|
จม.เปิดผนึกถึงประชาสังคม
และองค์กรเครือข่ายภาคประชาชน
จากกรณีที่สถานการณ์ปัญหาทางการเมืองที่เริ่มตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ อันเนื่องมาจากการเคลื่อนไหวของพันมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จนกระทั่งมีการบุกยึด สถานีโทรทัศน์ NBT และการบุกยึดสถานที่ราชการ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา นำไปสู่การดำเนินคดีผู้ต้องหาจำนวน 85 คนที่ไปบุกยึดสถานีโทรทัศน์ในข้อหา บุกรุกสถานที่ราชการ ทำให้เสียทรัพย์ รวมทั้งแจ้งข้อหากบฏ กับ 9 แกนนำพันธมิตรฯ ประกอบกับท่าทีของรัฐบาลที่มีแนวโน้มว่าจะใช้ความรุนแรงเข้าสลายกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวนี้ กำลังทำให้บ้านเมืองเดินทางมาสู่ความตึงเครียดทางการเมืองอีกครั้ง ไม่เป็นผลดีต่อประชาชน ทำให้อยู่บ้านเมืองอยู่ในภาวะชะงักงัน และเกิดความอึดอัดต่อทุกฝ่าย อีกทั้งยังมีแนวโน้มไปสู่ความรุนแรง และยังเป็นอุปสรรคต่อระบอบประชาธิปไตย ซึ่งมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องเสมอมา
เรา ในฐานะกลุ่มองค์กรภาคประชาสังคม เครือข่ายองค์กรภาคประชาชนภาคเหนือ และนักวิชาการเพื่อประชาธิปไตยและสิ่งแวดล้อมภาคเหนือเห็นว่าความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นภาพสะท้อนชัดของความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างการเมืองในระบบรัฐสภาที่ผ่านระบบตัวแทน กับการเมืองภาคประชาชนนอกระบบรัฐสภา เพราะนับตั้งแต่ปี 2528 เป็นต้นมา สังคมไทยได้มีประสบการณ์ในกรณีปัญหาความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับรัฐมาโดยตลอด เฉพาะอย่างยิ่งความขัดแย้งในการจัดการทรัพยากร
ขบวนการภาคประชาชน ได้มีพัฒนาการเติบโตขึ้น จากการเคลื่อนไหวต่อสู้ของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการคัดค้านสัมปทานป่าไม้ การเคลื่อนไหวเรื่องป่าชุมชน การต่อสู้เรื่องเขื่อนปากมูล การต่อสู้เรื่องที่ดิน รวมไปถึง การต่อสู้คัดค้านโครงการพัฒนาของรัฐ เช่น กรณีท่อก๊าซจะนะ กรณีโรงไฟฟ้าหินกรูด -บ่อนอก จวบจน ปัจจุบันความขัดแย้งข้างต้นนั้น ก็ยังไม่ถูกคลี่คลาย ด้วยเหตุที่กลไกของรัฐที่มีอยู่ก็ดำเนินการไปตามกฎหมายที่มีอยู่ ซึ่งไม่สามารถให้ความเป็นธรรม และรองรับกระบวนการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจกำหนดการพัฒนาของตัวเองได้
รัฐธรรมนูญ 2540 เป็นต้นมา จนถึงรัฐธรรมนูญ 2550 มีส่วนอย่างสำคัญในการพัฒนาพื้นที่การเมืองภาคประชาชน ระบุถึง สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมของประชาชน และคงเป็นช่องทางเดียวที่มีอยู่ของประชาชนที่จะแสดงออกเมื่อเกิดความขัดแย้งกับรัฐ
ปรากฏการณ์ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ถือเป็นปรากฏการณ์ความขัดแย้งหนึ่งระหว่างการเมืองในระบบรัฐสภา กับการเมืองภาคประชาชน ที่ได้กลายเป็นการเผชิญหน้าสร้างความตึงเครียด สถานการณ์เช่นนี้ กลไกฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ ของระบบรัฐสภา จึงไม่เพียงพอ ในการคลี่คลายความขัดแย้งเผชิญหน้าระหว่างประชาชนฝ่ายหนึ่ง กับอำนาจรัฐซึ่งถือกฎหมายในมือฝ่ายหนึ่ง ความขัดแย้งในอำนาจรัฐ กับอำนาจของภาคประชาชน เป็นความขัดแย้งในทางโครงสร้างอำนาจรัฐ ที่ระบบนิติรัฐที่มีอยู่ไม่เพียงพอในการคลี่คลาย
วิกฤติการเมืองในครั้งนี้น่าจะก่อให้เกิดกลไก และกระบวนการคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างการเมืองระบบตัวแทน กับการเมืองภาคประชาชน
อาจกล่าวได้ว่าความเคลื่อนไหวทางการเมืองไม่ว่าจะเป็นฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พรรคพลังประชาชน รัฐบาล และกลุ่มองค์กรภาคประชาสังคมล้วนมีเหตุผล และจุดยืนของตนเองในการเคลื่อนไหว ซึ่ง เรา ในฐานะองค์กรประชาชนที่เฝ้ามองเหตุการณ์บ้านเมือง ต่างมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าวอย่างยิ่ง เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวกำลังผลักให้ประชาชนตกอยู่ในภาวะของความอึดอัด และหวาดระแวงซึ่งกันและกัน เพราะเมื่อไม่เห็นด้วยกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็จะถูกเลือกข้าง และนำไปสู่สถานการณ์การสู้รบอยู่ตลอดเวลา
เรา ในฐานองค์กรประชาสังคม และองค์กรเครือข่ายประชาชนภาคเหนือมีความเห็นต่อกรณีดังกล่าวดังนี้
1.ในการหาทางออกจากความตีบตันทางการเมืองจะต้องมีเวทีในการหาทางออกระหว่างการเมืองในระบบรัฐสภา กับการเมืองภาคประชาชน โดยขอให้ประชาชน และประชาสังคมที่มีความห่วงใยต่อบ้านเมืองทุกฝ่ายจะต้องหาทางออกฝ่าวิกฤตนี้ร่วมกันโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง และยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง
2.การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และกลุ่มประชาชนกลุ่มต่างๆ ถือเป็นการชุมนุมสิทธิทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตามกรณีการดำเนินการของพันธมิตรในช่วงวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีการบุกยึด และคุกคามสิทธิเสรีภาพของสื่อสารมวลชน กรณีสถานีโทรทัศน์ NBT ก็ต้องมีตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการไปตามกระบวนการยุติธรรมที่โปร่งใส
3.กรณีที่รัฐบาลมีแนวโน้มที่จะใช้ความรุนแรง และใช้สื่อของรัฐ เพื่อป้ายสีบิดเบือนการใช้สิทธิในการชุมนุมแก่กลุ่มพันธมิตรฯ จนเกินจริง และมีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาผู้ชุมนุมจำนวน 85 คนและแกนนำทั้ง 9 คน ในข้อหา กบฏ นั้น ถือเป็นข้อหาที่แรงเกินไปสำหรับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ใช้สิทธิ์ทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญ
คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคเหนือ (กป.อพช.เหนือ)
นักวิชาการเพื่อประชาธิปไตยและสิ่งแวดล้อมภาคเหนือ
ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น
โครงการปฏิบัติการเพื่อการปฏิรูปที่ดิน
สถาบันการจัดการทางสังคมภาคเหนือ
วันที่ 28 สิงหาคม 2551
|