ยาโรคกระเพาะ "ทำแท้ง" กับข้อหาฆาตกรทำลายศีลธรรม !

"ทางสาธารณสุขเคยได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลสวนดอก ว่ามีเด็กผู้หญิงวัยรุ่นเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล เด็กมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรงและมีการตกเลือดมากเพราะเด็กรับประทานยาโรคกระเพาะชนิดหนึ่งเพื่อขับเลือดด้วยตัวเอง" นี่เป็นคำบอกเล่าที่น่าวิตกของผู้อยู่ในวงการแพทย์หนึ่งในเชียงใหม่

การพลาดพลั้งเสียทีของวัยรุ่นในสถานการปัจจุบันมีมากขึ้นทุกวัน ถ้าเป็นเส้นกราฟคงจะเป็นเส้นที่ทแยงมุม 45 องศาเลยทีเดียว ค่านิยมการอยู่ร่วมกันเป็นคู่แบบคู่รักได้แผ่ไปในสถานศึกษาและสถาบันต่างๆและคงปฏิเสธไม่ได้ว่าย่อมมีเรื่องเพศสัมพันธ์เข้ามาเกี่ยวข้อง เมื่อมีความผิดพลาดในการใช้ชีวิตรักร่วมกันจนเกิดการตั้งท้องอย่างไม่ตั้งใจ หรือเรียกเด็กที่ไม่ตั้งใจให้เกิดมาว่า "มารหัวขน" วิธีหนึ่งที่วัยรุ่นที่ประสบกับปัญหานี้ นิยมทำกันอย่างไม่เปิดเผยต่อสังคมมากนัก นั่นคือ การทำแท้ง

แต่ไม่ใช่การทำแท้งกับแพทย์ที่ถูกต้อง เพราะวัยรุ่นส่วนใหญ่นิยมทำกันเอง ไม่กล้าไปรับการรักษากับแพทย์ซึ่งมีสาเหตุอยู่ 2 ประการคือ ค่ารักษาแพงและความอับอาย ส่วนใหญ่จะมีวิธีทำแท้งกันเองตามความนิยมในกลุ่มเพื่อนหรือจากคำแนะนำจากคนที่มีประสบการณ์

หนังสือพิมพ์พลเมืองเหนือได้ไปนั่งฟังประสบการณ์จากนักศึกษามหาวิทยาลัยกลุ่มหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ โดยได้ข้อมูลว่าส่วนใหญ่เดี๋ยวนี้เด็กจะอยู่กันเป็นคู่ ถ้ามองโลกในแง่ร้ายหน่อยคือวัยรุ่นชายหญิงที่ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์กันหลายคนอยู่ด้วยกัน และเผยว่า ถ้าเกิดปัญหาการตั้งท้องขึ้นมาก็จะนึกถึง ยาสอด กันเป็นอันดับแรกเพระเป็นที่นิยม ยาสอดจะมีลักษณะกลมๆ หรือไม่ก็เป็นเหลี่ยม เม็ดหนึ่งตกประมาณ 150-300 บาท จะใช้ขณะที่เด็กยังเป็นวุ้นหรือเริ่มมีอวัยวะ พอสอดไปที่ช่องคลอดมันจะไปขยายมดลูกแล้วบีบมดลูก ถือเป็นยาที่ผิดกฎหมายและไม่มีขายตามท้องตลาดหรือร้านขายยาทั่วไป แต่จะเป็นที่รู้โดยบอกต่อกันมาว่ามี "ร้าน" ที่ลักลอบขายให้เป็นการเฉพาะ และต้องฝากเพื่อนที่ไว้ใจได้เป็นคนช่วยซื้อ

ผลเสียที่เกิดหลังใช้ยามีผลต่อการมีลูกในอนาคตคือมีลูกยากแต่ถ้าใช้บ่อยๆก็จะเป็น "ลมผิดเดือน" อาการที่เกิดขึ้นคือจะทำให้เหม่อลอย และทำให้ประสาทการรับรู้ผิดปรกติ อาจกลายเป็นคนสติสัมปชัญญะเสื่อม

นอกจากยาสอดแล้วยังมียาที่วัยรุ่นคิดว่าสามารถช่วยทำแท้งได้อีกหลายชนิด เช่น ยาบำรุงโลหิต

นางสาวบี (นามสมมุติ)อายุ 21 ปี เล่าให้ฟังว่าเคยพลาดมาครั้งหนึ่ง พอตัวเองทราบก็สองเดือนแล้วและไม่ลังแลที่จะไปทำแท้งกับแพทย์ที่เชี่ยวชาญ โดยไม่สนใจวิธีต่างๆที่เพื่อนแนะนำเพราะกลัวเกิดอันตรายกับตัวเอง

"หมอเขาจะอัลตร้าซาวด์ก่อน แล้วฉีดยาชาหลังจากนั้นก็จะขูด ใช้เวลาไม่นานเลย แต่ความรู้สึกตอนที่ขูดมดลูกจะปวดเหมือนปวดประจำเดือนสิบเท่า การขูดมดลูกมันอันตรายก็จริงแต่สะอาดและดีกว่าการใช้ยาสอดมากเพราะยาสอดใช้บ่อยๆ จะทำให้เกิดพังผืดในมดลูกและอาจทำให้เกิดมะเร็งขึ้น" บีกล่าว

ทางด้านสาธารณสุขจังหวัดมีความเป็นห่วงและได้เตือนเรื่องการทำแท้งด้วยตัวเองว่ามีความอันตรายกับตัวเองมาก ซึ่งยืนยันว่าวิธีต่างๆไม่มีผลใดๆแถมยังสร้างผลลบอีก

นายมโนรมภ์ สินธพอาชากร เภสัชกรระดับ 7 กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค จ. เชียงใหม่ อธิบายว่าได้รับแจ้งมาว่า วัยรุ่นมีการใช้ยาโรคกระเพาะในการทำแท้ง ซึ่งได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลสวนดอกว่ามีคนไข้ที่ตกเลือดโดยใช้ยาตัวนี้มารับการรักษา โดยทางสาธารณสุขไม่สามารถบอกชื่อยาชนิดนี้ได้เพราะอาจเป็นช่องทางให้วัยรุ่นหาทางใช้ยาตัวนี้ได้

ยาตัวนี้เป็นยารักษาโรคกระเพาะผลข้างเคียงของยาตัวนี้คือ ทำให้เกิดการแท้งลูกได้และโอกาสที่จะได้รับอันตรายจากยาชนิดนี้กับผลที่ผู้ใช้ต้องการให้แท้งเป็น 50:50 คือความเสี่ยงกับความพอใจมีเท่าๆ กันอาการของคนไข้ที่ใช้ยานี้จะมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง และมีการตกเลือด ยากระเพาะชนิดนี้ไม่มีขายทั่วไปตามท้องตลาด ถือว่าเป็นยาที่ผิดกฎหมาย

ส่วนใหญ่คนที่ใช้จะได้รับการแนะนำจากเพื่อน หน่วยงานที่ดูแลและคุ้มครองผู้บริโภคเคยล่อซื้อยาชนิดนี้จากร้านขายยาก็ยังไม่ได้ผล ปัจจุบันการใช้ยาชนิดนี้ได้ลดลงเพราะหายากกว่าเดิมหลายเท่า และยังมีการกวดขันมากขึ้น

เภสัชกร มโนรมภ์บอกว่า การทำแท้งด้วยวิธีต่างๆ อย่าง เช่น ยาสอด ยาขับเลือด ยาสมุน
ไพรบางชนิดที่บำรุงเลือดนั้นส่วนมากจะไม่ค่อยได้ผล และแถมยังให้โทษกับผู้ใช้หลายอย่า วิธีการที่ดีที่สุดคือควรปรึกษาแพทย์เมื่อเกิดปัญหา

ปัจจุบันการห้ามไม่ไห้เด็กมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องที่ห้ามได้ยาก เด็กมีอายุน้อยลง แต่ปริมาณการมีเพศสัมพันธ์มีเพิ่มมากขึ้น วิธีที่ป้องกันการตั้งครรภ์ก่อนกำหนดและโรคต่างๆได้ดีที่สุดคือถุงยางอนามัย แต่ยังติดที่ค่านิยมที่ถือกันของวัยรุ่น คือการใช้ถุงยางเป็นนัยยะของการไม่รักจริงหวังแต่ง ความไม่จริงใจ และไม่ธรรมชาติ ปัจจัยเหล่านี้จึงเป็นสาเหตุแห่งปรากฏการทำแท้งระบาด และยังมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น..เพิ่มขึ้น..และเพิ่มขึ้น…!!!

โครงการความร่วมมือด้านข่าวภูมิภาค พลเมืองเหนือ-ประชาไท

Comments

ไม่รู้จะแสดงความเห็นอะไร เพ

ไม่รู้จะแสดงความเห็นอะไร เพราะสังคมแต่ละยุคสมัยมันก็มีพัฒนาการมาจากยุคที่ผ่าน ๆ มา คือว่าถ้าพื้นฐานในยุคก่อนดี ยุคต่อมาก็น่าจะดีขึ้นหรือดีน้อยกว่าบ้าง แต่ไม่เลวเกวเหมือนสมัยนี้แน่นอน