ประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์
บางกอกโพสต์ (ค่ายศึกษาพัฒนาชาวไทยภูเขา)
ปุ๋ย นันทโชติ ชัยรัตน์ เขาคือผลผลิตหนึ่งของขบวนการนักกิจกรรมจากมหาวิทยาลัยรามคำแหงในช่วงปี 2530 ถึงปี 2538สังกัดกลุ่มสวัสดิการแรงงานที่ให้ความสนใจติดตามเกาะติดปัญหาแรงงานตามย่านอุตสหกรรมต่างๆ ส่วนพวกผมสังกัดกลุ่มค่ายอาสาพัฒนาที่รู้จักกันดีว่ากลุ่ม 5 ค่าย ประกอบด้วย ค่ายรามล้านนา ค่ายรามทักษิณ ค่ายรามอีสาน ค่ายรามมหาวิทยาลัยรามคำแหง(ค่าย มร.) และค่ายศึกษาพัฒนาชาวไทยภูเขา รวมทั้งเพื่อนๆจาก 5 บำเพ็ญ ไม่ว่าจะเป็นชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการต่อต้านการสร้างเขื่นน้ำโจน ชมรมสลัมและแหล่งเสื่อมโทรม ชมรมเกษตรกรฯลฯ
ผมก็เป็นส่วนหนึ่งของค่ายชาวเขาเช่นเดียวกับโป๊ะคนธรรมดา พวกค่ายอาสานั้นมุ่งสนใจปัญหาพี่น้องประชาชนในชนบท เราจะพาน้องๆนักศึกษาใหม่ลงไปสัมผัสความเป็นจริงในชนบท ศึกษาหาข้อมูลปัญหาต่างๆของประชาชนในชนบท เราเคยจัดงานเบิกฟ้าชนบทไทยเพื่อให้ชาวบ้านในชนบทนำผลิตผลมาขายในลานพ่อขุนเสมือนเป็นงานโอท็อบในปัจจุบันนั้นแหละ และจัดกิจกรรมทางวิชาการเพื่อนำเสนอปัญหาคนชนบทและหนทางการแก้ปัญหา
พวกเราเชื่อว่าหากนักศึกษาเข้าไปสัมผัสชีวิตที่แตกต่างๆอดๆอยากๆกับชีวิตสบายๆแบบนักศึกษาก็หวังที่จะก่อรูปการจิตสำนึกทางการเมืองให้กับนักศึกษาใหม่ที่ควรรับเอาภาระทางสังคมเป็นส่วนหนึ่งในการดำรงชีวิตด้วย มิเพียงคิดแค่เรียนๆ เที่ยวๆเพลินๆไปวันๆ
ส่วนกลุ่มปุ๋ยและเพื่อนพ้องของเขาก็จะสนใจปัญหาแรงงาน เอ๋ ตุ้ม อ้วนจากกลุ่มสวัสดิภาพแรงงานเป็นนักกิจกรรมรุ่นเดียวกับเอื้อม ต่อ จากค่ายมหาวิทยาลัยรามคำแหง และอีกหลายๆคน หนุ่มสาวกลุ่มนี้มีไฟและจิตสำนึกที่สูงมากที่สนใจปัญหาสังคมและกำลังมาแทนรุ่นพวกเราที่จบการศึกษา คือรุ่น ภมรศักดิ์ วงศ์ทิพย์ พิทักษ์ เกิดหอม ธนู จำปาทอง ไท จากค่ายล้านนา รวมทั้งเจษฎา โชติกวาทย์หรือโป๊ะคนธรรมดา วีระ ทองพงษ์ ตอนนี้นอนป่วยอยู่ วีรศักดิ์ พงษ์อักษร จีรพล เกตุจุมพล จากค่ายชาวไทยภูเขาและเพื่อนๆอีกหลายคนจากค่ายรามทักษิณ ค่ายอิสาน ปุ๋ย เขาเข้าไปทำงานร่วมกับผู้นำแรงงาน ส่งเสริมให้ผู้ใช้แรงงานรวมตัวเพื่อต่อรองสวัสดิการกับนายจ้าง
ผู้ใช้แรงงานชุมนุมก็จะมีนักศึกษากลุ่มของ ปุ๋ย ลงไปคลุกอยู่กับเป็นประจำและนำข้อมูลมาแลกเปลี่ยนกับกลุ่มค่ายอาสาอยู่ตลอดเวลา เขาเป็นนักกิจกรรมรุ่นเดียวกับเอื้อม ต่อ จากค่ายมหาวิทยาลัยรามคำแหง
หรือเอ๋ ตุ้ม อ้วนจากกลุ่มสวัสดิภาพแรงงาน
ในช่วงปีมีนาคม 2533 พวกเรานักกิจกรรมค่ายชาวไทยภูเขา ลงพื้นที่ ที่ อำเภอบรบือ อำเภอวาปีปทุม
จังหวัดมหาสารคามร่วมกับนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นนำโดยณัฐวุฒิ รุ่งวงศุ์ นักวิเคราะห์หุ้นในปัจจุบัน บรรพต ศรีจันทร์นิตย์ จากชุมนุมนักศึกษาเพื่อการพัฒนา น.พ.ธีวุฒิ เถาว์ทิพย์ นายกสโมสรมหาวิทยลัยขอนแก่น น.พ เปรมศักดิ์ เพียรยุระ หรือนักการเมืองอย่างสุชาติ ศรีสังข์ ร่วมกันศึกษาปัญหาแม่น้ำเสียวที่เค็มซึ่งเกิดจากนายทุนทำนาเกลือ ทำให้ชาวบ้านไม่มีน้ำดื่ม นาข้าวเสียหายนับแสนไร่
การทำงานร่วมกันครั้งนั้นนำไปสู่การชุมนุมประท้วงช่วงวันสงกรานต์ชาวบ้านเข้าร่วมชุมหลายพันคนเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาและจับกุมนายทุนที่ทำผิดกฎหมาย มีการปิดถนน รัฐมนตรีมหาดไทยนายบรรหาร ศิลปอาชา ของรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ สั่งสลายการชุมนุม พวกเราโดนจับไปร่วม 60
คนและถูกตั้งข้อหาจำนวนมาก แต่สุดท้ายก็ถูกสั่งปล่อยอย่างไม่มีเงื่อนไขและต่อจากนั้นทิวแถวการต่อสู้เรื่องเปลี่ยนเกลือให้เป็นแร่เกิดขึ้นทั่วภาคอิสาน
พ่อใหญ่คำหนัก พ่อใหญ่บุญเรือง จากลุ่มน้ำเสียวกลายเป็นวิทยากรจำเป็นที่ไปถ่ายถอดบทเรียนการรวมตัวของชาวบ้านเพื่อต่อสู้กับความไม่เป็นธรรม อีกช่วงหนึ่งพวกเรานักกิจกรรมรามคำแหงได้รับการประสานจาก อาจารย์ แก้วสรรค์ และขวัญสรวง อติโพธิ์ ผ่านมากับพี่วิโชติ ไกรเทพ นักกิจกรรมรามรุ่นพี่และอาจารย์บรรเจิด สิงคะเนติ ให้ศึกษาและร่วมรณรงค์คัดค้านโครงการโรงแรมห้าดาวบริเวณท่าฉัตรไชย
จังหวัดภูเก็ต ซึ่งจะสร้างปัญหากับระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม
เรื่องนี้ก็เป็นช่วงที่รัฐบาลพล.อ.ชาติชายเป็นนายกรัฐมนตรีเช่นกัน พวกเราต้องประสานกับนักศึกษาจังหวัดภูเก็ตซึ่งก็คือ ธนู แนบเนียน ซึ่งตอนนั้นยังเป็นนักเลงห้วไม้ในนามประธานสมาพันธ์นักศึกษา 14 จังหวัดภาคใต้ในฐานะเป็นคนภูเก็ตเข้ามาร่วมด้วย
ผลการรณรงค์ครั้งนั้น รัฐบาลยุติไม่ดำเนินโครงการต่อไป และเหตุการครั้งนั้นส่งผลให้ ธนู แนบเนียนกลายเป็นผู้นำด้านอนุรักษ์ด้านสิ่งแวดล้อมในทะเล ทำงานร่วมกับ หาญณรงค์ เยาวเลิศเพื่อนจากค่ายล้านนา ซึ่งมีบทบาทในการคัดค้านเขื่อนน้ำโจนและเขื่อนแก่งเสือเต้น พวกเขาทำงานร่วมกันที่มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพันธ์พืชแห่งประเทศไทศไทย
เล่าเรื่องนี้เพราะต้องการบอกว่าหลังจากนั้น ธนู แนบเนียนหันมาสนใจงานด้านสิ่งแวดล้อม เขาก็ชวนพวกเราลงไปช่วยรณรงค์อนุรักษ์หาดให้เฒ่ามะเฟืองที่หาดไม้ขาว ที่กำลังสูญพันธ์เพราะไม่มีทีวางไข่ หาดสาธารณะจำนวนมากถูกบุกรุกและเป็นของเอกชนที่รับรองอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
แกนหลักในการทำงครั้งนั้นนอกจากธนูแล้วก็มีศุภชัย เจริญวงศ์ จากค่ายชาวเขา ซึ่งก็เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์เช่นกันเมื่อหลายปีก่อนผ่านมาและมี ปุ๋ยกับเพื่อนจากภูเก็ตเป็นแกนหลัก
สำหรับพวกเราเทียวไปเทียวมากรุงเทพภูเก็ตเพื่อร่วมกันทำงานเรื่องนี้โดยใช้ที่ทำการอุทยานหาดไนยางเป็นที่พัก งานชิ้นนี้เต็มไปด้วยอุปสรรคเพราะไปขัดประโยชน์กับกับนายทุนที่ต้องการรุกหาดและคนที่ได้ประโยชน์จากไข่เต่ามะเฟือง
แต่ด้วยการทำงานที่เข็มแข็งของชาวบ้านและพวกเราก็รณรงค์ที่เกิดขึ้นสำนึกขึ้นอย่างกว้างขวาง
และเป็นที่มาของคอนเสิร์ตระดมทุนอนุรักษ์เต่ามะเฟืองของหงา คาราวานและพงศ์เทพ กระโดนชำนาญ
และเป็นที่มาของเพลง ขอหาดไม้ขาวให้เฒ่ามะเฟือง ของหงา คาราวาน
จากผู้สนใจปัญหาแรงงาน ปุ๋ยก็ไปสนใจปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เรื่องการคัดค้านการก่อสร้างเขื่อนปากมูล
ที่ชาวบ้านและนักศึกษาจากรามคำแหงได้คัดค้านตั้งแต่รัฐบาลพล.อ.ชาติชาย คิดก่อสร้าง แม้ว่ารัฐบาลจะอนุมัติโครงการ แต่การคัดค้านของกลุ่มชาวบ้านและกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมก็มีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการชุมนุมใหญ่เพื่อให้ทบทวนโครงการเกิดขึ้นในช่วงปี 2534 ที่ห้วยตุงลุงอำเภอโขงเจียม เป็นการชุมนุมของชาวบ้านที่คัดค้านเขื่อนปากมูล แม้ว่าจะมีกฎอัยการศึกของคณะยึดอำนาจของ รสช. มีการปิดสะพาน
เพื่อนนักศึกษาหลายมหาวิทยาลัยอยู่ที่นั้นพวกเราจากรามคำแหง รวมทั้งปุ๋ย และกุ๋ย เพื่อนจากเทคโนโลยีพระนครเหนือ ก็อยู่ที่นั้น กุ๋ยเองต้องนอนขวางรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เตรียมสลายการชุมนุมทำให้สถานการณ์การชุมนุมตึงเครียดมาก แต่สุดท้ายตำรวจต้องล่าถอย ชาวบ้านรอดพ้นจากถูกสลายนับว่าเป็นความกล้าหาญอย่างมากของผู้นำชุมนุม
นับจากนั้น ปุ๋ยและเพื่อนๆจากราม เช่น อ้วน ต่อ จากค่ายมร. ( ซึ่งตอนนี้ทำงานอยู่กับกลุ่มผู้บริโภคกับรสนา โตสิตระกูล และสารี อ่องสมหวัง ) ติ่ง จากค่ายอิสาน (ตอนนี้เป็นปลัดอบต.) ก็เกาะติดพื้นที่มาตลอดโดยมีแก้ว สุรพล สงฆ์รักษ์ เพื่อนจากค่ายเป็นคนสุราษฎร์ธานีเป็นแกนนำ
จำได้ว่าอยู่ในพื้นที่ มีการลงพื้นที่เก็บข้อมูล พูดคุยกับชาวบ้าน ทุกคนเตรียมรับกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นและเตรียมก่อตัวชุมนุมคัดค้านอีกครั้ง ทุกคนทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับพี่มด วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์
พี่สาวผู้ใจดีและมุ่งมั่นเคียงบ่าเคียงไหล่กับพวกเราและปุ๋ยมาอย่างยาวนาน
เวทีเขื่อนปากมูลกลายเป็นเวทีของการเรียนรู้ของนักศึกษาเกือบทุกมหาวิทยาลัยพวกเราหลายคนแม้ว่าจะจบไปแล้วก็ยังเป็นแกนนำนักศึกษาจากมหาวิยาลัยต่างๆลงพื้นที่ นิติรัฐ ทรัพย์สมบูรณ์ ซึ่งตอนหลังกลายเป็นแกนนำคนสำคัญในการทำงานเรื่องปากมูล รวมทั้ง กรุณา บัวคำศรี นักศึกษาปี 1 จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยและอีกหลายสิบคนกระจายไปทุกหมู่บ้านเพื่อหาข้อมูลและพูดคุยกับชาววบ้านที่ได้รับผลกระทบจากแนวน้ำท่วมถึง
บางหมู่บ้านหายไปหมด บางหมู่บ้านมาสภาพเป็นเกาะ แนวน้ำท่วมถึงขาดความชัดเจน การลงพื้นครั้งพวกเราถูกต่อต้านจากฝ่ายสนับสนุนการก่อสร้างเขื่อนอย่างรุนแรงขับไล่พวกเราออกจากหมู่บ้าน บางคนถูกฝ่ายสนับสนุนเขื่อนใช้อาวุธปืนขุมขู่ เราต้องนั่งเรือข้ามแม่น้ำมูลมานอนอีกฝั่งฝากหนึ่งของแม่น้ำ หลายคนต้องว่ายน้ำข้ามแม่น้ำมูล ต่อกับอ้วน จำประสบการณ์ตรงนี้ได้ดี หลายคนโดนยิงด้วยหนังสติ๊กโดนตามร่างช้ำไปตามๆกัน
การกดดันให้นักศึกษาที่ลงพื้นที่ออกจากพื้นที่ก็มีต่อเนื่อง เช้าวันใหม่หลายคนยังนอนหลับอยู่แต่หอกระจายเสียงให้ชาวบ้านช่วยกันขับไล่พวกเราออกจากหมู่บ้าน เราต้องค่อยเดินลำเลียงข้ามห้วยตุงลุงไปยังหมู่บ้านที่เป็นคัดค้านเขื่อนและมีแกนนำที่เข็มแข็งคอยคุ้มครองพวกเรา
เราเคยปั่นจักรยานตั้งต้นน้ำมูลจังหวัดคนครราชสสีมา เป้าหมายที่แก่งสะพือ อำเภอพิบูลย์มังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี แวะพักรณรงค์ทุกจังหวัดที่แม่มูลไหลผ่าน เพื่อสร้างสำนึกลุ่มน้ำให้เกิดขึ้น เป็นการขยายแนวร่วม
กิจกรรมครั้งนั้นแม้ว่าประสบความสำเร็จในการก่อกระแสแต่พวกเราก็เจออุปสรรคจำนวนมาก โดยเฉพาะการรณรงค์ในตัวจังหวัดอุบลราชธานี แม้ว่าเราปั่นจักรยานถึงที่หมายเตรียมเข้าพักผ่อน แต่ยังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับพวกเราขึ้นรถบรรทุกมาทิ้งไว้ที่ จังหวัดศรีสะเกษเพื่อขัดขวางไม่ให้เราเดินทาง
คืนนั้นยังจำได้เลยว่าพวกเหนื่อยและลำบากมาก เราต้องไปอาศัยโบสถ์คริสต์เป็นที่พักนอน ผมยังจำได้เลยคำต้อนรับของบาทหลวงที่ทำให้พวกเราหลายคนน้ำตาไหลอาบแก้ม ด้วยความมุ่งมั่นเราก็เดินไปถึงแก่งสะพือซึ่งมีชาวบ้านรอรับอยู่อย่างอบอุ่นนั้นเป็นเศษเสี้ยวตำนานของน้ำมูลที่หลายคนเข้าไปมีส่วนร่วม
มีหลายเรื่องราวในชีวิตนี้ที่เราไม่อาจจำและลืมที่จะจำ มีหลายเรื่องราวที่เราจำไว้ในชีวิต มีความดีงามจำนวนมากที่เราต้องจำไว้ มีความข่มขื่นใจอีกมากมายที่เรายังจดจำ ใบหน้าอีกมากหลายที่เราคิดจำได้ทันทีแม้ว่าเวลาจะผ่านไปเนิ่นนาน อีกหลายคนแม้ว่าเราเพิ่งเจอครั้งแรกก็อาจลืมได้ทันทีเช่นกัน
แต่หากบางเรื่องราวในโลกนี้ทำให้ความทรงจำฟื้นกลับมาได้ ความมีชีวิตชีวาก็กลับมาคืนอีกครั้ง
นั้นคือความทรงจำที่เราเคยร่วมสุข ร่วมสนุกทุกข์ยากมาด้วยกัน เราเคยมีความฝัน มีความหวัง
เราเคยโดนสาหร่ายในน้ำมูลพันกาย มีรอยขีดข่วนของสายน้ำ ยามกระโดนลงเล่นน้ำสีคราม พักเหนื่อย ผ่อนกาย อิ่มใจกับน้ำมูลใสๆ เห็ดเผาะ ต้มหน่อ กุ้งเต้น ลาบปลาที่พ่อแม่พี่น้องลุ่มน้ำมูลทำให้รับประทาน
รสชาติอาหารเหล่านี้เราคงยังจำกันได้ โลดแล่นหาปลาตามแก่งโดยเฉพาะแก่งตะนะ สนุกกันมาก ยิ่งยามฝนตก ปลาว่ายทวนน้ำอย่างคึกคะนอง ยิ่งสนุกกันใหญ่
อิจฉา ปุ๋ยและเพื่อนๆบ้างตรงที่ไม่มีโอกาสสำรวจแก่งตลอดลำน้ำมูลช่วงปี 2535 เราหลายคนพักเรื่องปากมูลเพื่อมาจัดทิวแถวต่อต้านเผด็จการ รสช.ในกรุงเทพ เรียกร้องประชาธิปไตยคัดค้าน พล.อ.สุจินดา คราประยูร เป็นนายกรัฐมนตรี ในนามแนวร่วมนักศึกษาประชาธิปไตย มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นการรวมกลุ่มกิจกรรมทั้งจากค่ายพรรคการเมืองในราม องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงมาทำงานร่วมกันและเป็นกำลังสำคัญในการยืนหยัดสู้
หลังจากราชดำเนินแยกสลายเพื่อนจากรามหลายคนเสียชีวิต หลายคนโด่งดัง แต่พวกเราหลายคนนั่งเงียบมุ่งมั่นทำหน้าที่ตามความเชื่อของตัวเองต่อไป วันเวลาทำให้เราต้องแยกย้ายตามหนทางชีวิตของแต่ละคน แต่ปุ๋ยและเพื่อนๆอีกจำนวนมากจากรั้วรามคำแหง และบารมี พี่ชายของเขายังคงทำหน้าที่ตามความเชื่อของตัวเอง ไม่ว่าจะทำในนามอะไรก็ตาม แต่ก็เขายังยืนอยู่กับคนทุกข์ ผู้เสียเปรียบ ที่ไม่ได้ความเป็นธรรมในสังคม
ไม่น่าเชื่อว่า ปุ๋ย ผู้เคยสนุกสนาน หัวเราะเสียงดังๆยามสุขใจในวัยหนุ่ม ยังมั่นคงในเส้นทางที่เลือกตราบจนวันสุดท้ายของชีวิต เขาคือหนึ่งของนักกิจกรรมรามคำแหงซึ่งยังมีอีกจำนวนมากทำงานอยู่ในพื้นที่ในชนบท ทุ่มเททำงานเพื่อคลายทุกข์ให้คนอื่น ปุ๋ย ก็รับเอาภาระความทุกข์ของคนอื่นมาเป็นภาระของตัวเอง
ความทรงจำของพวกเราเหลือเพียงรอยยิ้มและดวงตาที่มุ่งมั่นต่อภาระที่เขาแบกรับอยู่ บ่อยครั้งที่ผมเองต้องหลบหลีกสายตาที่มุ่งมั่นของเขา จงสู่สุขคติเถิด โลกจดจำความดีของ ปุ๋ย ไว้อีกนานเท่านาน
|