แนะนำหนังสือ : รัฐประหาร 19 กันยา รัฐประหารเพื่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
สำนักพิมพ์ "ฟ้าเดียวกัน" ได้ฤกษ์วางแผงหนังสือเล่มใหม่ "รัฐประหาร 19 กันยา รัฐประหารเพื่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" ที่รวมบทความของนักวิชาการชื่อดัง และต่อจากนี้คือบทนำของหนังสือเล่มนี้ พร้อมกับเรื่องที่จะหาอ่านได้ในเล่ม

ปกหน้า ปกหลัง
ไม่ต้องสงสัยเลยว่ารัฐประหารส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นทุกครั้งของเมืองไทยล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับการแย่งชิงอำนาจด้วยกันทั้งสิ้น ไม่อำนาจทางการเมือง ก็อำนาจทางเศรษฐกิจ รัฐประหาร 19 กันยา ก็ไม่เป็นข้อยกเว้น ดังจะเห็นร่องรอยของความไม่พอใจในการจัดสรรอำนาจและผลประโยชน์ทั้งก่อนและหลังรัฐประหาร
แต่การที่จะบอกว่าลำพังเพียงความขัดแย้งทางอำนาจ (โดยเฉพาะการโยกย้ายทหาร) นั้นเป็นปัจจัยเดียวหรือปัจจัยหลักในการรัฐประหารครั้งนี้ก็ดูเหมือนจะไม่ตอบในหลายคำถาม เช่น
ทำไมสังคมการเมืองไทยจึงปล่อยให้รัฐธรรมนูญ ซึ่งถูกเรียกกันอย่างแพร่หลายว่า "รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน" กลายเป็นเพียงเศษกระดาษที่ไร้ความหมาย เพียงแค่มีรถถังเคลื่อนออกมา ?
ทำไมผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย จึงสยบยอมต่ออำนาจ "ศักดินา-ขุนศึก" ยอมแม้กระทั่งการขอ "นายกฯ พระราชทาน" หรือออกบัตรเชิญให้มารัฐประหาร ?
ทำไมปัญญาชนไทย ซึ่งควรจะเป็นแนวหน้าในการพิทักษ์เจตนารมณ์ประชาธิปไตย จึงกลายมาเป็นทนายแก้ต่างให้ อำนาจเผด็จการทหาร ?
ทำไมพลังอำมาตยาธิปไตยซึ่งดูเหมือนจะหมดพลังไปอย่างสิ้นเชิงหลังเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 จึงกลับมาอีกครั้งในรัฐบาลสุรยุทธ์ จุลานนท์ และพลังเหล่านี้ยังเป็นความหวังของสังคมในการฝ่าวิกฤต?
ทำไมเครื่องแบบทหารที่เคยเป็นเครื่องแบบต้องห้ามหลังเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 กลายมาเป็นแฟชั่นยอดฮิต ?
ทำไมอาวุธสงครามซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความรุนแรงจึงกลายมาเป็นเครื่องมือเพื่อระงับความรุนแรง?
ทำไมสถาบันกษัตริย์ซึ่งต้องอยู่ "เหนือ" การเมือง จึงกลายมาเป็นเครื่องมือสำคัญของคณะรัฐประหาร?
0 0 0
ในความเห็นของเรา ผลสำเร็จของรัฐประหาร 19 กันยา นั้นมีอุดมการณ์ทางการเมืองเป็นปัจจัยชี้นำอุดมการณ์ที่ว่านี้ได้ปรากฏอยู่ตั้งแต่วินาทีแรกของการรัฐประหาร นั่นคือสิ่งที่เรียกว่า "ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข"
ถึงแม้ระบอบที่ว่านี้เป็นเพียง "ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งสร้าง" เพราะมันปรากฏครั้งแรกในธรรมนูญการปกครอง 2502 นี่เอง
แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับศัตรูของมัน คือสิ่งที่เรียกว่า "ระบอบทักษิณ" ซึ่งมี พ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคไทยรักไทย เป็นตัวแทน ระบอบที่ว่านี้เป็นที่รวมของความเลวร้ายทั้งมวล (หลายเรื่องก็เป็นเรื่องจริง หลายเรื่องก็เป็นเรื่องโกหกพกลม ขณะที่อีกหลายเรื่องก็มิใช่เป็นปัญหาอันเกิดจากรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่คือปัญหาของรัฐไทย)
สำหรับผู้ที่ต้องการล้ม "ระบอบทักษิณ" กลยุทธ์ง่าย ๆ แต่ทรงพลังคือการสร้างให้เป็นคู่ตรงข้ามกับ "ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" ซึ่งกระทำผ่านการโฆษณาชวนเชื่อที่นำโดยสนธิ ลิ้มทองกุล และสื่อในเครือผู้จัดการ จนดูประหนึ่งว่าถ้าหากปล่อยให้ทักษิณอยู่ต่อแม้แต่วินาทีเดียว ประเทศชาติจะล่มจม ศาสนาจะถูกทำลาย พระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นสถาบันคู่บ้านคู่เมืองของไทยจะกลายเป็นเพียงสัญลักษณ์ และหมดความสำคัญในที่สุด
ชัยชนะของอุดมการณ์นี้ คือการที่สนธิ ลิ้มทองกุล ในฐานะ "ประกาศก" คนสำคัญ ทำให้แม้แต่ผู้คนที่ไม่เคยเห็นด้วยกับเขาและรัฐบาลทักษิณ ต้องเลือกข้าง เราจึงได้เห็นหลายคนที่เคยแสดงความไม่เห็นด้วยกับแนวทางของสนธิ หรือเคยเป็นศัตรูเสียด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นพิภพ ธงไชย เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง สุริยะใส กตะศิลา ฯลฯ กลับต้องสยบยอมกลายมาเป็น "หางเครื่อง" ให้กับสนธิ ด้วยข้อสรุปง่าย ๆ คือ "ระบอบทักษิณ" เลวร้ายกว่า
(ผลข้างเคียงของปรากฏการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้ที่วิจารณ์แนวทางของสนธิ ต้องกลายเป็นผู้รับใช้ "ระบอบทักษิณ" ไปเสียทุกราย)
เมื่อ "ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" ได้ชัยชนะทางอุดมการณ์แล้ว เราจึงได้เห็นมันโลดแล่นอยู่ในฐานะเครื่องมือสำคัญในการกำจัด "ระบอบทักษิณ" ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะมีการ "สนธิกำลัง" ระหว่าง ฝ่ายบุ๋นคือ สนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ผู้จุด "เทียนแห่งธรรม(ราชา)" กับ "ฝ่ายบู๊" คือ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. เมื่อต้นต้นปี 2549 นับแต่นั้นเป็นต้นมาเค้าลางของการรัฐประหารก็ก่อตัวขึ้น
ตลอดปี 2549 เราจึงได้เห็นการต่อสู้ทางการเมืองของฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แม้จะมีประเด็นแตกต่างหลากหลายเพียงใดแต่ก็รวมศูนย์ที่นำไปสู่การถวายพระราชอำนาจคืน โดยรูปธรรมที่ชัดเจนที่สุดคือการยินยอมพร้อมใจกันขอพระราชทานนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งปัจจุบันมีค่าเพียงเศษกระดาษที่รอชั่งกิโลขาย
จนในที่สุดเมื่อสถานการณ์สุกงอม รัฐประหาร 19 กันยาก็เกิดขึ้น โดยความยินยอมพร้อมใจของชนชั้นกลางส่วนใหญ่ในเมือง
แต่กระบวนการรัฐประหารยังไม่เสร็จสิ้น เพราะคณะรัฐประหารยังไม่ได้ออกแบบ สถาบันทางการเมืองเพื่อมารองรับ "ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจที่ รัฐธรรมนูญ 2550 (ถ้ามี) ก็จะมีเพื่อการรองรับอุดมการณ์ทางการเมืองดังกล่าว
จากบทสรุปข้างต้น จึงเป็นที่มาของการหาคำตอบผ่านการจัดทำหนังสือเล่มนี้ รัฐประหาร19 กันยา รัฐประหารเพื่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
กล่าวโดยไม่ต้องอ้อมค้อม เราขอประกาศไว้เลยว่าข้อเขียนที่ปรากฏอยู่ในเล่มนี้ (ยกเว้นของธีรยุทธ บุญมีและบทสัมภาษณ์พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ) เขียนขึ้นมาด้วยทัศนะของคนที่ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร (แต่นั่นก็มิใช่ว่าข้อเขียนทั้งหมดจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ข้อเขียนหลายชิ้นที่ปรากฏในหนังสือเล่มนี้ก็เป็นวิวาทะกันเองด้วย)
ถึงแม้จะตระหนักว่าวิธีคิดในการทำหนังสือเช่นนี้ย่อมหมิ่นเหม่ต่อการกระทำที่ผิด "หลักการ" ของสื่อมวลชนที่ดี ซึ่งต้องรักษาความเป็นกลาง, นำเสนอความเห็นของทั้ง 2 ฝ่าย หรือการที่ไม่ตัดสินอะไรด้วยอัตวิสัย
แต่ท่ามกลางสภาวการณ์ที่สื่อมวลชนส่วนใหญ่ ยอมรับเงื่อนไขของคณะรัฐประหารว่าจะมาเพียง "ชั่วคราว" และเข้ามาชำระล้างความเลวร้ายของ "ระบอบทักษิณ" โดยไม่ตั้งคำถามกับวิธีการได้มาซึ่งอำนาจ หรือสิทธิเสรีภาพที่สูญหายด้วยข้ออ้างแบบครอบจักรวาลว่าเพื่อสยบ "คลื่นใต้น้ำ" แล้วทำให้เรายิ่งเห็นถึงความจำเป็นของการทำหนังสือที่ไม่เป็นกลาง นำเสนอด้านเดียว รวมทั้งใช้อัตวิสัยของการไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารเป็นธงนำ
|
รัฐประหาร 19 กันยา
ใ น เ ล่ ม... พ บ กั บ "ผมไม่มีวันเห็นว่าการรัฐประหารใดๆ ชอบธรรมเป็นอันขาด"
สถาบันกษัตริย์กับรัฐธรรมนูญ
ข้ามไม่พ้นประชาธิปไตยแบบหลัง 14 ตุลา:
"การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 คือการทำให้พลเมืองกลายเป็นไพร่"
ภาคผนวก: ว่าด้วยการแทรกแซงการเมืองของ "ชายบนหลังม้า" S.E.Finer
ภาคผนวก: ข้อเสนอเรื่อง "โครงสร้างการเมืองแบบภูมิปัญญาไทย" ธีรยุทธ บุญมี
อริสโตเติลกับรัฐประหาร 19 กันยา
เฮ้ย... ผมว่าเรียกมันเลยว่า "คณะปฏิกูล"
หลักนิติรัฐประหาร
ฐานะทางประวัติศาสตร์ของการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549
ภาคผนวก: ความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ของการรัฐประหารในประเทศไทย
ภาคผนวก: คุณมีรัฐธรรมของคุณ เรามีรัฐธรรมนูญของเรา สัมภาษณ์ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
แกะรอยพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย: ผู้ออกบัตรเชิญให้คณะรัฐประหาร
ทำไมพวกเขาถึงไม่ต้านรัฐประหาร
จารึกไว้ในยุคสมัยแห่งการ "รัฐประหาร"
ปัญญาชน 14 ตุลา พันธมิตรฯ และแอ๊กติวิสต์ "2 ไม่เอา"
จากรัฐประหาร 19 กันยา ถึงรัฐธรรมนูญ 49: แสงริบหรี่ที่ปลายอุโมงค์
|
กำหนดการ สัมมนาวิชาการเปิดตัวหนังสือ
"รัฐประหาร 19 กันยา:
รัฐประหารเพื่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข"
08.30-09.00 น. ลงทะเบียน
09.00-09.30 น. ปาฐกถานำโดย อ.สุลักษณ์ ศิวรักษ์
09.30-12.30 น. เสวนา "สังคมการเมืองไทย 4 เดือนหลังรัฐประหาร"
สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สมชาย ปรีชาศิลปกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ไชยยันต์ ไชยพร คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ดำเนินรายการโดย
พวงทอง รุ่งสวัสดิทรัพย์ ภวัครพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
12.30-13.30 น. พักรับประทานอาหารเที่ยง
13.30-15.15 น. เสนอบทความ "วิเคราะห์ระบอบสนธิ"
โดย สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี
วิจารณ์โดย อุกฤษฎ์ ปัทมานันท์
15.15-15.30 น. รับประทานอาหารว่าง
15.30-17.00 น. สนทนากับ รศ.ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ คณะรัฐศาสตร์ มธ. ผ่านบทความ
"อริสโตเติลกับรัฐประหาร 19กันยา"
ดำเนินรายการช่วงบ่าย เกษม เพ็ญภินันท์
วันศุกร์ที่ 19 มกราคม 2550 ณ ห้องประชุมชั้น 5 คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
จัดโดย
สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน
คณะทำงานสัมมนาและเผยแพร่ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
หากพบเห็นข่าวหรือบทความ ภายในเว็บไซต์ประชาไท ที่มีเฉพาะหัวข้อ แต่ไม่แสดงเนื้อหา โปรดอีเมลแจ้งรายละเอียด URL ของข่าวหรือบทความ มาที่ webmaster@prachatai.com หรือโทร. 02 690 2711 ทีมงานจะเร่งดำเนินการแก้ไขให้แสดงผลได้ตามปกติภายใน 48 ชั่วโมง
ขออภัยในความไม่สะดวก: www.prachatai.com
คำชี้แจง
เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น
- ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
- ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
- อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง
ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค
จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ
* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน












fff
เห็นรายชื่อแล้ว รู้สึกแหยง ๆ น่าจะเป็นกลุ่มเดียวกันกับคณะปฏิวัติ
คนแก่ ๆ
นายไชยยันต์ ไชยพร น่ะใช่ สมุน คมช.
เป็น อาจารย์สอนรัฐศาสตร์ สังเวช ตรับ
Red Lion TU 37
Bravo, ajarn Chaiyan!
Derek
หนึ่งเสียงที่ขอบอยคอร์ตฟ้่าเดียวกันฉบับนี้
ผมจำได้ไม่ลืมว่าำนักวิชาการเหล่านี้(ยกเว้นสมศักดิ์ ธงชัย
เกษมและนักข่าวบางท่าน)เคยร่วมสังฆรณีกรรมในวาทกรรม
"ระบอบทักษิณ" "ประชานิยม" "ภาวะความกลัว"
"คอรัปชั่นนโยบาย" ฯลฯ มาแล้วทั้งหมด
ไม่ต้องมาอ้างอัตวิสัยต้านรัฐประหารแต่กรุณาตรวจสอบอัตวิสัย
ของตัวเองในช่วงสามสี่เดือนก่อนเกิดรัฐประหาร
ถ้าทำได้คุณธนพลจะำได้บทความที่ดีกว่า "แกะรอยพันธมิตร ฯลฯ"
เำำพราะ "บัตรเชิญ" จากนักวิชาการ(ที่ปัจจุบันใช้อัตวิสัย
"ต้านรัฐประหาร")มันทรงพลังและโน้มน้าวสังคมมากกว่า
ในสังคมที่ำ"พัฒนาทางญานวิทยา"(ทั้งอัตวิสัยหรือทางเลือกอื่น)
เราคงได้เห็นนักวิชาเกินเหล่านี้ออกมา
"ขอโทษต่ิอสาธราณะ" นานแล้ว แต่ "อัตวิสัยแบบไทยๆ"
ทำได้อย่างมากก็มาเขียนบทความแก้ต่าง-แก้ตัวอย่างที่กำลังเห็นในหนังสือเล่มนี้
กูจำมิงได้
ไชยยันต์ ไชยพร คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
คนที่ฉีกบัตรเลือกตั้ง นี่หว่า
Lucifer
get more deeply into who^*s behind all these coups in Thailand, read intro & reveiw in Thai language of "The King Never Smiles" at this link: http://www.geocities.com/siamesarn
เฮ้อ!
หลอกโปรโมตหนังสือตามฟอร์ม
So sad
เพียงเพราะเกลียดทักษิณ อาจารย์หลายคนถึงกับยอมทิ้งหลักการประชาธิปไตยยอมปิดตาหนึ่งข้างโดยพูดว่า "ไม่เห็นด้วยแต่ในเมื่อทำไปแล้วก็ต้องยอมรับ" ตอนนี้กลับจะมาทำตัวเป็นประชาธิปไตยจ๋าอีกแล้ว ขอถามว่า จุดยืนคุณอยู่ตรงไหนกันแน่ แล้วศรัทธาจะเกิดได้อย่างไรกัน
สงกรานต์
ผมว่าห้องประชุมคณะเศรษฐศาสตร์อาจเต็ฒนะครับ คงต้องหาห้องสำรองด้วย หรืออาจจะใช้วิธีให้โทรไปสำรองที่นั่ง จะได้ทราบว่าจะมีคนมามากเท่าไหร่ แต่เท่าที่ประมาณ ๆ จากเพื่อน ๆ คาดว่าน่าไม่น้อยเลย เพราะเนื่อหาน่าสนใจ และเป็นการเปิดตัวหนังสือวิชาการเกี่ยวกับการรัฐประหาร 19 กันยาเล่มแรกที่ประกาศจุดยืนชัดเจนไว้ล่วงหน้าว่าเป็นทรรศนะของผู้ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร
ณ ที่ซึงเราเคยรักกัน
นายดิเรกอะไรนี่พูดจาตลกดี ทำเป็นใช้คำใหญ่ๆ โชว์ความเป็นนักคิดนักปราชญ์ แต่อ่านก็รู้ว่าในหัวกบาลกลวงโบ๋ พูดมาได้ว่าเมืองไทยไม่มีใครค้านรัฐประหารนอกจาก ธงชัย สมศักดิ์ เกษม แล้วที่พิชญื ศิโรตม์ สมชาย เขียนถล่มรัฐประหารหนักสุดๆ ตั้งแต่วันแรกล่ะ คุณเอาเขาไปไว้ไนห
พูดมาได้ไงว่าพวกนี้มั่วเรื่องระบอบทักษิณ หรือความกลัว คุณเอาเรื่องเลวๆ ที่เกิดภายหลังอย่างรัฐประหาร ไปตัดสินเรื่องที่คนพวกนี้เขาพูดไปเมื่อปีก่อนโน้นแล้ว มันไม่ยุติธรรมเลย ฃ
คนอย่างคุณมันก็แค่พวกหัวสี่เหลียม ฟังนักวิชการพูดว่าคำว่าระบอบทักษิณถูกใช้เพื่อรัฐประหาร ก็เลยโมเมไปว่าคำว่าระบอบทักษิณมันผิด ทั้งที่มันเป็นกรอบการวิเคราะห์ ใครจะใช้อะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละคุณ
เบื่อพวกหัวสี่เหลี่ยมต้านรัฐประหารแบบโง่ๆ ว่ะ ไม่ได้ว่าพวกต้านรัฐประหารทุกคนนะ พวกนั้นน่ะดี แต่เบื่อพวกต้านรัฐประหารแบบโง่ๆ ที่เอาแต่เกาะกะเป๋งเกาะขี้ปากสมศํกดิ์ไปด่านักวิชาการคนอื่นที่เขาก็ทำอะไรเสี่ยงกับทหารเยอะแยะ แตถูกคนปากหมาที่เอาแต่ด่าชาวบ้านเพื่อโชว์ว่าตัวเองฉาลาดคอยกระแนะแหนแบบนี้ มันน่ารำคาญ
ฟังสมศํกดิ์แล้วไม่มีอะไรเลย นอกจกานักวิชากรคนอื่นในเมืองไทยมันโง่ อ่านหนังสือน้อย ไม่รูทฤษฎี ต้านรัฐประหารไม่จริง จุดยืนไม่ชัดเจน ไม่กล้าทะเลาะกับเจ้า มีแตสมศักดิ์คนแรกในเมืองไทยที่กล้าทำแบบนี้ และคงเป็ฯแบบนี้ตลอดไป ทั้งที่สมศักดิ์แม่งไม่ได้ทำอะไรเลบ นอกจากโพสท์ความเห็นตามเว็บ ทำตัวเป็นศาสดาเว็บบอร์ดเหมือนเด็กวัยรุ่นโง่ๆ ทั้งที่อายจุห้าสิบเอ็ดแล้ว
พวกงมงายกับสมศักดิ์ทั้งหลาย คิดผิดคึดใหม่ได้นะ ต้านรัฐปะระหารได้ ฉลาดได้ ด่าเจ้าได้ แต่ไม่เห็นต้องงมงายตามสมศักดิ์ตลอดปีตลอดชาติเลย
ไอ้นี่มันบ้า วันๆ มันไม่คิดอะไรหรอก นอกจากอยากให้คนยอมรับมัน ใจหมอนี่มีแต่ความอิจฉาริษยา ทุกวันนี้ถึงไม่มีใครคบ ไม่ใช่เพราะมันฉลาดจนคนอื่นรับไม่ได้ แต่เพราะนิสัยมันแย่จนไม่มีใครอยากเป็นเพื่อนมัน
หนึ่ง
ว้าว ขายของเก่าอีกแย้ว ไม่เห็นมีหน้าใหม่ๆ เลยคนเก่าเขียน และก้ด่าคนเก่าๆ บ้านเมืองมีแค่นี้หรือไงฟะ เออ แต่ก็ดีเล่มนี้ไม่มีธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เขียน อิสระบ้างรับเงินเขามาไม่จำเป็นต้องให้เขาเขียนก้ได้มั๊ง 555
เยี่ยม
คุณ Derek เยี่ยมากก อ่าแล้วเห็นธาตุแท้พวกฟ้าเดียวกันกั[นักวิชาการบางกลุ่มที่นึกว่าตัวเองเก๋า ที่แท้กHแก้ต่าง มันก็น่าคิดนะตอนชาวบ้านเขาม็อบกันมันเงียบ ถ้าเกลียดสนธิก็ทำไมไม่ตั้งกลุ่,มาไล่ทักษิณ ยอมรับเหอะพวกคุณมันรับเงินอั๊ยคนชื่อเอก ทรท.อยู่จะได้จบๆ กHเลยหาเหตุมาตลบหลังเล่นงานพันธมิตรฯ เปรด คนอย่างพวกมึงไม่เคยเห็นทักษิณเป็นต้นเหตปัญหาการเมืองจนรัฐประหาร ถุยชีวิต
อ๋อ ลืมไปต้องเคลื่อนไหวหนักหน่อยช่วงนี้เพราะสุริยะ จึงรุ่งเรื่องกิจ เริ่มถูกตั้งข้อกล่าวหาจาก คตส. แล้วนี่ คงเหนื่อยหน่อยนะ
โธ่เอ๋ย
โธ่........ผายลม
นน
คห.10นี่สงสัยอ่านภาษาไทยไม่แตก ขึ้นมาวรรคแรก(หลังจากด่า)ก็คนละประเด็นกับคห.4เขาละ
ใครอยากจะแห่ไปฟังนักวิชากานหย่ายยยพ่นก็แล้ว
แต่ใจสมัคร ผมและผองเำำพื่อนคงไม่เล่นด้วยละคับ
ปล่อยให้นศ.และชนชั้นกลางสำเร็จความใคร่ทาง
ปัญญากันไปเองละกัน
enough
อิอิอ่านแล้วอดยิ้มบ่ได้ แหมถ้าเพิ่มเกษียรอีกคนรับรองครบแก๊งค์"ซ้ายประหารรัฐ"
คุณ Direkพูดโดนใจจริงๆ แกะรอย teen ตัวเองดีกว่าน่าเห็นช่วยกันโหมไฟในนาครมาเป็นปี
ทหารเค้าก็รับเทียบเชิญแล้วไง อิอิ
บากตะวัน บูรพา
แด่...เผด็จการทหารทั้งน้อยใหญ่
อำนาจใดในโลกหล้า บอกว่าทำเพื่อประชาชนทั้งผอง แต่สุดท้ายคุณก็ทำตามครรลองแห่งอำนาจนิยม อยู่เถอะอยู่ไปอย่าได้ล่มจม... อยู่ประดับในสังคม(ไทย)เส็งเคร็งนี้ต่อไป
sq
ชอบอ่านมากๆครับ ถึงแม้ว่าผมจะเห็นด้วยกับการยึดอำนาจและเป้นขาประจำเว็บผู้จัดการแต่ก็รับฟังความคิดเห็นของฟ้าเดียวกันได้ครับ แรงบ้างก็รับได้ครับ ผมเองก็แฟนส.ศิวรักษ์อยู่แล้ว ส่วนอ.ธงชัยผมก็รับฟังได้ครับอย่างน้อยก็ทำให้ความคิดรอบด้านขึ้น
Singapore
ขอโทษครับ ไปฟังทำเหี้....ยอะไร
ได้อะไรใส้สมองบ้าง
ก็มันเกลียดระบบทักษิณแล้ว
แต่เราไม่เกลียด
คนละจุดยืน
แล้วจะไปฟังทำไป
ฟังฟรีแถมเงินด้วยยังไม่ไปเลย
pri
[emo16.gif][emo16.gif][emo16.gif][emo16.gif][emo16.gif][emo16.gif][emo16.gif][emo16.gif][emo16.gif][emo16.gif][emo16.gif][emo16.gif]
ทหารเฒ่าฯ
ถ้าการเมืองในปี 50-51 มันโกงกินกันอีกหรือยุ่งวุ่นวายกันอีก ทหารก็จะออกมาสั่งสอนอีกจำไว้ เพราะทหารคือกลุ่มเดียวที่่มีอำนาจและอาวุธเบ็ดเสร็จอยู่ในมือ และออกมาก็จะได้เป็นเกียรติประวัติแห่งวงศ์ตระกูลได้ไปเล่าขานให้ลูกหลานฟังในวันข้างหน้า แล้วทหารรุ่นน้องหรือรุ่นหลังๆที่่ยังไม่เคยผ่านเหตุการณ์จริงๆที่่เหมือนเป็นวีรบุรุษแบบนี้ก็จะซึมซับเรื่องแบบนี้ไว้เพื่อรอโอกาสที่่จะได้ออกมาแสดงความกล้าแบบนี้บ้าง เป็นวงจรไม่มีที่่สิ้นสุดอยากย้ำว่าตอนนี้วงการทหารเขากำลังภูมิใจในผลงานนี้และถือว่าเราคือวีรบุรุษอัศวินม้าขาวทีเดียว นี่่แหละคือประเพณีที่่จะได้รับการสืบทอดต่อๆไปในอนาคตไม่รู้จบเพราะทำแล้วได้ดีกันถ้วนหน้านี่่ครับ.
พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ
อยากให้ประชาไทลงบทความเล่าเกี่ยวกับ IP address ครับ เพราะพอเริ่มมีการลง anti-spam code แล้วรู้สึกได้เลยว่ามันมีคลื่นบนน้ำจริงๆ แต่ไม่ว่าด้วยเจตนาใด อยากได้ความรู้เกี่ยวกับ IP address ครับ