ลงโฆษณากับประชาไท โทร 02 690 2711
view counter
วิธีแก้ไข 404 - Bad Request
view counter
-A +A
อ่านประชาไทได้ที่ www.prachatai3.info หลังจากเว็บไซต์ประชาไท (prachatai.com) ถูกปิดกั้น » อ่านรายละเอียด! » prachatai-newspaper google groups

สัมมนา “พลเมืองเน็ต” ชี้ยิ่งเซ็นเซอร์ยิ่งต้นทุนสูง ปิดกั้นไม่ได้จริง กระทบการลงทุน ประชาชนถูกรอนสิทธิ

“พลเมืองเน็ต” จัดสัมมนาเรื่องกฎหมายคอมพิวเตอร์ ผู้ประสานงาน EFF ชี้เซ็นเซอร์อินเตอร์เน็ตสร้างต้นทุนสูง ปิดกั้นไม่ได้จริง กระทบการลงทุน อาจารย์นิติ มช. ชี้นิยามความผิดคลุมเครือ ทำประชาชนถูกลิดรอนสิทธิ ด้านเครือข่ายพลเมืองเน็ตออกแถลงการณ์เรียกร้องให้จับผู้กระทำผิดไม่ใช้ผู้ให้บริการ และต้องปฏิบัติกับผู้ต้องหาคดีคอมพิวเตอร์ในฐานะผู้บริสุทธิ์ตามสิทธิที่ได้รับการรับรองในรัฐธรรมนูญ

 

ผอ.EFF ย้ำกฎหมายคอมพิวเตอร์ไม่ควรเน้นจับกุม-ปราบปราม แต่ควรเน้นสร้างสรรค์นวัตกรรม
ในการสัมมนาเรื่อง “กฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์: มุมมองจากสากลและหลักปฏิบัติ” ซึ่งจัดโดยเครือข่ายพลเมืองเน็ต ที่โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพฯ วานนี้ (27 ก.ค.) นั้น
 
นายเอดเด็น เคทส์ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการต่างประเทศ Electronic Frontier Foundation (EFF) ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารในโลกออนไลน์ กล่าวถึงภาพรวมกฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์จากทั่วโลกว่า หลายประเทศนำอนุสัญญาว่าด้วยอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ (Convention on Cyber Crime) ของคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป ไปเป็นต้นแบบร่างกฎหมาย หากแต่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับภาคผนวก อาทิ การออกกฎเกณฑ์ใดๆ ต้องไม่ทำให้ระบบอินเทอร์เน็ตเสียหายหรือมีประสิทธิภาพด้อยลง อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการกระทำผิดต้องพิสูจน์ได้ว่ามีเจตนาโดยตรงที่จะใช้ในการกระทำผิด และตัวกลางหรือไอเอสพีต้องพิสูจน์ได้ว่ามีเจตนากระทำผิดร่วม ถึงจะเรียกว่าผิด ไม่ใช่แค่ยืนมองเฉยๆ ทั้งนี้ ตัวกลางข้อมูลไม่มีหน้าที่สอดส่องกิจกรรมในเครือข่าย องค์กรหรือลูกค้า โดยตัวกลางข้อมูลนั้น มีทั้งไอเอสพี รวมถึงโซเชียลเน็ตเวิร์คต่างๆ อย่างเฟซบุ๊ค และทวิตเตอร์ด้วย
 
ด้านวิสัยทัศน์ต่อโลกอินเทอร์เน็ต เขาเชื่อว่า ระบบเปิดเป็นวิสัยทัศน์ที่ดีกว่าระบบปิดที่รัฐเข้ามาควบคุมการไหลของข้อมูล เนื่องจากระบบเปิด เน้นที่ความเท่าเทียม ใครก็ได้ที่เข้าถึงจะเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ เช่น ชุมชนวิกิพีเดีย รวมถึงทำให้มีโมเดลเศรษฐศาสตร์ใหม่ๆ ที่ข้ามพ้นตัวเงิน ดังจะเห็นว่าหลายเว็บใช้ชื่อเสียงแทนตัวเงิน ทั้งนี้ เวลาพูดถึงกฎหมายคอมพิวเตอร์ เป้าหมายไม่ควรอยู่แค่การจับกุมปราบปรามผู้กระทำผิด และไม่ใช่การสร้างสมดุลระหว่างการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐกับบุคคล แต่ระบบเปิดจะสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมผ่านการทำงานร่วมกัน
 
 
ชี้เซ็นเซอร์ต้นทุนสูง ปิดกั้นไม่ได้จริง ซ้ำกระทบการลงทุน
แดนนี่ โอ ไบรอัน ผู้ประสานงานนานาชาติ Electronic Frontier Foundation (EFF) กล่าวถึงกรณีการเซ็นเซอร์ของจีนว่า ระบบเซ็นเซอร์นั้นมีต้นทุนมหาศาล มากกว่า 800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยไม่ใช่แค่การเซ็นเซอร์ แต่มีการสอดส่องพลเมืองจีนด้วย ซึ่งการเซ็นเซอร์แบบนี้ไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับคนใช้เน็ตปกติเท่านั้น แต่รวมถึงธุรกิจการลงทุนด้วย นั่นคือ เราจะต้องเลือกว่า จะเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือจะควบคุมทางการเมือง ทั้งนี้ จากบทเรียนทั่วโลกพบว่า การเซ็นเซอร์มีต้นทุนที่สูง มีกระบวนการซับซ้อน ทั้งยังปิดกั้นไม่ได้จริง เพราะมีวิธีหลบเลี่ยงได้มากมาย เช่น พร็อกซี่ เอสเอสแอล (SSL) วีพีเอ็น (VPN) และตอร์ (TOR)
 
แดนนี่ ยกตัวอย่างการต่อสู้กับอาชญากรรมในทางที่ผิดว่ามีอาทิ การพึ่งพาระบบเซ็นเซอร์ หรือระบบการกลั่นกรองข้อมูล ซึ่งจะทำให้อินเทอร์เน็ตทำงานไม่ได้ การหาแพะ โดยกล่าวหาผิดคน เช่น กล่าวหาตัวกลาง ทั้งที่ตัวกลางเป็นพันธมิตรที่จะร่วมต่อสู้กับอาชญากรรม รวมถึงการทำให้บริการทางอินเทอร์เน็ตเชื่องช้า ไร้ประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลให้การกระทำผิดยังเกิดขึ้นต่อไป ผู้พิพากษาจะไม่ได้รับข้อมูลสำคัญจำเป็นสำหรับคดี และในภาพกว้าง การลงทุนทางเศรษฐกิจจะตกลง รวมถึงเว็บไซต์ที่อยู่ในประเทศที่มีระบบการกำกับไม่ได้ ก็จะย้ายไปประเทศอื่น เพราะอินเทอร์เน็ตไม่มีพรมแดน
 
เขาแนะนำด้วยว่า เช่นนั้นแล้วจึงควรเลิกบล็อค เลิกเซ็นเซอร์ หรือพยายามทำให้น้อยที่สุด มีการคุ้มครองตัวกลางที่เข้มแข็ง ไม่ทำให้ตัวกลางเผชิญภาวะที่ต้องรับผิดมากมาย เพราะตัวกลางจะช่วยคดีได้ ซึ่งทั้งหมดจะช่วยให้ระบบอินเทอร์เน็ตมีเสถียรภาพ และช่วยเสริมสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจต่อไป
 
 
นิติ มช.ชี้ นิยามความผิดคลุมเครือ ทำประชาชนถูกลิดรอนสิทธิ
ด้านทศพล ทรรศนกุลพันธ์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวถึงความคลุมเครือของนิยามฐานความผิดใน พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ว่า เงื่อนไขที่ใช้ในการกล่าวหาว่าผู้ใดกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.มาตรา 14 (2)(3) อาทิ “ความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ” “ก่อให้ประชาชนตื่นตระหนก” “ความมั่นคง” “การก่อการร้าย” นั้น ให้นิยามได้ค่อนข้างยาก ซึ่งในทางปฎิบัติ เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลจะใช้ดุลยพินิจตัดสินว่าการกระทำหรือเว็บไซต์ใดเข้าข่ายละเมิดกฎหมายในฐานความผิดต่างๆ ซึ่งอาจทำให้ประชาชนถูกลิดรอนสิทธิได้ง่าย อีกทั้งระบบของไทยใช้การตั้งข้อกล่าวหา และคุมตัวก่อน แต่จะปลดเปลื้องความผิดก็ต่อเมื่อศาลยกเลิกคำตัดสิน
 
เขาตั้งคำถามว่า กระบวนการก่อนชั้นศาลกินเวลาเท่าไหร่ และความกดดันที่สังคมมองต่อบุคคลนั้นคืออะไร ทั้งที่รัฐธรรมนูญระบุให้เป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลจะตัดสินว่ามีความผิด ดังนั้น ทางแก้จึงต้องย้อนไปที่ การออกแบบวิธีการตีความใหม่ เช่น ตีความความมั่นคงใหม่ อบรมเจ้าพนักงานให้มีความเข้าใจกฏหมายมากขึ้น เพราะเสรีภาพสิทธิทางการเมืองต้องถือเป็นสิทธิที่มีติดตัวมาแต่กำเนิดจะละเมิดมิได้
 
 
แนะอย่าจับผู้ให้บริการ เพราะอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจและสังคม
ในช่วงท้ายของการสัมมนา เครือข่ายพลเมืองเน็ต ได้ออกแถลงการณ์เสนอต่อผู้ใช้อินเทอร์เน็ต สังคม กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ องค์กรบุคคลต่างๆ รวมถึงสื่อสารมวลชน เสนอให้เจ้าหน้าที่พยายามจับกุมผู้กระทำผิด มิใช่จับกุมตัวกลาง หรือผู้ให้บริการ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 เช่น ศูนย์ข้อมูล ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต เสิร์ชเอนจิ้น โซเชียลเน็ตเวิร์ค เว็บบอร์ด หรือบล็อก เนื่องจากการควบคุมตัวกลางด้วยวิธีต่างๆ จะส่งผลให้ผู้บริการมีแนวโน้มจะย้ายเซิร์ฟเวอร์ให้บริการไปยังต่างประเทศ เนื่องจากมีคุณภาพการให้บริการที่ดีกว่า ซึ่งจะยิ่งทำให้ยากต่อการควบคุมตัวผู้กระทำความผิดมากขึ้น รวมถึงยังส่งผลลบต่อเศรษฐกิจและสังคม คือทำให้เข้าถึงบริการและความรู้ต่างๆ ลำบากขึ้น ทำให้โอกาสเกิดความคิดใหม่ๆ ยากขึ้น ซึ่งเป็นผลเสียต่อเศรษฐกิจความคิดสร้างสรรค์และสังคมอุดมปัญญาที่รัฐต้องการให้เกิด
 
 
เตือนปฏิบัติต่อผู้ต้องหา ในฐานะ "ผู้บริสุทธิ์"
นอกจากนี้ เครือข่ายพลเมืองเน็ต ยังเสนอต่อเจ้าหน้าที่รัฐ สังคมและสื่อสารมวลชนให้ปฏิบัติกับผู้ต้องหาในฐานะผู้บริสุทธิ์ ตามสิทธิที่ได้รับการรับรองในรัฐธรรมนูญด้วย โดยที่กระบวนการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการยึดอายัดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และที่เกี่ยวข้องกับการขอดู ทำสำเนา และยืนยันสำเนาข้อมูลคอมพิวเตอร์ ต้องเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน และสอดคล้องกับหลักสากล โดยยึดหลัก ยึดอายัดทำสำเนาเฉพาะอุปกรณ์และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหา และคำนึงถึงสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสำคัญ รวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องแจ้งขั้นตอนวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการยึด อายัดหรือทำสำเนา ให้ผู้ต้องหารับรู้อย่างชัดเจนก่อนการกระทำการด้วย
 
 
สฤณีให้ระวังการเปรียบเทียบที่ไม่สะท้อนความจริง ทำเข้าใจโลกไซเบอร์ผิด
ด้านสฤณี อาชวานันทกุล กรรมการเครือข่ายพลเมืองเน็ต กล่าวเสริมว่า การเปรียบเทียบอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นพื้นที่นามธรรมนั้น หากเปรียบเทียบโดยใช้ตรรกะที่ไม่สะท้อนความจริง อาจทำให้เข้าใจผิดได้ โดยยกตัวอย่างว่า ถ้าเปรียบเทียบอินเทอร์เน็ตเป็นบ้าน ซึ่งย่อมมีการกลั่นกรอง ทำให้หากมีคนผิดเข้ามาในบ้าน ก็เชื่อได้ว่า เจ้าบ้านมีส่วนรู้เห็นให้ผู้กระทำผิดเข้ามา ขณะที่เธอเองมองว่า เว็บบอร์ดอาจจะเป็นบาร์หรือร้านอาหารมากกว่า ที่อาจจะตรวจสอบเพียงบัตรประชาชน แต่ไม่มีความรับผิด เมื่อเกิดการชกต่อยกัน หรือมีความพยายามก่ออาชญากรรมในร้าน ซึ่งถ้ามองแบบนี้จะเห็นได้ชัดว่า ไม่อยู่ในวิสัยของเจ้าของร้านอาหาร เพราะเป็นพื้นที่เปิด ให้คนเข้ามาใช้บริการ

สนับสนุนประชาไท

  1. โอนเข้าบัญชีธนาคาร

    ชื่อบัญชี: มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน เลขที่บัญชี 091-0-10432-8 ธนาคารกรุงไทย สาขารัชดาภิเษก-ห้วยขวาง
    และส่งโทรสารสำเนาการโอนมาที่โทร. 02 690 2712 หรือทางอีเมล service@prachatai.com

    สำหรับผู้ที่โอนเงินจากต่างประเทศใช้ข้อมูลต่อไปนี้ = ชื่อบัญชีภาษาอังกฤษ: FCEM, Bank Address:336 Ratchadapisek Road, Samsennok, Huai Khwang, Bangkok 10320 Thailand, Swift Code:KRTHTHBK

  2. โอนเงินผ่านบริการ Paypal

เรื่องอื่นๆ