วันศุกร์ ที่ 24 พฤษภาคม 2556 | อัพเดทล่าสุดเมื่อ 1 ชั่วโมง 53 นาที ที่ผ่านมา
สนับสนุนให้ประชาไทตีแผ่กิจการที่ดำเนินการโดยรัฐ
สวัสดีครับ
ผมเป็นสมาชิกและติดตามข่าวจากประชาไท ขณะนี้เป็นนักศึกษาปริญญาเอก คณะรัฐศาสตร์
ของมหาวิทยาลัยประเทศญี่ปุ่น ผมเองก็เคยทำงานกับกลุ่มเอ็นจีโอเหมือนกัน ในช่วงปี 2539 แต่ปัจจุบัน ก็ไม่ได้ทำแล้ว ได้แค่สนับสนุน เพื่อนๆ ที่ยังเวียนว่ายอยู่ในวงการ
.......
กลับมาเรื่องกระแสของการแปรรูป ปัจจุบัน ประเทศญี่ปุ่น ก็อยู่ในกระแสแปรรูป เรียกได้ว่า
แปรรูปไปทุกอย่าง เพื่อทำให้รัฐมีความคล่องตัวในการเคลื่อนไปข้างหน้ามากขึ้น
เพราะในอดีต รัฐบาล ทำงานมากเกินไป จึงทำให้ เกิดความฟุ่มเฟือยในระบบ เพราะ การทำงานบริการหลายๆ อย่างโดยรัฐนั้น มิได้เน้นประสิทธิภาพสูงสุดและไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพมากนัก เพราะเงินที่บริหารไม่ใช่เงินของข้าราชการผู้บริหาร ดังนั้น จึงปรากฏว่า มีการใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือย ในหลายๆ โครงการ และนั่นก็เป็นเหตุให้ ประเทศญี่ปุ่นพยายามนำโครงสร้างการตลาดเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้
............
ผมไม่แน่ใจว่าการแปรรูปจะส่งผลอย่างไร ในอนาคต แต่ในระยะสั้น จากประสบการณ์ของญี่ปุ่น แล้ว กระแสการแปรรูปได้ช่วย ตีแผ่ ความเละเทะ และความฟุ่มเฟือย ของหน่วยงานของรัฐบาลและรัฐวิสากิจ รวมทั้ง องค์กรพิเศษต่างๆ ที่ตั้งขึ้นโดยรัฐบาล ซึ่งการตีแผ่ความเละเทะเหล่านั้น ได้ช่วยทำให้ประชาชนรู้สึกว่า ต้องทำอะไรสักอย่าง และสิ่งที่ประชาชนญี่ปุ่นเลือกในตอนนี้ก็คือการสนับสนุน การแปรรูป
.................
ผมสนับสนุนให้ประชาไท ร่วมตีแผ่กิจการที่ดำเนินการโดยรัฐ หรือ รัฐวิสาหกิจเพื่อให้ประชา
ชนได้เห็นภาพภายในของการดำเนนกิจการขององค์กรเหล่านั้นครับ
........
ขอแสดงความนับถือ
สมุทร ทุ่งสาลีเกษตร
Comments
ประชาไท
ขอบคุณคุณสมุทรสำหรับความคิดเห็นและมุมมองอันน่าสนใจ แล้วก็ดีใจค่ะที่รู้ว่ามีผู้อ่านจากแดนไกลติดตามอ่านประชาไทอยู่
ประเด็นการตีแผ่กิจการที่ดำเนินการโดยรัฐ เป็นเรื่องที่ประชาไทเห็นความสำคัญเพราะเป็นประโยชน์ของสังคมโดยรวมร่วมกัน และเรื่องแบบนี้คงเกิดขึ้นเพียงลำพังประชาไทเห็นที่จะไม่ได้ ถ้าใครได้รู้ได้เห็นข้อมูลที่คิดว่าเป็นประโยชน์ต่อการเผยแพร่ให้สาธารณชนได้รับรู้ ประชาไทยินดีเป็นเวทีค่ะ
ส่งข้อมูลและความเห็นมาแลกเปลี่ยนกันได้ที่ talk@prachatai.com ทีมงานประชาไทจะรอคอยด้วยใจจดจ่อ
จเร
คุณ สมุทร มีเป้าหมายที่ดีและขัดเจน แต่พวกพนักงานรัฐวิสาหกิจทั้งหมด(ผมไม่ได้หมายถึงส่วนใหญ่) ทำเพื่อผลประโยชน์ตนเป็นอันดับแรกตั้งแต่บอร์ดไล่ลงมาเลยทีเดียว ทำมานานจนเป็นประเพณี และ ถือเสมือนว่ารัฐวิสาหกิจเป็นสมบัติส่วนตัวของพวกเขา ไม่ใช่ของประชาชนทั้งประเทศ
ลองให้มากินอัตราเงินเดือนตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงดูสิครับ ทำตัวให้ได้รับผลประโยชน์เหมือนข้าราชบริพารทั่วไป ดูสิว่าจะเหลือทำงานกันสักกี่คน
นิรนาม
เรื่อง กฟผ.
กฟผ. ใช้ทรัพยากรของชาติ เงินภาษีของคนในชาติ ลงทุน เวลากู้เงิน ก็ให้รัฐบาลค้ำประกัน ขาดทุน รัฐบาลชดใช้แทน
บริหารงาน ลักษณะเจ้านายประชาชน ไปขอไฟฟ้าแต่ละครั้ง ประดุจไปขอความกรุณาจากท่านขุน ไม่เคยคิดว่า การไฟฟ้าทุกแห่ง เติบโตมาเพราะภาษีอากร
เป็นไฟฟ้าเจ้าเดียวของประเทศไทย ลักษณะทำงานไม่มีคู่แข่ง ผู้ใช้จะต้องง้อผู้ขาย ดังนั้น ค่าไฟฟ้า จะกำหนดอย่างไรก็ได้
สวัสดิการของพนักงานการไฟฟ้าเพียบ บ้านพักฟรี น้ำไฟฟ้าฟรี มีโบนัส และยังมีอีก มีสวัสดิการค่าไฟฟ้า เช่น ได้เดือนละ 10000 บาท ใช้เพียง 2000 บาท ได้เงินสดคืนอีก 8000 บาท เอาเปรียบประชาชนหรือไม่
สะใจนะ ที่ไม่ได้เข้าตลาดหลักทรัพย์ ไม่เช่นนั้น การไฟฟ้า ต้องชี้แจงว่าได้เงินมาเท่าไร ลงทุนไปเท่าไร มีสินทรัพย์เท่าไร บริหารงานเป็นอย่างไร มีกำไรเท่าไร เป็นต้น
เข้าตลาดหลักทรัพย์ ภาษีรายได้ ต้องส่งให้รัฐทุกบาททุกสตางค์ ไม่เข้า คิดดูเอง
เข้าตลาดหลักทรัพย์ กำไร ต้องส่งให้รัฐตามกฏหมาย ร้อยละ 30 ไม่เข้า ไม่ต้องส่ง เอาไปทำอะไรก็ได้ คิดดูเอง
เข้าตลาดหลักทรัพย์ มีคณะกรรมการ ผู้ถือหุ้นคอยตรวจสอบ ไม่เข้า คิดดูเอง
เสาไฟฟ้า ต้นละ 30000-400000 บาท ประชาชนเคยทราบต้นทุนหรือไม่ คิดดูเอง
เขาตลาดหลักทรัพย์ ต้องปรับปรุงวิธีการบริหารงาน การบริการประชาชน ไม่เข้า จะทำอะไร อย่างไร คิดดูเอง
นี่คือส่วนหนึ่งของข้อมูลเพื่อพิจารณา กฟผ