ประชาไท สลิมค้นข่าวประชาไท
   
ข่าวมอนิเตอร์ประจำวันที่ 5 ก.ค. 2551 พิมพ์บทความนี้

การเมือง

รองโฆษกสตช.ยืนยันคำสั่งศาลให้เปิดถนน 24 ชม.

เว็บไซต์คมชัดลึก- พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รอง ผบช.ก.ในฐานะรองโฆษกสตช.กล่าวกรณีศาลแพ่งมีคำสั่งให้กลุ่มพันธมิตรฯ เปิดเส้นทางจราจรถนนพระราม 5 และถนนพิษณุโลก ว่า ตามที่ศาลมีคำสั่งให้กลุ่มผู้ชุมนุมเปิดเส้นทางการจราจรเพื่ออำนวยความสะดวกให้โจทก์นั้นมีความชัดเจนอยู่แล้ว การที่แกนนำออกมากล่าวว่าให้ปิดถนนในช่วงเวลา 16.30 น.-7.30 น.ของอีกวันนั้น เป็นการเข้าใจคลาดเคลื่อน เนื่องจากคำสั่งศาลแพ่งได้พิจารณาให้อำนวยความสะดวกการจราจรซึ่งหมายถึงการเปิดถนนตลอดเวลา

 

พล.ต.ต.สุรพล กล่าวต่อว่า ต้องรอผลไต่สวนโจทก์และพยานเพื่อแต่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี กรณีที่พันธมิตรฯไม่ทำตาม คำสั่งศาลและทำผิดซ้ำโดยการปิดถนน ในวันจันทร์ที่ 7 ก.ค.นี้ เวลา 13.00 น.อีกครั้ง เพื่อดูรายละเอียดว่าศาลจะมีคำสั่งบังคับคดีกับพันธมิตรฯอย่างไร เชื่อว่ากลุ่มพันธมิตรฯจะเปิดถนนก่อนที่จะมีการตัดสินในวันจันทร์ กลุ่มพันธมิตรฯคงไม่รอให้มีการบังคับคดีและถูกจับกุมฐานขัดคำสั่งศาล เพราะจะทำให้แกนนำถูกควบคุมตัวนานจนกว่าจะทำตามคำสั่งศาลหรือรื้อเวทีเสร็จ อย่างไรก็ตามอำนาจในการบังคับคดีเป็นของเจ้าพนักงานบังคับคดี แต่อาจจะมีการร้องขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดำเนินการ

 

ผู้สื่อข่าวถามกรณีนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ จะนำผู้ชุมนุมมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อทวงถามความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ(นปก.) รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่าหากพันธมิตรฯจะเดินทางมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วยความสงบก็สามารถทำได้ตามสิทธิ ตำรวจก็พร้อมอำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัยและการจราจร ส่วนคดีนปก.บุกบ้านพล.อ.เปรม ติณศูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษนั้น กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.)โดยพนักงานสอบสวนได้มีความเห็นสั่งฟ้องและส่งเรื่องให้สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อมีความเห็นในคดี ตนเพิ่งได้ไปที่สำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อติดตามคดีก็พบว่าคณะทำงานได้พิจารณาคืบหน้าไปมากใกล้ที่จะเสร็จสิ้นแล้ว คาดว่าจะสามารถสั่งคดีได้ในไม่ช้า

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตำรวจจะมีการรื้อถอนเวทีพันธมิตรฯ หรือไม่รอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า มีการพูดคุยเรื่องนี้กับแกนนำแล้ว แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ รวมทั้งการเปิดเส้นทางการจราจรโดนแกนนำชี้แจงกับตำรวจว่าตีความคำสั่งศาลผิด

 

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า จะมีการออกหมายจับแกนำพันธมิตรฯ หรือไม่ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของโจทก์กับจำเลย ศาลได้มีการนัดไต่สวนแล้วต้องรอคำสั่งบังคับคดีในวันจันทร์นี้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาล แต่หากศาลขออำนาจตำรวจในการบังคับคดีตำรวจก็ต้องปฏิบัติตาม

 

ส่วนการที่พันธมิตรฯ ใช้ยุทธวิธีในการเคลื่อนไหวแบบดาวกระจายไปจังหวัดต่างๆ นั้น พล.ต.ต.สุรพล กล่าวว่า ตำรวจก็ต้องศึกษาในการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมเพราะหากมีการกระจายขยายตัวไปตามที่ต่างๆ จำนวนมากก็อาจมีการปะทะจนเกิดความรุนแรง

 

 

ผบ.ทหารสูงสุดระบุการเมืองใหม่ตามแนวทางพันธมิตรฯ เป็น ปชต.แค่ 30%

สำนักข่าวไทย- พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้สัมภาษณ์กรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเสนอแนวทางการเมือง ใหม่ โดยให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.เพียงร้อยละ 30 และแต่งตั้งเข้ามาร้อยละ 70 ว่า เป็นวิธีการแก้ไขปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาพื้นฐานได้ ไม่ได้ทำให้ประชาชนสามารถเป็นผู้เลือกทางเดินให้กับประเทศได้อย่างมีคุณภาพ

 

"ก็ถือเป็นการแก้ไขปัญหาไปอีกแบบ แต่การดำเนินการที่เกี่ยวกับบ้านเมืองต้องโปร่งใส ใช้หลักธรรมาภิบาลเป็นเรื่องสำคัญ ให้ประชาชนมีส่วนร่วม ปัญหาของบ้านเมืองเรามีมาก เราเป็นแบบนี้กันมานาน จึงทำให้อ่อนแอ" ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าว และว่า หากให้ ส.ส.ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาเพียงร้อยละ 30 ประเทศไทยก็เป็นประชาธิปไตยเพียง 30 เปอร์เซ็นต์

 

ส่วนกรณีที่กลุ่ม พันธมิตรฯ ยังดื้อดึงไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลแพ่งที่ให้เปิดเส้นทางจราจรตลอดทั้งวัน พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า ศาลคงมีวิธีการดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตาม ขอให้ทุกฝ่ายเคารพคำตัดสินของศาล ซึ่งเป็นที่สิ้นสุด เป็นกติกาที่แม้ว่าเราจะไม่ชอบ แต่ต้องปฏิบัติตาม ถ้าไม่ปฏิบัติตามจะเป็นตัวอย่างไม่ดี เราควรรักษาความศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่ในบ้านเมือง ส่วนปัญหาของบ้านเมืองจะบานปลายหาทางลงได้หรือไม่นั้น จะลงหรือไม่ลง อยู่ที่คน เมื่อถามว่า อึดอัดใจกับปัญหาของบ้านเมืองหรือไม่ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวว่า เมื่อมีปัญหา คนที่มีหน้าที่ต้องช่วยกันคิด โดยเฉพาะยุคโลกาภิวัตน์ ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ถ้าเป็นคนฉลาดจะรับสิ่งที่ดีมาทำประโยชน์ให้กับชาติบ้านเมือง ถ้าฉลาดน้อยหรือฉลาด แต่อ่อนแอก็จะรับข้อเสีย ไม่รับข้อดี เราคงไม่ต้องการให้สังคมเราเป็นสังคมเขลาเบาปัญญา

 

เมื่อถามย้ำว่า จะฝากไปถึงผู้นำประเทศด้วยหรือไม่ พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า "ท่านคงคิดได้ดีกว่าผม" และว่า การรับฟังคนทุกคนเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แม้แต่คนที่เราคิดว่าไม่ได้อยู่ในสถานะทางสังคม แต่เราต้องฟัง ธรรมะพระพุทธเจ้าบอกว่า ต้องฟังด้วยเหตุผลและปัญญา

 

 

สนธิขู่ตร.รื้อเวทีจะย้ายไปชุมนุม สตช.

เว็บไซต์คมชัดลึก - นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตร กล่าบนเวทีพันธมิตรเมื่อช่วงเช้าวันที่ 3 กรกฎาคม โดยขอฉันทามติจากผู้ชุมนุมว่า หากตำรวจใช้อำนาจเกินขอบเขตของศาล ทำการรื้อเวทีพันธมิตร ก็จะไปปักหลักชุมนุมยืดเยื้อบริเวณหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติแทน และเตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อศาลแพ่งให้เพิกถอนคำสั่งคุ้มครองห้ามปราศรัยพาดพิงถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยอ้างเหตุผลว่าเป็นสื่อมวลชน มีสิทธิและเสรีภาพในการพูดและแสดงความเห็นต่างๆ

 

 

พันธมิตรฯ เพิ่มดีกรีความเข้มข้นดาวกระจายสัปดาห์หน้า

สำนักข่าวไทย - นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงาน แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เปิดเผยว่าการชุมชุนของกลุ่มพันธมิตรฯ จะยืดเยื้อต่อไป และในสัปดาห์หน้ายุทธศาสตร์ดาวกระจายจะมีความเข้มข้นมากขึ้น โดยในวันจันทร์ที่ 7 ก.ค.จะเดินทางไปทวงถามความคืบหน้าการดำเนินคดีต่างๆ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และประมาณกลางสัปดาห์ อาจจะเดินทางไปทวงถามความคืบหน้าคดีต่างๆ ที่สำนักงานอัยการสูงสุดด้วย สำหรับบรรยากาศการชุมนุมของพันธมิตรฯ ในช่วงค่ำที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมชุมนุมค่อนข้างหนาตา เนื่องจากเป็นวันศุกร์ และจะมีการชุมนุมปิดถนนต่อเนื่องไปถึงวันเสาร์และวันอาทิตย์ ส่วนการปราศรัยบนเวที ในช่วง 20.00 น. จะมีอดีตนายทหารเกษียณอายุทั้งสามเหล่าทัพขึ้นมาปราศรัยบนเวที นอกจากนี้ ยังมีการชี้แจงพิมพ์เขียวในเรื่องการเมืองรูปแบบใหม่ให้กับผู้ชุมนุมได้ ทราบ

 

 

ยะใสยินดีน้อมรับคำตัดสิน

เว็บไซต์เดลินิวส์ - ส่วนบรรยากาศช่วงเย็น กลุ่มผู้ชุมนุม ยังคงปราศรัยตามปกติ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯ แถลงอ้างว่า การเปิด ถนนของกลุ่มพันธมิตรฯ นั้นถูกต้องตามคำสั่งของศาลแล้ว โดยในวันที่ 4 ก.ค. การไต่สวนคดีที่มีการร้องขอให้พันธมิตรฯ เปิดถนนตลอด 24 ชม. นั้น พันธมิตรฯ จะไปให้การต่อศาล และไม่ว่าผลที่ออกมาในวันที่ 7 ก.ค. นี้จะเป็นอย่างไร พันธมิตรฯพร้อมน้อมรับคำตัดสินของศาล ทั้งนี้ ได้ตั้งข้อสังเกตว่าขอให้คู่ความจบที่คำสั่งของศาลด้วย เพราะเชื่อว่าอาจจะไม่ยุติง่ายๆ แต่การตัดสินหลายๆ คดีในเดือนนี้น่าจะทำให้สถานการณ์บ้านเมืองดีขึ้น ส่วนกรณีที่ พล.ต.จำลอง ขึ้นเวทีและใช้เครื่องขยายเสียงในเวลาต้องห้ามนั้น พล.ต.จำลอง จะไปชี้แจงกับตำรวจด้วยตัวเองในวันที่ 4 ก.ค.นี้

 

 

“พิภพ”ชี้ การเมืองใหม่ต้องปฏิรูปที่ดิน -เลิกหนุนขี้ฉ้อเรืองอำนาจ

ผู้จัดการออนไลน์ - เมื่อเวลา 22.32น. นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวบนเวทีพันธมิตรฯ เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ว่า สิ่งที่เราบอกว่าการเมืองใหม่จะทำให้ชีวิตเราดีขึ้นเป็นความจริงแน่ เพราะบ้านเมืองเราเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ ขนาดผลิตข้าวต่ำกว่ามาตรฐานของการผลิตประเทศอื่นๆ เรายังสามารถ ได้เป็นอันดับ 1-3ของโลก ถ้าเกิดการเมืองใหม่ขึ้นมาทำให้นักการเมือง หรือคนที่บริหารจัดการบ้านเมืองทำเพื่อประเทศชาติและบ้านเมืองจริงๆ ทรัพย์สินเงินทองของเรามีมากมายอยู่ในดิน

 

นายพิภพ กล่าวต่อว่า บ้านเมืองไทยมีดินชั้นเลิศที่อุดมสมบูรณ์ อย่าแปลกใจที่บ้านเมืองเรายังมสีคนจน มีคนรวยกระจุกตัว ดินของแผ่นดินเรามี 320ล้านไร่ หักไปสัก 75ล้านไร่ให้เป็นป่าเขา เฉลี่ยคนไทยจะมีที่ดินคนละ 4ไร่ แต่เพราะไม่มีการปฏิรูปที่ดิน ที่ดินจึงไปอยู่กับกลุ่มตระกูลร้อยกว่าตระกูลเท่านั้นเอง แล้วไว้เก็งกำไร

 

“ดูการเมืองเก่าที่เขาเถียงกันในสภาระหว่างคุณเฉลิม (อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย) กับเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (นายสุเทพ เทือกสุบรรณ) เถียงกันว่าใครมีที่ดินผิดกฎหมาย แต่ไม่มีใครพูดเรื่องปฏิรูปที่ดินเลย ฉะนั้นการเมืองใหม่ก็คือการปฏิรูปที่ดิน ทำให้ทุกคนอย่างน้อยต้องมีที่อยู่อาศัย”นายพิภพ กล่าว

 

นายพิภพ เล่าว่า ได้ไปประเทศเกาหลีเหนือ สลดใจมากเมื่อหันมาดูประเทศไทย เขาปกครองด้วยคอมมิวนิสต์ ยากจนมาก แถมถูกสหรัฐฯบอยคอตอีก แต่เขามีที่ให้ประชาชนอยู่ทุกคน แล้วทำไมเราทำไม่ได้ แต่ข้อเสียของเขาคือขาดสิทธิและเสรีภาพของการทำมาหากิน การแสดงความคิดเห็น อันนี้พิสูจน์ได้ว่าถ้านักการเมืองไม่โกง การจัดสรรทรัพยากรธรรมชาติจะทั่วถึง ไม่ไปกระจุกตัวอยูกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง สิ่งที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ พูดไม่ได้เป็นความฝัน ไม่ใช่ทำไมได้ ทำได้แน่นอน เพราะทรัพยากรธรรมชาติเราเหลือพอ เพียงแต่เรามีระบบการเมืองที่เลว คือระบบการเมืองที่ทุจริตคอรัปชั่น อยู่แต่ในพวกของตัวเอง

 

“เพราะฉะนั้นการเมืองใหม่ถ้าแก้ปัญหาคอรัปชั่นได้ ทุกอย่างก็จะอยู่อย่างเสมอภาค ทำมาหากินอย่างปกติสุข คนยากจนจะได้รับการดูแล หนี้สินเกษตรกรจะไม่มี การขนส่งสินค้าเกษตรใช้แบบขนส่งมวลชน ใช้รัฐเป็นคนจัดการ เกษตรกรไม่ต้องซื้อปิคอัพขนส่งออกจากไร่นาของตัวเอง นี่คือการเมืองใหม่ ปัญหาอยู่ที่ว่าเราจะสร้างการเมืองใหม่ได้อย่างไร ถ้าสร้างได้เมืองไทยจะเป็นเมืองทองสมชื่อ” นายพิภพ กล่าว

 

นายพิภพ กล่าวว่า การเมืองใหม่ ไม่ได้เป็นของใหม่ แต่ที่กลายเป็นของใหม่ในวันนี้เพราะเราจมปลักอยู่กับการเมืองเก่ามานาน จนกระทั่งมองไม่เห็นทางออก นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีออกไปวันนี้ พรรคพลังประชาชนออกไปวันนี้ พรรคประชาธิปัตย์กลับเข้ามา ก็ยังเป็นการเมืองแบบเก่าอยู่ ถึงแม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะดูเป็นการเมืองน้ำดีกว่าก็ตาม แต่ก็ยังเป็นการเมืองแบบเก่า ยังไม่มีตัวแทนของพ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกอาชีพเข้าไปอยู่ในสภา ก็ยังเป็นการเมืองเก่าอยู่ ยุบสภาการเลือกตั้งก็ยังเป็นการซื้อสิทธิขายเสียงอยู่ในกลุ่มของนักการเมือง นักวิชาการเถียงกับตนว่า การเมืองเป็นอาชีพ ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญทางการเมือง ถ้าเอาชาวไร่ชาวนา เกษตรกร โชว์ห่วยเข้าไปมีหวังถูกต้มหมด เขาเข้าใจผิด เราไม่ต้องการนักการเมืองอาชีพที่มีอาชีพการเมือง เพื่อนำไปสู่โกงกิน เราไม่ต้องการแบบนั้น

 

“ถ้าไม่มีนักการเมืองอาชีพที่ร้อยเล่ห์เพทุบาย ทำไมตัวแทนแบบ โชว์ห่วย เกษตรกร นักอุตสาหกรรม ข้าราชการ ชนชั้นกลาง หรือแบบทหาร ทำไมจะไปตกลงกติการ่วมกันเพื่อให้เกิดความเสมอภาคทางเศรษฐกิจไม่ได้ เพราะไม่มีการโกง ไม่ใช่ทำแทนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง”นายพิภพ กล่าว และว่า อยากชี้แจงว่า สิ่งที่ 5แกนนำพันธมิตรฯฝัน และนายสนธิเสนอเป็นไปได้ เพียงแต่ต้องเปลี่ยนระบบบริหารจัดการบ้านเมืองใหม่ ไม่เอานักการเมืองที่อ้างตัวเองว่าเป็นอาชีพ หรือมีอาชีพการเมืองเข้ามาเต็มสภาไปหมด

 

นายพิภพ กล่าวว่า ในต่างประเทศ เมื่อเกิดวิกฤตถึงที่สุดแล้ว สิ่งที่เขาคิดก็ตรงกับเราในวันนี้คือทำยังไงที่จะสร้างการเมืองแบบใหม่ เพราะแบบเก่าประเทศจะล่มสลายแล้วนำไปสู่สงครามในที่สุด เขาคิดกันทั้งนั้นในโลกนี้ ของเราในปี40 หวังว่าได้การเมืองใหม่ ไม่มีเฉพาะส.ส.ในสภา มีปาร์ตี้ลิสต์ มีเลือกส.ว. มีองค์กรอิสระ เราคิดว่าจะเกิดการเมืองใหม่ เรียกว่าประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม ในที่สุดด้วยความโชคร้ายของเมืองไทย ที่ได้คุณทักษิณและไทยรักไทยมา แล้วรื้อรัฐธรรมนูญ40หมด แล้วเริ่มทุจริตคอรัปชั่น มีนโยบายที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างที่รู้กัน

 

นายพิภพ กล่าวต่อว่า จากนั้นถึงแม้จะจับได้ว่ามีการโกงกินกันเป็นแสนๆล้านบาท แต่กลุ่มทุนเหล่านั้นก็ยังจะกลับมาได้อีกในรูปของการเลือกตั้ง ดังนั้นฉะนั้นถ้าไม่รื้อระบบการเลือกตั้งใหม่ การเมืองใหม่ไม่เกิด ถ้าเทียบกันแล้วประเทศไทย ถึงแม้จะไม่เคยเกิดสงคราม ไม่เคยแพ้สงครามเหมือนเยอรมันหรือญี่ปุ่นแต่ประเทศก็เกือบจะฉิบหายวายวอด เกือบจะเสียเขาพระวิหาร เราเสียเงินเป็นมหาศาล ในงบประมาณแผ่นดินล้านล้าน มีการแบ่งเค้กกันในสภา ฉะนั้นปล่อยต่อไป ใช้เงินสักสองหมื่นล้าบาทพรรคพลังประชาชนก็กลับมาอีก นี่ล่ะถึงต้องคิดการเมืองใหม่

 

จากนั้นนายพิภพ ได้เล่าถึงการเปลี่ยนแปลงในต่างประเทศ นับตั้งแต่ประเทศเยอรมัน ที่ภายหลังแพ้สงครามได้มีการคิดการเมืองใหม่ โดยคิดว่าพรรคการเมืองในเยอรมันต้องไม่เป็นเผด็จการ อย่างที่เคยเกิดเหตุการณ์ฟังฮิตเลอร์คนเดียว ซึ่งเหมือนประเทศไทยที่ฟังแต่ทักษิณคนเดียว เขาจึงได้ปฏิรูปการเมืองให้เป็นประชาธิปไตยแล้วให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม มากขึ้น และปฏิรูปเศรษฐกิจบนโครงสร้างของการเมืองใหม่ รวมทั้งเปลี่ยนระบบการศึกษาทั้งระบบ ให้มีการสร้างจิตสำนึกทางการเมือง สถาบันการศึกษาต้องเข้ามาเรียนรู้เรื่องการเมืองกับภาคประชาชน

 

ส่วนที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นก็เช่นกัน ภายหลังแพ้สงครามเช่นกัน เมื่อสหรัฐฯ เข้ายึดครอบญี่ปุ่น ก็พยายามที่จะทำให้ญี่ปุ่นไม่กลับเข้าสู่สงครามอีกแต่ต้องฟื้นประเทศญี่ปุ่น ให้ยืนได้ ประการแรกคือเขาจะล้มสถาบันจักรพรรดิไม่ได้ เพราะคนญี่ปุ่นซึ่งรวมใจไว้กับสถาบันจักรพรรดิจะแหลกสลาย เหมือนกับของเรา เราจะทำการเมืองอย่างไรก็แล้วแต่ สถาบันพระมหากษัตริย์ต้องคงอยู่ ต่อมาเขาได้ให้ประชาธิปไตย และให้แยกศาสนาชินโตออกจากการเมืองไม่ให้เข้ามามีอิทธิพลทางการเมืองอีก และทำการปฏิรูปที่ดิน

 

นายพิภพ กล่าวด้วยว่า วันนี้ที่ 5แกนนำพันธมิตรฯและพันธมิตรฯพยายามจะเสนอการเมืองใหม เพราะตระหนักดีว่า ตอนนี้วิกฤติทางสังคม การเมืองและเศรษฐกิจ รุณแรงมาก ถ้าปล่อยไปอย่างนี้เห็นชะตากรรมของประเทศชาติอย่างชัดเจนว่าจะล่มสลาย วันนี้เราโชคดีไม่ต้องให้สงครามเป็นตัวกำหนดให้เกิดการเมืองใหม่ แต่เราเห็น เรามีสติปัญญาว่าสังคมกำลังจะถูกนำพาไปด้วยระบบการเมืองเก่า ระบบเศรษฐกิจเก่าที่ผูกขาดและเอากำไรของกลุ่มทุนไม่กี่ตระกูล ระบบสังคมกำลังเหลวแหลก ระบบการศึกษาใช้ไม่ได้ ทั้งที่เราเป็นประเทศที่สามารถผลิตอาหารโลกได้ ฉะนั้นวันนี้ถึงวันที่ถึงจุดวิกฤติพอที่เราจะต้องคิดการเมืองใหม่ เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศชาติและสังคมให้ดีขึ้น

 

 

"เหลิม" เมินรับท้า "อภิสิทธิ์"

เว็บไซต์คมชัดลึก - ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปฏิเสธรับคำท้าของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แกนนำฝ่ายค้าน และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ให้เปิดเผยนักการเมืองผู้อยู่เบื้องหลังการชุมนุมขับไล่ ร.ต.อ.เฉลิม ที่ จ.กระบี่ พร้อมปฏิเสธว่า ไม่เคยบอกว่าเป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์ แต่ส่วนตัวกำลังรวบรวมข้อมูล เพื่อให้รู้ว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง เนื่องจากมีคนเห็น ซึ่งมีสมาชิกสภาจังหวัด หรือ ส.จ. ที่เป็นญาติของนักการเมือง และคนส่วนใหญ่ใน จ.กระบี่ก็รู้ว่าเป็นใคร

 

ร.ต.อ.เฉลิมยังกล่าวว่า จะไม่ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ชุมนุมและผู้ที่อยู่เบื้องหลัง และไม่คิดตำหนิผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือใครทั้งสิ้น เนื่องจากเป็นเรื่องของผู้ที่เสียผลประโยชน์จากการตรวจสอบที่ดินที่ จ.กระบี่ และ จ.ภูเก็ต และวันที่ 4 กรกฎาคมนี้ ในการประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดจะเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม

  

 

เช็กบิลพันธมิตรฯ-พปช.แจ้งจับ"สมเกียรติ"

เว็บไซต์เดลินิวส์ - นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษก พรรคพลังประชาชนและที่ปรึกษา รมช.คมนาคม พร้อมด้วย นายธนชาติ ธรรมโชติ เดินทางเข้า พบ พ.ต.ท.ดำรงค์พงษ์ เพ็ชรสุวรรณ พงส. (สบ 3) สน.นางเลิ้ง เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายสม เกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 1 ในแกนนำพันธมิตรฯ กับพวกในข้อหาหมิ่นสถาบัน โดยได้มอบหลักฐานเป็นซีดีบันทึกการปราศรัยของนายสมเกียรติ เมื่อคืนวันที่ 28 มิ.ย. ที่ผ่านมา มีการปราศรัยพูดย้ำ 2-3 ครั้งพาดพิงหมิ่นเบื้องสูง ออกอากาศสดทางสถานีโทรทัศน์ ASTV และยังมีการนำเทปคำปราศรัยดังกล่าวไปเผยแพร่อีกที่คลื่นยามเฝ้าแผ่นดิน และเว็บไซต์ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนรับเรื่องร้องทุกข์ดังกล่าวไว้และจะทำการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ก่อนที่จะนำเสนอผู้บังคับบัญชาระดับสูง

 

นอกจากนี้วันเดียวกัน ที่กองปราบปราม นายนพรุฒ วรชิตวุฒิกุล นักวิชาการอิสระ อดีตหัวหน้ากลุ่มพิราบขาว 2006 เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.ณรงค์ อำภาภัย พงส. (สบ 2) ฝป. 10 บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ในข้อหาหมิ่นเบื้องสูง ตาม ป.อาญา มาตรา 112 กรณีที่ทั้ง 2 คนกล่าวปราศรัยบนเวทีพันธมิตรฯ ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา พร้อมนำเอกสารถอดคำปราศรัยของทั้งสองจากเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ แผ่นซีดีบันทึกภาพ และเสียงรายการของเอเอสทีวี มามอบไว้เป็นหลักฐาน

 

 

โฆษกส่วนตัวฯ แจง ‘ทักษิณ’ เคารพศาลไม่อนุญาตออกนอกประเทศ ยังไม่มีกำหนดไปไหน พร้อมยื่นคำร้องใหม่ได้

เว็บไซต์แนวหน้า - นางสาว ศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกส่วนตัวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลฎีกาไม่อนุญาตให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ออกนอกประเทศว่าจากการตรวจสอบคำสั่งศาลทราบว่าคำสั่งดังกล่าวที่ไม่อนุญาตให้พ.ต.ท.ทักษิณ ออกนอกประเทศ เฉพาะในการขอครั้งนี้ มีผลเฉพาะคำร้องในวันที่ 24 มิ.ย.เท่านั้น หากในอนาคต พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินไปออกไปนอกประเทศ ก็สามารถยื่นคำร้องใหม่ต่อศาลได้อีกเรื่อยๆ ซึ่งอยู่ที่ดุลยพินิจของศาล ส่วนเหตุผลที่ศาลไม่อนุญาตเนื่องจากอยู่ในช่วงที่มีการพิจารณาคดีต่างๆ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ในช่วงที่จะมีการตัดสินหรือไม่นั้น ตนไม่ของพูดถึงเพราะเกรงจะไปละเมิดอำนาจศาล

 

“การที่ศาลระงับการเดินทางออกนอกประเทศซึ่งในช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางไปประเทศจีน ญี่ปุ่นและอังกฤษ ซึ่งก็มั่นใจว่าไม่กระทบกับธุรกิจและงานของสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ซิตี้ ขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็เคารพต่อคำสั่งศาล โดยยังอาศัยอยู่ในประเทศไทยและยังไม่มีกำหนดเดินทางออกไปไหน”โฆษกส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว

 

 

ยกคำร้องออกหมายจับทีมทนายแม้ว

เว็บไซต์เดลินิวส์ - ที่ห้องพิจารณาคดี 714 ศาลอาญา ถนน รัชดาภิเษก วันที่ 3 ก.ค. ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่าน คำสั่งขอออกหมายจับ หมายเลขดำ 1366/2551 ที่ พ.ต.ท.บรรยง แดงมั่นคง พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ผู้ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งออกหมาย จับ นายพิชิฏ ชื่นบาน ทนายความของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา จำเลยในคดีทุจริตซื้อขายที่ดินย่านรัชดาภิเษก น.ส.ศุภศรี ศรีสวัสดิ์ เสมียนทนาย และเลขาฯ ส่วนตัวนายพิชิฏ และนายธนา ตันศิริ ผู้ประสานงานคดี ในข้อหาให้สินบนเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 หลังจากที่ผู้ต้องหาทั้ง 3 ถูกศาลฎีกา พิพากษาให้จำคุกคนละ 6 เดือน ฐานละเมิดอำนาจศาล สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ผู้ต้องหาได้นำเงิน 2 ล้านบาท ใส่ถุงไปมอบให้กับ ม.ล.ฐิติพงศ์ ชมพูนุท นิติกรระดับ 5 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อันเป็นความผิดทางอาญา ซึ่งขณะนี้ผู้ต้องหาทั้ง 3 ถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ศาลพิจารณาคำร้องขอออกหมายจับ และ สอบผู้ร้องแล้วได้ความว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 ถูกศาลฎีกาพิพากษาให้จำคุกคนละ 6 เดือน ฐานละเมิด อำนาจศาล หากครบกำหนดโทษแล้ว ผู้ต้องหาอาจจะถูกปล่อยตัว โดยไม่ได้แจ้งให้ผู้ร้องทราบ ผู้ร้องจึงจะขอให้ศาลออกหมายจับเพื่ออายัดตัวได้

 

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ขณะนี้ผู้ต้องหาทั้ง 3 ถูกควบคุมตัวอยู่ภายในเรือนจำ หากผู้ร้องต้องการจะสอบสวน หรือแจ้งข้อหาก็สามารถกระทำได้ภายในเรือนจำ แต่ผู้ร้องไม่ได้แสดงระเบียบ การขออายัดตัวผู้ต้องหาที่ขอจากทางเรือนจำ มาแสดงต่อศาล จึงให้ผู้ร้องประสานกับทางเรือนจำ เพื่อทำการสอบสวน หรือแจ้งข้อกล่าวหาก่อน ถ้าพบว่ามีปัญหาหรือความจำเป็นก็สามารถรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอออกหมายจับต่อศาลได้ในภายหลัง จึงให้ยกคำร้อง ทั้งนี้ภายหลังฟังคำสั่ง พ.ต.ท. บรรยง ถึงกับมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด โดยไม่ยอมตอบคำถามกับผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด

 

 

“ไข่แม้ว”รวมตัวฟื้น “พีทีวี” ต้านพันธมิตรฯ

ผู้จัดการออนไลน์ - นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน ในฐานะอดีตผู้ก่อตั้งสถานีโทรทัศน์ PTV ให้ข่าวกับสื่อมวลชนว่า ตนและผู้ร่วมก่อตั้งประกอบด้วย นายวีระ มุสิกะพงษ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจักรภพ เพ็ญแข ได้หารือกันว่าในสถานการณ์บิดเบือนข้อมูลข่าวสารผ่านทางสถานีโทรทัศน์เอเอส ทีวี ทำให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลเพียงด้านเดียว จึงเห็นว่าเตรียมจะฟื้น การดำเนินการของสถานีโทรทัศน์ PTV อีกครั้ง หลังประกาศปิดตัว โดยการฟื้นสถานีโทรทัศน์พีทีวีในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลทั้ง 2 ด้าน และการดำเนินการจะเป็นไปในลักษณะการต่อสู้อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านดาวเทียม ผ่านเอ็มวี 5 โดยใช้ทีมงานเดิม สถานที่เดิม ซึ่งจะมีการหารือถึงความชัดเจนภายในตลอดสัปดาห์นี้ว่า จะสามารถดำเนินการแพร่ภาพได้ในวันและเวลาใด

 

“เราไม่ได้เป็นพวกนอนรอวันตาย ฉะนั้นเมื่อเห็นภัยอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับประชาธิปไตยโดยเฉพาะการที่กลุ่ม พันธมิตรฯ กล่าวหารัฐบาล กำลังสร้างความเสียหายให้กับประเทศ โดยเฉพาะเห็นได้ว่าทุกวันนี้มีกระบวนการขับเคลื่อนเป็นบรรยากาศเดียวกับก่อน 19 กันยายน 2549 ที่หากปล่อยไว้ก็จะยิ่งปล่อยไว้ก็จะยิ่งทำลายบ้านเมืองและรัฐบาล ซึ่งวันนี้เราก็มีข้อมูลข้อเท็จจริงที่สามารถออกมาพูดรายวันให้ประชาชนรับ ทราบ ไม่ต่างกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯ ถือเป็นการใช้วิธีแสดงความคิดเห็นตามระบอบประชาธิปไตย” นายจตุพรกล่าว

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการตั้งเวทีชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) ออกมาเคลื่อนไหวพร้อมกันเลยหรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า ยังไม่คิด ยังไม่ถึงเวลา แต่จะมองถึงสถานการณ์ของประเทศจะเป็นตัวกำหนด ระบอบประชาธิปไตยไม่ปลอดภัยเราจะออกมาสู้เต็มรูปแบบ

 

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้มีการมองกันว่าการก่อตั้งสถานีพีทีวีตั้งขึ้นเฉพาะกิจเพื่อ เคลื่อนไหวทางการเมืองมากกว่าเป็นกระบอกเสียงให้ประชาชน ซึ่งเกรงว่าในอนาคตหากต้องปิดสถานีอีกครั้งอาจมีการลอยแพพนักงาน นายจตุพรกล่าวว่า การปิดตัวของสถานีก่อนหน้านี้เรามีปัญหาทางเศรษฐกิจ แต่บริษัทก็รับผิดชอบชดเชยรายได้ให้กับพนักงานตามกฎหมายทุกประการ แต่การฟื้นสถานีพีทีวีครั้งนี้ก็เพื่อเป็นช่องสื่อสารให้ประชาชนรับทราบอีก ด้าน

 

อนึ่ง สำหรับพีทีวี เริ่มก่อตั้งโดยนายวีระ มุสิกพงศ์ และพรรคพวก 4-5 คน เมื่อต้นปี 2550 เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่ยังอยู่ในต่างประเทศหลังการรัฐประหาร 19 ก.ย. โดยจะส่งสัญญาณผ่านดาวเทียม แต่ไม่สามารถออกอากาศได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพราะไม่ได้ส่งสัญญาณออกไปยิงขึ้นดาวเทียมในต่างประเทศเหมือนเอเอสทีวี แต่กลุ่มพีทีวีได้นำไปเป็นประเด็นโจมตีว่ารัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เลือกปฏิบัติ พร้อมตั้งเวทีชุมนุมประท้วงรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ และ คมช.ที่ท้องสนามหลวง ก่อนที่จะรวมตัวกับผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณกลุ่มอื่นๆ ตั้งเป็นแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) ขณะที่พีทีวีได้ลักลอบออกอากาศทางทีวีผ่านดาวเทียมเอ็มวี 1 ไปจนจนกระทั่งปิดตัวเอง เมื่อวันที่ 31 มี.ค.51 ที่ผ่านมา โดยอ้างว่ามีปัญหานี้สินและได้เสร็จสิ้นภารกิจแล้ว

 

 

ปชป.แนะหารือ ส.ส.ทั้งสภาฟังความเห็นสร้างสภาใหม่

สำนักข่าวไทย - นายเทพไท เสนพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะเชิญคณะกรรมาธิการสามัญ 35 คณะ มาหารือ เพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการหาสถานที่สร้างรัฐสภาใหม่ว่า เป็นเรื่องดีที่จะได้รับฟังความเห็นรอบด้าน เพราะการก่อสร้างสภา ไม่ใช่ใช้แค่ 9-10 ปี แต่ใช้ไปตลอด แต่ถ้าอยากให้รอบด้านมากกว่านี้ สภาฯ น่าจะเปิดให้มีการปรึกษาหารือหรืออภิปราย เพื่อทำความคิดเห็นของ ส.ส. 480 คน ซึ่งการประชุมสภาในสมัยนิติบัญญัตินี้ ประธานฯ สามารถที่จะหยิบยกเรื่องหารือก่อนเข้าสู่วาระ และเห็นว่าการก่อสร้างสภาแห่งใหม่ควรที่จะอยู่ในกรุงเทพฯ เพราะตามหลักสากล เมืองหลวงต้องมีพระบรมมหาราชวัง ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา ศาล อยู่ด้วยกัน หากไปตั้งนอกเขตกรุงเทพฯ อาจไม่เหมาะสม ซึ่งมีสถานที่หลายแห่งที่เหมาะสมในการก่อสร้าง นอกเหนือจากที่ประธานสภาฯ ได้ประกาศไว้ คือ กรมสรรพาวุธ ถ.ประดิพัทธ์ สนามกีฬากองทัพบก สนามเป้า ซึ่งมีทั้งรถไฟฟ้า ดอนเมืองโทลล์เวย์ผ่าน จึงอยากให้ประธานสภาฯ พิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ

 

 

นัดสั่งคดี"ไชยา"ละเมิดอำนาจศาล 7 กค.

โพสต์ทูเดย์ - นายสมชัย วัฒนการุณ ตุลาการศาลปกครองกลางเจ้าของสำนวนคดีละเมิดอำนาจศาล ที่นายไชยา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายขุนทอง ลอเสรีวณิช บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณาหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน นายสุวพงศ์ จั่นฝั่งเพ็ชร บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณาหนังสือพิมพ์มติชน และนายณกาฬ เลาหะวิไลย บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณาหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ เป็นผู้ถูกกล่าวหาที่ 1-4 จากกรณีนายไชยา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองกลาง ในคดีที่ น.พ.วิชัย โชควิวัฒน์ ประธานคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กับพวกรวม 5 คนซึ่งเป็นกรรมการ อภ.ร่วมกันยื่นฟ้องคณะรัฐมนตรีและนายไชยา เป็นผู้ถูกฟ้องคดีกระทำการโดยมิชอบ ที่มีคำสั่งเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ให้ผู้ฟ้องคดีทั้ง 5 พ้นจากตำแหน่ง และผู้ถูกกล่าวที่ 2-4 นำมาตีพิมพ์เผยแพร่ นัดฟังคำสั่งคดีดังกล่าวในวันที่ 7 ก.ค.นี้ เวลา 10.00 น. ณ ห้องพิจารณาคดี 2 ชั้น 31 ภายหลังที่ศาลไต่สวนนายไชยา และ บก.หนังสือพิมพ์ทั้ง 3 ฉบับ เสร็จสิ้นแล้วตั้งแต่ วันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา

 

 

รมว.คลังสั่งรื้อโควตาแก้หวยเกินราคา

เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ - นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้ให้นโยบายแก่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลว่าจะต้องเข้าไปแก้ไขปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคา โดยจะต้องเพิ่มประสิทธิภาพการจัดจำหน่ายสลากให้ดียิ่งขึ้น และต้องดำเนินการควบคู่กับการดำเนินการขายหวยบนดิน ซึ่งมีแผนจะดำเนินการให้แล้วเสร็จในระยะ 3 เดือนข้างหน้า ขณะที่ไม่เห็นด้วยกับการพิมพ์สลากเพิ่ม เพราะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เนื่องจากปัญหาที่แท้จริง คือ การไม่มีประสิทธิภาพในการกระจายสลาก

 

“ปัญหาเรื่องของสลากและหวยบนดินจะต้องทำควบคู่กันไป ไม่ใช่ลูบหน้าปะจมูก ทุกฝ่ายต้องดูว่ามีทิศทางอย่างไร และต้องมองภาพรวมว่า หากเรื่องสลากเป็นเรื่องทางเลือกของประชาชนในการประกอบอาชีพ แต่ไม่มอมเมาประชาชน รัฐบาลก็ต้องทำให้ดี และไม่ทำให้เกิดลักษณะการผูกขาด ซึ่งจะมากำหนดทิศทางจำนวนสลากได้ ซึ่งผมก็ได้ให้นโยบายไปด้วยว่า ขอให้ระดมความเห็นในการแก้ไขปัญหาอีกครั้ง”

 

เขากล่าวว่า หากมีการระดมความเห็นแล้ว ผู้บริหารสำนักงานสลากไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ก็ต้องหาคนอื่นมาทำ สำหรับการพิจารณาอนุมัติผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งคนใหม่นั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาในรายละเอียดเพิ่มเติม

 

ส่วนกรณีม็อบผู้ค้าสลากปิดล้อมกระทรวงการคลังเพื่อเรียกร้องให้พิมพ์สลากเพิ่มนั้น เขากล่าวว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีกลุ่มผลประโยชน์ และเรื้อรังมานาน แต่เมื่อมีหวยบนดิน ปัญหาโควตาก็จะลดลง

 

“ผมไม่เห็นด้วยกับการปิดล้อม เพราะถือว่าเป็นการลิดรอนสิทธิคนอื่น ซึ่งผมก็ได้ขอความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดูเรื่องนี้ต่อ เพราะไม่ควรมีใครมาปิดล้อม โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของคนอื่น ถ้ามีเรื่องเดือดร้อนก็ควรจะคุยกัน ไม่ใช่อาศัยท่าทีแบบนี้ และทำให้ข้าราชการเดือดร้อน” เขากล่าว

 

 

คุณภาพชีวิต

ยอดขายเครื่องดื่ม-บุหรี่หด ธปท.ชี้เครื่องใช้ไฟฟ้ายังดี

ผู้จัดการรายวัน - รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) แจ้งว่า ธปท.ได้สำรวจปริมาณการจำหน่ายสินค้าอุตสาหกรรมในประเทศล่าสุดในเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ขณะนี้สถานการณ์อุตสาหกรรมเครื่องดื่มทั้งเหล้า เบียร์ น้ำอัดลมและโซดา รวมถึงยอดยาสูบลดลงจากเดือนก่อน ขณะที่ยอดจำหน่ายแอร์ก็ลดลงเช่นกัน

 

โดยในเดือนพ.ค.มียอดจำหน่ายสุราทั้งสิ้น 69 ล้านลิตร ลดลง 7 ล้านลิตร จากเดือนก่อนหน้าที่มียอดจำหน่ายสุรา 76 ล้านลิตร ในขณะที่เดือนนี้มียอดการจำหน่ายเบียร์ 158.713 ล้านลิตร ลดลง 18.74 ล้านลิตร จากเดือน เม.ย.ที่มียอดการจำหน่ายเบียร์ทั้งสิ้น 177.452 ล้านลิตร ขณะที่เดือนพ.ค.มียอดจำหน่ายน้ำอัดลมและโซดา 153 ล้านลิตร ลดลงจาก 190 ล้านลิตรในเดือนก่อนหน้าถึง 37 ล้านลิตร

 

ส่วนยอดจำหน่ายยาสูบ ในเดือนพ.ค.ลดลงจากเดือนก่อนหน้าเช่นกัน โดยมียอดจำหน่าย 3,359.483 ล้านมวน ลดลง 238.419 ล้านมวน เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่มียอดจำหน่าย 3,597.902 ล้านมวน เนื่องจากประชาชนได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้มีการประหยัดสินค้าประเภทเหล่านี้

 

ขณะเดียวกันในหมวดอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าในเดือนพ.ค.ส่วนใหญ่มียอดขายเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนในต่างจังหวัด และผู้มีรายได้น้อย ซึ่งมีรายได้เพิ่มขึ้นจากพืชผลทางการเกษตรปรับตัวดี โดยยอดจำหน่ายโทรทัศน์ ในเดือนนี้มีทั้งสิ้น 230,272 เครื่อง เพิ่มขึ้น 20,347 เครื่อง จากเดือนก่อนหน้าที่มียอดขาย 209,925 เครื่อง ขณะที่หม้อหุงมีจำนวน 250,000 ชิ้น เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 23,600 ชิ้น ส่วนเครื่องซักผ้ามียอดจำหน่าย 48,756 ชิ้นในเดือน พ.ค.เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 6,556 ชิ้น

 

สำหรับสินค้าที่ยอดขายลดลงมากที่สุดในหมวดนี้ ได้แก่ เครื่องปรับอากาศ ซึ่งมียอดขายในเดือน พ.ค.เพียง 9,092 ชิ้น ลดลง 25,563 จาก 34,655 ชิ้นในเดือนก่อนหน้า รองลงมาเป็นพัดลมมียอดจำหน่าย 83,200 ชิ้น ซึ่งมียอดขายลดลง 2,400 ชิ้น จากเดือนก่อนที่มียอดขาย 85,600 ชิ้น

 

อย่างไรก็ตาม ยอดขายวัสดุก่อสร้างในเดือนพ.ค.ปรับตัวดีขึ้น ทั้งยอดจำหน่ายปูนซิเมนต์ เหล็กเส้น แผ่นเหล็กชุบสังกะสี ลวดเหล็ก และท่องเหล็ก นอกจากนั้น หมดยานยนต์และอุปกรณ์ขนส่งเป็นอีกภาคที่ยอดจำหน่ายดีขึ้นมา

 

 

ต่างประเทศ

"อียู"ขู่แบนประมง อ้างด้อยมาตรฐาน พาณิชย์เตือนระวัง

เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ - นางอภิรดี ตันตราภรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อกลางเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา กรมฯ ได้รับรายงานจากสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงบรัสเซลส์ ว่า สหภาพยุโรป (อียู) อาจพิจารณาห้ามนำเข้าสินค้าอาหารทะเลแช่แข็งจากประเทศผู้ผลิตบางรายในอาเซียน ตั้งแต่วันที่ 18 มิ.ย. เป็นต้นมา เนื่องจากมีปัญหาด้านสุขอนามัย โดยคณะเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบด้านสุขอนามัยของสหภาพยุโรปได้เดินทางไปตรวจสอบโรงงานผู้ผลิตสินค้าอาหารทะเลและเรือประมงของประเทศดังกล่าวเมื่อเดือนพ.ค. 2551 พบว่ากว่าครึ่งหนึ่งของโรงงานผู้ผลิตและเรือประมงดังกล่าวไม่ผ่านมาตรฐานที่สหภาพยุโรปกำหนด โดยเฉพาะด้านการตรวจสอบย้อนกลับ (TRACEABILITY) และการออกมาตรการตรวจสอบการแพร่กระจายของเชื้อโรค

 

อียู เป็นผู้นำเข้าที่กำหนดมาตรฐานสุขอนามัยอาหารทะเลและประมงเข้มงวดมาก เช่น ในกระบวนการผลิต ผู้ประกอบการฟาร์มและเพาะเลี้ยง และสถานประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำจะต้องจดทะเบียนกับหน่วยงาน COMPETENT AUTHORITY (CA) มีระบบการตรวจสอบย้อนกลับ รวมทั้งต้องมีเอกสารระบุการเคลื่อนย้ายสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์

 

ในส่วนของไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา อาหารทะเลและประมงจากไทย ที่ อียู ตรวจพบว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด มีจำนวนหลายรายการ อาทิเช่น ปลาหมึกแช่แข็ง กุ้งก้ามกรามแช่แข็ง และปลาหมึกกระป๋อง เป็นต้น ผู้ประกอบการไทยจึงควรระมัดระวังในการผลิต เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานที่สหภาพยุโรปกำหนด ซึ่งจะเป็นการป้องกันปัญหาสินค้าถูกกักกันหรือห้ามนำเข้าจากสหภาพยุโรป

 

 

พม่าจับชาวบ้าน250คนหนีภัยนาร์กีส

เว็บไซต์สยามรัฐ - มีรายงานข่าวจากชายแดนไทย-พม่า ที่จังหวัดเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศพม่าตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก แจ้งว่า รัฐบาลทหารพม่า หรือ SPDC ร่วมกับตำรวจพม่า ได้มีการตั้งด่านบริเวณเส้นทาง เมียวดี-กอกาเรก เพื่อสกัดกั้นชาวพม่าที่เดินทางจากเมืองหรือจังหวัดที่ประสบภัยนาร์กีส เพื่ออพยพหนีความอดยากและความเดือดร้อนมายังชายแดน อ.แม่สอด ซึ่งเจ้าหน้าที่พม่าสามารถควบคุมตัวชาวพม่าที่อพยพมาจากพื้นที่ดังกล่าวได้ประมาณ 250 คน

 

การดำเนินการควบคุมชาวพม่าในพื้นที่ภัยพิบัติไม่ให้เข้ามายังชายแดนไทย เนื่องจากพม่าหวั่นว่าราษฎรเหล่านั้นจะเปิดเผยถึงความเดือดร้อนและการที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาล ทั้งๆที่ นานาชาติ รวมทั้งไทย ได้ระดมความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือน ที่ประสบภัยนาร์กีส แต่ความจริงชาวพม่าส่วนใหญ่ร้อยละ 70 – 80 ยังไม่เคยได้รับการช่วยเหลือเลย ประชาชนอยู่ยืนอยู่บนความเดือดร้อนด้วยเนื้อและน้ำตารายงานข่าวแจ้งว่า การตั้งด่านสกัดผู้ประสบภัยนาร์กีส อพยพหนีเข้าไทย นั้นหากเจ้าหน้าที่พม่า (ทหาร-ตำรวจ) พบว่า ชาวบ้านคนใดเดินทางมาจากพื้นที่ประสบภัยก็จะรีบส่งตัวกลับทันที

 

นอกจากนี้ทางการพม่าในจังหวัดกอกอเรกและจังหวัดเมียวดี ยังสั่งห้ามวัดในตัวเมืองให้ที่พักแก่ผู้ประสบภัย หากฝ่าฝืนจะถูกลงโทษเช่นกัน เพราะชาวพม่าเมื่อมีการอพยพหนีภัยต่างๆมักจะเข้าไปอาศัยอยู่ในวัด นอกจากนี้ ทหารพม่ายังได้ตั้งด่านในบริเวณแม่น้ำสาละวินเพื่อสกัดกั้นผู้ประสบภัยอีกทางหนึ่ง อย่างไรก็ตามพบว่า ผู้อพยพจำนวนมากจะขึ้นเรือจากปากแม่น้ำอิระวดีและทางตอนใต้ของประเทศ และจากอ่าวเมาะตะมะลักลอบเข้าไทย ทางชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก เป็นส่วนใหญ่โดยพบว่า ผู้ประสบภัยจากเมืองโบกาเลหลายรายถูกทหารพม่าจับ หลังพยายามหนีเข้าไทย

 

พ.ต.อ.ทัศวัฒน์ บุญญาวัฒน์ ผู้กำกับการด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก (ด่านแม่สอด) กล่าวยืนยันว่า การเดินทางเข้าเมืองไทยของชาวพม่า ทางด่านแม่สอด-เมียวดี เป็นปกติ มีชาวพม่าเดินทางเข้ามาซื้อสินค้าและท่องเที่ยววันละ 1,800-2,000 คน เป็นตัวเลขปกติ ไม่ได้เพิ่มมากขึ้นจนผิดปกติแต่อย่างไร และข่าวการอพยพเข้ามาของชาวพม่าที่ประสบความเดือดร้อนจากพื้นที่ภัยพิบัติหรือความเดือดร้อนจากความยากจนก็ไม่มีแต่อย่างใด

 

รายงานข่าวแจ้งว่าสถานการณ์ชายแดนไทย-พม่า ด้าน อ.พบพระ จ.ตาก ที่มีเหตุการณ์การสู้รบระหว่างทหารพม่ากับกองกำลังชนกลุ่มน้อยกะเหรี่ยงอิสระ เคเอ็นยู. ที่ค่ายพะดี ของฝ่ายกะเหรี่ยง นั้น ขณะนี้เหตุการณ์ได้สงบลงแล้ว หลังมีการสู้รบอย่างรุนแรงในช่วง 4-5 วันที่ผ่านมา โดยผู้อพยพชาวกะเหรี่ยงได้เด นทางกลับภูมิลำเนาแล้ว ส่วนคนไทยที่บ้านพะดี จุดที่ใก้ลจุดปะทะที่ได้หนีภัยออกจากหมู่บ้านมาอยู่ในที่ปลอดภัย ก็ได้เดินทางกลับบ้านเรือนแล้วเช่นกัน โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 แม่สอด ยังคงตรึงกำลังไว้ตลอดแนวชายแดน ด้าน อ.พบพระ เพื่อป้องกันอันตรายและเฝ้าระวังความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์ให้คนไทยที่อยู่ชายแดน

 

 

อิเหนา "ปรับ-ขัง" คนให้เงินขอทาน

เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ - จาการ์ตา-นายอิลแฮม อาริฟ ซิราจุดดิน นายกเทศมนตรีเมืองมาคัสซาร์ ในจังหวัดสุลาเวสีใต้ ของอินโดนีเซีย เปิดเผยเมื่อวานนี้ (4 ก.ค.) ว่า สภาเทศบาลของเมืองได้ผ่านร่างกฎหมายใหม่เมื่อเดือนที่แล้ว ที่มีเนื้อหาห้ามชาวเมืองให้เงินกับขอทานและเด็กข้างถนน โดยผู้ฝ่าฝืนอาจมีโทษปรับไม่เกิน 1.5 ล้านรูเปี๊ยะห์ (163 ดอลลาร์) หรือมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ขณะที่ขอทานและเด็กข้างถนนจะต้องโทษปรับไม่เกิน 5 ล้านรูเปี๊ยะห์ หรือจำคุกไม่เกิน 3 ปี โดยกฎหมายดังกล่าวมีขึ้นขณะฝ่ายบริหารเปิดโครงการอบรมวิชาชีพกับขอทาน เพื่อลดจำนวนขอทานที่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เฉพาะเมืองมาคัสซาร์ มีขอทานและเด็กข้างถนนเพิ่มจาก 870 คน เมื่อปี 2549 เป็น 2,600 คน ในปีนี้

 

 

ฝ่ายค้านมาเลย์จัดประท้วงใหญ่พรุ่งนี้

เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ - นายฮัตตา รามลี สมาชิกพรรคปาสของมาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้จัดการประท้วงการขึ้นราคาน้ำมัน 41% ของรัฐบาล ยืนยันวานนี้ (4 ก.ค.) ว่าจะจัดการประท้วงในวันพรุ่งนี้ (6 ก.ค.) แม้ว่าตำรวจจะสั่งห้าม ท่ามกลางความกังวลว่าเจ้าหน้าที่อาจใช้กำลังเพื่อปราบปรามผู้ชุมนุม

 

"เราจะดำเนินการชุมนุมต่อไป เป้าหมายของเราคือทำให้มีผู้ชุมนุมถึง 1 ล้านคน เพื่อประท้วงการขึ้นราคาน้ำมันครั้งใหญ่" นายฮัตตาระบุ

 

ตามแผนเดิม การชุมนุมจะจัดขึ้นที่สนามฟุตบอลแถบชานกรุงกัวลาลัมเปอร์ แต่ผู้จัดการชุมนุมเปิดเผยว่า อาจย้ายไปจัดในสถานที่ซึ่งสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่า เพราะคาดกันว่าตำรวจจะทำการปิดถนนรอบๆ สนามฟุตบอล หลังจากตำรวจออกมาเตือน เมื่อวันพฤหัสบดี (3 ก.ค.) ไม่ให้ประชาชนเข้าร่วมการชุมนุม โดยระบุว่า อาจมีมาตรการสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืน

 

นายฮัตตามองว่า คำสั่งห้ามดังกล่าว เป็นการขู่ประชาชนและแสดงให้เห็นว่าตำรวจจะใช้กำลังเพื่อสลายผู้ชุมนุม พร้อมระบุว่า นายกรัฐมนตรีอับดุลเลาะห์ อาหมัด บาดาวี รู้สึกกังวลกับการห้ามผู้ชุมนุม ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความกดดันให้เขาลาออกจากตำแหน่งผู้นำประเทศ

 

สมาชิกพรรคฝ่ายค้านรายนี้ยังประณามการเคลื่อนกำลังพลที่ไม่ปกติของกองทัพ หลังจากผู้บัญชาการตำรวจ ระบุว่า กองทัพอาจเข้ามาช่วยตำรวจและทั้งสองเหล่าทัพก็ได้ร่วมฝึกภาคสนามร่วมกันบ้างแล้ว

 

"รัฐบาลไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้วหรือ ขณะนี้ประเทศอยู่ในวิกฤติแล้วหรือ ถึงขนาดที่ทหารต้องออกมาเพื่อควบคุมประชาชน" นายฮัตตา กล่าว

 

แหล่งข่าวในกองทัพเผยว่า ครั้งสุดท้ายที่ทหารเข้ามามีส่วนร่วมควบคุมฝูงชนเกิดขึ้นในช่วงเหตุจลาจลระหว่างประชาชนเชื้อสายมลายูกับประชาชนเชื้อสายจีนเมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2512 ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ประชาชนเสียชีวิตไปหลายร้อยคน

 

 

พอลสันชี้"เงินเฟ้อ" ปัญหาเบอร์ 1 ทั่วโลก

เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ - นายเฮนรี พอลสัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (3 ก.ค.) ว่า หากมองโดยภาพรวมทั่วโลกแล้ว เรื่องเงินเฟ้อกำลังเป็นปัญหาใหญ่สุดที่อยู่ในความสนใจของทุกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดเกิดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นจีน หรือรัสเซีย ก็ตาม ส่วนเรื่องวิกฤติสินเชื่อนั้น เป็นประเด็นรองลงมา

 

"หากคุณมองไปที่ราคาน้ำมัน และอาหาร ในพื้นที่ที่มีความยากจน เรื่องเหล่านี้ถือเป็นปัญหาใหญ่มาก" ขุนคลังสหรัฐ ระบุ พร้อมเสริมว่า แม้จะมีความกังวลเรื่องเงินเฟ้ออยู่ แต่ตัวเขา "สนับสนุนอย่างมาก" ที่จะให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดดอกเบี้ย

 

นายพอลสัน ยังยืนยันว่า การนำสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันของสหรัฐ ไปเปรียบเทียบกับยุคเศรษฐกิจซบเซาครั้งใหญ่ช่วงทศวรรษ 20 และ 30 ถือเป็นคำพูดที่ขยายเกินความจริง เพราะเศรษฐกิจแดนอินทรีนั้นมีโครงสร้างระยะยาวที่แข็งแกร่ง

 

"ในยุคซบเซาครั้งใหญ่นั้น เรามียอดบ้านที่โดนยึดมากถึง 50% แต่ในปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนแค่ 2% เท่านั้น และชาวอเมริกันมากกว่า 90% ก็ยังจ่ายค่างวดบ้านตรงตามกำหนด ทั้งในช่วงเวลาดังกล่าว อัตราว่างงานก็พุ่งไปถึง 25% แต่ขณะนี้เหนือกว่าระดับ 5% เท่านั้น" นายพอลสัน กล่าว พร้อมเสริมว่า สหรัฐกำลังแก้ไขปัญหาของตัวเองอยู่

 

ก่อนหน้านี้ นายพอลสัน ระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มที่จะปรับตัวดีขึ้นในช่วงปลายปี 2551

 

ด้านนักวิเคราะห์มองว่า ในการประชุมผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 8 ประเทศ (จี-8) ระหว่างวันที่ 7-9 ก.ค.นี้ ที่ญี่ปุ่น ที่ประชุมน่าจะหารือถึงปัญหาด้านเศรษฐกิจต่างๆ ที่เลวร้ายที่สุดในรอบอย่างน้อย 10 ปี

 

ทั้งนี้ แนวโน้มเศรษฐกิจโลกย่ำแย่ลงอย่างหนัก นับแต่การประชุมสุดยอดจี-8 เมื่อปีที่แล้วที่เยอรมนี ซึ่งบรรดาผู้นำประเทศเหล่านี้ มีจุดยืนว่าเศรษฐกิจโลกอยู่ในสถานะดี และน้ำมันดิบจะมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 70 ดอลลาร์

 

นายโรเบิร์ต ฮอร์แมทส์ รองประธานกรรมการบริหาร โกลด์แมน แซคส์ (อินเตอร์เนชั่นแนล) คอร์ป ชี้ว่า ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปในทางที่เลวร้ายลงทั้งหมด ทั้งวิกฤติสินเชื่อสำหรับผู้กู้ที่มีความน่าเชื่อถือต่ำ (ซับไพร์ม) ในสหรัฐ ที่ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อตลาด และบริษัทการเงิน ส่วนราคาน้ำมันก็พุ่งขึ้นมากกว่า 2 เท่า มายืนอยู่เหนือระดับ 140 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาอาหารถีบตัวสูงขึ้นอย่างมาก จนส่งผลกระทบต่อประเทศยากจน และภัยคุกคามจากภาวะไร้เสถียรภาพทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น

 

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ชี้ว่า แม้ที่ประชุมจะยกเรื่องวิกฤติสินเชื่อ และตลาดโลกปั่นป่วนขึ้นมาหารือกัน แต่การที่ไม่มีนายธนาคารกลางเข้าร่วมประชุมด้วยนั้น จึงมีแนวโน้มว่า ผู้นำเหล่านี้จะหลีกเลี่ยงที่จะกล่าวอย่างเจาะจงในเรื่องดอกเบี้ย และค่าเงิน

 

 

"ยูเนสโก"ตัดสินใจ ไม่ถอน"เดรสเดน" ออกจากมรดกโลก

เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ - เจ้าหน้าที่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) เผยเมื่อวันพฤหัสบดี (3 ก.ค.) ว่า คณะกรรมการมรดกโลกตัดสินใจคงเมืองเดรสเดนของเยอรมนีให้เป็นมรดกโลกต่อไป โดยหวังว่าเดรสเดนจะยุติการสร้างสะพานข้ามหุบเขาเอลเบอที่มีชื่อว่า "ฟอเรสต์ คาสเซิล บริดจ์" ซึ่งจะทำให้เส้นขอบฟ้าของเมืองนั้นหายไป

 

อย่างไรก็ตาม เมืองเดรสเดนยังมีชื่ออยู่ใน กลุ่มเสี่ยงที่จะถูกถอดถอนออกจากรายชื่อมรดกโลก โดยคณะกรรมการเตือนว่า หากไม่มีการยุติการก่อสร้างสะพาน เมืองเดรสเดนก็จะถูกถอดออกจากรายชื่อมรดกโลกในปี 2552

 

ก่อนนี้ คณะกรรมการเคยคัดค้านแผนสร้างสะพานกว้าง 4 เลน ยาว 2,085 ฟุตมาแล้วเมื่อปี 2549 จากนั้นเมื่อปีที่แล้ว คณะกรรมการได้มีคำวินิจฉัยว่าจะถอดเมืองเดรสเดนออกจากทะเบียนรายชื่อหากมีการสร้างสะพาน แต่ภายหลังก็ตัดสินใจที่จะให้เวลากับเมืองเดรสเดนเพิ่มขึ้นเพื่อศึกษาระเบียบปฏิบัติที่ถูกต้องตามกฎหมายในเยอรมนีเพื่อยุติการก่อสร้างสะพาน

 

ด้านนายราล์ฟ เวเบอร์ ศาสตราจารย์ด้านสถาปัตยกรรมของมหาวิทยาลัยเดรสเดน กล่าวว่า เป็นชัยชนะของชาวเมืองที่ประท้วงทุกวันจันทร์ตั้งแต่ปีที่แล้ว เพื่อรักษาให้เมืองยังคงเป็นมรดกโลกต่อไป

 

ทั้งนี้ ยังไม่เคยมีสถานที่ใดเคยถูกถอดออกจากรายชื่อมรดกโลก ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 800 แห่ง

 

คณะกรรมการซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยูเนสโก ต้องการให้ทางการเมืองเดรสเดนเปลี่ยนแผนสร้างสะพานข้ามหุบเขาเอลเบอเพื่อบรรเทาปัญหาจราจรภายในเมืองเดรสเดน ซึ่งได้รับการเปรียบเทียบกับเมืองฟลอเรนซ์ของอิตาลี เพราะมีสถาปัตยกรรมสไตล์บาร็อคอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้เส้นขอบฟ้าภายในเมืองนั้นมีความสวยงามเป็นพิเศษ

 

แผนการสร้างสะพานยังทำให้กลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติไม่พอใจ เพราะสะพานดังกล่าวอาจล่วงล้ำเข้ามาในถิ่นที่อยู่ของค้างคาวพันธุ์หายากชนิดหนึ่ง ต่อมาศาลได้วินิจฉัยเมื่อเดือนพ.ย.ที่แล้วว่า การก่อสร้างสามารถดำเนินต่อไปได้ แต่สั่งให้จำกัดความเร็วของยานพาหนะที่ใช้สะพานในเวลากลางคืนแค่ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อไม่เป็นการทำลายถิ่นที่อยู่อาศัยของค้างคาว

 





โดย : ประชาไท   วันที่ : 5/7/2551

"1 ความคิดเห็น : คลิกแสดงความคิดเห็นที่นี่"

หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท
409 ชั้น 1 (อาคาร มอส.) ซ.โรหิตสุข (รัชดา 14) ถ.ประชาราษฎร์บำเพ็ญ 5 เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320
โทร. 02 690 2711 แฟกซ์ 02 690 2712

Copyright © 2005 Design & Construction All rights reserved.