ประชาไท

Syndicate content
Updated: 5 min 42 sec ago

กองทัพดาระอั้ง TNLA เปิดเผยว่ารอบ 6 เดือนนี้ยังคงปะทะกองทัพพม่า

Mon, 21/07/2014 - 15:45
pแม้รัฐบาลพม่าประกาศเจรจากับกลุ่มชนชาติเพื่อให้เกิดการหยุดยิงทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม กองทัพ TNLA ของชาวดาระอั้งหรือปะหล่อง ออกแถลงการณ์ระบุว่าในรอบ 6 เดือนมานี้ ยังคงปะทะกับกองทัพพม่า เนื่องจากทหารพม่าเสริมกำลังเข้ายึดที่มั่นในรัฐฉานเหนือ กองทัพ TNLA ยังเรียกร้องให้เจรจาทางการเมืองเพื่อหาทางออก/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm3.staticflickr.com/2906/14520122410_c57419642b_z.jpg" style="width: 560px; height: 418px;" //p p style="text-align: center;"strongspan style="color:#ff8c00;"กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (ที่มา: /spana href="http://pslf-tnla.blogspot.com/"span style="color:#ff8c00;"PSLF/TNLA/span/aspan style="color:#ff8c00;")/span/strong/p p21 ก.ค. 2557 - a href="http://www.irrawaddy.org/burma/178-govt-troops-killed-tnla-year-rebel-leaders.html"สำนักข่าวอิระวดี/a รายงานเมื่อวันที่ 18 ก.ต. ที่ผ่านมาว่า แนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติปะหล่อง PSLF และกองทัพปล่อยปล่อยแห่งชาติตะอาง หรือ TNLA ของกลุ่มชาติพันธุ์ดาระอั้ง หรือปะหล่อง ในรัฐฉานของพม่า เผยแพร่แถลงการณ์ลงวันที่ 17 ก.ค. ว่า ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา กองกำลัง TNLA ปะทะกับกองทัพรัฐบาลพม่ามากกว่า 100 ครั้ง และอ้างว่าทหารของกองทัพรัฐบาลพม่าเสียชีวิต 178 นาย ในจำนวนนี้มีนายทหารระดับผู้บัญชาการ และมีทหารพม่าบาดเจ็บ 100 ราย ส่วนฝ่าย TNLA เสียชีวิต 10 นาย/p pทั้งนี้การสู้รบในพื้นที่รัฐฉานตอนเหนือ ในเขตเคลื่อนไหวของกองกำลัง TNLA รุนแรงขึ้นนับตั้งแต่ปี 2555 และ 2556 เมื่อกองทัพรัฐบาลพม่าเปิดฉากโจมตีกองกำลังแห่งอิสรภาพคะฉิ่น หรือ KIA ในพื้นที่รัฐคะฉิ่น อย่างไรก็ตามพื้นที่ความขัดแย้งขยายตัวเข้าสู่พื้นที่รัฐฉานเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นพื้นที่ซึ่งกองกำลัง TNLA เคลื่อนไหว/p pโดยกองทัพรัฐบาลพม่ามีฐานทัพอยู่ในเขต TNLA 60 แห่ง ทั้งนี้จากแถลงการณ์ของ TNLA/p pสำหรับa href="http://mmpeacemonitor.org/images/pdf/20140712-15_tnla_statement_of_biannual_meeting.pdf"แถลงการณ์/aของกองทัพปล่อยปล่อยแห่งชาติตะอาง หรือ TNLA ได้รับการเผยแพร่ ภายหลังการประชุมระหว่างวันที่ 12 ถึง 15 กรกฎาคมที่ผ่านมาในพื้นที่รัฐฉานตอนเหนือ (อ่านแถลงการณ์) เพื่อหารือกันถึงสถานการณ์ปะทะกันทางทหาร และสถานการณ์ทางการเมืองในพม่า ทั้งนี้ผู้นำของกองทัพตะอาง TNLA ระบุว่าพวกเขามองเห็นเส้นคู่ขนานระหว่างประธานาธิบดีเต็ง เส่ง และระบอบทหารเดิม รวมทั้งเรื่องสงครามกลางเมืองที่ดำเนินอยู่ ความขัดแย้งทางศาสนา และการยึดที่ดินจากพลเรือน/p pทั้งนี้ กองทัพตะอาง TNLA และกองทัพคะฉิ่น KIA เป็นกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ 2 กลุ่มในพม่าที่ยังไม่ลงนามสัญญาหยุดยิงกับรัฐบาล ทั้งนี้ เลขาธิการ TNLA มาย โพน กล่าวว่า พวกเขาเชื่อว่าการสถานการณ์สู้รบจะเข้มข้นขึ้นในอีกหลายเดือนที่จะถึงนี้ ในขณะรัฐบาลมีความพยายามที่จะจัดการลงนามหยุดยิงทั่วประเทศกับกองทัพของกลุ่มชาติพันธุ์ทุกกลุ่ม/p pเลขาธิการ TNLA เปิดเผยกับสำนักข่าวอิระวดีว่า กองทัพพม่าเสริมกำลังเข้ามาในหลายพื้นที่ซึ่งมีการสู้รบกันหนัก เลขาธิการ TNLA อ้างว่าจำเป็นต้องสู้กับทหารพม่าเนื่องจากทหารพม่าเสริมกำลังเข้ามาใกล้ฐานของ TNLA ทำให้ไม่มีทางเลือก/p pในแถลงการณ์ของ TNLA ระบุว่า การเจรจาทางการเมืองเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อที่จะยุติการปะทะกัน "พวกเราเรียกร้องสิ่งนี้ แต่รัฐบาลพม่าปฏิเสธ" แถลงการณ์ของ TNLA ระบุ/p pสำนักข่าวอิระวดีระบุว่า การต่อสู้ระหว่างกองทัพพม่าและกองทัพตะอาง TNLA ทำให้ประชาชนในรัฐคะฉิ่นและรัฐฉานต้องไร้ที่อยู่อาศัย ขณะที่สภาผู้แทนราษฎรของพม่าได้เรียกร้องให้รัฐบาลพม่ายุติปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่รัฐฉานตอนเหนือ ภายหลังจากประชาชนในรัฐฉานร้องเรียนว่าเรือกสวนไร่นาของพวกเขาถูกรบกวนอันเนื่องมาจากการปะทะดังกล่าว/p pจากข้อมูลของ a href="http://www.mmpeacemonitor.org/stakeholders/nippon-foundation/156-tnla"Myanmar Peace Monitor/anbsp;ระบุว่า กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง หรือ TNLA ก่อตั้งในเดือนมกราคม พ.ศ 2535 มีกำลังประมาณ 1,500 นาย เคลื่อนไหวกระจายอยู่ในพื้นที่รัฐฉานภาคเหนือ ในเมืองหนองจ่อ จ็อกแม สีป้อ กุ๊ดขาย น้ำตู้ บ้านโต๋น น้ำจ๋าง เมืองมีด เมืองกก ทั้งนี้องค์กรปลดปล่อยแห่งชาติปะหล่อง (PSLO) ได้ลงนามหยุดยิงกับรัฐบาลในปี พ.ศ. 2534 และวางอาวุธในเดือนเมษายนปี พ.ศ. 2548 อย่างไรก็ตามมีผู้นำชาวปะหล่องชื่อได้ตั้งกลุ่มใหม่ขึ้นมาคือ แนวร่วมปลดปล่อยรัฐปะหล่อง (PSLF) เพื่อดำเนินการต่อสู้กับรัฐบาลทหารพม่าในเวลานั้น และตั้งกองทัพตะอาง TNLA ขึ้น และต่อสู้ร่วมกับกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ ได้แก่ กองทัพคะฉิ่น KIA กองทัพรัฐฉานเหนือ SSPP/SSA ในพื้นที่รัฐฉานเหนือ/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/EraqAEVIPT4" height="1" width="1"/

เตือนความจำ: 6 ปี ‘ดา ตอร์ปิโด’ บรรณารักษ์คนใหม่ – การขอพระราชทานอภัยโทษ

Mon, 21/07/2014 - 14:08
!--break--!--break-- p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm4.staticflickr.com/3867/14519506780_9cc54a4a6d.jpg" style="width: 500px; height: 354px;" //p pnbsp;/p pวันที่ 22 กรกฎาคมปีนี้ นับเป็นวันครบรอบ 6 ปี ที่ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ ‘ดา ตอร์ปิโด’ ถูกคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลาง/p pเธอนับเป็นนักโทษคดีการเมืองคนแรกๆ ที่ถูกคุมขังจากมาตรา 112/p h3span style="color:#0000ff;"ย้อนความทรงจำคดี ดา ตอร์ปิโด /span/h3 pหลังการทำรัฐประหารในปี 2549 นำโดยพล.อ.สนธิ บุญรัตนกลิน กลุ่มต่อต้านรัฐประหารเริ่มถือกำเนิดขึ้นอย่างกระจัดกระจาย เป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย ก่อนที่จะก่อเกิดขบวนการอย่าง นปก. และต่อมาขยายตัวเป็น นปช. อย่างที่เห็นทุกวันนี้nbsp; ในตอนนั้นชาวบ้านกลุ่มต่างๆ ใช้พื้นที่สนามหลวงเป็นหลักเพื่อปราศรัยต่อต้านการรัฐประหาร ส่วนใหญ่จะเป็นผู้นิยมชมชอบในพรรคไทยรักไทยผสมกับพวกหัวก้าวหน้าบางส่วน รวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มเล็กๆ คนฟังไม่กี่สิบคน ดารณีก็นับเป็นดาวเด่นไฮด์ปาร์กด้วยเช่นกัน และด้วยการพูดที่ดุเดือดตรงไปตรงมาทำให้เธอได้รับฉายาว่า ดา ตอร์ปิโด/p pทั้งหมดนี้เกิดขึ้นบนบริบททางสังคมในขณะนั้นที่เกิดความแตกแยกทางความคิดของคนในสังคมอย่างมาก โดยเฉพาะประเด็นสถาบันกษัตริย์ที่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างกว้างขวางและทรงพลานุภาพ จนกระทั่งคณะทหารสามารถนำมาเป็นข้ออ้างความชอบธรรมในการทำรัฐประหารปี 2549 ได้ และยิ่งทำให้ประเด็นบทบาทของสถาบันถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักข้อขึ้นไปอีก/p pในปี 2550nbsp; ดารณีถึงกับเคยถูกแม่ค้าปากคลองตลาดนำอุจจาระมาปาใส่หน้าจนเป็นข่าวใหญ่โต โดยแม่ค้าอ้างว่าสาเหตุมาจากทนฟังการปราศรัยของเธอถึง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ไม่ไหว/p pปี 2551 คืนวันที่ 20 กรกฎาคม เรื่องราวการปราศรัยของเธอบนเวทีเล็กๆ ที่สนามหลวง เป็นที่รับรู้ในสังคมและกลายเป็นเรื่องใหญ่โต โดย สนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งอ้างว่าอัดเทปคำปราศรัยดารณีและนำมาอ่านบนเวทีมัฆวานฯ ที่มีการถ่ายทอดสดทางเคเบิลทีวีและเว็บไซต์ ตอนนั้นเป็นช่วงที่กลุ่มพันธมิตรฯ กำลังชุมนุมขับไล่รัฐบาลสมัคร สุนทรเวช แห่งพรรคพลังประชาชน/p p"อีนางนี่นอกจากจะต้องติดคุกแล้ว จะต้องเอามันให้ตาย ผมพูดจากตัวผมเอง สาบาน อย่าให้กูเจอมึงที่ไหนนะ กูจะตบให้คว่ำเลยอีห่า มันเลวที่สุดพี่น้อง อย่าไปฟัง เพราะมันหมิ่นยิ่งกว่าหมิ่น ไอ้จักรภพว่าหมิ่นแล้ว อีนี่คูณสิบเข้าไป"/p p"ผมไม่เคยเห็นใครเลวทรามต่ำช้า ชั่วช้ายิ่งกว่าเหี้ย เหี้ยเรียกแม่"/p pa href="http://www.blogazine.in.th/blogs/headline/post/1080?page=3"สนธิเกริ่นถึงดารณี/aบนเวทีก่อนจะอ่านบางส่วนของคำปราศรัยของดารณีแบบคำต่อคำ/p pวันรุ่งขึ้นกองทัพบกจึงได้มีหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เรื่อง ขอให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ โดยเนื้อหาในหนังสือระบุว่า กองทัพบกขอให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล ตรวจสอบการปราศรัยของ น.ส.ดารณี หากพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ขอให้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป/p pถัดมาอีกวันศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับ และตำรวจก็เข้าจับกุมตัวดารณีที่ห้องพัก และเธอก็อยู่ในเรือนจำนับแต่วันนั้นจนถึงวันนี้/p pเธอถูกศาลอุทธรณ์ตัดสินจำคุก 15 ปีจากการกระทำผิด 3 กรรม (ปราศรัยบนเวทีเล็ก 3 ครั้ง) ปัจจุบันคดีสิ้นสุดแล้ว และผู้ที่สนใจสามารถอ่านคำตัดสินของศาลชั้นต้นรวมทั้งสิ่งที่เธอกล่าวบนเวทีปราศรัยได้ในวารสารฟ้าเดียวกัน ซึ่งตีพิมพ์คำพิพากษาทั้งหมดไว้ในฉบับ “ข้อมูลใหม่”nbsp; ปีที่ 7 ฉบับที่ 3 พ.ศ.2552/p p(ระหว่างถูกคุมขัง เธอถูกตัดสินให้มีความผิดในคดีa href="http://www.krobkruakao.com/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1/6260/%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A-50-000-%E0%B8%94%E0%B8%B2-%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%94-%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B4.html"หมิ่นประมาท สนธิ ลิ้มทองกุล/a ด้วย ศาลสั่งลงโทษปรับ 50,000 บาท จากนั้นก็ถูกพิพากษาให้มีความผิดฐานa href="http://www.komchadluek.net/detail/20090916/28691/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A5%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87.html"หมิ่นประมาท พล.อ.สะพรั่ง กัลยาณมิตร/a อีกโดยศาลสั่งปรับ 50,000 บาท)/p pขณะที่สนธิ ลิ้มทองกุล นั้นก็ถูกฟ้องตามมาตรา 112 เช่นกันจากการนำคำปราศรัยจากเวทีเล็กมาปราศรัยในเวทีมัฆวานฯ โดยศาลชั้นต้นยกฟ้องเนื่องจากเห็นว่าจำเลยกระทำไปด้วยมีเจตนาให้ดำเนินคดีกับดารณี ไม่เข้าข่ายความผิดมาตรา 112 ต่อมาศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก 2 ปี และได้รับอนุญาตให้ประกันตัว ทั้งนี้ศาลอุทธรณ์ให้ความเห็นว่า "จำเลยไม่มีความจำเป็นต้องนำเนื้อหามาถ่ายทอดพูดซ้ำในที่สาธารณะ เพราะคนไทยบางส่วนไม่ทราบว่าเนื้อหาที่น.ส.ดารณี พูดเป็นอย่างไรบ้าง ก็ได้มาทราบจากการที่จำเลยพูด ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ ส่งผลกระทบต่อสถาบัน อันเป็นการกระทำที่ไม่ระมัดระวังอย่างเพียงพอ"/p h3span style="color:#0000ff;"พื้นเพอาชญากรทางความคิด/span/h3 pดารณีเรียนจบปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง เรียนปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ไม่ทันจบเพราะทะเลาะกับอาจารย์ จึงมาเรียนโทต่อที่มหาวิทยาลัยเกริก โดยเส้นทางที่ผ่านมาเธอล้วนเลือกเรียนเกี่ยวกับรัฐศาสตร์ทั้งสิ้น/p pพี่ชายของดารณีเคยเล่าว่า น้องสาวเป็นหนอนหนังสือ ถึงกับต้องเช่าห้องพักไว้ 2 ห้อง ห้องหนึ่งเอาไว้พักและอีกห้องหนึ่งเอาไว้เก็บหนังสือbr /br /“ชอบอ่านและชอบซื้อหนังสือ บางทีเห็นก็ซื้อไว้ก่อน มีเป็นพันเล่ม แต่ตอนนี้ไม่รู้มันไปไหนแล้ว” ดารณีเล่าหลังผ่านไป 6 ปีในเรือนจำ/p p“เมื่อก่อนชอบอ่านงานวิชาการทั่วไป เรื่องเกี่ยวกับการเมือง ประวัติศาสตร์ สังคมศาสตร์ แต่ช่วงหลังๆ ก่อนขึ้นเวที อ่านงานของสุพจน์ ด่านตระกูล ไม่ได้อ่านทุกเล่ม อ่านแค่บางเล่ม” ดากล่าว/p pในเรือนจำหญิง จากมนุษย์พันธุ์ฮาร์ดคอร์การเมือง ดารณีต้องกลายเป็นผู้ไม่รู้ข่าวสารบ้านเมือง ช่องทางในการรับรู้คือการได้รับฟังจากนักโทษที่เข้ามาใหม่หรือการพูดคุยกันของผู้คุม เนื่องจากเรือนจำหญิงมีกฎระเบียบห้ามนักโทษดูข่าว รับชมได้เพียงซีรี่ส์หนังเกาหลี หนังไทย ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนเธอเคยเล่าว่า ถูกทำโทษงดเยี่ยมญาติเป็นสัปดาห์เนื่องจากไปแอบจูนหาช่องข่าวในทีวีของเรือนจำ/p pขณะเดียวกันหนังสือนิตยสารที่มีเรือนจำก็มีอย่างจำกัด เป็นนิตยสารผู้หญิงฉบับย้อนหลังไปหลายปี เหล่านี้คือเสียงสะท้อนที่เธอมักบอกกล่าวผู้ไปเยี่ยมเยียน ไม่รับรวมถึงคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังหญิงที่ไม่ได้มาตรฐานเนื่องจากความแออัด ปัญหาการจัดการ กฎระเบียบที่เข้มงวดเกินไป และปัญหาการขาดแคลนงบประมาณ/p pเรื่องราวปัญหาเชิงระบบเป็นสิ่งที่มักได้ยินจากปากของนักเรียนรัฐศาสตร์คนนี้เสมอ ไม่เพียงปัญหาในเรือนจำ แต่รวมถึงปัญหาการเมืองของประเทศด้วย/p pระยะเวลา 6 ปี มีทั้งสิ่งที่เปลี่ยนและไม่เปลี่ยนไปหลายอย่าง/p pspan style="color:#ff8c00;"สิ่งที่ไม่เปลี่ยน/span/p pประการแรก คือ ความคิดฐานรากของเธอ จากปีแรกที่เข้าเยี่ยมจนถึงปีที่ 6 ที่มีโอกาสพูดคุยสั้นๆ 15 นาทีอีกครั้ง เธอยังคงยืนยันว่าปัญหาสำคัญที่สุดของสังคมไทยคือ ปัญหาความไม่เท่าเทียม ความถ่างกว้างของชนชั้น นั่นทำให้เธอชื่นชอบนโยบายของพรรคไทยรักไทยเดิม เนื่องจากสิ่งที่ถูกเรียกว่า ‘ประชานิยม’ นั้นส่งผลต่อปากท้องของคนชั้นล่างโดยตรง แม้ว่าเธอจะผิดหวังกับพรรคนี้อย่างมากที่ไม่สามารถปกป้องช่วยเหลือประชาชนที่ลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนสิ่งที่เธอเรียกว่า 'ประชาไธิปไตย' ได้ก็ตาม เธอคิดว่านโยบายด้านเศรษฐกิจนั้นสำคัญมาก และต้องเน้นทำให้ชนชั้นรากหญ้าได้ลืมตาอ้าปาก/p p“พอคนมันเท่ากันทางเศรษฐกิจมันก็จะส่งผลให้มันเท่ากันทางการเมืองมากขึ้น” nbsp;ดาเคยกล่าวไว้เช่นนั้น/p pที่สำคัญคือ เธอมักแสดงความกังวลเรื่องความสามารถในการแข่งขันเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) เสมอเพราะกลัวไทยจะล้าหลังกว่าเพื่อนบ้าน/p p“เรื่องเออีซีไม่เป็นไรมั้ง เอาแค่เรื่องของเราเฉพาะหน้าก่อนดีกว่า” ผู้เข้าเยี่ยมรายหนึ่งเคยกล่าวติดตลกกับดา/p pประการที่สอง คือ อาการกรามอักเสบยึดติดระหว่างบน-ล่าง ปัจจุบันเธอยังคงเจ็บปวดกับโรคนี้ อ้าปากได้ไม่เต็มที่เวลารับประทานอาหารหรือพูดคุย เธอเล่าว่าเธอไม่กล้ารับการผ่าตัดในเรือนจำเนื่องจากต้องผ่าตัดใหญ่ พักฟื้นเป็นเดือน โดยที่โดยระบบแล้วจะมีเพื่อนนักโทษด้วยกันดูแล ทำให้เธอไม่ไว้วางใจ เนื่องจากเธอก็ทะเลาะกับเพื่อนนักโทษขาใหญ่อยู่หลายคน/p pครั้งหนึ่งเธอเคยกล่าวติดตลกว่า เวลาปวดก็จะกินยาพาราเซตามอล บางทีกว่าจะได้พ้นโทษไปผ่าตัดก็อาจจะเป็นโรคตับเสียก่อน/p pspan style="color:#ff8c00;"สิ่งที่เปลี่ยน/span/p pประการแรก ดารณีเคยกล่าวไว้ตั้งแต่ครั้งต่อสู้คดีในศาลชั้นต้นว่าจะต่อสู้คดีนี้ให้ถึงที่สุดในชั้นศาลฎีกาเพื่อให้เป็นคดีประวัติศาสตร์ที่คนรุ่นหลังสามารถศึกษาจากคำพิพากษาฎีกาได้ แต่ดูเหมือนความหวังนั้นจะถูกพับเก็บไป หลังจากการต่อสู้คดีที่ยาวนานและภายหลังศาลอุทธรณ์ยังคงพิพากษายืนจำคุกเธอถึง 15 ปี สิ่งนี้ทำให้เธอไม่มีความหวังในการต่อสู้คดี ประกอบกับผู้คนที่มาเยี่ยมเยียนก็ดูหายเหือดแทบไม่มีเหลือในปีหลังๆ รวมถึงพี่ชายของเธอที่ชะตากรรมชักพาให้เขาต้องอยู่ในคุกตารางเช่นกัน ไม่สามารถมาเยี่ยมน้องทุกสัปดาห์ได้อีก/p p“ตอนนี้มีกฎใหม่ ให้ผู้ต้องขังเขียนชื่อคนเข้าเยี่ยมแค่ 10 คน นอกเหนือจากนี้จะไม่ได้เยี่ยม” เธออุทธรณ์กับกฎใหม่ที่อาจส่งผลให้เธอได้พบปะกับคนน้อยลงไปอีก/p pดารณีกล่าวว่า สำหรับคดีของเธอ เธอได้ถอนฎีกาไปเมื่อไรจำไม่ได้แต่มีผลทำให้คดีเป็นที่สิ้นสุดลงแล้วในชั้นอุทธรณ์ จากนั้นได้ยื่นขอพระราชทานอภัยโทษเป็นรายบุคคลไปเมื่อปลายปี 2556 และทราบมาว่าเรื่องถึงสำนักราชเลขาธิการแล้วในเดือนมกราคมปีนี้ หลังจากนี้คงได้แต่รอคอยพระเมตตา/p pประการที่สอง ความใฝ่ฝันที่จะลงเล่นการเมือง เธอเคยกล่าวถึงมันเมื่อปีก่อนๆ ด้วยเห็นว่าการจะผลักดันนโยบายช่วยเหลือคนชั้นล่างได้เร็วที่สุดเห็นจะเป็นบทบาทในรัฐสภา แต่ปัจจุบันความใฝ่ฝันหลังการพ้นโทษของเธอคือการเขียนหนังสือเกี่ยวกับชีวิตในเรือนจำ และนำเงินส่วนหนึ่งมาตั้งศูนย์ฮอตไลน์ช่วยนักโทษผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการดำเนินคดี เช่น ไม่มีทนายความ มีปัญหาเอกสาร เป็นต้น/p pยังไม่ทันได้มีใครสอบถามว่าความฝันในทางการเมืองนั้นหล่นหายไปเมื่อใด/p h3span style="color:#0000ff;"บรรณารักษ์คนใหม่ในเรือนจำ/span/h3 pอย่างไรก็ตาม ข่าวดีสำหรับดารณีในรอบ 6 ปีก็มีอยู่บ้าง นั่นคือ การได้รับแต่งตั้งเป็นบรรณารักษ์ดูแลมุมห้องสมุดเล็กๆ ในแดนแรกรับ/p pเธอแจ้งว่า หากใครต้องการบริจาคหนังสือ สามารถบริจาคหนังสือได้ทุกประเภทยกเว้นเรื่องการเมือง และจะให้ดีควรบริจาคสองเล่ม เนื่องจากหากบริจาคเล่มดียวจะถูกส่งไปยังห้องสมุดในแดนนอกสำหรับผู้ต้องขังคดีเด็ดขาดnbsp;/p pช่วงหนึ่งเธอเล่าถึงหนังสือดีๆ ที่พอมีอยู่บ้างในเรือนจำ และกล่าวถึงหนังสือรวมบทสัมภาษณ์นักวิชาการในวาระ 100 ปี ปรีดี พนมยงค์nbsp; (ปรีดีเป็นชื่อที่เธอมักพูดถึงประจำเมื่อครั้งอยู่ในเรือนจำใหม่ๆ) โดยหยิบยกคำพูดของอาจารย์ฉันทนา ศิริบรรพโชติ หวันแก้ว ที่สร้างความประทับใจให้เธอว่า/p p“ความขัดแย้งจะเป็นตัวพิสูจน์ความเข้มแข็งของระดับประชาธิปไตย ความคิดขัดแย้งกันของคนไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เราจะจัดการกับความขัดแย้งอย่างไรให้อยู่ด้วยกันได้” ดากล่าวและมันอาจเป็นคำถามที่ฝากถึงสังคมในวาระที่เธออยู่ในเรือนจำมาถึง 6 ปี/p h3span style="color:#0000ff;"Time line คดีดารณี/span/h3 pเรียบเรียงจากเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลกฎหมายและคดีเสรีภาพ โดย ไอลอว์/p table cellpadding="0" cellspacing="0" border="1" tbody tr td p22 ก.ค.51/p /td td pถูกจับกุมที่บ้านพัก ไม่ได้ประกันตัว/p /td /tr tr td p25 ก.ค.51/p /td td pสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ยื่นอุทธรณ์คำร้องขอประกันตัว เจ้าหน้าที่ศาลอาญารับคำอุทธรณ์ไว้/p /td /tr tr td p1 ส.ค.51/p /td td pศาลอุทธรณ์ยกคำร้องการขอปล่อยตัวชั่วคราว พิเคราะห์แล้วเห็นว่าความผิดมีอัตราโทษสูง เป็นความผิดร้ายแรง และกระทบกระเทือนจิตใจของประชาชน หากปล่อยตัวไปเกรงว่า ผู้ต้องหาจะไปกระทำผิดซ้ำอีก/p /td /tr tr td p9 ต.ค.51nbsp;/p /td td pศาลรับคำฟ้องจากพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด (สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7) เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.3959/2551/p /td /tr tr td p16 ต.ค.51/p /td td pสุธาชัย ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวอีกครั้ง ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกคำร้องในวันเดียวกัน/p /td /tr tr td p1 ธ.ค.51/p /td td pศาลอาญานัดตรวจสอบหลักฐาน สอบคำให้การจำเลย โดยสั่งให้เลื่อนการนัดไปเป็นวันที่ 15 ธ.ค. เนื่องจากจำเลยเพิ่งแต่งตั้งทนายเมื่อปลายเดือนพ.ย. ประเวศ ประภานุกูล ทนายความยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ศาลชั้นต้นยกคำร้องโดยให้เหตุผลว่าไม่มีเหตุแห่งการเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม/p /td /tr tr td p4 ธ.ค.51/p pnbsp;/p /td td pทนายยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยโต้แย้งว่า การสั่งไม่ปล่อยชั่วคราวตาม ม.108/1 นั้น ต้องเข้าข่ายผู้ต้องหา/จำเลยจะหลบหนีจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น ผู้ร้องขอประกันไม่น่าเชื่อถือ จะไปก่อความเสียหายต่อการสอบสวนหรือดำเนินคดี ซึ่งคดีนี้ไม่ปรากฏว่าจำเลยจะไปยุ่งกับพยานหลักฐานเพราะพนักงานสอบสวนได้ ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ส่วนการหลบหนีนั้นเป็นเพียงข้อสันนิษฐานโดยไม่ปรากฏเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยจะหลบหนี ส่วนที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าคดีนี้เป็นเรื่องร้ายแรงนั้นเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงนอกสำนวน และขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 39 วรรค 2 และ 3 เพราะคดีนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา ยังไม่แน่ว่าจำเลยได้กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ จึงต้องถือว่าจำเลยบริสุทธิ์/p pต่อมาราวกลางเดือนธันวาคม ศาลอุทธรณ์ได้ยืนยันเหตุผลเดิมของศาลชั้นต้น กล่าวคือ ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว และยกคำร้อง/p /td /tr tr td p15 ธ.ค.51nbsp;/p /td td pศาลนัดสืบพยาน สืบพยานโจทก์ 23-25 มิ.ย.52 สืบพยานจำเลย 26-30 มิ.ย.52/p /td /tr tr td p23 มิ.ย.52nbsp;nbsp;/p /td td pศาลอาญา โดยผู้พิพากษาพรหมาศ ภู่แสง มีคำสั่งให้พิจารณาคดีดังกล่าวเป็นการลับ อาศัยอำนาจตามมาตรา 177 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา/p /td /tr tr td p24 มิ.ย.52nbsp;nbsp;/p /td td pดารณี เผยแพร่คำแถลงถึง 'สื่อมวลชนและพี่น้องผู้รักความเป็นธรรม' โดยในคำแถลงดังกล่าว ดารณีได้ระบุว่า ตนตกเป็นจำเลยข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมาตั้งแต่ 22 ก.ค. 51 และถูกขังมาเกือบ 1 ปี โดยไม่เคยได้รับการประกันตัวจนถึงทุกวันนี้ ทั้งที่ผู้ต้องคดีในข้อหาเดียวกันหลายคนได้รับการประกันตัว/p pในคำแถลงดังกล่าว ดารณีตั้งคำถามต่อการพิจารณาคดี ซึ่งศาลมีคำสั่งให้พิจารณาเป็นการลับ ห้ามมิให้สื่อมวลชนและประชาชนเข้ารับฟังว่า เหตุใดในคดีอื่นๆ "ในข้อหาเดียวกันประเภทเดียวกัน" การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพกรณีอื่นๆ จึงไม่มีการใช้กฎเกณฑ์เช่นนี้ ซึ่งตนเห็นว่าการพิจารณาคดีโดยลับเป็นการปิดบังข้อเท็จจริงมิให้ประชาชนได้รับรู้ และเป็นการทำลายหลักการยุติธรรมของกฎหมายโดยสิ้นเชิง/p /td /tr tr td p25 มิ.ย.52/p pnbsp;/p /td td pที่ห้องพิจารณาคดี 904 ศาลอาญา ทนายความยื่นคำร้องต่อศาลให้รอการพิจารณาพิพากษาคดีไว้ชั่วคราวตามมาตรา 211 ของรธน. โดยระบุว่าการที่ศาลอาญามีคำสั่งพิจารณาเป็นการลับ ห้ามมิให้ประชาชนทั่วไปเข้าฟังการพิจารณา เป็นการใช้บทบัญญัติกฎหมาย ขัดหรือแย้งกับรธน.50 มาตรา40 (2) ที่ระบุสิทธิขั้นพื้นฐานในกระบวนการพิจารณา และขัดรธน.มาตรา 29 ที่บัญญัติเรื่องการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้/p pฝ่ายจำเลยเห็นว่าบทบัญญัติมาตรา 177 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่ศาลอาศัยอำนาจสั่งให้การพิจารณาคดีลับนั้นขัดและแย้งกับรธน. และศาลรัฐธรรมนูญยังไม่เคยมีการวินิจฉัยเรื่องนี้ จึงขอให้ศาลส่งความเห็นของจำเลยไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรธน.มาตรา 211 โดยขอให้ศาลอาญารอการพิพากษาคดีนี้ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ/p pnbsp;ต่อมาในวันเดียวกัน ศาลได้พิจารณายกคำร้องดังกล่าวของทนายจำเลย โดยระบุว่า การพิจารณาลับไม่ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 211 เนื่องจากจำเลยมีทนายแก้ต่าง และสามารถนำพยานหลักฐานมายังศาลได้อย่างครบถ้วน การพิจารณาคดีจึงดำเนินต่อไป/p pอย่างไรก็ตาม ภายหลังจากไต่สวนพยานโจทก์แล้ว ทนายของดารณีแถลงต่อศาลขอยกเลิกการไต่สวนพยานจำเลยตามกำหนดเดิมคือวันที่ 26 และ 30 มิ.ย. โดยขอนัดไต่สวนในวันที่ 28 ก.ค. และ 5 ส.ค. 52 ซึ่งศาลอนุญาต/p /td /tr tr td p28 ส.ค.52/p pnbsp;/p /td td pศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง ซึ่งกระทำผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม จำคุก 3 กระทงๆ ละ 6 ปีรวมจำคุก 18 ปี/p pจำเลยยื่นอุทธรณ์ ขอให้ศาลส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า บทบัญญัติตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 177 ที่ศาลชั้นต้นสั่งพิจารณาคดีลับขัดหรือแย้งสิทธิการเข้าถึงกระบวนการ ยุติธรรม ตามรัฐธรรมนูญ ปี 2550 มาตรา 29 และ 40 หรือไม่ ซึ่งจำเลยเคยยื่นคำร้องให้ศาลชั้นต้นส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว แต่ศาลชั้นต้นยกคำร้อง/p /td /tr tr td p9 ก.พ.54/p /td td pศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาว่า เมื่อศาลอุทธรณ์ตรวจดูแล้ว พบว่าไม่เคยมีการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีดังกล่าวมาก่อน จึงชอบที่จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ และที่ศาลชั้นต้นไม่รอการพิพากษาคดีไว้ก่อนเพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ศาลอุทธรณ์จึงให้ยกคำพิพากษาที่ศาลชั้นต้นสั่งจำคุก 18 ปี และให้ส่งเรื่องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อนและเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยแล้ว ให้ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีใหม่แล้วแต่กรณี/p /td /tr tr td p17 ต.ค.54/p pnbsp;/p /td td pศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า บทบัญญัติตาม ป.วิ อาญา มาตรา 177 ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ปี 2550 มาตรา 29 และ 40(2) ศาลอาญาจึงได้นัดพิพากษาคดีใหม่/p /td /tr tr td p15 ธ.ค.54/p pnbsp;/p /td td pศาลอาญาพิพากษาว่า จำเลยกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม รวม 3 กระทง จำคุกกระทงละ 5 ปี รวมจำคุก 15 ปี (โดยไม่ได้บอกเหตุผลว่าเหตุใดจึงลดโทษลงจากครั้งแรกจำคุก 18 ปี)/p /td /tr tr td p16 มี.ค.54/p /td td pศาลอุทธรณ์ยกคำร้องขอประกันตัวชั่วคราวด้วยเงินสด 1.44 ล้านบาทของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม/p /td /tr tr td p12 มิ.ย.56/p pnbsp;/p /td td pศาลอุทธรณ์นัดอ่านคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น nbsp;โดยไม่ได้อ่านทั้งหมดอ่านเพียงคำสั่งล/p pโทษ มีเนื้อหาว่า “ยังเชื่อว่าจำเลยดูหมิ่น หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติยศ สมควรให้ลงโทษสถานหนักเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง และที่จำเลยอุทธรณ์มาฟังไม่ขึ้นnbsp; พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำคุก 15 ปี”/p /td /tr tr td p9 ก.ย.56/p /td td pวันครบกำหนดเวลาที่ขอขยายระยะเวลาการยื่นฎีกา จำเลยไม่ได้ยื่นฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีจึงถึงที่สุด ไม่สามารถฎีกาเป็นอย่างอื่นได้อีก/p /td /tr /tbody /table pnbsp;/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="http://www.prachatai.com/category/%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5-%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8D%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5" target="_blank"่อ่านข่าวทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/uaDPvrG3RaY" height="1" width="1"/

เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน

Mon, 21/07/2014 - 13:25
div class="field field-type-filefield field-field-picture-small" div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/quote/2014/07/54672" class="imagecache imagecache-100x100pixel_news_icon imagecache-linked imagecache-100x100pixel_news_icon_linked"img src="http://prachatai.org/sites/default/files/imagecache/100x100pixel_news_icon/files/picturesmall/snow.jpg" alt="" title="" width="100" height="100" class="imagecache imagecache-100x100pixel_news_icon"//a /div /div /div p"คุณมีทหารหนุ่มสาวจำนวนมากถูกเกณฑ์เข้าไปทำงานในเอนเอสเอ ซึ่งพวกเขาอาจจะยังไม่มีประสบการณ์ชีวิตมากพอจะรู้สึกถึงเรื่องการละเมิดสิทธิ์ และถ้าหากพวกเราไม่ได้รู้เรื่องอันตรายว่าเสรีภาพของพวกเราถูกละเมิดได้ พวกเราจะเชื่อใจคนเหล่านี้ในการดูแลผลประโยชน์ของพวกเราได้อย่างไร"/p div class="field field-type-text field-field-quote-detail" div class="field-items" div class="field-item odd" 19 ก.ค. 57, อดีตคนทำงานด้านข่าวกรองของสหรัฐอเมริกา ผู้เปิดโปงโครงการสอดแนมของหน่วยงานความมั่นคง /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/qpF_aB5CNmo" height="1" width="1"/

กวีประชาไท:ไม่มีเรื่องเล่าจากดวงดาว

Mon, 21/07/2014 - 13:02
!--break--!--break-- pbr /๐ ไม่มีเรื่องเล่าจากดวงดาวbr /ลมหนาวพัดกระหน่ำ ซ้ำ..ซ้ำbr /ดาวยังคงอยู่แต่ไร้ซึ่งถ้อยคำbr /หนาวเหน็บกรีดร่ำไออวลแห่งความตายbr /br /๐ ท้องฟ้าเคยคุ้นเมื่อวันก่อนbr /ค้นหาบทตอนบันทึกความหมายbr /กว้างไกลแค่ไหนหรือแค่ในนิยายbr /บทเริ่มบทสุดท้ายต่างล้วนมืดมนbr /br /๐ นิ่งสนิทในทุกสรรพสิ่งbr /กระแสความจริงเงียบทุกแห่งหนbr /สงัดงันกลบเพียงเสียงลวงอึงอลbr /พายุฝนซัดสาดกลับสิ้นสำเนียงbr /br /๐ ไม่มีเรื่องเล่าจากดวงดาวbr /ปิดหูตาปากร้าวเกินหลบเลี่ยงbr /ไม่รู้ไม่เห็นไม่มีอะไรร้อยเรียงbr /จินตนาการแตกเป็นเสี่ยง เพียงฆาตกรรมดาวnbsp;/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/zB33PmavANE" height="1" width="1"/

เดอะการ์เดียนสัมภาษณ์ 'สโนว์เดน' ล่าสุด: ว่าด้วยข้ออ้างเรื่อง 'ความมั่นคง'

Mon, 21/07/2014 - 01:13
pผ่านมาหนึ่งปีกว่าหลังจากที่มีการเปิดโปงโครงการสอดแนมครั้งใหญ่ "เดอะ การ์เดียน" ได้สัมภาษณ์เจาะลึกกับสโนว์เดนอีกครั้งซึ่งมีทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องอื่นๆ ในที่นี้ขอคัดเฉพาะส่วนที่เป็นข้อมูล แง่มุม และแนวคิด โดยเฉพาะแนวคิดเรื่องความมั่นคงจากชายที่มองว่าโลกเราตอนนี้มันแย่ยิ่งกว่านิยาย 1984 ของจอร์จ ออร์เวลล์เสียอีก/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm3.staticflickr.com/2937/14701140745_ba6e588fff_z.jpg" style="width: 560px; height: 479px;" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"strongเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน ผู้เปิดโปงโครงการสอดแนม "NSA" (แฟ้มภาพ/วิกิพีเดีย)/strong/span/p p19 ก.ค. 2557 - หนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดียนของอังกฤษเปิดเผยบทสัมภาษณ์รอบล่าสุดของ เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน อดีตคนทำงานด้านข่าวกรองของสหรัฐอเมริกา ซึ่งหันมาเริ่มเปิดโปงโครงการสอดแนมของหน่วยงานความมั่นคงสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ช่วงกลางปีที่แล้ว/p pเนื้อหาส่วนใหญ่ในบทสัมภาษณ์ล่าสุดจะระบุถึงสภาพความเป็นอยู่ของสโนว์เดนซึ่งหลบหนีการตามตัวสหรัฐฯ อยู่ในประเทศรัสเซีย ซึ่งดูเหมือนเดอะ การ์เดียนจะพยายามเกทับคำทำนายของอดีตหัวหน้าองค์กรด้านความมั่นคงและข่าวกรองของสหรัฐฯ คือ ไมเคิล เฮย์เดน ที่เคยทำนายไว้ว่าสโนว์เดนจะกลายเป็นคนซืมเศร้า โดดเดี่ยวและติดเหล้า แต่สภาพของสโนว์เดนในรัสเซียล่าสุดก็ยังดูปกติดีและมีลักษณะเปิดเผยตัวเองมากขึ้น/p pอย่างไรก็ตามสโนว์เดนเคยกล่าวไว้ในการสัมภาษณ์เมื่อปีที่แล้วว่าตัวเขาไม่อยากให้เน้นรายงานข่าวถึงเรื่องส่วนตัวหรือเชิดชูเขาเป็นวีรบุรุษมากนัก ในการเรียบเรียงชุดนี้จึงขอเน้นนำเสนอสิ่งที่เป็นข้อมูล แนวคิดและแง่มุมอื่นๆ จากตัวเขา/p pมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ทางการสหรัฐฯ พยายามตามตัวสโนว์เดนอย่างหนัก จนถึงขั้นต้องบังคับให้เครื่องบินโดยสารของประธานาธิบดีอีโว โมราเลส ของโบลีเวียที่กำลังเดินทางกลับประเทศจากกรุงมอสโควลงจอดที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เพื่อค้นหาสโนว์เดน สโนว์เดนให้สัมภาษณ์แสดงความคิดเห็นถึงเหตุการณ์นี้ว่า มันทำให้เขารู้สึกถึงความย่ำแย่ในด้านการข่าวกรองที่มาจากการพยายามดักฟังทุกสิ่งทุกอย่าง ในขณะเดียวกันก็รู้สึกแย่ที่โมราเลสถูกละเมิดสิทธิ์ในการนี้/p pนอกจากนี้ยังมีข่าวลือเรื่องว่าที่สโนว์เดนเป็นสายสืบที่ทำงานให้กับทางการรัสเซีย แต่เขาก็ปฏิเสธเรื่องนี้มาตลอดและปฏิเสธจะแสดงความคิดเห็นเชิงการเมืองเพราะกลัวว่าจะเป็นการ 'ผลัก' ผู้คนบางส่วนออกไป เขาบอกว่าไม่เคยส่งเอกสารทางการสหรัฐฯ ให้กับรัสเซีย และการที่เขาได้อยู่ในรัสเซียเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยที่เขาควบคุมไม่ได้ นอกจากนี้เขายังเคยวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการลิดรอนเสรีภาพสื่อของทางการรัสเซียด้วย/p pในบทสัมภาษณ์ล่าสุดเปิดเผยว่าเขาเองต้องระมัดระวังตัวอยู่พอสมควรกับการใช้ชีวิตในรัสเซียเนื่องจากน่าจะถูกสอดแนมจากทั้งฝ่ายสหรัฐฯ และรัสเซีย รวมถึงเสี่ยงต่อการถูกคุกคามได้ ขณะเดียวกันดูเหมือนว่าตอนนี้สโนว์เดนกำลังพยายามก่อตั้งมูลนิธิเพื่อส่งเสริมเสรีภาพสื่อและสร้างเครื่องมือให้นักข่าวสามารถสื่อสารได้อย่างปลอดภัย/p p"ถ้าหากรัฐบาลสหรัฐฯ มีหลักฐานใดๆ ก็ตามที่บ่งบอกว่าผมเป็นสายลับของรัสเซียหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐบาลรัสเซียแม้แต่เพียงนิดเดียวก็ตาม หลักฐานนั้นจะปรากฎบนหน้าแรกของหนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทม์ภายในไม่เกินเวลามื้อเที่ยง" สโนว์เดนกล่าว/p pในข้อหาที่ว่า การเปิดโปงของเขาสร้างความเสียหายต่ออำนาจข่าวสารของชาติตะวันตกนั้น สโนว์เดนบอกว่าการเปิดโปงเรื่องที่มีคนสอดแนมการสื่อสารก็ไม่ทำให้คนหยุดสื่อสารกันได้ในเชิงดิจิตอลเพราะพวกเขามีทางเลือกเดียวคือยอมรับความเสี่ยงหรือไม่ก็ไม่สามารถสื่อสารได้เลย และในอีกแง่หนึ่งถ้าพวกผู้ก่อการร้ายทราบเรื่องนี้พวกเขาก็ไม่ใช้การสื่อสารในช่องทางแบบสมัยใหม่ พวกเขาไม่ได้สูญเสียในเรื่องนี้ และดูเหมือนว่าหลังจากมีการเปิดโปงแล้วก็ยังมีข้อความของกลุ่มก่อการร้ายถูกดักเอาไว้ได้ ปฏิบัติการด้านข่าวกรองยังคงสามารถดำเนินต่อไปจนประสบความสำเร็จ/p pnbsp;/p pstrongเรื่องของ 'ความมั่นคง' และ 'ความเป็นส่วนตัว'/strong/p pสโนว์เดนคิดว่าข้อมูลส่วนตัวของทุกคนมีความสำคัญและไม่ชอบที่สื่อหรือนักการเมืองเรียกข้อมูลที่ถูกเก็บทีละจำนวนมากของหน่วยงานความมั่นคงว่าเป็น "กองฟาง"/p p"เป็นไปได้ว่าพวกเราอาจค้นเจอแผนการของผู้ก่อการร้ายหรือค้นเจออาชญากรรมจากการเฝ้ามองทุกที่ๆ พวกเราไป เฝ้ามองทุกสิ่งที่เราทำ วิเคราะห์ทุกคำที่เราพูด เฝ้าคอยตัดสินพวกเราจากคนที่เราเลือกคบหาสมาคมและจากคนที่เรารัก แต่ว่าเราอยากจะอยู่ในสังคมแบบนี้หรือ นั่นคือสิ่งที่เรียกว่า 'รัฐความมั่นคง' " สโนว์เดนกล่าว/p pในแง่ที่มีคนเปรียบเทียบรัฐที่มีการสอดส่องเพื่อควบคุมประชาชนอย่างมากกับนิยายเรื่อง 1984 ของจอร์จ ออร์เวลล์ สโนว์เดนกล่าวว่าโลกปัจจุบันอยู่ในสภาพที่แย่กว่านั้น เนื่องจากความสามารถในการติดตามเทคโนโลยี "เวลาบอกเราว่าโลกนี้มีความไม่อาจคาดเดาและอันตรายมากกว่าที่ออร์เวลล์จินตนาการไว้" สโนว์เดนกล่าว/p pในบทสัมภาษณ์ล่าสุดสโนว์เดนยังได้เปิดเผยเรื่องรายภายในสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ หรือเอนเอสเอ โดยบอกว่าเอนเอสเอจ้างคนหนุ่มสาวอายุ 18-22 ปี ให้เฝ้าดูข้อมูลจำนวนมากที่ถูกดักไว้ได้ ซึ่งบางครั้งก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องความมั่นคงเลย เช่นเป็นรูปนู้ดของคนที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกัน คนหนุ่มสาวที่ทำงานในนั้นก็เรียกให้กันดูและพากันส่งภาพต่อๆ กันไป/p p"เรื่องที่ว่าภาพบันทึกของช่วงเวลามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดของพวกคุณถูกนำมาจากช่องทางการสื่อสารหรือจากผู้รับของคุณแล้วถูกนำไปให้กับรัฐบาลโดยไม่มีคำสั่งหรือไม่มีความเจาะจงพิเศษใดๆ ถือเป็นการละเมิดสิทธิ์ของคุณแล้ว" สโนว์เดนกล่าว/p p"คุณมีทหารหนุ่มสาวจำนวนมากถูกเกณฑ์เข้าไปทำงานในเอนเอสเอ ซึ่งพวกเขาอาจจะยังไม่มีประสบการณ์ชีวืตมากพอจะรู้สึกถึงเรื่องการละเมิดสิทธิ์ และถ้าหากพวกเราไม่ได้รู้เรื่องอันตรายว่าเสรีภาพของพวกเราถูกละเมิดได้ พวกเราจะเชื่อใจคนเหล่านี้ในการดูแลผลประโยชน์ของพวกเราได้อย่างไร" สโนว์เดนกล่าว/p pนอกจากนี้สโนว์เดนยังได้วิพากษ์วิจารณ์คนระดับสูงในหน่วยงานความมั่นคงสหรัฐฯ และอังกฤษซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกนักการเมืองอาวุโสหรือตุลาการเกษียณอายุซึ่งสโนว์เดนไม่ไว้ใจว่าคนพวกนี้จะเข้าใจเรื่องเทคโนโลยีมากพอที่จะสามารถบริหารจัดการในเรื่องแบบนี้ได้/p pแต่สโนว์เดนก็กล่าวย้ำว่าเพื่อนร่วมงานของเขาไม่เชิงเป็น "ตัวร้าย" แต่เป็นคนที่เหมือนพวกเราๆ ทั่วไป พวกเขาเคยเห็นชะตากรรมของคนที่เปิดโปงเรื่องราวของทางการแล้วถูกทำให้เป็นตัวร้าย ถูก "เชือดไก่ให้ลิงดู" พวกเขาจึงกลัวที่จะเปิดโปงเรื่องพวกนี้/p pในเรื่องการทำงานของเอนเอสเอ สโนว์เดนเปิดเผยอีกว่าพวกเขาเน้นที่ 'เมตาดาต้า' หรือนิยามข้อมูลซึ่งเป็นรายละเอียดข้อมูลที่ระบุว่าเราส่งข้อความสื่อสารจากที่ใด กับใคร เมื่อใด โดยไม่ขอหมายค้นหรือคำสั่งศาล นักวิเคราะห์ข้อมูลในเอนเอสเอใช้เวลา 9 ใน 10 ไปกับนิยามข้อมูลโดยไม่สนใจว่ามีการพูดอะไรกันจนกว่าจะสืบสวนไปถึงช่วงท้ายๆ เพราะเชื่อว่าคำพูดสื่อสารอาจเป็นการโกหกได้/p pสโนว์เดนยอมรับว่าอาจสอดแนมอาจจะเป็นประโยชน์ได้สำหรับหน่วยงานตำรวจหรือหน่วยงานข่าวกรองในการสืบสวนเหตุการณ์อาชญากรรมหรือการก่อการร้ายที่เกิดขึ้นไปแล้ว แต่ก็บอกว่ามันยังเป็นสิ่งที่อยู่ในขั้น "การสันนิษฐาน" ว่าจะมีความสามารถใช้ได้จริงมากแค่ไหน และในตอนนี้ประเทศสหรัฐฯ ก็ไม่ได้อยู่ในภาวะสงครามการก่อการร้ายจึงควรถือเป็นปัญหาเชิงอาชญากรรม และการจะขีดเส้นแบ่งความสมดุลระหว่างสิทธิความเป็นส่วนตัวและความมั่นคงนั้นควรจะมาจากการถกเถียงหารืออย่างเป็นประชาธิปไตย/p pในเรื่องข้ออ้างด้านความมั่นคง สโนว์เดนได้ยกตัวอย่างองค์กรตำรวจลับของเยอรมนีตะวันออก หรือ "สตาซี" (Stasi) ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อราว 60 ปีที่แล้วและถูกยุบไปในปี 2533 องค์กรนี้ได้เกณฑ์ผู้คนที่คิดว่าจะสามารถคุ้มครองเสถียรภาพของระบอบการเมืองที่พวกเขาคิดว่ากำลังมีภัย ผู้ที่ถูกเกณฑ์เป็นประชาชนธรรมดาเหมือนคนอื่นๆ พวกเขาเชื่อว่าตัวเองกำลังทำสิ่งที่ถูก แต่พวกเขาก็ใช้อำนาจในทางที่ผิด มีการใช้วิธีการคุกคามและทรมานเหยื่อ หลังจากเยอรมนีรวมประเทศแล้วเจ้าหน้าที่หลายคนของสตาซีก็ถูกดำเนินคดีตามอาชญากรรมที่พวกเขาก่อไว้/p pnbsp;/p pstrong"เทคโนโลยีจะมีหนทางสำหรับเรื่องสิทธิความเป็นส่วนตัว"/strong/p pสโนว์เดนบอกอีกว่าไม่เพียงนักข่าวเท่านั้นที่ทำงานยากขึ้นในยุคสมัยที่ต้องระวังการถูกสอดแนม ทนายความ, แพทย์, พนักงานสืบสวน, คนทำบัญชี รวมถึงใครก็ตามที่ต้องคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของลูกค้าล้วนต้องเผชิญกับความท้าทายของยุคสมัยนี้ทั้งสิ้น/p pแต่เมื่อเจอคำถามว่าจริงๆ แล้วเทคโนโลยีไปกันได้กับเรื่องสิทธิความเป็นส่วนตัวหรือไม่ สโนว์เดนเชื่อมั่นว่าในที่สุดแล้วเทคโนโลยีเองจะมีหนทางสำหรับเรื่องสิทธิความเป็นส่วนตัว เขาคิดว่าการพยายามสอดส่องพื้นที่ส่วนตัวของผู้คนในโลกดิจิตอลก็ไม่ต่างอะไรไปจากการบุกเข้าไปตั้งกล้องวีดิโอในบ้านหรือนำเอาไดอารี่ส่วนตัวของผู้คนออกมาดู/p pส่วนตัวสโนว์เดนเองเลือกที่จะไม่ใช้เว็บกูเกิ้ลหรือสไกป์ในการสื่อสารส่วนบุคคล และหลีกเลี่ยงการฝากไฟล์ไว้ในโปรแกรมดรอปบ็อกซ์ แต่แนะนำให้ใช้สไปเดอร์โอ็ค (spideroak.com) ที่โฆษณาตัวเองว่าเป็นเว็บฝากไฟล์ที่มีระบบความปลอดภัยด้านความเป็นส่วนตัวสูงมาก/p pนักข่าวและบรรณาธิการเดอะ การ์เดียน ที่ไปร่วมสัมภาษณ์สโนว์เดนให้ของที่ระลึกเป็นฮาร์ดไดร์ฟที่ถูกทำลายโดยคำสั่งของทางการในช่วงที่เคยมีปัญหากับสำนักงานข่าวกรองของอังกฤษ ซึ่งในฮาร์ดไดร์ฟนั้นมีข้อมูลเอกสารของสโนว์เดนอยู่ สโนว์เดนนำมันมาดูพร้อมพูดแบบทีเล่นทีจริงอย่างคนเคยทำงานสอดแนมว่า/p p"มันอาจจะมีเครื่องสะกดรอยตามติดอยู่ด้วยก็ได้"/p pnbsp;/p pspan style="color:#0000ff;"strongเรียบเรียงจากnbsp;/strongI, spy: Edward Snowden in exile, /spana href="http://www.theguardian.com/world/2014/jul/18/-sp-edward-snowden-interview-rusbridger-macaskill"span style="color:#0000ff;"The Guardian/span/aspan style="color:#0000ff;", 19-07-2014/span/p pspan style="color:#0000ff;"ข้อมูลเพิ่มเติมจาก /spana href="http://en.wikipedia.org/wiki/Stasi"span style="color:#0000ff;"http://en.wikipedia.org/wiki/Stasi/span/a/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/MPw1FjKQp8E" height="1" width="1"/

หมายเหตุประเพทไทย : สุราไทยกับมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร

Sun, 20/07/2014 - 23:05
p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"iframe allowfullscreen="" src="//www.youtube.com/embed/bbSXP0R82wk" frameborder="0" height="315" width="560"/iframe/p pสัปดาห์นี้ยังคงพบกับ อรรถ บุนนาค และแขกรับเชิญพิเศษ กานต์ ชูเศรษฐการ ผู้สนใจเรื่องไวน์ มาคุยกันเรื่องเครื่องดื่มต่อจากสัปดาห์ก่อน แต่ขยับมาสนทนาเรื่องเหล้าไทยกับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าการเกษตร/p pหลายปีที่ผ่านมารัฐบาลไทยส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน และสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ OTOP จนสินค้าหลายชนิดเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศและเป็นสินค้าส่งออก แต่สุราพื้นบ้าน ซึ่งมีคุณภาพดีและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าทางการเกษตรได้มาก กลับไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควร เช่น ที่ ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ สามารถผลิตสุราพื้นบ้านคุณภาพดีจากปลายข้าว เป็นสินค้าส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ลาว พม่า และสามารถนำเงินภาษีส่งเข้ารัฐส่วนกลางได้ถึงปีละราว 400 ล้านบาท หรือสุราพื้นบ้าน ‘หมาใจดำ’ ในเชียงใหม่ ที่นำวัตถุดิบพื้นบ้านอย่าง กล้วยน้ำว้า ดอกมะพร้าว และน้ำผึ้ง มาแปรรูปและผลิตเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สูตรเฉพาะ จนเป็นที่นิยมของคนกลุ่มเล็กๆ/p pน่าสนใจว่า สิ่งเหล่านี้ซึ่งถูกมองข้าม ละเลย หรือกระทั่งถูกต่อต้าน หากได้รับการสนับสนุนจากรัฐ ทั้งในเรื่องความรู้ และมาตรฐานการผลิต นอกจากจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าการเกษตรและยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรแล้ว อาจจะเป็นทางเลือกให้กับตลาดสุราไทยที่ถูกผูกขาดด้วยทุนขนาดใหญ่มาอย่างยาวนาน/p pnbsp;/p pnbsp;/p pnbsp;/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="http://www.prachatai.com/category/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2" target="_blank"ชมรายการหมายเหตุประเพทไทยย้อนหลัง/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/hrj3q0EW2Jk" height="1" width="1"/

การรัฐประหารไม่ใช่แก้วสารพัดนึก

Sun, 20/07/2014 - 18:30
!--break--!--break-- pnbsp;/p pบทความนี้เขียนขึ้นเพื่อแสดงโอกาสในการสนทนาทางวิชาการผ่านตัวอักษรกับท่านอาจารย์ ม.ร.ว.พฤทธิสาน ชุมพล ที่ท่านได้เขียนบทความ "ประชาธิปไตยไม่ใช่แก้วสารพัดนึก" ลงตีพิมพ์ในจดหมายข่าว สถาบันพระปกเกล้า ปีที่ 14 ฉบับที่ 4 พ.ศ.2556nbsp; กระผมจึงเขียนบทความตอบ ดังนี้/p p style="text-align: center;"br /------------------------------------------------------/p pbr /การรัฐประหารโดยคณะ คสช. เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2557 ได้ทำให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยต้องยุติบทบาทลงโดยอำนาจของกองทัพ หลังจากนั้นประเทศไทยได้เข้าสู่ระบอบเผด็จการทหารอีกครั้งหนึ่ง มีการจับกุมคุมขังผู้ที่ออกมาต่อต้านกองทัพ แจ้งข้อหาและกล่าวโทษโดยใช้ประกาศของคณะรัฐประหาร นอกจากนี้ คณะ คสช. ยังได้สร้างบรรยากาศความหวาดกลัวให้แก่สังคมภายใต้คำขวัญ “คืนความสุข” สร้างแรงกดดันไปยังประชาชนผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร ออกคำสั่งให้ตำรวจใช้อำนาจจับประชาชนหากมีการต่อต้านทางการเมือง เช่น จับผู้กินแซนวิส จับผู้อ่านหนังสือ 1984 จับผู้ชูสามนิ้ว เป็นต้นbr /br /ประชาธิปไตยที่กำลังประสบปัญหาในขั้นปัจจุบันได้ถูกกองทัพเข้าแทรกแซงเข้าแก้ไขปัญหาอย่างไม่ชอบธรรมตามครรลองแบบกระบวนการประชาธิปไตย บทความชิ้นนี้จะชี้ให้เห็นว่าการรัฐประหารไม่ใช่แก้วสารพัดนึกที่ผู้มีอำนาจในกองทัพจะสามารถชี้นิ้วสั่งการให้ปัญหาทุกอย่างคลี่คลายลงไปได้ตามอำเภอใจและไม่มีความชอบธรรมอย่างไร/p pbr /strong1. ภาพลักษณ์ของการรัฐประหารในสายตาประชาชน/strong/p p“ทำไมการรัฐประหารโดยกองทัพจะทำให้คนทั่วไปเห็นดีเห็นงามด้วย ทำไมทหารจึงคิดว่าคนเขาจะเชื่อถือการกระทำของทหารในทางการเมือง นั่นหมายความว่าทหารก็ต้องถามตัวเองให้ถ่องแท้ว่าการเข้ามายึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนด้วยวิถีทางที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่ผิดหรือสิ่งที่ถูก ทหารจะต้องคำนึงถึงภาพลักษณ์และต้องตระหนักให้ดีว่าทหารทำหน้าที่ปกป้องประเทศชาติ เป็นรั้วของชาติ กินภาษีจากเงินของประชาชน ทหารมิได้มีหน้าที่ทางการเมืองที่จะเข้ามากระทำการแทรกแซงรัฐบาลพลเรือนในระบอบประชาธิปไตย”/p pภาระหน้าที่อย่างหนึ่งของกองทัพก็คือการปกป้องคุ้มครองประเทศชาติจากภัยคุกคามต่างๆ เป็นภารกิจหลักของทหารทุกนาย หากแต่ในระบอบประชาธิปไตย กองทัพควรจะมีภาพลักษณ์และบทบาทในการปกป้องประชาธิปไตย อันหมายถึง การปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชนทุกๆคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่กระทำการอย่างสองมาตรฐานและเลือกปฎิบัติ และต้องทำหน้าที่สนับสนุนให้ประชาธิปไตยเจริญงอกงามไม่ขัดขวางการแก้ไขปัญหาทางการเมืองของพลเรือนด้วยการเข้ามายึดอำนาจโดยมิชอบธรรม/p pการเข้ามายึดอำนาจทางการเมืองโดยการทำรัฐประหารมิชอบธรรมอย่างไรในระบอบประชาธิปไตย ?/p pการตอบคำถามนี้ไม่ได้ยากเย็นแต่อย่างใดnbsp; ระบอบประชาธิปไตยมีหลักการง่ายๆขั้นพื้นฐานว่ารัฐจะต้องรับประกันสิทธิเสรีภาพทางการเมืองของพลเมืองทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน เคารพสิทธิเสรีภาพของกันและกัน ไม่ละเมิดกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระบวนการทางการปกครอง การเข้าสู่อำนาจรัฐจะต้องได้รับความยินยอมจากพลเมืองเท่านั้น กองทัพไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้ายึดอำนาจรัฐด้วยกระบอกปืนเพราะนั่นคือการเข้าสู่อำนาจรัฐที่ไม่ชอบธรรมตามระบอบประชาธิปไตยที่จำเป็นจะต้องได้รับความเห็นชอบจากประชาชนในระดับที่มากเพียงพอ/p pการอ้างว่าเมื่อรัฐประหารสำเร็จแล้ว ได้อำนาจรัฐแล้ว กองทัพจึงเปรียบเสมือน “รัฎฐาธิปัตย์” หมายถึง อำนาจสูงสุดของรัฐ หากกล่าวในทางกฎหมายมหาชน ทหารก็จะอ้างว่าอำนาจสูงสุดนี้คืออำนาจสถาปนากฎหมาย ทหารคือกฎหมาย เป็น foundation ของกฎหมายในสังคม ทุกคนต้องยินยอมและปฎิบัติตาม/p pการกล่าวอ้างเช่นนี้มิใช่เรื่องผิดหากประเทศไทยไม่ได้ใช้ระบอบประชาธิปไตย การกล่าวอ้างที่ง่ายๆและตรงไปตรงมาอย่างนี้คือการอ้างภายใต้วิธีคิดแบบเผด็จการ หมายถึงฉันจะทำอะไรก็ได้เพราะฉันยิ่งใหญ่ที่สุด ฉันมีปืน คนอื่นไม่มี ดังนั้น การอ้างความชอบธรรมจึงเป็นการอ้างภายใต้ความเป็นเผด็จการ ไม่ใช่ประชาธิปไตย/p pอย่างไรก็ตาม หากเราเชื่อมั่นและยึดมั่นต่อระบอบประชาธิปไตย เชื่อมั่นและยึดมั่นว่าอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนทุกคน ไม่ใช่ของคนหนึ่งคนใด การทำรัฐประหารโดยกองทัพจึงเป็นสิ่งที่ผิด ผิดทั้งความชอบธรรม ผิดทั้งศีลธรรมการเมือง ผิดทั้งมารยาททางการเมือง ผิดทั้งกฎหมายที่เชื่อมั่นในประชาธิปไตย ภาพลักษณ์ของทหารจึงถูกตั้งคำถามจากผู้ที่เชื่อมั่นและศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยโดยกว้างขวาง เพียงแต่ท่านไม่รู้และไม่ทราบ เพราะท่านได้ใช้อำนาจปืนของท่านกดขี่สิทธิเสรีภาพการแสดงออกของประชาชนเอาไว้นั่นเอง/p pbr /strong2. ความหมายของการรัฐประหารในมุมมองต่างมุม/strong/p p“ดูเหมือนว่ามีประชาชนกลุ่มหนึ่งเห็นดีเห็นงามกับการยึดอำนาจของกองทัพ มีความคาดหวังและศรัทธาว่าทหารบริสุทธิ์ผุดผ่องเสียยิ่งกว่านักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง จึงทำให้เห็นว่าการรัฐประหารเป็นแก้วสารพัดนึก สามารถแก้ไขปัญหาทุกสิ่งทุกอย่างได้ นิยมชมชอบระบอบเผด็จการเสียยิ่งกว่าสิทธิเสรีภาพของตนเองและพร้อมจะสละสิทธิเสรีภาพของตนเองทิ้งไปอย่างไม่ใยดี ในขณะที่มักจะอ้างว่าการสนับสนุนรัฐประหารคือประชาธิปไตยอีกแบบหนึ่ง ต้องตรวจสอบถ่วงดุลนักการเมืองด้วยวิธีการที่เฉียบขาดและรุนแรง”/p pการกล่าวอ้างว่าต้องการให้ทหารเข้ามายึดอำนาจโดยไม่ชอบธรรมคือการตรวจสอบถ่วงดุลแบบไทยๆและเชื่อมั่นว่าการรัฐประหารคือแก้วสารพัดนึกที่จะดลบัลดาลสิ่งใดก็ได้ เป็นความเชื่อมั่นและศรัทธาที่มิได้ยืนอยู่บนหลักการของประชาธิปไตยแต่อย่างใด เพราะว่าคำกล่าวอ้างเช่นนี้มิได้สนใจกระบวนการประชาธิปไตยที่ถูกต้องและชอบธรรม ไม่ได้เชื่อว่าประชาธิปไตยที่แท้จริงต้องเป็นเรื่องของประชาชนโดยสมบูรณ์/p pการสร้างความชอบธรรมให้แก่การรัฐประหารด้วยจิตสำนึกประชาธิปไตยที่ผิดพลาดเช่นนี้ทำให้ประชาชนอีกฝ่ายหนึ่งเกิดความรู้สึกกดดันและรู้สึกว่ากำลังถูกกดขี่สิทธิเสรีภาพ การเรียกร้องให้ทหารเข้ามาแทรกแซงทางการเมือง การเรียกร้องให้ใช้ระบอบเผด็จการทหาร การเรียกร้องให้ทหารใช้อำนาจปืนเข้าจัดการผู้เห็นต่างและฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ค่านิยมประชาธิปไตย แต่เป็นค่านิยมแบบเผด็จการ ไม่อนุญาตให้มีผู้ที่คิดต่างสามารถยืนได้ในสังคม/p pในมุมมองที่ถูกต้อง เราจะต้องไม่สนับสนุนการรัฐประหารหรือการยึดอำนาจใดๆที่ไม่ได้มาจากกระบวนการประชาธิปไตย เราต้องตั้งคำถามต่อกองทัพและต่อผู้ที่สนับสนุนกองทัพ เร่งสร้างจิตสำนึกแบบประชาธิปไตยให้ถูกต้อง คือ สิทธิเสรีภาพทางการเมืองของประชาชน อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนทุกคน/p pการเรียกร้องสิ่งที่ไม่เป็นประชาธิปไตยคือสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เป็นมุมมองที่ผิดพลาด/p pการแก้ไขปัญหาทางการเมืองที่ถูกต้องในระบอบประชาธิปไตยมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ประชาชนเข้ามาแก้ไขปัญหาด้วยตัวเขาเอง การเรียกร้องเอาทหารเข้ามาแทรกแซงนอกจากจะมิได้แก้ไขปัญหาในระยะยาวแล้ว กองทัพอาจจะสร้างปัญหาตามมาในอนาคตเพราะว่าไม่มีประชาธิปไตยที่แท้จริงจากการแก้ไขปัญหาแบบเผด็จการbr /br /พวกเราต้องอย่าหมดหวังกับประชาธิปไตย พวกเราต้องอดทนและพร้อมเดินหน้าแก้ไขปัญหาไปด้วยกัน/p pbr /strong3. เกณฑ์ในการชี้วัดตัดสินรัฐบุรุษและรัฐสตรี/strong/p pในระบอบประชาธิปไตย การเฟ้นหารัฐบุรุษหรือรัฐสตรีจะต้องมาจากกระบวนการที่ถูกต้องและเป็นประชาธิปไตย คำถามที่สำคัญคือทำไมเราต้องบอกว่าการเฟ้นหาคนเหล่านี้จะต้องมาจากกระบวนการประชาธิปไตย ?/p pธรรมชาติของมนุษย์เกิดมาย่อมมีดีๆชั่วๆ เลวมากเลวน้อย ดีมากดีน้อย ปะปนกันไป ความดีความชั่วก็ขึ้นอยู่บริบทสภาพแวดล้อมของบุคคลนั้นๆ บางสถานการณ์เขาอาจเป็นคนดี บางสถานการณ์เขาอาจกระทำไม่ดี ดังนั้น ความดีความชั่วจึงลื่นไหลแปรเปลี่ยน ไม่มั่นคงอยู่ตลอดเวลา สิ่งที่จะสามารถควบคุมความไม่มั่นคงทางศีลธรรมการเมืองนี้ได้ก็จำเป็นจะต้องมีการออกแบบกฎกติกา โครงสร้าง ระเบียบข้อบังคับในทางการเมืองให้ชัดเจน เป็นมาตรฐานเดียวกัน/p pเมื่อบุคคลหนึ่งๆเข้าสู่อำนาจทางการเมือง พวกเขาเหล่านั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปฎิบัติตนให้อยู่ในทำนองคลองธรรมทางการเมือง ปฎิบัติตามกฎกติกามารยาททางการเมืองที่ถูกออกแบบเอาไว้เพื่อควบคุมความไม่อยู่กับร่องกับรอยของมนุษย์ดังที่กล่าวมา ฉะนั้น ผู้ที่ได้ยึดโยงกับกฎกติกาที่เป็นธรรม ปฎิบัติตนเพื่อประชาชนอย่างแท้จริงตามครรลอง และถ้าหากสามารถนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญงอกงามได้อย่างยั่งยืนและชอบธรรมตามระบอบประชาธิปไตย พวกเขาเหล่านั้นย่อมได้ชื่อว่าเป็นรัฐบุรุษและรัฐสตรี/p pรัฐบุรุษและรัฐสตรีภายใต้ระบอบประชาธิปไตยจะต้องยึดโยงกับอำนาจและผลประโยชน์ของประชาชนเท่านั้น/p pbr /strong4. เกณฑ์คุณสมบัติของพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยและความหมายของพลเมืองในวิถีประชาธิปไตย/strong/p pความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยมีความหมายที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าคำว่าประชาชน กล่าวคือ พลเมืองมีบทบาทและหน้าที่รวมไปถึงการมีสิทธิเสรีภาพในเวลาเดียวกัน พลเมืองทุกคนในระบอบประชาธิปไตยมีหน้าที่ปกป้องดูแลประชาธิปไตย ทำตามกฎระเบียบของรัฐที่ออกแบบเอาไว้ร่วมกัน ร่วมกันฝันฝ่าอุปสรรคต่างๆที่เกิดขึ้นในระบอบประชาธิปไตย นอกจากนี้ พลเมืองทุกคนย่อมมีสิทธิเสรีภาพทางการเมืองอย่างเท่าเทียมกัน/p pหากมองตามเกณฑ์เช่นนี้ จะเห็นว่ามีประชาชนกลุ่มหนึ่งฝ่ายหนึ่งมิได้ยึดถือหลักเกณฑ์นี้ร่วมกัน พวกเขาเรียกร้องให้เกิดอำนาจนอกระบบประชาธิปไตยอยู่ตลอดเวลา ไม่สนใจสิทธิเสรีภาพของเพื่อนร่วมชาติ ไม่เคารพหน้าที่ของเพื่อนร่วมชาติ นอกจากนี้ ยังอาศัยอำนาจเผด็จการสนับสนุนแนวทางผิดๆต่อเพื่อนร่วมชาติของตัวเองด้วยการสนับสนุนให้ใช้กำลังต่อผู้ที่เห็นต่างทางการเมือง หัวเราะเยาะเย้ยถากถาง ดูถูกผู้อื่น ดูแคลนผู้คน เหยียบย่ำผู้อื่น ไม่มองว่าผู้เห็นต่างคือผู้ที่มีสิทธิเสรีภาพทัดเทียมกับตนเอง สิ่งเหล่านี้ตัดสินได้ว่าพวกเขามิได้ผ่านเกณฑ์พลเมืองในระบอบประชาธิปไตยแต่อย่างใด ซ้ำร้าย พวกเขานิยมชมชอบหลักเกณฑ์แบบเผด็จการที่ต้องการกำจัดอีกฝ่ายให้พ้นๆไป/p pวิถีพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้อง คือ การเคารพซึ่งกันและกันในฐานะพลเมือง เห็นต่างได้แต่ต้องเคารพกัน ไม่คุกคามสิทธิเสรีภาพระหว่างกัน ค้นหาทางออกร่วมกัน ไม่มีใครชนะเด็ดขาดหรือแพ้อย่างเด็ดขาด แต่เป็นการร่วมกันสร้างความเจริญในแนวทางที่แตกต่างกันไปโดยไม่ทำลายประชาธิปไตยนั่นเอง/p pbr /strong5. เรื่องยกย่องคนที่ตายแล้วเป็นวีรบุรุษ/strong/p pทุกๆสังคมย่อมมีวีรบุรุษเป็นของตัวเอง แต่เรากำลังนึกถึงคำว่า “ถอดบทเรียน” เสียยิ่งกว่าวีรบุรุษเป็นบุคคลไป เมื่อคิดได้เช่นนี้ การถอดบทเรียนความล้มเหลวและความผิดพลาดที่ผ่านมาจึงเป็นสิ่งสำคัญ การพัฒนาประชาธิปไตยไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละสังคมสามารถถอดบทเรียนและสรุปความผิดพลาดได้มากน้อยขนาดไหน/p pมีแง่คิดที่น่าสนใจว่าอย่าเป็นสังคมความจำสั้น เพราะเมื่อความจำสั้นเราก็จะไม่ได้เรียนรู้อะไรเพราะจำอะไรไม่ได้ จะเอาแต่การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าโดยไม่คำนึงถึงความผิดพลาดในอดีตก็ย่อมแก้ไขปัญหาได้ไม่ยั่งยืน หรือหากหมกมุ่นอยู่แต่กับอดีตก็ไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้/p pstrongเมื่อถึงบรรทัดนี้เราคงไม่อาจยกย่องให้ใครเป็นวีรบุรุษได้เท่ากันกับตัวของเราเอง เพราะเราคือผู้ที่สร้างประเทศนี้ด้วยมือของเราเอง มิใช่ผู้ใดผู้หนึ่งโดยลำพัง/strong/p pstrongวีรบุรุษในระบอบประชาธิปไตยก็คือ “ประชาชน”/strong/p pnbsp;/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/bpnWXsfQ0EA" height="1" width="1"/

นักศึกษา ศนปท. ตบเท้าเข้าถาม คสช. “เพื่อนเราเขาผิดอะไร”

Sun, 20/07/2014 - 03:13
pตัวแทนนักศึกษาจากศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตยเข้าสอบถามเจ้าหน้าที่ทหาร คสช. ถึงเหตุผลที่ต้องควบคุมตัวครั้งที่ 2 ‘นันทพงษ์ บุญพงษ์’ นักศึกษา ม.มหาสารคาม/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://fbcdn-sphotos-h-a.akamaihd.net/hphotos-ak-xfp1/v/t1.0-9/p526x395/10557360_10152257169361699_6481088233466205914_n.jpg?oh=5292cea6e093676873926aa35113f0edamp;oe=54486AC5amp;__gda__=1414529084_10eac9a1bcdc639180fb23bd62fb2fee" style="width: 580px; height: 326px;" //p p19 ก.ค. 2557 เมื่อเวลา 14.00 น. ที่บริเวณหน้าสโมสรกองทัพบก เทเวศร์ ตัวแทนนักศึกษาจากศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตย หรือ ศนปท. ประกอบด้วยนายปิยรัฐ จงเทพ นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ภาคบัณฑิต) และนายทรงธรรม แก้วพันพฤกษ์ นักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ nbsp;ได้เดินทางมาที่บริเวณดังกล่าวเพื่อสอบถามเหตุผลกับทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ว่าเหตุใดจึงต้องมีการเรียกตัว นายนันทพงษ์ บุญพงษ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยมหาสารคาม ไปควบคุมตัวอีกเป็นครั้งที่ 2 และต้องการทราบข้อเท็จจริงว่านายนันทพงษ์ กระทำผิดเงื่อนไขอย่างไรและจับไปควบคุมตัวไปไว้ที่ใด/p pโดยเจ้าหน้าที่ทหาร ที่เข้าเวรหน้าหอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ ได้แนะนำให้นักศึกษาทั้ง 2 คน ไปร้องเรียนเรื่องดังกล่าวที่ทำเนียบรัฐบาล นักศึกษาทั้ง 2 จึงเดินทางออกจากบริเวณดังกล่าว/p pทั้งนี้ ศนปท. ได้ออกแถลงการณ์วันนี้ โดยระบุว่า เนื่องจาก พ.ต.ชายแดน เกาะแก้ว หัวหน้าฝ่ายยุทธการและการข่าว กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดมหาสารคาม ได้ทำหนังสือเรียกตัวนายนันทพงษ์ บุญพงษ์ ให้ไปรายงานตัวที่กองบังคับการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดมหาสารคาม บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดมหาสารคาม ในวันที่ 18 กรกฎาคม เวลา 13.00 น./p pแฮ็ค หรือนายนันทพงษ์ บุญพงษ์ เป็นนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ไปเดินทางรายงานตัวตามสถานที่และเวลาที่กำหนด ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 ของนายนันทพงษ์ที่จะต้องไปรายงานตัว แต่ปรากฏว่าทางกองทัพได้ทำการกักตัวนายนันทพงษ์ไว้ และในขณะนี้เวลา 13.00 น. ของวันที่ 19 กรกฎาคม ซึ่งรวมเป็นระยะเวลากว่า 24 ชั่วโมงแล้ว ที่พวกเราทุกคนยังไม่ทราบชะตากรรมของนายนันทพงษ์ ไม่มีการติดต่อกลับมา หรือไม่มีการชี้แจงจากกองทัพใดๆ ทั้งสิ้น/p pเพราะว่าเป็นการกระทำที่ผิดต่อหลักสิทธิมนุษยชนไม่มีความโปร่งใส ไม่สามารถตรวจสอบได้ และไม่เป็นตามขั้นตอนปกติของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งทำให้ “เหยื่อ” นั้นได้รับความไม่เป็นธรรม ไร้ซึ่งสิทธิเสรีภาพที่พึงมี (ท่ามกลางเสรีภาพอันน้อยนิด) และจากการกระทำที่ไม่โปร่งใสและการใช้กำลังแบบ “บ้าอำนาจ” นั้น อาจจะทำให้เหยื่อได้รับอันตรายได้ หรือถ้าแย่กว่านั้น ก็คือ ”สูญหาย" หรือไม่ก็ "เสียชีวิต”/p pศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตย ขอประนามการกระทำเช่นนี้ของกองทัพ ว่า "เป็นสิ่งที่เลวร้ายอย่างยิ่ง” และจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อให้กองทัพปล่อยตัวนายนันทพงษ์ให้เป็นอิสระ เราจะไม่ยอมให้ใครมากดขี่ข่มเหงรังแก เราไม่ยอมให้กองทัพทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจโดยไม่สนใจชีวิตและอิสรภาพของประชาชนอีกต่อไป/p pล่าสุด a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1405757685"มติชนออนไลน์/a รายงานด้วยว่า นายปิยรัฐ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ทราบข่าวจากนายวินัย ผลเจริญ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยมหาสารคามnbsp; ระบุว่า เจ้าหน้าที่แจ้งความคืบหน้าการควบคุมตัวนายนันทพงษ์ ว่าจะได้รับการปล่อยตัว เมื่อถูกควบคุมตัวครบ 7 วันตามกฎอัยการศึก nbsp;nbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/_MtuD-Osqrs" height="1" width="1"/