ทักษิณสร้างโรงแรมที่เคนยา ? อีกแล้ว ! บทบาททับซ้อน ผู้นำ - นักธุรกิจ

            เรื่องของ "ผลประโยชน์ทับซ้อน" เป็นคำถามซ้ำซากที่สังคมไทยยังคงต้องการการพิสูจนื จากพ...ทักษิณ ชินวัตร ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกแล้ว


            ย้อนไปถึงความคุกรุ่นของการเมืองไทย ที่ถูกจุดประเด็นขึ้นมาถามหาจริยธรรมผู้นำนั้น เรื่องของการไปเยือนต่างชาติในฐานะผู้นำไทย กับข้อครหาการพ่วงเจรจาธุรกิจส่วนตัว  ได้ปรากฏเป็นคำถามมากมายหลายวาระ  ซึ่งหลายวาระยังไม่ได้รับคำอธิบายให้หายสงสัย


            ล่าสุดรายงานข่าวจากสำนักข่าวชื่อดังหลายแห่ง  แพร่ข่าวการยื่นขอสร้างโรงแรมในประเทศเคนยาของนายกรัฐมนตรีมหาเศรษฐีของไทย  ย่อมไม่อาจให้ผ่านเลยไปเสมือนข่าวการลงทุนธรรมดา


            เพราะพ...ทักษิณ เพิ่งไปเยือนเคนยาอย่างเป็นทางการในนามของหัวหน้ารัฐบาลไทย  ถือเป็นผู้นำไทยคนแรกที่ไปเยือนเคนยา   นอกจากนั้น ยังเป็นการไปท่ามกลางการตีข่าวไปทั่วเรื่องการเจรจาแลกสัตว์ป่าเข้ามาอยู่ที่สวนสัตว์กลางคืนเมืองเชียงใหม่บ้านเกิดของเขา   เรื่องอย่างนี้  เราจึงมีสิทธิ์เรียกร้องหาคำอธิบาย


 


                                                //////////////


 


           สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2549 ว่า  มอร์ริส ดีโซโร รัฐมนตรีท่องเที่ยวและสัตว์ป่าของเคนยาระบุว่า พ...ดร. ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีของไทยต้องการจะเข้ามาลงทุนสร้างโรงแรมในเคนยา โดยในขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจพิจารณาคำร้องขอดังกล่าวอยู่


             "...ทักษิณได้ขอเราเข้ามาลงทุนสร้างโรงแรมที่นี่ในเคนยา และเราก็กำลังพิจารณาคำขอร้องของเขาอยู่เช่นเดียวกับนักลงทุนรายอื่นๆ" ดีโซโรกล่าวกับผู้สื่อข่าว


             เอเอฟพีรายงานด้วยว่า เมื่อเดือนกันยายน 2005 เคนยาได้ลงนามในข้อตกลงที่จะให้สัตว์ป่าและนกป่า 175 ชนิดแก่ประเทศไทยเพื่อนำไปไว้ในสวนสัตว์ไนต์ซาฟารี ที่เชียงใหม่ ซึ่งเป็นผลทำให้ชาวเคนยาไม่พอใจเพราะเกรงว่า สัตว์ป่าทั้งหลายจะไม่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ก่อนที่ศาลกรุงไนโรบีจะมีคำสั่งระงับการส่งออกสัตว์ป่า 175 ตัว มายังประเทศไทยชั่วคราวในเวลาต่อมา  และยังบอกด้วยว่าปีที่แล้ว สมาคมซึ่งเจ้าชายอัลวาลีด บิน ตอลัล แห่งซาอุดีอาระเบียทรงเป็นเจ้าของได้เข้ามาลงทุนเปิดโรงแรมและที่พักสำหรับซาฟารีสุดหรูถึง 5 แห่งในเคนยา


            ข่าวดังกล่าว เป็นถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเคนยาที่กรุงไนรบีเมืองหลวง โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและสัตว์ป่าของเคนยา ถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศเขา ที่ในปี 2005 ภาคการท่องเที่ยวของเคนยามีรายได้ 648 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  เพิ่มขึ้นจากรายได้ในปี 2004 ถึง 15 %  และคาดการณ์ในปีนี้ว่าจะโตได้ถึง 810 ล้านเหรียญสหรัฐ  เพราะมีจุดขายที่หลากหลาย และกิจการโรงแรมก็จองเข้ามากว่าร้อยละ 70 จนถึงปีหน้าแล้ว


            ธุรกิจท่องเที่ยวของเคนยากำลังบูมจัด  ฝ่ายเราคิดอะไรกันอยู่ ?


            รายงานข่าวชิ้นนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ พ...ทักษิณ ชินวัตร  นายกรัฐมนตรี นายยงยุทธ ติยะไพรัช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายปลอดประสพ สุรัสวดี ผู้บริหารเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีจะต้องตอบคำถามสังคมไทยให้ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น 


            นั่นเพราะ การไปเยือนสาธารณรัฐเคนยาของคณะนี้เมื่อวันที่ 8-11 พฤศจิกายน 2548 กระทำอย่างเป็นทางการในนามของรัฐบาลไทย  มีการแถลงจากโฆษกรัฐบาลว่า  ...ทักษิณคือผู้นำไทยคนแรกที่ไปเยือนเคนยาหรือประเทศแถบแอฟริกา เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้าและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ


            ท่ามกลางข่าวสะพัดของสำนักข่าวต่างชาติ  ว่าการไปเยือนครั้งนั้นเพื่อติดตามข้อถกเถียงการแลกสัตว์แอฟริกาให้มาอยู่ที่สวนสัตว์ไนท์ซาฟารี ที่เชียงใหม่บ้านเกิดของเขา มีการนำเสนอเรื่องเงินว่าไทยจะบริจาค 20 ล้านบาทเพื่อตั้งกองทุนคุ้มครองสัตว์ป่าให้เคนยา ซึ่งประเด็นนี้ฝ่ายไทยพยายามออกมาปฏิเสธเรื่องตัวเงิน  และยืนยันว่าการลงนามร่วมกันเป็นไปเพื่อการเรียนรู้แลกเปลี่ยนด้านวิชาการล้วนๆ


            การไปเยือนเคนยาของคณะไทยครั้งนั้น  มีพิธีการต้อนรับอย่างเป็นทางการ  มีการตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ   มีการหารือข้อราชการเต็มคณะ ประกอบด้วยรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องหลายคน 


...ทักษิณให้เหตุผลต่อการไปเยือนเคนยาว่าเป็นประเทศแรกในภูมิภาคแอฟริกา 3 ข้อ คือ1. เป็นการเยือนตอบแทนการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดี Kabaki ของเคนยา เมื่อปีที่แล้ว  2. ไทยได้เริ่มการส่งเสริม "<?xml:namespace prefix = st1 ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:smarttags" />Thailand"s Year of Africa" และนโยบาย มุ่งตะวันตก (Look West Policy) ซึ่ง แอฟริกาจะเป็นภูมิภาคยุทธศาสตร์ และบทบาทสำคัญของเคนยาในภูมิภาคนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงทางการเมืองและเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ไทยและเคนยาต่างมีเที่ยวบินตรงเชื่อมโยงกันอีกด้วย  3. ไทยพร้อมที่จะพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนในทุกระดับและทุกสาขาความร่วมมือกับเคนยา และพร้อมที่จะเรียนรู้และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน


...ทักษิณยังให้สัมภาษณ์ไว้ว่า เคนยาถือเป็นประเทศยุทธศาสตร์ของไทยในการเข้าสู่กลุ่มประเทศแอฟริกา   การค้าระหว่างกันแม้จะยังอยู่ในระดับต่ำ แต่มีศักยภาพในการขยายปริมาณและมูลค่ามาก และไทยก็จะใช้เคนยาเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าในภูมิภาค และเรียนรู้ประสบการณ์ของเคนยา อาทิ การอนุรักษ์สัตว์ป่า   ขณะที่เคนยาต้องการให้ไทยเข้าไปลงทุนในธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งในประเด็นนี้นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จะชักชวนให้นักธุรกิจไทยเข้าไปลงทุนสร้างโรงแรมระดับ 5 ดาว โดยอาจจะมีกองทุนเข้ามาร่วมด้วย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนไทยที่จะเข้ามาลงทุน โรงแรมดังกล่าว อาจจะจัดให้มีร้านอาหารไทย สปาไทย ศูนย์แสดงสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ เพื่อเป็นศูนย์ประชาสัมพันธ์และส่งเสริมสินค้าไทย สำหรับผู้สนใจสินค้าไทยในเคนยาสามารถเข้ามาสั่งซื้อเพื่อจำหน่ายออกไปในประเทศเพื่อนบ้านและประเทศพันธมิตรเคนยาได้   


การพบปะครั้งนั้น มีการลงนามเรื่องการส่งเสริมการลงทุนและการเก็บภาษีซ้อนระหว่างกันในโอกาสต่อไป เพื่อให้การลงทุนของไทยในเคนยาปลอดภัยและเป็นธรรม ซึ่งเคนยายังได้แสดงความสนใจในการเพิ่มจำนวนเที่ยวบินไปไทย ซึ่งได้ใช้ไทยเป็นศูนย์กลางการบินในการบินต่อไปยังประเทศอื่นด้วย   


            อย่างไรก็ตาม ข่าวประชาสัมพันธ์จากทางการเคนยา ส่งผ่านไปยังสำนักข่าวทั่วโลก เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2548 มีรายละเอียดเพิ่มเติมจากคำให้สัมภาษณ์ของประธานาธิบดีเคนยาว่า   การมาเยือนครั้งนี้นายกรัฐมนตรีของไทยยังเป็นพยานการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลเคนยาและรัฐบาลไทยในความร่วมมือการจัดการด้านสัตว์ โดยผู้ลงนามคือ Morris Dzoro รัฐมนตรีด้านการท่องเที่ยวและสัตว์ป่าของเคนยา กับนายยงยุทธ ติยะไพรัช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทย  พร้อมทั้งระบุถึงการเตรียมจะเข้าไปลงทุนด้านกิจการคอมพิวเตอร์ของนักลงทุนไทยด้วย


               ประธานาธิบดีเคนยากล่าวด้วยว่าการมาเยือนของ พ...ทักษิณ จะเป็นการเพิ่มการลงทุนของไทยในเคนยา  เขาสนับสนุนนักลงทุนไทยในการช่วงชิงความได้เปรียบของตลาดขนาดใหญ่และโอกาสทางการลงทุนผ่านการลงทุนในเคนยา   โดยกำชับฝ่ายเคนยาให้เร่งดำเนินการเกี่ยวกับข้อตกลงว่าด้วยการหลีกเลี่ยงการเก็บภาษีซ้ำซ้อนและการส่งเสริมการลงทุน และสืบเนื่องจากความสำเร็จของประเทศไทยในนโยบายพัฒนาประเทศด้าน ICT   ประธานาธิบดีเคนยาได้กระตุ้นกลุ่มทุนไทยให้เข้าไปลงทุนในเคนยาผ่านทางความร่วมมือกับ  Gilgil  Telecommunication


"ปัจจุบันไทยเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดในส่วนของเครื่องคอมพิวเตอร์ราคาย่อมเยาว์ที่ เคนยายินดีที่จะรองรับการลงทุนจากนักลงทุนไทย  การผลิตต้นทุนต่ำจะเอื้อต่อชาวเคนยาในการเข้าถึงเทคโนโลยีได้มากขึ้น"


            ข่าวล่าสุด กับการฉายข้อมูลย้อนไปถึงข้อเจรจาระหว่ากัน ยิ่งฉายชัดถึงความคลุมเครือ ทับซ้อนของบทบาทความเป็นผู้นำประเทศและความเป็นนักธุรกิจ 


และหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่สังคมจะต้องเรียกร้องหาคำอธิบาย !!

ทับซ้อน

มติชน
วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10338

"นายกฯ"โต้รมต.เคนยาสร้างรร. ระบุเคยชวนเอกชนไทยลงทุน

รมต.เคนยาเผย"ทักษิณ"ยื่นขอสร้างโรงแรม นายกฯปฏิเสธทันควัน อ้างไม่เคยคิด ไม่เคยสนใจ ระบุผู้นำเคนยาเชิญเอกชนไทยไปลงทุน เลยรับปากจะชวน"ดุสิตธานี-ไทยเบฟเวอเรจ" เอ็นจีโอแฉข้อตกลงส่งสัตว์ป่าให้"ไนต์ซาฟารี"เชียงใหม่แลกกับเงิน 40 ล้านบาท น่าสงสัยมีอะไรหมกเม็ด

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างคำให้สัมภาษณ์ของนายมอร์ริส ดีโซโร รัฐมนตรีกระทรวงท่องเที่ยวและสัตว์ป่าเคนยาเมื่อวันที่ 28 มิถุนายนว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรียื่นคำร้องขอมายังกระทรวงท่องเที่ยวและสัตว์ป่าเคนยาเพื่อขอก่อสร้างโรงแรมที่ประเทศเคนยา และขณะนี้ทางกระทรวงกำลังพิจารณาคำขอดังกล่าวอยู่ เช่นเดียวกับการพิจารณาคำขอของนักลงทุนรายอื่นที่ยื่นคำร้องขอเข้ามาลงทุนในเคนยา

พ.ต.ท.ทักษิณให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลปฏิเสธข่าวดังกล่าวในทันทีโดยกล่าวว่า "ทางเคนยาขอให้ภาคเอกชนไทยไปลงทุนทำโรงแรม เพราะที่นั่นเป็นเมืองท่องเที่ยว ผมก็เลยบอกไปว่า ภาคเอกชนไทยที่ลงทุนทางด้านโรงแรมข้ามชาติ เท่าที่รู้มีโรงแรมดุสิตธานี กับนายเจริญ ศิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผมจะไปเชิญชวนให้ แต่ยังไม่มีเวลาไปเชิญชวนใครเลย แต่บอกกับเขาว่าจะมาเชิญชวนให้เอกชนไทยไปลงทุนเพราะมันเป็นเรื่องของเมืองท่องเที่ยวก็แค่นั้นเอง"

ผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วส่วนตัวสนใจจะลงทุนหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า ไม่มีๆ เมื่อถามต่อว่า ทำไมรัฐมนตรีการท่องเที่ยวเคนยาให้ข่าวว่าเป็นของท่านนายกฯ พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า ก็ไม่รู้ เดี๋ยวนี้ข่าวมึนหมดแล้ว ไม่มีหรอก ไม่มี ไม่เคยคิด"

เมื่อถามว่า ตอนที่ไปเยือนเคนยาได้พูดคุยกับทางผู้นำเคนยาในเรื่องนี้หรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า ทางผู้นำเคนยาขอให้เชิญชวนเอกชนไทยไปลงทุน เลยบอกว่าเอกชนไทยเท่าที่รู้ที่จะมาลงทุนลงแรงได้มี 2 คน คือทางเครือดุสิตธานีกับเครือคุณเจริญ ทางเคนยาก็ไม่มีอะไร เพียงแต่ว่าเป็นเรื่องตามระบบบีโอไอ (ส่งเสริมการลงทุน) ธรรมดา เพียงแต่เชิญชวนว่าเคนยามีศักยภาพ เป็นเมืองซึ่งมียูเอ็น (สำนักงานสหประชาชาติ) เป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่ว่าโรงแรมชั้นหนึ่งมีน้อย

เมื่อถามว่า เราไม่ได้เอ่ยขอเรื่องนี้กับทางเคนยาก่อนใช่หรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า "เขาขอเพราะอยากให้ภาคเอกชนไปลงทุน แต่แนวโน้มว่าเอกชนไทยจะเข้าไปลงทุนนั้นผมไม่แน่ใจ เพราะส่วนใหญ่คนที่จะไปลงทุนจะดูว่าประเทศไหนมีศักยภาพ จะไปที่ประเทศที่มีศักยภาพก่อน"

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะตรวจสอบข่าวที่ออกมาหรือไม่ เพราะรัฐมนตรีท่องเที่ยวเคนยาระบุเหมือนกับนายกฯไปขอเดินเรื่องเองเลย พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า ไม่เลย ไม่มีเลย แต่บังเอิญว่ารัฐมนตรีท่องเที่ยวเคนยาคนนั้นเป็นรัฐมนตรีเกียรติยศที่คอยดูแลต้อนรับก็นั่งถาม คุยกันถึงเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทย ไม่มีหรอก

เมื่อถามย้ำว่า สรุปแล้วโรงแรมที่จะลงทุนไม่ใช่ของนายกฯใช่ไหม พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า "ไม่มีๆ ไม่สนใจเลย ไม่เวลาไปคิดอะไรทั้งสิ้นแล้วตอนนี้ เขา (ศาลรัฐธรรมนูญ) จะยุบพรรคอยู่แล้ว มาคิดอะไรมากมาย วู้..."

สำหรับข้อตกลงการส่งสัตว์ป่าจากเคนยาให้กับฝ่ายไทยนั้นมีขึ้นในระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ และนายยงยุทธ ติยะไพรัช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางเยือนกรุงไนโรบี เมืองหลวงเคนยา ระหว่างวันที่ 8-12 พฤศจิกายน 2548 โดยได้ลงนามกับนายมอร์ริส ดีโซโร เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ตามข้อตกลงรัฐบาลไทยจะมอบเงินจำนวน 40 ล้านบาท พร้อมร่วมมือด้านการอุทยานแห่งชาติ ส่วนรัฐบาลเคนยาจะมอบสัตว์ 25 ชนิด จำนวน 175 ตัว เป็นของขวัญให้ไทยเพื่อนำไปแสดงที่สวนสัตว์ไนท์ซาฟารี จ.เชียงใหม่

การมอบสัตว์ป่าของเคนยาก่อให้เกิดกระแสต่อต้านอย่างรุนแรง ทั้งนักเคลื่อนไหวเพื่อสัตว์ป่าและกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จากนั้นไม่กี่สัปดาห์ก่อนสัญญาส่งมอบ ศาลสูงกรุงไนโรบีมีคำสั่งระงับเพื่อตรวจสอบในข้อกฎหมาย

ต่อมาวันที่ 12 พฤศจิกายน 2548 ระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางกลับประเทศไทย กล่าวผ่านรายการ "นายกฯทักษิณคุยกับประชาชน" ซึ่งเป็นการจัดรายการทางโทรศัพท์บนเครื่องบิน โดย พ.ต.ท.ทักษิณเล่าให้ฟังถึงผลการเยือนประเทศดังกล่าวว่า ประเทศไทยมีลู่ทางในการขยายโอกาสทางการค้ามากมาย เนื่องจากประชาชนในทวีปนี้ส่วนใหญ่รับประทานข้าว และนิยมซื้อสินค้าไทย แต่ที่ผ่านมาต้องซื้อสินค้าไทยผ่านประเทศที่ 3 และจากการหารือกับผู้นำของประเทศเคนยา ทางนั้นต้องการให้ไทยเข้าไปลงทุนในกิจการโรงแรมระดับห้าดาว เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่เข้ามาประชุมอยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังเสนอให้ไทยเพิ่มเที่ยวบินให้เคนยาด้วย ไทยรับปากว่าให้รอเปิดสนามบินสุวรรณภูมิเรียบร้อยก่อน เพราะเวลานี้สนามบินดอนเมืองมีความแออัด

ขณะที่นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังร่วมคณะ พ.ต.ท.ทักษิณไปเยือนเคนยาว่า นายกรัฐมนตรีมีนโยบายที่จะร่วมมือกับนักธุรกิจเคนยาที่เป็นนักธุรกิจท้องถิ่นในการนำสินค้าจากไทยเข้าไปเปิดตลาดในเคนยาจากการหารือพบว่า ขณะนี้นักธุรกิจเคนยามีความสนใจที่จะร่วมทุนกับนักธุรกิจไทยสร้างโรงแรมในรูปแบของไทยในประเทศเคนยา

นายยงยุทธให้สัมภาษณ์ว่า จำไม่ได้ว่าเคยร่วมเดินทางไปเคนยากับนายกฯหรือไม่

นายสุรพล ดวงแข เลขาธิการมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืช กล่าวว่า น่าสงสัยว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะลงทุนทำธุรกิจโรงแรมในเคนยา เนื่องจากช่วงเดือนพฤศจิกายน 2548 นำทีมนักธุรกิจไทยไปประชุมร่วมกับนักธุรกิจเคนยา ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงไนโรบี ในครั้งนั้น กลุ่มนักอนุรักษ์ของเคนยาไปประท้วงที่หน้าโรงแรมดังกล่าว เพราะมีการเจรจาตกลงเรื่องการแลกเปลี่ยนสัตว์ป่า จำนวน 175 ตัว ไปที่โครงการเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

นายสุรพลกล่าวว่า เมื่อเดือนมีนาคม 2549 คณะมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่า เดินทางไปสัมมนากับหน่วยงานด้านอนุรักษ์ของเคนยา ได้รับข้อมูลหลายเรื่องที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการส่งสัตว์ป่าออกนอกประเทศนั้นเคนยาไม่ได้ทำมา 30 ปีแล้ว เนื่องจากจำนวนสัตว์ป่าในเคนยาลดจำนวนลง สาเหตุจากพื้นที่ป่าลดลงเหลือไม่ถึงร้อยละ 2.5 รวมทั้งปัญหาการลักลอบล่าสัตว์ ทำให้เคนยาหันไปส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวประเภททัวร์ดูสัตว์ในป่าธรรมชาติ

"การที่นายกฯไทยเดินทางไปเปิดโรงแรมพูดคุยในเชิงธุรกิจไทยกับเคนยา จึงนำไปสู่ข้อสงสัยหลายๆ ด้าน แม้แต่เอ็นจีโอของเคนยายังตามไม่ทันกับรัฐบาลไทยว่าแท้ที่จริงแล้วมีวัตถุประสงค์หรืออะไรที่หมกเม็ดอยู่บ้าง" นายสุรพลกล่าว

http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01p0104300649&day=2006/06/30

2499

เม็ดที่หมกเป็นแบบโปร่งใส มองด้วยตาเปล่าที่เชื่องๆไม่เห็นอะ

ฟ้าเวิ้ง

"เม็ดที่หมกเป็นแบบโปร่งใส มองด้วยตาเปล่าที่เชื่องๆไม่เห็นอะ "
แสดงว่ามีหลักฐาน เชิญแสดงให้ตาเนื้อได้เห็นด้วย

26501nr

พูดถึงความเป็นคนแล้วท่านยายก ท่านก็มีครอบครัวเหมือนกับประชาชนทั้งประเทศนั่นแหละ หน้าที่เลี้ยงดูครอบครัวลูกเมียมันเป็นหน้าที่ผู้เป็นพ่ออยู่แล้วหรือท่าน้วิจารณ์ทั้งหลายไม่มี ณ จุดนี้ ก่อนวิจารณ์ให้นึกถึงความเป็นจริงบ้าง ท่านคงจะพอใจกับท่านผู้นำที่โง่ ๆ จน ๆ กรุณาอย่าให้ท่านนายกถึงกับต้องถือศีล 227 เลย หรือผู้ที่วิจารณ์ทั้งหลายมีศีลเท่าไรมิทราบ
ให้ความเป็นธรรมกับผู้นำประเทศหน่อยเถอะ พวกคุณคิดหรือว่าชาติอื่นเมืองอื่นเขาจะให้เกียรติคุณ คุณอย่าถามหาให้พระมาปกครองประเทศเลย

มันไม่ใช่อย่างนั้นครับ

การจะเลี้ยงครอบครัว เป็นสิ่งที่ดี แต่การเป็นนายกรัฐมนตรี มันทำธุรกิจ มันน่าเกลียด เป็นการเอาหน้าที่ราชการ และเงินหลวงอ้างไปราชการ แล้วแอบแฝง และถ้าสำเร็จ โครงการต่างๆ ก็รู้วงใน คนอื่นไม่ทันมัน...อย่างนี้เป็นต้น..เขาเรียกว่าชิงควายได้เปรียบคน เอ้ยย์ย์..ชิงความได้เปรียบประชาชนครับ...ผู้นำโง่ๆจนๆ แต่ไม่โกง ดีกว่าผู้นำโกงๆแต่ไม่โง่ครับ.......

หากพบเห็นข่าวหรือบทความ ภายในเว็บไซต์ประชาไท ที่มีเฉพาะหัวข้อ แต่ไม่แสดงเนื้อหา โปรดอีเมลแจ้งรายละเอียด URL ของข่าวหรือบทความ มาที่ webmaster@prachatai.com หรือโทร. 02 690 2711 ทีมงานจะเร่งดำเนินการแก้ไขให้แสดงผลได้ตามปกติภายใน 48 ชั่วโมง

ขออภัยในความไม่สะดวก: www.prachatai.com

คำชี้แจง

เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น

  • ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
  • ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
  • อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง

ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค

จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ

* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน