อธิการบดี มธ. สุรพลนิติไกรพจน์ ตอบคำถามกรณี ศิษย์ มธ. ล่ารายชื่อเพื่อให้เลือกระหว่างการดำรงตำแหน่งอธิการฯ กับ สนช. ระบุรอให้ฝ่ายคัดค้านมาพบปะพูดคุย พร้อมยันเชื่อมั่นในมโนธรรมสำนึกของตนเอง และยอมเปลืองตัวหน้าที่ สนช. ยึดภาษิตโกวเล้ง "ถ้าหากเรา ไม่ลงนรก แล้วผู้ใดจะลงนรก"
000
อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กับการเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
บทสัมภาษณ์ : ศาสตราจารย์ ดร.สุรพล นิติไกรพจน์
อาจารย์ มีความเห็นอย่างไรที่มีข้อเรียกร้องให้ลาออกจากการเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติ แห่งชาติโดยศิษย์เก่าและนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จำนวนหนึ่งผ่านทาง Website แห่งหนึ่ง
ผมได้ดูข้อเรียก ร้องและรายชื่อตลอดจนความเห็นต่าง ๆ ของผู้ลงชื่อแล้ว แต่ก็ยังรออยู่ว่าเมื่อไหร่จะมาพบหรือยื่นหนังสือ จะได้ถือโอกาสพูดคุยทำความเข้าใจกันว่าเหตุผลของแต่ละฝ่ายเป็นอย่างไรใน เรื่องนี้ แต่ก็ยังไม่เห็นนัดมาพบ ก็ยังคงทราบจาก Website เท่า นั้น
แต่ก็ถือกันว่า เป็นเรื่องปกติธรรมดาในประชาคมธรรมศาสตร์ที่ต้องมีความเห็นในเรื่องการเมือง การปกครอง และมีแนวคิดที่แตกต่างกันไปในลักษณะอย่างนี้ ถ้าไม่มีปฏิกิริยาอะไรหรือทุกคนเห็นด้วยเหมือนกันไปหมด นั่นแหละจะเป็นเรื่องที่แปลกของธรรมศาสตร์
รู้สึก ประหลาดใจไหมที่มีอธิการบดีมหาวิทยาลัยของรัฐ ๑๔ คน ได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แต่มีคนเรียกร้องให้อธิการบดีธรรมศาสตร์คนเดียวลาออก
ผมก็ไม่ประหลาดใจ อะไรนะ เพราะเข้าใจอยู่แล้วว่าธรรมศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัยทางการเมืองการปกครอง และเริ่มต้นมาอย่างนั้น ประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็ผูกพันอยู่กับการต่อสู้เพื่อ ประชาธิปไตยและการเรียกร้องความเป็นธรรมในสังคมมาตลอด เพราะฉะนั้นตำแหน่งอธิการบดีธรรมศาสตร์จึงมีที่อยู่เฉพาะของมันในบริบททาง การเมืองของสังคมไทย
พูดอย่างนี้ไม่ ได้หมายความว่า ดีเลิศหรือวิเศษกว่าอธิการบดีที่อื่น ๆ แต่ผมคิดว่าอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีพันธะและหน้าที่ต่อประชาคมธรรม ศาสตร์ และ ต่อการเมืองไทยที่หนักกว่าที่อื่น ๆ และจะต้องตอบคำถามและถูกมองในเรื่องระบอบประชาธิปไตย และจุดยืนทางการเมือง มากกว่าที่อื่น
คุณต้องไม่ลืมนะ ว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้เมื่อเริ่มสถาปนาขึ้นเมื่อ ๗๒ ปี ที่แล้ว มีชื่อดั้งเดิมเรียกว่ามหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์ และการเมือง และความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเกือบทุกครั้งในประเทศนี้มีมหาวิทยาลัยธรรม ศาสตร์ หรือคนของมหาวิทยาลัยนี้ ไปเกี่ยวข้องโดยตลอด นี่ก็คงอธิบายตำแหน่งแห่งที่และ "ภาระต่อสังคม" ของอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อยู่บ้างตามสมควรว่ามันไม่เหมือนกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ
การถูกเรียกร้อง หรือถูกตรวจสอบในเรื่องจุดยืนทางการเมืองของคนที่อยู่ตรงนี้ ก็คงต้องถือว่า เป็นเหตุการณ์ปกติ
ถ้า อย่างนั้น อาจารย์จะปฏิบัติตัวอย่างไรต่อข้อเสนอและการเรียกร้อง
ผมเห็นว่าข้อเรียกร้องในจดหมายเปิดผนึกที่ผมได้อ่านจาก Website ฉบับนี้ก็มีเหตุมีผล และสามารถอธิบายข้อเสนอที่เรียกร้อง ให้ทำได้ แต่ก็ต้องเรียนด้วยว่าข้อเสนอ ความคิดและแนวทางต่อเรื่องนี้ของผมเองก็มีอยู่
และก็เชื่อว่ามัน ก็มีเหตุผลที่ควรรับฟังเช่นกัน นอกจากนั้น ก็มีข้อเสนอและความคิดของคนอื่น ๆ ที่แจ้งมาให้ผมทราบทั้งทางจดหมาย โทรศัพท์ และที่มาขอพบเป็นการส่วนตัว ซึ่งมีจุดยืนที่ตรงกันข้ามกับจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ก็มีอยู่มาก ผมฟัง ๆ เขาดูก็เห็นว่ามีเหตุมีผลรับฟังได้เช่นเดียวกัน เพียงแต่ไม่ได้มีคน เอาไป Post ใน Website หรือไม่ได้มีการเรียกร้องให้มาลงชื่อด้วยเท่านั้น
เพราะงั้นผมคิด ว่าเรื่องสำคัญที่ควรให้ความสนใจก็คือ เหตุผลและคำอธิบายสำหรับจุดยืนของแต่ละคน นี่เป็นสาเหตุที่ผมบอกกับนักข่าวที่มาถามผมว่า ผมยังไม่มีความเห็นอะไรในเรื่องนี้ แต่จะรอให้มีคนมายื่นจดหมายแล้วเราได้นั่งคุยกัน และแลกเปลี่ยนความเห็นและเหตุผล ผมคิดว่าผมควรจะฟังเขาให้มากกว่าที่เขาเขียนมาในจดหมายสั้น ๆ นั้น และในทางกลับกันเขาก็ควรจะได้มีโอกาสฟังเหตุผลและจุดยืนของผมด้วย ว่าฟังได้หรือไม่ได้
เพราะอะไร ผมไม่คิดว่าการPost ความเห็นใน Website ข้างเดียวตาม ที่บางคนอยากจะพูด แล้วไม่ฟังใครอื่นเลยแม้แต่กระทั่ง คนที่เราไม่เห็นด้วยนั้นมันจะนำไปสู่การพัฒนาจิตวิญญาณแบบประชาธิปไตยหรือ แม้แต่ทำให้เกิดความงอกงามทางปัญญาอะไรขึ้นมาได้
เพราะฉะนั้น นี่จึงเป็นเหตุผลที่ผมรอให้ผู้ที่เรียกร้องมายื่นจดหมาย แล้วจะได้พบตัวและคุยกันเพื่อแลกเปลี่ยน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องปิดห้อง คุยกันสองคนนะ จะมีนักข่าว จะมีใครมาฟังก็ยินดี เพราะผมก็เข้าใจว่านี่เป็นประเด็นสาธารณะ ตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ที่เขาเรียกร้องให้ลาออกจากการเป็น สมาชิกสภานิติบัญญัติ ก็เป็นตำแหน่งสาธารณะ เพราะเรื่องอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวระหว่างอธิการบดีกับนักศึกษาคนนั้น หรือคนนี้เป็นการเฉพาะอยู่แล้ว
จำนวน คนที่ลงชื่อและที่จะมายื่นจดหมายมีผลหรือมีความสำคัญไหม
ไม่ ผมคิดว่าจะลงชื่อมาสามคนหรือสามร้อยคน หรือสามพันคนก็มีน้ำหนักเท่ากันสำหรับผม ความสำคัญขึ้นอยู่กับคำอธิบายกับเหตุและผลของเรื่อง ที่จริงก็ไม่ต้องรอจนกระทั่งมีคนมาลงชื่อมากๆ หรอก มาพบผมตอนนี้ก็ได้จะได้คุยกัน จะได้หารือ ถกเถียง เรื่องเหตุและผล และเรื่องความเหมาะสมของการดำรงตำแหน่งทางการเมืองแบบนี้ของคนเป็นอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กันเสียให้ชัดเจน แต่นี่ผมห่วงก็มีแต่เพียงว่าถ้าเกิดมาหลายร้อยหรือมาเป็นพัน ผมจะไม่มีที่ให้นั่งและไม่รู้ว่าจะอธิบายและแลกเปลี่ยนกับ คนไหนดี เท่านั้นล่ะ
แต่ผมเรียนว่าผม อยากให้หลายคนที่ลงชื่อจริงและให้เหตุผลที่ดีน่าฟัง เช่น อาจารย์จอน หรือ อาจารย์ธงชัย หรือคุณวัฒนชัย มาด้วยน่ะ เพราะผมเคารพในความคิดเห็นของคนเหล่านี้ ที่ Post ไว้ และคิดว่ามีเหตุมีผลอยู่ ก็เลยอยากจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันในเรื่องเหล่านี้ให้มากขึ้นด้วย ว่าทำอย่างไรจึงจะดีที่สุดในสถานการณ์อย่างนี้
ใน เชิงเนื้อหาของการเรียกร้อง อาจารย์มีข้อชี้แจงอะไรที่คิดว่าควรจะอธิบายหรือตอบสำหรับผู้เรียกร้องในตอน นี้บ้างไหม
ถ้าให้ตอบตอนนี้ ก็เป็นการตอบผ่านสื่อหรือตอบผ่าน Website อยู่ดี มันไม่ได้มีโอกาส ซักไซ้ไล่เรียงหรือแย้งหรือค้านกันได้ แต่ผมคิดว่าหลักใหญ่ๆ ที่ผมจะอธิบายจุดยืนของผมในเรื่องนี้คงจะมีสัก ๓-๔ ประเด็นนี้คือ
ข้อแรก ผมไม่เห็นด้วยและคัดค้านการใช้กำลังทำรัฐประหาร ล้มล้างรัฐธรรมนูญและระบอบประชาธิปไตย ที่เป็นจุดยืนที่ชัดเจน ของผมมาโดยตลอด ชื่อหรือไม่เชื่อก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ผมคิดว่า ตลอดชีวิตทางวิชาการ ๒๕ ปีของผม ผมได้พูด ได้เขียน และได้เสนอ ความเห็นและจุดยืนของผมในแนวทางนี้มาตลอด ผมไม่คิดว่าคนจะเปลี่ยนกันได้ชั่วข้ามคืน ถ้ากลับไปเปิดดูสิ่งที่ผมคิดเขียนและ ให้สัมภาษณ์ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่มีอยู่ในที่ต่าง ๆ ไม่น้อยก็จะพบหลักฐานอย่างนี้ปรากฏอยู่ และถ้าเลือกได้ในวันนี้ ผมก็เลือกที่จะให้ไม่มีเหตุการณ์วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ และให้กลไกของระบบซึ่งอาจพิกลพิการไปบ้างค่อยๆ ปรับแก้ เยียวยาด้วยตัวมันเอง
แต่คำถาม ที่ต้องถามต่อไปก็คือ วันนี้ วันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๔๙ และเรากลับไปเปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในอดีตได้หรือไม่ และจะทำให้ คปค. หรือคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หายไป รัฐบาลและสภารักษาการที่มีอยู่เมื่อ ๑๘ กันยายน ๒๕๔๙ กลับมาได้หรือไม่ มีรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ฟื้นคืนกลับมาได้หรือไม่ คุณก็รู้คำตอบอยู่แล้วว่าในชีวิตจริงมันคืออะไร
(แทรก) แต่ก็มีคนบอกว่า แม้ย้อนอดีตไม่ได้ แต่เราก็มีทางเลือกที่จะไม่ร่วมสังฆกรรมหรือไปเกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนหรือ เป็นพวกกับฝ่ายที่ทำรัฐประหารเพราะนั้นก็คือการสนับสนุนการใช้กำลังล้มล้าง ระบอบประชาธิปไตยโดยปริยาย
มันคงขึ้นอยู่กับ สถานภาพของแต่ละคนในขณะนั้น ผมไม่ปฏิเสธว่าในสถานภาพของนักวิชาการหรือคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐ รัฐบาลหรือองค์กรของรัฐ จะสามารถแสดงจุดยืนได้ดีกว่า ที่จะไม่เกี่ยวข้อง ไม่ยอมรับ เรียกร้องให้คืนระบอบประชาธิปไตย ยกเลิกกฎอัยการศึก แต่ผมถามว่า ถ้าสมมุติว่าข้อเรียกร้องเหล่านี้ ซึ่งผมเห็นด้วยนะ
ว่าให้เลิกกฎ อัยการศึกโดยเร็ว ยกเลิกคำสั่งห้ามชุมนุม ทางการเมือง ถ้ามันเป็นจริงแล้ว สเต็ปต่อไปคืออะไร
มันก็คือเรียก ร้องให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ที่เป็นประชาธิปไตยและประชาชนมีส่วนร่วมสร้างโดย เร็ว ก็ต้องติดตามว่ารัฐธรรมนูญใหม่จะมีมาได้อย่างไร ก็ต้องมีคนทำยกร่าง จะไปเสกเป่าให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หายไป
รัฐบาลคุณสุ รยุทธ์หายไป สนช. หายไป แล้วรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ฟื้นคืนชีพมาใหม่มันทำได้ไหมล่ะ
ผมว่าในระดับ หนึ่งเราต้อง ยอมรับ ความจริงว่า รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ และระบอบการปกครองตามรัฐธรรมนูญนี้ถูกเลิกไปแล้วโดยการรัฐประหาร ซึ่งเป็นการประหารรัฐ และประหารรัฐธรรมนูญโดยใช้กำลัง ถ้าจะให้มีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย อย่างที่เราเรียกร้อง มันก็ต้องเขียนขึ้นใหม่ พิจารณายกร่างใหม่ทีนี้ใครจะเป็นคนทำ? จะให้คณะ รัฐประหารไปยกร่างกันเองเพื่อที่จะเอามาด่ากันต่อว่า ไม่เป็นประชาธิปไตยหรือ สืบทอดอำนาจเผด็จการหรือแล้วจากนั้นก็มีการต่อสู้เรียกร้อง มีความขัดแย้งแล้วก็นำไปสู่ความแตกแยกในชาติอีก ผมคิดว่าคนที่เชื่อเรื่องต้องไม่ไปเกี่ยวข้อง ไม่ไปสนับสนุนต้องคิดต่อต้านคณะรัฐประหารก็มีเหตุมีผลของเขา ผมเองก็มีความคิดอย่างนี้
แต่ถ้ามองประเทศ ชาติและมองสังคมไทยโดยรวม ผมคิดว่า ในสถานภาพของผมที่เป็นอยู่ทั้งในทางส่วนตัวที่ผมเป็นนักวิชาการ ทางกฎหมายมหาชน และในสถานภาพของอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ซึ่งจะมากจะน้อยมันมีความ เป็นสัญลักษณ์ของอะไร บางอย่างอยู่เป็นเรื่องที่ผมควรจะต้องเข้าไปทำอะไรเพื่อสังคมไทยในวันพรุ่ง นี้
เพื่อให้มีกติกา ที่ดีขึ้นบ้าง ตามกำลังความสามารถ ที่จะผลักดันได้ ผมก็เข้าไปทำ ก็มีเท่านั้น
แต่ คนตั้งคำถามว่าอธิการบดีธรรมศาสตร์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัย ประชาธิปไตย ไม่ควรเอาสถาบันเข้าไปแปดเปื้อน และถึงเข้าไปก็ทำอะไรไม่ได้เท่าไหร่หรอก หรือว่าได้ไม่คุ้มกับที่เสีย
ผมไม่ปฏิเสธ หรอกว่าถึงแม้จะมีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผมเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติเป็นส่วนตัวเป็นชื่อนายสุรพล แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็เป็นอธิการบดีธรรมศาสตร์และเวลาไปประชุมผมก็เป็นนายสุรพลซึ่งเป็น อธิการบดีธรรมศาสตร์ไปประชุมนั่นเอง
แต่ขอเรียนว่า เมื่อวานนี้ (๓๐ ตุลาคม ๒๕๔๙) มีประชุมสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และมีเรื่องที่ให้สภามหาวิทยาลัยเสนอชื่อ ตัวแทนไปเป็นสมาชิก สมัชชาแห่งชาติ ตามที่สกอ. แจ้งมาเป็นหนังสือ และมีคนตั้งประเด็นในเรื่องการเข้าร่วมสังฆกรรมกับคณะรัฐประหารหรือรัฐบาล ที่คณะรัฐประหารแต่งตั้ง ก็มีกรรมการสภามหาวิทยาลัยอภิปรายเรื่องนี้หลายท่าน
ผมไม่อ้างถึงสิ่ง ที่กรรมการคนอื่นอภิปราย แต่ผมขอเรียนเฉพาะสิ่งที่ผมอภิปราย ในสภามหาวิทยาลัยว่า
ประเด็นในเรื่อง ความเกี่ยวข้องกับคณะรัฐประหารหรือรัฐบาลคณะรัฐประหารแต่งตั้งนั้นมันอาจจะ อธิบายง่าย สำหรับนักวิชาการ คนหนึ่งหรือประชาชนคนหนึ่ง แต่เมื่อใดที่เราเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรของรัฐหรือมีภารกิจหน้าที่ที่ต้องทำ ตามกฎหมาย ความซับซ้อน ของเรื่องก็จะมีมากขึ้น ผมตั้งคำถามเพื่อให้เห็นประเด็นในสภามหาวิทยาลัยว่าการไม่ยอมรับคณะรัฐ ประหารจะรวมไปถึงการปฎิเสธ สภานิติบัญญัติที่คณะรัฐประหารตั้งหรือรัฐบาลที่มาจากคณะรัฐประหารด้วยหรือ ไม่
มหาวิทยาลัยธรรม ศาสตร์จะปฏิเสธการรัฐประหาร โดยการไม่ของบประมาณประจำปี 2550 ไปยังรัฐบาลที่มาจากคณะรัฐประหาร และจะไม่เสนอร่างกฎหมายออกนอกระบบที่ยังค้างอยู่ไปให้ สภานิติบัญญัติที่มาจากคณะรัฐประหารด้วยใช่ไหม หรือเราจะปฏิเสธรัฐมนตรีศึกษาหรือนายกที่มาจากการรัฐประหารและ ไม่ทำตามที่เขาสั่ง ไม่ของบประมาณ ไม่ขออัตรากำลัง ไม่ไปยุ่งเกี่ยวด้วยทั้งหมดเลย ได้หรือ ถ้าเราไม่ปฎิเสธรัฐบาล ถามว่าเราจะปฏิเสธ สภาไหม ออกกฎหมายอะไร ออกมาเราจะไม่ปฏิบัติใช่ไหม ในสภามหาวิทยาลัยก็ฟังประเด็นเหล่านี้กัน แล้วก็ไม่มีใครอภิปราย แย้งหรือคัดค้านอะไร เพราะผมเข้าใจว่าสภามหาวิทยาลัยก็ตระหนักถึงบทบาทและภารกิจในฐานะที่เป็นผู้ รับผิดชอบองค์กรของรัฐอย่างที่มหาวิทยาลัยมีสถานภาพอยู่ประเด็นเรื่องของ เรื่องจริงๆ
ที่ผมอยากจะบอกก็ คือว่า ผมแยกระหว่างสิ่งที่มันเกิดขึ้นและแก้ไขอะไรไม่ได้โดยที่เราไม่ได้เห็นด้วย กับมัน - กับผลที่ตามมาซึ่งเป็นปัจจุบันและอยู่ในวิสัยที่เราจะดัดแปลงหรือไปผลักดัน ให้มันออกมาในทางที่ดีและป้องกันไม่ให้สิ่งที่เราไม่ชอบหรือเห็นว่า ไม่ถูกต้องให้มีโอกาสเกิดขึ้นมาได้อีก
สำหรับประเด็นที่ ว่า เข้าไปแล้วจะทำอะไรได้ไหม และจะได้อะไรคุ้มกับการเอาตำแหน่งอธิการบดีของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไปเกี่ยวข้องด้วยไหม ผมขอเรียนว่าผมเชื่อโดยสุจริตหรือจะพูดให้เท่หน่อยก็ขอบอกว่า ผมเชื่อในมโนสำนึกของผมว่าทั้งในฐานะนักกฎหมายมหาชน และทั้งในตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะมีน้ำหนักและศักยภาพที่จะ ผลักดันเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้ไม่มากก็น้อย ไปให้ไปในทิศทางที่ผมยึดถือและเชื่อมั่นได้ผมเป็นพวกชอบอ่านนิยายกำลังภายใน และเชื่อที่ โก้วเล้งเขียนไว้ในหลายเรื่องว่า " ถ้าหาก เราไม่ลงนรก แล้วผู้ใดจะลงนรก"
ถ้าคนที่รู้เรื่อง เข้าใจการเมือง และพูดอะไรก็มีคนฟังอยู่บ้าง อย่างที่ผมและเพื่อนนักวิชาการหลายคนเป็นอยู่ไม่เข้าไปผลักดัน ไม่เข้าไปถากถางเส้นทางของระบบปกครองในระบอบใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น แล้วใครจะเข้าไปทำ เราจะไว้วางใจ ให้คณะทหารหรือคนที่ทำงานให้ทหารมาโดยตลอด เป็นคนกำหนดกติกา การปกครอง เป็นคนเขียนรัฐธรรมนูญ เป็นคนออกกฎหมายแต่ฝ่ายเดียวอย่างนั้นหรือ ผมว่าสิ่งสุดท้ายที่จะใช้อธิบายกับผู้คนหลัง จากยกตัวอย่างและอธิบายเหตุผลต่าง ๆทั้งหมดแล้วก็คือผมจะบอกว่า ผมสุจริตใจและเชื่อมั่นในมโนสำนึกของผมที่จะคอยเตือน ให้ทำในสิ่งที่ถูกและคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อสังคมไทยแม้ว่าจะเห็นว่าการวาง เฉย การไม่ร่วมสังฆกรรมใด ๆ ทั้งสิ้นอย่างที่เพื่อนนักวิชาการหลายคนทำจะทำให้เราปลอดภัยสถานภาพของเรา ไม่ถูกกระทบกระเทือน และไม่ถูกใครมาด่า จะเป็นทางที่ง่ายที่สุด ในการรักษาภาพลักษณ์ รักษาหน้าตาของตัวเองและพูดได้ว่าเราได้รักษาหลักการที่น่าเชื่อไว้ก็ตาม
เมื่อกี้ อาจารย์พูดถึงเหตุผลและคำชี้แจง เพิ่งพูดไปได้ข้อเดียวมีอะไรที่จะใช้อธิบายจุดยืนของอาจารย์อีกบ้างไหม
ประเด็นแรก เมื่อกี้ผมพูดว่า ผมไม่เห็นด้วยกับการทำรัฐประหาร แต่ความจริงที่ต้องยอมรับคือมันเกิดขึ้นแล้วและผ่านไปแล้วโดยแก้ไขอะไรใน อดีตไม่ได้
ข้อที่สอง ที่ผมอยากชี้แจงก็คือ เมื่อการรัฐประหารเกิดขึ้นแล้วก็จะต้องมีกติกาการปกครองใหม่ ถ้าเราเชื่อว่าเราจะผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้จริง เราก็ต้องไปทำและพยายามทำให้ได้ ผมขอเรียนว่าหลังรัฐประหาร ๑ สัปดาห์ คือเมื่อ ๒๕ กันยายน ๒๕๔๙ ผมได้รับการติดต่อจากนักกฎหมายที่กำลังยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวที่ใช้ อยู่นี้ให้ไปช่วยดูร่างรัฐธรรมนูญที่ยกร่างเบื้องต้นเสร็จแล้วที่สำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกา ผมก็ตัดสินใจไป โดยความเชื่ออย่างที่ว่า
และเมื่อเข้าไปก็ ได้เสนอความเห็นตามแนวทางที่ผมเชื่อ หลายเรื่อง เช่น การตัดบทบัญญัติทำนองเดียวกับมาตรา ๑๗ ของรัฐธรรมนูญการปกครองสมัยจอมพลสฤษดิ์ ที่ให้อำนาจเกือบจะเด็ดขาด แก่คณะปฏิวัติเรื่องการห้ามไม่ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ รวมตลอดไปถึงคณะรัฐประหารหรือ คปค. เข้ามามีบทบาททางการเมือง ในรัฐธรรมนูญถาวรต่อไปอีก โดยห้ามมิให้มาสมัคร สส. หรือดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา เรื่องการกำหนดโครงสร้างของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญซึ่งผมเสนอให้นำตุลาการใน ศาลปกครองสูงสุด เข้าไปร่วมกับผู้พิพากษาศาลฎีกาด้วยเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องหลัก ๆ ซึ่งพอเสนอเข้าไป ข้อเสนอเหล่านี้ก็ได้รับการยอมรับ และกำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ โดยกลุ่มของนักกฎหมายที่มาช่วยกันดูตัวร่าง แล้วพอเสนอคณะรัฐประหาร และอธิบายเหตุผลในเชิงหลักการ เขาก็ยอมให้กำหนดอย่างนี้ได้ แล้วหลายกรณีก็ปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวที่ใช้บังคับอยู่
นี่ก็เป็นสิ่ง ที่ทำให้ผมเห็นว่ามันมีโอกาสและ มีทิศทางในการผลักดันสิ่งที่เราเชื่อให้เป็นจริงได้ และเราจะทำอะไรได้ตามสมควรในการช่วยกันสร้างสังคมไทย ให้มีความเป็นประชาธิปไตยขึ้นได้ และปรากฎการณ์นี้ก็ทำให้คิดไปได้ว่าคณะรัฐประหาร ซึ่งกระทำรัฐประหารด้วยเหตุผลความจำเป็นใดก็ตามที่ผมไม่ทราบและไม่เห็นด้วย นั้นไม่ได้คิดไปในทางที่อยากจะมีอำนาจ หรือสืบทอดอำนาจของตัวเองต่อไป อันนี้ผมย้ำว่าเป็น ความเชื่อส่วนตัวของผมเท่านั้นและทำให้ผมรู้สึกว่ามันมีความเป็นไปได้ในการ ที่จะเข้าไปผลักดันให้เกิดอะไรบางอย่างได้ ผมก็เข้าไปทำก็เท่านั้นเอง
ข้อที่สาม ที่ดูเหมือนไม่ใช่ประเด็นสำคัญมากนัก แต่เข้าใจว่าต้องชี้แจงด้วยก็คือข้อที่ว่า การไปทำหน้าที่สมาชิกสภานิติบัญญัติ ทำให้ผมทำงานให้ธรรมศาสตร์ได้น้อยลงและผิดไปจากพันธะที่ผมมีต่อมหาวิทยาลัย เมื่อเสนอตัวมาทำหน้าที่อธิการบดีข้อนี้ผมเรียนว่าการเป็นสมาชิกสภา นิติบัญญัติคงทำให้ผมต้องมีภาระมากขึ้น แต่ผมไม่คิดว่าจะเป็นปัญหาต่อการทำงานในฐานะ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพราะผมคงต้องทุ่มเทกับการทำงานให้มากขึ้น ทุกวันนี้หลาย ๆวัน ผมก็อยู่มหาวิทยาลัย ถึงทุ่มสองทุ่ม และมาทำงาน ทุกวันรวมทั้งเสาร์หรืออาทิตย์ด้วยอยู่แล้ว ก็คงต้องทำอย่างนี้ต่อไป
งานบริหาร มหาวิทยาลัยเป็นงานที่หนัก และถ้าอยากจะบริหารมหาวิทยาลัย ให้ดี อย่างที่ผมเชื่อว่าผมกำลังทำอยู่ ก็ต้องทำงานให้หนักมากขึ้น แต่นี่คือสิ่งที่ผมเสนอตัว และอาสาเข้ามาทำเพื่อจะให้มหาวิทยาลัยนี้ดีขึ้น เพราะฉะนั้น เมื่อผมไปรับทำอะไรเพิ่มขึ้นอีกก็ต้องแน่ใจว่า ภารกิจหลักของเรา ไม่กระทบกระเทือน ผมยืนยันว่างานบริหารมหาวิทยาลัยจะเป็นไป ได้ด้วยดีอย่างที่ผมได้ทำมาตลอดสองปีเศษที่ผ่านมา ในทางตรงกันข้าม หากผมไปเสนอตัวรับเป็นประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติอย่างที่มีเพื่อนสมาชิก หลายคนเสนอและสนับสนุนต่างหาก ที่ผมคิดว่าจะทำให้งานในตำแหน่งอธิการบดีกระทบ และในกรณีเช่นนั้น ผมคงต้องพิจารณาลาออกจากการเป็นอธิการบดี ผมเรียนกว่าผมมีความมั่นใจว่าวาระการปฏิบัติหน้าที่อธิการบดีมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ของผมซึ่งยังเหลืออยู่อีกไม่ถึงหนึ่งปีนี้ จะไม่มีการปฏิบัติงานใดได้รับผลกกระทบกระเทือนจากการเป็นสมาชิกสภา นิติบัญญัติแห่งชาติแน่นอนครับ
สุด ท้าย อาจารย์จะตอบอย่างไรกับความเห็นที่ว่า อาจารย์เอาชื่อเสียงและเกียรติภูมิของธรรมศาสตร์ไปแปดเปื้อนกับ การรัฐประหาร
อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แต่ละคนมีบทบาทและระยะห่างจากการเมืองมากน้อยต่างกัน ตามสถานการณ์ทางการเมือง การปกครอง ในยุคสมัยนั้น ๆ สิ่งที่ผมเชื่อก็คือทุกท่านได้ใช้วิจารณญาณและการตัดสินใจอย่างรอบคอบในยุค สมัยของแต่ละท่านและสุดท้าย ประวัติศาสตร์ ก็จะตัดสินว่าแต่ละคนเป็นอย่างไร ผมคิดว่าผมมีเหตุและมีผล มีความเชื่อในสิ่งที่ผมยึดถือและสุจริตใจ ผมก็ทำตามสิ่งที่ผมเชื่อ แล้ววันข้างหน้าคนธรรมศาสตร์หรือสังคมไทยโดยรวมก็จะตัดสินและผมก็พร้อมที่จะ ยอมรับผล ที่มาจาก การตัดสินใจของผมเอง ผมคิดว่า ผมรับฟังความคิดเห็น ข้อวิพากษ์วิจารณ์และเหตุผลของคนอื่น แต่ผมก็จะตัดสินใจเอง และพร้อมที่จะรับผลของการตัดสินใจนั้น ผมหวังว่าคนธรรมศาสตร์ก็จะรับฟังความคิดเห็นและเหตุผลของผม ตลอดทั้งเคารพในสิทธิ ที่จะตัดสินใจของผมเช่นกัน
โดย งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
๓๑ ตุลาคม ๒๕๔๙
neo
ลงนรกไปตั้งแต่ขอ ม.7แล้ว ยังไม่รู้ตัวอีก หรือ มันยังร้อนไม่พอ
กลัว
น่าจะลาออกจากอธิการก่อน แล้วไปทำงานให้เต็มที่นะ
66
ให้พ่อมึงลงนรกแทนไหมหล่ะ
คนข้างโดม
อ.สุรพล อยากจะลงนรก ก็ลงไปคนเดียวสิ อย่าเอาเกียรคิภูมิของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไปลงด้วย
ส่งเสริม
อาจารย์บอกว่ามันเกิดแล้วย้อนกลับไปที่เดิมไม่ได้ แต่ถ้ามีคนคิดแบบอาจารย์และให้ความร่วมมือกับการทำที่ผิดกฎหมายแบบนี้ต่อไป การปฎิวัติก็จะเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า อุดมการณ์ก็ไม่ต้องพูดถึง ประเทศนี้ประชาชนจำนวนมากรู้สึกอึดอัดและรุ่มร้อนมาก เพราะพวกนักวิชาการและสื่อเกือบทั้งหมดไม่มีจุดยืน ไม่พูดถึงเรื่องความถูกต้องแะลเรื่องขบวนการยุติธรรม แต่สนับสนุนการกระทำที่ไม่เป็นไปตามประชาธิไตยที่ควรเป็น ไม่ส่งเสริมให้คนอดทนต่อขบวนการยุติธรรม ความอึดอัดของประชาชนจำนวนหนึ่งถูกอัดลึกลงไปเรื่อยๆ เพราะสังคมวิปริต จนรู้สึกไม่มีที่ให้หายใจและระบายได้เลย อาจารย์รู้จักคุณนวมทอง ไพรวัลย์ไหมครับ ลุงคนขับแท็กซี่ที่พุ่งชนรถถัง และได้พลีชีพเมื่อเช้านี้โดยการแขวนคอเพื่อต้องการจะบอกว่า ลุงไม่อยากมีชีวิตอยู่ใต้ระบอบเผด็จการ ท่านบอกว่าเกิดซ้ำๆซากๆ ขอถามอาจารย์และสื่อมวลชน โดยเฉพาะคุณจำลอง ศรีเมืองหน่อย ช่วยตอบโจทย์ข้อนี้หน่อย
Tu
มหาวิทยาลัยอธรรมศาสตร์
ผ่านมา
สรุปว่าหวงทั้ง 2 เก้าอี้
xmx
เรียกได้ว่า เสียสละเพื่อชาติ
Fifth
เบื่อการเสียสละเพื่อชาติจริงๆ ... ทุกคนก็ทำเพื่อตัวเองทั้งนั้น...
ไม่เห็น
ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา สำนวนโกวเล้ง อีก หนึ่งสำนวน อาจม สุรพลเคยได้ยินไหม
คนริมโดม
งั้นก็เชิญตามสบายครับท่านอธิการ...
แต่ก็มีสำนวลจีนเหมือนกันว่า
" ทางไปสวรรค์มีให้เดินทำไมมิเดิน"
โกหก
โกหกหน้าด้าน ๆ อาจมสุรพล พันธุ์เดียวกับ บังสน สุรยทธ์ กะทิด้วย
รักประชาธิปไตย
สิ่งที่จะต่อต้านการทำปฏิวัติรัฐประหารประการหนึ่งก็คือ นักวิชาการทั้งหลายต้องไม่ให้ความร่วมมือทุกรูปแบบ ต่อเมื่อมีการเลือกตั้งกันแล้วค่อยมาดำเนินการให้ถูกต้องชอบธรรมตามระบอบประชาธิปไตยการแก้ไขเหตุการณ์ต่าง ๆ เราสามารถใช้ระบอบประชาธิปไตยแก้ไขได้ มิเช่นนั้นก็จะมีข้ออ้างเพื่อทำการรัฐประหารต่อไปไม่มีสิ้นสุด
ppp
แล้วจะสอนนักศึกษาว่า.................
ประชาธิปไตย.....................เหอๆๆ
jood
ตามที่ว่ามาก็ถูก แต่แปลกที่ไม่มีัความจำเป็นต้องเกี่ยวเอามหาลัยตามไปด้วยเพราะมหาลัยเขาไม่ผิดอะไรที่ต้องไปลงด้วย ดังนั้นควรเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
sdf
"ผมไม่เห็นด้วยกับการทำรัฐประหาร แต่ความจริงที่ต้องยอมรับคือมันเกิดขึ้นแล้วและผ่านไปแล้วโดยแก้ไขอะไรในอดีตไม่ได้"
แต่คนที่รักประชาธิปไตย บอกว่า แก้ไขได้
และจะป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก
อาจาร อาจม
ฟ้าแดงเดือด
ไม่รู้ว่าจะด่ามันอย่างไรดีกับความหน้าด้านของมัน ไม่รู้เลือกมันเป็นอธิการบดีได้อย่างไร จิตสำนึกประชาธิปไตยไม่มีเอาซะเลย
BB
ผู้หลักผู้ใหญ่ก็ใช้เหตุผลแบบนี้แหละครับ บ้านเมืองถึงวุ่นวาย เสาหลักปักเลนแท้ๆ
ธรรมศักดิ์
ผมเป็นศิษย์มธ.คนหนึ่ง มีคำถามถึงอาจารย์ว่า การไม่เป็นสมาชิกสภาฯแล้ว สิ่งที่อาจารย์ให้เหตุผลมาทั้งหมดข้างต้น โดยฐานะส่วนตัวและฐานะนักวิชาการและฐานะอธิการบดี อาจารย์สามารถทำงานเพื่อส่วนรวมได้หรือไม่
การเข้าร่วมในสภาฯ กับการอยู่อย่างเอกเทศข้างนอก มันแตกต่างกันหรือไม่อย่างไร
ผมคิดว่าการเข้าร่วมในสภาฯ อาจารย์อาจขายไอเดียและประนีประนอมยอมหลักการกันได้ และสุดท้ายก็ลงเอยแบบหัวมังกร หางเป็นสุนัขหรือไม่ งานที่คิดว่าได้ จริงๆแล้วได้จริงหรือ
โดยสติและความคิดของอาจารย์ คือ ทำให้งานที่อยู่ในความรับผิดชอบดีที่สุดเท่าที่จะดีได้ แล้วหลักการสำคัญซึ่งสอนและแนะเสนอต่อสังคมประธิปไตยโดยส่วนรวม อาจารย์คิดว่าไม่มีความสำคัญเช่นนั้นหรือ
ความจริงแล้วระยะเวลา ๑ ปี ที่ผ่านมา ได้พิสูจน์การกระทำของอาจารย์ได้เป็นอย่างดีแล้ว ความคิดความเห็นทางวิชาการที่ผ่าน ๒๕ ปี ไม่มีนำหนักอย่างไรเสียเลยก็ว่าได้ เพราะวิกฤติของบ้านเมืองและการแสดงออกของอาจารย์กับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง สามัญชนสัมผัสและพิสูจน์แล้วจากการกระทำของอาจารย์ ฉายาอธิการ ม.๗ อาจารย์คิดว่ามีเหตุผลหักล้างหลักการประชาธิปไตยได้ เพราะอาจารย์คิดอย่างเดียวว่า อาจารย์มีเหตุผลอธิบายได้ หากอาจารย์ยังมีอุดมการณ์อยู่ ผมขอให้แสดงจุดยืนหน่อยว่า ร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราว ที่เกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ โดยทางเทคนิคแล้ว รองสุดท้ายแม้จะมีหลักการให้ทำประชามติจากประชาชน แต่ความจริง(อาจารย์ชอบใช้คำนี้) การสอดแทรกความชั่วร้ายและแอบแฝงอำนาจเพียงมาตราเดียว ก็จะทำให้รัฐธรรมนูญไม่ผ่านประขามติ สุดท้ายแล้วใครเป็นร่างและทำรัฐธรรมนูญตัวจริง ระดับสติปัญญาของอาจารย์มองไม่รู้ดูไม่เห็นหรืออย่างไร
ข้ออ้างที่ว่า ได้พยายามต่อสู้กับร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราวเพื่อให้เกิดความถูกต้องดีงาม ผลที่ได้ออกมา อาจารย์ยังไม่มีข้อสรุปหรืออย่างไรว่า ควรเข้าไปเกลือกกลั้วของคณะปฏิวัติอีกหรือไม่
ในฐานะข้าราชการและอธิการบดี หากจะต้องดำเนินการตามหน้าที่ตามกฎหมาย สาธารณชนเข้าใจและยอมรับอยู่แล้วที่อาจารย์จะต้องปฏิบัติหน้าที่ของอธิกาบดีต่อไป สาธารณชนไมได้เรียกร้องให้อาจารย์ออกมาเป็นปฏิปักษ์กับคณะปฏิวัติ โดยไม่มีสติและยอมรับกับความจริงที่ปรากฎฯ
สุดท้ายขอเรียนว่า การลาออกจากสมาชิกสภาฯ จะทำให้คณะปกิวัติพึงสังวรและอยู่ในกรอบ เพราะไม่มีข้ออ้าง "ประชาชน"
แท้ที่จริงแล้ว หากอาจารย์มิได้สวามิภักดิ์แต่โดยดีแล้ว อาจารย์ควรตรวจสอบคณะปฏิวัติซิว่า รัฐธรรมนูญที่คณะปฏิวัติฉีกไปแล้วนั้น มีข้อไม่ดีอะไร และรัฐธรรมนูญที่ดีของคณะปฏิวัติ มีหลักการและรายละเอียดอย่างไร มิใช่ให้คณะปฏิวัติมาเล่นเกมอำนาจโดยอาศัยเทคนิคการร่างรัฐธรรมนูญจากประชาชนก่อน แล้วค่อยเฉลยคำตอบรัฐะธรรมนูยของคณะปฏิวัติภายหลัง
mega
ฮึๆๆๆๆๆ แล้งเงินเดือนๆละแสนนะ รับรึเปล่า ถ้ารับก็ชั่ว
มาคุ
ท่านก้อลาออกซักตำแหน่งนึงสิครับ
ถ้าท่านไม่ได้เป็นอธิการบดี มธ ไปใน ฐานะ นักวิชาการคนนึง
ก้เรื่องของท่าน [emo3.gif]
aa
ปล่อยมันไปเถอะ พวก ขอทานศักดินา
เพียง
เพียงเพื่อจะได้รับเงินเดือน เดือนละ 104,000 บาทเนี่ย ดื้อด้านถึงเพียงนี้ เฉพาะในเวปถูกก่นด่า หลายร้อยก็ยอม เฮ้อ
ศรี
เป็นถึงระดับอาจารย์......ทำไมไม่มีจิตสำนึกรู้ผิดชอบชั่วดีอะไรในมโนสำนึกที่ดีๆและสมองไม่ถูกกระตุ้นในสิ่งดีบ้างเลยเหรอสำหรับคำว่าประชาธิปไตย....ทำไมไม่รูจักแยกแยะ..........ถึงจะรังเกียจนายกทักษิณ.....ส่วนเรื่องที่มีรัฐประหารทำลายรัฐะรรมนูญของประเทศแบบนี้....ระดับอาจารย์นิ่งเฉยอยู่ได้ไง...แล้วมาบอกว่าเรื่องนรกบ้าๆบอๆข้างๆคูๆแบบจิตเถื่อนๆได้ไง.......แบบอย่างที่ดีให้ลูกศิษย์ลูกหาเอาเป็นแบบอย่างไม่มีเลยเหรอ......ทำแบบนี้เห็นแก่เงินแสนนะสิ......เขาเรียกว่าพอเห็นเงินแล้วตาโต........นี่แสดงว่าสมัยท่านนายกทักษิณเขาไม่ให้ผลประโยชน์นะสิ...ถึงดิ้นรนกันนัก.........แล้วยังทวงบุญทวงคุณบ้าๆอีก......แบบนี้อย่าไปทลึ่งด่าท่านนายกทักษิณนะ...เพราะอาจารย์ทำแบบนี้ยิ่งไม่มีจริยะธรรมและคุณธรรมมากกว่าท่านนายกทักษิณวะอีกหลายร้อยเท่า.....เพราะทลึ่งไปเห็นดีเห็นงามกับรัฐประหารของเผด็จการทหารที่...เข่ามาทำลายระบอบประชาธิปไตย.....ไม่สงสารองค์เบื้องสูงบ้างเลยเหรอ....หรือทำเพื่อสนองตัณหาและกิเลสของตัวเอง
อมร
อ่านแล้วรู้สึกเหมือนอ่านบทความของมีชัย+บวรศักดิ์+วิษณุ เครืองามครบถ้วนกระบวนความเลย
.
โถ ไอ้อาจารย์เหี้ย
ลงนรกซะที่รัก
รู้ว่านรก ยังจะไปลงอีก จะไปหาผีทำไม ให้ลำบาก อยู่ดีไม่ว่าดี ไปลงนรกซ๊ะที่รัก
อิอิอิ
ก็พ่นไป..แค่อยากได้ใคร่มี..ก็เท่านั้น..นรกยินดีต้อนรับ...555..
พ่อ e เปรม
อายแทนคนธรรมศาสตร์
ตั้งแต่มันสะเออะ เสนอ
ม.7 แล้ว
มันขอพระราชทานอภัยโทษหรือยัง
แต่สำหรับมัน
คติ "ด้านได้ อายอด"
เหมาะที่สุด สำหรับ สุรพล
เสียมล้อ
น่าอาเจียน
น่าสะอิดสะเอียน
ไล่ทักษิน ด่าทักษิน จนได้ดี
น่าอายจริงๆ
Dome 25
เมื่อครั้งที่ท่านอาจารย์ป๋วย มาดำรงตำแหน่งคณบดีเศรษฐศาสตร์ ม.ธ.ท่านรับเงินเดือนเต็ม 5000 จากคณะและ 10000 จาก 20000 จากตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยรวม 15000 แทนที่จะเป็น 25000 บาท หรือ 22500 บาท ท่าให้เหตุผลว่าท่าทำงานให้ธรรมศาสตร์เต็มที่ท่านขอรับเงินเต็ม(แม้จะน้อย) นายสุรพลได้ดำเนินรอยตามบรรพบุรุษหรือไม่ หรือรับใช้เผด็จการเพราะเศษเงิน
noreform
รับตำแหน่ง ก็ยอมรับรัฐประหาร ก็แค่นั้น ส่วนเหตุผล ของอาจารย์ก็คือเหตุผลส่วนตัว คนเรา ไม่เปลี่ยนแปลง แต่สามารถปรับตัวได้ตลอด เหมือนจิ้งจกที่สามรถเปลี่ยนสีได้ ตามสถานการณ์นะ ตามใจ ทุกคนมีสิทธิคิด มีสิทธิจะ ทำ ลูกศิษย์มีโอกาสบอกได้ จะทำหรืออยู่ที่อาจารย์
ขอแสดงความยินดีนะครับ ที่จะได้บัณทึกไว้ว่า สภานี้ มีคนตั้งงบประมาณเอง อนุมัติเอง
แล้วก็ตรวจสอบเอง แล้วประชาชนได้อะไร จาการทำหน้าที่ของคนที่ มี 2 ตำแหน่งสำคัญในเวลาเดียว แม้เวลา 1 ปีก็ตาม
นักการเมืองว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน
แล้วข้าราชการที่มายุ่งกับการนิติบัญญัติ ถือว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนมั๊ย มีจริยธรรม มีสามารถสำนึกมั๊ย
Old Thammasat
จดหมายเปิดผนึกถึงอธิการบดีธรรมศาสตร์หลัง 19 กันยายน 2549
หลังจากได้อ่านบทสัมภาษณ์นี้ ผมคิดว่าผมเข้าใจแนวทางของท่านอธิการบดีคือการเข้าร่วมกับคณะรัฐประหารเพื่อความหวังทำประโยชน์บางอย่างให้กับประเทศนี้
ผมก็ชอบอ่านกำลังภายในเหมือนกัน และเข้าใจถึงภาระของการเป็นผู้บริหาร ดังมีคำกล่าวว่า "คนในยุทธจักร ไม่อาจเป็นตัวของตัวเอง"
ผมเคารพในสิทธิและการเลือกแนวทางของท่านอธิการบดี แต่ยังคงยืนยันในสิทธิการวิจารณ์ทางเลือกและเหตุผลของท่านอธิการบดี ด้วยเหตุและด้วยผล
ประการแรก จุดยืนรับใช้อำนาจรัฐโดยไม่แยกแยะอุดมการทางการเมืองนั้น จะทำให้เกิดสภาพที่แยกแยะท่านอธิการบดีออกจากเหล่านักการเมือง เนติบริกร และกลุ่มคนวิ่งเต้นหากินกับผลประโยชน์จากอำนาจรัฐได้ยากยิ่ง ถ้าท่านอธิการบดีพอใจกับคุณค่าของการอยู่ในนรกเช่นนี้ ท่านก็คงยินดีต่อไป และไม่ใยดีกับเสียงที่แตกต่างใด ๆ แต่คำถามคือ ท่านได้รับการแต่งตั้งเข้าไปร่วมในสภานิติฯ ด้วยคุณสมบัติของตัวท่านเอง หรือเพราะท่านเป็นอธิการบดีธรรมศาสตร์?
ถ้าท่านประสงค์จะทำให้ชัดเจน ไม่ประสงค์ให้เกิดภาพผลประโยชน์ทับซ้อน (conflict of interests)ของการนั่งบริหารมหาวิทยาลัยที่มีผู้ต่อต้านคณะรัฐประหาร เราจะเชื่อใจท่านได้อย่างไรว่าท่านจะไม่ใช้อำนาจการบริหารของท่านริดรอน ควบคุม ชาวธรรมศาสตร์ (พฤติกรรมที่ผ่านมาในช่วงเดือนเศษของท่าน ใช่สนับสนุนการเรียกร้องประชาธิปไตยในธรรมศาสตร์แล้วหรือ)เพื่อแสดงความจงรักต่อคณะรัฐประหารที่หยิบยื่นอำนาจและผลประโยชน์ให้ท่าน ตลอดจนบทบาทการรับใช้ทางกฎหมายมหาชน และบทบาทการเป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัยให้แก่คณะรัฐประหาร
ประการที่สอง ถ้าเป็นอธิการบดีธรรมศาสตร์จริง เมื่อถูกตั้งคำถามเรื่องใหญ่เช่นนี้ แนวทางปฏิบัติเช่นชาวธรรมศาสตร์ไม่ควรเป็นการรอหนังสือยื่นส่งมาตามแบบข้าราชการ ซ้ำยังรอชี้แจงเป็นรายบุคคลอีกต่างหาก ผมขอยกตัวอย่างสมัย อ.นรนิติ เป็นอธิการบดี มีการคัดค้านการตัดสนามฟุตบอลไปทำเป็นที่จอดรถ ไม่ว่าจะผิดถุกอย่างไร กับเรื่องเล็กน้อยภายในประชาคม อ.นรนิติ ให้เปิดหอประชุมเล็กเพื่อชี้แจง ตอบข้อซักถามกับชาวธรรมศาสตร์ด้วยตัวเอง
สำหรับท่านอธิการบดีธรรมศาสตร์ปัจจุบัน หากไม่ตระหนักถึงการชี้แจงต่อสาธารณชนด้วยเหตุและผลอย่างองอาจ และมีหลักการที่เที่ยงธรรมแล้ว กลับมานั่งรอหนังสือราชการแล้วขอพบคุยกันเป็นส่วนบุคคล ไม่ทราบว่าการเมืองของชาวธรรมศาสตร์ทุกวันนี้ กลับกลายจากการเมืองสาธารณะกลายเป็นการเมืองแบบปิดลับอยู่ในคนกลุ่มน้อยไปแล้วหรือ
ประการที่สาม ชาวธรรมศาสตร์ย่อมรักและหวังได้เห็นอธิการบดีของเขา เลือกทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประชาชนส่วนใหญ่ และระบอบประชาธิปไตยก็คือระบอบการเมืองที่เป็นของประชาชน
คำถามง่ายและพื้นฐานที่สุดคือท่านอธิการบดีจะกล่าวกับชาวธรรมศาสตร์ได้อย่างไรว่าท่านยังควรได้รับความยอมรับนับถือจากชาวธรรมศาสตร์ต่อไปในฐานะอธิการบดี หากท่านยืนยันเหตุผลแบบทางเลือกส่วนตัว ผมเลือกสวมหมวกทั้ง 2 ใบ ด้วยความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่าคณะรัฐประหารจะให้ผมมีบทบาททำอะไรให้ประเทศนี้ได้บ้าง
แล้วท่านจะกล่าวกับนักศึกษาใหม่ได้อย่างไรให้รู้จักรักสิทธิเสรีภาพ ประชาชนส่วนใหญ่ ประชาธิปไตย ในเมื่อท่านยังยืนยันภารกิจการค้ำจุนการรัฐประหารของท่าน โดยให้เหตุผลแต่เพียงว่าเป็นทางเลือกของผมที่จะลงนรก
ผมยังคงเคารพทางเลือกส่วนตัวของท่านอธิการบดีที่จะลงนรก แต่ผมเห็นว่าท่านควรแยกแยะบทบาทนักกฎหมายมหาชนที่ให้การค้ำจุนการรัฐประหาร กับบทบาทผุ้บริหารมหาวิทยาลัยที่มีประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาอย่างยาวนาน เพราะมันยังคงมีผลประโยชน์ทับซ้อน (conflict of intersts) ไม่แตกต่างอะไรกับนักธุรกิจใหญ่ที่เคยเป็นผู้นำทางการเมืองที่สวมหมวก 2 ใบซึ่งขัดแย้งกันเองอยู่ในตัว
ประการที่สี่ ท่านอธิการบดีธรรมศาสตร์ยังคงเลือกทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติตามแนวทางลงนรกของท่านได้ต่อไป แต่ทำไมยังต้องดำรงตำแหน่งอธิการบดีต่อไปด้วยเล่า หากท่านยังอาลัยแก่ตำแหน่งอธิการบดีไม่ว่าด้วยเหตุใด ก็เพียงแต่ลาออกจากการไปทำงานให้คณะรัฐประหารก็แค่นั้นเอง ยุติการมีผลประโยชน์ทับซ้อนแบบนี้ด้วยการเลือกทางเดียว แล้วประกาศเจตนารมณ์ของท่านต่อประชาคมธรรมศาสตร์และสาธารณชนไปเลยว่า จุดยืนผมไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร แต่ตามสภาพความเป็นจริงการรัฐประหารได้เกิดขึ้นแล้ว ผมเชื่อว่าตัวเองช่วยเหลือประเทศได้ด้วยการเข้าร่วมทำงานกับคณะรัฐประหาร ดังนั้นผมขอลาออกจาตำแหน่งอธิการบดีธรรมศาสตร์ตราบเท่าที่ผมยังทำงานให้กับคณะรัฐประหาร หรือผมขอลาออกจากการทำงานให้คณะรัฐประหารเพื่อทำหน้าที่อธิการบดีธรรมศาสตร์ต่อไป อย่างมีเกียรติ และมีศรี สมกับที่ชาวธรรมศาสตร์ควรภูมิใจได้ ไม่ใช่อายทุกครั้งที่มีคนพุดถึงอธิการบดีแบบทุกวันนี้
เลือกทางของตนเอง ชัดเจน มีเหตุผล และง่ายแค่นี้ครับ แบบชาวธรรมศาสตร์ ซึ่งทุกคนยอมรับเหตุผลและความคิดและการเลือกที่ต่างกันได้ครับ แต่ไม่ใช่คลุมเครือ ประมาณ ทางเผด็จการก็เอาไว้ก่อน ทางประชาธิปไตยก็เอาไว้ต่อไป ไม่ยอมเสีย เหตุผลคือขอลงนรก ทำเพื่อชาติ เอากันแบบนี้เลยหรือครับ ท่านอธิการบดีธรรมศาสตร์หลัง 19 กันยายน 2549
จุ้นจ้าน
นรกมันน่าอยู่มากหรือคะอาจารย์
สามารถร่วมสังฆกรรมกับพวกเผด็จการได้อย่างแนบในเลยใช่ไหมคะ
ไปช่วยเขาผ่าทางตันให้ประชาธิปไตยหรือคะ
ขอให้อาจารย์โชคดีนะคะ
สามัญ
กงล้อของประวัติศาสตร์การเมืองไทยก็จะหมุนเวียนอยู่อย่างนี้ตลอดไป ตราบใดที่ยังมีนักวิชาการที่มีอิทธิพลต่อสังคมสูง ไร้หลักการ มีความต้องการหยิบฉวยผลประโยชน์และอำนาจวาสนาที่เขาประเคนให้ โดยไม่ได้ใส่ใจต่ออนาคตของชาติในระยะยาว คุณสุรพลน่าจะยอมรับตามตรงว่าคุณได้อาศัยตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ลงทุนลงแรงไปมากแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเสนอนายกพระราชทาน การสนับสนุนขบวนการโค่นล้มทักษิณ การแสดงความคิดเห็นเชิงกฏหมายเพื่อให้การเลือกตั้งเลื่อนไปเรื่อยๆหรือไม่เกิดขึ้น เมื่อถึงเวลานี้คุณจึงสมควรจะได้รับการตอบแทน
คุณไม่ต้องเล่นลิ้น หรือใช้ตรรกะแบบศรีธนญชัย เพราะพฤติกรรมที่แสดงออกทั้งก่อนยึดอำนาจและหลังยึดอำนาจเป็นตัวบ่งชี้อย่างชัดแจ้งว่าคุณเป็นคนไม่มีจุดยืนในแนวทางประชาธิปไตย อะไรที่เป็นผลประโยชน์ก็คว้าเอาไว้ก่อน น่าเสียใจแทนชาวธรรมศาสตร์จริงๆที่มีอธิการบดีที่ชื่อสุรพลที่ทำอะไรมักง่ายอย่างนี้
ราเนา
สุรพล นิติไกรพจน์จงลาออก....จงเชื่อฟัง อ.ป๋วยให้ดี
อ.ป๋วยกล่าวว่าท่านเกลียดชังเผด็จการทุกรูปแบบ
โปรดดูกระทู้นี้
http://www.prachatai.com/05web/th/board/showboard.php?QID=39237&TID=5
แล้วจงลาออกไปจาก สส หรือไม่ก็อธิการบดี
แกไปรับใช้เผด็จการได้อย่างไร
ธรรมศาสตร์ แปดเปื้อนเพราะแกโดยแท้
แกกินเงินเดือนมหาศาล
ยังจะ "รับของโจร" ด้วยเงินเดือนอีกนับแสน
ด้วยผลประโยชน์อีกมหาศาลงั้นหรือ
ปล. ถ้าจะให้ดี ควรลาออกทั้งสองตำแหน่งไปเลย
ละอายใจบ้าง
ไปลงนรกซะ
หน้าด้านค่ะ พูดเอาแต่ตัวเอง
ไอ้หัวขโมยก็พูดเอาแต่ได้อย่างนี้ ถ้าไม่ทำชั่ว จะรู้ได้ไงว่าใครทำดี
@#@
เรียกร้องคนอื่นรู้จักพอ ขอจริยธรรม แต่พอถึงตาตัวเอง บอกไม่มีใครลงนรก ต้องลงไปเอง ยังพูดเอาดีใส่ตัวอีก @#@
(ประชาไทขอลบข้อความบางส่วน)
YSOSTUPID
คนหน้าด้านชั่วช้าสามานย์เท่านั้นที่ยอมลงนรก
ddd
เจ้าหมอนี่ ความคิดมันเป็นเผด็จการตั้งแต่ขอ ม.7 แล้ว ไม่รู้จะยกย่องไปทำไม เขาจะจัดอันดับมหาลัยก็ไปด่าเขาแล้ว ธรรมศาสตร์อย่างน้นอย่างนี้ ไอ้พวกปากประชาธิปไตยแต่ใจเผด็จการ
คนนอกมอง
เป็นอาจานที่เอามือสอนแด่ถูกลูกเป็นศิษย์มธ.เอาเท้าลบและถีบออก ช่างน่าอดสูเสียจริงๆ
new
คนมีความรู้สูง ใช่จะมีจิตสำนึกสูงตามไปด้วย แต่มันกับตรงกันข้าง ดูแล้วช่างไรค่า
My
ขออย่าได้ผุดได้เกิดอีกเลย [emo14.gif]
เผด็จการควรไปสู่นรก
รัฐบาลที่แล้วได้ถูกกล่าวหาว่า เป็นรัฐบาลประชาธิปไตยเผด็จการ ตำแหน่งอธิการฯ ได้มาในสมัยการปกครองประชาธิปไตยเผด็จการ
รัฐบาลนี้มาจากเผด็จการดีเอ็นเอ สายพันธุ์แท้ ตำแหน่งสนช. ก็ได้มาจากเผด็จการ ดังนั้นอุดมการณ์ และมโนธรรมจิตสำนึกของคนคนนี้ อยู่ในระบอบเด็จการ
สมควรที่ทั้งคณะเผด็จการและอธิการบดีฯทั้งจุฬาและธรรมศาสตร์ จึ้งควรไปนรกอเว จีด้วยกัน
เพียงความเคลื่อนไหว
สุรพล นิติไกรพจน์ ตอบด้วยมโนธรรมสำนึก ถ้าหากเราไม่ลงนรก แล้วผู้ใดจะลงนรก
นายสุรพล คงไม่เข้าใจว่าประเด็นคืออะไร
ถ้านายสุรพลจะลงนรก ก็เรื่องนายสุรพล
ดังนั้น จึงมีเสียงเรียกร้อง้นายสุรพลว่า
"ถ้าคุณจะเลือกลงนรก คุณก็ไปลงนรก
คุณไม่ต้องลากธรรมศาสตร์ไปลงนรกด้วย"
ข้อเรียกร้องให้เลือกเอาระหว่างอธิการบดีธรรมศาสตร์
กับให้เลือกเอานรก (ดังที่เปรียบ) คุณก็เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง
นายสุรพลยังไม่เข้าใจอีกหรือ
หรือว่าแกล้งไม่เข้าใจ
แด่คนชื่อเจี๊ยบ
แค่อยากบอกว่าผมไม่ชอบคุณสุรพล
แด่สัตว์นรก
น่าให้ไปกราบขอรับความรู้จาก ลุงนวมทอง นะคนรับจ้างสอนหนังสือ
โตมร
สุรพลทำงี้ เพราะมีลูกสมุนอย่างปริญญาคอยค้ำชู คนเลวๆ สองคนนี้ทำให้แผ่นดินธรรมศาสตร์ต่ำลง เพราะเอามหาลัยไปเซ็งลี้ขายให้เผด็จการ
เลิกสอนกฎหมายรัฐธรรมนูญเหอะ ทั้งสุรพลทั้งปริญญา จะสอนต่อไปทำไมในเมื่อคุณแบมือขอเงินทหารทั้งปี
เหตุใส่ผล
[emo2.gif][emo2.gif][emo2.gif][emo2.gif]
เวลาที่อยากมากๆๆคนที่มีตรรกะและเป็นอภิสิทธิชนก็เหตุไปหาผลเพื่อให้ตนดูดีจนได้
แต่ถ้าเรานิ่งแล้วมองให้ทลุจะรู้ว่าคนๆๆนี้ไม่สามารถดำรงอยู่ในฐานะครูอาจารย์ได้เลยโดยเฉพาะความเป็นอาจารย์ด้านรัฐศาสตร์
ความอยากขนาดนี้น่าจะเป็น เผด็จการบริกร จะใช่มากกว่าทั้งด้านทั้งทนและฉวยโอกาศเป้นที่สุด
ข้าพเจ้าเป็นสตรีเคยหลงผิดเรียกคนที่ไท่กล้าหาญว่าหน้าตัวเมียก็รู้สึกว่าผิดมากเพราะเป็นการกฎขี่ทางเพศแต่ท่านนี้เป้นมากกว่านะ
bb1
คนแบบนี้เป็นอธิการบดีได้ยังไงจับสลากหรือเปล่า......งง
ชอบเรียกร้องจริยธรรมจากคนอื่น แต่ของตัวเองกลับลืม
อยากจะเข้าไปเสนอ ไปผลักดันอะไรอย่างที่พยายามให้เหตุผลใน ข้อ 2 ข้อ 3 ก็ไม่ควรรับผลประโยชน์จากระบอบเผด็จการ
แต่........ไม่ได้ยินคำปฏิเสธเรื่องผลประโยชน์เดือนละ 100,400 บาท ซักแอะนึง ..................
น่าจะละอายใจบ้าง...............
ศิษย์ม.ธ.เลขทะเบียน 16
เป็นอธิการบดีของธรรมศาสตร์ที่ไม่เคยมีเสียงชืนชมเลย ตรงข้ามสร้างความเสื่อมให้ชื่อมหาวิทยาลัยมาตลอด น่าจะลาออกไปได้แล้ว
....
Oh hury! The hell is waiting for you and welcome you anytime.
49XXXXXXXX รุ่นรังสิต4ปี
จะยื้อไปถึงไหนกัน รีบคายออกมาซะทีเถอะ คนเราเกิดมาแล้วก็ตาย แก่ขนาดนี้แล้ว ตายไป ตำแหน่งเดียวก็ฌอาไปไม่ได้ จะหวงอำนาจไปถึงไหนกัน บริหารมหาลัยตัวเองก็ยังไม่ได้เรื่องเลย นักศึกษาเอือมระอาขนาดไหนรู้บ้างป่าว
รักธรรมศาสตร์
สุรพล...คุณเป็นคนอื่นจะไม่ว่าเลยแต่ไม่สมควรเป็นอธิการมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์...จริงๆครับ
ได้โปรดเถิดไปเป็นใหญ่ที่ใหนก้อไปเถิดอย่าอยู่เป็นใหญ่ที่ธรรมศาสตร์เลย
เสียสถาบัน...ธรรมศาสตร์และการเมือง
*ดาวในน้ำ*
อืม...อ่านแล้วนึกถึงอาจารย์ปริญญาอ่ะ
วันนึงในที่ประชุมตัวแทนนักศึกษาจากกลุ่มต่างๆในมหาลัย
มี นศ. เสนอให้อ.ปริญญาเข้าไปทำงานกับ คปค. เพื่อช่วยดูแลไม่ให้เกิดการใช้อำนาจในทางที่เราไม่ต้องการ(เข้าไปถ่วงดุล และเป็นหูเป็นตา เป็นพลังแทนประชาชน ที่ถูกริดลอน)
อาจารย์ปริญญา ก็ตอบกลับมาทันทีว่า ผมไม่เอา ถ้ามาขอคำแนะนำผมอาจให้ แต่ผมไม่มีทางเข้าไปทำงานด้วยแน่ เพราะผมไม่เห็นด้วยกับการกระทำเหล่านั้น
คือเรานั่งฟังแล้วก็...อืม...เริ่มรู้สึกดีกับอาจารย์ขึ้นมานิดนึง(จากที่แต่ก่อนไม่ค่อยชอบเท่าไหร่)
ส่วน สุรพวยนี้....เฮ้อ สมกับที่เค้าเรียกกันว่าสุรพวยจริงๆเล้ยยยย
ปล. แต่ถึงจะบอกว่าชอบอ.ปริญญาขึ้นมานิดนึงก้อเถอะ แต่ในฐานะเด็ก มธ. ก็จะจับตาดูความประพฤติอาจารย์ต่อไป ถ้าทำไม่ดีเราก็วิจารณ์แน่...
โซไรดา
โถ.นายสุรพล
คงนึกว่าตัวเองกินข้าวแล้วคนอื่นกินแกลบหรือไงนะพูดมาได้ไม่อายปากตัวเอง
คำพูดของคุณมันทำให้คิดได้หลายแง่คือแง่ของการตะแบง-แกล้งโง่ หรือแง่คิดว่าตัวเองเก่งเลิศเลอต้องเสียสละ หรือข้อเท็จจริงคือเป็นลักษณะคนหลงตัว คิดว่าตัวเก่งเลอเลิสกว่าคนอื่นนัก
จะคิดยังไงไม่กลัวลูกศิษย์ลูกหาอับอายก็ให้คำนึงถึงเกียรติสถาบันบ้างนะนายสุรพล
อย่าให้คนหลายล้านตำหนิ เอาวิชาความรู้แบบไหนสอนศิษย์ เอาคนคิดเช่นนี้เหรอบริหารจัดการเป็นผู้บังคับบัญชาเหล่าคณาจารย์ทั้งหลาย
มีอธิการแบบนี้อย่าว่าแต่เสียดายเงินภาษีจ้างเลย ต่อให้ทำงานให้ฟรียังไม่น่าให้มาชูคอสลอน ไม่ว่าจะบทบาทไหน
ดิฉันซึ้งจริงๆ กับคำว่าคนที่หลงตัวเองและหน้าด้าน ว่า...มันน่ารังเกียจเพียงไหน
....
ก็ขอให้สมพรปากก็แล้วกันนะ อยากลงนรกก็ขอให้ได้ลงจริงๆ ลงนรกอเวจีไปเลยไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดยิ่งดีใหญ่ ไอ้พวก ม.7 ถุยยยย
YSOSTUPID
เดี๋ยวครับ อย่าเพิ่งลงนรก ช่วยพาพวกพันธมิตร พวก ม.๗ ที่กรุยทางให้ทหารปฏิวัติลงนรกไปด้วยกัน แผ่นดินไทยจะได้พ้นจากความอัปมงคลทั้งหลายครับ
eyes-on
>>> ผมไม่ ปฏิเสธหรอกว่าถึงแม้จะมีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผมเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติเป็นส่วนตัวเป็นชื่อนายสุรพล แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็เป็นอธิการบดีธรรมศาสตร์และเวลาไปประชุมผมก็เป็นนายสุรพลซึ่งเป็นอธิการบดีธรรมศาสตร์ไปประชุมนั่นเอง
<ตอบ> แต่ถ้าคุณลาออกจากการเป็นอธิการบดีธรรมศาสตร์ คุณก็จะไปประชุม สนช. ในฐานะเฉพาะของนายสุรพล
หรือถ้าคุณยังมีความประสงค์ที่จะทำหน้าที่อธิการบดีธรรมศาสตร์ คูณก็สามารถลาออกจากตำแหน่งสมาชิก สนช. ในวันที่ได้รับทราบว่ามีการโปรดเกล้าฯ ได้ คุณก็จะยังคงเป็นอธิการบดีธรรมศาสตร์ไม่ใช่สมาชิก สนช. ที่ไปรับใช้เผด็จการ
===============================
>>> แต่ผมขอเรียนเฉพาะสิ่งที่ผมอภิปราย ในสภามหาวิทยาลัยว่าประเด็น ในเรื่องความเกี่ยวข้องกับคณะรัฐประหารหรือรัฐบาลคณะรัฐประหารแต่งตั้งนั้น มันอาจจะอธิบายง่าย สำหรับนักวิชาการ คนหนึ่งหรือประชาชนคนหนึ่ง แต่เมื่อใดที่เราเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรของรัฐหรือมีภารกิจหน้าที่ที่ต้องทำตามกฎหมาย ความซับซ้อน ของเรื่องก็จะมีมากขึ้น ผมตั้งคำถามเพื่อให้เห็นประเด็นในสภามหาวิทยาลัยว่าการไม่ยอมรับคณะรัฐประหารจะรวมไปถึงการปฎิเสธสภานิติบัญญัติที่คณะรัฐประหารตั้งหรือรัฐบาลที่มาจากคณะรัฐประหารด้วยหรือ ไม่
<ตอบ> ใช่!
===================================
>>> มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะปฏิเสธการรัฐประหาร โดยการไม่ของบประมาณประจำปี 2550 ไปยังรัฐบาลที่มาจากคณะรัฐประหาร และจะไม่เสนอร่างกฎหมายออกนอกระบบที่ยังค้างอยู่ไปให้ สภานิติบัญญัติที่มาจากคณะรัฐประหารด้วยใช่ไหม หรือเราจะปฏิเสธรัฐมนตรีศึกษาหรือนายกที่มาจากการรัฐประหารและ ไม่ทำตามที่เขาสั่ง ไม่ของบประมาณ ไม่ขออัตรากำลัง ไม่ไปยุ่งเกี่ยวด้วยทั้งหมดเลยได้หรือ ถ้าเราไม่ปฎิเสธรัฐบาล ถามว่าเราจะปฏิเสธสภาไหม ออกกฎหมายอะไร ออกมาเราจะไม่ปฏิบัติใช่ไหม ในสภามหาวิทยาลัยก็ฟังประเด็นเหล่านี้กัน แล้วก็ไม่มีใครอภิปราย แย้งหรือคัดค้านอะไร เพราะผมเข้าใจว่าสภามหาวิทยาลัยก็ตระหนักถึงบทบาทและภารกิจในฐานะที่เป็น ผู้รับผิดชอบองค์กรของรัฐอย่างที่มหาวิทยาลัยมีสถานภาพอยู่
<ตอบ> ท่านมีทางเลือก 2 ทาง
1. ทำงานอธิการบดีธรรมศาสตร์ไปโดยเสมือนว่ายังมีรัฐธรรมนูญปี 2540 และรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญเดิมอยู่ ของบประมาณ อัตรากำลังไปตามปกติ แต่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งใดๆ ที่ขัดรัฐธรรมนูญปี 2540 นี่เป็นวิธีที่นิ่มนวลที่สุด และท่านจะรักษาสถานะของท่านและมหาวิทยาลัยให้อยู่ได้นานที่สุด
2. ไม่เสนอของบประมาณ อัตรากำลัง และไม่ปฏิบัติตามคำสั่งใดๆ จากรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากประชาชน แต่กำลังใช้งบประมาณที่มาจากประชาชน นี่เป็นวิธีที่แข็งกร้าวที่สุด
ไม่ว่าจะเลือกวิธีใด ถ้ารัฐบาลที่ไม่ได้มาจากประชาชนยังอยู่ ท่านก็จะถูกปลดออกในที่สุด แล้วตั้งคนอื่นมาเป็นอธิการบดีแทน ส่วนท่านก็จะได้รับการจดจำจากสังคมและนักศึกษาให้เป็นตำนานอีกบทหนึ่งของธรรมศาสตร์
และถ้ามีจำนวนคนมากๆ ที่ปฏิเสธที่จะทำตามคำสั่งของรัฐบาลและอำนาจที่ไม่ได้มาจากประชาชนแล้ว รัฐบาลและอำนาจนั้นก็จะไม่สามารถดำรงอยู่ได้ การรัฐประหารก็จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้อีกต่อไป
นนท์
รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ มันไม่ได้หายไปไหนหรอกอาจารย์ ทุกสิ่งที่ถูกล้างด้วยลมปาก มันก็เป็นเหตุการณ์ลมๆ น่ะ สิ่งที่ถูกเขียนขึ้นด้วยโจรปล้นประขาธิปไตย มันก็เป็นกฎของโจร ไม่มีใครเขายอมรับเอาไปใช้หรอก ไอ้กฎหมายเพิ่งหัดเดินที่กำลังร่างกันอยู่ ลาออกกันซะทุกคน อย่ามาถ่วงเวลาให้ประเทศชาติเสียหายไปมากกว่านี้เลย รีบไปหากกต. จัดการเลือกตั้งโดยไวซะ แค่นั้นพอ
สิงห์แดง 54
ตอบความเห็ฯที่ 55
เรามอง อ.ปริญญา ไม่เหมือนกับคุณ เรามองว่าเขาเป็นคนที่มีเล่หเหลี่ยมแพรวพราว ไม่ทำอะไรผูกมัดตัวเอง พริ้วไปได้ทุกท่วงท่า
วันนึงเราไปฟังเขาพูดที่คณะรัฐศาสตร์ วิทยากรคนอื่นมี อ.ธเนศ , อ.เกษม, อ.ศิโรตม์ ปริญญาพูดหน้าตาเฉยว่ารัฐธรรมนูญฉบับ คปค. ดีกว่ารัฐประหารครั้วงอื่น เพราะบัญญัติคำว่าสิทธิเสรีภาพเอาไว้
ฟังแล้วอึ้งมั้ย นี่แหละกึ๋นนักกฎหมายไทย แค่ใส่คำว่าสิทธิเสรีภาพไว้ ก็มีนักกฎหมายยกยอแล้วว่าคุณเคารพเสรีภาพประชาชน
ก้างตำคอ
โปรดฟังอีกครั้งหน่ึง
5 5 5 5 5 5 5 5 5
เทพฯถาม ถ้าเจ้าตายแล้วอยากตกนรกหรือขึ้นสวรรค์ ข้าจะบันดาลให้เจ้า
ตอบ ข้าขอลงนรก เพราะ ข้าป่วยเป็นMASOCHIST
ลงชื่อ สุราพล นิตินรก
กด
เงินใครจะไม่เอา รับทั้ง 2 ด้าน
ปากวิจารณ์ แต่สันดาน ก้ชอบเผด็จการ
เอาสถาบันมาเกี่ยวทำไม
ไม่เอาศักดินา
หน้าด้าน
ชาติ ประชาชน
นายสุรพล นิติไกรพจน์ คืออธิการทีน่าละอายหรือแย่ที่สุดของชาวธรรมศาสตร์ เป็นอาจารย์เสียเปล่าแต่ทำตัวเยียงโจรชั่วช้าสามานย์
คุณสุรพลสมควรอยู่ในนรกแล้ว และอย่าได้ผุดได้เกิดอีกเลย ได้อยู่ในนรกตลอดกาลนานเทอญ
xXx
อ้อ .. ใจมันใฝ่นรกตั้งแต่ต้นแล้วนี่
โถ ไอ้คนหน้าด้าน.
ชอบภาษิตโกวเล้งเหรอ งั้นคำนี้ละ ...
"คนฉลาดที่เห็นแก่ตัว สู้คนโง่ที่ทำเพื่อส่วนรวมไม่ได้"
มาสนับสนุน อ.สุรพล
ขอให้ท่านอธิการบดีรรมศาสตร์ยืนหยัดในสิ่งที่กำลังทำอยู่คือการเข้าไปเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติของ คปค. ...เพราะต้องมีคนยอมตกนรกอย่างที่ว่าเพื่อควบคุมผีเปรตชั่วชาติ(นักการเมืองขี้ฉ้อนายทุนขี้โกงนักวิชาการโวเภณีลิ่วล้อและแนวร่วมมุมกลับของนักการเมืองนายทุนชั่ว-ที่ไม่ชั่วไม่เกี่ยว)ไม่ให้ผุดขึ้นมาจากนรกด้วยการอาศัยข้อกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ทับซ้อนของพวกมัน....
ไอ้พวกที่ล่ารายชื่อน่ะ พวกหนึ่งก็ไอ้พวกปัญญาอ่อนทางวิสัยทัศน์และจุดยืนและอ่อนด้อยในการเข้าใจในสถานการณ์วัฒธรรมการเมืองของประเทศที่เป็นจริง กับอีกพวกก็เป็นพวกติดกับทฤษฎีประชาธิปไตยนรกสามาณย์ของตะวันตก กับพวกฉวยโอกาสทรากเดนระบอบทักฯ
คนเคยรู้ทัน
พึ่งรู้ว่า ชอบก็ไม่บอก นะ ท่านอาจารย์ สงสัย นรกมันจะดีกว่า อธิการบดี
คงดึงกลับยากครับ ขอแสดงความเสียใจด้วย สำหรับชาวประชาคม ธรรมศาสตร์ ต่อให้อาจารย์ป๋วยมาพูดแกก็คงไม่ฟัง เพราะชอบคนละแบบ อาจารญ์ป๋วยท่านชอบสวรรค์ อาจารย์ สุรพลชอบตรงข้าม
ขออภัย ชาว โดม ด้วยนะครับ ที่เข้ามายุ่งเกี่ยว กับ เรื่อง สถาบันพวกท่าน เพราะฝั่งของผมรั้ว จามจุรี ก็ แย่พอกัน มีหลาย เคส แต่ยังดีหน่อยไม่ได้พูด เรื่อง นรก
ผู้ร่วมลงชื่อ
เป็นไปได้มั้ย ที่ อ.สุรพล แกอาจมองว่า
คณะ คปค. คมช. หรือ ควx...
อาจไม่สนใจตัวอ.สุรพล แต่สนใจใครก็ได้ที่เป็น อธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์
หรืออาจถึงขั้นว่า เชิญอธิการบดี มธ. โดยตำแหน่ง ให้นั่งใน สนช. ดังนั้น ปัญหาอาจกลายเป็นว่า มธ. จะเอาหรือไม่เอากับ คณะปฏิกูลนี้ ซึ่ง ในด้านหนึ่ง ผู้บริหาร อาจมองว่า
ถ้าไม่เข้าไปเลย ก็อาจได้แต่เศษเค้ก หรือเศษงบประมาณ เพื่อบำรุงมหาลัย
เป็นไปได้ที่ อ.สุรพลมองว่า ในฐานะผู้บริหาร แกจำเป็นต้องเข้าไปแย่งเค้ก หรือไปยืนยันความมั่นคงทางงบประมาณของ มธ. ที่จะได้จาก รัฐบาล (ทหาร)
ถ้ามันเป็นแบบนี้จริง
มันก็เป็นเหตุผลพื้นๆ ทื่อๆ ห่วยๆ ที่ต้องคิดหนักจริงๆ ล่ะ
ซึ่งผมเองก็ไม่แน่ใจว่า ถ้าผมต้องมาตัดสินใจเรื่องแบบนี้ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน
เพราะการประกาศว่า "กูไม่เอากับมึง"
อาจถูกสวนกลับได้ว่า "งั้นมึงและองค์กรมึงก็ไปหาแดกกันเอาเองแล้วกัน"
ซึ่ง มธ. ก็ไม่ได้รวยที่ รวยสินทรัพย์เหมือน ม.อื่นเสียด้วย
มีอีกทางก็คือ อ.สุรพล เข้าไปนั่งใน สนช. แต่ก็กวนตีนมัน (สนช. และคณะปฏิกูล) ไปเรื่อยๆ ปราศรัยด่ามันในที่ประชุม สนช. นั่นแหละ
อย่างนี้ถึงจะคุ้ม คล้ายๆ กับ ทำตัวเป็น ม้าโทรจัน อะไรประมาณนั้น
ซึ่งผมเชื่อว่า อ.สุรพลแกไม่ทำแบบนี้หรอก
และที่สำคัญ ผมมานั่งพิมพ์บ้าอะไรอยู่วะเนี่ย
เสียเวลาฉิบเป๋งเลย
ประการที่สอง
มาคุ
คุณเคยรู้ทัน ไม่เป็นไรครับ ไอ้พวกนี้มันเป็นธรรมศาสตรื จุฬากันแต่ในนาม
ทุกสถาบันมีทั้งคนดีคนเลว แต่เป็นถึงอธิการบดี ก็ควรมีสำนึกใฝ่คุณธรรมบ้าง
แสงดาวหมดศรัทธา
Taxiวีรชนทําเอาอธิการบดีธรรมศาสตร์-จุฬาเป็นหมาขี้เรื้อนไปเลย
Kongsak
Khun Surapol
You are the shame and embarrassment of Thamasat University.
ศิษย์เก่า มธ.
คนไร้อุดมการณ์ส่งเสริมเผด็จการอย่างนี้ ไม่สมควรจะอยู่ใน มธ.
คณะปฏิสนธิ
คนธรรมศาสตร์ ปล่อยให้ ค ว า ย ที่ไม่เข้าใจ ประชาธิปไตย มานั่งเป็นอ ธิการบดี ปกครองคุณ ได้อย่างไร เนีย
ตุลานิรนาม
ถึง ดร.สุรพล นิติไกรพจน์
ผมเชื่อในความเป็นคนมีเหตุผลและเชื่อในความบริสุทธิ์ทางวิชาการของคุณ เท่าที่ผ่านมาผมเข้าใจว่าคุณจำเป็นต้องเลือกทำในสิ่งที่คุณคิดว่าดีที่สุดแม้จะไม่ถูกต้องก็ตาม เพราะไม่มีทางออกอื่นที่ดีกว่า
แต่วันนี้ไม่ใช่แล้ว คุณมีทางเลือกที่จะแสดงว่าตัวตนที่แท้จริงของคุณเป็นเช่นไร
ระหว่างการเป็น สนช. หรือ อธิการบดี ไม่ใช่เรื่องของตำแหน่ง แต่เป็นเรื่องเงินเดือนที่คุณจะรับ มันเป็นเครื่องชี้วัดว่าคุณพร้อมจะเลือกเงินหรือเกียรติยศทางวิชาการของคุณ
อย่าลืมนะครับว่า ดร.ป๋วย ได้เคยประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีงามไว้เป็นตัวอย่างแล้ว
คุณต้องคิดและตัดสินใจเองครับ
เชื่อผมเถอะ ไม่มีใครได้โดยไม่เสียอะไรตอบแทน
อาเจียน
จิตใจอาจานของคุณประกอบด้วยอะไรคงซึ้งแล้วนะ
เพราะไอ้พวกธรรมศาสตร์ยุคนี้
มันเป็นกันเสียอย่างนี้ จึงเกิดปรากฎการณ์แท๊กซี่ใจเด็ดพลีชีพเพื่อเผด็จการนายทุนสามาณย์จากการลากตั้ง....และประเทศไทยจึงไม่เคยมีประชาธิปไตยที่แท้จริงสักที...กลายพันะโม๊ดดด....เสียดายภาษีของกลูจริงๆ เลยโว้ยที่ต้องถูกเอาไปผลิตอาจารย์กับบัณฑิตงั่งวิสัยทัศน์ของะรรมศาสตร์ในยุคนี้....ไอ้พวกแนวร่วมมุมกลับประชาธิปไตยนายทุนสามาณย์
S
this teacher like to follow dictator^*s asshole because he wants benefit.
he does not care what right or wrong. he use the name of Thammasat university for his benefit really.
สิงห์ดำ
ทางเลือก
เผาตำราธรรมศาสตร์ทิ้งซะให้หมดแล้วให้
เด็ก มธ ไปขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ลุงนวมทอง ซะให้หมด
ไปขอกราบตีนเป็นทาสรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ของ ขันทีเฒ่า แล้วให้มันตุ๋ยอย่าได้ขาด ปรนเปรอมันให้ถึงใจ ก็จะได้รับการปูนบำเหน็จบำนาญและยศถาบรรดาศักดิ์ เหมือนทหารขัดรองเท้าบางคนที่ไต่เต้าขึ้นเป็นถึงนายพล
ผมก็จบ ม.8
โธ่ เอาอะไรกับคน ม. 7 มี classmate ชื่อ อภิสิทธิ์ สู้กาละแมก็ไม่ได้ เธอยังจบ ม.8 เลย
,มาติน
@ +_+ ! ประชาไทขอทำการปิดความคิดเห็นนี้ เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เหมาะสม @
แหวะ
สุรพล นิติไกรพจน์ ตอบด้วยมโนธรรมสำนึก ถ้าหากเราไม่ลงนรก แล้วผู้ใดจะลงนรก
...
จะบอกว่าตัวเองเสียสละอย่างสูงส่ง ที่ต้องใช้ความรู้ระดับด๊อก..เตอร์ มาทำงานรับใช้ประเทศชาติ่ง 2 ขาเพราะเก้าอี้ไหนๆ ไม่มีใครเก่งเท่าสุรพล.งั้นเถอะ
ไม่ได้กินข้าวเฉพาะคุณหรอกนายสุรพลเอ๋ย กินข้าวเหมือนกันแต่เก่งและมีจริยธรรมสำกกว่าคุณแค่นั้นเอง
ไม่เคยเป็นทาส
ฟังไปก็แค่นั้น ก็แค่สุนัขรับใช้เผด็จการ แก้ตัวน้ำขุ่นๆ ไม่สนับสนุนเผด็จการ แต่เกิดแล้วแก้ไขไม่ได้ ....ไม่สนับสนุน แล้วไปเป็นสุนัขรับใช้ทำไม พูดอย่างนี้เขาเรียกว่าพูดเข้าข้างตัวเอง หาแต่ประโยชน์ใส่ตัว ฟังแล้วไร้สาระ ไปฟังพวกที่มาเห่าหอนหรือป่วนเวปนี้ยังดีกว่า อย่างน้อยพวกนี้ก้แค่กวนส้นตี..แต่ยังดีกว่ากว่าสุนัขรับใช้
ปลงไม่ตก
หน้าด้านพอกันทั้ง อธิการบดีธรรมศาสตร์ กับ คณะบดีรัฐประศาสนศาสตร์ NIDA ปากสอนนักเรียนอย่างหนึ่ง การกระทำอีกอย่างหนึ่ง อุดมการณ์ทางการเมืองสู้ คนขับ TAXI คนหนึ่งยังไม่ได้เลย
ฮา
รับทราบแล้วครับท่านว่า สภานี้คือสภานรก..มีคุณมีชัยเป็นประธานนรก มีเดียรรัจฉานนรกเป็นสมาชิกจำนวนมากที่มาจากสาขาอาชีพต่างๆ...รวมทั้งท่านอธิการด้วย..ฮา..ถ้าผมไม่ลงนรกแล้วใครจะยอมลง..ฮา..
อาจารย์ราชภัฎ
การที่อาจารย์ส่วนใหญ่เลือก คุณสุรพลไปเป็นอธิการบดี มันสะท้อนความอ่อนแอทางจริยธรรม และความเป็นผู้นำทางวิชาการที่อ่อนด้อย และพร้อมที่จะโอนอ่อนผ่อนตามแม้สิ่งที่ไม่เป็นไปตามหลักการที่ถูกต้อง
ความสูญเปล่าทางการศึกษา และเกียรติภูมิของสถาบันต้องมัวหมอง เพราะการกระทำของหัวขบวน ที่ยอมรับและปูบันไดให้ความไม่ถูกต้องเกิดขึ้น ทั้งในวันนี้ และอนาคต หากมีคนคิดเยี่ยงนี้ยังคงได้รับการยอมรับ แม้กับสังคมแห่งคนมีความรู้ความสามารถและอ้างว่ามีหลักการ
New
จุดตกต่ำของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาจากความเห็นแก่ได้ของคนเพียงคนเดียวแท้ ได้เงินประจำตำแหน่ง ได้เงินประจำ และได้เงินเดือน สนช. สรุปรับเงินกี่แสนต่อเดือน
ppp
ด็อก นักวิชาการทาสเผด็จการ แทกซี่วีรบุรุษประชาธิปไตย
กิติภูมิ
เห็นด้วยกับความเห็นที่85 เป็นอย่างยิ่ง ครับ [emo1.gif]
คนกรุงเก่า
จืตสำนึกของอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ ยังเทียบเท่าเสี้ยวหนึ่งของ คุณนวมทอง คนขับแท็กซี่ ไม่ได้เลย แน่จริงอย่ารับเงินเดือนซิ อนาถใจแทนชาวธรรมศาตร์จริงๆ
007
ความเห็นที่ 1-90 ก็เยอะแล้วไปๆไล่เขาออกเลยครับ โอ้ง่ายๆ ศิษย์เก่า ใหม่ มีหลายหมื่น ผมเชื่อว่า99.00001%ไม่เอาด้วยกับ อธิการบดี อายเขาไหม ธรรมศาสตร์ 555
100%grassroot
Just kick this asshole Ajaarn out of this University.He^*s now kissing the ass of soldier for power..No doubt,this Ajaarn is an authentic กะล่อน man I ever come across.!If he^*s remained whether as an ordinary teacher or professor the University^*s credibility will be downgraded anyway..Eventually his pro dictatorship has been obviously transpired..Suck..!
คนไท
ถ้ามันด้านนัก ก้อเรียกนักศึกษาทั้งมหาลัยที่ไม่เห็นด้วยกับมัน ประท้วงให้มันออกไป ออก ไป เหมือนที่มันไปร่วมกับโจรนั่นแหละ ดูซิจะมีหน้บอกว่าไม่สนว่ากี่คน อยู่ที่เหตุผล ถุย เหคุผลมึง ในหลวงไม่รับ หน้าแตกมาแล้ว เย็ยบเสร็จยัง?
เด็กน้อย
อ.ที่เคารพ ไม่แปลกใจเลยที่คิดแบบนี้
เข้าใจวิธีคิดของอ.ตั้งแต่กลบสนามบอล เปลี่ยนสนามบอลให้เป็เวทีลีลาศ มีก้อนอะไรสักอ้นใหญ่ๆอยู่ข้างสนามบอล เอาธรรมชาติ เอาที่พึ่งของประชาชนออก ปรับปรุงตึกที่ท่าพระจันทร์ แต่ที่รังสิตหอไม่พอ ไม่มีทางจักรยาน โรงอาหารไม่พอ*ที่สุดแล้ว ธรรมศาสตร์ก็ต้องย้ายไป*
มีเงินมากมายเปลี่ยนแปลง ลบประวัติศาสตร์การต่อสู้ของวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง
สู่เมืองไกลโพ้นทุ่งรังสิตที่ขาดแคลน
วิธีคิดเหล่านี้คือวิธีคิดของอธิการบกีที่เคยหาเสียงว่าจะทบทวนการย้าย
ไม่แปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
รหัส 46 ไม่เคยร่วมต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ไม่เคยผ่านธรรมศาสตร์ในอดีต แต่ท่าพระจันทร์กับประชาชนสอนอะไรบางอย่าง
อ.อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ อย่าง อ.นริศ ยังโดดลงจากโดมไปเป็นทับหลังของนายกหน้าเหลี่ยมเลย
คนรุ่นใหม่ไม่คาดหวังอะไรอีกแล้ว
****ขอร้องล่ะ เวลาปฐมนิเทศ อย่าบอกพวกเราว่า "วิชาธรรมศาสตร์และการเมืองอยู่ข้างประชาชน-ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย-และรักประชาชน"
ขนาดเราเป็นักศึกษา เป็นลูกแม่โดม เรายังไม่รู้สึกว่าผู้บริหารรักและเป็นห่วงเราเลย
เด็กน้อย
อายทุกครั้ง ที่พี่ๆยังคาดหวังว่า "ธรรมศาสตร์" จะรักและทำเพื่อประชาชนเหมือนเดิม
ปัจจุบันมันไม่ใช่แล้ว
อย่าคาดหวังว่าธรรมศาสตร์ยังเป็นประชาธิปไตย
ส่วนน้อยที่ยังเป็น แต่ส่วนใหญ่ทั้งนักศึกษาและนักวิชาการ ไม่ใช่อีกแล้ว
ตถตา
ปู่ เป็นชาวสวน อดีตเคยเป็นข้าราชการ
แต่ ลาออก ก่อนเกษียณมาหลายปีแล้ว
ตอนนี้กำลังสนุกกับการทำสวน ทำสวนแล้วสบายใจ ดี มองไปรอบๆ ก็มีแต่สีเขียว สีเขียวเป็นสีของธรรมชาติ ให้ความชุ่มชื่น สดชื่นต่อลมหายใจเราได้
ปุ่สบายใจมาก จึงชวนพวกเรามาทำสวนกัน ช่วยกันปลูก ต้นไม้ ไม่ต้องไปเรียกชื่อหรอกว่าต้นอะไร ต้นป ที่มาจากต่างประเทศ หรือต้นร ที่หาได้ตามมีตามเกิด
ขอให้เป็นต้นไม้ที่ให้ออกซิเจน ทำให้ชีวิตของเราอยู่ปฏิบัติธรรมต่อไปได้ ก็พอ
บางทีปู่เคยเอาต้นไม้ที่มาจากต่างประเทศที่เค้าว่าดี ที่คนเคยไปเรียนเมืองนอกเมืองนาเอากลับมา และชมนักชมหนาว่าดี แต่พอเอามาทดลองปลูก ที่บ้านเรา มันไม่ได้ดีไปกว่าต้นไม้พื้นเมืองที่บ้านเราเลย
หลายเอยปู่รู้ว่าปู่เรียนมาน้อย หลานๆหลายคนก็จบด๊อกเตอรืเมืองนอกเมืองนา
ไปได้ยินได้ฟังฝรั่งมันพูดให้ฟัง
ก็ใช้จินตมยปัญญาก่อน แล้วตามมาด้วย
ภาวนามยปัญญา แล้วค่อยแสดงความคิดเห็นนะ แล้วก็อัตาธิปไตยนะละๆกันบ้างนะหลานๆ
สุดท้ายอย่าลืมปลูกต้นไม้กันนะหลานๆ
มันเป็นเช่นนั้นเองหลานเอย
ความจริง
ถ้าหากเราไม่ลงนรก แล้วผู้ใดจะลงนรก
..."ก็อยากลงเองนี่ มีแต่คนอื่นเขาอยากขึ้นสวรรค์".......เลือกเองแล้วจะพูดทำไม...แต่เขาไม่อยากให้ฉุดสถาบันลงไปด้วย...ควรปล่อยวาง...อย่ากินเงินเดือน 2 ทาง...ซิครับ...อายไหม [emo16.gif]
ติ่ง ติ้งต๊อง
ทำอาจมจนเป็นอาจินต์สมถวิลเป็นอาจารย์
รูปกรรมส่อสันดาน จากอาจารย์เป็นอาจม
สันดานตระการอยาก มักมาก อ้างเหตุผล
กลอุบาย อัปมงคล หลั่งถล่นเปื้อนนครา
เพื่อตนทำทุกอย่าง ไม่ยกอ้างดอกศีลธรรม
กรรมดีไม่น้อมนำ ริห์ระยำก่อกรรมเลว
ความดีที่สั่งสม มานานนม กลับล้มเหลว
ริห์ทำกรรมเลวๆ ความล้มเหลวจะตามทัน
ติ่ง ติ้งต๊อง
ศิษย์เก่ารุ่นปี 2530
ในฐานะศิษย์เก่า คณะพาณิชย์ มธ.รู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่อธิการบดี ไปเห็นดีเห็นงามกับการทำรัฐประหาร ด้วยการเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติ มธ.เป็นมหาลัยที่มีจุดยืนเรื่องประชาธิปไตย เสมอมา
ท่านควรลาออกจากอธิการบดีเถอะค่ะ เพราะท่านไม่มีเกียรติภูมิเหลืออีกแล้ว ที่จะเป็นอธิการบดีต่อไป ไปเป็น สนช. อย่างเดียวก็แล้วกันนะคะ
ความจริงอยากบอกว่าท่านควรลาออกตั้งแต่เสนอ ม.7 แล้วล่ะค่ะ
100%grassroot
Just surprise how come this man^*s voted to be the rector of this famous Thamasat university?It^*s unambiguous disgustedly that this man has cringed to suck the old army fag^*s testicle..If I were an old student,this man has been already thrown out of my campus.. Shame..!
เก่งเลีย
ผมเห็นใจอาจารย์นะครับ ใส่หมวกอยู่ตั้ง 3 ใบ ใบหนึ่งใบแรกนั้น..ที่ปรึกษา ดช.มาร์ค(หน.ปชป.) สรุปท่านอาจารย์ก็คือลูกจ้าง ดช.มาร์ค(รับเงินค่าป่วยการจากมาร์ค) หมวกใบที่สองนั้น...อธิการบดี มธ.(กินเงินภาษีอากร) หมวกใบที่สาม...สมช.(กินเงินภาษีอากร รอบสอง)
ทรัพย์ และ อำนาจ มันก็เหมือน อาจม น่ะครับ อาจารย์......อาจารย์ว่ามั๊ย.....
engg
ไม่ต้องลงนรก ไม่ให้ความร่วมมือต่อคฌะผู้ทำผิดกฎหมาย ผู้ล้มรัฐธรรมนูญโดยใช้กำลัง ในฐานะผู้สอนกฎหมายก็เพียงพอแล้ว
fr.th
หากคิดว่าคำพูดเก๋ไก๋จะทำให้ดูดี เมื่อแสวงหานรกแล้ว ถึงเวลาหายใจไม่ออก, มือเท้าขยับไม่ได้ นอนทำตาปริบๆรอคนหยอดน้ำให้อาหารจะเป็นก็ไม่เป็นจะตายก็ไม่ตาย ถึงตอนนั้นคงอยากจะกัดลิ้นตนเองที่ปากเสีย ช่วยไม่ได้ครับ นรกนะครับ อย่าล้อเล่น(ไม่มีชัยชนะบนความโชคร้ายหรือความทุกข์ของผู้อื่นครับ )
คนธรรมศาสตร์
ขอให้กำลังใจ อ.สุรพล ทำหน้าที่เพื่อบ้านเมืองเถิด ท่านรับฟังลูกศิษย์ได้เพราะมันคือวัฒนธรรมของธรรมศาสตร์ แต่อย่าได้ใส่ใจกับคนที่โพสเข้ามาในนี้มากนัก ส่วนหนึ่งก็คือลิ่วล้อฐานอำนาจเก่านั่นเอง พูดง่ายๆ ตอนนี้ประชาไทกลายเป็นเครื่องมือของฐานอำนาจเก่าไปแล้ว
ส่วนอาจารย์ นักวิชาการหลายท่านที่เรียกร้องอยู่นั้น ท่านก็ต้องเข้าใจว่า คนเหล่านั้นไม่เคยมีประสบการณ์ตรง หรือสัมผัสกับการเมืองในโลกแห่งความจริง เงื่อนไขและบริบทต่างๆ ท่านก็อาจจะไม่ทราบ เป็นเรื่องที่ อ.สุรพล ต้องพิสูจน์ตัวเองต่อไป