แถลงการณ์สหพันธ์นิสิตจนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้
แถลงการณ์ ฉบับที่ 1
สหพันธ์นิสิตจนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้(สนน.จชต)และสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนนท)
เรื่อง แสดงเจตนารมณ์ในการทำกิจกรรมของนักศึกษาตามโครงการส่งเสริมความรู้ด้านกฎหมายและสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
เนื่องจากในช่วงเดือนเมษายน พ.ศ. 2551 ที่ผ่านมานั้น ซึ่งตรงกับช่วงปิดภาคเรียนในภาคฤดูร้อนของนิสิตนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา ของหลายๆสถาบันในแต่ละมหาวิทยาลัยประกอบกับภาวะของสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นับวันยิ่งจะเพิ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น และไม่มีท่าทีว่าจะสิ้นสุดลงได้ในเร็ววัน ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความสูญเสียทั้งทรัพย์สินและชีวิต และส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนตามรัฐธรรมนูญการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัติรย์ทรงเป็นประมุขเพราะนโยบายของรัฐที่ใช้ในการแก้ปัญหามาจากอำนาจของกฎอัยการศึก และพ.ร.บ.ในสถานการณ์ฉุกเฉิน
ในการนี้ทางสหพันธ์นิสิตนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้และสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญของบทบาทนักศึกษา ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติในภายภาคหน้าจะต้องมีบทบาทต่อการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพราะในปัจจุบันนี้ได้เกิดบรรยากาศของภาวะความหวาดระแวงต่อซึ่งกันและกันระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่อย่างปฏิเสธไม่ได้ จำเป็นที่นักศึกษาจะต้องมีบทบาทลดภาวะความหวาดระแวงนั้น โดยการเป็นตัวเชื่อมประสานระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อปรับความเข้าใจให้ตรงกันโดยยึดหลักสิทธิมนุษยชนเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริสุทธิ์ตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์ความไม่สงบ ด้วยหลักการและเหตุผลดังกล่าวจึงได้มีการพูดคุยกันในหมู่คณะของนักศึกษาในพื้นที่ชายแดนภาคใต้และในส่วนกลาง ในนามสหพันธ์นิสิตนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้และสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยเพื่อให้สอดคล้องในเจตนารมณ์ และเพื่อสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้น ดังนั้นเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและขจัดซึ่งความหวาดระแวงต่อคณะนักศึกษาที่ลงพื้นที่ตามโครงการส่งเสริมความรู้ด้านกฎหมายและสิทธิมนุษยชน ทางสหพันธ์นิสิตนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้และสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ขอแสดงจุดยืนและเจตนารมณ์ในการทำจิกรรมนักศึกษาในพื้นจังหวัดชายแดนภาคใต้ดังนี้
1.เพื่อปรับทัศนคติทางลบของประชาชนที่มีต่อเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่ปฏิบัติงานเพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
2.เพื่อเปิดพื้นที่สาธารณะให้แก่ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นและป้องกันไม่ให้ผู้บริสุทธิ์ตกเป็นเหยื่อของภาวะความหวาดระแวงของสถานการณ์ความไม่สงบที่กำลังเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
3.เพื่อรณรงค์และสนับสนุนให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ใช้แนวทางสันติวิธีในการปกป้องซึ่งสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของตนเองในท่ามกลางที่ภาครัฐใช้กฎหมายพิเศษตามอำนาจของกฎอัยการศึก และพ.ร.บ.ในสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ทั้งนี้และทั้งนั้นทางสหพันธ์นิสิตนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้และสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยเล็งเห็นว่าปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นอย่างยืดเยื้อมาเป็นระยะเวลานานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะไม่สามารถคลี่คลายได้อย่างสันติวิธี ถ้าปราศจากความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคมให้ความตระหนักถึงความสำคัญของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนในการกำหนดชะตากรรมของตนเองตามหลักการของประชาธิปไตย จึงขอให้ทุกภาคส่วนในสังคมมองปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้านและครอบคลุมทุกมิติ ด้วยความจริงใจอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ความจริงของปัญหาที่เกิดขึ้นได้ปรากฏต่อสาธารณชนและนำไปสู่ความสงบสุข ความสมานฉันท์ อย่างแท้จริงต่อไปในอนาคต
ด้วยจิตสมานฉันท์
สหพันธ์นิสิตนักศึกษานิสิตนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้(สนน.จชต)
สหพันธืนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนนท)
หากพบเห็นข่าวหรือบทความ ภายในเว็บไซต์ประชาไท ที่มีเฉพาะหัวข้อ แต่ไม่แสดงเนื้อหา โปรดอีเมลแจ้งรายละเอียด URL ของข่าวหรือบทความ มาที่ webmaster@prachatai.com หรือโทร. 02 690 2711 ทีมงานจะเร่งดำเนินการแก้ไขให้แสดงผลได้ตามปกติภายใน 48 ชั่วโมง
ขออภัยในความไม่สะดวก: www.prachatai.com
คำชี้แจง
เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น
- ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
- ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
- อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง
ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค
จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ
* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน








