คณาจารย์ทั้ง 5 ขอยืนยันว่าบทวิเคราะห์คำพิพากษาของศาลฎีกาฯ นี้ เป็นการใช้เสรีภาพทางวิชาการ โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการไม่ยอมรับรัฐประหาร หลักการเคารพกระบวนการทางกฎหมายที่เป็นธรรม หลักดุลยภาพแห่งอำนาจ หลักความมั่นคงแห่งนิติฐานะ หลักเสมอภาคและเป็นธรรม ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในนิติรัฐ-ประชาธิปไตย และขอยืนยันที่จะปกป้องหลักการเหล่านี้อย่างสุดกำลังด้วยความบริสุทธิ์ใจ
กลุ่ม 5 อาจารย์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกแถลงการณ์และบทวิเคราะห์คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกรณีขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน
ทักษิณโฟนอินหลังศาลฎีกาสั่งยึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้าน ขอบคุณประชาชนที่สนับสนุน อ้างผูกไทค์ดำไว้ทุกข์ให้ตัวเอง ชี้ยึดทรัพย์มีธงการเมือง ขำคำพิพากษายึดในส่วนของหุ้นที่เพิ่มขึ้นขณะที่หุ้นขึ้นทั้งตลาด ลั่นขอเป็นเหยื่อการเมืองคนสุดท้าย อัดอำมาตย์ไม่รังเกียจทุจริตแต่ไม่อยากเห็นรัฐบาลประชานิยม
องค์คณะฯ จึงมีมติเสียงข้างมากว่า ทรัพย์สินที่ต้องตกเป็นของแผ่นดิน มีเฉพาะเงินปันผลค่าหุ้นจำนวน 6,890 กว่าล้านบาท และเงินที่ขายหุ้นชินคอร์ปจำนวน 39,400 กว่าล้านบาท รวม 46,373 กว่าล้านบาท พร้อมดอกผลของเงินจำนวนดังกล่าว
องค์คณะผู้พิพากษาทั้ง 9 คนที่ขึ้นบัลลังก์อ่านคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ฯ ในวันที่ 26 ก.พ.53 โดยอัยการสูงสุดยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค.51 ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติ
ศาลเอกฉันท์หุ้นชินฯที่ขายเทมาเส็กเป็นของทักษิณ และมีมติเสียงข้างมากในประเด็นออก พ.ร.ก.แปลงสัญญาสัมปทาน เอื้อประโยชน์ชินคอร์ปฯ และกีดกันการแข่งขัน
ศาลรับ คตส. มีอำนาจ ตามคำประกาศของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัติริย์เป็นประมุข หรือ ประกาศ คปค.
คุมเข้มรักษาความปลอดภัยติดวงจรปิดรอบศาลฎีกา “ประวิตร”ลั่นทหารหนุนเสริมพร้อมรับมือ กทม.สั่งโรงเรียน 4 แห่งรอบศาลฎีกาฯปิด1วัน ด้านรมว.คลังระบุหากมีการยึดต้องเอาเข้าคลัง "ทักษิณ"ขอให้มวลชนติดตามผลตัดสินยึดทรัพท์ที่บ้าน
คำวินิจฉัยปฏิเสธอำนาจคณะรัฐประหารครั้งแรกของประเทศ โดยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งเป็นเสียงส่วนน้อยในการลงมติพิพากษาคดีตัดสิทธิทางการเมืองนายยงยุทธ ติยะไพรัชเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา (พร้อมความเห็นจากปิยบุตร แสงกนกกุล)