เรื่องของ Harry Potter ที่หลายคนยังไม่รู้

**บทความนี้ไม่มี spoil เนื้อหาในหนังสือแน่นอน**


 


บรรณารักษ์ปลายแถว


 


 


 


หน้าปกแฮรี่ พอตเตอร์ เล่ม 7 ที่พิมพ์ในอังกฤษ


(แบบปกแข็งสำหรับนักอ่านที่เป็นเด็กและปกแข็งสำหรับนักอ่านที่เป็นผู้ใหญ่)


 


สำหรับคนที่อ่าน Harry Potter and the Deathly Hallow จบแล้ว และอยากหามุมมองแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับเรื่องราวในหนังสือ หรือแม้แต่คนที่ยังไม่ได้อ่าน (หรือกำลังจะอ่าน) และคาดหวังว่าบทความนี้จะชำแหละ-วิพากษ์วิจารณ์-รวมถึงแสดงอารมณ์ความรู้สึกใดๆ ที่ได้จากการอ่านแฮรี่ พอตเตอร์ เล่มสุดท้าย


 


ขอแสดงความเสียใจที่จะบอกว่า ทุกสิ่งที่ว่ามา...ไม่ปรากฏอยู่ในบทความนี้เลย...


 


ส่วนเรื่องที่บอกว่าหนังสือแฮรี่ พอตเตอร์ เล่มสุดท้ายคือการ "แหกตา" นักอ่าน ก็ไม่ได้มีที่มาจากเนื้อหาซึ่งเขียนขึ้นจากปลายปากกา (หรือแป้นคอมพิวเตอร์) ของ เจ.เค.โรว์ลิ่ง แต่การแหกตาที่ว่า มาจากการ "พูดความจริงแค่ครึ่งเดียว" ของบริษัทที่จัดพิมพ์แฮรี่ พอตเตอร์ ฉบับอวสานนี้


 


ในฐานะที่ HP เป็นภาคต่อที่แฟนๆ ทั่วโลกตั้งหน้าตั้งตารออ่าน และเป็นหนังสือที่มียอดจำหน่ายในวันแรกที่ออกวางแผง-สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในหลายๆ ประเทศ แต่ตัวแทนจำหน่ายมากมายต้องแข่งขันกันโดยการลดราคาหนังสือเพื่อตัดหน้าคู่แข่ง รวมถึงการจัดโปรโมชั่นและของแถมต่างๆ ออกมาดึงดูดใจแฟนๆ แฮรี่ให้มาซื้อหนังสือของตัวเอง...


 


ทางด้านตลาดหนังสือในยุโรปและอเมริกา มีบริษัทผลิตหนังสือยักษ์ใหญ่เป็นผู้ผลิตรอท่าอยู่แล้ว ซึ่งทางฝั่งอังกฤษมี Bloombury ที่ขึ้นชื่อด้านการพิมพ์วรรณกรรมเยาวชนมานาน-เป็นผู้พิมพ์และจัดจำหน่าย ในขณะที่ฝั่งสหรัฐอเมริกา ลิขสิทธิ์ในการพิมพ์และจัดจำหน่ายแฮรี่ พอตเตอร์ อยู่ที่บริษัท Scholastic


 


ด้วยความที่กระแสโลกร้อนและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกำลังเป็นประเด็นใหญ่ทั่วทั้งโลก บริษัทที่พิมพ์แฮรี่ พอตเตอร์ ในประเทศต่างๆ จึงพยายามใช้เรื่องของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติมาเป็นจุดขายด้วย


 


นับตั้งแต่หนังสือแฮรี่ พอตเตอร์ ตอน 6 (Harry Potter and the Half Blood Prince) เป็นต้นมา การระบุว่าผู้พิมพ์ใช้กระดาษ "รีไซเคิล" ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่นำมาเป็นจุดขายได้


 


ที่เป็นอย่างนี้ ส่วนหนึ่งต้องยกความดีให้กับ เจ.เค.โรว์ลิง ด้วย เพราะเธอเป็นคนบอกให้สำนักพิมพ์ใช้แต่กระดาษรีไซเคิลในการพิมพ์แฮรี่ พอตเตอร์ เพื่อลดปริมาณการตัดต้นไม้มาทำกระดาษ


 


บรรดานักอ่านที่มีหัวใจสีเขียวอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจึงให้การสนับสนุนหนังสือแฮรี่ พอตเตอร์ ด้วยความเต็มอกเต็มใจมากกว่าเดิม



 



ภาพปก Harry Potter ฝั่งอเมริกา ที่ Scholastic รับผิดชอบ (ไม่ Green อย่างที่คิด)


 


 


 


ภาพแสดงการ "ประหยัดพลังงาน" ในการผลิตหนังสือแฮรี่ พอตเตอร์


 


เมื่อภาคสุดท้ายของพ่อมดน้อยได้ฤกษ์ออกวางแผง ตัวแทนจัดพิมพ์จัดจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา อย่าง Scholastic จึงโหมประโคมว่านี่คือ "หนังสือที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอันดับหนึ่งตลอดกาล" - The Greenest Book of All Time พร้อมกับมีการแทรกรูปภาพบอกปริมาณพลังงานที่ใช้ในการพิมพ์หนังสือแฮรี่ พอตเตอร์ ไว้ในหนังสือด้วย


 


ข้อความในภาพที่แทรกมาระบุว่า วิธีการผลิตแฮรี่ พอตเตอร์ โดยใช้กระดาษรีไซเคิล จะช่วยลดปริมาณพลังงานในการผลิต และช่วยปกป้องไม่ให้ต้นไม้ถูกตัดจนเสียสมดุลธรรมชาติ


 


ทันทีที่ประกาศเปรี้ยงออกมาอย่างนี้ นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมจึงออกมาโจมตี Scholastic อย่างทันควันเช่นกัน


 


แฮงค์ กรีน นักอนุรักษ์แวดล้อมของอเมริกา กล่าวถึงหนังสือแฮรี่ พอตเตอร์ เล่มนี้ว่าเป็น "หนังสือแหกตา (ว่าไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม) ที่สุดตลอดกาล" หรือ The Most Greenwashed Book of all Time


 


เพราะอันที่จริง Scholastic ใช้กระดาษรีไซเคิลเพียง 65% ของการจัดพิมพ์หนังสือแฮรี่ พอตเตอร์ และอีก 35% ที่เหลือก็ยังคงใช้กระดาษที่มาจากการตัดต้นไม้เช่นเคย


 


ที่สำคัญก็คือว่า จำนวนกระดาษที่มาจากต้นไม้ 35% ซึ่งนำมาพิมพ์เรื่องราวของแฮรี่ พอตเตอร์ อาจจะมีมากกว่ากระดาษที่ใช้ในหนังสือเรื่องไหนๆ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในปีนี้ด้วยซ้ำ


 


การตัดสินใจไม่ใช้กระดาษรีไซเคิล 100% กับหนังสือที่มียอดจำหน่ายสูงๆ จะช่วย Scholastic ประหยัดต้นทุนในการพิมพ์ไปได้มากโข เพราะกระดาษรีไซเคิลมีราคาแพงกว่ากระดาษธรรมดามาก หากจะพิมพ์หนังสือจำนวนมากโดยใช้กระดาษรีไซเคิล แทนที่จะทำให้ต้นทุนถูกลง ก็กลายเป็นว่าผู้จัดพิมพ์ต้องเสียเงินมากขึ้น...


 


ถึงแม้ว่านักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมจะออกมาเตือนนักอ่านด้วยความหวังดี เพราะเกรงจะตกเป็นเหยื่อโฆษณาแหกตาว่าซื้อหนังสือเล่มนี้แล้วจะช่วยประหยัดพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้ในการผลิตได้ แต่นักอ่านที่อยากมีเวลาดีๆ ในการอ่านแฮรี่ พอตเตอร์ ก็แสดงความคิดเห็นเอาไว้มากมายในเว็บไซต์นักอนุรักษ์อย่าง treehugger ว่า "เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ และไม่เห็นจำเป็นต้องทำให้มันใหญ่โตอะไร"


 


เมื่อเป็นอย่างนั้นก็คงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของใครของมัน แต่ถ้าใครคิดจะอุดหนุนคนทำหนังสือที่มีแนวคิดดีๆ จริงใจกับนักอ่าน การอุดหนุนแฮรี่ พอตเตอร์ เวอร์ชั่นที่ไม่มีการแหกตา คงจะเป็นเรื่องดีที่สุดแล้ว


 


Comments

อนิจจัง

ผมเข้าใจว่าภาคแรกเป็นเนื้อหาของผู้เขียนที่ตั้งใจเขียนด้วยจิตวิญญาณของผู้เขียนเอง เมื่อได้รับความนิยมมากทำให้ไม่อยากให้จบลงจึงขยายออกมาเป็นภาคอื่นๆจนมันมาหลอกเอาตัวผู้เขียนเอง ถ้าไม่จบมันก็จะยิ่งเลอะเทอะขึ้น

ผ่านมา

ผู้เขียนได้ระบุไว้ตั้งแต่เล่มแรกแล้ว ว่าหนังสือจะมีทั้งหมด 7 เล่ม
และถ้าย้อนอ่านเล่มแรก
ได้บอกเป็นนัยไว้แล้ว ว่า HP จะตายหรือไม่ในตอนจบ

tongtata

อ้อ????!!!! . . . .

tim

♣ การเมืองไม่มั่นคง ทำให้เงินเลี้ยงครอบครัวไม่พอใช้ โชคดีพบทางออกสร้างเงิน 2-3 ชม.จากเวลาว่างนอกเวลาทำงานที่ jjjobs.net.tf