ประชาไท

Syndicate content
Updated: 4 min 42 sec ago

นักสิทธิเพื่อผู้ค้าบริการทางเพศ ชี้รัฐคุมเข้มพัทยา สร้างภาพขยับสถานะแก้ปัญหาค้ามนุษย์

Thu, 23/02/2017 - 21:57
!--break--!--break-- p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/4/3855/32255938393_b675601e17.jpg" style="width: 500px; height: 329px;" //p pจากกรณีa href="http://prachatai.com/journal/2017/02/70207"เว็บไซต์มิร์เรอร์/aของอังกฤษระบุว่าพัทยาเป็นเมืองหลวงแห่งเซ็กส์ของโลก มีพนักงานบริการทางเพศ 27,000 คน จนทำให้มีคำสั่งตรวจตราและจับกุมพนักงานบริการในพัทยาอย่างเข้มงวดในช่วงนี้/p pจันทวิภา อภิสุข ผู้อำนวยการมูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ (ส่งเสริมโอกาสผู้หญิง) ) ซึ่งเป็นองค์กรที่เน้นการส่งเสริมโอกาสให้พนักงานบริการทางเพศได้รับสิทธิเท่าเทียมกับคนทั่วไปในสังคม ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า ตัวเลขจริงอาจจะมากกว่าที่ปรากฏในข่าวอีก 10 เท่า โดยคิดเฉลี่ยแต่ละร้าน มีคนทำงานอย่างน้อย 2-5 คน บางแห่งมีกว่า 100 คน อย่างเช่นที่พัฒน์พงศ์คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 1 ตารางกิโลเมตร มีพนักงานบริการทั้งหมด 4,000-5,000 คน ส่วนพัทยาใหญ่กว่านั้นมาก จำนวนจึงไม่น่าใช่แค่ 27,000 คน แต่ไม่อาจเหมารวมว่าทุกคนขายบริการทางเพศทั้งหมดได้ พนักงานบริการบางคนไม่ขายเซ็กซ์แต่ขายอยางอื่น เช่น การเป็นเพื่อนเที่ยวไปกินข้าว ดูหนัง และไม่ใช่เฉพาะเพศหญิง แต่รวมทั้งเพศชาย หรือกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ และโดยเฉพาะที่เป็นปัญหาตอนนี้คือเรื่องแรงงานข้ามชาติ/p p“ไทยเป็นแหล่งสวรรค์ของแรงงานทั้งหลาย เขามาทำงานไม่ต้องการขายเซ็กส์ แต่เมื่อมีกรอบทางกฎหมาย เขาก็ต้องไปทำงานที่ไม่ใช้ใบอนุญาต เมื่อเขามาแบบผิดกฎหมาย ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องจ่ายเงินค่าคุ้มครองให้แก่เจ้าพนักงาน เลยต้องมีกฏหมายการค้ามนุษย์ขึ้นเพื่อคุ้มครองคนเหล่านี้”/p pจันทวิภา กล่าวเชื่อมโยงไปถึงเรื่องประเด็นการค้ามนุษย์และสาเหตุที่รัฐบาลไทยต้องสร้างผลงานด้วยการจับกุมกลุ่มคนหรือบุคคลที่เข้าข่ายผิดกฎหมายการค้ามนุษย์ โดยเมื่อประมาณปี 2551 ประเทศไทยได้เริ่มใช้กฎหมายป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และเริ่มเป็นพันธมิตรกับอีกหลายประเทศ ทำสัญญาจะให้ความร่วมมือในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งแบ่งเป็น แรงงานทาสและแรงงานค้าประเวณี โดยจะต้องทำรายงานประจำปี เรียกว่า TIP Report (Trafficking In Person Report) หรือ รายงานผลความร่วมมือการปราบปรามการค้ามนุษย์ ส่งไปประเมินผลการทำงานต่อรัฐบาลประเทศอเมริกา โดยมีอยู่ด้วยกัน 3 ระดับ หรือที่เรียกว่า Tier 1, Tier 2, Tier 2 (Watch list) และ Tier 3 ระดับ 3 แย่ ระดับ 2 พอใช้ได้ ระดับ 2 ต้องเฝ้าระวัง และระดับ 1 ยอดเยี่ยม/p pเธอกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมารัฐบาลไทยได้รับเงินทุนสนับสนุนในด้านนี้จากสหรัฐอเมริกาทุกปี ปีละ 95 ล้านเหรีญสหรัฐฯ คิดเป็นเงินไทย 2,800 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นทุกปี ปี 2558 ประเทศไทยอยู่ในระดับ Tier 3 จนกระทั่งจับข้าราชการผู้สมรู้ร่วมคิดการค้ามนุษย์ รวมถึงเรื่องการดำเนินคดีที่เกี่ยวกับผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาและบังกลาเทศที่ตกเป็นเหยื่อการกระทำทารุณ ทำให้ปัจจุบันไทยได้เลื่อนไปอยู่ในระดับ Tier 2 nbsp;เฝ้าระวัง (watch list) เกือบจะขึ้นไปเป็น Tier 2 แต่ปีนี้แรงงานค้าประเวณียังไม่มีตัวเลขชี้วัดอย่างเป็นรูปธรรมนัก จึงอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รัฐบาลมุ่งเน้นการจับกุมพนักงานบริการที่พัทยาในช่วงนี้/p pทั้งนี้ในปี 2558 ประเทศไทยอยู่ในบัญชีกลุ่มที่ 3 (Tier 3) ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีสถานการณ์ค้ามนุษย์ระดับเลวร้ายที่สุด เนื่องจากไทยเป็นต้นทาง ปลายทาง และทางผ่านการค้ามนุษย์และประเวณี เจ้าหน้าที่รัฐรู้เห็นขบวนการค้ามนุษย์ รวมทั้งการบังคับใช้แรงงานประมง ละเมิดทั้งแรงงานไทยและแรงงานข้ามชาติ ซึ่งเข้าข่ายผิดกฎหมายสากล การทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (Illegal, Unreported and Unregulated Fishing หรือ IUU) ทำให้สหภาพยุโรปทั้ง 28 ชาติแบนอาหารทะเลจากไทย ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดยไทยถือเป็นผู้ส่งออกอาหารทะเลรายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก และมีส่วนแบ่งการตลาดอาหารทะเลโลกสูงถึง 8.1%nbsp;/p pอ่านเพิ่มเติมที่ a href="https://l.facebook.com/l.php?u=http%3A%2F%2Fwww.manager.co.th%2FSport%2FViewNews.aspx%3FNewsID%3D9590000040776amp;h=ATM38VEPBG7Ei1HhuZBDLS0DjxAZ1DyGDLtPjfD2V_lHFFoA5b9BVCR5l3rD9cYQziCgrs7WVhsDmKMsQ78eL_IjkfC40rHMSBE7DJPEhtfnrXQ4g-jTZqMKkfZhmiM4u6_GIw" target="_blank"http://www.manager.co.th/Sport/ViewNews.aspx?NewsID=9590000040776/a/p p“รัฐบาลไทยต้องมีหน้าที่แก้ปัญหาในเรื่องนี้ แต่ไม่มีการเริ่มต้นแก้ มีแต่ใช้พวกเหล่านี้เป็นเหยื่อในการจะสร้างพื้นที่ข่าว สร้างสถานการณ์ให้หวือหวา ไม่ว่าจะเพื่อให้เกิดประโยชน์ในการเลือกตั้งหรือการเมืองใดๆ ใช้ตัวเลขเหล่านี้ให้เกิดความสนใจ แล้วโยงไปเรื่องอื่นที่เขาอยากจะพูด ถึงเวลาหรือยังที่คนรับผิดชอบต้องแก้ปัญหาสักที” จันทวิภากล่าว/p pเมื่อพูดถึงการทำให้อาชีพพนักงานบริการเป็นอาชีพที่ถูกต้องตามกฎหมาย จันทวิภากล่าวว่า เห็นด้วยกับการทำให้อาชีพนี้เป็นอาชีพที่ถูกกฎหมาย แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือคุณภาพชีวิตของกลุ่มคนเหล่านี้ ที่ไม่ได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายเท่าเทียมกับแรงงานอื่น เพียงแค่การทำให้ถูกกฎหมายอาจไม่เพียงพอ ประเด็นที่หนึ่งเพราะปัญหานี้เกี่ยวกับชีวิตมนุษย์ ความเชื่อ รสนิยมทางเพศ ที่มีความหลากหลายและมาตรฐานที่แตกต่าง การมีเซ็กส์ในรถหรูเพื่อแหวนเพชรอาจไม่ผิด แต่การมีเซ็กส์เพื่อแลกเงินกลับผิด ส่วนประเด็นที่สองเป็นเรื่องเนื้อหาของกฎหมาย เช่น ถ้าหากผิดกฏหมายพนักงานบริการอาจจ่ายค่าคุ้มครองให้กับเจ้าหน้าที่แค่ก้อนเดียว แต่เมื่อถูกกฎหมาย อาจจะต้องทำตามอีก 20 ข้อที่กฎหมายระบุ เช่นนี้ก็ไม่ถือเป็นกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ต่อพวกเขา/p pท้ายที่สุด จันทวิภาเสนอว่า ตนไม่อาจพูดแทนพนักงานบริการได้ แต่มีแนวทาง เช่น การไปทดลองทำโมเดลในพื้นที่เล็กๆ มีการท่องเที่ยว มีสถานบริการ ให้สังคมรับได้ พนักงานบริการรับได้ ลองปรับกันไป ถ้าสังคมยอมรับได้ น่าจะเป็นโมเดลในการไปต่อยอดที่อื่น เพราะแต่ละที่ก็มีความเชื่อ วิสัยทัศน์ไม่เหมือนกัน อาจต้องปรับไปตามความเชื่อและพฤติกรรมของคนที่ต่างกัน/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/Nj0SOuPTOTs" height="1" width="1" alt=""/

ไอลอว์เรียกร้องประธาน สนช.ศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ พร้อมเปิดข้อมูลให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ

Thu, 23/02/2017 - 21:37
pไอลอว์แจงประธาน สนช. เข้าใจคลาดเคลื่อน ยันไม่ได้พูดถึงจำนวนวันประชุม แต่เป็นจำนวนการลงมติ ชี้ตามประชุมสนช.มานาน เข้าใจกระบวนการดี พร้อมเรียกร้องให้ ประธาน สนช. ตรวจสอบและเปิดเผยการลงมติของสมาชิก-จำนวนการลาและใบลา เพื่อให้สื่อและประชาชนร่วมตรวจสอบ/p p!--break--!--break--/p p23 ก.พ. 2560 กรณี พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แถลงถึงการตรวจสอบสมาชิก สนช. จำนวน 7 คนโดยระบุว่าไอลอว์มั่วข้อมูล/p pโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ a href="https://www.facebook.com/iLawClub/photos/a.10150540436460551.646424.299528675550/10158255336860551/?type=3amp;theater"ชี้แจง/aว่า ข้อมูลที่ประธาน สนช. ชี้แจงต่อสื่อมวลชนนั้นไม่เป็นความจริง เพราะข้อมูลที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ไอลอว์ ตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 ไม่มีส่วนใดของบทความที่กล่าวว่า “สมาชิกขาดประชุม 400 วัน และมีการอนุญาตให้ลาประชุม 394 วัน” เลย และไม่ได้กล่าวถึง "จำนวนวันเข้าประชุม" แต่กล่าวถึง "จำนวนการลงมติ" ของสมาชิก สนช. 8 คน ในรอบ 90 วัน ซึ่งไอลอว์เลือกมา 2 รอบ นับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2559 และพบว่า มีสมาชิกอย่างน้อย 7 คน ที่มาลงมติไม่ถึง 1 ใน 3 ของการลงมติในแต่ละรอบ/p pทั้งนี้ ไอลอว์เรียกร้องให้ ประธาน สนช. ตรวจสอบและเปิดเผยการลงมติย้อนหลังและก่อนหน้าของสมาชิกทุกคน เพิ่มเติมจากรอบที่ไอลอว์ตรวจสอบไปเบื้องต้น รวมทั้งเปิดเผยจำนวนการลาและใบลา เพื่อให้สื่อมวลชนและประชาชนร่วมตรวจสอบ ซึ่งหากทำได้จริง เชื่อว่าจะมีสมาชิก สนช.มากกว่า 7 คน ที่เข้าข่ายขาดการลงมติจำนวนมากจนอาจขาดสมาชิกภาพ/p pnbsp;/p pรายละเอียดมีดังนี้/p pnbsp;/p div class="note-box" p style="text-align: center;"img alt="" src="https://scontent.fbkk5-3.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/16830998_10158255336860551_7890477129992627116_n.png?oh=64c4a969b614831943a69af521157fddamp;oe=593A9E01" style="width: 500px; height: 343px;" //p pจากกรณีที่ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แถลงถึงการตรวจสอบสมาชิก สนช. จำนวน 7 คน โดยระบุว่า/p p“กรณีที่ไอลอว์เปิดเผยข้อมูลว่าสมาชิกขาดประชุม 400 วัน และตนอนุญาตให้ลาประชุม 394 วัน ซึ่งตอนแรกไม่ได้สนใจ เพราะคิดว่า เป็นไปไม่ได้ แต่จากการตรวจสอบดูการประชุมในปี 2557 มีการประชุมจำนวน 33 ครั้ง ปี 2558 มีการประชุม 76 ครั้งปี 2559 มีการประชุม 84 ครั้ง และปี 2660 เพิ่งประชุมไป 11 ครั้ง รวมแล้วมีวันประชุมทั้งหมด 204 วันเท่านั้น ดังนั้น จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะมีการประชุมถึง 400 วัน” (ดู 'พรเพชร' โวย 'ไอลอว์' มั่ว! ไม่บ้าก็เมา ให้ข้อมูลผิดปม 7 สนช.โดดประชุมa href="http://www.thairath.co.th/content/865217" http://www.thairath.co.th/content/865217/a)/p pไอลอว์ ขอชี้แจงว่า ข้อมูลที่ท่านประธาน สนช. ชี้แจงต่อสื่อมวลชนเป็นข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง เพราะข้อมูลที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ไอลอว์ ตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 จะพบว่า ไม่มีส่วนใดของบทความที่กล่าวว่า “สมาชิกขาดประชุม 400 วัน และมีการอนุญาตให้ลาประชุม 394 วัน” เลย (ดูบทความ a href="https://ilaw.or.th/node/4409"https://ilaw.or.th/node/4409/a)/p pทั้งนี้ ข้อมูลที่ปรากฏในบทความดังกล่าว มิได้กล่าวถึง ""จำนวนวันเข้าประชุม"" แต่กล่าวถึง "จำนวนการลงมติ" ของสมาชิก สนช. 8 คน ในรอบ 90 วัน ซึ่งไอลอว์เลือกมา 2 รอบ นับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2559 และพบว่า มีสมาชิกอย่างน้อย 7 คน ที่มาลงมติไม่ถึง 1 ใน 3 ของการลงมติในแต่ละรอบ ด้วยเหตุนี้จึงอาจเป็นเหตุให้สิ้นสมาชิกภาพ ยกเว้นสมาชิกได้ยื่นใบลา (ดู แหล่งข้อมูลของงานชิ้นนี้ a href="http://bit.ly/2lOioin"http://bit.ly/2lOioin/a)/p pนอกจากนี้ เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ส่งหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงมาให้ไอลอว์ และทราบดีว่าบทความไอลอว์กล่าวถึงการ “ลงมติต่อรอบ” ไม่ใช่ “การขาดประชุมต่อวัน” (ดูหนังสือชี้แจงa href="https://ilaw.or.th/node/4430" https://ilaw.or.th/node/4430/a)/p pดังนั้น ข้อมูลที่ท่านประธาน สนช. ชี้แจงต่อสื่อมวลชนจึงเป็นการกล่าวบนฐานของความคลาดเคลื่อนและไม่ได้พิจารณาข้อมูลที่ทางไอลอว์ได้เผยแพร่อย่างรอบคอบ/p pตลอดสองปีหกเดือน ของการทำงาน สนช. ไอลอว์ติดตามกระบวนการทำงานของสนช. มาตลอด เราทราบดีว่า การประชุมของ สนช. จะมีขึ้นในวันพฤหัสบดี และวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ ยกเว้นจะมีวาระพิเศษจึงจะมีการนัดประชุมเพิ่มเติม ดังนั้น จำนวนครั้งของการประชุม สนช. ไอลอว์จึงทราบดี/p pสุดท้าย ไอลอว์ ขอเรียกร้องให้ ประธาน สนช. ตรวจสอบและเปิดเผยการลงมติย้อนหลังและก่อนหน้าของสมาชิกทุกคน เพิ่มเติมจากรอบที่ไอลอว์ตรวจสอบไปเบื้องต้น รวมทั้งเปิดเผยจำนวนการลาและใบลา เพื่อให้สื่อมวลชนและประชาชนร่วมตรวจสอบ ซึ่งหากทำได้จริง เชื่อว่าจะมีสมาชิก สนช.มากกว่า 7 คน ที่เข้าข่ายขาดการลงมติจำนวนมากจนอาจขาดสมาชิกภาพ/p /div pnbsp;/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2017/02/70240" target="_blank"พรเพชร ขอความเป็นธรรม ระบุสื่อเสนอสถิติยื่นใบลา 7 สนช. ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/ZtNyuf2glwo" height="1" width="1" alt=""/

โจนาธาน เฮด ถูกฟ้องหมิ่นประมาท-พ.ร.บ.คอมฯ หลังเสนอข่าวชาวอังกฤษถูกโกงที่ดิน

Thu, 23/02/2017 - 21:12
pโจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวบีบีซีถูกฟ้องหมิ่นประมาท-พ.ร.บ.คอมฯ ที่ศาลภูเก็ต หลังเสนอข่าวชาวอังกฤษถูกโกงที่ดิน สืบพยาน ส.ค.นี้ ค้านไม่สำเร็จศาลให้อายัดหนังสือเดินทาง/p p!--break--!--break--/p p23 ก.พ.2560 โจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวบีบีซี เดินทางไปขึ้นศาลจังหวัดภูเก็ตในนัดสอบคำให้การจำเลย ในคดีที่เขาถูกฟ้องหมิ่นประมาท โดยวันนี้เขาปฏิเสธข้อกล่าวหาและขอต่อสู้คดี คดีนี้มีนัดสืบพยานทั้งสองฝ่ายในวันที่ 23-25 ส.ค.นี้/p pทั้งนี้ โจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวประจำภูมิภาคเอเชียของบีบีซี ถูกฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม, มาตรา 328 หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา, และมาตรา 332 ซึ่งระบุว่าหากถูกตัดสินว่าผิดจริงอาจให้จำเลยทำลายข้อความหรือโฆษณาคำพิพากษา และมาตรา 14 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หลังเสนอข่าวกรณีชายชาวอังกฤษซึ่งแต่งงานกับผู้หญิงไทยถูกปลอมแปลงเอกสารและฉ้อโกงที่ดินที่ภูเก็ต ผ่านเว็บไซต์บีบีซี โจทก์คดีนี้คือ ประทวน ธนารักษ์ ทนายความซึ่งถูกกล่าวหาในการดำเนินการดังกล่าว นอกจากนี้โจทก์ยังฟ้องจำเลยอีกคนหนึ่ง เป็นชายชาวอังกฤษ คือ เอียน มาร์แชล แรนซ์ ในความผิดฐานหมิ่นประมาท มาตรา 326/p pหากถูกตัดสินว่ามีความผิด ทั้งคู่อาจถูกลงโทษสูงสุดในฐานหมิ่นประมาท จำคุกไม่เกิน 2 ปีและปรับไม่เกิน 200,000 บาท ขณะที่เฮด ซึ่งถูกฟ้องด้วย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ด้วย อาจได้รับโทษจำคุกตามพ.ร.บ.ดังกล่าวไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท/p pด้านบีบีซีออกแถลงการณ์ระบุว่า บีบีซีจะยืนเคียงข้างผู้สื่อข่าว รวมถึงยืนยันความบริสุทธิ์ของผู้สื่อข่าวของตน พร้อมระบุว่าเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของไทย และจะไม่มีแถลงการณ์ใดๆ อีกหลังจากนี้/p pผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายงานชิ้นที่ถูกอ้างถึงในคำฟ้องนั้น ปัจจุบันยังปรากฏออนไลน์ และมีรายงานด้วยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ศาลได้มีคำสั่งอายัดหนังสือเดินทางของเฮด ซึ่งเขาได้ร้องคัดค้าน เนื่องจากการทำหน้าที่ผู้สื่อข่าวประจำภูมิภาคทำให้เขามักต้องเดินทางในเวลากระชั้นชิด การต้องขออนุญาตศาลทุกครั้งที่เดินทางออกนอกประเทศ และต้องเดินทางไปเอาหนังสือเดินทางที่ภูเก็ตก่อนเดินทางไปทำข่าว แล้วนำหนังสือเดินทางกลับมาคืนที่ศาลภูเก็ตอีก ทำให้การทำหน้าที่ของเขาเป็นไปได้ยากnbsp;อย่างไรก็ตาม ศาลยืนยันคำสั่งอายัดดังกล่าวnbsp;/p pbr /เมื่อปลายปีที่่ผ่านมา มีการแก้ไข พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยมาตรา 14(1) เรื่องการนำข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ มีการแก้ไขใจความสำคัญโดยเพิ่มองค์ประกอบว่า เป็นการนำเข้า "โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง" และเพิ่มข้อความ "อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา" และคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.คอมฯ ของ สนช. ย้ำหลายครั้งในต่างกรรมต่างวาระว่า มาตรา 14(1) ไม่เกี่ยวกับการหมิ่นประมาท/p pร่างแก้ไข พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ดังกล่าวผ่านความเห็นชอบของ สนช.แล้ว และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 24 ม.ค. โดยจะมีผลบังคับใช้ในเดือน พ.ค.นี้ (120 วันหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา)/p pnbsp;/p pnbsp;/p pbr /strongหมายเหตุ/strongnbsp;มีการเพิ่มเติมข้อมูล เมื่อเวลา 15.20 น. 24 ก.พ.2560/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/gCHEk7X3PZE" height="1" width="1" alt=""/

พรเพชร ขอความเป็นธรรม ระบุสื่อเสนอสถิติยื่นใบลา 7 สนช. ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

Thu, 23/02/2017 - 20:35
pประธานคณะกรรมการตรวจสอบ 7 สนช.ขาดการประชุม ยันเบื้องต้นทั้ง 7 คนยังไม่พ้นสมาชิกภาพ สรุปผลสอบทางการ 24 ก.พ.นี้nbsp;/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="http://www.radioparliament.net/parliament/uploads/news/org_3443784806.jpg" style="width: 500px; height: 295px;" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"ที่มาภาพnbsp;/spana href="http://www.radioparliament.net/parliament/viewNews.php?nId=6986#.WK7jVDuLTIU"span style="color:#ff8c00;"เว็บไซต์ข่าวรัฐสภา/span/a/p p23 ก.พ.2560 จากกรณีที่nbsp;โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ ไอลอว์ ได้เปิดเผยผลสำรวจ เกี่ยวกับการเข้าประชุมของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พบว่า ตามข้อบังคับกำหนดให้สมาชิกต้องมาลงมติอย่างน้อย 1 ใน 3 ของทุกรอบ 90 วัน แต่พบสมาชิกอย่างน้อย 7 คน ที่ขาดประชุมเป็นประจำ จนอาจจะเป็นเหตุให้สิ้นสภาพการเป็นสมาชิกสนช.nbsp;(a href="http://prachatai.org/journal/2017/02/70064"อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม/a)/p pวันนี้ (23 ก.พ. 60) พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. nbsp;กล่าวชี้แจงกรณีที่มีคอลัมน์ของหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งให้ข้อมูลที่ผิดไปจากความจริง โดยระบุว่าตนอนุมัติให้สมาชิก สนช. ยื่นใบลาถึง 394 วัน จากจำนวนการประชุมทั้งหมด 400 วัน ขณะที่ความจริงแล้วการประชุม สนช. ตั้งแต่ปี 2557 ถึงปัจจุบัน มีจำนวนรวม 204 ครั้ง ดังนั้นข้อมูลสถิติที่หนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวนำเสนอไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ตนจึงต้องขอความเป็นธรรมและขอให้นำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องด้วย/p divประธาน สนช.กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนพร้อมเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการจริยธรรม สนช. ชุดที่มี พีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช. คนที่สอง เป็นประธาน กรณีถูกร้องให้ตรวจสอบการอนุมัติใบลาให้กับ 7 สมาชิก สนช./div divnbsp;/div divขณะที่ พีระศักดิ์nbsp;เปิดเผยผลสอบการลาประชุมของ สมาชิ สนช. จำนวน 7 คน ในเบื้องต้น สนช.ทั้ง 7 คน ยังไม่ถึงขั้นพ้นสมาชิกภาพ ซึ่งข่าวที่ออกมาก่อนหน้านั้น ที่ระบุว่า 7 สนช.ขาดการประชุมกว่า 300 ครั้ง เป็นสิ่งที่เกินความจริง เนื่องจากในรอบปีมีการประชุมเพียง 100 กว่าครั้งเท่านั้น nbsp;ดังนั้นการพิจารณา พรุ่งนี้ จะดูเรื่องความสอดคล้องกันระหว่างการขาดการประชุม กับเรื่องของการลงมติเป็นหลัก แต่ยืนยันว่า 7 สนช.มีการลงมติในเกณฑ์ 1 ใน 3 และไม่ขาดการลงมติเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญกำหนดnbsp;/div pหากการพิจารณาผ่านเป็นที่เรียบร้อย มีมติให้ สนช.ทั้ง 7คนไม่ต้องพ้นสมาชิกภาพ ก็จะดูเรื่องของจริยธรรมต่อไป ซึ่งเป็นไปตามคำร้องของผู้ที่มายื่นให้ตรวจสอบ โดยจะใช้เวลา 60 วันnbsp;br /br /วันเดียวกัน ไอลอว์ ได้ชี้แจงว่า ประธาน สนช. เข้าใจคลาดเคลื่อน โดยยืนยันว่า รายงานของไอลอว์ไม่ได้พูดถึงจำนวนวันประชุม แต่เป็นจำนวนการลงมติ พร้อมระบุว่า ได้ติดตามประชุม สนช.มานาน เข้าใจกระบวนการดี ทั้งนี้ เรียกร้องให้ ประธาน สนช. ตรวจสอบและเปิดเผยการลงมติของสมาชิก-จำนวนการลาและใบลา เพื่อให้สื่อและประชาชนร่วมตรวจสอบ/p pnbsp;/p pnbsp;/p pที่มา : a href="http://www.radioparliament.net/parliament/viewNews.php?nId=6986#.WK7jVDuLTIU"เว็บไซต์ข่าวรัฐสภา/aและa href="http://news.voicetv.co.th/thailand/464514.html"วอยซ์ทีวี/a/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2017/02/70125" target="_blank" ศรีสุวรรณร้องสอบ 7 สนช.ขาดประชุมเกินโควต้ารธน. พ่วงสอบ #039;พรเพชร#039; อนุมัติใบลาไม่ถูกต้อง/a /div div class="field-item even" a href="/journal/2017/02/70242" target="_blank"ไอลอว์เรียกร้องประธาน สนช.ศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ พร้อมเปิดข้อมูลให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/7yXxnsSliqg" height="1" width="1" alt=""/

ความคืบหน้าคุยปรองดองเสร็จไปแล้ว 17 พรรค เพื่อไทยพร้อมคุย แต่ถาม รบ. จริงใจแค่ไหน

Thu, 23/02/2017 - 20:29
pเพื่อไทยได้คิวคุยปรองดอง 8 มี.ค. แน่นอนแล้ว ส่วน กปปส.-นปช. เตรียมคุย 13 มี.ค. รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทยถาม กก.ปรองดองจริงใจแค่ไหน แค่นัดวันไปให้ความเห็นยังเป็นเรื่อง ด้านรองประธาน สปท. เชื่อ ป.ย.ป. จะเป็นกลไกปฏิรูปเฟส2 หลังการเลือกตั้ง/p !--break--!--break-- p23 ก.พ. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะอนุกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง ได้เชิญ 3 พรรคการเมือง กระกอบด้วย พรรคกสิกรไทย พรรคเพื่อประชาชนไทย และพรรคเพื่อฟ้าดินเข้ามาให้ความเห็นและข้อเสนอตามกรอบกฎหมายรัฐธรรมนูญและแนวทาง 10 ด้าน ที่คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ได้กำหนดไว้ โดยมี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน/p pทั้งนี้ จนถึงขณะนี้มีพรรคการเมืองเข้าเสนอความเห็นต่อคณะอนุกรรมการแล้วรวม 17 พรรคการเมือง ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (24ก.พ. ) ยังคงเชิญพรรคการเมืองเข้าหารือต่อเนื่องอีก 3 พรรคประกอบด้วย พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า พรรครักท้องถิ่นไทยและพรรคไทยรักธรรม โดยภายหลังการหารือในวันพรุ่งนี้ พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหมจะแถลงสรุปภาพรวมและข้อเสนอแนะของสัปดาห์ที่ 2 ในเวลา12.00 น./p pขณะที่ในสัปดาห์หน้าพรรคการเมืองที่ตอบรับเข้าเสนอแนวทางสร้างความปรองดองและเป็นที่จับตาคือพรรคเพื่อไทย ซึ่งจะเดินทางมาในวันที่ 8 มี.ค. ขณะที่กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองทั้งกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และกลุ่มประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ตอบรับเข้าร่วมในวันที่13 มี.ค./p h3strongspan style="color:#0000ff;"เพื่อไทยชี้ พล.ต.คงชีพ อาจทำให้สังคมคิดว่า พยายามจะสร้างความได้เปรียบตลอดเวลา/span/strong/h3 pด้าน อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ในชุดคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ระบุการที่พรรค พท.จะเข้าพบคณะอนุกรรมการในวันที่ 8 มี.ค. นั้น คณะอนุกรรมการจะเป็นผู้กำหนดและแจ้งไปยังพรรคเองว่า ความจริงเรื่องวันเวลานัดหมายถือเป็นเรื่องเล็กมาก แต่ทำให้สังคมได้เห็นว่าขนาดเรื่องเล็กๆ ยังหยุมหยิมขนาดนี้ และพยายามจะสร้างความได้เปรียบตลอดเวลา การที่พรรคเพื่อไทยแจ้งว่าจะเข้าพบคณะอนุกรรมการในวันที่ 8 มี.ค. นั้น ไม่ใช่คิดเองกำหนดเองเพียงฝ่ายเดียว แต่มาจากการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ประสานที่ระบุในจดหมายเชิญ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของท่านเอง ในระดับปฏิบัติการเขาหารือกันก่อนนัดหมาย โดยทางผู้ประสานงานอยากให้พรรค พท.เข้าไปในวันที่ 1 มี.ค. จะได้สะดวกที่ผู้บริหารระดับสูงจะเข้าร่วมรับฟัง ซึ่งวันที่ 1 มี.ค. ไม่สะดวก ก็เป็นที่ 8 มี.ค. พอนัดเสร็จ พล.ต.คงชีพกลับบอกว่าคณะอนุกรรมการจะกำหนดเอง เลยไม่ทราบว่า ท่านไม่เข้าใจ ยังไม่ได้รับรายงาน หรือต้องการอะไรกันแน่ ขนาดเรื่องเล็กๆ แค่นี้ยังเข้าใจยากเลย แล้วจะปรองดองกันอย่างไรหรือ ไม่ต้องหารือ ไม่ต้องประสาน หรือต้องให้ท่านสั่งมาว่าจะให้ไปวันไหน ถ้าพรรค พท.ไม่สามารถไปได้ในวันที่ท่านสั่งก็ต้องปฏิเสธไปอย่างนั้นหรือ พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าพร้อมที่จะให้ความร่วมมือเพื่อโอกาสในการแก้ไขวิกฤตชาติและแสวงหาทางออกร่วมกัน อยู่ที่ท่านแล้วว่าจะจริงจัง จริงใจในการปรองดองแค่ไหน/p h3span style="color:#0000ff;"strongอลงกรณ์ พลบุตร เชื่อ ป.ย.ป. จะเป็นกลไกสำคัญหลังการเลือกตั้ง ยกเป็นเฟส 2 ของการปฏิรูป/strong/span/h3 pในวันเดียวกัน ที่สถาบันพระปกเกล้า อลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ หัวข้อ “บทบาทและภารกิจของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (หลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญ)” ให้แก่ผู้อบรมหลักสูตรวุฒิบัตรการปฏิบัติงานสนับสนุนสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และคณะกรรมาธิการ รุ่นที่ 4 สถาบันพระปกเกล้า ณ สถาบันพระปกเกล้า ถนนแจ้งวัฒนะ โดยกล่าวว่า การปฏิรูปประเทศ เป็นการอัปเกรดประเทศสู่ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งขณะนี้เราสามารถตั้งหลักตั้งลำประเทศได้อีกครั้งหนึ่ง ทำให้ประเทศอยู่ในภาวะคลื่นลมสงบ เหมาะแก่การปฏิรูปประเทศ/p pขณะเดียวกัน อลงกรณ์ ยังได้กล่าวในตอนหนึ่งว่า การเปลี่ยนผ่านในบทบาทใหม่ก่อนการประกาศใช้รัฐธรรมนูญและการเลือกตั้งคือ การมีกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ได้แก่ คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และ การสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ที่จะเป็นตัวเร่งขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศให้สำเร็จเร็วขึ้นโดย ป.ย.ป. ประกอบด้วย คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์, คณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศ, คณะกรรมการเตรียมการยุทธศาสตร์ชาติ และ คณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง/p pอลงกรณ์ ยังกล่าวต่อว่า ป.ย.ป. เป็นเฟสสองของการปฏิรูปประเทศ ที่จะมาทำหน้าที่เร่งขับเคลื่อนให้ประเทศไทยก้าวข้ามปัญหาอุปสรรคนานัปการ และความแตกแยก เกิดความปรองดอง และก้าวขึ้นไปเป็นประเทศไทย 4.0 สร้างเมล็ดพันธุ์ชุดใหม่ จากปักชำสู่รากแก้ว จากลำต้นที่แข็งแรงสู่การแผ่ก้านสาขา สร้างวิสาหกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม พัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม และภาคบริการอย่างมีเป้าหมาย เสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจภายในผ่าน 18 กลุ่มจังหวัด และ 76 จังหวัด บูรณาการอาเซียนเชื่อมไทยสู่ประชาคมโลก และเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศโลกbr /nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;br /เรียบเรียงจาก: a href="http://www.matichon.co.th/news/473831"มติชนออนไลน์/a , a href="http://www.tnamcot.com/content/661571"สำนักข่าวไทย/a , a href="http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9600000019030"ผู้จัดการออนไลน์/a/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/goH-YgRudws" height="1" width="1" alt=""/

ทหารเรียกคนเสื้อแดงขายเครื่องกรองน้ำ คุยหนึ่งคืน หลังพบปรากฏตัวที่วัดพระธรรมกาย

Thu, 23/02/2017 - 19:50
pสมบัติ ทองย้อย คนเสื้อแดงขายเครื่องกรองน้ำ ถูกทหารเรียกพบ หลังปรากฏตัว ไปช่วยยกน้ำที่วัดพระธรรมกาย ก่อนปล่อยขอกักตัวไว้ก่อนหนึ่งคืน พร้อมขอให้เซ็น MOUnbsp; ไม่เคลื่อนไหวทางการเมืองอีก และห้ามออกนอกประเทศ/p !--break--!--break-- p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/4/3683/33028247976_951616417c.jpg" style="width: 275px; height: 500px;" /br /strong style="color: rgb(255, 165, 0);"ภาพสมบัติ ทองย้อย ขณะปรากฏตัวที่วัดพระธรรมกายnbsp;/strongbr /strong style="color: rgb(255, 165, 0);"โดยภาพนี้เขาได้โพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวของเขาเอง/strong/p p23 ก.พ. 2560 ผู้สื่อข่าวประชาไทได้รับรายงานว่า สมบัติ ทองย้อย คนเสื้อแดง ซึ่งมีอาชีพขายเครื่องกรองน้ำ ถูกเจ้าหน้าที่ทหารในจังหวัดสมุทปราการ เรียกเข้าพูดคุย หลังมีข่าวจากสำนักบางแห่งรายงานข่าวว่า สมบัติไปปรากฏตัวที่วัดพระธรรมกาย แล้วเตรียมการเรียกรวมกลุ่มคนเสื้อแดงให้เข้าไปที่วัดพระธรรมกาย/p pผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ สมบัติ เมื่อเวลา 17.30 น. หลังจากที่เขาถูกปล่อยตัวออกมา โดยสมบัติเล่าว่า เมื่อวันที่ 22 ก.พ. เจ้าหน้าที่ทหารโทรเข้ามา ในช่วง 12.00 น. เพื่อสอบถามว่าอยู่ที่ไหน และจะกลับมาที่บ้านเวลาใด พร้อมระบุด้วยว่าจะเข้าไปพบเพื่อพูดคุยด้วย สมบัติจึงได้เสนอว่า จะเข้าไปพบเจ้าหน้าที่ทหาร ศูนย์เยาวชนองค์การบริหารส่วนตำบล จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เจ้าหน้าที่ทหารประจำการอยู่ โดยเดินทางไปพบในเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน/p pสมบัติระบุว่า ระหว่างการพูดคุยเจ้าหน้าที่ทหารไม่ได้มีท่าทีคุกคามแต่อย่างใด เป็นเพียงการสอบถามในเบื้องต้น เนื่องจากเจ้าหน้าที่ทราบข่าวมาว่าจะมีกลุ่มคนเสื้อแดงเข้าไปสมทบที่วัดพระธรรมกาย ประกอบกับมีรายงานข่าวว่าสมบัติไปปรากฏตัวที่วัดธรรมกายเมื่อ 2 วันที่ผ่าน/p p“ผมก็บอกเขาไปว่า ผมเนี่ยนะจะไปเรียกระดมคนได้ ผมเป็นแค่คนขายเครื่องกรองน้ำ พวกเขาก็รู้ดี เพราะตามเฟซบุ๊กผมอยู่ตลอดเวลา และที่ผมไปที่ธรรมกายก็เพราะว่าต้องการไปเป็นกำลังใจให้ ไปช่วยยกน้ำ ไปสังเกตการณ์แค่นั้นแล้วก็กลับบ้าน ตอนไปก็ยังโพสต์เฟซบุ๊กอยู่เลย ไม่ได้ปกปิดอะไร แต่มันกลับมีข่าวออกมาว่าผมเตรียมจะไปป่วนที่วัด” สมบัติกล่าว/p pสมบัติเล่าด้วยว่า เจ้าหน้าที่ทหารชี้แจงให้ฟังว่า ในวันเดียวกันได้มีการเรียกพบคนเสื้อแดงหลายคน แต่ไม่นำตัวมาพูดคุยพร้อมกัน ซึ่งทุกคนล้วนไปปรากฏตัวที่วัดพระธรรมกาย/p pสำหรับกรณีของ สมบัติ นอกจากเจ้าหน้าที่จะสอบถามว่ามาที่วัดพระธรรมกายทำไม ยังถามด้วยว่า รู้จักกับนักการเมืองท้องถิ่นหรือไม่ พร้อมทั้งขอเช็ครายการโทรเข้าโทรออกในโทรศัพท์มือถือ เมื่อเจ้าหน้าที่พบว่าไม่มีเหตุต้องสังเกตจึงเตรียมจะปล่อยตัวให้กลับบ้าน แต่หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ปรึกษากันแล้วกลับขอให้สมบัติอยู่กับเจ้าหน้าที่อีกหนึ่งคืน โดยเจ้าหน้าที่ได้พาสมบัติไปค้างคืนที่บ้านพักตากอากาศ บางปู ก่อนจะปล่อยตัวมาในช่วงบ่ายวันนี้/p p“เขาก็ถามผมว่ารู้จักกับนักการเมืองคนนั้นไหม คนนี้ไหม ผมก็บอกว่ารู้จักหมด ใครจะไม่รู้จักบ้างคนเขาเป็นนักการเมืองในท้องถิ่นเลือกก็รู้จักสิ แต่ถ้าถามว่าคนพวกนั้นรู้จักผมไหม อันนี้ผมไม่แน่ใจ แล้วผมก็ถามเจ้าหน้าที่กลับไป คำถามเดียวกัน เขาก็ตอบแบบเดียวกับที่ผมตอบ” สมบัติ กล่าว/p pสมบัติระบุด้วยว่า ก่อนที่เขาจะถูกปล่อยตัว เจ้าหน้าที่ทหารได้ขอให้เขาเซ็นลงในข้อตกลง หรือ MOU โดยระบุว่าจะไม่เคลื่อนไหวทางการเมืองอีก และห้ามออกนอกประเทศก่อนที่จะได้รับอนุญาต/p p“ผมก็ต้องเซ็นไปแหละแต่ก็แปลกใจมากๆ ที่คนขายเครื่องกรองน้ำอย่างผมนี่นะ ทำไมมันถึงถูกให้ความสำคัญกับเจ้าหน้าที่ขนาดนี้” สมบัติกล่าว/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2016/05/65733" target="_blank"ทหาร-ตร.บุกค้นเมืองปากน้ำ #039;วรชัย-ประชา-จำเลยคดีผังราชภักดิ์#039; โดนด้วย แถมถอดกล้องวงจรปิด/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/g9WEg4Xv_Ps" height="1" width="1" alt=""/

13 ประเด็นสำคัญในคดี 112 สมยศ พฤกษาเกษมสุข

Thu, 23/02/2017 - 18:48
!--break--!--break-- pimg alt="lt;--break- /" src="/sites/default/modules/wysiwyg/plugins/break/images/spacer.gif" title="lt;--break--"/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/3/2941/32684041140_1843a99c8d_b.jpg" style="height: 339px; width: 500px;" /br /span style="color:#ff8c00;"ภาพจาก Banrasdr Photo/spanbr /nbsp;/p p style="text-align: right;"23 กุมภาพันธ์ 2560nbsp;/p h3span style="color:#0000ff;"1.สมยศ เป็นใคร/span/h3 pสมยศเป็นนักรณรงค์เรื่องสิทธิแรงงานมาตั้งแต่ทศวรรษ 2520 เน้นการให้ข้อมูลเรื่องสิทธิแรงงานแก่คนงาน เคลื่อนไหวเรียกร้องการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ ยกเลิกระบบเหมาช่วง ส่งเสริมการรวมตัวของคนงาน การจัดตั้งสหภาพ ฯลฯ/p pเขาเป็นคนหนึ่งที่มีบทบาทโดดเด่นในทศวรรษ 2530 ที่แรงงานและนักศึกษาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้เกิด “ระบบประกันสังคม” ซึ่งเราใช้กันในทุกวันนี้br /a href="http://prachatai.com/journal/2012/12/44240"อ่านประวัติสมยศ/a/p h3span style="color:#0000ff;"2.จุดเปลี่ยนสู่การเคลื่อนไหวทางการเมือง/span/h3 pหลังการรัฐประหาร 2549 บทบาทด้านการเมืองเด่นชัดขึ้น โดยเขาเริ่มออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย ต่อต้านการรัฐประหาร เคยเป็นแกนนำ นปช.รุ่น 2 ในช่วงปลายปี 2552 หลังแกนนำรุ่นแรกถูกจำคุกอันมาจากเหตุของการชุมนุมของคนเสื้อแดงในเดือนเมษายนปีเดียวกัน/p pหลังจากนั้นไม่นาน เขาก่อตั้งกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ที่มักทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย/p h3span style="color:#0000ff;"3. เคยรณรงค์ล่ารายชื่อยกเลิกมาตรา 112 ก่อนโดนจับ/span/h3 pในปี 2554 หลังการสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงในปี 2553 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตเกือบร้อยราย ข้อถกเถียงของสังคมร้อนแรงและเกี่ยวพันกับบทบาทของสถาบันหลักต่างๆ ในสังคม สมยศและกลุ่มของเขาริเริ่มการรณรงค์a href="http://prachatai.com/journal/2011/04/34230"ล่ารายชื่อ 10,000 รายชื่อเพื่อเสนอยกเลิกกฎหมายอาญามาตรา 112/a nbsp;ซึ่งเป็นช่องทางตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเห็นว่ามันเป็นกฎหมายที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองในช่วงที่ความขัดแย้งทางการเมืองพุ่งสูง/p pนับเป็นกลุ่มเดียวที่รณรงค์ถึงขั้น “ยกเลิก” หลังจากนั้น 5nbsp; วัน หรือวันที่ 30 เมษายน 2554 a href="http://prachatai.com/journal/2011/04/34311"เขาถูกจับกุมและแจ้งข้อหามาตรา 112/a เหตุจากการตีพิมพ์บทความ 2 ชิ้นในนิตยสารเมื่อปีที่แล้ว/p h3span style="color:#0000ff;"4.เคยถูกคุมขังในค่ายทหารนานนับเดือน/span/h3 pหลังสลายการชุมนุมใหญ่ นปช.ในปี 2553 สมยศ และ สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ เป็น 2 คนที่ถูกนำตัวไปa href="http://prachatai.com/journal/2010/06/29880"ควบคุมตัวยังค่ายอดิศร จังหวัดสระบุรี/a โดยไม่ได้ให้ติดต่อกับผู้ใด รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะในสมัยนั้นอาศัยอำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินคุมตัวเพื่อซักถามข้อมูล เขาถูกคุมตัวตั้งแต่ 24 พฤษภาคม 2553 จนถึงประมาณ 23 มิถุนายน ขณะที่a href="http://prachatai.com/journal/2010/06/29834"สุธาชัยนั้นถูกปล่อยตัว/aก่อนในวันที่ 31 พฤษภาคม/p h3span style="color:#0000ff;"5. แชมป์ “นก” (หรือชวด) ประกันตัว/span/h3 pเขาถูกคุมขังตั้งแต่วันถูกจับกุมตัว ในชั้นพนักงานสอบสวน ชั้นอัยการ ชั้นศาล และระหว่างต่อสู้คดี รวมแล้วญาติและทนายความa href="http://prachatai.com/journal/2013/08/47975"ยื่นประกันตัวราว 15 ครั้ง/a ด้วยหลักทรัพย์ตั้งแต่ 4 แสน ถึง 2 ล้านบาท/p h3span style="color:#0000ff;"6. คดีแรกในรอบทศวรรษ สู้ “เนื้อหา” ถึงศาลฎีกา (ใช้เวลา 6 ปี)/span/h3 pในทศวรรษที่ผ่านมา คดีนี้ถือเป็นคดีแรกที่ต่อสู้ในทาง "เนื้อหา" แล้วมีการพิจารณาจนถึงศาลสูงสุด ก่อนหน้านี้a href="http://prachatai.com/journal/2013/06/47168"ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล/anbsp;อดีตผู้ต้องขังคดี 112 เคยระบุว่าตั้งใจจะสู้คดีถึงศาลฏีกาแต่สุดท้ายก็ตัดสินใจสู้เพียงชั้นศาลอุทธรณ์เนื่องจากถูกคุมขังในเรือนจำยาวนานและมีสุขภาพที่ย่ำแย่ ส่วนอีกคดีหนึ่งที่สู้ถึงศาลฎีกาคือ คดีของnbsp;a href="http://prachatai.com/journal/2014/02/51819"บัณฑิต อานียา/anbsp;ถูกจับกุมดำเนินคดีเมื่อปี 2546 ต่อสู้คดีว่าเป็นจิตเภท ในที่สุดศาลฎีกาพิพากษาลงโทษจำคุกแต่ให้รอลงอาญาnbsp;/p h3span style="color:#0000ff;"7. ข้อกล่าวหา และ ข้อต่อสู้ในคดี/span/h3 pตามคำฟ้องของโจทก์ กล่าวหาว่าเขาหมิ่นสถาบันด้วยการจัดพิมพ์ จัดจำหน่ายและเผยแพร่บทความ 2 ชิ้นในนิตยสารเสียงทักษิณ (Voice of Taksin) ฉบับเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม 2553 ชื่อว่า ‘แผนนองเลือด ยิงข้ามรุ่น’ และ ‘6 ตุลาแห่งพ.ศ.2553’ ตามลำดับ โดยผู้เขียนใช้นามแฝงว่า ‘จิตร พลจันทร์’/p pspan style="color:#ff8c00;"สมยศต่อสู้ใน 4 ประเด็นหลักคือ/spanbr /nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; 1.เขาไม่ใช่ผู้เขียน นามแฝงดังกล่าวเป็นของ จักรภพ เพ็ญแข ซึ่งบก.คนก่อนได้ทาบทามให้เขาเขียนมาก่อนแล้วก่อนที่สมยศจะเข้าไปทำงาน/p pnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; 2.เขาไม่ใช่บรรณาธิการ Voice of Taksin เพียงแต่เป็นพนักงานคนหนึ่งซึ่งได้รับเงินเดือนเหมือนพนักงานคนอื่นๆ แต่ทำหน้าที่แตกต่างกันไป หน้าที่และตำแหน่งตามที่ตีพิมพ์ไว้ในปกหนังสือในทางพฤตินัยก็ไม่ตรงกับความเป็นจริง/p pแต่หากศาลจะฟังว่าจำเลยกระทำตัวเป็นบรรณาธิการต้องรับผิดชอบเนื้อความที่นำลงพิมพ์โฆษณาตามคำกล่าวหาของโจทก์nbsp;ตามพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ.2550 ซึ่งแก้ไขใหม่ก็ไม่ได้บัญญัติให้บรรณาธิการเป็นเป็นรับผิดชอบในข้อความที่ลงพิมพ์ในหนังสือที่ตนเป็นบรรณาธิการ โดยมีแนวคำพิพากษาฎีกาที่ 6268/2550 nbsp;ตัดสินวางบรรทัดฐานไว้nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;/p pnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; 3.เขาไม่ได้มีเจตนาดูหมิ่นสถาบัน การลงบทความดังกล่าวเป็นไปตามระบบงาน มิใช่เป็นการกระทำโดยจงใจของจำเลย/p pnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; 4.บทความทั้ง 2 ชิ้นไม่เป็นบทความที่ดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาทสถาบันพระมหากษัตริย์nbsp; เพราะแม้แต่พยานที่อ่านบทความก็ให้ความเห็นในแต่ละบทความไม่ตรงกัน/p pเนื้อหาที่ปรากฏในบทความที่นำมาฟ้องผู้เขียนยกตัวอย่างตุ๊กตา เป็นตัวละครล้อเลียนไม่ใช่เรื่องจริงและผู้อ่านไม่อาจรู้แน่ชัดได้ว่าผู้เขียนหมายถึงใครnbsp; ซึ่งในประเด็นนี้พยานจำเลยเมื่อได้อ่านบทความต่างก็ให้การไปในทำนองเดียวกันว่าผู้เขียนสื่อถึงพวกอำมาตย์ไม่ได้สื่อถึงกษัตริย์nbsp;/p pa href="http://prachatai.com/journal/2013/01/44853"อ่านคำแถลงปิดคดี/a/p h3span style="color:#0000ff;"8. การต่อสู้คดี ที่ต้องเดินทาง 4 จังหวัด/span/h3 pระหว่างสืบพยานโจทก์ พยานมิได้อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ หลายคนทำให้ต้องมีการสืบพยานในจังหวัดที่เป็นภูมิลำเนาของพยานและต้องมีการส่งตัวเขาไปคุมขังยังเรือนจำในจังหวัด สระแก้ว นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ สงขลาbr /br /สมยศเคยเล่าถึงตอนไปa href="http://prachatai.com/journal/2011/11/37970"เรือนจำสระแก้ว/aว่า ความเป็นอยู่ที่เรือนจำจังหวัดสระแก้วนั้นดีกว่าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในเรื่องอาหารและสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม เรือนจำที่นี่ยังคงมีสภาพแออัด ผู้ต้องขังล้นเกิน จากปกติรองรับได้ 800 คน ปัจจุบันเพิ่มเป็นเกือบ 2,000 คน โดยในจำนวนนี้เป็นการย้ายหนีน้ำท่วมมาเกือบ 300 คน ทำให้ต้องนอนเบียดเสียดอย่างมาก/p pสมยศยังเล่าถึงการเดินทางมายังเรือนจำสระแก้วว่า ระหว่างที่มีการเคลื่อนเขาพร้อมผู้ต้องขังจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ที่หนีน้ำท่วมมายังเรือนจำสระแก้ว เมื่อต้นเดือน พ.ย. นั้นรถแน่นมากและเขาต้องยืนตั้งแต่กรุงเทพฯ ถึงสระแก้ว/p h3span style="color:#0000ff;"9. คำให้การของพยานโจทก์-จำเลย (บางส่วน)/span/h3 pa href="http://prachatai.com/journal/2012/04/40126"กอ.รมน.- นักศึกษานิติ มธ. เบิกความสืบพยานโจทก์ คดี ‘สมยศ’/abr /เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเบิกความถึงที่มาที่ไปของการเข้าแจ้งความดำเนินคดี โดยมีการระบุด้วยว่า “ผังล้มเจ้า” ของพ.อ.สรรเสริญ ก็เป็น “เครื่องช่วยในการวางแผนและวิเคราะห์ข้อมูล” โดยเจ้าหน้าที่ผู้เบิกความไม่ทราบว่าผังดังกล่าวมีการยอมรับจากพ.อ.สรรเสริญแล้วว่าไม่ได้มีข้อมูลรองรับเพียงพอ/p pขณะที่นักศึกษา นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเคยฝึกงานที่ดีเอสไอในช่วงเวลาดังกล่าว เบิกความว่า ระหว่างฝึกงาน ผู้ดูแลซึ่งก็คือพนักงานสอบสวนในคดีนี้ได้นำนิตยสาร Voice of Taksin ฉบับที่ใช้ฟ้องร้องมาให้อ่าน รวมทั้งบทความที่เข้าข่ายหมิ่นเบื้องสูงดังกล่าว ซึ่งเมื่ออ่านข้อความดังกล่าวแล้วก็ทำให้เข้าใจได้ตามฟ้องnbsp;/p pa href="http://prachatai.com/journal/2012/04/40214"คำเบิกความ ธงทอง จันทรางศุ/abr /เขาเบิกความว่า บทความชิ้นหนึ่งนั้นผู้เขียนจงใจเท้าความไปถึงประวัติศาสตร์ช่วงรอยต่อระหว่างธนบุรีและรัตนโกสินทร์ โดยพยานทราบว่าเป็นการหมิ่นประมาทเพราะอาศัยการเทียบเคียงกับความรู้ด้านประวัติศาสตร์ที่มีอยู่ ส่วนอีกชิ้นหนึ่ง ไม่สามารถบอกได้ว่า “หลวงนฤบาล” ผู้เขียนตั้งใจหมายถึงใคร/p pเขายังเบิกความอีกว่า มาตรานี้โทษจำคุก 3-15 ปีรุนแรงเกินไปและไม่ได้สัดส่วนกับสาระของการกระทำความผิด คำว่า “หมิ่นประมาท ดูหมิ่น” ในมาตรา112 ควรจะมีความหมายเช่นเดียวการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นบุคคลธรรมดาในมาตรา 326 nbsp;ซึ่งเมื่อนำมาเปรียบเทียบกันแล้วถือว่าโทษหนักเบาแตกต่างกันมาก นอกจากนี้ยังไม่ให้จำเลยพิสูจน์เหตุยกเว้นโทษหรือยกเว้นความผิดได้ตามมาตรา 329nbsp;/p pa href="http://prachatai.com/journal/2012/05/40347"ข่าวการเบิกความของ กสม. นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ และ สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ/abr /a href="http://prachatai.com/journal/2012/05/40333"ข่าวการเบิกความของปิยบุตร แสงกนกกุล/abr /a href="http://prachatai.com/journal/2012/05/40311"ข่าวการเบิกความของจำเลย/a/p h3span style="color:#0000ff;"10.คำพิพากษา ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา/span/h3 pศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก 2 กรรรม กรรมละ 5 ปีรวม 10 ปี a href="http://prachatai.com/journal/2013/01/44842"อ่านคำพิพากษาฉบับย่อในล้อมกรอบ/abr /br /a href="http://prachatai.com/journal/2014/09/55617"ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น/a/p pa href="file:///C:/Users/Kim/Desktop/%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%84%E0%B8%9C%E0%B9%88/prachatai.org/journal/2017/02/70228"ศาลฎีกาพิพากษาแก้ ลดโทษเหลือ 2 กรรม 6 ปี/abr /br /หมายเหตุ โทษจำคุกในทุกชั้นศาลจะบวกอีก 1 ปี เพราะรวมกับคดีเก่าในคดีa href="http://prachatai.com/journal/2009/04/20602"หมิ่นประมาท พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร/a/p h3span style="color:#0000ff;"11. เพราะสู้คดี พลาดลดโทษในการพระราชทานอภัยโทษทั่วไปหลายครั้ง/span/h3 pการยืนยันที่จะต่อสู้คดีของสมยศ ทำให้คดีของเขายังไม่มีสถานะ “ถึงที่สุด” nbsp;จำเลยจึงยังไม่มีสถานะเป็น “นักโทษชาย” เต็มขั้นแม้จะอยู่ในเรือนจำมาหลายปีแล้วก็ตาม นั่นส่งผลให้ไม่ได้รับ “ชั้น” หรือสถานะของนักโทษที่จะได้ ชั้นกลาง เมื่อคดีถึงที่สุด ก่อนที่จะค่อยๆ เลื่อน เป็นชั้นดี ชั้นดีมาก และชั้นเยี่ยม ตามลำดับหากไม่ทำผิดกฎเรือนจำหรือทะเลาะวิวาท ชั้นของนักโทษเกี่ยวพันกับ “สัดส่วน” ที่จะได้รับการลดโทษจากการพระราชทานอภัยโทษเป็นการทั่วไปที่เกิดขึ้นในวาระโอกาสสำคัญที่ และการลดโทษจะลดหลั่นกันตามชั้นที่นักโทษได้ เช่น ในปี 2555 มีพ.ร.ฎ.อภัยโทษเนื่องในวาระเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ, ปี 2558 เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบของสมเด็จพระเทพฯ, ปี 2559เนื่องในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 70 ของรัชกาลที่ 9 เป็นต้น/p pหากเขารับสารภาพแต่ต้น เขามีโอกาสที่จะได้รับการลดโทษลงกึ่งหนึ่งตามกฎหมาย เหลือ จำคุก 5 ปี มีโอกาสจะได้รับการลดโทษในการอภัยโทษทั่วไป แล้วสามารถทำเรื่องพักโทษได้โดยจะอยู่ในเรือนเพียงไม่เกิน 3 ปี อีกกรณีหนึ่งคือ รับสารภาพแล้วยื่นขอพระราชทานอภัยโทษส่วนบุคคลดังเช่น สุรชัย แซ่ด่าน ซึ่งถูกจับในช่วงต้นปี 2554 เช่นกัน สุรชัยรับสารภาพในคดี 112 ที่ทยอยฟ้องรวม 5 คดีโทษจำคุก 12 ปีครึ่ง เมื่อเขายื่นขอพระราชทานอภัยโทษเป็นการส่วนตัวร่วมกับนักโทษ 112 อีกจำนวนหนึ่งก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณฯ เขาจึงอยู่ในเรือนจำเพียง 2 ปี 7 เดือน/p h3span style="color:#0000ff;"12. เคยยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ มาตรา 112nbsp; ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่/span/h3 pมี 2555 ระหว่างต่อสู้คดี เขาและเอกชัย หงส์กังวาน จำเลยคดี 112 อีกคนยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ/p p“ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้ว เห็นว่า หลักการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 สอดคล้องกับการให้ความคุ้มครองพระมหากษัตริย์ที่เป็นสถาบันและประมุขของประเทศไทย การกำหนดบทลงโทษผู้กระทำความผิดจึงเป็นไปเพื่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนตามหลักนิติธรรมที่เป็นศีลธรรมหรือจริยธรรมของกฎหมาย ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จึงมิได้ขัดหรือแย้งต่อหลักนิติธรรมตามรัฐธรรมนูญมาตรา 3 วรรคสอง” และอื่นๆ a href="http://prachatai.com/journal/2012/10/43096"อ่านที่นี่/a/p h3span style="color:#0000ff;"13. มีแถลงการณ์ - กิจกรรมรณรงค์เกี่ยวกับเขามากมาย/span/h3 pa href="http://prachatai.com/journal/2013/02/45072"FREE SOMYOS โผล่งานบอลประเพณี/abr /a href="http://prachatai.com/journal/2013/03/46043"สมยศ โผล่งานหนังสือแห่งชาติ/abr /a href="http://prachatai.com/journal/2013/01/44954"บรรณาธิการร่วมออกแถลงการณ์/abr /a href="http://prachatai.com/journal/2012/02/39283"ลูกชายสมยศ ‘ไท’ อดอาหารประท้วง/abr /a href="http://prachatai.com/journal/2014/09/55690"ยูเอ็นผิดหวังศาลอุทธรณ์ไทยพิพากษายืนจำคุกสมยศ/abr /a href="http://prachatai.com/journal/2013/01/44846"ท่าทีจากอียู-ฮิวแมนไรท์วอชท์-เอไอ-องค์กรแรงงาน ต่อ 'คำพิพากษาสมยศ'/abr /a href="http://prachatai.com/journal/2013/01/45012"ทูต 'อียู' แจงไม่ได้ 'แทรกแซง' ไทยกรณี 'สมยศ' แต่ 'ปฏิสัมพันธ์' ด้วยหลักสิทธิฯ/abr /a href="file:///C:/Users/Kim/Desktop/%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%84%E0%B8%9C%E0%B9%88/prachatai.org/journal/2017/02/70232"สำนักงานข้าหลวงใหญ่ UN เรียกร้องปล่อยสมยศ ชี้โทษยังแรงไปหลังพิพากษาฎีกา/a/p pฯลฯ/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/f0N7wc2SgXQ" height="1" width="1" alt=""/

[สาระ+ภาพ] เด็กในครอบครัวจนที่สุด 20% ของไทย โอกาสเข้าสู่อุดมศึกษาเพียง 5%

Thu, 23/02/2017 - 18:40
divนักวิชาการจาก สสค. ยกผลการสำรวจของยูเนสโกระบุ เด็กไทยในครอบครัวยากจนจบมัธยมต้นเพียง 30-40% เด็กที่อยู่ในครอบครัวที่ยากจนที่สุด 20% มีโอกาสเข้าสู่ระดับอุดมศึกษาเพียง 5% nbsp;เด็กที่มาจากครอบครัวร่ำรวยเข้าถึง 100%/div div !--break--!--break--/div p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/3/2026/32686572900_d239d45864_o.jpg" style="width: 600px; height: 313px;" //p p style="text-align: center;"a href="https://c1.staticflickr.com/3/2026/32686572900_d239d45864_o.jpg"ดูภาพขนาดใหญ่nbsp;/a/p pงาน สัมมนาระดับนานาชาติเปิดตัวรายงานการติดตามผลการศึกษาทั่วโลก ประจําปี 2559 ในหัวข้อ “การศึกษาเพื่อมนุษย์และโลกของเรา : สร้างสรรค์อนาคตให้ยั่งยืนเพื่อปวงชน” ซึ่งจัดโดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ร่วมกับ สํานักงานยูเนสโก(UNESCO) กรุงเทพมหานคร และ กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่nbsp;10 ก.พ.ที่ผ่านมานั้นnbsp;/p divซึ่งa href="http://www.isranews.org/thaireform-other-news/item/53946-news-3426.html"สำนักข่าวอิศรา/aรายงานตอนหนึ่งของเวทีเสวนาว่า ไกรยส ภัทราวาท นักวิชาการจากสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) กล่าวถึงผลการสำรวจของยูเนสโกระบุว่า มีเด็กไทยกว่า 2แสนคนในวัยประถมศึกษาที่ยังอยู่นอกระบบการศึกษา ซึ่งสะท้อนข้อมุลความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของประเทศไทย เด็กในครอบครัวที่ร่ำรวยที่จบมัธยมต้น 100% เด็กที่อยู่ในครอบครัวที่ยากจนมีเพียง 30-40% เท่านั้น เพราะฉะนั้นช่องว่างการจบการศึกษาภาคบังคับของประเทศไทย มากจากปัจจัยเหล่านี้คือ 1. ปัจจัยทางเศรษฐกิจ 2.ปัจจัยความเป็นเมืองและชนบท เพราะฉะนั้นหากเราต้องการให้ภายใน 15 ปี ข้างหน้า ที่ไทยตั้งเป้าจะสามารถก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลางและสร้างการศึกษาเพื่อปวงชนให้สำเร็จได้ ปัจจัยทางเศรษฐกิจและช่องว่างของเมืองและชนบทคือโจทย์สำคัญ/div divnbsp;/div divไกรยส กล่าวถึงข้อมูลบัญชีรายจ่ายการศึกษาแห่งชาติพบว่า เด็กที่อยู่ในครอบครัวที่ยากจนที่สุด 20% nbsp;ของประเทศไทย มีโอกาสเข้าสู่ระดับอุดมศึกษาเพียง 5% หมายความว่า หากเด็กจากทุกๆ ชั้นของรายได้เข้า ป.1 พร้อมกันครอบครัวยากจนมีโอกาสไปถึงระดับอุดมศึกษาเพียง 5% เท่านั้น ในขณะที่เด็กที่มาจากครอบครัวร่ำรวยเข้าถึงโอกาสศึกษาในระดับที่สูงขึ้นถึง 100%/div divnbsp;/div div"ถ้าพูดในชัดๆ ในเรื่องบประมาณของสถาบันอุดมศึกษาจำนวน แสนล้านในแต่ละปี แต่เด็กที่ครอบครัวยากจนกว่า 95% ไปไม่ถึงเงินก้อนนั้น ที่ผู้ใหญ่ในกระทรวงตั้งไว้ให้พวกเขาเข้ามาแสวงหาความเจริญ ความมั่งคั่งให้ครอบครัวแล้วก้าวออกจากกับดักรายได้ปานกลางให้ได้" นักวิชาการจากสสค. กล่าว และว่า เรามีความเหลื่อมล้ำตรงนี้มากในแง่การเข้าถึงการศึกษาในระดับอุดมศึกษา แต่ที่น่าตกใจคือตัวเลข 5% กับ 100% nbsp;ต่างกัน 20 เท่า nbsp;ถ้าเราตกอยู่ในฟากครอบครัวยากจน 20% ล่างกับจำนวนอีก 20% บนของคนรวย เท่ากับว่า ชีวิตของเด็กไทยคนหนึ่งต่างกันถึง 20 เท่า อันนี้คือความเหลื่อมล้ำที่สอดคล้องการสำรวจของยูเนสโก/div divnbsp;/div divไกรยส กล่าวว่า มูลค่าทางเศรษฐกิจของความเหลื่อมล้ำจากการที่ประเทศไทยไม่สามารถจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ทุกคนได้นั้นมีมูลค่าความเสียหายอยู่ที่ร้อยละ 3 ของ GDP หรือเท่ากับค่าเฉลี่ยของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจตลอดสิบปีที่ผ่านมาของประเทศไทย เพราะฉะนั้นหมายความว่าประเทศไทยโตต่ำกว่าศักยภาพที่แท้จริงครึ่งหนึ่งมาโดยตลอด เมื่อมองไกลๆ ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีถึงการเป็นประเทศที่ก้าวออกจากกับดักรายได้ปานกลางได้ ถ้าเกิดเราต้องสูญเสีย 3% ทุกปี ไปอีก15 ปีข้างหน้า เท่ากับเราต้องชะลอการออกจากกับดักตรงนั้นไปอีกราว 30 ปี แต่ถ้าหากเราสามารถดึง 3% ที่หายไปกลับมาได้ในทุกๆ ปี นับจากนี้ไป อีก 15 ปีข้างหน้าไทยจะสามารถก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลางพร้อมๆ กับมาเลเซีย/div divnbsp;/div divไกรยส กล่าวด้วยว่า ในเมื่อเรามีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เรายังต้องก้าวไปอีกถึงหลักประกันทางการศึกษาให้ประเทศไทยสามารถกล้าพูดได้ว่า ไม่มีเด็กคนไหนตกหล่นจากการดูเเลของระบบการศึกษาไทย/div divnbsp;/div div“ความเหลื่อมล้ำของการศึกษามีผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน และที่สำคัญเมื่อการศึกษาทั่วถึงทุกคน สังคมแห่งกาเรียนรู้ก็จะเพิ่มขึ้น การพุดคุย การขัดแย้งในสังคมก็จะลดลง เพราะการศึกษามีการกว่าแค่ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ แค่คือการหล่อหลอมการพัฒนาคนตามแผนพัฒนาของแต่ละประเทศ” ดร.ไกรยส กล่าว/div divnbsp;/div h3span style="color:#0000cd;"รายงานการติดตามผลการศึกษาทั่วโลกปี 59nbsp;/span/h3 diva href="http://www.moe.go.th/websm/2017/feb/063.html"กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ/a รายงานการเปิดเผยถึงรายงานการติดตามผลการศึกษาทั่วโลกปี 2559nbsp;โดย ควาง-โจ คิม ผู้อำนวยการสำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ กล่าวว่า ว่า เป็นรายงานประจำปีขององค์การยูเนสโก และเป็นรายงานฉบับแรกของชุดรายงาน 15 ปี เพื่อติดตามดูการจัดการศึกษาของประเทศต่างๆ และประเมินดูว่าโอกาสที่จะบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษาในปี ค.ศ.2030 ที่จะสร้างหลักประกันให้การศึกษามีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน รวมทั้งการส่งเสริมให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษาตลอดชีวิตมีความเป็นไปได้มากน้อยอย่างไร การประเมินนี้เป็นเครื่องมือของยูเนสโก ในการกระตุ้นให้ประเทศสมาชิกได้พัฒนาปรับปรุงหรือแก้ไขปัญหาทางด้านการศึกษาของแต่ละประเทศ เพื่อบรรลุเป้าหมายในปี ค.ศ.2030 ซึ่งรายงานดังกล่าว ระบุว่า/div divnbsp;/div div class="note-box" div1. ในโลกใบนี้ (190 ประเทศ) ยังมีเด็กและเยาวชนรวม 263 ล้านคน ที่ไม่ได้เข้าโรงเรียน ในจำนวนนี้ 61 ล้านคน ไม่ได้เข้าโรงเรียนระดับประถมศึกษา, 60 ล้านคน ไม่ได้เข้าโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และ 142 ล้านคน ไม่ได้เข้าโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย แม้แต่กลุ่มประเทศที่มีรายได้สูง (พัฒนาแล้ว) ก็ยังไม่สามารถบรรลุผลให้เยาวชนของตนเองเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาได้ทุกคน/div divbr /2. ในด้านการศึกษาระบุว่า สิ่งที่นำมาใช้ในห้องเรียน เช่น ตำรา สื่อการเรียนต่าง ๆ รวมทั้งกระบวนการจัดการเรียนการสอน มีส่วนสำคัญต่อคุณภาพการศึกษา ซึ่งในประเทศที่ยากจนนักเรียน 3 คน ต้องใช้หนังสือร่วมกันเพียง 1 เล่มเท่านั้น ในขณะที่ครูส่วนใหญ่ใช้เวลาในห้องเรียนเพียงร้อยละ 60-65 เท่านั้นในการทุ่มเทให้กับการเรียนการสอน และยังมีปัญหาเรื่องความเท่าเทียมทางการศึกษา โดยเฉพาะเรื่องเพศสภาพ ความพิการ และการย้ายถิ่น/div divbr /3. การวัดผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ของโลก ซึ่งวัดเฉพาะการเรียนรู้ทางการอ่านและความรู้ทางคณิตศาสตร์ ก็ยังมีข้อสงสัยในเรื่องเนื้อหาที่จะมาประเมินมาตรฐานของเครื่องมือ และเกณฑ์ที่จะใช้ในการประเมิน อย่างไรก็ตาม มีคำถามว่าการวัดผลสัมฤทธิ์ดังกล่าวเหมาะสมและจำเป็นต่อการดำรงชีวิตอย่างไร และจะนำผลประเมินที่ได้ไปใช้ประโยชน์อย่างไร/div divbr /4. ด้านปฐมวัย มีเพียง 50 ประเทศจาก 190 ประเทศเท่านั้น ที่กำหนดให้ระดับการศึกษาปฐมวัยเป็นการศึกษาภาคบังคับ และในจำนวน 50 ประเทศมี 38 ประเทศที่กำหนดว่าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย อีกทั้งพบว่าร้อยละ 80 ของเด็กปฐมวัยได้รับการพัฒนาที่สมวัย ซึ่งปัจจัยสำคัญในการพัฒนาเด็กคือสภาพแวดล้อมที่บ้านโดยเฉพาะบ้านที่มีกิจกรรมทำร่วมกันและบ้านที่มีหนังสือตั้งแต่ 3-10 เล่มขึ้นไป/div divbr /5. ด้านอาชีวศึกษา มี 140 ประเทศที่มีกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ซึ่งจะมีผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาชีพในระดับอาชีวศึกษา เพราะจะช่วยให้ผู้เรียน ผู้จัดการศึกษา และนายจ้าง หันมาสนใจกับผลสัมฤทธิ์ และความสามารถทางการปฏิบัติมากกว่าคุณวุฒิ/div divbr /6. การอุดมศึกษา พบว่ามีคนเรียนอุดมศึกษามากขึ้นเป็น 207 ล้านคนในปี ค.ศ.2015 และผู้ที่จบการศึกษาระดับอุดมศึกษามีปัจจัยสำคัญคือรายได้ของผู้เรียน หรือฐานะทางการเงินของครอบครัว ในส่วนของคุณภาพการอุดมศึกษา วัดกันเพียงการจัดลำดับของมหาวิทยาลัย ซึ่งสนใจเฉพาะการวิจัยมากกว่าคุณภาพการสอนและการเรียนรู้ของผู้เรียน/div divbr /7. ด้านทักษะการทำงาน พบว่าทักษะการรู้หนังสือทำให้คนได้รับโอกาสการทำงานสูงขึ้นเกือบสองเท่า ในขณะที่ทักษะทาง ICT มีความจำเป็นมากขึ้นที่ผู้เรียนในทุกระดับต้องพัฒนา ทั้งนี้ ยังไม่มีหลักฐานใดที่ระบุว่าต้องพัฒนาทักษะที่เชื่อว่าจำเป็น เช่น ความเพียรพยายาม ความคิดสร้างสรรค์ การควบคุมอารมณ์ หรือทักษะทางสังคม/div divbr /8. การรู้หนังสือและการคิดคำนวณเป็นเป้าหมายของการพัฒนาการศึกษาโลก โดยมีข้อสังเกตว่า การรู้หนังสือไม่ใช่เป็นเพียงชุดของทักษะขั้นพื้นฐานเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงทักษะการรู้หนังสือเพื่อนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อตนเอง สังคม และเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับทักษะการคิดคำนวณ พบว่ามีผู้ใหญ่ที่ยังขาดทักษะการอ่านออกเขียนได้ในระดับที่ใช้งานได้จริง ซึ่งส่วนมากเป็นผู้หญิง/div divbr /9. แม้ว่าแต่ละประเทศจะรับรู้และเห็นชอบว่าการพัฒนาที่ยั่งยืน และความเป็นพลเมืองโลกมีความสำคัญและจำเป็นที่จะต้องทำให้คนในประเทศตระหนักรู้ในประเด็นนี้ แต่กลับพบว่าประเทศส่วนใหญ่ในโลกไม่ได้บรรจุเรื่องนี้ไว้ในหลักสูตร และมีครูเพียงร้อยละ 8 เท่านั้นที่รู้และเข้าใจในเรื่องนี้/div divbr /10. ห้องเรียนที่แออัดและการมีครูไม่เพียงพอยังคงเป็นปัญหาทั่วโลก/div /div divnbsp;/div divnbsp;/div div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2017/01/69842" target="_blank"เปรียบเทียบ พ.ร.บ.กยศ. ฉ.เก่า-ใหม่ : ให้อำนาจเข้าถึงข้อมูลส่วนตัว เพดานดอกถึง 7.5% ต่อปี/a /div div class="field-item even" a href="/journal/2016/12/69317" target="_blank"ถกปม กยศ. จากลดแรงเสียดทานหลังนำม.ออกนอกระบบ สู่โจทย์เบี้ยวหนี้-เปลืองงบฯ/a /div div class="field-item odd" a href="/journal/2017/01/69741" target="_blank"(คลิป) ถกปมสวัสดิการการศึกษาในรัฐธรรมนูญ และ กยศ./a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/q5-wyHhfwLo" height="1" width="1" alt=""/

ผู้ว่าฯ อำนาจเจริญ เบรกชาวบ้านเตรียมเดินทางยื่นคัดค้านโรงงานน้ำตาล+โรงไฟฟ้าชีวมวล

Thu, 23/02/2017 - 18:14
pกลุ่มคัดค้านฯ โรงงานน้ำตาล-โรงไฟฟ้าชีวมวล โดนผู้ว่าราชการ จ.อำนาจเจริญ เรียกคุย หลังทราบเรื่องกลุ่มฯ เตรียมเดินทางไปยื่นหนังสือคัดค้านฯ การก่อสร้างโรงงานน้ำตาล และโรงไฟฟ้า ต่อนายกรัฐมนตรี พรุ่งนี้ ขณะมาตรวจราชการในพื้นที่ อ.ราศีไศล จ.ศรีสะเกษ/p !--break--!--break-- p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/4/3685/32223612924_aaa1634bff.jpg" style="width: 480px; height: 299px;" //p p23 ก.พ. 2560 เมื่อเวลา เวลา 10.30 น. สิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมด้วย ผบ.กกล.รส.จ.อจ. ผู้แทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ ได้เชิญ อิสรา แก้วดี แกนนำพร้อมด้วยกลุ่มคัดค้านโรงงานน้ำตาล-โรงไฟฟ้าชีวมวล หรือกลุ่มรักบ้านเกิดตำบลน้ำปลีก/p pผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเรียกแกนนำชาวบ้านเข้าพูดคุยในวันนี้สืบเนื่องจาก กลุ่มรักบ้านเกิดตำบลน้ำปลีก ได้เตรียมการที่จะไปยื่นหนังสือคัดค้านการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล ที่กำลังจะเกิดขึ้นในพื้นที่ ต่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในโอกาสที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาตรวจราชการในพื้นที่ อ.ราศีไศล จ.ศรีสะเกษ ในวันพรุ่งนี้ (24 ก.พ.)/p pโดยในวันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ได้ชี้แจงทำความเข้าใจ ในข้อกังวลต่างๆ ของชาวบ้าน พร้อมขอให้ยื่นหนังสือคัดค้านฯ ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญโดยตรง และได้ทำความเข้าใจให้กลุ่มคัดค้านฯ ได้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น ตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งมีกำหนดประชุมจัดทำ EIA ในวันที่ 10 nbsp;มี.ค. 2560/p pอย่างไรก็ตาม ผู้คัดค้านฯ ยังไม่ตัดสินใจที่จะเดินทางไปยื่นหนังสือฯ ต่อนายกรัฐมนตรี ที่ อ.ราศีไศล จ.ศรีสะเกษ ในวันที่ 24 นี้หรือไม่ โดยระบุว่าจะมีการหารือกันอีกครั้ง/p pผู้สื่อข่าวประชาไท รายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้กลุ่มคัดค้านฯ ได้เดินทางไปยื่นหนังสือให้กับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2559 โดยก่อนเดินทางไปยื่นหนังสือได้มีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ปลัดจังหวัด ปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มาสอบถามกับแกนนำชาวบ้านว่า จะ ไปยื่นหนังสือที่หน่วยงานใดบ้าง ยื่นเรื่องอะไรและเดินทางไปจำนวนกี่คน พร้อมชี้แจงกับชาวบ้านว่าการเดินทางไปยื่นหนังสือกับส่วนกลางไม่มีประโยชน์ เพราะอย่างไรหนังสือก็ต้องถูกส่งกลับมาที่จังหวัดอยู่ดี/p pสำหรับพื้นที่ที่จะมีการดำเนินการก่อสร้างโรงงานน้ำตาล โรงไฟฟ้าชีวมวล นั้นอยู่ใกล้กับลำน้ำเซบาย ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาย่อยของแม่น้ำมูนมีต้นกำเนิดที่อำเภอเลิงนกทา ไหลผ่าน จังหวัด ยโสธร อำนาจเจริญ และไหลลงสู่แม่น้ำมูนที่อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี มีความยาวประมาณ 200 กิโลเมตร ชุมชนในท้องถิ่นต่างใช้ประโยชน์ทั้งด้านประมง เกษตรกรรม อุปโภค/p pการดำเนินการเพื่อเตรียมการก่อสร้าง ยังอยู่ในกระบวนการขออนุญาตตั้งโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ จากการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้านในพื้นที่ครั้งที่ 1 ชาวบ้านในพื้นที่ได้ให้ข้อมูลว่า ในเวทีไม่มีการนำเสนอข้อกังวลใจของประชาชนต่อที่ประชุม และกระบวนการดำเนินโครงการตั้งแต่เริ่มต้นของโรงงานน้ำตาล และโรงไฟฟ้า ทางบริษัทไม่ชี้แจงให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับรู้ข้อมูลที่เป็นจริง อีกทั้งยังไม่การพูดคุยถึงเรื่องผลกระบที่อาจจะเกิดขึ้น/p pขณะที่ ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์แม่น้ำลำเซบายตำบลเชียงเพ็ง ซึ่งเป็นอีกกลุ่มที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งชาวบ้านกังวลว่า อาจจะได้รับผลกระทบ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2559 มีทีมงานมวลชนสัมพันธ์ของบริษัทมาแจกผ้าห่มแก่ชาวบ้าน ในตำบลเชียงเพ็ง แต่ชาวบ้านไม่รับไว้โดยให้เหตุผลว่าการที่บริษัทนำผ้าห่มมาแจกเพื่อหวังผลประโยชน์ในการตั้งโรงงานเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมspan class="_5yl5"span และวันที่ 15 ก.พ. 2560 มีทหารสามคนเข้ามาในพื้นที่ ตำบลเชียงเพ็ง อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร สอบถามชาวบ้านว่า มีกลุ่มใดได้เข้ายื่นหนังสือคัดค้านบ้าง/span/span/p pเรียบเรียงบางส่วนจาก: a href="http://www.matichon.co.th/news/473996"มติชนออนไลน์/a/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/Ixt7_uqmd24" height="1" width="1" alt=""/

ฉลุย สนช.ผ่านวาระ 3 ม.แม่โจ้ ออกนอกระบบ

Thu, 23/02/2017 - 17:06
pสนช.ผ่านวาระ 3nbsp;ประกาศใช้ร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. ... เป็นกฎหมายnbsp;เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการแต่อยู่ในกำกับของรัฐ ขณะที่ขยายเวลาการพิจารณา 3 ร่าง พ.ร.บ. ออกไป 30 วัน/p pimg alt="lt;--break- /" src="/sites/default/modules/wysiwyg/plugins/break/images/spacer.gif" title="lt;--break--"/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="http://www.radioparliament.net/parliament/uploads/news/org_2384134889.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"ที่มาภาพnbsp;/spana href="http://www.radioparliament.net/parliament/viewNews.php?nId=6984#.WK6xyTuLTIU"span style="color:#ff8c00;"เว็บไซต์ข่าวรัฐสภา/span/a/p p23 ก.พ. 2560nbsp;a href="http://www.radioparliament.net/parliament/viewNews.php?nId=6984#.WK6xyTuLTIU"เว็บไซต์ข่าวรัฐสภา/a รายงานว่า ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเห็นสมควรประกาศใช้ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. ... ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว เป็นกฎหมาย ด้วยคะแนน 212 เสียง ไม่เห็นด้วยไม่มี และงดออกเสียง 4 เสียง จากผู้เข้าร่วมประชุม 216 คน/p pสมคิด เลิศไพฑรูย์ ประธาน กมธ. วิสามัญฯ พร้อมคณะ ได้กล่าวว่า ภายหลัง กมธ.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวแล้ว มีการแก้ไขบางมาตรา อาทิ แก้ไขคำนิยามจาก “สภาคณาจารย์และพนักงาน” เป็น “สภาพนักงานมหาวิทยาลัยแม่โจ้” และการแก้ไขและเพิ่มความในมาตรา 7 เกี่ยวกับการให้มหาวิทยาลัยเป็นสถานศึกษาทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูงและมีวัตถุประสงค์ให้การศึกษา ส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพ ทำการสอน วิจัย บริการทางวิชาการและวิชาชีพแก่สังคม ทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างองค์ความรู้อันจะนำไปใช้พัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน พร้อมกำหนดให้มหาวิทยาลัยมีปณิธานมุ่งสู่ความเป็นเลิศในวิทยาการหลากหลายสาขาโดยมีศาสตร์ทางการเกษตรเป็นรากฐาน พัฒนาบัณฑิตให้เป็นผู้อุดมด้วยปัญญา เป็นนักปฏิบัติที่เชี่ยวชาญมีคุณธรรมและจริยธรรม รับผิดชอบต่อสังคมและประเทศชาติ/p pสำหรับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวตราขึ้น เพื่อเป็นการปรับปรุงการศึกษาระดับอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม โดยการส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยของรัฐพัฒนาไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการแต่อยู่ในกำกับของรัฐ มีการบริหารจัดการที่เป็นอิสระและมีความคล่องตัว สามารถจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษาได้อย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและมีความเป็นเลิศทางวิชาการ ซึ่งสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ จึงสมควรปรับปรุงการบริหารมหาวิทยาลัยแม่โจ้ให้เป็นไปตามแนวทางดังกล่าว/p pa href="http://www.innnews.co.th/shownews/show?newscode=765553"สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น/a รายงานด้วยว่า วันนี้ ที่ประชุม สนช. เห็นชอบให้ขยายเวลาการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติต่าง ๆ ออกไปอีก 30 วัน nbsp;ดังนี้ 1. ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. .... 2. ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และ 3. ร่างพระราชบัญญัติสถาบันภูมิราชธรรม พ.ศ. ..../p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/eVKuKvJfq-o" height="1" width="1" alt=""/

สำนักข้าหลวงใหญ่สิทธิยูเอ็นเรียกร้องปล่อย 'สมยศ' ชี้โทษยังแรงเกินไป

Thu, 23/02/2017 - 16:55
pสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรียกร้องปล่อยตัว "สมยศ พฤกษาเกษมสุข" ชี้โทษรุนแรงเกินไป/p p!--break--!--break--/pp23 ก.พ. 2560 หลังศาลฎีกามีคำพิพากษาลดโทษ สมยศ พฤกษาเกษมสุข อดีตบรรณาธิการนิตยสาร Voice of Taksin วัย 56 ปี จากเดิมจำคุก 10 ปี เป็น 6 ปี สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ ออกa href="https://www.facebook.com/UNHumanRightsAsia/photos/a.657330534369993.1073741828.654755261294187/926163867486657/?type=3"แถลงการณ์/aเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวสมยศทันที พร้อมย้ำจุดยืนเดิมที่เรียกร้องมาตลอดคือ ขอให้รัฐบาลไทยดำเนินการตามคำแนะนำของคณะทำงานยูเอ็นว่าด้วยการควบคุมตัวโดยพลการที่ให้ปล่อยตัวสมยศและจ่ายค่าชดเชยให้กับเขา/p pโลคอง เมย์ยอง (Laurent Meillan) รักษาการตัวแทนประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่า แม้ว่าคำพิพากษาจะทำให้การปล่อยตัวสมยศเร็วขึ้น แต่เรายังกังวลเรื่องโทษที่รุนแรงอย่างสุดขั้ว/p pก่อนหน้านี้ ในปี 2556 ข้าหลวงใหญ่สิทธิฯ ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการลงโทษที่รุนแรงสุดขั้วต่อสมยศ และระบุว่า การตัดสินเช่นนี้จะส่งสัญญาณต่อเสรีภาพในการแสดงออกในประเทศไทยในแบบผิดๆ กลไกสิทธิมนุษยชนของยูเอ็นเรียกร้องให้รัฐบาลไทยหยุดการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อยับยั้งการวิพากษ์วิจารณ์และย้ำว่า การลงโทษทางอาญาที่รุนแรงภายใต้กฎหมายนี้ไม่จำเป็นและไม่ได้สัดส่วน/p pในเดือนสิงหาคม 2555 คณะทำงานยูเอ็นว่าด้วยการควบคุมตัวโดยพลการ ชี้ว่า การคุมขังสมยศเป็นการกระทำโดยมิชอบและเรียกร้องให้รัฐบาลไทย ดำเนินการตามขั้นตอนที่จำเป็น เพื่อปล่อยสมยศและจ่ายค่าชดเชยให้เขา เพื่อให้เป็นไปตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR)/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2017/02/70228" target="_blank"ศาลฎีกาลดโทษ เหลือจำคุก 6 ปี คดี 112 สมยศ พฤกษาเกษมสุข/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/48ZijgRkBgM" height="1" width="1" alt=""/

งัดม.44 ปลด 'บอร์ดรฟท.' ยกชุด ตั้งรองอธิบดีกรมทางหลวง รักษาการผู้ว่าการฯ

Thu, 23/02/2017 - 16:06
divnbsp;/div divประยุทธ์ ใช้ ม.44 ปลดคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทยยกชุด พร้อมตั้งใหม่ และให้รองอธิบดีกรมทางหลวง รักษาการผู้ว่าการฯnbsp;จนกว่านายกรัฐมนตรีจะมีคําสั่งเป็นอย่างอื่น ระบุเพื่อมีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปประเทศnbsp;/div div !--break--!--break--/div p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/3/2502/33025554376_6869e40f1f_b.jpg" style="width: 600px; height: 816px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/3/2945/32685250580_47eb15c926_o.jpg" style="width: 600px; height: 344px;" //p p23 ก.พ.2560 ผู้สื่อข่าวรายงานวาa href="http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/E/056/14.PDF"เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา/a เผยแพร่คำสั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 10/2560 เรื่อง การปรับปรุงการบริหารงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย โดย อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคําสั่ง ดังต่อไปนี้/p pข้อ 1 ให้คณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทยซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันก่อนวันที่คําสั่งนี้ มีผลใช้บังคับพ้นจากตําแหน่ง และให้งดการใช้บังคับบทบัญญัติมาตรา 24 มาตรา 26 มาตรา 27 มาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2494 และให้คณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทยประกอบด้วยบุคคลตามข้อ 2 ของคําสั่งนี้ จนกว่านายกรัฐมนตรีหรือหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะมีคําสั่งเป็นอย่างอื่น/p pข้อ 2 ให้บุคคลดังต่อไปนี้เป็นกรรมการคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทยbr /(1) นายวรวิทย์ จําปีรัตน์ เป็นประธานกรรมการbr /(2) นางสาวชุณหจิต สังข์ใหม่ เป็นกรรมการbr /(3) นายบวร วงศ์สินอุดม เป็นกรรมการbr /(4) นายปิติ ตัณฑเกษม เป็นกรรมการbr /(5) พลเรือเอก ทวีชัย บุญอนันต์ เป็นกรรมการbr /(6) นาวาอากาศเอก ธนากร พีระพันธุ์ เป็นกรรมการbr /(7) นางอัญชลี เต็งประทีป เป็นกรรมการbr /(8) นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ เป็นกรรมการbr /(9) นายอํานวย ปรีมนวงศ์ เป็นกรรมการ/p pข้อ 3 ให้ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันก่อนอนวันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับพ้นจากตําแหน่ง และให้ไปดํารงตําแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ตามคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 68/2559 เรื่อง มาตรการแก้ปัญหาเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานอื่นของรัฐและการกําหนดกรอบอัตรากําลังชั่วคราว ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2559 จนกว่านายกรัฐมนตรีจะมีคําสั่งเป็นอย่างอื่น/p pข้อ 4 ให้นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รองอธิบดีกรมทางหลวง รักษาการในตําแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย อีกตําแหน่งหนึ่ง จนกว่านายกรัฐมนตรีจะมีคําสั่งเป็นอย่างอื่น/p pข้อ 5 ในกรณีเห็นสมควรนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามคําสั่งนี้ได้/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/lCK3cgOyohA" height="1" width="1" alt=""/

เทพชัยเชื่อ คสช.อยากมีอำนาจต่อ ชี้กฎหมายสื่อควรออกในบรรยากาศประชาธิปไตย

Thu, 23/02/2017 - 15:20
pเทพชัยยันต่อให้มีสื่อ 15 คนนั่งสภาวิชาชีพก็ไม่เอา เพราะยังมีอำนาจออกใบประกอบวิชาชีพสื่อ เชื่อรัฐบาลทหารอยากมีอำนาจต่อหลังเลือกตั้ง สุภิญญาชี้แนวโน้มคุมสื่อหนักขึ้น กสทช.เป็นเครื่องมือที่รัฐใช้แทรกแซงสื่อ ขณะพิรงรองระบุ ร่างกฎหมายทำลายการปฏิรูปสื่อ/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/3/2782/32251394853_42115f1356.jpg" style="width: 500px; height: 327px;" //p p22 ก.พ. 2560 เทพชัย หย่อง นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย กล่าวในการเสวนาเรื่องการกำกับดูแลสื่อในประเทศไทย กรณีร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน จัดโดยสโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทย (FCCT)nbsp;ว่า กรณีที่ กมธ. ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อมวลชน สปท.ปรับลดสัดส่วนของปลัดกระทรวงในโครงสร้างของสภาวิชาชีพลงจาก 4 เป็น 2 คน (a href="http://prachatai.org/journal/2017/02/70204"อ่านข่าว/a) ไม่สำคัญเท่ากับเรื่องที่กำหนดให้สภาวิชาชีพนี้สามารถออกและถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสื่อได้ โดยจะถือเป็นครั้งแรกในไทยที่มีการออกใบอนุญาตทำสื่อ เป็นการให้อำนาจซึ่งขัดกับหลักการเสรีภาพสื่อ/p pเขาย้ำว่า คนที่จะมานั่งในสภาวิชาชีพนี้จะเป็นใครไม่สำคัญเท่ากับอำนาจนี้ ต่อให้เป็นนักข่าวทั้ง 15 คนก็ยอมไม่ได้เช่นกัน ไม่ควรมีใครมีอำนาจในการควบคุมสื่อ/p pนอกจากนี้ เทพชัย กล่าวเสริมว่า ร่างกฎหมายนี้ให้งบประมาณสภาวิชาชีพสื่อถึง 100 ล้านบาทต่อปี ชวนคิดว่าเมื่อมีทั้งอำนาจและเม็ดเงินจำนวนมากเช่นนี้ สภาวิชาชีพนี้จะทำอะไรกับอุตสาหกรรมสื่อnbsp;/p pเขามองว่า รัฐบาลทหารยังอยากมีอำนาจหลังการเลือกตั้ง ไม่เช่นนั้น คงไม่ออกกฎหมายแบบนี้/p p"กฎหมายนี้กว่าจะมีผลใช้ก็หลังเลือกตั้งแล้ว ไม่มีเหตุผลที่รัฐบาลจะออกกฎหมายให้นักการเมืองใช้ ประกอบการแนวคิดยุทธศาสตร์ชาติยี่สิบปี ทำให้เชื่อว่า คสช. คงอยากจะอยู่ในอำนาจในรูปแบบอื่นๆ ต่อไป เพราะฉะนั้น ใครก็ตามที่อยากมีอำนาจต่อไปคงอยากมีเครื่องมือควบคุมกำกับความเห็นของประชาชนผ่านการกำกับสื่อ" เทพชัยกล่าวและย้ำว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและสิทธิของสื่อไม่ควรร่างในบรรยากาศที่มีอำนาจปกครองแบบนี้ ในบรรยากาศที่มีผู้นำประเทศที่มีทัศนคติต่อสื่อในเชิงลบแบบนี้ ควรร่างในบรรยากาศประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมของประชาชนมากกว่า/p pสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มองว่า นี่เป็นยุค Empire Strikes Back เพราะนอกจากร่าง พ.ร.บ.นี้ พ.ร.บ.กสทช.ก็กำลังถูกแก้ในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ขณะที่ กสทช.เองก็ไม่ใช่องค์กรกำกับสื่อที่ก้าวหน้าอีกต่อไป และหลายครั้งก็เป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการแทรกแซงสื่อ เช่น พักใช้หรือถอนใบอนุญาต กรณีวอยซ์ทีวี พีซทีวี เรียกสื่อเช่น เนชั่น มาสอบ ตักเตือน ทำให้เกิดบรรยากาศของความกลัว และจำกัดเสรีภาพสื่อ และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นbr /br /สุภิญญา ชี้ว่า ตอนนี้วาทกรรมที่รัฐบาลใช้อ้างเพื่อออกพ.ร.บ.การคุ้มครองสื่อฯ คือ ทุกวันนี้คนได้ข้อมูลข่าวสารจากโซเชียลมีเดีย สื่อเองก็แข่งขันกัน โดยนำเรื่องในโซเชียลมีเดียมาเสนอซ้ำ บางครั้งไปไกลถึงขนาดบิดเบือน ทำร้ายความรู้สึกสังคม ละเมิดจริยธรรม ทำให้หลายคนรู้สึกว่าสื่อทำเกินไปแล้วและต้องควบคุมสื่อ ซึ่งเธอมองว่า ไม่ว่าจะเห็นว่าสื่อกำกับตัวเองไม่ดีพออย่างไรก็ไม่ควรเอาอำนาจไปให้รัฐอยู่ดี/p pพิรงรอง รามสูตร ผู้ช่วยศาสตราจารย์คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.นี้เป็นส่วนหนึ่งของการทำลายการปฏิรูปสื่อ ซึ่งเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์พฤษภา 2535 ที่สื่อวิทยุทีวีถูกควบคุมโดยรัฐ ทำให้มีการเรียกร้องสื่อเสรี ส่งผลให้มีการบรรจุเรื่องคลื่นความถี่เป็นสมบัติสาธารณะไว้ในรัฐธรรมนูญ ส่งเสริมการกำกับดูแลกันเองของสื่อ และมีการระบุในกฎหมายให้คลื่นความถี่อย่างน้อย 20% เป็นของภาคประชาชน ทำให้มีสื่อชุมชนเกิดขึ้นจำนวนมาก แต่เนื่องจากขณะนั้นยังไม่มีองค์กรกำกับดูแล ทำให้เกิดภาวะสุญญากาศขึ้น เป็น "อนาธิปไตยของคลื่นความถี่" ในช่วงที่มีเสื้อเหลืองเสื้อแดง สื่อถูกฉวยใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมือง และสปท. ซึ่งแต่งตั้งโดยรัฐบาลทหารก็หยิบเรื่องนี้มาอ้างในการออกกฎหมายดังกล่าว ทั้งที่มีความเข้าใจเรื่องสื่ออย่างจำกัด/p p"สปท.ไม่เคยให้โอกาสกับการกำกับดูแลกันเองเช่นเดียวกับที่รัฐบาลทหารไม่ให้โอกาสประชาธิปไตย" พิรงรองกล่าว/p pพิรงรอง ชี้ว่า การออกกฎหมายเพื่อทำให้การควบคุมสื่อเป็นเรื่องถูกกฎหมายนี้ เป็นการมองข้ามความก้าวหน้าในเรื่องการปฏิรูปสื่อ เช่น การเกิดขึ้นของสภาการหนังสือพิมพ์ ซึ่งถึงแม้ยังทำผลงานได้ไม่เป็นที่น่าประทับใจนัก แต่ก็ถือว่าเป็นองค์กรที่มีโครงสร้างชัดเจน ทั้งนี้ เคยมีงานวิจัยชี้ว่าองค์กรวิชาชีพสื่อในประเทศไทย 200 แห่ง มีเพียง 5 แห่งที่มีกลไกรับเรื่องร้องเรียนnbsp;สภาการ นสพ. ก็มีแต่จากการสอบถาม มีเรื่องร้องเรียนตลอดปีเพียง 5 เรื่อง แสดงให้เห็นว่า องค์กรยังไม่เป็นที่รับรู้ของสาธารณะ/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2017/02/70184" target="_blank"สปท.เล็งลดโควต้าตัวแทนรัฐในสภาวิชาชีพสื่อลงแต่ย้ำต้องมีอยู่ หารืออีกครั้งพรุ่งนี้/a /div div class="field-item even" a href="/journal/2017/02/70163" target="_blank"ยกยุคทักษิณเทียบประยุทธ์ เมื่อผู้มีอำนาจไม่อยากถูกสื่อตรวจสอบ/a /div div class="field-item odd" a href="/journal/2017/02/70127" target="_blank"วงเสวนาชี้ ร่างพ.ร.บ.คุมสื่อฯ มีปัญหา และองค์กรวิชาชีพสื่อเองก็มีปัญหาด้วยเช่นกัน/a /div div class="field-item even" a href="/journal/2017/02/70130" target="_blank"นักวิชาการค้าน กม.คุมสื่อ เชื่อสื่อเตะหมูเข้าปากหมาเอง เปิดช่องรัฐเข้าคุม/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/u0lfamWazns" height="1" width="1" alt=""/

พระ 5 รูปยังอดอาหาร วอนยกเลิกใช้ ม.44 กับธรรมกาย

Thu, 23/02/2017 - 14:55
pประยุทธ์ ยันยึดกม.ขออย่าใช้กฏหมู่กดดันจนท. ด้านทนายวิญญัติ nbsp;แม้มี ม.44 ก็ต้องคำนึงถึงสิทธิของผู้ต้องหาด้วย ชี้คำสั่งดังกล่าว มีอำนาจกว้างกว่าปกติ จึงมีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอันตราย ควบคุมยาก/p p!--break--!--break--/p p23 ก.พ. 2560 จากกรณีวานนี้ (22 ก.พ.60) a href="http://www.posttoday.com/social/general/482244"โพสต์ทูเดย์/aรายงานว่า ที่บริเวณตลาดกลางคลองหลวง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ฝั่งตรงข้ามทางเข้าประตู 5 และ 6 วัดพระธรรมกาย อัยน์ เพชรทอง ลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย พร้อมด้วย พระอิสรภาพ อาจรสัมปันโน พระลูกศิษย์วัดพระธรรมกายnbsp;แถลงข่าวว่า พระสงฆ์จะทำอารยะขัดขืน อดอาหารเริ่มตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ.เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกคำสั่งให้วัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษตามมาตรา 44 โดยจะเริ่มต้น 7 รูป จากนั้นค่อยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆnbsp;ต่อไปจนกว่าจะหยุดใช้มาตรา ดังกล่าว/p p style="text-align: center;"iframe allowfullscreen="true" allowtransparency="true" frameborder="0" height="400" scrolling="no" src="https://www.facebook.com/plugins/video.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FDJjeabjeab%2Fvideos%2Fvb.100000559494464%2F1627397157288918%2F%3Ftype%3D3amp;show_text=0amp;width=400" style="border:none;overflow:hidden" width="400"/iframe/p pวันนี้ (23 ก.พ.60) เมื่อเวลา 13.30 น. nbsp;พรทิพย์ โม่งใหญ่ ผู้สื่อข่าววอยซ์ทีวีnbsp;ใช้เฟซบุ๊ก 'Pornthip Morngyai'nbsp;ถ่ายทอดสดบริเวณตลาดกลางคลองหลวงดังกล่าว ระบุว่า พระสงฆ์ 5 รูปยังคงอารยะขัดขืนด้วยการอดอาหาร โดยมีพระรูปอื่นๆ ปิดกั้นไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดำเนินการใดๆ กับพระที่ดำเนินการอดอาหารดังกล่าว โดยบรรยากาศเริ่มตึงเครียดเนื่องจากนายอำเภอคลองหลวงและเจรจาให้ออกจากพื้นที่ เนื่องจากเจ้าของพื้นที่แจ้งความว่ามีการบุกรุกพื้นที่และใช้พื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต อย่างไรก็ตามพระบริเวณดังกล่าวได้เปิดเผยกับทีมข่าววอยซ์ทีวีว่าได้เช่าพื้นที่ตรงนี้แล้ว ทำให้ยังเป็นข้อถกเถียงกันต่อ/p pพรทิพย์ รายงานด้วยว่า เบื้องต้นทางนายอำเภอระบุว่าหากไม่มีการเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ตรงนี้จะมีการบังคับใช้กฎหมายขัดเด็ดขาด/p divเมื่อเวลา 9.50 น. ที่ผ่านมา a href="http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/741934"กรุงเทพธุรกิจออนไลน์/a รายงานว่าnbsp;พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ ดีเอสไอ ทหาร ตำรวจ ได้สนธิกำลังเข้าตรวจค้น พื้นที่เป้าหมายในวัดพระธรรมกายหลายจุด เพื่อหาตัวพระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสพระธรรมกาย ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีสมคบฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดในแผนปฏิบัติการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการรวมตัวต่อต้านnbsp;/div pผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 06.45 น. กำลังทหาร 50 นาย เข้ารื้อประตูฝั่งทางเข้าอาคารบุญรักษา(ฝั่งหน้าโบสถ์) ขณะนี้กลุ่มลูกศิษย์กำลังเข้าเจรจาอยู่ ยังไม่มีเหตุความรุนแรงเกิดขึ้น nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานสรุปตัวเลขจากจุดคัดกรอง ประตู 7 วัดธรรมกาย หลังยุติการเจรจาจน ถึงเวลา 24.00 น. วันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา มีศิษย์และพนักงานภายในวัดลงทะเบียนออกจากวัดผ่านประตู 7 รวม 53 ราย/p p style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/3/2195/33066493075_fe9d87fc35.jpg" //p pโดยเมื่อเวลาnbsp;10.00 น. เพจnbsp;a href="https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=1779818875673881amp;id=1604386316550472"สดจากวัด Live from Wat /aโพสต์ภาพพร้อมรายงานด้วยว่าnbsp;เจ้าหน้าที่ทหารเข้ากระชับพื้นที่บริเวณประตู 4 วัดพระธรรมกาย โดยมีการตั้งแนวรั้วลวดหนาม ส่วนตรงอาคารบุญรักษา แต่ล่าสุดทหารทั้งหมดได้ถอยกำลังออกจากวัดไปแล้ว หลังพระสงฆ์และลูกศิษย์ ขอร้อง/p h3span style="color:#0000cd;"ประยุทธ์ยึดกม.ขออย่าใช้กฏหมู่กดดันจนท./span/h3 p13.00 น. a href="http://www.innnews.co.th/shownews/show?newscode=765529"สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น/a รายงานด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการตรวจค้นวัดพระธรรมกายเพิ่มเติมว่า การดำเนินการกับวัดพระธรรมกายมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและดีเอสไอ ทำหน้าที่อยู่แล้ว จึงขออย่าให้เกิดเหตุการณ์รุนแรง และไม่ว่าประชาชนหรือพระก็ต้องให้ความร่วมมือ ซึ่งเป็นการทำงานภายใต้กฎหมาย จึงไม่อยากให้ใช้กฎหมู่มากดดันเจ้าหน้าที่ เพราะจะทำให้การทำงานยากขึ้นและอาจเกิดการบาดเจ็บสูญเสีย ขณะเดียวกันขอสื่อลดการนำเสนอข่าวในเรื่องนี้ เพราะจะทำให้การสร้างแนวร่วมและมวลชนลดลง ซึ่งยืนยันว่าส่วนตัวรักชีวิตคนทุกคน แต่จะต้องรักษากฎหมายและกติกาของบ้านเมือง/p pทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า ได้เน้นย้ำกับเจ้าหน้าที่ให้พิจารณาในการดำเนินการตามกฎหมายจากเบาไปหาหนัก โดยให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้ตัดสินใจในประเด็นเหล่านี้ สิ่งสำคัญคือต้องทำให้ผู้ที่กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม พร้อมขอให้พิจารณากันต่อไปว่าสิ่งที่ถูกต้องควรทำอย่างไร ไม่ใช่ต้องทำลายทิ้งทั้งหมด และเมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก็ต้องพิจารณาว่าจะให้เป็นสถานที่ทำบุญต่อไปอย่างไร/p h3span style="color:#0000cd;"ทนายวิญญัติ nbsp;แม้มี ม.44 ก็ต้องคำนึงถึงสิทธิของผู้ต้องหาด้วย/span/h3 divวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน a href="https://www.facebook.com/photo.php?fbid=720250511489656amp;set=pcb.720250611489646amp;type=3"โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก/aว่า แม้การปฏิบัติจะมี มาตรา 44 รองรับ แต่จำเป็นต้องคำนึงถึงสิทธิของผู้ต้องหาด้วย อีกทั้ง คำสั่งดังกล่าว มีอำนาจกว้างกว่าปกติ จึงมีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอันตราย ควบคุมยาก เพราะหลายเรื่องเป็นดุลยพินิจโดยอาศัยฐานจากอำนาจตามมาตรา 44/div divnbsp;/div divวิญญัติ ยังมองว่า "หมายค้น" ปกติที่ออกโดยศาล ก็ให้อำนาจไว้มากอยู่แล้ว ที่สำคัญการใช้มาตรา 44 โดยเจตนารมณ์ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2557 ไม่ได้มุ่งหมายให้มีการออกคำสั่งเกินกว่าอำนาจศาล จึงเกิดคำถามว่าการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ และการจับกุมผู้ต้องหาเพียงคนเดียว ในทางฎหมายไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการพิเศษขนาดนี้/div divnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/afUMQ3c8yBQ" height="1" width="1" alt=""/

ศาลฎีกาลดโทษ เหลือจำคุก 6 ปี คดี 112 สมยศ พฤกษาเกษมสุข

Thu, 23/02/2017 - 14:14
!--break--!--break-- p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/4/3760/32939432671_b65a70f0a3.jpg" style="width: 500px; height: 339px;" /br /span style="color:#ff8c00;"ภาพจาก Banrasdr Photo (ศาลาอาญา 23 ก.พ.2560)/span/p p23 ก.พ.2560 เวลา 9.30 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 911 ศาลอาญา ถนนรัชดาฯ มีกำหนดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดี112 ของ สมยศ พฤกษาเกษมสุข อดีตบรรณาธิการนิตยสาร Voice of Taksin วัย 56 ปี โดยก่อนหน้านี้ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษาจำคุก 10 ปีจากการกระทำผิด 2 กรรม (กรรมละ 5 ปี)/p pเวลาประมาณ 9.45 น. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำคุกลดลง เหลือเพียง 6 ปี (กรรมละ 3 ปี) เมื่อรวมกับโทษจำคุกa href="http://prachatai.com/journal/2009/04/20602"คดีหมิ่นประมาท พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร/a อีก 1 ปี รวมเป็น 7 ปี ภายหลังเสร็จสิ้นการอ่านคำพิพากษา ภรรยาของสมยศได้เข้าไปกอดสมยศ และประชาชนผู้มาให้กำลังใจเขาจำนวนหนึ่งต่างแสดงความดีใจที่เขาได้รับการลดโทษnbsp;ทั้งนี้ วันนี้มีเจ้าหน้าที่จากองค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย อาทิ องค์การสหประชาชาติ (UN) สถานทูตสวีเดน สถานทูตฝรั่งเศส สถานทูตสหรัฐอเมริกา สำนักงานคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย/p pศาลฎีการะบุเหตุผลว่า ที่จำเลยฎีกาต่อสู้ว่า มิได้มีเจตนากระทำผิด และข้อความในบทความหมายถึงอำมาตย์นั้น เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งในขั้นฎีกาไม่อาจต่อสู้ในข้อเท็จจริงได้อีก อย่างไรก็ตาม ตามที่จำเลยได้ต่อสู้มารับฟังได้ว่า จำเลยเป็นเพียงบรรณาธิการ มิใช่ผู้เขียนและยังให้ข้อมูลว่าใครเป็นผู้เขียน จำเลยยืนยันว่ามีความจงรักภักดี อีกทั้งเมื่อพิจารณาประกอบกับอาชีพ อายุและประวัติของจำเลย ทั้งจำเลยก็ต้องโทษมาเป็นระยะเวลาพอควรแล้ว ศาลฎีกาจึงเห็นควรแก้โทษจำคุก เหลือกระทงละ 3 ปี รวม 2 กระทง 6 ปี/p pผู้สื่อข่าวรายงานว่า ญาติและทนายความจำเลยไม่ได้รับแจ้งการนัดหมายอ่านคำพิพากษาในวันนี้จากศาล และจำเลยเองก็เพิ่งทราบเมื่อเช้านี้ตอนเจ้าหน้าที่นำตัวออกจากเรือนจำ เมื่อครั้งอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ทนายและญาติก็ไม่ทราบเช่นกัน มีเพียงจำเลยที่ได้เข้าฟังคำพิพากษาในครั้งนั้น/p pผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา คดีนี้ถือเป็นคดีแรกที่ต่อสู้ในทาง "เนื้อหา" แล้วมีการพิจารณาจนถึงศาลสูงสุด โดยสมยศต่อสู้ในประเด็นหลักว่าไม่ใช่ผู้เขียน เป็นเพียงบรรณาธิการ และเนื้อหานั้นมิได้หมายความถึงสถาบันกษัตริย์ ก่อนหน้านี้a href="http://prachatai.com/journal/2013/06/47168"ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล/a อดีตผู้ต้องขังคดี 112 เคยระบุว่าตั้งใจจะสู้คดีถึงศาลฏีกาแต่สุดท้ายก็ตัดสินใจสู้เพียงชั้นศาลอุทธรณ์เนื่องจากถูกคุมขังในเรือนจำยาวนานและมีสุขภาพที่ย่ำแย่ ส่วนอีกคดีหนึ่งที่สู้ถึงศาลฎีกาคือ คดีของ a href="http://prachatai.com/journal/2014/02/51819"บัณฑิต อานียา/a ถูกจับกุมดำเนินคดีเมื่อปี 2546 ต่อสู้คดีว่าเป็นจิตเภท ในที่สุดศาลฎีกาพิพากษาลงโทษจำคุกแต่ให้รอลงอาญาnbsp;/p pทั้งนี้ สมยศ พฤกษาเกษมสุข ปัจจุบันถูกคุมขังมา 5 ปี 10 เดือนในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เขาเป็นผู้ต้องหาไม่กี่คนที่ต่อสู้คดี 112 สมยศจับกุมวันที่ 30 เม.ย.2554 หลังการรณรงค์ล่า 10,000 ชื่อเพื่อยกเลิกมาตรา 112 เพียง 5 วัน เขายังเป็นผู้ต้องหาคดี 112 ที่ทำสถิติยื่นประกันตัวมากที่สุด ราว 15-16 ครั้ง ใช้หลักทรัพย์ตั้งแต่ 4 แสน จนถึง 2 ล้านบาท เขาถูกฟ้องว่าเป็นบรรณาธิการนิตยสาร Voice of Taksin ซึ่งเผยแพร่บทความ 2 ชิ้นเขียนโดย “จิตร พลจันทร์” ที่มีเนื้อหาเข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ บทความดังกล่าวปรากฏในนิตยสารฉบับเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม 2553 ชื่อว่า ‘แผนนองเลือด ยิงข้ามรุ่น’ และ ‘6 ตุลาแห่งพ.ศ.2553’ ตามลำดับ ระหว่างสู้คดี เขาถูกนำตัวไปขึ้นศาลยังจังหวัดต่างๆ ถึง 4 แห่งตามที่อยู่ของพยานโจทก์ ไม่ว่า นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ สระแก้ว สงขลา ซึ่งทำให้ครอบครัวเพื่อนมิตรติดตามคดีและไปเยี่ยมเขาอย่างยากลำบาก เพราะต้องมีการย้ายตัวจำเลยไปก่อน 2-4 สัปดาห์ ก่อนขึ้นศาล/p pต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 10 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน/p pbr /br /อ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่nbsp;a href="http://prachatai.com/journal/2013/01/44842" target="_blank"http://prachatai.com/journal/2013/01/44842/a/p pอ่านเพิ่มที่nbsp;a href="http://prachatai.com/journal/2016/04/65543" target="_blank"http://prachatai.com/journal/2016/04/65543/a/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/jVjRL1b_Evs" height="1" width="1" alt=""/

อนุ กมธ.สนช. ถก สปสช. ห่วงงบกองทุนรักษาพยาบาล อปท. หลังพบปี 60 ให้งบฯไม่พอ

Thu, 23/02/2017 - 13:31
!--break--!--break-- div style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/3/2164/33065638575_66850f94c7.jpg" //div divnbsp;/div div23 ก.พ. 2560 รายงานข่าวแจ้งว่าที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เมื่อวันที่ 21 ก.พ. ที่ผ่านมา พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง รองประธานคณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น คนที่สี่ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านการถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พร้อมด้วยคณะ ได้ร่วมประชุมเพื่อรับทราบข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กับผู้บริหารสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยมี นพ.ชูชัย ศรชำนิ รองเลขาธิการ รักษาการเลขาธิการ สปสช. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สปสช.ให้การต้อนรับ/div divnbsp;/div divทั้งนี้นอกจากประเด็นความคืบหน้าการถ่ายโอนภารกิจให้ อปท.แล้ว ในช่วงหนึ่งของการประชุมทาง อนุ กมธ.ฯ ได้ให้ความสนใจสอบถามถึงการบริหารกองทุนรักษาพยาบาลสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยในปี 2560 ซึ่งปรากฎข่าวงบประมาณที่ให้มาไม่เพียงพอ โดยได้แสดงความเป็นห่วงข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่นที่อาจมีปัญหาการเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้/div divnbsp;/div divนพ.ชูชัย กล่าวชี้แจงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหากองทุนรักษาพยาบาลฯ อปท.ว่า สปสช.ได้ดำเนินการร่วมกับกระทรวงมหาดไทยในการแก้ไขปัญหา โดยในวันที่ 28 ก.พ.นี้ ทาง สปสช.จะไปประชุมร่วมกับกระทรวงมหาดไทย เบื้องต้นได้รับแจ้งว่า ในปีงบประมาณปี 2561 นี้ กระทรวงมหาดไทยจะมีการเสนอของบประมาณตามจำนวนประมาณการณ์ค่าใช้จ่ายเพื่อให้เพียงพอและไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการรักษาพยาบาลข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้จำนวนค่ารักษาพยาบาล อปท.ที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น 2 ใน 3 ในช่วง 2 ปีนั้น เป็นอัตราการใช้บริการและเบิกจ่ายปกติ โดยที่ สปสช.ได้บริหารระบบอย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่แล้ว แต่เนื่องจากในปีแรกยังมีปัญหาการเข้าถึงการรักษา รวมถึงยังเป็นช่วงการเริ่มระบบเบิกจ่ายตรง ทำให้การเบิกจ่ายยังอยู่ในอัตราไม่มาก แต่หลังจากที่ได้ดำเนินระบบต่อเนื่องและมีข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่นร่วมเบิกจ่ายตรงเพิ่มขึ้น ส่งผลให้สถานการ์การเข้าถึงการรักษาดีขึ้น จึงทำให้การเบิกจ่ายเพิ่มตาม/div divnbsp;/div divสำหรับในช่วงรอยต่องบประมาณปี 2560 ที่จะหมดลงในเดือนเมษายนนี้ อยู่ระหว่างการประสานร่วมกับกระทรวงมหาดไทยเพื่อแก้ไขปัญหา รวมถึงการของบกลางสนับสนุนเพิ่มเติม/div divnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/vc8H6XqqcWE" height="1" width="1" alt=""/

นาซาพบดาวเคราะห์ 7 ดวงนอกระบบสุริยะ-ห่างจากโลกเพียง 40 ปีแสง

Thu, 23/02/2017 - 06:58
divนาซาเผยข้อมูลดาวเคราะห์ 7 ดวงในระบบ TRAPPIST-1 ซึ่งอยู่นอกระบบสุริยะ ห่างจากโลก 40 ปีแสง โดยพบว่าระยะห่างของดาวเคราะห์ทั้ง 7 ที่โคจรรอบดาวแคระ ใกล้กว่าระยะห่างดวงอาทิตย์กับดาวพุธ เมื่ออยู่บนดาวเคราะห์มองขึ้นไปบนฟ้า จะมองเห็นดาวเคราะห์อื่นๆ พร้อมกันเหมือนเห็นดวงจันทร์ทีละหลายๆ ดวง/div p!--break--!--break--/p pนอกจากนี้ยังมีสภาพประหลาดดาวเคราะห์เหล่านี้หันด้านเดียวเข้าหาดาวแคระ ทำให้ดาวเคราะห์ด้านหนึ่งเป็นกลางวัน อีกด้านก็เป็นกลางคืนตลอด แต่เนื่องจากดาวแคระไม่ได้มีอุณหภูมิสูงเท่าดวงอาทิตย์ ดาวเคราะห์บริวารจึงอาจมีน้ำและก๊าซ โดยเชื่อว่ามีดาวเคราะห์ 3 ดวงที่มีสภาพเอื้อต่อการมีสิ่งมีชีวิต/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/3/2008/32245414583_1779a284b2_z.jpg" style="width: 560px; height: 280px;" //p pspan style="color:#ff8c00;"strongภาพวาดแสดงรูปร่างหน้าตาของดาวเคราะห์ในระบบ TRAPPIST-1 ที่มีดาวเคราะห์ 7 ดวง โดยเชื่อว่าดาวเคราะห์ nbsp;TRAPPIST 1-e nbsp;TRAPPIST 1-f และ nbsp;TRAPPIST 1-g อยู่ในเขตที่เอื้อต่อสิ่งมีชีวิตมากที่สุด (ที่มา: NASA/JPL-Caltech)/strong/span/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/3/2532/32904787122_59ea15216e_z.jpg" style="width: 391px; height: 560px;" //p pstrongspan style="color:#ff8c00;"ภาพจินตนาการแสดงทัศนีย์ภาพของดาวเคราะห์ TRAPPIST 1-e และมองเห็นดาวเคราะห์เพื่อนบ้านในขนาดเหมือนพระจันทร์ลดหลั่นกันไป อันเนื่องมาจากระยะห่างระหว่างดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้กันมาก (ที่มา: /spana href="https://exoplanets.nasa.gov/resources/2159/"span style="color:#ff8c00;"NASA-JPL/span/aspan style="color:#ff8c00;"/Caltech)/span/strong/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/1/347/32245410763_9385edd6cc_z.jpg" style="width: 560px; height: 315px;" //p pstrongspan style="color:#ff8c00;"เปรียบเทียบวงโคจรของดาวเคราะห์ในระบบ TRAPPIST-1 ซึ่งทั้ง 7 ดวงโคจรใกล้ดาวแคระศูนย์กลางมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบระยะห่างของวงโคจรของดาวพุธรอบดวงอาทิตย์ในระบบสุริยะ (ที่มา: /spana href="https://exoplanets.nasa.gov/newworldsatlas/1969/"span style="color:#ff8c00;"Exoplanets/span/aspan style="color:#ff8c00;"/NASA)/span/strong/p p style="text-align: center;"iframe allowfullscreen="" frameborder="0" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/o2MgG6KhO1E" width="560"/iframe/p pspan style="color:#ff8c00;"strongภาพจินตนาการ 360 องศาเมื่อมองจากดาวเคราะห์ลำดับที่ 3 TRAPPIST 1-d จะเห็นดาวเคราะห์ในระบบสุริยะเดียวกันปรากฏให้เห็นบนท้องฟ้าพร้อมกัน 6 ดวง และดวงที่อยู่ใกล้ก็มีขนาดใหญ่เหมือนกับที่เรามองเห็นดวงจันทร์จากบนโลก (ที่มา: YouTube/NASA Jet Propulsion Laboratory)/strong/span/p p style="text-align: center;"iframe allowfullscreen="" frameborder="0" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/qyK9ZQkAdhM" width="560"/iframe/p pspan style="color:#ff8c00;"strongวิดีโอแสดงรายงานล่าสุดของ NASA ที่ศึกษาดาวเคราะห์ในระบบ TRAPPIST-1 (ที่มา: YouTube/NASA Jet Propulsion Laboratory)/strong/span/p pเมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ตามเวลาประเทศไทย หรือวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐอเมริกา องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา ได้แถลงข่าวการค้นพบดาวเคราะห์ 7 ดวงนอกระบบสุริยะ (exoplanets) ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับโลก โดยอยู่ในกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ (Aquarius) ห่างจากโลก 235 ล้านล้านไมล์ หรือ 40 ปีแสง ทั้งนี้ยังนับว่าไกลโข เพราะเมื่อเทียบกับระยะทางจากดวงอาทิตย์กับโลก แสงใช้เวลาเดินทาง 8.3 นาที และระยะทางจากดวงอาทิตย์ไปดาวพลูโต แสงใช้เวลาเดินทาง 5.5 ชั่วโมง/p pอนึ่งจากข้อมูลของa href="https://exoplanets.nasa.gov/"นาซา/a ขณะนี้พบระบบสุริยะอื่นแล้ว 2,577 ระบบสุริยะ ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่ยืนยันได้แล้ว 3,449 ดวง และพบดาวเคราะห์ที่มีสภาพเป็นของแข็งเหมือนโลก 348 ดวง/p pโดยระบบสุริยะที่ค้นพบนี้ถูกเรียกว่า "TRAPPIST-1" ตามชื่อกล้องโทรทรรศน์ TRAPPIST ซึ่งอยู่ที่หอสังเกตการณ์ซีกโลกใต้แห่งยุโรป (ESO) หอดูดาวลาซียา ในประเทศชิลี ทั้งนี้นักวิจัยดาราศาสตร์ที่ใช้กล้องโทรทรรศน์ดังกล่าวค้นพบระบบสุริยะดังกล่าวรวมทั้งดาวเคราะห์ 3 ดวงมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2016 และได้ใช้กล้องโทรทรรศน์อีกหลายแห่งช่วยศึกษา รวมทั้งกล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์ (Spitze) ซึ่งยืนยันการมีอยู่ของดาวเคราะห์ 2 ดวง และค้นพบอีก 5 ดวง ทำให้ขณะนี้ทราบแล้วว่ามีดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ "TRAPPIST-1" ทั้งสิ้น 7 ดวง/p pรายงานการค้นพบนี้มีการเผยแพร่ในวันพุธ (23 ก.พ.) ลงในวารสาร Nature และมีการแถลงข่าวที่สำนักงานใหญ่นาซาที่วอชิงตัน ดีซีอีกด้วย/p pจากข้อมูลของกล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์ พบว่าดาวเคราะห์ในระบบ TRAPPIST-1 จำนวน 6 ดวงใกล้สุด น่าจะเป็นดาวเคราะห์หิน และการสังเกตการณ์ในอนาคตจะไม่เพียงแต่ตรวจสอบว่าดาวเคราะห์เหล่านี้มีองค์ประกอบน้ำหรือไม่ แต่จะตรวจสอบว่ามีน้ำบนพื้นผิวหรือไม่อีกด้วย ทั้งนี้มวลของดาวเคราะห์nbsp;strong style="color: rgb(255, 140, 0);"nbsp;/strongspan style="color:#000000;"TRAPPIST 1-h ซึ่งเป็นดาวเคราะห์/spanลำดับที่ 7 ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ แต่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าน่าจะเหมือนบอลหิมะ แต่อย่างไรก็ตามการสังเกตการณ์เพิ่มเติมยังคงมีความจำเป็น/p pไมเคิล กิยง (Michael Gillon) หัวหน้าผู้สำรวจดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ TRAPPIST-1 แห่งมหาวิทยาลัยลีแย (Liege) ประเทศเบลเยียมกล่าวว่า กลุ่มดาวเคราะห์เหล่านี้นับเป็นเป้าหมายในการศึกษาลักษณะดาวเคราะห์ที่มีขนาดใกล้เคียงกับโลก และมีชั้นบรรยากาศที่มีศักยภาพที่จะเอื้อให้มีชีวิต/p pอย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบกับดวงอาทิตย์ ดาวศูนย์กลางของระบบที่ชื่อ TRAPPIST-1 จัดอยู่ในประเภทของดาวแคระห์อุณหภูมิต่ำ ด้วยเงื่อนไขนี้ จึงทำให้น้ำสามารถอยู่บนดาวเคราะห์เหล่านี้ได้ แม้ว่าจะมีระยะห่างไม่ไกลจากดาวแคระ TRAPPIST-1 ทั้งนี้ดาวเคราะห์ทั้ง 7 ดวงของระบบสุริยะ TRAPPIST-1 มีระยะห่างจากดาวแคระ TRAPPIST-1 ใกล้กว่าดาวพุธอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ และดาวเคราะห์แต่ละดวงก็อยู่ใกล้กันมาก ทำให้เมื่อเราไปอยู่บนดาวดวงใดดวงหนึ่งก็จะมองเห็นสภาพภูมิศาสตร์ หรือแม้แต่สภาพภูมิอากาศของดวงดาวใกล้เคียงได้ ซึ่งในบางครั้งดาวเคราะห์เพื่อนบ้านก็จะปรากฏใหญ่กว่าที่เรามองเห็นดวงจันทร์เมื่อมองจากท้องฟ้าของโลกเสียอีก/p pนอกจากนี้ดาวเคราะห์ที่้ค้นพบนี้ยังอยู่ในสภาพที่อยู่ภายใต้ไทดัลล็อก เนื่องจากอยู่ใกล้กับดาวแคระมากทำให้ดาวเคราะห์ได้รับอิทธิพลจากแรงโน้มถ่วงจากดาวแคระสูง ดังนั้นเมื่อดาวเคราะห์เหล่านี้โคจรรอบดาวแคระ ใช้เวลาเท่ากับการหมุนรอบตัวเอง ทำให้ดาวเคราะห์เหล่านี้จึงเหมือนกับหันเพียงด้านเดียวเข้าหาดาวแคระ TRAPPIST-1 สภาพเช่นนี้ทำให้ด้านหนึ่งของดาวเคราะห์เป็นกลางวันตลอดกาล และอีกด้านหนึ่งเป็นกลางคืนตลอดกาล สภาพเช่นนี้อาจทำให้ลักษณะสภาพอากาศแตกต่างจากบนโลกโดยสิ้นเชิง เช่น อาจจะมีลมแรงจากดาวเคราะห์ฟากที่ได้รับแสง พัดไปหาส่วนที่ไม่ได้รับแสง หรือมีความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอย่างฉับพลัน/p pทั้งนี้กล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์ เหมาะสำหรับศึกษาระบบสุริยะ TRAPPIST-1 เพราะใช้ช่วงคลื่นอินฟาเรดในการสังเกต และมองเห็นในช่วงกว้างกว่าที่สายตาสามารถมองเห็น ขณะที่ก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลได้สังเกตการณ์ดาวเคราะห์ 2 ดวงที่อยู่ใกล้ดาวแคระ TRAPPIST-1 มากที่สุด และไม่พบหลักฐานเกี่ยวกับชั้นบรรยากาศ ซึ่งไปหนุนสมมติฐานที่ว่าดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ดาวฤกษ์มักจะมีสภาพเป็นก้อนหิน/p pนิโคเล เลวิส (Nikole Lewis) หัวหน้าคณะร่วมของทีมศึกษาของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล ที่สถาบันวิทยาศาสตร์โทรทรรศน์อวกาศที่บัลติมอร์ รัฐแมรีแลนด์ สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ระบบสุริยะ TRAPPIST-1 จะให้โอกาสที่ดีที่สุดในทศวรรษหน้า ที่จะศึกษาชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับโลก นอกจากนี้กล้องโทรทรรศน์อวกาศของยานเคปเลอร์ (Kepler) ของนาซา ก็กำลังศึกษาระบบสุริยะ TRAPPIST-1 เช่นกัน ทำให้กล้องโทรทรรศน์ทั้ง 3 ตัว จะช่วยนักดาราศาสตร์วางแผนการศึกษาดวงดาวในอนาคต ที่จะใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ (James Webb) ที่จะส่งขึ้นสู่อวกาศในปีหน้าด้วย ทั้งนี้กล้องโทรทรรศน์อวกาศชุดใหม่ที่มีความละเอียดสูงกว่าจะใช้เก็บหลักฐานทางเคมีพวกร่องรอยของน้ำ มีเทน ออกซิเจน โอโซน และองค์ประกอบอื่นในชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์ และกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ จะใช้วิเคราะห์อุณหภูมิของดาวเคราะห์ และความดันที่พื้นผิว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะบอกได้ว่าดาวเคราะห์ดวงนั้นสามารถมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้หรือไม่/p pและจากการค้นพบล่าสุดของกล้องโทรทรรศน์สปิตเซอร์ หลังจากนี้กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลจะเริ่มต้นสังเกตการณ์ดาวเคราะห์ 4 ดวงในระบบสุริยะ TRAPPIST-1 ซึ่งรวมทั้งดาวเคราะห์ 3 ดวงที่อยู่ในโซนที่เอื้อต่อการมีสิ่งมีชีวิต โดยจะศึกษาการมีอยู่ของชั้นบรรยากาศ ชั้นบรรยากาศมีไฮโดรเจนเป็นส่วนประกอบหลักหรือไม่ รวมทั้งเป็นดาวเคราะห์ก๊าซแบบเนปจูนหรือไม่/p pnbsp;/p pspan style="color:#0000cd;"แปลและเรียบเรียงจาก/span/p pspan style="color:#0000cd;"NASA Telescope Reveals Largest Batch of Earth-Size, Habitable-Zone Planets Around Single Star, /spana href="https://www.nasa.gov/press-release/nasa-telescope-reveals-largest-batch-of-earth-size-habitable-zone-planets-around"span style="color:#0000cd;"NASA/span/aspan style="color:#0000cd;", Feb 23, 2017/span/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/jjrfib-cKW0" height="1" width="1" alt=""/

นักกิจกรรมสหรัฐแขวนป้าย 'ยินดีต้อนรับผู้ลี้ภัย' ที่ฐานเทพีเสรีภาพ

Thu, 23/02/2017 - 04:03
pนักกิจกรรมประท้วงนโยบายส่งกลับผู้อพยพของโดนัลด์ ทรัมป์ ด้วยการแขวนป้าย "ยินดีต้อนรับผู้ลี้ภัย" ที่ฐานใกล้กับจุดชมวิวของอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ กลุ่มที่แขวนป้ายในครั้งนี้เรียกตัวเองว่า Alt Lady Liberty โดยนิยามตนว่าเป็นกลุ่มพลเมืองทั่วไปที่อยากพูดถึงประเด็นเรื่องผู้อพยพ/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"nbsp;/p blockquote class="instagram-media" data-instgrm-captioned="" data-instgrm-version="7" style=" background:#FFF; border:0; border-radius:3px; box-shadow:0 0 1px 0 rgba(0,0,0,0.5),0 1px 10px 0 rgba(0,0,0,0.15); margin: 1px; max-width:658px; padding:0; width:99.375%; width:-webkit-calc(100% - 2px); width:calc(100% - 2px);"div style="padding:8px;" div style=" background:#F8F8F8; line-height:0; margin-top:40px; padding:57.68518518518518% 0; text-align:center; width:100%;" div style=" background:url(data:image/png;base64,iVBORw0KGgoAAAANSUhEUgAAACwAAAAsCAMAAAApWqozAAAABGdBTUEAALGPC/xhBQAAAAFzUkdCAK7OHOkAAAAMUExURczMzPf399fX1+bm5mzY9AMAAADiSURBVDjLvZXbEsMgCES5/P8/t9FuRVCRmU73JWlzosgSIIZURCjo/ad+EQJJB4Hv8BFt+IDpQoCx1wjOSBFhh2XssxEIYn3ulI/6MNReE07UIWJEv8UEOWDS88LY97kqyTliJKKtuYBbruAyVh5wOHiXmpi5we58Ek028czwyuQdLKPG1Bkb4NnM+VeAnfHqn1k4+GPT6uGQcvu2h2OVuIf/gWUFyy8OWEpdyZSa3aVCqpVoVvzZZ2VTnn2wU8qzVjDDetO90GSy9mVLqtgYSy231MxrY6I2gGqjrTY0L8fxCxfCBbhWrsYYAAAAAElFTkSuQmCC); display:block; height:44px; margin:0 auto -44px; position:relative; top:-22px; width:44px;"nbsp;/div /div p style=" margin:8px 0 0 0; padding:0 4px;"a href="https://www.instagram.com/p/BQyRYg3AwF6/" style=" color:#000; font-family:Arial,sans-serif; font-size:14px; font-style:normal; font-weight:normal; line-height:17px; text-decoration:none; word-wrap:break-word;" target="_blank"bem no dia que tu visita a estátua alguém tem a melhor ideia de faixa ❤/a/p p style=" color:#c9c8cd; font-family:Arial,sans-serif; font-size:14px; line-height:17px; margin-bottom:0; margin-top:8px; overflow:hidden; padding:8px 0 7px; text-align:center; text-overflow:ellipsis; white-space:nowrap;"A post shared by Vitória Londero (@sheisvick) on/p ptime datetime="2017-02-21T19:32:28+00:00" style=" font-family:Arial,sans-serif; font-size:14px; line-height:17px;"Feb 21, 2017 at 11:32am PST/time/p/div /blockquote script async="" defer="" src="//platform.instagram.com/en_US/embeds.js"/scriptp style="text-align: center;"strongspan style="color:#ff8c00;"ที่มา: Instagram//spana href="https://www.instagram.com/p/BQyRYg3AwF6/"span style="color:#ff8c00;"Sheisvick/span/a/strong/p pnbsp;/p p22 ก.พ. 2560 "คอมมอนดรีมส์" รายงานว่านักกิจกรรมในสหรัฐฯ พากันแขวนป้ายที่ฐานของอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพด้วยข้อความว่า "ยินดีต้อนรับผู้ลี้ภัย" (Refugee Welcome) ที่แถวจุดชมวิว ป้ายดังกล่าวมีความยาว 20 ฟุต เป็นตัวอักษรสีขาวบนพื้นสีแดง/p pป้ายนี้ปรากฏอยู่กับเทพีเสรีภาพในช่วงเวลาราว 12.45 น. เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (21 ก.พ.) จนกระทั่งถูกหน่วยบริการอุทยานแห่งชาติสหรัฐฯ (National Park Service) ปลดออกเมื่อราวบ่าย 4 โมง/p pคนที่กระทำการดังกล่าวคือกลุ่มนักกิจกรรมที่เรียกตัวเองว่า Alt Lady Liberty หรือ "เทพีเสรีภาพทางเลือก" พวกเขาระบุว่ากลุ่มของพวกเขาเป็น "แค่พลเมืองทั่วไปที่รู้สึกว่าพวกเราต้องพูดอะไรบางอย่างออกมาเกี่ยวกับอเมริกาที่เราเชื่อมั่นศรัทธา"/p pมีผู้จัดการประท้วงด้วยการแขวนป้ายอีกรายหนึ่งเล่าเพิ่มเติมว่า โดยส่วนตัวเขาแล้วปู่ย่าตายายเขาเจอกันที่ค่ายผู้ลี้ภัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และแม่ของเขาเองก็อพยพย้ายถิ่นฐานเช่นกัน ทำให้เรื่องนี้ (การกีดกันผู้อพยพ) เป็นเรื่องใกล้ตัวเขา นอกจากนี้ชาวอเมริกันแทบทุกคนต่างก็รู้จักผู้อพยพหรือผู้ลี้ภัย พวกเราต้องการเตือนใจให้รับรู้เกี่ยวกับอเมริกาในยุคสมัยที่ดีที่สุดคือยุคที่ประเทศยังเป็นแสงนำทางของเสรีภาพในโลกที่สร้างมาจากผู้อพยพ การสร้างกำแพงปิดกั้นประเทศต่างๆ หรือศาสนานั้นทั้งหมดเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับคุณค่าของพวกเรา/p pการประท้วงในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศแผนการจะเพิ่มการส่งตัวผู้อพยพที่ไม่มีเอกสารอนุญาตออกนอกประเทศมากขึ้นและออกคู่มือแนวทางการบังคับใช้นโยบายให้กับเจ้าหน้าที่บังคับกฎหมายซึ่งเป็นแนวทางที่ถูกวิจารณ์ว่ามีลักษณะ "อุกอาจอย่างมาก" นอกจากนี้ทรัมป์ยังกล่าวอีกว่าเขากำลังวางแผนออกคำสั่งพิเศษฉบับใหม่เพื่อการสั่งห้ามคนจาก 7 ประเทศเดินทางเข้าประเทศอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้คำสั่งในรูปแบบดังกล่าวที่ออกมาเมื่อเดือน ม.ค. ถูกศาลสหรัฐฯ ตัดสินให้ระงับชั่วคราว หลังจากที่คำสั่งพิเศษของเขาทำให้เกิดการประท้วงอย่างหนักทั่วประเทศและทำให้เกิดการฟ้องร้องคดีความด้านสิทธิพลเมืองจากหลายรัฐ/p pกลุ่ม Alt Lady Liberty ระบุอีกว่า ชาวอเมริกันแทบทุกคนต่างก็มาจากที่อื่น ผู้อพยพและผู้ลี้ภัยเป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศนี้ยอดเยี่ยม การส่งตัวผู้ลี้ภัยอย่าง "แอนน์ แฟรงค์" (เด็กหญิงที่ต้องเผชิญกับเผด็จการนาซีในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 บันทึกของเธอกลายเป็นหนังสือชื่อว่า "บันทึกลับของแอนน์ แฟรงค์") ออกไป ก็ไม่ทำให้พวกเขายอดเยี่ยม "พวกเรายินดีต้อนรับผู้ลี้ภัยเข้ามาที่นี่ ต้อนรับชาวมุสลิมเข้ามาที่นี่ และพวกเราก็ยินดีต้องรับผู้อพยพเข้ามาที่นี่"/p pnbsp;/p pspan style="color:#0000cd;"strongเรียบเรียงจาก/strong/span/p pspan style="color:#0000cd;"Activists Unfurl 'Refugees Welcome' Banner on Statue of Liberty, /spana href="http://www.commondreams.org/news/2017/02/22/activists-unfurl-refugees-welcome-banner-statue-liberty"span style="color:#0000cd;"Common Dreams/span/aspan style="color:#0000cd;", 22-02-2017/span/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/XMgWRGS2LiY" height="1" width="1" alt=""/

แกนนำต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินร้อง ตั้ง กก.กลางกำกับกระบวนการ EIA, EHIA

Wed, 22/02/2017 - 22:55
pแกนนำคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่เสนอตั้งคณะกรรมการกลางกำกับ หลัง ครม.มีมติทำ EIA และ EHIA โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ เทพาและท่าเทียบเรือ ใหม่ ด้านนักวิจัยชี้ภาพรวมโรงไฟฟ้าในไทยมีมากพอ พลังงานถ่านหินไม่อาจเป็นพลังงานสะอาดได้ เสนอโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนnbsp;/p p!--break--!--break--/p p22 ก.พ. 2560 กรณีวานนี้ (21 ก.พ.) ที่ประชุม ครม. มีมติให้ชะลอโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน จังหวัดกระบี่ และให้กลับไปทำกระบวนการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ใหม่ หลังจากเมื่อวันที่ 17-19 ก.พ.ที่ผ่านมา กลุ่มประชาชน นำโดยเครือข่ายปกป้องอันดามัน เดินทางมาคัดค้านโครงการดังกล่าว/p pประสิทธิ์ชัย หนูนวล ผู้ประสานงานเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน กล่าวว่า ผลการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเป็นไปตามข้อตกลง แต่ต้องรอดูเอกสารที่เป็นทางการก่อน หลังจากนี้สิ่งที่ควรดำเนินการต่อไปคือจัดตั้งคณะกรรมการที่เป็นกลางมากำกับดูแลกระบวนการทำและพิจารณารายงาน EIA และ EHIA ฉบับใหม่ โดยจะต้องได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย และเปิดให้ภาคประชาชนได้มีส่วนร่วม และหากทำจริงคาดว่าภายในหนึ่งปีก็ไม่น่าเสร็จ และยังต้องพิจารณาควบคู่ไปกับอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ (Ramsar Convention) เพื่อปกป้องคุ้มครองปากแม่น้ำกระบี่ที่ถูกประกาศเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ (Wetland of International Importance)/p pศุภกิจ นันทะวรการ นักวิจัยพลังงานและอุตสาหกรรม มูลนิธินโยบายและสุขภาวะ ให้ความเห็นกรณีความเป็นไปได้ในการจัดตั้งคณะกรรมที่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายว่า ตามระบบกฎหมายปัจจุบันยังไม่ได้ระบุไว้ แม้ คณะกรรมการสมัชชาสุขภาพแห่งชาติและคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายเคยมีข้อเสนอปฏิรูปกระบวนการทำรายงาน EIA และ EHIA มาหลายรอบในระดับชาติ โดยหวังว่าจะช่วยเรื่องการมีส่วนร่วมและลดความขัดแย้ง แต่ไม่เคยสำเร็จ/p pก่อนหน้านี้ ในปี 2558 รายงาน EIA และ EHIA ของโรงไฟฟ้าถ่านหินและท่าเรือถ่านหินกระบี่ ยังไม่ผ่านคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) ตัวแทนชุมชนในพื้นที่จังหวัดกระบี่ได้ยื่นหนังสือต่อรัฐบาลเพื่อขอให้ กฟผ. ยุติการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน จังหวัดกระบี่ รวมถึงเสนอให้ดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมการไตรภาคีฯ ขึ้นในปี 2559 เพื่อเจรจาอย่างเป็นทางการ จนนำไปสู่ความขัดแย้งโดยกรรมการจากภาคประชาชนเห็นว่าต้องเริ่มกระบวนการใหม่หมด แต่กรรมการจาก กฟผ.เห็นว่าเดินหน้าต่อได้ แค่ปรับปรุง นำไปสู่การประกาศลาออกของอนุกรรมการในส่วนของภาคประชาชน/p pศุภกิจกล่าวต่อว่า สำหรับครั้งนี้ มติ ครม.บอกว่าทำใหม่ เป็นคำพูดที่ยังไม่ชัดเจน จะเดินหน้าเหมือนเดิม หรือทำรายงานใหม่จริงๆ ต้องรอดูมติที่เขียนเป็นทางการ ตอนนี้ กฟผ.ก็ปรับปรุงร่างรายงานให้สมบูรณ์มากขึ้นและส่งกลับเข้า คชก. ตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมถ้าส่งแล้ว 30 วันไม่มีการพิจารณาจะถือว่าผ่านเลย ซึ่งเป็นช่องโหว่ของกฎหมายนี้ที่มีแค่ผ่าน หรือกลับไปแก้ไขเพิ่มเติม แต่ไม่มีการไม่ผ่านให้โครงการตกไปเลย/p pเขาชี้ว่า ดังนั้น ถ้าจะเริ่มต้นใหม่จริงๆ กฟผ.ต้องส่งหนังสือทางการไปที่สำนักวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (สผ.) เพื่อยื่นถอดถอนรายงานจากการพิจารณา เริ่มกระบวนการรับฟังความคิดเห็นใหม่หมด และมีคณะกรรมการกลางที่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายเป็นผู้กำกับทิศทาง รวมทั้งบริษัทที่ศึกษาผลกระทบอาจจะไม่ได้มีแค่บริษัทเดียว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมกลาง และบริษัทจะต้องไม่รับเงินจากเจ้าของโครงการหรือ กฟผ.โดยตรง เพราะมีกรณีที่บริษัทจะได้รับเงินงวดสุดท้าย ซึ่งคิดเป็นประมาณ 25-40% เมื่อ EIA หรือ EHIA ผ่าน/p pศุภกิจ กล่าวว่า ส่วนที่เป็นปัญหาในรายงาน EIA และ EHIA ฉบับนี้คือ ข้อมูลความรู้ที่ใช้ในการประเมินผลกระทบ บริษัทที่จ้างมาศึกษามีแต่ข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ ทั้งที่จริงแล้วชาวบ้านทำงานวิจัยร่วมกับนักวิชาการแล้ว ชื่อ “มหาลัยเล” งานวิจัยวิถีชีวิต และความหลากหลายทางชีวภาพชายฝั่งทะเลอันดามัน แต่กลับไม่ได้ถูกนำมาใช้ในรายงานฉบับนี้nbsp;br /br /ส่วนความคิดเห็นในเรื่องแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Power Development Plan: PDP) หรือ PDP 2015 ซึ่งเป็นฉบับล่าสุด ศุภกิจมีความเห็นว่า แม้พลังงานหมุนเวียนใน PDP จะมากพอสมควร แต่กระบี่น่าจะเพิ่มเป้าหมายพลังงานหมุนเวียนได้อีกให้เป็นไปตามแนวโน้มของระดับนานาชาติ รวมทั้งสิ่งที่เลือกมาปฏิบัติไม่เท่าเทียมกันระหว่างพลังหมุนเวียนกับถ่านหิน การไฟฟ้าไม่รับซื้อพลังงานหมุนเวียนที่กระบี่ ทำให้การผลิตในด้านนี้เติบโตไม่ได้/p pถ้าทำโรงไฟฟ้าถ่านหิน ค่าเชื้อเพลิงถ่านหินปีละ 7,000 ล้านบาทจะไหลออกนอกประเทศ เนื่องจากต้องนำเข้าถ่านหินจากประเทศอินโดนีเซีย แต่ถ้าทำโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนค่าใช้จ่ายทั้งหมดรวมทั้งค่าเชื้อเพลิงจะอยู่ในกระบี่ 100% เฉพาะ ส่วนการเอาน้ำเสียจากโรงงานปาล์ม เศษปาล์ม มาใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ ก็เป็นการเปลี่ยนของเสียเป็นไฟฟ้า ซึ่งมีมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างน้อยปีละ 5,000 ล้านบาท ตลอด 25 ปี รวมทั้งโรงงานปาล์มประกาศว่าหากโรงงานมีแก๊สชีวภาพและเศษปาล์มที่ขายต่อได้ จะเพิ่มราคาปาล์มให้เกษตรกรอีกห้าสิบสตางค์ต่อกิโลกรัม ประชาชนในจังหวัดกระบี่นั้นมีรายได้หลักจากการปลูกปาล์ม ดังนั้นเกษตรกรจะมีรายได้เพิ่มขึ้นปีละ 1,500 ล้านบาท/p pเมื่อถามว่าพลังงานถ่านหินสะอาดว่าจะปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนจริงหรือไม่ ศุภกิจให้ความเห็นว่า พลังงานถ่านหินไม่สามารถเป็นพลังงานสะอาดได้ แม้จะดูดซับมลพิษที่ออกมาได้มากกว่าเดิม แต่ไม่มีทางสะอาดหมดจดด้วยหลายประเด็น ประการแรกคือ การดูดซับอาจทำได้จริงแต่ไม่มีทางเป็นศูนย์ จะมีโลหะหนักจำพวกปรอทและอื่นๆ สะสมในสิ่งแวดล้อมและอาหารทะเลซึ่งเป็นผลกระทบระยะยาว และในทางสุขภาพ ตัวเลขปนเปื้อนโลหะหนักไม่มีค่าไหนที่ปลอดภัย สอง ผลกระทบถ่านหินไม่ได้มีแค่มลพิษ หลายเรื่องประเมินผลกระทบไม่ได้ เช่น เรือขนถ่านหินจะวิ่งทุกวัน ตลอด 25 ปีหรือมากกว่านั้น ถ้าเรือล่มในอันดามันผลกระทบจะเป็นอย่างไร แม้จะพูดว่าความเสี่ยงต่ำ แต่ที่อินโดนีเซีย หรือยุโรปก็ล่มมาแล้ว/p pเขาชี้ว่า ต้นทุนถ่านหินไม่ได้รวมผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ส่วนพลังงานหมุนเวียน ถ้าคิดพลังงานทางเลือกโดยรวมจะแพงกว่าบ้าง แต่ปัจจุบันเช่นพลังงานแสงอาทิตย์ต้นทุนลดลงเร็วมากจนแพงกว่าถ่านหินเพียงนิดเดียว นอกจากนี้ยังมีพลังงานชีวมวล แก๊สชีวภาพ พลังน้ำขนาดเล็ก ที่ต้นทุนเท่าหรือถูกกว่าถ่านหิน สมมติถ้ากระบี่ใช้พลังหมุนเวียน 100% ค่าไฟฟ้าจะแพงขึ้นหนึ่งสตางค์ต่อหน่วย เทียบกับค่าไฟฟ้าปัจจุบันก็แพงขึ้น 0.3%/p pในกรณีที่กระทรวงพลังงานพูดเรื่องไฟฟ้าในภาคใต้จะไม่เพียงพอ ศุภกิจกล่าวว่า ถ้ารวมโรงไฟฟ้าภาคใต้ทั้งหมด รวมทั้งไฟฟ้าจากสายส่งภาคกลาง ก็มีจำนวนมากพอไปอีกหลายปี แต่กระทรวงฯ เลือกที่จะตัดสายส่งจากภาคกลางออกไป โดยให้เหตุผลด้านความเสี่ยง เช่น สายส่งมีปัญหา ไฟอาจจะดับ/p p“ข้อถกเถียงจากผมก็คือ กรณีกรุงเทพฯ ใช้ไฟ 9,000 เมกะวัตต์ แต่โรงไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ผลิตไฟฟ้าได้แค่ 2,000 เมกะวัตต์ ที่เหลือ 7,000 เมกะวัตต์มีสายส่งมาจากราชบุรีและระยอง ถ้าใช้แนวคิดนี้ก็ต้องสร้างโรงไฟฟ้าในกรุงเทพฯ มากกว่านี้ ภาพรวมทั้งประเทศตอนนี้มีโรงไฟฟ้าเหลือเฟือ เรื่องนี้ กฟผ. และกระทรวงพลังงานก็ยอมรับ ทำไมไม่ส่งไปให้ภาคใต้ใช้ ถ้าสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มภาพรวมมันจะเพิ่มภาระค่าไฟฟ้าอีก 50,00 ล้านบาท ถ้านับสายส่งไฟฟ้าจากภาคกลาง ภาคใต้ก็ยังพอ เรายังไม่ต้องสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ตอนนี้ เรายังมีเวลาอีกสองถึงห้าปีที่จะตัดสินใจเรื่องนี้”/p pnbsp;/p pnbsp;/p div class="note-box" pstrongแถลงการณ์เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ฉบับที่ ๓ / ๒๕๖๐/strongbr /ตามที่นายกรัฐมนตรีสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำ EIA และ EHIA ใหม่ กรณีก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ ถ้า EIA ทำไม่ได้ ก็ไม่สามารถสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ รวมถึงให้ทำรายงานผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงการดำเนินโครงการ หรือ EHIA เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงโดยรัฐบาลได้เสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการระดับสูงเข้ามาดูแลนโยบายและยุทธศาสตร์ในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศbr /br /เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินมีข้อเสนอเพิ่มตามที่ได้เจรจากับผู้แทนรัฐบาลคือแม่ทัพภาคที่๑ ว่าต้องมีการจัดทำรายงานในรูปแบบใหม่ที่ยุติธรรมตรงตามหลักวิชาการ ดังนี้br /br /๑. ในกระบวนการจัดทำครั้งใหม่นี้ต้องเป็นไปตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม พศ.๒๕๓๕ คือเป็นการจัดทำเพื่อประเมินทางเลือกการพัฒนาที่เหมาะสมของพื้นที่ โดยมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเป็นกลางขึ้นมาชุดหนึ่งทำหน้าที่กำกับกระบวนการทั้งหมด และให้หน่วยงานนิติบุคคลที่มีความเป็นกลางเป็นผู้ดำเนินการจัดทำรายงานไม่ใช่ให้ กฟผ.จ้างบริษัทมาดำเนินการจัดทำเหมือนรูปแบบเดิมที่ผ่านมาbr /br /๒.ในด้านเนื้อหาการจัดทำต้องมีลักษณะสำคัญดังนี้br /br /๒.๑ การจัดทำ SEA (Strategic Environmental Assessment) ให้แน่ใจว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินจะสอดคล้องและอยู่ร่วมกับแผนพัฒนากระบี่ 2020 ต้องมีการประเมินทางเลือกในการผลิตไฟฟ้า อื่นๆ เช่น พลังงานหมุนเวียน (ชีวมวล แสงอาทิตย์ ลม) ในระดับที่มีรายละเอียดเทียบเท่ากับโรงไฟฟ้าถ่านหินและประเมินผลกระทบทั้ง 3 มิติตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน (เศรษฐศาสตร์ สิ่งแวดล้อม และ สังคม)br /br /๒.๒ ต้องทำการประเมินผลกระทบเป็นมูลค่าความเสียหายออกมาเป็นค่าตัวเลขในรูปต้นทุนภายนอก (Externality) หากไม่มีมาตรการลดผลกระทบ โดยต้องบอกได้ว่าภาคส่วนใดถูกผลักภาระต้นทุนภายนอกนี้ไป ทั้งนี้ต้องรวมต้นทุนเชิงนิเวศ (Ecological Service) ไว้ด้วยbr /br /๒.๓ การดำเนินการคำนวณต้นทุนภายนอก (Externality) ควรอิงงานวิจัย โดยใช้นักวิจัยที่เป็นกลาง และ น่าเชื่อถือทางวิชาการ มีเอกสารอ้างอิง หรือ เป็นวิจัยตรงในพื้นที่ โดยให้นักวิชาการจัดทำข้อมูลที่ถูกต้องbr /br /๒.๔ เมื่อกำหนดมาตรการลดผลกระทบแล้วต้องประเมินความเสียหายออกมาเป็นค่าตัวเลข (มูลค่าบาท) (Externality) และ ต้องบอกได้ว่าใครที่จะได้รับผลกระทบนี้ไป ทั้งนี้ต้องรวมต้นทุนเชิงนิเวศ (Ecological Service) ไว้ด้วย และ ต้องมีการซื้อประกันความเสี่ยงกับธนาคารหรือสถาบันเอกชนที่ขายประกันเท่ามูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นหลังจากมีมาตรการลดผลกระทบแล้ว โดยให้เน้น ภาคประมง ท่องเที่ยว และ เกษตรกรรมbr /br /๒.๕ ต้องเอาต้นทุนภายนอกที่ต้องทำการประกันนี้ไปรวมกับต้นทุนภายใน และ ใช้ประกอบการประเมินว่าการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจะคุ้มทุนหรือไม่โดยต้องมีคณะกรรมการตรวจสอบความถูกต้องของการประเมินbr /br /๓.ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนนั้นนอกจากอยู่ในคณะกรรมการแล้วจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยกระบวนการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมโดยรัฐต้องไม่ใช้อำนาจฝ่ายปกครองในการเกณฑ์คนมาสนับสนุน ฝ่ายความมั่นคงจะต้องไม่ใช้กองกำลังมากีดกันผู้เห็นต่างอย่างที่เคยเกิดขึ้นbr /br /๔.การจัดทำรายงานครั้งนี้จะต้องเป็นรายงานที่อยู่ในพื้นที่ชุ่มน้ำนานาชาติ(แรมซ่าร์ไซด์) ไม่ใช่การจัดทำรายงานในพื้นที่ปกติทั่วไป ซึ่งต้องมีรายละเอียดการประเมินจำนวนมาก โดยรายงานทั้ง ๒ ฉบับ คือ โรงไฟฟ้าถ่านหินและท่าเรือขนถ่านหิน ต้องใช้เวลาจัดทำตามระบบนิเวศจริง นั่นคือระยะเวลาจัดทำต้องมากพอในการศึกษารายละเอียดการประเมินแต่ละประเด็น โดยอาจต้องใช้เวลาการประเมินแต่ละฉบับไม่ต่ำกว่า ๓-๕ ปีbr /br /เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินยืนยันว่าหากดำเนินการจัดทำรายงานตามหลักวิชาการ โรงไฟฟ้าไม่สามารถเกิดขึ้นได้ไม่ว่าพื้นที่ใดในโลก เพราะไม่มีเทคโนโลยีที่ลดผลกระทบได้ มิพักต้องพูดถึงว่ากระบี่เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำนานาชาติ(แรมซ่าร์ไซด์)และเป็นพื้นที่การท่องเที่ยวที่มีระบบนิเวศสวยงามสมบูรณ์ ๑ใน ๑๐ ของโลก โรงไฟฟ้าถ่านหินจึงไม่มีทางเกิดขึ้นบนแผ่นดินกระบี่โดยเด็ดขาดbr /br /เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินbr /๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐/p /div pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/lUbshXFkSbQ" height="1" width="1" alt=""/

‘ฅนรักษ์บ้านเกิด จ.เลย' เฮ หลังทุ่งคำยอมนำ 11 รถคอนเทนเนอร์เปล่าออกจากเหมือง

Wed, 22/02/2017 - 22:03
pกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด จ.เลย พอใจ หลังบริษัททุ่งคำยอมนำรถบรรทุกคอนเทนเนอร์เปล่า ทั้ง 11 คัน ออกจากเหมืองตามที่ตกลง nbsp;เหตุยังไม่ได้รับอนุญาต และยังคงจับตาเฝ้าระวังอยู่จนกว่าจะมีคำสั่ง ‘ปิดเหมืองถาวร’/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/3/2331/32241467013_415e179c5a.jpg" //p p style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/1/780/33015221046_5136182fea.jpg" //p p22 ก.พ. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ เมื่อเวลา 16.00 น. ที่บริเวณทางเข้าเหมืองทองคำของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ที่ประกอบกิจการเหมืองแร่ ในพื้นที่ ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย ซึ้งกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด กว่า 70 คน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดเลยและฝ่ายความมั่นคง ร่วมตรวจสอบรถบรรทุกคอนเทนเนอร์ทั้ง 11 คัน เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นรถเปล่าและไม่มีการขนแร่ออกจากเหมืองทอง เพราะยังไม่ได้รับอนุญาตจากอุตสาหกรรม โดยกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดnbsp;ระบุว่า หากวันนี้บริษัททุ่งคำไม่นำรถบรรทุกเปล่าออกจากเหมือง ชาวบ้านจะก่อกำแพงใจขวางทางเข้าขึ้นอีกครั้ง จนกว่าจะได้รับใบอนุญาตขนแร่ที่ถูกต้อง/p pผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ยอมขนแร่ลงจากรถบรรทุกคอนเทนเนอร์ทั้ง 11 คันตั้งแต่ช่วงเช้าจนแล้วเสร็จเมื่อเวลา 16.00 น. ของวันนี้โดยมีประชาชนในพื้นที่ร่วมตรวจสอบตั้งแต่บนเหมือง ก่อนนำรถเปล่าออกจากเหมืองและให้ประชาชนในพื้นที่ที่รอหน้าทางเข้าเหมือง ตรวจดูรถบรรทุกทั้ง 11 คัน ว่าเป็นรถบรรทุกเปล่าจริงตามข้อตกลง ซึ่งสร้างความพึงพอใจแก่กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดเป็นอย่างมาก พร้อมระบุว่าจะมีการติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังตลอดเวลา จนกว่าจะมีคำสั่ง “ให้ปิดเหมืองถาวร”/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2017/02/70210" target="_blank"#039;ฅนรักบ้านเกิด จ.เลย#039; ปักหลักเฝ้าทางเข้าเหมือง หวั่น #039;ทุ่งคำ#039; ขนแร่ออก/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/3IyoZJOTJog" height="1" width="1" alt=""/