ประชาไท สลิมค้นข่าวประชาไท
   
ข้อเสนอ ครส. ห่วงจราจล ใช้กระบวนการรัฐสภา ให้พันธมิตรอภิปราย พิมพ์บทความนี้

ข้อเสนอคณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.)

 

          การคลี่คลายสถานการณ์ของรัฐบาล ต่อการปฏิบัติการทางการเมืองของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

 

          สืบเนื่องจากการปฏิบัติการทางการเมืองของ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” ในวันอังคารที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยการบุกเข้าไปปิดล้อมและชุมนุมในสถานที่ราชการหลายแห่ง เช่น ทำเนียบรัฐบาล กระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง และสถานนีโทรทัศน์เอ็นบีทีของรัฐบาล โดยการบังคับให้พนักงานเจ้าหน้าที่ยุติการดำเนินงาน เพื่อกดดันและเรียกร้องให้รัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่งนั้น

 

          คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน(ครส.) ซึ่งได้ติดตามสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องด้วยความห่วงใย มีความเห็นและข้อเรียกร้องต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้

 

          1. คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน(ครส.) ขอเรียกร้องให้รัฐบาลภายใต้การนำของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชาชน คลี่คลายปัญหาโดยใช้สันติวิธีและวิถีทางทางการเมืองโดยวิถีทางการเมืองและโดยสันติวิธี ยุติความคิดที่จะสลายการชุมนุมของกลุ่ม “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” ที่ชุมนุมกดดันอยู่ภายในทำเนียบรัฐบาล ด้วยการใช้กำลังปราบปรามด้วยความรุนแรงดังที่ ได้เกิดการปะทะบางส่วนในช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา การใช้กำลังรุนแรงอาจจะนำมาสู่การสูญเสียของทั้งสองฝ่ายโดยไม่จำเป็นและอาจทำให้สถานการณ์บานปลายเลวร้ายยิ่งขึ้น ดังที่เคยเกิดขึ้นในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 การเผชิญหน้าครั้งนี้ ครส. ยังเชื่อว่ารัฐบาลยังสามารถใช้วิถีทางทางการเมือง และกระบวนการเจรจาเพื่อคลี่คลายปัญหาได้ หากรัฐบาลตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตและการแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าว โดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนเป็นพื้นฐาน

 

          2. คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน(ครส.) ขอเรียกร้องให้รัฐบาลใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นพื้นฐาน ในการจัดการปัญหา เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ การกระทำที่เกินกว่าเหตุหรือเหตุสถานการณ์บานปลาย โดยไม่ต้องประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เพื่อควบคุมสถานการณ์ในกรุงเทพมหานคร เพราะนอกจากจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาความรุนแรงทางสังคมได้ อาจทำให้สถานการณ์บานปลายยิ่งขึ้น และปัญหานี้กองทัพไม่ควรมาเกี่ยวข้อง

 

          3. กรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมของ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” ได้บุกรุกเข้าไปในสถานีวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย หรือ NBT เมื่อช่วงเช้ามืดของวันอังคารที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อบังคับให้พนักงานของสถานีโทรทัศน์ดังกล่าวยุติการทำหน้าที่และตัดสัญญาณการออกอากาศ เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน การข่มขู่และขัดขวางไม่ให้สื่อมวลชนทำหน้าที่เพื่อปิดกั้นไม่ให้มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารไปยังประชาชน แม้ให้เหตุผลว่าสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ เป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลนั้น ไม่สามารถอ้างได้เพื่อใช้กำลังกระทำการข่มขู่คุกคามสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนดังกล่าวได้ ซึ่งถือเป็นการรอนสิทธิของผู้อื่นและปิดกั้นทางเลือกข้อมูลข่าวสารของประชาชน ดังนั้นกลุ่มพันธมิตรจึงควรยุติไม่ให้เกิดการกระทำในลักษณะเช่นนั้นอีก

 

          4. การที่ประชาชนเข้าไปชุมนุมในทำเนียบรัฐบาลและสถานที่ราชการอื่นๆ นั้น แม้จะถือเป็นการต่อสู้ถือเป็น “สิทธิทางการเมือง” ที่จะใช้วิธีการ “อารยะขัดขืน” ซึ่งสามารถกระทำได้ในบางสถานการณ์ แต่ผู้ใช้วิธีการอารยะขัดขืน ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังที่จะไม่ให้กระทบกระเทือนต่อสิทธิของผู้อื่นโดยเกินสมควร และต้องใช้โดยสันติวิธี แม้เมื่อถูกใช้กำลัง หรือยั่วยุจากอีกฝ่ายหนึ่ง และผู้ใช้ต้องยอมรับผลทางกฎหมายที่ตามมาโดยไม่ขัดขืน ดังนั้น คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน(ครส.) ขอเรียกร้องให้ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” ดำเนินการอย่างเคร่งครัดในการควบคุมการชุมนุมของผู้ร่วมชุมนุม มิให้เกิดการปะทะ หลีกเลี่ยงการสร้างเงื่อนไขให้เกิดการเผชิญหน้าและสถานการณ์ความรุนแรงให้เกิดขึ้นในอนาคต อันจะเป็นผลเสียที่กระทบต่อ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” เอง และสังคมโดยรวม

 

          5. คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน(ครส.) ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหันมาพิจารณาต้นเหตุของปัญหาทั้ง หมด ซึ่งเกิดจากความขัดแย้งทางการเมือง อันเป็นมูลเหตุให้เกิดการเคลื่อนไหว เผชิญหน้า และความขัดแย้งทางสังคมมาอย่างต่อเนื่องในหลายปีที่ผ่านมา คือปัญหาการคอร์รัปชั่นของคณะรัฐบาลชุดเก่า โดยเฉพาะของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำลังถูกดำเนินคดีในชั้นศาล เราขอให้ทุกฝ่ายเคารพในกระบวนการยุติธรรม เพื่อคลี่คลายปัญหาความขัดแย้ง โดยไม่มีการดำเนินการกดดัน หรือแทรกแซงกระบวนการศาลในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล หรือ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” และต้องไม่ใช้วิถีทางนอกกระบวนการประชาธิปไตยใดๆ เพื่อลบล้างหรือทำลายกระบวนการดังกล่าวในอนาคต อันจะเป็นปลายเหตุของความรุนแรงและความขัดแย้งทางสังคมที่ไม่สิ้นสุด

 

         6. คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน(ครส.) เป็นห่วงว่า สถานการณ์อาจจะขยายผลไปสู่ความรุนแรงขั้นจราจลได้ หากทุกฝ่ายไม่ร่วมคลี่คลายปัญหา เราขอเรียกร้องให้ทุกฝ่าย โดยเฉพาะ รัฐบาล, พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และพรรคการเมืองทุกพรรค ร่วมเปิดเจรจาทางการเมืองเพื่อแก้ไขปัญหา โดยใช้กระบวนการรัฐสภา เปิดให้มีการอภิปรายทางการเมือง โดยเฉพาะจากฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยให้มีการโต้แย้งและลงมติทางการเมือง เพื่อแสวงหาทางออกที่ดีที่สุด เพื่อก้าวผ่านวิกฤติการณ์ความขัดแย้งครั้งนี้ และสร้างบรรทัดฐานสังคมประชาธิปไตยในอนาคต และกองกำลังอาวุธ โดยเฉพาะกองทัพจะต้องไม่เข้ายุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งเป็นกิจการของพลเรือนอย่างเด็ดขาด

 

          27 สิงหาคม 2551

                                                                    คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน(ครส.)



โดย : ประชาไท   วันที่ : 28/8/2551

"6 ความคิดเห็น : คลิกแสดงความคิดเห็นที่นี่"

หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท
409 ชั้น 1 (อาคาร มอส.) ซ.โรหิตสุข (รัชดา 14) ถ.ประชาราษฎร์บำเพ็ญ 5 เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320
โทร. 02 690 2711 แฟกซ์ 02 690 2712

Copyright © 2005 Design & Construction All rights reserved.