สุรพศ ทวีศักดิ์ ปรับปรุงจากประเด็นที่นำเสนอในการเสวนาเรื่อง “สถาบันกษัตริย์กับสังคมประชาธิปไตย” ในงาน "จิบน้ำชาสังสรรค์สนทนาเพื่อหารายได้สนับสนุนการแก้ไขมาตรา 112 ตามข้อเสนอนิติราษฎร์"
มุมมองจากพิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ เวียงรัฐ เนติโพธิ์ และสุรพศ ทวีศักดิ์ กรณีสถาบันกษัตริย์กับอุดมการณ์ประชาธิปไตยผ่านการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบกับสมบูรณาญาสิทธิราชย์, ศาสนาพุทธ และ ประวัติศาสตร์การเปลี่ยนผ่านของจักรพรรดิญี่ปุ่น
บทสนทนาใต้ร่มพุทธศาสนาในสังคมไทยในฐานะเครื่องมือทางการเมืองที่ถูกอธิบายว่าปลอดพ้นจากการเมือง “ปัจจุบันเราใช้ธรรมะเป็น ‘วาทกรรม’ เพื่อตอบสนองจุดประสงค์อื่นๆ เช่น ยกย่องสถานะศักดิ์สิทธิ์ทางชนชั้น ใช้อ้างในการต่อสู้ทางการเมืองเพื่อยกตัวเอง พวกตัวเองให้สูงส่งแล้วกดอีกฝ่ายให้ต่ำลง”...
ในสถานการณ์การเมืองที่มีการเผชิญหน้าและมีแนวโน้มนำไปสู่ความรุนแรง มักจะมีกลุ่มบุคคลที่ถูกเรียกว่านักสันติวิธีปรากฎตัวขึ้น ความขัดแย้งในช่วง มีนา-พฤษภา53 ก็เช่นกัน หากแต่เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้ยุติแต่กลับบานปลายไปสู่ความรุนแรงก่อให้เกิดบาดแผลใหญ่อีกครั้งในสังคมไทย จุดยืนและท่าทีของนักสันติวิธีจึงเป็นสิ่งที่ถูกสังคมตั้งคำถามต่อมา
การอ้างธรรมในนามพุทธศาสนาในการต่อสู้ทางการเมือง โดยยึดถือธรรมเป็นของศักดิ์สิทธิ์ ยึดถือธรรมเป็นอำนาจ น่าจะไม่สอดคล้องกับความหมายของ “ธรรม” ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้และสอนจริงๆ
บทความของ สุรพศ ทวีศักดิ์ หยิบข้อเขียนของปรีดี พนมยงค์ ที่พูดถึง “ความเป็นอนิจจังของสังคม” มากกำนัลแด่ Hyper Royalists และชนชั้นกลางวัฒนธรรม เพื่อเป็น “ข้อคิด” ทบทวนพฤติกรรมของตนเองเท่าที่เป็นมา