ชำแหละร่าง พ.ร.บ. ความมั่นคงภายใน "อำนาจ ผบ.ทบ. เหนืออธิปไตยไทยทั่วประเทศชั่วชีวิต"

ประชาไท - 26 มิ.ย. 50 เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. คณะอนุกรรมการด้านกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและการสูญหายของบุคคล โดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จัดสัมมนาเรื่อง "ชำแหละร่าง พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ...." ณ ห้องประชุม 101 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

นายไพโรจน์ พลเพชร เลขาธิการสมาคมสิทธิและเสรีภาพเพื่อประชาชน กล่าวว่า รัฐบาลก่อนเคยออกกฎหมาย 2 ฉบับที่เกี่ยวกับความมั่นคง กฎหมายแรกเป็นกฎหมายอาญาว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย มีที่มาจากการอ้างภัยสมัยใหม่ที่รัฐต้องเผชิญ ต่อมาก็ได้ออกกฎหมายอีกฉบับ คือ พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) โดยเป็นสถานการณ์ที่ประเมินว่าสังคมไทยกำลังเผชิญสถานการณ์ฉุกเฉินบางอย่าง ซึ่งทั้ง 2 กฎหมายเร่งออกโดยฝ่ายบริหารเป็น พ.ร.ก. ทั้ง 2 ฉบับ

ส่วนร่างพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.... (พ.ร.บ.ความมั่นคงภายใน) นี้หากมองอย่างตรงไปตรงมาที่สุดคือ การขยายบทบาทให้กองทัพมีบทบาททางการเมืองในบ้านเมืองในหลายๆ เรื่อง เหตุผลพูดไว้ชัด อย่างใน มาตรา 9 ให้ตั้งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) และ มาตรา 10 ที่ให้มีหน้าที่ทั้งในภาวะบ้านเมืองปกติและไม่ปกติ ซึ่งต่างจากในอดีตที่จะต้องมาในรูปของกฎอัยการศึก หรือต้องประกาศพื้นที่ชัดเจนในภาวะไม่ปกติก่อน เจตนาของกฎหมายจึงชัดเจนเหมือนกับในอดีตที่เคยให้ กอ.รมน. มีบทบาทสูงในการสู้ภัยคอมมิวนิสต์

ประการต่อมา ขอบเขตคำว่า ภัยความมั่นคง และนิยามของคำว่า ภัยคุกคาม ตาม พ.ร.บ. ความมั่นคงภายในกว้างขวางมาก และเดิมทีก็มีกฎหมายรับรองในเรื่องความมั่นคงหมดแล้ว ซึ่งรวมไปถึงการก่อการร้ายด้วย เพียงแต่ใช้ตามปกติไม่ได้ พ.ร.บ. ฉบับนี้จึงเหมือนการเปิดโอกาสให้ทหารเข้ามาจัดการและเข้าไปอยู่ในทุกพื้นที่ของประเทศ ผ่านการตั้ง กอ.รมน. ทั้งระดับภูมิภาคและระดับจังหวัด การที่ระบุลงไปว่าความมั่นคงทั้งในระดับปกติและไม่ปกติเดิมจะให้อำนาจนายกรัฐมนตรี แต่กฏหมายฉบับนี้ให้อำนาจ ผอ.รมน. สามารถสั่งการได้ มีอำนาจแต่งตั้งบุคคลได้ทันทีเทียบเท่ากับนายกรัฐมนตรี ทำให้เกิดเป็นอำนาจรัฐซ้อนรัฐ จนดูเหมือนจะมี 2 รัฐบาลในเวลาเดียวกัน

ประเด็นถัดมาคือ เรื่องอำนาจ ในมาตรา 24 ตาม ร่าง พ.ร.บ. นี้ได้ให้อำนาจผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (ผอ.รมน.) ซึ่งก็คือผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) โดยตำแหน่ง แบบสุดๆ เช่น หากเห็นว่ามีความไม่ปลอดภัยต่อความมั่นคงให้ทำหน้าที่ได้ทันที สามารถบังคับบัญชาหน่วยงานรัฐทุกหน่วยได้ แต่งตั้งบุคคลได้

นอกจากนี้ พ.ร.บ. ความมั่นคงภายในยังให้อำนาจ ผบ.ทบ. ลิดรอนสิทธิประชาชนได้หลายเรื่อง เช่น ห้ามเดินทาง ห้ามใช้เส้นทางคมนาคม ห้ามชุมนุมการเมือง ห้ามแสดงมหรสพ ห้ามโฆษณา ห้ามออกจากเคหะสถาน ให้เจ้าของกิจการรายงานประวัติลูกจ้างทั้งหมด หรือครอบครองสินค้าได้ กฎเหล่านี้สามารถออกได้ทันทีโดยคำวินิจฉัย ผบ.ทบ. ในส่วนของการใช้อำนาจเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมหรือเรียกมาควบคุมตัวได้ทันที การให้ค้นได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น ยกเว้นการเข้าไปในเคหะสถาน

ในส่วนของอำนาจควบคุมตัวนั้น ถ้าสงสัยสามารถเรียกมาคุมตัวก่อนได้ภายใน 30 วัน โดยเรียกว่า ผู้ต้องสงสัย ซึ่งยังไม่ใช่ผู้ต้องหา โดยที่การเป็นผู้ต้องสงสัยไม่สามารถมีสิทธิอะไร ทั้งห้ามเยี่ยม ห้ามมีทนาย สรุปแล้วผู้ต้องสงสัยกลับมีสิทธิน้อยกว่าผู้ต้องหาเสียอีก

นายไพโรจน์ ยังได้ยกตัวอย่างมาตราอื่นๆ ตาม พ.ร.บ. ความมั่นคงภายใน ที่น่าเป็นห่วงอีก เช่น มาตรา 30 ผอ.รมน. สามารถเข้าแทรกแซงการสอบสวนได้ โดยสามารถเรียกข้อมูลการสอบสวนทางอาญาหรือเข้าฟังการสอบสวนก็ได้ หรือในมาตรา 31 ผอ.รมน. สามารถสั่งปล่อยได้ ซึ่งทำหน้าที่คล้ายวินิจฉัยแทนศาลอันเป็นอำนาจตุลาการ นอกจากนี้ มาตรา 34 สามารถสั่งย้ายราชการโดยอ้างความมั่นคงได้

ประเด็นสำคัญอีกประการที่นายไพโรจน์เป็นห่วงมาก คือ การที่ร่าง พ.ร.บ. นี้ เขียนไว้ว่าห้ามตรวจสอบโดยศาลปกครอง จึงไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าคำสั่งที่ออกมานั้นชอบหรือไม่ ขัดแย้งกับสิทธิเสรีภาพหรือไม่ นอกจากนี้การเขียนไว้ว่าห้ามตรวจสอบโดยศาลปกคองแล้ว ที่สำคัญกว่าคือเจ้าหน้าที่ที่ใช้อำนาจตาม ร่าง พ.ร.บ. นี้ ไม่ต้องรับความผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางวินัย จึงเท่ากับให้อำนาจเจ้าหน้าที่สูงล้น และใช้คนเดียว แต่ไม่มีใครตรวจสอบได้ และสามารถมาแทนกลไกปกติได้ทั้งหมด จึงเป็นการท้าทายต่อหลักนิติธรรมในประเทศค่อนข้างสูง

นายไพโรจน์ ยังกล่าวอีกว่า ร่าง พ.ร.บ. ความมั่นคงภายใน ขัดต่อหลักการ 3 เรื่อง เรื่องแรกคือการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารบ้านเมือง ถ้าถูกควบคุมเหมือนทุกวันนี้จะยิ่งลำบาก ต่อมาคือขัดต่อหลักการกระจายอำนาจ แม้จะบอกว่ารวบอำนาจจำกัดเฉพาะเรื่องความมั่นคงแต่ขยายความค่อนข้างสูง เป็นการย้อนยุคให้อำนาจ ผบ.ทบ. สูงมากและตรวจสอบไม่ได้ ดังนั้นรัฐสภาจึงไม่ควรออกกฎหมายในยุคนี้เพราะผ่านการตรวจสอบได้ยาก ถ้าจะออกควรไปออกในสมัยหน้าที่เปิดให้มีการถกเถียงมากกว่านี้

อีกเรื่องหนึ่งคือต้องประเมินด้วยว่าเราใช้กฏหมายเดิมที่มีอยู่ไม่ได้ผลหรือ ทำไมต้องรวบอำนาจให้กองทัพบกและ กอ.รมน. ทั้งที่ กอ.รมน. น่าจะหมดไปตั้งแต่สมัยคอมมิวนิสต์แล้ว การทำเช่นนี้เหมือนกับการให้ที่ยืนกับคนกลุ่มหนึ่ง กำลังจะสร้างอำนาจซ้อนรัฐ ถ้ารัฐบาลสมัยหน้าอ่อนแอ ส่วนนี้จะมีอำนาจเหนือรัฐ

ดร.นฤมล ทับจุมพล คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ได้อ่าน พ.ร.บ. ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงภายในเปรียบเทียบกับประเทศ 4 ประเทศ คือ อเมริกา มาเลเซีย สิงคโปร์ และอิสราเอล

พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงภายในเกิดมาจากทัศนคติของการกลัวภัยคุกคามคอมมิวนิสต์ ซึ่งผ่านมา 4 ทศวรรษแล้ว คือเมื่อปี 1950 ในอเมริกา ปี 1960 ในมาเลเซีย ปี 1963 ในสิงคโปร์ และปี 1979 ในอิสราเอล ส่วนในปัจจุบันคือเรื่องของการต้านการก่อการร้าย และหากดูในเนื้อหาแล้ว พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในของไทยเหมือนจะนำรูปแบบเดียวกับอิสราเอลมาใช้ แต่อิสราเอลมีกรณีฉนวนกาซ่าและเขตเวสแบงค์ แล้วไทยเรามีสถานการณ์เหมือนอิสราเอลหรือไม่

ส่วน พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงภายในของมาเลเซีย สามารถให้ควบคุมตัวได้ 60 วัน แต่ผู้ใช้อำนาจคือมหาดไทย อย่างไรก็ตาม มีคนกว่า 1,000 คน ถูกจับด้วยอำนาจตาม พ.ร.บ. นี้ แต่สำหรับไทยเหมือนจะยกอำนาจให้กองทัพบกไปเลย

ส่วนสิงคโปร์ มี พ.ร.บ.ว่าด้วยความมั่นคงภายใน เนื่องจากการจับกุมคอมมิวนิสต์และล่าสุดคือความกลัวภัยการก่อการร้าย โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับอาเจะห์และเจไอ

อย่างไรก็ตาม ในกรณีของไทยกลับไม่ได้มาจากความกลัวภัยก่อการร้าย แต่น่าจะมาจากความพยายามในทางการเมืองไทยเอง ซึ่งมีความพยายามจะออกกฎหมายแบบนี้มาหลายครั้งหลังยกเลิก พ.ร.บ.คอมมิวนิสต์ แล้วต้องการให้มีกฎหมายอื่นมาแทน โดยก่อนหน้านี้ผ่านการถกมาแล้วว่าไม่สามารถออกกฎหมายแบบนี้ได้เพราะขัดต่อสิทธิเสรีภาพ แต่สุดท้ายก็มาพยายามผลักดันกันในรัฐบาลชุดนี้ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง และไม่ใช่ พ.ร.บ. มาทำหน้าที่ดูแลประเทศ แต่เป็นความพยายามที่จะรักษาโครงสร้างกอ.รมน. ที่เคยใช้ปราบปรามคอมมิวนิสต์ และหาพื้นที่ให้ หลายคนจึงพูดว่าเป็นการฟื้นแนวคิดอมาตยาธิปไตย

ดร.นฤมล ยังกล่าวอีกว่า ร่าง พ.ร.บ. นี้มีหลายเรื่องกินเนื้อที่มากมาย การห้ามออกจากเคหะสถาน การห้ามมีมหรสพ ดูแล้วจะทำให้หลักการเรื่องเสรีภาพในการพูด การแสดงความคิดเห็น การเดินทางถูกจำกัดไปโดยปริยาย นอกจากนี้ การนิยามเรื่องความมั่นคงของไทยนั้น ถ้าไม่เห็นด้วยกับรัฐก็ถือเป็นภัยความมั่นคงแล้ว ร่างพ.ร.บ.นี้จึงไม่ถูกทั้งในแง่สิทธิเสรีภาพ ทั้งไม่มีความชอบธรรมในเรื่องที่มาของรัฐบาล

ด้าน ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงความเห็นว่า ร่าง พ.ร.บ.ความมั่นคง คงก็อปปี้มาจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หลายอย่าง แต่จุดที่ไม่เหมือนคือการใช้ต้องประกาศสถานการณ์ก่อน ซึ่งเป็นหลักการเช่นเดียวกับการใช้กฎอัยการศึก แต่สำหรับ พ.ร.บ. นี้ใช้อำนาจได้โดยไม่ต้องประกาศอะไรทั้งสิ้น ผอ.รมน. จะมีอำนาจทั่วทั้งประเทศ

สำหรับประเด็นที่ ดร.ปริญญา แสดงความเป็นห่วงค่อนข้างมากได้แก่ มาตราที่ 36 ที่ระบุว่า ฟ้องศาลปกครองไม่ได้ และมาตรา 37 คือไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญา

"นี่คือการเอาฝ่ายตุลาการออกไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งหาก พ.ร.บ. ฉบับนี้สามารถประกาศใช้ได้จริง จะทำให้รัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ไม่มีความหมายอะไรเลย เพราะร่าง พ.ร.บ. นี้ขัดกับมาตรา 3 เรื่องของหลักประกันสิทธิและเสรีภาพ ในรัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังจะออกมาให้ประชาชนทำประชาพิจารณ์ในเรื่องของหลักประกันสิทธิและเสรีภาพ สมัย รสช. ยังไม่กระทำกันขนาดนี้ มันไม่สมควรที่รัฐจะออกกฏหมายเช่นนี้ เพราะมันไม่สอดคล้องกับวิถีทางประชาธิปไตย ตอนยึดอำนาจก็บอกว่าเป้าหมายคือการปฏิรูปการเมืองไทย แต่นี่ไม่ใช่หลักการของประชาธิปไตยในหลักการของการปฏิรูป เพราะฉะนั้น สนช.ต้องไม่รับร่างฉบับนี้ไปพิจารณา เพราะถ้าพูดแรงๆ นี่คือการสืบทอดอำนาจ เพราะกำลังจะมีการเลือกตั้ง แต่ฝ่าย คมช.ยังต้องการสืบทอดอำนาจต่อไป" ดร.ปริญญา ระบุ

นอกจากนี้ ยังกล่าวด้วยว่า ตามหลักการปกครองต้องแบ่งแยกอำนาจออกเป็นนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ เพื่อคุ้มครองสิทธิ แต่นี่เป็นการเอาฝ่ายตุลาการออกไปโดยสิ้นเชิง และเป็นอำนาจที่เกิดทันทีที่ พ.ร.บ. นี้มีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ การห้ามได้ก็คือการที่ประชาชนไม่มีสิทธิเสรีภาพ และหากการห้ามได้นั้นขึ้นกับ ผบ.ทบ. การต้องขอ ผบ.ทบ. มันก็คือเผด็จการแล้ว เนื่องจากการใช้สิทธิประชาธิไตย ประชาชนไม่ต้องขอใคร

ดร.ปริญญา กล่าวต่อว่า "เมื่อมีอำนาจตรงไหน สิทธิเสรีภาพของประชาชนก็จะหายไปตรงนั้น อำนาจกับสิทธิเสรีภาพของประชาชนสวนทางเสมอ จริงอยู่ว่าการอยู่ร่วมกันในสังคมมันจำเป็นต้องจำกัดสิทธิเสรีภาพบ้าง เช่น เจอไฟแดงก็ต้องหยุด แต่การจำกัดสิทธิเสรีภาพก็ต้องเป็นไปเพียงเท่าที่จำเป็นและประชาชนยินยอมโดยผ่านกระบวนการตรากฎหมาย หรือผ่านผู้แทนที่ปะชาชนเลือกเข้าไป แต่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ไม่ได้มาจากประชาชนเลย ดังนั้น สนช. จะไม่มีความชอบธรรมในการรับร่างฉบับนี้ไว้พิจารณา ถ้าจะจำกัดสิทธิเสรีภาพประชาชนต้องยินยอม อำนาจทำให้เสื่อม ไม่อยากให้กองทัพเสื่อม"

ด้านนายสมชาย หอมลออ อดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชน สภาทนายความ ตั้งข้อสังเกตว่า สาเหตุที่ร่าง พ.ร.บ. ความมั่นคงภายใน ผ่านมติคณะรัฐมนตรี คงเป็นการกดดันเต็มที่จากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ต้องจับตาต่อไปว่า สนช. จะเป็นจำเลยด้วยหรือไม่ ทั้งนี้ คนที่ดำรงตำแหน่งประธานคมช. อาจจะยังไม่มีอำนาจเท่า ผบ.ทบ. ซึ่งคือผู้ที่จะเป็น ผอ.รมน. ในอนาคตเสียอีก

นายสมชาย กล่าวต่อว่า กฎหมายให้อำนาจ ผบ.ทบ. มาก แต่มีเสียงโต้จากฝ่ายมั่นคงว่า อำนาจ ผอ.รมน. ไม่มากหรอก นายกรัฐมนตรีจะปลดเมื่อไหร่ก็ได้ แต่มันหมายถึงว่าต้องเท่ากับปลด ผบ.ทบ. ด้วย ในขณะที่คณะกรรมการ กอ.รมน. ถึง 2 ใน 3 เป็นข้าราชการประจำ เช่น ปลัดกระทรวงต่างๆ หรือเสนาธิการก็อยู่ในส่วนเลขาธิการ จึงเห็นชัดว่าเป็นการเสริมอำนาจอย่างเข้มแข็งให้ข้าราชการทหาร รวมทั้งให้สามารถสั่งการข้าราชการพลเรือนได้ จนเหมือนกับให้กองทัพเป็นพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง แต่เป็นพรรคนอกระบบเป็นรัฐซ้อนรัฐ เป็นอำนาจซ้อนอำนาจ และจะสร้างอาณาจักรแห่งความกลัวเป็นอันมากในภายหลัง

ทั้งนี้ คมช. พยายามจะใช้ผีระบอบทักษิณเพื่อให้ประชาชนวางเฉยต่อการสืบทอดอำนาจเผด็จการ คมช. อยากเรียกร้องให้ประชาชนจับตาเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เรากำลังกำลังเจอเผด็จการตัวใหม่ เหมือนหนีเสือปะจระเข้โดยอ้างว่าเพื่อไม่ให้ฟื้นฟูระบอบทักษิณมาอีก

อีกหลักการคือ การที่ศาลที่ถูกตัดอำนาจไป ในขณะที่ปกติข้าราชการก็ใช้อำนาจบาตรใหญ่กว้างขวางอยู่แล้ว และแทบไม่มีสักรายที่ถูกดำเนินคดีทั้งทางอาญาและวินัย จนเกิดวัฒนธรรมที่ข้าราชการชั่วๆ มากมายลอยนวลเหนือประชาชน อย่างกรณีนายสมชาย นีละไพจิตร ทนายความที่หายตัวไป กรณีในภาคใต้ หรือการที่นักสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน 30 กว่าคนเสียชีวิตไปในรัฐบาลทักษิณก็ไม่ดำเนินคดีเอาผิดได้ ร่าง พ.ร.บ. นี้จะไปเสริมวัฒนธรมข้าราชการที่ทำผิดได้โดยไม่ต้องรับโทษ ทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางวินัย ซึ่งจะซ้ำเติมสถานการณ์สิทธิมนุษยชน

นอกจากนี้ นายสมชาย ยังขอให้ สนช. ระงับขั้นตอนการดำเนินการและให้ถอนเรื่องออกจากคณะกรรมการกฤษฎีกา หากไม่ทำตาม ขอเรียกร้องประชาชนให้ร่วมกันคัดค้านกฎหมายฉบับนี้ และถ้าไม่ได้รับการดำเนินถอนเรื่องออกมาคงต้องคัดค้านรัฐบาลและ คมช. ด้วย

นายพิภพ ธงไชย คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวว่า ถ้ากฎหมายนี้ผ่านจะมีรัฐซ้อนรัฐในประเทศ รัฐธรรมนูญก็หมดความหมาย ดังนั้น ถ้ากฎหมายนี้ผ่านก็ควรร่วมกับกลุ่มอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ (มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน) ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ส่วนทาง คมช. ก็ขอให้ออกรัฐธรรมนูญของตัวเองออกมา ขอให้พล.อ.สนธิ บุณยรัตกลิน ประธาน คมช. ทำให้สุดๆ ไปเลย อย่าออมชอม เพราะจะได้สู้กันสุดๆ เพราะในขณะที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกำลังใช้ธงในการสู้ตามรัฐธรรมนูญ 2540 อยู่ก็เข้ามาแย่งธงของพันธมิตรฯ ไป

นายพิภพ ระบุว่า การออกกฎหมายความมั่นคงภายในเป็นการสืบทอดอำนาจที่เนียนกว่าการกระทำของ พล.อ.สุจินดา คราประยูร และเลวร้ายยิ่งกว่า มาตรา 17 ของ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัตต์ ทหารมีคนดีและไม่ดี แต่เราไม่สามารถตรวจสอบงบลับทหาร หรือ กอ.รมน. เลย ทั้งที่ใช้งบประมาณมหาศาลมาก ได้คุยกับ พล.อ. คนหนึ่งซึ่งเป็นที่ปรึกษา กอ.รมน. เขาบอกว่า งบประมาณที่ให้ กอ.รมน. ปกติก็สูญเสียไป 40 -60 เปอร์เซ็นต์ เหมือนบอกชาวบ้านจะให้วัวไปเยียวยา 5,000 ตัว กับเงินอีก 5,000 บาท เขาก็จะให้แต่เงิน วัวจะไม่ได้เลย

นายพิภพ กล่าวต่อไปว่า คำว่า ความมั่นคง ต้องตีความใหม่ ความมั่นคงนั้นเกิดจากความไม่สมดุลของอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร อำนาจตุลาการ และอำนาจประชาชน แต่กฎหมายนี้ประชาชนหายไปเลย ดังนั้น ถ้ากฎหมายนี้ผ่าน สนช. คิดว่าควรสู้กันในทางสัญลักษณ์อย่างจริงจัง ตั้งแต่ คณะกรรมสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทั้งคณะควรลาออกเพื่อเป็นการประท้วง ส่วน สนช. คนใดที่อ้างประชาธิปไตยก็ควรลาออกเช่นกัน เช่น นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง รศ.สุริชัย หวันแก้ว หรือ นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ เป็นต้น

สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญก็ต้องทำแบบเดียวกัน แม้แต่อาจารย์มหาวิทยาลัยก็ต้องออกมาหรือลาออกประท้วงด้วย และถ้ารวมตัวไม่สำเร็จสุดท้ายต้องปฏิเสธรัฐธรมนูญ 2550 เพราะถ้ารับกฎหมายนี้แล้วรัฐธรรมนูญก็ไม่มีความหมาย มันไปละเมิดสิทธิประชาชนหมด อำนาจตุลาการ 1 ใน 3 อำนาจอธิปไตยไม่สามารถตรวจสอบได้เลย เรื่องนี้เครียดกว่าเรื่องการรัฐประหารอีก เพราะเป็นการรัฐประหารยึดอำนาจระยะยาวมาก เป็นการต่ออำนาจโดยไม่สิ้นสุด อำนาจจะอยู่ที่ ผบ.ทบ. ศาลต่างๆ จะไร้ความหมาย การกระทำของ กอ.รมน. ถือว่ายกเว้นหมด

โดยสรุปไม่มีอะไรที่เลวร้ายในการยึดอำนาจครั้งนี้นอกจาก ร่าง พ.ร.บ. นี้ ทหารเองเคยได้รับการปรบมือจากการยึดอำนาจ แต่คราวนี้จะถูกสาปแช่งและต่อต้านด้วย ต้องสู้กันทุกระดับ ต้องต้านทานเชิงสัญลักษณ์ให้มากขึ้น อยากขอให้คณะรัฐมนตรีถอนร่างออกมาจากกฤษฎีกาแล้วไปยื่นต่อสภาสมัยหน้า เพื่อให้เกิดการถกเถียงกันที่ ดีที่สุดคือให้มาจากสภาของประชาชน

 

จับตา! บางมาตราใน พ.ร.บ.ความมั่นคงในราชอาณาจักร พ.ศ....
รวบรวมข้อมูลโดย สำนักข่าวชาวบ้าน

มาตรา 9 ให้จัดตั้งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน เรียกชื่อโดยย่อว่า "กอ.รมน." เป็นหน่วยงานในสำนักนายกรัฐมนตรี ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี โดยมีผู้บัญชาการทหารบกเป็นผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน มีหน้าที่รับผิดชอบบังคับข้าราชการ การดำเนินงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน และอนุมัติแผนแม่บทหรือแผนปฏิบัติการในการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร

มาตรา 10 ให้กองอำนวยการรักษาความั่นคงภายในมีบทบาทเป็นองค์กรกลางในการอำนวยการและ ประสานการปฏิบัติ ในการนำนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงภายในของรัฐ และวาระเร่งด่วนแห่งชาติไปสู่การปฏิบัติ

การแบ่งงานภายในของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในให้จัดทำเป็นกฏกระทรวง

มาตรา 24 เมื่อปรากฏว่ามีการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงในราชอาณาจักร ให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในมีภารกิจในการรักษาความมั่นคงในราช อาณาจักร และให้มีอำนาจบังคับบัญชาหน่วยงานของรัฐเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการ ป้องกัน แก้ไข ปราบปรามระงับยับยั้งการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงในราชอาณาจักร การฟื้นฟู และการช่วยเหลือประชาชน

ให้ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในมีอำนาจแต่งตั้งบุคคลเป็นเจ้าพนักงาน เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร และอาจมีคำสั่งแต่งตั้งคณะบุคคล หรือบุคคลเป็นที่ปรึกษาในการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน หรือเป็นผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาความั่นคงใน ราชอาณาจักร

ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในอาจมอบหมายให้ผู้อำนวยรักษาความมั่นคงภายใน ภาคหรือผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด หรือกรุงเทพมหานครเป็นผู้ใช้อำนาจตามวรรคสองแทน และให้ถือว่าเป็นผู้บังคับบัญชาเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้อง

ให้หน่วยงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ให้การช่วยเหลือสนับสนุน หรือกระทำการใดๆ เมี่อได้รับการร้องขอจากเจ้าพนักงาน

มาตรา 25 ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อให้การกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงในราช อาณาจักรยุติลงได้โดยเร็ว หรือป้องกันมิให้เกิดเหตุร้ายแรงมากขึ้น ให้ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในมีอำนาจออกข้อกำหนดดังต่อไปนี้

(1) ห้ามบุคคลใดนำอาวุธที่กำหนดในกฏกระทรวงออกนอกเคหสถาน

(2) ห้ามการใช้เส้นทางคมนาคม หรือการใช้ยานพาหนะ หรือกำหนดเงื่อนไขการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ

(3) ห้ามมิให้การชุมนุม หรือมั่วสุมกัน ห้ามการแสดงมหรสพ ห้ามการโฆษณา เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าจะเป็นการชักชวนหรือยั่วยุให้มีการกรำความผิด กฏหมาย

(4) ห้ามให้บุคคลใดออกนอกเคหสถานภายในระยะเวลาที่กำหนด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน หรือบุคคลซึ่งได้รับการยกเว้น

(5) ให้บุคคลใดนำอาวุธที่กำหนดในกฏกระทรวงมามอบไว้เป็นชั่วคราวตามความจำเป็นโดย การส่งมอบ การรับมอบ และการดูแลรักษาอาวุธดังกล่าวให้กำหนดหลักเกณฑ์การปฏิบัติงานที่เห็นสมควร

(6) ให้เจ้าของกิจการ หรือผู้จัดการ หรือผู้รับผิดชอบในกิจการ หรือการทุจริต ซึ่งมีพนักงานหรือลูกจ้าง หรือบุคคลอื่นที่มีส่วนร่วมในการดำเนินกิจการ หรือการจัดการธุรกิจ จัดเก็บ และเก็บประวัติและแจ้งการย้ายเข้าและการย้ายออก การเลิกจ้าง และแจ้งพฤติการณ์ของบุคคลดังกล่าวให้เจ้าพนักงานทราบ

(7) ออกคำสั่งให้การซื้อขายใช้ หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งอาวุธ สินค้า เวชภัณฑ์เครื่องอุปโภคบริโภค เคมีภัณฑ์ หรือวัสดุอุปกรณ์อย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งอาจใช้กระทำการอันเป็นภัยต่อความมั่นคงในราชอาณาจักรต้องรายงาน หรือได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน หรือปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกำหนด

(8) ออกคำสั่งให้ใช้กำลังทหารเพื่อช่วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง หรือตำรวจระงับเหตุการณ์ร้ายแรงหรือควบคุมสถานการณ์ให้เกิดความสงบโดยด่วน ทั้งนี้ในการปฏิบัติหน้าที่ของทหารให้มีอำนาจเช่นเดียวกับอำนาจหน้าที่ของ เจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัตินี้ โดยการใช้อำนาจหน้าที่ของทหารจะกระทำได้เพียงใดให้เป็นไปตามเงื่อนไข และเงื่อนเวลาที่ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกำหนด แต่ต้องไม่เกินกว่ากรณีที่มีการใช้กฏอัยการศึก

ข้อกำหนดตามวรรคหนึ่ง จะกำหนดเงื่อนเวลาในการปฏิบัติตามข้อกำหนด หรือเงื่อนไขในการปฏิบัติของเจ้าพนักงาน หรือมอบหมายให้เจ้าพนักงานกำหนดพื้นที่ และรายละเอียดอื่นเพิ่มเติม เพื่อมิให้มีการปฏิบัติที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนเกินสมควรแก่ เหตุก็ได้

เมื่อการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงในราชอาณาจักรยุติลง ให้ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในประกาศยกเลิกข้อกำหนดตามมาตรานี้โดยเร็ว

มาตรา 26 เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้มีประสิทธิภาพ ให้ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในออกประกาศให้เจ้าพนักงานมีอำนาจดังต่อไป นี้

(1) จับกุมและควบคุมตัวบุคคลที่สงสัยว่าเป็นผู้ร่วมกระทำการให้เกิดการกระทำอัน เป็นภัยต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือเป็นผู้ใช้ ผู้โฆษณา ผู้สนับสนุนการกระทำเช่นว่านั้น หรือปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำอันเป็นภัยความมั่นคงในราชอาณาจักร ทั้งนี้ เท่าที่มีเหตุจำเป็นเพื่อป้องกันมิให้บุคคลนั้นกระทำการหรือร่วมมือกระทำการ ใดๆ อันจะทำให้เกิดการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้เกิดความร่วมมือในการระงับการกระทำเช่นว่านั้น

(2) ดำเนินการปราบปรามบุคคล กลุ่มบุคคล หรือกลุ่มองค์กรที่ก่อให้เกิดการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงในราชอาณาจักร

(3) ออกหนังสือสอบถาม หรืออกคำสั่งเรียกบุคคลใดมารายงานตัวต่อเจ้าพนักงาน หรือมาให้ถ้อยคำ หรือส่งมอบเอกสาร หรือหลักฐานใด เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงในราชอาณาจักร

(4) ตรวจค้นบุคคล ยานพาหนะ เคหสถาน สิ่งปลูกสร้าง หรือสถานที่ใดๆ ตามความจำเป็นเมื่อมีเหตุสงสัยตามสมควรว่ามีทรัพย์สินซึ่งมีไว้เป็นความผิด หรือได้มาจากการกระทำความผิด หรือได้ใช้ หรือจะใช้ในการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงในราชอาณาจักร

(5) เข้าไปในเคหสถาน หรือสถานที่ใดๆ เพื่อตรวจค้น เมื่อมีเหตุสงสัยว่ามีบุคคลที่ต้องสงสัยว่าจะก่อให้เกิดการกระทำอันเป็นภัย ต่อความมั่นคงในราชอาณาจักรหลบซ่อนตัวอยู่ หรือมีทรัพย์สินซึ่งมีไว้เป็นความผิด หรือได้มาจากการกระทำความผิด หรือได้ใช้ หรือจะใช้ในการกระทำเช่นว่านั้น หรืออาจใช้เป็นพยานหลักฐานลงโทษผู้กระทำความผิดได้ เมื่อมีเหตุอันเชื่อได้ว่าหากไม่รีบดำเนินการบุคคลนั้นจะหลบหนี หรือทรัพย์สินจะถูกโยกย้าย ซุกซ่อน ทำลาย หรือทำให้เปลี่ยนสภาพไปจากเดิม

(6) ยึดหรืออายัดทรัพย์สิน เอกสาร หรือพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงในราชอาณาจักร

มาตรา 27 ในการจับกุมและควบคุมตัวบุคคลที่ต้องสงสัยตามประกาศในมาตรา 26 (1) ให้เจ้าพนักงานร้องขอต่อศาลที่มีเขตอำนาจ หรือศาลอาญาเพื่อขออนุญาตดำเนินการ เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลแล้วให้เจ้าพนักงานจับกุม และควบคุมตัวได้ไม่เกินเจ็ดวัน และต้องควบคุมไว้ในสถานที่ที่กำหนดไว้ซึ่งไม่ใช่สถานีตำรวจ ที่คุมขังทัณฑสถาน หรือเรือนจำ โดยจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นในลักษณะเป็นผู้กระทำความผิดมิได้ ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องควบคุมตัวต่อเพื่อประโยชน์ในการแก้ไขกระทำอันเป็น ภัยต่อความมั่นคงในพระราชอาณาจักร ให้เจ้าพนักงานร้องขอต่อศาล เพื่อขยายระยะเวลาการควบคุมตัวต่อได้อีกคราวละเจ็ดวัน แต่รวมระยะเวลาควบคุมตัวทั้งหมดต้องไม่เกินกว่าสามสิบวัน เมื่อครบกำหนดแล้วหากจะควบคุมตัวต่อไปให้ดำเนินการตามประมวลกฏหมายวิธี พิจารณาความอาญา

ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่งให้เจ้าพนักงานจัดทำรายงานเกี่ยวกับการจับกุม และ ควบคุมตัวบุคคลนั้นเสนอต่อศาลที่มีคำสั่งอนุญาตตามวรรคหนึ่ง และจัดทำสำเนารายการนั้นไว้ ณ ที่ทำการของเจ้าพนักงานเพื่อให้ญาติของบุคคลนั้นสามารถขอดูรายงานดังกล่าว ได้โดยตลอดระยะเวลาที่ควบคุมตัวบุคคลนั้นไว้

การร้องขอต่ออนุญาตต่อศาลตามวรรคหนึ่ง ให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับวิธีการขอออกกฏหมายอาญาตามประมวลกฏหมายวิธีพิจารณา ความอาญามาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา 30 เพื่อประโยชน์ในการรวบรวมข่าวสาร หรือป้องกันการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงในราชอาณาจักร ให้ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด หรือผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพมหานคร มีอำนาจแต่งตั้งเจ้าพนักงานร่วมฟังการสอบสวน หรือเรียกสำนวนการสอบสวนคดีอาญามาตรวจดูได้

การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง หากอยู่ในอำนาจการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในแต่งตั้งเจ้าพนักงานร่วมฟังการสอบสวน หรือเรียกสำนวนการสอบสวนคดีอาญามาตรวจดูได้

มาตรา 31 ในกรณีที่มีการกระทำอันเป็นภัยความมั่นคงในราชอาณาจักร ถ้าพนักงานสอบสวนเห็นว่าผู้ต้องหาคนใดได้กระทำความผิดดังกล่าวเพราะหลงผิด หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือมีเหตุที่ไม่สมควรดำเนินคดีกับผู้ต้องหาคนใด ให้พนักงานสอบสวนส่งสำนวนสอบสวนสำหรับผู้ต้องหาคนนั้น พร้อมทั้งความเห็นไปยังผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน

ถ้าผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในเห็นชอบด้วยกับความเห็นของพนักงานสอบสวน ว่าไม่สมควรดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ให้ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ต้องหาปฏิบัติแทนการ ถูกฟ้องคดีโดยให้ผู้ต้องหาคนดังกล่าวเข้ารับการอบรม ณ สถานที่ที่กำหนดเป็นเวลาไม่เกินหกเดือน และจะกำหนดเงื่อนไขให้มารายงานตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นครั้งคราวตามที่ กำหนดภายหลังการอบรมแล้วด้วยก็ได้ แต่จะกำหนดระยะเวลาที่ให้มารายงานตัวเกินหนึ่งปีไม่ได้

การกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ต้องหาปฏิบัติแทนการฟ้องร้องคดีตามวรรคสอง จะกระทำได้ต่อเมื่อผู้ต้องหายินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขแล้ว และเมื่อผู้ต้องหาได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วนแล้ว จะฟ้องเป็นผู้ต้องหาสำหรับการกระทำที่ต้องหานั้นอีกไม่ได้

มาตรา 36 ข้อกำหนด ประกาศ คำสั่งหรือการกระทำตามพระราชบัญัญัตินี้ ไม่อยู่ในบังคับของกฏหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และกฏหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง

มาตรา 37 เจ้าพนักงาน และผู้มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัตินี้ ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางวินัย เนื่องจากปฏิบัติหน้าที่ในการระงับ หรือป้องกันการกระทำผิดกฏหมายหากเป็นการกระทำที่สุจริตไม่เลือกปฏิบัติ และไม่เกินสมควรแก่เหตุ หรือไม่เกินกว่ากรณีจำเป็น แต่ไม่ตัดสทธิผู้ได้รับความเสียหายที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากทางราชการตาม กฏหมายว่าด้วยความรับผิดชอบทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

 

Comments

q

อันดับที่ 1
คิดถึงทักษิณ

chab

ยอมรับไม่ได้ กฎหมายเผด็จการ ล้มมันทั้งกฎหมายและคมช.

คนจร

ผมคิดว่าถ้าเราจะ ล้มพวก คมช ก็อย่าเอ่ยถึงชื่อทักษิณนะครับ ไม่งั้น การประท้วงจะไม่มีผลใดๆเลย เพราะไอ้พวกทหารกับพวก ยามเฝ้าแผ่นดินจะมีข้ออ้างว่า เป็นพวกม๊อบรับจ้าง เราต้องเน้นแต่ ไม่เอา คมช ไม่เอารัฐบาลทหารอย่างเดียว

เห็นด้วย

เราก็คิดถึง และเราก็จะไม่เอ่ยชื่อในม็อบ...คนมันชั่ว ม่ันลุแก่อำนาจ ออกกฎหมายเพื่ออำนาจตัวเองแท้ๆ

เจ้านาย

ถ้า พรบ ความมั่นคงนี้ผ่าน ฉลุย และสมมุติว่า ไอ้พรั่ง เป็น ผบทบ ...พ่อแม่พี่น้องเอ๋ย ประเทศไทยจะอยู่กันอย่างไร เพราะไอ้นี่มันมีเลือดบ้า ดูตามันบอกแวว ดั่งผู้ป่วยโรคจิต ฟังคำพูดแต่ละครั้งบ้านเมืองระส่ำระสาย ถ่อย แค่นี้ไม่พอมือ แต่ละคำอุแม่เจ้าไม่น่าใส่ชุดทหารพูด

คนคิดมาก

จะมีใครต้าน พรบ ความมั่นคงนี้ได้หนอ..ผมไม่อยากอยู่เมืองไทยแล้ว อำนาจอยู่ในมือคนคนเดียว ขอร้องหละใครก็ได้ช่วยเบรคไว้ที....ใครที่มีอำนาจตอนนี้อย่าเห็นกงจักรเป็นดอกบัว แผ่นดินจะลุเป็นไฟแน่ข่าวสารทาง ทีวี นสพ ไม่นำพาเรื่องนี้เลยเพราะอะไรเราก็รู้อยู่ สุดท้าย สาธุ ขอให้ประเทศไทยรอดพ้น พรบ นี้ด้วย

คนไทย

เราควรเรียกใอ้พวก คมช ( คนมันชั่ว หรือโคตรมันชั่ว ที่เขาเรียกกัน ) ว่า อภิมหาทรราชย์ ในประเทศไทยได้แล้ว เพราะขณะนี้พรรคพวก คมช กำลังหลงอำนาจตนเอง จนลืมนึกถึง ประชาชน ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของประเทศไทย มันคงนึกว่า มันมีอำนาจล้นฟ้า ล้นแผ่นดิน ที่จะทำอะไร ได้ทุกอย่างที่มันต้องการ ไม่ว่า ห้ามสัญจร หรือสั่งฆ่าประชาชนก็ได้เพราะมันกุมอำนาจทั้งสาม คือ นิติบัญญัติ บริหาร และ ตุลาการ ประชาชนคนไทยครับ เราไม่รู้กันเลยหรือว่า หากเราไม่กำจัดใอ้พวกเผด็จการชุดนี้ออกไป ประเทศไทยจะต้องล่มสลายด้วยน้ำมือใอ้พวก นี้อย่างแน่นอน
เราจึงใคร่ขอร้อง ประชาชนผู้รักประชาธิปไตย ได้โปรดร่วมมือร่วมใจกันขับไล่ใอ้ขุนศึก ศักดินา ที่สิงสถิตย์ และเกาะกุมอำนาจไม่ว่าจะเป็นคนกลุ่มใด บุคคลใด
ให้มันทั้งหลายพ้นไปจากแผ่นดินไทย ให้จงได้

เจเจ

คห ที่ 5 อย่าได้สมมุติ ถ้ามันปากพล่อย บ่อยๆ ข่าวลงแบบไม่ไว้หน้าละก็ ...อย่าว่าแต่ ผบทบ เลย ไม่นานคงไปอยู่แทนที่หมอประกิตเผ่า รู้สึกหน้าตาุ้เข้าใกล้คนไข้โรคจิตจริงนะไอ้พรั่ง ...โปรดดูที่ตาของมัน ขวางโลก ลองให้มันถอดชุดทหารแล้วใส่เสื้อแดง กางเกงแดง โอ้..ใช่เลย

ร่วมด้วย

ช่วยกันสาปแช่งก็เป็นทางหนึ่งแต่ไม่เห็นผลทันที คนมันชั่ว กำลังคิดแผนร้ายเราไม่ทันมันหรอก อำนาจอยู่ในมือก็ได้แต่ส่งสารทางเว็บนี่แหละให้พี่น้องได้รู้ว่าพวกมัน โคตรมันกำลังจะทำให้ไทยป่นปี้

สาธุ

ขอให้คำว่า ร่าง ยังอยู่ข้างหน้า พรบ แค่นี้ก็สบายใจจริงมั้ย

ยิ้มได้

คิดได้ไงเนี่ย คณ คห 10

คอยดู

อีก 1 ปี ทะเลาะกันเรื่องตั้งรัฐบาล อีก 1 ปีมองหาผลงานไม่พบ ทะเลาะกันอีกอยากเป็นใหญ่ เปลี่ยน นายก ภาคใต้โดนแบ่งแยกในอีกปีต่อมา แล้วประเทศไทยจะเหลืออะไร ทักษิณมีแต่เงินกับเงินและสุขภาพจิตที่ดีได้ออกกำลังเล่นบอล มีแพ้บ้าง ชนะบ้างมันคือกีฬา แต่นีจะเอาชนะลูกเดียวเพราะกติกาคือแพ้..ตาย โธ่ บัง พรั่ง หงอกตู๊ดที่น่าสงสาร

แบ้งค์

ทำไงดีเราอยากเอาเนื้อหมูไปแปะเนื้อช้างจะซื้อหุ้น แมนฯได้ที่ไหนนี่พูดจริงนะอยากมีส่วนร่วมอย่างน้อยส่วนนี้คือกำลังใจจากไทยนะครับท่านทักษิณ

คิดดี

เลิกคิดเรื่อง พรบ มันต้องเถียงกันอีกนานงานนี้พระเอกเยอะมาก จะล้ม จะคว่ำ จะเลือก ใครตูเบื่อมาก เชียร์คนที่อังกฤษดีฝ่า

ราษฎร์ดำเนิน

แน่นอนว่าต้องคว่ำ ก.ม. ที่เปลี่ยนประชาชนลงเป็นทาส แล้วยก ผบ.ทบ. ขึ้นเป็นเจ้าฉบับนี้

ถ้าเสนอเพราะรักประเทศชาติจริงและคิดถึงเรื่องความมั่นคงในอนาคต ผมขอเสนอกึ่งถามเล่น ๆ ว่า

1) ให้มีบทเฉพาะกาลสัก 5 ปีก่อนบังคับใช้ได้ไหม หรือขอให้ระบุว่า ให้ ผบ.ทบ. ถัดไปคนที่สอง จากปัจจุบันเป็นผู้ใช้อำนาจนี้

2) ให้อำนาจนี้ไม่ขึ้นกับกองทัพบกได้ไหม เพราะการรักษาความมั่นคงภายในควรเป็นหน้าที่ของตำรวจ แล้วให้ตำรวจมีอำนาจตรวจค้นทหารทุกคนตั้งแต่อัตราจอมพลยันพลทหารที่ต้องสงสัยว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงภายใน เช่น คิดหรือเคยก่อกบฎ ให้มีอำนาจจับกุมได้ทั้งเครื่องแบบ และทำได้โดยไม่ต้องมีสารวัตรทหาร ไม่มีทหารพระธรรมนูญ และให้คุมขังทหารเหล่านั้นได้โดยไม่ต้องร้องขอต่อศาล ตลอดจนห้ามทหารใช้เส้นทางคมนาคมและอื่น ๆ เพื่อให้ตำรวสจดูแลความมั่นคงภายในได้เต็มที่

3) ตั้งหน่วยงานอาสาสมัครประชาชนใหม่มาทำเรื่องนี้ได้ไหม ให้มีอำนาจสั่งจับกบฎทหาร ผู้บัญชาการตำรวจและนักการเมืองที่รับใช้ทหารไปเข้าคุกได้โดยไม่ต้องขอคำสั่งศาล ตลอดจนสั่งอายัดทรัพย์ ผบ.ทบ. ตลอดจนครอบครัว เครือญาติ มิตรสหาย คนรู้จัก ที่ต้องสงสัยว่าร่วมกันมีการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงภายในได้ตลอดเวลา แม้จะเป็นยามวิกาลในบ้านพักในกรมทหาร ก้ให้อำนาจกองกำลังประชาชนเข้าไปจับกุม สอบสวน จำขัง ยึดทรัพย์ได้โดยไม่ต้องขอคำสั่งศาล
การเขียนกฎหมายให้ตัวเองมีอำนาจมาบังคับผู้อื่นได้นั้นมันง่ายครับ แต่ถ้าสู้กันแฟร์ ๆ ก็ให้ยกอำนาจให้คนอื่นแล้วตัวเองมาอย่ร่วมฐานะเดียวกันกับประชาชนจะยอมได้ไหมครับ หรือเขียนอำนาจมายกให้กองทัพพกเพื่อให้อาบังยังมีอำนาจเผด็จการต่อไป จะเลือกตั้งก็ต้องรออาบังเกษียณก่อน จึงต้องรอปลายปีกันเพราะคน ๆ เดียวใช่หรือไม่

ทั้งประเทศต้องรอเลือกตั้งปลายปีเพราะอาบังยังไม่เกษียณ อีกทั้งประชาชนต้องยอมสละสิทธิเสรีภาพให้อาบังมีอำนาจเผด็จการต่อไป แต่อาบังนี่มันเป็นใครครับ ทำไมต้องสละประเทศชาติประชาชนเพื่อคน ๆ เดียว ที่ไม่เคยมีสักครั้งที่จะมีประชาชนสักคนเคยเลือกให้เป็นตัวแทนของประชาชนไปบริหารประเทศชาติ

kidh

กูเกลียดพวก คนมันชั่ว

J o r n

ผมไม่เชื่อว่า ภานิติบัญญัติแห่งชาติ
จะยอมให้ พรบ.ฉบับนี้ ผ่านง่ายๆ

มันริดรอนสิทธิเสรีภาพอย่างรุนแรงมาก
แค่มาตรา 27 ก็แย่แล้ว

อะไรกัน มีสิทธิ์จับขัง ผู้ที่น่าสงสัย 30 วัน
ถ้าดูแล้วอยากขังต่อก็ขังได้เรื่อยๆ
เพิ่มทีละ 7 วัน ไม่ได้ขังที่สถานีตำรวจด้วย

ถ้ากฏหมายนี้ผ่านจริงๆ
ผมจะขายทรัพย์สิน ไม่อยู่ประเทศไทยอีก

ขิงอ่อน

ขอเรียกร้องพิภพ ธงไชย สุริยะใส กตะศิล ขอโษประชาชนที่เป็นคนเชิญทหารออกมารัฐประหาร และออกกฎหมายความมั่นคงฉบับนี้ขึ้นมาสืบทอดอำนาจตัวเอง
ไง่ละ ไอ้ใส มึงเคยให้สัมภาษณ์ว่า อาจเป็นโอกาสดีที่รับาลจะพูดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง
กูไหนมันทำห่าอะไรเลย กฎหมายมรดกมันก็ไม่ออกให้มึง
ไปกราบตีนพี่สะพรั่งของมึงได้แร้ว

คมคน

ประเด็นมันอยู่ที...ชาวบ้าน
หากชาวบ้านไม่สนใจ......
ไม่รองรับ "มัน"...ทุกอย่าง
มันก็จบ...มันออกกฏของมัน
เป็นกฏของ "กบฎ".........
ไม่รับมัน.."มัน"......ก็จบ..

aaa

พูดได้คำเดียวว่า เกลียด คมช กับ
นายสพรั่ง

YSOSTUPID

เมื่อคนเขลาถ่อยมีอำนาจ แผ่นดินลุกเป็นไฟ ในที่สุด กากเดนทรราชและผู้ฝักใฝ่ความเป็นทาสจักถูกทำลายเนื่องจากความถ่อยเขลาของตนเองหมดประโยชน์ต่อผู้ชักใยผู้ซึ่งจักต้องเป็นผู้ดีวิเศษประเสริฐศรีเพียบพร้อมด้วยคุณธรรมจริยธรรมอันจอมปลอมตลอดกาล

ไท

นี่คือ หลักฐานว่า เผด็จการคมช.ต้องการสืบทอดอำนาจ
นี่คือ หลักฐานว่า เผด็จการคมช ต้องการทำลายหลักสิทธิ เสรีภาพ หลักเสมอภาคและหลักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของปวงชนชาวไทย
นี่คือ หลักฐานว่า เผด็จการคมช ต้องการทำลายหลักการปกครองโดยกฎหมาย
นี่คือ หลักฐานว่า เผด็จการคมช ต้องการทำลายหลักการแบ่งและถ่วงดุลระหว่างอำนาจบริหารกับอำนาจตุลาการ
นี่คือ หลักฐานว่า เผด็จการคมช ต้องการมีและใช้อำนาจโดยไม่ต้องการถูกตรวจสอบ ไม่ต้องการที่จะรับผิดชอบใดๆแม้ว่าจะใช้อำนาจอย่างผิดพลาดและเกิดความเสียหายเพียงใด

นี่คือการล้มหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย

การปกป้องสิทธิเสรีภาพของตน จะต้องสู้ด้วยตนเอง

ถ้าพวกเราไม่สู้ ก็อย่าหวังว่าจะมีใครมาสู้ให้เรา

"ตื่นเถิดเสรีชน อย่ายอมทนก้มหน้าฝืน
ดาบหอกกระบอกปืน ฤาทนคลื่นกระแสเรา"

กง กง

ไชโย งาช้างกำลังงอกออกจากปากหมา ประชาธิปไตยกำลังงอกจากปากกระบอกปืน หางหมาจิ้งจอกโผล่ออกเสื้อคลุมหนังราชสีห์ สมน้ำหน้าพวกกบเลือกนาย

บักอึดถลาลม

สะใจไหม บรรดาอาจารย์ทั้งหลาย รวมทั้งพันธมิตรฯ ที่กวักมือเรียกทหารปฏิวัติ

ไกลปืนเที่ยง

รังเกียจ และขยะแขยง ขนาดยังไม่มีพระราชบัญญัตินี้ มันยังเพิ่มงบทหารอีก 24% ถ้าร่างนี้ผ่านมันจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน และลุแก่อำนาจขนาดใหน ขอรณรงค์ให้ทุกคนร่วมคิด ร่วมคว่ำ เพื่อล้มล้างรัฐธรรมนูญฉบับ คมช. ในทุกวิถีทาง ช่วยกันเผยแพร่ข้อมูลนะครับทุกคน

แวะพักคิดสักนิด

คณะราษฎรรุ่นเก่ากล้าหาญ..เจตนาดี

แต่ฉี่(เ ยี่ ย ว )ไม่สุด

1.เหลือท่อน้ำเลี้ยงศักดินาเอาไว้(ทรัพย์สินฯดอกผลฯภาษีมรดกฯการแทรกแซงโครงการรัฐฯวางโครงการเอาเงินภาษี..โดยไม่สอดคล้องนโยบาลรัฐบาลที่มาจากเลือกตั้ง)

2.แก้ปัญหาโครงสร้างการเมืองเพียงเล็กน้อย

3.แต่ไม่อายัดทรัพย์ศักดินาที่เกินจำเป็น

4.ไม่แก้รูปการจิตสำนึกเจ้าขุนมูลนายและนิสัยทาสไพร่ให้ประชาชน

ทรากเดนเก่าเน่าที่ล้าหลังทั้งหมดถูกนำมาบรรจุในรธน.50นี้

noom^*

[emo16.gif]

just keep eyes on the ass hole บักบัง and บัก พรั่ง what^*s next step that they plan to do ?

Don^*t be so stupid @ all thai^*s อาจารย์จุฬา และ อาจารย์ ธรรมศาสตร์ who ever support พวกเลวชาติชั่วเผด็จการทหารเลวและพวกโคตรบัดซบศักดินา

พวก มึ ง จงรุ้ไว้ซะว่า พวก มึ ง make big mistake

คราวนี้ล่ะ มึ ง จะ ได้เห็นฤทธเดช บักบังจริงๆล่ะว่ามันมีแผนอะไรกับแผ่นดินไทย

แล้ว ลุกหลานเหลนหล่อน พวกมึ ง นั่นล่ะจะได้รับผลกรรมของความโง่ของพวกมี ง

[emo16.gif][emo16.gif][emo16.gif]

พืชพันธ์เก่า

อ่านบทความต่างๆ แล้วมันเอียน มันซ้ำซากจำเจ จะว่าไม่มีสาระก็ไม่ได้ แต่บทความมันไม่นำให้เกิดประโยชน์ใดๆแก่ประเทศชาติ แต่อาจจะมีประโยชน์บ้างสำหรับผู้เตรียมตัวเข้าสอบ...คนกลุ่มหนึ่งเรียกร้องขึ้นเพื่อจะเอาประชาธิปไตยที่ถุกยึดไปคืนมาจากเผด็จการ....คนกลุ่มสองรวมทั้งพันมิตรและพรรคประชาธิปไตย เป็นใจสนับสนุนให้ปฏิวัติทีเถอะเพื่อทำลายอีกฝ่าย คนกลุ่มสามไม่ชอบทักษิณทำทุกอย่างเพื่อให้ทักษิณอออกไป เพราะไปสั่นคลอนผลประโยชน์ของตนให้ลดลง...หมอกควัน ม่านบังตาแห่งความโลภผ่านไปแล้ว...เปลวแดดอันร้อนแรงของเผด็จกำลังแผ่กระจายออกมา...คนกลุ่มไหนที่เกื้อหนุนมอบอำนาจให้เผด็จออกหน้า ณ วันนี้ หากรวมกันมีสัก ๑๔-๑๕ ล้านคนก็สมน้ำสมเนื้อกับกลุ่มประชาธิปไตยเดิม๑๕ล้านคน....อย่าไปโทษกรรมเวรของประเทศชาติเลย เราน่าจะหันมามองดูตัวเองกันดีกว่า ว่าได้รับอะไรเป็นบทสอนใจบ้าง ที่แน่ๆเศรษฐกิจทั้งส่วนรวมส่วนตัวถดถอยลงไปมาก...เงินหายไปอยู่ในที่ลับเสียมาก เรียกว่างบลับนั่นแหละ พลพรรคทั้งหลายก็ยินยอมพร้อมใจกันมอบให้ สภาฝักถั่วเน่ากำลังออกดอกเบ่งบาน แล้วก็เป็นฝัก เป็นเม็ด ร่วงจากต้นไป...แล้วไปงอกใหม่ มันคงยากที่จะมีสายพันธืใหม่ติดเข้ามาอีกแบบทักษิณ.

ดอเด็ก

ขอสาปแช่งไอ้พวก คิดยึดครองอำนาจ บ้าอำนาจ โดยไม่เห็นความเดือดร้อนของประชาชน และประชาธิปไตย จงฉิบหาย.....ๆๆๆๆๆๆๆ

วงเวียน

คมช ออกไป และรับบาปกรรมที่ทำใว้ อย่าให้ความเสียหายเกิดซำซาก อดีตที่ผ่านมาเป็นบทเรียน ไม่มีเผด็จการตัวไหนจะมาเป็นวีรบุรุษได้ อย่าฝันเฟื่องเลยไอ้สะเพร่า มันล้าสมัยเกินพม่าแล้ว [emo5.gif]

ยกระดับความจริง

อย่าคิดว่า คมช.ไม่มี ป๋า อยู่ข้างหลัง และอย่าคิดว่า ป๋า จะไม่มีพ่อป๋าอยู่ข้างหลัง

คนโง่มักมองแค่ทักษิณ-คมช. เสหนั่น..เสนาะ--อภิสิทธิ์---เอนก---เปรม---บรรหาร--ฯลฯ

มองเพียงแค่ใครดีกว่าใคร....นี่คือคนเข้าใจการเมืองแบบ ป.1 แบบระดับอนุบาล

ไม่เข้าใจการเมืองแบบทฤษฎี..แบบโครงสร้าง

โครงสร้างศักดินาครอบหัว...แบบปัจจุบันนี้

ต่อให้เป็นนายชวน...บัญหาร..อภิสิทธฺ..เอนก..สนั่น..ฯลฯ ใครก็ได้ที่เป็นนายก....มันก็ต้องรับใช้ศักดินามากกว่ารับใช้ประชาชน

การต่อสู้กับกองทัพโจรที่ใหญ่โตของชาวเวียดนาม......เขาก็ต้องหาวิธีที่จัดการโจรจนได้นั่นแหละ

กึ่งศตวรรษ

ประเทศไทยยังต้องมีกฎหมายที่เผด็จการยิ่งกว่าสมัยสฤษดิ์อีกหรือนี่ มีเพียงมาตราเดียวที่พ.ร.บ.นี้ไม่มี คือการสั่งประหารชีวิต แต่รายละเอียดอื่นๆก็เหมือนประหารชีวิตทั้งเป็น
ไม่เป็นที่สงสัยว่า ทำไม Economics สถาบันจัดอันดับประเทศที่น่าอยู่ จึงจัดให้ประเทศไทยต่ำกว่าเอธิโอเปีย,อูกานดา ดีกว่าอิรัคไม่กี่อันดับ อนาถจริงๆ

เอ็ม 16

เมื่อคืนวันที่ 26 ดูรายการ ตัวจริง ชัดเจน ทางทีไอทีวี. ที่จอม เพชร ประดับ สัมภาษณ์ พลเอก พัลลภ ปิ่นมณี มีคำถามหนึ่งที่ฟังแล้ว มันบอกถึงวิสัยทัศน์ที่มืดบอดของคนระดับนายพลในกองทัพไทยที่มีหน้าที่ในการดูแลประเทศชาติ กล่าวคือ จอมเพชร ประดับ ถามว่า การที่รัฐจะออก พรบ.ความมั่นคงภายใน จะไม่เป็นการทำให้ถูกมองว่า ประเทศไทยจะกลายเป็นรัฐทหารหรือ พลเอกพัลลภตอบว่า
"โธ่คุณจอม ต้องเข้าใจเสียใหม่ว่า ความมั่นของชาติคืออะไร ที่เข้าใจอยู่เวลานี้เข้าใจผิดๆ มันก็เหมือนกับ พรบ.ป้องกันปราบปรามคอมมิวนิสต์เมื่อก่อนน่ะแหละ ทุกคนต้องเข้าใจเสียใหม่ เราต้องคำนึงถึงความมั่นคง...."
ผมฟังเท่านี้ ผมก็ไม่อยากฟังต่อ...เพราะว่า...แค่เริ่มต้นตอบคำถาม พันเอกพัลลภ ก็เริ่มด้วยคำถูกถูกคนไทยคนอื่นๆแล้วว่า ไม่เข้าใจคำว่าความมั่นคง แถมยังเหมือนดูถูกว่า คนที่ไม่เข้าใจคือคนไม่รักชาติ...ดูเอาเถอะครับว่า เออะอะไรก็ความมั่นคง ถ้ามันเป็นความมั่นคงจริงๆแบบคำนึงถึงหลักนิติธรรม นิติรัฐจะไม่ว่าอะไรเลย แต่นี่ อำนาจล้นฟ้าที่ให้กับ ผบทบ.ในฐานะผู้มีอำนาจตาม พรบ.นี้มันยิ่งกว่าเผด็จการฮิตเลอร์เสียอีกก....พันเอกพัลลภบอกต่อไปว่า ประเทศเราปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข...ผมฟังแล้ว บอกตรงๆว่า เบื่อมาก...อยากถามพันเอกพัลลภว่า ที่บอกว่า ประเทศไทยเวลานี้ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยตรงไหนไม่ทราบ....รัฐบาลก็มาจากยึดอำนาจ กระทำการล้มล้างรัฐบาลเก่า กระทำการฉีกกฏหมายรัฐธรรมนูญ ประกาศคณะปฏิวัติแต่ละฉบับล้วนแต่ขัดหลักนิติธรรม ริดลอนสิทธิเสรีภาพประชาชน แต่เพิ่มอำนาจให้กับคณะบุคคล บุคคล เพื่อกระทำการอันก่อให้เกิดแก่ประโยชน์แก่ตัวเองและหมู่คณะ บริหารเสรษฐกิจไม่เป็น มีแต่ใช้งบประมาณไปอย่างไม่อาจตรวจสอบได้ วันๆเอาแต่จ้องทำลายล้างกลุ่มอำนาจเก่าจนไม่ลืมหูลืมตา เสแสร้งหลอกลวงประชาชนว่า เป็นประชาธิปไตย แต่สิทธิเสรีภาพของประชาชน ในการเดินทาง การแสดงออกถูกสกัดกั้น ถูกริดรอน สื่อถูกครอบงำถึงขนาดส่งทหารเข้าไปนั่งในที่ประชุมข่าว ตรวจสอบข่าว ด้วยการใช้คำพูดหลอกลวงประชาชนว่า ขอความร่วมมือกับสื่อ สั่งปิดเว็บไซด์ต่างๆกราวรูด...อยากถามว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ประเทศไทย เป็นประชาธิปไตยตรงไหนไม่ทราบ...เป็นถึงระดับนายพลแล้ว กรุณา จะพูดจะจาอะไร อย่าแสดงถึงภูมิปัญญาของตัวเองให้ชาวบ้านเขาหัวเราะเยาะเอาเลย

tim

♣ การเมืองไม่มั่นคง ทำให้เงินเลี้ยงครอบครัวไม่พอใช้ โชคดีพบทางออกสร้างเงิน 2-3 ชม.จากเวลาว่างนอกเวลาทำงานที่ jjjobs.net.tf

บุญช่วย

ต้องยอมรับว่าพ.ร.บ.ฉบับนี้น่ากลัวมากและน่ากลัวกว่าม.17สมัยจอมพลสฤษเสียอีก เมื่อตรวจสอบดูแล้ว ผมว่าทหารมันร่างขึ้นมาเพื่อใช้"ฆ่า"ประชาชนอย่างพวกเราโดยโดยเฉพาะและให้สิทธิ์ผู้ใชกฎหมายนี้ใช้โดยไม่มีความผิดทางกฎหมาย

ทหารมันไม่พอใจใคร มันก็สามารถยัดเยียดข้อหาเรื่องความมั่นคงได้ทันทีโดยจับยัดเข้าคุกในฐาณผู้ต้องสงสัยได้30วันไม่ต้องเห็นทนายไม่ต้องเห็นเดือนเห็นตะวัน ตาสีตาสาทำนาอยู่กลางทุ่ง วันดีคืนดีทหารมันไปตามจับเอาไปใส่คุกข้อหาก่อความไม่สงบขึ้นในหมู่บ้านคือกินเหล้าเมาแล้วทะเลาะกับเมียเสียงดังหนวกหูชาวบ้าน..ควาสุขสนุกสนานตามประเพณีของคนไทยจะถูกมันริดรอนจนหมดสิ้น.พวกเราจะอยู่กันด้วยความหวาดระแวงหวาดกลัว

ผมว่าพ.ร.บ.ฉบับนี้ไอ้บังมันต้องเข็นออกมาใช้ให้ได้เพื่อเป็นเครื่องมือใว้ข่มขู่หรือปราบปรามฝ่ายตรงข้ามกับมัน เนื่องจากมันกำลังจะสืบต่ออำนาจปกปครองประเทศเป็นรัฐทหาร คนใน ครม และ สนช ก็ล้วนเป็นบุคคลที่มันแต่งตั้งมากับมือของมันทั้งนั้น..คิดแล้วขนหัวลุกครับ..

พวกเราประชาชนมีทางเดียวที่จะอยู่รอดก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป คือต้องออกไปประท้วงแสดงประชามติไม่ยอมรับรัฐธรรมมนูญปี2550ทั้งฉบับโดยสิ้นเชิง

สื่อสารมวลชนทั้งหลายก็หมดศักดิ์ศรีเก่งแต่คนที่ไม่มีอาวุธอย่างทักษิณ ครูอาจารย์ นิสิตนักศึกษาปัญญาชนก็เข้าไปหมอบอยู่ใต้อุ้งตีนให้ทหารมันเหยียบหัวใว้หมดแล้ว ประชาชนอย่างพวกเราหมดที่พึ่ง พวกเราต้องช่วยเหลือตัวเองคือช่วยกันประชาสัมพันธ์ปากต่อปากหรือช่วยกันพิมพ์เอกสารฉบับนี้แจกจ่ายกันต่อๆไปว่าภัยกำลังจะมาถึงตัวแล้ว หรือสละเวลาออกไปประท้วงกับกลุ่มบุคคลที่ไม่เห็นด้วยกับ คมช และโปรดอย่าได้กล่าวหาว่ากลุ่มบุคคลเหล่านนี้ก่อกวนปลุกระดมประชาชนตามข้อกล่าวหาของ คมชและรัฐบาลทหารเลยครับเพราะบุคคลเหล่านี้กำลังต่อสู้กับลัทธิอุบาทว์เพื่อประชาชนทั้งประเทศ ขอให้ท่านที่เคารพทั้งหลายใช้พิจารณญาณของท่านเอง.."ภัยและความตายกำลังจะมาถึงจากการยัดเยียดของพระราชบัญญัติฉบับนี้ ทหารหรือคนของรัฐไม่พอใจใครมันก็สามารถยัดเยียดข้อหาเป็นภัยต่อความมั่นคงได้ทันที จะเดินทางไปใหนต่อใหนก็จะไม่สะดวกเหมือนเคย มันสามารถตรวจค้นและห้ามเดินทางได้ สิทธิเสรีภาพของพวกเรากำลังจะถูกริดรอนจนหมดสิ้น..."

ต้องยอมรับว่ายังมีพี่น้องอีกมากมายทั่วประเทศที่ยังไม่ประสีประสากับการเมืองในบ้านเรา ใครพูดอะไรก็มักจะเชื่อไปตามนั้น.. ทหารและพวก คมช มันถึงฉวยโอกาสเอาพวกเราเหล่านี้ทั้งประเทศมาอ้างเพื่อความชอบธรรมของพวกมัน

ดังนั้นในขณะนี้จึงมีกลุ่มบุคคลรวมตัวกันที่ท้องสนามหลวงต่อสู้เพื่อคนทั้งประเทศเพื่อให้พ้นภัยจาการคุกคามของทหารที่คิดชั่วเหล่านี้ ฉะนั้นโปรดได้เข้าใจเจตนารมณ์ของคนเหล่านี้ด้วย อย่าหลงเชื่อข้อกล่าวหาจากทางโทรทัศน์และวิทยุหรือข่าวสารต่างๆที่เสนอข่าวไปในทางลบเกี่ยวกับบคคลที่ท้องสนามหลวงจากสื่อขายตัวเปลี่ยนสีเหมือนจิ้งจกที่บางคนทำตัวแสดงออกเลียแข้งเลีบขาเพื่อให้ทหารมันเห็นว่าเกลียดและสะอิดสะเอียนทักษิณหรือรัฐบาลที่แล้ว คนเหล่านี้ทำตัวน่ารังเกียจยิ่กว่าใส้เดือนกิ้งกือเสียอีก..เพราะฉนั้นพวกเราต้องพิจารณาก่อนบริโภคข่าวจากคนเหล่านี้

ที่สำคัญที่สุดพรรคประชาธิปัตย์ ชาติไทยและมหาชนเห็นด้วยกับ พรบ ฉบับนี้เนืองจากไม่เห็นมีใครจากพรรคเหล่านี้ออกมาแสดงความคิดเห็นคัดค้านนอกจากนายอภิสิทธิ เวชาชีวะเท่านั้นที่ออกมาเป็นแนวร่วม คมช ให้ประชาชนยอมรับรัฐธรรมมนูญฉบับนี้..ต่อไปนี้พวกเราประชาชน ต้องคิดให้หนักถึงภัยมืดที่จะได้รับจากนักการเมืองใจเผด็จการอีกทางหนึ่งอีกด้วย...

กลุ่มแนวร่วมต่อต้านคนชั่ว

ความมั่นคงมาจากใคร เป็นของใคร และทำเพื่อใครกัน

พรบ. ความมั่นคงฯ ที่ว่านี้มาจากพลเอกสนธิ ของพลเอกสนธิ เพื่อพลเอกสนธิ แต่สิ่งที่ควรตั้งไว้เป็นคำถามคืออำนาจอันมากมายในสามจังหวัดภาคใต้นั้นพลเอกสนธิสามารถทำอะไรให้เกิดความมั่นคงขึ้นมาได้บ้าง และเมื่อจะขยายนำมาบังคับใช้กันทั่วประเทศ เป็นไปได้ใช่ไหมว่าจะขยายผลให้เกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทหารบกกับประชาชน ซึ่งอาจขยายตัวกลายเป็นความรุนแรงตามรอยสามจังหวัดภาคใต้ตามการบริหารความมั่นคงของพลเอกสนธิ หรือจะเถียงว่าไม่จริงครับ

ถ้า พรบ.ความมั่นคงฯ นี้บังคับใช้ ภายในไม่กี่เดือนประเทศนี้อาจจะเกิดการต่อต้านรัฐบาลในระดับทั่วประเทศ ซึ่งอาจถูกเรียกจากฝ่ายรัฐว่าคือการก่อการร้าย เพราะประเทศชาติของประชาชนได้ถูกยึดครองไปโดยสิ้นเชิงแล้วจากคนมีสีที่รับเงินเดือนและใช้อาวุธที่ซื้อหามาจากเงินภาษีของประชาชน เพื่อควบคุมบังคับประชาชน โดยแย่งชิงอำนาจไปจากประชาชน

สถานการณ์ได้เดินมาถึงจุดสู้รบแล้ว เป้าหมายแรกสุด แนวรบด้านหนึ่งคือการต่อต้านสื่อมวลชนที่สนับสนุนและไม่ต่อต้าน คมช. เราต้องไม่ซื้อ ไม่สนับสนุน ไม่บริโภคสื่อของรัฐและเอกชนที่รับใช้ระบอบ คมช. เช่น นปก. อาจรณรงค์นัดมาตรการระบุวันเดือนใดที่จะงดซื้อ นสพ.ใด เป็นต้น

การสู้รบนอกรูปแบบในอีกทางหนึ่งคือ การทำพิธีเผาหุ่น สาบแช่งพลเอกสนธิ พลเอกสะพรั่ง คุณหญิงจารุวรรณ นาม ยิ้มแย้ม พลเอกเปรม แก้วสรร เจิมศักดิ์ วิชา มหาคุณ จรัล ภักดีธนากุล เผาและสาบแช่งกันวันละคนโดยกลุ่มใดในแนวร่วม นปก. ก็ได้มาทำพิธีกัน จะได้ผลในการทำสงครามจิตวิทยากับพวกกบฎ โดยเฉพาะพลเอกสนธิ เป็นพวกเชื่อดวง บ้าไสยศาสตร์ จึงต้องหวั่นไหวจนอาจยอมแพ้ไปเลยก็ได้

คนกรุงเทพ

พรบ.ความมั่นคงฉบับที่กำลังพูดถึงนี้ ใครได้อ่านก็รู้สึกได้ถึงความเลวร้าย แต่แปลกใจที่พรรคเก่าแก่อย่างประชาธิปัตย์ ที่พร่ำพูดถึงการต่อสู้อันยาวนานของตนเองเพื่อประชาธิปไตย กลับไม่แสดงความเห็นสักแอะ พรรคนี้ได้ผันตัวไปเป็นทาสของทหารแล้วหรือ น่าเศร้าใจจริงๆ

ตะวัน

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปี
2540 มาตรา 6 บัญญัติว่า "รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดขอองประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฏ หรือข้อบังคับ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้ บทบัญญัตินั้นเป็นอันใช้บังคับไม่ได้" ขอความกรุณาให้อาจารย์ทางนิติศาสตร์ช่วยพิจารณาหน่อยซิว่ารัฐธรรมนูญฉบับชั่งคราวของ คมช.ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรนูญปี 2540 หรือไม่ ผมมีความเห็นว่าขัดหรือแย้งอย่างชัดเขน รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวของ คมช.ใช้บังคับไม่ได้ ดังนั้นประกาศต่าง ๆ ของ คมช. หรือการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งคณะต่าง ๆ จึงไม่มีผลบังคับแต่อย่างใด

88

88ษศ???
๖.คมช
ตั้งแต่วินาทีนี้
เงินภาษีแม้หนึ่งบาทอย่าคาดหวัง
ต่อให้พวกมึงโก้งโค้งหาเงินสำรองท้องพระคลัง
แม้เศาผงธุลีเศษสตางค์... จ้างก็หาไม่มี(ห... ไม่มา)

การต่อสู้ยังไม่ได้เริ่ม
ประชาชนยังรอดูอยู่
ยิ่งเงียบก็ยิ่งหวั่นใจ
การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย
ต้องแลกด้วยอะไรบ้าง
ถึงอย่างไรประชาชนก็เป็นฝ่ายชนะ
ในทีสุด

Bigbonshoo

คุณ#41ครับ
คุณจะออกมาต่อสู้ก็ต่อเมื่อทุกอย่างอยู่ในมือของทหารเรียบร้อยไปแล้วหรือครับ แหมใจเย็นจัง ที่สนามหลวงเขาสู้กับพวกมันมานานแล้ว ออกไปดูพวกเขาบ้างซิครับ ทำใมมีความรู้สึกช้าจัง lol

netty

พวกเขากำลังทำการเผด็จการรูปแบบใหม่ โดยมีหลักการ มีการตรวจสอบ ไต่สวนต่างๆขึ้นมา เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ และนำไปสู่การยอมรับของประชาชนโดยปริยายอย่างแนบเนียน โดยแฝงการสืบทอดอำนาจเหมือนอย่างในอดีตที่ผ่านๆมา ไม่ว่าจะเป็นยุคจอมพลถนอม จอมพลสฤษฎิ์ฯลฯ ซึ่งก็ล้วนแต่ไม่ต้องการสูญเสียอำนาจในการปกครองที่แท้จริง กี่ยุค กี่สมัยก็เช่นกัน เพียงแต่ทำไม่ให้โฉ่งฉ่าง เพราะมีอดีตเป็นบทเรียน อย่างเช่น รสช. น่ากลัว..มาก

คนเมือง

ทหารที่อยู่ตามด่านตรวจ พกเอ็ม 16 เตรียมยิงใครหรือครับ
ความมั่นคง นี่ ใครรู้ได้มั่งครับ ถ้าชาวบ้านรู้ มันจะไม่มั่นคง ใช่ไหมครับ
ทหารนี่มี ลูกหลานเป็น ชาวบ้านเหมือนผมไหมครับ เราแยก คน เป็นหลายกลุ่มทำไม

dd

สมน้ำหน้าแล้วพวกนิยมเผด็จการ พวกนักวิชาการ อาจารย์ สตรีที่สูงศักดิ์ พวกราชนิกุล ทั้งหลาย เดี่ยวนี้ประอย่างไร
ทหารครองเมือง งบเป็นแสนล้าน กรรมการบร์อดต่าง ๆ กินเบี้ยประชุมเป็นแสน
หนี้เสือปะจรเข้

อยากรู้ไอ้พวกที่ไปยื่นดอกไม้ให้ทหาร ตอนนี้อยู่ไหน ทำอะไรอยู่ ช่วยออกมามอบดอกไม้ให้ทหารหน่อย เพราะตอนนี้มีแต่เสียงด่า เดี่ยวไปไม่รอดนะ ช่วยหน่อย ๆ

ทอทะหาญ

ชอบมาก พวกท่านเลือกข้างร.บ.นี้แล้วเป็นไงผมอยู่หน่วยข่าวทีนี้ใครเป็นปฎิปักษืกับผมสบายผมหละ

โตโต้

ประชาธิปไตยบนปากกระบอกปืน
โอนสัญชาติไปเป็นลาวดีกว่าไม๊เนี้ย
ยังเป็นประชาธิปไตยมากกว่า [emo15.gif]
น่สงสารประเทศไทย[emo15.gif]

tinyurl

สั้น ๆ สำหรับเอาไปแปะต่อครับ

ชำแหละร่าง พ.ร.บ. ความมั่นคงภายใน ‘อำนาจ ผบ.ทบ. เหนืออธิปไตยไทยทั่วประเทศชั่วชีวิต’
http://tinyurl.com/235pnv

เด

คนดีจะกลัวอะไร....กฏหมายเขาห้ามคนชั่วทำผิด.....คนดีก็ควรสนับสนุนให้มีกฏหมาย.....จนท.จะได้ทำงานง่ายขึ้น....ถ้า จนท.ใช้อำนาจทางที่ผิดก็ฟ้องดำเนินคดีได้.....ผมไม่เห็นจะต้องไปห้ามกฏหมายฉบับนี้แต่อย่างใด

ไหม

ประเทศไทยน่าสงสาร
ถ้าหากอยู่ในสถานการณ์แบบนี้อย่างยืดเยื้อ