วันเสาร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2555 | อัพเดทล่าสุดเมื่อ 26 นาที ที่ผ่านมา
ฉลุย! มติรับรองผลการทำงานพื้นที่เขื่อนหัวนา หลังยืดเยื้อนับสิบปี
Sat, 2009-07-04 05:01
สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนหัวนาเฮ การแก้ไขปัญหาคืบหน้า ประชุมคณะทำงานตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากเขื่อนหัวนา มีมติรับรองผลการทำงานของคณะทำงานเขตอำเภอกันทรารมย์ จำนวน 336 แปลง 159 ราย ใน 10 หมู่บ้าน

วันที่ 2 กรกฎาคม 2552 เวลา 10.00 น. การชุมนุมสมัชชาคนจน กรณีเขื่อนหัวนาณ สันเขื่อนราษีไศล มีการประชุมคณะทำงานตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากเขื่อนหัวนา เขตอำเภอกันทรารมย์ โดยมีนายสุพจน์ ดาวหน ปลัดอำเภอ (ฝ่ายความมั่นคง) เป็นประธานในที่ประชุม ร่วมด้วยตัวแทนเจ้าพนักงานที่ดิน สาขากันทรารมย์ ตัวแทนกรมชลประทาน และตัวแทนชาวบ้านสมัชชาคนจน 5 คน ที่ประชุมใช้เวลาการพิจารณากระบวนการทำงานของคณะทำงานตรวจสอบทรัพย์สินฯ ประมาณ 3 ชั่วโมง จึงมีมติรับรองผลการทำงานของคณะทำงานตรวจสอบการรังวัด รว.43 ก. และใบตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินในเขตอำเภอกันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ จำนวน 336 แปลง 159 ราย โดยมีชาวบ้านในที่ชุมนุมนับพันจากสมัชชาคนจน เขื่อนราศีไศลและเขื่อนหัวนา นั่งให้กำลังใจแก่ผู้ประชุมในห้องประชุมของโครงการส่งน้ำและบำรุงส่วนมูลล่าง ที่เขื่อนราษีไศล จนประชุมเสร็จ
นายสมบัติ โนนสัง อายุ 65 ปี ชาวบ้านโนนสัง ต.โนนสัง อ.กันทรารมย์ กล่าวว่า แม้วันนี้จะมีการรับรองผลการทำงานของคณะทำงานตรวจสอบทรัพย์สินฯ ของชาวบ้านที่เฝ้ารอมานานหลายปี ก็ยังไม่คลายความกังวลใจเรื่องน้ำท่วม เพราะการตรวจสอบในครั้งนี้เน้นไปตรวจสอบพื้นที่ในระดับเก็บกักน้ำของเขื่อนหัวนาที่ 114 – 115 ม.รทก. ตามระดับเก็บกักที่กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานศึกษาไว้ แต่ปัจจุบัน รายงานการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคม ได้เสนอให้เขื่อนหัวนากักเก็บน้ำที่ระดับ + 112 ม.รทก. และคาดว่าพื้นที่น้ำท่วมจะไม่มากนัก แต่ชาวบ้านในพื้นที่ก็ยังไม่นิ่งนอนใจ และไม่เชื่อใจกรมชลประทานว่า จะยินยอมกักเก็บน้ำตามระดับที่ทาง 3 มหาวิทยาลัยคือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยขอนแก่นและมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีได้ศึกษาไว้ ฉะนั้นการประชุมในวันนี้จึงเป็นเพียงแนวทางหนึ่งที่จะทำให้ชาวบ้านมีความเชื่อมั่นต่อสิทธิในการครอบครองและทำประโยชน์ในพื้นที่ทาม ที่กำลังจะกลายเป็นท้องอ่างเก็บน้ำของเขื่อนหัวนา เขื่อนที่ใหญ่ที่สุดในโครงการโขงชีมูลต่อไป
ส่วนความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาของเขื่อนหัวนานั้น การประชุมคณะทำงานตรวจสอบทรัพย์สินฯ ระดับอำเภอนั้น เหลืออำเภออุทุมพรพิสัย ซึ่งทางฝ่ายกรมชลประทานได้เสนอว่า จะมีการประชุมหลังเข้าพรรษา เพราะนายอำเภอพึ่งย้ายมาใหม่ และขอเวลาในการทำความเข้าใจปัญหานี้เสียก่อน ดังนั้นชาวบ้านสมัชชาคนจน ทั้งเขื่อนหัวนาและเขื่อนราษีไศลก็ยังยืนยันที่จะปักหลักชุมนุมต่อไป เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จภายในรัฐบาลนี้หลังจากรอมานานกว่า 10 รัฐบาลแล้ว
คำชี้แจง
เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น
- ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
- ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
- อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง
ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค
จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ
* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน











