บางถวิลหาคำปรัชญา : ’รงค์ วงษ์สวรรค์(๗๔ กะรัต)



 


ผมค้นเจอถ้อยคำที่แฝงปรัชญาชีวิตของศิลปินแห่งชาติท่านนี้ ใน "หนังสือพจนานุกรม 'รงค์ วงษ์สวรรค์" จัดทำขึ้นโดย "อะเดย์" อยู่มุมซ้ายของเว็บไซต์ www.tuneingarden.com เมื่ออ่านแล้วผมรู้สึกเหมือนกำลังดิ่งลึกลงไปในหุบเขาแห่งดงอักษร ที่บุคคลท่านนี้ได้เพาะปลูกเอาไว้นั้น ยังคงขลัง มีเสน่ห์ งามงด สดใหม่อยู่เสมอ                                                                                                              <?xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:office" />


มากล้นถ้อยความ มากค่าความหมาย...    
ล้วนแฝงคำคมที่บ่มเพาะผ่านประสบการณ์ 
ที่เคี่ยวกรำความคิดและชีวิตวิถีมาอย่างนานและไกล
จริง...เป็นเช่นนั้นอย่างมิต้องสงสัย...           


ผมหยิบเอามาบดเคี้ยวและขบคิดบางถ้อยคำปรัชญาที่มีการรวบรวมเอาไว้อย่างเยอะ         
และน่าสะสมเอาไว้อย่างยิ่ง


(๑) ระบบการศึกษาล้าหลังและความเฉื่อยชาของรัฐบาล  ซึ่งผมอยากพูดว่าเป็นการคุมกำเนิดทางความคิดและปัญญา                                                                                                  


(๒) ความโลภมันกระโดดขึ้นไปเกาะอยู่บนหนังตาของทุกคน จนมองไม่เห็นความวอดวายที่ยืนรออยู่อย่างหิวกระหาย                                                                                                        


(๓) ช่องว่างระหว่างฐานะของบุคคลย่อมจะมีอยู่เสมอ ไม่ว่าในแห่งหนไหน (เราคิดอย่างนั้น) และเราจึงไม่เป็นทาสแห่งโมหจริตโดยมีปมด้อยเป็นฝ่ายยุยง                                                


(๔) การกังวลมันก็เหมือนกับนั่งอยู่บนเก้าอี้โยก คุณรู้สึกว่ากำลังเคลื่อนไหว แต่มันไม่เคยพาคุณไปถึงไหนได้เลย                                                                                                                    


(๕) การมองเข้าไปในความหลังก็เช่นเดียวกับการอ่านหนังสือที่ยังไม่ได้เขียน                     


(๖) นักเขียนไม่มีสิทธิ์เป็นคนแปลกหน้ากับผู้อ่าน                                                         


(๗) บาร์เท็นเดอร์ไม่มีสิทธิ์เป็นคนแปลกหน้ากับคนกินเหล้า                                            


(๘) ความโกรธเป็นลมพัดไฟในตะเกียงความคิดดับ !                                                    


(๙) ศัตรูที่มีคุณธรรม  มีค่ามากกว่าเพื่อนสับปลับ                                                         


(๑๐) พรุ่งนี้มันเป็นคำแก้ตัวดีที่สุดของคนเกียจคร้าน มันเป็นความหวังของคนที่เดินทางผ่านวันวานมาอย่างสะเพร่า                                                                                                     


(๑๑) เวลา มันหาได้มีสาระมากไปกว่าเป็นเพียงความว่างเปล่าที่ยืนรออยู่อย่างหิวกระหายเพื่อให้ผู้คนได้บรรจุเหตุการณ์ลงในมัน                                                                                


(๑๒) เวลามันไม่เคยมีอาวุธไว้ป้องกันตัวเองจากความโหดร้าย                                        


(๑๔) ความเมตตาเป็นอาวุธเพียงชนิดเดียวในการเข่นฆ่าความจน                                     


(๑๕) เมื่อเด็กวิ่งไปบนความรื่นเริง นั้นเป็นความบริสุทธิ์ที่ผู้ใหญ่จะต้องซ่อนความละอายไว้ในความอิจฉา

 (๑๖) ความขุ่นหมอง มันเริ่มต้นจากความวังเวงราวกับหัวใจโดนแขวนไว้กับเส้นด้ายเปื่อยในเวิ้งว้างของโพรงอก                                                                                                                     


(๑๗) ศัตรูที่ร้ายกาจของคนก็คือคนด้วยกัน                                                                


(๑๘) ความจนกับความจริงใจเป็นมือขวาและมือซ้ายของกันและกัน               


๑๙) เวลามันเป็นเพียงชะลอมที่วางท้าทายให้ผู้คนเอาความโง่เขลาของตนเติมลงไปแทนน้ำ


(๒๐) กลางคืนยาวนานเพื่อให้เรามีโอกาสเรียนรู้ถึงวันพรุ่งนี้                                            


(๒๑) ยากเหลือเกินที่คนเราจะหนีความเหงา มันร้ายยิ่งกว่าเงาหรือเจ้าหนี้               


(๒๒) เวลามันเป็นกับดักที่ขึงขวางไว้ระหว่างการเกิดกับความตาย                                     


(๒๓) คนเราสูงเท่ากันเสมอบนเตียงนอนและในหลุมศพ


...ฯลฯ...


 


 "อย่าลืมเน้อ, วันที่ซาวนี้ไปร่วมงานบนสวนทูนอิน..." พี่อ้อม กรรณิการ์ เพชรแก้ว คนข่าวประชาชาติธุรกิจ เอิ้นบอกผม                                                                                        


"ครับ ครั้งนี้หนนี้ผมคงไม่พลาดอย่างแน่นอน..." ผมบอกไป หลังจากพลาดงานดำหัว อา ’รงค์,อาติ๋ม เมื่อเมษาที่ผ่านมา  เอ้า! เชิญครับเชิญ ๒๐ พ.ค.นี้ ขอเชิญญาติมิตรพี่น้องไปม่วนงันสังสรรค์ญาติน้ำหมึกในพิธีบูชาครู "ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช"  ฤกษ์เปลี่ยนแว่นตา อนุสาวรีย์ครู เวลาแดดงาม ๐๙.๔๙ น. เสร็จพิธีดื่มกินร่วมกันแล้วตั้งวงเฮฮานินทา ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ (๗๓ กะรัต) เจ้าของบ้าน นำเมามันสามัคคีฝีปากโดย "น้าหงา" สุรชัย จันทิมาธร ครูใหญ่เพลงเพื่อชีวิต นักเขียนรางวัลศรีบูรพาใหม่หมาด


 


นอกจากนั้น  ยังมีวงพูดคุยกับ วงษ์ดำเลิง วงษ์สวรรค์ "บักหำน้อย" ในงานเขียนหลายร้อยชิ้น บัดนี้เติบใหญ่ บินข้ามฟ้าร่วมนินทาเฉพาะกิจ-ยศศิริ ชาติวงศ์  มหาแฟนพันธุ์แท้ เว็บมาสเตอร์ tuneingarden.comสมชาย ขันอาษา บรรณาธิการอารมณ์บลู และอีกเอเวอรี่บอดี้ที่เสนอกายเสนอใจ 


๒๐ พ.ค.นี้ ปีละครั้ง ณ สวนทูนอิน บ้านห้วยบวกเขียด อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่เชียงใหม่


ในคำประกาศเชิญชวนตอนท้ายสุดบอกมาว่า...ข้องใจ มีตัณหา ติดต่อสอบถามได้ที่ ๐๑- ๗๑๖๓๐๐๗