ดู เหมือนว่าในบรรยากาศที่สื่อทั่วไปถูกตั้งคำถามถึงการทำงาน แล้วเสรีภาพของประชาชนก็มีได้ไม่เต็มที่นัก อีกด้านหนึ่ง กระแสเล็กๆ ที่ซุ่มอยู่ก็กำลังจะถูกปลุกขึ้นมา หรือว่านี่คือเวลาที่ข้อมูลข่าวสารต้องหลากหลายมากกว่าที่เป็นอยู่ และบทบาทของ "ผู้สื่อข่าวพลเมือง" ต้องเด่นชัดและได้รับการยอมรับมากขึ้นเสียที ประชาไทขอเสนอบทความจาก "นักข่าวพเนจร" ว่าด้วยสื่อยุคใหม่ และบทบาทที่ "เรา" ทำได้
000
"We Media" สื่อเรา เราสื่อเองได้
"If You Don't Like the News ... Go Out and Make Some of Your Own"
"ถ้าคุณไม่ชอบข่าวพวกนั้น ... ออกไปข้างนอกและเขียนมันขึ้นเองสิ"
เราได้ยินคำว่า "ผู้สื่อข่าวพลเมือง" มากขึ้นทุกวัน (ตัวอย่างในเมืองไทย ก็เห็นจะเป็น "นักข่าวพเนจร" ในนสพ.ออนไลน์ ประชาไท) ปรากฎการณ์นี้สำคัญอย่างไร มีพลังจะทำให้เกิดอะไรขึ้นได้บ้าง?
ทิศทาง แนวโน้ม กระแสของ "we media" ("สื่อเรา")
วันที่ 28 ก.ย. 2547 Doc Searls (บ.ก.อาวุโสของ Linux Journal) โพสต์เว็บล็อกหัวข้อ "DIY radio with PODcasting" บอกเล่าความคิดเกี่ยวกับสื่อใหม่ที่ "เราเลือกได้ว่าเราจะฟังอะไร เราจะฟังเมื่อไหร่ และเราจะทำอย่างไรให้คนอื่นฟังมันได้เช่นกัน"
ในวันเดียวกันนั้น Google ค้นเจอคำว่า "podcasts" จำนวน 24 หน้าเว็บ
ต.ค. 2548 หรือ 1 ปีผ่านไป Google ค้นเจอคำว่า "podcasts" จำนวนมากกว่า 100 ล้านหน้าเว็บ!!
ทุกวันนี้ พอดแคสติ้ง กลายเป็นรายการสามัญที่เว็บไซต์ใหญ่ๆ ทั่วไปจะต้องมี
ปรากฎการณ์ของ "we media"
ต้นเดือน ก.ย. 2547 ช่องข่าวซีบีเอสนิวส์ของสหรัฐ ออกอากาศรายงานที่ผิดพลาดเกี่ยวกับประวัติ ร.ด. (National Guard) จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช จากนั้น บล็อกเกอร์จำนวนมากก็ท้าทายความน่าเชื่อถือของบันทึกช่วยจำที่รายการนั้นใช้ อ้างอิง จนในที่สุดซีบีเอสต้องยอมจำนน เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงการร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยบล็อกเกอร์ทั่ว โลก (และกรณีนี้อาจจะมีส่วนช่วยให้บุชชนะการเลือกตั้งสมัยที่สอง)
ปลายปี 2547 เกิด เหตุการณ์สึนามิในมหาสมุทรอินเดีย ข้อมูลและภาพข่าวจำนวนมากที่ออกอากาศตามสื่อทั่วโลก มาจากเว็บล็อกและกล้องวิดีิโอพกพาของนักท่องเที่ยวที่อยู่ในเหตุการณ์จริง
ก.ค. 2548 เหตุการณ์ วางระเบิดรถไฟใต้ดินในลอนดอน ภาพข่าวประจำวัน เป็นภาพถ่ายมัว ๆ ที่ถูกถ่ายโดยชายคนหนึ่งขณะหนีออกมาจากขบวนรถไฟที่เต็มไปด้วยควัน ด้านหน้าของภาพ เป็นชายอีกคนหนึ่งใช้เสื้อคลุมจมูกและปากเพื่อช่วยหายใจ ภาพนี้ถูกถ่ายด้วยกล้องโทรศัพท์มือถือ และถูกเผยแพร่ผ่านทางโทรทัศน์และตีพิมพ์บนหนังสือพิมพ์ทั่วโลก
ระหว่างเกิดพายุเฮอริเคนแคทรีินา และหลังจากนั้นทันที ทีมผู้สื่อข่าวของนสพ. New Orleans Times-Picayune ได้ตั้งเว็บล็อกขึ้นมาเพื่อรายงานสถานการณ์เฮอริเคนโดยเฉพาะ (และ ใช้หน้าเว็บบล็อกนี้ เป็นหน้าแรกของหน้าข่าวของนสพ. ในขณะนั้น) เว็บล็อกนี้ช่วยให้ผู้อ่านได้รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และกระตุ้นให้สมาชิกในชุมชนชักชวนกันมาบอกเล่าว่า พวกเขาประสบกับอะไรกันบ้าง
ในขณะเดียวกัน บล็อกเกอร์รายหนึ่งที่เว็บชื่อว่า Interdictor ก็เขียนบล็อกและถ่ายทอดวิีดีิโอจากตึกสูง ทำให้คนอื่น ๆ ได้เห็นภาพกว้างว่า ขณะนี้กำลังเกิดอะไรขึ้น
คืนวันที่ 19 ก.ค. 2549 บล็อกเกอร์จำนวนมากรายการเหตุการณ์รัฐประหารในประเทศไทย ผ่านทางบล็อกของตน รูปถ่ายเป็นจำนวนมากถูกถ่ายโดยประชาชนที่อยู่ใกล้พื้นที่เกิดเหตุ และถูกโพสต์ขึ้นบล็อกและเว็บบอร์ด รวมถึงเว็บบล็อกเฉพาะกิจที่เปิดขึ้นในขึ้นนั้นเช่น 19sep.blogspot.com
จากเหตุการณ์เหล่านี้ เราพบว่า:
- "ผู้ สื่อข่าวรากหญ้า" นอกจากจะรวดเร็วฉับไว (เพราะอยู่ในเหตุการณ์เอง) แล้ว ยังได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ จากสื่อ "กระแสหลัก" และสาธารณะ
- พลเมืองไม่ได้เป็นเพียงผู้รับข่าวอยู่ทางเดียวอีกต่อไป แต่ยังสามารถร่วมตรวจสอบได้ และยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถเสนอข่าวได้เอง
- อย่างไร ก็ตาม ทั้ง "ผู้สื่อข่าวอาชีพ" และ "ผู้สื่อข่าวพลเมือง" ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่อยู่แยกออกจากกัน แต่สามารถเข้าไปอยู่ในกระบวนการเดียวกัน หรือเสริมกันได้
การเสริมกันของ "ผู้สื่อข่าวอาชีพ" และ "ผู้สื่อข่าวพลเมือง"
มีตัวอย่างที่ "แดน" ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ได้เข้าร่วมประชุมผู้บริหารบริษัทด้านเทคโนโลยี "PC Forum" และ้รายงานการประชุมทางเว็บล็อกของตนเป็นระยะๆ ระหว่างนั้น ผู้บริหารของบริษัท Qwest (บ.โทรคมนาคม รายใหญ่ของสหรัฐ) บ่นถึงความยากลำบากในการเพิ่มทุน แดนรายงานเรื่องนี้ในบล็อกของตน พร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่า ในขณะที่มูลค่าตลาดของ Qwest ถดถอย แต่ผู้บริหารคนนั้นกลับรวยขึ้น
ในชั่วเวลา ไม่กี่อึดใจ ก็มีผู้อ่านรายหนึ่งอีเมลส่งลิงก์ของ Yahoo! Finance มาให้แดน ในลิงก์นั้นรายงานว่า ผู้บริหารรายนั้น เพิ่งจะขายหุ้นของตนได้เงินไป 200 ล้านเหรียญ ในขณะที่ราคาหุ้นของบริษัทของตนปักหัวดิ่งลง แดนจึงโพสต์ลิงก์นั้นลงไปในเว็บบล็อกของตน
...ทั้งหมดนี้ที่เกิดขึ้นขณะที่ผู้บริหารรายนั้นยังคงพูดอยู่บนเวที
ใน เวลาไม่นาน เรื่องนี้ก็แพร่ไปทั่วทั้งการประชุม และบรรยากาศในช่วงที่เหลือของช่วงของผู้บริหารรายนั้น ก็เปลี่ยนไป ผู้ฟังมีท่าทีเย็นชากับผู้บริหารบนเวทีอย่างรู้สึกได้ (ในเวลาต่อมา ผู้บริหารรายนั้นถูกให้ออกจากงาน)
นี่ คือตัวอย่างของวงจรทำข่าวที่มีทั้งผู้สื่อข่าวอาชีพและผู้สื่อข่าวพลเมือง ร่วมกัน รวมทั้งแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่สื่อยุคเก่าไม่มีทางทำได้เลย เพราะในวงจรแบบเก่านั้น กว่าผู้อ่านจะได้มีส่วนร่วม ก็ต้องรอให้นสพ.ตีพิมพ์แล้ว (และนั่นคือการประชุมก็ได้จบลงไปแล้ว) ซึ่งจะทำให้ไม่มีทางเกิดเหตุการณ์แบบในตัวอย่างนั้นได้เลย
ได้เวลาผู้สื่อข่าวพลเมืองแล้ว
หากเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เป็นพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย - ระบอบที่เน้นการมีส่วนร่วมของพลเมือง
ในช่วงเวลาแบบนี้ น่าจะเป็นโอกาสที่ดี ที่พวกเราควรจะส่งเสริมและลองเป็น "ผู้สื่อข่าวพลเมือง" เพื่อสื่อสารสิ่งที่ "เรา" เห็น คิด หรือได้รับผลกระทบ โดยไม่ต้องผ่านสื่อกระแสหลัก-พ่อค้าคนกลางแต่เพียงอย่างเดียวโดยไม่มีทางเลือกอื่นอีกต่อไป
"เรา" ไม่ได้เรียกร้องให้พลเมืองทั้งหมดลุกขึ้นมาทำข่าวทุกวันเหมือนผู้สื่อข่าว อาชีพ หากเราอยากเห็นวงจรการทำข่าวที่พลเมืองมีส่วนร่วมมากขึ้น ตั้งแต่การรับข่าวสารอย่างรู้เท่าทัน ร่วมตรวจสอบ ร่วมทำข่าวกับผู้สื่อข่าวอาชีพ ไปจนถึงทำข่าวทั้งหมดด้วยตัวเอง
จะมีใครพูดแทน พลเมือง ได้ดีกว่า พลเมืองด้วยกัน ?
ขอพลังจงอยู่กับคุณ!" ;)
สำหรับผู้สนใจค้นคว้าต่อ:
คำสำคัญบางส่วน:
grassroots journalism, grassroots media, citizen journalist, citizen reporter, citizen media, podcasting, vblog, webcasting, videoblogging, RSS, syndication, peer-to-peer, p2p, cyber journalist, participatory journalism, สื่อพลเมือง, ผู้สื่อข่าวพลเมือง, สื่อรากหญ้า, indymedia
เว็บบางส่วน:
ลุยเลย
สนับสนุน 10 ปากว่าไม่เท่าตาเห็น
คนไทยไม่ใช่ทาส
เห็นด้วย..กับสื่อที่เป็นกลาง..
สื่อต่างๆ ของไทยตวรเอาเป็นตัวอย่าง เพราะที่นี้หลากหลาย..มีทั้งคนเห็นด้วย..กับไม่เห้นด้วย..
ส่วนใครจะรักจะเกลียดใคร..ที่นี้ เชิญนะจ่ะ... [emo27.gif][emo25.gif][emo10.gif]
คนเข้าใจ...กลิ่นอายความแตกแยกเกิดขึ้นแล้ว...นะจะบอกหั้ย
โง่ยังขยัน
"เราต้องรู้ทันสื่อ"....ก็คงมีเท่านี้ อ่านสื่อต้องอ่านสันดานของสื่อไปด้วย...
ยุคเน็ต เราส่งข่าวถึงกันได้ แต่ชาวบ้านไม่มีแบบคนเมือง ต้องรับลูกเดียวจากสื่่ื่อที่ยัดเยียดเข้าไปให้...
ผมนึกถึงชาวบ้าน..และขอให้ใช้คาถา กาลามสูตร ที่พระพุทธเจ้าสอนไว้..จงอย่าเชื่อสิบอย่าง ก่อนเชื่อต้องพิจารณาเสียก่อน...
คาถานี้เองที่สามารถปราบสื่อชั่วได้..."อย่าเชื่อสื่อชั่ว" ไม่ต้องรู้ข่าวมันบ้าง..จะฉลาดขึ้น มัวหาความฉลาดจากอ่านสื่อ มันไม่ทำให้ฉลาดขึ้นมาได้หรอก
bact^*
We Media (1) : "We Media" สื่อเรา เราสื่อเองได้
http://prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ContentID=8973&SystemModuleKey=HilightNews&System_Session_Language=Thai
We Media (2) : "Media 1.5" ความหวังรำไรของสื่อไทย
http://prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ContentID=8987&SystemModuleKey=HilightNews&System_Session_Language=Thai
We Media (3) : ....
tim
♣ การเมืองไม่มั่นคง ทำให้เงินเลี้ยงครอบครัวไม่พอใช้ โชคดีพบทางออกสร้างเงิน 2-3 ชม.จากเวลาว่างนอกเวลาทำงานที่ jjjobs.net.tf
bact^*
ลิงก์เพิ่มเติม สำหรับบทความนี้
ที่ พลวัต:
http://palawat.com/article/20070725/111
bact^*
ชวนคนแถวนี้ไปคุยเรื่อง จรรยาบรรณบล็อกเกอร์/จรรยาบรรณสื่อพลเมือง
http://bact.blogspot.com/2007/08/bloggers-code-of-conduct.html
http://bact.blogspot.com/2007/08/bloggers-code-of-conduct-2.html
http://bact.blogspot.com/2007/08/bloggers-code-of-conduct-3.html