ประชาไท

Syndicate content
Updated: 9 min 6 sec ago

ผู้หญิงอยู่ตรงไหนในค่ายทหาร?

Fri, 19/09/2014 - 17:26
!--break--!--break-- pnbsp;/p pประวัติศาสตร์การเมืองโลกได้พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่า ไม่มีทางที่ประชาธิปไตยจะงอกเงยมาจากการปกครองในระบอบทหารอย่างแน่นอน ความเสมอภาคทางเพศก็เช่นกัน มันจะงอกออกมาจากการปกครองในสังคมที่ไร้ซึ่งเสรีภาพของปัจเจกชนและความเสมอภาคของสังคมได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปกครองในระบอบทหารที่อุดมไปด้วยวิธีคิดแบบสังคมชายเป็นใหญ่ ที่ยังมีภาพของการมองผู้หญิงเป็นเพียงวัตถุทางเพศอยู่เรื่อยมา จะช่วยให้สังคมเรามีความเสมอภาคทางเพศได้ก็คงจะเป็นเรื่องแปลก/p pอันจะเห็นได้ว่า สิ่งที่ไม่น่าแปลกใจเกี่ยวกับความคิดของทหารไทยเลยก็คือ ในเหตุการณ์ล่าสุดกรณีการเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวสาวจากสหราชอาณาจักร ซึ่งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ออกมาให้ความเห็นในทำนองที่ว่า การแต่งชุดบิกินีนั้นคือ การทำตัวเองให้เป็นเหยื่อa href="#_ftn1" name="_ftnref1" title=""[1]/anbsp;นี่คือวิธีคิดที่ชัดเจนอย่างยิ่งในการลดทอนคุณค่าของผู้หญิงในชุดบิกินีให้เหลือเพียงแค่การตกไปเป็นวัตถุทางเพศเพียงเท่านั้น โดยที่ไม่ได้ตระหนักว่า คนที่ใส่ชุดบิกินีไม่ได้ต้องการจะมีเซ็กซ์ทุกคน หรือต้องการล่อจะเข้เสมอไป หลายต่อหลายคนต้องการอาบแดด ต้องการว่ายน้ำ ซึ่งสถานที่เกิดเหตุนั้นก็คือ ชายหาด แล้วคุณจะให้ผู้หญิงทุกคนนุ่งขาวเยี่ยงแม่ชีไปทะเลหรือ?/p pมันมาถึงคำถามที่ว่า เพราะสังคมชายเป็นใหญ่ในค่ายทหารไทยหรือเปล่า จึงทำให้เคยชินกับการมองผู้หญิงให้เท่ากับวัตถุทางเพศ อะไรคือภาพของผู้หญิงในมุมมองของทหาร? ท่ามกลางการหล่อหลอมทางสังคมในค่ายทหาร “ความเป็นชาย” ล้วนถูกสร้างขึ้นมาเพื่อที่จะกำกับความคิดและทัศนคติของทหารที่มีต่อ “ความเป็นหญิง” เช่น บุคคลที่มีเพศสภาพหญิงควรมีบทบาทและหน้าที่ในฐานะนางบำเรอ ผู้สร้างและให้เสพความสุข แม้แต่การให้เกียรติเพศหญิงของผู้ชายเหล่านี้ ก็คือการปฏิบัติต่อพวกเธอในฐานะที่ด้อยกว่า ต้องการความดูแล เป็นเพศที่อ่อนแอ ต้องการความช่วยเหลือ/p pสิ่งเหล่านี้ล้วนเห็นได้ชัดจากสิ่งที่บรรดานายทหารในสังคมไทยได้ปฏิบัติมาอย่างชัดเจน เช่น ในภาพของการร่วมเพศหมู่หรือลงแขกผู้หญิง หรือการจัดงานบำเรอตัณหาของทหารที่ให้นักร้องหญิงมาแก้ผ้ายั่วยวน แม้กระทั่งข่าวการข่มขืนหญิงสาวในจังหวัดปาตานีa href="#_ftn2" name="_ftnref2" title=""[2]/aก็เช่นกัน ที่ทำให้เห็นว่า การปฏิบัติต่อผู้หญิงในฐานะที่ระบายความใคร่ของทหารไทยถือเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ การตีกะหรี่แข่งกันแล้วนำมาอวดอ้างโชว์สถานะทางสังคมว่า กูเคยลอง กูเคยทำ คือสิ่งปกติของสังคมผู้ชายเหล่านี้ ในขณะที่คุณค่าของผู้หญิงที่ควรจะเฉิดฉายในด้านอื่นๆ กลับถูกกดทับให้อยู่ในสถานะของการเป็น sex slave หรือ ทาสทางเพศ ด้วยข้ออ้างที่ว่ามันคือความปกติของสังคมผู้ชาย และแรงกำหนัดที่อัดอั้นมานาน จึงไม่แปลกหากเขาอยากจะระบายความใคร่สู่ร่างกายของผู้หญิง/p pนอกจากนั้นแล้ว บทบาททางเพศที่ผู้หญิงตกไปอยู่ในสถานะเช่นนี้ ยังถูกนำมาฉายซ้ำผ่านการจัดงานคืนความสุขให้คนไทยที่อนุสาวรีย์ชัยฯa href="#_ftn3" name="_ftnref3" title=""[3]/anbsp;ที่ได้นำผู้หญิงมาแต่งชุดทหารแนวเซ็กซี่ยั่วยวน ด้วยฐานคิดที่ว่าผู้หญิงมีหน้าที่อย่างหนึ่งคือ “การเป็นนางบำเรอ” การคืนความสุขจึงเป็นการมอบความสุขทางเพศให้แก่ประชาชน ด้วยสายตาของทหารที่มีต่อเพศหญิง และที่สำคัญคือ ด้วยเงินภาษีของประชาชน/p pstrongมันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลย เมื่อระบบทหารซึ่งเติบโตมาควบคู่กับระบบคิดของสังคมชายเป็นใหญ่ และได้เข้ามาทำหน้าที่ปกครองบ้านเมือง จะมีทัศนคติต่อการมอง “ผู้หญิง” ในฐานะของ “วัตถุทางเพศ”/strong ทัศนคติที่ว่า ทำให้มองความผิดที่เกิดขึ้นจากการทำร้ายผู้หญิง เช่น การข่มขืน เกิดมาจากความแรดร่าน ความคัน ของเธอ มากกว่าสิ่งที่ผู้ชายคิดว่ามันคือความเป็นธรรมดาสามัญของตัวเอง เช่น ความเงี่ยน ความลุ่มหลง การตกเป็นเหยื่อจากความงาม ซึ่งเป็นข้ออ้างที่ใช้สร้างความชอบธรรมให้แก่การข่มขืน การล่วงละเมิดทางเพศโดยผู้ชายมาโดยตลอด/p pทั้งๆ ที่การที่ผู้หญิงจะแต่งกายเช่นใด หรือจะแก้ผ้าออกมาเดินมันก็ไม่ใช่ใบอนุญาตให้เกิดการข่มขืนขึ้นได้ ในขณะที่ผู้ชายจะมาติติงผู้หญิงให้แต่งตัวมิดชิด แต่ทำไมผู้ชายถึงไม่รู้จักที่จะควบคุมพฤติกรรมตนเองไม่ให้กระทำผิดต่อผู้อื่น และที่สำคัญ การที่ผู้หญิงแต่งตัวโป๊หวือหวาก็ไม่ได้แปลว่า เธอต้องการมีเพศสัมพันธ์ตลอดเวลา หลายคนโป๊เพราะต้องการแสดงออกซึ่งความเป็นตนเอง หรือบางคนที่โป๊แต่งสวยเพราะต้องการเอาอกเอาใจคนอื่น หรือแต่งเพราะต้องการการยอมรับจากค่านิยมสังคมก็ไม่ได้แปลว่า เธอต้องการจะถูกข่มขืนเช่นกัน/p pหากอ้างว่า การแต่งตัวโป๊ของผู้หญิงจะเป็นเหตุให้เกิดอาชญากรรมมากขึ้น ถามว่าคนทุกคนมีอารมณ์ทางเพศเฉพาะกับการแต่งตัวโป๊ตลอดจริงหรือ? ดังนั้น หากจะโทษว่าความสวยก่อให้เกิดโทษนั้น เราคงต้องจับผู้หญิงโกนหัว คลุมผ้าให้เหลือแค่ลูกตาที่ใส่แว่นดำคลุมไว้อีกทีทุกคนเลยดีไหม? และที่สำคัญความโป๊ของผู้หญิงกลับไม่เสมอภาคเท่ากับความโป๊ของผู้ชาย ผู้ชายใส่กางเกงขาสั้นเป้าตุงก็อาจตกเป็นเหยื่อการข่มขืนได้เช่นกัน แต่เพราะสังคมชายเป็นใหญ่ที่มองว่า สิ่งที่ก่อให้เกิดอารมณ์ทางเพศได้เสมอนั้นคือ เพศหญิงเท่านั้น จึงกลบทับความรุนแรงทางเพศที่เกิดขึ้นกับคนเพศอื่นๆ ไปเสียหมด แถมที่สำคัญ สังคมยังให้ใบอนุญาตให้ผู้ชายโป๊ได้อย่างปลอดภัยมากกว่าการที่ผู้หญิงโป๊ เพราะหากผู้หญิงทำมันจะขัดต่อศีลธรรมจรรยาตอแหลของสังคม/p pดังนั้น เราจึงต้องพยายามเปลี่ยนแปลงทัศนคติของสังคมชายเป็นใหญ่เช่นนี้ให้หันกลับมามองผู้หญิงใหม่ และทำให้เห็นว่า แท้จริงแล้วผู้หญิงนั้นมีบทบาทในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น การทำงาน การเป็นผู้นำ เป็นกรรมกร เป็นโสเภณี เป็นนักวิจัย ฯลฯ ไม่ใช่การยึดบทบาททางเพศว่า เพศหญิงนั้นมีไว้เพื่อรองรับอารมณ์ทางเพศเพียงเท่านั้น และใช้บทบาทนี้มากดทับอัตลักษณ์ของผู้หญิงไว้ให้อยู่ในสถานะที่ด้อยกว่า เป็นเพียงแค่นางบำเรอรับใช้นายทหาร หรือเป็นเพียงวัตถุอ่อนแอที่มีไว้ให้ระบายกำหนัดของชายชาตรีทั้งหลาย/p pstrongที่สำคัญ เราต้องร่วมกันสร้างระบอบประชาธิปไตย ที่จะทำให้ทุกเพศ ทุกคน ได้มีสิทธิและสถานะในการออกมาปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคนอย่างเสมอภาคกัน ไม่ใช่ระบบเผด็จการที่ควบคุมทุกอณูของการใช้ชีวิตในสังคม ที่ไม่ปล่อยให้ใครก็ตามได้ออกมามีสิทธิมีเสียง/strong/p pกระนั้นก็ตาม เราก็ยังไม่เคยได้ยินเสียงนักต่อสู้เพื่อสิทธิทางเพศที่ออกไปเป่านกหวีด รักทหาร สนับสนุนการรัฐประหาร จะออกมาแสดงความเห็นต่อต้านการกดขี่ทางเพศที่เกิดขึ้นจากค่ายทหารแห่งนี้เลยสักคน/p pnbsp;/p pstrongอ้างอิง/strong/p div div id="ftn1" pa href="#_ftnref1" name="_ftn1" title=""[1]/anbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวผ่านการถ่ายทอดโทรทัศน์ถึงกรณีนี้ว่าnbsp;"ปัญหาเกี่ยวกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวมีอยู่เสมอ พวกเขาคิดว่าประเทศของเราสวยงามและปลอดภัย ก็เลยทำอะไรที่อยากทำ พวกเขาใส่บิกินี่และเดินไปไหนก็ได้...พวกเขาคิดว่าใส่บิกินี่แล้วปลอดภัยเหรอ...เว้นแต่ว่าไม่สวย?" ที่มา: a href="http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1410967752"ประชาชาติธุรกิจออนไลน์/anbsp;nbsp;/p /div div id="ftn2" pa href="#_ftnref2" name="_ftn2" title=""[2]/anbsp;อ่านข่าวที่ a href="http://www.manager.co.th/South/ViewNews.aspx?NewsID=9550000029943"ASTV ผู้จัดการออนไลน์/a/p /div div id="ftn3" pa href="#_ftnref3" name="_ftn3" title=""[3]/anbsp;ดู a href="http://www.posttoday.com/รูปภาพ/ภาพข่าว/298809"โพสต์ทูเดย์/a/p /div /div pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/1IJlAc6BtZo" height="1" width="1"/

แอมเนสตี้ ชวนส่งผลงาน 'รางวัลสื่อมวลชนเพื่อสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2557'

Fri, 19/09/2014 - 17:13
p!--break--!--break--/p p19 ก.ย. 2557 เนื่องด้วยแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยซึ่งทำงานสื่อสารสาธารณะกับสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปnbsp; จึงได้จัดประกวดเพื่อมอบ “รางวัลสื่อมวลชนเพื่อสิทธิมนุษยชน” ประจำปี 2557 (Media Awards 2014) เพราะเล็งเห็นว่าสื่อมวลชนเป็นบุคคลที่ควรได้รับการยกย่อง สื่อทำหน้าที่เป็นครูที่ดีในการร่วมกันบ่มเพาะคนในสังคมให้ตระหนักถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน และเคารพซึ่งกันและกันมากขึ้นnbsp; จึงเล็งเห็นความสำคัญในการสร้างกำลังใจให้สื่อมวลชนที่ทำงานอย่างหนักในการนำเสนอข่าวสารในแง่มุมที่คำนึงถึงการเคารพ ส่งเสริม และปกป้องสิทธิมนุษยชน ด้วยการจัดมอบผลงานรางวัลสื่อมวลชนดีเด่นด้านสิทธิมนุษชน เพื่อสร้างความตระหนักให้กับคนในสังคม และสื่อมวลชนจะได้มีพลังในการยืนหยัดที่จะทำงานเพื่อปกป้องส่งเสริมสิทธิมนุษยชนต่อไปbr /br /การประกวด “รางวัลสื่อมวลชนเพื่อสิทธิมนุษยชน” ประจำปี 2557 (Medianbsp; Awards 2014) มีทั้งหมด 5 รางวัล ทุกรางวัลจะได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมโล่ห์ประกาศเกียรติคุณ สำหรับผลงานที่ส่งเข้าประกวดต้องเผยแพร่หรือตีพิมพ์ ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2556 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2557 เท่านั้น และสามารถส่งผลงานได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ตุลาคม 2557br /br /nbsp;โดยแบ่งประเภทการประกวดดังต่อไปนี้br /br /• ข่าวและสารคดีเชิงข่าวประเภทสื่อหนังสือพิมพ์ระดับชาติbr /• ข่าวและสารคดีเชิงข่าวประเภทสื่อหนังสือพิมพ์ระดับท้องถิ่นbr /• ข่าวหรือสารคดีเชิงข่าวประเภทสื่อโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล (ความยาวรวมไม่เกิน 20 นาที)br /• ข่าวหรือสารคดีเชิงข่าวประเภทสื่อโทรทัศน์ในระบบเคเบิลท้องถิ่น (ความยาวรวมไม่เกิน 20 นาที)br /• ข่าวและสารคดีเชิงข่าวประเภทสื่อออนไลน์br /br /ผลงานที่ส่งเข้าประกวดต้องเผยแพร่หรือตีพิมพ์ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2556 ถึง วันที่ 30 กันยายน 2557 ส่งผลงานตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ตุลาคม 2557br /br /โดยส่งผลงานตัวจริงพร้อมสำเนา 5 ชุดมาที่br /br /แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยbr /br /90/24 ลาดพร้าว ซ. 1 จอมพล จตุจักร กรุงเทพ 10900br /สอบถามเพิ่มเติม 02-513-8745, 02-513-8754, 089-922-9585br /อีเมล media@amnesty.or.thbr /เว็บไซด์ www.amnesty.or.th/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/Rd0rEj941WY" height="1" width="1"/

สมคิด เลิศไพฑูรย์

Fri, 19/09/2014 - 17:12
div class="field field-type-filefield field-field-picture-small" div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/quote/2014/09/55630" class="imagecache imagecache-100x100pixel_news_icon imagecache-linked imagecache-100x100pixel_news_icon_linked"img src="http://prachatai.org/sites/default/files/imagecache/100x100pixel_news_icon/files/picturesmall/cats_236.jpg" alt="" title="" width="100" height="100" class="imagecache imagecache-100x100pixel_news_icon"//a /div /div /div p"ทุกวันนี้ผมโดนด่าหมดจากทุกฝ่าย ผมห้ามนักศึกษา นักศึกษาก็ด่าผม ส่วนทหารและสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติก็ตำหนิผมว่าทำไมไม่จัดการเด็ก ตอนนี้สิ่งที่ทำได้คือ รับฟังคำด่าจากทุกฝ่าย ธรรมศาสตร์ก็คือธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นอย่างที่เป็นอยู่ แต่ผมก็ไม่ได้อยู่เฉย ส่งทุกคนไปเตือนเด็กให้ระมัดระวัง"/p div class="field field-type-text field-field-quote-detail" div class="field-items" div class="field-item odd" 19 ก.ย. 57 อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/x2aIO67R89E" height="1" width="1"/

ผลวิจัยชี้ชิมแปนซีฆ่าพวกเดียวกัน ไม่ได้เป็นเพราะมนุษย์เข้าไปรบกวน

Fri, 19/09/2014 - 16:37
pนักวิทยาศาสตร์ถกเถียงกันมาเป็นเวลานานแล้วในเรื่องที่ว่าลิงชิมแปนซีมีพฤติกรรมสังหารเพื่อนร่วมสายพันธุ์เดียวกันเองเนื่องจากมนุษย์เข้าไปรบกวน แต่ล่าสุดมีผลวิจัยจากการสำรวจนานหลายปีระบุว่า ลิงชิมแปนซีใช้ความรุนแรงต่อลิงกลุ่มอื่นโดยธรรมชาติ ซึ่งมนุษย์มีอิทธิพลกับพวกมันน้อยมาก/p p!--break--!--break--/ppbr /19 ก.ย. 2557 นักวิทยาศาสตร์ 30 คน ใช้เวลาสังเกตการณ์และรวบรวมข้อมูลเป็นเวลานานหลายปี เพื่อศึกษาสังคมลิงชิมแปนซีจำนวน 18 กลุ่ม แล้วนำมาพิจารณาปรับใช้เปรียบเทียบกับมนุษย์ว่ากลุ่มสังคมแบบใดที่มีโอกาสทำให้เกิดอัตราการใช้ความรุนแรงเช่นการฆาตกรรมที่สูง และพฤติกรรมรุนแรงของกลุ่มลิงเหล่านี้ เป็นเพราะมีมนุษย์เข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือไม่/p pจากผลการวิจัยล่าสุดจากนักวิทยาศาสตร์หลายประเทศร่วมกันศึกษาระบุว่า พฤติกรรมการสังหารเผ่าพันธุ์เดียวกันของลิงชิมแปนซีเกิดขึ้น "โดยธรรมชาติ" ไม่เกี่ยวข้องกับการเข้าไปยุ่งเกี่ยวของมนุษย์/p pโดยก่อนหน้านี้มีการตั้งข้อสังเกตว่านอกจากมนุษย์แล้ว ลิงชิมแปนซีเป็นสัตว์จำพวกไพรเมทชนิดเดียวที่มีการยกพวกทำร้ายกันจนเกิดการสูญเสียชีวิต แต่ผู้ศึกษาด้านไพรเมทก็ตั้งข้อสันนิษฐานว่าการกระทำของมนุษย์ เช่น การเข้าไปทำลายที่อยู่อาศัย หรือการให้อาหาร ทำให้ลิงชิมแปนซีมีความก้าวร้าวรุนแรงมากขึ้น/p pแต่เมื่อมีการศึกษาเปรียบเทียมกลุ่มลิงชิมแปนซีหลายกลุ่ม ทั้งจากกลุ่มตัวอย่างที่ไม่มีคนเข้าไปยุ่งเกี่ยว กลุ่มตัวอย่างมีคนเข้าไปให้อาหาร กลุ่มตัวอย่างที่มีคนเข้าไปจำกัดอาณาเขตที่อยู่มัน ต่างก็พบว่ามนุษย์ส่งผลน้อยมากต่อพฤติกรรมการสังหารเผ่าพันธุ์เดียวกันของชิมแปนซี/p pสิ่งที่เป็นปัจจัยให้เกิดการสังหารขึ้นอยู่กับลักษณะของกลุ่มชุมชนลิงเป็นสำคัญ เช่น จำนวนของตัวผู้ที่อยู่ในกลุ่ม และความหนาแน่นของประชากรเทียบกับพื้นที่ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อความรุนแรงในลิงเชื่อมโยงกับแนวคิดการคัดสรรของธรรมชาติ เช่นการสังหารคู่แข่งทำให้ลิงตัวผู้สามารถเข้าถึงทรัพยากรอย่างอาหารและขยายเขตแดน การใช้ความรุนแรงจะมีความถี่มากขึ้นเมื่อมีการแข่งขันสูงกับกลุ่มที่อยู่ใกล้เคียงและเมื่อลิงตัวผู้สามารถรวมฝูงได้จำนวนมากทำให้เสี่ยงต่อความอยู่รอดของตัวเองน้อยลง/p pซูซานน์ ชูลท์ซ นักชีววิทยาวิวัฒนาการจากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์กล่าวถึงงานวิจัยนี้ว่าเป็นงานวิจัยที่เก็บข้อมูลได้กว้างขวางมีจำนวนกลุ่มประชากรหลากหลายทำให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าสนใจ ชูลท์ซยังได้กล่าวสนับสนุนผลการวิจัยว่าความรุนแรงในขิมแปนซีเป็นนิสัยตามธรรมชาติไม่ใช่สิ่งที่มาจากการก่อกวนของมนุษย์/p pในบทวิจารณ์ประกอบบทความงานวิจัยชิ้นนี้ซึ่งเผยแพร่ในนิตยสารเนเจอร์ โจอัน ซิลค์ ศาตราจารย์จากมหาวิทยาลัยรัฐแอริโซนากล่าวว่าผลการวิจัยฉบับนี้ควรจะทำให้คนเราเลิกคิดว่าความโหดร้ายของชิมแปนซีมาจากการเข้าไปก่อกวนของมนุษย์/p pทางด้าน ฟรานส์ เดอ วาลล์ ศาตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเอมอรีกล่าวว่าบางทีก็มีการบิดเบือนมุมองเกี่ยวกับลิงซึ่งเป็นสิ่งที่มีวิวัฒนาการใกล้เคียงมนุษย์เพราะมนุษย์ต้องการจะเชื่อว่าพวกลิงมีพฤติกรรมที่น่ารักไม่ใช่สิ่งที่โหดร้าย ซึ่งเป็นเรื่องในเชิงวิวัฒนาการอย่างลึกซึ้ง แต่ซิลก์ก็โต้แย้งว่าแม้ชิมแปนซีจะฆ่าพวกเดียวกันก็ไม่จำเป็นว่ามนุษย์จะเป็นสัตว์ที่บ้าสงครามโดยธรรมชาติไปด้วย/p pในกรณีนี้ จอห์น มิทานิ นักนิเวศวิทยาเชิงพฤติกรรมจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนเสนอว่าแม้ชิมแปนซีในทุกกลุ่มประชากรจะมีการสังหารกันแต่ชิมแปนซีก็ไม่ใช่มนุษย์ เขาเชื่อว่ามนุษย์เรามีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมขณะที่ชิมแปนซีไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเองได้/p pก่อนหน้านี้ ประเด็นเรื่องความรุนแรงในชิมแปนซีมาจากการรบกวนของมนุษย์จริงหรือไม่นั้นมีการถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อนมาก คนในวงการวิทยาศาสตร์หลายคนจึงรู้สึกขอบคุณงานวิจัยชิ้นนี้ซึ่งเน้นย้ำการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นกลาง/p pอย่างไรก็ตาม ในด้านการเปรียบเทียบกับการนิสัยการใช้ความรุนแรงของมนุษย์แล้ว ผู้เขียนรายงานการวิจัยระบุว่า การฆาตกรรมสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันของชิมแปนซีจะเปลี่ยนแปลงขึ้นลงไปตามปัจจัยเรียบง่ายอย่างการแข่งขันแย่งชิงทรัพยากร หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยมีงานวิจัยเสนอว่าอัตราการสังหารของชิมแปนซีมีความใกล้เคียงกับมนุษย์ในกลุ่มสังคมผู้ล่าสัตว์และเก็บสะสมอาหาร (hunter-gatherer)/p pbr /strongเรียบเรียงจาก/strong/p pMurder 'comes naturally' to chimpanzees, BBC, 18-09-2014br /a href="http://www.bbc.com/news/science-environment-29237276"http://www.bbc.com/news/science-environment-29237276/a/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/-mQRFRoCYXg" height="1" width="1"/

แนะมองมุมใหม่และร่วมหาทางออกปัญหาประวัติศาสตร์สยาม-ปาตานี

Fri, 19/09/2014 - 15:53
pนักวิชาการแนะต้องมองมุมใหม่ และร่วมกันแก้ปัญหาประวัติศาสตร์อันตราย ชี้ชายแดนใต้ยังมองเป็นมายาและซับซ้อนเกินไป ทั้งเรื่องชาติพันธุ์ ความเป็นเจ้าของดินแดน และปัญหาความรุนแรง/p p!--break--!--break--/p pnbsp;/p pimg alt="" src="https://farm6.staticflickr.com/5553/15285208072_5b0e61d493_z_d.jpg" style="width: 580px; height: 435px;" //p pnbsp;/p pbr /เวลา 09.00 น.วันที่ 19 กันยายน 2557 ณ ห้องแกรนด์ บอลล์รูม บี ชั้น 8 โรงแรมลีการ์เด้นท์ พลาซ่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในงานสัมมนาวิชาการ เรื่อง สยาม-ปาตานี : มิติใหม่ ข้อมูลใหม่ และการจัดระบบความเข้าใจ ภายใต้ชุดโครงการความรู้ เรื่อง การประกอบสร้างประวัติศาสตร์สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน (ปีที่ 3) ซึ่งเป็นวันที่สองของงานสัมมนา/p pbr /strongชายแดนใต้ยังเป็น “มายาและซับซ้อน”/strong/p pดร.เลิศชาย ศิริชัย คณบดีสำนักวิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กล่าวเปิดงานสัมมนาวันที่สองพร้อมกับพูดถึงมุมมองของตัวเองหลังจากได้ลงพื้นที่ และสังเกตุเห็นเรื่องราวต่างๆ ประการแรก คือ เรื่องราวที่เกิดขึ้นในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องที่ซับซ้อน เข้าใจยากสำหรับยุคปัจจุบัน เพราะมีทั้งเรื่องราวที่สืบทอดไปในอดีต และเรื่องราวที่ถูกสร้างขึ้นมาในปัจจุบันที่บริบทของโลกที่มีความขัดแย้งในเรื่องของผลประโยชน์มากมาย/p p“ถ้าเราไม่พยายามเข้าถึงความซับซ้อนดังกล่าว จะทำให้เรามองสถาการณ์แบบเหมารวมและมองแบบง่ายๆ และการมองแบบไม่ซับซ้อนจะทำให้เรามองเพียงแค่ว่าใครถูกใครผิด ใครเป็นพระเอกใครเป็นผู้ร้าย ผมจึงอยากให้พวกเราช่วยคิดกันว่าทำอย่างไรให้เราเข้าถึงความซับซ้อนเหล่านั้น” ดร.เลิศชาย กล่าว/p pbr /strongชาติพันธ์-ความเป็นเจ้าของ-ความรุนแรง/strong/p pประการที่สอง คือ เมื่อมองในแง่วิชาการ ผมคิดว่าเราอยู่ในภาวะที่ยึดติอยู่กับมายาคติบางเรื่องมากจนเกินไป จนทำให้เกิดข้อจำกัดในการมอง โดย ดร.เลิศชาย ยกตัวอย่างประกอบมา 3 ข้อได้แก่/p p1.ชาติพันธ์และอคติทางชาติพันธ์ ที่คนในรัฐไทยมีอคติต่อกัน หรือรัฐมีต่อประชาชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ จนผู้คนมองว่าเป็นสาเหตุให้นำไปสู่ความรุนแรง ซึ่งหากลงในพื้นที่จริงๆ จะพบว่าความสัมพันธ์ของคนต่างชาติพันธ์ในปัจจุบันดีกว่าในอดีตมาก/p p2.ความเป็นเจ้าของดินแดน ซึ่งทำให้หลายฝ่ายยึดติดอยู่ตรงนี้ และพยายามหาคำอธิบายเพื่อสนับสนุนว่า ฝ่ายตนเป็นเจ้าของดินแดนแห่งนี้ ซึ่งการที่เราถกกันอยู่แค่ในเรื่องนี้จะทำให้เรานั้นต้องเผชิญหน้ากับความขัดแย้งไม่มีสิ้นสุด ในขณะที่คนในพื้นที่ส่วนใหญ่แล้วไม่ได้ยึดติดในเรื่องนี้ แต่จะให้ความสำคัญกับการปฏิบัติศาสนานกิจและชีวิตความเป็นอยู่มากกว่า/p p3.สถารการณ์ความรุนแรงในขณะนี้ เป็นสถานการณ์ของการสร้างขึ้นมา ไม่ได้มีแกนแท้ที่เมื่อไปแก้ตรงแกนแล้วมันจะจบ เพราะสถานการณ์ถูกสร้างขึ้นมาเรื่อยๆ แม้แต่เหตุการณ์ความรุนแรงในโลกก็ถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออะไรบางอย่าง/p pbr /strongต้องมองมุมใหม่และร่วมกันแก้ปัญหา /strong/p p“หากจะให้ผมชี้ทางออกและสามารถแก้ปัญหาทั้งหมดได้ ผมคิดว่าน่าจะเกินปัญญาของผม แต่ในฐานะที่พวกเราเป็นนักวิชาการที่ช่วยคลี่คลายปัญหาของสังคม ผมคิดว่าเราคงต้องหามุมมองใหม่ๆ ในการที่จะอธิบายเรื่องราวต่างๆ รวมไปถึงเรื่องประวัติศาสตร์ที่ไม่ได้มีเพียงประวัติศาสตร์ของรัฐฝ่ายเดียว แต่มีประวัติศาสตร์ของท้องถิ่น ของผู้คน ที่จะมาช่วยกันเล่า มาช่วยกันหาทางออก มาช่วยกันคลี่คลายสถานการณ์ความขัดแย้งและความรุนแรง” ดร.เลิศชาย กล่าวทิ้งท้าย/p pbr /strongสื่อสังคมเปิดพื้นที่ให้คนรากหญ้าทำงานความคิด/strong/p pจากนั้นเป็นการปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "The 'Bottom-up' Approach Resolution of The Patani's Conflict : An Overview of Potential of Web"โดย ศ.ดร.Sohaimi Abdul Aziz จาก School of Humanities, Universiti Sains Malaysia งานวิจัยของเขาใช้กรอบคิด การส่งเสียงจากคนด้านล่าง/p pศ.ดร.Sohaimi Abdul Aziz ชี้ให้เห็นว่า Social media หรือสื่อสังคม จะสามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งได้ โดยยกตัวอย่างเช่น เว็ปไซต์ deepsouthwacth เว็ปไซต์สำนักข่าวอามาน เป็นต้น ที่นำเสนอทั้งเหตุการณ์ รวมไปถึงการปูทางประวัติศาสตร์ให้ผู้คนได้อ่าน ซึ่งอินเตอร์เน็ตทำให้คนทั่วไปสามารถส่งเสียงได้ โดยที่ผ่านมาการแก้ปัญหามาจากส่วนบนลงล่างหรือจากรัฐสู่ประชาชน แต่การมีสื่อสังคมรวมถึงสื่อออนไลน์ทำให้คนจากส่วนล่างสามารถทำงานทางความคิดร่วมกันมากขึ้น และยังสามารถตอบโต้หรือแลกเปลี่ยนได้ทันทีที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น/p pส่วนในการนำเสนอบทความวิชาการของคณาจารย์จากสำนักวิชาศิลปะศาสตร์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มีการพูดถึงประวัติศาสตร์ของกษัตริย์หญิงแห่งปาตานี ละยังมีการนำเสนอบทความที่ประมวลภาคประวัติศาสตร์นิพนธ์ และงานวรรณกรรมที่เกี่ยวกับปาตานี/p pbr /nbsp;/p pbr /nbsp;/p pbr /nbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/nrd7DfAbNYE" height="1" width="1"/

องค์กรสิทธิฝรั่งเศสชี้ 'ห้ามจัดเสวนาเรื่อง ปชต.' ขัด รธน.คสช.เอง

Fri, 19/09/2014 - 15:32
p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm3.staticflickr.com/2941/15262765276_4a980f1051.jpg" /br /span style="color:#ff8c00;"บรรยากาศงานเสวนา ก่อนถูกห้ามจัดในเวลาต่อมา/span span style="color:#ff8c00;"(18 ก.ย.2557)/span/p pกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าห้ามจัดเสวนาวิชาการ "ห้องเรียนประชาธิปไตยบทที่ 2 การล่มสลายของเผด็จการในต่างประเทศ" ที่ มธ. รังสิต และควบคุมตัวนักศึกษากลุ่มธรรมศาสตร์เสรี และนักวิชาการซึ่งเป็นวิทยากรไป สภ.คลองหลวง พร้อมตั้งเงื่อนไขให้จัดเสวนาวิชาการวงปิดและต้องขออนุญาต คสช. ก่อน ก่อนปล่อยตัวในช่วงดึก วานนี้/p p19 ก.ย.2557 องค์กรสหพันธ์นานาชาติเพื่อสิทธิมนุษยชน หรือ FIDH ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ร่วมกับสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) สมาชิกในประเทศไทย ออกa href="http://www.fidh.org/en/asia/thailand/16058-thailand-students-and-academics-arrested-for-organizing-democracy-talk"แถลงการณ์/aเรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยุติการคุกคามและกักตัวนักศึกษาและนักวิชาการซึ่งใช้เสรีภาพในการแสดงออกโดยทันที/p pคาริม ลาฮิดจิ ประธาน FIDH ชี้ว่า การจับกุมนักศึกษาและนักวิชาการ วานนี้ เป็นสิ่งช่วยเตือนความจำอีกครั้งถึงความไม่อดทนต่อเสียงของคนที่ไม่เห็นด้วยของคณะทหาร/p pเขาระบุด้วยว่า การจับกุมโดยพลการอย่างต่อเนื่องและการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกอย่างรุนแรงที่ผ่านมา ทำให้คำกล่าวอ้างว่าเคารพสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลทหารเป็นเพียงการแก้ตัวที่ไม่แนบเนียน/p pด้านจตุรงค์ บุณยรัตนสุนทร ประธานสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) กล่าวว่า คสช.ต้องหยุดการละเมิดสิทธิมนุษยชน การห้ามอภิปรายสาธารณะเรื่องประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนนั้นขัดต่อมาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับที่ คสช.ให้ความเห็นชอบเอง/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2014/07/54695" target="_blank"อ่านรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 /a /div div class="field-item even" a href="/journal/2014/09/55611" target="_blank"อาจารย์-นักศึกษาผู้จัดห้องเรียน ปชต.ถูกปล่อยตัวจาก สภ.คลองหลวง/a /div div class="field-item odd" a href="/journal/2014/09/55598" target="_blank"เลิกกลางคัน ! หลังนศ.ดื้อจัดต่อห้องเรียนปชต. ตำรวจคุมตัว 3 นศ.ผู้จัดงาน/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/hKNODVP0ZEo" height="1" width="1"/

เสวนาเวทีประวัติศาสตร์ปาตานี เผยการเปลี่ยนไปของ‘สถาปัตย์–วัฒนธรรม’

Fri, 19/09/2014 - 15:12
pstyle type="text/css" p { margin-bottom: 0.25cm; direction: ltr; line-height: 120%; text-align: left; widows: 2; orphans: 2;/style/ppนักวิจัยเผยหลักฐานเมืองโบราณปาตานีตอนใน มีวัฒนธรรมฝรั่งมาตั้งแต่อดีต เล่าอุปสรรคของพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นและการรักษามรดกทางวัฒนธรรม พร้อมกับผลของการไม่มีประวัติศาสตร์ท้องถิ่นให้เด็กได้ศึกษา/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"br /img alt="" src="https://farm6.staticflickr.com/5589/15282468961_9462960b44_z_d.jpg" style="height: 435px; width: 580px;" //p pbr /เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 15 กันยายน 2557 ณ ห้องแกรนด์ บอลล์รูม บี ชั้น 8 โรงแรมลีการ์เด้นท์ พลาซ่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในงานสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง สยาม-ปาตานี : มิติใหม่ ข้อมูลใหม่ และการจัดระบบความเข้าใจ ภายใต้ชุดโครงการความรู้ เรื่อง การประกอบสร้างประวัติศาสตร์สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน (ปีที่ 3) มีเวทีเสวนา เรื่อง สถานะ และ ความรู้ ที่ค้นพบใหม่: ประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างสยาม-ปาตานี/p pผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย นายศุกรีย์ สะเร็ม เลขาธิการสโมสรมลายูแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา นายนฤดล เจ๊ะแฮ ประธานกลุ่มภาคีสถาปัตยกรรมปาตานี นายณายิบ อาแวบือซานักวิจัยท้องถิ่นมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ผู้ใหญ่บ้าน รัศมินทร์ นิติธรรม ผู้บริหารพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นขุนละหาร อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ดำเนินรายการโดย อาจารย์โชคชัย วงษ์ตานี อาจารย์ประจำสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีรายละเอียดการเสวนาดังนี้/p pnbsp;/p pstrongสถาปัตยกรรมที่เปลี่ยนแปลงพร้อมอำนาจ/strong/p pนายนฤดล เจ๊ะแฮ ประธานกลุ่มภาคีสถาปัตยกรรมปาตานี พูดถึงประเด็นหลังปี 2475 กับสถาปัตยกรรม โดยหลังจากที่รัฐไทยส่งคนจากกรุงเทพมาปกครองปาตานีและยกเลิกการปกครองแบบกษัตริย์หรือเจ้าเมือง สิ่งตามมาด้วยก็คือสถาปัตยกรรม เพราะก่อนหน้านั้นมีสถาปัตยกรรมมากมายในพื้นที่ทั้งแบบฝรั่ง แบบจีน แบบมลายูแท้ รวมถึงแบบไทย แต่ในช่วงจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีได้มีการสั่งยกเลิกสถาปัตยกรรมแบบเดิมและสร้างใหม่แบบไทยๆ ตัวอย่างสถาปัตยกรรมที่ยังมีอยู่ในปัจจุบัน เช่น ศาลากลาง ศาลหลักเมือง ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในอดีต หรือพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในประเทศในช่วงเวลานั้นbr /nbsp;/p pstrongตัวอย่างที่มัสยิดกลางสตูลไปถึงนราธิวาส/strong/p pนายนฤดล กล่าวอีกว่า สิ่งที่รัฐไทยทำสำเร็จที่เห็นได้ชัดเจนคือที่จังหวัดสตูล โดยดูจากมัสยิดบังบังที่เป็นมัสยิดของคนมลายูซึ่งไม่มีแล้วในปัจจุบัน เพราะถูกทำลายทิ้งและสร้างมัสยิดกลางแห่งใหม่ขึ้นมาแทนที่ โดยมองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการทำลายความเป็นมลายู นอกจากนั้นแล้วกูโบร์หรือสุสานก็ถูกย้ายไปอยู่ที่อื่น และที่สำคัญคือ การเปลี่ยนแปลงจากที่คนสตูลพูดภาษามลายู 70 % ปัจจุบันเหลือคนที่พูดมลายูได้เพียงแค่ 3 หมู่บ้านเท่านั้น/p pนายนฤดล ชี้ให้เห็นว่า ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เอง รัฐไทยก็พยายามที่จะทำเหมือนสตูล อย่างมัสยิดกลางยะลาหลังเก่าที่ถูกทำลาย แล้วสร้างมัสยิดหลังใหม่ขึ้นมาแทนที่โดยสร้างโดมมัสยิดมีลักษณะเหมือนดอกบัว จนปัจจุบันชาวบ้านมีความพยายามที่สร้างโดมอันใหม่ขึ้นมาครอบอันที่เหมือนดอกบัวดังกล่าว/p pนอกจากนั้น มัสยิดกลางปัตตานีที่มีการสร้างใหม่ซึ่งใหญ่กว่าหลังเดิม จนทำให้ปัจจุบันผู้คนแทบจะไม่รู้จักมัสยิดกลางหลังเก่านั่นก็คือมัสยิดรายา ส่วนที่นราธิวาสชาวบ้านมีการประท้วงไม่ให้ทำลายมัสยิดกลางหลังเดิม แต่ยินยอมให้มีการปรับปรุงต่อเติมได้/p pbr /strongกระแสตีกลับของสถาปัตยกรรมปาตานี?/strong/p pนายนฤดล กล่าวว่า ในปัจจุบันมีกระแสตีกลับที่สถาปัตยกรรมบางที่ มีลักษณะคล้ายกับสถาปัตยกรรมปาตานี เช่น ที่สนามบินจังหวัดนครศรีธรรมราช ไปจนถึงสิ่งก่อสร้างในจังหวัดชุมพร เป็นต้น ส่วนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้จะมีสถาปัตยกรรมแบบอาหรับเข้ามาผสมด้วย/p pbr /strongฉายภาพมลายูบางกอกที่สัมพันธ์กับสยาม/strong/p pนายศุกรีย์ สะเร็ม เลขาธิการสโมสรมลายูแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา ให้มุมมองการศึกษาประวัติศาสตร์มลายูผ่านภาพถ่าย ซึ่งแต่ละภาพที่เขามานำเสนอล้วนมีนัยยะของการดำเนินชีวิตของชาวมลายูในบางกอกในอดีต ไม่ว่าจะเป็นภาพของนายแช่ม พรหมยงค์ หนึ่งในคณะราษฎร (ชื่อและนามสกุลเดิมคือซำซุดดิน มุสตาฟา) หลังจากการแสดงปาฐกถา เผยแพร่หลัก 6 ประการของคณะราษฎรที่หน้ามัสยิดราญา จังหวัดปัตตานี/p pภาพชาวมุสลิมบางกอกหลากหลายชาติพันธุ์ในงานเมาลิดกลาง บันทึกสายตระกูลมุสลิมมลายูของชาวบ้านในพระประแดง ภาพหน้าสถานีรถไฟหัวลำโพงที่ปรากฏคนใส่โสร่งแบบมลายู ป้ายตัวเขียนภาษายาวี ณ มัสยิดบ้านฮ่อ จังหวัดเชียงใหม่ รูปวาดของชาวมลายูบนบานประตูพระอุโบสถวัดสระเกษ รูปชาวมลายูบางกอกนุ่งจงกระเบน หรือภาพชาวมลายูเข้าร่วมพิธีประทานเสื้อครุยในสมัย ร.6 เหล่านี้เป็นต้น ภาพต่างๆ ล้วนแล้วแต่นำเสนอวิถีและเรื่องราวของชาวมลายูที่มีความสัมพันธ์ต่อสยามปรากฏให้อยู่ ซึ่งจะสามารถเป็นฐานความรู้ให้กับคนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป/p pbr /strongเมืองโบราณปาตานีตอนใน มีวัฒนธรรมฝรั่งมาตั้งแต่อดีต/strong/p pนายณายิบ อาแวบือซา นักวิจัยท้องถิ่นมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ เล่าถึงอีกแนวทางในการศึกษาประวัติศาสตร์มลายูปาตานี จากการเก็บข้อมูล ฟังเรื่องเล่า และเอกสารต่างๆ ซึ่งการศึกษาของเขาเน้นพื้นที่แผ่นดินปาตานีตอนใน ที่ประกอบด้วย เมืองยาลอ เมืองระแงะห์ เมืองรามันห์ เมืองเปรัค และเมืองเคดาห์ โดยที่สามเมืองแรกจะเป็นเมืองที่มีอาณาเขตทางบก มีการเดินทางด้วยช้างเป็นหลัก/p pในบรรดาเมืองทั้งหมดเมื่อศึกษาก็ค้นพบถึงแผนที่เมืองรามันห์ ซึ่งมีความสำคัญ อีกทั้งมีทรัพยากรจำนวนมาก เขาเสริมว่าในช่วงที่เกิดแผนที่ขึ้นมา สยามก็มีการระบุถึงพื้นที่ทรัพยากร ซึ่งชี้ให้เห็นว่าสยามให้ความสำคัญกับเรื่องนี้/p pขณะเดียวกันผลจากการศึกษายังค้นพบเมืองท้องถิ่นภายใต้แต่ละเมืองหรือเมืองบริวาร เช่น กรงปินัง ไบร์โกตาบารู บือแนรายอ เป็นต้น ภาพที่ค้นพบในระหว่างการศึกษายังเห็นถึงวัฒนธรรมแบบตะวันตกที่เข้ามามีอิทธิพลต่อการแต่งตัวของชาวมลายูในช่วงยุคหนึ่งด้วย ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมสัมมนาเสริมให้เห็นถึงเหตุผลของวัฒนธรรมตะวันตกก็เนื่องมาจากคนที่เข้าไปเรียนต่อที่ปีนังแล้วรับเอาวัฒนธรรมมานั่นเอง/p pnbsp;/p pstrongอุปสรรคของพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นและมรดกทางวัฒนธรรม/strong/p pผู้ใหญ่บ้านรัศมินทร์ นิติธรรม ผู้บริหารพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นขุนละหาร พูดถึงการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นขุนละหารที่ได้ก่อตั้งมาแล้ว 4 ปี ในช่วงแรกๆ จะมีปัญหาค่อนข้างเยอะโดยเฉพาะปัญหาทางด้านทัศนคติ ไม่ว่าจะเป็นทางเจ้าหน้าที่ภาครัฐหรือแม้แต่ชาวบ้านที่มองว่าตนบ้าที่นำเงินที่เก็บรวบรวมมาสร้างพิพิธภัณฑ์/p pผู้ใหญ่บ้านรัศมินทร์ มองว่าสิ่งที่ตนได้ข้อคิดจากการสร้างพิพิธภัณฑ์ คือการล้มสลายของมรดกทางวัฒนธรรม ตัวอย่างเช่น เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาส่วนหน้าของวังระแงะเพิ่งพังลงมา ซึ่งตนได้เคลื่อนไหวให้มีการบูรณะมาแล้วกว่า 5 ปี แต่ยังไม่เป็นผล จนเมื่อตนได้ประสานไปทางสื่อกระแสหลักให้มานำเสนอข่าวจนเป็นที่สนใจของผู้คนในปัจจุบันมากขึ้น/p pnbsp;/p pstrongผลของการไม่มีประวัติศาสตร์ท้องถิ่นให้เด็กได้ศึกษา/strong/p pผู้ใหญ่บ้านรัศมินทร์ แสดงความเห็นว่า คนจำนวนน้อยมากที่จะรู้จักวังระแงะ (วังของเจ้าเมืองสมัยปาตานีถูกแบ่งการปกครองเป็น 7 หัวเมือง) แม้แต่ชาวนราธิวาสเองก็ตาม ผู้ใหญ่บ้านรัศมินทร์มองว่า การที่ไม่มีประวัติศาสตร์ท้องถิ่นให้เด็กๆ ได้ศึกษา ทำให้เด็กๆ รับข้อมูลมาจากที่ต่างๆ แตกต่างกันไป บ้างก็ดำ บ้างก็ขาว บ้างก็เทา เด็ดๆ จึงมีทัศนคติที่แตกต่างกันไป ซึ่งเขามองว่า นั่นเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาในปัจจุบัน ซึ่งการสร้างพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นขุนละหารก็เพื่อสร้างความเข้าใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่นร่วมกัน/p pbr /nbsp;/p pbr /nbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/vyK0bKqJaiM" height="1" width="1"/

ผลประชามติสกอตแลนด์ ร้อยละ 55 ไม่ต้องการให้แยกจากสหราชอาณาจักร

Fri, 19/09/2014 - 15:12
pชาวสกอตร้อยละ 55 ต้องการให้สกอตแลนด์อยู่กับสหราชอาณาจักร ขณะที่ร้อยละ 45 สนับสนุนให้แยกตัวเป็นเอกราช นายกรัฐมนตรี 'เดวิด คาเมรอน' โพสต์ว่าโชคดีเหลือเกินที่สามารถแก้ปัญหากันได้ที่หีบบัตรลงคะแนน พร้อมชวนทุกคนร่วมกันสร้างอนาคตสดใสให้สหราชอาณาจักร/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm6.staticflickr.com/5566/15090936737_713f08cb4f_z.jpg" style="width: 560px; height: 280px;" //p pspan style="color:#ff8c00;"strongสถานที่ลงคะแนนประชามติในสกอตแลนด์ ที่เอดินบะระ เมื่อวันที่ 18 ก.ย. (แฟ้มภาพ/เอื้อเฟื้อภาพโดย อาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล)/strong/span/p p19 ก.ย. 2557 - a href="http://www.bbc.co.uk/news/live/uk-scotland-29130277"บีบีซี/a รายงานผลการลงประชามติ "สกอตแลนด์ควรเป็นประเทศเอกราชหรือไม่" ซึ่งมีการออกเสียงประชามติดเมื่อวันที่ 18 ก.ย. นั้น ผลปรากฏว่ามีผู้ออกมาลงประชามติ 3.62 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 84.5 ผลการลงประชามติปรากฎว่า มีผู้ออกเสียงให้สกอตแลนด์เป็นเอกราช 1,617,989 หรือคิดเป็นร้อยละ 45 ขณะที่ผู้ออกเสียงไม่เห็นด้วย 2,001,926 คิดเป็นร้อยละ 55/p pทั้งนี้ภายหลังทราบผลการลงประชามติ เพจของa href="https://www.facebook.com/DavidCameronOfficial/posts/846948598662793"เดวิด คาเมรอน/a นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ได้โพสต์ข้อความถึงประชาชนสกอตแลนด์ ตอนหนึ่งเขากล่าวว่า "การลงประชามติครั้งนี้เป็นการต่อสู้อย่างยากลำบาก สิ่งนี้ได้กระตุ้นให้เกิดความกระตือรือร้น และสร้างกระแสตื่นเต้นขึ้นในการเมืองสกอตแลนด์ และสิ่งนี้ถูกจับตามองโดยประชาชนทั่วทั้งสหราชอาณาจักร/p p"สิ่งเหล่านี้จะได้รับการจดจำในฐานะของการรณรงค์ที่มีพลัง แสดงให้เห็นความเข้มแข็งและพละกำลังของประชาธิปไตยอันเก่าแก่ของพวกเรา"/p p"คนมากเป็นประวัติการณ์ลงทะเบียนเพื่อออกเสียง คนมากเป็นประวัติการณ์ไปลงคะแนนเสียง เราควรภูมิใจกับสิ่งนั้น เพราะเป็นสิ่งที่เตือนเราว่า โชคดีเหลือเกินที่เราสามารถตัดสินปัญหาสำคัญที่หีบบัตรลงคะแนนอย่างสงบและอย่างเยือกเย็น”/p p"บัดนี้พวกเราจะต้องมองไปข้างหน้า และเปลี่ยนสิ่งนี้เป็นความส่งจำที่ว่าพวกเราไม่ว่าจะลงมติกันในทิศทางไหน แต่เราก็มาอยู่ร่วมกันเพื่อสร้างสิ่งที่ดีขึ้น อนาคตที่สดใสยิ่งขึ้นสำหรับสหราชอาณาจักรทั้งมวล"/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/LSDeCy9TLQM" height="1" width="1"/

นักศึกษาศนปท. ติดป้ายดำถ่วงด้วยแซนด์วิชรำลึก 8ปี รัฐประหาร49 หน้าสดมภ์ ‘นวมทอง’

Fri, 19/09/2014 - 15:10
pนักศึกษาศนปท. ติดป้ายดำถ่วงด้วยแซนด์วิชบนสะพานลอยรำลึก 8 รัฐประหาร 19 ก.ย. 49 หน้าสดมภ์อนุสรณ์ ‘นวมทอง ไพรวัลย์’ เตือนสติคนไทยทุกคนให้เห็นถึงผลร้ายของการรัฐประหาร ที่นำมาสู่ความขัดแย้งครั้งใหญ่จนถึงทุกวันนี้/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img src="https://farm6.staticflickr.com/5591/15098998858_15e85828a3.jpg" //p p style="text-align: center;"img src="https://farm3.staticflickr.com/2941/15099005637_9cb78172d8.jpg" //p p19 ก.ย.2557 เมื่อเวลา 10.00 น นักศึกษาศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย (ศนปท) ติดป้ายดำรำลึก 8 ปี รัฐประหาร 19 กันยา บริเวณสดมภ์อนุสรณ์ ‘นวมทอง ไพรวัลย์’ สะพานลอยหน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ถนนวิภาวดีรังสิต พร้อมข้อความ “นายประชาธิปไตย ของไทย ชาตะ 24 มิ.ย.2475 มรณะ 19 ก.ย. 49 และล่าสุด...?” โดยใช้แซนด์วิชเป็นที่ถ่วงป้ายไว้/p pทั้งนี้บริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่ นายนวมทอง ซึ่งมีอาชีพขับแท็กซี่ผูกคอเสียชีวิต ในคืนวันที่ 31 ต.ค. 2549 โดยมีจดหมายลาตายระบุว่า ต้องการลบคำสบประมาทของ พ.อ.อัคร ทิพโรจน์ รองโฆษกคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปก.) ที่ว่า “ไม่มีใครมีอุดมการณ์มากขนาดยอมพลีชีพได้” หลังจากก่อนหน้านี้เขาขับแท็กซี่พุ่งชนรถถังของคณะรัฐประหาร ที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าจนบาดเจ็บสาหัสเมื่อวันที่ 30 ก.ย.2549 เพื่อประท้วงการรัฐประหาร/p pผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังจากกลุ่มนักศึกษาดังกล่าวติดป้ายแล้วประมาณ 20 นาที มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำป้ายดังกล่าวออก/p p style="text-align: center;"img src="https://farm6.staticflickr.com/5592/15098898980_5775e922d8.jpg" //p pนอกจากบริเวณบริเวณสดมภ์อนุสรณ์ ‘นวมทอง’ แล้ว a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1411094616"มติชนออนไลน์/a รายงานด้วยว่า เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. บริเวณหน้าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บนสะพานลอยข้ามถนนพญาไท ระหว่างคณะวิทยาศาสตร์ กับคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ มีการนำป้ายสีดำลักษณะเดียวกัน เขียนข้อความ "8 ปี 19 กันยาฯ ประชาธิปไตยที่ถูกฆ่ายังคงนอนตาย" ขึงบนสะพานลอย/p pต่อมาa href="http://www.thaiscd.com/?p=472"เว็บไซต์ ศนปท./a ได้โพสต์แสดงความรับผิดชอบกรณีติดป้ายดังกล่าวว่าเป็นการกระทำของกลุ่มตน พร้อมระบุถึงเหตุผลในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ด้วยว่า “นายประชาธิปไตย ของไทย ชาตะ 24 มิ.ย. 2475 มรณะ 19 ก.ย.2549” เป็นข้อความที่ ศนปท. เลือก หยิบมาใช้เพื่อแสดงการหวนรำลึกถึงเหตุการณ์การรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 49 ที่นำโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน พร้อมผู้นำเหล่าทัพ จนเป็นเหตุ ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องพ้นจากตำแหน่งไปพร้อมกับ ส.ส. และคณะรัฐมนตรี พร้อมกันนั้นก็มีการประกาศเลิกใช้รัฐธรรมนูญ ปี พ.ศ. 2540 อันเคยได้ชื่อว่าเป็น รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยมากที่สุดอีกฉบับหนึ่ง แม้การรัฐประหารของประเทศ ไทยจะมีมาอย่างต่อเนื่องนับมากกว่า 10 ครั้ง แต่การรัฐประหารเมื่อปี 49 นั้นเปรียบ เป็นการทำรัฐประหารที่นำมาสู่ความขัดแย้งครั้งใหญ่ของคนไทย และส่งผลมายังทุกวันนี้/p pแถลงดังกล่าว ศนปท. ยังระบุด้วยว่า ต้องให้ทุกคนร่วมตระหนักถึงผลของการทำรัฐประหารที่ไม่ได้หมายถึงทาง ออกเดียวเสมอไป ที่สำคัญการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 49 นั้นยังเป็นต้นเหตุทำให้ชายชราผู้มี อาชีพขับรถแท็กซี่ธรรมดาๆคนหนึ่งต้องตัดสินใจขับรถแท็กซี่ที่ใช้หาเลี้ยงชีพตนนั้น พุ่งชนรถถังที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือของทหารในการทำรัฐประหาร ในวันที่ 30 ก.ย. 49 เพื่อหวังปลิดชีพตัวเองเป็นการประกาศก้องให้โลกรู้ว่าตนขอใต้หากต้องอยู่ภายใต้อำนาจเผด็จการ แต่ท้ายที่สุดการฆ่าตัวตายครั้งนั้นก็ไม่ประสบผลดังที่คาด จนมีทหาร นายหนึ่งกล่าวเยาะเย้ยผ่านสื่อว่า “ไม่มีใครมีอุดมการณ์มากขนาดยอมพลีชีพได้” และ แล้วความมุ่งหวังอันแรงกล้าของลุงนวมทอง/p pก็ได้มาถึงโดยเมื่อตอนดึกของวันที่ 31 ตุลาคม 49 เขาได้ตัดสินใจผูกคอตาย ณ สะพานลอย หน้าสำนักข่าวไทยรัฐ ถ.วิภาวดี และสิ้นใจในที่สุด วันนี้ครบ 8 ปีวันรัฐประหาร วันที่คนไทยต้องสูญเสียชีวิตแรกให้กับผลพวงของการรัฐประหาร นั้นคือ นวมทอง ไพรวัลย์ และนั้นไม่ใช่เพียงหนึ่งชีวิตที่ต้องสูญเสีย ยังได้มีอีกหลายชีวิตที่ถูกสังเวย ภายใต้ปัญหาสะสมที่ทวีความรุนแรงหลังการรัฐประหาร ศนปท. จึงถือโอกาสในวันครบรอบ 8 ปีรัฐประหาร 19 กันยาฯ นี้เตือนสติคนไทยทุกคนให้เห็นถึงผลร้าย ของการรัฐประหารที่ยากจะปฏิเสธ/p p style="text-align: center;"img src="https://farm3.staticflickr.com/2941/15099005607_296e90872c.jpg" //p p style="text-align: center;"img src="https://farm4.staticflickr.com/3863/15262534976_b6e67137a2.jpg" //p p style="text-align: center;"img src="https://farm6.staticflickr.com/5563/15285568735_c420a8e55c.jpg" //p p style="text-align: center;"img src="https://farm4.staticflickr.com/3852/15285568665_37439903f3.jpg" //p p style="text-align: center;"img src="https://farm4.staticflickr.com/3913/15262534926_d5b0b7b0b7.jpg" //p p style="text-align: center;"nbsp;/p div id="fb-root"nbsp;/div script(function(d, s, id) { var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0]; if (d.getElementById(id)) return; js = d.createElement(s); js.id = id; js.src = "//connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1"; fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs); }(document, 'script', 'facebook-jssdk'));/scriptdiv class="fb-post" data-href="https://www.facebook.com/video.php?v=10152377899996699" data-width="466" div class="fb-xfbml-parse-ignore"a href="https://www.facebook.com/video.php?v=10152377899996699"Post/a by a href="https://www.facebook.com/Prachatai"Prachatai/a./div /div pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/LmZYUpejAUI" height="1" width="1"/

19 องค์กรสิทธิ-สิ่งแวดล้อม ร่อน จม.เปิดผนึก จี้พักงาน 'ชัยวัฒน์' จำเลยคดีอุ้มหายบิลลี่

Fri, 19/09/2014 - 14:20
p!--break--!--break--/p p19 ก.ย.2557 องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม ร่วมลงนามในจดหมายเปิดผนึกถึงอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรียกร้องให้พักราชการนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งเป็นจำเลยในคดีอาญาร้ายแรงและพิจารณาอย่างรอบคอบในการกำหนดบุคลากรให้เข้ามารับผิดชอบงานและกำกับดูแลงานในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยพิจารณาแนวทางการในการทำงานที่เคารพต่อหลักการด้านสิทธิมนุษยชน มีแนวทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างสันติวิธี มีการอำนวยความเป็นธรรมต่อประชาชนและเอื้อประโยชน์ต่อการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติของชาติที่ยั่งยืน/p pa href="http://www.komchadluek.net/detail/20140612/186346.html"ก่อนหน้านี้/a กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช มีคำสั่งลงวันที่ 11 มิ.ย. 2557 ให้นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษส่วนอนุรักษณ์และป้องกันทรัพยากร สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 ให้ไปปฏิบัติราชการสำนักอุทยานแห่งชาติ ช่วยปฏิบัติราชการสำนักอุทยานแห่งชาติ โดยนายนิพนธ์ โชติบาล รักษาการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้เหตุผลว่า หลังจากย้ายนายชัยวัฒน์ไปอยู่ที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) แล้ว แต่ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า กรมอุทยานฯ เข้าข้างนายชัยวัฒน์ ให้ความช่วยเหลือตามที่นายชัยวัฒน์ร้องขอ ตนเองจึงปรึกษากับผู้บริหารของกรมอุทยานฯ ซึ่งได้ข้อสรุปให้ย้ายนายชัยวัฒน์ย้ายมาประจำการที่ส่วนกลางกรมอุทยานฯ กรุงเทพฯ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง/p pรายละเอียดมีดังนี้/p pstrongจดหมายเปิดผนึก/strongbr /วันที่ 19 กันยายน 2557br /br /เรื่อง ขอให้พักราชการนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษรbr /เรียน อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชbr /br /สืบเนื่องจากความขัดแย้งในเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติผืนป่าสำคัญของชาติในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีการเผาทำลายบ้าน ยุ้งฉาง และข้าวของชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงดั้งเดิม จนนำมาสู่กรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรงที่สุดคือกรณี นายพอละจี รักจงเจริญ ถูกนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อีก 3 นายได้ควบคุมตัวในเขตอุทยานแห่งชาติกระจาน ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2557 และหลังวันดังกล่าวไม่มีผู้ใดพบเห็นอีกเลยจนถึงปัจจุบันbr /br /องค์กรเครือข่ายดังรายชื่อท้ายหนังสือฉบับนี้ ขอนำเสนอข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณาขอให้พักราชการนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ดังนี้br /br /1. นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร เป็นจำเลยในคดีอาญาที่ 380/2554 ในข้อหาจ้างวานฆ่า นายทัศน์กมล โอบอ้อม แกนนำเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องสิทธิให้แก่ชุมชนบ้านโป่งลึก-บางกลอย ในการเรียกร้องสิทธิของชุมชนบ้านโป่งลึก-บางกลอย โดยปัจจุบันพนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรีได้ยื่นฟ้องนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร เป็นจำเลย ต่อศาลจังหวัดเพชรบุรี และคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลจังหวัดเพชรบุรีbr /br /2. นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร เป็นผู้ถูกฟ้องในคดีปกครองที่ ส.58/2555 สถานะคดี เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2557 ศาลปกครองมีคำสั่งเรียกคู่กรณี มาไต่สวนเพิ่มเติม คดีดังกล่าวซึ่งเป็นคดีชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงดั้งเดิมบ้านบางกลอย-โป่งลึก ที่ถูกขับไล่ เผาบ้านและทรัพย์สิน โดยมีนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร เป็นหัวหน้าปฏิบัติการดังกล่าว จนนำมาสู่การยื่นฟ้องกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ต่อศาลปกครองกลาง เพื่อเยียวยาความเสียหายและรับรองสิทธิชุมชนดั้งเดิมตามรัฐธรรมนูญbr /br /3. นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ได้ถูกแจ้งความกล่าวโทษ โดยกลุ่มอนุรักษ์ จังหวัดราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ นำโดย นางจินตนา แก้วขาว ต่อสำนักงานตำรวจภูธรภาค 7 ให้ดำเนินคดี กรณี นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กับพวกรื้อ ทำลาย บ้านเรือนของชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง ที่ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ตามหนังสือฉบับลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2555 โดย เรื่องดังกล่าวอยู่ในการดำเนินการตรวจสอบของสถานีตำรวจภูธรแก่งกระจานbr /br /4. นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ในฐานะหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ อีก 3 นาย ควบคุมตัวนายพอละจี รักจงเจริญ ข้อเท็จจริงปรากฏในสำนวนการไต่สวนในชั้นศาล จังหวัดเพชรบุรีระบุชัดเจนว่านายพอละจีอยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ในวันที่ 17 เมษายน 2557 แต่ผู้ควบคุมตัวตามกฎหมายในที่นี่คือหัวหน้าอุทยานแห่งชาติฯ ปฏิเสธที่จะรับทราบว่ามีการควบคุมตัวอยู่ แต่กลับอ้างด้วยคำให้การของตนเองและบุคคลที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลในหน่วยงานเดียวกันทั้งเจ้าหน้าที่และนักศึกษาฝึกงาน ปราศจากพยานหลักฐานที่ประจักษ์ อีกทั้งพยานหลักฐานที่นำเสนอต่อศาลนั้นขัดกันและไม่มีความน่าเชื่อถือ เท่ากับว่านายพอละจีเป็นบุคคลที่ถูกบังคับให้สูญหายเป็นสิ่งต้องห้ามและเป็นอาชญากรรมที่ร้ายแรง แม้ว่ากฎหมายไทยจะยังไม่มีข้อหาอาญาต่อความผิดนี้ก็ตาม การปฏิเสธไม่ยอมรับว่ามีการควบคุมตัวนายพอละจีและอ้างว่ามีการปล่อยตัวไปแล้วนั้นย่อมเป็นการปกปิดชะตากรรมของนายพอละจีด้วย ดังนั้นการร้องขอให้ศาลไต่สวนตามมาตรา 90 และศาลได้ยกคำร้องของญาติจึงเป็นการกีดกั้นสิทธิของผู้ตกเป็นเหยื่อของการบังคับให้สูญหายไม่สามารถรับรู้ถึงความจริงเกี่ยวกับชะตากรรมของนายพอละจี และยังไม่ใช่เป็นการที่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร และพวกหลุดพ้นจากข้อกล่าวหาว่ามีส่วนรู้เห็นในการหายตัวไปของนายพอละจีแต่อย่างใด ขณะนี้ผู้ร้องคือภรรยาของนายพอละจีได้ยื่นขออุทธรณ์ต่อศาลจังหวัดเพชรบุรีเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2557br /br /5. นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร คดีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีการจับกุมตัวนายพอละจีในความผิดมีน้ำผึ้งป่าไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2557 โดยไม่นำตัวส่งพนักงานสอบสวน ไม่มีการทำบันทึกจับกุมและไม่มีการทำบันทึกการปล่อยตัวผู้กระทำความผิด ปัจจุบันคดีอยู่ในการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ กระทรวงยุติธรรม (ป.ป.ท.) ซึ่งที่ประชุม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ กระทรวงยุติธรรม (ป.ป.ท.) เห็นว่าคดีมีมูล จึงมีมติรับเป็นคดี และให้ตั้งคณะอนุกรรมการฯ ขึ้นมาตรวจสอบbr /br /6. นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ขณะดำรงตำแหน่งหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีภาพ และคลิปวิดีโอ การแปรรูปไม้ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งผลการสอบสวนของคณะกรรมการจากกรมอุทยาน สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พบว่าเป็นการกระทำโดยเจ้าหน้าที่อุทยาน และต่อมากองกำกับการภูธรจังหวัดเพชรบุรี โดย พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุขแสวง รองผู้บังคับการ ได้ลงพื้นที่พร้อมคณะวิทยาการจังหวัดเพชรบุรี พบว่าบริเวณโดยรอบหน่วยแม่สะเรียง (กจ.10) พบการโค่นล้ม ไม้ และแปรรูปไม้ โดยใช้เลื่อยยนต์ อีกจำนวน 26 ต้นbr /br /นอกจากองค์กรสิทธิมนุษยชนทั้งในและต่างประเทศให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับการหายตัวไปและการเรียกร้องสิทธิให้กับนายพอละจี รักจงเจริญนักต่อสู้ชาวกระเหรี่ยงแล้ว อีกทั้งการให้ความสำคัญกับสิทธิของชนเผ่ากลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่อาศัยในป่าก็เป็นหลักการสำคัญขององค์การสหประชาชาติและองค์การยูเนสโกด้วย ดังข้อเท็จจริงดังต่อไปนี้br /br /1. คณะกรรมการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อเชื้อชาติแห่งองค์การสหประชาชาติที่ประเทศไทยเป็นรัฐภาคีได้ระบุว่าในเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2555 ให้รับพิจารณาเรื่องร้องเรียนกรณีชาวกระเหรี่ยงในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานถูกบังคับไล่รื้อ เผาทำลายบ้านและยุ้งข้าวไว้เป็นเรื่องเร่งด่วนและได้จัดให้มีจดหมายแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าวลงวันที่ 9 มีนาคม 2555 ส่งถึงรัฐบาลไทยเพื่อต้องการทราบรายละเอียดขั้นตอนการดำเนินการเพื่อปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ของชาวกระเหรี่ยงในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานbr /br /2. คณะกรรมการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อเชื้อชาติแห่งองค์การสหประชาชาติได้เผยแพร่ข้อสังเกตเชิงสรุปในเอกสาร CERD/C/THA/Q/1-3 ลงวันที่ 3 กรกฎาคม 2555 ในย่อหน้าที่ 16 มีความว่า “ในประเทศไทยกฎหมายอนุรักษ์ป่าไม้และสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่หลายฉบับส่งผลกระทบเชิงการเลือกปฏิบัติต่อกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในป่า คณะกรรมการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อเชื้อชาติยังกังวลว่าประเทศไทยไม่ขอรับฟังคำยินยอมโดยสมัครใจและล่วงหน้าก่อนที่จะมีการตัดสินใจใดใดว่าจะมีผลกระทบต่อกลุ่มชาติพันธุ์หรือไม่”br /br /3. คณะกรรมการต่อต้านการทรมานแห่งองค์การสหประชาชาติที่ประเทศไทยเป็นรัฐภาคีได้เผยแพร่ข้อสังเกตเชิงสรุปในเอกสารลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 ในย่อหน้าที่ 14 ว่า “มีกรณีที่กล่าวหาว่านักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนด้านต่อต้านการทุจริตและด้านสิ่งแวดล้อม และผู้ที่เป็นพยานการละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีล่าสุดนายพอละจี รักจงเจริญ ... คณะกรรมการฯ เสนอให้ประเทศไทยควรใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อป้องกันการบังคับให้สูญหายและเพื่อการต่อสู้กับการลอยนวลพ้นผิด”br /br /ด้วยเหตุผลทั้งความจำเป็นที่จะคงไว้ซึ่งหลักการด้านการอำนวยความเป็นธรรมต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบต่อนโยบายและการบริหารจัดการบุคคลกรของรัฐโดยเฉพาะต่อการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติของชาติให้เป็นสมบัติของชาติและของโลก และในขณะเดียวกันเป็นต้องเป็นการคุ้มครองสิทธิของประชาชนที่อยู่อาศัยเป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมในพื้นที่อนุรักษ์ภายใต้หลักการสากลด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานกำลังถูกเสนอชื่อเป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติภายใต้กรอบของยูเนสโกเป็นอันเป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทยอย่างสมภาคภูมิbr /br /องค์กรเครือข่ายดังรายชื่อท้ายหนังสือฉบับนี้ ขอให้ท่านในฐานะอธิบดีกรมอุทยานฯ พิจารณาขอเรียกร้องให้พักราชการนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ซึ่งเป็นจำเลยในคดีอาญาร้ายแรงและพิจารณาอย่างรอบคอบในการกำหนดบุคลากรให้เข้ามารับผิดชอบงานและกำกับดูแลงานในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยพิจารณาแนวทางการในการทำงานที่เคารพต่อหลักการด้านสิทธิมนุษยชน มีแนวทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างสันติวิธี มีการอำนวยความเป็นธรรมต่อประชาชนและเอื้อประโยชน์ต่อการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติของชาติที่ยั่งยืนbr /br /รายนามองค์กรแนบท้ายbr /1. สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนbr /2. สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชนbr /3. มูลนิธิผสานวัฒนธรรมbr /4. มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อมbr /5. เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทยbr /6. เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองภาคกลางบน ตะวันตก ตะวันออกbr /7. เครือข่ายพิทักษ์รักษ์ป่าแก่งกระจานbr /8. เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมเขตงานตะนาวศรีbr /9. คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อความยุติธรรมและสันติbr /10. เครือข่ายศิลปินเพื่อสิ่งแวดล้อมbr /11. เครือข่ายสืบเจตนารมณ์ 14 ตุลา 16br /12. กลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์br /13. เครือข่ายกลุ่มอนุรักษ์ ฯ บางสะพานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์br /14. สมาพันธ์เครือข่ายกระเหรี่ยงแห่งสยามbr /15. เครือข่ายกลุ่มเกษตรกรภาคเหนือbr /16. ศูนย์ปฏิบัติการร่วมเพื่อแก้ไขปัญหาประชาชนบนพื้นที่สูง(ศปส.)br /17. Pestalozzi Children's Foundationbr /18. มูลนิธิภาษาศาสตร์ประยุกต์br /19. สมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาในประเทศไทย/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/_yJsTH4cJF0" height="1" width="1"/

'ประยุทธ์' ยันทำความเข้าใจชาวสวนยางแล้ว ไม่มีชุมนุมประท้วง

Fri, 19/09/2014 - 13:56
pพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ยืนยันได้พูดคุยทำความเข้าใจกับเกษตรกรชาวสวนยางพาราแล้ว โดยจะไม่มีการเคลื่อนไหวมาชุมนุมประท้วง คาด 2-3 ปีนี้ การแก้ไขราคายางพาราจะเป็นระบบ เบื้องต้นให้เงินชดเชย 2,520 บาท/ไร่/p p!--break--!--break--/ppbr /br /19 ก.ย. 2557 a href="http://www.mcot.net/site/content?id=541bbdeebe047001ee8b458f#.VBvLuyX7vFU"สำนักข่าวไทย/aรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ ว่าได้เชิญตัวแทนภาครัฐ เอกชน และประชาชนเข้าร่วม บรรยากาศเป็นไปด้วยดี โดยจะผลักดันให้เรื่องยางเป็นวาระแห่งชาติ คาดว่าในอีก 2-3 ปี จะแก้ปัญหาราคายางพาราอย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกันจะออกมาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือเกษตรกร ทั้งการให้เงินชดเชย 2,520 บาท/ไร่ และการให้เงินกู้ 5,000 ล้านบาท กับสหกรณ์ยางในการปล่อยกู้รับซื้อยาง และให้ขยายประเภทสหกรณ์ในการรับซื้อยาง ขณะที่ระยะกลางและระยะยาว จะควบคุมพื้นที่ปลูกยาง ส่งเสริมการปลูกยาง บริหารจัดการและใช้งานวิจัยมาสนับสนุนเพื่อเพิมมูลค่ายางต่อไปbr /br /nbsp;ทั้งนี้ในสัปดาห์หน้า ปลัดกระทรวงเกษตรฯ จะไปประชุมคณะกรรมการไตรภาคีกับผู้ผลิตยาง เพื่อให้ราคายางสอดคล้องกับกลไกตลาดโลก และอยู่ในราคาที่เกษตรกรรับได้br /br /ส่วนการเคลื่อนไหวของเกษตรกรภาคใต้ 16 จังหวัด ที่จะรวมตัวประท้วงให้รัฐบาลรับประกันราคายางเป็นกิโลกรัมละ 70 บาท ในวันนี้ตัวแทนได้มาพูดคุยแล้วว่าจะไม่มีการชุมนุม เพราะเข้าใจแนวทางการแก้ปัญหาของรัฐบาล ที่จะทำให้ราคายางพารามีราคาดีขึ้นbr /br /br /br /nbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/yJOQgqM2CZI" height="1" width="1"/

กวีประชาไท: ยุคมืด!

Fri, 19/09/2014 - 13:31
!--break--!--break-- pnbsp;/p pประหารประชาธิปไตย/p pดึงไทยกลับไปเข้าถ้ำ/p pใช้ปืนบังคับต้องทำ/p pไม่ทำเรียกไปขึ้นศาล/p pnbsp;/p pอาศัยความเฉยเย็นชา/p pของคนหน้าชาตายด้าน/p pหลงผิดคิดชอบทหาร/p pช่วยกันสังหารประเทศไทย/p pnbsp;/p pตรรกะผิดเพี้ยนเหม็นหืน/p pจุดยืนฝืนกาลสมัย/p pโลกเขาหมุนไปแสนไกล/p pแต่ไทยไปยุคบรรพกาล/p pnbsp;/p pข่มขืนโคให้กินหญ้า/p pห้ามเสวนาห้ามจัดงาน/p pใครจัดต้องโดนประหาร/p pสืบสานตำนานยุคมืด/p pnbsp;/p pหนึ่งปีแล้วรัฐถูกประหาร/p pอีกนานต้องดูมุขฝืด/p pหนึ่งปีแห่งการขึงพืด/p pจืดชืดน่าเบื่อเหลือทน./p pnbsp;/p pnbsp; nbsp; nbsp;19 กันยายน 2557/p divnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/8fkszvW3TLw" height="1" width="1"/

ICT บล็อกเว็บสารานุกรมเสรี 'วิกิพีเดียภาษาไทย' ระบุ “เนื้อหาไม่เหมาะสม"

Fri, 19/09/2014 - 12:44
pเว็บสารานุกรมเสรี ‘วิกิพีเดียภาษาไทย’ ถูกกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร บล็อกพร้อมระบุ “มีเนื้อหาและข้อมูลที่ไม่เหมาะสม" ล่าสุดเมื่อเวลา 15.25 น. สามารถเข้าได้แล้ว/p p!--break--!--break--/p pspan style="color:#ff8c00;"ล่าสุด 15.25 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการตรวจสอบ สามารถเข้าเว็บไซต์ 'วิกิพีเดียภาษาไทย' ได้แล้วทั้งผ่านเครื่อข่าย 3bb และ True/span/p p style="text-align: center;"img src="https://farm3.staticflickr.com/2941/15098338637_5909055faf.jpg" //p pหมายเหตุ : 13.23 น. ประชาไทได้แก้ไขพาดหัวข่าวและเนื้อหาข่าวจากemspan style="color:#696969;" 'ICT บล็อกวิกิพีเดียหน้า ‘นวมทอง ไพรวัลย์’ แท็กซี่ต้านรัฐประหาร49 ระบุ “เนื้อหาไม่เหมาะสม"/span/em เป็นspan style="color: rgb(105, 105, 105);"em 'ICT บล็อกเว็บสารานุกรมเสรี 'วิกิพีเดียภาษาไทย' nbsp;ระบุ “เนื้อหาไม่เหมาะสม"/em/span/p pเนื่องจากผู้สื่อข่าวตรวจสอบเวลา 13.23 น. ไม่ใช่เพียงหน้า 'นวมทอง ไพรวัลย์' เท่านั้นที่ถูกกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ICT บล็อก แต่เป็นทั้งเว็บไซต์ 'a href="http://th.wikipedia.org"http://th.wikipedia.org'/anbsp;พร้อมข้อความว่า "เว็ปไซต์นี้มีเนื้อหาและข้อมูลที่ไม่เหมาะสม"/p pจากการสำรวจเครือข่ายที่ไม่สามารถเข้าถึงหน้าเว็บไซต์ดังกล่าวเบื้องต้นประกอบด้วย 3bb และ True อย่างไรก็ตาม URL ที่เป็นnbsp;a href="https://th.wikipedia.org"https/anbsp;ยังสามรถเข้าได้ เช่นเดียวกับ เวอร์ชั่นสำหรับดูผ่านโทรศัพท์มือถือ URLnbsp;a href="http://th.m.wikipedia.org"http://th.m.wikipedia.org/anbsp;ยังสามารถเข้าได้เช่นกัน/p divสำหรับเว็บไซต์วิกิพีเดียระบุว่าเป็นโครงการสารานุกรมเนื้อหาเสรีหลายภาษาบนเว็บ โดยมีรูปแบบแก้ไขได้อย่างเปิดเผย พร้อมลิงก์นำผู้ใช้ไปยังหน้าที่เกี่ยวข้องกันที่มีข้อมูลเพิ่มเติม เขียนขึ้นด้วยความร่วมมือของกลุ่มอาสาสมัครนิรนามบนอินเทอร์เน็ตเป็นหลัก ซึ่งไม่ได้รับผลตอบแทนใด ๆ จากการเขียน ผู้ใดที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ สามารถเขียนและแก้ไขบทความวิกิพีเดียได้ทั้งสิ้น ยกเว้นบางกรณีที่จำกัดการแก้ไขเพื่อป้องกันการรบกวนหรือก่อกวน ผู้เขียนไม่จำเป็นต้องเผยชื่อจริงในวิกิพีเดีย อาจใช้นามแฝง หรือเลือกเปิดเผยตัวตนแท้จริงก็ได้nbsp;/div divnbsp;/div divวิกิพีเดีย ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2544 วิกิพีเดียได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว กระทั่งกลายเป็นเว็บไซต์อ้างอิงใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยมีผู้เข้าชม 470 ล้านคนต่อเดือน จากสถิติเมื่อเดือน ก.พ. 55 และมีผู้ที่ยังร่วมเขียนอย่างต่อเนื่องอยู่กว่า 77,000 คน กำลังเขียนบทความกว่า 31,000,000 บทความ ในวิกิพีเดีย 285 ภาษา ปัจจุบัน วิกิพีเดียภาษาไทยมี 89,665 บทความnbsp;/div pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/D5TI-6u1zJE" height="1" width="1"/

ICT บล็อกวิกิพีเดียหน้า ‘นวมทอง ไพรวัลย์’ แท็กซี่ต้านรัฐประหาร49 ระบุ “เนื้อหาไม่เหมาะสม"

Fri, 19/09/2014 - 12:44
pข้อมูล ‘นวมทอง ไพรวัลย์’ คนขับแท็กซี่ต้านรัฐประหาร 49 ในเว็บสารานุกรมเสรี ‘วิกิพีเดีย’ ถูกกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร บล็อกพร้อมระบุ “มีเนื้อหาและข้อมูลที่ไม่เหมาะสม"/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img src="https://farm6.staticflickr.com/5557/15098341048_f47ac795d7.jpg" //p p19 ก.ย.2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ‘a href="http://th.wikipedia.org/wiki/นวมทอง_ไพรวัลย์"นวมทอง ไพรวัลย์/a’ (URL : a href="http://th.wikipedia.org/wiki/นวมทอง_ไพรวัลย์"http://th.wikipedia.org/wiki/นวมทอง_ไพรวัลย์/a ) nbsp;ในเว็บสารานุกรมเสรี ‘วิกิพีเดีย(wikipedia.org)’ ถูกระงับโดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ICT พร้อมข้อความว่า "เว็ปไซต์นี้มีเนื้อหาและข้อมูลที่ไม่เหมาะสม" โดยจากการสำรวจเครือข่ายที่ไม่สามารถเข้าถึงหน้าเว็บไซต์ดังกล่าวเบื้องต้นประกอบด้วย 3bb และ True/p pอย่างไรก็ตาม URL ที่เป็น a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87_%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B9%8C"htpps/a ยังสามรถเข้าได้ เช่นเดียวกับ เวอร์ชั่นสำหรับสมาทโฟน URL a href="http://th.m.wikipedia.org/wiki/นวมทอง_ไพรวัลย์"http://th.m.wikipedia.org/wiki/นวมทอง_ไพรวัลย์/a nbsp;ก็ยังสามารถเข้าได้เช่นกัน/p p style="text-align: center;"img src="https://farm3.staticflickr.com/2941/15098338637_5909055faf.jpg" //p pสำหรับวิกิพีเดียหน้า ‘นวมทอง ไพรวัลย์’ เป็นการรวบรวมข้อมูลโดยย่อนายนวมทอง ไพรวัลย์ คนขับแท็กซี่ผูกคอตายใต้สะพานลอยหน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ถนนวิภาวดีรังสิต คืนวันที่ 31 ต.ค.2549 โดยมีจดหมายลาตายระบุว่า ต้องการลบคำสบประมาทของ พ.อ.อัคร ทิพโรจน์ รองโฆษกคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปก.) ที่ว่า “ไม่มีใครมีอุดมการณ์มากขนาดยอมพลีชีพได้” หลังจากก่อนหน้านี้เขาขับแท็กซี่พุ่งชนรถถังของคณะรัฐประหาร ที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าจนบาดเจ็บสาหัสเมื่อวันที่ 30 ก.ย.2549 เพื่อประท้วงการรัฐประหารnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/JGZ7IBbSDDo" height="1" width="1"/

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน 'สมยศ พฤกษาเกษมสุข' ผิด 112-หมิ่นสพรั่ง จำคุก 11 ปี

Fri, 19/09/2014 - 12:19
pศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น คดีอาญา มาตรา 112-หมิ่นสพรั่ง นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข อดีตบรรณาธิการนิตยสาร Voice of Taksin ให้ต้องขัง 11 ปี ภรรยาสมยศผิดหวังระบบศาล ไม่ทราบล่วงหน้าจะมีการอ่านคำพิพากษา/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="http://www.prachatai.com/sites/default/files/u7/49492.jpg" style="height: 206px; width: 400px;" /br /span style="color:#ff8c00;"แฟ้มภาพ: ประชาไท (2556)/span/p p19 ก.ย. 2557 ที่ห้อง 808 อาคารศาลอาญารัชดา ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ระบุ อัยการยื่นฟ้องนายสมยศ ฐานหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112 จากกรณีที่นายสมยศ ซึ่งเป็นบรรณาธิการนิตยสาร วอยซ์ ออฟ ทักษิณ ได้จัดพิมพ์ จัดจำหน่าย นิตยสาร ซึ่งมีบทความที่ไม่เหมาะสมของผู้ใช้นามปากกาว่า จิตร พลจันทร์ เรื่องแผนนองเลือดกับยิงข้ามรุ่น ฉบับที่ 15 เดือนกุมภาพันธ์ และ เรื่อง 6 ตุลาแห่ง พ.ศ.2553 ฉบับที่ 16 เดือนมีนาคม 2553/p pคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2556 ให้จำคุกนายสมยศ 10 ปี โดยไม่รอลงอาญา และให้นับโทษต่อจากคดีที่นายสมยศ หมิ่นประมาท พลเอกสพรั่ง กัลยาณมิตร อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก 1 ปี รวมจำคุก 11 ปี/p pโดยศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่าที่นายสมยศ อุทธรณ์ต่อสู้ว่า พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ.2550 มีบทบัญญัติยกเลิก พ.ร.บ.การพิมพ์ พ.ศ.2484 และในฐานะบรรณาธิการไม่ต้องรับผิดนั้น ศาลเห็นว่าการกระทำของนายสมยศ เป็นความผิดฐานหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ไม่ใช่เพียงการรับผิดในฐานะบรรณาธิการ/p pส่วนที่นายสมยศต่อสู้ว่าตนเองไม่ใช่ผู้เขียนบทความดังกล่าวนั้น ศาลเห็นว่าโจทก์ฟ้องว่านายสมยศหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ด้วยการจัดพิมพ์ จัดจำหน่ายนิตยสาร ศาลอุทธรณ์จึงไม่รับวินิจฉัยประเด็นนี้/p pและที่นายสมยศต่อสู้ว่าเนื้อหาในบทความสื่อความหมายถึงอำมาตย์ มิใช่สถาบันเบื้องสูง นั้นคดีนี้โจทก์มีพยาน ทั้งเจ้าหน้าที่ข้าราชการทหาร นักศึกษา และบุคคลอื่น ที่ได้อ่านบทความดังกล่าวแล้ว ต่างเข้าใจว่าเนื้อหาในบทความพาดพิงถึงสถาบันเบื้องสูง ซึ่งพยานก็ไม่เคยรู้จักและไม่มีสาเหตุโกรธเคือง กับนายสมยศ มาก่อน พยานหลักฐานของนายสมยศ ไม่สามารถหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้/p pที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้นศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วยพิพากษายืน จำคุก 10 ปี พร้อมให้นับโทษต่อจากคดีที่นายสมยศ หมิ่นประมาท พลเอกสพรั่ง กัลยาณมิตร อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก 1 ปี รวมจำคุก 11 ปี/p pภายหลังศาลอ่านคำพิพากษา สมยศมีสีหน้าที่เคร่งเครียด พร้อมกล่าวสั้นๆ ว่าจะฎีกาสู้คดีต่อในประเด็นของข้อกฎหมาย ส่วนสุขภาพขณะนี้ก็เป็นไปตามวัยคนอายุ 53 ที่อยู่ภายในเรือนจำ ซึ่งตนเองถูกคุมขังมากว่า 3 ปี 6 เดือนแล้ว/p pผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การอ่านคำพิพากษาในวันนี้ ไม่มีการแจ้งทนายหรือญาติล่วงหน้าแต่อย่างใด และหลังอ่านคำพิพากษา เจ้าหน้าที่ได้นำตัวสมยศกลับเรือนจำทันที ทั้งที่โดยปกติแล้ว ผู้ต้องหาที่มาศาลทั้งหมดจะถูกนำตัวกลับเรือนจำในเวลา 18.00 น. พร้อมกัน/p pผู้ใกล้ชิดแจ้งว่านายสมยศระบุว่า เพิ่งทราบว่าต้องออกศาลมาฟังคำพิพากษาเมื่อเช้านี้ หลังจากฟังคำพิพากษาแล้วเบื้องต้นยังไม่ได้หารือกับทนายความ แต่ตั้งใจจะต่อสู้คดีในชั้นศาลฏีกาnbsp;br /br /"มันไม่มีทางเลือก ไม่อย่างนั้นเราจะหาความยุติธรรมได้จากตรงไหน เรายังเชื่อในความบริสุทธิ์ใจของเราและต้องการพิสูจน์ความถูกต้องว่าเราไม่ได้กระทำผิด" สมยศกล่าวnbsp;br /br /ด้านนางสุกัญญา พฤกษาเกษมสุข ภรรยานายสมยศกล่าวว่า ทางครอบครัวและทนายความรวมถึงตัวของสมยศเองไม่ทราบมาก่อนว่าจะมีการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันนี้ เนื่องจากเมือวาน (18 ก.ย.) เธอก็ได้เข้าเยี่ยมสมยศและไม่มีใครทราบเรื่องนี้ ส่วนทางทนายความมีการส่งผู้ช่วยทนายไปแจ้งศาลเรื่องการเปลี่ยนที่อยู่สำนักงานนานแล้ว หากมีการตกหล่นผิดพลาด หมายต่างๆ ของคดีอื่นๆ ก็น่าจะไม่ถึงสำนักงานใหม่เช่นกัน แต่ทุกคดีก็ส่งถึงที่อยู่ใหม่ทั้งหมดnbsp;br /br /"รู้สึกว่าการที่ไม่มีการแจ้งกำหนดวันอ่านคำพิพากษาก่อน ไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่โปร่งใส เราเสียโอกาสที่จะได้รับฟังการพิจารณาด้วย โดยเฉพาะเมื่อพิพากษายืนแบบนี้ มันกระทบจิตใจเจ้าตัวมากๆ เราต้องการจะ support เขา แต่เราก็ไม่สามารถอยู่กับเขาได้" สุกัญญากล่าว/p pbr /nbsp;/p pที่มาบางส่วนจาก a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1411100547"มติชนออนไลน์ /a/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2013/08/47975" target="_blank"ศาลปฏิเสธคำขอประกันสมยศเป็นครั้งที่15 เหตุผล #039;เกรงว่าจะหลบหนี#039;/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/Dl6u3rLbYqY" height="1" width="1"/

กวีประชาไท: เพื่อน

Fri, 19/09/2014 - 09:06
!--break--!--break-- pnbsp;/p p style="text-align: center;"nbsp;/p p style="text-align: center;"เพื่อนเอ๋ยยามทุกข์ยากnbsp; เอ็งลำบากแทนข้าได้br /ทุกข์ร้อนยากเย็นใดnbsp; บ่เคยเกี่ยวบ่เลี่ยงงานbr /ฝากเอ็งดูแลแม่nbsp; สุขภาพแย่ถูกหักหาญbr /น้องชายอยู่ทางบ้านnbsp; ฝากเอ็งดูข่วยข้าทีbr /วัวควายตามใต้ถุนnbsp; เลี้ยงเอาบุญอย่าไล่หนีbr /รถราที่ข้ามีnbsp; เชิญเอ็งขี่ตามสบายbr /ข้าวเต็มท้องทุ่งใหญ่nbsp; เอ็งเหลือใช้ก็เก็บขายbr /ฝาบ้านติดรูปยาย วานเช็ดฝุ่นที่เกรอะกรังbr /โรงเรียนข้าเคยอยู่nbsp; ฝากบอกครูที่ปลูกฝังbr /ว่าข้าพลัดเรือนรังnbsp; จำไร้เงาจะเข้าเรียนbr /ฝากแฟนที่เคียงข้างnbsp; ถ้าเธอว่างก็ให้เขียนbr /จดหมายมาแวะเวียน ถ้าหายไปเอ็งช่วยดูbr /เพื่อนเอ๋ยเอ็งเพื่อนข้าnbsp; อย่าระอาเรื่องหนาหูbr /เอ็งอายแทบแทรกรูnbsp; ยอมขอโทษได้โปรดข้าbr /แต่เอ็งยังเคียงข้างnbsp; ไม่ลากันห่างหายหน้าbr /ส่งน้ำและข้าวปลาnbsp; ให้ข้ากินยามทุกข์ทนbr /เอ็งท้อรอฟ้าใหม่nbsp; ที่สดไสไม่สับสนbr /กอดกรงใจร้อนรนnbsp; เป็นห่วงเอ็งถูกคุกคามbr /เพื่อนเอ๋ยเอ็งคือเพื่อนnbsp; มิร้างเลือนรอไถ่ถามbr /คิดถึงเอ็งทุกยามnbsp; น้ำตาร่วงเป็นห่วงเอ็งbr /(เฝ้ารอเอ็งทุกยามnbsp; น้ำตาร่วงเป็นห่วงเอ็ง)/p p style="text-align: center;"nbsp;/p pstrongเกี่ยวกับผู้เขียน: nbsp;/strongnbsp;ปติวัฒน์ (ไม่เปิดเผยนามสกุล) เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น nbsp;เป็นนักแสดงละครเรื่องa href="http://www.prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2"เจ้าสาวหมาป่า/a ซึ่งถูกออกหมายจับและเป็นผู้ต้องขังคดี112 ซึ่งอยู่ในกระบวนการสอบสวน โดยวันนี้ (19 กันยายน 2557) เจ้าพนักงานสอบสวนได้ทำเรื่องขอฝากขลังผลัดที่3br /nbsp;/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="http://www.prachatai.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2" target="_blank"เจ้าสาวหมาป่า/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/MHjMU6Geifc" height="1" width="1"/

ดูงานประชามติสกอตแลนด์-'สมชัย ศรีสุทธิยากร' บอกเรียบร้อยกว่าไทยเลือกตั้ง

Fri, 19/09/2014 - 03:25
pสมชัย ศรีสุทธิยากร และ ประธาน กกต. พาผู้อบรมหลักสูตร พตส.5 ดูงานลงประชามติสกอตแลนด์ เผยเปรียบกับเลือกตั้งของไทยพบว่าบรรยากาศเรียบร้อย แม้ต่างความคิดกันแต่ก็ไม่รุนแรง ทั้งสองฝ่ายใช้ข้อมูลเหตุผล ภาคประชาชนสังคมสนับสนุนจริงจัง/p p!--break--!--break--/pp19 ก.ย. 2557 - a href="http://news.voicetv.co.th/thailand/118088.html"เว็บไซต์วอยซ์ทีวี /aรายงานว่า นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ด้านการบริหารการเลือกตั้ง ระบุถึงการดูงานการลงประชามติของสกอตแลนด์ เปรียบเทียบกับการเลือกตั้งของไทย พบว่า บรรยากาศเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่มีความรุนแรง แม้จะมีความคิดเห็นต่างกัน nbsp;กรรมการการเลือกตั้ง มีการเตรียมการ และเผยแพร่ข่าวสาร ส่วนฝ่ายการเมือง 2 ขั้ว ต่างรณรงค์ใช้ข้อมูลเชิงเหตุผล nbsp;ขณะที่ประชาชนและภาคสังคม มีส่วนสนับสนุนอย่างจริงจัง/p pทั้งนี้นายสมชัย อยู่ระหว่างการเดินทางไปศึกษาดูงานการจัดการเลือกตั้งของสหราชอาณาจักร และการลงประชามติในสกอตแลนด์ ร่วมกับนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. และนายประวิช รัตนเพียร กกต. พร้อมคณะนักศึกษาหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 5 (พตส.5) ที่เมืองกลาสโกว์ และเมืองเอดินเบอระ สกอตแลนด์ สหราชอาณาจักร สำหรับรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือดเข้ารับการศึกษาอบรม พตส.5 จำนวน 80 ราย สามารถดูได้ในa href="http://www2.ect.go.th/content.php?Province=apedamp;SiteMenuID=5021amp;Action=viewamp;Sys_Page=amp;Sys_PageSize=amp;DataID=18786"เว็บไซต์ของ กกต./a/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/FydvqdO7rzA" height="1" width="1"/

อสมา มังกรชัย: ชนชั้นนำมลายูและโครงสร้างอำนาจชายแดนใต้

Thu, 18/09/2014 - 23:54
p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm6.staticflickr.com/5580/15092832879_0482dbef89_z.jpg" style="width: 560px; height: 315px;" //p p style="text-align: center;"nbsp;/p p style="text-align: center;"iframe allowfullscreen="" frameborder="0" height="315" src="//www.youtube.com/embed/wG_DqfOznGY" width="560"/iframe/p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"strongการนำเสนอหัวข้อ "ชนชั้นนำมลายูและโครงสร้างอำนาจชายแดนใต้" โดยอสมา มังกรชัย/strong/span/p pในเวทีวิชาการ "มุสลิมและกระแสอิสลามในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" จัดโดย ศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ วารสารธรรมศาสตร์และกองบริหารการวิจัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 13-14 กันยายนที่ผ่านมา ที่คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่นั้น โดยในวันที่ 14 ก.ย. ในหัวข้อ 4 "การเมือง-วัฒนธรรมมลายูในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้" อสมา มังกรชัย คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี นำเสนอหัวข้อ"ชนชั้นนำมลายูและโครงสร้างอำนาจชายแดนใต้"/p pเนื้อหาของการนำเสนอ ผู้ศึกษาใช้ทฤษฎีทุนและสนามของ Pierre Bourdieu โดยการนำเสนอประกอบด้วย หนึ่ง ทัศนะชนชั้นนำที่มีต่อเขตปกครองพิเศษ สอง ทุนของชนชั้นนำ และตารางจำแนกรายละเอียดว่าชนชั้นนำที่ได้คุย 30 คนและคัดเลือก 8 คน จากการสัมภาษณ์ชีวประวัติเชิงลึก ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ประกอบทุนขึ้นมาแบบไหน และได้เลื่อนตำแหน่งแห่งชั้นถือครองพื้นที่ในสนามด้วยยุทธวิธีอะไร และถือครองทุนอะไรบ้างในสนาม/p pตอนท้าย อสมากล่าวว่า ทุนทางวัฒนธรรมที่สังคมของสังคมมลายู ก็คือความเป็นอิสลามมลายู สำนึกตัวตนแบบมลายูบวกอิสลาม บวกสำนึกการต่อสู้ต่อรองกับรัฐเพื่อให้ได้มาซึ่งความยุติธรรม ในสนามทางการเมืองจะเห็นชัด ความเป็นเครือญาติก็ทำงานในสนามการเมือง เช่น มีการซื้อเสียงเวลาผ่านเครือข่ายญาติ นอกจากนี้ย่านใดก็ตามที่ตระกูลไหนมีญาติเยอะที่สุดก็จะได้คะแนนในสายตระกูลนั้น/p pส่วน "ออแฆแบแด" หรือผู้มีอำนาจในท้องถิ่น ครั้งหนึ่งเคยเป็นทั้งอำนาจที่ปกครองคุ้มครองและกดทับชาวบ้าน แต่หลังจากสถานการณ์รุนแรงเกิดขึ้น "ออแฆแบแด" ก็เปลี่ยนโฉมไปเยอะ กลายเป็นอำนาจที่กดคนมากกว่าจะพิทักษ์ปกป้อง เช่น กำนันอิทธิพล เวลาเห็นชาวบ้านมีปัญหาก็จะเอาชื่อชาวบ้านไปบอกว่าเป็นขบวนการ อำนาจต่อรองในท้องถิ่นก็หดหายไปเยอะ กลายเป็น "ออแฆแบแด" ที่บวกอิทธิพลของรัฐ/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/QKJ4Uy3tJH0" height="1" width="1"/

กวีประชาไท: วิธีแก้ปัญหาแบบยุค "ดึกดำบรรพ์"

Thu, 18/09/2014 - 22:15
!--break--!--break-- pnbsp;/p pnbsp;/p pเกิดแล้วยังเกิดซ้ำbr /ความอัปยศยุคดึกดำบรรพ์สมัยbr /ซากฟอสซิลคืนชีวิตลิดรอนไทbr /ทะมึนดำคำรามในโลกาภิวัฒน์/p pการตัดสินโดยใช้กำลังbr /ที่หว่านคำหวานให้ฟังเป็นอสัตย์br /"โถ ยุคใหม่ ใครจะประหารรัฐ"br /แล้วที่ชัด วันนี้ ปิศาจใด/p pใครกันปลุกไดโนเสาร์br /จากฝุ่นเถ้าแล้วเข้าแปลงพันธุกรรมใหม่br /เรียนรู้จากความผิดพลั้งครั้งก่อนใช้br /จนเกิดได้ สายพันธุ์อันเยี่ยมยุทธ/p pเป็นอสุรกายมหึมาbr /กรงเล็บคมเงื้อง้ากระชากฉุดbr /ถอนรากโคนปูพรมเดินหน้ารุดbr /ติดอาวุธทุกองคาพยพพันธุ์เดียวกัน/p pแล้วจึงเริ่มกล่อมประสาทbr /บทสวดประหลาดของศาสดาผู้อัดอั้นbr /เช้า เที่ยง เย็น หัวถึงหมอนก่อนนอนฝันbr /ซึมแผ่ซ่านอยู่ในเนื้อ ในกระดูกดำ/p pที่สุดก็ทำให้เป็น "ซอมบี้"br /เหล่าผีดิบเซื่องๆอาศัยถ้ำbr /จะซ้ายหัน ขวาหัน ต้องฟังผู้นำbr /สมองช้ำ แขนขาเปลี้ย ไปเองไม่เป็น/p pคือความสำเร็จbr /ควบคุมได้เบ็ดเสร็จ จนเข็ดเต้นbr /แม้หลืบซอกตรอกแคบแทบไม่เว้นbr /แต่ก็ใช่ว่า จะอยู่เป็น ตลอดกาล/p pเพราะ...เกิดแล้วจะเกิดซ้ำbr /เมื่อฟอสซิล ดึกดำบรรพ์อื่น เริ่มขืนต้านbr /ด้วยผลประโยชน์ไม่ลงรอยหอยกระเดือกนั้นbr /ก็ใช้กำลัง อีกครั้ง "ประหารรัฐ"/p pด้วยผลประโยชน์ผิดกลิ่นชีวพันธุ์br /ก็ใช้วิธีการ ดึกดำบรรพ์ "ประหารรัฐ"/p pnbsp;/p p19 กย 57br /วาระ....ครบรอบ 8 ปีbr /รัฐประหาร 19 กันยายน 2549/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/rSkbwzK9Cwg" height="1" width="1"/

อาจารย์-นักศึกษาผู้จัดห้องเรียน ปชต.ถูกปล่อยตัวจาก สภ.คลองหลวง

Thu, 18/09/2014 - 22:08
pหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาห้ามจัด "ห้องเรียนประชาธิปไตยบทที่ 2 การล่มสลายของเผด็จการในต่างประเทศ" และควบคุมตัวนักศึกษากลุ่มธรรมศาสตร์เสรี และอาจารย์วิทยากรไป สภ.คลองหลวงนั้น ล่าสุดทุกคนได้รับการปล่อยตัว โดยเจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจตั้งเงื่อนไขจัดเสวนาวิชาการต้องปิดห้องจัด-ห้ามคนภายนอกฟัง-ให้ทำเรื่องขอ คสช./p p!--break--!--break--/pp18 ก.ย. 2557 - กรณีที่กลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตยหรือ LLTD จัดเสวนาหัวข้อ "ห้องเรียนประชาธิปไตยบทที่ 2 การล่มสลายของเผด็จการในต่างประเทศ" โดยการเสวนาดำเนินไปราวครึ่งชั่วโมงก็ถูกยกเลิกกลางคันในเวลาประมาณ 17.30 น. และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พานักศึกษากลุ่ม LLTD จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 3 ราย ได้แก่ สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ รัฐพล ศุภโสภณ คณะเศรษฐศาสตร์ และวรวุฒิ บุตรมาตร คณะนิติศาสตร์nbsp;และอาจารย์วิทยากร 4 รายได้แก่ นิธิ เอียวศรีวงศ์ ประจักษ์ ก้องกีรติ จันจิรา สมบติพูนศิริ เชาวฤทธิ์ เชาว์แสงรัตน์nbsp;ไปที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานีนั้น a href="http://prachatai.org/journal/2014/09/55598"(อ่านข่าวก่อนหน้านี้)/a/p pก่อนหน้าที่จะยุติเวทีอย่างเป็นทางการ ประจักษ์ ได้แจ้งกับผู้ฟังจำนวนมากที่อยู่ในเหตุการณ์ว่า "ในวันนี้ห้องเรียนต้องปิดแต่เพียงเท่านี้ แต่ไม่ใช่เพราะผู้สอนไม่อยากสอน ตราบใดที่เราไม่สามารถทำให้มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่แห่งการใช้ปัญญาได้ ผมคิดว่าสังคมไทยไม่มีอนาคต"/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm6.staticflickr.com/5566/15091243667_3dd509c626_z.jpg" style="width: 560px; height: 315px;" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"strongทหารจากกรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2 เข้ามาประจำการหน้า สภ.คลองหลวง (ที่มา: ธนาพล อิ๋วสกุล)/strong/span/p pทั้งนี้ที่ สภ.คลองหลวง ซึ่งเป็นสถานที่ควบคุมตัว เมื่อเวลาประมาณ 19.20 น. พ.อ.พัลลภ เฟื่องฟู ผู้บังคับการ กองบังคับการควบคุมกรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2 ผู้ออกคำสั่งขอความร่วมมือให้งดจัดกิจกรรมได้เดินทางมาด้วย โดยทหารได้แจ้งให้เพื่อนๆ ของนักศึกษาผู้ถูกควบคุมตัว และสื่อมวลชนที่รออยู่ ให้ออกไปรอนอกสถานีตำรวจ/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm6.staticflickr.com/5593/15091965820_7d629fcba8_z.jpg" style="width: 560px; height: 315px;" //p p style="text-align: center;"strongspan style="color:#ff8c00;"ประจักษ์ ก้องกีรติ ให้สัมภาษณ์หลังได้รับการปล่อยตัวจาก สภ.คลองหลวง (ที่มา: /spana href="https://www.facebook.com/lltd.tu/photos/a.621001327921846.1073741825.186714288017221/811951562160154/"span style="color:#ff8c00;"LLTD/span/aspan style="color:#ff8c00;")/span/strong/p pล่าสุดเวลา 21.30 น. อาจารย์และนักศึกษาทั้งหมดที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวได้รับการปล่อยตัวแล้ว โดยประจักษ์ ก้องกีรติ ออกมาให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวด้านนอก สภ.คลองหลวงด้วย โดยประจักษ์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวถึงเงื่อนไขข้อตกลงจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารว่า ในการจัดกิจกรรมครั้งต่อไปต้องจัดในห้องที่มีลักษณะปิด ห้ามบุคคลภายนอกเข้ามาฟัง เนื่องจากเจ้าหน้าที่กลัวว่ามิเช่นนั้นจะกลายเป็นการจัดกิจกรรมทางการเมือง นอกจากนี้การจัดทุกกิจกรรมเสวนาทางวิชาการ ต้องมีการทำหนังสือของมหาวิทยาลัยหรือผู้จัดงาน ให้ส่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพื่อพิจารณาอนุมัติเห็นชอบในการจัดงานเสวนาทางวิชาการ ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวถามว่าปฏิบัติเฉพาะกรณีนี้หรือไม่ ได้รับคำตอบว่าเป็นข้อปฏิบัติของทุกมหาวิทยาลัย/p pด้าน พล.ต.ต.สมิทธิ มุกดาสนิท ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานีแจ้งว่าการเชิญตัว นักศึกษา และอาจารย์ครั้งนี้ไม่ได้มีการแจ้งข้อหาใดๆทั้งสิ้น เป็นแค่เพียงการเชิญเพื่อเข้ามารวมพูดคุยทำความเข้าใจกัน และบอกให้นักศึกษาและประชาชนไม่ต้องตกใจ เพราะไม่มีการกระทำรุนแรง/p pพล.ต.ต.สมิทธิระบุถึงสาเหตุที่เชิญตัวครั้งนี้ว่า เพราะกังวลว่าการเสวนาดังกล่าวไม่ได้อยู่ในในสถานที่ปิด เกรงบุคคลภายนอกจะเข้ามา และจะกลายเป็นกิจกรรมทางการเมือง ส่วนการจัดงานในครั้งต่อไป ผู้จัดงานจะต้องมีการประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่มากขึ้น/p pส่วนนายรัฐพล ศุภโสพล นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในสมาชิกกลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่ทางเจ้าหน้าที่ไม่ต้องการให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมฟังเสวนา แต่ก็ยอมรับในข้อตกลง/p p"คืออย่างนั้นคนที่เรียนจบแล้ว เขาก็ต้องถูกแยกออก ไม่สามารถเข้าฟังงานวิชาการได้เลยหรือ ผมคิดว่าความรู้ก็ควรจะอยู่ได้กับทุกคนไม่ว่าจะเป็นความเรื่องไหนอย่างไรมันก็ประโยชน์กับทุกคนอยู่แล้ว และการพูดคุยครั้งนี้เราก็ทำให้เป็นงานเสวนาล้วนๆ ส่วนเนื้อที่มีการพูดนั้นก็เป็นเรื่องของเผด็จการในต่างประเทศ"/p p"สำหรับเรื่องของการจัดกิจกรรมห้องเรียนประชาธิปไตยครั้งที่ 3 ทางกลุ่มเห็นว่าต้องมีการปรึกษากันมากพอสมควร เพราะได้ลงนามในข้อตกลงร่วมกับทางเจ้าหน้าที่ไว้"/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/8NZKLvEBFZo" height="1" width="1"/