วิกฤตเลิกจ้าง: การฉวยโอกาสของนายทุนและการลุกขึ้นสู้ของคนงานไทรอัมพ์
นับตั้งแต่เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกในสถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้นายทุน บริษัท นายจ้างต่างๆได้ฉวยโอกาสที่จะลดต้นทุนการผลิตในหลายๆด้าน ที่สำคัญยังได้ฉวยโอกาสใช้กลยุทธ์การทำลายล้างสหภาพแรงงาน ด้วยเช่นกัน
แต่นายทุนกลับมองว่า สหภาพแรงงานเป็นเสมือนปีศาจที่คอยหลอกหลอนนายทุน
เป็นอุปสรรคสำคัญในการหากำไรตามอำเภอใจของนายทุน ที่จะแบ่งปันกำไรอย่างใดก็ได้ โดยไม่มีสหภาพใช้อำนาจต่อรองเพื่อผู้ใช้แรงงาน
บริษัทนายทุนจำนวนไม่น้อย มักจะใช้วิธีการประกาศเลิกจ้างพนักงานบางส่วนหรือทั้งหมด ลดสวัสดิการต่างๆ อ้างว่าบริษัทจะอยู่ไม่ได้ พนักงานที่ถูกเลิกจ้างก่อนอื่นใครก็มักเป็นกรรมการสหภาพแรงงาน สมาชิกสหภาพแรงงาน หรือพนักงานที่ตระหนักถึงสิทธิคนงาน
ขณะที่บริษัทต่างๆ ก็มักไม่เคยเปิดเผยข้อมูลผลต่างๆให้พนักงานในฐานะผู้ใช้แรงงานสร้างผลิตภัณต่างๆให้บริษัท คนงานไม่สามารถเข้าถึงข้อมูล ไม่มีความโปร่งใส แต่บริษัทมักอ้างว่าขาดทุน จะมีการตกแต่งตัวเลขหรือไม่ ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น
ไม่ว่าจะขาดทุนจริงหรือไม่ น้อยมากที่บริษัทจะคิดถึงการลดเงินเดือนของผู้บริหารระดับสูง ระดับกลาง แต่กลับโยนภาระให้กับพนักงงานระดับฐานการผลิตอยู่เสมอ ทั้งๆที่หลายบริษัทพนักงานระดับสูงมีเงินเดือนมากกว่าพนักงานฐานการผลิตนับสิบเท่าหรือมากกว่านั้น
กล่าวได้ว่า มีนายทุนจำนวนมาก ใช้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จรวมศุนย์ ไม่ต่างกับวิธีคิดของพวกของอำมาตยาธิปไตยแต่อย่างใด ไม่ว่าจะผิดหรือถูกกฎหมายก็ตาม นายทุนไม่น้อยหาได้มีสำนึกเสรีอย่างที่ควรจะเป็น
ผู้ใช้แรงงานไม่มีส่วนร่วม ไม่มีตัวแทน ไม่มีอำนาจเข้าไปประชุมกับผู้บริหารบริษัทแต่อย่างใด เพื่อหาทางออกที่เหมาะสม
ขณะที่ ด้านรัฐไทยก็เหมือนรัฐต่างๆส่วนใหญ่ทั่วโลก มักไม่มีมาตราจัดการกับบริษัทนายทุนอย่างชัดเจน แต่กลับเอื้อประโยยชน์ให้กับบริษัท นายทุน ในหลายวิธีการ ทั้งทางกฎหมายและนอกกฎหมาย รัฐไทยกลับทำหน้าที่รับใช้นายทุนมากกว่าผู้ใช้แรงงาน
รัฐไทยภายใต้ รัฐบาลประชาธิปัตย์ ได้บริหารประเทศท่ามกลางวิฤตการจ้างงานปัจจุบัน และมีนโยบายด้านแรงงานอย่างไร้วิสัยทัศน์ กลับแก้ปัญหาเฉพะหน้าหรือเพื่อเพียงให้ผ่านไปวันๆ โดยงบประมาณประชาสัมพันธ์โฆษณษสร้างภาพที่ให้ดูดีให้ชอบธรรม และอาจไม่ถึงผู้ใช้แรงงานที่เดือดร้อนมากๆด้วย เช่น นโยบายให้เงิน 2000 บาทแก่ผู้ประกันตน โครงการฝึกอาชีพต่างๆ ฯลฯ
รัฐไทย มักใช้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จรวมศูนย์ เป็นวิธีคิดของพวกของอำมาตยาธิปไตย จากบนสู่ล่าง ดูถูกผู้ใช้แรงงานว่าไม่มีความรู้พอที่จะมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของพวกเขา
ผู้ใช้แรงานไม่มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายกับภาครัฐแต่อย่างใด
สองสามวันที่ผ่านมา สหภาพแรงงานไทรอัมพ์และสมาชิกได้ชุมนุมเนื่องจาก บริษัทเลิกจ้าง1,930คน เพราะขาดทุนขอให้เปิดเผยข้อมูลและปฎิบัติตามcode of conduct เปิดทางให้มีส่วนร่วมดูแลคนงาน
คำชี้แจง
เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น
- ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
- ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
- อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง
ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค
จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ
* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน












แสดงว่าเป็นแผนที่วางไว้มาตั้ง
แสดงว่าเป็นแผนที่วางไว้มาตั้งแต่ปีที่แล้ว ที่มีข่าวผละงานออกมาประท้วง ถึงว่าทำไมสหภาพถึงสู้ยิบตาในคราวนั้น จริงๆแล้วมันเป็นเช่นนี้เอง (เสียดายที่ พธม.ไม่น่าไปเชียร์ฝ่ายนายจ้างเลย เข้าทางเขาหมดเลย)
แต่ผมลองไปหาข้อมูลของ บ.ไทรอัมพ์และ บริษัท บอดี้ แฟชั่น (ประเทศไทย) จำกัดดูพบว่า
1.บอร์ด BOI อนุมัติ ไทรอัมพ์ทุ่ม75ล้าน ขยายฐานการผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป เมื่อปีที่แล้วนี่เอง ตามนี้ http://www.ryt9.com/s/psum/389344/
2. ทางบริษัทก็พิ่งให้ข่าวว่า บริษัทแม่ในประเทศเยอรมนีมองปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้เป็นโอกาสในการขยายธุรกิจ เพราะบริษัทแม่มีเงินลงทุนสูง และคาดว่าวิกฤตเศรษฐกิจจะ มีระยะเพียง 1-2 ปี ในขณะที่ การลงทุนของบริษัทเป็นการลงทุนระยะยาว 3-5 ปี ตามนี้ครับ http://www.posttoday.com/business.php?id=38726
ผมว่าถ้าจะอ้างวิกฤติเศรษฐกิจ หรือ ขาดทุน อะไรคงยาก เพราะ
1.ถ้าอ้างเช่นนั้นแล้ว ข้อมูล 2 ข้อข้างบนหมายความว่าอย่างไร
2.ถ้าขาดทุนจริง สิ่งที่บริษัทให้ข่าวก็เท่ากับโกหก "บริษัทแม่ในประเทศเยอรมนีมองปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้เป็นโอกาสในการขยายธุรกิจ เพราะบริษัทแม่มีเงินลงทุนสูง " เช่นนั้นคงเท่ากับบริษัทนี้เสียเครดิสแล้ว ระดับผู้จัดการ ทั่วไป ฝ่ายการตลาดและขายขอบริษัทมามั่วได้ไง
ผมเกรงว่าบริษัทจะทำการย้ายฐานการผลิตหรือไม่ก็ปรับสภาพการจ้างแบบเหมาช่วง และเลิกผลิตในนามแบรนตัวเอง
ในขณะที่ BOI เอาเงินไปประเคนให้ถึง 75 ล้าน
หาก
หาก บริษัทได้รับกาส่งเสริมการลงทุน จริง การต่อสู้ของตนงาน นอกจาก จะเรียกร้องต่อนายจ้างแล้ว ก็น่าจะเปิดแนวรุก ด้าน คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ให้ปฏิบัติหน้าที่ทบทวน การส่งเสริมการลงทุน อีกทางหนึ่งด้วย หากละเลย ก็ดำเนินการผ่านทางศาลปกครองต่อไป
จะเล่น BOI
จะเล่น BOI ประเด็น
1.ให้ปฏิบัติหน้าที่ทบทวน การส่งเสริมการลงทุน
2.หากละเลย ค่อยดำเนินการผ่านทางศาลปกครอง
หรือ
ดำเนินการผ่านทางศาลปกครองไปเลยครับ
1.จะ เรียกร้องให้
1.จะ เรียกร้องให้ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ให้ปฏิบัติหน้าที่ทบทวน การส่งเสริมการลงทุน ก่อน หาก ละเลย ค่อยดำเนินการผ่านทางศาลปกครอง
2.หรือ ดำเนินการผ่านทางศาลปกครอง เลยครับ
555 กรูมาอีกแล้ว เจ๊งเหรอ
555 กรูมาอีกแล้ว เจ๊งเหรอ ไม่จริงม้างงงงง คือ มันเป็นแบบนี้นะ ไม่ฟันธงนะ เคยมีพี่เขาเล่า ให้ฟัง
ว่า...... ที่บอกเจ๊งๆๆๆ ปิดโรงงาน จริงๆ เขาย้ายฐานการผลิต ไป เวียดนาม เพราะค่าจ้างถูกกว่า ค่าเงินอ่อนกว่า ส่งออกง่ายกว่า และที่สำคํญ รัฐบาลเขาส่งเสริม ชาวต่างชาติ เข้าไปลงทุนในประเทศ และตอนนี้ พูดแล้วช้ำ รัฐบาลเวียดนาม เก่งกว่า รัฐบาล พี่มาร์ค อิๆๆๆ เขาเล่ามานะ ไม่รู้เท็จจริง ประการใด
555 ลืมไป นี่คือผลของ
555 ลืมไป นี่คือผลของ กู้ชาติ เอฟเฟกซ์ ผลย่อมมาจากเหตุ เหตุเกิดจาก วันนั้น วันนี้ จึงเป็นอย่างที่เห็น อิๆๆๆ
แท้จริงต้องการจะล้มสหภาพ
แท้จริงต้องการจะล้มสหภาพ เพราะตั้งแต่ที่เอาประธานสหภาพคนเก่าออกแล้ว ต่อมานายฝรั่งจากต่างประเทศก็เข้ามาตรวจสอบใกล้ชิดและเอาผู้จัดการฝ่ายบุคคลออก จริงๆ แล้วต้องการที่จะล้างไพ่ใหม่ แล้วจ้างคนใหม่ๆ ที่ค่าจ้างต่ำๆ ไร้สหภาพเข้ามาต่อ บริษัทนี้จริงๆ แล้วรวย ไม่เคยมีคำว่าขาดทุน แม้แต่ที่ต่างประเทศ ถึงทำธุรกิจแบบครอบครัวแต่ธุรกิจเข้มแข็งมาก
นายจ้างต่างอย่างไรกับนายทาส ต
นายจ้างต่างอย่างไรกับนายทาส
ต่างที่อาจนายจ้างไม่อ้างสิทธิ์
เป็นเจ้านายอำนาจเหลือเหนือชีวิต
เคารพสิทธิ์ลูกจ้างอย่างสิทธิ์ตน