ประชาไท

Syndicate content
Updated: 4 min 30 sec ago

ซาอุเรียกอุปทูตกลับ ลดระดับสัมพันธ์ไทย หลังผลคดีอัลรูไวลี่

Thu, 21/08/2014 - 14:32
divเผยซาอุฯ เรียกตัวอุปทูตกลับประเทศ เหตุไม่พอใจคดีอุ้มฆ่า ′อัลรูไวลี่′ การเปลี่ยนตัวผู้พิพากษา ด้านโฆษก กต.แจงอุปทูตซาอุฯ ถูกเรียกตัวกลับไปหารือข้อราชการ ทั้งยังไม่ได้ระบุว่าจะลดระดับความสัมพันธ์ ขณะนี้สถานทูตยังปฏิบัติงาน/div div !--break--!--break--/div divnbsp;/div div21 ส.ค. 2557 a href="http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1408599011"ประชาชาติธุรกิจ/aรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 ส.ค. แหล่งข่าวใกล้ชิดกับคดีอุ้มฆ่านายมูฮัมหมัด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย เปิดเผยถึงสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับซาอุฯ ในขณะนี้ว่า ทางการซาอุฯ ได้ลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทยลงอีก โดยให้เจ้าหน้าที่ระดับเลขานุการโท เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่รักษาการแทนนายอับดุลอิลาห์ อัลชุ อัยบี อุปทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย ซึ่งถูกเรียกตัวกลับประเทศbr /br /แหล่งข่าวระบุว่า ทางการซาอุฯ ได้เรียกตัวนายอับดุลอิลาห์ อัลชุ อัยบี อุปทูตซาอุฯ กลับประเทศไปตั้งแต่เมื่อหนึ่งเดือนก่อนหน้านี้ และได้ส่งหนังสือแจ้งไปยังกระทรวงการต่างประเทศของไทยอย่างเป็นทางการแล้ว แต่อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการแสดงท่าทีใดๆ ออกมาอย่างเป็นทางการในเรื่องนี้จากกระทรวงการต่างประเทศของไทยnbsp;br /br /"สาเหตุที่รัฐบาลซาอุฯ ได้เรียกตัวอุปทูตกลับประเทศนั้น เหตุผลหลักมาจากความไม่พอใจผลการตัดสินคดีอุ้มฆ่านายอัลรูไวลี่ เมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา รวมถึงประเด็นการเปลี่ยนตัวผู้พิพากษาก่อนหน้านั้นด้วย นอกจากนี้ยังมีรายงานว่านักเรียนไทยชาวมุสลิมถูกส่งตัวกลับจากประเทศซาอุฯ และยังมีนักธุรกิจชาวไทยถูกปฏิเสธไม่ให้ทำวีซ่าเข้าซาอุฯด้วยก่อนหน้านี้ ซึ่งคาดว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับการลดระดับความสัมพันธ์ในครั้งนี้" แหล่งข่าวกล่าวbr /br /แหล่งข่าวในแวดวงการทูตอีกรายหนึ่งเปิดเผยว่า สถานทูตซาอุฯ ประจำประเทศไทยได้ส่งหนังสือเรื่องการเรียกตัวอุปทูตซาอุฯ กลับประเทศโดยด่วน ไปยังกระทรวงการต่างประเทศของไทยจริงตั้งแต่เมื่อหนึ่งเดือนก่อน โดยระบุว่าเป็นการกลับไปหารือเกี่ยวกับคดีนายอัลรูไวลี่และตัวอุปทูตยังไม่มีกำหนดกลับไทย/div divnbsp;/div divอย่างไรก็ตาม ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นการลดระดับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศลงอีกหรือไม่ เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลว่าอุปทูตไทยประจำประเทศซาอุดีอาระเบียได้ถูกเรียกตัวกลับด้วยเช่นเดียวกันหรือไม่br /br /"ปัจจุบันผู้ที่ทำหน้าที่แทนอุปทูตซาอุฯ คือนายอับดุล ซาลาม ซึ่งมีตำแหน่งทางการทูตเป็นเลขานุการโท และหัวหน้ากงสุล ปฏิบัติหน้าที่รักษาการอุปทูตซาอุฯ ประจำประเทศไทยแทน ซึ่งทางสถานทูตซาอุฯ จะยังคงเปิดให้บริการในการออกวีซ่าให้กับประชาชนตามปกติ ขณะที่การจัดงานวันชาติซาอุฯ ในวันที่ 23 ก.ย.นี้ หากตัวอุปทูตยังไม่กลับมา นายอับดุล ซาลาม จะเป็นเจ้าภาพการจัดงานในวันนั้นในตำแหน่งรักษาการอุปทูตแทน" แหล่งข่าวกล่าวbr /br /ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา ศาลอาญามีคำพิพากษายกฟ้องในคดีที่ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม อดีตจเรตำรวจ พร้อมพวกรวม 5 คน ตกเป็นจำเลยในคดีอุ้มฆ่านายอัลรูไวลี่nbsp;br /br /ด้านนายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศได้รับแจ้งว่า อุปทูตซาอุฯ ถูกเรียกตัวกลับประเทศเพื่อหารือข้อราชการเท่านั้น และไม่ทราบว่าเป็นการหารือข้อราชการในเรื่องใด โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ที่มีอาวุโสสูงสุดในสถานทูตคือเลขานุการโทของสถานเอกอัครราชทูตทำหน้าที่อุปทูตซาอุฯ อีกทั้งทางซาอุฯ ไม่ได้ระบุว่าจะลดระดับความสัมพันธ์กับไทย เพราะขณะนี้สถานทูตซาอุฯ ยังปฏิบัติงานอยู่เช่นเดิมnbsp;br /br /ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีรายงานว่านักเรียนมุสลิมชาวไทยถูกส่งกลับจากซาอุฯ ขณะที่มีนักธุรกิจถูกทางการซาอุฯ ปฏิเสธการทำวีซ่า นายเสขกล่าวว่า ยังไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใดbr /br /ในส่วนคดีความ นายวันชัย รุจนวงศ์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีต่างประเทศ ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการยื่นอุทธรณ์ในคดี พล.ต.ท.สมคิด พร้อมพวกรวม 5 คน เป็นจำเลยในคดีอุ้มฆ่านายโมฮัมหมัด อัลรูไวลี่ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอว่า ทางอัยการสำนักงานคดีศาลสูงได้พิจารณาสำนวนคดีดังกล่าวแล้ว เห็นควรยื่นอุทธรณ์คดี/div divnbsp;/div divขณะนี้ทางอัยการยื่นอุทธรณ์คดีต่อศาลอุทธรณ์ไปแล้วภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนด ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้คงต้องรอทางศาลอุทธรณ์พิจารณาสำนวนคดี หากพิจารณาสำนวนคดีเสร็จสิ้นแล้วจะส่งสำนวนกลับมายังศาลอาญา โดยศาลจะแจ้งให้คู่ความรับทราบเพื่อนัดวันมาฟังคำพิพากษาต่อไปbr /br /br /strongที่มา: a href="http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1408599011"ประชาชาติธุรกิจ/a/strong/div divnbsp;/div divnbsp;/div divnbsp;/div divnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/cxJp0JzDg_c" height="1" width="1"/

ขัอสังเกตคดี 112 หลังรัฐประหาร

Thu, 21/08/2014 - 12:39
p!--break--!--break--/p pnbsp;/p pa href="http://prachatai.com/journal/2014/08/55137"ประชาไท/anbsp;รายงานเมื่อ 20 สค. 57 ว่า หลังการรัฐประหารมีผู้ถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ทั้งหมด 15 คน อันที่จริง ยังมีผู้หลบหนีไม่รายงานตัวอีกจำนวนหนึ่ง ถ้ายึดตามa href="http://www.thairath.co.th/content/438944"รายงานของไทยรัฐ/a วันที่ 25 กค. 57 มีจำนวน 55 คน nbsp;ในจำนวนนั้นส่วนหนึ่งเป็นผู้ที่เคยถูกดำเนินคดี 112 มาก่อนแล้วแต่ได้รับการอภัยโทษแล้วหรือไม่ก็คดีสิ้นสุดแล้ว อีกส่วนหนึ่งคาดว่าอาจจะถูกดำเนินคดี 112 หากคนเหล่านี้มารายงานตัว ก็อาจจะทำให้จำนวนผู้ถูกดำเนินคดีเพิ่มขึ้นอีก/p pการดำเนินคดี 112 ในขณะนี้ยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงปัญหาของกฎหมายข้อนี้ที่คาราคาซังมาเนิ่นนานอยู่แล้วหลายประการด้วยกันดังนี้/p pstrongหนึ่ง/strong ผู้ถูกกล่าวหาส่วนใหญ่ไม่ได้รับการประกันตัว มีเพียงผู้มีชื่อเสียง 2 คนจาก 15 คน (ตามรายงานของประชาไท) เท่านั้นที่ได้รับการประกันตัว ทั้งนี้อาจเพราะเพื่อลดความกดดัน หากแต่ส่วนใหญ่เป็นคนที่ไม่มีชื่อเสียง ไม่เป็นที่รู้จัก หรือมีอาชีพที่ไม่มั่นคง จึงแทบไม่เป็นข่าว ไม่มีใครรับรู้ และไม่มีหลักประกันอย่างเป็นทางการ เช่น นักศึกษามหาวิทยาลัยต่างจังหวัด ผู้ประกอบอาชีพอิสระ เป็นเกษตรกร นี่สะท้อนความยุติธรรมที่วางอยู่บนความเหลื่อมล้ำของสังคม/p pstrongสอง/strong ผู้ถูกกล่าวหาส่วนใหญ่ถูกตีตราว่าเป็นคนผิด ก่อนที่จะมีการดำเนินคดี ข้อนี้เห็นได้ชัดจากกรณีของผู้ต้องหารายล่าสุด ที่ถูกปฏิเสธไม่ให้ประกันตัวเนื่องจาก "การกระทำความผิดของผู้ต้องหากับพวก..." ซึ่งเป็นเสมือนการตัดสินไปก่อนแล้วว่าผู้ต้องหา "กระทำความผิด" ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ดำเนินคดี นี่แสดงให้เห็นถึงทัศนคติของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ไม่ให้ความยุติธรรมกับผู้ต้องหาก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม/p pstrongสาม/strong มีแนวโน้มที่การดำเนินคดีจะไม่โปร่งใส และอาจจะไม่ได้รับความยุติธรรมยิ่งขึ้น เนื่องจากมีการประกาศใช้ศาลทหาร และผู้ถูกดำเนินคดีบางรายถูกดำเนินคดีโดยศาลทหาร ข้อนี้ยิ่งทำให้ผู้ถูกเรียกตัวจำนวนมากลังเลที่จะเข้ารายงานตัว/p pstrongสี่ /strongถูกใช้เพื่อกลั่นแกล้งทางการเมือง แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับการดำเนินคดีที่ผ่านมา และในกรณีหลังการรัฐประหาร แนวโน้มนี้ยิ่งเด่นชัดขึ้นว่าผู้ถูกดำเนินคดีส่วนใหญ่ หรืออาจจะทั้งหมด ล้วนเป็นผู้เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของฝ่ายการเมืองที่ขัดแย้งกับผู้มีอำนาจในปัจจุบัน หรือเป็นฝ่ายที่ต่อต้านอำนาจของคณะรัฐประหาร คณะรัฐประหารจึงใช้คดี 112 เพื่อหวังผลสืบเนื่องจากการดำเนินคดี กล่าวคือเพื่อลดการต่อต้านคณะรัฐประหาร ด้วยการข่มขู่ว่าจะดำเนินคดี 112/p pstrongหากแนวโน้มยังคงเป็นเช่นนี้ การดำเนินคดีกับผู้ต้องหาคดี 112 ก็จะกลายเป็นเครื่องมือในการควบคุมทางการเมืองที่คนกลุ่มหนึ่ง ชนชั้นหนึ่ง ใช้อย่างลำเอียงต่อคนอีกกลุ่มหนึ่ง อีกชนชั้นหนึ่ง ตลอดจนสะท้อนปัญหาความยุติธรรม ความเหลื่อมล้ำของสังคม ปัญหาการกระบวนการยุติธรรมและทัศนคติของเจ้าหน้าที่รัฐ และเหนืออื่นใดคือ ปัญหาการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนอยู่ต่อไป/strong/p pnbsp;/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/PROH2bJqk-o" height="1" width="1"/

ตามคาด สนช.โหวต 'ประยุทธ์' นั่งนายกฯ คนที่ 29

Thu, 21/08/2014 - 11:21
!--break--!--break-- p21nbsp; ส.ค. นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติ หรือ สนช. เป็นประธานการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ 3 เพื่อสรรหาผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ของประเทศไทย โดยวันนี้มีสมาชิกลงชื่อประชุมทั้งสิ้น 194 คน ลาป่วย 3 คน จาก 197 คน/p pนายพรเพชร ได้เปิดการประชุมด้วยการแจ้งวาระการประชุม และดำเนินการสรรหานายกรัฐมนตรีโดยใช้หลักเกณฑ์ตามที่แจ้งต่อที่ประชุมโดยใช้ผู้รับรองอย่างน้อย 40 คนในการเสนอชื่อbr /br /โดยนายตวง อันทะไชย สมาชิก สนช. เป็นผู้เสนอรายชื่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ของประเทศไทย โดยมีผู้รับรอง ถึง 188 คน และไม่ลงคะแนน 1 คน ไม่มีสมาชิกท่านอื่นเสนอชื่อแข่งbr /br /ทั้งนี้เมื่อที่ประชุมมีผู้เสนอชื่อเพียงคนเดียวที่ประชุมจึงใช้การขานชื่อเพื่อลงมติให้พลเอกประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีผู้ขานชื่อให้ พลเอกประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีทั้งสิ้น 191 คนbr /br /โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานคนที่ 2 และนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานคนที่ 1 ที่งดออกเสียงในครั้งนี้ ก่อนประธานจะกล่าวปิดประชุมทันทีbr /br /อย่างไรก็ตาม พลเอกประยุทธ์ จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ของประเทศไทยbr /br /สำหรับเส้นทางชีวิตราชการของพลเอกประยุทธ์ เริ่มต้นรับราชการที่หน่วย กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ หรือ ร.21 รอ. ตั้งแต่เป็นผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ จนเติบโตขึ้นเป็นผู้บังคับการกรมฯตามลำดับ ก่อนจะย้ายมาเป็นรองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ( พล.ร.2 รอ.) และเป็นผู้บัญชาการกองพลฯ ต่อจากนั้นได้รับตำแหน่งเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 ในสมัยที่ พลโทอนุพงษ์ เผ่าจินดา ( ยศในขณะนั้น) เป็นแม่ทัพภาคที่1 ก่อนจะเข้าสู่เส้นทาง 5 เสือ ทบ. เริ่มจากการเป็นเสนาธิการทหารบก ต่อมาเป็นรองผู้บัญชาการทหารบก และได้เป็นผู้บัญชาการทหารบก ในปัจจุบัน/p pnbsp;/p pที่มา: a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1408592785"มติชนออนไลน์/a/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/UT1-XdIGoh0" height="1" width="1"/

ฮิวแมนไรท์วอทช์ เรียกร้องให้ 2 นักกิจกรรมถูกจับจากละครเจ้าสาวหมาป่า ได้รับการประกันตัว

Thu, 21/08/2014 - 10:13
!--break--!--break-- div20 สิงหาคม 2557 ฮิวแมนไรท์วอทซ์ออกแถลงการณ์เป็นห่วงเสรีภาพในการแสดงออกในประเทศไทย หลังการรัฐประหาร หลังจากที่มีการจับกุมและตั้งข้อหาตามมาตรา 112 ต่อ น.ส.ภรณ์ทิพย์ (สงวนนามสกุล) และ นายปติวัฒน์ (สงวนนามสกุล) ซึ่งทั้งสองถูกกล่าวหาว่า มีส่วนเกี่ยวข้อง และร่วมแสดง (ตามลำดับ) ในละครเจ้าสาวหมาป่าในงานครบรอบ 40 ปี เหตุการณ์ 14 ตุลาฯ ซึ่งสองคดีนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของคดีทั้งหมด 14 คดีที่รอการพิจารณาคดีอยู่ที่ศาลทหารกรุงเทพ และศาลอาญาในประเทศไทย และยังแสดงความเป็นห่วงที่ทั้งสองไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัว/div divnbsp;/div divฮิวแมนไรท์วอทซ์กล่าวว่า การจับกุมปติวัฒน์ และภรณ์ทิพย์ เป็นสิ่งที่ “แสดงถึงการตกต่ำลงของเสรีภาพในการแสดงออกในไทยตั้งแต่ วันที่ 22 พ.ค. 2557”nbsp;/div divnbsp;/div div“เป็นเวลาหลายปีแล้วที่ศาลไทยยกคำร้องขอประกันตัวของผู้ที่รอการไต่สวนในคดี ‘ดูหมิ่นสถาบันกษัตริย์’ การปฏิเสธไม่ให้ประกันตัวอย่างเป็นระบบต่อผู้ต้องหาคีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนี้ดูเหมือนเป็นความตั้งใจที่จะลงโทษพวกเขาตั้งแต่ยังไม่ได้ไต่สวนด้วยซ้ำ” แบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการฝ่ายเอเชีย ของฮิวแมนไรท์วอทซ์nbsp;/div divnbsp;/div divฮิวแมนไรท์วอทซ์ไ กล่าวว่า ได้เรียกร้องต่อทางการไทยมาเป็นเวลานานแล้ว ให้มีการแก้ไขมาตรา 112 เพื่อที่จะไม่ให้บุคคลหรือภาคเอกชนใดมาฟ้องร้องคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพได้ เพราะในหลายๆ ครั้งภาคเอกชนเป็นผู้ที่นำกฎหมายนี้ไปใช้เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองnbsp;/div divnbsp;/div div“การใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอย่างเข้มข้นนี้มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเสรีภาพในการแสดงออกในประเทศไทย อดัมส์กล่าว และว่า “การถกเถียงเพื่อนำไปสู่การแก้ไขกฎหมายนี้ควรทำอย่างเร่งด้วย เพื่อที่จะแน่ใจว่า กฎหมายนี้ เป็นไปตามหน้าที่ของประเทศไทยที่มีต่อนานาชาติ ในประเด็นสิทธิมนุษยชน”nbsp;/div divnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/TMf85CKr3ys" height="1" width="1"/

กลยุทธศีลธรรม

Thu, 21/08/2014 - 10:08
!--break--!--break-- pnbsp;/p pbr /nbsp;/p pแม้ว่าสหรัฐอเมริกาจะเป็นรัฐโลกียะ (secular state)nbsp; คือ ไม่มีศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการกับการปกครองของประเทศ และมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับศาสนาที่เรียกว่า The separation of church and state หรือกฎหมายที่กำหนดให้การปกครองหรือการกระทำใดๆ ของรัฐแยกออกจากระบบของศาสนาทั้งปวงก็ตาม หากข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งที่พบเห็นโดยทั่วไป เมื่อกล่าวถึงรัฐกับศาสนา ก็คือ โดยพฤติกรรมของมนุษย์ซึ่งเป็นพลเมืองของรัฐแล้ว กลับไม่สามารถหย่าขาดต่อความเกี่ยวข้องกับศาสนาได้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายอนุรักษ์นิยมหรือฝ่ายเสรีนิยมก็ตามbr /br /พูดง่ายๆ ในสหรัฐอเมริกานั้น ทั้งฝ่ายรีพับลิกันและเดโมเครต ยังมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับศาสนาอยู่ โดยเฉพาะในส่วนของนักการเมืองซึ่งหวังคะแนนเสียงในเลือกตั้งในระดับต่างๆnbsp; ในเชิงของการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีnbsp; คือ การเป็นคนดีมีศีลธรรมในสายตาของประชาชน ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่าศีลธรรมยังเป็นที่ปรารถนาของชาวโลกไม่ว่าจะมีกฎหมายบังคับหรือไม่บังคับให้ต้องยุ่งเกี่ยวกับเรื่องทางศีลธรรมหรือไม่ก็ตามbr /br /เราจึงเห็นภาพผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีหรือตำแหน่งทางการเมืองอื่นๆ ในสหรัฐอเมริกา เข้าโบสถ์กันเป็นว่าเล่นในช่วงของการหาเสียง แสดงให้เห็นถึงว่านักการเมืองอเมริกันแคร์ต่อภาพลักษณ์ทางด้านศีลธรรมที่ประชาชนจะเกิดความรู้สึกมากเพียงใดbr /br /ด้วยเงื่อนไขเหล่านี้ เป็นเหตุให้อดีตประธานาธิบดีอเมริกัน บิล คลินตัน ถึงกับสารภาพเสมือนคำให้การต่อเท็จจริงในแง่การปฏิบัติหรือพฤติกรรมทางด้านศาสนาของเขาในหนังสืออัตชีวประวัติของเขาเองว่า เรื่องยากอย่างหนึ่งที่เขายังทำไม่ได้ คือ ทำใจให้ยอมรับนับถือพระผู้เป็นเจ้าด้วยใจสัตย์ซื่อ หรือการยอมยกใจให้กับพระผู้เป็นเจ้าbr /br /หมายความว่าnbsp; แม้คลินตันเข้าโบสถ์หรือแสดงอาการว่ายอมรับนับถือพระผู้เป็นเจ้ามาตลอดชีวิตของเขาก็ตาม แต่พฤติกรรมดังกล่าวก็ยังเป็นคนละส่วนกับการยอมรับนับถือศาสนาที่เกิดจาก “ภายใน (ใจ)” อย่างแท้จริง หากเป็นเพียงการแสดงที่แนบเนียนอย่างหนึ่ง เพื่อวัตถุประสงค์อย่างน้อยสองประการbr /br /ประการหนึ่ง คือ เพื่อเป็นการกำราบดัดตนให้อ่อนน้อมลง ยอมต่อศาสนาซึ่งถือเป็นตัวแทนของศีลธรรม และประการที่สอง คือ การแสดงให้เห็นว่ายังเป็นผู้ใส่ใจต่อความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ที่ให้การยอมรับนับถือศีลธรรมbr /br /ดูเหมือนเรื่องนี้อเมริกันชนให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติตนของนักการเมืองหรือบุคคลสาธารณะอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งใด ในระดับ “เคร่งเครียด” หลายครั้งที่ประเด็นทางศีลธรรมกลายเป็นปัญหาสำคัญ ชี้เป็นชี้ตายต่อความเป็นอยู่หรืออนาคตของบุคคลเหล่านั้นnbsp; ดังกรณีเรื่องส่วนตัวของคลินตันและนักการเมืองและผู้มีชื่อเสียงอเมริกันหลายคนที่ต้อง “เสียคน” จากเรื่องความประพฤติทางด้านศีลธรรมbr /br /ดังนั้นแม้เรื่องศีลธรรมที่เชื่อมโยงกับศาสนาจะไม่ถูกหยิบยกมาเป็นเกณฑ์หรือเครื่องมือในการตัดสินบุคคลต่างๆ โดยเฉพาะบุคคลสาธารณะแต่ในสหรัฐอเมริกา แต่ “ศีลธรรมสากล”nbsp; ที่เกิดจากสามัญสำนึกของความเป็นมนุษย์ถูกนำมาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินบุคคลเหล่านี้อยู่ทุกยุคทุกสมัย ซึ่งสำหรับศีลธรรมสากลนั้นหากว่าไปแล้วก็มีรากเหง้ามาจากศาสนาอยู่มากทีเดียว แม้จะมองได้ว่าศีลธรรมสากลเป็นเรื่องของสามัญสำนึกของความเป็นมนุษย์โดยทั่วไปก็ตามbr /br /การที่ศีลธรรมถูกมองว่าเป็นเรื่องจำเป็นของสังคม แต่ผู้คนตกอยู่ภายใต้เงื่อนไขและกลไกทุนนิยมที่แผ่ซ่านไปโลก (รวมถึงประเทศไทย) ทำให้ศีลธรรมถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างบุคคลหรือองค์กรผู้ทรงศีลธรรม ซึ่งในสหรัฐอเมริกาสมารถพบได้ตั้งแต่บรรดานักการเมือง และบุคคลสาธารณะ ที่หันมาสร้างความเป็นปูชนียบุคคลทางศีลธรรมกัน รวมถึงองค์กรธุรกิจต่างๆ ก็เป็นไปด้วย ดังเช่น การเกิดขึ้นวัตกรรม CSR หรือ corporate social responsibility – “เราแคร์และรับผิดชอบต่อสังคม” ที่ปกปิดความต้องการผลกำไรไว้เบื้องหลัง ต่างก็อิงอยู่กับการสร้างศีลธรรมขึ้นมาเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้กับองค์กรทั้งสิ้นbr /br /จนในปัจจุบันเกิดเป็น “ระบบการวางกลยุทธ์ทางศีลธรรม”nbsp; (strategic morality) ขึ้นอย่างกว้างขวางทั่วโลก มิใช่เพียงแค่ในสหรัฐอเมริกาอย่างเดียวbr /br /เมื่อเป็นเช่นนี้จึงสามารถแบ่งระบบศีลธรรมออกเป็นสองรูปแบบbr /br /รูปแบบแรก คือ ศีลธรรมที่เกิดจากสามัญสำนึกของความเป็นมนุษย์ ซึ่งอาจมีแรงกระตุ้นมาจากศาสนาหรือไม่ก็ได้br /รูปแบบที่สอง คือ ศีลธรรมที่เกิดจากการสร้างภาพลักษณ์ทางศีลธรรม หรือศีลธรรมตามกระแส (สังคม) หรือศีลธรรมภาคบังคับที่เกิดจากกระแสสังคม หรือการปฏิบัติทางศีลธรรมที่มุ่งเอาใจสังคมเป็นหลักbr /br /ในสหรัฐอเมริกาการแบ่งระบบศีลธรรมออกเป็นสองรูปแบบค่อนข้างเห็นได้ชัด แต่ในประเทศที่ศาสนาและศีลธรรมอยู่ในระบบรัฐ หรือเป็นหนึ่งเดียวกับรัฐ อาจไม่สามารถแบ่งได้ชัดเจน เพราะรัฐ ซึ่งเปรียบเสมือนองค์ขนาดใหญ่องค์กรหนึ่งได้นำศีลธรรมมาเป็นเครื่องมือในการกำกับพลเมืองซ้อนขึ้นไปอีกชั้นหนึ่งนอกเหนือไปจากระบบกฎหมายที่ใช้อยู่แล้ว จึงกลายเป็นว่าในรัฐนั้นมีทั้งกฎหมายและศีลธรรมแบบรัฐ(ทางการ) คอยกำกับอยู่ทั้งสองทางbr /br /อย่างน้อยการกำกับด้วยระบบศีลธรรมดังกล่าวก็แสดงออกในรูปแบบการพยายามเอาระบบศีลธรรมเข้าไปอยู่ในระบบอำนาจรัฐ เช่น การสร้างเกณฑ์หรือบรรทัดฐานของการประเมินความดีความชั่วของพลเมืองที่อยู่นอกเหนือไปจากระบบกฎหมายขึ้นมา (ในกรณีของประเทศไทยคงพอเทียบได้กับเรื่อง “สมุดพกความดี” หรือ “หน้าที่พลเมือง”) ซึ่งเป็นการสร้างระบบการแข่งขันกันมีศีลธรรมขึ้นมา ทั้งที่เรื่องทางด้านศีลธรรมควรมาจากภายในโดยน้ำใสใจจริง เป็นเหตุให้เกิดศีลธรรมเสแสร้ง และค่านิยมใหม่ๆ ทางด้านศีลธรรมแบบทื่อๆ ขึ้นมา เช่น การงดเหล้าเข้าพรรษาหรือเมาไม่ขับ การนุ่งขาวห่มขาวสามวันเจ็ดวัน การสะสมหนังสือธรรมะ หรือการพูดถึงพระนักเทศน์ชื่อดัง แสดงถึงการเป็นคนดี เป็นต้นnbsp;br /br /สิ่งที่เกิดขึ้นระบบศีลธรรมในปัจจุบัน คือกระบวนการทางด้านศีลธรรมได้ย้ายจากการสร้างและสั่งสมภายใน มาเป็นกระบวนการสร้างและสั่งสมภายนอกหรือการสร้างรูปแบบเชิงภาพลักษณ์แทนมากขึ้น ซึ่งว่าไปแล้วรูปแบบภายนอกดังกล่าวได้รับอิทธิพลจากระบบทุนในสหรัฐอเมริกาไม่น้อย ดังการแข่งกันแสวงหาที่สัปปายะเพื่อปฏิบัติธรรมพร้อมกับการนำพระสงฆ์ไปเป็นสัญลักษณ์ในสถานที่สัปปายะนั้นๆ ตามรูปแบบของแต่ละคนของผู้มีอันจะกินทั้งหลายbr /br /ข้อดีของการสร้างรูปแบบภายนอกทางด้านศีลธรรมในสหรัฐอเมริกา คือ มีแยกแยะอย่างชัดเจนระหว่างศีลธรรมที่ถูกผลิตขึ้นโดยเอกชน (เพราะรัฐไม่มีหน้าที่ผลิตศีลธรรม) กับศีลธรรมสามัญสำนึกหรือศีลธรรมสากลโดยทั่วไป เอกชนใดจะผลิตศีลธรรมขึ้นมาก็เป็นเรื่องของเอกชนรายนั้นๆ และเป็นเรื่องไม่แปลกแต่อย่างใดที่จะมีเอกชนที่ทำงานด้านการสร้างภาพทางด้านศีลธรรมทั้งในเชิงปัจเจกและ CSRbr /br /ที่สำคัญ คือ ระบบศีลธรรมแบบสร้างขึ้นมาได้กลายเป็นที่ยอมรับกันในจารีตอเมริกัน ถึงแม้จะรู้ว่าศีลธรรมที่ถูกสร้างขึ้น (เช่น จากบริษัทผู้ออกแบบด้านศีลธรรม) ซึ่งก็คือศีลธรรมชนิดที่ไม่ได้มาจากใจหรือเสแสร้งนั่นเอง แต่ระบบอเมริกันก็ถือว่ายังเป็นเรื่องที่มีเกียรติในการที่มีภาพลักษณ์เป็นผู้มีศีลธรรมให้เห็นอยู่บ้าง ยิ่งกับผู้นำประเทศด้วยแล้วคนอเมริกันคาดหวังในเรื่องการเป็นผู้มีศีลธรรมไว้มาก และถือเป็นจริงจังเคร่งครัด ที่ผ่านมามีผู้นำและนักการเมืองอเมริกันต้องตกม้าตายจากเรื่องอื้อฉาวจากความไร้ศีลธรรม เช่น ศีลธรรมด้านเพศหรืออื่นๆ จำนวนไม่น้อย ขนาดไม่มีกฎหมายบังคับเรื่องศีลธรรมbr /br /จึงกลายเป็นว่า ศีลธรรมสำหรับคนอเมริกัน เป็นเรื่องของจารีต เป็นศีลธรรมสากลที่เกิดจากสามัญสำนึก แม้ส่วนหนึ่งจะมีฐานมาจากความเชื่อทางศาสนาหรือความคิดอนุรักษ์นิยมก็ตามnbsp; ชี้ให้เห็นว่าคนอเมริกันเองไม่ได้มีเสรีภาพด้านศีลธรรม เป็นแต่เพียงศีลธรรมแบบไม่เป็นทางการbr /br /ขณะที่จากประวัติศาสตร์อเมริกันก็ได้แสดงให้เห็นว่า อเมริกันตั้งแง่รังเกียจศีลธรรมแบบทางการเพียงใด โดยมองว่ามาตรฐานทางด้านศีลธรรมควรเป็น “สำนึกร่วม” มากการกำหนดมาตรฐานศีลธรรมโดยรัฐbr /br /strongเพราะศีลธรรมแบบทางการหรือแบบรัฐเป็นตัวการทำลายและกลบบัง “สำนึกร่วมทางศีลธรรม”ที่เป็นธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ที่สำคัญยิ่ง/strong/p pnbsp;/p pbr /nbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/1-L1SYbaSI4" height="1" width="1"/

พจนานุกรมฉบับ Bad Girls

Thu, 21/08/2014 - 09:46
!--break--!--break-- pnbsp;/p pnbsp;/p pเมื่อวันที่ 15-17 สิงหาคม 2557 ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ การส่งเสริมความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนสำหรับสื่อมวลชน(ภาคเหนือ) ที่จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติร่วมกับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย โดยจัดที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งในช่วงหนึ่งได้มีการเปิดใจ “strongผู้เสียหายจากการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน/strong”โดยมีผู้แทนจากกลุ่มเอ็มพาวเวอร์(EMPOWER – Education Means Protection Of Women Engaged in Re-creation)ได้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นด้วย/p pstrongเอ็มพาวเวอร์/strongเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนของคนไทย เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ.2528 เพื่อช่วยเหลือผู้หญิงที่ทำงานในธุรกิจภาคบริการ โดยเริ่มต้นด้วยการเปิดชั้นเรียนเพื่อnbsp; “สอน”ภาษาอังกฤษให้แก่พนักงานบริการย่านถนนพัฒน์พงศ์ และในทางกลับกันเอ็มพาวเวอร์ก็ได้มีโอกาส “เรียน”จากนักเรียนถึงความคิดเกี่ยวกับงานและเรื่องราวต่างๆที่เกี่ยวข้องกับอาชีพบริการ ปัจจุบันมีสาขาอยู่ในเมืองสำคัญๆทั่วประเทศ พูดง่ายๆก็คือเป็นมหาวิทยาลัยของพนักงานบริการที่จะพากันมาเรียน อ่าน เขียน ภาษาไทย พูดภาษาอังกฤษและ การศึกษาอื่นๆนอกระบบโรงเรียน/p pสิ่งที่ผมประทับใจในวันนั้นนอกเหนือจาการที่ได้รับฟังการแสดงความคิดเห็นของชาวเอ็มพาวเวอร์แล้วก็คือการที่เอ็มพาวเวอร์ได้จัดทำ “strongพจนานุกรมฉบับเอ็มพาวเวอร์/strong” หรือในภาคภาษาอังกฤษว่า “strongBad Girls Dictionary/strong” โดยมีพื้นฐานจากความคิดที่ว่าสิทธิในการกำหนดคำอธิบาย การประดิษฐ์ คิดค้นคำ การใช้ข้อความ และภาษาส่วนใหญ่มักยกให้เป็นเรื่องของนักวิชาการเท่านั้น พวกนักวิชาการก็เลยถือโอกาสใช้สิทธิ์เป็นผู้กำหนดคำและความหมายต่างๆขึ้น เช่น “emโสเภณีแอบแฝง” /emเป็นต้น แต่ผู้ที่ถูกเรียกไม่ยอมรับและพยายามให้เลิกใช้คำนั้น/p pด้วยเหตุนี้คนอาชีพบริการจึงลุกขึ้นมาพูดเอง เขียนเอง โดยแสดงให้เห็นว่ามีภาษาที่สะท้อนมาจากวิถีชีวิตและและความเข้าใจในความหมายที่ใช้ในชีวิตจริง ดังตัวอย่างที่ผมจะหยิบยกมาเสนอต่อไปนี้/p pstrongAcademic /strongemn.adj./em/p pemแอ็กคะเดมิค/em/p pนักวิชาการ,อาจารย์/p pTeachers,professors nbsp;speaking/p pemSee : researcher/em/p pJargon language we don’t understand.They believe that we are problem makers.They call nbsp;us by numbers,percentage,colors and boxes or even “hard to reach”;A customer./p pครู อาจารย์ นักวิชาการ ที่บรรยายด้วยภาษาที่พวกเราไม่ค่อยเข้าใจ มีความเชื่อว่าอาชีพบริการคือพวกที่สร้างปัญหาสังคม มักเอ่ยถึงคนอาชีพนี้โดยใช้ตัวเลข เป็นอัตราส่วน เป็นแถบสี เป็นแท่งๆ(emกราฟ-ผู้เขียน/em) หรือเรียกพวกเราว่าem “กลุ่มที่เข้าถึงยาก” /emnbsp;ขณะเดียวกันก็มาใช้บริการเป็นลูกค้าของเราด้วย/p p-----/p pstrongBad Girls /strongemph./em/p pemแบดเกิร์ลส์/em/p pผู้หญิงไม่ดี, ผู้หญิงนอกกรอบ/p pAny woman who behaves or thinks outside the space society builds for women; name of Empower’s newsletter./p pemS.Revolutionary or rebel/em/p pหมายถึง ผู้หญิงเก่ง มั่นใจ มีมุมมองที่ออกนอกกรอบประเพณีและข้อห้ามที่ใช้บังคับผู้หญิง; ผู้หญิงที่รู้จักวิธีขัดขืนกฎระเบียบภายใต้กรอบประเพณี/ แบดเกิร์ล เป็นหนังสือพิมพ์ของเอ็มพาวเวอร์/p p----/p pstrongCondom /strongemn./em/p pemคอนด้อม/emem:/em/p pถุงยางอนามัย/p pem(also called rubbers)/em/p pThe only thing we have ever gotten for free from the government; our work tool; something men use when they feel they are having dirty sex e.g.with a sex worker,but don’t have to use when they are having em“clean” /emsex with their wife and girlfriends./p pเป็นอุปกรณ์หรือเครื่องมือในการทำงาน เป็นสิ่งเดียวที่เคยได้รับแจก em“ฟรี” /emnbsp;จากรัฐบาล ผู้ชายจะใช้เมื่อเขารู้สึกว่ามีเซ็กส์ที่สกปรก เช่น ไปซื้อบริการฯ แต่จะไม่ใช้กับแฟน หรือภรรยา/p p----/p pstrongPolitics /strongemn./em/p pemโพลิติกส์ /emem:/em/p pการเมือง/p pA game where everyone must follow the leader; try to look sincere but not be sincere; find someone else to blame for any problems and the winner gets the most money, power and votes./p pเป็นเรื่องเกมส์ที่ทุกคนต้องทำตามผู้นำ เชื่อผู้นำ ทำตามนโยบาย ซึ่งดูเหมือนกับเป็นความชอบธรรม ขณะเดียวกันเกมส์การเมืองต้องพยายามหาผู้ผิด และผู้ที่จะมาเป็นแพะเพื่อกล่าวหาลงโทษ;การเมืองเป็นเกมส์ ผู้ชนะก็จะได้อำนาจและงบประมาณ/p p----/p pstrongPolitician /strongemn./em/p pemโพลิติเชี่ยน /emem:/em/p pนักการเมือง/p pSomeone who books us to entertain his guests: often indirect or hidden customer who wear a suit and tie; he loves us in the night time and doesn’t know us in the day time; someone who uses us as a scapegoat for social problems./p pนักการเมืองชอบมาจองพวกเราให้ไปบริการแขกบ้าน แขกเมือง อยู่บ่อยๆ แขกของพวกเราบางคนต้องช่วยกันเก็บเป็นความลับอย่างดีด้วย ส่วนมากเขาจะแต่งตัวอย่างดี ผูกเน็คไทด์ ใส่สูท เขาจะรักเรายามกลางคืน แต่ไม่รู้จักเราในเวลากลางวัน พวกเขาจะเอาเราเป็น em“แพะ” /emตัวการของปัญหาสังคม เพื่อโชว์เป็นผลงานของเขา/p pstrongจากที่ยกตัวอย่างมาเป็นบางคำข้างต้น จะทำให้เราได้ทราบว่าจริงๆแล้วผู้ที่ประกอบอาชีพนี้คิดอย่างไร และมองผู้อื่นที่ปฏิบัติต่อเขาอย่างไร เมื่อเราเข้าใจแล้วก็จะทำให้เราเข้าใจในเพื่อมนุษย์ด้วยกันดีขึ้น เมื่อเข้าใจกันดีขึ้นความขัดแย้งในสังคมก็ย่อมน้อยลงnbsp; โลกก็จะน่าอยู่มากขึ้น/strong/p pstrongลองไปหามาอ่านดูนะครับ ไม่แน่อาจพบเจอศัพท์บางคำที่เกี่ยวข้องกับตัวเราเองด้วยนะครับ/strong/p pnbsp;/p p align="center"--------------------/p pstrongหมายเหตุ/strong เผยแพร่ครั้งแรกในกรุเทพธุรกิจฉบับประจำวันพุธที่ 20 สิงหาคม 2557/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/dcXy7nnAMLU" height="1" width="1"/

‘พล.อ.ประยุทธ์’ นั่งประธาน ก.ต.ช. เลือก ‘พล.ต.อ.สมยศ’ นั่งผบ.ตร.คนใหม่

Thu, 21/08/2014 - 00:03
pที่ประชุม ก.ต.ช.มีมติเป็นเอกฉันท์เลือก พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ เนื่องจากมีผลงานการสืบสวนจับกุมคดีอาวุธสงครามและวัตถุระเบิด สามารถคลี่คลายคดีที่ในอดีตไม่สามารถสืบสวนออกหมายจับได้/p p!--break--!--break--/p p20 ส.ค. 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) เพื่อพิจารณาแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ โดยมี นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ปลัดกระทรวงกลาโหม นายสมศักดิ์ โชติรัตนศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณร่วมประชุม ทั้งนี้ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาราชการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นกรรมการและเลขานุการโดยตำแหน่ง จะเป็นผู้เสนอผู้ที่เหมาะสมจะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติต่อที่ประชุม/p pผลการประชุม ก.ต.ช. พล.ต.อ.วัชรพล ระบุว่า ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์เลือก พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ฝ่ายความมั่นคง ซึ่งมีอาวุโสอันดับ 3 เป็นผู้บัญชาการตำรวแจห่งชาติคนใหม่ โดยเห็นว่ามีผลงานการสืบสวนจับกุมคดีอาวุธสงคราม และวัตถุระเบิดเป็นที่ประจักษ์ และสามารถคลี่คลายคดีที่ในอดีตไม่สามารถสืบสวนออกหมายจับได้ รวมถึงมีความเหมาะสมในการนำพาสำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมงานกับ คสช.และรัฐบาลในอนาคตได้/p pทั้งนี้ พล.ต.อ.สมยศ เป็นชื่อเดียว และชื่อแรกที่เสนอต่อที่ประชุม ก.ต.ช. อย่างไรก็ตาม ระบุว่า ไม่สามารถคาดเดาได้ว่า รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และจเรตำรวจแห่งชาติอีก 4 นาย ที่ไม่ได้รับการแต่งตั้งจะเคลื่อนไหวอย่างไร เพราะส่วนตัวมีหน้าที่เพียงเสนอชื่อ ขณะที่ ก.ต.ช.มีหน้าที่พิจารณาเห็นชอบ/p pนอกจากนี้ยังระบุว่า หัวหน้า คสช.ได้ฝากให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ ควบคุมงานด้านยุติธรรมทุกมิติ โดยเฉพาะคดี 3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่สถิติการจับกุมดำเนินคดีค่อนข้างต่ำ และมั่นใจพลตำรวจเอกสมยศจะทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดีในทุกมิติ/p pnbsp;/p pemspan style="color:#696969;"เรียบเรียงจาก /spana href="http://www.mcot.net/news/politic"span style="color:#696969;"สำนักข่าวไทย/span/a/em/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/1GBcobJi-pA" height="1" width="1"/

สมชาย แสวงการ

Wed, 20/08/2014 - 23:17
div class="field field-type-filefield field-field-picture-small" div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/quote/2014/08/55152" class="imagecache imagecache-100x100pixel_news_icon imagecache-linked imagecache-100x100pixel_news_icon_linked"img src="http://prachatai.org/sites/default/files/imagecache/100x100pixel_news_icon/files/picturesmall/cats_192.jpg" alt="" title="" width="100" height="100" class="imagecache imagecache-100x100pixel_news_icon"//a /div /div /div p“ผู้ที่ถูกเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องมาแสดงตนต่อที่ประชุม ไม่ต้องแสดงวิสัยทัศน์ เพราะสมาชิกทราบคุณสมบัติของผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นอย่างดีและได้รับการทาบทามมาก่อน”/p div class="field field-type-text field-field-quote-detail" div class="field-items" div class="field-item odd" 20 ส.ค. 57 เลขานุการวิป สนช. /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/VvWslPMHCaw" height="1" width="1"/

สนช.โหวตนายกฯพรุ่งนี้ ชี้ไม่ต้องแสดงวิสัยทัศน์ คาดหัวหน้าคสช.

Wed, 20/08/2014 - 23:10
!--break--!--break-- p20 ส.ค. 2557 a href="http://www.mcot.net/site/content?id=53f489cfbe04700c8b8b4568"สำนักข่าวไทย/a รายงานว่า ในวันพรุ่งนี้(21 ส.ค.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะเรียกประชุมเพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี คนที่ 29 เข้ามาบริหารประเทศ โดยที่ประชุมจะต้องลงมติด้วยเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกที่มีอยู่ และรายชื่อหัวหน้า คสช. ยังคงเป็นบุคคลที่คาดการณ์ว่าจะได้รับการเสนอชื่อเพียงผู้เดียว/p pstrongสนช.ชี้ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ ไม่ต้องแสดงวิสัยทัศน์/strong/p pนพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (ชั่วคราว) หรือวิป สนช. และนายสมชาย แสวงการ เลขานุการวิป สนช. แถลงผลการประชุมวิป สนช. ว่าที่ประชุมเห็นชอบให้นำหลักเกณฑ์การเลือกนายกรัฐมนตรีของคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมมาใช้ในการเลือกนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ โดยหากเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีเพียง 1 คน ต้องมีผู้รับรองไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของสมาชิกทั้งหมด และสมาชิกจะรับรองด้วยการกดบัตรแสดงตน ใช้สิทธิรับรองได้ 1 คนต่อ 1 รายชื่อ หลังจากเสนอชื่อแล้วเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สนช. จะอ่านรายชื่อผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ แล้ว สนช. จะขานรายชื่อรายบุคคล ซึ่งผู้ที่ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิก เช่น สมาชิก 197 คน ต้องมีเสียงสนับสนุน 99 เสียงnbsp;/p p“ผู้ที่ถูกเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องมาแสดงตนต่อที่ประชุม ไม่ต้องแสดงวิสัยทัศน์nbsp; เพราะสมาชิกทราบคุณสมบัติของผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นอย่างดีและได้รับการทาบทามมาก่อน ส่วนประธาน สนช. และรองประธาน จะโหวตได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับสิทธิของทั้ง 3 คน” นายสมชาย กล่าว/p pเมื่อถามย้ำว่าหากหัวหน้า คสช. ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีจะแต่งตั้งตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร นายสมชายกล่าวว่า หัวหน้า คสช. มีอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ แต่มอบอำนาจให้ สนช. ทั้งที่สามารถตั้งตัวเองได้ ส่วนตัวเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีความเหมาะสม/p pนายสมชายกล่าวว่า ในสัปดาห์หน้า สนช. จะพิจารณากฎหมายที่ส่งมาจาก คสช. 10 ฉบับ โดยจะเสนอให้วิปพิจารณาเบื้องต้น 6 ฉบับ เรียงตามที่ คสช. เสนอ ประกอบด้วยร่าง พ.ร.บ.การถวายความปลอดภัย, ร่าง พ.ร.บ.ทวงถามหนี้, ร่าง พ.ร.บ.กฎหมายแพ่งและพาณิชย์, ร่าง พ.ร.บ.ศุลกากร, ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพิกัดศุลกากร และร่าง พ.ร.บ.การกลับไปใช้สิทธิบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/QbL86t0zN9w" height="1" width="1"/

เตรียมให้บริการ WiFi ฟรี ในศาลทั่วไทย

Wed, 20/08/2014 - 19:18
pสำนักงานศาลยุติธรรมจับมือกสท. เตรียมให้บริการ WiFi ในศาลยุติธรรมทั่วประเทศ ฟรี/p p!--break--!--break--/p div20 ส.ค. 2557 nbsp;กลุ่มงานโฆษกและเผยแพร่ข่าว สำนักงานศาลยุติธรรม รายงานว่า เมื่อเวลา 14.30 น. ที่ห้องประชุมสำนักงานศาลยุติธรรม ได้จัดให้มีพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการเป็นพันธมิตรเพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะแบบไร้สายโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย (CAT WiFi) แก่ประชาชนและข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมทั่วประเทศ ระหว่างสำนักงานศาลยุติธรรม โดยนายภัทรศักดิ์ วรรณแสง เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) nbsp; หรือ CAT โดยนายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. กสท.โทรคมนาคม เพื่อรองรับ nbsp; nbsp; การให้บริการแก่ประชาชนผู้มาติดต่อราชการที่หน่วยงานในสังกัดศาลยุติธรรมทั่วประเทศโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งนโยบายเพิ่มความสุขให้แก่ประชาชนด้วยการอำนวยความสะดวกในการสืบค้นข้อมูลผ่าน ระบบอินเตอร์เน็ต และยังเป็นการขยายช่องทางการให้บริการประชาชนของศาลยุติธรรมผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เช่น การให้บริการค้นหาข้อมูลคดีและวันนัดพิจารณาคดีผ่านเว็บไซต์ของศาลยุติธรรม เป็นต้น/div divnbsp;/div divสำหรับการให้บริการ CAT WiFi นี้ เป็นบริการอินเตอร์เน็ตสาธารณะแบบไร้สายฟรี สำหรับประชาชนที่มาติดต่อราชการศาลและข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม โดยจะดำเนินการติดตั้ง ณ ที่ทำการสำนักงานศาลยุติธรรม และที่ทำการศาลยุติธรรมทั่วประเทศ รวมทั้งบริเวณที่พักอาศัยของทางราชการสำหรับข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ซึ่ง CAT เป็นผู้ดำเนินการติดตั้งระบบเครือข่าย CAT WiFi รวมถึงการจัดการระบบ Log in ให้ง่ายและสะดวกต่อการเข้า nbsp;ใช้งาน และการจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้บริการ (Log file) ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 หรือที่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข/div divnbsp;/div divนายภัทรศักดิ์ วรรณแสง เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า ปัจจุบันต้องยอมรับว่า การสื่อสารออนไลน์ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์เราอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อระหว่างกัน หรือการสืบค้นข้อมูลต่างๆ ดังนั้น สำนักงานศาลยุติธรรมจึงได้มีนโยบายในการเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการและเพิ่มความสะดวกสบายให้กับประชาชนผู้มาติดต่อราชการศาลยุติธรรมและข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมด้วยการให้บริการอินเตอร์เน็ตสาธารณะแบบไร้สายโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และได้มีการติดตั้งระบบนำร่องเพื่อให้บริการอินเตอร์เน็ทไร้สายแก่ประชาชนผู้มาติดต่อราชการบริเวณพื้นที่ให้บริการประชาชน อาคารศาลอาญา ชั้น 2 เมื่อเดือนธ.ค. 56 ที่ผ่านมา โดยได้รับความร่วมมือจาก CAT เป็นอย่างดี คาดว่า หลังจากการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการเป็นพันธมิตรเพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะ nbsp;แบบไร้สายโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย (CAT WiFi) แก่ประชาชนและข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมทั่วประเทศในวันนี้ จะสามารถให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในศาลยุติธรรมทั่วประเทศได้เร็วๆนี้nbsp;/div divnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/uYfe6pyTLFw" height="1" width="1"/

กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด เหมืองแร่เมืองเลย แถลงโต้กรณีปั่นข่าวลวงทุ่งคำยอม 'ปิดเหมือง'

Wed, 20/08/2014 - 18:53
divกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ระดมโฉนดประกันตัวเพื่อนที่ถูกฟ้อ พร้อมแถลง กรณีปั่นข่าวลวงทุ่งคำยอม “ปิดเหมือง” ข้อเท็จจริงรัฐเตรียมดันสัญญาฯ เงียบผ่าน ผู้ใหญ่บ้าน ส.อบต./div div !--break--!--break--/div div p style="text-align: center;"img src="https://farm6.staticflickr.com/5560/14792427837_50c6f5fa0c.jpg" //p p20 ส.ค.2557 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาบริเวณหน้าศาลจังหวัดเลย มีประชาชนนำเอาโฉนดที่ดิน และ น.ส.3.ก ซึ่งได้รับการประเมินราคาแล้วมาประกันตัวผู้ต้องหาคดีอาญา จากการที่บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ฟ้องชาวบ้านรวมทั้งหมด 33 ราย รวมคดีที่บริษัททุ่งคำฟ้องคดีแพ่งและอาญาชาวบ้าน 7 คดี ซึ่งที่ผ่านมาศาลได้รับฟ้องคดีแล้ว 2 คดี และในวันนี้เป็นการยื่นขอประกันตัวในคดีอาญา 2 คดี/p pโดยหนึ่งในผู้ต้องหาที่มาทำการประกันตัว คือ นางวิรอน รุจิไชยวัฒน์ ที่เพิ่งคลอดลูกสาวอายุไม่ครบเดือน ส่วนสามี นายสุรพันธ์ รุจิไชยวัฒน์ เป็นผู้ต้องหาทั้งหมด 7 คดี/p p style="text-align: center;"img src="https://farm4.staticflickr.com/3887/14978971925_06905547d9.jpg" //p pทั้งนี้ กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้าน ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย ได้ออกแถลงการณ์ เพื่อยืนยันกับสาธารณะว่า การเจรจาที่จัดขึ้นโดยหน่วยงานรัฐเพื่อแก้ปัญหาระหว่างชาวบ้านและเหมืองทองของบริษัททุ่งคำฯ ในช่วงที่ผ่านมา "ยังไม่มีข้อยุติใดๆ" รวมถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นนั้นไม่ตรงตามที่สื่อมวลชนหลายสำนักได้รายงาน แถลงการณ์มีเนื้อหาดังนี้/p pการที่ข่าวท้องถิ่น ข่าวออนไลน์ และข่าวต่างๆ ออกไปว่า ชาวบ้าน 6 หมู่บ้าน ให้บริษัททุ่งคำ ขนแร่ และขอเปิดทำเหมืองต่ออีก 2 แปลง คือ แปลงภูเหล็ก และแปลงนาโป่ง ต่ออีก 12 ปี นั้น ไม่เป็นความจริง เนื่องจาก การเจรจาระหว่างหน่วยงานรัฐ, ชาวบ้าน, เหมืองทองคำ เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา ยังไม่สามารถตกลงกันได้/p pข้อตกลงจะต้องปฏิบัติตามที่แต่ละข้อ เป็นขั้นเป็นตอน จะเลือกปฏิบัติไม่ได้ ข้ามไปก่อนข้อใดข้อหนึ่งก็ไม่ได้ ฉะนั้น ข้อตกลงที่จะเกิดขึ้นโดยกระบวนการที่ให้ผู้ใหญ่บ้าน 6 หมู่บ้าน สมาชิก อบต. 6 หมู่บ้าน และชาวบ้าน 6 หมู่บ้าน ร่วมกับเหมือง (บริษัททุ่งคำ) ลงนามในข้อตกลงหรือสัญญา เพื่อให้บริษัทกับชาวบ้านอยู่ร่วมกันนั้น ชาวบ้าน 6 หมู่บ้านจะไม่ยอมรับข้อตกลงใดๆ ทั้งสิ้น จะขอสู้ตามแนวทางตนเองต่อไป คือ อาศัยความสมัครสามัคคีของฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้าน เป็นที่ตั้ง/p pส่วนเรื่องคดีความระหว่างเหมืองกับชาวบ้าน 6 หมู่บ้านนั้น กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดเห็นว่า การจะถอนฟ้องผู้ใดผู้หนึ่งหรือบางคดีความ แล้วเหลือไว้บางคนในบางคดีจะทำไม่ได้ เพราะเราอยู่ร่วมกันเป็นชุมชนเครือญาติพี่น้อง ดังนั้น เราขอสู้ร่วมกับชาวบ้าน 33 คน ที่ถูกฟ้องคดีความ เพื่อปกป้องแผ่นดินบ้านเกิด ต้องปิดเหมืองถาวร คืนภูเขา ป่าไม้ แม่น้ำ สิ่งแวดล้อม ให้กับฅนรักษ์บ้านเกิดทั้ง 6 หมู่บ้าน/p p"หากมีการทำสัญญา หรือมีการทำข้อตกลง ระหว่างหน่วยงานรัฐ เหมืองทองคำ และ ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อบต. โดยที่ชาวบ้านยังไม่ได้พิจารณาและลงมติเห็นชอบต่อเนื้อหาในสัญญาหรือข้อตกลงที่จัดทำขึ้น ชาวบ้านจะไม่ยอมรับ และจะคัดค้านการตกลงกันในครั้งนี้ เนื่องจากหากผู้ใหญ่บ้านไปลงนามก็จะเป็นการลงนามในฐานะตัวแทนของฝ่ายรัฐ สมาชิก อบต.หากลงนาม ก็จะเป็นการลงนามในฐานะตัวแทนขององค์การบริหารปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่เป็นตัวแทนของชาวบ้านอันรวมตัวกันเป็นชุมชน ดังนั้นสัญญาหรือข้อตกลงที่จะจัดทำขึ้น จะต้องนำมาผ่านความเห็นชอบของชาวบ้านในชุมชน 6 หมู่บ้าน โดยการทำประชาคมเพื่อลงมติเห็นชอบหรือไม่เท่านั้น" นายสุรพันธ์ รุจิไชยวัฒน์ แกนนำกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดกล่าว/p pnbsp;/p pspan style="color:#0000cd;"strongมติประชาคม /strongstrong6/strongstrong หมู่บ้าน เมื่อวันที่ /strongstrong16/strongstrong สิงหาคม /strongstrong2557/strong/span/p pstrong1. ให้มีการปิดเหมือง/strong โดยจัดทำสัญญาขึ้นเป็นสัญญาลายลักษณ์อักษร ระหว่าง บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ตัวแทนชาวบ้าน 6 หมู่บ้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในจังหวัดเลย ร่วมลงนามใน “สัญญาการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากเหมืองคำ ตำบลเขาหลวง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย” เพื่อกำหนดเป็นหลักฐานว่า/p p1.1 บริษัท ทุ่งคำ จำกัด จะไม่ดำเนินการใดๆ ในการประกอบกิจการเหมืองแร่ หากไม่ได้รับการยินยอมจากชาวบ้านทั้งหมดในพื้นที่ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป (บรรลุนิติภาวะ)/p p1.2 ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกันพื้นที่ที่เป็น “แหล่งน้ำซับซึม” อันเป็นต้นน้ำที่สำคัญต่อระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อม และเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญในด้านการเกษตร และการอุปโภค-บริโภค ของชาวบ้าน 6 หมู่บ้าน และในจังหวัดเลย เพื่อเป็นพื้นที่สงวนหวงห้าม โดยมิให้ใช้ประโยชน์อื่นใดในที่ดินดังกล่าว/p p1.3 ให้ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 โดยส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะต้องทำการศึกษาสาเหตุของการปนเปื้อนโลหะหนักในพื้นที่เหมืองแร่และพื้นที่โดยรอบเหมืองแร่ 6 หมู่บ้าน จนกว่าจะได้ข้อสรุปการปนเปื้อน ผลประเมินความคุ้มค่าของฐานทรัพยากรธรรมชาติ ค่าภาคหลวงแร่ กับวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบเศรษฐกิจพอเพียงของประชาชน และผลการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ หรือ HIA โดยให้นักวิชาการที่ชาวบ้านมีส่วนในการคัดเลือกเป็นผู้ทำการศึกษาตามหลักการของกระบวนการมีส่วนร่วม/p p1.4 ให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) จัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือ EHIA ขึ้นมาใหม่ หากจะอนุญาตให้ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด หรือ ผู้ประกอบการรายอื่น เปิดการดำเนินกิจการเหมืองแร่ โดยการจัดทำรายงานฯ ต้องไม่ให้ผู้ประกอบการที่มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง/p pstrong2. เงื่อนไขในการขนแร่ ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ออกนอกพื้นที่/strong/p p2.1 ให้ถอนฟ้องคดีความ 7 คดี ที่ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ได้ฟ้องร้อง-กล่าวโทษเอาผิดกับชาวบ้าน 33 ราย/p p2.2nbsp; ให้ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด รื้อถอนและขนย้ายเครื่องจักรออกนอกพื้นที่แปลงประทานบัตร/p p2.3 ส.ป.ก.จังหวัดเลย ต้องไม่ต่อใบอนุญาตให้ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด เข้าใช้ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน จำนวน 369 ไร่ 3 งาน 17 ตารางวา เพื่อใช้ในกิจการเหมืองแร่ทองคำ ที่หมดอายุลง และให้นำที่ดินดังกล่าวมอบให้ชาวบ้านทั้ง 6 หมู่บ้าน จัดทำเป็นป่าชุมชน โดยให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจัดงบประมาณสนับสนุนการจัดทำป่าชุมชนให้กับชาวบ้านทั้ง 6 หมู่บ้าน โดยมีคณะกรรมการจาก 6 หมู่บ้าน เป็นผู้ดำเนินการ/p p2.4 ทสจ.จังหวัดเลย ต้องไม่ต่อใบอนุญาตให้ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด เข้าใช้ที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าโคกภูเหล็ก จำนวน 6๐8 ไร่ 3 งาน 34 ตารางวา และที่ดินในเขตป่าตามมาตรา 4(1) จำนวน 312 ไร่ 2 งาน 13 ตารางวา เพื่อใช้ในกิจการเหมืองแร่ทองคำ ที่หมดอายุลง และให้นำที่ดิน ในเขตป่าตามมาตรา 4(1) จำนวน 312 ไร่ 2 งาน 13 ตารางวา มอบให้ชาวบ้านทั้ง 6 หมู่บ้าน จัดทำเป็นป่าชุมชน โดยให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจัดงบประมาณสนับสนุนการจัดทำป่าชุมชนให้กับชาวบ้านทั้ง 6 หมู่บ้าน โดยมีคณะกรรมการจาก 6 หมู่บ้าน เป็นผู้ดำเนินการ/p p2.5 อบต.เขาหลวง ต้องไม่อนุญาตให้ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด เข้าใช้ที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าโคกภูเหล็ก/p p2.6 ให้ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ขนแร่ออกนอกพื้นที่ เฉพาะแร่แต่งแล้ว จำนวน 1,942.54 ตัน/p p2.7 บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ขนแร่ ต้องขนแร่โดยปฏิบัติตามกฎหมาย พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 ระเบียบที่ประกาศโดยส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง พ.ร.บ.ทางหลวง และระเบียบชุมชนว่าด้วยการใช้ถนนชุมชนและการควบคุมน้ำหนักบรรทุก/p p2.8 การขนแร่ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ออกนอกพื้นที่ จะต้องมีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการขนแร่ ภายใน 15 วัน หลังจากมีการลงนามในสัญญาฯ นี้ คณะกรรมการประกอบด้วย ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ตัวแทนที่ได้รับการคัดเลือกจากชาวบ้าน ในอัตราส่วนที่เท่ากัน โดยให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจัดงบประมาณในการดำเนินงานของคณะกรรมการดังกล่าว/p p2.9 การขนแร่ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ออกนอกพื้นที่ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะต้องแจ้งวันและเวลาในการขนแร่ แก่คณะกรรมการตรวจสอบการขนแร่ ก่อนการขนแร่ 15 วัน และให้ทำการขนแร่ได้ในเวลากลางวันเท่านั้น/p p2.10 หากการขนแร่ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด มีการทำผิดกฎหมายหรือระเบียบใดๆ ก็ตาม ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะต้องฟ้องร้องดำเนินคดีกับ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด และข้าราชการที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ให้ถึงที่สุด/p p2.11 ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือ EHIA ขึ้นมาใหม่ หากจะอนุญาตให้ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด และผู้ประกอบการอื่นๆ ประกอบโลหกรรม โดยการจัดทำรายงานฯ ต้องไม่ให้ผู้ประกอบการที่มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง/p pstrong3. เงื่อนไขในการฟื้นฟูผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ /strongให้ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) จัดตั้งคณะกรรมการในการศึกษา จัดทำแผน และดำเนินการฟื้นฟูระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการฯ ประกอบด้วย ตัวแทนของชาวบ้าน 6 หมู่บ้าน นักวิชาการจากสาขาที่เกี่ยวข้อง นักวิชาการด้านสิทธิมนุษยชน นักวิชาการด้านกฎหมาย ที่ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการเสนอชื่อ คัดเลือก แต่งตั้ง โดยนำงบประมาณในการดำเนินการมาจาก กองทุนประกันความเสี่ยง และกองทุนฟื้นฟูพื้นที่ภายหลังการทำเหมืองแร่ โดยต้องไม่ให้ผู้ประกอบการที่มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง/p pโดยขั้นตอนการดำเนินการ ตามมติความต้องการของชาวบ้าน 6 หมู่บ้าน ในครั้งนี้ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในจังหวัดเลย จะต้องปฏิบัติตามขั้นตอน ดังนี้/p pขั้นตอนที่ 1. หลังจากการปิดเหมือง โดยจัดทำสัญญาการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากเหมืองคำ ตำบลเขาหลวง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ตำรวจ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด และตัวแทนชาวบ้าน ลงนามในสัญญาฯ เพื่อเป็นหลักฐานให้เป็นที่เรียบร้อย/p pขั้นตอนที่ 2. ให้บริษัท ทุ่งคำ จำกัด และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามข้อตกลงในสัญญาฯ ให้แล้วเสร็จ และรายงานต่อ คณะกรรมการตรวจสอบการขนแร่ ตามข้อ 2.8 ก่อนจะมีการขนแร่/p /div pnbsp;/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2014/05/53249" target="_blank"เหมืองทองเลยระอุกลางดึก-ชายฉกรรจ์บุกชาร์จชาวบ้าน-รื้อด่านกั้นทางขนแร่/a /div div class="field-item even" a href="/journal/2014/08/54947" target="_blank"ชาวบ้านค้านเหมืองทองเลย ระดมทุนสู้คดีถูกกลุ่มชายนิรนามทำร้ายขณะขนแร่/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/25u8YBieIJ8" height="1" width="1"/

ทหารรวบ ‘ขาหุ้นปฏิรูปพลังงาน’ เข้าค่าย ขณะเดินขบวนมา กทม.

Wed, 20/08/2014 - 18:08
pทหารชี้ ขบวนเดินเท้าขาหุ้นปฎิรูปพลังงาน ทำผิดกฎหมาย ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน วอนให้ยุติกิจกรรม ก่อนที่ขบวนเดินต่อและถูกรวบเข้าค่ายทหารในเวลาต่อมา/p p!--break--!--break--/p pหลังจากเมื่อวานนี้(19 ส.ค.) ช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ทหารได้ร้องขอให้ เครือข่ายภาคประชาชน 11 จังหวัดภาคใต้ ยุติการกิจกรรมที่กำลังรวมตัวกันที่บริเวณหอนาฬิกา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เตรียมเดินเท้าเข้ากรุงเทพฯ เรียกร้องปฏิรูปพลังงาน ภายใต้ชื่อกิจกรรม ขบวนเดินเท้า “ขาหุ้นปฏิรูปพลังงาน” โดยเจ้าหน้าที่ทหาร อ้างจะเป็นแบบอย่างให้พื้นที่อื่นทำตาม อย่างไรก็ตามดขบวนเดินเท้าของเครือข่ายภาคประชาชน ฯ ยังคงยืนยันเดินต่อและถูกทหารบันทึกภาพขณะผ่านด่านตรวจนั้นemspan style="color:#696969;"(อ่านรายละเอียด : /spana href="http://prachatai.org/journal/2014/08/55130"span style="color:#696969;"ทหารเบรกภาค ปชช.ใต้เดินเท้ามุ่ง กทม.เรียกร้องปฏิรูปพลังงาน/span/aspan style="color:#696969;")/span/em/p pล่าสุดวันนี้(20 ส.ค.) ซึ่งเป็นการเดินขบวนวนวันที่ 2 เว็บไซต์a href="http://transbordernews.in.th/home/?p=5114"คนชายข่าว คนชายขอบ/a รายงานว่า เมื่อเวลา 15.00 น. ตำรวจและทหาร และรถประมาณ 10 คัน ได้เชิญตัวขบวนเดินเท้าประมาณ 15 คน ไปค่ายเสนาณรงค์แล้ว/p p style="text-align: center;"img src="https://farm6.staticflickr.com/5565/14792198367_1841c7a7a0.jpg" //p p style="text-align: center;"img src="https://farm4.staticflickr.com/3895/14978740465_1928f9842b.jpg" //p p style="text-align: center;"img src="https://farm6.staticflickr.com/5574/14792145708_fa56ca6896.jpg" //p p style="text-align: center;"emspan style="color:#ff8c00;"ภาพจากเฟซบุ๊ก '/spana href="https://www.facebook.com/wawtawan/posts/10152298408181167"span style="color:#ff8c00;"ณาตยา แวววีรคุปต์/span/aspan style="color:#ff8c00;"'/span/em/p pโดยเว็บไซต์คนชายข่าวฯ รายงานด้วยว่า เมื่อก่อนหน้านั้น เวลา nbsp;12.00 น. ระหว่างที่ขบวนเดินเท้าหยุดพักรับประทานอาหารกลางวันในปั้มน้ำมันพีแอนซีปิโตเลียม ได้มีนายทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน ประมาณ 20 คนทั้งระดับผู้บังคับบัญชา อาทิ พ.อ.วรพล วรพันธ์ เสนาธิการมลทลทหารบกที่ 42 อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายสัมพันธ์ เนตตกุล นายอำเภอรัตภูมิ เดินทางมาพบคณะเดินเท้า โดยพ.อ.วรพล ได้สั่งการให้ขบวนเดินเท้ายุติการเดิน โดยให้เหตุผลว่าเป็นการทำผิดกฎหมายที่ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน/p p“ทำไมพวกคุณไม่ไปใช้ช่องทางปฎิรูป เขาไม่จำกัดทุกเพศทุกวัย วิธีการที่พวกคุณทำกันอยู่นี่มันผิด ผมขอให้พวกคุณหยุดแค่นี้แล้วไปนั่งคุยกัน ผมจะเชิญผู้ว่าราชการฯมาร่วมด้วย พวกคุณอยากเสนออะไรก็ไปใช้ช่องทางที่ถูกต้อง รู้มั้ยบ้านเราตอนนี้ไม่มีใครเขาอยากมาเที่ยวแล้ว ผมเข้าใจสิ่งที่พวกคุณกำลังทำอยู่ แต่มันผิดกฎหมาย ผมไม่อยากบังคับใช้กฎหมาย หยุดตรงนี้แล้วไปหาช่องทางที่ถูกต้อง”พ.อ.วรพล กล่าว/p pพ.อ.วรพลกล่าวว่า ทุกคนต้องเข้าใจว่าตอนนี้การบริหารประเทศของคสช.อยู่ในระยะที่ 2 มีการแต่งตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว และกำลังจะมีการคัดเลือกสภาปฎิรูปแห่งชาติ ซึ่งก็สามารถเอาปัญหาเหล่านี้เข้าไปได้ โดยหัวหน้าคสช.ไม่ชอบอะไรที่ทำผิดกฎหมาย/p pทั้งนี้ทางกลุ่มผู้ร่วมขบวนเดินเท้าพยายามชี้แจงว่า การเดินขบวนครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องทางการเมือง และเป็นการทำด้วยใจบริสุทธิ์โดยได้เตรียมตัวกันมาระยะหนึ่งแล้ว ที่สำคัญคือไม่เคยเห็นคสช.เป็นศัตรู/p p“คสช.อย่ามาผูกขาดความรักชาติ วันนี้การเปิดใจกว้างเป็นเรื่องสำคัญโดยเฉพาะเมื่อมีการปฎิรูป และข้อเรียกร้องของพวกเราก็ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ว่าราชการจะตอบได้ เช่น การให้ยกเลิกสัมปทานสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จริงแล้วตรงนี้เป็นกระแสปฎิรูปที่คสช.ควรช่วยสร้างด้วยซ้ำ พวกเราพยายามไม่ทำผิดกฎหมายเพราะโทรโข่งก็ห้ามเราใช้ ขบวนเราก็จัดให้เหลือเล็กลงแล้ว ทุกคนต่างก็มีหน้าที่ เรามีหน้าที่เดินก็จะเดินต่อไป ถ้าท่านจับพวกเราก็ไปนอนอยู่ข้างใน ถ้าจะให้หยุดก็ต้องหยุดโครงการต่างๆตามที่เราเรียกร้อง”ผู้ประสานงานในทีมเดินเท้ารายหนึ่ง กล่าว/p pทั้งนี้การพูดคุยเป็นไปอย่างเคร่งเครียดกว่า 1 ชั่วโมง จนกระทั่งเวลา 13.25 น.จึงยุติลงโดยภาคประชาชนยืนยันว่าจะเดินหน้าทำกิจกรรมรณรงค์ต่อไป และยอมถูกควบคุมตัว นอกเสียจากว่าทหารจะยอมประกาศให้มีการยกเลิกโครงการขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านทุกโครงการ ซึ่งพ.อ.วรพลบอกว่าตนเองไม่มีอำนาจเช่นนั้น และตนขอทำตามหน้าที่/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2014/08/55130" target="_blank"ทหารเบรกภาค ปชช.ใต้เดินเท้ามุ่ง กทม.เรียกร้องปฏิรูปพลังงาน/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/0QrMLxIBQcg" height="1" width="1"/

มจธ.จัดระเบียบ 'สถานศึกษาปลอดเหล้า' ผุดมาตรการคุมประพฤติ โทษสูงสุดถึงพ้นสภาพ นศ.

Wed, 20/08/2014 - 17:29
pมจธ. จับมือเครือข่ายฯ จัดระเบียบสถานศึกษาปลอดเหล้านำร่อง เดินหน้าลุยสถานประกอบการร้านค้าและหอพัก ในโครงการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รอบมหาวิทยาลัย พร้อมร่วมกับตำรวจสน.ราษฎร์บูรณะเตรียมใช้มาตรการพิเศษควบคุมพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ บทลงโทษตั้งแต่บำเพ็ญประโยชน์จนพ้นสภาพนักศึกษา/p p!--break--!--break--/p pมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ร่วมกับสำนักงานป้องกันและบำบัดการติดยาเสพติด สำนักงานเขตทุ่งครุ สถานีตำรวจนครบาลราษฎร์บูรณะ และกองพันทหารช่างที่ 9 จัดโครงการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รอบมหาวิทยาลัยฯ และโรงเรียนนาหลวง สังกัดกรุงเทพมหานคร ตามมาตรการสถานศึกษาปลอดเหล้านำร่องตั้งแต่ปี 2555 โดยได้เชิญผู้ประกอบการร้านค้าร้านอาหารและหอพักห้องเช่าในพื้นที่รอบมหาวิทยาลัยมาประชุมชี้แจงทำความเข้าใจและขอความร่วมมือปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มและแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 เพื่อป้องกันการเกิดนักดื่มหน้าใหม่ในพื้นที่/p pสุชาติ เพริดพริ้ง ที่ปรึกษาอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า การจัดโครงการดังกล่าวเพื่อต้องการให้ทุกภาคส่วนและทุกคนในชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดระเบียบสังคมเพื่อให้สังคมและชุมชนของเราน่าอยู่ โดยเฉพาะสถานประกอบการร้านค้าที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และหอพักห้องเช่าที่มีการจำหน่ายอาหารมหาวิทยาลัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ขอความร่วมมือไม่ให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับนักศึกษาและผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี ร่วมด้วยสน.ราษฎร์บูรณะมีมาตรการมาใช้ควบคุมนอกจากการรณรงค์เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และช่องทางการร้องเรียนการกระทำผิด การสร้างเครือข่ายนักเรียนและนักศึกษา แกนนำในการเฝ้าระวังการกระทำผิดหรือการละเมิดกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การจัดกิจกรรมประเพณีปลอดเหล้า อีกทั้งยังมีการจัดหน่วยตรวจร่วมกับทหาร ตำรวจ เครือข่ายชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รอบสถานศึกษาและหอพัก ซึ่งจะเริ่มรณรงค์ตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้/p pพ.ต.อ. เจษฎา สวยสม ผู้กำกับการ สถานีตำรวจนครบาลราษฎร์บูรณะ กล่าวว่า ปัจจุบันพื้นที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยรอบ มจธ. และโรงเรียนนาหลวง ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ สน.ราษฎร์บูรณะมีเพิ่มมากขึ้นและการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามสถานประกอบการต่างๆ มีนักเรียน นักศึกษานิยมเข้าไปดื่มมากขึ้นโดยเฉพาะในช่วงคืนวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ จากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ทุกฝ่ายทั้งผู้บริหารมหาวิทยาลัย สถานีตำรวจนครบาลฯ ทหาร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเครือข่ายในชุมชน เห็นพ้องร่วมกันต้องการให้เป็นพื้นที่ต้นแบบของสถานศึกษาปลอดเหล้านำร่อง ควบคุมสถานประกอบการให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสม และไม่ส่งผลกระทบต่อนักศึกษาเด็ก และเยาวชน รวมถึงไม่ก่อความเดือดร้อนรำคาญให้กับชุมชน และต้องไม่กระทบกับผู้พักอาศัยใกล้เคียง จึงขอให้ผู้ประกอบการร้านค้าเร่งดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้ง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2555nbsp; พ.ร.บ.สุรา พ.ศ.2493 และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยจะขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องของกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมสุรา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาตรวจสอบกรณีร้านค้าหรือสถานประกอบการใดที่มีการส่งเสริมการขายด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น การจัดโปรโมชั่นซื้อสุรา 2 แถม 1 เพื่อประชาสัมพันธ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การใช้ป้ายโฆษณา การโชว์สินค้า เหล่านี้ถือเป็นสิ่งที่ยั่วยุทำให้เยาวชนเข้าถึงได้ง่าย รวมถึงการจำหน่ายสุราให้กับเด็กอายุไม่ถึง 20 ปี การจำหน่ายสุราโดยไม่มีใบอนุญาต การเปิดและปิดตามเวลาที่กำหนด การปล่อยให้มีการพกพานำอาวุธเข้ามายังสถานประกอบการโดยไม่มีการตรวจสอบดูแล หากตรวจพบหรือมีการกระทำความผิดเกิดขึ้น ผู้ประกอบการจะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายทุกข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นจริง หากยังเพิกเฉยไม่ให้ความร่วมมือ ถือเป็นการทำร้ายสังคม ก็จำเป็นต้องนำมาตรการตามกฎหมายทุกรูปแบบมาใช้/p pสำหรับการรณรงค์ป้องกันกลุ่มเยาวชนที่จะเป็นนักดื่มหน้าใหม่ภายในสถานศึกษานั้น พ.ต.อ. เจษฎา กล่าวว่า “ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะร่วมกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยมีการกำหนดมาตรการร่วมกันเป็นมาตรการพิเศษเฉพาะในการควบคุมพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของนักศึกษา นอกเหนือจากมาตรการทางกฏหมายและมาตรการทางวินัยตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด โดยมาตรการพิเศษนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทหารจะใช้เพื่อควบคุมความประพฤติของเด็กนักศึกษาร่วมกับมหาวิทยาลัย มีกำหนดบทลงโทษตั้งแต่เบา เช่น การทำกิจกรรม การบำเพ็ญประโยชน์ จนถึงขั้นพ้นสภาพนักศึกษาซึ่งถือเป็นบทลงโทษสูงสุด”/p pด้าน ร.อ.ณัฐพงษ์ เสริมสุข นายทหารยุทธการผู้บังคับการกองพันทหารช่างที่ 9 ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่เขตทุ่งครุ กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่ายังคงมีสื่อที่สร้างค่านิยมให้กับเยาวชนไปในทิศทางที่ไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะภาพยนตร์หรือละครมักจะมีภาพที่มีการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกือบทุกเรื่องnbsp; ดังนั้นสถาบันการศึกษาจึงจำเป็นจะต้องปลูกฝังค่านิยมที่ดีให้กับเยาวชน และการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อควบคุมเยาวชนไม่ให้มีการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสิ่งเสพติดก่อนวัยอันควร จึงอยากขอให้ผู้ประกอบการร้านค้าในเขตที่มีสถานศึกษานึกถึงผลกระทบที่มีต่อสังคมโดยรวมมากกว่านึกถึงผลประกอบการหรือรายได้ เพราะเยาวชนถือเป็นอนาคตของชาติ หรือแม้แต่หอพักห้องเช่าต้องขอความร่วมมือในการกวดขันเยาวชนที่อายุไม่ถึง 20 ปีหากพบว่ามีการมั่วสุมของเยาวชนมีการนำเอาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือมีสิ่งเสพติดเข้าไปภายในห้องพักให้รีบแจ้ง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้เข้าไปควบคุมตรวจสอบให้เป็นไปตามกฎระเบียบต่อไป/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/Hyl2hGnLHUk" height="1" width="1"/

ถอนฟ้องคดีฟ้องชาวบ้าน กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมท้องถิ่น กระบี่

Wed, 20/08/2014 - 16:49
pห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงโม่ตรังภูทอง โจทก์ ถอนฟ้อง ชาวบ้าน อ่าวลึก จังหวัดกระบี่ พร้อมยื่นเงือนไขให้ชาวบ้านฟ้องต่อศาลปกครองภายใน 60 วัน/p p!--break--!--break--/p p20 ส.ค.2557 สมาคมนักกฏหมายสิทธิมนุษยชน(Human Rights Lawyers Association) รายงานว่า วันนี้ เวลา 9.00 น. ศาลแขวงดุสิต ศาลนัดสืบพยานโจทก์ คือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงโม่ตรังภูทอง โดยนายนรินทร์ เก่งธนทรัพย์ หุ้นส่วนผู้จัดการ ในคดีที่ ยื่นฟ้องชาวบ้าน จังหวัดกระบี่ ประกอบด้วย นายสถิต ยอดพิจิตร์ กับพวกรวม 7 คน ก่อนสืบพยาน ศาลดำเนินการไกล่เกลี่ยคู่ความทั้งสอง โดยโจทก์ประสงค์จะถอนฟ้องชาวบ้าน โดยมีเงือนไขให้จำเลยฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อให้หน่วยงานราชการเพิกถอนประทานบัตร ภายใน 60 วัน โจทก์และจำเลยทั้ง 7 คน ได้ยอมรับตามเงื่อนไข ศาลจึงอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องและจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ/p pทั้งนี้คดีเกิดจาก กรณีที่ชาวบ้าน ตำบลบ้านกลาง อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ในนาม “กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมท้องถิ่น” ออกมาคัดค้านการออกประทานบัตรการทำเหมืองแร่หินของทางราชการ ที่ออกให้แก่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงโม่ตรังภูทอง ซึ่งได้ออกไปแล้วเมื่อวันที่ 25 ต.ค. 55 แต่ชาวบ้านเห็นว่ากระบวนการออกใบอนุญาตไม่เป็นธรรม กลุ่มชาวบ้านจึงได้ร้องเรียนไปยังต่ออธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานเหมืองแร่ แต่เมื่อห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงโม่ตรังภูทอง ทราบความดังกล่าว จึงได้แจ้งความต่อชาวบ้าน ในข้อหาแจ้งความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/AEnY36kbb18" height="1" width="1"/

TDRI แนะบริหารจัดการน้ำยุค คสช.ให้สภาปฏิรูป-ชาวบ้านร่วม

Wed, 20/08/2014 - 16:34
!--break--!--break-- pnbsp;/p p19 ส.ค 2557 ในการสัมมนาหัวข้อ ยุทธศาสตร์และทิศทางการพัฒนาระบบการบริหารจัดการน้ำประเทศไทย จัดโดยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) nbsp;/p pนิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำเห็นได้ว่าเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน ซึ่งเมื่อปี 2554 ทุกคนก็ทราบกันดีว่ามีน้ำท่วมครั้งใหญ่ในประเทศไทย หลายพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ปัจจุบันมีข้อกังวลเกี่ยวกับนโยบายและแผนการบริหารจัดการน้ำของ คสช.ว่าด้วยในด้านเศรษฐกิจและสังคม เนื่องจากรัฐยังมองว่าโครงการป้องกันน้ำท่วมเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ผู้ที่ได้รับผลกระทบควรเป็นผู้ที่เสียสละ ทั้งนี้ปัญหาที่ตามมาก็คือการรวมตัวออกมาคัดค้านของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ อีกทั้ง คสช. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ แต่แบ่งหน้าที่ของอนุกรรมการชุดต่างๆ ตามรายกระทรวง ซึ่งทำให้เกิดข้อกังวลว่า โครงการที่หน่วยงานนำเสนอขึ้นมาจำนวนมาก เป็นรูปแบบของขนมชั้น ที่ขาดการบูรณาการและไม่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ/p pนิพนธ์กล่าวว่า คสช.ไม่ควรเร่งสรุปผลภายใน 15 ต.ค.นี้ และควรให้สภาปฏิรูปร่วมกับ สศช.เดินทางสายรับฟังความเห็นประชาชน ดำเนินการภายใน 1 ปี เพื่อให้ คสช.นำข้อมูลไปประกอบการวางแผน ไม่ให้ซ้ำรอยกับโครงการ 3.5 แสนล้านที่เอาทุกโครงการมารวมกันโดยบางโครงการไม่มีความพร้อมและยังไม่ได้ศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรือความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ/p pbr /“ในอนาคตโครงการป้องกันน้ำท่วม จะเกิดผลกระทบรุนแรงต่อคนที่มีฐานะและชนชั้นกลางที่อาศัยในชานเมืองและชนบท ปัจจุบันจะเห็นว่าชุมชนย่านชานเมืองที่อาศัยนอกคันกั้นน้ำ ล้วนเป็นโรงงานอุตสาหกรรมหรือธุรกิจของชนชั้นกลางและฐานะดี ส่วนในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นคนชนชั้นกลางและเป็นฐานเสียงที่กลุ่มใหญ่ที่สุด/p pชุมชนบางแห่งในพื้นที่จะถูกเวนคืนที่ดิน แต่มีผู้นำชุมชนที่เข้มแข็ง มีความรู้ความสามารถเนื่องจากคนในชุมชนร่วมมือกัน ปัจจุบันชาวบ้านมีการศึกษาและรายได้เพิ่มขึ้น จึงแสดงให้เห็นว่าชาวบ้านให้ความสำคัญต่อมูลค่าสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นมากขึ้น”nbsp;/p pนิพนธ์ พัวพงศกร กล่าวเพิ่มเติม ปัจจุบันมักจะพบเห็น ชาวบ้าน เอ็นจีโอ นักวิชาการ ออกมาต่อต้านโครงการน้ำท่วมหรือโครงการชลประทาน ยกตัวอย่างเช่นกรณีแก่งเสือเต้น ประชาชนเริ่มออกมาตั้งคำถามว่าใครได้รับผลประโยชน์หรือเสียผลประโยชน์จากสิ่งก่อสร้างป้องกันน้ำท่วม ใครแบกรับภาระของการป้องกันน้ำท่วมและมีทางเลือกอื่นในการจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วมไหม/p pสุจริต คูณธนกุลวงศ์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ประเทศไทยมีข้อจำกัดด้านพลังงานซึ่งคาดการณ์ว่าทรัพยากรธรรมชาติจะหมดภายใน 70 ปี ทางออกคือการซื้อทรัพยากรธรรมชาติจากต่างประเทศ ในอนาคตการพัฒนาคือการขยายตลาด AEC จุดเด่นคือ ธุรกิจขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ทั้งนี้ประเทศไทยมีความเสี่ยงในการขาดแคลนน้ำ และภัยพิบัติมากขึ้นโดยเฉพาะภาคกลางและภาคตะวันออก เนื่องจากมีความต้องการน้ำมากขึ้น น้ำจะเป็นข้อจำกัดในการเติบโตของประเทศ ภายใต้โครงสร้างเช่นนี้จะต้องมีระบบการบริหารจัดการน้ำที่ยืดหยุ่น และพร้อมรับมือกับความเสี่ยงภัยที่เพิ่มขึ้นให้เหมาะสม/p p“ขั้นตอนในการดำเนินการ แยกเป็น 2 โครงการ ด้านโครงการใหญ่ (top down) จัดทำโครงการ พร้อมศึกษาความเหมาะสมและศึกษาผลกระทบ อาจรวมถึงการจัดทำประชาพิจารณ์ จัดทำการของบประมาณ ดำเนินโครงการและการบำรุงรักษา ด้านโครงการขนาดเล็ก (ชุมชน) (bottom up) มีการจัดทำเวทีในชุมชน รวมเป็นโครงการใน อปท. เลือกเสนอโครงการผ่าน อปท. จังหวัด หน่วยงาน ในการดำเนินการขึ้นอยู่กับงบประมาณที่ได้มา”/p pสุจริต กล่าวเพิ่มเติมว่า ต้องดูว่าศักยภาพแหล่งน้ำของประเทศไทยมีปริมาณเท่าไรถึงจะพอที่จะตอบสนองความต้องการของประชาชน และเห็นว่าควรมีการทบทวนทั้งภาครัฐและประชาชนเพื่อที่จะได้แก้ไขปัญหา ในการจัดการเพื่อนำนโยบายไปสู่การปฎิบัติ ควรมีการทำวิจัยเกี่ยวเก็บเรื่องทรัพยากรน้ำไว้เป็นข้อมูล ที่สามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลแนวทางการจัดทำนโยบายและการปฎิบัติ/p pด้านภาคประชาชนที่ได้รับผลกระทบ บุษบงก์ ชาวกัณหา เครือข่ายลุ่มน้ำปราจีน กล่าวว่า นโยบายของประเทศไทยนิยมนำแนวทางของต่างประเทศมาเป็นนโยบายแก้ปัญหา ซึ่งบางอย่างก็ไม่เหมาะสมกับพื้นที่ของประเทศไทย ปัญหาน้ำท่วมที่ภาคตะวันออกได้ส่งผลกระทบต่อการเกษตรเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมาหน่วยงานที่ได้เข้ามาแก้ไขปัญหาคือกระทรวงวิทยาศาสตร์ ชาวบ้านพบว่ามีการวางท่อใยหิน ซึ่งมีอายุการใช้งานเพียง 20 ปี ปัจจุบันพื้นที่ตอนล่างได้รับความเสียหายจากการขาดแคลนน้ำ อีกทั้งมีการเข้ามาของโรงงานอุตสาหกรรม โดยมีการกว้านซื้อที่ดินตอนล่างทำให้ชาวบ้านต้องเช่าที่ทำการเกษตร/p p“ปัจจุบันพื้นที่ตอนล่างมีปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำในการเกษตรเป็นอย่างมาก เพราะมีการแก้ปัญหาจากภาครัฐโดยการตั้งเครื่องสูบน้ำจากที่ต่ำไปที่สูง น้ำในอ่างเก็บน้ำก็เก็บไว้ใช้สำหรับเจ้าหน้าที่รัฐ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ชาวบ้านยังประสบปัญหาเรื่องของน้ำเค็มที่หนุนขึ้นมาทำให้ยากต่อการเจริญเติบโตของพืชผลทางการเกษตร หน่วยงานของรัฐควรจัดอบรมหรือเวทีให้ความรู้กับประชาชน ซึ่งพื้นที่ของจังหวัดปราจีนบุรี จุดแข็งคือการปลูกทุเรียนซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจ อยากให้คำนึงถึงเรื่องปากท้องของชาวบ้านด้วย” บุษบงก์กล่าว/p pbr /กัมปนาท ภักดีกุล รองศาสตราจารย์คณะทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวเพิ่มเติมว่า ควรให้ความสำคัญกับการผันน้ำระหว่างประเทศ เพราะในอนาคตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จะมีการสร้างเขื่อนผุดขึ้นมาอีกมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่มีผลกับประเทศไทยในอนาคตอย่างแน่นอน ควรมีการเตรียมตัวรับมือเช่นการออกแบบถนนที่ระบายน้ำท่วม ออกแบบวิจัยบ้านที่รับมือกับเหตุการณ์น้ำท่วม ซึ่งเป็นเรื่องที่อยากฝากไว้ให้พิจารณา/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/67U9dTTqM2I" height="1" width="1"/

เสนอชื่อ ประดิษฐ์-ดร.สุรศักดิ์-สมหมาย-จักร์กฤษ สรรหา 'สภาปฏิรูปแห่งชาติ' สายสื่อ

Wed, 20/08/2014 - 16:17
p!--break--!--break--/ppbr /20 ส.ค.2557 นายมานพ ทิพย์โอสถ โฆษกและอุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการบริหาร สมาคมนักข่าวฯ วันนี้ว่า ที่ประชุมมีมติเสนอชื่อนายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ นายกสมาคมนักข่าวฯและ ดร.สุรศักดิ์ จิรวัสตร์มงคล อุปนายกฝ่ายวิชาการ สมาคมนักข่าวฯ เข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ สายสื่อมวลชน/p pในวันเดียวกันที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย มีมติเสนอชื่อนายสมหมาย ปาริจฉัตต์ อดีตนายกสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทยและนายจักร์กฤษ เพิ่มพูล ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ สายสื่อมวลชน/p pทั้งนี้ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จะมีการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อสนับสนุนและติดตามการทำงานของสื่อมวลชนที่ได้ รับการสรรหาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติต่อไป และจะเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนทุกแขนงและประชาชนทุกภาคส่วนทั่วไป ร่วมแสดงความเห็นเรื่องการปฏิรูปสื่อ ไม่ว่าผู้แทนจากสมาคมนักข่าวฯจะได้รับการสรรหาหรือไม่ก็ตาม และสมาคมนักข่าวฯพร้อมรับฟังความคิดเห็นและรับทราบถึงข้อห่วงใยและความกังวล ของเพื่อนผู้ร่วมประกอบวิชาชีพต่อสถานการณ์ดังกล่าวbr /nbsp;/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2014/08/54850" target="_blank"อ่าน พ.ร.ฎ.ว่าด้วยการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ 2557/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/437cHlCZ2oA" height="1" width="1"/

คืนความจริงกับปิยบุตร : การเปลี่ยนผ่านรธน. บทเรียนต่างปท. และอนาคต รธน.ชั่วคราว

Wed, 20/08/2014 - 15:58
!--break--!--break-- pเฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘a href="https://www.facebook.com/pages/คืนความจริง/1393104027597792"คืนความจริง/a’ เผยแพร่วิดีโอคลิปบทสนทนากับ ปิยบุตร แสงกนกกุล อาจารย์ภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตอนที่2 ว่าด้วย a href="https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=1434220550152806amp;id=1393104027597792"การเปลี่ยนผ่านรัฐธรรมนูญ บทเรียนจากต่างประเทศ/a และ ตอน 3 a href="https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=1434827923425402amp;id=1393104027597792"ปัจจุบันและอนาคตการเมืองไทย ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2557 (ชั่วคราว)/a/p pโดยก่อนหน้านี้มีการเผยแพร่บทสนทนากับปิยบุตร ตอนที่ 1 ว่าด้วย a href="http://prachatai.org/journal/2014/08/55121"เนติบริกรในประวัติศาสตร์รัฐธรรมนูญร่วมสมัยของไทย/a แล้วnbsp;/p p style="text-align: center;"iframe allowfullscreen="" frameborder="0" height="315" src="//www.youtube.com/embed/70kQOY7CqRU" width="560"/iframe/p p style="text-align: center;"iframe allowfullscreen="" frameborder="0" height="315" src="//www.youtube.com/embed/AE0LzalQ5bc" width="560"/iframe/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2014/08/55121" target="_blank"คืนความจริงกับปิยบุตร : เนติบริกรในประวัติศาสตร์รัฐธรรมนูญร่วมสมัย/a /div div class="field-item even" a href="/journal/2014/06/54222" target="_blank"เพจ quot;คืนความจริงquot; เปิดตัวสารคดีตอนแรกสัมภาษณ์บุคคลหลากหลายหลัง รปห./a /div div class="field-item odd" a href="/journal/2014/07/54358" target="_blank"สัมภาษณ์ กลุ่ม “คืนความจริง” และ “นักข่าวไร้เซ็นเซอร์”/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/ms4EM4mbKoc" height="1" width="1"/

ไฟอะริกะโตะ วัฒนธรรมการขอบคุณบนท้องถนนญี่ปุ่น

Wed, 20/08/2014 - 15:23
!--break--!--break-- pประเทศไทยใช้รถยนต์ญี่ปุ่นกันเยอะ หากจะลองเอาวัฒนธรรมการขับรถญี่ปุ่นมาใช้ควบคู่ไปด้วย ท้องถนนบ้านเราอาจจะงดงามขึ้น/p pผมสอบใบขับขี่ที่ญี่ปุ่นเสียค่าเล่าเรียนไปประมาณแสนบาทได้ คนไทยฟังแล้วก็คงตกใจทำไมมันแพงขนาดนั้นซึ่งราคานี้รวมการเรียนภาคทฤษฏี 26 ชั่วโมงภาคขับจริง 34 ชั่วโมง สำหรับคนญี่ปุ่นแล้วทุกคนต้องเข้าโรงเรียนสอนขับรถยกเว้นบ้านใครกว้างมีถนนส่วนตัวอาจไม่ต้องเข้าโรงเรียนก็ได้ แต่ก็ต้องจ้างคนมาสอนอยู่ดี จะไปหัดขับตามถนนสาธารณะแล้วให้พ่อสอนแบบบ้านเราไม่ได้/p pและแม้ว่าจะสอบใบขับขี่ผ่าน สิ่งหนึ่งที่ได้เรียนรู้ก็คือนอกจากกฎระเบียบที่กฎหมายกำหนดแล้ว บนท้องถนนก็มีธรรมเนียมปฏิบัติที่ไม่ได้เขียนในกฎหมายที่ช่วยเพิ่ม รอยยิ้มและความงดงามบนท้องถนน/p pธรรมเนียมปฏิบัตินั้นก็คือ ธรรมเนียมการให้สัญญาณ “อะริงะโตะ” ซึ่งเป็นบทเรียนบทแรกที่ผมได้เรียนเมื่อได้ออกสู่ท้องถนนจริง และเป็นบทเรียนที่ผมรู้สึกว่ามันดีมาก ยอดมาก และอยากให้คนบนท้องถนนใช้เยอะๆ/p pตอนขับรถใหม่ๆ ผมเองก็ยังขับไม่ค่อยเร็ว การขับบนถนนเลนเดียวนั้น หลายครั้งก็ยังไม่ค่อยกล้าปล่อยความเร็วมากนัก ขับตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด หรือบางครั้งอาจช้าไปนิด/p pสำหรับคนญี่ปุ่นคนได้ใบขับขี่ในปีแรก จะต้องติดป้ายสัญลักษณ์เขียวเหลืองไว้ท้ายรถและหน้ารถ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้รถคันอื่นระวังเรา และเป็นสัญลักษณ์ให้คนขับรถรุ่นพี่ๆทุกคนคอยเป็นกำลังใจให้น้องใหม่ ไม่ตัดหน้าน้องใหม่ ทำใจกว้างๆ เมื่อเห็นน้องใหม่ขับรถยังไม่ได้ดั่งใจเรา ดังนั้นแม้มือใหม่จะขับช้าไปหน่อย รถคันหลังก็จะไม่เปิดไฟไล่ หรือ บีบแตรใส่/p pดังนั้นเมื่อเห็นรถตามหลังผมมา ผมจะชะลอเล็กน้อยเปิดไฟเลี้ยวซ้าย เพื่อเป็นสัญญาณให้รถคันหลังแซงออกไป รถทุกคนที่แซงออกไปหลังจากแซงพ้นไปแล้ว ก็จะกดไฟฉุกเฉิน ให้กะพริบสองครั้ง ในความหมายว่า “อะริกะโตะ”/p pสำหรับคนมือใหม่แล้วรู้สึกอบอุ่น ที่ได้รับไม่ตรีจิตจากรุ่นพี่ร่วมถนน ตอนขับใหม่ๆ วันหนึ่งได้รับคำขอบคุณ หลายสิบครั้งbr /การใช้ไฟอะริกะโตะนี้ ถือเป็นวัฒนธรรมอันงดงามบนท้องถนนที่ผมรู้สึกประทับใจที่สุดตอนขับรถ และผมเองก็ติดนิสัยนี้ทำให้พยายามใช้ทุกครั้งเมื่อได้รับไมตรีจากผู้ร่วมท้องถนน/p pสาเหตุที่ใช้ไฟฉุกเฉินแทนคำว่าขอบคุณนั้น น่าจะเป็นเพราะว่า เป็นสัญลักษณ์ที่จะส่งถึงรถคันหลังได้ง่ายที่สุดและเข้าใจง่ายที่สุด/p pเพราะตอนเราจะเปลี่ยนเลน หากรถคันที่อยู่เลนข้างๆชะลอให้เรา เมื่อเราเข้าไปแล้วเราจะขอบคุณก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ดังนั้นการกดไฟฉุกเฉินให้กะพริบสองครั้งจึงเป็นช่องทางที่สะดวกที่ดีที่สุด ถ้าอยู่ตรงปากซอยและรถอีกคันจอดให้เราออก เราเห็นหน้ารถคันนั้นคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็จะเปิดกระจกแล้วคำนับให้หรือไม่เปิดกระจกก็จะค้อมหัวให้แล้วค่อยเลี้ยว เลี้ยวเสร็จ หากรถคันนั้นต่อท้ายเราอยู่ เราก็กด “ไฟอะริกะโตะ”ให้อีกรอบ/p pหรือถ้ารถวิ่งสวนกันแล้วเขาหยุดให้เราเลี้ยวเข้าซอย บางคนก็จะใช้วิธีการตบแตรเบาๆ เพื่อเป็นการขอบคุณ ซึ่งการตบแตรเบาๆและการค้อมหัวให้ หรือการยกมือขวาขึ้นเพื่อขอบคุณมักจะทำเฉพาะในกรณีที่รถสวนกันและเราเห็นหน้าคนขับรถอีกฝ่าย/p pแต่ในกรณีการขับตามๆ กัน หรือในเวลากลางคืน การขอบคุณโดยวิธีการใช้ไฟฉุกเฉิน จึงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดและสะดวกสุด/p pหลังจากขับรถในญี่ปุ่น ซึมซาบวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างเต็มที่ ผมได้ไปขับที่เมืองไทย สิ่งหนึ่งที่รู้สึกแตกต่างก็คือ บ้านเรารถมักจะติดฟิล์มดำ จนมองไม่ค่อยเห็นกันและกัน การก้มหัวขอบคุณก็แทบจะไม่มีประโยชน์ ต้องเปิดกระจกขอบคุณอย่างเดียวbr /และหลายครั้งก็ต้องเปลี่ยนเลนซ้ายบ้างขวาบ้าง รถคันหลังที่ชะลอให้เรา เราก็อยากขอบคุณแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร จะเปิดประตูออกไปแล้วขอบคุณก็กะไรอยู่ จึงคิดเล่นๆว่า หากบ้านเรา เอารถญี่ปุ่นเข้ามาใช้ เราน่าจะเอาวัฒนธรรมการขับรถแบบญี่ปุ่นมาใช้บ้างก็น่าจะดี/p pผมว่าคนไทยเราก็ไม่ได้เป็นคนแล้งน้ำใจหรอก มีคนที่ชะลอให้ เราเปลี่ยนเลนก็พอหาได้ เมื่อเราเปลี่ยนเลนได้แล้วเราก็อยากขอบคุณแต่ไม่รู้จะขอบคุณอย่างไร ตอนที่ผมไปเมืองไทยก็เลยลองเอาวัฒนธรรมญี่ปุ่นไปใช้ดู แม้รู้ว่าคนไทยจะไม่เข้าใจ แต่คิดว่า หากมีการใช้กันเยอะๆ น่าจะมีคนใช้มากขึ้น/p pตอนกลับไปเมืองไทยผมก็เคยคิดอยากรณรงค์โดยคอนเซ็ปท์ที่ว่า นำรถญี่ปุ่นมาขับ แล้ว นำวัฒนธรรมการขับรถแบบญี่ปุ่นมาใช้บ้างก็น่าจะดี โดยสิ่งแรกที่อยากรณรงค์ก็คือ อยากให้ใช้ “ไฟขอบคุณ” หรือ”ไฟอะริงะโตะ” กันเยอะๆ หาก ท้องถนนบ้านเรามีการขอบคุณกันมากขึ้น รถอาจจะติดน้อยลง คนน่าจะมีความสุขมากขึ้น เพราะคนเราเมื่อทำอะไรไปแล้วได้รับคำขอบคุณเรามักแอบภูมิใจเล็กๆ/p pใครสนใจร่วมรณรงค์ก็ลองทำดูได้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้นะครับ เห็นด้วยช่วยแชร์ก็ได้นะครับ/p pใครมาญี่ปุ่นก็อย่าลืมขอบคุณเมื่อคนญี่ปุ่นให้ทางเราด้วยนะครับ/p pnbsp;/p pปล.อย่างไรก็ตามการใช้สัญญาณอะริงะโตะ ก็ต้องดูจังหวะ ด้วยหากอยู่กลางสี่แยก หรือกำลังเลี้ยวก็อย่าเพิ่งกด เดี๋ยวจะทำให้เข้าใจสัญญาณ ผิด ให้รถตั้งลำเรียบร้อย ก่อนแล้วค่อยขอบคุณก็ได้/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/elKSsahANCc" height="1" width="1"/

เหตุโกลาหลที่ 'เฟอร์กูสัน' การกีดกันนักข่าว และคำบอกเหล่าจากคนในพื้นที่

Wed, 20/08/2014 - 15:23
pสถานการณ์โกลาหลที่เมืองเฟอร์กูสัน รัฐมิสซูรี สหรัฐฯ มีการจับกุมคนในเหตุการณ์อย่างน้อย 31 คน จำนวนหนึ่งเป็นนักข่าว มีคำบอกเล่าถึงต้นเหตุของการปะทะจากผู้อยู่ในเหตุการณ์ซึ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ว่ามีคนนอกเข้ามาสร้างสถานการณ์ โดยขณะที่สื่อหลักถูกกักตัว สื่อพลเมืองก็ทำหน้าที่แทน/p p!--break--!--break--/p pbr /19 ส.ค. 2557 หลังจากที่เหตุการณ์ประท้วงในเมืองเฟอร์กูสัน รัฐมิสซูรี สหรัฐฯ ลุกลามจนเกิดเป็นการจลาจล เจ้าหน้าที่ตำรวจและกองกำลังป้องกันมาตุภูมิรัฐมิสซูรีได้เข้าไปในพื้นที่เพื่อควบคุมสถานการณ์ตั้งแต่เมื่อคืนระหว่างวันจันทร์-วันอังคารที่ผ่านมา (18-19 ส.ค.)/p pสื่อต่างประเทศหลายแห่งรายงานว่ามีการใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมหลังจากการประท้วงลุกลามจนเกิดความโกลาหล โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ประท้วงได้อย่างน้อย 31 ราย ซึ่งสำนักข่าวคอมมอนดรีมส์รายงานว่ามีนักข่าวถูกจับกุมไปด้วยอย่างน้อย 4 ราย ในขณะที่พวกเขากำลังทำข่าวการชุมนุม/p pรายงานข่าวหลายแห่งระบุอีกว่ามีเสียงปืนดังขึ้นในขณะที่กำลังชุลมุนแต่ไม่ทราบว่าใครเป็นคนยิง มีผู้ชุมนุม 2 รายได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืน โดยฝ่ายเจ้าหน้าที่ปฏิเสธว่าไม่ได้ใช้ปืนในช่วงสลายการชุมนุม โดย ร.ต.อ. รอน จอห์นสัน จากหน่วยลาดตระเวนทางหลวงของรัฐมิสซูรีได้แถลงข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถยึดปืนพกได้ 2 กระบอกและระเบิดขวดอีก 1 ขวด/p pแม้ว่าการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่จะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก แต่จอห์นสันก็ยืนยันว่าฝ่ายเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการด้วยความอดกลั้นเพื่อยับยั้ง "การก่ออาชญากรรมของผู้ละเมิดกฎหมายกลุ่มเล็กๆ" จอห์นสันเปิดเผยอีกว่ามีอยู่ช่วงหนึ่งที่ตำรวจถูกโจมตีด้วยอาวุธปืนและมีการใช้ก้อนหินและขวดน้ำขว้างปาเข้าใส่ เขายังได้เรียกร้องให้ผู้ที่ชุมนุมอย่างสงบดำเนินการชุมนุมได้ในช่วงกลางวันและเลิกชุมนุมช่วงกลางคืนโดยอ้างว่าจะทำให้อาชญากรใช้เป็นที่กำบังในการก่อเหตุได้/p pอย่างไรก็ตามเดอะการ์เดียนระบุว่าในช่วงเช้าของวันจันทร์ยังคงมีการชุมนุมอย่างสงบ แม้จะมีกลุ่มวัยรุ่นขว้างปาขวดน้ำใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนเฝ้าอยู่ แต่ก็มีอาสาสมัครในกลุ่มผู้ชุมนุมพยายามตั้งแถวสกัดกั้นพวกเขาไม่ให้โจมตีตำรวจพร้อมทั้งขอร้องไม่ให้ตำรวจเข้ามาสลายการชุมนุม แต่ฝ่ายตำรวจได้ใช้ยุทธวิธีให้หน่วยจับกุมเข้าไปจับตัวผู้ชุมนุมบางคนออกมา ในขณะนั้นเองก็เริ่มเกิดเหตุการณ์มีอาคารบางส่วนถูกรื้อ ชิงทรัพย์ และถูกเผาแล้ว/p pเดอะการ์เดียนรายงานโดยอ้างอิงคำบอกเล่าของคนในพื้นที่ว่าผู้ก่อเหตุจลาจลเป็นคนมาจากพื้นที่อื่น ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมประท้วงก็ไม่ทราบว่าพวกเขาเป็นใครและรู้สึกว่าพวกเขาใช้วิธีการที่รุนแรงเกินไป ผู้คนในพื้นที่ซึ่งได้รับความเสียหายจากการก่อจลาจลยังได้วิพากษ์วิจารณ์ว่าผู้ที่ก่อความวุ่นวายไม่ใช่นักกิจกรรมแต่เป็นอันธพาลที่ฉวยโอกาสใช้เหตุการณ์ก่อความรุนแรง/p pอย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตว่า มีการใช้หน่วยกองกำลังป้องกันมาตุภูมิซึ่งไม่ได้มีการเรียกใช้มาตั้งแต่เหตุการณ์จลาจลที่ลอสแอนเจลิสในปี 2535/p pการประท้วงที่เมืองเฟอร์กูสันล่าสุดมาจากความไม่พอใจที่ตำรวจรายหนึ่งใช้ปืนยิงคนผิวสีอายุ 17 ปี ที่ชื่อไมเคิล บราวน์ โดยที่เขาไม่มีอาวุธ รวมถึงเหตุการณ์ใช้กำลังเกินกว่าเหตุของตำรวจในอีกหลายกรณีที่เกิดขึ้นในช่วงไม่นานมานี้/p pประธานาธิบดีบารัค โอบามา ซึ่งยังไม่ได้แสดงท่าทีเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง กล่าวถึงเหตุการณ์ครั้งนี้โดยเรียกร้องให้มีการพิจารณาการติดอาวุธทหารให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องถิ่น โอบามาเตือนว่าการทำเช่นนี้เป็นเรื่องที่ "ขัดต่อธรรมเนียม" ของสหรัฐฯ อีกทั้งยังได้กล่าวถึงรากเหง้าของปัญหาว่าวัยรุ่นคนผิวสีในประเทศมีความรู้สึกแปลกแยกและถูกทำให้เป็นคนที่ดูน่ากลัว อย่างไรก็ตามโอบามาก็ได้วิจารณ์ผู้ประท้วงบางคนที่สร้างสถานการณ์ความปั่นป่วนวุ่นวายโดยเอาความตายของบราวน์เป็นเรื่องบังหน้า/p pยูจีน โรบินสัน เขียนบทความในวอชิงตันโพสต์ ระบุถึงรากเหง้าของปัญหาไว้คล้ายกับคำกล่าวของโอบามา แต่โรบินสันยังเขียนไว้อีกว่าเรื่องนี้ไม่เพียงแค่เป็นเรื่องของเชื้อชาติแต่อย่างเดียว เพราะคนผิวสีจำนวนหนึ่งในสหรัฐฯ สามารถขยับตัวขึ้นไปเป็นชนชั้นกลางได้ หรือในระดับผู้นำอย่างโอบามากับรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมอิริค โฮลเดอร์ แต่ก็ยังมีคนผิวสีอีกจำนวนมากที่ยังมีความเป็นอยู่ยากจน และถูกปิดกั้นหนทางที่จะทำให้ชีวิตดีขึ้นได้/p pbr /strongเมื่อสื่อหลักถูกกักกัน สื่อประชาชนกลายเป็นผู้รายงานแทน/strong/p pหนึ่งในนักข่าวที่ถูกจับตัวไปคือสก็อต โอลซัน เป็นช่างภาพผู้ซึ่งถ่ายภาพผู้ชุมนุมที่กำลังยกมือยอมจำนนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบ ด้านเว็บเก็ตตีอิมเมจ ผู้ให้บริการขายภาพทางอินเทอร์เน็ต ออกแถลงการณ์ประณามการจับกุมสก็อต ซึ่งสมควรจะได้ทำหน้าที่สื่อรายงานเหตุการณ์สำคัญเช่นนี้/p pในอีกแง่หนึ่ง เว็บไซต์กิกะโอมระบุว่าเหตุการณ์ประท้วงในครั้งนี้สื่อจากประชาชนก็มีส่วนสำคัญเช่นเดียวกับเหตุการณ์การประท้วง 'อาหรับสปริง' ในอียิปต์ หรือการใช้กำลังปราบปรามประชาชนในยูเครน สาเหตุหนึ่งเนื่องมาจากการจับกุมนักข่าวจากสื่อกระแสหลักอย่างนักข่าวจากวอชิงตันโพสต์และฮัฟฟิงตันโพสต์ซึ่งได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมาโดยไม่มีข้อหา/p pในสหรัฐฯ การกักกันตัวนักข่าวไม่ให้ทำหน้าที่ รวมถึงการกระทำอื่นๆ เช่นการถอดกล้องหรืออุปกรณ์นำเสนอข่าวอื่นๆ ถือเป็นการผิดบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 1 ของรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ที่ว่าด้วยเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น/p pแต่การกักกันนักข่าวก็ไม่สามารถหยุดยั้งการใช้สื่อโดยพลเมืองทั่วไปได้ พวกเขาอาศัยเครื่องมือรายงานข่าวแบบทันเหตุการณ์เช่นทวิตเตอร์ แม้ว่าส่วนหนึ่งจะทำให้เกิดข่าวที่ได้มีการตรวจเช็คข้อเท็จจริงปนอยู่บ้าง ในอีกแง่หนึ่งสื่อของพลเมืองก็กลายเป็นผู้รายงานการจับกุมตัวนักข่าวจากสื่อหลักได้ด้วย เช่น ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งสามารถเก็บภาพและวิดีโอคลิปตำรวจถอดกล้องและอุปกรณ์ของสำนักข่าวอัลจาซีราเอาไว้ได้/p pเซย์เน็ป ตูเฟคสกี นักสังคมวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านโซเชียลมีเดีย เคยเขียนเกี่ยวกับเรื่องพลังของการใช้โซเชียลมีเดียในการประท้วงในตุรกีไว้ว่า การที่ทำให้ข้อมูลกระจายออกไปได้ผ่านสื่ออย่างทวิตเตอร์ ทำให้คนภายนอกสามารถรู้ได้ว่าเจ้าหน้าที่ทางการประพฤติในทางที่ผิดหรือไม่/p pbr /strongเรียบเรียงจาก/strong/p pFerguson: outsiders spread unrest and unease in pursuit of eclectic aims, The Guardian, 19-08-2014br /a href="http://www.theguardian.com/world/2014/aug/19/ferguson-outsiders-protesters-riots-peaceful-unrest"http://www.theguardian.com/world/2014/aug/19/ferguson-outsiders-protesters-riots-peaceful-unrest/a/p pFerguson: 31 arrested as huge show of force fails to quell unrest, The Guardian, 19-08-2014br /a href="http://www.theguardian.com/world/2014/aug/19/ferguson-police-national-guard-michael-brown-missouri-crisis"http://www.theguardian.com/world/2014/aug/19/ferguson-police-national-guard-michael-brown-missouri-crisis/a/p pIn Ferguson, a sense of being left behind, Washington Post, 18-08-2014br /a href="http://www.washingtonpost.com/opinions/eugene-robinson-in-ferguson-a-sense-of-african-americans-being-left-behind/2014/08/18/9ba06380-2714-11e4-958c-268a320a60ce_story.html"http://www.washingtonpost.com/opinions/eugene-robinson-in-ferguson-a-sense-of-african-americans-being-left-behind/2014/08/18/9ba06380-2714-11e4-958c-268a320a60ce_story.html/a/p pCrowd-powered journalism becomes crucial when traditional media is unwilling or unable, Gigaom, 14-08-2014br /a href="http://http://gigaom.com/2014/08/14/crowd-powered-journalism-becomes-crucial-when-traditional-media-is-unwilling-or-unable/"http://gigaom.com/2014/08/14/crowd-powered-journalism-becomes-crucial-when-traditional-media-is-unwilling-or-unable//a/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/9SrIZv5s3gg" height="1" width="1"/

ใครในเรือนจำ: การเพิ่มจำนวนอย่างเงียบเชียบของคดี 112 หลังรัฐประหาร

Wed, 20/08/2014 - 04:36
!--break--!--break-- pnbsp;/p pคดีความผิดในมาตรา 112 หรือที่เรียกกันติดปากว่าคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเกิดขึ้นและเป็นที่รับรู้ในสังคมอยู่พอสมควร นับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งทางการเมืองเหลือง-แดง และการรัฐประหารปี 2549 เป็นต้นมา โทษจำคุกที่หนักหน่วงและการไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัวระหว่างต่อสู้คดีเป็นภาพที่ปรากฏให้เห็นบ่อยครั้ง/p pในยุคหลังที่บทบาทของอินเตอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียขยายตัวก็มักมีการใช้มาตรานี้ควบคู่ไปกับ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ซึ่งจะช่วยเอื้ออำนวยให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ต้องสงสัยจากผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตได้อย่างสะดวก/p pช่วงปี 2555-56 ก่อนหน้าจะมีการรัฐประหาร อัตราการผู้ต้องขังรายใหม่ในคดีนี้ในกรุงเทพฯ เริ่มมีแนวโน้มลดลง ขณะที่จำนวนมากได้รับพระราชทานอภัยโทษหลังถูกคุมขังมานาน 1-3 ปี ส่งผลให้ ณ วันก่อนการรัฐประการ ปรากฏผู้ต้องขังในเรือนจำเหลืออยู่ 6 ราย คือ a href="http://www.prachatai.org/category/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%A8-%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82"สมยศ พฤกษาเกษมสุข/a, a href="http://www.prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2"เอกชัย/a, a href="http://www.prachatai.com/journal/2013/12/50379"เคนจิ/a, a href="http://www.prachatai.com/journal/2013/12/50379"ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล/a,nbsp; a href="http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000177068"ปภัสชนัญญ์ ฉิ่งอินทร์ หรือ เจ๊แดง โคราช/a, และ a href="http://freedom.ilaw.or.th/th/case/83#detail"คธา/a (รายหลังถูกแจ้งข้อหาเพียง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์)/p pอย่างไรก็ตาม ภายหลังการรัฐประหารรอบล่าสุด ผู้ต้องขังในคดี 112 ในเรือนจำเพิ่มขึ้นอีก 15 ราย รวมแล้วเป็น 21 ราย (นับเฉพาะเท่าที่มีข้อมูลเท่านั้น) ในจำนวนนี้เป็นหญิง 3 ราย เป็นนักศึกษา 3 ราย/p pในที่นี้จะนำเสนอเฉพาะกรณีที่เกิดหลังรัฐประหารเท่านั้น ทั้งรายที่ถูกฝากขังหรือถูกพิพากษาให้คุมขังในเรือนจำ และขออนุญาตปกปิดนามสกุลเพื่อลดผลกระทบด้านสังคมที่อาจเกิดกับครอบครัวผู้ถูกกล่าวหา/p pรายละเอียดมีดังต่อไปนี้/p h3span style="color:#0000ff;"1.ภรณ์ทิพย์ หรือ กอล์ฟ nbsp;/span/h3 pวันที่ถูกจับ : 15 ส.ค.2557 nbsp;(ปัจจบุันฝากขัง)br /ข้อหา : มาตรา 112/p pข้อมูลเพิ่มเติม nbsp;/p pกอล์ฟ หรือที่หลายคนเรียกว่า กอล์ฟ เด็กปีศาจnbsp; อายุ 25 ปี พื้นเพเป็นคนจังหวัดพิษณุโลก แม่ของเธอทำไร่มันสำปะหลัง/p pเธอถูกส่งตัวเข้าเรือนจำก่อนหน้าวันเกิดของเธอ 1 วัน เธอถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวที่สนามบินหาดใหญ่ระหว่างกำลังจะเดินทางไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ/p pรายงานข่าวแจ้งว่าหมายจับออกมาตั้งแต่วันที่ 6 มิ.ย.2557 โดยไม่มีหมายเรียก ตำรวจตั้งข้อหาว่าเธอมีส่วนเกี่ยวพันกับละครเวทีเรื่อง เจ้าสาวหมาป่า ละครที่หลายคนมองว่าเป็นละครตลกเสียดสีสังคม การเมืองnbsp; จัดแสดงเมื่อวันที่nbsp; 6 ต.ค.2556 (เวอร์ชั่นสั้น) และ 13 ต.ค.2556 ในงานรำลึก 14 ตุลาฯ ที่หอประชุม มธ./p pก่อนหน้าที่หมายจับจะออก เพื่อนๆ ในกลุ่มประกายไฟถูกเรียกรายงานตัวโดยคำสั่ง คสช. หลายคน รายงานข่าวแจ้งว่าทุกคนถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับละครเรื่องนี้เนื่องจากนักแสดงบางส่วนนั้นมาจากกลุ่มประกายไฟการละคร/p pทั้งนี้กลุ่มประกายไฟการละครเป็นกลุ่มละครที่แยกออกมาต่างหากจากกลุ่มประกายไฟซึ่งเป็นกลุ่มศึกษาการเมือง ประกายไฟการละครก่อตั้งในราวปี 2553 และปิดตัวในอีก 2 ปีถัดมาเนื่องจากปัญหาภายในของสมาชิกที่ต้องการศึกษาทฤษฎีการเมืองเพิ่มเติม จุดมุ่งหมายของกลุ่มประกายไฟการละครคือทำละครให้เข้าถึงชนชั้นรากหญ้าและใช้ละครเป็นสื่อทางวัฒนธรรมในการสื่อสารเรื่องสังคมการเมือง/p pอย่างไรก็ตาม กอล์ฟถือได้ว่าเป็นนักกิจกรรมรุ่นใหม่ที่ทำกิจกรรมทางสังคมมาตั้งแต่อยู่ชั้นมัธยมปีที่ 5 เธอทำกิจกรรมเรื่อยมาจนแม้กระทั่งหลังจบการศึกษาที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง/p pหลังการจับกุมที่สนามบินหาดใหญ่ กลางดึกคืนนั้นตำรวจได้ส่งตัวเธอมาควบคุมยังห้องขัง สน.ชนะสงคราม ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ(แสดงละคร) ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่มาคอยให้กำลังใจหลายสิบคน เธอให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา วันรุ่งขึ้นตำรวจได้ยื่นคำร้องขอฝากขังผลัดแรกต่อศาลอาญา ขณะที่เพื่อนฝูงของเธอนำเงิน 500,000 บาทขอประกันตัว ศาลไม่อนุญาตให้ประกัน เธอถูกนำไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลางจนปัจจุบัน/p h3span style="color:#0000ff;"2.ปติวัฒน์ หรือ แบงก์/span/h3 pวันถูกจับกุม : 14 ส.ค.2557 (ปัจจุบันฝากขัง)br /ข้อหา : มาตรา 112/p pข้อมูลเพิ่มเติม/p pปติวัฒน์ หรือ แบงก์ อายุ 23 ปี กำลังเรียนคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เขาเลือกเรียนเอกดุริยางคศิลป์และการแสดงพื้นบ้าน ทั้งที่คะแนนของเขาในการสอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยนั้นสามารถเรียนคณะสาธารณสุขได้ สิ่งที่เขาสันทัดมากคือการแสดงหมอลำ จนกระทั่งเขาได้ฉายาว่า ‘บักหนวดเงินล้าน ปฏิภาณลือชา’ เขามีฝีไม้ลายมือระดับรับจ้างเจ้าภาพในจังหวัดต่างๆ เพื่อหาเงินเลี้ยงตัวเองได้ ผลงานของเขามีมากมายดังที่ปรากฏในยูทูปและได้รับรางวัลระดับชาติก็ไม่น้อย นอกจากนี้เขายังสนใจประเด็นสังคมการเมืองทำกิจกรรมชุมนุมซุ้มเกี่ยวดาวซึ่งสนใจประเด็นเชิงสังคม ต่อมาได้รับเลือกเป็นประธานสหพันธ์นิสิตนักศึกษาภาคอีสาน ( สนนอ.) ซึ่งเป็นกลุ่มนักศึกษาที่เคลื่อนไหวในประเด็นการศึกษา สิทธิและเสรีภาพ ตลอดจนสังคมการเมือง/p pก่อนหน้าวันที่ถูกจับกุม 1 วัน เจ้าหน้าที่ทหารติดต่อขอพบเขาที่คณะเพื่อถ่ายรูปเป็นหลักฐาน วันรุ่งขึ้นเจ้าหน้าที่ทหารติดต่อนัดที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งโดยแจ้งว่าจะขอให้เซ็นต์ข้อตกลงว่าจะไม่เคลื่อนไหวทางการเมือง เมื่อปติวัฒน์เดินทางไปพร้อมรองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงตัวเข้าจับกุม ก่อนพาไปที่ สภ.เมืองขอนแก่น แบงก์ให้การรับว่าเป็นผู้ร่วมแสดงจริง ต่อมาเจ้าหน้าที่นำตัวเขาเข้ากรุงเทพฯ เพื่อขอฝากขังต่อศาลอาญา ทนายได้ยื่นประกันตัวด้วยเงินสด 300,000 บาทแต่ศาลไม่อนุญาต ปัจจุบันเขาถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยยังมีความกังวลว่าอาจจะพ้นสภาพนักศึกษาเนื่องจากยังไม่ได้ลงทะเบียนในเทอมใหม่/p pเหตุแห่งการจับกุมสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 และ 13 ต.ค. 2556 ผู้ต้องหาได้ร่วมแสดงละครเวทีเรื่องเจ้าสาวหมาป่าเช่นเดียวกัน/p pทั้งนี้ ต้องหมายเหตุไว้ด้วยว่า ‘เจ้าสาวหมาป่า’ กลายเป็นประเด็นใหญ่จากรณีที่วันที่ 30 ต.ค.2556nbsp;a href="http://www.prachatai.com/journal/2013/10/49505"เครือข่ายเฝ้าระวัง พิทักษ์และปกป้องสถาบันnbsp;/aมีการจัดประชุมสมาชิกเครือข่ายnbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมราว 200-300 คน เพื่อแจกจ่ายคลิปดังกล่าวและนัดแนะให้เครือข่ายฯ เข้าแจ้งความตามมาตรา 112 ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ที่สมาชิกอยู่อาศัย/p h3span style="color:#0000ff;"3.อัครเดช หรือ เค/span/h3 pวันถูกจับกุม : 18 มิ.ย.2557 (ปัจจุบันฝากขัง)br /ข้อหา :nbsp; มาตรา 112 และ มาตรา 14 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550/p pข้อมูลเพิ่มเติม/p pอัครเดช อายุ 24 ปี เขาเป็นอดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคใต้ แต่ ‘ซิ่ว’ มาเรียนที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร คณะวิศวกรรมศาสตร์ เช่นเดียวกับพ่อของเขา/p pเขาถูกจับกุมตัวที่หอพักย่านหนองจอก สืบเนื่องจากต้นเดือนมีนาคม 2557 มีผู้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเขาที่ สน.สุทธิสาร จากกรณีโพสต์เฟซบุ๊ก จำนวน 1 ข้อความ ซึ่งเขาระบุว่าเป็นการโพสต์ข้อความโต้ตอบเรื่องการเมืองกับคนในเฟซบุ๊ก ต่อมาหลังรัฐประหาร ในวันที่ 18 มิ.ย.2557 ตำรวจได้เข้าจับกุมเขาที่ห้องพักและยึดคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สื่อสาร พร้อมนำตัวเขามาควบคุมตัวที่ สน.2 วัน เขารับสารภาพว่าเป็นผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อดังกล่าวจริง จากนั้นเขาถูกฝากขังที่ศาลอาญากรุงเทพฯ พ่อของเขานำเงิน 200,000 บาทยื่นขอประกันตัว แต่ศาลปฏิเสธ/p pทนายจำเลยยื่นประกันอีกรวมเป็น 4 ครั้งแต่ศาลสั่งยกคำร้อง จากนั้นทนายอุทธรณ์คำสั่งโดยให้เหตุผลการเปิดเทอมและโอกาสการเรียนในปีสุดท้ายก่อนจบการศึกษา แต่ศาลยังคงปฏิเสธการให้ประกันตัว ปัจจุบันเขายังคงถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ/p h3span style="color:#0000ff;"4. อภิชาติ nbsp;/span/h3 pวันถูกจับกุม : 23 พ.ค.2557 nbsp;(ปัจจุบันฝากขัง แต่ได้ประกัน)br /ข้อหา : ฝ่าฝืนกฎอัยการศึก จากนั้นถูกแจ้งข้อหาความผิดตามมาตรา 112/p pข้อมูลเพิ่มเติม nbsp;/p pอภิชาติอายุ 25 ปี พื้นเพเป็นคนภาคใต้ กำลังจะสำเร็จหลักสูตรบัณฑิตอาสา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) และกำลังจะเข้าเรียนปริญญาโทอีกใบในคณะนิติศาสตร์ มธ.ขณะถูกจับกุมเขาเพิ่งทำงานที่คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) ได้ไม่กี่เดือน/p pหลังรัฐประหาร 1 วัน อภิชาติเป็นคนหนึ่งที่ออกมาร่วมประท้วงที่หน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ และถูกทหารจับกุมตัวไปเนื่องจากชูป้ายแสดงข้อความว่า “ไม่เอาอำนาจเถื่อน” เขาถูกทหารควบคุมตัวพร้อมคนอื่นอีก รวม 4 คน หนึ่งในนั้นคือ ธนาพล อิ๋วสกุล บก.วารสารฟ้าเดียวกัน เจ้าหน้าที่นำตัวทั้งหมดไปที่กองพลทหารม้าที่ 2 รอ. (สนามเป้า) 1 คืน ก่อนจะนำตัวไปขังที่กองบังคับการปราบปราบ หลังครบกำหนด 7 วัน อภิชาติถูกแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 โดยอภิชาติให้การภาคเสธในชั้นตำรวจตามคำแนะนำของอาจารย์ท่านหนึ่ง เขาระบุด้วยว่าในทัศนะของเขาข้อความดังกล่าวไม่มีอะไรละเมิด เป็นแต่เพียงการตั้งคำถามและการแสดงความคิดเห็น และตำรวจน่าจะนำข้อความดังกล่าวมาจากคู่ขัดแย้งของเขาซึ่งเป็นคนดังในฝ่ายอนุรักษ์นิยมและเคยนำข้อความเดียวกันนั้นเองมาข่มขู่กลั่นแกล้งเขาในโลกออนไลน์/p pอภิชาติอยู่ในเรือนจำนาน 26 วัน โดยทนายได้ยื่นขอประกันตัวรวม 2 ครั้ง ครั้งแรกศาลไม่อนุญาตประกันระบุว่าตำแหน่งของรองอธิการบดีที่ใช้ค้ำประกันนั้นไม่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหา ครั้งที่สองศาลไม่อนุญาตเพราะเป็นคดีร้ายแรง เกรงจะหลบหนี จนครั้งสุดท้ายทนายจำเลยใช้วิธีคัดค้านการฝากขังของพนักงานสอบสวน และนำพยานต่างๆ รวมถึงอาจารย์จากหลักสูตรบัณฑิตอาสาขึ้นให้การ ทำให้ศาลไม่อนุญาตฝากขังต่อ และสั่งปล่อยตัวเขาในวันที่ 24 มิ.ย.57/p h3span style="color:#0000ff;"5. สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด หรือ หนูหริ่ง nbsp;/span/h3 pวันถูกจับกุม : 5 มิ.ย.2557 (ปัจจบุันฝากขัง แต่ได้ประกัน)br /ข้อหา : ฝ่าฝืนไม่รายงานตัวตามคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 3/2557 ต่อมาถูกแจ้งข้อหาตามมาตราnbsp; 112/p pข้อมูลเพิ่มเติม nbsp;/p pสมบัติเป็น ‘แกนนอน’ ของคนเสื้อแดงมายานาน เป็นที่รู้จักในฐานะนักกิจกรรมแถวหน้าที่มักสร้างกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ หลังรัฐประหารครั้งล่าสุด เขาไม่ยอมรายงานตัวตามคำสั่งคสช. ทั้งยังออกเคมเปญ ‘catch me if you can’ ท้าทายผู้มีอำนาจ กระทั่งเจ้าหน้าที่ตามจับกุมตัวเขาได้ที่จังหวัดชลบุรีในเวลาต่อมา สมบัติพร้อมเพื่อนสนิทรวม 4 คนถูกควบคุมตัวโดยทหารโดยไม่ทราบสถานที่รวม 7 วัน ต่อมาคนใกล้ชิดของเขาถูกปล่อยตัวทั้งหมด ส่วนเขาถูกแจ้งข้อกล่าวหาขัดคำสั่ง คสช. และปลุกปั่นยั่วยุให้เกิดความแตกแยก ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 เขาถูกควบคุมตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ อยู่ไม่กี่วัน ตำรวจจาก สภ.ร้อยเอ็ด ได้เดินทางมาแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 กับเขาเพิ่มอีกหนึ่งข้อหา ต้นเรื่องผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษคือ a href="http://www.prachatai.com/journal/2011/12/38257"iPad/a หรือ วิพุธ สุขประเสริฐ มือหนึ่งในการแจ้งข้อกล่าวหามาตรา 112 กับผู้เห็นต่างทางการเมืองหลายราย ซึ่งในกรณีนี้เขาได้แจ้งความสมบัติไว้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2557/p pสมบัติระบุว่าภาพที่ถูกนำไปฟ้องนั้นเป็นภาพตัดต่อล้อเลียนกลุ่ม กปปส. และพรรคประชาธิปัตย์ 1 ภาพที่แชร์มาจากที่อื่นอีกทีหนึ่ง โดยตัดรูปใบหน้าของคนประชาธิปัตย์ใส่แทนหน้าของคณะรัฐประหาร คมช. โดยมีสุเทพและภรรยาอยู่ด้านหลัง/p pต่อมาวันที่ 1 ก.ค. เขาถูกส่งตัวไปสอบปากคำที่ สภ.ร้อยเอ็ด ภรรยาของสมบัติได้ใช้เงินสด 300,000 บาทยื่นขอประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนและได้รับอนุญาตให้ประกันตัว แต่มีเงื่อนไข ห้ามยุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ห้ามยุยงปลุกปั่นประชาชนให้ละเมิดต่อกฎหมาย และห้ามออกนอกประเทศ/p h3span style="color:#0000ff;"6. สิรภพ หรือรุ่งศิลาnbsp;/span/h3 pวันถูกจับกุม : 25 พ.ค.2557 nbsp;(ปัจจุบันฝากขัง)br /ข้อหา : ฝ่าฝืนคำสั่ง ไม่ไปรายงานตัวตามคำสั่ง คสช. ฉบับที่nbsp; 41/2557 ต่อมาถูกแจ้งข้อหา มาตรา 112nbsp;nbsp; และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(3)/p pข้อมูลเพิ่มเติม/p pรุ่งศิลา อายุ 51 มีชื่ออยู่ตามคำสั่งเรียกรายงานตัวของ คสช. แต่เขาไม่ต้องการเข้ารายงานตัวและเตรียมหาทางเดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อขอสถานะผู้ลี้ภัยจาก UNHCR ระหว่างทางเขาถูกจับกุมตัวที่ จ.กาฬสินธุ์โดยกลุ่มทหารอาวุธครบมือ เขาถูกนำตัวไปคุมขังที่ค่ายทหารใน จ.กาฬสินธุ์และอุดรธานีแห่งละ 1 วัน จากนั้นจึงนำตัวมายังค่ายทหารในกรุงเทพฯ คุมขังต่อจนครบ 7 วัน จากนั้นจึงถูกแจ้งข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช./p pวันที่ 2 ก.ค.รุ่งศิลาถูกนำตัวไปฝากขังที่ศาลทหาร และศาลอนุญาตให้ประกันตัว อย่างไรก็ตาม หลังจากเขาถูกนำตัวมายังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อทำการปล่อยตัว ก็พบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) มารออายัติตัวต่อเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 ต่อ และทำให้เขาต้องถูกควบคุมตัวในเรือนจำต่อจนปัจจุบัน/p pรุ่งศิลา มีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง เขาเป็นคนที่รักการอ่านและสนใจการเมืองมาแต่ไหนแต่ไร จากปากคำของลูกสาวที่บอกว่าพ่ออ่านหนังสือเยอะมากและที่บ้านเต็มไปด้วยหนังสือหลากประเภท รุ่งศิลาเป็นที่รู้จักในโลกไซเบอร์เนื่องจากเป็นผู้แอคทีฟทางการเมืองตามเว็บบอร์ดต่างๆ ตั้งแต่สมัยหลังรัฐประหารปี 2549 จากนั้นเขาสร้างบล็อกของตนเองเพื่อเผยแพร่บทกวีการเมือง บทความทางการเมืองรวมถึงบทความทางทหาร โดยรุ่งศิลาระบุว่าทั้งบทกวีและความรู้ทางการทหารนั้นเป็นสิ่งที่เขาสนใจศึกษาด้วยตนเอง นอกจากนี้เขายังยืนยันว่าเขาไม่เคยไปร่วมการชุมนุมใดๆ เลยและเป็นคนค่อนข้างเก็บตัว ไม่มีเครือข่าย อาศัยเพียงเผยแพร่สิ่งที่ตนเองคิดทางอินเทอร์เน็ต/p pรุ่งศิลามีลูกชายหญิง 3 คน เรียนมัธยมปลาย มหาวิทยาลัย และเพิ่งจบการศึกษา ลูกทั้งสามคนอยู่บ้านที่จังหวัดสงขลาก่อนที่เขาจะโดนจับกุมและทหารได้เข้าตรวจค้นบ้าน จากนั้นคุมตัวทั้ง 3 คน พร้อมหลานวัยไม่ถึง 1 ขวบในช่วงบ่ายวันหนึ่งเพื่อนำตัวไปสอบข้อเท็จจริงที่ค่ายทหารในจังหวัดสงขลาจนกระทั่งราวเที่ยงคืน จึงปล่อยตัวทั้งสี่คนออกมา/p h3span style="color:#0000ff;"7. ทะเนชnbsp;/span/h3 pวันถูกจับกุม : nbsp;2 ก.ค.2557 nbsp;(ปัจจุบันฝากขัง)br /ข้อหา : มาตรา 112 และ มาตรา 14 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์/p pข้อมูลเพิ่มเติม/p pทะเนชอายุ 45 ปี พื้นเพเป็นชาวเพชรบูรณ์ มีอาชีพขายอาหารเสริมบำรุงพืชผลทางการเกษตรทางอินเตอร์เน็ต พี่สาวของเขาเล่าว่าชีวิตในวัยเด็กของครอบครัวลำบากมาก พี่สาวเป็นผู้ดูแลเขาเป็นหลัก เหตุที่ชื่อของเขาเขียนแปลกแทนที่จะเป็น ‘ธเนศ’ เช่นคนอื่นก็เพราะพี่สาวซึ่งจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เป็นผู้สอนการสะกดชื่อให้เขา แต่สะกดผิด เขาเคยมาทำงานที่กรุงเทพฯ หลายปี แต่ต่อมาต้องกลับไปอยู่ใกล้กับพี่สาวที่เพชรบูรณ์เนื่องจากความป่วยไข้ด้วยโรคประจำตัวและอาการหลอน/p pเขาถูกเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจเข้าควบคุมตัวที่บ้านพักในวันที่ 2 ก.ค.57 และถูกคุมตัวอยู่ในค่ายทหารจังหวัดเพชรบูรณ์จนครบ 7 วัน จากนั้นถูกนำตัวส่งให้กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ (ปอท.) ในวันที่ 8 ก.ค. ขณะที่หมายจับลงวันที่ 7 ก.ค. จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้สอบสวนโดยกล่าวหาว่าเขาได้ส่งอีเมล์ข้อมูลที่เข้าข่ายหมิ่นให้กับผู้ต้องหาที่อาศัยอยู่ประเทศสเปนชื่อ nbsp;Emillio Estaban ผู้ใช้นามแฝงว่า stoplesemajeste เผยแพร่ข้อมูลในอินเตอร์เน็ต โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าเขาได้เข้าถึงอีเมล์ของ Estaban และพบการส่งอีเมล์ของทะเนชในช่วงเดือนมิถุนายนปี 2553 nbsp;/p pต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ขอฝากขังต่อศาล ญาติยังไม่มีเงินประกันตัว ปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ/p h3span style="color:#0000ff;"8 เฉลียว nbsp;nbsp;/span/h3 pวันถูกจับกุม : รายงานตัวตามคำสั่ง คสช.วันที่ 3 มิ.ย.2557 nbsp;(ปัจจุบันฝากขัง)br /ข้อหา : เข้ารายงานตัวกับคสช. จากนั้นโดนแจ้งข้อหามาตรา 112/p pข้อมูลเพิ่มเติม nbsp;/p pเฉลียว อายุ 50 กว่าปี มีอาชีพเป็นช่างตัดกางเกง เขาเป็นหนึ่งในชาวบ้านธรรมดาที่มีรายชื่อปรากฏในคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 44/2557 ให้เข้ารายงานตัวในวันที่ 3 มิ.ย. เขาถูกคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ทหาร 7 วัน ระหว่างควบคุมตัวเขาถูกสอบสวนหลายครั้ง ครั้งละหลายชั่วโมง ในขณะที่คนอื่นๆ ที่ถูกเรียกรายงานตัวในคำสั่งฉบับเดียวกันนั้นถูกสอบ 1-2 ครั้ง และเขายังถูกนำ เข้าเครื่องจับเท็จหลายครั้งด้วย นอกจากนี้ยังมีการนำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารบุกตรวจค้นบ้านซึ่งเป็นห้องแถวที่ทำเป็นร้านตัดเย็บผ้าย่านสะพานซังฮี้ ยึดคอมพิวเตอร์ เครื่องมือสื่อสาร/p pทหารกล่าวหาว่าเขาอาจจะเป็น “ดีเจบรรพต” แต่เขายืนกรานปฏิเสธ/p pต่อมาวันที่ 9 มิ.ย.2557nbsp;หลังถูกควบคุมตัวในค่ายทหารครบ 7 วัน เฉลียวถูกนำตัวไปที่กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เพื่อตั้งข้อหามาตรา 112 จากการอัพโหลดคลิปเสียงของดีเจบรรพตไว้ใน 4Share ซึ่งเฉลียวให้การรับสารภาพ อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนอนุญาตให้กลับบ้านได้ในคืนนั้น โดยนัดหมายให้ไปพบกันที่ศาลอาญาในวันรุ่งขึ้นเพื่อขอฝากขังและยื่นขอประกันตัว/p pวันรุ่งขึ้นเฉลียวและครอบครัวเดินทางไปที่ศาลอาญา ญาติยื่นขอประกันตัวด้วยหลักทรัพย์มูลค่า 800,000 บาท แต่ศาลไม่อนุญาตเพราะเห็นว่าเป็นการเผยแพร่ต่อข้อมูล เป็นความผิดร้ายแรง เฉลียวจึงถูกควบคุมตัวไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพnbsp;/p pเฉลียวพื้นเพเป็นคนจังหวัดร้อยเอ็ด เขาบวชเรียนอยู่นานปี และเข้ากรุงเทพฯ ในช่วงวัยรุ่นโดยอาศัยอยู่กับพี่เขย พร้อมๆ กับฝึกวิชาชีพเย็บผ้าจากพี่เขย จากนั้นมาเขาก็ยึดอาชีพนี้หาเลี้ยงครอบครัวมาโดยตลอด เขาเล่าว่า ร้านของเขาเป็นร้านเล็กๆ มีแรงงานไม่กี่คนซึ่งส่วนใหญ่เป็นญาติๆ กัน จะรับออเดอร์มาจากร้านใหญ่อีกที ตัดเฉพาะกางเกงของทหารและตำรวจ โดยครั้งหนึ่งในใบออเดอร์ซึ่งจะมีชื่อลูกค้าปรากฏอยู่ด้วยนั้น มีชื่อของ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ด้วย/p pส่วนความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์นั้น ภรรยาของเขาเล่าว่า เฉลียวสนใจศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเองโดยการซื้อหนังสือมาอ่าน หัดประกอบคอม หัดใช้งานอินเตอร์เน็ตในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยที่ไม่ได้ไปชุมนุมทางการเมืองแต่อย่างใดเนื่องจากเป็นคนเก็บตัวและมีภาระงานประจำ/p h3span style="color:#0000ff;"9. คฑาวุธ nbsp;nbsp;/span/h3 pวันถูกจับกุม : รายงานตัวตามคำสั่ง คสช. วันที่ 3 มิ.ย.2557 nbsp;(ปัจจุบันฝากขัง)br /ข้อหา : มาตรา 112/p pข้อมูลเพิ่มเติม nbsp;/p pเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลกฎหมายและคดีเสรีภาพ(ไอลอว์) ระบุว่า ในอดีตคฑาวุธเคยเป็นนายทหารพระธรรมนูญ และเคยเป็นทนายความ ในช่วงการเมืองเข้มข้นเขาเป็นดีเจจัดรายการทางอินเทอร์เน็ต ชื่อรายการว่า “คฑาวุธ นายแน่มาก” เป็นแนววิเคราะห์การเมือง ความยาวประมาณ 1 ชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง และเผยแพร่ทางเว็บไซต์ที่จัดทำโดยทีมงานของเขาเอง แต่รายการนี้ก็มีผู้ดาวน์โหลดและนำมาเผยแพร่ต่อในยูทูปจำนวนมากnbsp;/p pเขามีรายชื่ออยู่ในประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 44/2547 จากนั้นเขาเข้ารายงานตัวตามประกาศในวันที่ 3 มิ.ย.2557/p pวันที่ 9 มิ.ย.2557nbsp;หลังถูกควบคุมตัวครบ 7 วัน nbsp;คฑาวุธถูกนำมาควบคุมตัวต่อที่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง เพื่อให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา/p pวันที่ 10 มิ.ย.2557nbsp;คฑาวุธถูกนำตัวไปที่ กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เพื่อพบพนักงานสอบสวน ในบ่ายวันเดียวกันคฑาวุธถูกนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญา โดยมีเพื่อนและทีมงานช่วยกันระดมเงินจำนวน 200,000 บาทเพื่อยื่นขอประกันตัว และพนักงานสอบสวนไม่คัดค้านการประกันตัว แต่ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว เนื่องจากข้อหาที่ถูกกล่าวหามีอัตราโทษสูง การกระทำกระทบต่อจิตใจประชาชนจึงเป็นเรื่องร้ายแรง ทั้งเป็นการดำเนินการผ่านเว็บไซต์โดยมีกลุ่มดำเนินการอยู่ที่ สปป.ลาว ซึ่งผู้ต้องหามีธุรกิจก่อสร้างอยู่ ดังนั้นหากปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาอาจหลบหนีออกนอกประเทศ ยากแก่การติดตามตัว เขาจึงถูกนำตัวไปควบคุมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ อยู่จนปัจจุบัน แม้ญาติจะยื่นประกันอีก 2nbsp; ครั้งแต่ศาลก็ยังคงปฏิเสธการให้ประกันตัว/p h3span style="color:#0000ff;"10. ยุทธศักดิ์ nbsp;/span/h3 pวันถูกจับกุม : 2 มิ.ย.2557 nbsp;(ปัจจุบันพิพากษาแล้ว)br /ข้อหา : มาตรา 112/p pข้อมูลเพิ่มเติม/p pเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลกฎหมายและคดีเสรีภาพโดยไอลอว์ ระบุว่า ยุทธศักดิ์มีอาชีพขับแท็กซี่ เมื่อราวเดือนมกราคม 2557 ระหว่างขับรถแท็กซี่เขาได้พูดเรื่องการเมืองกับผู้โดยสารคนหนึ่ง ปรากฎว่าความเห็นทางการเมืองของทั้งสองไม่ตรงกัน และผู้โดยสารเห็นว่าคำพูดของผู้ต้องหาเข้าข่ายหมิ่นฯ ผู้โดยสารจึงใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกเสียงการสนทนาและนำไฟล์บันทึกเสียงไปแจ้งความกับตำรวจ/p p2 มิ.ย.2557 เจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังไปบริเวณอู่เช่ารถแท็กซี่ย่านห้วยขวางและทำการจับกุมตามหมายจับจากนั้นนำตัวไปฝากขังที่สถานีตำรวจนครบาลพญาไทเพื่อทำการสอบสวน วันรุ่งขึ้นผู้ต้องหาประสานให้ญาติมาเยี่ยมเพื่อนนำยาฉีดอินซูลินมาให้เพราะเขาป่วยเป็นโรคเบาหวานnbsp;วันถัดมาเจ้าหน้าที่นำตัวเขาไปฝากขังยังศาลอาญารัชดา ญาติใช้เงินสดยื่นขอประกันตัว 200,000 บาท แต่ศาลไม่อนุญาต/p pเขาถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จนกระทั่งวันที่ nbsp;8 ส.ค.57 ซึ่งเป็นวันนัดสอบคำให้การ ผู้ต้องหาเดินทางไปที่ศาลโดยไม่มีใครทราบ ไม่มีทนายอยู่ร่วมกระบวนการ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ต่อมาในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ศาลพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ลงโทษจำคุกเป็นเวลา 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 2 ปี 6 เดือน/p h3span style="color:#0000ff;"11.ทอม ดันดี nbsp;/span/h3 pวันถูกจับกุม : 9 ก.ค.2557 nbsp;(ปัจจุบันฝากขัง)br /ข้อหา : ไม่รายงานตัวตามคำสั่ง คสช.และมาตรา 112/p pข้อมูลเพิ่มเติม/p pก่อนจะถูกจับกุมในคดี 112 ทอม ดันดี เคยถูกจับกุมตัวมาแล้วครั้งหนึ่งด้วยข้อหาไม่รายงานตัวตามคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 53/2557 ทั้งที่ภรรยาของเขาได้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่แล้วว่าทอมจะเข้ารายงานตัวในช่วงเย็น แต่ระหว่างที่เขากลับจากการส่งหน่อไม้ทหารก็ได้จับกุมตัวเขาและนำไปไว้ที่ค่ายทหาร 4 วัน จากนั้นเขาถูกนำตัวมาที่กองปราบฯ ก่อนนำตัวไปฝากขังที่ศาลทหาร เขาถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ไม่กี่วันก่อนได้รับการประกันตัว เขากลับไปทำสวนไผ่และสวนมะนาวที่บ้านจังหวัดเพชรบุรีเช่นเดิม/p pต่อมาวันที่ 9 ก.ค.ที่บ้านจังหวัดเพชรบุรี กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ (บก.ปอท.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร รวมประมาณ 20 นายทั้งในและนอกเครื่องแบบ บุกจับกุมตัวทอมที่บ้านพัก โดยแจ้งข้อกล่าวหาตาม มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์br /br /วันรุ่งขึ้นเขาถูกนำตัวไปฝากขังยังศาลทหาร ทนายแจ้งว่าทอมถูกแจ้งข้อหาจากกรณีการปราศรัยของเขาในเวทีเล็กๆ ที่เกิดขึ้นช่วงเดือน พ.ย. 56 ก่อนที่จะประกาศกฎอัยการศึก ต่อมาได้มีผู้นำคลิปการปราศรัยไปเผยแพร่ลงเว็บไซต์ยูทูปในเดือน มิ.ย. 57 (หลังรัฐประหาร) ทีมทนายเห็นว่าศาลทหารไม่มีอำนาจพิจารณาคดีนี้ เพราะการโพสต์คลิปปราศรัยลงเว็บไซต์ยูทูปไม่ได้เป็นการกระทำของนายทอม เนื่องจากนายทอมไม่มีทักษะในการใช้งานคอมพิวเตอร์ จึงมองว่าอาจเป็นการกลั่นแกล้งของบุคคลเพื่อนำตัวขึ้นศาลทหาร อย่างไรก็ตาม ศาลทหารไม่อนุญาตให้ประกันตัวและทอมถูกขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จนปัจจุบัน/p h3span style="color:#0000ff;"12.หนุ่มอุบล nbsp;/span/h3 pวันถูกจับกุม : 16 มี.ค.55 nbsp;(ปัจจุบันพิพากษาแล้ว)br /ข้อหา : มาตรา 112nbsp; มาตรา 14(3) พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์/p pข้อมูลเพิ่มเติม/p pคดีนี้จำเลยไม่เปิดเผยชื่อ อายุ 27 ปี เป็นนักดนตรี เขาถูกพิพากษาให้จำคุก 13 ปี 24 เดือน (ทนายแจ้งว่าได้ยินศาลอ่านคำพิพากษาว่า 22 เดือนแต่ที่ถูกต้องคือ 24 เดือน) นี่คือโทษที่ลดแล้วกึ่งหนึ่ง จากโทษทั้งหมด 30 ปี/p pคดีของเขาเกิดขึ้นอย่างเงียบเชียบในจังหวัดอุบลราชธานี จากกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าโพสต์ข้อความหมิ่นฯ 9 ข้อความในเฟซบุ๊กในระหว่างปี 2554-2555 หลังจากตำรวจบุกจับกุมตัวเขาที่บ้านในวันที่ 16 มี.ค.2555 เขาก็ได้รับการประกันตัวมาโดยตลอดในชั้นสอบสวน โดยญาติใช้หลักทรัพย์มูลค่า 500,000 บาท จนกระทั่งถึงวันครบกำหนดฝากขังก็ไม่มีการส่งฟ้องศาลจึงมีคำสั่งปล่อยตัว/p pอย่างไรก็ตาม เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลและคดีเสรีภาพฯ ระบุว่า จากคำบอกเล่าของมารดา ระบุว่า ในระหว่างที่เขาได้รับการประกันตัวจากการฝากขัง ตำรวจมีจดหมายและโทรศัพท์มาเรียกให้จำเลยไปพบและถูกส่งตัวไปพบแพทย์เพื่อตรวจอาการทางจิต และก่อนพิพากษาก็มีการไต่สวนแพทย์ผู้รักษาซึ่งแพทย์ระบุว่าจำเลยมีอาการทางจิต อาการไม่รุนแรงแต่หากไม่รักษาต่อเนื่องอาการอาจรุนแรงได้ อย่างไรก็ตามแพทย์มีความเห็นว่าจำเลยยังสามารถต่อสู้คดีได้ นอกจากนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าในระหว่างกระทำความผิดเมื่อสองปีก่อนจำเลยมีอาการทางจิตหรือไม่/p pหลังการรัฐประหาร ปรากฏชื่อของเขาในคำสั่งเรียกรายงานตัวด้วย เขาเข้ารายงานตัวในวันที่ 13 มิ.ย. 2557 และถูกควบคุมตัวภายใต้กฎอัยการศึกเป็นเวลาสามคืน หลังการควบคุมตัว วันที่ 16 มิ.ย.อัยการสั่งฟ้องคดีนี้ทันที เขาถูกควบคุมตัวระหว่างการพิจารณาคดีที่เรือนจำจังหวัดอุบลราชธานีเรื่อยมาจนกระทั่งมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 31 ก.ค.2557 นับเป็นคดีที่มีโทษหนักที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา/p h3span style="color:#0000ff;"13. จ่าประสิทธิ์ nbsp;/span/h3 pวันถูกจับกุม : 29 พ.ค.57 nbsp;(ปัจจุบันอยู่ในชั้นพิจารณาคดี)br /ข้อหา : มาตรา 112/p pข้อมูลเพิ่มเติม/p pจ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ เป็นอดีต ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำ นปช. จังหวัดสมุทรสาคร/p pเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลกฎหมายและคดีเสรีภาพฯ ระบุว่า วันที่ 7 พ.ค.57 จ่าประสิทธิ์ขึ้นปราศรัยที่ห้างอิมพีเรียลลาดพร้าว และ กอ.รมน. ได้แจ้งความข้อหา 112 ไว้ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ค.57/p pภายหลังการรัฐประหารได้มีคำสั่งเรียกให้จ่าประสิทธิ์เข้ารายงานตัว และจ่าประสิทธิ์ได้เข้ารายงานตัวต่อทหารในวันที่ 24 พ.ค.จนกระทั่งวันที่ 29 พ.ค. ทหารได้คุมตัวจ่าประสิทธิ์มาที่ สน.โชคชัย เพื่อส่งตัวผู้ต้องหาตามหมายจับที่ 912/2557 ลงวันที่ 26 พ.ค. 2557 ในข้อหาตามมาตรา 112/p pบ่ายวันที่ 29 พ.ค.2557 จ่าประสิทธิ์ถูกนำตัวไปฝากขังต่อศาลอาญา ภายหลังนางนิภาพร เมืองมูล ภรรยาของจ่าประสิทธิ์ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวพร้อมหลักทรัพย์เงินสดหกแสนบาท แต่ศาลไม่อนุญาต จ่าประสิทธิ์จึงถูกนำตัวไปควบคุมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ปัจจุบันคดีครบฝากขัง ศาลนัดพร้อม สอบคำให้การจำเลย ตรวจพยานหลักฐานไปเมื่อเร็วๆ นี้/p h3span style="color:#0000ff;"14. ชายไม่ทราบชื่อ nbsp;/span/h3 pวันถูกจับกุม : 25 พ.ค.2557 ถูกทหารบุกจับกุมที่บ้านพักnbsp; (ปัจจุบันฝากขัง)br /ข้อหา : มาตรา 112/p pข้อมูลเพิ่มเติม : -/p h3span style="color:#0000ff;"15. สมัคร/span/h3 pวันถูกจับกุม :nbsp; 9 ก.ค.2557 (ปัจจุบันฝากขัง)br /ข้อหา :nbsp;nbsp; มาตรา 112/p pข้อมูลเพิ่มเติม/p pเว็บไซต์ASTVผู้จัดการออนไลน์ รายงานข่าวว่า ตำรวจเมืองเทิงพร้อมผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกันตรวจสอบที่เกิดเหตุกลางดึกที่ผ่านมา (8 ก.ค.) หลังรับแจ้งมีเหตุคนทำลายพระบรมฉายาลักษณ์ ปากทางเข้าหมู่บ้านป่าสัก หมู่ 10 ต.ปล้อง เมื่อไปถึงพบสภาพของพระบรมฉายาลักษณ์ที่ชาวบ้านได้ร่วมกันจัดสร้างไว้ที่ทางเข้าหมู่บ้าน ถูกดึงลงมาจนกองอยู่กับพื้น เหลือแต่โครงว่างเปล่า พบชาย 1 คน ทราบชื่อต่อมานายสมัคร อายุ 49 ปี คนในหมู่บ้านดังกล่าว สอบถามให้การว่า เป็นคนกระทำการดังกล่าวจริง/p pเขามีอาชีพทำนาnbsp; เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 ปัจจุบันถูกขังผลัดที่สี่ อยู่ที่เรือนจำจังหวัดเชียงรายbr /nbsp;/p pnbsp;/p pbr /span style="color:#ff8c00;"หมายเหตุ : มีการเพิ่มเติมกรณีที่ 15 เนื่องจากตกหล่น (10.00 น. 20 ส.ค.57)/span/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/jdwaZidMMsk" height="1" width="1"/