จากคอลัมน์ ต้นทุน ต้นทาง จดหมายข่าวรายเดือนประจำเดือนพฤษภาคม 2551
ผลิตโดย สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ
การศึกษาขององค์การเครือข่ายการวิจัยด้านสมองและระบบประสาท (BRAINnet Brain Research and Integrative Neuroscience Network) ชี้ว่า การพัฒนาการเรียนรู้ด้านต่าง ๆ ของมนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ควรเริ่มตั้งแต่ยังอยู่ในช่วงชีวิตปฐมวัย และบางด้านอาจต้องเริ่มตั้งแต่อยู่ในครรภ์ด้วยซ้ำ

แม้เด็กแต่ละคนถือกำเนิดขึ้นมาโดยมีสมองที่ทำงานได้ดี และบางคนมีสิ่งที่เรียกว่า อัจฉริยภาพ ด้านต่างๆ แฝงเร้นอยู่ แต่หากเด็กคนนั้นไม่มีโอกาสได้รับการกระตุ้น และพัฒนาความสามารถเหล่านั้นภายในช่วงวัยที่เหมาะสมแล้ว อาจถึงขั้นหมดโอกาสพัฒนาได้อีก หรือทำได้ยากมาก
มีนักวิจัยจำนวนหนึ่งที่สนใจศึกษาสถานการณ์เกี่ยวกับพัฒนาการด้านต่างๆ ของเด็กไทย ทั้งด้านพัฒนาการ (DQ Developmental Quotient) และเชาวน์ปัญญา (IQ - Intelligent Quotient) และพบข้อมูลที่เรียกได้ว่า น่าเป็นห่วง
การศึกษาจากโครงการวิจัยพัฒนาการแบบองค์รวมของเด็กไทยเมื่อ พ.ศ.2546 โดย พญ.ลัดดา เหมาะสุวรรณ และคณะ พบว่า แม้ครึ่งหนึ่งของเด็กอายุน้อยกว่า 3 ปี มีพัฒนาการโดยรวม (DQ) อยู่ในระดับปกติ คือ 90 จนถึงน้อยกว่า 110 แต่สำหรับเด็กโต วัย 3-6 ปี พบว่ามีพัฒนาการในระดับค่อนข้างช้า คือ 70 จนถึง น้อยกว่า 90 และดูเหมือนว่าเด็กไทยอายุ 6 ปีขึ้นไปส่วนใหญ่มีระดับเชาวน์ปัญญา (IQ) ในระดับค่อนข้างช้า
ตารางแสดงระดับพัฒนาการและเชาวน์ปัญญา
|
|
1- <3 ปี |
3- <6 ปี |
6-13 ปี |
13-18 ปี |
|
ช้ากว่าปกติ (>70) |
2.2 |
13.3 |
4.6 |
7.5 |
|
ค่อนข้างช้า (70- <90) |
18.4 |
42.3 |
62.9 |
58.7 |
|
ปกติ (90- <110) |
55.7 |
29.3 |
28.3 |
27.2 |
|
ค่อนข้างเร็ว
(110- <130) |
21.7 |
7.0 |
3.7 |
6.1 |
|
เร็วกว่าปกติ
(130 หรือ >) |
1.6 |
8.1 |
0.5 |
0.5 |
ที่มา: ลัดดา เหมาะสุวรรณ และคณะ 2546
หมายเหตุ: เด็กอายุ 1- <6 ปี วัดพัฒนาการ (DQ)
เด็กอายุ 6-8 ปี วัดเชาว์ปัญญา (IQ)
แผนภาพแสดงระดับพัฒนาการโดยรวม (DQ) ของเด็กอายุ 1-2 ปี เล่มเดิม
ที่มา: นิชรา เรืองดารการนนท์, 2547
หมายเหตุ: พัฒนาการโดยรวม (DQ) วัด 2 ด้าน ได้แก่ ภาษาและการกระทำ
พญ.จันทร์เพ็ญ ชูประภาวรรณ นักวิชาการที่ศึกษาข้อมูลพัฒนาการของเด็กไทยในระยะยาวต่อเนื่องมานานหลายปี ชี้ว่า การที่พัฒนาการหรือเชาวน์ปัญญาของเด็กไทยล่าช้าหรือไม่สมวัยเช่นนี้ ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาพัฒนาการของสมองที่ไม่ได้รับการกระตุ้นเพียงพอ
มองออกไปถึงสภาพการเลี้ยงดูเด็กในครอบครัวไทยวันนี้ ที่เด็กนับล้านเติบโตมาในสภาพ ครอบครัวแหว่งกลาง ที่ขาดพ่อแม่ ซึ่งไปเป็นแรงงานย้ายถิ่นที่เมืองที่ห่างไกลออกไป ทิ้งลูกให้ปู่ย่าตายาย ที่แม้ว่ามีความรักแก่ลูกหลานเพียงไร แต่ด้วยข้อจำกัดของวัยอันร่วงโรย ที่ทำให้ขาดแรงกายและความรู้ในการเลี้ยงดูให้เด็กเติิบโตโดยได้รับพัฒนาอย่างรอบด้านและเต็มที่ นับว่าน่าเป็นห่วงยิ่ง
นี่คือปัญหาสำคัญที่บั่นทอน ต้นทุน อนาคตของชาติที่จะมารับช่วงต่อจากคนรุ่นเราเสียตั้งแต่ต้นทางอย่างน่าวิตก
จะช่วยกันแก้ปัญหานี้อย่างไรดี?
..
ที่มา : รายงานสุขภาพคนไทย พ.ศ.2551
|