ประชาไท

Syndicate content
Updated: 5 min 21 sec ago

บันทึกเมื่อครั้งถูกแขวนป้ายให้เป็น ‘ปาร์ตี้บี’

Tue, 30/06/2015 - 14:24
!--break--!--break-- pเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2558 ที่ผ่านมา ดิฉันได้เข้าร่วมกิจกรรมของโครงการ “พาสู่อ้อมกอด รอมฎอนการีม” ซึ่งจัดขึ้นที่ค่ายกัลยาณิวัฒนา ต.กะลุวอ อ.เมือง จ.นราธิวาส โดยมีคนเข้าร่วมหลายร้อยคน กิจกรรมดังกล่าวเป็นที่พูดถึงกันอย่างมากจากการสื่อสารผ่านเจ้าหน้าที่ทหารว่า ได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วนเป็นอย่างดี ส่วนดิฉันเองตกเป็นประเด็นในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เนื่องจากดิฉันได้แสดงความกังวลและข้อสงสัยว่าเหตุใดจึงถูกจัดให้เป็นหนึ่งใน “ปาร์ตี้บี” สำหรับงานในวันนั้น ดิฉันขอเขียนเล่าเหตุการณ์และสิ่งที่สรุปได้จากวันนั้น ดังนี้/p pstrongเมื่อดิฉันได้รับการติดต่อ/strong/p pดิฉันถูกเชิญเข้าร่วมงานด้วยเพราะมีผู้ใหญ่ใจดีคนหนึ่งแจ้งมาว่า นายกรัฐมนตรีจะเข้ามารับฟังปัญหาด้วยตัวเองและจะรับแก้ปัญหาทันที ให้ชวนผู้คนที่เดือดร้อนอยากให้ช่วยเหลือมาด้วย 10 คน ชาย 5 คน หญิง 5 คน และให้เราเป็นตัวแทนเตรียมประเด็นที่จะร้องเรียน 3-5 นาที โดยมีหัวข้อที่อยากให้ช่วยเหลือดังนี้/p p1. ทำบัตรประชาชนใหม่br /2. ทำพาสปอร์ตใหม่br /3. หาอาชีพbr /4. หาที่ดินทำกินbr /5. หาพื้นที่ปลอดภัยbr /6. ทำบัตรอำนวยความสะดวกbr /7. หาทุนประกอบอาชีพbr /8. ช่วยเหลือด้านกฎหมายbr /9. ต้องการไกล่เกลี่ยคู่ขัดแย้งbr /10.nbsp; เข้าถึงการดูแลสุขภาพ/p pก่อนเข้าร่วมงานได้ส่งชื่อนามสกุลและเลขที่บัตรประชาชนเพื่อแจ้งจำนงเข้าร่วมงาน แต่ไม่สามารถหาคนในจำนวน 10 คนได้ เพราะช่วงประสานงานกระชั้นชิด และหลายคนที่ประสานไปไม่สะดวกเข้าร่วมงาน ดังนั้นจึงได้มีโอกาสเช็คหาผู้คนเข้าร่วมงานจากคนใกล้ตัวจึงทราบว่า ก๊ะแยนะ สะแลแม (ที่หลายคนรู้จักดี) ถูกเชิญเข้าร่วมงานด้วย จึงรู้สึกอุ่นใจที่มีคนรู้จักกันเข้าร่วมงาน เพราะคนประสานงานบอกว่า งานนี้เป็นวงปิด เราจึงไม่ได้ปรึกษาและบอกกล่าวใครนอกจากครอบครัว/p pวันงานดิฉันเดินทางไปกับน้องสาว และได้นัดเจอกับก๊ะแยนะหน้าประตูค่ายกัลยาณิวัฒนา แต่ด้วยความที่ไม่เคยไปค่ายฯ ก็เลยประสานกับก๊ะแยนะเรื่อยๆ จนมาเห็นป้ายหน้าทางเข้าประตูใหญ่ ก็เห็นผู้คนกำลังขับรถทยอยเข้าไปขับตามๆ กัน แต่ไม่เห็นก๊ะแยนะ ระหว่างที่ดิฉันกำลังขับรถจะเข้าประตูค่ายฯ/p pมีเจ้าหน้าทหารมาถามว่า em“เป็นเจ้าหน้าที่หรือพลเรือนครับ?”/em/p pดิฉันตอบกลับไปว่า em“เป็นพลเรือนค่ะ”/em/p pเจ้าหน้าทหาร em“พลเรือนเข้าประตู 2 ครับ”/em/p pดิฉันกลับรถและโทรหาก๊ะแยนะ ก็ได้ทราบว่า ก๊ะแยนะรออยู่หน้าประตู 2 อยู่แล้ว ซึ่งอยู่ห่างจากประตูใหญ่หน้าค่ายประมาณ 300 เมตร พอไปถึงเห็นชาวบ้านที่ทยอยกันมา ทั้งมอเตอร์ไซค์ รถกระบะ และรถตู้/p pทันทีที่มาถึงหน้าประตู 2 แซวกันเองเลยว่า “ประตูทางเข้าเราสองมาตรฐานเนอะ คนละเรื่องเลย ประตูไม่มีป้ายบอก แถมเหมือนประตูร้างเลย แต่นายกฯ มา เพื่อความปลอดภัยมั้ง!!”/p pมีการขอบัตรประชาชนเพื่อกรอกข้อมูล ชื่อสกุล วันเดือนปีเกิด ที่อยู่ และเลขที่บัตรประชาชน เห็นว่า 8 โมงกว่าแล้ว เลยเวลานัดกับคนที่ประสานแต่ไม่สามารถติดต่อได้ คิดว่างานคงเริ่มแล้ว ก็เลยอาสาช่วยเจ้าหน้าที่เขียนข้อมูลดังกล่าว แต่เอกสารที่ใช้เขียนเป็นพียงกระดาษ A4 เปล่าๆ/p pเมื่อเขียนเสร็จแล้ว บัตรประชาชนยังคงฝากไว้กับเจ้าหน้าที่และรับป้ายแขวนคอเพื่อเข้างาน เจ้าหน้าที่แนะนำให้เราไปตามทางที่มีเจ้าหน้าที่คอยบอกทาง ได้ป้ายไม่ได้เอะใจอะไร เพราะเข้าใจว่าเป็นเพียงบัตรผ่านประตู แต่ยังแซวกันเองอยู่ว่าทำไมถึงเขียนว่า strong“ปาร์ตี้บี”/strong นะ?/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/274/19101141128_bfde73dbd0_o.jpg" style="width: 370px; height: 560px;" //p pขับรถไปจอดในโรงจอดรถและมีรถบัสมารับเพื่อไปที่อาคารจัดงาน ทันทีที่มาถึงอาคารจัดงาน มีเจ้าหน้าที่มารับและบอกให้ไปตามทาง ทางที่เดินผ่านเป็นทางเลียบข้างๆ อาคารที่มีสินค้าวางจำหน่าย และได้พบผู้ใหญ่คนหนึ่งที่คุ้นหน้าคุ้นตาเจอตามเวทีประชุมบ่อยๆ แต่ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว ก็เลยทักทายem “พี่มางานนี้ด้วยรึค่ะ” “อ้าวน้องมางานนี้ด้วยรึ”/em ก็เลยเดินเข้าไปประตูข้างหลังอาคาร มีเจ้าหน้าที่ตรวจกระเป๋าก่อนเข้างาน และได้เจอเจ้าหน้าที่ทหารที่รู้จักคนหนึ่ง ก็เลยเข้าไปทักทาย em“อ้าวน้องมาด้วยรึ อ่ะ เชิญๆ ไปนั่งครับ”/em/p pขณะที่จะนั่งได้หันไปเห็นเพื่อนทำงานภาคประชาสังคม คนทำงานสื่อ ทั้งที่นั่งอยู่แล้ว และเพิ่งทยอยมาถึง em“เอ๊ะ คนรู้จักเยอะแยะเลย ไหนบอกว่าวงปิด คนมาเยอะน่ะเนี้ยะ”/em วางกระเป๋าไว้แล้วเดินไปทักทายnbsp; ระหว่างนั้นผู้ดำเนินรายการและล่ามก็พูดไปเรื่อยๆ คล้ายๆ กับบรรยากาศในงานพร้อมเริ่ม/p pเรา (ก๊ะแยนะ น้องสาว และดิฉัน) เลยกลับไปนั่งที่เดิม เพราะเข้าใจว่าคนที่จะต้องพูดต้องไปนั่งจุดที่วางไว้เท่านั้นnbsp; ตรงข้ามที่เรานั่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่ใส่ชุดสีกากีเป็นส่วนใหญ่ มีเจ้าหน้าที่ทหารนั่งอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่นั่งอยู่ข้างหลังที่เป็นที่นั่งคล้ายอัศจรรย์เชียร์กีฬา ทั้งสองฝั่งเต็มพอๆ กัน/p pงานเริ่ม ให้เจ้าหน้าที่รัฐที่วางไว้ฝั่งปาร์ตี้ A เริ่มพูดก่อน แต่ไม่มีใครพูด ก็เลยให้ฝั่งปาร์ตี้ B พูดก่อน ดิฉันสังเกตว่า แม้จะมีการสลับกันพูดอยู่บ้าง แต่ฝั่งปาร์ตี้ A ไม่ค่อยได้พูดเท่าไหร่ คือพูดหนึ่งคนก็สลับกลับมาฝั่งปาร์ตี้ B ซึ่งก็พูดไปถึง 2 คน สลับไปมาอย่างนี้ฝั่งละไม่เกิน 5 นาที/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/379/19292628591_ded03522d8_b.jpg" style="width: 420px; height: 560px;" //p pstrongเมื่อดิฉันถึงคราวต้องพูด/strong/p pดิฉันได้เตรียมประเด็นปัญหาในการพูดคุยประมาณ 1 หน้ากระดาษราวๆ 5 นาที แต่กำลังดูจังหวะและท่าที่ของผู้คนที่นำเสนอทั้งฝั่งปาร์ตี้ A และปาร์ตี้ B จนรู้สึกเวลาล่วงเลยผ่านไปเกรงจะไม่ทันได้นำเสนอจึงรีบยกมือเพื่อแสดงประสงค์ในการนำเสนอnbsp; สิ่งที่ดิฉันได้พูดในวันนั้น ดิฉันบันทึกไว้ดังนี้ :-/p pstrongขอความสันติจงมีแด่ทุกท่านnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;/strongnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;/p pดิฉันรอมือละห์nbsp; แซเยะ เป็นคนทำงานภาคประชาสังคมและถูกผลักดันให้กลายพันธุ์เป็นปาร์ตี้บี อาจเนื่องจากสามีนายมูฮาหมัดอัณวัรnbsp; หะยีเต๊ะ ถูกกล่าวหาว่าเป็นอั้งยี่ซ่องโจรและก่อการร้าย ต้องคดีความมั่นคงชายแดนใต้ ตอนนี้อยู่เรือนจำปัตตานี จะเห็นว่าภาพที่กำกวมเกิดขึ้นจากที่เราอยากเป็นเด็กคนหนึ่งที่ต้องการพัฒนาศักยภาพชีวิตและครอบครัวให้ดีขึ้นแต่กลับต้องมาสู้รบปรบมือกับความไม่เป็นธรรมในพื้นที่ ดังนั้นวันนี้จึงเป็นตัวแทนปาร์ตี้บีที่ถูกวางไว้อย่างชัดเจน แม้ไม่อยากเป็นก็ตามที/p pมาที่นี่ เลือกที่จะก้าวขาเข้ามาเพราะเชื่อมั่นระดับหนึ่งว่ารัฐและเจ้าหน้าที่ทหารจะปกป้องมากกว่าปราบปรามnbsp; เรารู้สึกเสี่ยงแต่เราไม่รู้ว่าที่ไหนปลอดภัยที่ไหนอันตราย ซึ่งในเวลานี้บอกได้เลยว่า เรากลัวเจ้าหน้าที่ทหารเพราะมีอาวุธครบมือ และเรากลัวอำนาจมืดที่เรามองไม่เห็น เพราะมันเกิดอันตรายขึ้นได้ทุกเมื่อ ยิ่งมีเรื่องราวเกิดขึ้นกับสามีทำให้ชัดเจนมากขึ้น ณ เวลานี้ความไม่ปลอดภัยและความไม่เป็นธรรมได้มาเยือนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้อย่างชัดเจนแล้ว/p pอันวาร์เป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยหนีประกัน ไม่เคยไปอยู่มาเลเซียและไม่เคยหนีไปไหน แต่เป็นคนหนึ่งที่พยายามด้วยตัวเองในทุกขั้นตอนโดยไม่ต้องเข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้านหรือกลับบ้านเพื่อเป็นคนดี แต่ความพยายามกับตัวเองที่ทำงานในด้านต่างๆ กับการทำงานด้านสันติวิธี แต่แล้วก็ไม่รอด สุดท้ายก็ถูกตัดสินอยู่ที่เรือนจำปัตตานีเป็นเวลา 12 ปี ด้วยข้อหาถูกซัดทอดเป็นอั้งยี่ซ่องโจรและก่อการร้าย แต่ไม่มีการก่อเหตุใดๆ โดยหน้าที่ภรรยาตอนนี้ก็คือในขณะที่ช่วยเหลือครอบครัวและเพื่อนร่วมชะตากรรม จะบอกว่า แม้ไม่หนีก็ไม่ปลอดภัย แต่จะทำอย่างไรให้ผู้คนยังคงเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมไทย จะหนีหรือไม่หนีจะอยู่บ้านหรืออยู่ที่ไหนก็แล้วแต่เมื่อเขาเผชิญหน้าสู้คดีแล้วได้รับความเป็นธรรม และทางการได้อัพเดทชีวิตผู้คนที่ตกอยู่ในแบล็กลิสต์ (บัญชีดำ) ที่ตกอยู่ในลิสต์คดีความมั่นคงทั้งหลาย ไม่ว่าเป็นผู้ก่อเหตุหรือไม่ก่อเหตุก็ตามแต่nbsp; แต่เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบหาหลักฐานได้อย่างชัดแจ้งก่อนจะตรวจจับใครสักคน/p pem“ขออภัยที่ตื่นเต้น ไม่เคยเข้าร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐและผู้ที่ถูกมองว่าเป็นผู้เห็นต่างมากขนาดนี้”/em/p pstrongข้อเสนอ 5 ข้อดังนี้ :-/strong/p p1. รัฐบาลควรเร่งสร้างความเป็นธรรมในสังคมทั้งในและนอกกระบวนการยุติธรรม ซึ่งจะทำให้ได้รับการยอมรับและเชื่อมั่นจากประชาชนไม่ว่ากลุ่มใดก็ตาม/p p2. ขอเสนอให้เปิดพื้นที่ในการแสดงความคิดเห็นแก่ผู้ที่เห็นต่างอย่างจริงจัง รัฐต้องไม่มองผู้ที่มีความคิดเห็นต่างจากทางการเมืองในพื้นที่ด้วยสายตาที่หวาดระแวงเสมือนเป็นศัตรู/p p3. ขอให้ยกเลิกการบังคับใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่ทุกฉบับ เพราะการใช้กฎหมายพิเศษทำให้เกิดการซ้อมทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ หวาดระแวง จิตหลอน เช่น มีการตรวจค้นบ้าน ข้าวของหายไปไม่ได้รับการบันทึกและไม่ได้ส่งคืน และอีกหลายกรณีเจ้าหน้าที่กระทำผิดแต่ไม่สามารถเอาผิด เพราะถูกอ้างได้รับสิทธิการใช้อำนาจพิเศษ/p p4. ขอให้ดำเนินคดีภายใต้กระบวนการยุติธรรมอย่างจริงจัง ในการดำเนินคดีแต่ละคดีให้ตระหนักถึงพยานหลักฐานที่ชัดเจน ไม่ควรอายัดคดีซ้ำซ้อนกับผู้คนที่กำลังจะได้รับอิสรภาพ/p p5. ขอให้พิจารณาปล่อยตัวผู้ต้องขังที่ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน/p pstrongหลังร่วมงาน/strong/p pหลังจากกลับมาจากค่ายทหารในวันนั้นและได้นั่งทบทวนตัวเอง ช่วงค่ำๆ วันนั้นเอง ดิฉันได้โพสท์ความรู้สึกผ่านหน้าเฟสบุ๊คของตนเองในชื่อ Romlah Narathiwas ว่า “รู้สึกได้ถึงการเป็นตัวประกอบของละครสมจริง #เล่นอะไรกัน” นี่เป็นความรู้สึกที่สะท้อนออกมาเพื่อให้รู้ว่า ตอนนั่งงงๆ ในห้องประชุมใหญ่ที่ค่ายฯ นั้น สังเกตเห็นเจ้าหน้าที่รัฐไม่ค่อยพูด และมานั่งรับฟังแบบงงๆ มีเพียงไม่กี่คนที่พูดจาฉะฉาน แต่ส่วนใหญ่ไม่กล้าพูดคุย ทำให้กลับมานึกถึงตัวเองด้วยว่า/p pemเรามานั่งทำอะไรตรงนี้/em/p pemแล้วสิ่งที่ร้องเรียนถูกบันทึกนำไปแก้ไขหรือเปล่า?/em/p pemเรื่องราวที่เป็นปัญหาทุกข์ร้อนของชาวบ้านถูกนำไปแก้ไขหรือไม่??/em/p pemแล้วทำไมนายกไม่มา ทำไมแม่ทัพภาคที่ 4 ไม่มา?/em/p pemแล้วคนที่มาทั้งหมดเขามาอย่างไร?/em/p pemเขาถูกเชิญร่วมงานแบบที่เราถูกเชิญหรือเปล่า?/em/p pemหรือทุกคนล้วนเป็นตัวประกอบที่ถูกจัดให้มานั่งร่วมเป็นสักขีพยานบางอย่าง?/em/p pคำถามโลดแล่นวิ่งไปมาในสมอง จึงประมวลภาพจากความคิด ทำให้โพสท์ลงไปเพื่ออยากรู้ว่า เพื่อนพี่น้องทั้งที่ไปร่วมงานและไม่ได้ไปร่วมงานคิดอย่างไรกับเรื่องนี้/p pมีหลายคนแชร์ผ่านข้อความของดิฉัน และแชร์ไปในเพจกลุ่มติดตามกระบวนการสันติภาพชายแดนใต้/ปาตานี และก็พบว่า.../p pbr /strongสิ่งที่มีการวิพากษ์วิจารณ์/strong/p pในโลกของโซเชียลเน็ตที่ไม่ได้มีการเผชิญหน้ากันนั้น หลายคนมักแสดงให้เห็นความรู้สึก ความเป็นตัวตน โดยเฉพาะแนวคิดมุมมองของความรู้สึกตนเอง มีถ้อยคำที่นุ่มนวลบ้าง รุนแรงบ้าง ปลอบใจบ้าง คลุกเคล้ากันไป บางคนก็สะท้อนมีเหตุมีผล และบางคนก็ใช้อารมณ์ล้วนๆ ส่วนใหญ่เป็นการสะท้อนจากมุมเดียว/p pดังนั้น ในช่วงเวลาที่ผ่านมาดิฉันเลือกที่จะนิ่งเงียบสงบสติ เพื่อหวังให้ทุกการทำงานของทุกบทบาทหน้าที่ได้ใคร่ครวญกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เปล่าเลย ยิ่งนิ่งยิ่งถูกคุกคาม ยิ่งเงียบยิ่งถูกรังควาน เลยทำให้นึกถึงชาวบ้านที่ไม่มีโอกาสโต้ตอบชี้แจงอะไรใดๆ มักจะตกเป็นเหยื่ออย่างง่ายดาย แต่จงรู้ไว้ว่าสันติภาพและความชอบธรรมไม่อาจเกิดขึ้นได้จากการพูดบอกอยู่ฝ่ายเดียว/p pและฝากถึงผู้หวังดีทั้งหลายที่อยากให้พื้นที่ชายแดนใต้สงบสุข อย่าเพียงแค่บอกเล่าให้ใครต่อใครฟังว่า เห็นใจ สงสาร รู้จักพื้นที่ชายแดนใต้ดี จึงอยากช่วยให้สงบสุข แต่การกระทำกลับไม่สอดคล้องกับถ้อยคำที่ใช้บอกใครต่อใคร เชื่อว่าเรื่องนี้ตัวตนรู้ดีอยู่แก่ใจและพระเจ้ารู้ดีกว่า (หากเจ้าเป็นผู้ศรัทธา)/p pมีเรื่องที่น่าบังเอิญอีกประการหนึ่ง เมื่อวันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน 2558 Facebook ในนาม Romlah Narathiwas ของดิฉันไม่สามารถเปิดใช้งานได้ หน้าเฟสฟ้องมาว่า ได้ทำการเปลี่ยนรหัสเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เป็นประการฉะนี้ดิฉันจึงไม่สามารถไปตอบอะไร แต่มาคิดอีกที พระเจ้าคงประสงค์ให้เป็นไปเฟสบุ๊คใช้งานไม่ได้ช่วงที่ภาวะอารมณ์ไม่คงที่พอดี ดังนั้นจึงเป็นเวลาแห่งการใคร่ครวญเป็นการต้อนรับรอมฎอนการีมที่เป็นเดือนแห่งปรารถนาความสงบสุขยิ่ง/p pเมื่อดิฉันได้ทำการพยายามที่จะกลับไปใช้เฟสบุ๊ค Romlah Narathiwas ไม่ได้ จึงได้ทำการร้องเรียนกับเฟสบุ๊คเพื่อทำการบล็อก เพื่อไม่ให้มีใครมาแอบอ้างการใช้งานในอนาคตได้ วันนี้ดิฉันจึงขอไว้อาลัยกับเฟสบุ๊คเก่า หากมีการเปิดใช้เฟสบุ๊คอันใหม่ดิฉันจะแจ้งให้เพื่อนพี่น้องที่จริงใจและหวังดีมาร่วมเป็นเพื่อนกันอีก/p pstrongสิ่งที่คาดหวัง/strong/p pไม่ว่าวันนี้ในสังคมบ้านเราจะมีหลากหลายกลุ่มก้อน หลากหลายชาติพันธุ์ หลากหลายแนวคิด ขอเพียงให้สิ่งเหล่าขัดแย้งแค่เพียงความคิดหรือความต่าง แต่อย่านำมาซึ่งความหายนะใดเลย วาทะเด็ดความคิด คำเขียนเด็ดอิสรภาพ การพิพากษาเด็ดชีวิตมนุษย์ ที่ผ่านมาหลายคนตกเป็นเหยื่อของการถูกเด็ดจิตวิญญาณความเป็นมนุษยชาติจากความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ มากพอแล้ว ณ วันนี้ถึงเวลาที่เราเหล่าเพื่อนมนุษยชาติควรหันมาทบทวนใคร่ครวญบทบาทของตนเอง จะทำอย่างไรให้เรามีสติอยู่กับตัว มีศรัทธาอยู่กับใจ และเพื่อนที่ดีของเพื่อนมนุษยชาติด้วยกันได้ “แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง”/p pคาดหวังไม่นานเกินรอ โลกเราจะสงบสุขได้ด้วยน้ำมือของพวกเราทุกคน/p pnbsp;/p pnbsp;/p p style="text-align: right;"Selamat Romadon Karim ^^/p p style="text-align: right;"23 มิถุนายน 2558/p pnbsp;/p pเผยแพร่ครั้งแรกใน a href="http://www.deepsouthwatch.org/node/7375"deepsouthwatch.org/abr /nbsp;/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/niRYSCy3csg" height="1" width="1" alt=""/

ประธานหอการค้าใต้ ชี้ โรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ สนองผลประโยชน์ภาคอุตสาหกรรม ไม่ใช่ประชาชน

Tue, 30/06/2015 - 14:04
!--break--!--break-- pเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2558 ที่ศูนย์ศึกษาวิภาวดีรังสิต มหาวิทยาลัยรังสิต กรุงเทพฯ มีการเสวนาเรื่อง “Andaman Talk : หายนะ 3 แสนล้านท่องเที่ยวอันดามันจากถ่านหิน” โดยมีตัวแทนจากหลากหลายองค์กรเข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล อาทิ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ หอการค้าภาคใต้ ผู้แทนภาคธุรกิจและผู้ประกอบการ นักวิชาการด้านพลังงาน/p pอมฤติ ศิริพรจุฑากุล ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ขณะนี้การท่องเที่ยวของประเทศไทยยังไม่ได้รับความนิยมเท่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย เพราะสถานการณ์การจัดการท่องเที่ยวที่เน้นคุณภาพสิ่งแวดล้อมของมาเลเซียนั้น มีมาตรฐานกว่าของไทย ทำให้กระแสการท่องเที่ยวที่มาเลเซียเติบโตกว่าประเทศไทย ดังนั้นหากประเทศไทยล่าช้าเรื่องการส่งเสริมสิ่งแวดล้อมรายได้ก็ต้องลดลง ภาคการท่องเที่ยวของไทยจึงต้องร่วมสนับสนุนการคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินและส่ง เสริมการใช้พลังงานทดแทนจากอุตสาหกรรมปาล์ม น้ำเสียจากโรงงานแปรรูปยาง รวมถึงการลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในโรงแรม ร้านอาหารและจุดบริการการท่องเที่ยว เมื่อเข้าสูงประชาคมอาเซียนก็จะทำให้ไทยมีจุดแข็งทางการท่องเที่ยวมากขึ้น และเน้นการอนุรักษ์ด้านสิ่งแวดล้อมมากกว่าอุตสาหกรรมสกปรก/p pวัฒนา ธนาศักดิ์เจริญ ประธานหอการค้าภาคใต้ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเสวนาว่า จากการศึกษาสถานการณ์ความคุ้มค่าของการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่รัฐบาลอ้าง เรื่องความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและการความคุ้มค่าของพลังงานนั้น เป็นเรื่องไม่จริงเพราะที่ผ่านมาจังหวัดกระบี่นั้นมีรายได้ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวม หรือ จีดีพี ที่ดีกว่าภาคอื่นๆ คือประชากรจังหวัดกระบี่มีจีดีพี ประมาณ 10.7 ของประเทศไทย โดยรายได้ส่วนมากมาจากการท่องเที่ยว ประมงพื้นบ้านและเกษตรอื่นๆ อาทิ สวนปาล์ม สวนยาง ซึ่งค่าเฉลี่ยรายได้โดยรวมของประมงและเกษตรนั้นอยู่ที่ประมาณ1.2 ล้านๆบาทต่อปี/p pวัฒนากล่าวด้วยว่า จากการรวบรวมสถิติรายได้ของภาคการท่องเที่ยวอ้างอิงจากการท่องเที่ยวแห่ง ประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า รายได้การท่องเที่ยวในอันดามัน ปี 2556 มีรายได้อยู่ที่ 3.28 แสนล้านบาท ส่วนปี 2558 คาดการณ์ว่าจะเติบโตสูง 28 % คือ ประมาณ 4 แสนล้านบาท ขณะที่จังหวัดกระบี่มีรายได้จากการท่องเที่ยวปี 2556 อยู่ที่ 6 หมื่นล้านบาท และปี 2558 มีการคาดการณ์ว่าจะมีรายได้สูงถึง 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งกระบี่เป็นจังหวัดที่สร้างรายได้หลักทางการท่องเที่ยวแก่ภาคใต้จังหวัด หนึ่ง ดังนั้นจึงควรสนับสนุนให้มีการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องแต่ต้องมี เงื่อนไข คือ เน้นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ/p p“ หากกล่าวให้เห็นชัดเรื่องการใช้พลังงานไฟฟ้าของกระบี่ พบว่า ขณะนี้ภาคอุตสาหกรรมมีการใช้ไฟสูงถึง 45 % การใช้ไฟฟ้าของภาคครัวเรือนแค่ 30 % และการท่องเที่ยวใช้ไฟแค่ 9 % เท่านั้น จะเห็นว่า ความจำเป็นของการใช้ไฟฟ้าส่วนมาก เป็นการตอบสนองภาคอุตสาหกรรม ดังนั้นไม่ต้องสงสัยว่า หากโรงไฟฟ้าเกิดขึ้นก็ต้องสนองประโยชน์อุตสาหกรรมแน่ๆ ไม่ใช่ประชาชน” วัฒนธนา กล่าว/p pทั้งนี้ในตอนท้ายการเสวนาทางเครือข่ายผู้เข้าร่วม ประกอบด้วย 13 องค์กร อาทิ สมาคมท่องเที่ยว หอการค้าจังหวัดกระบี่ พังงา ภูเก็ต ได้ร่วมกันอ่านแถลงการณ์โดยมีเนื้อหาดังนี้/p p1.เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินเป็นการรวมตัวขององค์กรภาคธุรกิจ ภาคประชาชน มีเป้าหมายเพื่อสร้างทิศทางให้อันดามันไปสู่การพัฒนาแบบ go green ทั้งนี้พื้นที่อันดามันได้เริ่มการพัฒนาเช่นนี้มาแล้วหลายปี ทั้งในระดับจังหวัด เช่น ปฏิญญาการพัฒนาจังหวัดกระบี่ในนาม krabi gogreen ซึ่งในขณะนี้เราได้ตกผลึกเป็นทิศทางการพัฒนาภูมิภาคร่วมกันและทุกฝ่ายได้ยึด ถือเป้าหมายนี้เป็นแนวทางการพัฒนาร่วมกัน/p p2.กิจการอันใดก็แล้วแต่ที่เข้ามาสู่พื้นที่อันดามันควรต้องยึดถือทิศทางนี้เป็นหลัก แต่ในปัจจุบันได้เกิดกิจกรรมการพัฒนาที่ขัดแย้งต่อทิศทางการสีเขียวเพราะมี โครงการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินขึ้นในจังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นกิจกรรมการพัฒนาที่ขัดต่อปฏิญญาการพัฒนาจังหวัดอย่างร้ายแรง เพราะโรงไฟฟ้าถ่านหินได้รับการพิสูจน์จากวิทยาศาสตร์ทั่วโลกว่าเป็นกิจการ ที่ส่งผลกระทบร้ายแรงที่สิ่งแวดล้อมและชีวิตมนุษย์ อันจะเห็นได้จากการประกาศปิดโรงไฟฟ้าในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลที่สนับสนุนโดยสหประชาชาติได้ออกแถลงการณ์ ขอให้ผู้นำทั้งโลก หยุดใช้พลังงานฟอสซิล/p p3.สำหรับทางออกด้านพลังงานไฟฟ้าทั้งโลกได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถทด แทนได้ด้วยพลังงานหมุนเวียน ซึ่งประเทศไทยนั้นมีศักยภาพไม่แพ้ประเทศใดในโลก แต่สิ่งที่เราพ่ายแพ้คือมาตรการสนับสนุนของรัฐที่ยังหาความจริงจังไม่ได้/p p4.การท่องเที่ยวในภูมิภาคอันดามันมีมูลค่ากว่า 3 แสนล้านต่อปี มีการจ้างงานนับแสนตำแหน่ง มีธุรกิจเชื่อมโยงนับ 100 ธุรกิจ มลพิษในอันดามันจะกระทบอย่างร้ายแรงต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวโดยมีผลสำรวจ ชี้ชัดจากนักท่องเที่ยว 37 ประเทศ จำนวน 624 คนว่า หากเกิดโรงไฟฟ้าถ่านหินขึ้นนักท่องเที่ยวร้อยละ 90 จะไม่กลับมาเที่ยวที่จังหวัดกระบี่อีก ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาจังหวัดกระบี่เชื่อมโยงกับจังหวัดภูเก็ต พังงา เกาะสมุย กทม. และเชียงใหม่ ฉะนั้นการตัดสินใจไม่มาเที่ยวอันดามันอาจจะกระทบต่อการท่องเที่ยวในพื้นที่ อื่นด้วย ความเสียหายที่เกิดขึ้นทางธุรกิจมีจำนวนมหาศาลและกระทบในวงกว้างอย่างที่ไม่ เคยเกิดขึ้นมาก่อน/p p5.รัฐบาลต้องตัดสินใจเลือกระหว่างการรักษาทะเลอันสวยงามที่ทั้งโลกอิจฉา รักษามูลค่าการท่องเที่ยวกว่า 3 แสนล้านต่อปี รวมทั้งการเติบโตของธุรกิจนับ 100 ธุรกิจ กับโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ทั่วโลกช่วยกันปิดตัว เพราะคือตัวทำลายโลกที่สำคัญ รัฐบาลต้องตัดสินใจอย่างชาญฉลาดเพราะการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากร มนุษย์ต้องอยู่เหนือประโยชน์ของพ่อค้าถ่านหิน/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/HwhXV2JVRSo" height="1" width="1" alt=""/

สนง.ข้าหลวงใหญ่สิทธิฯ ยูเอ็น เรียกร้องรัฐบาลไทยยุติการดำเนินคดีนักศึกษา

Tue, 30/06/2015 - 13:44
p!--break--!--break--/p p30 มิ.ย. 2558 สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (OHCHR) เรียกร้องรัฐบาลไทยยุติการดำเนินคดีนักศึกษาที่ถูกจับกุมจากการชุมนุมโดยสงบ และปล่อยตัวพวกเขาจากสถานที่ควบคุมโดยทันที พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลไทยทบทวนการใช้กฎหมายที่จำกัดเสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพในการชุมนุมให้สอดคล้องกับพันธกรณีของไทยภายใต้กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ/p divnbsp;/div div"ประเทศไทยในฐานะที่เป็นภาคีสมาชิกของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง มีพันธกรณีที่จะต้องรับรองสิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออก (ข้อ 19) และสิทธิที่จะมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ (ข้อ 21) แม้ว่าสิทธิทั้งสองตามกติการะหว่างประเทศนี้จะสามารถถูกจำกัดได้ แต่การจำกัดสิทธิดังกล่าวต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และคำนึงถึงความจำเป็นว่าเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ที่มีความชอบธรรมหรือไม่ และได้สัดส่วนกับความจำเป็นหรือไม่ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ฯ มีความกังวลว่าการดำเนินคดีอาญาที่มีระวางโทษจำคุกยาวนานต่อการใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและการแสดงออกถือว่าไม่มีความจำเป็นและไม่ได้สัดส่วน" แถลงการณ์ระบุ/div divnbsp;/div pnbsp;/p pstrongที่มา:/strong/p pa href="http://bangkok.ohchr.org/files/ROB%20Press%20Statement%20300615%20TH.pdf"http://bangkok.ohchr.org/files/ROB%20Press%20Statement%20300615%20TH.pdf/a/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/F0yxJlOL_EU" height="1" width="1" alt=""/

นิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์: เพื่อนนักศึกษาและเพื่อนนักกิจกรรมที่รัก

Tue, 30/06/2015 - 13:23
!--break--!--break-- pเพื่อนนักศึกษาและเพื่อนนักกิจกรรมที่รักbr /br /ในยุคสมัยของพวกเรา เรามักจะกล่าวอยู่เสมอว่า เราศึกษาเล่าเรียนได้จากภาษีอากรของประชาชน ดังนั้น เราต้องตอบแทนประชาชน ด้วยการไม่เพิกเฉยต่อปัญหาของพวกเขา เราเรียนรู้ทุกข์สุขกับเกษตรกร กรรมกร สลัม คนยากจน และนั่นคือเบ้าหลอมการเรียนรู้สังคม อันเป็นมหาวิทยาลัยชีวิตของพวกเรา/p pพวกเราเข้าร่วมกับปัญหาของพี่น้องประชาชน เขื่อนปากมูล ลำนำเสียว ค้านรถเมล์ขี้นราคา เขื่อนน้ำโจน เขื่อนแก่งกรุง โครงการ คจก. สกยอ. สมัชชาคนจน ฯลฯ รวมทั้งปัญหาทางโครงสร้าง นายกต้องมาจากการเลือกตั้ง อายุ 18 ปี ต้องมีสิทธิการเลือกตั้ง ประธานสภา ส.ส. เป็นประธานรัฐสภา การกระจายอำนาจ เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด การมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรของชุมชน ฯลฯ/p pเราต่างเคยถูกตั้งคำถามจากเพื่อนร่วมสถาบัน ผู้คนในสังคม กระทั่งคนในครอบครัว พ่อแม่ ถึงการเรียนรู้ของพวกเราในวันนั้น/p pกระทั่งคำถามจากรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีหลายคน แต่ที่ผมไม่เคยลืม จากเรียกร้องให้ยกเลิกโครงการ คจก. ในช่วงรัฐบาล รัฐประหาร รสช. เนื่องจาก มีการอพยพโยกย้ายประชาชน ไล้รื้อบ้าน วัด ชุมชน โดยกองกำลังทหาร รสช. รัฐมนตรีมหาดไทย รสช. ในวันนั้น ถามผม เหมือนกับนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันถามกับนักศึกษากลุ่มดาวดินและขบวนการประชาธิปไตยใหม่ว่า "คุณเป็นนักศึกษาใช่ไหม ทำไมไม่กลับไปเรียนหนังสือ" ผมยังจำสายตาของบิ๊กตุ๋ย พลเอกอิสระพงศ์ หนุนภักดี อันเต็มไปด้วยความรำคาญของเขาได้ดี ในขณะที่เขาถามผมบนบันไดทางขึ้นกระทรวงมหาดไทย ขั้นที่ 3-4 ทำให้เขายืนสูงเหนือกว่าผม/p pIII/p pการต่อสู้ของน้องดาวดิน และขบวนประชาธิปไตยใหม่ ในวันนี้ ทำให้ผมนึกถึงภาพของนักศึกษาในวันนั้น !!!/p pIII/p pนอกจากน้องๆ ดึงผมสู่ความทรงจำในอดีตแล้ว มันทำให้ผมเข้าร่วมกับเจตจำนงเสรีของพวกเขาในวันนี้ด้วย/p pแน่นอนว่า ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา พวกเราจำนวนมากในวันนี้ต่างมีฐานะบทบาททางสังคมที่แตกต่างกันในหลายพื้นที่ ทั้งเป็นคณบดี ส.ส. ผู้ช่วย ส.ส. หมอ ครู เอ็นจีโอ คนขับแท็กซี่ สื่อมวลชน นักธุรกิจ กรรมกร สหภาพแรงงาน เกษตรกร พยาบาล ฯลฯ บ้างประสบความสำเร็จ บ้างกำลังสร้างเนื้อตัว และพวกเราจำนวนมากต่างอยู่ในขั้วความขัดแย้งทางการเมือง มีความขัดแย้งจากทั้งในอดีต จากสถานการณ์ทางการเมือง/p pผมว่า เราไม่ต้องกลับมารักกันหรอก แต่ขอให้เราปลุกความทรงจำ และเจตจำนงของพวกเรา ก้าวข้ามความขัดแย้ง มายืนเป็นแนวหลังของพวกน้องๆ ที่ได้ยืนเป็นกองหน้าในภารกิจทางประวัติศาสตร์แล้ว ส่วนความขัดแย้งที่มี ยังไม่ต้องลืม และยังต้องกลับมาสะสาง/p pเราต้องร่วมมือกันครับ ด้วยเพราะการบริหารประเทศ ภายใต้ระบอบ คสช. และการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันนี้ ต่างไปจากสถานการณ์ในยุคสมัยของพวกเรา มีความสลับซับซ้อนจากความขัดแย้งทางการเมือง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ได้เกิดข้อเท็จจริงหลายประการแล้วว่า สังคมไทยจะกลับไปสู่ยุครัฐราชการ ประชาชนและพลเมืองจะเป็นเพียงวาทกรรมร่วมส่วนของชนชั้นนำ/p pส่วนการเคลื่อนไหวของนักศึกษา กลุ่มประชาธิปไตยใหม่ในวันนี้ พวกเขาทั้ง 14 คน อยู่ในเรือนจำ ต่างมีข้อจำกัด ยุทธวิธีการขับเคลื่อนของพวกเขาอาจไม่ตรงกับมุมมองของพวกเราทั้งหมด เขาอาจประเมินสถานการณ์ต่างไปจากสิ่งที่เราประเมิน ฯลฯ แต่เจตจำนงของพวกเขาก็เป็นสิ่งที่คนรุ่นเราพึงเคารพ ไม่ใช่หรือ/p pเข้าร่วมต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ความเป็นธรรม ด้วยสันติวิธี !!!/p pเผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ !!!/p pนิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ อดีตรองเลขาธิการ สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) 2536/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/vnWC7o1fN9s" height="1" width="1" alt=""/

281 อาจารย์มหาวิทยาลัยลงชื่อเรียกร้องปล่อย 14 น.ศ-ยุติดำเนินคดี

Tue, 30/06/2015 - 12:18
p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm4.staticflickr.com/3936/19098946090_9738a66612.jpg" style="width: 500px; height: 281px;" //p p30 มิ.ย. 2558 หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ อนุสรณ์ อุณโณ อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อ่านแถลงการณ์ในนามเครือข่ายคณาจารย์ผู้ห่วงใยศิษย์ที่ถูกคุมขัง เรียกร้องให้ปล่อยตัว 14 น.ศ. ทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไขและไม่ให้มีการตั้งข้อหา หรือดำเนินคดี ระบุการจับกุมคุมขังนักศึกษาจำนวน 14 คนด้วยข้อหาขัดคำสั่งหัวหน้าคณะรัฐประหารเป็นสิ่งไม่ชอบธรรมเพราะรัฐประหารไม่มีความชอบธรรมตั้งแต่ต้น ยืนยันจะส่งเสริมและให้การสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้ประชาธิปไตยนอกห้องเรียนของนักศึกษาเหล่านี้ในรูปแบบและวิธีการต่างๆ ต่อไปจนกว่าจะสังคมไทยจะกลายเป็นสังคมประชาธิปไตยอย่างแท้จริง/p pnbsp;/p pstrongรายละเอียดมีดังนี้nbsp;/strong/p pstrongแถลงการณ์จากเครือข่ายคณาจารย์ผู้ห่วงใยศิษย์ที่ถูกคุมขังbr /ฉบับที่ 1/strong/p pสังคมไทยสร้างขึ้นจากความสัมพันธ์หลายด้านและหนึ่งในนั้นคือความสัมพันธ์ระหว่างครูกับศิษย์ เพราะพ้นจากครอบครัวและผู้ให้กำเนิดแล้ว สถานศึกษาและครูบาอาจารย์คือสถานที่และบุคคลที่มีส่วนในการบ่มเพาะขัดเกลาสมาชิกของสังคม สังคมจะเป็นอย่างไรส่วนหนึ่งขึ้นกับรูปแบบและวิธีการเรียนรู้และความสัมพันธ์ระหว่างครูกับศิษย์ ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะการค้นคว้าตำราหรือว่ากิจกรรมการเรียนการสอนในห้องเรียน หากแต่หมายรวมถึงกระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงและสิ่งที่อยู่พ้นห้องเรียนออกไป/p pการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยของนักเรียน นิสิต นักศึกษาโดยเฉพาะในช่วงเดือนเศษที่ผ่านมานับเป็นกระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงนอกห้องเรียนที่สำคัญประการหนึ่ง ขณะเดียวกันก็เป็นการปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ของสมาชิกในสังคมประชาธิปไตยที่เคารพในสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคล นักเรียน นิสิต นักศึกษาเหล่านี้ไม่ได้ละเลยหน้าที่ในการเรียนรู้ของตนตามที่บางฝ่ายกล่าวหา และขณะเดียวกันพวกเขาได้แสดงบทบาทในครรลองของสังคมประชาธิปไตยอย่างกล้าหาญ เป็นการใช้สิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่ไม่เพียงแต่จะสอดรับกับหลักการและทฤษฎีอันเป็นสากล หากแต่ยังสอดคล้องกับหลักกฎหมายที่นานาอารยะประเทศให้การรับรอง จะมีก็แต่เผด็จการที่หวาดกลัวเสรีภาพในการเรียนรู้และการแสดงความเห็นต่างของพลเมืองเท่านั้นที่เห็นการเคลื่อนไหวของพวกเขาเป็นสิ่งผิดหรือเป็นอันตรายจนกระทั่งต้องใช้อำนาจดิบหยาบและกฎหมายป่าเถื่อนเข้ายับยั้งปราบปราม/p pในฐานะครูบาอาจารย์ผู้ตระหนักในบทบาทหน้าที่ที่มีต่อศิษย์และสังคม พวกเราเห็นว่าการจับกุมคุมขังนักศึกษาจำนวน 14 คนด้วยข้อหาขัดคำสั่งหัวหน้าคณะรัฐประหารเป็นสิ่งไม่ชอบธรรมเพราะรัฐประหารไม่มีความชอบธรรมตั้งแต่ต้น จึงเรียกร้องให้ปล่อยตัวพวกเขาทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไขและไม่ให้มีการตั้งข้อหาหรือว่าดำเนินคดีกับพวกเขาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวดังกล่าวbr /br /ประการสำคัญ พวกเราจะส่งเสริมและให้การสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้ประชาธิปไตยนอกห้องเรียนของนักศึกษาเหล่านี้ในรูปแบบและวิธีการต่างๆ ต่อไปจนกว่าจะสังคมไทยจะกลายเป็นสังคมประชาธิปไตยอย่างแท้จริง/p pด้วยความเชื่อมั่นในสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคbr /เครือข่ายคณาจารย์ผู้ห่วงใยศิษย์ที่ถูกคุมขังbr /30 มิถุนายน 2558/p pbr /strongรายชื่อผู้ร่วมลงนามbr /แถลงการณ์จากเครือข่ายคณาจารย์ผู้ห่วงใยศิษย์ที่ถูกคุมขัง ฉบับที่ 1/strongbr /1. กนกรัตน์ สถิตนิรามัย คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯbr /2. กนกวรรณ มะโนรมย์ คณะศิลปศาสตร์ ม.อุบลราชธานีbr /3. กาญจนา เหล่าโชคชัยกุล ม.ธรรมศาสตร์br /4. กฤษฎา บุญชัย คณะรัฐศาสตร์ ม.ราชภัฎมหาสารคามbr /5. กิ่งกาญจน์ สำนวนเย็น คณะรัฐศาสตร์ ม.อุบลราชธานีbr /6. กิตติ วิสารกาญจน สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ ม.ศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรีbr /7. เกษม เพ็ญภินันท์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯbr /8. เกษียร เตชะพีระ คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์br /9. กรพนัช ตั้งเขื่อนขันธ์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์br /10. เก่งกิจ กิติเรียงลาภ ม.เชียงใหม่br /11. กุสุมา กูใหญ่ คณะวิทยาการสื่อสาร ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีbr /12. กุลธีร์ บรรจุแก้ว คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ราชภัฏพระนครศรีอยุธยาbr /13. กฤษณ์พชร โสมณวัตร ม.เชียงใหม่br /14. ขนิษฐา กีรติภัทรกาญจน์ ม.ราชภัฏนครศรีธรรมราชbr /15. ขวัญชีวัน บัวแดง ม.เชียงใหม่br /16.nbsp; ขรรค์เพชร ชายทวีป คณะนิติศาสตร์ ม.อุบลราชธานีbr /17. คารินา โชติรวี คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯbr /18. เคท ครั้งพิบูลย์br /19. คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง ภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากรbr /20. คงกฤช ไตรยวงค์ ภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากรbr /21. คมลักษณ์ ไชยยะ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ราชภัฏพระนครศรีอยุธยาbr /22. คอลิด มิดำ คณะดนตรีและการแสดง ม.บูรพาbr /23. คำแหง วิสุทธางกูร คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นbr /24. จตุรงค์ บุณยรัตนสุนทร ม.หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติbr /25. จิรธร สกุลวัฒนะ คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์br /26. จิราพร เหล่าเจริญวงศ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯbr /27. จิราภรณ์ สมิธ คณะศิลปศาสตร์ ม.อุบลราชธานีbr /28. จิรสิริ เกษมสินธุ์ วิเวกเมธากร คณะศิลปศาสตร์ ม.มหิดลbr /29. จักรกริช สังขมณี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯbr /30. จักเรศ อิฐรัตน์ คณะศิลปศาสตร์ ม.อุบลราชธานีbr /31. จันทนี เจริญศรี คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์br /32. จันจิรา สมบัติพูนศิริ คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์br /33. จันทรา ธนะวัฒนวงศ์ คณะรัฐศาสตร์ ม.อุบลราชธานีbr /34. ชลิตา บัณฑุวงศ์ ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์br /35. ชลัท ศานติวรางคณา สถาบันโภชนาการ ม. มหิดลbr /36. ชานนท์ ไชยทองดี คณะครุศาสตร์ ม.ราชภัฏศรีสะเกษbr /37. ชานันท์ ยอดหงส์br /38. ชาญชัย ชัยสุขโกศล ศูนย์จิตตปัญญาศึกษา ม.มหิดลbr /39. ชาญณรงค์ บุญหนุน ภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากรbr /40. ชญานิษฐ์ พูลยรัตน์ คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์br /41. ชินทาโร ฮารา ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีbr /42. ชัชวาล ปุญปัน อดีตอาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ ม.เชียงใหม่br /43. ชัยพงษ์ สำเนียง สถาบันศึกษานโยบายสาธารณะ ม.เชียงใหม่br /44. ชัยวัฒน์ มีสันฐาน คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์br /45. เชษฐา ทรัพย์เย็น คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ธนบุรีbr /46. เชษฐา พวงหัตถ์ นักวิชาการอิสระbr /47. เชาวฤทธิ์ เชาว์แสงรัตน์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์br /48. ชำนาญ จันทร์เรืองbr /49. ไชยันต์ รัชชกูลbr /50. ซากีย์ พิทักษ์คุมพล สถาบันสันติศึกษา ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่br /51. ซัมซู สาอุ วิทยาลัยอิสลามศึกษา ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีbr /52. ณภัค เสรีรักษ์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีbr /53. ณัฐกานต์ อัครพงษ์พิศักดิ์ ม.มหาสารคามbr /54. ณัฐกร วิทิตานนท์br /55. ณัฐนันท์ คุณมาศ รัฐศาสตร์ จุฬาฯbr /56. ณัฐวุฒิ อัศวโกวิทวงศ์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ศรีปทุมbr /57. ณรุจน์ วศินปิยมงคล คณะรัฐศาสตร์ ม.อุบลราชธานีbr /58. ฐิติรัตน์ สุวรรณสม ม.นเรศวรbr /59. ฐิติพงษ์ ด้วงคง คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์br /60.nbsp; ฐิติชญาน์ ศรแก้ว คณะมนุษยศาสตร์ ม.นเรศวรbr /62. ฐานิดา บุญวรรโณ คณะสังคมศาสตร์ ม.นเรศวรbr /63. ดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล คณะนิติศาสตร์ ม.นเรศวรbr /64. ดารารัตน์ คำเป็ง คณะรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.พะเยาbr /65. เดชรัต สุขกำเนิด คณะเศรษฐศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์br /66.nbsp; เดชา ตั้งสีฟ้า คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์br /67. เดโชพล เหมนาไลย ภาควิชาปรัชญา คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์br /68. ดำรงพล อินทร์จันทร์ ภาควิชามานุษยวิทยา คณะโบราณคดี ม.ศิลปากรbr /69. ดวงยิหวา อุตรสินธุ์ คณะรัฐศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีbr /70. ตฤณ ไอยะรา สำนักวิชาศิลปศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์br /71. ตามไท ดิลกวิทยรัตน์ คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์br /72. ตะวัน วรรณรัตน์ คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากรbr /73. ทิพสุดา ญาณาภิรัต ม.มหาสารคามbr /74.nbsp; ทับทิม ทับทิมbr /75. ทัศนัย เศรษฐเสรี สาขาสื่อศิลปะและการออกแบบสื่อ ม.เชียงใหม่br /76. ทศพล ทรรศนกุลพันธ์ นิติศาสตร์ ม.เชียงใหม่br /77. เทียมสูรย์ สิริศรีศักดิ์ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย ม.มหิดลbr /78. ธนาวิ โชติประดิษฐbr /79. ธนรรถวร จตุรงควาณิช คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์br /80. ธนพฤกษ์ ชามะรัตน์ ภาควิชาพัฒนาสังคม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ขอนแก่นbr /81. ธนศักดิ์ สายจำปา สาขาวิชารัฐศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราชbr /82. ธเนศ อาภรณ์สุวรรณnbsp; วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์nbsp; ม.ธรรมศาสตร์br /83.nbsp; ธเนศ อ่าวสินธุ์ศิริbr /84. ธิกานต์ ศรีนารา ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ ม.ศรีนครินทรวิโรฒbr /85. ธิติญา เหล่าอัน คณะครุศาสตร์ ม.ราชภัฏเลยbr /86. ธีระพล อันมัย คณะศิลปศาสตร์ ม.อุบลราชธานีbr /87. ธีรวัฒน์ ขวัญใจ คณะนิติศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์br /88. ธีรวัฒน์ ทัศนภิรมย์ คณะทันตแพทยศาสตร์ ม.มหิดลbr /89. ธัญญธร สายปัญญา คณะรัฐศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีbr /90. ธร ปีติดล คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์br /91. นวัต เลิศแสวงกิจ คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากรbr /92. นภิสา ไวฑูรเกียรติ ม.นเรศวรbr /93. นลินี ตันธุวนิตย์ คณะสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์br /94. นภาพร อติวนิชยพงศ์ ม.ธรรมศาสตร์br /95. นฤมล กล้าทุกวัน สำนักวิชาศิลปศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์br /96. นฤมล ทับจุมพล คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯbr /97. นาตยา อยู่คง ภาควิชาสังคมศาสตร์ ม.ศิลปากรbr /98. นิติ ภวัครพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯnbsp;br /99. นิธิ เนื่องจำนง ม.นเรศวรbr /100. นิพันธ์ โอฬารนิเวศน์br /101. เนตรดาว เถาถวิล สาขาวิชาสังคมศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ ม.อุบลราชธานีbr /102. นงเยาว์ เนาวรัตน์ คณะศึกษาศาสตร์ ม.เชียงใหม่br /103. นพพร ขุนค้า รัฐประศาสนศาสตร์ ม.ราชภัฎราชนครินทร์br /104. เนาวรัตน์ ปฏิพัทธ์ภักดี คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากรbr /105. นันทนุช อุดมละมุล คณะมนุษยศาสตร์ ม.ศรีนครินทรวิโรฒbr /106. บาหยัน อิ่มสำราญ ภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากรbr /107. บุญเลิศ วิเศษปรีชา คณะสังคมและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์br /108. บุญส่ง ชัยสิงห์กานานนท์ ภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากรbr /109. บูรณจิตร แก้วศรีมล คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยาbr /110. บัณฑิต ไกรวิจิตร คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีbr /111. บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ คณะรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหงbr /112. บัณฑูร ราชมณี คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์br /113. เบญจรัตน์ แซ่ฉั่ว สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดลbr /114. แบ๊งค์ งามอรุณโชติ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ศูนย์การศึกษาราชบุรีbr /115. ปฐม ตาคะนานันท์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ ม.รามคำแหงbr /116. ปฐวี โชติอนันต์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีbr /117. ปฐมพงศ์ มโนหาญ นวัตกรรมสังคม ม.แม่ฟ้าหลวงbr /118. ปิยชาติ สึงตี ม.วลัยลักษณ์br /119. ปิยะมาศ ทัพมงคล คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีbr /120. ปิง วิชัยดิษฐ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีbr /121. ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี ม.เชียงใหม่br /122. ประกาศ สว่างโชติ คณะวิทยาศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์br /123. ประทับจิต นีละไพจิตร สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดลbr /124. ประภาส ปิ่นตบแต่ง ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯbr /125. ประภัสสร์ ชูวิเชียร คณะโบราณคดี ม.ศิลปากรbr /126.nbsp; ประยุทธ สายต่อเนื่องbr /127. ปราโมทย์ ระวิน สาชาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ราชภัฏพระนครศรีอยุธยาbr /128. ปิยบุตร แสงกนกกุล คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์br /129. ปรีดี หงษ์สต้น คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์br /130. ปุรินทร์ นาคสิงห์ ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์br /131. ปูรณ์ ขวัญสุวรรณ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังbr /132. ปฤณ เทพนรินทร์ วิทยาลัยการเมืองการปกครอง ม.มหาสารคามbr /133. ปวลักขิ์ สุรัสวดี คณะศิลปศาสตร์ ม.มหิดลbr /134. ปองขวัญ สวัสดิภักดิ์ คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์br /135.nbsp; พกุล แองเกอร์br /136. พงศ์พิสุทธิ์ บุษบารัตน์nbsp; Weatherhead East Asia Institute ม.โคลัมเบียbr /137. พงษ์ศักดิ์ รัตนวงศ์ คณะมนุษยศาสตร์ ม.เชียงใหม่br /138. พจนก กาญจนจันทร คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์br /139. พนิดา อนันตนาคม คณะมนุษยศาสตร์ ม.เชียงใหม่br /140. พศุตม์ ลาศุขะ คณะมนุษยศาสตร์ ม.เชียงใหม่br /141. พิชญา พรรคทองสุข คณะแพทยศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์br /142. พิชามญชุ์ ทิพยพัฒนกุล ม.วลัยลักษณ์br /143. พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์br /144. พิรงรอง รามสูตร คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯbr /145. พิพัฒน์ สุยะ ภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากรbr /146. พิสิษฏ์ นาสี ม.เชียงใหม่br /147. พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯbr /148. พิมพ์ปฏิมา นเรศศิริกุล สาขาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ราชภัฏพระนครศรีอยุธยาbr /149. พรณี เจริญสมจิตร์ เกษียณจากภาควิชาภาษาฝรั่งเศส คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากรbr /150. พัชร์ นิยมศิลป คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯbr /151. พันธุ์พิพิธ พิพิธพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีbr /152. พวงทอง ภวัครพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯbr /153. ไพรินทร์ กะทิพรมราช คณะมนุษยศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์br /154. ไพบูลย์ โสภณสุวภาพ คณะดนตรีและการแสดง ม.บูรพาbr /155. แพร จิตติพลังศรี คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯbr /156. พรรณราย โอสถาภิรัตน์ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์br /157. เพียงกมล มานะรัตน์ คณะรัฐศาสตร์ ม.อุบลราชธานีbr /158. ภาสกร อินทุมาร คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ม.มหิดลbr /159. ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ราชภัฏลำปางbr /160. ภัควดี วีระภาสพงษ์ นักแปล/นักวิชาการอิสระbr /161. มิกด๊าด วงศ์เสนาอารี คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากรbr /162. มิเชล ตัน คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์br /163. มูนีเราะฮ์ ยีดำ คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ราชภัฏพระนครศรีอยุธยาbr /164. มูฮัมหมัดอิลยาส หญ้าปรัง คณะรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหงbr /165. เมธาวี โหละสุต คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์br /166. มนวัธน์ พรหมรัตน์ ม. วลัยลักษณ์br /167. มรกตวงศ์ ภูมิพลับ คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์br /168. ยอดพล เทพสิทธา คณธนิติศาสตร์ ม.นเรศวรbr /169. รชฏ นุเสน ม.ราชภัฏเชียงใหม่br /170. รชฎ สาตราวุธ ภาควิชาปรัชญา ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีbr /171. ราม ประสานศักดิ์ คณะศิลปศาสตร์ ม.อุบลราชธานีbr /172. รัตนา โตสกุล คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์br /173. ลลิตา หาญวงษ์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.มหาสารคามbr /174. วราภรณ์ เรืองศรี ม.เชียงใหม่br /175. วศิน โกมุท คณะศิลปศาสตร์ ม.อุบลราชธานีbr /176. วศินรัฐ นวลศิริ คณะมนุษยศาสตร์ ม.นเรศวรbr /177. วัชรพล พุทธรักษา คณะสังคมศาสตร์ ม.นเรศวรbr /178. วัชรพล ศุภจักรวัฒนา ม.นเรศวรbr /179. วันรัก สุวรรณวัฒนา คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์br /180. วาสนา ละอองปลิว ม.ธรรมศาสตร์br /181. วิจักขณ์ พานิชbr /182. วิเชียร อินทะสี ม.นเรศวรbr /183. วิทยา อาภรณ์ สำนักวิชาศิลปศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์br /184. วินัย ผลเจริญ วิทยาลัยการเมืองการปกครอง ม.มหาสารคามbr /185. วิริยะ สว่างโชติbr /186. วิภา ดาวมณี อดีตอาจารย์ วิทยาลัยนวัตกรรม ม.ธรรมศาสตร์br /187.nbsp; วิภาวี พงษ์ปิ่น คณะสังคมวิทยาและสังคมวิทยา ม.ธรรมศาสตร์br /188. วิมลสิริ เหมทานนท์ วิทยาลัยนานาชาติ ม.มหิดลbr /189. วิโรจน์ อาลี คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์br /190. วิลลา วิลัยทอง คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยbr /191. วิศิษย์ ปิ่นทองวิชัยกุล คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ราชภัฏจันทรเกษมbr /192. วิศรุต พึ่งสุนทร ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์br /193. วีรบูรณ์ วิสารทสกุล ม.ธรรมศาสตร์br /194. เวลา กัลหโสภา บริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์ ม.เทคโนโลยีราชมงคลล้านนาเชียงใหม่br /195. วรรณภา ลีระศิริ คณะรัฐศาสตร์ ม.เชียงใหม่br /196. วรรณวิภางคฺ์ มานะโชติพงษ์ คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์br /197. วรวิทย์ เจริญเลิศ คณะเศรษฐศาสตร์ ม.เชียงใหม่br /198. วรยุทธ ศรีวรกุลbr /199. เวฬุรีย์ เมธาวีวินิจ วิทยาลัยนวัตกรรม ม.ธรรมศาสตร์br /200. เวียงรัฐ เนติโพธิ รัฐศาสตร์ จุฬาฯbr /201. ศักรินทร์ ณ น่านbr /202. ศาสวัต บุญศรี คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ม.ศิลปากรbr /203. ศรีประภา เพชรมีศรี สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดลbr /204. ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ ภาควิชาสื่อ ศิลปะ และการออกแบบ คณะวิจิตศิลป์ ม.เชียงใหม่br /205. ศรัญญู เทพสงเคราะห์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์br /206. ศศิธร จันทโรทัย ม.นเรศวรbr /207. ศศิประภา จันทะวงศ์ คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.มหาสารคามbr /209. ศุทธิกานต์ มีจั่น วิทยาลัยการเมืองการปกครอง ม.มหาสารคามbr /210. ศุภวิทย์ ถาวรบุตร ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์br /211. โศภิต ชีวะพานิชย์ วิทยาลัยการเมืองการปกครอง ม.มหาสารคามbr /212. สักรินทร์ แซ่ภู่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ ม.มหาสารคามbr /213. สันติชัย ปรีชาบุญฤทธิ์ คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากรbr /214. เสนาะ เจริญพร คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีbr /215. สามชาย ศรีสันต์ วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ม.ธรรมศาสตร์br /216. สายชล สัตยานุรักษ์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ ม.เชียงใหม่br /217. สายัณห์ แดงกลม คณะโบราณคดี ม.ศิลปากรbr /218. สิริจิต สุนันต๊ะ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย ม. มหิดลbr /219. สิเรมอร อัศวพรหมธาดา รัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์br /220. สถิตย์ ลีลาถาวรชัย ภาควิชาภาษาอังกฤษ คณะมนุษยศาสตร์ ม.นเรศวรbr /221. สิทธารถ ศรีโคตร ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์br /222. สุชาติ เศรษฐมาลินี สาขาวิชาสันติศึกษา ม.พายัพbr /223. สุธาทิพย์ โมราลายbr /224. สุภัทรา น.วรรณพิณ อดีตอาจารย์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์br /225. สุทธิชัย งามชื่นสุวรรณ คณะนิติศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่br /226. สุธิดา วิมุตติโกศล คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์br /227. สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯbr /228. สุปรียา หวังพัชรพล คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์br /229. สุรพศ ทวีศักดิ์ ม.ราชภัฏสวนดุสิต ศูนย์การศึกษาหัวหินbr /230. สุรางค์รัตน์ จำเนียรพล สถาบันวิจัยสังคม จุฬาฯbr /231. สุรินทร์ อ้นพรม คณะวนศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์br /232. สุรัช คมพจน์ หลักสูตรรัฐศาสตร์ สำนักวิชาศิลปศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์br /233. สุไรนี สายนุ้ย คณะรัฐศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีbr /234. สุวนันทน์ อินมณี ม.นเรศวรbr /235. สุดแดน วิสุทธิลักษณ์ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์br /236. สร้อยมาศ รุ่งมณี ม.ธรรมศาสตร์br /237. สมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระbr /238. โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯbr /239. เสนาะ เจริญพร คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีbr /240. เสาวณิต จุลวงศ์ คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์br /241. เสาวนีย์ ตรีรัตน์ อเลกซานเดอร์ คณะศิลปศาสตร์ ม.อุบลราชธานีbr /242. อนุสรณ์ ชัยอักษรเวช สำนักวิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์br /243. อนุสรณ์ ติปยานนท์ ม.เชียงใหม่br /244. อนุสรณ์ อุณโณ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์br /245. อมต จันทรังษี ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์br /246. อรุณี สัณฐิติวณิชย์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีbr /247. อสมา มังกรชัย คณะรัฐศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีbr /248. อภิชาต สถิตนิรามัย คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์br /249. อภิญญา เวชยชัย คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์br /250. อภัยชนม์ สัจจะพัฒนกุล สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ ม.ราชภัฏพิบูลสงครามbr /251. อภิราดี จันทร์แสง ม.มหาสารคามbr /252. อรัญญา ศิริผล ม.เชียงใหม่br /253. อลิสา หะสาเมาะ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีbr /254. อาจิณ โจนาธาน อาจิณกิจ มนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ราชภัฎราชนครินทร์br /255. อาทิตย์ ทองอินทร์ ม.รังสิตbr /256. อาทิตย์ พงษ์พานิช ม.นเรศวรbr /257. อาทิตย์ ศรีจันทร์br /258.nbsp; อานันท์ กาญจนพันธุ์ ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ ม.เชียงใหม่br /259. อิทธิพล จึงวัฒนาวงค์ คณะรัฐศาสตร์ ม.อุบลราชธานีbr /260. อิสระ ชูศรี สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย ม.มหิดลbr /261. อิสราภรณ์ พิศสะอาด ม.เชียงใหม่br /262. อุณาโลม จันทร์รุ่งมณีกุล ม.สุโขทัยธรรมาธิราชbr /263. อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯbr /264. เอกพลณัฐ ณัฐพัทธนันท์ ภาควิชาสังคมศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากรbr /265. เอกรินทร์ ต่วนศิริ รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีbr /266. เอกสุดา สิงห์ลำพอง คณะโบราณคดี ม.ศิลปากรbr /267. เอกฤทัย ฉัตรชัยเดช มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ราชภัฏอุตรดิตถ์br /268. อุเชนทร์ เชียงเสน หลักสูตรรัฐศาสตร์ สำนักวิชาศิลปศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์br /269. อุบลวรรณ มูลกัณฑา คณะนิเทศศาสตร์ ม.กรุงเทพbr /270. อัครพงษ์ ค่ำคูณ วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ ม.ธรรมศาสตร์br /271.nbsp; อัจฉริยา ชูวงศ์เลิศ ม.นเรศวรbr /272. อรภัคค รัฐผาไท อดีตอาจารย์คณะมนุษย์ศาสตร์ ม.เชียงใหม่br /273. อรอนงค์ ทิพย์พิมล ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์br /274. อัจฉราวรรณ บุรีภักดี สำนักวิชาเทคโนโลยีสังคม ม.เทคโนโลยีสุรนารีbr /275. อัจฉริยา ชูวงศ์เลิศ ม.นเรศวรbr /276. อันธิฌา แสงชัย ภาควิชาปรัชญาและศาสนา ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีbr /277. อัมพร หมาดเด็น สำนักวิชาศิลปศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์br /278. อรรถจักร สัตยานุรักษ์ คณะมนุษยศาสตร์ ม.เชียงใหม่br /279. อรรถพล อนันตวรสกุล ครุศาสตร์ จุฬาฯbr /280. อนรรฆ สมพงษ์ ครุศาสตร์ ม.ราชภัฏสกลนครbr /281. Philip Hirsch, Department of Human Geography,nbsp; U. of Sydney/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/InSeGejwRyI" height="1" width="1" alt=""/

การต่อสู้ยังไม่จบ เกิดข้อถกเถียงในสหรัฐฯ หลังศาลไฟเขียวแต่งงานคนรักเพศเดียวกัน

Tue, 30/06/2015 - 11:45
pหลังศาลสูงสุดตัดสินคดีพลิกหน้าประวัติศาสตร์คนรักเพศเดียวกันในสหรัฐฯ ก็เกิดข้อโต้แย้งตามมาว่าคำตัดสินของศาลทางการกลางละเมิดอำนาจหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติหรือไม่ และเจ้าหน้าที่หรือนักบวชที่ยึดหลักศาสนาของตนสามารถปฏิเสธการจดทะเบียนหรือการจัดพิธีแต่งงานของคนรักเพศเดียวกันได้หรือไม่/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/469/18663658234_964ecd1d49_n.jpg" style="width: 320px; height: 320px;" //p p29 มิ.ย. 2558 จากกรณีคำตัดสินของศาลในคดีที่ให้มีการยอมรับการแต่งงานของคนเพศเดียวกันครอบคลุมทุกรัฐของสหรัฐอเมริกา เคน แพกตัน อัยการสูงสุดของรัฐเท็กซัสและแดน แพทริก รองผู้ว่าการรัฐ เขียนในจดหมายระบุว่าคำตัดสินของศาลไม่ได้มีผลเหนือ "สิทธิในการนับถือศาสนา" ทำให้พนักงานรัฐสามารถปฏิเสธจะออกใบทะเบียนสมรสหรือปฏิเสธจัดพิธีแต่งงานให้กับคนรักเพศเดียวกันได้ถ้าหากขัดต่อหลักศาสนาของพวกเขา/p pคำตัดสินของศาลสูงสุดสหรัฐฯ ในคดี Obergefell v. Hodges มีการที่ศาลอ้างบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ มาตรา 14 ซึ่งระบุถึงสิทธิของพลเมืองที่จะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน ทำให้คู่รักเพศเดียวกันในรัฐโอไฮโอที่จดทะเบียนสมรสจากรัฐอื่นจะต้องได้รับการยอมรับในฐานะคู่สมรสในรัฐที่พวกเขาอาศัยอยู่ด้วย/p pถึงแม้ว่าคำตัดสินนี้จะทำให้กลุ่มคนรักเพศเดียวกันรู้สึกยินดีเนื่องจากถือเป็นการยอมรับการแต่งงานของคนรักเพศเดียวกันทั่วสหรัฐฯ แต่ก็มีบางส่วนที่ไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของศาลและคาดว่าจะมีการคัดค้านโดยอ้างสิทธิในการนับถือศาสนาซึ่งมีรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ เช่นกัน/p pในสื่ออลาบามาพับลิกเรดิโอระบุว่ากลุ่มผู้ต่อต้านการแต่งงานของคนรักเพศเดียวกันมีแผนการผลักดันผ่านสภาของรัฐให้ออกกฎหมายคุ้มครองผู้ประกอบการธุรกิจให้พวกเขามีสิทธิปฏิเสธจะให้บริการแก่คู่รักเพศเดียวกันได้ ทั้งนี้ยังมีการตีความคำตัดสินของศาลโดย มาร์ซี ฮามิลตัน นักกฎหมายจากมหาวิทยาลัยเยชีวาซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชาวยิวในนิวยอร์ก ซึ่งเธออ้างว่าคำตัดสินของศาลสูงสุดมีการงดเว้นโบสถ์และนักบวชให้ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามหากไม่ต้องการบริการคู่รักเพศเดียวกัน/p pนอกจากนี้กลุ่มผู้ต่อต้านการแต่งงานของคนรักเพศเดียวกันกำลังตั้งเป้าหมายให้รัฐสภาสหรัฐฯ ออกกฎหมายคุ้มครองบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 1 ซึ่งระบุห้ามไม่ให้รัฐสภาออกกฎหมายที่เป็นการละเมิดเสรีภาพสื่อและเสรีภาพในการนับถือศาสนาด้วย/p pหนึ่งในผู้พิพากษาคดี Obergefell v. Hodges ชื่อแอนโธนี เคนเนดี ระบุไว้ในคำตัดสินว่า กลุ่มศาสนายังคงมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญในการแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการแต่งงานของคนรักเพศเดียวกันได้ตามบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 1/p p"บทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 1 รับรองสิทธิขององค์กรและบุคคลที่นับถือศาสนาให้ได้รับการคุ้มครองตามความเหมาะสมในการที่พวกเขาจะสอนหลักคำสอนที่เป็นสิ่งเติมเต็ม อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางชีวิตและศรัทธาของพวกเขา รวมถึงเป็นแรงบันดาลใจให้พวกเขาดำรงโครงสร้างครอบครัวในแบบที่พวกเขาเชิดชูมานาน" เคนเนดีระบุในคำพิพากษา/p pอย่างไรก็ตามในบางท้องถิ่นเช่น เทศมณฑลทัสคาลูซา ในรัฐอลาบามาซึ่งเป็นรัฐที่ไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานของคนรักเพศเดียวกันเริ่มตอบรับคำตัดสินของศาลสูงสุดด้วยการออกทะเบียนสมรสให้กับคู่รักเพศเดียวกันแล้ว/p pในขณะที่ผู้พิพากษาศาลพินัยกรรม ฮาร์ดี แมคคอลลัม โต้แย้งว่าคำตัดสินของศาลสูงสุดเป็นการละเมิดหลักการแบ่งแยกอำนาจระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและศาล อีกทั้งยังเป็นการละเมิดระบอบสหพันธรัฐที่เกี่ยวข้องกับอำนาจระหว่างแต่ละรัฐกับรัฐบาลกลาง/p pแต่แรนดัล มาร์แชลล์ ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายจากสหภาพเสรีภาพพลเมืองอเมริกันในรัฐอลาบามากล่าวโต้แย้งว่าการที่ศาลแขวงประกาศห้ามการแต่งงานของคนรักเพศเดียวกันถือเป็นเรื่องขัดต่อหลักการรัฐธรรมนูญของรัฐบาลกลาง/p pแพกตัน อัยการสูงสุดของรัฐเท็กซัสระบุในจดหมายว่า ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่จำเป็นต้องให้บริการในการสมรสถ้าหากขัดต่อความเชื่อทางศาสนาของพวกเขา แต่การปฏิเสธให้บริการก็ไม่ได้หมายความว่าคู่รักเพศเดียวกันจะไม่มีสิทธิจะจัดพิธีสมรสตราบใดที่พวกเขามีเจ้าหน้าที่หรือนักบวชคนอื่นที่เต็มใจจะให้บริการพวกเขา/p pnbsp;/p pstrongเรียบเรียงจาก/strong/p pTexas Attorney General Claims Limits on Gay Marriage Ruling, Voice of America, 29-06-2015br /a href="http://www.voanews.com/content/texas-attorney-general-backs-religious-rights-of-clerks-judges/2841231.html"http://www.voanews.com/content/texas-attorney-general-backs-religious-rights-of-clerks-judges/2841231.html/a/p pFor Same-Sex Marriage Opponents, The Fight Is Far From Over, Alabama Public Radio, 27-06-2015br /a href="http://apr.org/post/same-sex-marriage-opponents-fight-far-over"http://apr.org/post/same-sex-marriage-opponents-fight-far-over/a/p pEquality in Alabama? Same-Sex Marriage Reactions, Alabama Public Radiobr /a href="http://apr.org/post/equality-alabama-same-sex-marriage-reactions"http://apr.org/post/equality-alabama-same-sex-marriage-reactions/a/p pnbsp;/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2015/06/60018" target="_blank" #039;ชัยชนะของความรัก#039; สหรัฐฯ รับรองการแต่งงานของคนรักเพศเดียวกันเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ /a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/glTe4DwfJSk" height="1" width="1" alt=""/

นักศึกษาไทย ม.วิสคอนซินจัดกิจกรรม #FreeThai14

Tue, 30/06/2015 - 11:19
p style="text-align: justify;"กลุ่มนักศึกษาไทยในมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดิสัน ผุดแฮชแท็ก #FreeThai14 และ #FreeThe14 รณรงค์ปล่อยตัวนักกิจกรรม-นักศึกษา ซึ่งถูกฝากขัง หลังตร.สั่งฟ้องศาลทหาร ฐานฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.-ม.116nbsp;/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm4.staticflickr.com/3693/19099031559_d0cbdbd468.jpg" style="width: 500px; height: 375px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/455/19289077601_763478f2eb_z.jpg" style="width: 494px; height: 640px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/308/19099054209_a25a16d3c2.jpg" style="width: 500px; height: 386px;" //p pbr /29 มิ.ย. 2558 ตามเวลาสหรัฐอเมริกา กลุ่มนักศึกษาไทยในมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดิสันnbsp;(University of Wisconsin-Madison) จัดกิจกรรมชูป้ายเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักศึกษากลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ จำนวน 14 คน โดยไม่มีเงื่อนไข ระบุ นักศึกษาถูกจับกุมและคุมขังในเรือนจำตั้งแต่วันที่ 26 มิ.ย. 2558 ที่ผ่านมา เนื่องจากแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่อต้าน คสช. อย่างสันติ เรียกร้องให้รัฐบาลเคารพการแสดงความคิดเห็นของประชาชน และเรียกร้องให้ รัฐบาล คสช. ลงจากอำนาจ และคืนอำนาจอธิปไตยให้แก่ประชาชน โดยรณรงค์ให้ใช้แฮชแท็ก #FreeThai14 และ #FreeThe14 ในโซเชียลมีเดีย เพื่อเผยแพร่ปัญหาวิกฤติสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยต่อไป/p pบุญเลิศ วิเศษปรีชา อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตัวแทนนักศึกษาไทยที่จัดกิจกรรม กล่าวถึงกิจกรรมว่า วันนี้พวกเราคนไทยที่อยู่ที่เมืองแมดิสัน รัฐวิสคอนซิน ต้องการรณรงค์เพื่อให้ปล่อยตัวนักศึกษา 14 คนที่ถูกจับกุมที่เมืองไทยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เราอยากบอกกับน้องๆ นักศึกษาและสังคมไทยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองไทยนั้นเป็นที่รับรู้ในสังคมโลก กิจกรรมของเราก็ได้รับความสนใจจากนักศึกษาที่นี่เป็นอย่างดี/p p"ด้วยจิตคารวะต่อนักศึกษาทั้ง 14 ท่าน ที่ยืนหยัดในหลักการประชาธิปไตยและเอาตัวเองเข้าเสี่ยงขนาดนี้ เราเห็นภาพนักศึกษาถูกจับ เห็นภาพคนไปเยี่ยมแล้ว คิดว่าการที่เราอยู่ไกลก็ไม่น่าจะเป็นข้อจำกัดในการร่วมต่อสู้กับนักศึกษา” บุญเลิศกล่าวและว่า สิ่งที่ทำวันนี้ นอกจากป้ายข้อความเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนักศึกษาและเรียกร้องให้ ค.ส.ช.ลงจากอำนาจแล้ว ยังได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทยแก่ชาวเมืองแมดิสันที่สนใจอีกด้วย ซึ่งก็ได้รับความสนใจอย่างมาก ผู้ที่เข้าร่วมรณรงค์กับเราต่างไม่เห็นด้วยกับการจับกุมนักศึกษาครั้งนี้อย่างมากเพราะเป็นเรื่องไร้เหตุผลที่คนจะถูกคุมขังเพราะเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างสันติ/p p"สำหรับคนที่คิดว่านักศึกษาไม่ควรออกมาทำกิจกรรม ควรจะมุ่งเรียนหนังสืออย่างเดียวเพื่อจบไปทำงานเพื่อตัวเอง วิธีคิดแบบนี้เป็นแบบที่พวกชนชั้นนำปลูกฝังเรามานะครับ เพื่อไม่ให้มีการโต้แย้งและตั้งคำถาม ที่จริงนักศึกษาควรเป็นกองหน้า พวกเขาจะอ่อนไหวกับความไม่เป็นธรรมในสังคม และมีพลังเร่าร้อนของหนุ่มสาวที่จะต่อสู้ บางคนแม้จะมีหลักการแต่ก็ไม่มีจิตใจที่เด็ดเดี่ยวพอ นักศึกษาทั้ง 14 คนเป็นตัวอย่างที่เราต้องนับถือ”/p p"ผมคิดว่า การคิดว่าสังคมที่สงบต้องไม่มีการแสดงออกทางการเมืองนั้นเป็นความเข้าใจที่ผิดมหันต์ เพราะมันเป็นเพียงความสงบชั่วคราวใต้ท็อปบูท ใต้ระบอบปกครองที่ทหารเอาปืนจ่อหัวประชาชนเท่านั้น คนที่เดือดร้อนก็แค่ถูกกดไว้เท่านั้น ถึงเวลาก็จะระเบิดขึ้นมา นักศึกษาดาวดินเป็นตัวอย่างที่สำคัญนะครับ ที่เชื่อมโยงให้เห็นว่า ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนภายใต้ระบอบเผด็จการมันแย่กว่าภายใต้ประชาธิปไตยอย่างไร/p p"ผมว่ามันเลยขีดความอดทนมามากแล้ว เราจะต้องส่งสัญญาณอย่างสำคัญว่า เราอยู่ใต้เผด็จการไม่ได้อีกแล้ว ไม่ใช่ว่ามาปล้นประชาธิปไตยไปแล้วยังเอาปืนมาจ่อหัวไม่ให้เราพูดอีก ประชาธิปไตยเป็นของเรานะครับ ไม่ใช่สิ่งที่รอให้เขาเอามาให้ เราต้องออกมาทวงคืนครับ ผมเป็นนักศึกษาในช่วงรัฐประหาร กุมภาฯ 2534 นะครับ ตอนนั้นรัฐประหาร ผ่านไป 6 เดือน เราจัดสัมมนาได้แล้ว แต่คราวนี้ผ่านมาเป็นปีแล้ว เรายังถูกห้ามอยู่เลย เราทนไม่ได้ที่จะต้องเห็นนักศึกษาที่มีความกล้า มีจิตใจที่ดี และมีอนาคต ต้องมาถูกกุมขังทั้งที่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่เคยคิดมาก่อนว่าสังคมไทยจะถอยหลังได้ขนาดนี้ ผมเกิดไม่ทันเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ไม่นึกว่าจะได้มาเจอสถานการณ์ที่ลิดรอนสิทธิ ปิดปากประชาชนอย่างตอนนั้นในสมัยนี้/p p"ผมไม่ได้เรียกร้องให้ทุกคนต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงนะครับ ทุกคนก็มีขีดจำกัดในการแสดงออก ผมเคารพสิทธิและเหตุผลของทุกคน แต่เราก็น่าจะทำอะไรที่เราทำได้ นักศึกษาทั้ง 14 คน เขาเสี่ยงชีวิตมากนะครับ เราเสี่ยงแค่นิดเดียว ถ้ายังกลัวเป็นที่จับตาก็ต้องก้าวออกมาพร้อมๆ กันครับ คุกขังคนเป็นหมื่นๆ ไม่ได้หรอกครับ” บุญเลิศกล่าว/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2015/06/60012" target="_blank"14 น.ศ.-นักกิจกรรมนอนคุก ปชช.จุดเทียน-ร้องเพลงส่ง/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/WdRAFC3g4ZY" height="1" width="1" alt=""/

อียูออกแถลงการณ์กรณีจับ 14 น.ศ.ระบุเป็นพัฒนาการที่น่ากังวล จี้ไทยปฏิบัติตามกติการะหว่างประเทศ

Tue, 30/06/2015 - 10:59
!--break--!--break-- p30 มิ.ย.2558 สำนักงานคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์เป็นภาษาไทยและอังกฤษ ถึงกรณีการจับกุม 14 นักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ระบุว่า “เป็นพัฒนาการที่น่ากังวล” และเรียกร้องทางการไทยปฏิบัติตามพันธะของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและการเมือง เคารพสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน และไม่ควรนำศาลทหารมาใช้กับพลเรือน/p p style="text-align: center;"................../p p style="text-align: center;"nbsp;/p div id="fb-root"nbsp;/div script(function(d, s, id) { var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0]; if (d.getElementById(id)) return; js = d.createElement(s); js.id = id; js.src = "//connect.facebook.net/en_US/sdk.js#xfbml=1version=v2.3"; fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);}(document, 'script', 'facebook-jssdk'));/scriptdiv class="fb-post" data-href="https://www.facebook.com/EUinThailand/posts/853773598011056:0" data-width="500" div class="fb-xfbml-parse-ignore" blockquote cite="https://www.facebook.com/EUinThailand/posts/853773598011056:0" p(English below)แถลงการณ์จากสำนักงานคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยสำนักงานคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยออกแถลงก.../p pPosted by a href="https://www.facebook.com/EUinThailand"European Union in Thailand/a onnbsp;a href="https://www.facebook.com/EUinThailand/posts/853773598011056:0"Monday, June 29, 2015/a/p/blockquote /div /div pnbsp;/p p style="text-align: center;"nbsp;/p pแถลงการณ์จากสำนักงานคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย/p pสำนักงานคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยออกแถลงการณ์ฉบับนี้โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะเอกอัครราชทูตของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย/p pกรุงเทพฯ 30 มิถุนายน 2558 – การจับกุมนักศึกษาจำนวน 14 คน จากข้อหาที่ถูกตั้งขึ้นอันเนื่องมาจากการชุมนุมอย่างสันติของพวกเขาในวันที่ 22 พฤษภาคมเป็นพัฒนาการที่น่ากังวล/p pสหภาพยุโรปมีความเชื่อในสิทธิของคนทุกคนในการแสดงออกทางความคิดเห็นอย่างสันติและขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ทางการไทยปฏิบัติตามข้อผูกพันของประเทศไทยภายใต้กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและการเมือง การเคารพซึ่งสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานนั้นจะต้องได้รับการค้ำชูและศาลทหารไม่ควรถูกนำมาใช้กับพลเรือน/p p* * * * * * * * * */p pLocal EU Statement/p pThe European Union Delegation issues the following statement in agreement with the EU Heads of Mission in Thailand/p pBangkok, 30 June 2015 – The arrests of 14 students on the basis of charges brought against them for peacefully demonstrating on 22 May is a disturbing development./p pThe EU believes in the right of all to express peacefully their opinions and calls upon the Thai authorities to abide by Thailand's obligations under the International Covenant on Civil and Political Rights. Respect for human rights and fundamental freedoms must be upheld, and military courts should not be used to try civilians./p p* * * * * * * * * */p pnbsp;/p pnbsp;/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/TdfETYMQ1qY" height="1" width="1" alt=""/

เอกสิทธิ์ หนุนภักดี: อิงอาทิตย์ดูดาว

Tue, 30/06/2015 - 08:36
!--break--!--break-- p align="right"nbsp;/p h4strongชะตากรรมดาวคนละดวง/strong/h4 pขณะที่รัฐบาลทหารจับกุม “ดาวดิน” 14 หนุ่มสาวนักศึกษาผู้เคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อสิทธิของผู้ด้อยอำนาจและโอกาสด้วยข้อหาชูป้ายต้านรัฐประหารเมื่อเย็นวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน ในเวลาเดียวกันนั้น ณ บริเวณหน้าอาคารรัฐสภา ประเทศญี่ปุ่น หนุ่มสาวนักศึกษาชาวญี่ปุ่นจำนวนหลายพันคนรวมตัวกันชูป้ายประท้วงรัฐบาลอาเบะที่เสนอร่างกฎหมายความมั่นคงที่จะอนุญาตให้ญี่ปุ่นใช้สิทธิปฏิบัติการป้องกันตนเองร่วมกับสหรัฐฯ ซึ่งอาจหมายถึงการนำประเทศเข้าสู่สงคราม/p pขณะที่ดาวดินถูกส่งไปเรือนจำ หนุ่มสาวนักศึกษาชาวญี่ปุ่นยังสามารถดำเนินกิจกรรมแสดงออกทางความคิดต่อไปโดยขยายการชุมนุมไปยังชิบุยะอันเป็นย่านการค้ากลางกรุงโตเกียวเมื่อเย็นวันเสาร์ที่ผ่านมา/p pimg src="file:///C:/Users/win/AppData/Local/Temp/msohtmlclip1/01/clip_image002.png" //p p style="text-align: center;"span style="color:#000080;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/269/19094456778_64750fe4dd_z_d.jpg" style="width: 500px; height: 405px;" /br /ภาพการชุมนุมของนักศึกษาที่ชิบุยะ/spanbr /span style="color: rgb(0, 0, 128);"ที่มาภาพ:/span a href="https://farm1.staticflickr.com/269/19094456778_64750fe4dd_z_d.jpg"www.asahi.com/articles/photo/AS20150627003020.html/a/p pขณะที่การเคลื่อนไหวของหนุ่มสาวนักศึกษาชาวไทยถูกตัวแทนเจ้าหน้าที่รัฐและรัฐบาลผู้เป็นคู่กรณีโดยตรงให้ความเห็นว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหว ที่ญี่ปุ่นไม่มีใครป้ายสีหนุ่มสาวนักศึกษาชาวญี่ปุ่นเหล่านั้น/p pสิ่งที่น่าจะเป็นจุดร่วมของหนุ่มสาวชาวไทยและชาวญี่ปุ่นคือ พวกเขาต่อสู้กับรัฐบาลที่ “ปิดปากฝ่ายที่เห็นต่างกับรัฐบาลและไม่รับฟังความคิดเห็นของประชาชน” (คำพูดของนายโนบุคาสุ ฮอมมะ อายุ 20 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยทสึคุบะ; a href="http://www.asahi.com/articles/ASH6W65XSH6WUTIL01K.html"http://www.asahi.com/articles/ASH6W65XSH6WUTIL01K.html/a)/p h4br /strongดาวดินกับดาวครอบมงกุฎ/strong/h4 pเมื่อดาวดินออกมาทำกิจกรรมทางการเมือง สิ่งที่พวกเขาได้คือ การถูกจับกุม คุมขัง สถานภาพของพวกเขาภายหลังการเคลื่อนไหวยังคงเป็นนักศึกษา ไม่ได้ลาภ ไม่ได้ยศ ไม่ได้อำนาจ/p pเมื่อทหารทำรัฐประหาร สิ่งที่พวกเขาได้คือ ลาภ ยศ อำนาจ ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น เงินเดือน ตำแหน่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เงินเดือน 125,590 บาท/เดือน และผู้ดำรงตำแหน่งอื่นใน คสช. ได้เงินเดือน 119,920 บาท/เดือน ยศตำแหน่ง เช่น ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ผู้ช่วยรัฐมนตรี ฯลฯ และยังถืออำนาจเบ็ดเสร็จตามมาตรา 44/p h4br /strongอาทิตย์ใต้ดวงดาว/strong/h4 pถ้าการพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นจุดตกต่ำที่สุดของญี่ปุ่น ก็อาจจะกล่าวได้ว่าความตกต่ำนั้นเกิดขึ้นภายใต้การกุมอำนาจบริหารประเทศของนายทหาร/p h4br /strongแล้วทหารขึ้นมาเรืองอำนาจได้อย่างไร?/strong/h4 pก่อนที่ญี่ปุ่นจะเข้าสู่ลัทธิทหารนิยมในคริสต์ทศวรรษที่ 1930 สภาวะสังคมและเศรษฐกิจการเมืองของญี่ปุ่นมีลักษณะสำคัญคือ มีการพัฒนาอุตสาหกรรม การศึกษาและสิ่งพิมพ์เผยแพร่กว้างขวาง ประชาชนตื่นตัวทางการเมืองนำไปสู่ข้อเรียกร้องทางการเมืองสำคัญคือการเรียกร้องสิทธิเลือกตั้งทั่วไป พรรคการเมืองเติบโตโดยอิงกับอำนาจเก่าไม่มีฐานมวลชน (ใช้ฐานเสียงท้องถิ่นต่อรองอำนาจและตำแหน่งกับชนชั้นนำผู้กุมอำนาจ) มีความขัดแย้งระหว่างประชาชนด้วยกัน เช่น ข้อพิพาทระหว่างกรรมกร-นายทุน ผู้เช่าที่ดิน-เจ้าที่ดิน มีการเผยแพร่อุดมการณ์ทางการเมืองใหม่ ๆ (ดู เคนเนธ บี. ไพล์, สร้างคนสร้างชาติสไตล์ญี่ปุ่น, แปลโดย ประเสริฐ จิตติวัฒนพงศ์, 2528, หน้า 184-236)/p pข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า สังคมญี่ปุ่นอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านสำคัญที่การขยายตัวทางเศรษฐกิจมีผลสะเทือนต่อการกระจุกตัวของอำนาจการเมือง นำไปสู่การต่อสู้ทางการเมืองเรียกร้องสิทธิจนเกิดการกระจายอำนาจการเมืองบางส่วนจากชนชั้นนำไปสู่ชนชั้นนำชายขอบที่ทำหน้าที่เป็นนายหน้าแทนมวลชน แต่ถึงกระนั้น การกระจายอำนาจดังกล่าวก็ยังไม่มากพอและรวดเร็วพอที่จะตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม ซึ่งมีผู้เสนอทางออกของสังคมญี่ปุ่นไว้ 2 ทางคือ หนึ่ง รัฐปรับตัวตามความเปลี่ยนแปลงของสถาบันสังคมและการเมืองซึ่งจะต้องออมชอมกับพลังใหม่ ๆ หรือสอง เพิ่มอำนาจให้แข็งกร้าวมากขึ้นเพื่อควบคุมพฤติกรรมและความคิดทางการเมือง (เคนเนธ บี. ไพล์, น. 197)/p pซึ่งญี่ปุ่นเลือกที่จะเลือกการควบคุมและปราบปรามมากกว่ารอมชอมเปิดพื้นที่ให้พลังการเมืองใหม่มีที่ยืนในสังคม กองทัพจึงมีบทบาทมากและแข็งกร้าวขึ้นเรื่อย ๆ/p pสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือ การปราบปรามผู้เห็นต่างไม่ว่าจะเป็น การยุบพรรคกสิกรกรรมาชีพ ยุบสหพันธ์เยาวชนกรรมาชนญี่ปุ่น ยุบสภาแรงงานญี่ปุ่น การจับกุมฝ่ายซ้ายครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1928 ปลุกกระแสลัทธิชาตินิยม โจมตีอุดมการณ์ที่แตกต่างว่าเป็นอุดมการณ์นำเข้าจากต่างประเทศไม่ใช่ของที่เหมาะสมกับญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีการจับกุมคุมขังและลอบสังหารนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามจำนวนมาก ในจำนวนนี้ มีบุคคลสำคัญระดับนายกรัฐมนตรีอย่างน้อย 2 คนถูกลอบสังหาร คือ นรม. ฮามากุจิ โอซาจิ ในปี ค.ศ. 1930 และ นรม. อินุไค ทสึโยชิ ในปี ค.ศ. 1932/p pการที่กองทัพมีอำนาจเหนือพลเรือนทำให้งบประมาณกองทัพเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ บางปีงบประมาณกองทัพสูงถึงร้อยละ 75 ของงบประมาณประเทศ กองทัพเป็นผู้นำญี่ปุ่นเข้าสู่สงครามหลายครั้ง ทั้งการเข้ายึดครองแมนจูเรียและตั้งรัฐทดลองแมนจูกัวในปี ค.ศ. 1932 การยิงต่อสู้กับทหารจีนที่สะพานมาร์โคโปโลในปี ค.ศ. 1937 ไปจนถึงการนำญี่ปุ่นเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 การปกครองโดยทหารปิดฉากลงโดยญี่ปุ่นแพ้สงครามและตกอยู่ภายใต้การยึดครองของสหรัฐฯ/p h4br /strongอาทิตย์เลือกดาว/strong/h4 pปัจจุบัน ญี่ปุ่นเป็นประเทศประชาธิปไตยที่ปลอดทหารแม้ว่าจะประสบปัญหาการคอร์รัปชั่นจากภาคการเมืองมาโดยตลอดแต่ก็สามารถฟื้นฟูประเทศจากประเทศผู้แพ้สงครามมาเป็นประเทศพัฒนาที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลกภายในเวลาเพียง 3 ทศวรรษนับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง/p pแม้ว่ารัฐธรรมนูญสันติภาพที่ประกาศสละสิทธิในการใช้สงครามเป็นเครื่องมือยุติความขัดแย้งระหว่างประเทศของญี่ปุ่นจะถูกเขียนขึ้นในช่วงเวลาที่สหรัฐฯ ยึดครองแต่ประชาชนชาวญี่ปุ่นเองก็แสดงออกอย่างแข็งขันตลอดมาว่าเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางที่พวกเขาเลือกเช่นเดียวกันกับหนุ่มสาวนักศึกษาที่แสดงพลังคัดค้านร่างกฎหมายที่อาจจะนำญี่ปุ่นเข้าสู่สงครามในครั้งนี้/p pstrongญี่ปุ่นเลือกฝากอนาคตของประเทศไว้กับหนุ่มสาวดาวบนดินมากกว่านายพลดาวครอบมงกุฏ อาจจะด้วยเหตุผลที่ว่าเมื่อมองย้อนไปดูประวัติศาสตร์แล้วหนุ่มสาวเช่นดาวดินต่างหากที่เป็นผู้พาประเทศไปสู่อนาคตมิใช่นายพลชราทั้งหลายnbsp;/strong/p pnbsp;/p pnbsp;/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/ptn6qeC6nBg" height="1" width="1" alt=""/

กวีประชาไท: ที่เหยียบอยู่ก็ดาว

Tue, 30/06/2015 - 08:18
!--break--!--break-- p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/377/18659240034_2cc334afc0_z_d.jpg" style="width: 500px; height: 334px;" //p p style="margin-left: 40px;"หยิบกล้องส่องมือป้องตาถามหาแสงnbsp;br /เห็นดาวเรืองบ้างเหลืองเขียวบ้างแดงขาวbr /บ้างน้ำเงินบ้างใกล้ดับบ้างวับวาวnbsp;br /หนทางยาวเอื้อมสุดแขนยังแสนไกล/p p style="margin-left: 40px;"มืดก็ดีดาวจะได้ฉายดวงเด่นnbsp;nbsp;br /ต้อเต็มตาก็ต้องเห็นลำแสงใสbr /จะขังดาวขังแต่ตัวมิใช่ใจnbsp;nbsp;br /จะอยู่นอกหรืออยู่ในก็เป็นดาว/p p style="margin-left: 40px;"เด็ดดอกไม้ไหวสะเทือนดาราจักรnbsp;br /แล้วใยยักษ์จึงเด็ดดวงอย่างโฉดฉาวbr /หรือหวังน้ำผึ้งหยดเดียวนองอาบดาวnbsp;br /ลืมไปหรือว่าใต้เท้าก็ดาวดิน/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/O2M4-E_1y7c" height="1" width="1" alt=""/

ประยุทธ์เยือนเชียงใหม่-ย้ำไทยเป็นรัฐเดี่ยวแบ่งแยกมิได้-ขวานกับด้ามมีอยู่เท่านี้

Tue, 30/06/2015 - 05:56
pอารักขาเข้ม พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นดอยสุเทพ-เดินตลาดนัดศาลากลางเชียงใหม่ พร้อมขอประชาชนต่อไปเลือกรัฐบาลมีธรรมาภิบาล ย้ำไม่สืบทอดอำนาจ ใช้อำนาจสร้างสรรค์ ทุกอย่างเข้าสู่กฎหมาย ใครสู้ไม่ได้ก็ติดคุก ไทยเป็นรัฐเดี่ยว รธน.ไม่ให้แบ่งแยก ขวานกับด้ามมีแค่นี้ แล้วจะแยกกันไปไหน หลายประเทศแยกแล้วอยู่ไม่ได้ ยอมรับว่ารู้ตัวดีคนเชียงใหม่รักใคร ถึงจะเกลียดตนก็ไม่ว่า ขอให้รักประเทศให้มาก/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/500/19282578571_91bcbf41d9_z.jpg" style="width: 560px; height: 373px;" //p pstrongspan style="color:#ff8c00;"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เยี่ยมชมตลาดนัดหน้าศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อ 29 มิ.ย. 2558 (ที่มา: /spana href="http://www.thaigov.go.th/index.php?view=categoryamp;catid=10620amp;page=1amp;catpage=2amp;option=com_joomgalleryamp;Itemid=21"span style="color:#ff8c00;"เว็บไซต์รัฐบาลไทย/span/aspan style="color:#ff8c00;")/span/strong/p pเมื่อเย็นวานนี้ (29 มิ.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. พร้อมคณะรัฐมนตรีเดินทางมายังจังหวัดเชียงใหม่เพื่อร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร เมื่อมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติ จ.เชียงใหม่ ได้เดินทางไปสักการะพระธาตุดอยสุเทพ มีการถวายผ้าห่มพระธาตุ และอธิษฐานต่อพระธาตุดอยสุเทพ/p pnbsp;/p pstrongประเทศไทยแบ่งแยกมิได้ อย่าให้ใครมาชี้นำ - จะเกลียดผม ผมไม่ว่า ขอให้รักประเทศกว่ารักผม/strong/p pโดยหลังการสักการะ พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวกับประชาชนที่มาต้อนรับที่วัดพระธาตุดอยสุเทพว่า "ผมมาทำให้ทุกคน ทำให้ทั้งประเทศ ทำให้ชาวเชียงใหม่ด้วย ก็ต้องเผื่อแผ่แบ่งปันคนอื่น เพราะว่าเชียงใหม่เป็นเมืองใหญ่ เศรษฐกิจก็ดีอยู่แล้ว ก็จะจัดระเบียบให้ ด้านการลงทุน ด้านเศรษฐกิจต่างๆ ให้มันดีหน่อย คนก็จะมาเที่ยวเยอะขึ้น มันจะได้เผื่อแผ่แบ่งปันด้วย"/p p"เราประเทศเดียวแบ่งแยกกันมิได้ 77 จังหวัด ก็นึกถึงกันนะ เลิกทะเลาะเบาะแว้งกันนะ ได้ไหม อย่าให้ใครมาชี้นำ วันนี้เราต้องเดินหน้าประเทศด้วย ทุกคนเป็นผู้กำหนดอนาคตของประเทศ ของตัวเอง ให้ทำสิ่งที่ถูกต้อง ทุกคนจะได้เจริญๆ นะ ถ้าเรามีความสุข คนอื่นมีความทุกข์ เราก็ไม่ได้กุศล ไม่ได้บุญ ถ้าเรามีความสุขแล้ว แบ่งปันเขาบ้าง เราอาจได้ประโยชน์น้อยลง แต่คนอื่นเขาได้ด้วย คือกุศล เราอุตสาห์ขึ้นมาทำบุญทุกวัน ไทยพุทธก็คิดอย่างนั้นนะ อย่าให้ใครยุยงปลุกปั่นนะทุกอย่างเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม รู้ล่ะว่าท่านรักใคร จะเกลียดผม ผมก็ไม่ว่า รักประเทศชาติให้มากกว่ารักผม"/p pnbsp;/p pstrongวันแรกลองเดินตลาดนัดหน้าศูนย์ราชการ ทหาร - ตำรวจอารักขาแน่น/strong/p pต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางมาที่ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเยี่ยมตลาดนัดชุมชนที่ตั้งอยู่ที่ศูนย์ราชการ ซึ่งจุดนี้มีทั้งตลาดธงฟ้า ราคาประหยัด ตลาดสินค้าการเกษตร กิจกรรมศูนย์เรียนรู้ เศรษฐกิจพอเพียง โดยมีรายงานว่า นายนาวิน สินธุสอาด รอง ผวจ. เชียงใหม่และคณะ ลงตรวจอำนวยการพร้อมทั้งส่วนล่วงหน้ากระทรวงมหาดไทยและสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อดูความเรียบร้อยในภาพรวมของตลาดนัด เนื่องจากนายกรัฐมนตรีและคณะ จะใช้เวลาตรวจเยี่ยม ที่จุดนี้ประมาณ 1 ชั่วโมง/p pทั้งนี้มีการวางกำลังรักษาความปลอดภัยโดยรอบ โดยข้อมูลจากnbsp;a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1435588080"มติชนออนไลน์/a ระบุว่า ใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 33 กองทัพภาคที่ 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดนของฝ่ายปกครองจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) เดินตรวจหาสิ่งแปลกปลอมเป็นระยะ/p pnbsp;/p pstrongย้ำอีกครั้งเราเป็นประเทศไทย มีกรุงรัตนโกสินทร์มา 200 กว่าปีแล้ว อย่าให้ถูกทำลายในยุคของเรา/strong/p pโดยที่ศูนย์ราชการ จ.เชียงใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีทุกอย่างพร้อมในตัวของตัวเอง คือธรรมชาติ รอยยิ้ม ความรัก ผมเข้าใจท่านมีความรักต่อกัน คนเหนือด้วยกัน เราไม่ได้เป็นอาณาจักร มีอาณาจักรทิศเหนือ ทิศกลาง ทิศใต้ ทิศตะวันตก วันนี้เราเป็นประเทศไทย มีกรุงรัตนโกสินทร์มา 200 กว่าปีแล้ว เพราะฉะนั้น 200 กว่าปีอย่าให้ต้องถูกทำลาย ลงในสมัยยุคของเรา แล้ววันหน้าลูกหลานท่านอยู่ไม่ได้ แล้วคนไทยที่ยังไม่ได้เกิดมาอีกเมื่อไหร่ ท่านจะใช้ให้หมดเลยหรือ ป่าไม้ ทรัพยากรธรรมชาติ น้ำท่าใช้เกลี้ยงไปเลย ไม่ได้/p pnbsp;/p pstrongขอให้ประชาชนสร้างคุณธรรม-จริยธรรมในสังคม เลือกรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล/strong/p pท่านต้องสร้างคุณธรรม จริยธรรมในสังคมไทยให้ได้ แล้วเลือกตั้งรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลนะ อย่าให้มันเกิดขึ้นมาอีก ผมไม่ได้ว่าใคร ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม อย่าให้ใครมาชักจูง อย่าให้ใครมาโน้มน้าวโดยที่ไม่ฟังเหตุผล มันมีเหตุผลของมันอยู่แล้ว มีหลักฐานอยู่แล้ว ไม่มีความผิดอยู่แล้วถ้าไม่มีอะไร ผมไม่ใช่ศัตรูกับใครมาทั้งสิ้น ผมทำงานมากับทุกรัฐบาล เพราะฉะนั้นขอให้ท่านไว้วางใจข้าราชการซึ่งพยายามขับเคลื่อนให้มาสู่ความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน หลายเรื่องที่รัฐบาลสั่งมาอาจจะไปไม่ถึงท่าน ผมสั่งทุกวัน สั่งเป็นร้อยเป็นพันเรื่องมาแล้ว อาจจะติดขัดบ้าง ก็เดี๋ยวแก้กัน/p pnbsp;/p pstrongจะช่วยคนทุกอาชีพ เผยตั้งงบประมาณขาดดุล เพราะต้องใช้หนี้รัฐบาลเก่า/strong/p pต่อไปนี้เราต้องดูแลคนทุกอาชีพ ทุกรายได้ ทำอย่างไรให้เกษตรกร ซึงเป็นกลุ่มหลักที่รัฐบาลให้ความสำคัญ แต่ต้องให้ด้วยความถูกต้อง สร้างความเข้มแข็ง สร้างสหกรณ์การเกษตรเข้มแข็ง วิสาหกิจเข้มแข็ง สร้างเครือข่ายของตนเองขึ้นมา เพื่อไม่ให้ท่านเป็นเหยื่อ ไม่ใช่เหยื่อ ให้มีอำนาจต่อรองพ่อค้าคนกลางให้ได้ วันนี้ประเทศต้องเดินไป เศรษฐกิจข้ามชาติ เศรษฐกิจขนาดใหญ่ เศรษฐกิจขนาดกลาง ที่จะเชื่อมต่อกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา, ลาว, พม่า และเวียดนาม) รอบบ้านหรืออาเซียน เศรษฐกิจชุมชนท่านต้องแข็งแรงในแต่ละพื้นที่ nbsp;แต่ละตำบล มีตลาดการค้าของตัวเอง จะได้ไม่ต้องไปซื้อของแพง ไม่ต้อง จะให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์เป็นหลัก จะหาสินค้าราคาถูกมาให้ใช้ แต่ต้องไม่มีผลกระทบกับกฎหมายใดๆ ต่างๆ ก็กำลังทำอยู่ คนรวยไม่ต้องซื้อนะ nbsp;พอมีขายให้คนจน คนรวยก็ซื้อด้วย เพราะฉะนั้นดูด้วย ใครใส่ทองเส้นใหญ่ไม่ให้ขาย รู้อยู่แล้วใครรวย ใครจน ถ้าพออยู่ได้คือคนที่อยู่ในฐานภาษี ใครไม่อยู่ในฐานเสียภาษีก็ยังจนทั้งนั้นแหละ รัฐบาลไม่มุ่งหมายจะเก็บภาษีใคร ต้องเข้มแข็งเสียก่อน ถึงจะเก็บภาษี ถ้าเราผลักดันออกนอกวงจรภาษี ประเทศชาติก็อยู่แค่นี้เอง ทุกวันนี้ตั้งงบประมาณไว้ 2,700,000 ล้านบาท เก็บได้ 2,300,000 ล้านบาท ขาดดุลไปแล้ว 400,000 ล้านบาท เพราะมันติดหนี้เก่า ต้องใช้หนี้เดิม เอาล่ะก็ไปหากันมา/p pเราต้องสร้างความเข้มแข็งให้ได้ทุกภาคส่วน ภาคธุรกิจต่างประเทศ ในประเทศ ธุรกิจชุมชน ถ้าท่านไม่ร่วมมือ มันไปไม่ได้ ข้าราชการคนไหนไม่ดีบอกมา วันนี้ต้องไม่มีผลประโยชน์ ทุกคนต้องทำงานร่วมมือกัน เมื่อไหร่เศรษฐกิจดี ประชาชนดี กำนันผู้ใหญ่บ้านดี ข้าราชการดี นักการเมืองดี เมื่อนั้นประเทศเรามหาศาล แล้วเราจะมีรายได้ เงินเดือน ไม่ใช่ ได้ทีละ 2,000-3,000-4,000 ขอทีละ 500 ให้ไปก็ไม่เกิดประโยชน์ เพราะราคาสินค้าขึ้นรออยู่แล้ว ต้องให้เข้มแข็ง ผมใช้เวลาที่ผมอยู่ กำลังทำทุกอย่างให้ไม่ว่าจะเรื่องราคาสินค้าและการเจรจาต่างประเทศ/p pnbsp;/p pstrongย้ำไม่ได้บิดพลิ้วสืบทอดอำนาจ ใช้อำนาจสร้างสรรค์ ทุกอย่างเข้าสู่ระบบกฎหมาย ใครสู้ไม่ได้ก็ติดคุก/strong/p pนายกรัฐมนตรีกล่าวตอนหนึ่งด้วยว่า วันนี้บ้านเราเป็นแหล่งทรัพยากรดีที่สุดในอาเซียน โอกาสท่านมากสุดกว่าทุกประเทศในอาเซียน เป็นศูนย์กลางภูมิภาคเหล่านี้ อย่าทิ้งโอกาสเหล่านี้ด้วยความขัดแย้ง ท่านต้องสร้างเสถียรภาพ ใครชักชวนไปตีกันต้องเลิก ไม่เกิดประโยชน์ เลิกไปได้ ตีกันแล้วได้อะไร ไม่เห็นได้อะไรสักอย่าง ผมถือว่าคนไทยทั้งประเทศอยากให้ผมทำ ผมจะทำให้ในช่วงเวลาที่ผมอยู่ ผมไม่ได้บิดพลิ้วอะไรเลยนะตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวทุกอย่าง ยังไม่ได้สืบทอดอำนาจใช้อำนาจทางอะไร อำนาจทางสร้างสรรค์ ยังไม่ได้ใช้อำนาจเชิงผลประโยชน์สักบาทเลย รังแกใครก็ไม่ได้รังแก ทุกอย่างเข้าสู่ระบบ ใครผิดว่าตามกฎหมาย สู้ได้สู้ไป สู้ไม่ได้ก็ติดคุก ก็แค่นั้นเอง หรือใครคิดว่ามันต้องไม่ติดคุก ต้องอภัยโทษ ให้หมดเลยหรือไง ต้องไปถามคนติดคุกที่เหลือด้วยว่าจะให้อภัยเขาหรือเปล่า ต้องให้ความเป็นธรรม คนทุกคน ให้คืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่ากัน ไม่ว่าจะใครก็แล้วแต่ วันนี้ต้องแก้ปัญหาไม่ให้มีความขัดแย้ง ให้มีเสถียรภาพ ประเทศใดที่มีเสถียรภาพ ประเทศนั้นจะเจริญที่สุดในเวลาอันใกล้นี้/p pnbsp;/p pstrongประเทศไทยมี 77 จังหวัด เป็นรัฐเดี่ยวแบ่งแยกมิได้ รัฐธรรมนูญเขียนไว้แล้ว ใครทำผิดกฎหมาย/strong/p pตอนท้าย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "มีใครจะถามบ้าง มาให้ถามแล้วไม่ถามนะเดี๋ยวเหอะ" นอกจากนี้กล่าวด้วยว่า "ประเทศไทยมี 77 จังหวัด เพราะเป็นประเทศไทย เพราะระบบการปกครองของเราเป็นแบบนั้น ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข เป็นรัฐเดี่ยวแบ่งแยกมิได้ ใครจะมาพูดให้ท่านแบ่งแยก เป็นไปไม่ได้ รัฐธรรมนูญเขียนไว้แล้ว ใครทำสิ ผิดกฎหมาย เพราะฉะนั้นอย่าบอกว่าทำไปแล้วไม่ผิด ผิดทั้งหมด แผ่นดินนี้เป็นแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ มีแค่นี้มีขวาน กับด้ามขวานแค่นี้ แล้วจะแยกกันไปไหน แยกไปแล้วจะสู้เขาได้ไหม วันนี้หลายประเทศแยกไปแล้วอยู่ไม่ได้สักประเทศหนึ่ง ค้าขายใครก็ไม่ได้ เพราะไม่เข้มแข็ง ประเทศแม่ก็ต้องมาอุ้มชูดูแล ก็เลยลากกันพังไปทั้งคู่ ทำไมเราต้องไปแบ่งอย่างนั้น การปกครองก็เป็นแบบนี้ การปกครองพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานมาแล้วระบอบประชาธิปไตยอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ มีอำนาจบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ ประชาชนมีส่วนร่วมเลือก ส.ส. เลือกผู้แทน เมื่อทำประชามติก็มาทำกับเขา เสนอการแก้ไขปัญหากับ ส.ส. ที่ท่านเลือกไป ให้เข้าช่องทางรัฐสภา อำนาจสามอำนาจไม่มีใครแยกไปจากท่านได้ เว้นคนบางคนแย่งไปจากท่าน ถ้าท่านไม่เข้มแข็งจะถูกแบ่งพรรคพวก แล้วคนได้ก็คือคนที่ได้ คนที่ไม่ได้คือไม่ได้แล้วทะเลาะกันเหมือนเดิม ท่านต้องเข้มแข็งนะครับ เลือกคนที่ดี มีธรรมาภิบาล หลายคนผมก็ทำให้ชัดเจนขึ้นเท่านั้นเอง ใครล่ะมีรายชื่อก็สู้กันมา บ้านนี้ต้องอยู่ด้วยกฎหมาย ความเท่าเทียมจะมีได้ด้วยกฎหมาย ทำให้ทุกคนได้รับความเป็นธรรมด้านกฎหมาย ด้านอาชีพ ด้านรายได้ ตามขีดความสามารถที่เขามีอยู่ คือการเท่าเทียมด้วยกฎหมาย เพราะถ้าไม่มีกฎหมายก็มือใครยาวสาวได้สาวเอา ต้องเข้าใจเรื่องกฎหมายให้ถูก ไม่ได้เอากฎหมายไว้ให้ข้าราชการข่มขู่ท่าน"/p pทั้งนี้หลังจากภารกิจที่ศูนย์ราชการ จ.เชียงใหม่ นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปร่วมงานเลี้ยงรับรองอาหารค่ำที่โรงแรมกรีนเลค รีสอร์ท หรือ สถานพักฟื้นและพักผ่อนกองทัพบก ถ.ริมคลองชลประทาน ซึ่งเป็นสถานที่พักของคณะรัฐมนตรี/p divnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/L0y8wUJ6CFE" height="1" width="1" alt=""/

ธนาวิ โชติประดิษฐ: อาเศียรวาทสดุดี จิตวิญญาณของศิลปะในรัชกาลที่ 9

Tue, 30/06/2015 - 02:12
pรายงานเสวนาวิชาการ 70nbsp; ปี สุชาติ สวัสดิ์ศรี เมื่อศิลปะเป็นมีบทบาทเป็นฝ่ายกระทำ กับความเปลี่ยนแปลงเรื่องศิลปะของพระมหากษัตริย์ในพื้นที่สาธารณะ/p !--break--!--break-- pเมื่อวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่สวนเงินมีมา มูลนิธิเสฐียรโกเศศ นาคะประทีป จัดงานเสวนา ในหัวข้อ อาเศียรวาทสดุดี จิตวิญญาณของศิลปะในรัชกาลที่ 9nbsp; โดย ธนาวิ โชติประดิษฐ เนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปี สุชาติ สวัสดิ์ศรี ทั้งนี้ภายในงานหนาแน่นไปด้วยเพื่อนพ้องทั้งในแวดวงนักเขียน กวี และนักวิชาการ/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/562/19276765591_2495191166.jpg" style="width: 500px; height: 452px;" //p p style="text-align: center;"nbsp;/p pstrongธนาวิ โชติประดิษฐ: อาเศียรวาทสดุดี จิตวิญญาณของศิลปะในรัชกาลที่ 9/strong/p pในช่วงต้น ธนาวิ ได้ให้คำจำกัดความของคำว่า อาเศียรวาทสดุดี ว่าคือการบูชาถวายพระพร ในส่วนศิลปะอาเศียรวาทสดุดีนั้นหมายถึงศิลปะที่ทำหน้าที่โฆษณา ชวนเชื่อ สรรเสริญ และต้องมีหน้าที่ชอบธรรมกับผู้ปกครองช่วยเสริมอำนาจและบารมี และรักษาภาพที่เป็นอยู่/p pธนาวิ กล่าวว่าการบูชาถวายพระพร การให้เกรียติ การถวายพระเกียรติกลายมาเป็นปรากฏการทางศิลปะอย่างหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 9 และเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่มากเมื่อเทียบกับวรรณกรรมจริงๆแล้วศิลปะไม่ใช่เครื่องสะท้อนสังคม แต่ศิลปะยังมีบทบาทมากกกว่านั้น คือเป็น กลไก (mechanism) เป็นบทบาทบางอย่างของสังคม มีบทบาทเป็นฝ่ายกระทำ (active)ให้สิ่งที่อยู่ในนั้นแสดงออกไปทางสังคมด้วย คือทำปฏิกิริยากับตัวบุคคลที่เข้าไปดู/p pธนาวิ กล่าวต่อไป ในเชิงประวัติศาสตร์นั้น ทัศนศิลป์ หรืองานศิลปะในเชิงอาเศียรวาท ไม่ได้เป็นของเก่าที่มีมาแต่โบราณ แต่เป็นปรากฏการณ์สมัยใหม่ nbsp;ทั้งนี้สิ่งที่มีมาแต่โบราณจริงๆนั้นคืองานอาเศียรวาทที่อยู่ในวรรณกรรมซึ่งสุจิตต์ วงศ์เทศ ได้เคยอธิบายไว้ว่าnbsp; วรรณกรรมเทิดพระเกียรติเป็นสิ่งที่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยากล่าวคือการแต่งวรรณกรรมประเภทนี้เป็นพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธ์อย่างหนึ่งของราชสำนัก nbsp;เป็นการบูชากษัตริย์เปรียบดังมหาเทพที่อวตาลลงมาปกครองอาณาจักรเนื่องจากความเชื่อที่ว่ากษัตริย์คือสมมุติเทพ/p pธนาวิ ตั้งข้อสังเกตไปว่า ทัศนศิลป์ที่เป็นเชิงอาเศียรวาท กลับไม่ปรากฏในสยาม จนกระทั้งมีการติดต่อกับตะวันตกในศตวรรษที่ 20 เพราะว่าในสมัยโบราณมีความเชื่อที่ว่าการทำภาพเหมือนของคนที่มีชีวิตอยู่เป็นเรื่องต้องห้าม เพราะถ้ามีภาพเหมือนหรือรูปเหมือนของคนที่มีชีวิตอยู่จะทำให้อายุสั้น จนกระทั้งในสมัยรัชกาลที่ 4 ในยุคเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ จึงได้เปลี่ยนแปลงความคิดตรงนี้ไปnbsp; เพราะฉะนั้นรัชกาลที่ 4 เป็นกษัตริย์สยามพระองค์แรกที่ มีการถ่ายภาพ และยอมให้ช่างฝรั่งสร้างประติมากรรมเป็นรูปปั่นเล็ก รูปเหมือนของพระองค์เอง และยอมให้ช่างไทยในพระชาสำนักเขียนภาพของพระองค์ด้วย ซึ่งตรงนี้ได้กลายมาเป็นจุดเปลี่ยน ทำให้กระบวนทัศน์ของภาพเหมือนเปลี่ยนไปnbsp; สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าชนชั้นนำเป็นคนเปลี่ยนแปลงกระบวนการคิดและวัฒนธรรม/p pธนาวิ กล่าวต่อไปว่า นอกจากเหตุผลด้านความเชื่อที่ว่าการถ่ายภาพจะเป็นลางร้ายข้างต้นแล้วnbsp; เนื่องจากว่าพระมหากษัตริย์เป็นบุคคลที่อยู่ในลำดับชั้นสูงสุด เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ น้อยคนนักที่จะมีโอกาสได้เห็น นอกเสียจากจะเป็นเชื้อพระวงศ์ ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ ถึงจะสามารถมองเห็นได้ ราษฎร พสกนิกรไม่สมารถที่จะมองหน้าพระมหากษัตริย์ได้ ถ้าเมื่อไรพระมหากษัตริย์เสด็จผ่านเหล่าพสกนิกรจะต้องก้มหน้าลงไป สิ่งนี้ตอกย้ำว่าอำนาจของกษัตริย์เป็นสิ่งที่อยู่ห่างไกลเกินไป ไม่สามารถจับต้องได้แต่ในปัจจุบันความสัมพันธ์ระหว่างกษัตริย์กับพสกนิกรเปลี่ยนไป คือ จากไม่มีภาพ เป็นมีภาพ จะเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่ท่านมีการว่าจ้างช่างในยุโรปมาเขียนภาพบุคคลเหมือนจริง (portrait) nbsp;หรือท่านเสด็จไปให้จิตกรเขียนภาพเองที่ยุโรป แล้วก็เอาภาพถ่ายของเจ้านายพระองค์อื่นไปด้วย เพื่อให้ช่างในยุโรปเขียนภาพขึ้นมาแล้วเอามาตกแต่งพระราชวัง แต่ในส่วนนี้จะเป็นเรื่องส่วนพระองค์ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปเมื่องานศิลปะที่แสดงแสนยานุภาพ มาอยู่ในพื้นที่สาธารณะกรณีพระบรมรูปทรงม้า เป็นอนุสาวรีย์ในพื้นที่สาธารณะของไทยแห่งแรก คือเป็นรูปของรัชกาลที่ 5 อยู่บนหลังม้าnbsp; เป็นงานที่สร้างขึ้นมาเพื่อจะเทิดพระเกียรติคนที่เป็นแบบnbsp; ซึ่งแสดงให้เห็นว่าจากพระมหากษัตริย์ที่อยู่ไกล จับต้องไม่ได้ มองเห็นไม่ได้ เกินกว่าคนธรรมดาจะมองเห็น แต่กลายมาเป็นมาอยู่ในพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนมองเห็นได้ว่า นี้คือเจ้าของประเทศ นี้คือเจ้าของชีวิต/p pธนาวิ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2430 มีการพิมพ์หนังสือที่เหล่าบรรดาราษฎรสามารถเอาสิ่งนี้กลับบ้านได้ จะเห็นว่าเทคโนโลยีสมัยใหม่ การพิมพ์ภาพถ่ายได้เข้ามามีอิทธิพลอย่างมากในการเผยแพร่พระราชอำนาจออกไป/p p“จากสิ่งที่เตะต้องไม่ได้ กลายมาเป็นสามารถครอบครองได้จากภาพถ่าย สิ่งนี้ไม่ได้ทำให้พระราชอำนาจลดลง แต่การที่แพร่ขยายออกไปมากขึ้น กลายเป็นวิธีการขยายอำนาจในอีกรูปแบบหนึ่งสื่อ Mass หรือการพิมพ์ซ้ำอะไรหลายๆไม่ได้ทำให้อำนาจของสิ่งนั้นลดลง แต่กลับเปลี่ยนแปลงวิธีการและวิธีการแพร่ขยายต่างหาก”ธนาวิ กล่าว/p pธนาวิกล่าวว่าการถูกมองเห็นกลายมาเป็นกลไกที่สำคัญของการสสถาปนาทั้งอำนาจของผู้ปกครองเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างความชอบธรรม รวมทั้งเป็นการทำให้ความชอบธรรมนั้นดำรงอยู่nbsp; อีกอย่างหนึ่งเราจะเห็นว่ามันจะมีกฎเกณฑ์บางอย่างของภาพอยู่ ไม่ใช่ว่าใครจะไปถ่ายรูปแล้วในขบวนเสด็จแล้วนำมาเผยแพร่ได้ แต่จะมีหน่วยงานที่ทำการคัดเลือกภาพเหล่านี้อยู่ หมายความว่าภาพลักษณ์ก็เป็นสิ่งที่ถูกคัดกรองมา คือไม่ใช่ว่ารูปอะไรก็ได้ที่ถูกนำมาเผยแพร่ มีการคิดมาแล้ว เลือกมาแล้วว่ารูปอะไรจะถูกเผยแพร่/p pวิธีการที่ต้องปฏิบัติต่อภาพ มีทั้งในแง่ของกฎหมายและกฎทางวัฒนธรรม ในแง่ของวัฒนธรรมที่ผูกกับความเชื่อว่า อย่างเช่นที่ว่าการที่ไม่สามารถเหยียบลงบนเงินที่มีรูปของในหลวงได้ แม้จะไม่ใช่ตัวจริงแต่จะไปเหยียบไม่ได้ เพราะบางคนอาจจะมองว่าไม่ดี เป็นบาป/p pstrongศิลปะ กับอุดมการณ์ชาตินิยมที่มีศูนย์กลางอยู่ที่สถาบันกษัตริย์/strong/p pธนาวิ ตั้งข้อสังเกตว่า ในกรณีของรัชกาลที่ 9 นั้นงานศิลปะแบบอาเศียรวาทสดุดีเริ่มต้นเมื่อทศวรรษที่ 2520 เป็นทศวรรษแห่งการดำรงตำแหน่งของ พลเอก เปรม ติณสูณสูลานนท์ จากการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นเวลานาน และเป็นทั้งองคมนตรีด้วยจึงเป็นทศวรรษที่มีการสร้างและเผยแพร่อุดมการณ์กษัตริย์นิยม หรือพูดอีกอย่างหนึ่งว่าอุดมการณ์ชาตินิยมที่มีศูนย์กลางอยู่ที่สถาบันกษัตริย์ ในส่วนของศิลปะนั้น ในปี 2525 เป็นช่วงที่มีการสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ200 ปี ฉลองทั้งการตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ และการตั้งราชวงศ์จักรี จึงมีคณะอนุกรรมการด้านพระมากษัตริย์ ได้จัดโครงการสร้างสรรค์ภาพจิตกรรมเฉลิมพระเกียติของพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักกรี เป็นงานแรกที่มีการเชิญศิลปินชื่อดังจำนวนมากให้มาทำภาพเฉลิมพระเกียติ จำนวนทั้งหมด 110 ซึ่ง 80 ภาพ จาก 110 ภาพนั้นต่อมาก็มีการพิมพ์แจกด้วย/p p“มันมี step ของมันอยู่ว่าเมื่อคุณมีงานจิตกรรม ต่อมา คุณต้องนำงานจิตกรรมนั้นเพื่อให้มันเผยแพร่ออกไป และทำให้งานนั้นคงอยู่ชั่วกาลนาน”ธนาวิกล่าว/p pธนาวิกล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้แล้วในปีเดียวกัน มีธนาคารกสิกรไทยได้จัดงานประกวด พู่กันทองฉลองกรุงรัตนโกสิทร์ 200 ปี เน้นในการเฉลิมพระเกียติพระมหากษัตริย์นอกจากนี้ยังมีการจัดนิเวศศิลป์ (Land Art) เทิดพระเกียรติ ภายใต้โครงการนิทานแผ่นดิน 9 ชิ้น เป็นโครงการจัดโดย พงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เป็นการเชิญศิลปินที่มีชื่อสียง 9คน ให้มาสร้าง Land Art 9 ชิ้น เพื่อให้เกิดศิลปะเฉลิมพระเกียรติnbsp;/p p“เดิมที นิเวศศิลป์ หรือLand Art เริ่มต้นในอเมริกาในทศวรรษที่ 1960 เดิมเป็นการเคลื่อนไหวของศิลปะที่เกิดขึ้นมาเพื่อต่อต้านการเป็นพาณิชย์หรือการค้างานศิลปะซึ่งไปค้านกับการทำงานศิลปะที่เป็นวัตถุที่สามารถซื้อขายได้ แต่ Land Artในไทยไม่ได้สื่อความหมายในลักษณะดังกล่าว แต่เป็นว่า Land Art ในไทยกลายเป็นเป็นการสนับสนุนสถาบันในไทยคือสถาบันพระมหากษัตริย์” ธนาวิกล่าว/p pทั้งนี้ นิเวศศิลป์ทั้ง 9ชิ้น 9 ศิลปิน nbsp;9 จังหวัดประกอบไปด้วย/p p1.ดินน้ำลมตะวันพลังงานจากผักหญ้า หมินเวียนเปลียนกลับมารักษาโลกเรา โดย โดย นภดล วิรุฬห์ชาตะพันธ์ ณ แปลงเกษตรสาธิต ไบโอดีเซลบางจาก จ. นครนายก/p p2.ทรัพย์ในดินงอกงาม สินในน้ำล่ำค่า อนุบาลเผ่าพันธุ์ปลารักษาป่าชายเลนnbsp; โดย ไพโรจน์ วังบอน บ้านเบร็ด ในจ. ตราด/p p3. ดินก่อกำเนิดปวงชีวิต น้ำหล่อเลี้ยงลิขิตสรรพสิ่งสองปัจจัยล่ำค่าที่แท้จริง คือรากฐานสำคัญยิ่ง ธ ทรงวางโดย ธงชัย ศรีสุขประเสริฐ อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่/p p4.น้ำสาด ปลาสุขสันต์ กังหันชัยพัฒนา แหล่งน้ำล้วนล่ำต่า คือ มรรคราแห่งชีวิต โดย อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ เกาะยอ จ. สงขลา/p p5.ฝนหลวงห่วงใยไพร่ฟ้า ร่มเย็นทั่วหล้า ผาสุกทั่วแผ่นดิน โดย กมล ทัศนาญชลี สนามกีฬากรมทหารราบที่ 11 กรุงเทพมหานคร/p p6. พระเมตตาหยังรากลึกหนักหนา พระกรุณาธิคุณแผ่ไพศาล ดุจร่มใบให้ร่มเย็นยั่งยืยนาน พระบรมโพธิสมภารปกแผ่นดิน โดย ทวี รัชนีกร โรงแรมพันตา จ. ภูเก็ต/p p7.ข้าวเขียวชอุ่มเต็มนา ฝนฟ้าน้ำท่าสมบูรณ์ผลผลิตค้ำจุลปวงประชา โดย ปัญญา วิจินธนสาร ณ นาข้าวตำบลเมืองเก่า จ. สุโขทัย/p p8. ทำการใดไม่ท้อถอย ตามรอยพระยุคลบาท พระมหาชนกนาถ มหาราชแห่งความเพียร โดย สุริยานามวงศ์ ณ ไร่เชิญตะวันวัดป่าวิมุตตยาสัย จ. เชียงราย/p p9.ธรรมชาติรังสรรค์สมดุล ผู้คนดินฟ้าเกื้อกูล พูลสุขอย่างพอเพียง โดย ลาครินทร์ เครืออ่อน ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น/p pธนาวิกล่าวสรุปว่า งานศิลปะแบบอาเศียรวาทเป็นงานอีกชนิดหนึ่งที่ช่วยเน้นย้ำความมีชีวิตดีของคนไทย ภายใต้การปกครองของพระมหากษัตริย์ ซึ่งทุกอย่างวนเวียนอยู่ตลอดเวลาและสรุปได้ด้วยพระบรมราโชวาทที่ว่า “ เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”nbsp; ซึ่งคำกล่าวนี้ไม่ได้เป็นเพียงคำกล่าวเชิงสัญลักษณ์แต่เป็นจริงในสำนึกของประชาชน โดยความสามารถของเหล่าบรรดาสื่อทั้งหลาย ถึงงานศิลปะจะไม่เป็นสื่อกระแสหลัก แต่ก็ไม่ได้เป็นข้อยกเว้นในกระบวนการนี้ และจะเห็นว่าไม่ใช่เพียงภาครัฐอย่างเดียว แต่เป็นภาคเอกชนด้วย อย่างเช่น รางวัลพู่กันทอง ที่ได้ยกตัวอย่างมาข้างต้น เพราะฉะนั้นทุกภาคส่วนต่างพร้อมใจกันทำงานอาเศียรวาทนี้/p p“งานโฆษณาชวนเชื่อทำงานได้ดีที่สุดเมื่อมันตอกย้ำความเชื่อความคิดที่มีอยู่แล้วในสังคม ไม่ใช่การสร้างสิ่งใหม่ว่า มันทำงานได้อย่างเต็มที่เมื่อมันมีเชื้ออะไรบางอย่างของสังคม และเป็นกลไกที่ทำให้เรา เป็นเราอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้”ธนาวิกล่าว/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/q8sk9xwq4FU" height="1" width="1" alt=""/

ยิง 'สมยศ สุธางค์กูร' ปิดตำนานพระราม 9 พลาซ่า

Tue, 30/06/2015 - 00:48
pสมยศ สุธางค์กูร ถูกยิงเสียชีวิตที่ลานจอดรถร้านอาหารย่านสวนหลวง ปิดตำนาน "พระราม 9 พลาซ่า ตลกดังทั่วฟ้าเมืองไทย" ถัดจาก 'บุญเลี้ยง อดุลย์ฤทธิ์กุล' ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตในเดือนเดียวกันเมื่อ 16 ปีที่แล้ว/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/380/18650831953_0e11ff1843_z.jpg" style="width: 560px; height: 315px;" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"strongแฟ้มภาพสมยศ สุธางค์กูร ในโฆษณา "พระราม 9 พลาซ่า"/strong/span/p p29 มิ.ย. 2558 - a href="http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1435591235"หนังสือพิมพ์ข่าวสด/a รายงานว่า เมื่อเวลา 21.00 น. พ.ต.ท.กู้เกียรติ จันทร์พุ่ม พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษสน.คลองตัน ได้รับแจ้งเหตุยิงกันตายในลานจอดรถร้านเฮงหูฉลาม เขตสวนหลวง กทม. ที่เกิดเหตุพบศพนายสมยศ สุธางค์กูร อายุ 62 ปี อดีตผู้บริหารพระราม 9 พลาซ่า สภาพนอนหงายแน่นิ่ง ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่บริเวณกลางศีรษะ 1 นัด และหัวไหล่ข้างซ้าย 1 นัด พบรถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ รุ่นอี 200 สีดำ หมายเลขทะเบียน ฌร 3636 กรุงเทพมหานคร จอดติดเครื่องยนต์อยู่ โดยด้านท้ายฝั่งซ้ายมีร่องรอยถูกเฉี่ยวชนจนบุบ เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน/p pในเดือนเดียวกันนี้ เมื่อ 16 ปีที่แล้ว คือเมื่อวันที่ 21 มิถุนายนปี 2541 นายบุญเลี้ยง อดุลยฤทธิ์กุล ผู้บริหารวิลลาคาเฟ่ คู่แข่งของพระราม 9 พลาซ่าในสมัยนั้น ถูกยิงเสียชีวิตภายในคอนโดนำโชค ซอยรามคำแหง 74 โดยnbsp;a href="https://www.facebook.com/permalink.php?id=454110014656728amp;story_fbid=680636668670727"ศูนย์ข้อมูลมติชน/a ระบุว่า ในเวลานั้นตำรวจเพ่งเล็งประเด็นสังหารว่ามาจากความขัดแย้งเรื่องกิจการคาเฟ่ เพราะในเวลานั้นกำลังมีข้อพิพาทกับคู่แข่งอย่างรุ่นแรงในการแย่งตัว "ไชยา มิตรชัย" พระเอกลิเก - นักร้องคนดัง อย่างไรก็ตาม มือปืนคือขจรศักดิ์ กลิ่นเฟื่อง ซึ่งจับได้ในภายหลัง สารภาพว่าเป็นการฆ่าชิงทรัพย์/p pในรายงานของa href="http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1253263695"ประชาชาติธุรกิจ/a หัวข้อ เบื้องหลังเสียงหัวเราะ "ตลกคาเฟ่" พระราม 9 พลาซ่า พื้นที่พิเศษ แหวกขนบ ตลก-ลูกค้าร่วมกันแสดง" เผยแพร่เมื่อ 19 กันยายน 2552 เรียบเรียงจาก งานวิจัยของ อาจินต์ ทองอยู่คง ให้ข้อมูลว่า นายสมยศ สุธางค์กูร ถือเป็นผู้กว้างขวางในแวดวงสถานบันเทิง และเป็นเจ้าของและผู้บริหารงาน พระราม 9 พลาซ่า โดยเคยเป็นคู่กรณีของ 'เฮียเลี้ยง' หรือ นายบุญเลี้ยง อดุลย์ฤทธิกุล อดีตเจ้าของวิลล่าคาเฟ่ สถานบันเทิงในย่านเดียวกัน โดยนายบุญเลี้ยงได้ถูกคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์ ไปเมื่อปี 2541 จนทำให้วิลลาคาเฟ่ต้องปิดกิจการลง เหลือเพียงพระราม 9 พลาซ่า ของนายสมยศเท่านั้น/p pต่อมาในปี 2541 บุญเลี้ยง ถูกยิงเสียชีวิต หลังจากนั้น วิลล่าคาเฟ่ ก็ปิดกิจการ ทำให้เวทีและพื้นที่ ของบรรดาตลกเหลือเพียงพระราม 9 พลาซ่าของสมยศ สุธางค์กูร/p pโดย พระราม 9 พลาซ่านั้น เคยเป็นช่องทางที่มีอำนาจต่อพวกคณะตลกเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นคาเฟ่ชื่อดังที่สุดท้าย ที่ยังคงเหลืออยู่ ขณะที่เคยมีประกาศิตจาก สมยศ ห้ามตลกตระกูลเชิญยิ้มขึ้นเวทีเรียกเสียงหัวเราะบนเวทีพระราม 9 พลาซ่าเด็ดขาด หรือตลกคณะใดที่ต้องการขึ้นเวทีก็ห้ามมีนามสกุลเชิญยิ้มต่อท้าย ขณะเดียวกัน ตลกคณะ "เชิญยิ้ม" ก็บอยคอตไม่ไปแสดงที่พระราม 9 พลาซ่า/p pข้อมูลของประชาชาติธุรกิจ ระบุด้วยว่า ในปี 2552 สมยศ อยู่ใน ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อันดับที่ 33 ต่อจาก นายสรรเสริญ สมะลาภา อันดับ 32 และสมยศยังเป็นนายกผู้ประกอบการสถานบันเทิงแห่งประเทศไทย/p pสำหรับข้อมูลธุรกิจ ของสมยศ บริษัท พระราม 9 พลาซ่า จำกัด จดทะเบียน 5 ตุลาคม 2538 ประกอบกิจการภัตตาคาร บาร์ ไนท์คลับ ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาทจนถึงปัจจุบัน ผลประกอบการในช่วงหลัง ขาดทุนต่อเนื่องปีละ 2 ล้านกว่าบาท เรื่อยมา/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/HrGO-vMQzkQ" height="1" width="1" alt=""/

อมธ. วอนปล่อยตัวนักศึกษา ‘ประชาธิปไตยใหม่’ โอนคดีไปศาลพลเรือน

Tue, 30/06/2015 - 00:44
!--break--!--break-- pเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา เวลา 23.29 น. เฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘a href="https://www.facebook.com/thammasatsu/posts/854653537904784"องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์/a’ หรือ อมธ.’ nbsp;เผยแพร่แถลงการณ์องค์การฯ เรื่อง การจับกุมตัวกลุ่มนักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่/p pโดยระบุว่า สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ที่กลุ่มนักศึกษาแนวร่วมประชาธิปไตยใหม่ ถูกจับเนื่องจากการแสดงออกทางการเมืองในวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ.2558 โดยได้ถูกตั้งข้อหา 2 ข้อหาคือ/p p(1) ขัดคำสั่งที่ 3/2558 ข้อ 12 ที่คสช.ออกตามมาตรา 44 เรื่องห้ามมั่วสุมทางการเมือง/p p(2) ผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 เรื่องการยั่วยุปลุกระดมประชาชน/p pโดยกลุ่มนักศึกษาได้ถูกนำตัวไปยังศาลทหารกรุงเทพ และเจ้าหน้าที่ได้มีการขอคำสั่งศาลฝากขังในคืนวันเดือนกันนั้น องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในฐานะองค์กรที่มีหน้าที่ในการปกป้องสิทธิของนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์โดยตรง มีความเห็นต่อกรณีดังกล่าว ดังต่อไปนี้/p p1. กระบวนการปรองดองและการปฏิรูปประเทศ เป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความคิดเห็นและการมีส่วนรวมจากประชาชนทุกภาคส่วน ดังนั้น การที่ห้ามปรามการแสดงออกทางการเมืองของประชาชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง จึงไม่ใช่หนทางที่จะนำประเทศไปสู่กระบวนการใดๆ ได้เฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่บรรยากาศในบ้านเมืองต้องการความคิดเห็นของทุกฝ่ายในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น การห้ามปรามการแสดงความคิดเห็นจึงเป็นส่วนสำคัญในการปฏิรูปประเทศนั้น เป็นสิ่งที่ไม่สมควรยิ่ง/p p2. โดยหลักการแล้วศาลทหาร มีอำนาจในการพิจารณาพิพากษาเฉพาะคดีความที่เกี่ยวข้องกับความผิดของทหาร ยกตัวอย่างเช่น ความผิดทางด้านวินัย หรือการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งในการขึ้นศาลทหารนั้นจำเลยที่เป็นพลเรือนจะไม่มีสิทธิแต่งตั้งทนาย หรือฟ้องคดีเองได้ที่ศาลทหาร ต้องมอบคดีให้แก่อัยการทหารเป็นโจทก์รวมถึงในส่วนของการพิจารณาคดีความ ก็ยังอยู่ในขั้นตอนที่เป็นการตัดสินของทหารอีกด้วย ซึ่งนักศึกษาที่ถูกจับไม่ได้มีสถานะเป็นทหารประจำการ กระบวนการนี้จึงอาจก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่จำเลยซึ่งเป็นพลเมืองได้ อีกทั้งบ้านเมืองก็ไม่ได้อยู่ในช่วงสงคราม จึงไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะใช้ศาลทหารในการพิจารณาคดีของนักศึกษา ซึ่งเป็นเรื่องของการแสดงออกทางการเมืองเพียงเท่านั้น/p pด้วยเหตุผลดังกล่าว องค์การนักศึกษาจึงขอเรียกร้องให้ท่าน ปล่อยตัวนักศึกษาที่ถูกจับกุมในข้างต้นและยกเลิกการใช้ศาลทหารในคดีของพลเรือน ทั้งนี้เสียงสะท้อนทั้งหมดที่กล่าวไป เป็นความเห็นของนักศึกษาที่มีความหวังดีต่อประเทศไทย รวมถึงความยุติธรรมที่คาดหวังว่าจะเกิดขึ้นในสังคม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อเสนอขององค์การนักศึกษานั้น จะได้รับการรับฟัง และพิจารณา พวกเราฝันเห็นสังคมที่สามารถเปลี่ยนความขัดแย้งให้เป็นพลังในการขับเคลื่อนสังคมผ่านกลไกประชาธิปไตย เพราะความสงบสุขที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้จากการสร้างกลไกที่ยั่งยืน มิใช่เกิดจากการเก็บกดปิดกั้นชั่วครั้งชั่วคราวดังที่ปรากฏอยู่ในขณะนี้/p p style="text-align: center;" div id="fb-root"/div script(function(d, s, id) { var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0]; if (d.getElementById(id)) return; js = d.createElement(s); js.id = id; js.src = "//connect.facebook.net/th_TH/sdk.js#xfbml=1version=v2.3"; fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);}(document, 'script', 'facebook-jssdk'));/scriptdiv class="fb-post" data-href="https://www.facebook.com/thammasatsu/posts/854653537904784" data-width="500" div class="fb-xfbml-parse-ignore" blockquote cite="https://www.facebook.com/thammasatsu/posts/854653537904784" p#xe41;#xe16;#xe25;#xe07;#xe01;#xe32;#xe23;#xe13;#xe4c;#xe2d;#xe07;#xe04;#xe4c;#xe01;#xe32;#xe23;#xe19;#xe31;#xe01;#xe28;#xe36;#xe01;#xe29;#xe32; #xe40;#xe23;#xe37;#xe48;#xe2d;#xe07; #xe01;#xe32;#xe23;#xe08;#xe31;#xe1a;#xe01;#xe38;#xe21;#xe15;#xe31;#xe27;#xe01;#xe25;#xe38;#xe48;#xe21;#xe19;#xe31;#xe01;#xe28;#xe36;#xe01;#xe29;#xe32;#xe02;#xe1a;#xe27;#xe19;#xe01;#xe32;#xe23;#xe1b;#xe23;#xe30;#xe0a;#xe32;#xe18;#xe34;#xe1b;#xe44;#xe15;#xe22;#xe43;#xe2b;#xe21;#xe48;/p pPosted by a href="https://www.facebook.com/thammasatsu"องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์/a onnbsp;a href="https://www.facebook.com/thammasatsu/posts/854653537904784"28 มิถุนายน 2015/a/p/blockquote /div /div /p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/-qEqh2pTlHc" height="1" width="1" alt=""/

อนุสรณ์ ธรรมใจ : ไทยต้องเตรียมรับมือความผันผวนจากตลาดการเงินโลก หลังกรีซเสี่ยงถอนตัวจากยูโรโซน

Tue, 30/06/2015 - 00:25
p!--break--!--break--/p pทางการไทยและตลาดการเงินต้องเตรียมตัวรับมือและติดตามอย่างใกล้ชิดกรณีกรีซผิดนัดชำระหนี้ โดยเฉพาะความผันผวนจากตลาดการเงินโลกความเสี่ยงที่กรีซจะถอนตัวจากยูโรโซนมีมากขึ้น แต่ยังไม่น่าจะเกิดขึ้นตอนนี้ การถอนตัวออกจากยูโรโซนไม่เป็นผลดีต่อกรีซในระยะสั้นถึงปานกลางเนื่องจากระดับหนี้สาธารณะต่อจีดีพีสูงมาก อัตราการว่างงานสูง ประชามติของประชาชนกรีซน่าจะยังต้องการอยู่ในยูโรโซนต่อไป กรีซได้ประกาศมาตรการควบคุมเงินทุนเพื่อไม่ให้ลุกลามสู่การล่มสลายของระบบสถาบันการเงิน/p pจากสถานการณ์ดังกล่าว ธนาคารแห่งประเทศไทยควรมีการประชุมคณะกรรมการธนาคารและคณะกรรมการนโยบายการเงินพิเศษ และพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมาต่ำกว่า 1% เนื่องจากปัญหาการชะลอตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศและความเสี่ยงของปัจจัยภายนอกเพิ่มขึ้น แม้ผลกระทบในเบื้องต้นต่อเศรษฐกิจไทยโดยรวมไม่มาก เนื่องจากปัจจุบันไทยมีหนี้สินต่างประเทศน้อย ทุนสำรองระหว่างประเทศและยอดเกินดุลบัญชีเงินสะพัดในระดับสูง แต่อาจเกิดความเสี่ยงจากความผันผวนของการเคลื่อนย้ายเงินทุนระยะสั้นได้nbsp;/p pผลกระทบจากภัยแล้งต่อเศรษฐกิจภาคเกษตรกรรมน่าจะรุนแรง ขณะที่ภัยแล้งทำให้ผลผลิตลดลงแต่ราคาข้าวยังคงต่ำกว่า 8 พันบาทต่อตัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องไปตรวจสอบดูว่า กลไกตลาดข้าวทำงานปรกติดีหรือไม่ และเสนอให้นำมาตรการรับจำนำข้าวกลับมาใช้ระยะหนึ่งเพื่อพยุงราคา ไม่ให้เกษตรกรเดือดร้อนมากไปกว่านี้/p pนโยบายแทรกแซงราคาสินค้าเกษตรโดยเฉพาะข้าวนั้น เป็นมาตรการที่รัฐบาลใช้มาอย่างยาวนานหลายรัฐบาล หลังจากมาตรการกีดกันการส่งออกและเก็บค่าพรีเมียมข้าวได้ถูกยกเลิกไปตั้งแต่ปี พ.ศ.2529 โดยนโยบายแทรกแซงราคาสินค้าเกษตรนี้มุ่งแก้ไขและบรรเทาปัญหาผลกระทบจากความผันผวนของราคาสินค้าเกษตรต่อเกษตรกร ภาคเกษตรกรรม และระบบเศรษฐกิจโดยรวม/p pในช่วงห้า-หกทศวรรษที่ผ่านมา ภาคเกษตรกรรมของไทยได้มีพัฒนาการไปจากเดิมมาก โดยในช่วงปี พ.ศ.2500 ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพีเกือบร้อยละ 40 มาจากภาคเกษตรกรรม มีประชากรอยู่ 27 ล้านคน ในจำนวนนี้อยู่ในภาคเกษตรกรรมร้อยละ 80 ขณะที่ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์มวลรวมจากภาคเกษตรกรรมอยู่ที่ 1 ล้านล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ 11 ของจีดีพี โดยมีคนไทยหนึ่งในสามอยู่ในภาคเกษตรกรรม ตั้งแต่ทศวรรษ 2530 เป็นต้นมา แรงงานภาคเกษตรกรรมในชนบทหลั่งไหลสู่อุตสาหกรรมและภาคบริการ ผลจากการหลั่งไหลออกนอกภาคเกษตรกรรมเพราะภาคเกษตรกรรมมีรายได้ต่ำและไม่แน่นอน ในที่สุดประเทศไทยก็ขาดแคลนแรงงานภาคเกษตรและต้องอาศัยแรงงานข้ามชาติในการทำงาน ผลผลิตต่อไร่ของการปลูกข้าวในไทยไม่ได้ปรับตัวดีขึ้นเท่าไหร่ในช่วงที่ผ่านมา พื้นที่ปลูกข้าวทั้งประเทศร้อยละ 60 อาศัยน้ำฝนและปีนี้ก็เผชิญภัยแล้งอย่างหนัก ทำให้ผลผลิตในปีนี้ออกมาต่ำกว่าค่าเฉลี่ยมาก ผลผลิตต่อไร่ของไทยต่ำมากเพียง 338 กิโลกรัมต่อไร่ แม้กระทั่งผลผลิตต่อไร่ในพื้นที่ชลประทานของข้าวไทยเองก็ต่ำกว่าผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ของอาเซียนและโลก/p pในช่วงปี พ.ศ. 2550-2554 ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ของไทยก็ต่ำสุดในกลุ่มประเทศผู้ผลิตข้าวหลักๆของโลกแล้ว แต่ความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยไม่มีปัญหาและการส่งออกข้าวมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องระหว่างปี พ.ศ. 2520-2554 ปริมาณเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึงปีละ 2.2 แสนตัน ความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในตลาดโลกและความร่ำรวยจากการส่งออกจึงเป็นผลมาจากการขูดรีดผลประโยชน์ส่วนเกินจากผู้ผลิต คือ ชาวนา เมื่อชาวนาสามารถขายข้าวได้ในราคาสูงจากราคารับจำนำจึงทำให้ปริมาณการส่งออกข้าวลดลงหลังใช้นโยบายรับจำนำข้าว 15,000 บาทต่อเกวียน สิ่งที่สะท้อนว่าความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในตลาดโลกเป็นผลจากกลยุทธด้านราคาเป็นหลักและต้องกดราคาข้าวในประเทศให้ต่ำ ผู้ผลิตชาวนาจึงได้รับการแบ่งปันผลประโยชน์จากแรงงานของตัวเองไม่มากนัก หากการส่งออกข้าวไทยจะดีขึ้นหรือความสามารถในการแข่งขันดีขึ้นต้องเกิดจาก การลงทุนปรับปรุงพันธุ์ข้าว การเพิ่มผลผลิตต่อไร่และการลดต้นทุน เป็นต้น/p pราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำในปัจจุบันทำให้ภาคเกษตรกรรมหดตัวลงและไม่อยู่ในสภาพที่จะดูดซับแรงงานชนบทได้ ผู้คนในชนบทโดยเฉพาะคนรุ่นหนุ่มสาวค่อยๆ ถอยห่างจากชนบทและภาคเกษตรกรรมเพื่อหนีความไม่มั่นคงทางด้านรายได้และความยากจน ลูกหลานเกษตรกรไม่อยากเป็นเกษตรกรอีกต่อไป ภาวะดังกล่าวมีความจำเป็นต้องมีมาตรการหรือนโยบายเพื่อยกระดับรายได้เกษตรกรด้วยการแทรกแซงราคาโดยรัฐ ในกรณีของพืชผลเกษตรอย่างเช่น ข้าว จำเป็นต้องรับจำนำในราคาสูงเพื่อรักษาพื้นที่การผลิตข้าวเอาไว้ การเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศส่งผลกระทบต่อการผลิตข้าวและพืชผลอื่นๆ อย่างรุนแรงมาก มีความจำเป็นต้องสร้างระบบชลประทานทั่วถึงและทันสมัย ลงทุนทางด้านวิจัยและพัฒนาแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ลงทุนทางด้านเทคโนโลยีเพื่อยกระดับรายได้และประสิทธิภาพการผลิตภาคเกษตร/p pประเทศไทยมีปัญหาความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรมทางเศรษฐกิจรุนแรง จึงจำเป็นต้องใช้นโยบายเชิงรุกด้วยการรับจำนำข้าวในราคาสูง จึงแก้ปัญหาได้รวดเร็วและแน่นอนย่อมมีผลกระทบบางด้านเกิดขึ้นและอาจเกิดแรงต่อต้านจากผู้มีแนวทางแตกต่างหรือผู้เสียผลประโยชน์/p pการกระจุกตัวของการถือครองที่ดินในสังคมไทย ถือว่าเป็นปัญหาที่อยู่ในระดับรุนแรงมากๆ เนื่องจากกลุ่มที่ถือครองที่ดินสูงสุด 20% แรกถือครองที่ดินมากกว่ากลุ่มที่ถือครองที่ดินต่ำสุด 20% ล่างสุดมากถึง 325 เท่า นอกจากนี้กลุ่มที่ถือครองที่ดินสูงสุด 20% แรกนี้ยังถือครองที่ดินคิดเป็น 80% และคนที่ร่ำรวยที่สุดของประเทศนี้ 10% แรก ถือครองที่ดินเกือบ 90% ของทั้งประเทศ นอกจากนี้ จากผลการวิจัยทางเศรษฐศาสตร์ว่าด้วยความเหลื่อมล้ำในการถือครองที่ดินยังพบว่า มีค่าสัมประสิทธิ์ความไม่เสมอภาคหรือการกระจายการถือครองที่ดินสูงถึง 0.89 การที่ค่า Gini Coefficient มีค่าสูงเกือบ 0.9 สะท้อนถึงความไม่ธรรมและความไม่เท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจที่รุนแรง/p pมาตรการแทรกแซงราคาสินค้าเกษตรและการรับจำนำข้าวเป็นเครื่องมือหนึ่งในการลดความไม่เป็นธรรมทางเศรษฐกิจ เป็นวิธีการแก้ปัญหาราคาตกต่ำของราคาสินค้าเกษตรและราคาข้าวได้รวดเร็วที่สุด เป็นนโยบายควรนำกลับมาใช้ชั่วคราวเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าขณะนี้ซึ่งดีกว่าใช้วิธีแจกเงินให้เกษตรกรต่อไร่ นโยบายรับจำนำข้าวย่อมดีกว่าและมีประสิทธิภาพสูงกว่าการแก้ปัญหาด้วยการแจกเงินต่อไร่ให้เกษตรกร การรับจำนำ รัฐบาลยังมีสต๊อกข้าว อย่างไรก็ตาม แผนการรับจำนำครั้งใหม่ต้องทบทวนจุดอ่อนในอดีต เช่น ไม่รับจำนำในราคาสูงเกินราคาตลาดมากเกินไป ไม่รับจำนำทุกเมล็ด แยกรับจำนำข้าวในราคาตามระดับคุณภาพ ตรวจสอบขั้นตอนการรับจำนำให้โปร่งใสและลดการรั่วไหลทุจริต เป็นต้น ต้องบริหารจัดการระบายข้าวในสต็อกของรัฐบาลอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใสเพื่อให้ได้สภาพคล่องมาชำระหนี้ชาวนาและทำให้เกิดภาระทางการคลังให้น้อยที่สุด ขณะเดียวกันต้องสร้างความมั่นใจต่อระบบสถาบันการเงินเพื่อปล่อยกู้หรือชำระเงินให้ชาวนาที่ถือใบประทวน โดยสถาบันการเงินสามารถนำใบประทวนซึ่งเป็นหลักทรัพย์ในการค้ำประกันมารับเงินจากรัฐบาลได้ต่อไป/p pขณะเดียวกัน รัฐบาลควรใช้โอกาสนี้ในการศึกษาทบทวนปัญหาและข้อผิดพลาดจากนโยบายรับจำนำข้าวเพื่อนำมาสู่การพิจารณาว่า จะปรับปรุงนโยบายรับจำนำข้าวอย่างไรให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น และสามารถช่วยเหลือเกษตรกรรายได้น้อยซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศให้หลุดพ้นจากความยากลำบากทางเศรษฐกิจ นโยบายรับจำนำข้าวที่ผ่านมาได้ทำให้ชาวนายากจนจำนวนไม่ต่ำกว่า 3.45 แสนราย ได้รับเงินจำนำข้าวเฉลี่ยรายละ 94,579 บาท และชาวนาระดับกลางและรายได้สูงไม่ต่ำกว่า 2.69 แสนราย ได้รับเงินจำนำข้าวเฉลี่ยรายละ 405,937 บาท นอกจากนี้ยังทำให้ชาวนาบางรายที่มีที่ดินขนาด 100 ไร่ขึ้นไปมีรายได้ปีละ 2-3 ล้านบาท หรือชาวนาที่มีที่ดินขนาดใหญ่จะได้รายได้เฉลี่ย 4-6.6 แสนบาทต่อปี ด้วยระดับรายได้แบบนี้จึงทำให้ภาคเกษตรกรรมไทยเติบโตและขยายตัวได้อย่างมั่นคงต่อไปnbsp;/p pรายได้ที่เพิ่มขึ้นของชาวนาอย่างชัดเจนจะช่วยทำให้คุณภาพชีวิตและฐานะทางเศรษฐกิจของชาวนาจำนวนมากดีขึ้น ลดปัญหาความไม่เป็นธรรมทางเศรษฐกิจและทำให้ประชาธิปไตยฐานรากเข้มแข็งขึ้น ประชาธิปไตยรากฐานเข้มแข็งจากฐานะทางเศรษฐกิจและอำนาจต่อรองที่มากขึ้นของชาวนา มาตรการรับจำนำข้าวในราคาสูงโดยรัฐกลายเป็นเครื่องมือสำคัญทำให้ชาวนาจำนวนไม่น้อยหลุดพ้นจากกับดักความยากจน/p pนอกจากนี้การทำให้ “ผู้คนในภาคเกษตรกรรม” มีรายได้สูงขึ้น เท่ากับเป็นการสกัดกั้นการอพยพย้ายถิ่นของชาวชนบท และ รักษาสมดุลโครงสร้างเศรษฐกิจระหว่างภาคเกษตรกรรมและภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งลดปัญหาสังคมและความแออัดของเมืองใหญ่/p pสต็อกข้าวของรัฐบาลที่สะสมเพิ่มขึ้นจากการรับจำนำต้องบริหารจัดการให้ดี (จำนวนนี้สามารถนำมาเป็นอาหารสำรองทางยุทธศาสตร์จากการขาดแคลนอาหารในอนาคตจากภาวะโลกร้อนได้แต่ต้องมีระบบเก็บรักษาคุณภาพดีๆ) การมีสต๊อกจำนวนมากขึ้นจะทำให้การระบายข้าวบริหารยากขึ้น เมื่อปล่อยข้าวออกมาในตลาดจะกดราคาในตลาดให้ปรับตัวลดลง รัฐบาลก็จะขาดทุนเพิ่มเติมอีก ส่วนการเก็บข้าวไว้รอให้ราคาตลาดโลกสูงขึ้นค่อยทยอยขาย รัฐก็ต้องมีระบบการจัดเก็บสะต๊อกข้าวที่ได้มาตรฐาน รายละเอียดของนโยบายรับจำนำบางส่วนต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อปิดจุดที่จะสร้างปัญหาและลดการรั่วไหล การทุจริตนั้นอาจเกิดขึ้นได้ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การปลอมใบประทวน การนำข้าวมาเวียนเทียนสะต๊อกลม การสวมสิทธิ ตลอดจน การใช้บริษัทในเครือข่ายรับซื้อข้าวจากรัฐบาล/p pรัฐบาลต้องปรับเปลี่ยนวิธีการรับจำนำเสียใหม่ ไม่ให้กลายเป็นการผูกขาดการค้าข้าวโดยรัฐบาล หรือตั้งราคาจำนำสูงเกินกว่าราคาตลาดมากๆ ซึ่งอาจเป็นการส่งสัญญาณราคาที่บิดเบือน ทำให้มีการขยายพื้นที่ปลูกข้าวเกินพอดีเกินศักยภาพและเบียดบังพื้นที่เพาะปลูกพืชผลประเภทอื่น เนื่องจากสามารถขาย/p pข้าวในราคาที่สูงกว่าราคาตลาดมากกว่า 40% (ในช่วงที่มีการรับจำนำในราคา 15,000 บาทต่อเกวียน) สิ่งนี้ทำให้เกิดการบิดเบือนโครงสร้างการผลิตในภาคเกษตรกรรม เน้นปลูกข้าวที่ให้ผลผลิตเร็วแทนพืชอื่น การรับจำนำแบบคละเกรดอาจทำให้คุณภาพข้าวย่ำแย่ลงในอนาคต เกษตรกรขาดแรงจูงใจผลิตข้าวคุณภาพnbsp;nbsp;/p pนโยบายแทรกแซงราคาหรือพยุงราคา ไม่ว่าจะเป็นนโยบายรับจำนำ นโยบายประกันราคาก็ตาม รัฐบาลควรนำมาใช้ระยะหนึ่งเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวนาหรือเกษตรกรเมื่อราคาพืชผลตกต่ำและผันผวนเท่านั้น การแทรกแซงราคาที่ฝืนกลไกตลาดไม่สามารถทำได้ในระยะเวลานานๆ เพราะจะส่งผลเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ ระบบตลาด ระบบการผลิตและฐานะทางการคลังของรัฐบาล และไม่สามารถสร้างรายได้หรือชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนาหรือเกษตรกรให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืนได้ หลังจากที่รายได้เกษตรกรมีความมั่นคงด้วยการจำนำข้าวแล้ว ก็มุ่งไปที่การเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มอำนาจของเกษตรกรในโครงสร้างการผลิตและโครงสร้างการตลาด/p pผมมีข้อเสนอในเรื่องนโยบายภาคเกษตรดังต่อไปนี้nbsp;/p p1.nbsp; ต้องมีการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร เริ่มต้นตั้งแต่ปฏิรูประบบข้อมูลที่ดินเพื่อการเกษตร กำหนดเพดานการถือครองที่ดินอย่างเหมาะสม กำหนดเขตการใช้ที่ดินและแผนการใช้ที่ดิน จัดตั้งกองทุนที่ดินเพื่อเกษตรกร รวมทั้งการพลักดันให้มีการเก็บภาษีที่ดินเพื่อกระตุ้นให้นำที่ดินรกร้างว่างเปล่ามาใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการผลิตnbsp;/p p2. ไทยต้องมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนต่อ ไตรลักษณะของภาคเกษตรกรรมของไทย อันประกอบด้วย เกษตรดั้งเดิม เกษตรอุตสาหกรรมสมัยใหม่ เกษตรอินทรีย์ทางเลือก ในขณะที่โลกเผชิญความท้าทายทางด้านความมั่นคงอาหารและพลังงาน/p p3. ใช้เทคโนโลยี การบริหารจัดการความรู้ เพื่อเพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูปสินค้าเกษตร (ข้าวหรือสินค้าเกษตรอื่นๆ)/p p4. เพิ่มรายได้เกษตรกรด้วยการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ลดต้นทุนการผลิต ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มสวัสดิการให้ชาวนาและเกษตรกร/p p5. ทยอยลดระดับการแทรกแซงราคาลง (แต่ต้องไม่ยกเลิกทันที) โดยนำระบบประกันภัยพืชผลและตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้ามาแทนที่ ทำให้ “ไทย” เป็นศูนย์กลางของตลาดซื้อขายล่วงหน้าสินค้าเกษตรของภูมิภาคbr /br /6. พัฒนามาตรฐานสินค้าเกษตรและมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหาร/p p7. จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีภายใต้ WTO, FTA, AEC/p p8. ส่งเสริมการขยายฐานในรูป Offshore Farmingเกษตรพันธะสัญญาโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ CLMV/p p9. การปฏิรูปภาคเกษตรกรรมและเดินหน้าสู่ยุทธศาสตร์ ครัวของโลก รัฐควรลดบทบาทแทรกแซงกลไกตลาดสินค้าเกษตรลง ลดการบิดเบือนกลไกราคา/p p10. จัดให้มีตลาดสินค้าเกษตรให้มากและหลากหลายและพัฒนาไทยสู่การเป็น “ครัวของโลก” และทำให้ไทยเป็นผู้ผลิตอาหารปลอดภัยของโลก/p p11. ทำให้ชาวนาหรือเกษตรกรทั้งหลายเข้าถึงแหล่งทุนได้ดีขึ้นปล่อยสินเชื่อถึงเกษตรกรโดยตรง ไม่ต้องผ่านคนกลาง โรงสี หรือ บริษัทค้าปัจจัยการผลิตทั้งหลาย บูรณาการการบริหารจัดการกองทุนที่เกี่ยวกับการแก้ไขหนี้สินเกษตรกรให้เป็นเอกภาพและเร่งรัดแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกร/p p12. นำนโยบายรับจำนำข้าวกลับมาดำเนินการจนกว่าราคาข้าวในตลาดโลกปรับตัวดีขึ้นระดับหนึ่งและยกเลิกนโยบายแจกเงินให้ชาวนาเนื่องจากเป็นมาตรการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ สิ้นเปลืองและไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรนอกจากบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนให้ชาวนาในระยะสั้นมากๆ เพราะเงิน 1,000 บาทใช้ไม่เกินสามวันก็หมดแล้ว นอกจากนี้การกำหนดมาตรการแบบนี้อยู่บนฐานคิดแบบสังคมสังเคราะห์และส่งเสริมวัฒนธรรมอุปถัมภ์อันไม่ได้ทำให้ชาวนาเข้มแข็งขึ้นในระยะยาวและยังเป็นการทำให้ประชาธิปไตยฐานรากอ่อนแอลงด้วย/p pnbsp;/p pnbsp;/p pbr /nbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/3WuT2s2Xdb0" height="1" width="1" alt=""/

TDRI : โอกาสสองต่อในการพัฒนาเมืองและที่อยู่อาศัยสำหรับคนจน

Mon, 29/06/2015 - 23:59
!--break--!--break-- pspan style="color:#696969;"emมองมุมบวกแนวคิด “คอนโค-อพาร์ทเม้นท์คนจน” ราคาถูกใกล้ระบบขนส่งมวลชน แม้ไม่ใช่รูปแบบสำเร็จรูปสำหรับคนจนทุกกลุ่ม แต่เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับวิถีชีวิตของคนจนจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้ การสร้างโอกาสสองต่อในการพัฒนาเมืองควบคู่การแก้ไขปัญหาการไร้ที่อยู่อาศัยของคนจนเมืองสามารถทำได้ โดยภาครัฐสามารถทำให้กระบวนการเร็วขึ้นได้โดยเข้าไปมีบทบาทในการสนับสนุนกระบวนการประชาสังคมทางด้านการให้องค์ความรู้ และช่วยเป็นตัวกลางในการประสานความช่วยเหลือจากภาคเอกชน/em/span/p pที่อยู่อาศัยเป็นหนึ่งในสี่ปัจจัยพื้นฐานสำหรับการดำรงชีวิตของมนุษย์nbsp; ดังนั้นการสร้างกลไกส่งเสริมและสนับสนุนให้คนจนได้มีโอกาสที่จะเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยอย่างถาวรในรูปแบบที่เหมาะสม จึงเป็นสิ่งที่ภาครัฐพึงกระทำ แนวคิดของนายกรัฐมนตรีในเรื่องของการจัดหาที่อยู่อาศัยราคาถูกใกล้แนวรถไฟฟ้าหรือระบบขนส่งมวลชน จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจและมีความเป็นไปได้ ที่จะตอบโจทย์การช่วยเหลือคนจนในมิติดังกล่าว/p p style="text-align: center;"img src="https://farm1.staticflickr.com/409/19270277175_297220c2a7.jpg" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"emนณริฎ พิศลยบุตร/em/span/p pแนวคิดดังกล่าว มีความเหมาะสมและสอดคล้องต่อการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้ยากจนได้มากน้อยเพียงใดนั้น ดร.นณริฎ พิศลยบุตร นักวิชาการ ทีดีอาร์ไอ กล่าวว่าnbsp; หากจะจำแนกคนจนในกรุงเทพฯที่ขาดปัจจัยพื้นฐานเรื่องบ้านหรือที่อยู่อาศัยออกเป็น 2 กลุ่มแบบหยาบๆ คือ กลุ่มคนจนที่อยู่ในชุมชนแออัด กับ กลุ่มคนจนที่ไม่ได้อยู่ในในชุมชนแออัด จะพบว่ากลุ่มคนจนสองกลุ่มนี้จะมีพื้นฐานอาชีพและวิถีชีวิตที่แตกต่างกันnbsp; จึงต้องการรูปแบบของที่อยู่อาศัยที่แตกต่างกันด้วยnbsp;nbsp; ซึ่งจากไอเดียของนายกรัฐมนตรีที่เสนอมานั้น การจัดหาที่อยู่อาศัยราคาถูกใกล้รถไฟฟ้าหรือระบบขนส่งมวลชนก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนจนจำนวนหนึ่งที่ยังขาดปัจจัยเรื่องบ้านเป็นของตนเอง ซึ่งคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีอาชีพมั่นคงมีรายได้พอสมควรแต่ไม่มากพอจะซื้อบ้านหรือมีที่อยู่อาศัยของตนเองได้ จึงต้องไปหาที่อยู่ราคาถูกซึ่งไกลจากที่ทำงานทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง การมีที่อยู่อาศัยใกล้ระบบขนส่งมวลชนก็จะตอบโจทย์ของคนกลุ่มนี้ได้nbsp; อย่างไรก็ตามก็ยังมีเงื่อนไขที่ต้องพิจารณาอีกมาก เช่น จำนวนกลุ่มเป้าหมาย คุณสมบัติ/รายได้nbsp; รูปแบบการบริหารจัดการ(คอนโด/อพาร์ทเม้นท์) และการบริหารจัดการในภาพรวม เป็นต้น อย่างน้อยควรให้มีการศึกษาให้ชัดเจนพอสมควรจึงจะทำให้การดำเนินโครงการเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากที่สุด/p pขณะที่ที่อยู่อาศัยในรูปแบบนี้ อาจไม่เหมาะกับกลุ่มคนจนที่อยู่ในชุมชนแออัด ซึ่งมีพื้นฐานมาจากต่างจังหวัดหรือคนกรุงเทพฯบางส่วนที่ไปบุกรุกอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เป็นของภาครัฐบ้าง ของเอกชนบ้าง ทำอาชีพรับจ้าง ค้าขาย หรืออาชีพอิสระต่าง ๆ และคุ้นชินกับการอยู่ในที่อาศัยในแนวราบซึ่งสอดคล้องกับอาชีพและการดำเนินชีวิตมากกว่า เช่น ต้องมีพื้นที่สำหรับเก็บสัมภาระหรือสิ่งของเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพnbsp;/p pทางแก้สำหรับคนจนในกลุ่มนี้นั้น จะอาศัยการสร้างที่อยู่อาศัยแนวดิ่ง เช่น คอนโด หรือแฟลตมาปรับใช้โดยตรงไม่ได้ เนื่องจากที่อยู่อาศัยแนวดิ่งจะไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนกลุ่มนี้ และปัญหาที่คนกลุ่มนี้ประสบอาจจะมีความซับซ้อนที่ต้องอาศัยการแก้ไขปัญหาโดยเริ่มจากชุมชนเป็นหลัก เพื่อหารูปแบบที่เหมาะสมในการแก้ไข/p pแนวทางในการแก้ไขในลักษณะนี้ได้ถูกดำเนินการอยู่โดย พอช. ผ่านโครงการบ้านมั่นคง ซึ่งเน้นการทำกระบวนการสังคมที่ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของการแก้ไขปัญหาหรือตอบสนองความต้องการของชุมชนว่าจะพัฒนาไปอย่างไร แต่กระบวนการดังกล่าวมักใช้เวลานานยาวนานร่วม 3 ปีnbsp;/p pดังนั้น ในกรณีที่ภาครัฐต้องการจะแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยสำหรับคนจนในชุมชนแออัด จึงควรที่จะต้องอาศัยกลไกการมีส่วนร่วมเพื่อแก้ไขปัญหา ซึ่งน่าจะเป็นทางออกที่ยั่งยืนกว่าการสร้างที่อยู่อาศัยแนวดิ่งที่ไม่ตอบโจทย์คนกลุ่มนี้โดยตรง/p pทั้งนี้ ในกรณีที่ภาครัฐต้องการที่จะเร่งกระบวนการในการแก้ไขปัญหาให้รวดเร็วขึ้น เช่นในกรณีที่พื้นที่ที่ชุมชนแออัดอาศัย อยู่ทับเขตการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งทำให้การเข้ากระบวนการชุมชนข้างต้นอาจจะไม่สามารถตอบโจทย์ในเงื่อนเวลา ในกรณีนี้ ภาครัฐควรหาวิธีการในการลดขั้นตอน กระบวนการ ที่ภาครัฐสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ ตัวอย่างเช่น ภาครัฐสามารถเข้ามาเป็นตัวกลางในการจัดกระบวนการชุมชนเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกันกับพอช. และท้องถิ่น ภาครัฐสามารถช่วยเรื่องการออกแบบชุมชน ที่อยู่อาศัย ที่เหมาะสมทั้งในเรื่องความสอดคล้องต่อการใช้ชีวิตร่วมกันในชุมชน ความคงทนของวัสดุก่อสร้าง ความยั่งยืนคือสามารถใช้ได้นาน และรองรับการใช้ชีวิตในบั่นปลาย ภาครัฐยังสามารถช่วยในการเป็นตัวกลางเพื่อประสานงานระหว่างชุมชนที่ประสบปัญหา กับบรรษัทภิบาลของภาคเอกชน ในการจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ก่อสร้าง และเงินบริจาค ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนทำให้กระบวนการมีโอกาสประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น/p pกล่าวโดยสรุป แนวความคิดในเรื่องของการสร้างคอนโดราคาย่อมเยาใกล้รถไฟฟ้า สามารถที่จะตอบโจทย์คนจนที่ไม่มีที่อยู่อาศัยได้ดีเฉพาะ กลุ่มคนจนที่พอมีฐานะ มีอาชีพทีค่อนข้างมั่นคง แต่มีรายได้ที่ต่ำไม่เพียงพอที่จะซื้อบ้าน หรือคอนโดในปัจจุบัน แต่แนวคิดดังกล่าว ไม่เหมาะสมกับวิถีชีวิตคนจนในชุมชนแออัดที่คุ้นชินกับการอาศัยในที่อยู่อาศัยแนวราบมากกว่า ทั้งนี้ การผลักดันไปสู่ภาคปฏิบัติสำหรับการพัฒนาคอนโดแนวดิ่งสำหรับคนจนกลุ่มแรกยังคงต้องอาศัยการศึกษาวิจัยในหลายประเด็นเพื่อที่จะให้โครงการมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากที่สุด สำหรับการผลักดันการแก้ไขปัญหาสำหรับชุมชนในพื้นที่แออัดนั้น กลไกในการแก้ไขปัญหาที่ดีมีอยู่แล้ว คือ กระบวนการทางสังคมที่ให้คนในชุมชนเข้ามาร่วมแก้ไขปัญหา บทบาทที่จำเป็นสำหรับภาครัฐในส่วนนี้ จะอยู่ในรูปของการช่วยเหลือให้ความรู้ในส่วนที่ชุมชนขาด และช่วยเป็นตัวกลางในเรื่องของการประสานความช่วยเหลือจากภาคเอกชน ซึ่งจะช่วยร่นระยะเวลาของกระบวนการให้รวดเร็วยิ่งขึ้น และสามารถตอบโจทย์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานได้ในกรณีที่ปัญหามีความคาบเกี่ยวกัน/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/_1NuqIna-M0" height="1" width="1" alt=""/

สกว.เปิดเวทีข้อมูลป่าไม้-ที่ดิน แนะปรับการจัดการทั้งระบบ

Mon, 29/06/2015 - 23:58
!--break--!--break-- p29 มิ.ย.2558 สำนักงานกองสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จัดเวทีนำเสนอข้อมูลวิชาการการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประเด็นป่าไม้-ที่ดิน ครั้งที่ 1 เพื่อจัดทำข้อเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ก่อนวันที่ 23 ก.ค.นี้/p pผศ.อิทธิพล ศรีเสาวลักษณ์ ผู้ประสานงานศูนย์ประสานการศึกษานโยบายที่ดิน สกว.กล่าวว่า ปัญหาเกี่ยวกับป่าไม้ที่สำคัญ คือ แนวเขตป่าไม้ไม่ชัดเจน ทำให้เกิดความขัดแย้งกับประชาชนซึ่งส่วนหนึ่งได้รับการผ่อนผัน ให้อยู่อาศัยในเขตป่า มีการจับกุมประชาชนที่บุกรุกป่าและใช้แบบจำลองป่าไม้เรียกร้องค่าเสียหายในอัตราสูง ในคดีโลกร้อน นอกจากนั้น บทบัญญัติของกฎหมายและระเบียบต่างๆ ไม่เหมาะสมกับปัจจุบัน ขณะที่ปัญหาเกี่ยวกับที่ดิน ได้แก่ ประชาชนจำนวนมากไร้ที่ทำกิน การบุกรุกที่ดินของรัฐทุกประเภท รวมถึงดินเสื่อมโทรม มีปัญหาระบบข้อมูลและการบริหารจัดการที่ดิน สิทธิในที่ดินและเอกสารสิทธิในที่ดิน ที่ดินถูกทิ้งร้างและเก็งกำไรnbsp; และระบบภาษีที่ดินขาดประสิทธิภาพ/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/468/19264183552_e16f65f518_b.jpg" style="width: 560px; height: 324px;" //p pผศ.อิทธิพล กล่าวว่า แนวทางการแก้ปัญหาของภาครัฐ เช่น นโยบายการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจน พบว่ามีประชาชนมาขอขึ้นทะเบียนรับความช่วยเหลือเกือบ 5 แสนราย แต่มีที่ดินเป็นแปลงรับรองสิทธิจำนวน 18 ไร่เศษ และมีแปลงว่างเพียง 1.85 แสนไร่ ทั้งยังมีการใช้ประโยชน์ที่ดินไม่ถึงครึ่งประมาณร้อยละ 11-18 ของพื้นที่ประเทศ ทำให้ไทยต้องสูญเสียทางเศรษฐกิจโดยการประเมินขั้นต่ำกว่า 127 ล้านบาทต่อปี/p pส่วนการปรับปรุงแนวเขตที่ดินของรัฐ โดยจัดให้มีแผนที่แสดงขอบเขตที่ดินทุกประเภทที่ชัดเจนไม่ซับซ้อน เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งแนวเขตที่ดิน บูรณาการใช้แผนที่ฐานในการกำหนดแนวเขตการใช้ประโยชน์และอนุรักษ์ที่ดิน พบว่ามีเพียงแนวเดียวโดยการตกลงร่วมกันของผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากมีการออกเอกสารสิทธิในพื้นที่ก็ให้พิจารณาดำเนินการโดยมิให้กระทบสิทธิของประชาชน หรือบางกรณีให้มีการพิสูจน์การได้มา ขณะที่ปัญหาที่ดินกระจุกตัว พบว่ามีความเหลื่อมล้ำในการถือครองที่ดินโดยผู้ถือครองที่ดินมากที่สุดมีจำนวน 6.31 แสนไร่ และน้อยที่สุด 1 ตารางวา/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/324/19274010911_ff41c25a90_b.jpg" style="width: 560px; height: 442px;" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff6600;"emผศ.อิทธิพล ศรีเสาวลักษณ์/em/span/p pนอกจากนี้ ยังมีโครงการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกทำลายป่าไม้โดยจัดทำฐานข้อมูลแนวเขตที่ดินของรัฐ จะต้องสอดคล้องกับประกาศของกฎหมายต่างๆ และข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากฐานข้อมูลแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ ด้านนโยบายโฉนดชุมชนซึ่ง 467 ชุมชนในพื้นที่ 47 จังหวัดยื่นขอ มีข้อดีคือ ชุมชนสามารถบริหารจัดการที่ดินให้เกิดประโยชน์ต่อสมาชิกภายใต้ข้อตกลงกับภาครัฐ ป้องกันการใช้ที่ดินที่อาจส่งผลกระทบกับชุมชนทำให้ที่ดินของรัฐข้างเคียงได้รับการดูแล ขณะที่รัฐจะได้รับความร่วมมือจากชุมชนในการดูแลที่ดินและลดภาระในการป้องกันการบุกรุกที่ดินของรัฐอีกทางหนึ่ง ล่าสุดในรัฐบาลนี้ได้มีการสรุปเนื้อที่ที่จะนำไปจัดให้ชุมชนตั้งแต่ปี 2558-2564 รวม 9,769,811ไร่/p pผศ.อิทธิพล เสนอแนวทางการแก้ปัญหาไว้ 8 ประการ คือbr /1. ปรับปรุงกฎหมายป่าไม้ให้เหมาะสมกับสภาพของทรัพยากรและบริบทของสังคมไทยในปัจจุบัน หรือรวมกฎหมายยกร่างใหม่เป็นประมวลกฎหมายbr /2. ให้มีคณะกรรมการนโยบายที่ดินbr /3. ปรับปรุงการจัดการที่ดินทั้งระบบ โดยพิจารณาปรับปรุงประมวลกฎหมายที่ดินว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อประชาชนและที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือรวมกฎหมายที่เกี่ยวข้องยกร่างใหม่เพียงฉบับเดียว เพื่อช่วยเหลือผู้ไร้ที่ทำกินให้การจัดที่ดินเป็นเอกภาพทั้งการจัดที่ดินและเงื่อนไขการทำประโยชน์และสิทธิในที่ดินbr /4. การผังเมือง ให้สามารถวางแผนและกำกับดูแลการใช้ที่ดินสำหรับกิจกรรมต่างๆ ของภาครัฐและเอกชนมากขึ้น รวมถึงมาตรการต่างๆ สำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษbr /5. การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กำหนดให้เจ้าของที่ดินที่ให้เช่าเพื่อเกษตรกรรมโดยไม่ทำสัญญาเช่าจะผูกพันผู้เช่า 6 ปี แต่ถ้าให้เช่าโดยมีการทำสัญญาเช่าเป็นหลักฐานอาจน้อยกว่า 6 ปี แต่จะน้อยกว่าที่ คชก.ตำบลประกาศกำหนดไม่ได้br /6. ออกฎหมายภาษีที่ดินในอัตราก้าวหน้า ตามขนาดการถือครองที่ดินและภาษีผลได้จากทุนเพื่อลดการเก็งกำไรที่ดินและการถือครองที่ดินขนาดใหญ่โดยทิ้งว่างเปล่าbr /7. ตั้งธนาคารที่ดิน ให้เกิดการกระจายการถือครองที่ดิน บริหารจัดการที่ดินของรัฐและเอกชน พัฒนาตลาดที่ดินและใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม รวมถึงสนับสนุนการเงินแก่การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ปรับโครงสร้างหนี้ให้เหมาะสม เป็นกลไกของรัฐในการสำรองที่ดินเพื่อสร้างประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจหรือช่วยเหลือสนับสนุนการดำเนินการตามนโยบายการพัฒนาชนบทหรือเมือง หรือพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐbr /8. สนับสนุนการยกร่าง พ.ร.บ.โดยตัดคำว่าโฉนดชุมชนออกไป เพื่อลดความสงสัยเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่อาจโยงถึงการให้กรรมสิทธิ์ในที่ดิน โดยที่ดินยังเป็นของรัฐและสามารถยกเลิกได้หากปฏิบัติผิดจากเงื่อนไขการอนุญาต/p pผศ.อิทธิพลทิ้งท้ายว่าควรยกระดับคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติจากระเบียบสำนักนายกให้มีกฎหมายรองรับ เพื่อทำหน้าที่ในการตัดสินใจเชิงนโยบาย เพราะเป็นผู้ดูแลที่ดินของทั้งประเทศ เพื่อให้การบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และพัฒนาศักยภาพการใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงต้องการมีการจัดการอย่างมีเอกภาพและกระจายสู่พื้นที่อย่างเหมาะสม/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/n-PhbY25rqo" height="1" width="1" alt=""/

สั่งฟ้องธัชพงศ์-นัชชชา เจ้าตัวกังวลการปฏิบัติต่อผู้มีความหลากหลายทางเพศของเรือนจำ

Mon, 29/06/2015 - 22:59
!--break--!--break-- p29 มิ.ย.2558 nbsp;a href="https://www.facebook.com/lawyercenter2014/posts/849696305080225:0"เพจศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน/a รายงานว่า เวลาประมาณ 12.00 น. อัยการศาลทหารมีคำสั่งฟ้องธัชพงศ์ แกดำ จำเลยที่ 1 และนัชชชา กองอุดม จำเลยที่ 2 ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/58 ซึ่งทางจำเลยได้ยื่นขอประกันตัว โดยใช้หลักประกันเดิม คือ เงินสด 10,000 บาท ศาลอนุญาตให้ประกันตัว ขณะนี้รอนำตัวไปเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครเพื่อปล่อยตัว/p pกรณีนัชชชา กองอุดม ได้มีการยื่นคำแถลงขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยตัวที่เรือนจำหญิงด้วย แต่ศาลยกคำร้อง โดย พ.อ.พิเศษศักดิ์ ค้ำชู ตุลาการพระธรรมนูญอ้างเหตุผลว่า พิจารณาตามกฎหมาย จำเลยยังมีสถานภาพเป็นเพศชาย และไม่มีบทบัญญัติกฎหมายใดรองรับว่าชายที่แปลงเพศแล้วให้ถือเป็นเพศหญิง จึงให้ยกคำร้อง/p pทั้งนี้ ช่วงสายของวันที่ 24 มิ.ย. ที่ผ่านมา นัชชชา กองอุดมถูกจับกุมขณะพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมาแล้ว 2 คืน ก่อนถูกเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบแสดงหมายจับเข้าจับกุม ขณะเตรียมตัวไปที่ สน.ปทุมวันพร้อมเพื่อน/p pภายหลังถูกจับกุมที่โรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ได้พาตัวนัชชชาไปยังศาลทหารกรุงเทพฯ เพื่อทำเรื่องขอฝากขัง แต่ทางนัชชาได้ยื่นเรื่องคัดค้าน โดยให้เหตุผว่าตนกำลังไม่สบาย อยู่ระหว่างการศึกษา และเป็น transgender แต่ศาลไม่อนุญาตโดยให้เหตุผลว่า จำเลยเลยมีท่าทีปลุกปลั่นยุยงให้เกิดความไม่สงบ และมีมวลชน โดยที่ตุลาการไม่ขึ้นนั่งบัลลังก์ ระหว่างรอฝากขังนัชชชาจึงยื่นเรื่องขอประกันตัวโดยใช้เงินสด 10,000 บาท/p pเมื่อเดินทางถึงเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จะต้องมีขั้นตอนการตรวจร่างกายที่กระทำโดยนักโทษที่เป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่เป็นเพศชายทั้งหมด ระหว่างนั้นมีการส่งเสียงตะโกนแซวจากนักโทษชายคนอื่น ๆ อยู่ตลอด ซึ่งนัชชชากล่าวว่า ถ้อยคำเหล่านี้ทำให้ตนอึดอัดใจ ขณะที่ขั้นตอนการตรวจร่างกายก็คล้ายจะมีความจงใจลวนลาม ซึ่งขั้นตอนภายในเรือนจำทำให้ตนรู้สึกเครียดและวิตกกังวล เพราะมีกระบวนการซึ่งต้องเปิดเผยร่างกายและกระทำโดยเพศชายทั้งหมด/p pทั้งนี้ กลุ่มเพื่อประชาธิปไตยและความหลากหลายทางเพศออกแถลงการณ์ ‘ข้อเรียกร้องต่อการควบตัวบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ’ โดยมีรายละเอียดบางส่วน ดังนี้/p p“...การควบคุมตัวบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศต้องกระทำการด้วยความระมัดระวังเเละอ่อนไหวต่อ สถานการณ์ของผู้มีความหลากหลายทางเพศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่ต้องมีการควบคุมตัวในเรือนจำ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลในการควบคุมตัวบุคคลสำหรับผู้มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีความต้องการพิเศษ เเละเพื่อป้องการการปฏิบัติที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม เเละย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เเละเพื่อปฏิบัติให้สอดคล้องตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นรัฐภาคี ได้แก่ ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนเเห่งสหประชาติ กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองเเละสิทธิทางการเมือง ข้อ 17 เเละอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี ที่ประเทศไทยเป็นรัฐภาคีนั้น ได้ระบุว่าบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศจำเป็นต้องได้รับการปกป้องสิทธิมนุษยชนในระหว่างการควบคุมตัว/p pกรณีที่บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศจำเป็นต้องถูกควบคุมตัว ผู้ถูกควบคุมตัวต้องได้รับการควบคุมตัวในเรือนจำตามอัตลักษณ์ทางเพศที่เหมาะสม ผู้มีความหลากหลายทางเพศที่เปลี่ยนอัตลักษณ์เป็นหญิงไม่สมควรถูกควบคุมตัว ตรวจค้นร่างกายโดยเจ้าหน้าที่ชาย ไม่ว่าด้วยกรณีใด ๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากส่งผลให้เกิดการเลือกปฏิบัติเเละการย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ถูกควบคุมตัว เนื่องจากกระบวนการรับตัว ตามหลักการ Yogyakarta Principles on the Application of International Human Rights Law in relation to Sexual Orientation and Gender Identity ข้อ 9 ระบุว่า บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศมีสิทธิที่จะได้รับการปฏิบัติด้วยมนุษยธรรมระหว่างถูกควบคุมตัว เเละควรได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพต่อสิทธิเเละศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยการได้รับความเคารพในเพศสภาพเเละเพศวิถีถือเป็นส่วนหนึ่งของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์...” อ่านฉบับเต็มที่a href="http://www.prachatai.com/journal/2015/06/59954" target="_blank"http://www.prachatai.com/journal/2015/06/59954/a/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/8EXmjBpwCdw" height="1" width="1" alt=""/

คนนับร้อยแห่เยี่ยม 13 ผู้ต้องหา(ชาย)ออก จม.‘ด้วยแรงอธิษฐาน’ ถึงพล.อ.ประยุทธ์

Mon, 29/06/2015 - 22:26
pประชาชน น.ศ. อาจารย์ เกือบร้อยแห่เยี่ยม ‘ขบวนประชาธิปไตยใหม่’ แน่นคุก 13 ผู้ต้องหาออกจดหมายยังมีกำลังใจ ปิยบุตรระบุเป็นการใช้วิชาที่เรียนในชีวิตจริง ขณะที่มารดาเผยผู้อยู่เบื้องหลังลูกชายคือ สังคมไทยในช่วงสิบปีที่ผ่านมา/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/388/19241574696_f60e3dcf0f.jpg" style="width: 500px; height: 375px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm4.staticflickr.com/3867/18647102443_306e0250ae.jpg" style="width: 500px; height: 375px;" /br /span style="color:#ff8c00;"ภาพสเก็ตช์บรรยากาศในห้องเยี่ยมผู้ต้องขัง โดยยุติ มุกดาวิจิตรbr /เจ้าของภาพระบุว่าภาพนี้ยังไม่เสร็จเพราะขาด "กำปั้นที่ชูขึ้นของผู้มาเยี่ยมทั้งหลาย"nbsp;/span/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/393/19241572926_cec4a52433.jpg" style="width: 375px; height: 500px;" //p p29 มิ.ย.2558 เวลาประมาณ 11.00 น. มวลชนนับร้อยทั้ง นักศึกษา นักกิจกรรม ประชาชน อาจารย์ เดินทางมายังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อเข้าเยี่ยม 13 นักศึกษานักกิจกรรมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดนเจ้าหน้าที่เรือนจำอนุโลมให้ได้เยี่ยมพร้อมกันทุกคนทั้งผู้เยี่ยมและผู้ต้องหา จนห้องเยี่ยมมีสภาพแน่นและร้อนมาก เป็นเวลา 20นาที ผู้มาเยี่ยมต่างผลัดกันชูกำปั้นให้กำลังใจ/p pขณะที่รายงานข่าวจากทัณฑสถานหญิงกลางแจ้งว่า ผู้ที่เข้ายี่ยม ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือลูกเกดได้ มีเพียง เพื่อน ญาติ รวม 4 ราย เนื่องจากทางเรือนจำมีกฎการระเบียบการเยี่ยมที่เข้มงวด/p pนอกจากนี้ผู้ต้องหาชายทั้งหมดยังได้เขียนจดหมายของ 13 ผู้ต้องหาถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สรุปความได้ว่า พวกเขายังมีกำลังใจที่เข้มแข็งเมื่อนึกถึงการต่อสู้ของขบวนประชาธิปไตยใหม่ที่ยึดหลักการ 5 ข้อ คือ ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ความยุติธรรม การมีส่วนร่วม และสันติวิธี พวกเขาอธิษฐานให้ พล.อ.ประยุทธ์ ตระหนักและเข้าใจหลักการดังกล่าว span style="color:#ff8c00;"(อ่านรายละเอียดในล้อมกรอบ)/span/p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/513/18647101023_8e38880002.jpg" style="width: 500px; height: 375px;" /br /ปิยบุตร แสงกนกกุล ให้สัมภาษณ์หลังเข้าเยี่ยมนักศึกษา นักกิจกรรม/spanbr /nbsp;/p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/450/19261693042_1047b4d7e0.jpg" style="width: 500px; height: 375px;" /br /ตัวแทนขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ให้สัมภาษณ์หลังเข้าเยี่ยมเพื่อน/spanbr /nbsp;/p pภายหลังการเข้าเยี่ยม ปิยบุตร แสงกนกกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การเดินทางมาเยี่ยมของคณาจารย์ในวันนี้เพื่อมาให้กำลังใจเป็นหลัก ส่วนเรื่องการต่อสู้คดีต้องสอบถามจากทนายความ หากให้พิจารณาจากกรณีที่เกิดขึ้นก็เห็นว่า นักศึกษาและน้องกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เรียนนิติศาสตร์ แล้วนำสิ่งที่เขาเรียนมาใช้ในชีวิตจริง เขาเห็นว่ามีคณะบุคคลคณะหนึ่งมายึดอำนาจ ผิดป.อาญามาตรา 113 ฐานกบฏแล้วก็ออกประกาศคำสั่งต่างๆ แล้วให้เป็นกฎหมายใครไม่เชื่อฟังก็ลงโทษ มันคือการสู้กันระหว่างสองวิธีคิด พวกเขามองว่ากฎหมายต้องมีที่มาโดยชอบธรรมขณะที่คสช.เขาประเมินว่าเขายึดอำนาจได้แล้วเขาเป็นรัฐฏาธิปัตย์/p p“มันเป็นการต่อสู้ที่สันติและมันส่วนงาม เขาใช้ civil disobedience การดื้อแพ่งต่อกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมอย่างสันติ ยอมอยู่ในเรือนจำ ในด้านนี้เราคงต้องเคารพความกล้าหาญเขา” ปิยบุตรกล่าวและว่าได้พยายามหาช่องทางช่วยเหลือนายรัฐพล ศุภโสภณ หรือบาส ซึ่งสอบวิชาสุดท้ายเสร็จสิ้นแล้วและกำลังจะต้องสอบตั๋วทนายความว่าจะสามารถขอเลื่อนสอบต่อสภาทนายความหรือนำข้อสอบมาให้ทำในเรือนจำได้หรือไม่/p pด้านตัวแทนกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ กล่าวว่า หลังจากนี้ผู้สนใจสามารถติดตามกิจกรรมได้ทางเพจ ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ NDM New Democracy Movement โดยเฉพาะในวันศุกร์นี้/p p“ถึงเพื่อนเราทั้ง 14 คนจะอยู่ข้างใน แต่คนที่อยู่ข้างนอกก็จะสู้ต่อ เราจะเปลี่ยนการต่อต้านให้เป็นการต่อสู้ เราจะล้มอำนาจเผด็จการ เราจะทำให้เผด็จการที่มีอยู่มันหายไปและไม่มีเผด็จการเกิดขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็นการรัฐประหารหรือเผด็จการรูปแบบไหนก็แล้วแต่” ตัวแทนกลุ่มกล่าว/p p“พวกมันแค่ 14 คน ถึงไม่มีพวกมัน ขบวนการก็ยังเดินต่อ” ตัวแทนกลุ่มกล่าว/p p style="text-align: center;"iframe allowfullscreen="" frameborder="0" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/qKjdZM961p0" width="560"/iframe/p pเรวดี แม่ของรัฐพล ศุภโสพล ให้สัมภาษณ์ว่า มาเยี่ยมลูกชายและพูดคุยกันเฉพาะเรื่องส่วนตัว เรื่องประกันตัวไม่ได้คุยกันเพราะเป็นเรื่องการต่อสู้ของเขา ตอนนี้ที่ห่วงคือเรื่องเรียนที่ยังเรียนไม่จบ/p pเมื่อถามว่าในฐานะผู้ปกครองมองกระบวนการตรงนี้อย่างไร เธอกล่าวว่า “มันไม่ยุติธรรมอยู่แล้ว มันเกินกว่าเหตุอยู่แล้ว สิ่งที่เด็กทำถ้าผู้ใหญ่รับฟังความคิดเห็นของเด็กๆ แล้วเปิดโอกาสให้เด็กแสดงออก เขาก็แสดงออกโดยสันติอยู่แล้ว ไม่ได้ก่อความวุ่นวายอะไร เขาไม่ได้ประกาศชักจูงใครให้มาชุมนุม เขาก็แสดงออกตามวาระ ตามหลักการประชาธิปไตยที่เขายึดกัน ลูกพี่ไม่ใช่กบฏแน่นอน และลูกพี่ก็รักชาติไม่น้อยไปกว่าทหารใหญ่ๆ”/p p“อย่าว่าแต่ใครจะมาชักจูงเลย แม่ชักจูงยังไม่ได้เลย พ่อชักจูงยังไม่ได้เลย เขามีความคิดเป็นของตัวเอง ถามว่าคนที่ชักจูงเขาคือใคร พี่จะตอบให้ชัดๆ ว่าสังคมไทยไง สังคมไทยสิบปีมานี้หล่อหลอมให้ลูกชายพี่ตั้งแต่นักเรียนมัธยมจนกระทั่งเข้ามหาวิทยาลัย กลายเป็นคนแบบนี้ เพราะสังคมไทย เพราะผู้ใหญ่ไทย ที่สร้างปัญหาทิ้งไว้ให้เด็กต้องรับปัญหาไว้อยู่” เรวดีกล่าว/p pnbsp;/p table border="1" cellpadding="0" cellspacing="0" tbody tr td style="width:623px;" pstrongจดหมายจาก 13 เชลย ถึงพลเอกประยุทธ จันทรโอชา/strong/p pnbsp;/p pนับเป็นวันที่ สามแล้ว ที่เสรีภาพของพวกเราถูกคุมขังภายใต้คำสั่งของหัวหน้าคสช ที่ 3/2558 ภายในเรือนจำแห่งนี้nbsp;br /แม้ว่าเราจะมีอาหารให้กินครบสามมื้อ แต่ทุกๆมื้อ ก็เป็นการกินที่ปราศจากเพื่อน และคนที่เรารู้จักที่เคยร่วมโต๊ะอาหาร เราไม่เห็นแววตาพวกเขา และแน่นอนว่าพวกเราคิดถึงพวกเขา/p pแม้ว่าพวกเราจะมีที่หลับนอน มีชายคากันแดดและฝน แต่มันจะไม่เป็นเหมือนบ้าน ไม่มีรอยยิ้มของพ่อแม่ ไม่มีอ้อมกอดอบอุ่นจากคนที่เรารัก แม้ว่าเรายังมีลมหายใจแต่ก็เป็นลมหายใจที่ไกลห่างจากหนทางของความฝันnbsp;/p pลมหายใจที่เรามีอยู่ในวันนี้ เป็นลมหายใจที่รอคอยการพบกับเสรีภาพในวันข้างหน้า โดยที่เราไม่รู้ว่า เมื่อวันนั้นมาถึง เราจะยังมีความฝันอยู่หรือไม่ แม้เรามีกำลังใจที่เต็มเปี่ยม เมื่อนึกถึงการต่อสู้ของเพื่อน ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ โดยหวังหลักการห้าข้อ ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ความยุติธรรม การมีส่วนร่วม และสันติวิธีnbsp;/p pเราอธิษฐานให้ พลเอกประยุทธ จันทรโอชา ผู้ออกคำสั่งในการจองจำเราได้ตระหนัก และเข้าใจถึงความสำคัญของหลักการดังกล่าว/p pเผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญnbsp;/p pลงชื่อbr /13 เชลย ขบวนการประชาธิปไตยใหม่nbsp;/p pbr /29 มิย 58 เรือนจำพิเศษกรุงเทพ/p /td /tr /tbody /table pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/vpQXuT37F2I" height="1" width="1" alt=""/

ศาลฎีกาชี้บางกอกโพสต์เลิกจ้าง 'เสริมสุข' ไม่เป็นธรรม กรณีเสนอข่าวรันเวย์ร้าว

Mon, 29/06/2015 - 21:43
pศาลฎีกายืนตามศาลชั้นต้นคดีข่าวสุวรรณภูมิรันเวย์ร้าว ชี้บางกอกโพสต์เลิกจ้างเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ ไม่เป็นธรรม นัดหารือพิจารณาค่าเสียหาย 17 ก.ค.นี้/p p!--break--!--break--/pp29 มิ.ย. 2558a href="http://www.thairath.co.th/content/508248" ไทยรัฐออนไลน์/a รายงานว่า ที่ศาลแรงงานกลาง ศาลแรงงานกลางได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีที่ นายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ อดีตบรรณาธิการข่าวสายทหารและความมั่นคง หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ และบรรณาธิการข่าวสถานีโทรทัศน์ดิจิตอล นิวทีวี เป็นโจทก์ฟ้องบริษัท โพสต์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) เจ้าของหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ และพวกรวม 3 คน กรณีเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม โดยไล่ออกจากงาน หลังจากเจ้าตัวนำเสนอข่าวปัญหารันเวย์ร้าวของสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเดือน สิงหาคม ปี 2548 จนทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่พอใจ และนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งให้ดำเนินการฟ้องร้องกับหนังสือพิมพ์จนต้นสังกัด จนมีการไล่นายเสริมสุขออกจากงาน/p pขณะที่ในวันนี้ เฟซบุ๊ก Sermsuk Kasitipradit ของนายเสริมสุข หรือ "เป๊ปซี่" ได้เปิดเผยถึงคำพิพากษาศาลฎีกา โดยระบุว่า คำพิพากษาศาลฎีกายืนตามศาลแรงงานชั้นต้น เห็นว่า การเลิกจ้างของบางกอกโพสต์ เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม สิ่งที่ศาลฎีกาเห็นแตกต่างจากศาลชั้นต้นเป็นในเรื่องของความเสียหาย/p p"คำพิพากษาชั้นศาลฎีกายืนตามศาลแรงงานชั้นต้นเห็นว่า การเลิกจ้างของบางกอกโพสต์เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม สิ่งที่ศาลฎีกาเห็นแตกต่างจากศาลชั้นต้นเป็นในเรื่องของความเสียหายที่ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ 1 บางกอกโพสต์ ต้องรับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโจทก์ หลังมีคำสั่งเลิกจ้าง แต่ศาลฎีกาไม่ได้กำหนดความเสียหายในส่วนนี้ ให้เป็นหน้าที่ของศาลแรงงาน จะพิจารณาในเรื่องของความเสียหาย โดยกำหนดให้หารือกันอีกครั้ง ในวันที่ 17 ก.ค. ที่ศาลแรงงานกลาง/p p"ขอขอบคุณองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแรงงานที่ให้ความเป็นธรรมในคดี ขอบคุณเพื่อนๆ ครับที่เป็นกำลังใจให้ตลอดช่วงสิบปีที่ผ่านมา...กราบขอบพระคุณ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ที่เดินทางมาให้กำลังใจและร่วมรับฟังคำพิพากษาในวันนี้" นักข่าวอาวุโสระบุ/p pขณะที่นายเสริมสุขยังโพสต์ข้อมูลด้วยว่า คดีของตนเองกับบางกอกโพสต์ถือเป็นคดีแรงงานที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะใช้เวลาเกือบ 10 ปี โดยขาดอีกเพียงสองเดือนเท่านั้น พร้อมกับลำดับความว่า/p p09.00 น. วันจันทร์ 29 มิ.ย. ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีแรงงานที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์คดีแรงงาน.../p p-ถูกเลิกจ้าง 29 ส.ค. 2548/p p-ฟ้องคดีปลายปี 2548 เดือน ธ.ค./p p-ศาลชั้นต้นตัดสิน ก.ค. 2550/p p-อุทธรณ์ไปที่ศาลฎีกาคดีแรงงานปลายปี 2550/p p-29 มิ.ย. 2558 ศาลฎีกาแรงงาน นัดฟังคำพิพากษา/p pคดีความดังกล่าว สืบเนื่องจากนายเสริมสุข ถูกบริษัทโพสต์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) เจ้าของหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ไล่ออกจากตำแหน่งหัวหน้าข่าวฝ่ายทหารและความมั่นคง ภายหลังนำเสนอข่าว ปัญหารันเวย์ร้าวของสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเดือนส.ค.ปี 2548 จนทำคนในรัฐบาลไม่พอใจและสั่งการให้ภาครัฐฟ้องร้องกับหนังสือพิมพ์ จนต้นสังกัดต้องตัดสินใจดังกล่าว/p pต่อมา นายเสริมสุข จึงได้ฟ้องร้องต่อศาลแรงงาน โดยกล่าวหาว่า อดีตต้นสังกัดเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม รวมทั้งเรียกร้องค่าเสียหาย และศาลแรงงานกลาง ก็ได้มีคำพิพากษาเมื่อเดือน กรกฎาคม ปี 2550 ให้หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์รับนายเสริมสุข กลับเข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราค่าจ้างไม่น้อยกว่าอัตราเดิมก่อนถูกเลิกจ้าง และให้จ่ายค่าชดเชยจากกองทุนเลี้ยงชีพในส่วนเงินสมทบของบริษัท 623,700.08 บาท พร้อมดอกเบี้ย ร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันเลิกจ้าง แต่นายเสริมสุข ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาฯ เพื่อให้บริษัทจ่ายค่าเสียหายจากการขาดรายได้จำนวน 8 ล้านบาท และค่าเสียหายต่อเกียรติยศชื่อเสียงจำนวน 5 ล้านบาท รวม 13 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ตามที่ได้ฟ้องร้องไว้ก่อนหน้านี้ ภายหลังอดีตต้นสังกัดได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาให้รับกลับเข้าทำงาน และจ่ายเงินชดเชยจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ/p pbr /nbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/QezapTidW_8" height="1" width="1" alt=""/