห่ากระสุนได้ทุกเม็ดมันคงเป็นไปได้ยาก?เพราะเงื่อนไขของคน"ทำ"มันผลิตอย่างมักง่ายซ้ำได้ตลอด ให้คน"ธรรม"ตามป้องกัน
ดังนั้นคน"ทำ"จึงย่ามใจเข้าใจว่าตัวเองคือคนกำหนดควบคุมไว้ทั้งหมดแล้ว เพราะคน"ธรรม"ไม่เจตนาที่จะเล่นกายกรรมมายากรรมของเด็กเล่นแบบนั้นตาม? ด้วยเหตุผลหลายประการ
จึงสรุปว่าคน"ทำ"อย่าคือย่ามใจในการกระทำใครอย่างมักง่ายคึกคะนอง ด้วยใจไม่เป็น"ธรรม" มันจะสะสมกรรมให้ตัวเองจนและสร้างมหาวิบากกรรมหมู่หนักขึ้นเรื่อยๆ จึงสมควรปรับจิตใจที่เล่นซนบนการผลิตกรรมจากการ"ทำ" มาเป็นประกอบกรรม ด้วย"ธรรม"ดีกว่าสร้างสรร กว่า"ทำ"เยอะเลย? เลิกเล่นซนกับเรื่องไร้สาระแบบนั้นได้แล้วคนด็ก็เลิกเชียร์เรื่องไร้สาระนี้ได้แล้ว???