ประชาไท สลิมค้นข่าวประชาไท
   
‘เปรม’ บอก “นายกฯ พระราชทานไม่มี รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดไว้” พิมพ์บทความนี้

พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เชื่อทหารรู้หน้าที่ ส่วนคำถามนายกฯ ควรลาออกหรือไม่ สิ่งใดจะทำให้คนไทยกลับมาดีกัน ไม่ขอตอบ เพราะเป็น “คำถามยาก ผมตอบไม่ได้” ผบ.ทอ.เสียใจเหตุการณ์ 7 ต.ค. ยันทหารอยู่ในกรอบ ถืออาวุธออกไปจะเดือดร้อน ไม่ขอกดดัน ‘สมชาย’ เพราะเป็นผู้บังคับบัญชา ส่วน ‘บิ๊กจิ๋ว’ เปรยผ่านคนสนิท ‘น้อยใจ’ อนุพงษ์ไม่เคารพรุ่นพี่

 

เมื่อวานนี้ (11 ต.ค.) พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานเปิดโครงสาน “สานใจไทยสู่ใจใต้” รุ่น 10 โดยกล่าวปฏิเสธตอบข้อถามถึงทางออกของสถานการณ์ขณะนี้ ว่า ไม่ตอบคำถามนี้ เพราะตอบไม่ได้

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สถานการณ์ขณะนี้ หน้าที่ของคนไทยต้องเป็นอย่างไร พล.อ.เปรม กล่าวว่า ไปอ่านรัฐธรรมนูญ เขียนไว้ชัดเจนว่า คนไทยควรทำอะไร เมื่อถามว่า ควรมีรัฐบาลแห่งชาติได้หรือยัง พล.อ.เปรม กล่าวว่า ไม่ทราบ ไม่ขอออกความเห็นเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า เสียใจกับเหตุการณ์สลายการชุมนุม เมื่อวันที่ 7 ต.ค. แต่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่า สถานการณ์จากนี้ไปจะเป็นอย่างไร เชื่อว่าทุกคนต้องทำหน้าที่ของตัวเอง

 

ต่อข้อถามว่า ถึงเวลาที่ทหารจะเป็นตัวกลางในการแก้ไขปัญหาขณะนี้หรือไม่ พล.อ.เปรม กล่าวว่า ทหารก็มีหน้าที่ ต้องรู้หน้าที่คืออะไร แต่ปฏิเสธที่จะตอบคำถามว่า จุดยืนของทหารในเวลานี้ มีความเหมาะสมหรือไม่ โดยให้เหตุผลว่า ความเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม อยู่ที่แต่ละคนจะมอง ในที่สุดเชื่อว่าจะมีความปรองดองเกิดขึ้นได้

 

เมื่อถามว่า ท่านเน้นย้ำเรื่องสมานฉันท์เป็นเพราะคนในชาติแตกแยกหรือไม่ พล.อ.เปรมกล่าวว่า ไม่ได้พูดเช่นนั้น คุณพูดเอง

 

เมื่อถามว่า ความสงบสุขที่จะเกิดขึ้นแนวทางการปฏิวัติจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ พล.อ. เปรม นิ่งไม่ตอบคำถาม เมื่อถามว่า เหตุการณ์รุนแรงหลายฝ่ายเรียกร้องให้มีการยุบสภาหรือนายกรัฐมนตรีลาออก พล.อ.เปรม กล่าวพร้อมกับยิ้มว่า “คุณ ถามคำถามยาก ผมตอบไม่ได้” เมื่อถามถึงแนวทางนายกรัฐมนตรีพระราชทาน พล.อ.เปรม กล่าวว่า นายกฯ พระราชทานไม่มี รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดไว้

 

เมื่อถามว่า ในฐานะเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมืองจะเสนอทางออกให้บ้านเมืองสงบสุขอย่างไร พล.อ. เปรม ย้อนถามว่า “คำถามคุณตอบยาก” เมื่อถามว่า อยากให้คนไทยคำนึงถึงสิ่งใดเป็นหลัก พล.อ. เปรม ถามกลับว่า “เป็นหลักอย่างไร” ผู้สื่อข่าวตอบว่า ประชาชนควรคำนึงสิ่งใดเป็นหลักที่ทำให้คนไทยกลับมาดีกัน และอยู่อย่างมีความสุขในอดีต พล.อ.เปรม กล่าวว่า “คำถามยากตอบลำบาก”

 

 

เปรมมั่นใจสานใจไทยสู่ใจใต้มาถูกทาง ความสมานฉันท์เห็นได้ชัดเจน

ทั้งนี้ พล.อ.เปรม ได้เป็นประธานเปิดโครงการสานใจไทยสู่ใจใต้ รุ่นที่ 10 โดยกล่าวความตอนหนึ่งว่า โครงการนี้ได้ดำเนินการมาถึงสุดทางแล้ว มั่นใจว่าผลสำเร็จของโครงการ น่าจะเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการ เยาวชนที่มาจากภาคใต้ทั้ง 9 รุ่น เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่า การมาอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์ในกรุงเทพฯ ได้ความรู้เพิ่มมากขึ้น ทำให้เยาวชนเข้าใจ และเห็นว่า โครงการนี้จะนำมาสู่ประโยชน์ได้อย่างไร

 

“ที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการโครงการสานใจไทยสู่ใจใต้ ระบุว่าความสมานฉันท์เห็นได้ชัดเจน รู้สึกดีใจมากที่ได้รับรายงานเช่นนั้น นั่นคือสิ่งที่พวกเราต้องการให้เข้าใจว่า ความเป็นไทยเป็นสิ่งที่พวกเราเข้าใจว่ามีความสำคัญอย่างไร และอีกเรื่องที่ พล.อ.สุรยุทธ์ พูดถึง ความร่วมมือที่พัฒนาไปอย่างน่าพอใจ จะสังเกตได้ว่า การจัดโครงการครั้งนี้ได้รับความร่วมมือมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะมีทั้งผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารอากาศ เดินทางมาด้วยตัวเอง ชี้ให้เห็นความร่วมมือที่กองทัพได้ให้กับพวกเรา” พล.อ.เปรม กล่าว

 

โครงการสานใจไทยสู่ใจใต้ รุ่นที่ 10 มีเยาวชนเข้าร่วม จำนวน 239 คน โดยเป็นเยาวชนที่มาจาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

 

ทัพอากาศเสียใจเหตุการณ์ 7 ต.ค. ยันทหารอยู่ในกรอบ

ด้าน พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา ผู้บัญชาการเหล่าทัพได้ติดตามสถานการณ์ตลอด และหารือกันตลอด ยอมรับว่า มีความกังวลและเสียใจอย่างมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยืนยันว่า แนวทางปฏิบัติของทหาร สำหรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เหมือนกันทุกเหล่าทัพ เช่นที่ พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ได้บอกไว้

 

"ทหารอยู่ในกรอบ จะทำอะไรต้องคิดให้ดี เพราะถ้าทหารออกมา จะเป็นเรื่องใหญ่ ดังนั้น ต้องพิจารณาให้รอบคอบ" ผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าว

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทหารพร้อมที่จะออกมา เพียงแต่รอจังหวะใช่หรือไม่ ผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าวว่า เมื่อใดที่เหตุการณ์ไม่เรียบร้อย แล้วทหารต้องออกมา จะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขกฎหมาย อยู่ๆ จะถืออาวุธออกมาไม่ได้ ต้องมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ กฎอัยการศึก ถ้าไม่มีคำสั่ง หรือเงื่อนไขในการเคลื่อนไหว ออกไปก็จะเดือดร้อน

 

 

ไม่กดดันสมชาย เพราะเป็นผู้บังคับบัญชา

ผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าวปฏิเสธที่จะตอบคำถามเรื่องปฏิวัติ โดยกล่าวเพียงว่า ทหารพูดคุยเรื่องบ้านเมืองตลอด คิดว่าทุกฝ่ายคงพยายามแก้ปัญหาอยู่ และการปฏิวัติไม่ใช่การแก้ปัญหาที่เบ็ดเสร็จ เพราะปฏิวัติแล้วต้องดูผลที่ตามมาให้ดี อาจจะทำให้ประเทศชาติเสียหาย ทหารคงไม่กดดัน หรือ ชี้นำ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี เพราะเป็นผู้บังคับบัญชา

 

"นายกรัฐมนตรีเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้พิพากษา และเคยดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง จึงคิดว่านายกรัฐมนตรีจะใช้เวลาที่ไม่มีคนห้อมล้อม พิจารณาว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไปถึงไหนแล้ว ผมคิดว่านายกรัฐมนตรีคงว่าควรทำอย่างไร คงไม่สามารถชี้นำได้ เพราะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา" ผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าว

 

ต่อข้อถามว่า ผู้บัญชาการเหล่าทัพ จะรวมตัวกันไปพบนายกรัฐมนตรี เพื่อหาแนวทางในการยุติปัญหาหรือไม่ พล.อ.อ.อิทธพร กล่าวว่า คงต้องดูสถานการณ์อีกครั้ง โดยเฉพาะกรณีผู้รับผิดชอบต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ต้องมีการตรวจสอบ และมีผู้รับผิดชอบ เมื่อถามว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่า ทหารพร้อมที่จะทำอะไรก็ได้ เพื่อประเทศชาติ ผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าวว่า ยืนยันไม่ได้ แต่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อประเทศชาติ และอยู่ข้างประชาชน อะไรที่ไม่ถูกต้องชอบธรรม คงไม่ทำ

 

 

"อนุพงษ์"โผล่เยี่ยม"สมัคร"
เวลา 15.00 น. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา พร้อมด้วยนางกุลยา เผ่าจินดา ภริยา นำกระเช้าดอกไม้เข้าเยี่ยมนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เนื่องจากมีการอาการป่วย โดยพูดคุยกันประมาณ 30 นาที

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตว่า พล.อ.อนุพงษ์ไม่ได้ไปร่วมพิธีเปิดโครงการ"สานใจไทยสู่ใจใต้" รุ่นที่ 10 ท่ามกลางกระแสข่าว พล.อ.เปรมไม่พอใจ พล.อ.อนุพงษ์ ภายหลังเข้าชี้แจงสถานการณ์การสลายการชุมนุมกับ พล.อ.เปรม เมื่อวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา

 

นายทหารคนใกล้ชิด พล.อ.อนุพงษ์ระบุว่า พล.อ.อนุพงษ์ไปเยี่ยมนายสมัคร เพราะนายสมัครเป็นผู้ใหญ่ที่เคารพ และเคยร่วมทำงานกันมา ส่วนสาเหตุที่ พล.อ.อนุพงษ์ไม่ได้ไปร่วมโครงการสานใจไทยสู่ใจใต้ เพราะไม่มีกำหนดการในตารางภารกิจ อีกทั้งไม่ได้มีการเชิญมา และ พล.อ.อนุพงษ์ไม่ได้เกี่ยวข้องกับโครงการนี้

 

 

เสธ.หมึกเผย ‘บิ๊กจิ๋ว’ เสียใจอนุพงษ์ไม่เคารพรุ่นพี่

พล.ท.พิรัช สวามิวัศดุ์ นายทหาร อดีตเตรียมทหารรุ่น 9 นายทหารใกล้ชิด พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ คนสนิท พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าววันนี้ (11 ต.ค.) กรณี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เสนอให้พล.อ.ชวลิต ไปเคลียร์กรณีสั่งการให้ตำรวจสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ปิดล้อมรัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ต.ค. หลัง พล.อ.ชวลิต เสนอแนะให้ทหารทำการปฏิวัติ ว่า พล.อ.ชวลิต ได้รับทราบข่าวแล้ว และรู้สึกเสียใจ แต่ไม่โกรธหรืออาฆาต พล.อ.อนุพงษ์

 

"พล.อ.ชวลิต เพียงแค่บ่นเล็กน้อยว่า ไม่เคารพนายทหารรุ่นพี่ ไม่มีความเคารพระบบอาวุโส เพราะสิ่งที่เสนอแนะไปเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อบ้านเมืองทั้งสิ้น เมื่อเขาไม่เข้าใจ ก็ไม่เป็นไร ขออยู่อย่างสบายๆ และพยายามช่วยเหลือน้องๆ ให้ดีที่สุด หากไม่เชื่อก็ตามใจ" นายทหารคนสนิท พล.อ.ชวลิต กล่าว และว่า ขณะนี้ พล.อ.ชวลิต อยู่นิ่งเฉย และจะไม่แสดงความเห็นอะไรอีกต่อไป

 

ที่มา: เรียบเรียงจากไทยรัฐ ผู้จัดการออนไลน์ และ มติชนออนไลน์

ที่มาของภาพประกอบหน้าเว็บ: ไทยรัฐออนไลน์





โดย : ประชาไท   วันที่ : 12/10/2551

"38 ความคิดเห็น : คลิกแสดงความคิดเห็นที่นี่"

หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท
409 ชั้น 1 (อาคาร มอส.) ซ.โรหิตสุข (รัชดา 14) ถ.ประชาราษฎร์บำเพ็ญ 5 เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320
โทร. 02 690 2711 แฟกซ์ 02 690 2712

Copyright © 2005 Design & Construction All rights reserved.