เมื่อเวลา 22.05 น.ศาลแพ่งออกนั่งบัลลังค์อ่านคำสั่ง เห็นว่าการนำกลุ่มผู้ชุมนุมบุกเข้าไปภายในทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นสถานที่ราชการไม่ใช่เป็นการใช้สิทธิในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 63 คุ้มครอง แต่เป็นการทำให้โจทก์ได้รับความเดือดร้อนเกินควร กรณีจึงมีเหตุอันควรให้นำวิธีคุ้มครองชั่วคราวมาใช้ โดยมีคำสั่งให้ จำเลย และกลุ่มผู้ชุมนุม ออกจากทำเนียบรัฐบาล รวมทั้งรื้อถอนเวทีปราศรัย และสิ่งปลูกสร้าง ออกจากทำเนียบรัฐบาล โดยคำสั่งให้มีผลทันที
ทั้งนี้ ก่อนหน้านั้นข้าราชการสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยนายลอยเลื่อน บุนนาค รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้มอบอำนาจให้ นายเมธี ใจสมุทร ทนายความ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายพิภพ ธงไชย นายสุริยะใส กตะศิลา และนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-6 ฐานละเมิด และฟ้องขับไล่ โดยโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว และคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉินรวมทั้งสิ้น 3 ฉบับ
คำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว และคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉินมีใจความสอดคล้องกันว่า โจทก์ได้รับความเดือดร้อน จากการปิดถนน และบุกรุกเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล เพื่อขับไล่รัฐบาล ซึ่งไม่ใช่การชุมนุมสาธารณะ และทำให้ข้าราชการทำเนียบรัฐบาลไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ และในวันที่ 27 ส.ค.51 เวลา 11.30 น. พวก
จำเลยที่ 1-6 กับพวกได้เข้าประทุษร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลรักษาความปลอดภัยในทำเนียบรัฐบาลจนได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ในวันที่ 30 ส.ค.50 ทำเนียบรัฐบาลมีกำหนดการสำคัญ ในงาน จากวันแม่ถึงวันพ่อ 116 วัน สร้างสามัคคี ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล การกระทำดังกล่าวมีผลกระทบสิทธิหน้าที่ และทรัพย์สินของบุคคลอื่นจึงมีเหตุฉุกเฉิน ให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว และไต่สวนฉุกเฉิน
ต่อมา ศาลได้ไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้อง จำนวน3 ปาก ประกอบด้วย นายพงษ์ศักดิ์ ศิริวงษ์ ผอ.สำนักสถานที่และรักษาความปลอดภัย ทำเนียบรัฐบาล นายสมาน เลิศวงศ์รัตน์ รองเลขาธิการสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และพล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองโฆษก ตร.โดยใช้เวลาไต่สวน 4 ชั่วโมง เสร็จสิ้นเมื่อเวลา 20.00 น.
โดยการไต่สวนศาลเปิดโอกาสให้นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความพันธมิตรฯถามค้านได้ทุกปาก เมื่อไต่สวนเสร็จสิ้น นายสุวัตร ทนายพันธมิตร แถลงต่อศาลขอนำพยานฝ่ายจำเลยเข้าไต่สวนในวันพรุ่งนี้ ศาลสอบถาม นายธานี ใจสมุทร ทนายโจทก์ผู้ร้อง แถลงค้านว่าคดีนี้โจทก์ได้รับความเดือดร้อน จากกรณีที่จำเลยและพวกบุกเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล จึงมาขอำนาจศาลขอไต่สวนฉุกเฉิน จึงไม่เห็นควรให้การไต่สวนพยานฝ่ายจำเลย ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าคดีนี้ โจทก์ยื่นคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉิน ตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 266 ไม่จำต้องไต่สวนพยานจำเลย
ล่าสุด โฆษกเวทีพันธมิตรฯประกาศออกอากาศยืนยันชุมนุมต่อและขอร้องศาลในการใช้สิทธิดื้อแพ่งเพราะหากออกไปเกรงว่าแกนนำที่ถูกหมายจับ 9 คนจะโดนจับ และเตรียมสู้คดีทางศาลด้วยการยื่นขออุทธรณ์
|