ประชาไท

Syndicate content
Updated: 5 min 22 sec ago

ปธ.ทีดีอาร์ไอเตือนอนาคตไทยจะเป็นชาติ "แก่ก่อนรวย" หากหลุดไม่พ้นกับดักรายได้ปานกลาง

Tue, 25/11/2014 - 19:39
pสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ เตือนอีก 10 ปี ไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ถ้าไม่หลุดกับดักรายได้ปานกลางจะเป็นชาติ "แก่ก่อนรวย" พร้อมฉาย 3 ภาพ เมืองไทยอีก 30 ปี ระบุ 4 กุญแจเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตที่พึงปรารถนาต้องมีทุนมนุษย์คุณภาพสูง จัดสรรเงินทุนก่อให้เกิดผลิตภาพ รัฐมีประสิทธิภาพ ระบบเศรษฐกิจเปิดกว้าง/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7565/15875734965_dffb0507d7_z.jpg" style="width: 560px; height: 315px;" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"strongสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย/strong/span/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm9.staticflickr.com/8632/15689893957_4d608ed266_z.jpg" style="width: 600px; height: 337px;" //p p style="text-align: center;"font color="#ff8c00"bแบบจำลองภาพเศรษฐกิจไทยใน 3 ทศวรรษข้างหน้า/b/font/p p25 พ.ย. 2557 - ในงานสัมมนาวิชาการทีดีอาร์ไอ ประจำปี 2557 เรื่อง strongประเทศไทยในสามทศวรรษหน้า : สี่ความท้าทายเพื่อการเติบโตอย่างมีคุณภาพ/strongnbsp;เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2557 สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ กล่าวเปิดประเด็น โดยระบุว่า/p p"ความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อทำให้รัฐบาล ธุรกิจและประชาชนไทยสนใจเฉพาะปัญหาระยะสั้นมากกว่าปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้พ้น “กับดักรายได้ปานกลาง” การปฏิรูปการศึกษาและการรักษาสิ่งแวดล้อม/p pไทยจะเข้าสู่สังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์ในปี 2025 และในอีก 30 ปีไทยจะมีคนสูงอายุถึง 36% หากไม่สามารถหลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลางได้ทัน ไทยจะกลายเป็นประเทศแรกๆ ในเอเชียที่ “แก่ก่อนรวย” และ “แก่โดยไม่มีสวัสดิการเพียงพอ” เพราะกองทุนประกันสังคมจะมีปัญหาจนถึงขั้นล้มละลายในประมาณปี 2045 หากไม่มีการปฏิรูปอย่างทันการณ์/p pที่ผ่านมา ไทยเน้นพัฒนาอุตสาหกรรมโดยไม่พัฒนาเทคโนโลยี เน้นส่งออกไปยังตลาดโลกโดยกดค่าแรงให้ต่ำเพื่อให้แข่งขันได้ และไม่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมอย่างเพียงพอ การพัฒนาจึงทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำและปัญหาสิ่งแวดล้อมมาก ในอนาคต ไทยจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องปรับไปสู่ยุทธศาสตร์พัฒนาใหม่ ที่เน้นสร้างมูลค่าเพิ่มบนฐานนวัตกรรม ลดความเหลื่อมล้ำ และรักษาสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น"/p pสมเกียรติ อภิปรายว่า เพื่อให้เห็นถึงภาพอนาคตเศรษฐกิจไทยใน 3 ทศวรรษหน้า และความท้าทายต่างๆ บทความนี้จะยกตัวอย่างภาพสถานการณ์ที่เป็นไปได้ (possible scenario) 3 ภาพคือ/p pnbsp;/p pstrongภาพสถานการณ์ 1 “ประเทศไทยไปเรื่อยๆ”/strong/p pการพัฒนาในภาพสถานการณ์นี้คล้ายกับแนวทางในปัจจุบัน แต่อัตราการเติบโตเฉลี่ยจะลดลงเหลือ 3.55% ต่อปี ซึ่งทำให้คนไทยมีรายได้ต่อหัว 17,000 ดอลลาร์ในปี 2045 และหลุดพ้นจากระดับรายได้ปานกลางในปี 2036 หรือหลังจากเข้าสู่สังคมสูงอายุสมบูรณ์กว่าทศวรรษ/p pไทยจะมีแรงงานในระบบเพิ่มขึ้นเป็น 60% ในปี 2045 และในปีนั้น ดัชนีความเหลื่อมล้ำ (Gini coefficient) จะอยู่ที่ระดับ 0.37 ซึ่งต่ำกว่าปัจจุบันเล็กน้อย จากแรงกดดันให้มีการกระจายรายได้ อย่างไรก็ตาม การพัฒนาประเทศในแนวทางเดิมจะทำให้ไทยยังมีปัญหาสิ่งแวดล้อมต่อไป นอกจากนี้ การคาดการณ์ว่าไทยจะพ้นระดับรายได้ปานกลางในปี 2036 นั้นยังมองโลกแง่ดีเกินไป เพราะไม่ได้พิจารณาปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น หากมีการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกอย่างรุนแรง การเปลี่ยนผ่านจะล่าช้าออกไป 2 ปี หากรัฐบาลดำเนินนโยบายประชานิยม โดยใช้เงินปีละ 1 แสนล้านบาท จะทำให้เปลี่ยนผ่านล่าช้าออกไป 4 ปี หากเกิดวิกฤติอัตราแลกเปลี่ยน หรือวิกฤติธนาคาร การเปลี่ยนผ่านจะล่าช้าออกไป 2 ปี และ 4 ปีตามลำดับ และหากเกิดวิกฤตการณ์ทางการเมือง การเปลี่ยนผ่านก็จะล่าช้าออกไปอีก ดังนั้น ในกรณีที่การบริหารความเสี่ยงผิดพลาด ไทยจะไม่พ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลางแม้ใน 3 ทศวรรษหน้า/p pnbsp;/p pstrongภาพสถานการณ์ 2 สู่ “ประเทศอุตสาหกรรมก้าวหน้า”/strong/p pเศรษฐกิจไทยจะถูกขับเคลื่อนจากการยกระดับผลิตภาพในภาคอุตสาหกรรมจากการนำเอาระบบการผลิตแบบลีนมาใช้อย่างกว้างขวาง การทำ Ramp;D การออกแบบและพัฒนาแบรนด์สินค้า ตลอดจนการย้ายการผลิตมูลค่าเพิ่มต่ำไปยังประเทศเพื่อนบ้าน/p pคนไทยจะมีรายได้ต่อหัว 23,700 ดอลลาร์ในปี 2045 จากอัตราการเติบโตเฉลี่ย 4.6% ต่อปี ซึ่งทำให้พ้นระดับรายได้ปานกลางในปี 2028 หรือหลังจากเข้าสู่สังคมสูงอายุสมบูรณ์เล็กน้อย อุตสาหกรรมจะมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นเป็น 64% ของ GDP และมีแรงงานในระบบเพิ่มเป็น 67% อย่างไรก็ตาม การเน้นพัฒนาอุตสาหกรรมจะทำให้มีปัญหาสิ่งแวดล้อมและความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้น เพราะประโยชน์ตกอยู่กับเจ้าของทุน/p pในภาพนี้ รัฐบาลต้องมีนโยบายที่เหมาะสมเช่น เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้มีคุณภาพสูง พัฒนาวิศวกรและช่างเทคนิค รณรงค์ให้ภาคเอกชนเพิ่มผลิตภาพและสร้างนวัตกรรม ในทางตรงกันข้าม รัฐบาลไม่ควรดึงดูดแรงงานข้ามชาติทักษะต่ำเข้ามาในไทย เพราะจะทำให้อุตสาหกรรมพึ่งพาแรงงานราคาถูกต่อไป/p pnbsp;/p pstrongภาพสถานการณ์ 3 สู่ “ประเทศเกษตรทันสมัยและบริการฐานความรู้”/strong/p pการพัฒนาเศรษฐกิจไทยจะเน้นการพัฒนาภาคเกษตรดั้งเดิมให้เป็นภาคเกษตรทันสมัย โดยใช้เครื่องจักร เทคโนโลยี ทำวิจัยและพัฒนา บริหารการผลิตรองรับการผลิตอาหารปลอดภัย และการพัฒนาภาคบริการให้เป็นบริการฐานความรู้ โดยเปิดเสรีภาคบริการ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและพัฒนาแรงงานให้มีทักษะทั่วไปที่มีคุณภาพสูง/p pรายได้ต่อหัวของคนไทยในปี 2045 จะสูงขึ้นถึง 28,400 ดอลลาร์ โดยมีอัตราเติบโตเฉลี่ย 5.2% ต่อปี ทำให้ไทยพ้นระดับรายได้ปานกลางในปี 2028 ภาคบริการมีมูลค่าเพิ่มเป็น 59.3% ของ GDP โดยเป็นบริการฐานความรู้ 30.8% ในขณะที่ภาคเกษตรเล็กลงเหลือ 3.8% ของ GDP ในภาพนี้ ดัชนีความเหลื่อมล้ำจะลดลงเหลือ 0.33 เนื่องจากรายได้ของแรงงานเพิ่มขึ้น และจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมลดลง เนื่องจากใช้พลังงานต่ำกว่าอุตสาหกรรม/p pในภาพนี้ รัฐบาลจะต้องไม่มีนโยบายอุดหนุนราคาสินค้าเกษตรมากจนเกษตรกรมุ่งผลิตสินค้าในเชิงปริมาณ โดยไม่สนใจคุณภาพ และต้องไม่คุ้มครองบริการที่ผูกขาด ซึ่งก่อให้เกิดต้นทุนสูงต่อเศรษฐกิจ/p pnbsp;/p pstrongเมื่อเปรียบเทียบประเทศไทยในปี /strongstrong2045 /strongstrongใน /strongstrong3 /strongstrongภาพสถานการณ์ /strongstrong(/strongstrongดูตารางประกอบ/strongstrong) /strongstrongจะเห็นได้ว่า การเปลี่ยนผ่านไปสู่ประเทศเกษตรทันสมัยและบริการฐานความรู้ น่าจะเป็นภาพที่พึงปรารถนาที่สุด/strong strongเพราะจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงสุด ซึ่งทำให้ไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางในปี /strongstrong2028 /strongstrongหลังจากเข้าสู่สังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์ไม่กี่ปี ขณะที่มีความเหลื่อมล้ำและสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด/strong/p pอย่างไรก็ตาม โครงสร้างเศรษฐกิจในปัจจุบัน ซึ่งมีสัดส่วนของภาคอุตสาหกรรมใน GDP ในระดับสูง จะทำให้การเปลี่ยนสู่ภาพสถานการณ์ที่ 2 ง่ายกว่าในระยะสั้น ดังนั้น ภาพที่น่าจะเกิดขึ้นคือส่วนผสมของภาพสถานการณ์ที่ 2 และ 3 โดยมีจุดเชื่อมที่สำคัญคือ การพัฒนาบริการธุรกิจที่รองรับอุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ซึ่งจะเชื่อมต่อระหว่างภาคเศรษฐกิจทั้งสาม/p pstrongการเปลี่ยนผ่านไปสู่อนาคตที่พึงปรารถนาดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อปัจจัย /strongstrong4 /strongstrongด้านเกิดขึ้นคือ มีทุนมนุษย์คุณภาพสูง การจัดสรรเงินทุนก่อให้เกิดผลิตภาพ รัฐมีประสิทธิภาพและระบบเศรษฐกิจเปิดกว้าง/strong/p pโครงสร้างเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปจะทำให้สังคมไทยในอนาคตมีความหลากหลาย และซับซ้อนกว่าปัจจุบันมาก อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านจะก่อให้เกิดความขัดแย้ง เพราะผลประโยชน์ ความเชื่อ และคุณค่าของคนแต่ละกลุ่มจะแตกต่างกันมากขึ้น การป้องกันและระงับความขัดแย้งจากการเปลี่ยนผ่านจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากรัฐที่ควรเป็นผู้ป้องกันและระงับความขัดแย้ง มีลักษณะรวมศูนย์อำนาจ บริหารอย่างแยกส่วน ไม่เปิดกว้าง และไร้วินัย/p pการเปลี่ยนผ่านจะเกิดขึ้นได้อย่างราบรื่นจึงจำเป็นต้องมีภาครัฐที่เปิดกว้าง มีวินัยและกระจายอำนาจ ขณะที่ยังสามารถประสานนโยบายภาพรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นstrong ความท้าทายที่สำคัญที่สุดในการเปลี่ยนผ่านของไทยในอีก /strongstrong3 /strongstrongทศวรรษคือ การปฏิรูปภาครัฐ/strong/p p align="CENTER"strongประเทศไทยในปัจจุบันและประเทศไทยในปี /strongstrong2045 /strongstrongในภาพสถานการณ์ต่างๆ/strong/p table border="1" cellpadding="0" cellspacing="0" width="634" tbody tr td nowrap="nowrap" style="width:237px;height:19px;" p align="center"strongดัชนี/strong/p /td td style="width:99px;height:19px;" p align="center"strongประเทศไทย 2014/strong/p /td td nowrap="nowrap" style="width:99px;height:19px;" p align="center"strongประเทศไทยไปเรื่อยๆ/strong/p /td td nowrap="nowrap" style="width:94px;height:19px;" p align="center"strongอุตสาหกรรมก้าวหน้า/strong/p /td td nowrap="nowrap" style="width:104px;height:19px;" p align="center"strongเกษตรทันสมัย-บริการฐานความรู้/strong/p /td /tr tr td nowrap="nowrap" style="width:237px;height:19px;" pอัตราการเติบโตเฉลี่ย (% ต่อปี)/p /td td style="width:99px;height:19px;" p align="right"5.94/p /td td nowrap="nowrap" style="width:99px;height:19px;" p align="right"3.55/p /td td nowrap="nowrap" style="width:94px;height:19px;" p align="right"4.59/p /td td nowrap="nowrap" style="width:104px;height:19px;" p align="right"5.21/p /td /tr tr td nowrap="nowrap" style="width:237px;height:29px;" pรายได้ที่แท้จริงต่อหัว ($)/p /td td style="width:99px;height:29px;" p align="right"nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; 5,480/p /td td nowrap="nowrap" style="width:99px;height:29px;" p align="right"nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; 17,016/p /td td nowrap="nowrap" style="width:94px;height:29px;" p align="right"nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; 23,736/p /td td nowrap="nowrap" style="width:104px;height:29px;" p align="right"nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; 28,402/p /td /tr tr td nowrap="nowrap" style="width:237px;height:19px;" pปีที่พ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง/p /td td style="width:99px;height:19px;" pnbsp;/p /td td nowrap="nowrap" style="width:99px;height:19px;" p align="right"2036/p /td td nowrap="nowrap" style="width:94px;height:19px;" p align="right"2028/p /td td nowrap="nowrap" style="width:104px;height:19px;" p align="right"2028/p /td /tr tr td nowrap="nowrap" style="width:237px;height:19px;" pสัดส่วนมูลค่าเพิ่ม/p /td td style="width:99px;height:19px;" pnbsp;/p /td td nowrap="nowrap" style="width:99px;height:19px;" p align="right"nbsp;/p /td td nowrap="nowrap" style="width:94px;height:19px;" p align="right"nbsp;/p /td td nowrap="nowrap" style="width:104px;height:19px;" p align="right"nbsp;/p /td /tr tr td nowrap="nowrap" style="width:237px;height:19px;" pnbsp; - เกษตรกรรม/p /td td style="width:99px;height:19px;" p align="right"12.3/p /td td nowrap="nowrap" style="width:99px;height:19px;" p align="right"4.4/p /td td nowrap="nowrap" style="width:94px;height:19px;" p align="right"3.1/p /td td nowrap="nowrap" style="width:104px;height:19px;" p align="right"3.8/p /td /tr tr td nowrap="nowrap" style="width:237px;height:19px;" pnbsp; - อุตสาหกรรมการผลิต/p /td td style="width:99px;height:19px;" p align="right"37.9/p /td td nowrap="nowrap" style="width:99px;height:19px;" p align="right"49.9/p /td td nowrap="nowrap" style="width:94px;height:19px;" p align="right"63.8/p /td td nowrap="nowrap" style="width:104px;height:19px;" p align="right"37.0/p /td /tr tr td nowrap="nowrap" style="width:237px;height:19px;" pnbsp; - บริการ/p /td td style="width:99px;height:19px;" p align="right"49.8/p /td td nowrap="nowrap" style="width:99px;height:19px;" p align="right"45.8/p /td td nowrap="nowrap" style="width:94px;height:19px;" p align="right"33.1/p /td td nowrap="nowrap" style="width:104px;height:19px;" p align="right"59.3/p /td /tr tr td nowrap="nowrap" style="width:237px;height:19px;" pดัชนีความเหลื่อมล้ำ (Gini coefficient)/p /td td style="width:99px;height:19px;" p align="right"0.39/p /td td nowrap="nowrap" style="width:99px;height:19px;" p align="right"0.37/p /td td nowrap="nowrap" style="width:94px;height:19px;" p align="right"0.42/p /td td nowrap="nowrap" style="width:104px;height:19px;" p align="right"0.33/p /td /tr tr td nowrap="nowrap" style="width:237px;height:19px;" pมูลค่าเพิ่มต่อหน่วยการปล่อย COsub2/sub ($ ต่อตัน)/p /td td style="width:99px;height:19px;" p align="right"1,109/p /td td nowrap="nowrap" style="width:99px;height:19px;" p align="right"3,584/p /td td nowrap="nowrap" style="width:94px;height:19px;" p align="right"3,901/p /td td nowrap="nowrap" style="width:104px;height:19px;" p align="right"5,464/p /td /tr /tbody /table p align="CENTER"nbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/tUap4S2P2fQ" height="1" width="1"/

แถลงการณ์นกพิราบ lll

Tue, 25/11/2014 - 17:02
!--break--!--break-- pหกเดือนรัฐประหารสืบชะตาbr /เหล่าอีการุมทึ้งพิราบขาวbr /ไล่ล่าแห่ประจานจับขึงราวbr /บิดข่าวสารเบือนความจริงอ้าwbrงปรองดองbr /br /จับหนึ่งเพิ่มข้อหาหากฝ่าฝืwbrนbr /แล้วจะคืนความสุขให้ไทยทั้งwbrผองbr /คนเป็นคนแค่เห็นต่างถูกจำจอwbrงbr /ส่งฟ้องหนึ่งหนึ่งสองเป็นว่wbrาเล่นbr /br /ดีแต่ข่มดีแต่ขู่สร้างความกwbrลัวbr /ชั่วแต่พูดชั่วแต่พล่ามห้ามwbrความเห็นbr /คำสั่งห้ามเคลื่อนไหวบีบให้wbrเซ็นbr /ขู่เข็ญด้วยภัยมืดตามคุกคามbr /br /ไล่ผู้คนออกจากถิ่นที่อยู่br /ตู่ว่าปฏิรูปอยู่อย่าได้ถามbr /หากนอกลู่นอกยามต้องปราบปราwbrมbr /ชูสามนิ้วเข้าล้อมจับทั้งกรwbrมกองbr /br /วาทกรรมปรองดองเคลือบยาพิษbr /ได้แต่ลิดรอนสิทธิชนทั้งผองbr /กฎอัยการศึกคงอำนาจไว้คะนองbr /คอยจับจ้องฟ้องข้อหาประชาชนbr /br /ทบทวีนักโทษการเมืองจนล้นคุwbrกbr /นี้จะปลุกผู้คนล้นท้องถนนbr /ทั้งสามัญชนผู้ไม่ยอมจำนนbr /อีกผองชนให้ลุกตื่นจากฝันร้wbrายbr /br /เหล่าพิราบถูกหักปีกแหว่งวิ่นbr /แต่ยังโบยบินไม่สิ้นสูญสลายbr /ท่านฆ่าเราเกิดใหม่ใช่ตกตายbr /ปลุกสหายนกพิราบอีกร้อยพันbr /..........................wbr..........................wbr.............br /br /“แม้แต่ระบอบเผด็จการทหารที่เข้มแข็งในฟิลิปปินส์ปี 1986 ก็ยังถูกโค่นล้มลงได้เมื่อปwbrระชาชนลุกฮือขึ้นและปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือ”br /br /#WeAreEverywhere #เราอยู่ทุกหนแห่งbr /…………………………………………………………….br /br /แถลงการณ์นกพิราบ lllbr /br /เราขอเรียกร้องให้คณะรัฐประwbrหาร คสช. นำโดย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชาbr /br /1. ยกเลิกกฎอัยการศึกbr /กฎอัยการศึกคือเครื่องมือคุwbrกคามสิทธิเสรีภาพของนักศึกษwbrาและประชาชน การใช้กฎอัยการศึกปิดปากผู้wbrคนรังแต่จะทำให้สังคมไทยตกอwbrยู่ในวงจรความขัดแย้งรุนแรงwbrไม่สิ้นสุด เราเชื่อว่ากระบวนการปรองดอwbrงจะเกิดขึ้นได้ตราบที่ความยุติธรรมบังเกิด ตราบที่ผู้คนได้แสดงออกซึ่งwbrความคิดความเห็นที่แตกต่างอwbrย่างมีเสรีภาพbr /br /2. ปล่อยนักโทษการเมืองbr /ให้พวกเขาได้มีสิทธิสู้คดีตwbrามกระบวนการยุติธรรมปกติ หยุดนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร ประชาชนมิใช่เชลยศึก พวกเขาเพียงแสดงออกซึ่งความwbrเห็นต่าง พวกเขามิใช่อาชญากรที่เป็นภwbrัยต่อความมั่นคงของรัฐbr /br /3. คืนอำนาจให้ประชาชนbr /เราเห็นว่าความขัดแย้งเป็นเwbrรื่องปกติในสังคมที่แตกต่างwbrหลากหลาย วิธีจัดการความขัดแย้งตามกลwbrไกประชาธิปไตยคือการที่คนทุwbrกคนมีหนึ่งสิทธิหนึ่งเสียงเwbrท่าเทียมกันโดยถ้วนหน้า ขอให้เราได้เดินหน้าสู่การปwbrฏิรูปประเทศด้วยกันโดยถ้วนทั่ว เพราะเราเป็นประชาชนของประเwbrทศนี้เท่าๆ กับท่านbr /br /จากฉันถึงเธอbr /ในห้วงเวลา 6 เดือนหลังรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557br /25 พ.ย. 2557/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/lJEHSrKpx-M" height="1" width="1"/

สมาคมชาวนาขอสภาปฏิรูปแห่งชาติออกกฎหมายสงวนอาชีพกสิกร

Tue, 25/11/2014 - 15:00
pเทียนฉาย กีระนันท์ รับหนังสือจากสมาคมชาวนาไทย ขอให้รัฐออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ รักษาอาชีพกสิกรรมคู่ประเทศไทย คุ้มครองพันธุ์ข้าว-พืช-สัตว์ สนับสนุนชาวนาให้ดำรงชีพได้อย่างมีศักดิ์ศรี คุณภาพชีวิตดี/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7550/15874442705_b438b67e70_z.jpg" style="width: 560px; height: 372px;" //p p25 พ.ย. 2557 - a href="http://www.parliament.go.th/ewtadmin/ewt/parliament_parcy/ewt_news.php?nid=26126amp;filename=house2554"เว็บไซต์รัฐสภา/a รายงานว่า เมื่อเวลา 13.30 น. บริเวณห้องโถง อาคารรัฐสภา 1 นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ และ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ที่ปรึกษาและโฆษกกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ nbsp;รับหนังสือจาก นายนิพนธ์ วงษ์ตระหง่าน ว่าที่ประธานสหพันธ์สมาคมชาวนาไทย (สชท.) โดยได้รวบรวมข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อให้การแก้ปัญหาชาวนามีทิศทางชัดเจนในระยะยาว จึงขอยื่นข้อเสนอแนะ ต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ดังนี้/p p style="margin-left: 40px;"1. รัฐพึงธำรงรักษาอาชีพการทำกสิกรรมไว้คู่กับประเทศไทย/p p style="margin-left: 40px;"2. รัฐพึงคุ้มครองพันธุกรรมข้าว พืช และสัตว์ที่มีแหล่งกำเนิดในประเทศไทย ส่งเสริม สนับสนุน ช่วยเหลือเกษตรชาวนาไทย ให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมีความยั่งยืนในการประกอบสัมมาชีพเกษตรกรรม/p p style="margin-left: 40px;"3. รัฐต้องออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องในข้อ 1 และ 2 และให้สามารถบังคับใช้ได้ภายใน 2 ปี/p pโดยประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้กล่าวขอบคุณสหพันธ์สมาคมชาวนาไทย ที่ช่วยกันคิดและพิจารณา และเสนอแนะความเห็นต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ nbsp;ซึ่งข้อเสนอแนะดังกล่าวเป็นประโยชน์อย่างมากต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติและคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อจะได้นำมาเป็นกรอบกำหนดแนวทางในการปฏิรูปที่เกี่ยวข้องกับชาวนาต่อไป ทั้งนี้ประเด็นปัญหาที่เกี่ยวกับชาวนานั้นมีความหลากหลาย และถือเป็นโอกาสอันดีที่จะทำการปฏิรูปเพื่อจะได้แก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างเป็นระบบ และเท่าเทียมต่อไป/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/alD-Q_PiX4k" height="1" width="1"/

ใบปลิวต้าน คสช. โผล่ ห้องน้ำตึก อ.มช. นอกเครื่องแบบเฝ้าจับตากว่า 30 นาย

Tue, 25/11/2014 - 14:59
p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7571/15874394365_013d103a92.jpg" style="width: 500px; height: 338px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7569/15687063200_67f2b6fcc7.jpg" style="width: 300px; height: 500px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm9.staticflickr.com/8567/15874394325_194d47c38a.jpg" style="width: 375px; height: 500px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7518/15688371319_305118fcd7.jpg" style="width: 375px; height: 500px;" //p p25 พ.ย. 2557 – nbsp;มีรายงานว่า นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้โปรยใบปลิวต้าน คสช. บริเวณห้องน้ำในตึกองค์กรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่(อ.มช.) หลังจากไม่สามารถจัดงานเสวนา "กินข้าวถกปัญหา กิจกรรมนักศึกษา ภายใต้กฏอัยการศึก"nbsp; ได้เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่หารและตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบเข้ามาเฝ้าจับตาอยู่บริเวณโดยรอบอาคารกว่า 30 นาย ซึ่งข้อความในใบปลิวระบุว่า “หยุดคุกคาม นักศึกษา” “Dictator get out” และ “No coup”nbsp; เบื้องต้นยังไม่มีการเข้าควบคุมตัวนักศึกษาแต่อย่างใด/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7488/15686997898_2dc7330eb7.jpg" style="width: 500px; height: 352px;" //p pหนึ่งในผู้จัดกิจกรรมเสวนาให้ข้อมูลว่า วันนี้ตามเดิมจะมีการจัดเสวนาขึ้น โดยตั้งใจให้เป็นพื้นที่สำหรับนักศึกษามาพูดคุยกัน แต่ก็มีเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจนอกเครื่องแบบ เข้ามาบริเวณตึกอ.มช. จึงไม่สามารถจัดกิจกรรมได้ ขณะที่ทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก็ได้จัดกิจกรรมประดับธงตึก อ.มช. ซึ่งเข้าใจว่าเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจของนักศึกษา เพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยมีการจัดกิจกรรมลักษณะนี้มาก่อน แต่มาจัดวันเดียวกับวันที่จะมีการจัดเสวนา/p p style="text-align: center;"nbsp;/p pnbsp;/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/Ld1AfFhmJRU" height="1" width="1"/

เมื่อคนรวยและมีอำนาจในบราซิล อาจจะไม่ได้อยู่เหนือกฎหมายอีกต่อไป

Tue, 25/11/2014 - 14:22
pในช่วงที่ผ่านมากระบวนการยุติธรรมในบราซิลเริ่มมีการปรับเปลี่ยนทำให้บุคคลร่ำรวยหรืออยู่ในระดับสูงไม่สามารถลอยนวลจากความผิดที่ก่ออีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารระดับสูงของบรรษัทยักษ์ใหญ่ที่คอร์รัปชันหรือผู้พิพากษาที่เบ่งใส่ตำรวจจราจร/p p!--break--!--break--/ppbr /24 พ.ย. 2557 สำนักข่าวโกลบอลโพสต์รายงานว่าเมื่อช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา พนักงานอัยการรัฐหลายคนในบราซิลเริ่มดำเนินการฟ้องร้องชนชั้นนำที่กระทำความผิด ทำให้ผู้สังเกตการณ์ประเทศบราซิลมีความหวังว่าบราซิลจะเริ่มเอาจริงเอาจังกับการดำเนินคดีกับผู้อยู่ในสังคมระดับสูง/p pนับตั้งแต่ประเทศบราซิลเปลี่ยนแปลงเป็นระบอบประชาธิปไตยในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 1980 กลุ่มคนรวยและผู้มีอำนาจในบราซิลต่างก็กระทำความผิดต่างๆ แล้วยังลอยนวลอยู่ได้ โดยไม่เพียงแค่มีการทุจริตคอร์รัปชันแพร่กระจายไปทั่วเท่านั้น ความผิดต่างๆ เหล่านี้ยังไม่เคยถูกสอบสวนหรือมีการดำเนินการใดๆ เลย แต่จากเทรนด์ในบราซิลตอนนี้ดูเหมือนว่าเรื่องราวกำลังจะเปลี่ยนไป/p pชาวบราซิลใช้ 'แฮชแท็ก' ในทวิตเตอร์เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับคดีความต่างๆ 3 คดี ซึ่งทั้ง 3 คดีเกี่ยวพันกับชนชั้นนำในบราซิลทั้งสิ้น/p pแฮชแท็กแรกคือ #Petrobras หรือกรณีบริษัทเปโตรบราส ซึ่งเป็นบริษัทด้านพลังงานของบราซิลซึ่งเป็นแบบกึ่งรัฐกึ่งเอกชน บริษัทนี้ไม่เพียงแค่มีเงินมหาศาลหลายพันล้านดอลลาร์เท่านั้นแต่ยังถูกกล่าวหาว่ามีการฟอกเงินและตั้งราคาสูงทำกำไรเกินจริง (profit-skimming) ทำให้อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเปโตรบราสและผู้บริหารระดับสูงของบริษัทก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในบราซิลตกเป็นผู้ต้องหา ถือเป็นการกล่าวหากลุ่มผู้บริหารและคนของรัฐบาลในบริษัทที่อำนาจมากในบราซิล ในตอนนี้มีผู้ถูกจับกุมแล้ว 27 ราย/p pนอกจากนี้อัยการของบราซิลยังเปิดเผยอีกว่าเงินที่ยักยอกจากเปโตรบราสไปนั้นมีการนำไปใช้กับการรณรงค์ทางการเมืองรวมถึงพรรคแรงงานของประธานาธิบดีดิลมา รุสเซฟฟ์ ด้วย ซึ่งรุสเซฟฟ์และพรรคการเมืองอื่นๆ ก็คอยปฏิเสธข้อกล่าวหานี้โดยตลอด/p pอย่างไรก็ตามรุสเซฟฟ์ยอมรับว่าคดีนี้มีความสำคัญในระดับที่อาจจะเป็นการเปลี่ยนประเทศได้จากการทำให้ 'การลอยนวล' เหนือความผิดหมดไป/p pเปาโล โซเตโร ผู้อำนวยการสถาบันบราซิลที่ศูนย์วิลสันวูดโรว์ในวอชังตันดีซีกล่าวว่าคดีเปโตรบราสเป็นคดีที่สะท้อนคดีใหญ่อีกคดีหนึ่งก่อนหน้านี้ที่ชื่อ "คดีเมนซาเลา" (คดีเงินเดือนสูง) ที่มีการดำเนินคดีในปี 2555 ในคดีนั้นทำให้มีนักการเมือง 18 คนถูกตั้งข้อหาเรื่องซื้อเสียงและทำให้เสนาธิการทหารในสมัยของประธานาธิบดีลุลา ดา ซิลว่า ถูกปลดออกจากตำแหน่ง/p pโซเตโรกล่าวถึงคดีเมนซาเลาว่าในตอนนั้นผู้คนคิดว่าเรื่องจะจบลงโดยมีการจัดสรรผลประโยชน์กันในหมู่ชนชั้นนำแล้วก็จบไป แต่กลายเป็นว่ามีคนถูกพิจารณาให้มีความผิด 25 คน มีบางคนถูกส่งเข้าคุก คดีเมนซาเลาจึงเป็นคดีที่ยุติความคิดที่ว่าการดำเนินคดีกับชนชั้นนำจะยุติลงที่การ 'แบ่งเค้ก' และลอยนวลเหนือความผิด/p pโซเตโรกล่าวอีกว่าคดีเปโตรบราสก็เช่นเดียวกับกรณีเมนซาเลา มันเป็นสัญญาณว่าระบบยุติธรรมของบราซิลมีการเติบโตและเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเน้นย้ำในเรื่องหลักนิติธรรม/p pคดีต่อมาที่ถูกกล่าวถึงคือ #EikeBatistaClasseMedia หรือ "คดีชนชั้นกลางไอเก บาติสตา" ซึ่งไอเก บาติสตา ถือว่าเป็นผู้ที่ร่ำรวยที่สุดในบราซิลจากการจัดอันดับเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เขาสืบทอดกิจการต่อจากบรรษัทด้านเหมืองเงินและทอง รวมถึงการขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ แต่เมื่อปีที่แล้วมีการเปิดเผยว่าโครงการสำรวจนอกชายฝั่งของเขาล้มเหลว ทำให้บรรษัทของเขาล่มสลาย/p pบาติสตาสูญเสียทรัพย์สินของเขาไปหลังจากที่หุ้นของบรรษัทเขาดิ่งลงฮวบฮาบ เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมาเขากล่าวให้สัมภาษณ์ต่อหนังสือพิมพ์ในบราซิลว่าการสูญเสียของเขาทำให้เขากลับไปเป็นชนชั้นกลางด้วย "เสียงร่วงตุ้บขนาดใหญ่" ซึ่งคำๆ นี้กลายมาเป็นสิ่งที่ถูกล้อเลียนทั่วเว็บไซต์โซเชียลมีเดีย/p pแต่บาติสตาเจอปัญหามากกว่านั้นเมื่อเขากำลังถูกสอบสวนเรื่องการซื้อขายหลักทรัพย์โดยอาศัยข้อมูลวงใน (insider trading) และยังถูกกล่าวหาว่าเทขายหุ้นของบรรษัทตนหลายล้านดอลลาร์เพื่อไม่ให้สูญเสียทางการเงินไปมากกว่านี้ แต่บาติสตาก็ปฏิเสธข้อกล่าวหาโดยพยายามชี้ให้เห็นว่าเขาสูญเสียไปหลายพันล้านในช่วงที่หุ้นตก/p pในวอลล์สตรีท คดีซื้อขายหลักทรัพย์โดยอาศัยข้อมูลวงในอาจจะเป็นสิ่งที่ดูธรรมดาไปแล้วแต่สำหรับในบราซิลคดีของบาติสตาเป็นเรื่องใหม่เพราะไม่มีใครเคยต้องเข้าคุกจากคดีแบบนี้มาก่อน/p pเจมี คูเปอร์ ศาตราจารย์ด้านกฎหมายจากวิทยาลัยกฎหมายแคลิฟอร์เนียเวสเทิร์นในซานดิเอโก ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบกฎหมายอเมริกาใต้กล่าวว่า คดีของบาติสตาแสดงให้เห็นว่าบราซิลเริ่มมีการท้าทายเพื่อตรวจสอบบุคคลที่มีอำนาจด้วยวิธีการที่เป็นประชาธิปไตย แม้ว่าอาจจะยังสรุปให้ดูยิ่งใหญ่ไม่ได้แต่ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดี/p pคดีที่สามคือคดี #Juiznaoedeus ที่แปลว่า "ผู้พิพากษาไม่ใช่พระเจ้า" คดีนี้มาจากการพยายามเอาตัวเองพ้นผิดของผู้พิพากษาคนหนึ่งทำให้มีผู้ทราบเหตุการณ์ไม่พอใจอย่างมาก และเป็นบทสะท้อนว่าสำหรับในบราซิลไม่ใช่แค่ชนชั้นนำที่มีชื่อเสียงเท่านั้นจะถูกตัดสินไม่ให้ลอยนวล แต่ผู้พิพากษาที่ทำความผิดเสียเองก็หนีไม่พ้น/p pเรื่องอื้อฉาวที่เกิดขึ้นมาจากรายงานข่าวเกี่ยวกับผู้พิพากษาโจเอา คาร์ลอส เดอ เซาซา คอร์เรีย เขาถูกสั่งให้หยุดที่ด่านตรวจคนเมาแล้วขับที่ริโอเดอจาเนโร เขาขับรถโดยไม่มีใบขับขี่รวมถึงไม่มีป้ายทะเบียนทำให้ตำรวจจราจรชื่อลูเซียนา แทมบูรินี ออกใบสั่งแต่เซาซา คอร์เรีย ก็โต้ตอบด้วยความโมโหแล้วประกาศว่าเขาเป็นผู้พิพากษา แต่แทมบูรินีก้กล่าวตอบว่า "คุณอาจจะเป็นผู้พิพากษา แต่คุณไม่ใช่พระเจ้า"/p pจากนั้นแทมบูรินีก็ถูกตัดสินดำเนินคดีข้อหา "ล่วงละเมิดผู้มีบรรดาศักดิ์" ซึ่งหมายถึงผู้พิพากษาและถูกสั่งปรับเป็นเงิน 2,000 ดอลลาร์ (ราว 65,000 บาท) แต่การลงโทษก็ยังอยู่ในขั้นตอนการอุทธรณ์ หลังจากที่สื่อรายงานเรื่องราวนี้แล้วก็มีการลงขันบริจาคเพื่อเป็นเงินต่อสู้คดีให้กับแทมบูรินีมากกว่า 27,000 ดอลลาร์ (ราว 886,000 บาท)/p pนอกจากนี้ชาวบราซิลตามโซเชียลมีเดียก็เรียกร้องให้มีการดำเนินคดีกับ เซาซา คอร์เรีย ตามกระบวนการยุติธรรม นอกจากนี้ยังมีการล่ารายชื่อเพื่อเรียกร้องให้ปลดเขาออกจากตำแหน่ง สมาคมนักกฎหมายบราซิลสาขาริโอเดอจาเนโรยังได้เรียกร้องให้มีการสั่งพักงานเขาทันที แม้ว่าเซาซา คอร์เรีย จะยังไม่ถูกดำเนินการใดๆ ในตอนนี้แต่การตอบโต้จากสาธารณชน จากสื่อ และจากสมาคมนักกฎหมายก็แสดงให้เห็นว่าเขามีปัญหาแล้ว/p pnbsp;/p pstrongเรียบเรียงจาก/strong/p pBrazil's rich and powerful may no longer be above the law, Global Post, 20-11-2014br /a href="http://www.globalpost.com/dispatch/news/regions/americas/brazil/141118/hashtags-brazilian-justice-cases-petrobras"http://www.globalpost.com/dispatch/news/regions/americas/brazil/141118/hashtags-brazilian-justice-cases-petrobras/a/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/sugjzdov5HU" height="1" width="1"/

นายกรัฐมนตรีมอบหมายปลัด ศธ. ดูแลภาพรวมนักศึกษาเคลื่อนไหวการเมือง

Tue, 25/11/2014 - 13:57
pปลัดกระทรวงศึกษาธิการให้ศูนย์เสมารักษ์ทั่วประเทศ เร่งตรวจตราเชิงรุก-ป้องกันนักศึกษาแสดงออกทางการเมืองไม่เหมาะสม ให้ สกอ. ดูแลนักศึกษาที่มีความเห็นต่าง ย้ำแสดงออกได้ แต่ต้องเหมาะสมมีกาละเทศะ ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ มอบหมายสถาบันพระปกเกล้า และสภาปฏิรูปทำเวทีให้นักศึกษามาแสดงออก/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm6.staticflickr.com/5521/14495806581_0425c58747_z.jpg" style="width: 560px; height: 370px;" //p p style="text-align: center;"strongspan style="color:#ff8c00;"สุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ที่มา: /spana href="http://www.moe-news.net/index.php/blog/2014/06/moenews147"span style="color:#ff8c00;"เว็บไซต์สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ/span/aspan style="color:#ff8c00;"/แฟ้มภาพ)/span/strong/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7468/15635735697_90dfd865ef_z.jpg" style="width: 560px; height: 391px;" //p p style="text-align: center;"strongspan style="color:#ff8c00;"นักศึกษาที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ถูกห้ามไม่ให้ทำกิจกรรมค้านการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2557 (ที่มา: เอื้อเฟื้อภาพโดยนักข่าวภาพสนาม/แฟ้มภาพ) /spana href="http://prachatai.org/journal/2014/11/56553"span style="color:#ff8c00;"(ชมภาพทั้งหมด)/span/a/strong/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm6.staticflickr.com/5613/15802602016_6b758c2e6e_z_d.jpg" style="width: 560px; height: 420px;" //p pspan style="color:#ff8c00;"strongกลุ่มนักศึกษา "ดาวดิน" จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ถูกนำไปปรับทัศนคติ หลังชูสามนิ้วและสวมเสื้อยืดมีข้อความเรียงกันว่า "ไม่-เอา-รัฐ-ประ-หาร" ต่อหน้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระหว่างตรวจราชการ จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2557 (ที่มา: นักข่าวพลเมือง/แฟ้มภาพ)/strong/span/p pnbsp;/p p25 พ.ย. 2557 - กรณีที่สัปดาห์ที่แล้วมีนักศึกษาหลายมหาวิทยาลัย ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองนั้น ต่อมา เมื่อวันที่ 24 พ.ย. a href="http://thainews.prd.go.th/centerweb/News/NewsDetail?NT01_NewsID=TNSOC5711240010158"สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย /aรายงานว่า สุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ หรือ เทียบเท่าที่มี พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้เน้นย้ำให้กระทรวงศึกษาธิการ ช่วยดูแลภาพรวมของนักเรียนและนักศึกษาที่ออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการเห็นว่าการแสดงออกทางการเมืองเป็นเรื่องที่ทำได้ แต่ต้องดูความเหมาะสม/p pทั้งนี้ ได้กำชับเรื่องดังกล่าวไปยังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ให้ช่วยดูแลนักศึกษาที่ออกมาแสดงความเห็นต่างทางการเมือง เพราะเรื่องการแสดงออกทางความคิดของกลุ่มนักศึกษาทำได้ แต่ต้องดูความเหมาะสมและกาลเทศะ ซึ่งทุกคนมีสิทธิหน้าที่อย่างเท่าเทียมกัน แต่การแสดงออกต้องเคารพสิทธิหน้าที่ของผู้อื่นด้วย ซึ่งตนเองเข้าใจว่าเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่มีความคิดเร็ว ทำเร็ว อาจไม่ได้ตั้งใจ ดังนั้น จะเร่งปลูกฝังเรื่องหน้าที่และพลเมืองให้แก่เด็กและเยาวชนได้ตระหนักถึงสิทธิและหน้าที่ของตนเองให้มากขึ้น/p pปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า ได้สั่งการให้ศูนย์เสมารักษ์ของ กระทรวงศึกษาธิการ ที่มีอยู่ 13 แห่งทั่วประเทศ ช่วยตรวจตราเชิงรุกมากขึ้น เพื่อไม่ให้เด็กและนักศึกษาแสดงออกทางการเมืองอย่างไม่เหมาะสมอีก ขณะเดียวกัน กระทรวงศึกษาธิการ เตรียมหารือกับสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ว่าจะทำอย่างไรให้เรื่องค่านิยมหลักคนไทย12 ประการ ได้เข้าถึงผู้เรียนอย่างแท้จริง เนื่องจาก วช.มีการทำวิจัยในเรื่องนี้นำร่องไปแล้วว่า การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของมนุษย์ ไม่ใช่แค่การท่องจำ หรือ ร้องเพลง แต่การให้ค่านิยมหลัก 12 ประการเข้าถึงผู้เรียนจะต้องเกิดจากการปฎิบัติ เพราะจะทำให้เด็กและเยาวชนได้รู้สิทธิและหน้าที่ของตนเองตามหลักประชาธิปไตยด้วย/p pnbsp;/p pstrongนายกรัฐมนตรีมอบหมาย สปช. สถาบันพระปกเกล้าทำเวทีให้นักศึกษามาแสดงออก/strong/p pa href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1416825755"มติชนออนไลน์/a รายงานด้วยว่า สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเมื่อวันที่ 24 พ.ย. ว่านายกรัฐมนตรีเตรียมเปิดเวทีเพื่อให้นักศึกษาได้แสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์การเมืองของประเทศ โดยมอบหมายให้ สภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. และสถาบันพระปกเกล้า หาแนวทางและรูปแบบของเวที ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในเร็วๆ นี้ โดยไม่ต้องผ่อนปรนกฏหมายเนื่องจาก สปช. สามารถดำเนินการไปตามกรอบของกฏหมายพิเศษได้ ทั้งนี้มองว่าการแสดงออกต่างๆ เป็นเพียงการแสดงสัญลักษณ์เท่านั้น/p pอย่างไรก็ตามจากการข่าวรายงานว่า สถานการณ์การแสดงออกในลักษณะดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นแต่รัฐบาลสามารถควบคุมได้และไม่น่าเป็นห่วง ซึ่งสถานการณ์ด้านความมั่นคงในส่วนตัวนั้นไม่สามารถเปิดเผยได้บ่อยครั้งเพราะไม่เหมาะสม/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/Zk0FqQB1KRI" height="1" width="1"/

รายงาน จับตาการเคลื่อนไหวหลังทหารลงพื้นที่คุยกับ ‘กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด’

Tue, 25/11/2014 - 11:02
pรายงานจากพื้นที่ อ.วังสะพุง จ.เลย หลังทหารเข้าพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด กรณีปัญหาการทำเหมืองแร่ทองคำ และหลังชาวบ้านเผยแพร่ภาพชู 3 นิ้วกลางทุ่งนาให้กำลังใจนักศึกษากลุ่มดาวดิน /p !--break--!--break-- pเวลา 9.00 น. ของวันที่ 23 พ.ย. 2557nbsp; เจ้าหน้าที่ทหารได้เข้ามาในพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย กรณีปัญหาการทำเหมืองแร่ทองคำและความสัมพันธ์กับกลุ่มนักศึกษา "ดาวดิน" ภายหลังจากการเผยแพร่ภาพที่ชาวบ้านแสดงจุดยืนสนับสนุนและให้กำลังใจนักศึกษากลุ่มดาวดิน ด้วยการชู 3 นิ้วกลางทุ่งนา/p p“ทหารเข้ามาจริงตามที่ได้ขอนัดหมายไว้ แต่เข้ามาเพียงคนเดียวคือ พันตรีคำผล ติวเฮือง จากเดิมแจ้งว่าจะมาคุยเรื่องนักศึกษาดาวดินและเรื่องเหมืองแร่ แต่เมื่อมาถึงพบชาวบ้านและนักข่าวรวมตัวกันอยู่ จึงเปลี่ยนท่าทีเป็นแนะนำตัวกับชาวบ้าน ว่าประจำการอยู่ที่หน่วยเฉพาะกิจเขาหลวง อยากมาทำความรู้จักกับพี่น้องพร้อมทั้งขอผูกข้อไม้ข้อมือเป็นพี่เป็นน้องกับแกนนำของกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด และก่อนกลับยังแจ้งด้วยว่าพรุ่งนี้จะเข้ามาอีก” ภรณ์ทิพย์ หงชัย ชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดกล่าว/p pimg alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7560/15685801730_511be82781_b.jpg" style="width: 560px; height: 420px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7503/15847314206_56da6cca46_b.jpg" style="width: 336px; height: 560px;" //p pต่อมาในวันที่ 24 พ.ย. 2557 เวลา 9.00 น. แหล่งข่าวให้ข้อมูลว่าคณะทหารและหน่วยราชการมากกว่า 50 คน ได้ลงมาในพื้นที่ ประกอบด้วย พันเอกอำนวย จุลโนนยาง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย นายอำเภอวังสะพุง ผกก.สภ.วังสะพุงnbsp; อบต.เขาหลวงnbsp; กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน โดยแบ่งออกเป็น 3 ชุด ชุดที่หนึ่งคือชุดของพันเอกอำนวย จุลโนนยาง มีเจ้าหน้าที่อยู่ประมาณ 30 คน เข้ามาพูดคุยกับชาวบ้าน ชุดที่สองประกอบด้วยกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) มีจำนวน 3 คันรถ และได้เดินทางขึ้นไปบนเหมืองเพื่อตรวจสอบสินแร่ โดยอ้างว่าการตรวจสอบรอบแรกของ กพร. นั้นไม่ตรงกับจำนวนที่ทางบริษัทแจ้งไว้ที่จำนวน 190 ถุง ซึ่ง กพร. พบเพียง 170 ถุง สินแร่หายไป 20 ถุง ชุดที่สามไปแจกผ้าห่มและเข้าร่วมพิธีเกี่ยวข้าวในที่นาของญาติรองนายก อบต.ที่บ้านภูทับฟ้าพัฒนา ซึ่งตรงจุดนั้นมีทหารเกณฑ์อยู่อีกประมาณ 20 คน/p pภัทราภรณ์ แก่งจำปา ชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “การพูดคุยกับพันเอกอำนวย จุลโนนยาง เป็นเพียงการคุยทั่วๆ ไป ไม่ได้ถามอะไรเป็นพิเศษ เช่น ถามว่าชาวบ้านมีอะไรให้ช่วยเหลือไหมnbsp; ชาวบ้านก็บอกว่าเรื่องคดีเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ชาวบ้านถูกทำร้ายนั้นยังไม่มีความคืบหน้าจึงอยากให้ช่วยตรวจสอบ ความคืบหน้าเรื่อง พ.ร.บ.แร่ และเรื่องที่ถูกเหมืองฯ ฟ้องร้องจำนวน 9 คดี แต่จากการพูดคุยยังไม่เห็นความเป็นไปได้ที่เขาจะมาช่วยแก้ปัญหาได้อย่างจริงจัง เพราะทุกครั้งที่เล่าให้ฟัง ทหารเองก็ไม่สนใจสักเท่าไหร่ เวลาพี่น้องถามเรื่องการเข้ามาตรวจสอบและขนแร่นั้น ทางทหารก็บอกว่าไม่ได้เข้ามาเพื่อตรวจแร่ เข้ามาคุยกับพี่น้องชาวบ้านเฉยๆ”/p pทั้งนี้ ช่วงเวลาเกือบครึ่งปีที่ผ่านมา กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในกรณีความเดือดร้อนและความขัดแย้งต่างๆ รวมทั้งการขนแร่อย่างผิดกฎหมายที่มีชายฉกรรจ์หลายร้อยคนบุกเข้าทำร้ายร่างกายชาวบ้านเมื่อวันที่ 15-16 พ.ค. 2557 แต่กลับยังไม่มีความคืบหน้าใดๆnbsp; ดังนั้นการเข้ามาในพื้นที่ของหลายหน่วยงานที่กล่าวมาข้างต้น รวมทั้งท่าทีของกลุ่มทหารชุดใหม่ที่เข้ามาพยายามสร้างความสัมพันธ์และอาสาช่วยทำความสะอาดวัดnbsp; ได้สร้างความกังวลใจต่อชาวบ้านเป็นอย่างยิ่ง โดยชาวบ้านหวังว่าจะไม่ใช่การเข้ามาเพื่อคุ้มครองให้มีการตรวจสอบแร่ของ กพร. และช่วยอำนวยการขนแร่รอบใหม่ในเร็ววันนี้/p pbr /nbsp;/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/en1OD6jEC-M" height="1" width="1"/

ชาวบ้านศรีสะเกษเตรียมยื่นหนังสือถึงรัฐบาล หลัง จนท.อ้างคำสั่ง คสช.รุกที่ทำกิน

Tue, 25/11/2014 - 10:24
pชาวบ้านศรีสะเกษเดือดร้อน เตรียมยื่นหนังสือถึงรัฐบาลกรณีถูกไล่ออกจากที่ทำกิน หลังเจ้าหน้าที่อ้างคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 64 ไล่รื้อ-ดำเนินคดีชาวบ้าน /p !--break--!--break-- pเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2557 ชาวบ้านจาก ต.สำโรงปราสาท อ.ปรางกู่ จ.ศรีสะเกษ ที่ได้รับผลกระทบเรื่องที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย มาร่วมประชุมเพื่อเตรียมยื่นหนังสือเรียกร้องขอความเป็นธรรมจากรัฐบาลให้แก้ไขปัญหาตามนโยบายโฉนดชุมชน เพื่อลดปัญหาความเดือดร้อนจากการที่เจ้าหน้าที่รัฐอ้างคำสั่ง คสช.ที่ 64 /2557nbsp; เพื่อเข้ามาทำการขับไล่ชาวบ้านให้ รื้อถอน สิ่งปลูกสร้าง และอพยพออกจากพื้นที่ รวมทั้งมีการแจ้งความดำเนินคดี โดยอ้างว่าบุกรุกที่สาธารณประโยชน์โคกป่าแดง ทั้งที่ได้มีการวัดแนวเขตร่วมกันและปักเสารั้วเป็นที่ชัดเจน ขณะที่ชาวบ้านชี้แจงว่าได้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่มาแต่สมัยบรรพบุรุษ จนบางพื้นที่ได้มีการออกเอกสารสิทธิให้แล้ว/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7493/15687105609_bd32ecaae4_o.jpg" style="width: 560px; height: 420px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm9.staticflickr.com/8671/15847302636_8e7b917752_o.jpg" style="width: 560px; height: 420px;" //p pนายโสม ศรีวัง ชาวบ้านจาก ต.สำโรงปราสาท อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ เล่าว่า โดยแท้จริงแล้วตามแนวเขตเดิมชาวบ้านไม่ได้มีการคัดค้านแต่อย่างใด โดยช่วงนั้นประมาณปี 2515 ทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งประชาชนในหมู่บ้านได้ร่วมกันทำขึ้น เพื่อกำหนดเป็นแนวเขตระหว่างที่สาธารณประโยชน์กับที่ชาวบ้าน แต่ต่อมามีความพยายามของหน่วยงานภาครัฐที่จะออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง จึงมีหนังสือคำสั่งอำเภอที่ 357/2539 แต่งตั้งคณะกรรมการชี้แนวเขต โดยได้ทับรวมเอาที่ดินทำกินของชาวบ้านและที่มีเอกสารสิทธิเข้าไปด้วย นอกจากนี้ได้มีการเพิกถอนเอกสารสิทธิชาวบ้านเมื่อปี 2551 โดยที่ชาวบ้านได้ถือครองและใช้ประโยชน์ทำกินมาก่อน/p pนายโสมกล่าวด้วยว่า ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน ได้ต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมร่วมกับขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) กระทั่งมีการตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงระดับจังหวัดภายใต้คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่สาธารณประโยชน์ที่ดินเอกชนปล่อยทิ้งร้างและเหมืองแร่ ที่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายถาวรnbsp; เสนเนียม) เป็นประธานลงนามคำสั่งวันที่ 7 มีนาคม 2554 มีมติให้ชะลอและยุติการกระทำใดๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อชาวบ้านไว้ก่อน ล่วงมาถึงปัจจุบัน หน่วยงานภาครัฐได้อาศัยจังหวะ โดยอ้างคำสั่ง คสช.ที่ 64 / 2557 เข้ามาดำเนินการให้ชาวบ้านรื้อถอน และอพยพออกจากพื้นที่ พร้อมทั้งแจ้งความดำเนินคดีกับชาวบ้าน กล่าวหาบุกรุกที่สาธารณประโยชน์อีกครั้ง/p p“แม้จะมีหนังสือจากจังหวัดศรีสะเกษ ให้ชะลอการไล่รื้อและยุติดำเนินการใดๆ ที่จะก่อให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบ ตามมติที่ประชุมระหว่างพีมูฟกับหน่วยงานภาครัฐ ที่ทำสำนักปลัดนายกรัฐมนตรี เมื่อ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา แต่ด้วยชาวบ้านเกรงว่าจะมีความไม่ปลอดภัยในการดำเนินชีวิตเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมาอีก เพราะหากถูกขับไล่ และถูกดำเนินคดีอีก ชาวบ้านรวมทั้งลูกหลานก็จะไม่มีที่อยู่ จึงมีการประชุมกันเพื่อเรียกร้องให้ยุติการไล่รื้อ และขอให้รัฐบาลร่วมแก้ไขปัญหาตามนโยบาย และตามที่ได้มีการดำเนินการในรูปแบบโฉนดชุมชนมาแต่รัฐบาลที่ผ่านมาเป็นการต่อไป” นายโสม กล่าว/p pbr /nbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/GHUT3OjP8nw" height="1" width="1"/

3-Fingered Salute กับสัญลักษณ์แห่งการต่อต้าน

Tue, 25/11/2014 - 10:13
!--break--!--break-- div'I have great hope and faith in the young' …'I want Hunger Games to stir up a revolution’: Donald Sutherland, นักแสดงนำในบทบาทของ President Snow/div divnbsp;/div divการเรียงแถวกันออกมาวิจารณ์ การชูสามนิ้ว หรือ Three Fingered Salute ของนักศึกษาในไทยเพื่อต่อต้านการปิดกั้นเสรีภาพของรัฐ โดยระดับรัฐมนตรีไปจนถึงนักการเมืองและพวกวงการบันเทิง ว่าเป็นการตีความที่ผิด เกินเลยจากภาพยนตร์บ้าง สัญลักษณ์ดังกล่าวเป็นแค่หนัง ดราม่า ไม่เกี่ยวอะไรกับชีวิตจริงบ้าง ไปจนกระทั่งห่วงกลัวจะอับอายขายหน้าฮอลีวูดบ้าง ทัศนะดังกล่าวไม่เพียงสะท้อนโลกอันคับแคบของสังคมท่องจำแบบไทยๆ ที่ขาดทักษะในการคิดและจินตนาการ หากแต่ยังชี้ให้เห็นถึงความล้าหลัง ตามสังคมโลกไม่ทัน ไม่รู้แม้กระทั่งว่า impact ของหนังเรื่องนี้ที่มีต่อโลก และกระทั่งในอเมริกาเองนั้นเป็นอย่างไร และสัญลักษณ์ชูสามนิ้ว ได้กลายเป็นสัญญะของการต่อต้านความไม่เป็นธรรมที่เป็นอยู่ในที่ต่างๆทั่วโลกอย่างไรบ้าง/div divnbsp;/div divอันที่จริง นับแต่ Hunger Games: Catching Fire ออกฉายตั้งแต่ปีที่แล้ว สัญลักษณ์ชูสามนิ้ว ได้กลายเป็นสัญญะแห่งการต่อต้านความไม่เป็นธรรม โดยประชาชนที่ถูกกระทำและเบียดขับโดยรัฐและทุน (the Capitol) ในบริบทต่างๆกันทั่วโลก การรณรงค์ภายใต้ชื่อ Odds in Our Favour โดยกลุ่มที่เรียกตนเองว่า The Harry Potter Alliance ได้เชิญชวนให้ผู้คนถ่ายเซลฟี่รูปตนเองชูสามนิ้ว และโพสต์ในโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค เพื่อเป็นการแสดงออกถึงการต่อต้านความไม่เป็นธรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ในโลกตะวันตกและที่อื่นๆ สัญลักษณ์ชูสามนิ้วที่ใช้ใน District 12 ซึ่งเป็นเขตที่ยากจนที่สุดใน The Hunger Games ได้ถูกให้ความหมายว่าเป็นสัญลักษณ์ของการประท้วงรัฐและทุนขนาดใหญ่ที่ละเลยและสร้างปัญหาความยากจนและการตกงานอย่างกว้างขวางในสหรัฐฯ การรณรงค์ “Odds in Our Favour” ยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง และยังคงเชิญชวนให้ผู้คนแลกเปลี่ยนเรื่องราวของตนเองผ่านเว็ปเพจ a href="http://oddsinourfavor.org/"http://oddsinourfavor.org//a มาจนปัจจุบัน ข่าวคราวของการรณรงค์นี้ปรากฎใน a href="http://www.theguardian.com/books/2013/nov/26/hunger-games-fans-harry-potter-alliance"The Guardian/a ตั้งแต่ปีที่แล้ว/div divnbsp;/div divแต่ทีเด็ดของเรื่องนี้ น่าจะอยู่ที่บทสัมภาษณ์ของ Donald Sutherland ผู้รับบทของ President Snow ในเรื่อง โดย The Guardian เพราะนักแสดงแคเนเดียนผู้นี้ ให้สัมภาษณ์อย่างชัดถ้อยชัดคำว่า The Hunger Games นั้น ไม่ได้เป็นแค่หนัง แต่เป็นรหัสหมายที่แสดงให้เห็นถึงความไม่เสมอภาค อำนาจ และความหวัง ที่ปรากฎอยู่ในสังคมปัจจุบัน เพียงแต่เรามองมันให้ดีและตั้งใจ ก็ย่อมจะเห็นสิ่งแวดล้อมทางการเมืองของสังคมที่พวกเราอยู่กัน และย่อมเริ่มที่จะฉุกคิด ตั้งคำถาม แทนที่จะอยู่กันไปแบบพอใจไปวันๆ และตรงข้ามกับบรรดาผู้นำแห่งสังคมท่องจำในไทย นักแสดงผู้นี้เห็นว่า ภาพยนต์ไม่เพียงสะท้อนความเป็นไปของสังคมเท่านั้น หากแต่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนหนุ่มสาวด้วย เขาเห็นว่า Hunger Games ที่ฉายต่อเนื่องหลายปีย่อมสร้างผลกระทบสะสมได้ คนหนุ่มสาวอาจไม่ลุกขึ้นมาปฏิวัติ แต่หนังย่อมสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้งต่อพวกเขา "They might create a third party. They might change the electoral process, they might be able to take over the government, change the tax system." สำหรับSutherland แล้ว หนังเป็น political activism ประเภทหนึ่ง/div divnbsp;/div divอยากแนะนำให้พวกนักวิจารณ์ทั้งหลายได้อ่านบทสัมภาษณ์ของ Sutherland หูตาจะได้สว่างขึ้นบ้าง/div divnbsp;/div divemอ้างอิงถึงnbsp;a href="http://www.theguardian.com/film/2013/nov/19/donald-sutherland-hunger-games-catching-fire"Donald Sutherland: 'I want Hunger Games to stir up a revolution'/a/em/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/PD5WWpeuhB8" height="1" width="1"/

ดาวบนดิน: ปฏิบัติการไร้ความรุนแรงต้านรัฐประหาร 2557

Tue, 25/11/2014 - 09:25
!--break--!--break-- pnbsp;/p pnbsp;/p pเบื้องหลังความคิดของปฏิบัติการไร้ความรุนแรงในสายที่มองว่าการไม่ใช้ความรุนแรงเป็นยุทธศาสตร์ a href="#_ftn1" name="_ftnref1" title=""[1]/a นั้นเรียบง่ายตรงไปตรงมา nbsp;หากจะสรุปสั้นๆ ก็คงจะพอสรุปได้ว่าการใช้ความรุนแรงไม่ใช่ทางเลือกของนักปฏิบัติการไร้ความรุนแรงสายยุทธศาสตร์เพราะนักปฏิบัติการไม่ใช้ความรุนแรงสายยุทธศาสตร์มองว่าการไม่ใช้ความรุนแรงนั้นมีโอกาสได้รับชัยชนะในประเด็นที่กำลังต่อสู้อยู่มากกว่าการใช้ความรุนแรง/p pจีน ชาร์ป นักวิชาการที่ศึกษาเรื่องการไม่ใช้ความรุนแรงและปฏิบัติการไม่ใช้ความรุนแรงเสนอว่าการไม่ใช้ความรุนแรงเพื่อตอบโต้กับการกดขี่และความรุนแรงที่รัฐใช้กับพลเมืองของตนสามารถทำให้ความรุนแรงนั้นย้อนกลับไปทำลายความชอบธรรมของรัฐแบบที่ชาร์ปเรียกว่า ‘ยิวยิตสูทางการเมือง’ (Political Jiu-Jitsu) ในหนังสือ The Politics of Nonviolent Action (1973)/p pในบริบทการโค่นล้มเผด็จการร่วมสมัย เซอร์ดา โปโปวิช (หนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่ม Otpor! ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการโค่นล้มรัฐบาลเผด็จการของประธานาธิบดีสโลโบดาน มิโลเซวิชในปี 2003 ด้วยปฏิบัติการไร้ความรุนแรงหลากหลายรูปแบบและ มลาเดน ยอคซิค ได้อธิบายเพิ่มเติมไว้ในบทความ ‘The Secret of Political Jiu-Jitsu’ a href="#_ftn2" name="_ftnref2" title=""[2]/a ว่าความลับของการใช้ยุทธศาสตร์ยิวยิตสูทางการเมืองอยู่ที่การฝึกฝนปฏิบัติการเหล่านี้ให้เป็นทักษะ 1) เตรียมตัวสำหรับการถูกกดขี่ โดยยกตัวอย่างจากการต่อสู้เพื่อสิทธิพลเมืองในสหรัฐอเมริกาซึ่งมีการฝึกฝนให้ผู้เข้าร่วมปฏิบัติการไร้ความรุนแรงเตรียมพร้อมกับการถูกกดขี่และการใช้ความรุนแรงจากรัฐทั้งในทางร่างกายและจิตใจ จนทำให้ผู้เข้าร่วมปฏิบัติการสามารถจัดการความกลัวและรับมือกับการใช้ความรุนแรงของรัฐได้ 2) เผชิญหน้ากับการถูกกดขี่ โดยรัฐอำนาจนิยมหรือรัฐเผด็จการ 3) ทำให้การกดขี่นั้นได้ผลในทางตรงกันข้าม ด้วยการทำให้รัฐสูญเสียความชอบธรรมจากการปราบปรามหรือใช้ความรุนแรงกับนักปฏิบัติการไร้ความรุนแรง เช่นการเผยแพร่วิดีโอที่ผู้ชุมนุมรายหนึ่งถูกตำรวจยิงเสียชีวิตในการประท้วงในอิหร่านในปี 2009/p pในแง่นี้ จีน ชาร์ปจึงเลือกที่จะอธิบายโมฮันดาส คานธีในฐานะนักยุทธศาสตร์ทางการเมืองที่เลือกใช้ปฏิบัติการไร้ความรุนแรงในการต่อสู้เพื่อปลดแอกอินเดียจากเจ้าอาณานิคมอังกฤษ แทนที่จะอธิบายปฏิบัติการต่างๆ ของคานธีด้วยแนวคิดทางศาสนาหรือแนวคิดที่ว่าคานธีเป็นผู้ใฝ่สันติ (Pacifist) โดยธรรมชาติซึ่งฟังดูสูงส่งจนคนธรรมดาไม่อาจจับต้องได้ a href="#_ftn3" name="_ftnref3" title=""[3]/a/p pในประเทศไทย หลังจากการเกิดรัฐประหารในเดือนพฤษภาคม 2557 การประท้วงเชิงสัญลักษณ์โดยหลายกลุ่มเกิดขึ้นแทบจะทันทีทันใด ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ 1984 การกินแซนด์วิช หรือการใช้โซเชียลมีเดียทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ แต่กระแสการต่อต้านรัฐประหารกลับแผ่วลงเมื่อเวลาผ่านไป เท่ากับว่าผู้ก่อรัฐประหารสามารถควบคุมประชาชนที่ไม่พอใจไว้ได้ด้วยการสร้างความกลัวให้เกิดขึ้นในสังคม/p pการแสดงออกของนักศึกษากลุ่มดาวดินทั้งห้าคนที่ใส่เสื้อยืดชูสามนิ้วต่อหน้าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา แม้จะไม่มีนักวิชาการสันติวิธีคนไหนหรือกลุ่มใดออกมาอธิบายว่านี่คือปฏิบัติการไร้ความรุนแรงเชิงสัญลักษณ์ แต่ผลสะเทือนของปฏิบัติการในครั้งนี้กลับกว้างไกลกว่าที่หลายคนประเมินไว้ เพราะสิ่งที่นักศึกษาดาวดินได้กระทำคือการทำลายกำแพงแห่งความหวาดกลัว เหมือนที่เราได้เห็นการแสดงออกที่ตามมาอีกเป็นระลอกจากกลุ่มนักศึกษาธรรมศาสตร์หรือกระทั่งการชูสามนิ้วหน้าโรงหนัง/p pอย่างไรก็ตาม การแสดงออกหรือการประท้วงเชิงสัญลักษณ์ไม่ใช่ทั้งหมดของปฏิบัติการไร้ความรุนแรง การประท้วงเชิงสัญลักษณ์เป็นเพียงหนึ่งในแท็คติคที่ผู้ต่อต้านรัฐสามารถนำไปใช้เหมือนที่หน้ากากกาย ฟอว์คส์เป็นสัญลักษณ์ในการประท้วงของกลุ่ม Occupy Wall Street ในปี 2011 หรือริบบิ้นสีเหลืองของการปฏิวัติร่มในฮ่องกง ในที่นี้ จีน ชาร์ปได้จัดกลุ่มของปฏิบัติการไร้ความรุนแรงต่างๆ ออกเป็น 5 กลุ่มคือ 1) การประท้วงและการชักจูงโดยไม่ใช้ความรุนแรง เช่น การออกแถลงการณ์ การเล่นละครล้อเลียน การใช้สัญลักษณ์ต่างๆ ก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้ 2) การไม่ให้ความร่วมมือทางสังคม เช่นการบอยคอตเจ้าหน้าที่รัฐในชีวิตประจำวัน (บางกรณีรวมถึงสมาชิกครอบครัวของเจ้าหน้าที่รัฐ) หรือการลาออกจากสถาบันทางสังคมต่างๆ ที่ต้องการการมีส่วนร่วมของสมาชิกในสังคม 3) การไม่ให้ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ เช่นการไม่จ่ายภาษีหรือการถอนเงินจากสถาบันการเงินของรัฐ 4) การไม่ให้ความร่วมมือทางเศรษฐกิจด้วยการนัดหยุดงาน 5) การแทรกแซงโดยไม่ใช้ความรุนแรงทั้งในทางจิตใจ กายภาพ สังคม เศรษฐกิจ และการเมือง a href="#_ftn4" name="_ftnref4" title=""[4]/a/p pนักกิจกรรมหรือผู้ต่อต้านเผด็จการจำเป็นที่จะต้องวิเคราะห์เสาที่ค้ำยัน (Pillars of Support) รัฐหรือเผด็จการ แล้วเลือกใช้วิธีการต่างๆ ที่เหมาะสมกับบริบทในสังคมนั้นๆ เพื่อทำลายการสนับสนุนของเสาค้ำยัน เหมือนที่ครั้งหนึ่งประชาชนฟิลิปปินส์ ประชาชนชิลี และประชาชนเซอร์เบียเคยประสบความสำเร็จในการทำให้ทหารและตำรวจกลับมายืนข้างประชาชนและหันปากกระบอกปืนใส่ผู้นำเผด็จการ/p pประกายไฟที่นักศึกษาดาวดินทั้งห้าคนจุดขึ้นอาจจะมอดดับไปหรือกลายเป็นเชื้อไฟที่ไหม้ลามอำนาจเผด็จการทหาร คำตอบอยู่ที่ก้าวต่อไปของพวกเราทุกคน/p pnbsp;/p pnbsp;/p pnbsp;/p divbr clear="all" /br / hr align="left" size="1" width="33%" / div id="ftn1" pa href="#_ftnref1" name="_ftn1" title=""[1]/a ทบทวนวรรณกรรมปฏิบัติการไร้ความรุนแรง span dir="RTL"(/spannonviolent action) ในโลกตะวันตก: span dir="RTL"ก/spanระแสหลักการ ปฏิบัติการ และทฤษฎี, จันจิรา สมบัติพูนศิริ, รัฐศาสตร์สาร ปีที่ 34 ฉบับที่ 2 (2556)/p pnbsp;/p /div div id="ftn2" pa href="#_ftnref2" name="_ftn2" title=""[2]/a http://www.foreignpolicy.com/articles/2014/03/03/the_secret_of_political_jiu_jitsu/p /div div id="ftn3" pa href="#_ftnref3" name="_ftn3" title=""[3]/a emGandhi/emnbsp;asnbsp;emPolitical Strategist/em, with Essays on Ethics and Poitics, Gene Sharp, 1979/p /div div id="ftn4" pa href="#_ftnref4" name="_ftn4" title=""[4]/a http://www.aforcemorepowerful.org/resources/nonviolent/methods.php/p /div /div pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/zfgb4scpxhs" height="1" width="1"/

‘วรเจตน์’ ยื่นตีความประกาศคสช.ขัดรธน. ศาลทหารเลื่อนตรวจหลักฐาน ม.ค.ปีหน้า

Tue, 25/11/2014 - 03:42
p‘วรเจตน์’ ขึ้นศาลทหาร นัดตรวจพยานหลักฐานสู้คดีขัดคำสั่งคสช. พร้อมทำคำร้องส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาอำนาจศาลทหาร ชี้ประกาศคสช. ฉบับที่ 37/2557 และ38/2557 ขัดรธน.ชั่วคราว ศาลฯนัดอีกครั้ง 26 ม.ค.58/p p!--break--!--break--/p p24 พ.ย.2557 ที่ศาลทหารกรุงเทพ กรมพระธรรมนูญ ถ.หลักเมือง คณะตุลาการศาลทหารกรุงเทพได้นัดตรวจพยานหลักฐานคดีหมายเลขดำ 32 ก./2557 ที่อัยการทหารเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ และนักวิชาการคณะนิติราษฎร์ เป็นจำเลย ในความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งเรียกบุคคลให้มารายงานตัวตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 5/2557 ลงวันที่ 24 พ.ค.2557 และฉบับที่ 57/2557 ลงวันที่ 9 มิ.ย.2557 ซึ่งความผิดระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยอัยการทหารยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 4 ส.ค. ที่ผ่านมา/p pจากนั้นเวลา 11.00 น. นายวรเจตน์ ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันนี้เป็นการนัดตรวจพยานหลักฐานของฝ่ายโจทย์ ส่วนทางตนและทนายความได้มีการยื่นคำร้องในประเด็นที่ว่าประกาศของคสช. ฉบับที่ 37/2557 และ38/2557 ที่ให้คดีอยู่ในอำนาจของศาลทหารกรุงเทพนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 เนื่องจากประเทศไทยเป็นภาคีประเทศสมาชิกของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ไอซีซีพีอาร์) ซึ่งในมาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญฯ กำหนดให้พันธะกรณีที่ไทยมีอยู่นั้นต้องผูกพันด้วย ทั้งนี้ในไอซีซีพีอาร์ระบุไว้ว่าศาลต้องเป็นอิสระ และในคดีอาญาทางจำเลยต้องมีโอกาสอุทธรณ์คำตัดสิน ในกรณีของตนนั้นมีปัญหาเรื่องความเป็นอิสระของศาล เพราะศาลทหารกรุงเทพเป็นองค์กรอยู่ในกระทรวงกลาโหม ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับไอซีซีพีอาร์ อีกทั้งคดีดังกล่าวเป็นการขึ้นศาลทหารฯช่วงที่ประกาศกฎอัยการศึก คือเมื่อศาลทหารฯตัดสินคดีก็จะจบทันที ตนไม่สามารถยื่นอุทธรณ์หรือฎีกาได้ นายวรเจตน์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ในมาตรา 47 ของรัฐธรรมนูญฯ บัญญัติให้ประกาศหรือคำสั่งของคสช. ชอบตามรัฐธรรมนูญฯและเป็นที่สุด ทำให้สงสัยว่าจะสามารถโต้แย้งได้อย่างไร แต่มีประเด็นว่าในมาตรา 26 ของรัฐธรรมนูญฯนั้นบัญญัติให้ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลจะต้องพิจารณาพิพากษาด้วยความยุติธรรมตามกฎหมายดังนั้นการตีความของรัฐธรรมนูญจะต้องมีเรื่องความยุติธรรมด้วย การตัดสินคดีโดยศาลชั้นเดียวไม่สอดคล้องกับความยุติธรรม ดังนั้นประกาศของคสช.จึงถูกรับรองตามรัฐธรรมนูญฯมาตรา 47 ซึ่งคาดว่าจะขัดกับมาตรา 4 และมาตรา 26 ตนจึงทำคำร้องขอให้ศาลทหารส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ประกอบพ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 ซึ่งศาลทหารได้รับคำร้องนี้ไว้และจะมีคำสั่งในวันที่ 26 ม.ค. 2558 พร้อมกับนัดตรวจพยานโจทย์/p p“วันนี้เราพูดถึงเรื่องประกาศของคสช.และอำนาจของศาลทหาร ที่ต้องดูว่าศาลทหารจะพิจารณาอย่างไรต่อไป เพราะยังไม่ทราบต้องรอวันที่ 26 ม.ค. 2558 ว่าจะเดินสถานะใดต่อไป ประกาศคสช.ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพราะขณะนี้มีรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวแล้ว และเขียนข้อความทำให้เห็นได้ว่ามีการขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพาะฉะนั้นต้องมีองค์กรชี้ก่อนว่าประกาศคสช.ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่” นายวรเจตน์ กล่าว/p pทั้งนี้ โดยการนัดตรวจพยานหลักฐานครั้งนี้ ทางคณะตุลาการศาลฯได้อนุญาตให้ตัวแทนสื่อมวลชน และเจ้าหน้าที่ของสถานทูตฝรั่งเศสและเยอรมัน เข้าร่วมรับฟังการพิจารณาคดีดังกล่าวด้วย แต่ไม่อนุญาตให้นำอุปกรณ์สื่อสาร เครื่องบันทึกเทป หรือสมุดจดเข้าไปในห้องพิจารณาคดีอย่างเด็ดขาด/p pemเรียบเรียงจาก มติชนออนไลน์, คมชัดลึกออนไลน์/em/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/nDFvgF3MiNU" height="1" width="1"/

'เทียนฉาย' ไม่หวั่นกระแสต้าน คสช. เชื่อไม่กระทบการปฏิรูป

Tue, 25/11/2014 - 00:32
pปธ. สปช. มั่นใจกระแสต้านรัฐบาลและคสช. ไม่กระทบการเดินหน้าปฏิรูป ด้านศูนย์รับฟังความคิดเห็นสภาปฏิรูปเผยตัวเลข ประชาชน เสนอความคิดเห็น หลักพันbr //p !--break--!--break-- p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm9.staticflickr.com/8657/15683770369_28caa56edf.jpg" style="width: 500px; height: 281px;" //p p style="text-align: center;"ที่มาภาพ : a href="http://www.radioparliament.net/parliament/viewNews.php?nId=3263#.VHNeU8kRBfN"เว็บข่าวรัฐสภา/a/p p24 พ.ย. 2557 - ที่รัฐสภา นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากรับฟังการยื่นข้อเสนอของกลุ่มปฏิรูปประเทศไทยเพื่อประชาชน ถึงประเด็นที่มีกลุ่มคนออกมาแสดงสัญลักษณ์ต่อต้านการทำงานของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า มั่นใจว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะไม่มีผลกระทบหรือเป็นอุปสรรคต่อการรวบรวมความเห็นของ สปช. และการปฏิรูปประเทศรวมทั้งไม่กังวลว่ากระแสต่อต้านดังกล่าวจะทำให้การปฏิรูปต้องสะดุดลง/p pเทียนฉายกล่าวต่อว่า font class="txt" style="color:#3c3c3c; "ขณะนี้มีข้อเสนอแนะเข้ามาจำนวนมาก ครอบคลุมทุกด้านทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และตั้งแต่สัปดาห์นี้จะมีความชัดเจนว่าจะเริ่มปฏิรูปในด้านใดก่อน โดยวันที่ 29 พ.ย.นี้ จะเป็นวันเริ่มต้นในการรวบรวมประเด็นจากคณะกรรมาธิการของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ทั้ง 18 คณะและจะมีเวลาถึง 20 วัน ก่อนจะสรุปประเด็นข้อเสนอแนะทั้งหมดจากทุกภาคส่วน เพื่อส่งให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 19 ธ.ค. เพื่อนำไปประกอบการพิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งมั่นใจว่าการดำเนินการจะเสร็จทันตามกรอบเวลา/font/p pขณะเดียวกันa href="http://www.radioparliament.net/parliament/viewNews.php?nId=3261#.VHNeTskRBfN"ศูนย์รับฟังความคิดเห็นสภาปฏิรูปแห่งชาติ/aได้เปิดเผยตัวเลขขจำนวนครั้งที่ประชาชนได้เสนอความคิดเห็นเข้ามาที่ศูนย์ฯ ในสัปดาห์แรก ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชน 1,680 ครั้ง ผ่านช่องทางทั้ง 9 ช่องทาง โดยช่องทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือเว็บไชต์ a href="http://www.parliament.go.th/ewtadmin/publicopinions/frontend/"www.parliament.go.th/publicopinion /aขณะที่ข้อมูลสถิติแบบแยกประเภทช่องทางการเสนอความคิดในช่วง 4 วันแรก (17-20 พ.ย. 2557) มีดังนี้/p p1. ยื่นด้วยตนเอง จำนวน 15 ครั้ง/p pnbsp;2. ทาง Call Center จำนวน 47 ครั้ง แยกเป็น เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญ 2ครั้ง เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูป 44 ครั้ง เรื่องอื่นๆ 1ครั้ง/p pnbsp;3. ทางโทรศัพท์ 19 ครั้ง แยกเป็น เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ 1 ครั้ง เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฎิรูป 12 ครั้ง เรื่องอื่นๆ 6 ครั้ง/p pnbsp;4. ทางไปรษณีย์ แยกเป็นทางตู้ ปณ.999 จำนวน 4 ครั้ง ไปรษณีย์ทั่วไป 12 ครั้ง/p pnbsp;5. ทางเว็บไซต์ มีผู้เข้าใช้บริการ 621 คน มีจำนวนผู้เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ 4 ครั้ง เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูป 6 ครั้ง เรื่องอื่นๆ 1 ครั้ง/p p6. ทางอีเมล์ 12 ครั้ง แยกเป็น เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ 4 ครั้ง เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูป 8 ครั้ง/p p7. ทางไลน์ พบว่ามีจำนวนผู้แอดไลน์ 244 ไลน์ เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูป 28 ครั้ง และ/p p8.ทางเฟซบุ๊ก พบว่า มีผู้กดไลค์แฟนเพจ 323 เฟซบุ๊ก เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ 3 ครั้ง เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูป 16 ครั้ง เรื่องอื่นๆ 6 ครั้ง/p pnbsp;/p pเรียบเรียงจาก : a href="http://www.radioparliament.net/parliament/viewNews.php?nId=3263#.VHNeU8kRBfN"เว็บข่าวรัฐสภา/a ,a href="http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9570000135331" ASTVผู้จัดการออนไลน์/a/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/4k425U6qAA0" height="1" width="1"/

แอมเนสตี้ฯ ร้องไทยยกเลิก กม.จำกัดสิทธิ-ยุติปราบปรามปชช.

Mon, 24/11/2014 - 17:53
!--break--!--break--pbr /แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ออกแถลงการณ์ถึงประเทศไทย เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2557 หลังจากที่กองทัพได้ยึดอำนาจด้วยการทำรัฐประหารมากว่าหกเดือน โดยเรียกร้องให้ทางการไทยยกเลิกกฎหมายจำกัดสิทธิดังกล่าว และให้ยุติการปราบปรามที่เพิ่มมากขึ้นในประเทศที่อยู่ใต้การปกครองด้วยกฎอัยการศึก/p pbr /strongแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลbr /แถลงการณ์nbsp;br /21 พฤศจิกายน 2557/strong/p pstrongประเทศไทย: ผู้นำทหารต้องยุติการปราบปรามที่เพิ่มขึ้นหลังหกเดือนรัฐประหาร/strong/p pทางการไทยแถลงว่าไม่มีแผนการยกเลิกการใช้กฎอัยการศึกในเร็ววันนี้ หลังจากที่กองทัพได้ยึดอำนาจด้วยการทำรัฐประหารมากว่าหกเดือน แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลขอเรียกร้องให้ทางการยกเลิกกฎหมายจำกัดสิทธิดังกล่าว และให้ยุติการปราบปรามที่เพิ่มมากขึ้นในประเทศที่อยู่ใต้การปกครองด้วยกฎอัยการศึก/p pแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลกังวลว่า การปฏิเสธสิทธิมนุษยชนได้กลายเป็นมาตรฐานไปแล้ว ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางการไทยยังคงใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกเพื่อจับกุมคุมขังบุคคลหลายร้อยคนโดยพลการ และมีการนำตัวขึ้นไต่สวนในศาลทหารอย่างไม่เป็นธรรมที่ซึ่งไม่มีสิทธิอุทธรณ์คดี รวมทั้งยังมีข้อกล่าวหาการทรมานและการละเมิดสิทธิมนุษยชนอีกหลายประการbr /br /ผลจากมาตรการจำกัดสิทธิโดยสิ้นเชิงตามกฎอัยการศึก ซึ่งเดิมมีการประกาศว่าจะใช้เป็นมาตรการชั่วคราว เป็นเหตุให้มีหลายร้อยคนอาจได้รับโทษรวมทั้งการจำคุก โดยเป็นผลมาจากการใช้ สิทธิมนุษยชนของตนอย่างสงบ ทั้งการใช้เสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมbr /br /ทางการใช้กฎหมายที่มีอยู่เพื่อลงโทษบุคคลที่แสดงออกอย่างสงบ และยังปฏิเสธไม่ให้สิทธิประกันตัวตามกฎหมายต่อบุคคลจำนวนมากขึ้นที่ถูกควบคุมตัวตามกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของไทย หรือมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 15 ปี สำหรับการกระทำที่ถือว่าเป็น การดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์/p pแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลขอกระตุ้นให้ทางการแก้ไขความเสียหายที่เกิดขึ้นในช่วงหกเดือน ที่ผ่านมา โดยต้องอนุญาตให้ประชาชนแสดงความเห็นและประท้วงได้อย่างสงบ ฟื้นฟูหลักประกันด้านสิทธิมนุษยชนตามรัฐธรรมนูญ ยกเลิกกฎหมายที่กดขี่ปราบปรามทั้งปวง และให้ยกเลิกบทลงโทษที่ไร้เหตุผลต่อผู้ประท้วงอย่างสงบ โดยรัฐอ้างว่าต้องลงโทษเพื่อรักษาความมั่นคงของประเทศ/p pแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ยังเรียกร้องให้ทางการปฏิบัติตามพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศของไทย โดยให้ยุติการนำตัวพลเรือนขึ้นศาลทหาร และให้คืนความยุติธรรมและให้เยียวยาต่อผู้ได้รับผลกระทบจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน ทั้งการควบคุมตัวโดยพลการ การซ้อมทรมาน และการบังคับบุคคลให้สูญหาย/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/cY9woko8CJ0" height="1" width="1"/

‘พรเพชร’ เผยยังไม่ได้รายงานถอด 38 ส.ว. และยังไม่ได้กำหนดแถลงเปิดคดี ‘สมศักดิ์ – นิคม’ และ ‘ยิ่งลักษณ์’

Mon, 24/11/2014 - 16:29
pปธ. สนช. เผยยังไม่ได้รับรายงานถอดถอน 38 ส.ว. จาก ป.ป.ช และยังไม่ได้กำหนดแถลงเปิดคดี ‘สมศักดิ์ – นิคม’ และ ‘ยิ่งลักษณ์’ โดยจะหารือในที่ประชุม สนช. ในสัปดาห์นี้/p !--break--!--break-- p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7576/15679414160_b7f1f1f1a2.jpg" style="width: 500px; height: 283px;" //p p style="text-align: center;"ที่มาภาพ : a href="http://www.radioparliament.net/parliament/viewNews.php?nId=3258#.VHLYfckRBfM"เว็บข่าวรัฐสภา/a/p p24 พ.ย. 2557 - ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการถอดถอนnbsp; นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา และอดีตสมาชิกวุฒิสภา 38 คน ภายหลังจากให้การรับรองนายขิ่น อ่อง มินต์ ประธานสภาชาติพันธุ์สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่าและคณะ ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ/p pพรเพชร กล่าวว่าขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดวันแถลงเปิดคดีถอดถอนนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา และ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และคดีถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยต้องรอหารือในที่ประชุม สภานิติบัญญัติแห่งชาติในวันที่ 27-28 พฤศจิกายนนี้ เพื่อกำหนดวันแถลงเปิดคดีที่ชัดเจนอีกครั้ง หลังการรับฟังความเห็นของคู่ความทั้งสองฝ่ายประกอบกับการพิจารณาพยานหลักฐาน เอกสารเพิ่มเติมที่ได้มีการยื่นเข้ามาก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ยืนยันว่า กรอบเวลาการพิจารณาที่ปรากฏในข่าวเป็นเพียงการคาดการณ์ของสื่อมวลชนเท่านั้น เท่านั้น ส่วนการไต่สวนข้อเท็จจริงในคดีถอดถอนอดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)nbsp;38 คนออกจากตำแหน่ง กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยมิชอบนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานการไต่ส่วนข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวจากคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งหากได้รับรายงานก็จะดำเนินการเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาว่าจะรับหรือไม่ รับไว้พิจารณาตามข้อบังคับ ขณะที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่อยู่ในกลุ่ม 38 อดีตส.ว.นั้น ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ แต่ไม่สามารถร่วมในกระบวนการพิจารณาคดีถอดถอนอดีต 38 ส.ว.ได้/p pที่มาจาก : a href="http://www.radioparliament.net/parliament/viewNews.php?nId=3258#.VHLYfckRBfM"เว็บข่าวรัฐสภา/a/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/NrnenY9K0m0" height="1" width="1"/

รวบ 8 น.ศ. โปรยใบปลิว 'คิดถึงสมเจียม' ที่ท่าพระจันทร์

Mon, 24/11/2014 - 16:14
p style="text-align: center;" !--break--!--break--/ppbr /br /img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7484/15679428080_6d0de519b8.jpg" /br /br /img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7490/15244503234_0ec75c10de.jpg" /br /br /img alt="" src="https://farm9.staticflickr.com/8619/15679427420_414dc4d7fc.jpg" /br /ภาพจากเพจ a href="https://www.facebook.com/lltd.tu?fref=photo"กลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย/a/p pnbsp;/p p24 พ.ย. 2557 มีรายงานว่า นักศึกษา 6 คน ซึ่งทำกิจกรรมโปรยใบปลิว 'คิดถึงสมเจียม' และนักศึกษาอีก 2 คนที่ถ่ายภาพกิจกรรม บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ถูกควบคุมตัวไปที่ สน.ชนะสงครามแล้วbr /br /ข้อความในใบปลิวความว่า "ถึงยุคทมิฬมารจะครองเมืองด้วยควันปืน...แต่คนย่อมเป็นคน.." -จิตร ภูมิศักดิ์ โดยนำมาจากภาพ cover ของ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ ซึ่งเงียบไปหลังรัฐประหาร 22 พ.ค. และกลับมาโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวอีกครั้งเมื่อวันที่ 22 พ.ย. ที่ผ่านมาbr /br /ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ล่าสุดเมื่อเวลา 19.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปล่อยตัวนักศึกษา 2 คนสุดท้าย ที่nbsp;สน.สำราญราฏษร์ แล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านั้นมีการปล่อยตัว นักศึกษา 6 คนที่ สน.ชนะสงคราม โดยนักศึกษาทั้ง 8 ราย ต้องเซ็นรับในบันทึกการปรับทัศนคติ โดยไม่มีการดำเนินคดี แต่ถูกห้ามไม่ให้กระทำการดังกล่าวอีก หากกระทำอีกจะถูกเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://fbcdn-sphotos-a-a.akamaihd.net/hphotos-ak-xpf1/v/t1.0-9/10341743_10152507889936699_1602457934860555795_n.jpg?oh=a861bb5a805137d3cf73c549b3a9557aamp;oe=551C314Camp;__gda__=1427489587_d77d844128d2badb5032a7bdf0ef1fa0" style="width: 580px; height: 793px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://fbcdn-sphotos-g-a.akamaihd.net/hphotos-ak-xpa1/v/t1.0-9/1510904_10152507889911699_1383377684051973244_n.jpg?oh=845801804ccc7ca46a5d0ae59e65fe84amp;oe=55132E6Eamp;__gda__=1423388932_97e035dfb9849212a5e008a1aa83e925" style="width: 580px; height: 658px;" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"emบันทึกการปรับทัศนคติ/em/span/p pหลังจากนักศึกษาทั้งหมดได้รับการปล่อยตัว ได้รวมตัวกันกินลาบที่ร้านอาหารใกล้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบยืนควบคุมสถานการณ์อยู่ด้วย/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://scontent-b-sin.xx.fbcdn.net/hphotos-xap1/v/t1.0-9/1535757_847283405293636_8518348231461866817_n.jpg?oh=1c23a23efbb1bbc6bb1f3224dba18a2damp;oe=55122AB1" style="width: 580px; height: 435px;" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"emภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย (ที่มาภาพ เพจ LLTD)/em/span/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/ZoPp3OjiiMo" height="1" width="1"/

คนงานวอลมาร์ทนัดประท้วงหยุดงานครั้งใหญ่ช่วง 'แบล็กฟรายเดย์'

Mon, 24/11/2014 - 15:23
pคนงานวอลมาร์ท 23 คนถูกจับหลังปักหลักประท้วงที่แคลิฟอร์เนีย ในขณะที่กลุ่มคนงานทั่วสหรัฐฯ วางแผนประท้วงใหญ่วันที่มีการลดราคาสินค้าดึงดูดนักช้อปช่วงเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้า หวังจะมีผู้ประท้วงตามห้างค้าปลีกต่างๆ มากกว่า 1,600 แห่ง เพื่อเรียกร้องค่าแรงขั้นต่ำและปรับสภาพการจ้างงาน/p p!--break--!--break--/p p23 พ.ย. 2557 คนงานวอลมาร์ท 23 คน ถูกจับกุมตัวหลังไปร่วมประท้วงปิดทางแยกในเมืองพิโค ริเวอรา รัฐแคลิฟอร์เนีย หน้าห้างวอลมาร์ทในย่านนั้นเมื่อวันที่ 20 พ.ย. ที่ผ่านมา/p pโดยกลุ่มคนงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนงานค่าแรงขั้นต่ำทั้งจากวอลมาร์ทและจากที่อื่นๆ ทั่วสหรัฐฯ ซึ่งพวกเขาไม่เพียงประท้วงเรียกร้องการขึ้นค่าแรงเท่านั้น แต่ยังเรียกร้องให้มีการปรับชั่วโมงการทำงานและสภาพการจ้างงานที่ดีขึ้น และต้องการให้บรรษัทเลิกตอบโต้การเคลื่อนไหวของพวกเขา/p pคนงานกลุ่มดังกล่าวถูกจับตัวไปหลังจากร่วมปักหลักประท้วงครั้งสำคัญที่หน้าห้างค้าปลีกวอลมาร์ท โดยผู้ประท้วงเป็นคนงานที่ไม่ได้ทำงานในกะนั้น พวกเขาแสดงออกด้วยเขียนป้ายสีเขียวด้วยคำว่า "สไตร์ค" ที่หมายถึงการหยุดงานประท้วงพวกเขายังได้เดินไปตามช่องทางเดินที่มีลูกค้าผ่านไปมาพร้อมพากับตะโกนว่า "ลุกขึ้น มีชีวิตที่ดีขึ้น! นั่งลง มีชีวิตที่ดีขึ้น!"/p pเว็บไซต์ Waging Nonviolence ระบุว่าการนั่งปักหลักประท้วงเป็นวิธีการเคลื่อนไหวของแรงงานที่มักจะใช้กันตั้งแต่ยุคเก่าซึ่งได้รับความนิยมจากช่วงคริสตศตวรรษที่ 1930 เมื่อกลุ่มสหภาพคนงานยูไนเต็ดออโต้นั่งปักหลักประท้วงที่สายพานประกอบชิ้นส่วนของโรงงานเจอเนอรัลมอเตอร์ที่เทศมณฑลฟลินท์ รัฐมิชิแกน ซึ่งในตอนนั้นการปิดโรงงานที่ฟลินท์ทำให้การผลิตของเจอเนอรัลมอเตอร์หยุดลงโดยสิ้นเชิงเพราะในตอนนั้นมีโรงงานของเจอเนอรัลมอเตอร์อยู่เพียง 2 แห่งเท่านั้น/p pฟิลิป เดรย์ นักประวัติศาสตร์แรงงานเคยเขียนในหนังสือเรื่องเกี่ยวกับสหภาพแรงงานว่า กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์จะได้รับผลกระทบจากการนั่งปักหลักประท้วงมากเพราะระบบการผลิตรถยนต์ต้องอาศัยการผลิตเป็นทอดๆ อย่างต่อเนื่องถ้าหากมีสายงานใดสายงานหนึ่งหยุดการผลิตจะทำให้โรงงานทั้งหมดไม่สามารถผลิตต่อได้ หลังจากการประท้วงหยุดงานจบลง สมาชิกของสหภาพก็มีเพิ่มมากขึ้นจาก 30,000 คนเป็น 500,000 คน ทั่วประเทศภายใน 1 ปี/p pในกรณีของการประท้วงวอลมาร์ทล่าสุด มีการจัดตั้งแรงงานตั้งแต่เดือน ต.ค. 2555 ในตอนนั้นพวกเขาวางแผนนัดหยุดงานประท้วงที่ห้างวอลมาร์ทใน 12 เมือง เมื่อเดือนที่แล้วมีคนงานวอลมาร์ทราว 80 คนในไมอามีประท้วงด้วยการเดินออกจากที่ทำงาน หลังจากที่ในช่วง ก.ย. ปีนี้มีการประท้วงเพิ่มขึ้นอีก 15 เมือง จนถึงปี 2557 คนงานจากห้างวอลมาร์ท 2,100 สาขาร่วมลงนามเรียกร้องให้มีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 15 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง (ราว 490 บาท) เช่นเดียวกับข้อเรียกร้องของกลุ่มคนงานอาหารฟาสต์ฟู้ด/p pเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานระบุว่าคนงานวอลมาร์ท 825,000 คน มีรายได้น้อยกว่า 25,000 ดอลลาร์ต่อปี (ราว 800,000 บาท) จากงานวิจัยของสภาคองเกรสระบุว่ามีคนงานวอลมาร์ทโดยเฉลี่ยในหนึ่งสาขาต้องการเงินช่วยเหลือโครงการสแตมป์อาหาร 1 ล้านดอลลาร์ต่อปี (ราว 32 ล้านบาท) เพื่อชดเชยค่าจ้างที่ต่ำ/p pผู้ประท้วงยังเรียกร้องให้มีการเพิ่มตำแหน่งงานแบบเต็มเวลามากขึ้น จากรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อช่วงฤดูร้อนปีที่แล้วระบุว่าคนงานวอลมาร์ทมีพนักงานชั่วคราวอยู่ครึ่งหนึ่ง และคนงาน 600,000 คนในสาขาต่างๆ ถูกจ้างแบบไม่เต็มเวลา นอกจากนี้คนงานวอลมาร์ทยังบอกอีกว่าพวกเขาถูกเพ่งเล็งหรือแม้กระทั่งสั่งเลิกจ้างอย่างผิดกฎหมายจากการที่พวกเขาเป็นผู้จัดตั้งเพื่อนคนงาน/p pนอกจากนี้คนงานวอลมาร์ทยังวางแผนจัดประท้วงช่วงวันแบล็กฟรายเดย์ (วันที่ห้างต่างๆ ในสหรัฐฯ จะจัดลดราคาสินค้าถูกมากจนคนแห่กันไปจับจ่ายซื้อหาสินค้าจำนวนมาก) ครั้งใหญ่ที่สุด ซึ่งทางกลุ่ม OUR Walmart ร่วมกับสหภาพแรงงานอาหารและพาณิชยการเคยจัดการประท้วงในช่วงเวลาเดียวกันนี้ 2 ปีมาแล้ว เพื่อเป็นการสร้างความสนใจทั้งจากการปฏิบัติของบริษัทต่อลูกจ้างตลอดทั้งปีรวมถึงในช่วงเฉพาะเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้าที่บริษัทเรียกตัวคนงานเพิ่มเพื่อใช้งานในวันแบล็กฟรายเดย์ โดยเมื่อปีที่แล้วมีการประท้วงของห้างค้าปลีกมากกว่า 1,500 แห่ง ซึ่งในปีนี้ผู้จัดหวังว่าจะมีการประท้วงเพิ่มขึ้นอีก 100 แห่ง/p pในช่วงเดือน ต.ค. ที่ผ่านมาทางวอลมาร์ทประกาศว่าจะเปิดห้างค้าปลีกในสาขาต่างๆ ตลอดช่วงเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้าและขอให้คนงานมากกว่า 1 ล้านคนทำงานในช่วงวันหยุด ทางด้านการประท้วงของวอลมาร์ทจะมีสมาชิกชุมชนและสหภาพแรงงานสายอื่นๆ เข้าร่วมด้วยเช่นกลุ่มสมาพันธ์ครูอเมริกัน ซึ่งบอกว่าต้องการประท้วงแทนเด็กที่มาโรงเรียนโดยที่ยังหิวโหย ประธานของสมาพันธ์กล่าวว่านี่จะเป็น "การเคลื่อนไหวของครอบครัวแรงงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคสมัยนี้"/p pวอลมาร์ทเป็นบรรษัทที่มีการจ้างงานมากที่สุดในสหรัฐฯ โดยมีลูกจ้าง 1.4 ล้านคนทั่วประเทศ นับเป็นร้อยละ 1 ของประชากรสหรัฐฯ ดั๊ก แมคมิลลัน ประธานบริหารของวอลมาร์ทตอบสนองต่อแรงกดดันด้วยการบอกว่าจะเลื่อนขั้นพนักงาน 6,000 คนทั่วประเทศที่ยังคงมีค่าแรงขั้นต่ำ 7.25 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง (ราว 230 บาท) ในขณะที่ค่าแรงโดยเฉลี่ยของคนงานวอลมาร์ทยังอยู่ที่ 8.81 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง (ราว 280 บาท) แม้ทางบรรษัทจะอ้างว่าค่าแรงเฉลี่ยจริงๆ อยู่ที่ 11.83 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง (ราว 380 บาท)/p pแต่ไม่ว่าค่าแรงเฉลี่ยจะเท่าใดก็ตาม สิ่งที่แน่ชัดคือความไม่เท่าเทียมกันอย่างมากในวอลมาร์ทและในระบบเศรษฐกิจโดยรวม จากงานวิจัยของสถาบันนโยบายเศรษฐกิจระบุว่ามรดกของครอบครัววอลตัน (เจ้าของวอลมาร์ท) มีมูลค่าเทียบเป็นต่อปีมากกว่ารายได้ของครอบครัวคนผิวสีร้อยละ 79 ครอบครัวรวมกัน/p pเคียนนา โฮเวิร์ด คนงานวอลมาร์ทกล่าวผ่านถ้อยแถลงต่อสื่อว่า "พวกเรารู้ว่าวอลมาร์ทและครอบครัววอลตันสามารถจ่ายค่าแรงที่เป็นธรรมได้ พวกเรารู้ว่าพวกเรามีสิทธิ์ที่จะพูดถึงเรื่องนี้โดยไม่ต้องมีบรรษัทคอยข่มขู่คุกคามสิ่งที่พวกเรามีอยู่น้อยนิด"/p pกลุ่มแรงงานค้าปลีก แรงงานอาหารฟาสต์ฟู้ด กลายเป็นส่วนสำคัญต่อเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เช่นเดียวกับแรงงานอุตสาหกรรมยานยนต์ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 1930 แม้แต่ในช่วงแบล็กฟรายเดย์ การประท้วงวอลมาร์ทจึงเป็นหนทางในการทำให้ชีวิตคนงานจำนวนมากดีขึ้นและกลายเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการจัดตั้งคนในที่ทำงานค่าแรงต่ำผู้ที่เป็นส่วนสำคัญของระบบเศรษฐกิจในยุคนี้ทำให้ต้องพึ่งพาพวกเขามากขึ้น/p pnbsp;/p pstrongเรียบเรียงจาก/strong/p pWalmart workers strike as they gear up for largest Black Friday protest yet, Waging Nonviolence, 19-11-2014br /a href="http://wagingnonviolence.org/2014/11/walmart-workers-strike-black-friday-protest/"http://wagingnonviolence.org/2014/11/walmart-workers-strike-black-friday-protest//a/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/ozRkt_FSyqI" height="1" width="1"/

บทวิเคราะห์ต่างประเทศ: การเต้นรำของ 2 มหาอำนาจ จีน-สหรัฐฯ

Mon, 24/11/2014 - 14:39
pเมื่อไม่นานมานี้เรื่องความร่วมมือระหว่างสองประเทศมหาอำนาจอย่างจีนและสหรัฐฯ บนเวทีระดับโลกเป็นเรื่องน่าติดตาม จอห์น เฟฟเฟอร์ ผู้อำนวยการ Foreign Policy In Focus วิเคราะห์ท่าทีและแนวทางที่ทั้งสองประเทศจะสามารถร่วมมือกันได้เพื่อแก้ปัญหาในระดับโลกได้อย่างแท้จริง/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7505/15680784197_290d351860_o.jpg" //p pbr /21 พ.ย. 2557 เว็บไซต์ Foreign Policy In Focus ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศเปลี่ยนแปลงนโยบายต่างประเทศต่อเอเชียภายใน 3 ปี โดยต้องการสร้างระบบการวางนโยบายในระยะยาวแทนการตอบโต้ต่อวิกฤติในทันที ซึ่งดูเหมือนว่าสหรัฐฯ พยายามจะเปลี่ยนเป้าหมายจากการปกป้องยุโรปจากภัยคุกคามจากตะวันออกกลางและยึดครองแหล่งน้ำมันไปพร้อมๆ กับหันมาหาตลาดในเอเชียและถ่วงดุลอำนาจกับจีน/p pขณะที่รัฐบาลโอบามาต้องเผชิญกับวิกฤติโลกรอบด้านทั้งกรณีของสงครามรัสเซีย-ยูเครน กรณีความขัดแย้งของอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสในกาซา และกรณีการเติบโตของกลุ่มไอซิสในซีเรียและอิรัก ขณะที่ทางการจีนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวิกฤตการณ์เหล่านี้/p pFPIF ระบุว่า ในฐานะรัฐที่ท้าทายอำนาจความเป็นผู้นำโลก จีนวางตัวเหมือนรัฐใหญ่ๆ รัฐอื่นในโลกที่คาดเดาได้ง่ายว่าจะทำอะไรต่อไป และด้วยความเป็นมหาอำนาจจีนยังมีความทะเยอทะยานในระดับโลกซึ่งในบางเรื่องททางการสหรัฐฯ ก็อยากสนับสนุนถ้าหากมันเข้าทางผลประโยชน์ เช่น ในเรื่องเศรษฐกิจโลก เรื่องการต่อต้านการก่อการร้าย การลดสะสมนิวเคลียร์ การรักษาสันติภาพ และประเด็นอื่นๆ/p pกรณีความร่วมมือดังกล่าวมีการหารือกันในที่ประชุม G20 ณ กรุงปักกิ่ง ซึ่งทั้ง 2 ประเทศมีการตกลงด้านความร่วมมือเกี่ยวกับปัญหาภาวะโลกร้อนไปแล้ว อย่างไรก็ตาม FPIF ระบุว่าทางการสหรัฐฯ และจีนยังมองหน้ากันไม่ค่อยติดแม้แต่กับเรื่องที่ทั้งสองชาติต่างก็มีผลประโยชน์ร่วมกัน/p pก่อนหน้านี้ ซูซาน ไรซ์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ไปเยือนจีนแล้วกล่าวไว้สั้นๆ ว่า ปัญหาของโลกยุคศตวรรษที่ 21 จะไม่สามารถจัดการได้ถ้าสหรัฐฯ และจีนไม่ร่วมมือกัน อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าทางการสหรัฐฯ จะไม่ยอมทนต่อความทะเยอทะยานในระดับภูมิภาคของจีน แม้ว่าสหรัฐฯ จะไม่ได้สนใจเรื่องแผนการด้านพลังงานของจีนในทางฝั่งตะวันออกของรัสเซีย แต่ในช่วงที่จีนเริ่มแสดงท่าทียกระดับต่อข้อพิพาทหมู่เกาะเตียวหยู หรือหมู่เกาะเซนกากุช่วงกลางปีที่ผ่านมาจะเป็นสัญญาณเตือนสหรัฐฯ ว่าทางการจีนเริ่มเปลี่ยนท่าทีแบบพร้อมใช้กำลังมากขึ้นจนทำให้สื่อสหรัฐฯ เขียนถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการปะทะทางการทหารระหว่างสองชาติ/p pหลังจากนั้นจีนและสหรัฐฯ ก็เริ่มมีท่าทีอ่อนข้อลงจนนักคิดของสหรัฐฯ มองว่าทางการสหรัฐฯ ดำเนินการแบบใช้ความอดกลั้นและมีเล่ห์เหลี่ยมมากขึ้นเมื่อเทียบกับวิธีการพุ่งเข้าชนแบบผู้นำรัสเซีย จากปัญหาต่างๆ ที่รุมเร้าทำให้สหรัฐฯ ต้องการความช่วยเหลือจากจีนแม้ว่าจะยังคงมองจีนด้วยความระมัดระวัง/p pFPIF ระบุว่าสิ่งเหล่านี้คือใจกลางความย้อนแย้งในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน จากปัญหาวิกฤติต่างๆ ทำให้สองประเทศราวกับกำลังเต้นรำกันในหลายท่วงท่าซึ่งบางครั้งก็เข้าใกล้ บางครั้งก็ออกห่าง ปรับเปลี่ยนไปตาม "เพลงฉากหลัง" และบางครั้งก็มีการขัดผลประโยชน์กันโดยเฉพาะในเขตเอเชียตะวันออกจนต้องหยุดเพลงแล้วถกเถียงกันว่าควรจะเปิดเพลงแบบใด ใครจะเป็นคนเลือก/p pFPIF วิเคราะห์อีกว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนแตกต่างกันกับช่วงที่สหรัฐฯ มีความสัมพันธ์กับสหภาพโซเวียต โดยในกรณีของสหรัฐฯ กับโซเวียตนั้นมีความร่วมมือในระดับนานาชาติในเรื่องที่ไม่มีความสลักสำคัญแต่ก็ยอมให้ในเรื่องที่เกี่ยวกับอิทธิพลในพื้นที่ของตนเอง ส่วนในกรณีของจีนกับสหรัฐฯ นั้น สิ่งที่เป็นเรื่องท้าทายในอีก 10 ปีข้างหน้าคือการทูตของทั้งสองประเทศจะต้องไม่ทำให้ความไม่ลงรอยกันในระดับภูมิภาคมาทำลายความร่วมมือกันในระดับโลก/p pbr / /ppstrongความร่วมมือระดับโลก/strongbr /ในช่วงปลายปี 2555 สีจิ้นผิง หัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์จีนกล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับความฝันของประเทศจีนไว้สี่ประการคือการทำให้ประเทศจีนมีความเข้มแข็ง ศิวิไลซ์ งดงาม และสามัคคี มีการเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากรขึ้นสองเท่าภายในปี 2563 เสริมความแข็งแกร่งเรื่องความมั่นคง และเป็นมหาอำนาจของโลกอย่างเต็มตัว ผู้นำจีนยังพยายามขยายความฝันไปสู่ระดับภูมิภาคด้วย "กองทุนทางสายไหม" 40,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อพัฒนาโครงสร้างทั้งทางบกและทางทะเลโดยรอบประเทศจีน/p pแม้ว่าฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ จะมีความเห็นลงรอยกันกับจีนในเรื่องอำนาจและความมั่งคั่ง แต่ดูเหมือนว่าสภาคองเกรสจะยังคงมองจีนแบบไม่ไว้ใจและไม่ยอมให้มีอิทธิพลในสถาบันการเงินมากนัก/p pแต่ FPIF ก็วิเคราะห์ว่าสหรัฐฯ ดูเหมือนจะต้องพึ่งพาทางการเงินจากจีน จากการที่สหรัฐฯ เป็นหนี้จีนมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ อีกทั้งจีนยังเร่งซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ในปี 2557 ทำให้เป็นการส่งเสริมการส่งออกของจีนโดยการทำให้ค่าเงินหยวนต่ำลง และทำให้ตลาดการเคหะเข้มแข็งขึ้นโดยการกดอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ทางการสหรัฐฯ ยังต้องพึ่งพาผู้ผลิตและผู้บริโภคในจีนในแง่การค้าระหว่างประเทศและเศรษฐกิจโลกโดยรวม แม้ว่าในแง่การเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นแล้วของจีนจะลดลง แต่สหรัฐฯ ก็ยังเรียกร้องให้ทางการจีนยังคงการค้าขายและการลงทุนกับต่างชาติไว้ในระดับสูง ซึ่งทางการจีนเองก็ต้องการทำตามด้วยหลายเหตุผลรวมถึงความมั่นคงของรัฐบาลเอง/p pแต่การเห็นพ้องด้านเศรษฐกิจก็ไม่ไปด้วยกันกับเรื่องปัญหาการใช้ทรัพยากรและเรื่องโลกร้อน เนื่องจากทางการจีนเน้นเรื่องการเติบโตโดยไม่สนใจในเรื่องอื่น ทำให้ทั้งสองประเทศนี้ไม่ลงรอยกันในเรื่องการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอน แม้ว่าจีนจะเสนอเพดานจำกัดการปล่อยก๊าซในระดับภูมิภาคแต่จีนเองยังคงเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ระดับก๊าซคาร์บอนและปรากฏการณ์เรือนกระจกเพิ่มสูงขึ้น และเมื่อไม่นานมากนี้สหรัฐฯ ก็ปล่อยก๊าซคาร์บอนเพิ่มเช่นกัน แม้ว่าทั้งสองประเทศจะพยายามเจรจาวางแนวทางปรับลดแต่ก็ยังไปด้วยกันไม่ได้ในเรื่องนี้/p pในแง่ของกำลังการทหาร ทั้งสองประเทศนี้ก็มีผลประโยชน์คาบเกี่ยวกัน หนึ่งในนั่นคือการต่อต้านการก่อการร้าย โดยจีนร่วมมือกับนโยบายต่อต้านการก่อการร้ายของสหรัฐฯ นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ 9/11 ซึ่งทางการจีนเองก็มีความกังวลในเรื่องแนวคิดการแบ่งแยกดินแดนในซินเจียงและความเกี่ยวข้องระหว่างการก่อการร้ายภายในประเทศและองค์กรก่อการร้ายภายนอกประเทศ แต่จนถึงตอนนี้ทางการจีนก็ยังไม่ได้ร่วมมือกับการโจมตีกลุ่มก่อการร้ายในอิรักและซีเรีย จีนยังคงทำตามนโยบายไม่แทรกแซงอย่างน้อยก็ในแง่ทางการ แต่พวกเขาก็อาจจะเปลี่ยนใจหลังจากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องระหว่างคนที่มีสัญชาติจีนกับกลุ่มติดอาวุธไอซิสรวมถึงความสนใจในแหล่งพลังงานในประเทศอิรัก/p pทั้งสหรัฐฯ และจีนยังเป็นสมาชิกภาพความร่วมมือด้านการลดอาวุธนิวเคลียร์ ทั้งสองชาติยังเคยร่วมมือกันเพื่อเจรจากับเกาหลีเหนือในเรื่องนี้แต่ก็ส่งผลเพียงเล็กน้อย และเรื่องการลดอาวุธนิวเคลียร์ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญในแง่ของความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับเกาหลีเหนือ กับอีกประเทศหนึ่งคืออิหร่าน จีนได้สนับสนุนให้มีการยับยั้งอาวุธนิวเคลียร์แต่ก็ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวโยงในความสัมพันธ์ระหว่างจีน-อิหร่านเช่น เรื่องความสัมพันธ์ทางการค้ารวมถึงการค้าอาวุธ/p pในเชิงการทูต FPIF ระบุว่าแม้ก่อนหน้านี้จีนจะไม่ค่อยชื่นชมบทบาททางการทูตของสหรัฐฯ ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ในตอนนี้ดูเหมือนว่าจีนจะเริ่มเปลี่ยนท่าทีเนื่องจากจีนเริ่มทำข้อผูกมัดด้านเศรษฐกิจกับคนทั่วโลก จีนเคยมีบทบาทเชิญผู้นำอิสราเอลและปาเลสไตน์ร่วมเจรจาหารือกันในปี 2556 แต่ทั้งคู่ต่างก็ไปเยือนจีนคนละเมืองและไม่ได้พบกัน จีนยังเป็นคู่ค้าที่ดีกับกลุ่มประเทศละตินอเมริกาส่วนใหญ่ และเคยจัดประชุมกับกลุ่มผู้นำในทวีปแอฟริกาทุก 3 ปี มาตั้งแต่ทศวรรษที่แล้ว ขณะที่รัฐบาลโอบามาเพิ่งจะประกาศว่าจะขอให้ผู้นำแอฟริกันมารวมตัวประชุมที่วอชิงตันเมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมานี้เอง/p pจีนยังแสดงท่าทีว่าจะเป็นคู่แข่งทางการเงินกับสหรัฐฯ เมื่อ 5 ประเทศกลุ่ม BRICS (บราซิล รัสเซีย, อินเดีย, จีน และแอฟริกาใต้) ต่างร่วมจัดตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาโดยตั้งสำนักงานใหญ่ในเซี่ยงไฮ้ แม้ว่าเหล่าผู้นำจะให้คำมั่นว่าจะมีการทำงานร่วมกับสถาบันเบรนตัน วูดส์ (ธนาคารโลก และไอเอ็มเอฟ) แต่ก็สามารถเป็นคู่แข่งในแง่การกำหนดบทบาทการพัฒนาตลาดได้ ซึ่งจีนไม่พอใจที่พวกเขาไม่สามารถสะท้อนอำนาจทางเศรษฐกิจได้ผ่านทางสถาบันเบรนตัน วูดส์ มานานแล้ว ธนาคารของ BRICS ยังมีการใช้เงินหลักเป็นเงินหยวนซึ่งจุดนี้อาจจะมาคานอำนาจเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และการใช้อิทธิพลในสถาบันเบรนตัน วูดส์ อย่างไม่เหมาะสมของสหรัฐฯ ได้/p pเรื่องที่ดูมีเงื่อนงำที่สุดจากบทวิเคราะห์ของ FPIF น่าจะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพสหรัฐฯ กับกองทัพจีนโดยตรง หลังจากที่ผู้นำทั้งสองประเทศพบกันเมื่อเดือน มิ.ย. 2556 เจ้าหน้าที่ทางทหารของจีนและสหรัฐฯ ก็พบปะกัน 4 ครั้ง และมีการเปิดเผยความร่วมมือทางการทหาร 8 จุด รวมถึงการที่จีนขอเข้าร่วมซ้อมรบ RIMPAC 2557 ที่ฮาวาย แต่ทางสภาคองเกรสยังคงไม่ไว้ใจจีนมากเท่าฝ่ายบริหาร/p pFPIF ระบุว่าแม้ว่าจะมีพื้นที่ให้ทั้งสหรัฐฯ และจีนร่วมมือกันแก้ไขปัญหาโลก เปรียบเสมือนพื้นที่กลางฟลอร์เปิดให้ทั้งสองเข้าไปเต้นรำ แต่ปัญหามีอยู่ว่าใครจะเป็นคนขอเพลงในประเด็นของเอเชียตะวันออก/p pbr / /ppstrongการเผชิญหน้าในระดับภูมิภาค/strongbr /FPIF ระบุว่านอกจากเรื่องที่สหรัฐฯ กับจีนแข่งกันเรื่องความเป็นมหาอำนาจของโลกแล้วสิ่งที่ทำให้ทั้งสองชาติไม่สามารถมีความสัมพันธ์กันอย่างเต็มที่ได้คือเรื่องของการเผชิญหน้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออก/p pขณะที่สหรัฐฯ เป็นพันธมิตรสองทางกับญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และฟิลิปปินส์ มีพันธะทางการทหารในการช่วยปกป้องไต้หวัน และต้องรักษาผลประโยชน์ด้วยการรักษาช่องทางเดินทางทะเลในพื้นที่ไว้ ช่วงสงครามเย็นสหรัฐฯ ยังคงอำนาจด้วยการวางกำลังทหารไว้ แต่หลังการล่มสลายของโซเวียตและจีนเริ่มมีประสิทธิภาพทางการทหารมากขึ้น สหรัฐฯ ก็เริ่มปรับยุทธวิธี เลิกการเน้นตั้งฐานทัพอยู่กับที่ หันมาพัฒนาการรบทางทะเลและทางอากาศ รวมถึงดำเนินนโยบายศูนย์กลางแปซิฟิกแต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเป้าหมายหลักๆ ไป/p pFPIF ระบุอีกว่าทางการสหรัฐฯ ยังรีรอที่จะเปลี่ยนวิธีการปฏิบัติต่อจีนในเรื่องภูมิภาคเอเชียตะวันออก เช่นกรณีที่เกาะไห่หนานปี 2544 ที่เครื่องบินสอดแนมของสหรัฐฯ บินเข้าไปใกล้เกาะซึ่งเป็นพื้นที่ของจีนในระยะห่างราว 110 กม. จนทำให้จีนใช้เครื่องบินขับไล่ J-8 ติดตามจนมีการชนกันกลางอากาศ ซึ่งในกรณีนี้ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากมองว่าสหรัฐฯ ไม่จำเป็นต้องนำเครื่องบินสอดแนมเข้าไปใกล้ขนาดนั้นเพราะพวกเขาได้รับข้อมูลที่เพียงพอแล้วจากการสอดแนมทางดาวเทียม ทางเรือดำน้ำ และทางบก แต่สหรัฐฯ ไม่ต้องการให้จีนเห็นว่าตนอ่อนข้อและยอมลดปฏิบัติการทางอากาศตามที่จีนขอร้องซึ่งถ้าหากสหรัฐฯ ทำตามจะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ของทั้งสองชาติ โดยสหรัฐฯ ยังคงอ้างว่าปฏิบัติการทางอากาศมีความจำเป็นเพราะประเทศจีนไม่มีความโปร่งใสมากพอในด้านการพัฒนาทางการทหาร/p pไม่เพียงแค่การไม่ยอมเปลี่ยนท่าทีของสหรัฐฯ เท่านั้น การที่จีนชอบอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนในแถบหมู่เกาะทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้ เปิดโอกาสให้สหรัฐฯ ใช้จุดนี้เป็นการเสริมความสัมพันธ์กับประเทศพันธมิตรและหาพันธมิตรเพิ่ม สหรัฐฯ สามารถผลักดันให้นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่นแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อขยายขอบเขตการใช้กำลังทหาร อีกทั้งยังเจรจาให้เกาหลีใต้มองว่าพัฒนาการทางทหารของจีนน่าเป็นห่วงรวมถึงการตั้งฐานทัพเรือที่เกาะเชจูโดยทางการเกาหลีใต้ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสในการสอดแนมและการป้องกันขีปนาวุธ นอกจากนี้สหรัฐฯ ยังสามารถหารือข้อตกลงใหม่กับฟิลิปปินส์และได้รับความร่วมมือจากเวียดนามในเรื่องนโยบายความมั่นคง แม้กระทั่งมาเลเซียซึ่งก่อนหน้านี้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับจีนก็หันมาสนับสนุนที่ตั้งฐานทัพเครื่องบินสอดแนมของสหรัฐฯ/p pนอกจากนี้สหรัฐฯ ยังเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งแถบทะเลจีนใต้ โดยพยายามคัดค้านการตั้งฐานขุดเจาะน้ำมันในพื้นที่ทางทะเลที่มีข้อพิพาทกัน แต่ทางการจีนไม่ยอมรับแนวคิดการแทรกแซงเช่นนี้ แม้กระทั่งการนำข้อพิพาทเข้าสู่ศาลอนุญาโตตุลาการ จีนก็ไม่ยอมรับ/p pอย่างไรก็ตาม FPIF มองว่าทางการสหรัฐฯ เคยทำตัวไม่จริงใจมาก่อนโดยการเสนอตัวเป็นตัวกลางผู้เจรจาไกล่เกลี่ยทั้งๆ ที่พวกเขาเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชัดเจนโดยมีพันธมืตรอย่างฟิลิปปินส์และเวียดนาม นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับนโยบายการต่างประเทศแบบเดียวกับในตะวันออกกลางที่แม้จะแสดงตัวเป็นผู้ไกล่เกลี่ยแต่ก็ยังส่งเงินสนับสนุนกองทัพอิสราเอล FPIF ระบุว่าถ้าสหรัฐฯ เชื่อเรื่องความร่วมมือจากทั้งสองฝ่ายจะช่วยแก้ปัญหาได้จริง พวกเขาต้องเลือกเล่นบทเอาตัวเองเข้าว่าอย่างเดียวแล้วสนับสนุนกลไกหรือสถาบันที่มีความร่วมมือจากทั้งสองฝ่ายจริง/p pโรเบิร์ต รอสส์ ศาตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยบอสตันคอลเลจและผู้ร่วมงานศูนย์จีนศึกษาที่ฮาร์วาร์ดระบุว่า รัฐบาลโอบามาต่างจากรัฐบาลอื่นตรงที่มีการท้าทายการพยายามขยายอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนของจีน แต่ก็สร้างความย้อนแย้งในตัวเองเพราะแทนที่จะเป็นการถ่วงดุลอำนาจของจีนกลับกลายเป็นทำให้จีนมีท่าทีพร้อมสู้รบมากขึ้นเพราะการกระทำของพวกเขาทำให้ผู้นำจีนเชื่อว่าจะจีนต้องมีท่าทีแข็งกร้าวถึงจะขยายอำนาจได้อย่างมั่นคง/p pความขัดแย้งของสหรัฐฯ และจีนยังขยายไปถึงเรื่องการค้า พวกเขาไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันในเรื่องการค้าระดับภูมิภาคได้ สหรัฐฯ พยายามผลักดันหุ้นส่วนเศรษฐกิจทรานส์แปซิฟิก (TPP) โดยจีนสามารถร่วมได้แต่ต้องทำตามข้อกำหนดพื้นฐานซึ่งยากมากที่จีนจะทำได้ แต่ถ้าหาก TPP ดำเนินการต่อไปโดยไม่มีจีน ทางการจีนจะสูญเสียอย่างมาก ในขณะเดียวกันจีนก็มีข้อตกลงการค้าเอฟทีเอ (FTA) กับกลุ่มประเทศอาเซียนและเพิ่มข้อตกลงใหม่ๆ เข้าไป นอกจากนี้ยังพยายามผลักดันเขตการค้าเสรีเอเชียแปซิฟิก (FTAAP) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากยักษ์ใหญ่การส่งออกอย่างเกาหลีใต้/p pFPIF ระบุว่าขณะที่สหรัฐฯ และประเทศพันธมิตรค่อนข้างพอใจกับสถานะคงที่ในปัจจุบันของภูมิภาค แต่ดูเหมือนจีนจะไม่ได้พอใจด้วย จีนสร้างอำนาจทางเศรษฐกิจผ่านการค้าและการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน จีนเคยยอมรับการมีอยู่ของกองทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้มาก่อนแต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ จะมีอิสระมากขึ้นและเริ่มมีการพัฒนาทางการทหารมากขึ้นทำให้จีนเห็นว่าสถานะคงที่เช่นนี้เป็นเรื่องไม่ปลอดภัย อีกทั้งจีนยังไม่สนใจว่าสหรัฐฯ จะใช้แผนยุทธวิธีสร้างประสิทธิภาพและความเป็นอิสระให้กับประเทศพันธมิตรของเขาในภูมิภาคนี้ เมื่อระบบความมั่นคงในปัจจุบันของภูมิภาคไม่สามารถจัดการกับปัญหาความขัดแย้งจำนวนมากได้ อนาคตจะเป็นอย่างไร/p pbr /strongระบบพหุภาคีด้วยความไม่สมัครใจ?/strongbr /FPIF ระบุว่าทั้งสหรัฐฯ และจีนต่างก็มีความสัมพันธ์แบบพหุภาคีที่มีการตกลงนโยบายร่วมกันทั้งหลายฝ่ายในแบบที่กระท่อนกระแท่น ในฐานะประเทศมหาอำนาจทั้งคู่ต่างชอบใช้วิธีการเจรจาไกล่เกลี่ยแบบร่วมกันสองฝ่ายหรือทวิภาคีมากกว่าเพราะพวกเขาจะได้คาดเดาและบรรลุเป้าหมายได้ง่ายกว่า พวกเขาไม่เก่งในเรื่องการสร้างผลลัพธ์แบบที่เป็นบวกสำหรับทุกฝ่ายผ่านระบบการตัดสินใจแบบพหุภาคีที่มีประเทศอื่นร่วมหารือด้วย ดูเหมือนว่าจีนจะคุ้นเคยระบบพหุภาคีน้อยกว่าสหรัฐฯ/p pในประเด็นเรื่องภูมิภาคเอเชียตะวันออก สหรัฐฯ ยังคงไม่ยอมลดอำนาจนำเพราะกลัวว่าจะเปิดโอกาสให้จีนเพิ่มอำนาจตัวเองได้ ในขณะที่สหรัฐฯ กล่าวหาว่าจีนทำตัวเป็นผู้ถือผลประโยชน์ที่ไม่มีความรับผิดชอบ ทางการจีนก็กล่าวหาสหรัฐฯ ว่าเป็นผู้ตัดสินใจแต่เพียงฝ่ายเดียว ข้อกล่าวหาของทั้งสองฝ่ายถือว่าถูกทั้งคู่ตราบใดที่ยังไม่มีการตัดสินใจแบบพหุภาคี/p pFPIF ระบุว่าทั้งสองประเทศต่างก็ต้องการ "ระบบพหุภาคีด้วยความสมัครใจ" ทางการสหรัฐฯ วางรากฐานระบบพหุภาคีในหมู่ประเทศพันธมิตรเช่นระบบไตรภาคีซึ่งร่วมกับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ จีนก็มีความพยายามในการสร้างโครงสร้งแบบเดียวกันจากองค์กรความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ และระบบใหม่ของ BRICS ส่วนความท้าทายของประเด็นในเอเชียตะวันออกอยู่ที่การสร้าง "ระบบพหุภาคีด้วยความไม่สมัครใจ" ให้ได้/p pแม้ว่าการประชุม 6 ฝ่ายที่ผ่านมาซึ่งเกี่ยวกับการพยายามปลดอาวุธเกาหลีเหนือจะยังไม่ได้ผลตามเป้าหมายแต่ก็ถือเป็นแบบแผนที่ดีในการสร้างข้อตกลงชั่วคราวให้กับประเทศในภูมิภาค ตัวอย่างที่ดีกว่านี้ของพหุภาคีด้วยความไม่สมัครใจคือองค์กรเพื่อความร่วมมือและความมั่นคงในยุโรป (OSCE) ที่สหรัฐฯ และโซเวียตเคยร่วมหารือควบคุมด้านอาวุธกันในช่วงสงครามเย็น นอกจากนี้ OSCE ยังกลายเป็นพื้นที่หารือแบบพหุภาคีในประเด็นอื่นที่เกิดขึ้นจากสงครามเย็น เช่น เรื่องสิทธิมนุษยชน เรื่องพรมแดน การแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจ/p pทางการจีนและสหรัฐฯ อาจจะมีความร่วมมือแบบทวิภาคีแน่นแฟ้นขึ้นในประเด็นของโลกและอาจจะส่งผลในความสัมพันธ์ระดับภูมิภาคเช่นเรื่องที่ตกลงกันว่าจะมีการประกาศเตือนก่อนหากจะมีการซ้อมรบในแถบเอเชียแปซิฟิก แต่สภาคองเกรสและการผลัดเปลี่ยนผู้นำของสหรัฐฯ มักจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศย้อนกลับไปเป็นแบบเดิม/p pบทความใน FPIF ระบุว่าแม้ทั้ง 2 ประเทศจะไม่สามารถตกลงร่วมกันได้ในแบบการหารือระหว่างประเทศ วิธีที่ดีที่สุดคือการจัดตั้ง "ระบบพหุภาคีด้วยความไม่สมัครใจ" ในเอเชียตะวันออกจะช่วยไกล่เกลี่ยปัญหาระหว่างประเทศมหาอำนาจและประเทศที่เล็กกว่าได้ แต่สหรัฐฯ และจีนจะต้องยอมประนีประนอมเพื่อให้เกิดผลลัพธ์/p pFPIF ระบุว่าถ้าหากสหรัฐฯ และจีนยังคงต้องการเล่นบทเจรจาแบบระหว่างสองประเทศต่อไป อาจจะดูเป็นการระแวดระวังป้องกันตัวแต่ก็อาจจะนำมาซึ่งการต้องจ่ายงบประมาณการทหารเพิ่มขึ้นและต้องแสดงท่าทีก้าวร้าวมากขึ้น ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงการหารือกันเพียงสองฝ่ายคงไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัยอย่างแท้จริงสำหรับทั้งสหรัฐฯ และจีนอีกต่อไป/p pnbsp;/p pstrongเรียบเรียงจาก/strong/p pThe Dance of Superpowers, John Feffer, FPIF, 18-11-2014br /a href="http://fpif.org/dance-superpowers/"http://fpif.org/dance-superpowers//a/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/gAp_zwzV_Vo" height="1" width="1"/

ศาลไม่ให้ประกัน รอบสี่ คดี 112 ลุงวัย 67 ปีเขียนผนังห้องน้ำห้าง

Mon, 24/11/2014 - 14:39
p!--break--!--break--/p divที่ศาลทหาร เจ้าหน้าที่นำตัวนายโอภาส (สงวนนามสกุล) อายุ 67 ปี nbsp;ผู้ต้องหาคดี 112 จากกรณีเขียนข้อความในผนังห้องน้ำห้างสีคอนสแควร์ โดยผู้ต้องหาถูกจับกุมตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค.และถูกคุมขังมาจนปัจจุบัน ก่อนหน้านี้เคยยื่นประกันตัวไปแล้วสามครั้งโดยใช้โฉนดที่ดินมูลค่า 2.5 ล้านบาทแต่ศาลไม่อนุญาต/div divnbsp;/div divในวันนี้นายโอภาสถูกนำมาที่ศาลโดยปราศจากพนักงานสอบสวน เพื่อมายื่นคำร้องขอฝากขังครั้งที่ 4 ที่ศาลทหารในช่วงเช้า ทนายความผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องคัดค้านการขอฝากขังครั้งเป็นครั้งที่ 3 โดยคัดค้านว่าพนักงานสอบสวนไม่มีเหตุจำเป็นจะต้องควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ เนื่องจากคดีมีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ไม่ซับซ้อน คำให้การของผู้ต้องหาในชั้นสอบสวนก็เป็นประโยชน์ในการรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับคดีนี้แล้ว ไม่มีเหตุที่ผูต้องหาจะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานได้อีก/div divnbsp;/div div style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7511/15680478089_13089d47fe_z.jpg" //div divnbsp;/div divศาลศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า แม้ว่าพนักงานสอบสวนจะไม่ได้มาที่ศาล แต่เมื่อพิเคราะห์ความหนักเบาของคดี เห็นว่า เป็นคดีร้ายแรงและเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง จึงอนุมัติคำร้องฝากขัง/div divnbsp;/div divศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ทนายความผู้ต้องหาแจ้งว่าในช่วงบ่ายได้ยื่นประกันตัวโดยใช้หลักทรัพย์เดิม พร้อมแหตุผลประกอบด้านปัญหาสุขภาพ เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นโรคเส้นเลือดในจอรับภาพบวมซึ่งอาจแตกและทำให้ตาบอด ซึ่งโดยปกติผู้ต้องหาต้องพบแพทย์ทุก 2-3 เดือนหากพบว่ามีอาการจะยิงเลเซอร์เพื่อทำการรักษา/div divnbsp;/div divซึ่งศาลมีคำสั่งว่า ผู้ต้องหามีสิทธิไดรัการรักษาพยาบาลโดยเร็วเมื่อเกิดอาการอยู่แล้ว nbsp;ข้ออ้างจึงฟังไม่ขึ้น และศาลเคยมีคำสั่งไม่ให้ปล่อยตัวชั่วคราวมาก่อนแล้ว ไม่มีเหตุให้กลับคำสั่งnbsp;/div divnbsp;/div divทั้งนี้ โอภาสถูกจับวันที่ 15 ต.ค.โดยเจ้าหน้าที่ของห้างซีคอนสแควร์เป็นผู้นำตัวส่งหทาร หลังเขายอมรับและเสียค่าปรับทำห้องน้ำห้างสกปรก 2,000 บาท ต่อมาพ.ท.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญได้นำตัวโอภาสมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่กองบังคับการปราบปรามก่อนนำตัวไปขอฝากขังที่ศาลทหาร/div divnbsp;/div divโอภาส เป็นชายวัย 67 nbsp;ปีชาวกรุงเทพฯ มีอาชีพขายของเบ็ดเตล็ด เขากล่าวว่า ไม่เคยร่วมชุมนุมแต่อย่างใด และเป็นผู้ติดตามการเมืองเพียงห่างๆ จนกระทั่งในราวปี 2552 ได้เจอคลื่นวิทยุชุมชนทั้งฝ่ายเหลืองและฝ่ายแดงโดยบังเอิญจึงรับฟังมานับแต่นั้นมา และพบว่าชอบฟังสถานีของฝ่ายเสื้อแดงมากกว่า แต่ก็จะเลือกฟังเฉพาะดีเจบางคน เขายืนยันว่าไม่ได้ถูกล้างสมองจากวิทยุชุมชนตามที่เจ้าหน้าที่ทหารพยายามแถลงข่าวไปในแนวทางดังกล่าวnbsp;/div divnbsp;/div divศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนให้ข้อมูลว่า ในปัจจุบันคดี 112 มีอยู่เกือบ 20 คดี ผู้ต้องหาเกือบทั้งหมดไม่ได้รับการประกันตัว ในจำนวนนี้มีอยู่ 6 คดีที่ถูกส่งไปดำเนินคดียังศาลทหาร คดีล่าสุดคือคดีของโอภาสนับเป็นคดีที่ 2 ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นการกระทำความผิดหลังรัฐประหาร (คดีทำลายพระบรมฉายาลักษณ์ที่จังหวัดเชียงรายนับเป็นกรณีแรก) นอกเหนือจากนั้นเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นก่อนการรัฐประหาร/div divnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/KXuHMSlrvXA" height="1" width="1"/

ศาลทหารลงโทษจำคุก 9 ปี บ.ก.เว็บไทยอีนิวส์ ข้อหา ม.112

Mon, 24/11/2014 - 13:57
pบ.ก.เว็บไทยอีนิวส์ถูกลงโทษ 9 ปีแต่เนื่องจากรับสารภาพจึงรับโทษเพียงกึ่งหนึ่ง ฐานเผยแพร่บทความของ ใจ อึ๊งภากรณ์/p !--break--!--break--pbr /br /24 พ.ย. 2557 ศาลทหารลงโทษจำคุก บรรณาธิการเว็บไซต์ไทยอีนิวส์ เก้าปี ในข้อหาตามมาตรา 112 แต่เนื่องจากจำเลยรับสารภาพจึงลงโทษเหลือสี่ปีหกเดือน จากการเผยแพร่บทความของใจ อึ๊งภากรณ์ ในเว็บเมื่อปี 2554/p pบรรณาธิการซึ่งมีนามปากกาว่า สมศักดิ์ ภักดีเดช ได้ให้การรับสารภาพต่อหน้าศาล ในการนัดสอบคำให้การในเช้าวันจันทร์/p pสมศักดิ์กล่าวกับประชาไทว่า ไม่รู้สึกเหนือความคาดหมาย กับการถูกจำคุก สี่ปีหกเดือน โดยส่วนตัว เชื่อว่าสรรพสิ่งทุกอย่างต้องเปลี่ยนแปลง เบื้องต้นตนไม่ได้รับอนุญาตให้พูดอะไร แต่อยากฝากบอกคำว่า We shall overcome [เราจะชนะ]ถึงเพื่อนๆ/p pสมศักดิ์ถูกจู่โจมจับที่บ้านวันที่ 25 พค. ด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจอาวุธครบมือประมาณยี่สิบคน ก่อนถูกนำมาสอบสวนในค่ายทหารและให้ตำรวจดำเนินการแจ้งความ ทนายของสมศักดิ์ได้เคยทำเรื่องขอปล่อยตัวชั่วคราวสมศักดิ์หลายครั้ง แต่ศาลทหารไม่เคยมีคำสั่งให้สมศักดิ์ได้รับการประกันตัวเลยbr /nbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/NV_uakQyobM" height="1" width="1"/

ทีมโฆษก คสช. เตือน "สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล" โพสต์ลบหลู่กองทัพไม่ใช่วิสัยอาจารย์

Mon, 24/11/2014 - 13:31
pพ.อ.วินธัย สุวารี เตือนพาดพิงกองทัพใช้แต่ความรู้สึก ข้อมูลไม่ครบ ไม่ใช่วิสัยอาจารย์ จะกระทบความน่าเชื่อถือทางวิชาชีพ - มั่นใจโรงเรียนการทหารในประเทศได้มาตรฐานระดับสากล บุคลากรประสบความสำเร็จ มีผลงานจับต้องได้จริง ด้าน 'สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล' โพสต์ตอบล้ม รธน.- ผิด ม.113 มีสิทธิอะไรมาเตือนคนอื่น/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="http://farm4.staticflickr.com/3717/10050455215_f41dd91208_z.jpg" style="width: 560px; height: 315px;" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"strongสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล (แฟ้มภาพ)/strong/span/p p24 พ.ย. 2557 - หลังจากเมื่อวานนี้ (23 พ.ย.) สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นักวิชาการประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศa href="https://www.facebook.com/somsakjeam/posts/752583878128227"โพสต์เฟซบุ๊ค/aวิจารณ์กรณีกองทัพเรียกคนจำนวนมากไปรายงานตัว และคนที่ถูกเรียกรายงานตัวได้เล่าว่าทหารที่มาสอบสวนพูดอะไรบ้าง ซึ่ง "บอกตรงๆ ฟังแล้วก็ได้แต่ "สายหน้า" นะ คนเหล่านี้ "ไม่ฉลาด" เอามากๆ สิ" พร้อมวิจารณ์การแสดงความเห็นทางรายการคืนความสุขให้คนในชาติ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ว่า "หมอนี่ไปอยู่ที่ไหนมา? เกิดเมื่อศตวรรษที่แล้วหรือไง?" นั้น/p pต่อมาวันนี้ (24 พ.ย.) พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ในฐานะทีมงานโฆษก คสช. กล่าวถึงกรณีดังกล่าว โดยa href="http://www.thairath.co.th/content/465224"ไทยรัฐออนไลน์/a รายงานความเห็นของ พ.อ.วินธัย ที่ระบุว่า นายสมศักดิ์มีอาชีพเป็นครูบาอาจารย์ สถาบันที่มีชื่อเสียง การแสดงความคิดเห็นในช่วงนี้ ควรเป็นในเชิงสร้างสรรค์ บางลักษณะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ควรต้องระมัดระวัง อย่างกรณีที่ใช้คำว่า "โง่" ก็ไม่อยากเชื่อ เพราะลักษณะคำพูดดังกล่าวเป็นการพูดในเชิงลบหลู่ ดูหมิ่นดูแคลน ไม่ใช่วิสัยของบุคลากรระดับอาจารย์ ซึ่งอาจมีลูกศิษย์มากมาย การเสนอข้อมูลใดๆ ในขณะที่มีข้อมูลไม่ครบไม่เพียงพอ หรือใช้เพียงความรู้สึกความเข้าใจเฉพาะในมุมมองของตัวเอง ไปพาดพิงบุคคล และองค์กรอื่นๆ อยากให้ได้ระมัดระวัง มิฉะนั้น อาจจะกระทบภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือทางด้านวิชาชีพได้/p p"มั่นใจว่าเรื่องระบบการศึกษาในโรงเรียนทหารทุกแห่งในประเทศไทย มีพัฒนาการมาตามกาลสมัย มีมาตรฐานในระดับสากลเป็นที่ยอมรับจากทั้งภายในและภายนอกประเทศ นำไปสู่เมื่อบุคคลากรสำเร็จออกปฏิบัติราชการ จะมีผลงานให้เห็นสามารถจับต้องได้จริง ตั้งแต่การป้องกันประเทศ การรักษาความสงบภายใน การพิทักษ์ปกป้องสถาบัน และการช่วยเหลือประชาชน ไม่ใช้ล้มเหลวอย่างที่กล่าวอ้าง"/p pหลังจากนั้นสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล โพสต์ทางa href="https://www.facebook.com/photo.php?fbid=753055684747713amp;set=a.137616112958343.44289.100001298657012"เฟซบุ๊ค/aตอบ พ.อ.วินธัยว่า "แต่คุณวินธัยครับ คนที่ทำผิดกฎหมายร้ายแรงที่สุดของประเทศ คือล้มรัฐธรรมนูญ ผิดกฎหมายมาตรา 113 (โทษประหารชีวิตทั้งนั้น) มีสิทธิอะไรในการ "เตือน" คนอื่นเรื่องทำผิดโน่นผิดนี่อีกครับ?"/p p"ปล. สำหรับ "ข้ออ้าง" ของ คสช ประเภท "จำเป็นต้องทำ" คือ ผิดกฎหมาย 113 ล้มรัฐธรรมนูญ อะไร .. แหม ไม่มีกฎหมายอาญาไหน เขียนว่า ไม่สามารถกบฏได้ "ยกเว้นแต่มีความจำเป็น" อะไรแบบนั้นนะ คือ ใครคิดว่าข้ออ้างประเภทนี้มีความหมายอะไร ก็บ้าแน่ ปล.2 อ้อ แล้วกรณีที่มีมือปืนไปยิงผมถึงบ้าน ไม่กีวันหลังจากคุณวินธัย ในนามกองทัพบอกออกมาขู่ว่า ต้อง "ใช้มาตรการทางสังคม" เล่นงานผมน่ะ มีวี่แววจะจับได้หรือยังครับ?" สมศักดิ์โพสต์ตอบ/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/urwKvd5g6IU" height="1" width="1"/