ประชาไท

Syndicate content
Updated: 6 min 48 sec ago

ศาลฎีกายกฟ้องคดี 'จตุพร' หมิ่น 'สุเทพ' ชี้มีสิทธิโต้ตอบ ปมถูกกุข่าวแดงเตรียมฉีกพระบรมฉายาลักษณ์

Fri, 02/12/2016 - 14:59
pศาลฎีกาชี้ 'สุเทพ' แถลงข่าวปี 52nbsp;ว่าจะมีคนต่างชาติแฝงตัวชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงไปทำลายพระบรมฉายาลักษณ์บริเวณถนนราชดำเนินnbsp;ย่อมทำให้บุคคลทั่วไปคลางแคลงสงสัยในตัวเสื้อแดง ดังนั้นnbsp;'จตุพร'nbsp;ย่อมที่จะมีสิทธิโต้ตอบโดยสุจริตเพื่อป้องกันส่วนได้ของตัวเองnbsp;/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"nbsp;/p p style="text-align: center;"img src="https://c2.staticflickr.com/6/5596/31368631165_a7d860eb2b.jpg" //p p2 ธ.ค. 2559 a href="http://www.komchadluek.net/news/politic/250976"คมชัดลึกออนไลน์/aและa href="http://www.matichon.co.th/news/380686"มติชนออนไลน์/a รายงานว่า ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.855/2553 ที่ สุเทพ nbsp;เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เป็นจำเลย ในความผิดหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.52 จตุพร จำเลย ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า สุเทพ โจทก์เตรียมดำเนินการใส่ร้ายป้ายสีคนเสื้อแดง โดยให้คนต่างชาติ 5,000 คน แฝงตัวเข้าร่วมชุมนุมกับ นปช. หรือกลุ่มคนเสื้อแดง เพื่อไปทำลายพระบรมฉายาลักษณ์ บริเวณ ถ.ราชดำเนิน/p pโดยคดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้องจตุพรจำเลยเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2554 เนื่องจากเห็นว่าทางนำสืบ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ขณะนั้นซึ่งรับผิดชอบดูแลความเรียบร้อยควบคุมการชุมนุมก็ได้เบิกความว่า ทางการข่าวทราบว่ามีบุคคลต่างชาติมาร่วมชุมนุมคนเสื้อแดง ซึ่งได้พยายามควบคุม ขณะที่การสืบสวนสอบสวนพบว่าเหตุการณ์การชุมนุมบางครั้งสามารถถูกสร้างสถานการณ์ได้ทุกฝ่าย การแถลงข่าวของจำเลยจึงเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำหน้าที่ของโจทก์ที่ติดตามดูแลความเรียบร้อยการชุมนุม ซึ่งเป็นการแสดงความคิดเห็นเพื่อความชอบธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 ที่ไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์/p pจากนั้น สุเทพ โจทก์ ยื่นอุทธรณ์ ต่อมาศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2556 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้อง/p pโจทก์ยื่นฎีกาต่อ โดยในวันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกตัวจตุพรมาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ซึ่งศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า สุเทพ โจทก์ ในขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ดูแลความเรียบร้อยการชุมนุม ขณะที่จำเลยเป็นแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงได้จัดการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อให้มีการยุบสภาและจัดการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งโจทก์ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงได้แถลงข่าวว่าจะมีคนต่างชาติมาร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงจึงเตือนผู้ประกอบการโรงงานต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณกรุงเทพฯและปริมณฑลกำชับห้ามไม่ให้ลูกจ้างซึ่งเป็นบุคคลต่างชาติเข้าร่วมชุมนุม ซึ่งโจทก์ได้ข้อมูลมาจากสำนักข่าวกรองแห่งชาติและแหล่งข่าว ข้อความดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงภาพลักษณ์ของจำเลยซึ่งเป็นแกนนำ นปช. อีกทั้งจำเลยยังเคยตั้งกระทู้ถามโจทก์ในรัฐสภาถึงเรื่องนี้ จากนั้นจำเลยจึงได้มีการแถลงข่าวตอบโต้คำพูดของโจทก์/p pโดยตัวจำเลยเบิกความว่า หากตัวจำเลยไม่ได้แถลงข่าวอาจจะเกิดเหตุการณ์ตามที่โจทก์อ้าง การแถลงข่าวของจำเลยเป็นการแถลงข่าวดักคอโจทก์ พยานโจทก์ที่นำมาเบิกความที่อ้างว่าได้ข่าวกรองว่าจะมีต่างชาติเข้ามาร่วมชุมนุมกับ นปช.นั้น ก็เบิกความยอมรับว่าไม่ได้เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในเรื่องการวิเคราะห์หรือหาข่าว เป็นพียงผู้มีหน้าที่ให้คำปรึกษากับ ผอ.สำนักข่าวกรองทางด้านกฎหมาย และโจทก์ก็ไม่ได้นำ ผอ.สำนักข่าวกรองมานำสืบข้อเท็จเกี่ยวกับเรื่องการแฝงตัวของต่างชาติในการชุมนุมแต่อย่างใด/p pอีกทั้งทนายจำเลยนำพยานปาก อารีย์ ไกรนรา และ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ เบิกความสอดคล้องต้องกันว่าจะมีผู้เข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ชุมนุม จนนำไปสู่การจับกุมตัวได้ 3 ราย และก็ไม่มีเหตุตามที่โจทก์กล่าวอ้างเกิดขึ้น ส่วนเหตุที่มีการพบวัตถุระเบิดในการชุมนุมซึ่งหลังจากการตรวจสอบพบว่าเป็นการสร้างสถานการณ์โดยใช้ระเบิดปลอม ซึ่งการสร้างสถานการณ์ดังกล่าวไม่แน่ชัดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มใด อาจจะเป็นฝีมือของรัฐบาลหรือผู้ชุมนุมก็ได้ คำเบิกความ พล.ต.ต.วิชัยถึงเรื่องดังกล่าวจึงเป็นคำเบิกความของข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรง เป็นคนกลาง ไม่มีส่วนได้เสีย ย่อมมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ/p pศาลยังเห็นว่าพรรคการเมืองของโจทก์และจำเลยเป็นคู่แข่งปฏิปักษ์ทางการเมืองอย่างชัดเจน การที่โจทก์แถลงข่าวผ่านทางหนังสือพิมพ์ และโทรทัศน์ว่าจะมีคนต่างชาติแฝงตัวชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงไปทำลายพระบรมฉายาลักษณ์บริเวณถนนราชดำเนิน ย่อมทำให้บุคคลทั่วไปที่ได้รับฟังเกิดความเสื่อมเสียและประชาชนคลางแคลงสงสัยในตัวจำเลย จำเลยย่อมที่จะมีสิทธิโต้ตอบโดยสุจริตเพื่อป้องกันส่วนได้ของตัวเอง ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยพิพากษายืน ยกฟ้อง/p p style="text-align: center;"img src="https://c2.staticflickr.com/6/5450/31253944121_5be76187a3.jpg" //p h3span style="color:#0000cd;"วืดประกันรอบ4 แม้ระบุสำนึกผิด สาบานไม่ทำผิดเงื่อนไข/span/h3 pขณะที่เมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา มติชนออนไลน์ รายงานด้วยว่า ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก วิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความจตุพร จำเลยที่ 2 ในอีกคดีคือคดีหมายเลขดำที่ อ.2542/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ฐานร่วมกับแกนนำ นปช.รวม24 คน คดีก่อการร้าย เดินทางมายื่นคำร้องเพื่อขอปล่อยชั่วคราวจตุพร จำเลยที่ 2 โดยเป็นการยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวครั้งที่ 4 หลังศาลอาญามีคำสั่งเพิกถอนการปล่อยชั่วคราว เมื่อวันที่ 11 ต.ค. ที่ผ่านมา/p pทั้งนี้คำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว จตุพร จำเลยที่ 2 อ้างเหตุผลประกอบว่า ถูกคุมขังมานานกว่า 1 เดือนเศษแล้ว ได้รับความทุกข์ทรมานและคิดถึงบุตร ภรรยาเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมาจำเลยรู้สึกเข็ดหลาบและสำนึกผิดที่ได้กระทำผิดเงื่อนไขของศาล หากจำเลยได้รับการปล่อยชั่วคราวออกไป ขอสาบานด้วยความสัตย์จริงว่าจะไม่กระทำการใดๆ ที่จะผิดเงื่อนไขของศาลอีก และจะปฏิบัติตามคำสั่งของศาลโดยเคร่งครัด จึงขอความกรุณาจากศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยอีกครั้ง/p pโดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ยังไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงให้ยกคำร้องของนายจตุพร/p pขณะที่การยื่อนขอประกันตัวในครั้งต่อไป วิญญัติ กล่าวว่าคงประมาณ 1-2 สัปดาห์ก็จะยื่นขอปล่อยชั่วคราวอีกครั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ศาลยกคำร้องไป เนื่องจากอาจเป็นในส่วนของเรื่องเวลาความเหมาะสม แต่ส่วนตัวตนเชื่อว่าใกล้แล้วที่ศาลจะพิจารณาปล่อยชั่วคราวนายจตุพร โดยคำร้องในครั้งก่อนเราก็ให้เหตุผลว่านายจตุพรมีความสำนึกผิดและเข็ดหลาบ โดยจะให้สัตย์สาบานตนว่าจะไม่กระทำผิดเงื่อนไขของศาลอีก/p pnbsp;/p pที่มาnbsp;a href="http://www.komchadluek.net/news/politic/250976"คมชัดลึกออนไลน์/aและa href="http://www.matichon.co.th/news/378855"มติชนออนไลน์/a/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/0YIjBi2-qf8" height="1" width="1" alt=""/

บรอดแบนด์แห่งชาติ บทสรุปจากการประชุมระดับโลก

Fri, 02/12/2016 - 13:45
!--break--!--break--pbr /ในการประชุม ITU Telecom World 2016 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ หลายประเทศได้แลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ในเรื่องการเข้าถึงบรอดแบนด์ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสังคมโลกสู่เป้าหมาย Connect 2020 โดยสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ได้ประมาณว่า ในปัจจุบันมีประชากรโลกเพียง 3,500 ล้านคนที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ต อีกกว่า 3,900 ล้านคนยังไม่เคยใช้งานอินเทอร์เน็ตเลย และเป้าหมายของ ITU คือการขยายการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตสำหรับประชากรโลกเพิ่มขึ้นอีกกว่า 1,000 ล้านคนในปี 2020 โดยมุ่งให้ร้อยละ 55 ของครัวเรือนสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และร้อยละ 60 ของประชากรได้ใช้งานอินเทอร์เน็ต ส่วนพื้นที่ให้บริการบรอดแบนด์ต้องครอบคลุมไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของเขตชนบท และอัตราค่าบริการต้องลดลงเพื่อให้อยู่ในระดับที่ประชาชนทั่วไปจ่ายได้ โดยมีดัชนีเบื้องต้นว่า ค่าใช้จ่ายด้านโทรคมนาคมควรต่ำกว่าร้อยละ 5 ของรายได้เฉลี่ยในแต่ละเดือนbr /br /ผู้แทนจากกัมพูชารายงานว่า ในปัจจุบันมีประชากรร้อยละ 40 เข้าถึงอินเทอร์เน็ต และตั้งเป้าว่าในปี 2020 อัตราการเข้าถึงจะเพิ่มเป็นร้อยละ 70 โดยต้องมีบริการบรอดแบนด์ครอบคลุมในเขตเมืองทั้งหมด และครอบคลุมร้อยละ 70 ในเขตชนบท ซึ่งจำเป็นต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นใยแก้วนำแสงใต้ทะเล ตลอดจนโครงข่ายใยแก้วนำแสงทั่วประเทศ รวมทั้งการจัดสรรคลื่นความถี่br /br /ผู้แทนจากมาเลเซียรายงานว่า ในปัจจุบันมีประชากรที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตร้อยละ 70 และตั้งเป้าว่าในปี 2020 อัตราการเข้าถึงจะเพิ่มเป็นร้อยละ 95 โดยความเร็วของบริการบรอดแบนด์ในเขตเมืองต้องไม่ต่ำกว่า 100 Mbps และในเขตชนบทไม่ต่ำกว่า 20 Mbps ส่วนอัตราค่าบริการรายเดือนต้องไม่เกินร้อยละ 1 ของรายได้เฉลี่ยต่อเดือนของประชากรbr /br /ผู้แทนจากสิงคโปร์รายงานว่า แผนบรอดแบนด์แห่งชาติของสิงคโปร์ ก้าวข้ามพ้นเรื่องอัตราการเข้าถึงบริการไปแล้ว และมุ่งไปที่การใช้ประโยชน์จากบรอดเแบนด์เพื่อเปลี่ยนแปลงประชาชนและเอกชนให้เข้าสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ โดยส่งเสริมการทดลองประกอบการใหม่ๆ ที่มีความเสี่ยงภายใต้สภาพ Regulatory Sandbox และมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนที่เข้าถึงบรอดแบนด์ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆbr /br /จากการรายงานดังกล่าว เราจะเห็นระดับพัฒนาการของบริการบรอดแบนด์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ เริ่มจากการขยายโครงสร้างพื้นฐานให้ครอบคลุม การปรับปรุงประสิทธิภาพโครงข่ายให้ดียิ่งขึ้น และการใช้ประโยชน์จากบรอดแบนด์เพื่อปรับเปลี่ยนประเทศbr /br /ในที่ประชุมมีการเน้นย้ำถึงความสำคัญของโครงข่ายสาย แม้ว่าในปัจจุบันประชากรโลกเข้าถึงบรอดแบนด์ผ่านโครงข่ายไร้สายมากกว่าก็ตาม เพราะแท้จริงแล้ว โครงสร้างพื้นฐานที่เป็นเสาหลักของโครงข่ายอินเทอร์เน็ตโลกคือโครงข่ายสาย ซึ่งรองรับปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลาได้ดีกว่าโครงข่ายที่ใช้คลื่นความถี่เพียงอย่างเดียว รัฐบาลจึงไม่ควรละเลยที่จะสนับสนุนการวางโครงข่ายใยแก้วนำแสง และจากประมาณการของ ITU คาดว่า ในการเพิ่มการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชากรอีกกว่า 1,000 ล้านคนทั่วโลกนั้น ต้องใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 450,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จึงจำเป็นที่รัฐและเอกชนจะต้องร่วมมือกันเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าวอย่างเลี่ยงไม่ได้ และต้องมีมาตรการป้องกันการผูกขาดโครงข่ายเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการบรอดแบนด์ทุกรายใช้งานโครงข่ายได้โดยไม่ถูกกีดกัน คือรัฐต้องสร้างสมดุลระหว่างการลงทุนโครงข่ายที่ต้องใช้เม็ดเงินมหาศาล และสร้างการแข่งขันในตลาดการให้บริการบรอดแบนด์ให้เกิดขึ้นควบคู่กันให้ได้br /br /และในอินเดียก็มีการพยายามหาแนวทางเพิ่มการเข้าถึงบรอดแบนด์ด้วยทรัพยากรที่มีอยู่ เช่น การให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านโครงข่ายเคเบิลทีวีซึ่งครอบคลุมกว่า 100 ล้านครัวเรือนอยู่แล้ว และการพัฒนาจุดให้บริการ Wi-Fi ทั่วประเทศเพื่อสร้าง National Wi-Fi Gridbr /br /นอกจากประเด็นเรื่องโครงข่ายแล้ว ความสำเร็จของการใช้ประโยชน์บรอดแบนด์เพื่อพัฒนาประเทศยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ ได้แก่ ปัจจัยด้านบริการ คือการพัฒนาบริการหรือเนื้อหาที่ตรงกับความต้องการภายในของแต่ละประเทศ รวมถึงเนื้อหาที่ใช้ภาษาของประเทศนั้นๆ (Relevant Local Content / Service) ซึ่งจะทำให้ประชาชนรับรู้ประโยชน์ที่จะได้รับจากการเข้าถึงบรอดแบนด์ได้จริง และต้องพัฒนาระบบความปลอดภัยของโครงข่ายและบริการอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เพื่อให้ประชาชนไว้วางใจ สำหรับปัจจัยด้านผู้บริโภคนั้น จะต้องมีการพัฒนาทักษะการใช้งานและการเท่าทันโลกดิจิทัล และสร้างความตระหนักถึงภาระหรือค่าเสียโอกาสที่จะเกิดขึ้นกับผู้ไม่ใช้บริการบรอดแบนด์เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ใช้บริการbr /br /ผู้แทนจาก Internet Society ซึ่งเป็นองค์กรขับเคลื่อนมาตรฐานอินเทอร์เน็ตโลกได้เน้นย้ำถึงผลสำรวจในประเทศแถบเอเชียว่า ประเด็นที่ได้รับการหยิบยกมากที่สุดเมื่อพูดถึงอินเทอร์เน็ต คือการเข้าถึงบริการและความปลอดภัยของบริการ ในที่ประชุมเห็นว่า ความปลอดภัยในโลกออนไลน์นั้นต้องจัดการในหลายระดับ ได้แก่ ในระดับนโยบายที่ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ระดับเทคโนโลยีที่ต้องพัฒนาเทคโนโลยีความปลอดภัยให้ทันสมัย และที่สำคัญคือระดับการใช้งาน ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น จึงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายจะต้องลงมือถึงจะเห็นความสำเร็จได้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกยุค Internet of Things และ Big Data ซึ่งความปลอดภัยคือเสาหลักที่ขาดไม่ได้br /br /สำหรับผู้ประกอบการ มีการระบุถึงการลงทุนจากภาครัฐร่วมกับเอกชน เนื่องจากโครงข่ายระดับชาติต้องการเงินลงทุนมหาศาล รวมถึงการจัดการปัญหาสิทธิแห่งทาง (ในการปักเสา เดินสาย หรือวางท่อ) และความชัดเจนแน่นอนของกฎระเบียบ เพื่อให้สามารถวางแผนธุรกิจได้มีประสิทธิภาพbr /br /โดยสรุปแล้ว ในอนาคตบรอดแบนด์คือสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของสังคม ไม่ต่างจากไฟฟ้า ถนนหนทาง และน้ำประปา การวางแผนบรอดแบนด์ต้องมองทั้งระบบนิเวศ ซึ่งมีทั้งในภาคธุรกิจโทรคมนาคม และภาคธุรกิจอื่นๆ รวมถึงรัฐและประชาชน โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการเข้าถึงและใช้งาน และมุ่งหวังถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตและเปลี่ยนแปลงสังคมสู่ยุคดิจิทัล การสร้างการแข่งขันในตลาดบริการบรอดแบนด์เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้บริโภค การมีบริษัทโครงข่ายที่เป็นกลางอาจเป็นคำตอบ รวมถึงการกำหนดให้อาคารหรือหมู่บ้านจัดสรรต่างๆ มีหน้าที่วางสายภายในเพื่อรองรับการเชื่อมต่อจากผู้ให้บริการรายใดก็ได้เพื่อป้องกันการผูกขาดบริการทั้งหมดโดยผู้ให้บริการรายเดียวbr /br /แม้ว่าตัวเลขการลงทุนบรอดแบนด์จะสูงมาก แต่หากคำนวณค่าเสียโอกาสของประเทศจากการไม่มีบริการบรอดแบนด์ที่ทั่วถึง รวมถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลที่จะเกิดขึ้น ก็เป็นเรื่องจำเป็นที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันหาทางออกที่เหมาะสม/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/E_W86oQ1ODk" height="1" width="1" alt=""/

กราบบังคมทูลอัญเชิญขึ้นทรงราชย์เป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10

Thu, 01/12/2016 - 22:59
pผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาท กราบบังคมทูลอัญเชิญขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงตอบรับขึ้นทรงราชย์เป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร "เพื่อสนองพระราชปณิธานและเพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวไทยทั้งปวง"/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"iframe allowfullscreen="" frameborder="0" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/NTttqQlhPko" width="560"/iframe/p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"strongที่มา: โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย/strong/span/p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"strongimg alt="" src="https://c2.staticflickr.com/6/5530/30988432310_06f05d00a5_z.jpg" style="width: 560px; height: 374px;" //strong/span/p p style="text-align: center;"nbsp;/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/6/5703/30988432510_22cf5073aa_c.jpg" style="width: 374px; height: 560px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/6/5455/31213484532_c4a9a9c47f_z.jpg" style="width: 560px; height: 374px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/6/5603/31213484242_76f7bd025d_z.jpg" style="width: 560px; height: 374px;" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"strongพิธีกราบบังคมทูลอัญเชิญสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้นครองราชย์สืบราชสันตติวงศ์ (ที่มาของภาพ: เพจ Information Division of OHM)/strong/span/p p1 ธ.ค. 2559 เมื่อเวลา 22.01 น. โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยได้เผยแพร่พิธีกราบบังคมทูลอัญเชิญสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้นครองราชย์สืบราชสันตติวงศ์/p pโดยเมื่อเวลา 19.16 น. วันนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา เข้าเฝ้าฯ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/6/5821/31240980861_21620def8f_z.jpg" style="width: 560px; height: 315px;" //p p style="text-align: center;"strong style="color: rgb(255, 140, 0);"ที่มา: โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย/strong/p pโอกาสนี้ นายพรเพชร กราบบังคมทูลอัญเชิญ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร องค์รัชทายาท เสด็จขึ้นครองราชย์ เป็นพระมหากษัตริย์ สืบราชสันตติวงศ์ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) 2557 มาตรา 2 วรรค 2 ประกอบกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550 มาตรา 23 วรรค 1/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/6/5670/30533666294_06081ae2c0_z.jpg" style="width: 560px; height: 315px;" //p p style="text-align: center;"strong style="color: rgb(255, 140, 0);"ที่มา: โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย/strong/p pหลังจากนั้นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร มีพระราชดำรัสตอบรับการขึ้นทรงราชย์ ความว่า "ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภา ได้กล่าวในนามของปวงชนชาวไทย เชิญข้าพเจ้าขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ว่าเป็นไปตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ กับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนั้น ข้าพเจ้าขอตอบรับเพื่อสนองพระราชปณิธานและเพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวไทยทั้งปวง"/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/6/5716/31240981061_7ddd7290e9_z.jpg" style="width: 560px; height: 315px;" //p p style="text-align: center;"strong style="color: rgb(255, 140, 0);"ที่มา: โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย/strong/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/6/5683/30533665464_a791496c7d_z.jpg" style="width: 560px; height: 315px;" //p p style="text-align: center;"strong style="color: rgb(255, 140, 0);"ที่มา: โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย/strong/p pเวลาต่อมา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ ไปประทับราบ ณ พระสุจหนี่ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงกราบถวายบังคม ทรงเปิดกรวยกระทงดอกไม้ ธูปเทียนแพร และทรงกราบราบ/p pสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับคณะผู้เข้าเฝ้าฯ./p pnbsp;/p pstrongประกาศสภานิติบัญญัติแห่งชาติ อัญเชิญองค์พระรัชทายาทขึ้นทรงราชย์/strong/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/6/5565/30535344864_d5e7c51f1b_c.jpg" style="width: 560px; height: 792px;" //p pหลังจากนั้นโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เผยแพร่คำประกาศ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เรื่อง อัญเชิญองค์พระรัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ อ่านโดยประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตามที่เผยแพร่เนื้อความในa href="http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2559/A/102/1.PDF"เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา/a ความว่า/p pnbsp;/p p style="margin-left: 40px; text-align: center;"strongประกาศ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)br /เรื่อง อัญเชิญองค์พระรัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์nbsp;/strong/p p style="margin-left: 40px;"โดยที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ได้เสด็จสวรรคตแล้ว เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2559 เวลา 15 นาฬิกา 52 นาที รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 มาตรา 2 วรรคสอง ประกอบกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 23 วรรคหนึ่ง ได้บัญญัติ เรื่องการสืบราชสันตติวงศ์ว่า ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลงและเป็นกรณีที่พระมหากษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้ง พระรัชทายาทไว้ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467 แล้ว ให้คณะรัฐมนตรีแจ้งให้ประธานรัฐสภาทราบ และให้ประธานรัฐสภาเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อรับทราบ และให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญองค์พระรัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์สืบไป แล้วให้ประธานรัฐสภา ประกาศให้ประชาชนทราบ/p p style="margin-left: 40px;"โดยที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงแต่งตั้งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นพระรัชทายาทไว้ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467 แล้ว เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พุทธศักราช 2515/p p style="margin-left: 40px;"สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทําหน้าที่รัฐสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ได้รับทราบกรณีสวรรคตดังกล่าวด้วยความโทมนัสยิ่ง โดยเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2559 สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้มีการประชุมเพื่อรับทราบการแต่งตั้งพระรัชทายาท และประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทําหน้าที่ประธานรัฐสภา ได้นําความกราบบังคมทูลอัญเชิญ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 มาตรา 2 วรรคสอง ประกอบกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 23 วรรคหนึ่ง

จึงขอประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกันว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ได้ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2559 เป็นต้นไป/p p style="text-align: center;"ประกาศ ณ วันที่ 1 ธันวาคม พุทธศักราช 2559/p p style="text-align: center;"พรเพชร วิชิตชลชัยbr /ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติbr /ทําหน้าที่ประธานรัฐสภา/p pnbsp;/p pstrongนายกรัฐมนตรีแถลงราชอาณาจักรไทยมีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่แล้ว/strong/p pหลังจากนั้นโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยเผยแพร่คำประกาศของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี nbsp;ในฐานะตัวแทนรัฐบาล กล่าวว่า รัฐบาลขอประกาศให้ประชาชนชาวไทยทั้งที่อยู่ในราชอาณาจักร และในต่างประเทศทั่วโลก ทราบทั่วกันว่า บัดนี้ประเทศไทยมีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่แล้วตามคำกราบบังคมทูลอัญเชิญขึ้นทรงราชย์ของประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่ประธานรัฐสภา ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต โดยมีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ นายกรัฐมนตรี และประธานศาลฎีกา ร่วมเป็นสักขีในพิธีประวัติศาสตร์นี้ และทรงพระกรุณารับคำกราบบังคมทูลอัญเชิญ ดังที่ต่อมาได้มีประกาศสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อแจ้งประชาชนแล้ว การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ และโบราณราชประเพณีทุกประการ ทั้งสนองพระราชดำริสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมงกุฎราชกุมารที่พระราชทานไว้ตั้งแต่แรกว่า ในระหว่างที่พระองค์เองและประชาชนกำลังทุกข์โศกอย่างใหญ่หลวงจากการเสด็จสวรรค์นะคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ยังไม่ควรดำเนินการเรื่องการสืบราชสมบัติทันทีในขณะนั้น หากแต่ควรรอจนการบำเพ็ญพระราชบุตรสนและการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าไปถวายบังคมพระบรมศพผ่านพ้นไปสักระยะหนึ่ง ซึ่งบัดนี้ถึงเวลาการบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวารคือครบ 50 วัน และประชาชนได้มีโอกาสเข้าถวายบังคมพระบรมศพแล้วนับล้านคน จึงขอพระราชทานพระราชานุญาตดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ต่อไป/p pอนึ่ง เพื่อให้เป็นไปตามโบราณราชประเพณี โดยไม่ขัดต่อกฎหมาย ทั้งยังสอดคล้องกับคตินิยมในนานาประเทศที่ว่า ราชอาณาจักรย่อมไม่ว่างเว้นขาดตอนจากการมีพระมหากษัตริย์ ดังนั้นการเริ่มราชการใหม่จึงมีผลต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2559 เป็นต้นไป/p pณ บัดนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณสยามมงกุฎราชกุมาร ซึ่งทรงสถิตอยู่ในพระราชสถานะองค์พระรัชทายาทมาตั้งแต่พุทธศักราช 2515 นัดเป็นเวลาถึง 44 ปี จึงทรงเป็น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ และทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจตามรัฐธรรมนูญทุกประการ ส่วนการจะดำเนินการต่อไปเพื่อให้เป็นไปตามโบราณราชขัตติยประเพณีที่เรียกว่า " พระราชพิธีพระบรมมาราชาภิเษก " นั้น ย่อมขึ้นอยู่กับพระราชวินิจฉัย ซึ่งมีพระราชดำริแล้วว่า ควรดำเนินการเมื่อเสร็จสิ้นการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศแล้ว/p pพี่น้องประชาชนทั้งหลาย ด้วยศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนหรือแนวทางที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ผู้ทรงเป็นสมเด็จพระบรมชนกนาถได้ทรงวางไว้แล้วตลอดเวลา 70 ปี จะเป็นรากฐานอันแข็งแกร่ง เมื่อประกอบเข้ากับความศรัทธาเชื่อมั่นและสัตยาธิษฐานที่มหาชนชาวสยามทุกรูปทุกนามพร้อมใจกันเปล่งวาจาตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2559 และมากล่าวย้ำพร้อมกันอย่างเป็นทางการอีกครั้งเมื่อเช้าวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้ ว่า จะทำดีเพื่อพ่อ จะจดจำคำของพ่อ จะขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป จะสืบสานพระบรมราชปณิธาน คิดดี พูดดี ทำดี ซื่อสัตย์สุจริต รู้รักสามัคคี และจะอยู่อย่างพอเพียง รัฐบาลเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นดุจปราการอันมั่งคง บนพื้นฐานอันแข็งแกร่ง ประการสำคัญคือ ด้วยพระบรมเดชานุภาพของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ ทุกอย่างจะดำเนินไปได้ด้วยดีท่ามกลางความเพียรอันบริสุทธิ์ของเราทั้งหลาย/p pสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ทรงเป็นพระรัชทายาทที่ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม สถาปนา และมีโอกาสโดยเสด็จพระราชดำเนินไปทรงงานในที่ต่าง ๆ มากว่า 44 ปี บัดนี้ทรงเป็นพระประมุข เป็นศูนย์รวมใจไทยทั้งชาติ สืบสนองพระองค์สมเด็จพระบรมชนกนาถ ทรงเจริญรอยพระยุคลบาทสมเด็จพระบรมราชบุพการีทั้งสองพระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถที่ได้ทรงกระทำบำเพ็ญมาแล้วอย่างบริสุทธิ์บริบูรณ์ ดังนั้น แม้เราต่างก็รู้ว่าการพลัดพรากจากสิ่งที่เรารักและเคารพย่อมเป็นทุกข์ แม้การสูญเสีย ความวิปโยค จะเป็นวิกฤตที่ไม่อาจปฏิเสธได้ แต่เราทั้งหลายควรใช้วิกฤตนี้ให้เป็นโอกาส แปลงความทุกข์โศกให้เป็นพลังของแผ่นดิน พลังที่แม้จะไม่มีพระผู้เป็นพลังของแผ่นดินทางพระรูปกายอยู่คุ้มเกล้าคุ้มกระหม่อม แต่พลังของแผ่นดินยังจะมีอยู่ต่อไปด้วยพลังแห่งความศรัทธาเชื่อมั่น ในพระบรมราชปณิธานและศาสตร์พระราชาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ พระบรมราชปิโยรสเป็นผู้นำแทนพระองค์/p pพี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งหลาย ขอให้เราทุกคนร่วมกันตั้งจิตอธิษฐาน ขอพระบรมเดชานุภาพแห่งสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า มีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระปิยมหากษัตริย์ นักพัฒนา เป็นอาทิ ได้โปรดอภิบาลรักษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ ให้ทรงพระเจริญ สถิตเป็นมิ่งขวัญปกเกล้าปกกระหม่อม อาณาประชาราษฎรชาวไทยและประเทศไทย ให้สามารถพัฒนา จนประสบความสำเร็จ บังเกิดความเจริญรุ่งเรือง มีสันติสุขและความสามัคคีปรองดอง สมดังพระราชปณิธาน ปรารถนา ภายใต้การปกครอง แบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตราบกาลนานเทอญ./p pnbsp;/p pstrongเฉลิมพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10/strong/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/6/5691/30535344524_871371cc9e_c.jpg" style="width: 560px; height: 792px;" //p pต่อมาในโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย มีการเผยแพร่nbsp;ประกาศ เฉลิมพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ตามที่เผยแพร่ในa href="http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2559/A/102/2.PDF"เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา/a ความว่า/p p style="margin-left: 40px; text-align: center;"strongประกาศbr /เฉลิมพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวbr /สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร/strong/p p style="margin-left: 40px;"มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า โดยที่ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้มีประกาศเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พุทธศักราช 2559 ว่า พระมหากษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้แล้วตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467 จึงได้มีการประชุมเพื่อรับทราบ และได้กราบบังคมทูลอัญเชิญพระรัชทายาท โดยประกาศให้ทราบทั่วกันว่าสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ได้ขึ้นทรงราชย์สืบราชสันตติวงศ์เป็นพระมหากษัตริย์แล้ว นั้น/p p style="margin-left: 40px;"ทรงพระราชดําริว่าในระหว่างที่ประชาชนยังมิได้ถวายพระปรมาภิไธย เนื่องในการพระราชพิธี พระบรมราชาภิเษก อันจะพึงมีต่อไปตามพระราชประเพณีเป็นการสมควรที่จะเฉลิมพระปรมาภิไธย เป็นการชั่วคราว เพื่อความสะดวกในการเรียกขานพระนาม จึงมีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ เฉลิมพระปรมาภิไธยว่า/p p style="margin-left: 40px;"สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร/p p style="margin-left: 40px;"ประกาศ ณ วันที่ 1 ธันวาคม พุทธศักราช 2559 เป็นปีที่ 1 ในรัชกาลปัจจุบัน/p p style="margin-left: 40px;"ผู้รับสนองพระราชโองการbr /พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชาbr /นายกรัฐมนตรี/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2016/12/69083" target="_blank"หมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/JFynnV3bEWo" height="1" width="1" alt=""/

สั่งรื้อร้านลูกนายพลถูกรุมตื้บ กลุ่มชายฉกรรจ์ดักพาตัว 'บอล กฤษณะ' ไปรพ.ขอขมา หลังได้ประกัน

Thu, 01/12/2016 - 21:41
pเทศบาลช้างเผือก สั่งห้ามใช้-รื้ออาคาร 'ร้านมาลินสกาย' ที่ลูกนายพลถูกรุมตื้บ เหตุทำให้ผิดไปจากแผนผังบริเวณ แบบแปลนnbsp;ศาลให้ประกันตัวบอล กฤษณะ พร้อมพวก-ห้ามออกนอกประเทศ ก่อนถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ดักพาตัว ไปรพ.ขอขมา 'ลูกนายพล'/p p!--break--!--break--/p p1 ธ.ค. 2559nbsp;หลังจากเกิดเหตุทำร้ายร่างกาย อิศราชนุวัฒภ์ วรรคาวิสันต์ อายุ 23 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยพายัพ บุตรชาย พล.ต.วิทยา วรรคาวิสันต์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 จังหวัดน่าน ภายในร้านมาลินสกาย ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่nbsp;ล่าสุดทางเทศบาลตำบลช้างเผือก โดยบุญธรรม ศรีคำมูล รองนายกเทศมนตรีตำบลช้างเผือก ปฎิบัติราชการแทนนากยกเทศมนตรีตำบลช้างเผือกได้มีหนังสือลงวันที่ 30 พ.ย. 2559nbsp;ไปปิดประกาศคำสั่งห้ามใช้อาคารหรือยินยอมให้บุคคลใดใช้อาคารที่อาจเป็นภยันตราย ตามมาตราnbsp;40 วรรคหนึ่ง หรือตามมาตราnbsp;41 วรรคหนึ่ง/p pโดยระบุเจ้าของอาคาร คือ บริษัทขอนแก่น โปรฟิเทียร์ จำกัด ซึ่งได้รับอนุญาตให้ทำการดัดแปลงอาคาร ลงวันที่ 3 ก.ย. 2557 เพื่อใช้เป็นอาคารพาณิชย์ คอนกรีตเสริมเหล็ก 4 ชั้น 1 หลัง โดยมี สุรเสน พุฒิวณิชย์ เป็นผู้ควบคุมงานnbsp;ปรากฎว่ามีการกระทำให้ผิดไปจากแผนผังบริเวณ แบบแปลน และรายการประกอบแบบแปลนที่ได้รับใบอนุญาต ตลอดจนวิธีการและเงื่อนไขที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดไว้ในใบอนุญาตผังรายการแนบท้ายคำสั่งนี้ และเนื่องจากอาคารดังกล่าวเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน จึงห้ามไม่ให้ใช้บางส่วนของอาคารนี้ ส่วนที่ต่อเติมเป็นโครงเหล็ก ตั้งแต่ดาดฟ้า ชั้น 5 ที่ร้านอาหาร มาลินสกาย จนกว่าจะดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องตามที่ได้รับอนุญาต ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง หากพ้นกำหนดจะดำเนินการตามกฎหมายnbsp;/p pโดยภานุมาส อุดมขันติกุล เลขานุการ พีรยา คุวานันท์ กรรมการบริหาร โครงการเดอะเชียงใหม่คอมเพลกซ์ (ตลาดมาลินพลาซ่า) เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ได้เห็นประกาศดังกล่าวแล้ว และพร้อมที่จะดำเนินการทันทีnbsp;บริษัท ขอนแก่น โปรฟิเทียร์ จำกัด เป็นบริษัทในเครือที่ดำเนินโครงการเดอะเชียงใหม่คอมเพลกซ์nbsp;ในวันนี้ (1 ธ.ค.)ทางผู้บริหารได้มีการประชุมกันเบื้องต้น และส่งวิศวกรเข้าไปดูโครงสร้างและวางแผนการรื้อถอน โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการรื้อถอนโครงสร้างเหล็กชั้น 5 ซึ่งเป็นที่ตั้งของมาลินสกาย ในวันพรุ่งนี้ (2 ธ.ค.) เนื่องจากในบริเวณดังกล่าวทางโครงการได้ยกเลิกสัญญาเช่าไปเรียบร้อยแล้ว โดยจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จตามเวลา 30 วัน ที่ทางราชการกำหนดไว้/p h3span style="color:#0000cd;"ศาลให้ประกันตัวบอล กฤษณะ พร้อมพวก-ห้ามออกนอกประเทศ/span/h3 pขณะที่วันเดียวกัน กฤษณะ หรือ บอล อมิตรสูญ แฟนของดาราสาวชื่อดังพร้อมพวกอีก 3 คน ซึ่งเป็นพนักงานของร้านมาลินสกาย ตกเป็นผู้ต้องหารุมทำร้าย อิศราชนุวัฒน์ ภายในร้านมาลินสกาย จนได้รับบาดเจ็บสาหัสเมื่อ 6 วันก่อน ซึ่งหลังจากที่พนักงานสอบสวนได้นำตัวไปฝากขังเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ต่อมาศาลให้ประกันตัวด้วยหลักทรัพย์คนละ 200,000 บาท แต่ห้ามเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานและห้ามเดินทางออกนอกประเทศ โดยหลังจากศาลอนุญาตให้ประกันตัว บอล กฤษณะ ได้เดินทางออกจากศาลทันที และมีรายงานว่ากำลังเดินทางไปที่โรงพยาบาลลานนา เชียงใหม่ เพื่อเข้าเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บ/p h3span style="color:#0000cd;"กลุ่มชายฉกรรจ์ดักพาตัว ไปรพ.ขอขมา 'ลูกนายพล'/span/h3 diva href="https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_124039"ข่าวสดออนไลน์/aรายงานเพิ่มเติมด้วยว่าnbsp;หลังจากที่ ศาลอนุมัติให้ประกันตัว บอล กฤษณะ ซึ่งตามกำหนดการ นายกฤษณะได้แจ้งกับนักข่าวว่าจะแถลงข่าวด้านหน้าศาลเมื่อเวลา 17.30 น.nbsp;แต่ระหว่างที่สื่อมวลชนกำลังรอทำข่าวอยู่นั้น ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์พาตัวนายบอลขึ้นรถออกไปจากศาลจ.เชียงใหม่ ทันที ท่ามกลางความงุนงงของสื่อมวลชน จากการตรวจสอบพบว่า ชายกลุ่มที่มาพาตัวนายบอลออกจากศาล เป็นคนของอดีตคนมีสีคนหนึ่งซึ่งรู้จักกับกลุ่มนายบอลและพรรคพวกnbsp;โดยนำตัวนายบอลไปที่โรงพยาบาลลานนา จ.เชียงใหม่ เพื่อเข้าเยี่ยมอาการอิศราชนุวัฒภ์ จากการตรวจสอบเพิ่มเติมยังพบว่า อดีตคนมีสีรายนี้ มีความสนิทสนมกับ พล.ต.วิทยา พ่อของผู้เสียหาย และมีความพยายามติดต่อขอให้บอลได้เข้าไปขอขมาหลายครั้งแล้ว/div pnbsp;/p pที่มา a href="http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/729945"กรุงเทพธุรกิจออนไลน์/anbsp;a href="http://www.tnamcot.com/content/606474"สำนักข่าวไทย/a และa href="https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_124039"ข่าวสดออนไลน์/a/p pnbsp;/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2016/11/69051" target="_blank"#039;ลูกนายพล ถูกรุมตื้บ#039; โพสต์อยากให้เห็นคุณค่าความเป็นมนุษย์ ทุกคนมีสิทธิมีเสียงเท่ากัน/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/v7KWZP4GVvU" height="1" width="1" alt=""/

สนช. รับหลักการ ร่าง พ.ร.บ. 'สถาบันภูมิราชธรรม' เป็นสถาบันอุดมศึกษาทางวิชาการ-วิชาชีพชั้นสูง

Thu, 01/12/2016 - 20:35
pสนช. มีมติ 217 เสียง รับหลักการร่าง พ.ร.บ.สถาบันภูมิราชธรรม มีฐานะเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นนิติบุคคล ภายในกำกับรัฐnbsp;เพื่อเฉลิมพระเกียรติคุณด้านการศึกษาและศิลปวิทยาการ ทั้งวิทยาศาสตร์และศิลปะศาสตร์ทุกแขนง/p p!--break--!--break--/p p1 ธ.ค. 2559 รายงานข่าวจากรัฐสภา ระบุว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) nbsp;มีมติ 217 เสียง รับหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ) สถาบันภูมิราชธรรม ที่คณะรัฐมนตรีเสนอ โดยกำหนดแปรญัตติ 15 วัน พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เพื่อศึกษาร่าง พ.ร.บ. 21 คน nbsp;มีกรอบเวลาในการศึกษา 60 วัน/p pสำหรับร่าง พ.ร.บ.สถาบันภูมิราชธรรม ตราขึ้นเนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี เมื่อวันที่ 9 nbsp;มิ.ย. 2559 สมควรจัดตั้งสถาบันภูมิราชธรรมเป็นสถาบันอุดมศึกษาทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง เพื่อเฉลิมพระเกียรติคุณด้านการศึกษาและศิลปวิทยาการ ทั้งสายวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ทุกแขนงตลอดจนน้อมนำพระปรีชาสามารถและพระอัจฉริยภาพที่ทรงมีอยู่เต็มเปี่ยมในความรู้ทุกด้าน และได้ยังให้เกิดประโยชน์สุขแก่พสกนิกรมาช้านาน มาเป็นแบบอย่างในการจัดกระบวนการศึกษาเรียนรู้ อีกทั้งเพื่อเป็นพระบรมราชานุสรณ์ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีอยู่เหนือเกล้าฯ ของประชาชาติไทยไปในอนาคตกาลโดยไม่มีเวลาสิ้นสูญ nbsp;/p pทั้งนี้nbsp; สถาบันภูมิราชธรรม จะมีที่ตั้งอยู่บริเวณ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ในพื้นที่ 436 ไร่ มีฐานะเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นนิติบุคคล อยู่ภายในกำกับของรัฐ แต่ไม่ใช่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ โดยรายได้ของสถาบันมาจากเงินอุดหนุนของรัฐบาลและทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มีกองทุนภูมิราชธรรมเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินกิจการของสถาบัน โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้รักษาการตาม พ.ร.บ.นี้ nbsp;ส่วนการจัดการเรียนการสอนจะมีทั้งระดับปริญญาและการฝึกอบรม ผลิตทั้งนักวิชาการและนักวิชาชีพ ในหลักสูตรต่างๆ จะเป็นการเรียนการสอนที่เป็นสากลและประกอบด้วยแรงบันดาลใจจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ศาสตร์พระราชา และคุณธรรมของพระราชา/p pสำหรับnbsp;สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ ได้สรุปไว้ดังนี้/p div class="note-box" p dir="ltr"wbr1. กำหนดให้มีการจัดตั้ง “สถาบันภูมิราชธรรม” เป็นนิติบุคคลมีฐานะเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ และอยู่ในอุปถัมภ์ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์/wbr/p p dir="ltr"wbr2. กำหนดให้สถาบันเป็นสถาบันอุดมศึกษาทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง ก่อตั้งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ มีวัตถุประสงค์ที่จะบุกเบิก แสวงหา และเป็นคลังความรู้ ให้การศึกษา ส่งเสริม ประยุกต์และพัฒนาวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง สร้างบัณฑิต วิจัย เป็นแหล่งรวมสติปัญญาและบริการทางวิชาการแก่สังคม รวมทั้งสืบสานทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม เพื่อความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนของสังคมและประเทศชาติฯ/wbr/p p dir="ltr"wbr3. กำหนดรายได้ของสถาบัน ได้แก่ เงินที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มอบให้เพื่อจัดตั้งกองทุนหรือมอบสมทบภายหลัง และรายได้หรือผลประโยชน์จากกองทุนดังกล่าว เงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐบาลจัดสรรให้เป็นรายปีเงินและทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้แก่สถาบัน เงินกองทุนที่สถาบันจัดตั้งขึ้น และรายได้หรือผลประโยชน์จากbr /กองทุนดังกล่าว เป็นต้น/wbr/p p dir="ltr"wbr4. กำหนดให้สภาสถาบันประกอบด้วยนายกสภาสถาบัน กรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ และกรรมการ โดยตำแหน่ง สภาสถาบันมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี/wbr/p p dir="ltr"wbr5. กำหนดให้มีกองทุนตั้งขึ้น โดยเงินที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มอบให้หรือมอบสมทบ/wbr/p p dir="ltr"wbr6. กำหนดให้อธิการบดีเป็นผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (มาตรา 48)/wbr/p p dir="ltr"wbr7. กำหนดให้รัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่กำกับและดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการของสถาบัน ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสถาบันตามมาตรา 6 และให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลหรือมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวกับสถาบันเป็นการเฉพาะ/wbr/p /div p dir="ltr"nbsp;/p p dir="ltr"ที่มา a href="http://www.radioparliament.net/parliament/viewNews.php?nId=6630#.WEAle-aLTIU"เว็บไซต์วิทยุรัฐสภา/aและเว็บa href="http://www.moe.go.th/websm/2016/sep/393.html"ไซต์กระทรวงศึกษาธิการ/a/p p dir="ltr"nbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/7n9PR-tqPZo" height="1" width="1" alt=""/

หมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร

Thu, 01/12/2016 - 17:06
pเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่หมายกำหนดการเลขที่ 25-26/2559 พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวารถวายพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พุทธศักราช 2559 วันที่ 1 และ 2 ธันวาคม 2559/p p!--break--!--break--/p p1 ธ.ค. 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 133 ตอนที่ 40 ข วันที่ 1 ธันวาคม 2559 ที่ 25-26/2559 nbsp;เผยแพร่หมายกำหนดการเลขที่ 25-26/2559 พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวารถวายพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พุทธศักราช 2559/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/6/5761/30528819214_7a4ff3cbd5_c.jpg" style="width: 560px; height: 792px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/6/5738/30528819314_2841895386_c.jpg" style="width: 560px; height: 792px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/6/5771/31236057751_3ed4e04b27_c.jpg" style="width: 560px; height: 792px;" //p pเลขาธิการพระราชวัง รับพระราชบัณฑูรในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร สั่งว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคตจะบรรจบครบ 50 วัน ในวันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม 2559 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้กำหนดการทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ดังนี้ -/p pวันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัง เวลา 17 นาฬิกา เสด็จพระราชดำเนินเข้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงวางพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ และพวงมาลาส่วนพระองค์ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักการะ กราบถวายบังคมพระบรมศพ ชาวพนักงานประโคมมโหระทึก สังข์ แตรฝรั่ง แตรงอน ปี่ กลองชนะ ปี่พาทย์ ทหาร กองเกียรติยศพระบรมศพ ถวายความเคารพ วงดุริยางค์ บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงจุดธูปเทียน เครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 30 รูป สวดพระพุทธมนต์ จบ เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ที่จะถวายพระธรรมเทศนาและสวดธรรมคาถาขึ้นนั่งยังอาสนะ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม พระราชาคณะถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนาจบ พระ 4 รูปสวดธรรมคาถา แล้วทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์และทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ทั้งนั้นสดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา เสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนที่เตียงพระสวดพระอภิธรรม เสด็จพระราชดำเนินกลับ/p pการแต่งกาย แต่งเครื่องแบบเต็มยศ ไว้ทุกข์ สายสะพายจุลจอมเกล้าหรือสายสะพายมงกุฎไทย/p pเลขาธิการพระราชวัง รับพระราชโองการเหนือเกล้า ฯ สั่งว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคตจะบรรจบครบ 50 วัน ในวันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม 2559 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้กำหนดการทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ดังนี้ –/p pวันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวังเวลา 10 นาฬิกา 30 นาที เสด็จพระราชดำเนินเข้าพระที่นั่งดุสิต มหาปราสาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงวางพวงมาลาส่วนพระองค์ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักการะกราบถวายบังคมพระบรมศพ แล้วทรงจุดธูปเทียน เครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 30 รูปที่สวดพระพุทธมนต์ แต่วันก่อน ถวายพรพระ จบ ทรงประเคนภัตตาหาร พระสงฆ์รับพระราชทานฉันเสร็จแล้ว/p pทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ทั้งนั้นสดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ที่จะถวายพระธรรมเทศนาและสวดธรรมคาถาขึ้นนั่งยังอาสนะ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม พระราชาคณะถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนา จบ พระ 4 รูปสวดธรรมคาถา แล้วทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ทั้งนั้นสดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา แล้วทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์อีก 89 รูปเท่าพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา/p pเสด็จพระราชดำเนินกลับ/p pดูกำหนดการที่ a href="http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2559/B/040/1.PDF"http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2559/B/040/1.PDF/a/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/yvwGsj7vIYc" height="1" width="1" alt=""/

พม.ยืดเวลายังไม่เสนอใช้ ม.44 ปลด ผอ.พอช. หลังไม่พอใจย้ายชาวบ้านพื้นที่พิพาทไม่สำเร็จ

Thu, 01/12/2016 - 16:33
pองค์กรชุมชนอีสานใต้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงนายกฯ หลังมีกระแสข่าวเตรียมให้อำนาจตาม ม.44 สั่งปลด ผอ.พอช. เหตุรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ไม่พอใจผลงานย้ายชาวบ้านริมคลองลาดพร้าม ป้อมมหากาฬ ไม่สำเร็จ ล่าสุดยอมยืดเวลาให้ทำงานต่อ ประธาน สอช. ระบุ การทำงานกับชาวบ้านต่อค่อยเป็นค่อยไป ใช้มาตรการรุนแรงไม่ได้/p !--break--!--break-- p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/6/5512/30543089253_35840315a2.jpg" style="width: 500px; height: 375px;" //p p style="text-align: center;"strongspan style="color:#ffa500;"ภาพจาก /spana href="http://transbordernews.in.th/home/?p=15262"span style="color:#ffa500;"Transborder News/span/a/strong/p pดูจะเป็นประเด็นใหญ่ที่ถูกพูดถึงกันในวงแคบๆ สำหรับกรณีที่ พล.ต.อ.อุดลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ได้เตรียมเสนอเรื่องต่อนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อให้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ในการปลด นายพลากร วงศ์กองแก้ว จากตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.)/p pเมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2559 องค์กรชุมชนภาคอีสานใต้ 8 จังหวัด ได้ทำจดหมายเปิดผนึกส่งถึงนายกรัฐมนตรีแล้ว โดยสังคม เจริญทรัพย์ ตัวแทนชาวบ้านได้อ่านแถลงการณ์ถึงหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่อง ความเป็นอิสระในการดำเนินงานของพอช.โดยระบุว่า จากการที่มีเจตจำนงจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมฯ แจ้งยังประธาน พอช. เพื่อให้ ผอ.พอช. ลาออกจากตำแหน่ง เพราะเห็นว่าบริหารงานเกี่ยวกับการสร้างบ้านมั่นคงริมคลองลาดพร้าวไม่บรรลุนโนบายของรัฐบาล โดยประธานกรรมการ พอช. ไม่อาจดำเนินการตามความต้องการของฝ่ายการเมืองได้ เพราะการดำเนินงานของผู้อำนวยการฯ ผ่านเกณฑ์การประเมินของคณะกรรมการฯ ฝ่ายการเมืองจึงมีแนวคิดในการใช้มาตรา 44 ให้ผู้อำนวยการฯ พ้นจากตำแหน่งนั้น การกระทำของฝ่ายของฝ่ายการเมืองคือ พล.ต.อ. อดุลย์ ดังกล่าว เครือข่ายองค์กรชุมชนทั่วประเทศที่ทำงานร่วมกับ พอช. เห็นว่าเป็นการแทรกแซงการทำงานที่จะนำไปสู่การทำลายแนวคิด อุดมการณ์ การก่อตั้งและการดำเนินงานของ พอช. จึงมีจุดยืนและข้อเสนอดังนี้ span style="color:#daa520;"(อ่านจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรีด้านล่าง)/span/p p“เครือข่ายองค์กรชุมชนทั่วประเทศเห็นว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ไม่ควรแทรกแซงการดำเนินงาน และเปิดโอกาสให้ พอช. ได้ทำงานตามแนวคิด อุดมการณ์ขององค์กรที่ดำรงมากว่า 16 ปี หากฝ่ายการเมืองยังคงใช้อำนาจแทรกแซงการบริหารของ พอช. ไม่เพียงแก้ปัญหาไม่ได้เท่านั้น แต่จะเป็นการทำลายแนวคิด อุดมการณ์ขององค์กรที่สร้างคุณูปการในการสร้างความเข้มแข็งของสังคมจากฐานรากมาโดยตลอด เครือข่ายองค์กรชุมชนพร้อมให้มีการตั้งวงหารือกับทาง คสช. เพื่อหาวิธีการคลี่คลายให้ทุกฝ่ายได้ร่วมมือกันทำงานต่อไป” จดหมายเปิดผนึกระบุ/p pขณะเดียวกัน รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.อดุลย์ ได้เคยแสดงความไม่พอใจต่อการทำหน้าที่ของพลากรมาแล้วหลายครั้ง เนื่องจากเห็นว่าไม่สามารถจัดการปัญหาชาวบ้านให้ย้ายออกจากพื้นที่ที่เกิดข้อพิพาทได้ เช่น กรณีชุมชนป้อมมหากาฬ และชุมชนริมคลองต่างๆ ซึ่งรัฐบาลชุดปัจจุบันและกรุงเทพมหานคร มีนโยบายที่จะย้ายชาวบ้านออกจากริมคูคลองเพื่อก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตและประตูระบายน้ำในการแก้ปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะริมคลองลาดพร้าว ซึ่ง พม. ตั้งเป้าไว้ว่าให้ย้ายชาวบ้านออกกว่า 3,000 ครอบครัวให้แล้วเสร็จในปี 2559 โดยให้ พอช. จัดทำโครงการบ้านมั่นคงสำหรับบุคคลเหล่านี้ แต่ปรากฏว่า พอช. สามารถจัดทำบ้านมั่นคงให้ได้เพียงแค่ 100 กว่าหลัง เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมธนารักษ์ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่สามารถส่งมอบที่ดินให้ได้ เช่นเดียวกับกรุงเทพมหานครที่ไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้เลย/p pข่าวแจ้งว่าพล.ต.อ.อดุลย์จึงได้มีคำสั่งด้วยวาจาไปยัง สมพร ใช้บางยาง ประธานคณะกรรมการ(บอร์ด) พอช. เพื่อขอให้ พลากร ลาออก แต่เมื่อสมพรนำเรื่องไปแจ้งให้พลากรทราบ พลากรยืนยันที่จะไม่ลาออกเพราะเชื่อว่าตนเองไม่ได้ทำอะไรผิด ที่สำคัญคือในการประเมินของคณะกรรมการประจำปีก็ระบุชัดเจนว่าพลากรมีผลงานผ่านการประเมิน/p pต่อมาเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2559 สภาองค์กรชุมชน(สอช.)ได้จัดประชุมระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบลครั้งที่ 1/2559 ในหัวข้อ “สมัชชาองค์กรชุมชน 9 ปี : เปิดพื้นที่กลางสร้างนโยบายสาธารณะ” nbsp;ที่โรงแรมเอบีน่า เฮ้าส์ ถนนวิภาวดีรังสิต อย่างไรก็ตามประเด็นที่น่าสนใจกลับอยู่นอกห้องประชุม เนื่องจากได้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เตรียมเสนอนายกรัฐมนตรีให้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ปลดพลากร วงค์กองแก้ว ผอ.สถาบันองค์กรชุมชน (พอช.) เนื่องจากไม่พอใจการทำงานของพลากร ขณะที่ขบวนชาวบ้านใน สอช.มองว่าเป็นการเข้ามาแทรกแซงการทำงานของฝ่ายการเมือง และกำลังเคลื่อนไหวต่อต้านbr /br /จินดา บุญจันทร์ ประธานที่ประชุมระดับชาติสภาองค์กรชุมชนตำบล ให้สัมภาษณ์ว่า การสรรหาผู้อำนวยการของ พอช. ที่ผ่านมาสรรหาตามคุณสมบัติที่เหมาะแก่ภารกิจของ พอช. ซึ่งเน้นที่การหนุนเสริมความเข้มแข็งของชุมชนให้ทำงานอย่างบูรณาการกับหน่วยงานอื่นๆ หลายแห่ง เช่น กรุงเทพมหานคร , กรมธนารักษ์, กรมเจ้าท่า, กรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ทำหน้าที่ประสานงานให้หน่วยงานทุกคนรับผิดชอบต่อหน้าที่ พอช.เป็นเพียงหน่วยงานลูกที่ทำงานโดยอาศัยความร่วมมือระดับฐานรากระดับชุมชน/p p”ตัวอย่างง่ายๆ ที่ผมจะเล่าก็คือหากเป็นนโยบายรัฐ รัฐต้องการเร่งด่วนเพราะใช้อำนาจพิเศษ เช่นสั่งให้จัดระเบียบชุมชนแออัดให้ได้ภายใน 1 ปีก็ต้องทำให้ทัน ให้ตรงเวลา ไม่ทันก็ต้องใช้มาตรการหนัก แต่ พอช.คือ อย่างน้อย 3 ปี ทำแบบค่อยเป็นค่อยไป จะใช้วิธีการรุนแรงไม่ได้ ” จินดา กล่าว/p pจินดา กล่าวด้วยว่า โดยส่วนตัวเชื่อมั่นว่าหากเครือข่ายองค์กรชุมชนทำงานอย่างเข้มแข็ง ตัวผู้อำนวยการจะเป็นเพียงส่วนบุคคลเท่านั้น ถ้าชุมชนเข้มแข็ง พลากรจะมีผลพลอยได้ด้วยคืออยู่ต่อ เพราะพลากรผ่านการประเมินในด้านภารกิจ พอช.แล้ว แต่ถ้าเมื่อใดใช้มาตรา 44 ปลด มันเป็นอำนาจพิเศษ เหนือข้อตกลงที่เคยระบุไว้ ตอนนี้กังวลอย่างเดียวว่าสิ่งที่พ่วงมาจากอำนาจจะเป็นการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ ค่อนข้างจะมั่นใจว่า หากปลดด้วยวิธีการนี้ชาวบ้านลุกฮือแน่ๆ และไม่แน่ว่าในอนาคต อาจจะมีการไปยื่นหนังสือที่ทำเนียบฯ หากฝ่ายการเมืองยังไม่หยุด/p pจินดากล่าวว่า ถ้าการสรรหาผู้บริหารคนใหม่เกิดขึ้นภายใต้นโยบายรัฐอาจจะทำให้รูปแบบคำสั่งในการดำเนินงานของ พอช.เปลี่ยนไปบ้าง อาจจะทำงานยากขึ้น แต่กระบวนการต่างๆ ที่ทำไป 9 ปี ยังอยู่เช่นเดิม เพราะฉะนั้นฝ่ายการเมืองควรเข้าใจว่า อำนาจที่มาจากภาคการเมืองโดยตรงไม่สามารถจัดการกับองค์กรชุมชนได้ทั้งหมด มีแต่จะเกิดความขัดแย้ง จึงควรยุติการแทรกแซงจะดีกว่า/p pด้าพลากร กล่าวว่า สำหรับตนนั้นภารกิจปัจจุบันคือ การทำงานต่อไป ไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวหรือสั่นคลอนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น/p p“ตอนนี้ผมได้รับมอบหมายให้ดูแลชุมชนคลอง แม้จะจัดระเบียบ จัดการชุมชนได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่ชุมชนไม่ได้หยุดกระบวนการ บางพื้นที่กำลังเร่งมือ งานกลุ่มออมทรัพย์และบริหารเศรษฐกิจภายในชุมชน คือผมอยากให้ทำต่อไป และทำให้เต็มที่ ไม่ต้องกังวลว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงใน พอช. หรือจะมีนโยบายใหม่หรือไม่ เพราะเรามีกฎหมายเฉพาะแล้ว ที่ผ่านมา พอช.เราได้สร้างความแข็งแรงและผลักดันให้หน่วยงานให้มีการทำงานอย่างบูรณาการ”พลากรกล่าวbr /br /รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังจากเริ่มมีข่าวความขัดแย้งและจะมีการปลดพลากรออกจากตำแหน่ง ล่าสุดพล.ต.อ .อดุลย์ ได้แจ้งกับพลากรแล้วว่าจะให้โอกาสทำงานต่อไป โดยแกนนำของ สอช. วิเคราะห์ถึงท่าทีที่เปลี่ยนแปลงของพล.ต.อ.อดุลย์ในครั้งนี้ว่า อาจไม่ใช่เพราะชาวบ้านเริ่มออกมาเคลื่อนไหวกดดัน แต่เนื่องจากการใช้มาตรา 44 นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย จำเป็นจะต้องดูองค์ประกอบหลายเงื่อนไข เช่น ระเบียบวินัยขององค์กร หรือการถูกร้องเรียนโดยหน่วยงานต่างๆ/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/6/5487/31314506756_f2ee94bf69.jpg" style="width: 500px; height: 333px;" //p p style="text-align: center;"strongspan style="color:#ffa500;"ภาพจาก /spana href="https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10207314970743555amp;set=a.1240273858002.2031860.1563972079amp;type=3amp;theater"span style="color:#ffa500;"Kowit Phothisan/span/a/strong/p table border="1" cellpadding="1" cellspacing="1" style="width: 500px;" tbody tr td p style="text-align: center;"strongจดหมายเปิดผนึกถึงหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)/strong/p pวันที่ 28 พฤศจิกายน 2559/p pเรื่อง ความเป็นอิสระในการดำเนินงานของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)/p pเรียน หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)/ นายกรัฐมนตรี/p pจากการที่มีเจตจำนงจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มายังประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. เพื่อให้ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ลาออกจากตำแหน่ง เพราะเห็นว่าบริหารงานเกี่ยวกับการสร้างบ้านมั่นคงริมคลองลาดพร้าว ไม่บรรลุนโนบายของรัฐบาล โดยประธานกรรมการ พอช. ไม่อาจดำเนินการตามความต้องการของฝ่ายการเมืองได้ เพราะการดำเนินงานของผู้อำนวยการฯ ผ่านเกณฑ์การประเมินของคณะกรรมการฯ ฝ่ายการเมืองจึงมีแนวคิดในการใช้มาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญ ชั่วคราว พ.ศ. 2557 ให้ผู้อำนวยการฯ พ้นจากตำแหน่งนั้น/p pการกระทำของฝ่ายของฝ่ายการเมืองคือ พลเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดังกล่าว เครือข่ายองค์กรชุมชนทั่วประเทศที่ทำงานร่วมกับ พอช. เห็นว่าเป็นการแทรกแซงการทำงานที่จะนำไปสู่การทำลายแนวคิด อุดมการณ์ การก่อตั้งและการดำเนินงานของ พอช. จึงมีจุดยืนและข้อเสนอดังนี้/p p1.องค์กรชุมชนมีพัฒนาการไม่น้อยกว่า 40 ปี เพื่อรวมตัวช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และได้อาศัยประสบการณ์สร้างนวัตกรรมงานพัฒนา มีความก้าวหน้า ทั้งปริมาณและคุณภาพมาอย่างต่อเนื่อง บนหลักการการพึ่งตนเอง สร้างความเข้มแข็งเพื่อเข้าไปมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว เครือข่ายองค์กรชุมชนร่วมกับภาคีพัฒนาทั้งภาครัฐและเอกชนในการผลักดันให้เกิดองค์กรของรัฐที่มีความเป็นอิสระ คล่องตัว และยืดหยุ่น มีหน้าที่ในการสนับสนุนความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนและประชาสังคม ซึ่งหน่วยงานรัฐปกติ มีข้อจำกัดในระบบของราชการไม่อาจดำเนินการได้ ซึ่งการร่วมกันทำงานมา 6 ปี ก็ได้เกิดองค์กรดังกล่าวขึ้น โดยอาศัย พ.ร.บ.องค์การมหาชน พ.ศ. 2542 ออกเป็น พรฎ.จัดตั้งสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เป็นองค์การมหาชน เริ่มดำเนินการตั้งแต่ 26 ตุลาคม 2543 พอช. จึงเป็นหน่วยงานของรัฐแนวใหม่ ที่บริหารโดยเน้นความเป็นอิสระ คล่องตัว ยืดหยุ่น และมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความเข้มแข็งของสังคมจากฐานราก ด้วยพลังองค์กรชุมชนและประชาสังคม/p p2. ตลอด 16 ปีที่ผ่านมา พอช. ได้เปิดโอกาสให้องค์กรชุมชนได้สร้างความเข้มแข็ง เพื่อเป็นแกนหลักในการพัฒนาร่วมกับภาคีอื่นๆ อีกทั้งได้มีการถักทอเป็นเครือข่าย ทั้งเชิงประเด็นและเชิงพื้นที่ทุกระดับ สร้างนวัตกรรมงานพัฒนาจนเป็นที่ยอมรับของหน่วยงานต่างๆ อย่างกว้างขวาง ซึ่งปัจจุบันได้ยกระดับเป็นยุทธศาตร์ชุมชนจัดการตนเอง ที่ใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง โดยใช้เครื่องมือต่างๆ อย่างหลากหลาย เช่น พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ. 2551 การใช้ข้อมูลไปสู่การจัดทำแผนชุมชน ตลอดจนการใช้งานประเด็นต่างๆ เป็นเครื่องมือสร้างความเข้มแข็งองค์กรชุมชน/p p3. ผลจากการความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนดังกล่าวข้างต้น ไม่เพียงทำให้ชุมชนได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับภาครัฐในการจัดทำแผนพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ตามสิทธิพื้นฐานที่รัฐธรรมนูญได้รับรองไว้เท่านั้น แต่ยังเป็นกำลังสำคัญในการทำให้เกิดและสนองนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น โครงการแก้ปัญหาความไม่มั่นคงในการอยู่อาศัยของคนจนในเมือง(บ้านมั่นคง) ซึ่งดำเนินการไปแล้วกว่า 1 แสนครอบครัว การจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน ทำให้ประชาชนที่เข้าไม่ถึงสวัสดิการของรัฐได้มีความมั่นคงในชีวิต จำนวน 5,900 กองทุน การสร้างความเข้มแข็งโดยการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน 5,500 ตำบล โครงการแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของชาวชนบท การแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัยกรณี 5 จังหวัดภาคใต้ การสร้างความมั่นคงของระบบเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ ตลอดจนได้สร้างความร่วมมือในการพัฒนาร่วมกับหน่วยงานของรัฐและเอกชน ในระดับภูมิภาคและท้องถิ่นด้วยดีตลอดมา ซึ่งผลการดำเนินงานดังกล่าวข้างต้น เครือข่ายองค์กรชุมชนทั่วประเทศมีความเห็นว่า การดำเนินงานเพื่อสร้างความเข้มแข็งนั้นจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างสำคัญจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. ในการสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรชุมชน ซึ่งองค์กรชุมชนถือว่า พอช. คือ องค์กรของรัฐที่ชุมชนเป็นเจ้าของ และสามารถเป็นที่พึ่งได้ ทั้งด้านแนวคิดการพัฒนา และเรื่องอื่นๆ/p p4. การแทรกแซงของฝ่ายการเมืองดังกล่าวข้างต้น กรณีที่ผู้อำนวยการ พอช. ไม่อาจบริหารงานให้บรรลุนโยบายของรัฐบาลได้นั้น ข้อเท็จจริงแล้ว ในการสร้างบ้านมั่นคง พอช. มีหน้าที่ในการจัดกระบวนการ สนับสนุนให้ชาวบ้านมาทำงานร่วมกัน ตั้งแต่การรวมตัวกันเป็นองค์กรชุมชน การออมทรัพย์ การออกแบบบ้าน การกำหนดกติกา การสร้างบ้าน ตลอดจนการออกแบบระบบอื่นๆ ของชุมชน ซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจ และต้องใช้เวลา แต่กรณีบ้านมั่นคงริมคลองลาดพร้าว ปัญหามีความสลับซับซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลไม่อาจทำให้ผู้อาศัยคืนพื้นที่ให้กับ พอช. เข้าไปดำเนินการได้ งานจึงไม่บรรลุเป้าหมาย ซึ่งหากรัฐบาลไม่อาจแก้ไขปัญหาการคืนพื้นที่ได้ ไม่ว่าจะเปลี่ยนผู้บริหาร พอช. กี่คน ก็ไม่อาจทำให้งานบรรลุผลตามนโยบายของรัฐได้/p pจากกรณีดังกล่าวข้างต้น เครือข่ายองค์กรชุมชนทั่วประเทศเห็นว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ไม่ควรแทรกแซงการดำเนินงาน และเปิดโอกาสให้ พอช. ได้ทำงานตามแนวคิด อุดมการณ์ขององค์กรที่ดำรงมากว่า 16 ปี หากฝ่ายการเมืองยังคงใช้อำนาจแทรกแซงการบริหารของ พอช. ไม่เพียงแก้ปัญหาไม่ได้เท่านั้น แต่จะเป็นการทำลายแนวคิด อุดมการณ์ขององค์กรที่สร้างคุณูปการในการสร้างความเข้มแข็งของสังคมจากฐานรากมาโดยตลอด เครือข่ายองค์กรชุมชนพร้อมให้มีการตั้งวงหารือกับทาง คสช. เพื่อหาวิธีการคลี่คลายให้ทุกฝ่ายได้ร่วมมือกันทำงานต่อไป/p pจึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา นำเสนอต่อรัฐบาลเพื่อพิจารณาดำเนินการในแนวทางที่เหมาะสม และขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้/p pขอแสดงความนับถือbr /เครือข่ายองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือbr /8 จังหวัด ตอนล่าง/p /td /tr /tbody /table pเรียบเรียงจาก: a href="http://transbordernews.in.th/home/?p=15277"Transborder News/a/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/zxLcguqM-rY" height="1" width="1" alt=""/

ศิลปินวง 'บีสตีบอยส์' ช่วยระดมทุนให้องค์กรวางแผนครอบครัวที่จะถูก 'ทรัมป์' ตัดงบ

Thu, 01/12/2016 - 16:20
p'แอ็ดร็อค' นักร้องและมือกีตาร์ 'บีสตีบอยส์' ออกแบบรองเท้าเทรนเนอร์เพื่อระดมทุนให้กับองค์กรวางแผนครอบครัวและสุขภาวะในการเจริญพันธุ์ 'แพลนด์พาเรนฮูด' ที่มักถูกโจมตีด้วยความรุนแรงจากกลุ่มอนุรักษ์นิยมต่อต้านการทำแท้ง และเป็นกลุ่มที่ทรัมป์เคยบอกว่าจะตัดงบ/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/2/2c/Beastie_Boys_Sonar_2007_Barcelona_Catalonia.jpg/640px-Beastie_Boys_Sonar_2007_Barcelona_Catalonia.jpg" style="width: 560px; height: 373px;" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"strong"แอดร็อค" หรืออดัม โฮโรวิตซ์ ศิลปินวงบีสตีบอยส์ (ที่มา: a href="https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Beastie_Boys_Sonar_2007_Barcelona_Catalonia.jpg"แฟ้มภาพ/a/bakameh/Wikipedia)/strong/span/p p1 ธ.ค. 2559 "แอดร็อค" หรืออดัม โฮโรวิตซ์ศิลปินเพลงจากวงบีสตีบอยส์ออกแบบรองเท้าเทรนเนอร์เพื่อเป็นทุนให้กับองค์กรแพลนด์พาเรนฮูดซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรจากสหรัฐฯ และเป็นองค์กรให้บริการสุขภาวะการเจริญพันธุ์ การวางแผนครอบครัว การทำแท้ง เพศศึกษา และการให้ความรู้แก่ประชาชนทั้งในสหรัฐอเมริกาและที่อื่นๆ ทั่วโลก โดยความร่วมมือกับบริษัทรองเท้าในลอสแองเจลลิสที่ชื่อ "คีพ"/p pแอดร็อคแถลงว่าเขาสนับสนุนให้ผู้หญิงมีสิทธิที่จะเลือกและเชื่อว่าผู้หญิงไม่ควรถูกลงโทษเพียงเพราะตัดสินใจในเรื่องที่เกี่ยวกับชีวิตและเนื้อตัวร่างกายตัวเอง "ถ้าคุณเชื่อแบบเดียวกัน คุณคงอยากหยิบรองเท้าผมไปสักคู่"/p pการพยายามระดุมทุนในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งครั้งล่าสุดในสหรัฐฯ โดยที่ก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยเขียนจดหมายแสดงท่าทีว่าต้องการยกเลิกให้ทุนกับแพลนด์พาเรนฮูดถ้าหากพวกเขายังให้บริการทำแท้งรวมถึงอ้างว่าจะย้ายเงินทุนไปให้กับศูนยอนามัยท้องถิ่นในการจัดการสุขภาวะของสตรี/p pแพลนด์พาเรนฮูดมักจะถูกวิพากษ์วิจารณ์และเคยถูกคุกคามจากกลุ่มต่อต้านการทำแท้งในสหรัฐฯ โดยเคยทั้งถูกขู่เอาชีวิต ถูกกลุ่มต่อต้านการทำแท้งโจมตีด้วยอาวุธระเบิดหรืออาวุธเคมีรวมถึงการวางเพลิง และเมื่อวันที่ 27 พ.ย. ปีที่แล้ว (2558) ก็เกิดเหตุผู้ใช้อาวุธปืนชื่อโรเบิร์ต เดียร์ บุกยิงคลินิคแพลนด์พาเรนฮูดในโคโลราโดสปริงส์ รัฐโคโลราโด/p pแพลนด์พาเรนฮูดเป็นองค์กรที่ถูกจัดตั้งมาตั้งแต่ 100 ปีที่แล้วโดยผู้หญิง 3 คนคือ มาร์กาเร็ต แซงเกอร์, เอตเทล เบิร์น และฟาเนีย มินเดล โดยเริ่มต้นจากการเป็นคลินิคคุมกำเนิดแห่งแรกในสหรัฐฯ แต่ในยุคนั้นพวกเธอก็ถูกจับกุมข้อหาละเมิด "กฎหมายคอมสต็อก" การต่อสู้คดีของพวกเธอรวมถึงการต่อสู้เรียกร้องโดยกลุ่มสตรีทำให้มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายครั้งใหญ่เกี่ยวกับการคุมกำเนิดและเพศศึกษาในสหรัฐฯ การพัฒนาในเรื่องนี้ต่อมาเรื่อยๆ ทำให้แพลนด์พาเรนฮูดและแซงเกอร์ถูกมองว่ามีบทบาทสำคัญในประเด็นเรื่องการทำแท้ง/p pนอกจากแอ็ดร็อคแล้วยังมีศิลปินเพลงคนอื่นๆ อย่าง เอลพีจากวงฮิพฮ็อพ "รัน เดอะ จีเวลส์" แสดงการสนับสนุนแพลนด์พาเรนฮูดเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามแพลนด์พาเรนฮูดยุคหลังๆ มีแนวทางการเมืองในเชิงสนับสนุนพรรคเดโมแครต เช่นการสนับสนุนบารัค โอบามาในช่วงการเลือกตั้งปี 2551 และ 2555 รวมถึงมีกองทุนปฏิบัติการทางการเมืองด้วย/p pโดยก่อนหน้านี้หลังการเลือกตั้งสหรัฐฯ จบลงไม่นาน ก็มียอดผู้บริจาคให้แพลนด์พาเรนฮูดเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยมีผู้บริจาครายใหม่เพิ่มขึ้นราว 80,000 ราย ทั่วสหรัฐฯ และมียอดบริจาคเพิ่มขึ้นร้อยละ 50 ภายในเวลา 2 วัน ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจากแพลนด์พาเรนฮูดบอกว่ากลุ่มผู้ให้การสนับสนุนพวกเขาน่าจะกังวลว่าการที่ทรัมป์ขึ้นเป็นประธานาธิบดีจะส่งผลต่อการเข้าถึงการทำแท้งและการคุมกำเนิดในสหรัฐฯ/p pnbsp;/p pspan style="color:#0000cd;"strongเรียบเรียงจาก/strong/span/p pspan style="color:#0000cd;"Beastie Boys’ Ad-Rock designs trainer to fundraise for Planned Parenthood, /spana href="https://www.theguardian.com/music/2016/nov/30/beastie-boys-ad-rock-designs-trainer-to-fundraise-for-planned-parenthood"span style="color:#0000cd;"The Guardian/span/aspan style="color:#0000cd;", 30-11-2016/span/p pspan style="color:#0000cd;"Trump Win Fuels Planned Parenthood Donation Surge, /spana href="http://www.huffingtonpost.com/entry/planned-parenthood-trump-donations_us_5827a688e4b0c4b63b0d0116"span style="color:#0000cd;"Huffington Post/span/aspan style="color:#0000cd;", 12-11-2016/span/p pspan style="color:#0000cd;"strongข้อมูลเพิ่มเติมจาก/strong/span/p pa href="https://en.wikipedia.org/wiki/Planned_Parenthood"span style="color:#0000cd;"https://en.wikipedia.org/wiki/Planned_Parenthood/span/aspan style="color:#0000cd;", Wikipedia/span/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/c5uvjoCB3Oo" height="1" width="1" alt=""/

อุทธรณ์ยกฟ้องคดีลอบสังหาร 'ลุงใช้' นักต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ทำกิน

Thu, 01/12/2016 - 15:52
divศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นยกฟ้องในคดีลอบสังหาร 'ใช้ บุญทองเล็ก' นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนและสมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.)/div p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/6/5693/30981354730_48aba84dcd.jpg" style="width: 500px; height: 333px;" //p p1 ธ.ค. 2559 รายงานข่าวจากสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน แจ้งว่าnbsp;เมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา เวลา 09.00 น. ศาลจังหวัดเวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ในคดีหมายเลขดำ ที่ อ.1273/2558 และคดีหมายเลขแดงที่ อ. 642/2559 ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดเวียงสระ โจทก์ กับ สันติ วรรณทอง จำเลย ในคดีลอบสังหาร นายใช้ บุญทองเล็ก สมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (wbrสกต.) และนักต่อสู้เพื่อสิทธิwbrในที่ดินชุมชนคลองไทรพัฒนา เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2558/wbr/wbr/p pโดยคดีนี้ศาลชั้นต้นได้มีคำพิwbrพากษาเมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2559 โดยพิพากษายกฟ้องโจทก์และยกคำร้wbrองขอให้ชดใช้ค่าสิwbrนไหมทดแทนของโจทก์ร่วม เนื่องจากศาลเห็นว่าประจักษ์wbrพยานโจทก์ทั้งสองคนไม่น่wbrาจะจดจำใบหน้าคนร้ายได้ เพราะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ พยานอยู่ห่างจากจุดที่คนขับรถยืwbrนอยู่พอสมควร ประกอบกับเป็นช่วงเวลาใกล้ค่ำ ส่วนที่โจทก์ร่วมนำสืบในประเด็wbrนการใช้โทรศัพท์ของจำเลยซึ่งเชื่อมโยงกับคนยิงนั้น เห็นว่าเป็นข้อมูลหลังจากวันเกิwbrดเหตุเวลานานมาก จากพยานหลักฐานและการนำสืบดัwbrงกล่าวจึงไม่ส่ามารถบ่งชี้ได้ว่wbrาจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง จึงต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัwbrยให้จำเลย/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค8 ได้มีคำพิพากษา ดังนี้ 1. ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์จากข้อเท็จจริงเบื้องต้นมีปัwbrญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์wbrของโจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสองว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรืwbrอไม่ ในเรื่องของประจักษ์พยานรับฟัwbrงได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุwbrตามฟ้อง มีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงผู้wbrตายจนถึงแก่ความตาย และจากนั้นเดินไปขึ้นท้ายรถจักรยานยนต์ของคนร้ายอีกคนเพื่wbrอหลบหนี หลังเกิดเหตุประจักษ์พยานทั้wbrงสองได้แก่ เด็กชายเกียรติศักดิ์wbrและนางสมฤดีได้แจ้งตำหนิรูwbrปพรรณของคนร้ายทั้งสองให้เจ้wbrาพนักงานตำรวจสเก็ตช์ภาพ และได้ยืนยันว่าภาพสเก็ตช์มีลัwbrกษณะเหมือนจำเลยเป็นคนขับรถจัwbrกรยานยนต์ แต่เนื่องด้วยคำเบิwbrกความของประจักษ์พยานทั้งสองมีwbrข้อพิรุธน่าสงสัยอยู่หลายประการ และกรณีมีข้อน่าสงสัยว่าที่เกิwbrดเหตุมีแสงสว่างพอที่จะทำให้wbrพยานเห็นหน้าและจำหน้าคนร้ายได้wbrหรือไม่ อีกทั้งตรงจุดที่จำเลยจอดรถจัwbrกรยานยนต์อยู่ห่างจากที่พยานทั้wbrงสองนั่งประมาณ 8 ถึง 10 เมตร โดยพยานทั้งสองต่างเห็wbrนจำเลยทางด้านข้าง ซึ่งขณะนั้นพยานทั้งสองไม่เคยรู้wbrจักจำเลยมาก่อนและจำเลยก็wbrสวมหมวกแก๊ปปิดบังใบหน้า โอกาสที่จะเห็นและจำจำเลยได้จึwbrงเป็นไปได้น้อย อีกทั้งบ้านเกิดเหตุก็เป็นร้wbrานขายของชำ การที่จำเลยกับพวกขับรถมาจอดที่wbrหน้าบ้านเกิดเหตุก็เป็นเหตุwbrการณ์ปกติของคนทั่วๆไปมิได้มีลัwbrกษณะพิเศษแต่อย่างใด อาจเข้าใจว่าเป็นบุคคลทั่วไปที่wbrจอดรถจักรยานยนต์เข้ามาซื้อสิwbrนค้า เชื่อว่าพยานโจทก์และโจทก์ร่wbrวมทั้งสองคนคงไม่ได้สังเกตหรืwbrอจ้องมองใบหน้าของจำเลยตลอดเวลา/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p p2. นอกจากนี้ขณะที่คนร้ายใช้อาวุwbrธปืนยิงผู้ตาย พยานโจทก์และโจทก์ร่วมทั้wbrงสองคนต่างตกใจและหมอบลงกับพื้น ซึ่งขณะนั้นพยานโจทก์และโจทก์ร่wbrวมน่าจะต้องตกใจดิ้นรนเพื่อป้wbrองกันให้ตัวเองหลุดพ้นจากการถูwbrกคนร้ายยิง ไม่เชื่อว่าพยานโจทก์และโจทก์ร่wbrวมจะเห็นและจดจำใบหน้wbrาของจำเลยซึ่งจอดรถจักรยานยนต์wbrที่หน้าบ้านเกิดเหตุได้ นอกจากนี้ภาพสเก็ตช์ใบหน้าคนร้wbrายและจำเลยเมื่อนำมาเปรียบเทีwbrยบกันแล้ว รูปร่างใบหน้าไม่มีส่วนคล้ายคลึwbrงกันแต่อย่างใด/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p p3. จากผลการตรวจพิสูจน์ลูกกระสุนปืwbrนจากที่เกิดเหตุ และอาวุธปืนของจำเลยก็ปรากฏว่wbrาไม่ได้ยิงมาจากอาวุธปืwbrนของกลางแต่อย่างใด นอกจากนี้ข้อมูลการใช้โทรศัพท์wbrของจำเลยก็มิได้บ่งชี้ให้เห็wbrนได้ว่าเป็นการโทรศัพท์ติดต่wbrอเกี่ยวกับการกระทำความผิดในคดีwbrนี้ พยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่wbrวมทั้งสองยังมีความสงสัwbrยตามสมควรว่าจำเลยเป็นคนร้ายหรืwbrอไม่ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องมานั้wbrนศาลอุทธรณ์ภาค8เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์และโจทก์ร่วมทั้wbrงสองฟังไม่ขึ้น ส่วนอุทธรณ์ข้ออื่นของโจทก์wbrและโจทก์ร่วมทั้งสองล้วนแต่เป็wbrนข้อปลีกย่อย ไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้wbrผลคดีเปลี่ยนแปลง/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2016/04/65169" target="_blank"รายที่ 5 แล้ว นักกฎหมายสิทธิจี้รัฐเร่งหาความจริงเหตุลอบยิงสุพจน์ พยานคดีสังหาร ‘ลุงใช่ สกต.’/a /div div class="field-item even" a href="/journal/2016/04/65149" target="_blank"เกิดเหตุลอบยิงชาวบ้านคลองไทรฯ ซึ่งเป็นพยานในคดีสังหาร ‘ลุงใช่ สกต.’/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/VmAcSG1O2FU" height="1" width="1" alt=""/

เงินเฟ้อขยายตัวสูงสุดในรอบ 23 เดือน - คาดส่งออกปีนี้หดตัวร้อยละ 0.8

Thu, 01/12/2016 - 15:23
pสำนักนโยบายยุทธศาสตร์การค้าเผยอัตราเงินเฟ้อ พ.ย. 2559 ขยายตัวสูงสุดในรอบ 23 เดือน โดยขยายตัวร้อยละ 0.60 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนnbsp;ธปท.เผยเศรษฐกิจ ต.ค.โตชะลอลงตามท่องเที่ยว สภาผู้ส่งสินค้าฯ คาดส่งออกปีนี้หดตัวร้อยละ 0.8 พาณิชย์เตือนข้าวแกงอย่าขยับขึ้นตามค่าแรง/p p!--break--!--break--/p p1 ธ.ค. 2559nbsp;พิมพ์ชนก วอนขอพร รองผู้อำนวยการสำนักนโยบายยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อเดือนพ.ย. 2559 ขยายตัวสูงสุดในรอบ 23 เดือน โดยขยายตัวร้อยละ 0.60 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจเริ่มมีการเคลื่อนไหวมากขึ้น โดยการปรับขึ้นของอัตราเงินเฟ้อครั้งนี้เป็นผลมาจากราคาอาหารสด ทั้งผักสด ไข่ไก่ และเนื้อสุกร ราคาปรับเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวนส่งผลให้ผลผลิตออกสู่ท้องตลาดน้อยลง เช่นเดียวกับราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาเล็กน้อย ทำให้อัตราเงินเฟ้อเริ่มกลับมาขยายตัวเป็นบวก ทำให้อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 11 เดือนที่ผ่านมาขยายตัวร้อยละ 0.10 ซึ่งยังอยู่ในกรอบคาดการณ์ที่คาดว่าจะขยายตัวร้อยละnbsp; 0 – 1 และในช่วงที่เหลือของปีอัตราเงินเฟ้อจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกจากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายช่วงสิ้นปีจากภาครัฐ ทำให้ภาคครัวเรือนมีการใช้จ่ายมากขึ้น/p pส่วนอัตราเงินเฟ้อปี 2560 คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 1.5 – 2 จากสมมติฐานที่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจของประเทศจะขยายตัวถึงร้อยละ 3.5 และราคาน้ำมันดิบดูไบจะอยู่ในช่วง 45-55 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เนื่องจากคาดการณ์ว่าจะมีความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนคาดการณ์ว่าจะอยู่ในช่วง 35.50 – 37.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอ่อนค่าลงเล็กน้อย/p h3span style="color:#0000cd;"ธปท.เผยเศรษฐกิจ ต.ค.โตชะลอลงตามท่องเที่ยว/span/h3 pขณะที่วานนี้ (30 พ.ย.59) ดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโสnbsp; ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. กล่าวว่า มาตรการภาษีกระตุ้นท่องเที่ยวหักลดหย่อนภาษีเพิ่มเป็น 30,000 บาทที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติเมื่อวานนี้เป็นมาตรการที่ออกมาถูกเวลา เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี เพราะการปราบปรามทัวร์ผิดกฎหมายและการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการทำ Visa on arrival ส่งผลนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยชะลอลงถึงร้อยละ 16 ในเดือน ต.ค. 2559 ขณะที่นักท่องเที่ยวในประเทศลดลงเช่นกัน เพราะประชาชนไม่อยู่ในอารมณ์ของการท่องเที่ยว ส่งผลให้การบริโภคภาคเอกชน โดยเฉพาะในหมวดที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ทั้งโรงแรม ภัตตาคาร การขนส่งผู้โดยสาร และการใช้เชื้อเพลิงชะลอลงด้วย ทำให้เศรษฐกิจไทยเดือน ต.ค. 2559 ขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อน/p pดอน กล่าวว่า ธปท.อยู่ระหว่างการประเมินผลกระทบจากการปราบปรามทัวร์ผิดกฎหมาย ซึ่งเกรงว่าอาจจะมากกว่าที่ประเมินไว้ จากเดิมคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะลดลง 200,000 คนในปีนี้ และ 100,000 คนในปี 2560 ซึ่งหากผลกระทบยืดเยื้อนานเกิน 3-6 เดือน อาจจะมีผลกระทบต่อประมาณการณ์อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปีหน้า ซึ่งคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง.จะมีการทบทวนคาดการณ์จีดีพีปี 2559 และ 2560 ใหม่ ในวันที่ 21 ธ.ค.นี้nbsp; แต่ยังมั่นใจว่าจีดีพีปีนี้จะขยายตัวร้อยละ 3.2 เพราะรัฐบาลมีมาตรการช้อปช่วยชาติออกมากระตุ้นการบริโภคช่วงปลายปีจะมีผลกระตุ้นการบริโภคได้พอสมควร เพราะเป็นการดึงเม็ดเงินในอนาคตมาใช้ ซึ่งเคยเห็นผลดีมาแล้วจากการใช้มาตรการช้อปช่วยชาติเมื่อปลายปี 2558 และช่วงสงกรานต์ปี 2559/p pดอน กล่าวว่า แม้การท่องเที่ยวจะเติบโตในอัตราที่ชะลอลง แต่ยังมีความหวังที่การส่งออกในช่วงปลายปีมีแนวโน้มดีขึ้น หลังจากการส่งออก 10 เดือนที่ผ่านมาหดตัวร้อยละ 1.5 โดยทิศทางการส่งออกในหลายอุตสาหกรรมดีขึ้น เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ แผงวงจรรวม เครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับประเทศในภูมิภาคที่การส่งออกเริ่มฟื้นตัวnbsp; โดยจากการสอบถามผู้ประกอบการส่งออก พบว่าหลายอุตสาหกรรมมีการผลิตเพื่อสตอกสินค้ารอคำสั่งซื้อที่จะเข้ามาในอนาคต ทำให้คาดว่าการส่งออกปีนี้จะหดตัวน้อยกว่าร้อยละ nbsp;2.5nbsp; ดีกว่าที่เคยคาดการณ์ สอดคล้องกับการนำเข้าที่ขยายตัวถึงร้อยละ 7.4nbsp; จากการนำเข้าสินค้าทุนที่กลับมาขยายตัวดี ส่วนการลงทุนภาคเอกชนโดยเฉพาะภาคการก่อสร้างยังขยายตัวต่ำ ซึ่งคาดว่าจะเร่งตัวขึ้นเมื่อโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐเริ่มในปี 2560/p h3span style="color:#0000cd;"คาดส่งออกปีนี้หดตัวร้อยละ 0.8/span/h3 divวันเดียวกัน (30 พ.ย.59) นพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า nbsp;คาดการส่งออกปีนี้จะหดตัวร้อยละ 0.8 หรือดีที่สุดทรงตัวร้อยละ 0 nbsp;ขณะที่ปีหน้าคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 0-1 มีปัจจัยเสี่ยงทั้งความผันผวนเศรษฐกิจโลกและการค้าระหว่างประเทศ nbsp;ผลกระทบจากนโยบายการเงินและการปรับดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ความผันผวนของราคาน้ำมันและทองคำ มาตรการกีดกันทางการค้าที่เพิ่มขึ้น nbsp;เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมและแรงงานในประเทศ nbsp;ความสามารถของผู้ประกอบการและรัฐบาลไทย nbsp;ต้นทุนโลจิสติกส์สำหรับการค้าระหว่างประเทศ nbsp;และภัยธรรมชาติที่รุนแรงมากขึ้น/div divnbsp;/div divนพพร กล่าวว่า ไทยจำเป็นต้องเร่งให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการอำนวยความสะดวกการค้าแห่งชาติ เพื่อให้ไทยมีความพร้อมรองรับการเจรจาการค้าเสรีภายใต้กรอบเอฟทีเอเอพี และกรอบ RCEP เพื่อให้เกิดโอกาสทางการตลาดมากขึ้น nbsp;ควบคู่กับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ nbsp;การค้า nbsp;การลงทุน nbsp;และการพัฒนาภายในประเทศให้มีมาตรฐานสูงขึ้น nbsp;สอดคล้องกับทิศทางขององค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) nbsp;ขณะเดียวกันต้องพัฒนาระบบและมาตรฐานธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในกิจกรรมการค้าและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ เพื่อเชื่อมโยงกระบวนการทางการค้าระหว่างประเทศให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น/div divnbsp;/div divสำหรับตัวเลขส่งออกเดือน ต.ค. มีมูลค่า 17,783 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หดตัวร้อยละ 4.2 ขณะที่มูลค่าการส่งออกรูปเงินบาท nbsp;614,153 nbsp;ล้านบาท หดตัวร้อยละ nbsp;7.11 ส่งผลให้ 10 เดือนแรกปี 2559 nbsp;มีมูลค่า 178,250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ nbsp;หรือหดตัวร้อยละ 1.02 nbsp;ส่วนในช่วง 2 เดือนที่เหลือ ถ้าไม่มีปัจจัยบวกมาสนับสนุนคาดว่าการส่งออกจะอยู่ในระดับทรงตัว/div h3span style="color:#0000cd;"พาณิชย์เตือนข้าวแกงอย่าขยับขึ้นตามค่าแรง/span/h3 div pวิชัย โภชนกิจ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ตรวจสอบภาวะราคาสินค้าอุปโภคบริโภคตลาดสายเนตร เขตคันนายาว พบว่า แนวโน้มราคาสินค้าอาหารสดโดยรวมเริ่มลดลง เนื่องจากสภาพอากาศดีขึ้นโดยเฉพาะราคาของเนื้อหมู ซึ่งขณะนี้ราคาจำหน่ายปรับลดลงมาอยู่ที่กิโลกรัมละ 130 บาท สอดคล้องกับราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มกิโลกรัมละ 60 บาท และมีโอกาสที่จะปรับลดลงอีก โดยได้กำชับให้เขียงหมูปรับลดราคาลงใกล้เคียงกับราคาต้นทุน nbsp;ขณะที่ผักใบ เช่น กะหล่ำปลี และถั่วฝักยาว ราคาเริ่มปรับลดลงตามสภาพอากาศที่ดีขึ้น/p pนอกจากนี้ ภาครัฐได้มีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำส่งผลให้ประชาชนมีกำลังซื้อ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายช่วงปลายปีมากขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการร้านค้าโดยเฉพาะร้านข้าวแกงไม่ควรฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาตามค่าแรง เพราะใช้แรงงานไม่มาก ประกอบกับ ค่าแรงขั้นต่ำที่ปรับขึ้น 5-10 บาทรอบนี้มีผลต่อต้นทุนราคาสินค้าโดยรวมไม่ถึงร้อยละ 0.1 ซึ่งกลุ่มที่อาจจะได้รับผลกระทบบ้าง คือ กลุ่มโรงงาน เช่น โรงงานหมูและโรงงานไก่ที่มีแรงงานจำนวนมาก ขณะเดียวกันการปรับขึ้นค่าแรงจะส่งผลให้แรงงานมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นและผู้ประกอบการมียอดขายดีขึ้น ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยถูกลง ดังนั้น ผู้ประกอบการควรตรึงราคาไว้ในระดับเดิม/p /div divnbsp;/div divที่มา a href="http://www.tnamcot.com/content/category/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7/%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88"สำนักข่าวไทยnbsp;/a/div divnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/dSzkgdyrtuQ" height="1" width="1" alt=""/

รอบโลกแรงงานพฤศจิกายน 2016

Thu, 01/12/2016 - 15:05
p!--break--!--break--/p pstrongพบนักศึกษาจบใหม่อินเดียยอมทำงาน /strongstrong'คนขับรถ-พนักงานทำความสะอาด' เพราะกลัวไม่มีงานทำ/strong/p p align="center"img alt="" src="http://www.pbsmanagement.org/images1/jobfair.jpg" style="width: 590px; height: 226px;" //p p align="center"span style="color:#ff8c00;"strongที่มาภาพประกอบ/strongstrong: pbsmanagement.org/strong/span/p pจากการสำรวจของ QuikrJobs เมื่อเดือน ก.ย. 2016 ที่ผ่านมา ที่ได้สำรวจคนอินเดียจำนวน 7 ล้านคนที่ทำงานแล้ว พบว่ากว่า 40% ของเสมียนในสำนักงาน, คนขับรถ, งานช่าง, พนักงานทำความสะอาดและบาร์เทนเดอร์ ล้วนแล้วแต่เป็นผู้จบปริญญาทั้งสิ้น สถิตินี้ชี้ให้เห็นถึงช่องว่างของตำแหน่งงานที่มักจะไม่ตรงกับคุณสมบัติของผู้มาสมัครงาน และจำนวนเด็กจบใหม่ในอินเดียที่มีประมาณปีละ 5 ล้านคนนั้นก็มีตำแหน่งงานรองรับในสายวิชาที่พวกเขาเรียนมาไม่เพียงพอ เมื่อพิจารณาเป็นรายคณะพบว่า 80% ของนักศึกษาจบใหม่คณะวิศวกรรมศาสตร์ไม่สามารถหางานได้ ในขณะที่ 93% ของคณะบริหารธุรกิจล้วนเผชิญกับปัญหาเดียวกัน โดยข่าวฮือฮาเมื่อต้นปีที่ผ่านมามีนักศึกษาจบใหม่จำนวน 19,000 คน สมัครงานตำแหน่งพนักงานทำความสะอาด 114 ตำแหน่งในเมือง Amroha ของรัฐอุตตรประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่นี้ล้วนเป็นผู้มีปริญญาบัตรการบริหารธุรกิจหรือปรัชญาทั้งสิ้น/p pอนึ่งระบบการศึกษาของอินเดียนั้นเน้นไปที่การท่องจำ การทำวิจัย และฝึกงานภาคสนามนั้นเป็นส่วนประกอบอีกนิดหน่อย ในอดีตการคนเรียนจบปริญญาถือว่าเป็นเรื่องพิเศษในสังคม แต่ปัจจุบันชาวอินเดียไม่ได้มองคนจบปริญญาในมุมมองเดิมอีกต่อไป ทั้งนี้องค์กรเอ็นจีโอที่ทำงานกับเยาวชนในอินเดียระบุว่าเกือบจะทุกหัวมุมถนนของอินเดียมีคนเรียนจบปริญญาเกือบทั้งนั้น มุมมองที่ผู้คนมีต่อพวกเขาเหล่านี้ไม่เหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว บางคนอาจจบปริญญาด้านวรรณกรรมอังกฤษ แต่คนอินเดียเองก็อดสงสัยไม่ได้ว่าพวกเขาพูดภาษาอังกฤษได้หรือเปล่า/p pa href="http://qz.com/823234/desperate-for-jobs-indias-graduates-are-working-as-drivers-maids-and-mechanics/"ที่มา: qz.com, 1/11/2016/a/p pstrongอุตสาหกรรมน้ำมันนอร์เวย์ประกาศปลดพนักงาน /strongstrong40,000 คนแล้วในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา/strong/p pบริษัทในอุตสาหกรรมน้ำมันของนอร์เวย์จำนวนมากได้ทำการปรับลดขนาดของจำนวนพนักงาน โดยได้ประกาศปลดพนักงานรวมกว่า 40,000 คนแล้วนับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2014 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ข้อมูล ณ เดือน เม.ย. 2016 แรงงานในภาคอุตสาหกรรมน้ำมันได้ลดลง 35,000 คน ซึ่งหมายความว่ามีการปลดพนักงานอย่างน้อย 5,000 คนในช่วง 6 เดือนก่อนหน้านั้น/p pa href="http://www.globaltimes.cn/content/1015344.shtml"ที่มา: Xinhua, 2/11/2016/a/p pstrongออสเตรเลียปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินเก่าแก่ของประเทศเลิกจ้าง /strongstrong500 คน/strong/p pโรงไฟฟ้าถ่านหิน Hazelwood ในรัฐวิคตอเรียของออสเตรเลียประกาศว่าจะเลิกกิจการในเดือน มี.ค. ปี 2017 เนื่องจากบริษัทดำเนินการไม่คุ้มทุนแล้วหลังจากผลิตไฟฟ้ามานานกว่า 50 ปี ทำให้ต้องเลิกจ้างพนักงาน 500 คน ส่วนอีก 250 คน จะจ้างไว้เพื่อรื้อถอนโรงไฟฟ้าและฟื้นฟูเหมืองถ่านหินที่อยู่ติดกัน/p pa href="http://www.abc.net.au/news/2016-11-03/hazelwood-power-station-in-victoria-to-close/7987018"ที่มา: abc.net.au, 3/11/2016/a/p pstrongสหรัฐฯ เผยแรงงานผิดกฎหมายปลดลงหลังภาวะเศรษฐกิจถดถอยสิ้นสุด/strong/p pศูนย์วิจัยพิว รีเสิร์ช เซ็นเตอร์ (Pew Research Center) ระบุว่าจำนวนผู้ลักลอบทำงานในสหรัฐอเมริกาลดลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลังจากที่ตัวเลขพุ่งขึ้นมาตลอด 20 ปี อันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงด้านประชากรในต่างประเทศ และเศรษฐกิจในต่างประเทศดีขึ้น โดยแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายและผู้ลักลอบเข้าเมืองเพื่อหางานทำในปี 2014 มีทั้งสิ้น 8 ล้านคน ลดลงจาก 8.3 ล้านคนเมื่อปี 2008 ซึ่งตรงกับช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่สิ้นสุด/p pa href="http://www.cbsnews.com/news/unlawful-immigrants-make-up-smaller-share-not-larger-of-u-s-workforce/"ที่มา: cbsnews.com, 3/11/2016/a/p pstrongญี่ปุ่นเตรียมออกนโยบายเลิกงานเร็วในวันศุกร์ ให้คนหันมาช้อปปิ้ง/strong/p pรัฐบาลญี่ปุ่นร่วมมือกับบริษัทห้างร้านเพื่อหารือเกี่ยวกับนโยบายอนุญาตให้พนักงานเลิกงานเวลา 15.00 น. ในวันศุกร์สุดท้ายของเดือน เพื่อเปิดโอกาสให้ไปช้อปปิ้งซึ่งเป็นหนึ่งในแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยโครงการดังกล่าวใช้ชื่อว่า ‘ศุกร์สุดพิเศษ’ (Premium Fridays) คาดว่าจะเริ่มได้เร็วที่สุดไม่เกินเดือน ก.พ. 2016 นี้ ซึ่งบรรดาร้านค้าปลีกต่างตอบรับแผนการนี้เป็นอย่างดี โดยนายกสมาคมห้างสรรพสินค้าระบุว่ามาตรการนี้จะช่วยส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตให้วันศุกร์เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์อีกวันหนึ่ง ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลญี่ปุ่นพยายามออกนโยบายต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศที่อยู่ในสภาวะซบเซา/p pa href="http://www.dailymail.co.uk/wires/reuters/article-3933880/Japan-looks-jolt-consumption-letting-workers-clock-early.html"ที่มา: dailymail.co.uk, 14/11/2016/a/p pstrongBoeing ประกาศปลดพนักงาน 500 คน ปรับโครงสร้างธุรกิจอาวุธ/strong/p pบริษัทโบอิ้ง (Boeing) ออกแถลงการณ์ว่าจะปลดพนักงานจำนวน 500 คน นโยบายนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างธุรกิจอาวุธ, อวกาศ และความมั่นคง เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น/p pa href="http://fortune.com/2016/11/15/boeing-layoffs/"ที่มา: fortune.com, 15/11/2016/a/p pstrongนายกเยอรมนีเรียกร้องภาคเอกชนรับผู้อพยพเข้าทำงานเพิ่ม/strong/p pนางอังเกลา แมร์เคิล (Angela Merkel) นายกรัฐมนตรีเยอรมนีเรียกร้องให้ภาคเอกชนรับผู้อพยพเข้าทำงานเพิ่ม และช่วยปรับปรุงการรวมเข้ากับตลาดแรงงานของตนเอง โดยเธอแสดงความเห็นดังกล่าวภายต่อที่ประชุมของสมาพันธ์สมาคมนายจ้างของเยอรมนี ซึ่งมีตัวแทน 1,500 รายจากภาคการเมือง ธุรกิจ และภาคประชาสังคมเข้าร่วมประชุม สำหรับมาตรการต่างๆเพื่อปรับปรุงให้ดีขึ้นนั้น จะรวมถึงการคุ้มครองผู้อพยพในทางกฎหมายในการด้านการฝึกอบรมและการจ้างงานชั่วคราวนอกจากนี้ นางแมร์เคิลยังเรียกร้องให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานภายในยุโรปและทุ่มเทให้กับการทำข้อตกลงด้านการค้าเสรีกับแคนาดาและสหรัฐฯ/p pa href="http://www.globaltimes.cn/content/1018192.shtml"ที่มา: Xinhua, 16/11/2016/a/p pstrongVolkswagen ประกาศแผนปลดพนักงานครั้งใหญ่ 30,000 ตำแหน่ง /strong/p pโฟล์คสวาเกน (Volkswagen) บริษัทยานยนต์ยักษ์ใหญ่แห่งเยอรมนี ประกาศแผนปลดพนักงานครั้งใหญ่ถึง 30,000 ตำแหน่ง ภายในปี 2025 โดยให้เหตุผลว่าอุตสาหกรรมยานยนต์โลกมีแนวโน้มมุ่งสู่การผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากขึ้นซึ่งจะส่งผลให้ใช้แรงงานมนุษย์ในการผลิตลดน้อยถอยลง/p pa href="http://abcnews.go.com/International/wireStory/volkswagen-shed-30000-jobs-cut-costs-scandal-43628988"ที่มา: abcnews.go.com, 18/11/2016/a/p pstrongสหภาพแรงงานกรีซผละงานประท้วง /strongstrong24 ชม. ต่อต้านนโยบายรัดเข็มขัดรอบใหม่/strong/p pภาคสาธารณะของกรีซได้รับผลกระทบจากการผละงานประท้วง 24 ชั่วโมง เมื่อวันที่ 24 พ.ย. ขณะที่เรือข้ามฟากยังจอดเทียบอยู่ที่ท่าเรือทั่วประเทศ เนื่องจากสหภาพแรงงานจัดการชุมนุมประท้วงเพื่อต่อต้านมาตรการปฏิรูปแรงงานและมาตรการรัดเข็มขัดรอบใหม่ของรัฐบาล/p pเจ้าหน้าที่ตำรวจประเมินว่ามีประชาชนราว 5,000 คนเข้าร่วมในการประท้วงดังกล่าวที่จัดขึ้นโดยสหภาพข้าราชการพลเรือน ADEDY และสหภาพ PAME ในสังกัดของพรรคคอมมิวนิสต์ ครู แพทย์ พนักงานส่วนท้องถิ่น และลูกเรือพากันผละงานประท้วง เพื่อแสดงการคัดค้านแผนการขึ้นภาษีระลอกใหม่ รวมถึงการปรับลดค่าจ้างและบำนาญ และความไม่มั่นคงในงาน โดยสมาชิกสหภาพแรงงานเผยว่า นโยบายการปฏิรูปภาครัฐภายใต้มาตรการรัดเข็มขัดครั้งที่ 3 ของประเทศ มีแต่จะทำให้ประชาชนดำเนินชีวิตยากลำบากมากขึ้น/p pa href="http://news.xinhuanet.com/english/2016-11/25/c_135856793.htm"ที่มา: Xinhua, 25/11/2016/a/p pstrongสหภาพแรงงานนักบิน /strongstrongLufthansa ยอมยกเลิกการหยุดงานประท้วงตามกำหนดเวลา /strong/p pสหภาพแรงงานนักบินสายการบินลุฟท์ฮันซา (Lufthansa) เปิดเผยว่ายังไม่สามารถยอมรับต่อข้อเสนอการจ่ายค่าชดเชยจากทางสายการบินที่ได้รับมาเมื่อวันศุกร์ (25 พ.ย.) ได้ แต่ก็ยอมดำเนินตามแผนการยุติการประท้วงหยุดงานของนักบินตามกำหนด โดยยังไม่มีแผนการประท้วงหยุดงานต่อไปซึ้่งสหภาพจะแจ้งล่วงหน้าเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ทางสายการบินเปิดเผยว่ายินดีจ่ายเงินค่าจ้างเพิ่มขึ้น 4.4% เป็น 2 งวด และเงินพิเศษที่จ่ายเพียงครั้งเดียวเป็นเงินเท่ากับเงินเดือน 1.8 เดือนให้กับนักบิน/p pa href="http://www.aljazeera.com/news/2016/11/lufthansa-pilots-union-rejects-offer-ends-strikes-161125215337670.html"ที่มา: aljazeera.com, 26/11/2016/a/p pstrongแรงงานทั่วสหรัฐฯ ประท้วงขอขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ /strongstrong15 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง/strong/p pแรงงานอาชีพต่าง ๆ ทั่วสหรัฐอเมริการวมตัวกันประท้วงขอขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 15 ดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมเรียกร้องสิทธิของสหภาพแรงงาน และขอให้ปฏิรูปกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง โดยการประท้วงครั้งนี้ถือเป็นการประท้วงใหญ่ครั้งแรกนับตั้งแต่นายโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยเขาเคยกล่าวไว้ในช่วงการหาเสียงว่าควรจะมีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ โดยเริ่มต้นจากภาครัฐก่อน/p pa href="http://www.aljazeera.com/news/2016/11/sees-largest-protests-calling-15-minimum-wage-161129164539058.html"ที่มา: aljazeera.com, 29/11/2016/a/p divstrongสหพันธ์ธุรกิจแห่งประเทศญี่ปุ่นจะเรียกร้องให้บริษัทที่เป็นสมาชิกปรับเพิ่มค่าจ้างของลูกจ้างในปีหน้าเป็นปีที่ 4 ติดต่อกันnbsp;/strong/div divnbsp;/div divเคดันเร็งได้ร่างนโยบายว่าด้วยการเจรจาประจำปีกับสหภาพแรงงานสำหรับปีหน้าแล้ว นโยบายนี้ระบุว่าบริษัทที่ได้กำไรควรพิจารณาทำให้รายรับของคนงานทั้งหมดเพิ่มขึ้นทุกปีและเสนอหลายวิธีเพื่อการนี้ เช่น การให้เงินช่วยเหลือเพื่อช่วยให้ลูกจ้างสามารถทำงานต่อไปได้ในระหว่างที่ดูแลสมาชิกในครอบครัวที่เป็นผู้สูงอายุ เคดันเร็งยังหารืออยู่ว่าควรปรับเพิ่มค่าจ้างเท่าใด ธุรกิจญี่ปุ่นจำนวนมากขึ้นคาดว่าจะมีกำไรน้อยลงเนื่องจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของประเทศที่เศรษฐกิจกำลังเฟื่องฟู ด้านสหพันธ์สหภาพแรงงานแห่งญี่ปุ่น หรือ เร็งโง กำลังวางแผนให้มีการปรับขึ้นค่าจ้างร้อยละ 2 ทั้งนี้ ในทางปฏิบัติแล้ว การเจรจาค่าจ้างระหว่างฝ่ายสหภาพแรงงานและฝ่ายบริษัทนั้นเริ่มต้นในช่วงปลายเดือนมกราคม/div divnbsp;/div diva href="http://www3.nhk.or.jp/nhkworld/th/news/201611302120_th_09/"ที่มา: nhk.or.jp, 30/11/2016/a/div pnbsp;/p pnbsp;/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/Dy2nBd-dLcE" height="1" width="1" alt=""/

ประมุขฝ่ายบริหาร-นิติ-ตุลาการ เข้าเฝ้าพระบรมฯ อัญเชิญทรงราชย์

Thu, 01/12/2016 - 13:27
!--break--!--break-- p style="text-align: center;"img src="https://c2.staticflickr.com/6/5617/30979960750_bee31232dd.jpg" //p p1 ธ.ค. 2559 a href="http://www.tnamcot.com/content/606020"สำนักข่าวไทย/aรายงานว่า พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า ขั้นตอนของการกราบบังคมทูลเชิญองค์พระรัชทายาทเพื่อสืบราชสันตติวงศ์ ในส่วนของ สนช. สมบรูณ์ครบถ้วนตามขั้นตอนแล้ว จากนี้ จะเป็นขั้นตอนของสำนักพระราชวังที่จะดำเนินการต่อไป ส่วนจะมีการถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีโทรทัศน์หรือไม่ สำนักพระราชวังจะเป็นผู้พิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร/p pด้านพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช. ระบุว่า การประชุม สนช. วันนี้ (1 ธ.ค.) nbsp;ยกวาระการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง ซึ่งเป็นวาระแรกออกไป เพื่อให้เวลากับการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สถาบันภูมิราชธรรม ซึ่งเป็นร่างที่คณะรัฐมนตรีเสนอให้ สนช.รับหลักการวาระแรก และจะปิดการประชุมก่อนเวลา 15.00 น. เนื่องจากประธาน สนช.จะต้องเข้าเฝ้าฯ กราบบังคมทูลเชิญองค์พระรัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์สืบราชสันตติวงศ์nbsp;/p pคมชัดลึกออนไลน์ a href="http://www.dailynews.co.th/politics/539942"เดลินิวส์ออนไลน์/anbsp;และa href="http://www.matichon.co.th/news/379131"มติชนออนไลน์/anbsp;รายงานตรงกันว่าnbsp;มีหมายพระราชกิจประจำวันวันแจ้งว่า เวลา 18.30 น.วันนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชทานพระราชวโรกาสให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา เฝ้าฯ และ ประธาน สนช. กราบบังคมทูลเชิญองค์รัชทายาท เสด็จขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์สืบราชสันตติวงศ์/p h3span style="color:#0000cd;"‘วิษณุ’ ชี้ไม่เหมาะพูดบ่อย/span/h3 divที่ทำเนียบรัฐบาลวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงวันเข้าเฝ้าฯกราบบังคมทูลอัญเชิญขึ้นทรงราชย์ว่า “เรื่องนี้คนที่ทราบดีที่สุดคือ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และอยู่ที่ว่าประธาน สนช.กราบบังคมทูลไปอย่างไร เพราะเป็นหน้าที่โดยตรง โดยบางเรื่องผมคงพูดได้เพียงหนเดียวเท่านั้น พูดหลายหนคงไม่ค่อยดีและคงไม่เหมาะ เพราะเท่ากับเป็นการไปย้ำ เพราะเวลาใกล้เข้ามาแล้วไม่ควรจะพูดอะไร”/div pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/OIpcueUGAno" height="1" width="1" alt=""/

รายงาน: ความรู้-ไม่รู้ ‘ผู้ชายข้ามเพศ’ “ในประเทศที่ไม่ฆ่าเราก็ดีเท่าไหร่แล้ว”

Thu, 01/12/2016 - 13:22
pทำความเข้าใจ ‘ผู้ชายข้ามเพศ’ หรือ Transman ปัจจุบันยังขาดความรู้ด้านสุขภาวะ ต้องหาจากอินเตอร์เน็ต ตกเป็นเหยื่อการโฆษณา แพทย์ย้ำต้องระมัดระวัง ควรพบแพทย์หากเจ็บป่วย ก่อนเข้าระยะลุกลาม กลุ่มผู้ชายข้ามเพศเร่งสร้างองค์ความรู้ แนะรัฐรับฟัง เรียกร้องแพทยสภา-กระทรวงสาธารณสุขอย่านิ่งดูดาย บูรณาการทั้งด้านการแพทย์และกฎหมาย/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/6/5752/31233762591_3fa0ce08ef_z.jpg" style="width: 540px; height: 264px;" //p p style="text-align: center;"strongspan style="color:#ff8c00;"ภาพจากnbsp;/spana href="http://pride-institute.com"span style="color:#ff8c00;"pride-institute.com/span/a/strong/p pสามสี่ปีก่อน กฤตธีพัฒน์ โชติฐานิตสกุล เปิดตัวออกสู่สังคมว่าเขาคือผู้ชายข้ามเพศ หรือผู้หญิงที่ทำการปรับเปลี่ยนเนื้อตัวร่างกายจนข้ามเพศเป็นผู้ชาย ทำให้สังคมไทยเริ่มรู้จักกลุ่มคนหลากหลายทางเพศอีกกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่า ผู้ชายข้ามเพศ หรือ Transman มากขึ้น ปัจจุบันกฤตธีพัฒน์ดำรงตำแหน่งประธานเครือข่ายผู้ชายข้ามเพศแห่งประเทศไทย/p pมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่จะต้องกำหนดนิยาม จัดหมวดหมู่ เพื่อให้กระบวนการสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนั้นทำได้สะดวก ไม่มีข้อยกเว้นแม้แต่กับความหลากหลายทางเพศ ความรู้เกี่ยวกับผู้ชายข้ามเพศดีกว่าเมื่อสามสี่ปีก่อนแน่นอน แต่ก็ยังน้อยกว่าเพศชาย-หญิง กะเทย ทอม หรือผู้หญิงข้ามเพศ/p pแค่นิยามว่า ผู้ชายข้ามเพศ คืออะไร ก็มีความแตกต่างกันไปตามมุมของผู้นิยามแล้ว/p pstrongTransman คือใคร?/strong/p pนพ.อติวุทธ กมุทมาศ หัวหน้าหน่วยเพศวิทยาคลินิกและเวชศาสตร์ทางเพศ ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อธิบายว่า Transgender เป็นคำใหญ่ แปลเป็นไทยว่าคนข้ามเพศ เช่น เกิดเป็นหญิงแต่อยากแต่งตัวเป็นผู้ชาย เพียงเท่านี้ก็ถือเป็นทรานเจนเดอร์แล้ว ซึ่งรวมทอมหรือกะเทยด้วย/p p“แต่ถ้าเป็น Transman หมายถึงคนที่เป็น Transsexual เท่านั้น คือขั้นที่ไม่ใช่แค่ต้องการแต่งตัวหรือดำรงตนข้ามเพศ แต่ต้องการให้ตนเองทั้งหมดเป็นเพศชายด้วย ต้องมีการผ่าตัด ตัดหน้าอก ตัดมดลูก สร้างอวัยวะเพศชายขึ้น อาจจะรังเกียจอวัยวะเพศเดิมของตน การปัสสาวะก็อาจต้องการยืน ไม่นั่ง เพราะเขาคิดว่าตนเองเป็นผู้ชาย”/p pนั่นเป็นความหมายในเชิงการแพทย์ที่ต้องสร้างความชัดเจน ทว่า ในมิติเชิงมนุษย์แล้ว คำนิยามข้างต้นก็อาจไม่ตรงกับที่ Transman เข้าใจ/p pTransman บางคนที่เราได้พูดคุยด้วย บอกว่า ไม่ได้นิยามความเป็น Transman จากรูปลักษณ์ภายนอก ไม่จำเป็นว่าต้องผ่าตัดเปลี่ยนแปลงตัวเองหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าคนคนนั้นนิยามอัตลักษณ์ตนเองว่าเป็นผู้ชายหรือไม่ หากบุคคลหนึ่งนิยาม ระบุอัตลักษณ์ หรือรับรู้ตนเองว่าเป็น ผู้ชาย ก็ถือว่าเป็น Transman แล้ว แม้ว่าคนอื่นจะเรียกพวกเขาว่าทอม/p pstrongความรู้ที่ยังสับสน/strong/p pถ้าคุณเป็นเพศชายหรือเพศหญิง คุณป่วย คุณมีปัญหาเพศ ไม่ยากที่จะเข้าหา-เข้าถึงความรู้ต่างๆ เพื่อเยียวยาความเจ็บป่วยหรือไม่สะดวกสบาย ไม่มีความสุข จากปัญหาสุขภาพหรือปัญหาทางเพศ ถ้าเป็นเพศอื่นๆ ปริมาณและความน่าเชื่อถือของความรู้ด้านนี้ก็จะลดหลั่นกันลงมา Transman น่าจะอยู่ในกลุ่มท้ายของสังคมไทยเรื่องปริมาณองค์ความรู้ในการดูแลตัวเอง/p pแหล่งข่าว Transman คนหนึ่ง เล่าว่า ปัจจุบัน องค์ความรู้ด้านสุขภาพและสุขภาวะทางเพศของ Transman เข้าถึงได้ง่ายกว่าเมื่อก่อน แต่ก็ยังไม่มีองค์ความรู้กลางจริงๆ ที่จัดทำโดยผู้ที่มีความรู้ ความรู้จำนวนหนึ่งก็เป็นการเล่าปากต่อปากภายในกลุ่ม จากประสบการณ์เขา เมื่อพบว่ามีอาการบางอย่างที่คาดว่าเป็นผลข้างเคียงจากการรับฮอร์โมน แต่แพทย์ก็ไม่สามารถระบุสาเหตุได้ สุดท้าย เขาจึงต้องพึ่งหนังสือคู่มือจากต่างประเทศ ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพของผู้ชายข้ามเพศขณะนี้ยังไม่เพียงพอ/p pนพ.อติวุทธ ยอมรับว่า ปัจจุบัน แพทย์เฉพาะทางด้านนี้ในเมืองไทยยังมีไม่ถึง 10 คน/p pปัญหาที่ตามมาคือความสับสนในกลุ่มผู้ชายข้ามเพศ เมื่อผู้ชายข้ามเพศมีจำนวนมากขึ้น ความต้องการด้านสินค้าและบริการก็สูงตาม การค้าการขายก็เข้ามา/p p“อย่างแพทย์ที่เคยทำงานโรงพยาบาลรัฐ บางคนออกมาเปิดคลินิกเสริม ให้บริการผู้ชายข้ามเพศ พอเป็นการค้ามากขึ้นก็มีการจ้างพรีเซ็นเตอร์ที่เป็นผู้ชายข้ามเพศที่มีกลุ่มแฟนคลับ เกิดการรีวิวสินค้า ข้อดีคือหลายคนศึกษาจากรีวิว ข้อเสียคือด้วยความที่เป็นการค้า บางรีวิวได้ค่าคอมมิชชั่น ก็เกิดกระแสว่าคลินิกนี้ดีที่สุด เกิดการดิสเครดิตกัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือทุกคนเชื่อรีวิว แห่กันไป เห็นคนนี้ทำแผลผ่าตัดออกมาสวย ทั้งที่อาจไม่เหมาะกับตัวเอง ผมคิดว่าควรจะมีความรู้กลางที่ให้แต่ละคนศึกษาแล้วเลือกเอาเองว่า แพทย์คนไหนเหมาะกับเขา"/p p“มีบ้างที่ผู้ชายข้ามเพศไปบางคนไปดื่มกับผู้ชาย แล้วถูกล่วงละเมิดทางเพศ ปัญหาที่ตามมาคือเขาไม่รู้ว่าเขาจะกินยาคุมได้หรือไม่ จะเกิดปัญหากับฮอร์โมนที่เขารับอยู่หรือเปล่า ตรงนี้ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าจะจัดการกับตัวเองได้หรือไม่ หรืออย่างเช่นทรานส์เมนบริจาคเลือดได้หรือเปล่า ผมไปสภากาชาด ผมบอกว่าเทคยาอะไรอยู่ หมอไม่อนุญาตให้บริจาคเลือดเนื่องจากมันเป็นสารสเตียรอยด์ แต่พอไปอีกโรงพยาบาลหนึ่ง หมอบอกว่าบริจาคได้ เพราะต้องมีการกรอง ซึ่งสุดท้ายก็ไม่รู้ว่าได้หรือไม่ได้ ข้อมูลดิ้นไปดิ้นมา” แหล่งข่าวกล่าว/p pstrong“เราอยู่ในประเทศที่ไม่ฆ่าเราก็ดีเท่าไหร่แล้ว”/strong/p pสอบถามกฤตธีพัฒน์ประเด็นนี้ เขาบอกว่า ถ้าคะแนนเต็ม 100 คงได้ไม่ถึง 10 คะแนน/p p“ทุกวันนี้ยังมี Transman ที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ถ้าเขาไม่ได้ผ่าตัดแปลงเพศหรือผ่าตัดเอาระบบสืบพันธุ์ของเพศหญิงออก เขาไม่รู้เลยว่ายังต้องไปตรวจภายใน ยังมีความเสี่ยงอยู่ ยังไม่มีหน่วยงานแพทย์มาให้ความรู้ ซึ่งเราก็เข้าใจว่าหน่วยงานแพทย์อาจไม่ได้ค้นคว้าเรื่องนี้”/p blockquotep style="text-align: center;"strong“ผมคิดว่าประเทศเรามีความรุนแรงเยอะ เพียงแต่ไม่ได้แสดงออกชัดเจน เราไม่เห็นการฆ่ากันบ่อยเท่าเมืองนอก แต่จะพูดว่าไม่มีเลยก็ไม่ได้ การที่หลายคนบอกว่าเราอยู่ในประเทศที่ไม่ฆ่าเราก็ดีเท่าไหร่แล้ว จะเรียกร้องสิทธิอะไรเยอะ"/strong/p /blockquote pองค์ความรู้ยังเกี่ยวเนื่องกับหลักการปฏิบัติต่อบุคคลหลากหลายทางเพศด้วย เพราะบางเรื่องก็ละเอียดอ่อนและเปราะบางในความรู้สึก เช่น การบริการในสถานพยาบาล กฤตธีพัฒน์ เล่าว่า/p p“อย่างเวลาไปโรงพยาบาล การเรียกชื่อ เขาเห็นอยู่แล้วว่าบัตรเราอาจจะเขียนว่านางสาว ซึ่งถ้าเป็นผู้ให้บริการที่ไม่เคยรับมือกับเรื่องแบบนี้ เขาก็จะประกาศออกมาดังๆ เราก็จะเกิดความกระอักกระอ่วน ซึ่งจะมีเพียงไม่กี่ที่ที่มีการอบรมหมอและพยาบาลเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศ"/p p“แต่ทุกครั้งที่เราพยายามจะพูดเรื่องทำนองนี้ออกไป เขาก็มักจะมองว่าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายที่ต้องพูดอะไรเยอะ ไม่ค่อยเห็นความสำคัญ ทั้งโรงพยาบาลด้วย หรือเวลาไปสอนนักศึกษา เขาก็ไม่เข้าใจว่าจะให้เขามาเรียนเรื่องเพศสภาพทำไม อาจจะเป็นเพราะอย่างที่หลายคนมองว่า เราอยู่ในประเทศไทยที่ไม่ได้มีความรุนแรงต่อคนหลากหลายทางเพศเท่าเมืองนอก เขาก็เลยรู้สึกว่าไม่น่าสนใจ"/p p“ผมคิดว่าประเทศเรามีความรุนแรงเยอะ เพียงแต่ไม่ได้แสดงออกชัดเจน เราไม่เห็นการฆ่ากันบ่อยเท่าเมืองนอก แต่จะพูดว่าไม่มีเลยก็ไม่ได้ การที่หลายคนบอกว่าเราอยู่ในประเทศที่ไม่ฆ่าเราก็ดีเท่าไหร่แล้ว จะเรียกร้องสิทธิอะไรเยอะ เขายังมองไม่เห็นว่าสิ่งที่เราเรียกร้องเป็นสิทธิที่เท่าเทียม บางทีพอเราพูดว่าเราขาดอะไรบ้าง เขาก็มองว่าเราต้องการสิทธิพิเศษ แต่ชาย-หญิงต่างหากที่ได้สิทธิเหล่านั้น เช่น เวลาอยู่หน้าห้องน้ำไม่ต้องเก้ๆ กังๆ ว่าจะเข้าห้องไหนดี คือสิ่งเหล่านี้เขาได้จนเป็นความเคยชิน จนลืมคิดว่ามีคนอื่นที่ยังไม่ได้อยู่จริง”/p pstrongขาดแคลนแพทย์เฉพาะด้าน/strong/p pนพ.อติวุทธ กล่าวว่า ในแง่นหนึ่งปัญหาด้านสุขภาพของผู้ชายข้ามเพศถือว่าน้อยกว่าผู้หญิงข้ามเพศ เพราะว่าการรับฮอร์โมนของผู้ชายข้ามเพศต้องใช้วิธีฉีดเข้าร่างกาย ทำให้อย่างน้อยต้องมาพบแพทย์ ต่างจากผู้หญิงข้ามเพศที่มักทานฮอร์โมนเอง แต่ไม่ใช่ว่าผู้ชายข้ามเพศปลอดจากปัญหา เพราะถ้าไม่ใช่แพทย์เฉพาะทางก็อาจทำให้ได้รับฮอร์โมนไม่ถูกต้อง เช่น อาจได้รับมากไปหรือน้อยไป เนื่องจากการฉีดฮอร์โมนต้องมีการตรวจค่าฮอร์โมนในเลือดเป็นระยะๆ/p pนพ.อติวุทธ ยอมรับว่า/p p“ปัจจุบันขาดแคลนแพทย์เฉพาะทางด้านนี้ มีแพทย์จำนวนน้อยที่จะดูแลคนข้ามเพศ หรือป่วยมาถ้าไม่ใช่โรคทั่วไป แต่เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับภาวะข้ามเพศโดยตรง หมอก็จะไม่สามารถรักษาได้”/p pนพ.อติวุทธขยายความว่า โรคที่เกี่ยวกับภาวะข้ามเพศ เช่น โรคที่เกี่ยวกับการใช้ฮอร์โมนข้ามเพศ โรคที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะที่ยังหลงเหลืออยู่ ทรานส์เมนบางคนอาจยังไม่ได้ผ่าตัดแปลงเพศ แค่ผ่าตัดเต้านม แต่ยังมีมดลูกอยู่ เนื่องจากการผ่าตัดมดลูกยังมีราคาค่อนข้างสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหา เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวขึ้นจากฮอร์โมนที่ได้รับ/p p“คนข้ามเพศก็อาจจะไม่รู้ว่าควรไปหาหมอที่ไหนดี บวกกับไม่กล้าด้วย กลัวว่าหมอจะดูถูก รังเกียจ หรือไม่รู้ ทำให้บุคคลข้ามเพศมีโอกาสเจอหมอค่อนข้างช้า ทำให้มาพบหมอในระยะท้ายๆ ของโรคแล้ว”/p pนพ.อติวุทธ ยังเตือนด้วยว่า ต้องระมัดระวังข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต อย่าเชื่อโดยไม่ตรวจสอบ ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์จะดีที่สุด/p pstrongเร่งสร้างองค์ความรู้ บูรณาการกับด้านกฎหมาย/strong/p pอาจจะเหมือนที่กฤตธีพัฒน์พูด สำหรับชาย-หญิง คงรู้สึกว่า เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องหยุมหยิม เรียกร้องอะไรนักหนา แต่นั่นก็เพราะชาย-หญิงเคยชินกับสภาพแวดล้อมภายใต้กรอบ 2 เพศที่ทุกอย่างถูกจัดเอาไว้แล้วต่างหาก ทำให้ไม่รู้สึกถึงรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ ในชีวิตของผู้ที่มีความแตกต่างจากตน ไม่ว่าจะเป็นคนหลากหลายทางเพศ (หรือคนพิการ)/p pขณะนี้กลุ่มผู้ชายข้ามเพศและคนทำงานด้านความหลากหลายทางเพศกำลังผลักดันองค์ความรู้เกี่ยวกับผู้ชายข้ามเพศออกมา อย่างน้อยก็เป็นคู่มือเบื้องต้น ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ภาครัฐจะต้องเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย แหล่งข่าวกล่าวว่า ภาครัฐควรร่วมมือกับมูลนิธิหรือองค์กรด้านความหลากหลายทางเพศ เนื่องจากบางครั้งการผลิตคู่มือของภาครัฐอาจอิงกับคู่มือของประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไปหรือยังมีองค์ความรู้ด้านการแพทย์ที่ไปอิงกับของผู้หญิงข้ามเพศมากกว่า เพราะองค์ความรู้ของผู้หญิงข้ามเพศจะเป็นที่รู้จักมากกว่า/p pขณะที่กฤตธีพัฒน์กล่าวว่า เห็นความพยายามของภาครัฐ แต่ก็มุ่งไปที่ด้านสิทธิมากกว่าองค์ความรู้ด้านสุขภาวะของผู้ชายข้ามเพศ เขายังเรียกร้องให้ทางแพทยสภาและกระทรวงสาธารณสุขเพิ่มบทบาทของตนในด้านนี้ให้มากขึ้นnbsp;/p p“เรื่องเกี่ยวกับการแพทย์ควรมาพร้อมกันกับด้านกฎหมาย ในต่างประเทศเขาพัฒนาควบคู่กันไปเลย ทางกฎหมายค่อนข้างจะฟังแพทย์ เช่น ถ้าจิตแพทย์เซ็นต์มาให้ว่าคุณเป็น Gender Dysphoria (ภาวะความไม่พอใจในเพศของตนเอง) คุณสามารถเอาใบนั้นไปจัดการด้านกฎหมายได้ เช่น เปลี่ยนคำนำหน้านาม เป็นต้น ดังนั้น เรื่องนี้จึงควรบูรณาการไปพร้อมๆ กัน”/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/OTdGYHBMzgI" height="1" width="1" alt=""/