สหภาพแรงงานเอ็นทีเอ็น ออกแถลงการณ์หลังแกนนำถูกขู่ฆ่าเนื่องจากจัดตั้งสหภาพ

เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 52 ที่ผ่านมาคณะกรรมการสหภาพแรงงานเอ็นทีเอ็น ประเทศไทย ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 4 หลังจากรองประธานสหภาพแรงงานถูกโทรศัพท์ขู่ฆ่าและกรรมการสหภาพแรงงานถูกทำร้ายร่างกาย

 
แถลงการณ์ฉบับที่ 4 คณะกรรมการสหภาพแรงงานเอ็นทีเอ็น ประเทศไทย ถูกขู่ฆ่าเพราะจัดตั้งสหภาพแรงงาน
 
สหภาพแรงงานเอ็นทีเอ็น นิเด็ค ประเทศไทย
 
เรียน พี่น้องผู้ใช้แรงงาน ประชาชนและสื่อมวลชน ทุกท่าน
 
การละเมิดสิทธิแรงงานในเมืองไทยเกิดขึ้นมากมายจากปัญหาที่นายจ้างไม่ยอมรับการรวมตัวของคนงาน รวมทั้งการเจรจาข้อเรียกร้องเพื่อขอเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง ถึงแม้ว่าจะมี พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ 2518 รองรับก็ตาม ทำให้คนงานที่รวมตัวกันจัดตั้งสหภาพแรงงานถูกกระทำต่าง ๆ จนไม่สามารถทำงานอยู่ต่อไปได้ ถูกคุกคามถึงขั้นเอาชีวิตหากดำเนินกิจกรรมสหภาพแรงงานต่อไป โดยเฉพาะเขตการลงทุนทางภาคตะวันออก เช่น คณะกรรมการสหภาพแรงงานเอ็นทีเอ็น นิเด็ค ประเทศไทย ซึ่งเป็ฯพนักงานผู้หญิง ถูกคุกคาม ถูกขู่ฆ่า เพื่อให้เกิดความกลัว เนื่องจากการรวมตัวกันเป็นสหภาพแรงงาน
 
บริษัท เอ็น ที เอ็น นิเด็ค (ไทยแลนด์) จำกัด ตั้งอยู่ที่ นิคมฯ อีสเทิร์นซีบอร์ด ซอย 3 ต.ปลวกแดง อ.ปลวกแดง จ.ระยอง นายจ้างเป็นชาวญี่ปุ่น ผลิตชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ส่งขายทั้งภายในและต่างประเทศ มีพนักงานทั้งหมด 1,500 คน คนงานส่วนมากเป็นผู้หญิง เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 52 บริษัทฯ ได้เลิกจ้างพนักงานทั้งหมด 63 คน โดยอ้างเหตุผลว่าประสบปัญหาขาดทุนได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ และต่อมาเมื่อวันที่ 11 พ.ค. 52 ได้เลิกจ้างพนักงานเพิ่มอีก 34 คน มีพนักงานกำลังตั้งท้องทั้งหมด 6 คน และได้รับการติดต่อจากเพื่อนที่กำลังลาคลอดอยู่ที่บ้านอีกว่า บริษัทฯ โอนเงินค่าชดเชยใหแล้ว แสดงว่าถูกเลิกจ้างเช่นกัน รวมทั้งหมด 103 คน ผู้ที่ถูกเลิกจ้างเป็นคณะกรรมการสหภาพแรงงานทั้งหมดและสมาชิก และเป็นสหภาพแรงงานที่จัดตั้งขึ้นใหม่
 
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้พนักงานทั้งหมด 1,000 กว่าคน ไม่พอใจ เนื่องจากเลิกจ้างแกนนำสหภาพแรงงานและคนท้องด้วย จึงรวมตัวกันอยู่หน้าโรงงาน เมื่อวันที่ 11 พ.ค.52 เพื่อเรียกร้องให้รับพนักงานที่ถูกเลิกจ้างทั้งหมดกลับเข้าทำงาน ทำให้เจ้าหน้าที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จ.ระยองเข้ามาไกล่เกลี่ยแต่ไม่สามารถตกลงได้ ลูกจ้างจึงได้ชุมนุมกดดันต่อ โดยมีสื่อต่าง ๆ ให้ความสนใจ ออกข่าวการเลิกจ้าง สร้างแรงกดดันให้นายจ้างยอมเจรจา รับพนักงานที่ถูกเลิกจ้างทั้งหมดกลับเข้าทำงานเมื่อวันที่ 18 พ.ค. 52 หลังจากกลับเข้าทำงานแล้วไม่นาน ประธานสหภาพแรงงานฯ ก็ถูกข่มขู่ มีชายแปลกหน้า 3 คนไปเสนอเงินใหพร้อมบอกให้ลาออกจากงานแต่ประธานสหภาพแรงงานฯไม่รับและกลัวไม่ปลอดภัย จึงได้ไปแจ้งความที่ สภ.ปลวกแดง อ.ปลวกแดง จ.ระยอง เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 52 ต่อมาประธานสหภาพแรงงานฯ ก็ถูกกลุ่มบุคคลดังกล่าวไปเสนอเงินให้อีกหากไม่รับก็จะเอาชีวิต ต่อมาคณะกรรมการทราบข่าวจากน้องสาวของเขาบอกว่า ไม่กลับมาทำงานอีกแล้วเพราะกลัวไม่ปลอดภัยทั้งตัวเขาและลูกเมีย
 
18 มิ.ย. 52 เวลา 06.36 น. น.ส.สุนารี กิ่งคำ ตำแหน่ง รองประธานสหภาพแรงงานฯ ได้รับโทรศัพท์จากผู้ชายโดยอ้างว่าเป็นตัวแทนของบริษัทฯ เสนอเงินให้หนึ่งแสนบาท ให้พิจารณาเอาว่าจะรับหรือไม่รับ
 
21 มิ.ย. 52 เวลา 08.57 น. ผู้ชายคนดังกล่าวก็ได้โทร. มาอีกครั้งพร้อมเสนอเงินให้ แปดหมื่นบาท แล้วให้เซ็นต์ชื่อลาออกจากงาน หากไม่รับก็ต้องตาย ซึ่งในจำนวน 8 คน ต้องตาย 3 คน
 
26 มิ.ย. 52 เวลาประมาณ 23.00 น. เลขาธิการและเหรัญญิก สหภาพแรงงานฯก็ถูกคุกคามมีวัยรุ่น เอาขวดเครื่องดื่มลิโพ จำนวน 5 ขวดและเครื่องดื่ม .357 1 ขวด ได้ขว้างปาเข้าไปในบ้านของทั้งสองท่านพักอยู่ ทำให้กระจกหน้าต่าง 3 บานและประตูหน้าบ้าน 1 บาน แตกทำให้เกิดความเสียหาย ได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.บ่อวิน ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
 
28 มิ.ย. 52 เวลาประมาณ 13.30 น. น.ส.ศิริภา คำภู กรรมการสหภาพแรงงานฯ ขับมอเตอร์ไซด์ กลับบ้าน มีผู้ชายขับมอเตอร์ไซด์ แล้วถีบรถล้มลง ทำให้บาดเจ็บ ไหปลาล้าหัก 3 ท่อน ข้อเท้าเย็บ 5 เข็ม หัวเข่าถลอก ขณะนี้นอนอยู่โรงพยาบาล ศรีราชา ชลบุรี
 
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นการคุกคามถึงขั้นเอาชีวิตคณะกรรมการสหภาพแรงงานฯ เพื่อไม่ให้ทำงานอยู่ต่อไปได้และพนักงานเกิดความกลัวก็จะไม่มีใครดำเนินกิจกรรมสหภาพแรงงานฯ ต่อไป ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิแรงงาน และท้าทายกฎหมาย
 
 
 

 

เรือ่งนี้เป็นเรื่องใหญ่

เรือ่งนี้เป็นเรื่องใหญ่ และเป็นสิ่งที่ทางคนญี่ปุ่นและสหภาพแรงงานในประเทศญี่ปุ่นควรจะได้รับรู้ถึงพฤติกรรมของนายทุนญี่ปุ่นในประเทศไทย ขอให้ทีมสหภาพแรงงานภาคตะวันออกนำรายละเอียดเพิ่มเติม และประสานงานมากับเจ้าหน้าที่ของโครงการรณรงค์เพื่อแรงงานไทย เราจะประสานงานไปยังเครือข่ายองค์กรแรงงานและสหภาพแรงงานที่ญี่ปุ่นให้รับรู้เรื่องนี้ด้วย และช่วยกดดันในญี่ปุ่น

นายทุนญี่ปุ่นรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ในการต่อต้านการตั้งสหภาพแรงาน พวกเราควรจะกดดันนายทุนญี่ปุ่น และควรร้องเรียนต่อสถานฑูตญี่ปุ่นในประเทศไทยด้วยเช่นกัน

สู้ สู้ ค่ะ

ตาต่อตา

ตาต่อตา ฟันต่อฟัน

อย่าเป็นฝ่ายถูกกระทำฝ่ายเดียว

ต้องกระทำโต้ตอบ เพื่อให้มันหยุดการกระทำของมัน

คำชี้แจง

เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น

  • ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
  • ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
  • อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง

ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค

จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ

* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน