จาก อ.ดร. ถึง ศ.ดร. กรณีตำแหน่ง สนช.: "ถ้าคุณไม่ได้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี สำหรับผม ไม่มีปัญหาอันใด"

อ.ดร. เกษม เพ็ญภินันท์ จากภาควิชาปรัชญา คณะศิลปศาสตร์ มธ. ออกมาพูดอีกครั้ง หลังลงชื่อเป็นคนที่ 2 ในจดหมายเรียกร้องให้ ศ.ดร. สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดี มธ. พิจารณาเลือกระหว่างการดำรงตำแหน่งอธิการบดี กับ สนช. ระบุไม่ได้ล้างครู แต่นี่คือวิถีทางแห่งประชาธิปไตยที่เขายืนยันว่า "สอนกันไม่ได้ แต่เรียนรู้ได้"

 

 
ดร.เกษม เพ็ญภินันท์
ภาพจากศูนย์ข่าว อิศรา
 
อ.ดร. เกษม เพ็ญภินันท์ จากภาควิชาปรัชญา คณะศิลปศาสตร์ มธ. ออกมาพูดอีกครั้ง หลังลงชื่อเป็นคนที่ 2 ในจดหมายเรียกร้องให้ ศ.ดร. สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดี มธ. พิจารณาเลือกระหว่างการดำรงตำแหน่งอธิการบดี กับ สนช. ระบุไม่ได้ล้างครู แต่นี่คือวิถีทางแห่งประชาธิปไตยที่เขายืนยันว่า "สอนกันไม่ได้ แต่เรียนรู้ได้"
 
สัมภาษณ์โดยศูนย์ ข่าวอิศรา ประชาไทขอนำมาเผยแพร่ซ้ำอีกครั้ง
 
000
 
"เราจะได้ เรียนรู้ว่าสิ่งใดควรหรือไม่ควร ครรลองของประชาธิปไตยคืออะไร นี่คือสิ่งที่ประชาคมจะได้มากกว่า"
 
ดร.เกษม เพ็ญภินันท์ อาจารย์ภาควิชาปรัชญา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
 
แนว คิดหลักในการคัดค้านการเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติของอาจารย์สุรพล นิติไกรพจน์คืออะไร
ผมคิดว่าประเด็น นี้ต้องแยกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือสถานะของนักวิชาการและสถาบันทางวิชาการเองว่าต้องมีความชัดเจนใน แง่ของความเป็นกลางและความเหมาะสม ที่สถาบันทางวิชาการจะเข้าไปเกี่ยวข้อง โดยพันธกิจแล้ว สถาบันทางวิชาการเป็นแหล่งความรู้ ดังนั้นหน้าที่หลักคือการให้การบริการด้านศึกษาแก่สังคม ดังนั้น หลักการเรื่องความเป็นกลางทางการเมืองจึงเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สถาบันทาง วิชาการจะแสดงบทบาทของตัวเองอย่างเต็มที่ ทั้งการให้การเรียนรู้ การวิพากษ์วิจารณ์ และเป็นเวทีกลางของการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกันบนครรลองประชาธิปไตย โดยปราศจากการครอบงำ หรือชี้นำทางการเมืองผ่านผู้บริหารมหาวิทยาลัย
 
 ส่วน ที่สอง สถานะของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในระบอบประชาธิปไตย เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว ทั้งมหาวิทยาลัยเองหรือผู้บริหารย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมทางการเมืองไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทาง อ้อม บทบาทของประชาคมธรรมศาสตร์ควรให้การสนับสนุนระบอบประชาธิปไตย ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี แต่ในกรณีการรัฐประหารที่เกิดขึ้นมันแตกต่างกัน
 
ปัจจุบันเราไม่ ได้มีชีวิตอยู่ในระบอบประชาธิปไตย ประเทศไทยมีรัฐบาลนอกรัฐธรรมนูญ สภานิติบัญญัติแห่งชาติที่ไม่ได้เป็นตัวแทนของคนส่วนใหญ่ของประเทศ แต่ทั้งหมดมาจากการแต่งตั้งที่มีตรายางของบุคคลเร้นรัฐรับรองเท่านั้น ดังนั้น สถานภาพของอาจารย์สุรพลที่ได้รับการแต่งตั้งเข้าเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติ จึงไม่ได้เป็นการสนับสนุนระบอบประชาธิปไตย หากเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการรับรองความชอบธรรมของระบบใหม่ที่จะสถาปนาขึ้น ภายใต้ชื่อ ประชาธิปไตย แต่ไม่มีรากฐานหรือรากเหง้าทางประชาธิปไตยเลย การ restore a political order เป็นสิ่งสำคัญ แต่มันไม่น่าใช่วิธีการนี้
 
นอกจากนี้ ตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นตำแหน่งที่ทรงเกียรติ มีสถานภาพทางสังคมและบทบาททางการเมืองที่สำคัญ โดยเฉพาะทรรศนะและจุดยืนทางการเมือง ที่สังคมให้ความสนใจและใส่ใจ ยิ่งในสถานการณ์ทางการเมืองที่เป็นอยู่ ที่องค์กรทางเมืองไม่ได้มาจากกระบวนการในระบอบประชาธิปไตย
 
อาจารย์สุรพลใน ฐานะที่เป็นอธิการบดีควรวางบทบาทที่เหมาะสมกว่านี้ คือ เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง จะเป็นอธิการบดี หรือสมาชิก สนช. เพราะว่า อาจารย์สุรพลคงไม่ไดัเป็นเพียงแค่นายสุรพล นิติไกรพจน์ พลเมืองคนหนึ่งของรัฐไทยเท่านั้น หากรวมไปถึงหัวโขนที่สวมอยู่ ในนามของ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการทับซ้อนของตำแหน่งหน้าที่และสถานภาพส่วนบุคคล
 
ด้วย แนวคิดเดียวกัน จะมีการนำไปเรียกร้องให้อธิการบดีมหาวิทยาลัยอื่นๆ ลาออกด้วยไหม
ใช่ครับ สถาบันทางวิชาการต้องเป็นอิสระจากขั้วอำนาจการเมือง ไม่ใช่อิงอยู่กับอำนาจทางการเมือง ถ้าคุณเลือกอยู่กับการเมือง ความผันผวนของสถาบันและบทบาททางสังคมของสถาบันจะขาดการยอมรับ นั่นจะส่งผลระยะยาวต่อสถาบันทางวิชาการที่ไม่สามารถทำหน้าที่ชี้นำ หรือ วิพากษ์วิจารณ์สังคมได้ ตัวอย่างก็มีให้เห็นอยู่แล้วในกรณีของอาจารย์สุรพลเอง ที่เสนอเรื่อง ม. 7 ที่เป็นข้อถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งที่มีต่ออาจารย์สุรพล ที่ไม่ได้เป็นเพียงทรรศนะส่วนบุคคล หากเลยเถิดไปถึงจุดยืนของ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ การที่มหาวิทยาลัยถูกวิจารณ์เช่นนี้ ก็เพราะว่า อาจารย์สุรพลแยกไม่ขาดกับตัวองค์กร ซึ่งก็คือ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อาจารย์สุรพลได้รับบทเรียนที่สำคัญมาแล้ว เมื่อตอนต้นปี ที่กลุ่มจัดตั้งที่เรียกว่าคาราวานคนจนเดินทางมายังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อแลกเปลี่ยนความเข้าใจต่อระบอบประชาธิปไตย ซึ่งในเวลานั้น ภาพที่ปรากฏต่อสาธารณชน มิใช่แต่ความแตกต่างทางทรรศนะทางการเมืองของอาจารย์สุรพลกับบุคคลที่ไม่เห็น ด้วยกับอาจารย์ หากรวมไปถึงจุดยืนของมหาวิทยาลัย คืออะไรกันแน่ จนมีการล้อว่า ธรรมศาสตร์ที่มีอธิการบดีที่เป็นศาสตราจารย์ แต่กลับสอบตก ม.7 ดังนั้น ความเป็นอิสระของสถาบัน และการไม่อิงกับขั้วอำนาจทางการเมืองจึงมีความสำคัญอย่างมาก ต่อการยอมรับในบทบาทสถานภาพ และพันธกิจของมหาวิทยาลัยที่มีบทบาททั้งการให้การศึกษา ความรู้ และร่วมชี้นำทิศทางของสังคมด้วย
 
ถ้า เป็นอาจารย์ท่านอื่นในธรรมศาสตร์ จะคัดค้านไหม
เป็นเรื่องของ สิทธิและเสรีภาพทางการเมืองของบุคคล ที่จะเลือกข้างหรือมีจุดยืนทางการเมืองอย่างใดอย่างหนึ่ง ผมเคารพและยอมรับ แม้ว่าจะมีความแตกต่างกันในด้านความคิดความเชื่อทางการเมือง นี่เป็นครรลองพื้นฐานของสังคมประชาธิปไตย
 
กรณีของอาจารย์สุ รพลมันเป็นการทับซ้อนจุดยืนทางการเมืองส่วนบุคคล กับสถานภาพผู้บริหารของ มหาวิทยาลัย ตราบใดก็ตามที่คุณมีตำแหน่งผู้บริหารของมหาวิทยาลัย หัวโขนที่สวมอยู่สะท้อนถึงบทบาทที่เด่นชัด สิ่งนี้เป็นเรื่องเดียวกันกับกรณีที่ตัวแทนองค์กรสื่อมวลชนเข้าไปนั่งในสภา ในแง่ความชัดเจนทางจุดยืนทางการเมือง บุคคลกับองค์กรเป็นคนละส่วนกัน ผมแสดงความนับถือและเคารพในการตัดสินใจในการลาออกจากการเป็นผู้นำองค์กรสื่อ เพื่อเป็นสมาชิก สนช. ผมเชื่อว่าอาจารย์สุรพลก็น่าจะทำเช่นนั้น เพื่อเป็นแบบอย่างอันดีต่อคนในประชาคม ผมไม่ได้ไล่อาจารย์สุรพลนะครับ แต่ต้องการเห็นความกล้าหาญอาจารย์ต่อการใช้วิจารญาณอันความเหมาะสมว่า ตนเองสมควรที่จะทำหน้าที่ในบทบาทไหน
 
เพราะ ฉะนั้นเหตุผลที่อาจารย์สุรพลไม่ควรเข้าไปเป็น สนช. คือ "นักวิชาการต้องดำรงความเป็นกลาง" ไม่ใช่ ว่า "การเข้าไปสนับสนุนสภาที่มาจากคณะรัฐประหารเป็น เรื่องผิด" ใช่ไหม
ถ้าคุณไม่ได้ดำรง ตำแหน่งอธิการบดี การที่คุณเข้าไปเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติ สำหรับผม ไม่มีปัญหาอันใด ยังคงให้ความเคารพอาจารย์ในฐานะอาจารย์ นักวิชาการ นักกฎหมายมหาชน และอดีตอธิการบดี
 
จะ เห็นว่าคนหลายคนที่เคยต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยก็เข้าไปร่วมใน สนช. ด้วย
มันเป็นความไม่ ชัดเจนของความเข้าใจในปัญหาภายในระบอบประชาธิปไตย นับตั้งแต่มายาคติใหญ่คือเรื่องระบอบทักษิณ ผมไม่คิดว่ามันมีสิ่งที่เรียกว่าระบอบทักษิณ เป็นที่ทราบกันอย่างดีว่า การบริหารงานรัฐบาลทักษิณสร้างปัญหาแก่ระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะเรื่องการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ ที่ขั้นตอน กระบวนการ และองค์กรอิสระ ไม่สามารถทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและสัมฤทธิ์ผล และปัญหาเรื่องทางจริยศาสตร์ กับจรรยาบรรณของนักการเมือง ซึ่งทำให้เกิดการยอมรับไม่ได้ของคนชั้นกลาง ปัญญาชน และนักวิชาการ นี่คือสิ่งที่ทุกคนต้องร่วมกันแก้ไข แต่ไม่ใช่การทำรัฐประหาร เหมือนคุณรู้ว่าบ้านมีปัญหา ก็หาทางแก้ไขกัน ไม่ใช่เผาบ้านทิ้ง แล้วสร้างบ้านใหม่ เริ่มต้นใหม่ด้วยระบอบใหม่ เป็นการคิดสั้นกับประชาธิปไตยมากไปหน่อย
 
ผมอาจจะไม่พอใจ กับแนวทางในการบริหารประเทศในหลายๆ ด้าน ของทักษิณ แต่ทั้งหมดก็เข้าใจได้ เพราะแนวโน้มของกระแสโลกเป็นเช่นนั้น สิ่งที่รัฐบาลทักษิณทำคือปรับตัวตามกระแสโลก สิ่งนี้เกิดขึ้นในประเทศอื่นๆ ก่อนหน้าเรา เพียงแต่ว่าเราไม่เห็นกระบวนการที่เป็นปัญหา และทางออกของปัญหา ทักษิณไม่ใช่ปัญหาที่สำคัญที่สุดของระบอบประชาธิปไตย ปัญหาใหญ่ที่สุดของสังคมไทยในระบอบประชาธิปไตย คือเราไม่มีทางเลือกที่แท้จริงที่สามารถเลือกได้ จากแนวทางการทำงานของรัฐบาลทักษิณและพรรคไทยรักไทย ดังนั้น เมื่อมีคนเสนอทางเลือก และสามารถชักจูงความคิดของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายพันธมิตร หรือสื่อบางสื่อ มันทำให้เกิดการยอมรับกับทางเลือกในส่วนนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่นอกระบบ เพื่อมาจัดการกับระบอบประชาธิปไตย นี่คือปัญหาที่คนที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไม่สามารถแยกแยะได้ ระหว่างปัญหาภายในระบบที่ต้องแก้ไขด้วยกลไก กระบวนการของระบบ และ ปัญหาการคุกคามระบอบประชาธิปไตย
 
คาด หวังอะไรจากการรณรงค์ครั้งนี้
ผมไม่คิดว่า อาจารย์สุรพลจะลาออกจากตำแหน่งอย่างเด็ดขาด! แต่บรรยากาศและความรู้ความเข้าใจในสังคมจะมีมากขึ้น คนจะเข้าใจบทบาทและสถานภาพของตัวเองในระบอบประชาธิปไตยมากขึ้น ประชาคมในธรรมศาสตร์จะได้บทเรียนจากกิจกรรมนี้ ความสำเร็จของการรณรงค์ครั้งนี้คงไม่อยู่ที่การลาออก การลาออกเป็นวิจารณญาณส่วนบุคคล เป็นเรื่องทางจรรยาบรรณ จริยธรรม และระดับคุณธรรมของอาจารย์สุรพลเอง สิ่งนี้สอนกันไม่ได้ แต่เรียนรู้ได้ แต่สำหรับสังคม เราจะได้เรียนรู้ว่าสิ่งใดควรหรือไม่ควร ครรลองของประชาธิปไตยคืออะไร นี่คือสิ่งที่ประชาคมจะได้มากกว่า
 
รู้สึก อย่างไรที่มีคนเรียกการรณรงค์ครั้งนี้ว่า "ศิษย์ล้างครู"
ผมไม่ได้คิดว่า กำลังล้างครู เรายังให้ความเคารพอาจารย์สุรพลในฐานะอาจารย์และนักวิชาการคนหนึ่ง แต่เวลาเราพูดถึงทรรศนะทางการเมือง มันเป็นคนละสิ่งกัน อย่าลืมว่าสิ่งที่อาจารย์สุรพลทำในวันนี้ อาจารย์สุรพลกำลังประกาศจุดยืนทางการเมืองของตนเอง ในฐานะปัจเจกชนคนธรรมดาหนึ่งในสังคม ซึ่งเหมือนกับทุกๆ คนในสังคม ไม่ใช่ในฐานะปรมาจารย์ที่ทุกคนต้องกราบไหว้หรือแตะต้องไม่ได้ หรืออยู่ห่างจากเทวดาแค่คืบเดียว
 
คำว่า "ศิษย์ ล้างครู" คือการไม่ให้ความเคารพ ไม่ให้เกียรติ การไม่ยอมรับในศักยภาพและความสามารถของอาจารย์ แต่การวิพากษ์วิจารณ์ไม่ใช่การล้างครู หรือการด่าทอผู้อื่น เพราะการวิพากษ์วิจารณ์เป็น กิจกรรมทางปัญญาที่อยู่บนพื้นฐานทางเหตุผล ปัญญา และการแลกเปลี่ยนทรรศนะที่ก่อให้เกิดความแตกต่าง รวมทั้งชี้ให้เห็นข้อเด่นหรือข้อด้อยเพื่อนำไปปรับปรุง และพื้นฐานที่รองรับการวิพากษ์วิจารณ์ให้เกิดขึ้นได้จริง คือ มิตรภาพ
 
สิ่งที่น่าตกใจ คือ การที่คนธรรมศาสตร์ค่อนข้างที่จะเพิกเฉยต่อประเด็นปัญหาพื้นฐานอันสำคัญของ ธรรมศาสตร์ นี่คือโอกาสที่ดีที่จะกลับมาตรวจสอบคนใน โดยเฉพาะตัวผู้บริหารมหาวิทยาลัย เราวิพากษ์คนอื่นอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่เคยวิพากษ์คนของเราเอง โดยเฉพาะเรื่องบทบาทและความแน่ชัดในจุดยืนทางการเมือง นี่คือบทเรียนที่สำคัญของประชาคมธรรมศาสตร์ และหวังว่าจะขยายไปถึงการเรียนรู้ของสังคมประชาธิปไตยในมหาวิทยาลัยอื่นๆ ด้วย การสั่งสมประสบการณ์ประชาธิปไตยคือการเรียนรู้ความแตกต่างหลากหลายทางความ คิดจะทำให้ความเข้าใจในเรื่องสิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาคขั้นพื้นฐานของทุกคน
 
http://www.politic.tjanews.org/index.php?option=com_content&task=view&id=208&Itemid=27
 

อ่านข่าวประกอบ

ศิษย์ มธ. ขอล้างครู ล่ารายชื่อเรียกร้อง ศ. สุรพล นิติไกรพจน์เลือกเอาจะเป็น สนช. หรือ อธิการบดี

 

2499

" อาจารย์สุรพลได้รับบทเรียนที่สำคัญมาแล้ว เมื่อตอนต้นปี ที่กลุ่มจัดตั้งที่เรียกว่าคาราวานคนจนเดินทางมายังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อแลกเปลี่ยนความเข้าใจต่อระบอบประชาธิปไตย ซึ่งในเวลานั้น ภาพที่ปรากฏต่อสาธารณชน มิใช่แต่ความแตกต่างทางทรรศนะทางการเมืองของอาจารย์สุรพลกับบุคคลที่ไม่เห็นด้วยกับอาจารย์ หากรวมไปถึงจุดยืนของมหาวิทยาลัย คืออะไรกันแน่ จนมีการล้อว่า ธรรมศาสตร์ที่มีอธิการบดีที่เป็นศาสตราจารย์ แต่กลับสอบตก ม.7 " [emo1.gif] อธิการบดี ม.7 หุ หุ ขำ จริง ๆ

ก้างตำคอ

โปรดฟังอีกครั้งหนั่ง

5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5

แม่ไก่กับพญาเหยี่ยวต่างกันนิดเดียว
บางครั้งพญาเหยี่ยวอาจบินต่ำกว่าแม่ไก่
แต่ไม่มีสักคราเดียวที่แม่ไก่บินสูงเท่าพญาเหยี่ยว

ในเมื่อนายกสภามหา ลัย ธรรมศาสตร์ อธิการบดี รองอธิการบดี นำพา นศ. ไปทำนา ในยุคโลกาภิวัฒน์ มันก็ชัดเจนดีอยู่แล้ว ว่าใครบ้างคือแม่ไก่ในคราบพญาเหยี่ยว

[emo18.gif][emo18.gif][emo18.gif]

สมศักดิ์ fever

เห็นอาจารย์สมศักดิ์วิจารณ์ทุกคนเลย ไม่ทราบว่าจะวิจารณ์เพื่อนอาจารย์ร่วมสำนักหรือเปล่า อยากอ่านข้อความของอาจารย์ครับ

MySiam

อาจารย์สุรพล ควรจะเลือกเพียงตำแหน่งเดียวระหว่าง
1.อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อันทรงเกีียรติภูมิในแนวทางประชาธิปไตยมายาวนาน
2.สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งแต่งตั้งโดยคณะรัฐประหาร อันน่าอับอายในโลกประชาธิปไตย
อย่าพยายามหาเหตุผลอันใดมมาอ้าง ไม่สง่างามเลย
ดูพวกสื่อเป็นตัวอย่าง เขายังเลือกแล้ว

*_*

ความคิดที่แตกต่าง นี่แหละคือประชาธิปไตย...แต่ตอนนี้ ใช่ประชาธิปไตยหรือเปล่า [emo9.gif]

ศิษย์เก่า มช.รุ่น ๑๘

เห็นการเคลื่อนไหวของไอ้พวก อาจารย์ มช. ร่นนี้แล้วเซ็งชิปหาย....ไม่รูจะโง่เขลาเบาปัญญาทางวิสัยทัศน์และกรอบการมองปัญญาไปถึงไหน....สมับยปี ๑๘-๑๙ อาจารย์สมัยนั้น หัวคิดชัดเจนกว่านี้เยอะ นี่มันเลวกันลงเป็นร่นๆๆ จริงๆ

ไม่ได้คิดล้างครู แต่เมลิงคงไม่ได้เป็นอาจารย์กลูน่ะ

ไม่ใช่มธ.

อาจารย์สุรพลแกเป็นของแกอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว ชาวธรรมศาสตร์ดันไปเลือกมาเป็นอธิการบดีเอง ที่ผ่านมาแกเคยเป็นกลางหรือไม่ ไม่เลยครับ แกนั่งมองแต่กระแส และก็กระโดดไปเหยียบฝ่ายที่เสียเปรียบ เพื่อทำชื่อเสียงให้ตนเองมามาตั้งนานแล้ว คราวนี้มีหรือที่จะไม่กระโดดไปอยู่กับฝ่ายปฏิวัติ อย่าไปขับไล่แกเลยเสียเวลาเปล่า รอเดี๋ยวฝ่ายประชาชนดันพวกปฏิวัติเป๋ แกก็กระโดดหนีออกมาด่าคณะปฏิวัติเอง ขอให้เจริญธรรมศาสตร์ของดร.สุรพล ขอให้เจริญประเทศไทยของป๋าคนเดียว

george washington

ถ้าอธิการบดี ยังปฏิบัติตน ขัดแย้งต่อแก่นแท้ระบอบประชาธิปไตย สังคมมหาวิทยาลัยนั้น ยังจะมีความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงอยู่เหรอ นิสิต นักศึกษา อาจารย์ ศิษย์เก่า จะอยู่ได้อย่างไร โดยไม่ถูกตราหน้าว่า เป็นพวก ประชาธิปไตยใส่หน้กาก... ปลิ้นปล้อน.....จอมปลอม

สน เธ่า เฒ่า

ขอเป็นกำลังใจให้ อ.ดร. เกษม เพ็ญภินันท์ แห่ง มธ. อ.ใจ อึ๋งภากรณ์ แห่ง จุฬาฯ และอาจารย์ท่านอื่นๆ ที่กล้าออกมาพูดความจริง แสดงจุดยืน
ไม่หลงตามกระแส สร้างภาพ สร้างสถานการณ์
ไม่หน้าไหว้หลังหลอก
ไม่โป้ปดมดเท็จไปวันๆ เหมือนผู้ใหญ่บ้านเมืองที่เคยน่านับถือในยุคนี้
ไม่ทำตัวเป็นกิ้งก่าเปลี่ยนสี เพียงเพื่อให้ได้มารักษาสถานะภาพ และมักใหญ่ใฝ่สูง

ตุลานิรนาม

ถึง ดร.เกษม เพ็ญภินันท์

ผมไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณ เพราะคุณสอนปรัชญามากไปหรือเพราะกินยาลืมเขย่าขวด ( ล้อเล่นน่าอย่าซีเรียส ) คุณจำไม่ได้หรือว่าได้ให้สัมภาษณ์อะไรไว้กับประชาไทย น่าเสียดายผมหาบทสัมภาษณ์นั้นไม่เจอไม่เช่นนั้นจะคัดลอกลงมาเตือนความจำคุณ

คุณเคยให้สัมภาษณ์ว่า ประชาธิปไตยกับเรื่องจริยธรรมเป็นคนละเรื่องกัน ประชาธิปไตยเพียงแต่ต้องการระบบตรวจสอบถ่วงดุล คุณไม่เห็นด้วยกับการที่ใครต่อใครออกมาเคลื่อนไหวขับไล่คุณทักษิณ

แล้ววันนี้คุณกำลังทำอะไรครับ ?

กรุณาตั้งสติให้ดี คุณกำลังกระทำในสิ่งที่คุณวิพากษ์คนอื่นอยู่ใช่หรือไม่

นายกรัฐมนตรียังไม่จำเป็นต้องมีหลักจริยธรรมหรือคุณธรรมกำกับเป็นคุณสมบัติประจำตัวเลย เหตุไฉนแค่อธิการบดีมหาวิทยาลัยจึงต้องคำนึงจริยธรรมด้วยเล่า

หรือว่าคุณกำหนดมาตรฐานบุคคลเช่นอธิการบดีมหาวิทยาลัยไว้สูงกว่านายกรัฐมนตรีที่ต้องบริหารประเทศ
คุณออกมาเรียกร้องให้คุณสุรพลลาออกด้วยเหตุผลของจริยธรรมทำไม ทำไมไม่ปฏิบัติตามกฎข้อบังคับของมหาวิทยาลัย รอให้มีการเลือกอธิการบดีใหม่ แล้วคุณก็อย่าไปเลือกเขาเข้ามาก็พอแล้ว มิใช่หรือ

คนเราจะทำอะไร ควรมีจุดยืนที่ชัดเจนในการใช้เหตุและผลกำกับความรู้สึกนึกคิดของตน จริงหรือไม่ครับ

เฝ้าดู

ถ้ามีคนถามคุณตุลานิรนามบ้างว่า
มีรัฐบาลทักษิณแล้วจะดีชั่วรอไว้ก่อนให้เป็นไปตามกฎข้อบังคับ คุณจะตอบอย่างไร น่าอับอายและสมเพศที่ใช้ชื่อตุลา.. มาแปดเปื้อน เปลี่ยนชื่อเถอะเป็นนายหมูนายหมาอะไรก็ได้ตามใจ มีคนร่วมเหตุการณ์เดือนตุลาคมหลายคนที่เฝ้ามองเหตูการณ์นี้อยู่ จึงขอสนับสนุนแนวคิดและให้กำลังใจอาจารย์ ดร.เกษมฯ

j

yes,

ความคิดที่แตกต่าง นี่แหละคือประชาธิปไตย...แต่ตอนนี้ ใช่ประชาธิปไตยหรือเปล่า

ผมเป็นคนต้นเดือน ธันวาฯ

ผมว่า เรื่องการแยก การตัดสินความดี กับเรื่องการเมืองออกจากกัน

กับเรื่องการเรียกร้องให้ อ.สุรพล "ใน ฐานะ อธิกาบดี มธ." ออกจาก สนช.

เป็นเรื่องเดียวกันนะครับ

โดยเฉพาะในแง่ที่ว่า การเรียกร้องครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องของการบอกว่า ไปนั่งใน สนช. แล้วมันชั่ว มันเลว จะเกิดอาเพช อาถรรพ์ มันผิดศีล

นี่ไม่ใช่การโจมตีเรื่อง ศีลธรรม (ซึ่งที่ผ่านมามักมีกลุ่มผู้ทรงศีลทั้งหลาย ปราศรัยโจมตีเรื่องศีลธรรมเน่าๆ กันมามากพอแล้ว)

แต่บอกกันตรงๆ ว่า เมื่อคุณเข้าไปแล้ว คุณจะ balance การเมืองภายนอก กับภายในอย่างไร

โดยเฉพาะ การถามว่า สถาบันวิชาการ จะมีอิสระ และเปิดกว้างกับทุกความเห็นได้อย่างไร หรือแค่ไหน ถ้าหัวหน้าองค์กร เข้าไปอยู่ในเวทีแห่งอำนาจแล้ว

และการตั้งคำถามว่า มัน "เหมาะสม" แล้วหรือ?

กับการปิดตาด่าว่า มึงชั่ว มึงจึงต้องออกมา

มันเป็นคนละท่าที คนละฐานคิด

ที่สำคัญ อ.เกษม ก็ "มิได้ใช้ท่าทีแบบผู้ทรงศีล" ว่ากูเป็นผู้บรรลุธรรม จึงมีสิทธิด่า อ.สุรพล ว่าเป็นไอ้ชั่ว เหมือนที่พันธมิตรและแก็งอาแปะอาซิ้ม ตั้งหน้าด่า ทักษิณ

เพราะการเมืองไม่ใช่เรื่องของพระและศีลธรรม

แต่เป็นเรื่องของกลไก และการควบคุม

เพราะ ศีลธรรมก็เป็นเพียงเรื่องที่อุปโลก

คนในสมัยก่อนมีเมียทีเป็นโหลแต่คนปัจจุบันก็ยังปั้นอนุสาวรีย์ให้และกราบไหว้

เรื่องอค่นี้ก็เห็นๆ กันว่า เวลาผ่านมาเพียง 100 กว่าปี ไอ้ศีลธรรมที่พูดๆ กันนี่มันอยู่ตรงไหน มันนิ่งมันเที่ยงหรือไม่

แล้วยังเสือกจะเอามาใช้กับการเมือง!!!

ย้ำ การเมืองเป็นเรื่องของ การตรวจสอบระบบไม่ใช่เรื่องของอ้ายอีที่ไหนที่จะมาอ้างศีลธรรมปลอมๆ ไว้หลอกแดกชาวบ้าน

ซึ่งนี่เองก็เป็นประเด็นที่ อ.เกษม ต้องการจะเสนอไว้ในบทความที่คุณ ความเห็นข้างบน กล่าวถึงนั่นเอง

ขอบพระคุณครับ

จอมลวดลาย

ไม่สง่างาม ไม่เข้าท่า
อย่ารับใช้ เผด็จการ
อย่ารับใช้ กบฏ

ศิษย์หลวงปู่

@ +_+ ! ประชาไทขอทำการปิดความคิดเห็นนี้ เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เหมาะสม @

Old Thammasat

ขอแย้งคุณตุลานิรนาม คห 10

ประการแรก อธิการบดีธรรมศาสตร์ได้รับการคาดหวังจากชาวธรรมศาสตร์ให้มีระดับจริยธรรมสูง ทั้งนี้ด้วยประเพณีปฏิบัติและเกียรติคุณของอดีตท่านผุ้ประศาสน์การและอดีตอธิการบดีของธรรมศาสตร์หลายท่าน(ไม่ใช่ทุกท่าน)ได้เคยประพฤติปฏิบัติเป็นบรรทัดฐานไว้ ชาวธรรมศาสตร์จึงไม่มีความคาดหวังในมาตรฐานเดียวกันเมื่อเราพูดถึงนักการเมือง

ประการที่สอง หน้าที่ของสถาบันวิชาการไม่ใช่มีจุดหมายทางการเมืองคือการจัดสรรผลประโยชน์สาธารณะ ซึ่งแยกปัญหาจริยธรรมออกจากประสิทธิภาพในแง่ระบบ กล่าวคือการเมืองเชิงสถาบันเน้นที่การสร้างระบบคานอำนาจ ตรวจสอบ ตามกฎหมาย ไม่ใช่อ้างจริยธรรมส่วนบุคคลเป็นเกณฑ์กันดดยหาข้อยุติไม่ได้ ทั้งนี้มิใช่บุคคลไม่ควรมีจริยธรรม แต่ต้องมีเกณฑ์วัดรูปธรรมที่ตัดสินได้ เช่นกรณี ลูวินสกีของคลินตัน เป็นปัญหาจริยธรรม ตัดสินด้วยการลงมติของรัฐสภาสหรัฐ เป็นต้น แต่ในฐานะครูของลูกศิษย์และสังคมไทย จะพุดได้อย่างไรว่าขอมีมาตรฐานเท่านักการเมืองไทยซึ่งมีระดับจริยธรรมต่ำกว่าโดยเฉลี่ยของสังคมไทย ประเด็นที่ อ.เกษม พุดชัดเจนคือหน้าที่สถาบันวิชาการและฐานะผุ้บริหารสถาบันวิชาการ โดยเฉพาะธรรมศาสตร์ ควรเลือกทางใดทางหนึ่งไม่ใช่นั่งบริหารมหาวิทยาลัยประชาธิปไตยไปพร้อมกับร่วมออกกฎหมายให้คณะรัฐประหารซึ่งเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน

ประการที่สาม อ.สุรพล ไม่ได้รับการเลือกจากประชาคมธรรมศาสตร์ขึ้นมาเป็นอธิการบดี แต่ได้รับการแต่งตั้งจากสภามหาวิทยาลัย โดยไม่ผ่านการสรรหาที่เปิดเผยและประชาคมมีส่วนร่วม เป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมายแต่ฝืนประเพณีปฏิบัติเดิมที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยควรผ่านการหยั่งเสียงจากประชาคมโดยเปิดเผยก่อน อย่างไรก็ตาม อ.สุรพล เป็นอธิการบดีท่านที่สอง ต่อจาก อ.นริศ ที่แหวกจารีตประเพณีการสรรหาอธิการบดีอย่างเปิดเผย กลายมาเป็นการสรรหาทางลับ แล้วรวบหัวรวบหางให้สภามหาวิทยาลัยตั้งอธิการบดี

ผมเองก็ได้อ่านบทความของ อ.เกษม ชิ้นนั้น แล้วแน่ใจว่าบทความเดิมกับบทความใหม่นี้เป็นคนละเรื่องกันครับ
สำหรับผม เห็นว่า อ.เกษม ได้ท้วงติง อ.สุรพล ด้วยท่าทีฉันท์นักวิชาการร่วมสถาบันเป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังให้การนับถือและกล้าให้ความเห็นที่แตกต่างอันควรแก่การรับฟัง

16 ตุลา คาราโอเกะ

ผมคิดว่าสังคมไทยกำลังมีปัญหาด้านการแยกทำความเข้าใจในหลายส่วนออกจากกัน เรามีคำมากมาย ไม่ว่า จริยธรรม ศีลธรรม อุดมการณ์ ฯลฯ แต่ทั้งหมดนี้ถ้าเราติดตามร่องรอยมันให้ดีหน่อยก็จะพบว่า เราใช้คำทั้งหลายเหล่านี้ในความหมายเดียวกัน กูดี มึงชั่ว มึงไม่ทำตามกูมึงผิด ซึ่งมันทำให้เราไม่สามารถจินตนาการไปถึงกกลไกอื่นๆได้จากตรงส่วนนี้ และรวมถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในสิ่งที่พวกเราเรียกกันว่าประชาธิปไตย ที่เราเปลี่ยนมันให้เป็นเหตุผลในเชิงเครื่องมือตามสไตล์คนไทย ที่ไม่ค่อยชอบยอมอ่านคู่มือการใช่้งาน (อย่างละเอียดกัน) ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยในกรณีอย่าง ตุลานรนาม

2โดมใน1เดียว

..."ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน " อ.จ.สุรพล ครับลาออกจากตำแหน่งอธิการฯเถิดครับ

Jora&Jore

จะหวังเอาอะไรกับแค่คนระดับ...อธิการบดี เขาก็ยังเป็นแค่คนคนหนึ่ง อาจจะไม่ใช่มนุษย์เสียด้วยซ้ำ โบราณเขาก็สอนไว้นานแล้ว ขนาดพระอินทร์เทวดายังเป็นชู้กับเมียฤาษีใด้ จนโดนฤาษีสาบให้มีรูปไอ่นั่นของเมียแก..ผุดอยู่รอบกาย จนใด้ฉายาเป็นพระพันตา

...ถ้าคนมันจะดีเหมือนกันหมด เขาคงไม่มีศีลธรรมและกฎหมายบังคับไว้หรอก ขนาดพระสงฆ์ยังมีกฎให้ขับพวกนอกคอกออกจากสังคมของพระเลย.. อามิสนั้นไม่เข้าออกไคร ...แม้กระทั่งสมาชิกพรรค..คอมมิวนิส

สีงห์แดง 28

อ.สุรพลครับเลือกข้างใดข้างหนึ่งดีกว่าน่ะครับ จะรับใช้เผด็จการหรืออยู่ในรั้วมหาลัยอย่าให้แม่โดมต้องแปดเปื้อนคราบเผด็จการเลย

ล้างบาง

ดิฉันเชื่อว่าถ้าคนๆนี้มีศักด์ศรีของความเป็นผู้นำองค์กร อาจารย์และนักประชาธิปไตยอยู่บ้าง คงลาออกจากตำแหน่งกรณีม.7 ไปนานแล้ว

ระดับจิตสำนึกของคนอาจต่างกัน แต่ของนายสุรพล เป็นที่คาดหวังของคนทั่วไปว่าจะสูงกว่านี้ แต่แล้วก็ไม่ต่างจากเหยี่ยวกับไก่ของคุณคห.2 หรือในอีกแง่หนึ่ง ขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่ พอเหลาลงไปกลายเป็นบ้องกัญชา ไม่กลวงเปล่า ยังให้โทษอย่างแรง

ถึงว่าไง

ธรรมศาสตร์เคยมี
อธิการบดี ชื่อ ถนอม กิตติขจร
หากจะมี
ศ.ดร. สุรพล นิติไกรพจน์
ก็ ไม่แปลก

ผมไม่เรียกร้อง ให้ ดร.สุรพล ลาออก
แต่ขอเรียกร้องให้ อาจารย์ปริญญา(เอก)
ลาออก จากทีมผู้บริหาร มธ.

หมวย

ถึงคุณตุลานิรนาม คห 10 คุณใช้อะไรวัดว่าใครมี หรือไม่มีจริยธรรม?

ตุลานิรนาม

ตอบคุณOld Thammasat

ประการแรก คุณกำลังจะบอกผมหรือใครต่อใครในสังคมว่า ชาวธรรมศาสตร์ มีมาตรฐานทางจริยธรรมที่สูงส่งกว่าผู้คนอื่นๆในสังคมอย่างนั้นหรือ ( กรุณาอ่านข้อเขียนของคุณแล้วทบทวนดูใหม่นะครับ ) และหากเป็นจริงอย่างคุณว่า ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์เลือกอธิการบดีแบบหมกเม็ดอย่างที่คุณพูดถึงในประการหลัง จริยธรรมของชาวธรรมศาสตร์ไปไหนกันหมดในเวลานั้น

ประการที่สอง คุณใช้อะไรเป็นเหตุตัดสินว่าสถาบันทางวิชาการต้องมีจริยธรรม ส่วนนักการเมืองไม่ต้องมีจริยธรรมหรือจริยธรรมต่ำก็ได้ อะไรสำคัญกว่ากันครับ ปัจจุบันนี้แม้แต่หน่วยธุรกิจสังคมยังต้องเรียกร้องให้มีจริยธรรม เพราะการมีจริยธรรมในตัวเองย่อมดีกว่าการมีเครื่องมือตรวจสอบเป็นไหนๆ แม้เครื่องมือตรวจสอบจะเป็นสิ่งที่จำเป็นก็ตาม ไม่เช่นนั้นคงไม่เกิดวิชา Corporate social responsibility ที่สอนให้หน่วยธุรกิจเลิกเอาเปรียบสังคมและหันมาช่วยเหลือสังคม

ประการที่สาม หากคุณสุรพล ได้รับการคัดเลือกเป็นอธิการบดีจากกติกาที่มิชอบด้วยประเพณี ก็ขอให้ชาวธรรมศาสตร์ไปเรียกร้องให้สภามหาวิทยาลัยแก้ไขกฎระเบียบเสียใหม่สิครับ ควรที่จะเปลี่ยนระบบไม่ใช่เพียงคิดแค้นเคืองกันเป็นการส่วนตัว เพราะไม่เช่นนั้นคุณอาจได้คนที่คุณไม่ชอบยิ่งกว่าคุณสุรพลก็ได้ครับ ( ก็เหมือนกับพวกที่เกลียดทักษิณกลับได้ คปค. นั่นแหละ )

ผมเคารพในความคิดเห็นของทุกท่านที่ใช้เหตุและผล และยินดีรับฟังการวิพากษ์เสมอ ผมคัดค้านความคิดแบบหลายมาตรฐาน ผมไม่ชอบวิธีการบริหารแบบทักษิณไม่ต่างจาก คปค. แต่ผมก็ไม่เคยเกลียดทักษิณ หรือ คปค. เป็นการส่วนตัว จนถึงกับต้องขาดความเคารพตนเองบิดเบือนหลักการเพื่อเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ที่รังแต่จะสร้างความขัดแย้งและชิงชังซึ่งกันและกัน

สำหรับความคิดเห็นของท่านอื่น ผมไม่ตอบเพราะไม่มีประเด็น

ณศิตา

คุณธรรม จริยธรรมไม่จำเป็นต้องเรียนต้องสอน มันมีอยู่ในจิตสำนึกของมนุษย์แต่ละคน หากแต่ว่าเมื่ออัตตาแก่กล้า ก็หลงคิดว่าตัวเองมีคุณธรรมมากกว่าผู้อื่น จึงใช้คุณธรรม จริยธรรม เป็นอาวุธประหัตประหารผู้อื่นเพื่อยกระดับคุณธรรม จริยธรรมของตนให้สูงส่งขึ้นเรื่อยๆ ดั่งเช่นการสั่งสมบารมี อัตตาเมื่อแก่กล้า ตรรกะย่อมเลอะเลือน การตัดสินใจย่อมวิปลาส ควบ ๒ ตำแหน่งก็โก้ดี

ผมเป็นคนต้นเดือน ธันวาฯ

ปัญหาของผู้ไต่ถามเรื่องจริยธรรมก็คือ

มึงจะรู้กันได้อย่างไรว่า ใครจะมีมันมากกว่า

และที่สำคัญคือ ที่มึงคิดว่าใช่ว่าดี มันเป็นอย่างนั้นจริงหรือ?

และเมื่อสังคมประชาธิปไตย กำลังถูก "ศีลธรรม" ผนวกเข้าไป จนกลายเป็นรัฐมาตรฐานเดียว!!!

มันจึงไม่ใช่สังคมที่เปิดกว้าง หรือไม่ใช่สังคมที่ไต่ถามตัวเอง อีกนัยหนึ่งคือ สังคมหลอกตัวเองไปวันๆ

หรือเป็นสังคมที่รอวันเน่า!!!

และการที่ อ.สุรพล ถูกเชิญเข้าไปสู่แกนอำนาจที่ครอบไว้ด้วยศีลธรรมแบบมาตรฐานเดียว (สนช.) "ที่เชื่อว่า ทักษิณ มันเอี้ยอยู่คนเดียว จึงต้องเอามันออกด้วยวิธีการปล้นเอา"

คนใน มธ. จึงได้ออกมาถามว่า

อ.สุรพล จะทำให้ มธ. ที่เน่าอยู่แล้ว
ให้เน่าลงไปอีก ด้วยการเดินตาม จริยธรรมเชิงเดี่ยวเน่าๆ แบบชนชั้นกลาง ที่แสดงออกในรูปแบบเน่าๆ ของ คปค. สนช. หรือ ควx

และการที่เข้าไปแช่นนี้ ก็ยิ่งเป็นการยืนยันของวิธีคิดแบบศีลธรรมเชิงเดี่ยวเน่าๆ แบบการตามหาว่า ใครมีจริยธรรมมากกว่ากัน

หรือ set มาตรฐานทางจริยธรรมของอธิการบดี มธ. สูงกว่านักการเมือง

ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ อ.เกษมบอกว่า เมื่อ คนดี และ ความดี ทำให้ประชาธิปไตย (ในฐานะสังคมที่เปิดกว้างสู่การตั้งคำถามและความหลากหลาย) ต้องถกถอยลง นั่นเอง
""

อนาล็อก

อายแทนชาว มธ.สิงแดงทั้งหลาย

ธรรมาธิปไตย

ปู่ เป็นชาวสวน อดีตเคยเป็นข้าราชการ
แต่ ลาออก ก่อนเกษียณมาหลายปีแล้ว
ตอนนี้กำลังสนุกกับการทำสวน ทำสวนแล้วสบายใจ ดี มองไปรอบๆ ก็มีแต่สีเขียว สีเขียวเป็นสีของธรรมชาติ ให้ความชุ่มชื่น สดชื่นต่อลมหายใจเราได้
ปุ่สบายใจมาก จึงชวนพวกเรามาทำสวนกัน ช่วยกันปลูก ต้นไม้ ไม่ต้องไปเรียกชื่อหรอกว่าต้นอะไร ต้นป ที่มาจากต่างประเทศ หรือต้นร ที่หาได้ตามมีตามเกิด
ขอให้เป็นต้นไม้ที่ให้ออกซิเจน ทำให้ชีวิตของเราอยู่ปฏิบัติธรรมต่อไปได้ ก็พอ
บางทีปู่เคยเอาต้นไม้ที่มาจากต่างประเทศที่เค้าว่าดี ที่คนเคยไปเรียนเมืองนอกเมืองนาเอากลับมา และชมนักชมหนาว่าดี แต่พอเอามาทดลองปลูก ที่บ้านเรา มันไม่ได้ดีไปกว่าต้นไม้พื้นเมืองที่บ้านเราเลย
หลายเอยปู่รู้ว่าปู่เรียนมาน้อย หลานๆหลายคนก็จบด๊อกเตอรืเมืองนอกเมืองนา
ไปได้ยินได้ฟังฝรั่งมันพูดให้ฟัง
ก็ใช้จินตมยปัญญาก่อน แล้วตามมาด้วย
ภาวนามยปัญญา แล้วค่อยแสดงความคิดเห็นนะ แล้วก็อัตาธิปไตยนะละๆกันบ้างนะหลานๆ
สุดท้ายอย่าลืมปลูกต้นไม้กันนะหลานๆ

oppxx

เห็นด้วยกับการเรียกร้องซึ่งประชาธิปไตยเห็นด้วยกับอ.เกษม ม.ธรรมศาสตร์มีประวัติเกียวกับการเรียกร้องปชต.มายาวนาน ท่านอธก.ควรพิจารณาบทบาทตนเอง

ผมเป็นคนต้นเดือน ธันวาฯ

"มองไปรอบๆ ก็มีแต่สีเขียว "

อันนี้จริงมากเลยลุง

ว่าแต่ สิ่งหนึ่งที่ทำให้ลุงดูโง่ลงไปถนัดก็คือ ลุงไม่รู้หรือว่า ตอนกลางคืน ต้นไม้มันจะคาย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ออกมา

ดังนั้นมันจึงเป็นอันตรายกับชีวิต!!!

โปรดหยุดอุปมาโง่ๆ แบบด้านเดียวอย่าง
นี้เถิดครับ

วัยรุ่นเซ็ง

LIAM

เกษมมันคงเก็บกด อยากเป็นอธิการซะเอง แต่ไม่สามารถ ยึดติดอยู่กับปรัชญาบ้าๆ บอๆ แม่โดมแปดเปื้อนหมด ลาออกไปอยู่ที่อื่นเหอะ [emo28.gif]

เพื่อนคณ

คณเฝ้าด ความเห็นที่ 11

ด่าตลานิรนาม อ่านประเด็นเขาบ้างไหมครับ คนละเรื่องเลย โต้คนละเรื่องเลย เขาพดถึงจดยืนอาจารย์เกษม เฮ้อ เอียนจริงๆ

รณรงค์ kku.

"พระเจ้าตายจากเราไปนานแล้ว" ขอเป็นกำลังใจให้กับ ดร. เกษม ที่ต่อสู้กับเผด็จการ อย่าท้อถอยนะครับ.

คนกรุงเทพ

ขอเคียงข้างความคิด ดร.เกษม เพ็ญภินันท์ ที่ไม่ยอมรับรัฐบาลนอกกฏหมาย ที่มาจากรัฐประหาร และไม่ร่วมมือกับเผด็จการ ซึ่งต่างจาก ศ.ดร. สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดี มธ.ที่รับใช้เผด็จการนอกกฏหมาย

Old Thammasat

ตอบคุณตุลานิรนาม คห24

ขอบคุณมากครับที่กรุณาร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น

ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับหลักการมาตรฐานเดียวของคุณตุลานิรนามครับ

ที่ผมแสดงความเห็นไปก่อนหน้านี้ แม้ใช้คำว่า "โต้แย้ง" แต่ผมเห็นว่าอยู่ในระดับมีความเข้าใจที่ไม่ตรงกันมากกว่าเห็นต่างกันในสาระสำคัญ ผมขอตอบจากข้อ 3 ย้อนกลับมาแล้วกันนะครับ

ตอบข้อ 3 ผมไม่มีอคติใดกับ อ.สุรพล ครับ ผมเพียงให้ข้อมูลตามข้อเท็จจริงว่า อ.สุรพล ไม่ได้เป็นอธิการบดีที่มาจากการเลือกตั้งของประชาคม และเป็นคนที่ 2 ของวิธีการแบบนี้ด้วยซ้ำ ต่อจาก อ.นริศ ประเด็นจึงไม่ใช่เป็น อ.สุรพล แต่เป็นวิธีการสรรหา ส่วนสาเหตุที่ผมไม่คัดค้านแม้ว่าผมไม่เห็นด้วยก็เพราะผมเป็นศิษย์เก่าครับ มีเพียงความผูกพันกับสถาบัน แต่ควรเคารพการตัดสินใจของประชาคมในปัจจุบัน ที่ยอมรับ อ.สุรพล อยู่โดยไม่ได้คัดค้าน อันเนื่องมาจากวิธีการสรรหาครับ ในข้อ 3 นี้มิใช่เขียนเพื่อต่อต้าน อ.สุรพล แต่ผมเสริมความเข้าใจที่ต่างกันให้ตรงกัน เพราะคุณตุลานิรนาม เขียนไว้ใน คห10 ว่า

"คุณออกมาเรียกร้องให้คุณสุรพลลาออกด้วยเหตุผลของจริยธรรมทำไม ทำไมไม่ปฏิบัติตามกฎข้อบังคับของมหาวิทยาลัย รอให้มีการเลือกอธิการบดีใหม่ แล้วคุณก็อย่าไปเลือกเขาเข้ามาก็พอแล้ว มิใช่หรือ"

ประเด็นคือเราไม่ได้เลือกครับ และผมมีความเห็นให้แก้ระเบียบ แต่ผมไม่ถือเป็นหน้าที่ของผมไปรณรงค์กับเรื่องภายในประชาคมปัจจุบัน

ตอบข้อ 2 ตั้งประเด็นว่าผมใช้อะไรเป็นเหตุว่าสถาบันวิชาการควรมีมาตรฐานทางจริยธรรมสูงกว่านักการเมืองซึ่งมีจริยธรรมต่ำ หรือไม่มี

ผมตอบตามความเข้าใจร่วมกันของคนที่อาศัยร่วมอยู่ในสังคมเดียวกันครับ ผมเชื่อว่าสังคมไทยทั่วไปมองนักการเมืองว่ามีมาตรฐานจริยธรรมต่ำหรือไม่มี ตรงจุดนี้ถ้าประสงค์โต้แย้งก็ว่ากันต่อได้นะครับ

ส่วนทำไมสถาบันวิชาการต้องมีมาตรฐานทางจริยธรรมสูงกว่าสถาบันนักการเมือง นั้น ประการแรก ผมถือว่าสังคมมีหลากหลายสถาบัน แต่ละสถาบันก็มีระดับมาตรฐานทางจริยธรรมแตกต่างกันไป เช่น พระควรมีจริยธรรมมากกว่าตำรวจ เช่นพระไม่ควรเอาปืนไปยิงผู้ร้าย ทำไมถ้าทุกอาชีพควรเสมอภาค พระก็ควรพกปืนได้สิครับ ในอเมริกานั้นประชาชนทุกคนมีสิทธิเป็นเจ้าของอาวุธเพื่อป้องกันตัวเอง แต่เมืองไทยห้ามครับ

ครูควรมีจริยธรรมมากกว่า/แตกต่างนักธุรกิจ เช่นครูมีหน้าที่สอนหนังสือ หากครูพากันขายความรู้ด้วยการคิดค่าทรัพย์สินทางปัญญาเหมือนนักธุรกิจก็คงไม่ถูกต้อง มิใช่นักธุรกิจไม่มีจริยธรรม แต่ถ้าให้นักธุรกิจไปเที่ยวสอนใครต่อใครเปิดเผยความรู้ในการทำธุรกิจมากเท่ากับครูคือฝึกหัดให้ทุกคนที่สนใจทำธุรกิจเป็นเหมือนที่ตัวเองทำอยู่ แล้วยิ่งเขาทำได้ดีกว่าครูก็ยิ่งภาคภูมิใจ นักธุรกิจผู้นั้นคงถูกแข่งขันจากคู่แข่งมากมายจนยากดำเนินกิจการต่อไปได้ การเปิดเผยความลับทางธุรกิจคงถูกแข่งขันจากคู่ค้าจนเสียหายไปหมด แต่ครูยิ่งเปิดเผยให้ความรู้มากเท่าไร ยิ่งสอนให้เด็กมีความรู้มากยิ่งประสบความสำเร็จในอาชีพการสอน เป็นต้น

วิศวกรควรมีจรรยาบรรณในวิชาชีพสร้างสิ่งต่าง ๆ ให้กับสังคม หมอควรมีจริยธรรมในการรักษาผู้ป่วย แต่ในแต่ละวิชาชีพควรมีมาตรฐานเดียวกันสำหรับจริยธรรมของวิชาชีพตน และรวมถึงสถาบันวิชาการทั้งหมดก็ควรมีมาตรฐานทางจริยธรรมเช่นกัน

ปัญหาการเมืองในปัจจุบันกล่าวได้ว่าเป็นปัญหาพฤติกรรมของผู้อยู่ในวงการเมืองที่ไม่เป็นที่ยอมรับของสังคมมิใช่หรือครับ

สถาบันวิชาการมีหน้าที่ให้ความรู้มากกว่าแค่นักศึกษา แต่ต้องมีหน้าที่บริการวิชาการต่อสาธารณชน ถ้านักวิชาการ เช่น นักกฎหมายมหาชน พากันเขียนกฎหมายรับใช้ผู้มีอำนาจ แล้วผู้มีอำนาจใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือเพื่อตอบสนองผลประโยชน์ตนเองแล้ว สรุปได้หรือไม่ว่านักกฎหมายมหาชนเหล่านั้นคือเครื่องมือของผู้มีอำนาจและความรู้ทางเทคนิคการเขียนกฎหมายของเขาอาจเป็นผลดีหรือร้ายกับสังคมส่วนรวมก็ได้ทั้งนั้นหรือครับ แบบนี้ไม่ใช่การบริการวิชาการต่อสาธารณชนแล้วครับ แต่ให้บริการกับผู้มีอำนาจรัฐเท่านั้นต่างหาก

เจตนารมณ์การก่อตั้งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง เป็นมหาวิทยาลัยเปิด คือ การกระจายโอกาสทางการศึกษาให้กับพลเมืองไทยให้กว้างขวางและเปืดโอกาสให้กับทุกกลุ่มชนที่ประสงค์จะแสวงหาความรู้ แม้ว่าทำงานอยู่ก็เรียนได้ เพื่อตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศเข้าสู่ระบอบรัฐธรรมนูญ ผู้ที่เรียนจบถือเป็นธรรมศาสตร์บัณฑิต ในทางกลับกัน ถ้าอธิการบดีธรรมศาสตร์ปัจจุบันไม่อาจธำรงความเป็นอิสระทางวิชาการของมหาวิทยาลัยไว้ได้ ละทิ้งเจตนารมณ์การก่อตั้งมหาวิทยาลัย และละทิ้งภารกิจการบริการวิชาการต่อสังคม มุ่งรับใช้ผู้มีอำนาจรัฐ ซึ่งมี่ที่มาจากอำนาจนอกรัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตย คือไม่ได้มาจากเสียงประชาชนชาวไทย หากตั้งตัวเองขึ้นมามีอำนาจ เราควรยอมรับว่าอธิการบดีธรรมศาสตร์ควรมีมาตรฐานทางจริยธรรมในระดับเดียวกัน/เท่ากันกับประชาชนทุกคนในโลกนี้เพื่อความเสมอภาค ไม่ว่าอาชีพนักการเมือง หรือ นักแสดง หรืออาชีพใดก็ตามหรือครับ

ถ้าเราตัดคำว่าสูงหรือต่ำทิ้งไป เนื่องจากชวนให้ขัดแย้งกับเรื่องความเสมอภาค เราถือว่าทุกอาชีพต่างก็มีจริยธรรมตามอาชีพตน ไม่มีใครสูงต่ำกว่ากัน ประเด็นคืออธิการบดีธรรมศาสตร์ถ้าทำตัวเหมือนวิศวกรเซ็นแบบสร้างตึกที่วันหนึ่งต้องพังลงมาด้วยการรับเงินเดือนแพง ๆ แลกสิทธิประโยชน์ เกียรติต่าง ๆ นั้นเป็นสิ่งที่ควรยอมรับหรือ

สรุปประเด็นคือ อธิการบดีธรรมศาสตร์มีมาตรฐานทางจริยธรรมตามหน้าที่อธิการบดีธรรมศาสตร์ หรือกว้างออกไปสถาบันวิชาการก็มีมาตรฐานจริยธรรมของสถาบันวิชาการ ซึ่งแตกต่างออกไปจากความเป็นพลเมืองที่ทุกคนมีเท่ากัน แตกต่างจากมาตรฐานทางจริยธรรมของนักการเมืองซึ่งประสบปัญหาความประพฤติแตกต่างจากความคาดหวังของสังคมในทุกวันนี้อยู่ หรือแตกต่างไปจากทำไมหมอต้องรักษาคนไข้ เราควรยอมรับหมอที่บอกว่าถ้าคุณไม่มีตังค์ผมก็ไม่รักษาหรือครับ หรือหมอที่ทำเพื่อเงินด้วยการค้าอวัยวะผู้ป่วยหรือศพในโรงพยาบาลได้ เพราะทำให้กับเจ้าของโรงพยาบาลรายใหม่ที่เป็นเจ้าของโรงพยาบาลได้จากการฮุบกิจการ

ตอบข้อ 1 ที่คุณตุลานิรนามว่า

"ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์เลือกอธิการบดีแบบหมกเม็ดอย่างที่คุณพูดถึงในประการหลัง จริยธรรมของชาวธรรมศาสตร์ไปไหนกันหมดในเวลานั้น"

ตรงกันข้ามกับที่คุณตุลานิรนามเข้าใจว่าผมหมายถึงในธรรมศาสตร์ทุกคนต่างมีมาตรฐานจริยธรรมสูงกันไปหมด แต่สิ่งที่มีในประชาคมธรรมศาสตร์คือเสรีที่จะเลือก แต่ต้องมีเหตุผลและมีความชอบธรรมเป็นหลักอ้างอิง และกล้าประกาศต่อสาธารณะเพื่อมีและยอมรับการโต้แย้งกันได้อย่างมีเหตุมีผล

หรือทุกสิ่งที่ผมเรียกร้องจาก "อธิการบดีธรรมศาสตร์" นั้น เป็นเช่นเดียวกับอีกหลายคนที่ได้เรียกร้องไปก่อนหน้านี้ คือการเรียกร้องหรือต่อสู้กันตามวิถีทางของชาวธรรมศาสตร์ครับ เพื่อเปิดโอกาสให้ อ.สุรพล ชี้แจงต่อสาธารณะถึงเหตุผลที่รับฟังได้หรือมีความชอบธรรมเป็นหลักอ้างอิง เพราะในฐานะผู้บริหารสถาบันวิชาการและธรรมศาสตร์ อย่างน้อยที่สุดต้องมีสิ่งเหล่านี้ แม้ว่าอธิการบดีในอดีตหลายท่านก็เคยไม่มีมาก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม ถ้า อ.สุรพล ชี้แจงไม่ได้ ไม่มีเหตุผล ไม่มีความชอบธรรม ถึง อ.สุรพล ยังนั่งเป็นอธิการบดีต่อไป ก็ไม่มีความสง่างามในสายตาชาวธรรมศาสตร์อีกต่อไปแล้วครับ หรือไม่มีภาวะผู้นำที่ได้รับการยอมรับในประชาคม

สรุปตอบทั้ง 3 ข้อคือ ถ้าอธิการบดีธรรมศาสตร์ควรมีมาตรฐานทางจริยธรรมที่สูงกว่านักการเมืองนั้นมิใช่ได้มาด้วยโชคครับ แต่มาจากวัฒนธรรมการเมืองในธรรมศาสตร์ที่ต่อสู้กันด้วยเหตุด้วยผล มีหลักอ้างอิงที่ชอบธรรม และเป็นการเมืองเปิดเผยต่อสาธารณะ ทั้งเปิดโอกาสให้มีการโต้แย้งกันได้ และที่ผมเขียนนี้มิใช่เห็นต่างกับคุณตุลานิรนามเรื่องมาตรฐานเดียวกัน แต่เพราะเห็นว่าเราเข้าใจไม่ตรงกันต่างหาก ผมจึงเลือกตอบจากข้อ 3 ซึ่งมีช่องว่างความเข้าใจแคบที่สุดก่อน

Old Thammasat

ผลเสียจากการขาดอิสระของสถาบันวิชาการด้วยการไปรับใช้อำนาจรัฐคือ สังคมไม่ได้รับการบริการวิชาการ หรือการได้รับความรู้ที่เป็นประโยชน์ในเรื่องต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ในเรื่องนั้น ๆ ของสังคมเองครับ ซึ่งเป็นความเสียหายใหญ่หลวงเมื่อสถาบันวิชาการด้านสังคมศาสตร์เก่าแก่หันไปรับใช่อำนาจรัฐ เท่ากับลดโอกาสได้รับความรู้ในอีกด้านหนึ่งของสังคมครับ ยิ่งในจังหวะเวลาของการร่างกติกาใหม่ด้วยแล้ว ผลเสียหายยิ่งเพิ่มมากขึ้นอีกครับ

ประเด็นเรื่องตัว อ.สุรพล คงไม่สำคัญเท่ากับอธิการบดีธรรมศาสตร์ไปร่วมกับอำนาจรัฐแล้ว ต่อไปจะกล้ายืนหยัดความเป็นอิสระของสถาบันวิชาการ ไม่ใช่เพื่อต่อต้านอำนาจรัฐนะครับ แต่เพื่อให้ความรู้แก่สังคมโดยไม่ต้องทำตามใบสั่งได้แค่ไหน ผลกระทบนี้แตกต่างจากการนำนักการเมืองคนหนึ่ง หรือต่อให้เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่งไปร่วมกับอำนาจรัฐมากมายนักครับ สังคมจะเสียโอกาสจากการไม่มีทางเลือกเชิงนโยบายจากฐานความรู้ในมหาวิทยาลัยเท่าใดกันในอนาคตอันใกล้นี้
เรื่องคงไม่ใช่แค่จริยธรรมและธรรมศาสตร์หรอกครับ แต่ตรงจุดนี้เป็นเพียงจุดขัดแย้งหนึ่งในสนามการต่อสู้ทางการเมืองของประเทศนี้ในวันนี้ต่างหาก มิใช่เพื่อต่อต้านหรือสนับสนุนอำนาจรัฐ(ไม่ว่าเก่าหรือใหม่)นะครับ แต่เพื่อรักษาความเห็นต่างที่เป็นอิสระให้มีต่อไปได้จากช่องทางหนึ่งของสถาบันวิชาการแห่งหนึ่งครับ

ฅนไต

ปชต. ไม่ใช่ระบบที่ล้มล้างไม่ได้ ถ้ามันเลวก็ล้มมันไป แม้ด้วยกำลัง แล้วตั้งต้นใหม่ โดยเฉพาะปชต.แบบทักษิณ

ถามว่าถ้าทักษิณมันพาประเทศไปสู่หายนะ แล้ว อ. คนนี้ อ. ใจ อ.อีกสองสามคนจะรับผิดชอบไหม หรือยังอ้างว่า ก็มันหายนะตามระบบอบปชต.

อย่าลืมว่าหมวกอีกใบของ ดร.สุรพล คือ ประชาชนไทย อันนี้สำคัญกว่าเป็นอธิการธรรมศาสตร์เสียอีก ซึ่ง ปชช. ไทยต้องลุกมาช่วยชาติ ยามคับขัน ซึ่งขณะนี้คือยามคับขันที่สุด เราต้องการคนเก่งคนดีทุกคนเข้ามาช่วยกันกอบกู้ปฏิรูปชาติไทย

ตุลานิรนาม

ตอบคุณOld Thammasat

ผมเห็นด้วยกับทัศนะของคุณใน คห.35 อย่างปราศจากข้อสงสัย ในประเด็นที่อธิการบดีมหาวิทยาลัยไม่ควรรับใช้ฝ่ายการเมือง

ผมได้แสดงทัศนะของผมต่อคุณสุรพล ไว้ในคอลัมน์ "สุรพล นิติไกรพจน์ ตอบด้วยมโนธรรมสำนึก...." เป็นการเตือนสติให้ได้คิดว่าอะไรควรอะไรไม่ควร เพราะทุกอย่างมีต้นทุน

และที่ผมท้วงติงคุณเกษม ก็เพราะคุณเกษมเป็นครูบาอาจารย์ ทัศนะของอาจารย์ย่อมมีผลต่อลูกศิษย์ลูกหา โดยเฉพาะเรื่องจริยธรรมของนักการเมือง แม้ในปัจจุบันจะมีมาตรฐานต่ำอย่างที่คุณเข้าใจ แต่สังคมไทยต้องไม่ยอมรับมาตรฐานต่ำเช่นนี้ต่อไป

ผมมีความเชื่อว่า สังคมที่มีจริยธรรมสูง ย่อมมีกฎข้อบังคับและระบบการตรวจสอบน้อย เสรีภาพและประชาธิปไตยจึงเกิดขึ้นอย่างแท้จริง

Old Thammasat

ตอบคุณตุลานิรนาม

ครับ ผมได้มีโอกาสอ่านความเห็นดังกล่าวของคุณตุลานิรนามแล้ว และเห็นด้วยกับคุณตุลานิรนามครับ

ผมดีใจที่คุณตุลานิรนามท้วงติง อ.เกษม ในทางสร้างสรรค์เช่นนี้ครับ สำหรับผมที่เขียนนั้น เพราะคิดว่ามีความเข้าใจไม่ตรงกันบางจุด จึงเสริมข้อมูลให้เท่านั้นเองครับ

ผมเองไม่ได้มีเจตนาที่จะกล่าวหาว่านักการเมืองมีจริยธรรมต่ำแต่อย่างใดครับ เพราะเป็นการกล่าวเชิงเหวี่ยงแหคลุมไปหมดเช่นนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้ แต่ผม "ล้อ" กับความเข้าใจที่แพร่หลายทั่วไปในสังคมไทยตั้งแต่หลัง รสช. เพื่อกล่าวถึงประเด็นอธิการบดีธรรมศาสตร์ ซึ่งภายหลังการแลกเปลี่ยนความเห็นกับคุณตุลานิรนามนั้น ทำให้ผมต้องหันกลับมาพิจารณาทบทวนตัวเองถึงความบกพร่องในการเลือกสนับสนุนระบอบประชาธิปไตย แต่ไม่ระมัดระวังกับการเสริมกระแสกล่าวหานักการเมืองไทยซึ่งก็คือผู้แทนราษฎร ดังนั้นผมเองก็สนับสนุนการให้ร้ายกับระบอบประชาธิปไตยไปโดยไม่ทันระวังไปครั้งหนึ่ง ต้องขอขอบคุณคุณตุลานิรนามในเรื่องนี้ด้วยครับ

หากพบเห็นข่าวหรือบทความ ภายในเว็บไซต์ประชาไท ที่มีเฉพาะหัวข้อ แต่ไม่แสดงเนื้อหา โปรดอีเมลแจ้งรายละเอียด URL ของข่าวหรือบทความ มาที่ webmaster@prachatai.com หรือโทร. 02 690 2711 ทีมงานจะเร่งดำเนินการแก้ไขให้แสดงผลได้ตามปกติภายใน 48 ชั่วโมง

ขออภัยในความไม่สะดวก: www.prachatai.com

คำชี้แจง

เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น

  • ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
  • ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
  • อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง

ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค

จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ

* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน