สิทธิเด็ก โดยเด็ก เพื่อเด็ก สะท้อนเสียงเด็กไทยในเวทีโลก




 




ตลอดเวลา 13 ปี หลังการลงนามเป็นภาคีในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กสหประชาชาติ เมื่อปี 2535 ประเทศไทยใจกว้างให้เด็กเข้าร่วมการจัดทำรายงานอีกฉบับควบคู่กับฉบับที่หน่วยงานรัฐจัดทำ เพื่อให้เด็กได้สะท้อนปัญหาและเสนอความคิดเห็น อันจะเป็นแนวทางเพื่อให้เกิดการตระหนักและการปฏิบัติต่อเด็กทุกส่วน โดยเคารพในสิทธิและความเป็นมนุษย์ของเด็กทุกคน


 


คณะทำงานจัดทำรายงานสิทธิเด็ก ฉบับเด็ก และสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มอบรายงานสิทธิเด็ก ฉบับเด็ก ฉบับแรกของประเทศไทยแก่ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ


 


เพื่อให้กระทรวงต่างประเทศส่งมอบรายงานฉบับดังกล่าวแก่คณะกรรมการสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติในเดือนมกราคม 2549


 


รายงานสิทธิเด็ก ฉบับเด็ก ถูกจัดทำขึ้นตามข้อเสนอของเด็กจากการชุมนุมเด็กเมื่อปี 2544 และในฐานะประเทศไทยได้ลงนามเป็นภาคีในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ (Convention on the Rights of the Child: CRC) เมื่อปี 2535


 


โดยทุกประเทศที่ลงนามในอนุสัญญานี้ต้องจัดทำรายงานส่งสหประชาชาติทุก 5 ปี โดยขณะนี้ประเทศไทยได้จัดทำรายงานสิทธิเด็กตามอนุสัญญาไปแล้ว 2 ฉบับ โดยฉบับที่ 2 ได้รายงานไปเมื่อเดือนมิถุนายน 2546 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยต้องไปตอบข้อซักถามจากคณะกรรมการสิทธิเด็กสหประชาชาติในเดือนมกราคม 2549 นี้


 


"การจัดทำรายงานฉบับนี้ ใช้เวลาจัดทำทั้งหมด 4 ปี โดยเกิดจากการรวมกลุ่มของเยาวชนจากทั่วประเทศ และหลากหลายกลุ่มงานชุมนุมเด็กเมื่อปี 2544 ได้แก่ เด็กในระบบโรงเรียน เด็กนอกระบบโรงเรียน เด็กพิการ เด็กเร่ร่อน เด็กชาวเขา และโสเภณีเด็ก


           


"รายงานสิทธิเด็ก ฉบับเด็กริเริ่มโดยเด็กที่ต้องการสะท้อนมุมมอง ความคิดเห็นและปัญหาของตัวเอง วิธีการจัดทำคือ ใช้แบบสอบถามสำหรับเด็กโต และใช้การวาดภาพสำหรับเด็กเล็ก" นายพงษ์ชยนต์ อักษรสวาสดิ์ ตัวแทนคณะจัดทำรายงานสิทธิเด็ก ฉบับเด็ก กล่าว


 


ด้าน นางสาว<?xml:namespace prefix = st1 ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:smarttags" />อิเนส ซาลิทิส ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีเด็กจำนวน 800,000 คนที่อยู่ในวัยเรียนชั้นประถมศึกษา ยังไม่มีโอกาสเข้าโรงเรียน และมีเด็กเพียงครึ่งหนึ่งของประชากรเด็กทั้งหมดในประเทศนี้ ที่ได้เข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษา


 


นอกจากนี้ ยังมีเด็กเกือบ 1 ล้านคนไม่ได้จดทะเบียนการเกิด ดังนั้น เด็กเหล่านี้อาจต้องตกอยู่สถานการณ์ที่ยากลำบากต่อไปในอนาคต อาทิ ไม่สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาล การศึกษาขั้นพื้นฐาน และการคุ้มครองทางกฎหมาย


 


ด้าน นายกิตติ สมานไทย ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็กฯ พม. กล่าวว่า ภายหลังที่ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคีในซีอาร์ซี จึงทำให้เกิดพรบ.คุ้มครองเด็ก 2546 และขณะนี้ร่างพรบ.ค้ามนุษย์ได้ผ่านมติคณะรัฐมนตรีแล้ว ส่วนร่างพรบ.หนังสือและสื่อลามกกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำ


 


การจัดทำรายงานสิทธิเด็ก ฉบับเด็ก มีความประสงค์ให้เด็กได้สะท้อนปัญหาที่แท้จริง และสร้างการมีส่วนร่วมในการจัดทำนโยบาย เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาและจัดทำนโยบายให้ตรงกับสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น