กมธ.ยื้อ 20% คลื่นความถี่ภาคประชาชน จ่อเปิดหารายได้
23 ก.ค. ที่อาคารรัฐสภามีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ครั้งที่ 16 โดยมีนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เป็นประธานการประชุม มีวาระพิจารณาสำคัญว่าด้วย การจัดสรรคลื่นความถี่ให้ภาคประชาชน 20% และการเปิดให้มีการหารายได้และจัดส่งรายได้ส่วนเกินให้แก่องค์กรปกครองท้องถิ่น ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการดำเนินการวิทยุ-โทรทัศน์ของภาคประชาชน
ประเด็นการจัดสรรคลื่นความถี่ให้ภาคประชาชน 20% ปรากฏอยู่ในร่างมาตรา 42 ซึ่งมีการอภิปรายความเห็นแบ่งเป็นสองฝ่าย โดยฝ่ายหนึ่งเห็นว่าควรนับจาก 20% ของพื้นที่ เช่นหากในพื้นที่จังหวัดตรัง มีคลื่นความถี่ที่ใช้ได้ 10 คลื่นก็ต้องจัดให้ภาคประชาชน 2 คลื่น แต่อีกฝ่ายหนึ่งเห็นว่าควรนับจาก 20% ของคลื่นความถี่ที่มีการใช้ประโยชน์ในทุกระดับ เช่นกรณีที่ใช้คลื่นในระดับชาติ ภูมิภาคและท้องถิ่น ระดับละ 10 คลื่นก็ต้องจัดให้ภาคประชาชนได้ใช้ระดับละ 2 คลื่น แต่หลังจาก กมธ. อภิปรายแลกเปลี่ยนกันเป็นเวลานานจึงมีการเสนอให้แขวนประเด็นนี้ไว้ก่อน โดยกรรมาธิการได้รับหลักการในประเด็นการจัดสรรคลื่นความถี่ให้ภาคประชาชน 20%
“โดยหลักการก็น่าจะเป็นยี่สิบเปอร์เซ็นต์ของคลื่นความถี่ และเปิดให้อภิปรายในขั้นประชาพิจารณ์ ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ที่ภาคประชาชนฝากมา ไม่ได้หมายถึงลักษณะของวิทยุชุมชนที่ใช้กำลังส่งต่ำเท่านั้น แต่ในระดับจังหวัด ภูมิภาค หรือประเทศก็อาจมีการรวมตัวกันเพื่อขอคลื่นมาดำเนินการโดยไม่แสวงหากำไร เช่นกรณีคนพิการที่เป็นชุมชนเชิงประเด็นมีอยู่ทั่วประเทศก็อาจขอตั้งสถานีที่อ่านหนังสือให้คนพิการฟังโดยไม่แทรกความคิดเห็นซึ่งเป็นเรื่องความรู้ หรือกลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวีต้องการมีหนึ่งคลื่นเพื่อให้ความรู้และเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนสำหรับการป้องกันตนเอง จึงอาจจะไม่ใช่ของพื้นที่แต่เขาจะใช้สิทธิยี่สิบเปอร์เซ็นต์นี้” สุภิญญา กลางณรงค์ ในฐานะ กมธ.วิสามัญ กล่าว
ส่วนกรณีการเปิดให้มีการหารายได้และจัดส่งรายได้ส่วนเกินให้แก่องค์กรปกครองท้องถิ่น อยู่ในร่างมาตรา 45 คือเรื่องการกำหนดให้มีการหารายได้และการจัดส่งรายได้ส่วนเกินให้แก่องค์กรปกครองท้องถิ่นนั้น ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าไม่ควรระบุในเรื่องของการหารายได้ไว้ในร่างกฎหมาย เนื่องจากอาจนำไปสู่การโฆษณาทางอ้อมได้และอาจไม่ชัดเจนว่าเป็นการประกอบการธุรกิจหรือบริการชุมชน ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งเห็นว่าควรระบุ แต่อย่างไรก็ตามการจัดส่งรายได้ส่วนเกินควรจัดส่งให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สภาองค์กรชุมชน หรือส่งคืนให้แก่ กสทช. แทนการส่งให้แก่องค์กรปกครองท้องถิ่น แต่ท้ายสุด กมธ. ยังไม่มีมติ
“ส่วนเรื่องรายได้ วันนี้ต้องเอาความจริงมาพูด ว่าสื่อมีค่าใช้จ่าย ใครต้องการเข้าถึงสื่อก็มีค่าใช้จ่าย แต่การเข้าถึงสื่อชุมชนมันถูกกว่า ก็ให้บางส่วนที่ได้เอาเข้ากองทุนเลย สมมติสื่อชุมชนหารายได้มาสามพันบาทต้องเอาสามร้อยส่งเข้ากองทุน ทำแบบนี้จะทำให้กองทุนโต” สงวน พงษ์มณี กมธ.วิสามัญ กล่าว
ทั้งนี้ ก่อนการประชุมมีตัวแทนจากสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย เข้ายื่นหนังสือต่อนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ประธาน กมธ. เพื่อเสนอให้มีการกระจายโทรคมนาคมอย่างทั่วถึงทุกพื้นที่และกลุ่มเป้าหมาย ปราศจากการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม ทั้งนี้ รับฟังไฟล์เสียงการประชุมได้ที่เว็บไซต์ www.media4democracy.com
คำชี้แจง
เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น
- ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
- ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
- อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง
ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค
จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ
* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน












ผลประโยช์มหาศาล เรื่องยาวไม่จ
ผลประโยช์มหาศาล
เรื่องยาวไม่จบง่าย
น่าจะอีกหลายปี
เหมือนสร้างถนน 8 เลน
เกษตรนวมินทร์
จุดประสงค์คือให้จราจรรวดเร็วคล่องตัว
ระบายรถได้จำนวนมาก
รองรับการขยายตัว
แต่
ไม่มีสะพานลอยข้ามแยกไฟแดงเลย
แทนที่จะสร้างไปพร้อมกับถนน8เลน
ผล รถติดชิบ หาย
เป็นหน้าที่กรรมการชุดต่างๆ
เข้ามาอนุมัติงบประมาณมหาศาล
สร้างสะพานลอยอีก
นี่คือความฉลาด
กินได้หลายรอบ