ประชาไท สลิมค้นข่าวประชาไท
   
ร่วมลงชื่อแก้ไข พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ
บนเส้นทางกลับบ้าน: ประวัติโดยย่อของ นันทโชติ ชัยรัตน์ (ปุ๋ย) พิมพ์บทความนี้

จุดเริ่มต้น

นันทโชติ ชัยรัตน์ หรือ ปุ๋ย เกิดเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พ..2513 เป็นบุตรคนที่ 4 ของว่าที่ ร..บุญเลิศ ชัยรัตน์ และนางลูกคิด ชัยรัตน์ มีพี่น้องทั้งสิ้น 5 คน โดยปุ๋ยเป็นบุตรคนที่ 4 พื้นเพเดิมของครอบครัวชัยรัตน์อยู่ที่ อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี แต่ได้ย้ายมาลงหลักปักฐานอยู่ที่ จ.นครสวรรค์ โดยคุณพ่อบุญเลิศ ได้มาประกอบอาชีพค้าขาย ในส่วนคุณแม่ลูกคิดรับราชการเป็นครูสอนหนังสือ

 

ปุ๋ย ได้รับการศึกษาในระดับประถม 1-4 ที่ ร..วิสุทธิศึกษา ชั้นประถม 5-6 ที่ ร..สหวิทยาศึกษา และในระดับมัธยมได้ศึกษาที่ ร..จิระประวัติวิทยาคม เมื่อสำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมปลาย ปุ๋ยได้เข้ามารับการศึกษาที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหงในปี 2531

 

ในรั้วมหาวิทยาลัย

ปุ๋ยก็เป็นเช่นเดียวกับเพื่อนนักศึกษาคนอื่นๆ คือการเริ่มตั้งคำถามต่อชีวิตและต่อสังคม ปุ๋ยเลือกที่จะหาคำตอบโดยการเข้าทำกิจกรรมทางสังคม การเมือง และเพื่อนที่สนใจในปัญหาของผู้ใช้แร้งงานได้ก่อตั้งกลุ่มกิจกรรมอิสระชื่อ กลุ่มสวัสดิภาพแรงงาน (สภง.) ในปี 2533 กิจกรรมหลักของกลุ่มฯ ก็คือการเข้าร่วมและสนับสนุนการต่อสู้ของผู้ใช้แรงงาน โดยกิจกรรมแรกคือการเข้าร่วมกับผู้ใช้แรงงานผลักดันให้ พ...ประกันสังคม ได้ออกมารับใช้ผู้ใช้แรงงานอยู่ในปัจจุบัน

 

กรณีการต่อสู้ร่วมกับผู้ใช้แรงงานที่อาจจะสร้างความเจ็บปวดให้กับปุ๋ยมากที่สุดน่าจะได้แก่ กรณีการต่อสู้ของผู้ใช้แรงงานโรงงานตราอูฐ ผู้นำสหภาพฯ ถูกกลั่นแกล้งยัดเยียดข้อหา จนทำให้เกิดการนัดหยุดงาน ปุ๋ยและเพื่อนในกลุ่มได้เข้าร่วมการต่อสู้ ทำโปสเตอร์ รณรงค์ แจกแถลงการณ์ ระดมหาทุนสนับสนุนทั้งในและนอกมหาวิทยาลัย

 

แม้บทสรุปของการต่อสู้ที่กินเวลานาน 3 เดือนเศษ สิ้นสุดลงที่ความพ่ายแพ้ของผู้ใช้แรงงาน ผู้นำสหภาพถูกเลิกจ้าง สหภาพแรงงานที่เพิ่งก่อตั้งได้ถูกทำลายลง แต่ภาพการยืนหยุดต่อสู้ของคนเล็กคนน้อย น่าจะฝังรอยลึกอยู่ในจิตใจของปุ๋ยและเพื่อนในกลุ่มมาจนปัจจุบัน

 

ปี 2534 สถานการณ์การเมืองร้อนแรง รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งถูกยึดอำนาจโดยคณะทหารเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ เพื่อนนักศึกษารามฯ และ NGOs ด้านแรงงานถูกจับกุมคุมขัง มีการเตรียมการโยกย้ายเกษตรกรอีสานครั้งใหญ่ภายใต้โครงการ คจก. ตลอดจนการอนุมัติการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ในพื้นที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน ที่มีชื่อเรียกว่า เขื่อนปากมูล สถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้เรียกร้องให้ปุ๋ยเข้าร่วมการต่อสู้ของทั้งเรื่องการขับไล่เผด็จการ รสช. และการคัดค้านการสร้างเขื่อนปากมูลในช่วงเวลาเดียวกัน โดยที่ปุ๋ยไม่ได้มีตำแห่งในองค์กรประสานงานเครือข่ายของนักศึกษา ในขณะนั้น ทั้งในสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) หรือคณะกรรมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสภาพแวดล้อม 16 สถาบัน (คอทส.) แต่อย่างใด

 

บทบาทของปุ๋ยในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬจากบนถนนราชดำเนินจนถึงลาน สวป. มหาวิทยาลัยรามคำแหงนั้นได้สะท้อนให้เห็นว่าปุ๋ยเป็นคนนที่มีจิตใจกล้าหาญ ไม่ทอดทิ้งประชาชนแม้ยามคับขัน

 


งาน... งาน... งาน...

หลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ สถานการณ์ทางการเมืองเริ่มคลี่คลาย ประกอบกับภาระด้านการศึกษาของปุ๋ยเริ่มลดลง ปุ๋ยตัดสินใจเลือกที่จะทำงานในองค์กรพัฒนาเอกชนในโครงการอนุรักษ์เต่าทะเล จ.ภูเก็ต ซึ่งโดยเนื้อแท้แล้วเป็นงานที่ปุ๋ยจะต้องทำงานกับชุมชนชาวมุสลิม และยาวชนกลุ่มเล็กๆ ในจังหวัดภูเก็ต ในประเด็นเรื่องสิทธิในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยชุมชนเป็นเวลาปีเศษ

 

หลังจากนั้นปุ๋ยได้รับคำชวนจากเพื่อนนักศึกษารุ่มพี่คนหนึ่ง ปุ๋ยได้ตัดสินใจเปลี่ยนงานกับฝ่ายทุนการศึกษา มูลนิธิดวงประทีป โดยทำหน้าที่ประสานงานทุนการศึกษากับกลุ่มองค์กรครูในพื้นที่ภาคอีสานและเมื่อสิ้นสุดโครงการ ปุ๋ยได้เข้าทำงานเป็นผู้ประสานงานสมัชชาเกษตรกรรายย่อยภาคอีสานในเขต สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี

 

ปุ๋ยได้กลับมาอยู่ในจุดที่เคยร่วมต่อสู้กับพี่น้องในกรณีปัญหาเขื่อนปากมูลอีกครั้ง และยังมีกรณีปัญหาอื่นๆ อีกนับร้อยปัญหาในภาคอีสานที่ปุ๋ยต้องมีส่วนในการรับผิดชอบ ซึ่งปุ๋ยทำหน้าที่ติดต่อประสานงาน จัดประชุม รวบรวมข้อมูลและเข้าร่วมเวทีเจรจากับรัฐในกรณีผู้ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อน

 

หลังจากความขัดแย้งภายใน สกยอ. ซึ่งมีสาเหตุมาจากปัญหาแนวทางและการบริหารจัดการของแกนนำ ซึ่งหากพูดอย่างให้ความเป็นธรรมแล้ว คงจะต้องรวมถึงการขาดวุฒิภาวะและประสบการณ์ของปุ๋ยและกลุ่มเพื่อนที่ทำให้หน้าที่กองเลขาฯ เป็นปัจจัยส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความอ่อนแอภายในองค์กรและท้ายที่สุดปุ๋ยกับเพื่อนก็ได้แยกตัวออกจาก สกยอ.

 

ในช่วงนั้น ปัญหาต่างๆ ที่เกิดจากนโยบายการพัฒนาประเทศถมทับคนจนทำให้คนเล็กคนน้อยไม่สามารถมีปากเสียงได้ การต่อสู้ปัญหาความเดือนร้อนรายกรณีพบกับข้อจำกัด ข้อมูลข่าวสารความเดือดร้อนของคนยากคนจนไม่สามารถเล็ดลอดออกมาสู่สาธารณะ และการต่อสู้ต่อรองในรายกรณีก็ไม่มีพลังพอที่จะยับยั้งหรือให้มีการเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบาย สมัชชาคนจน จึงได้เกิดขึ้นเพื่อทะลุทะลวงปัญหาดังกล่าวในปี 2538 ปุ๋ยได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการก่อตั้งและร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ในฐานะของที่ปรึกษาของกองเลขาฯ มาโดยตลอด

 

 

สร้างครอบครัว

ปุ๋ยได้มาบรรจบกับ น..พเยาว์ อุปวันดี (แป๊ะ) นักศึกษาจากสถาบันราชภัฏ อุบลราชธานี บนเส้นทางการต่อสู้เรียกร้องค่าชดเชยจากผลกระทบกรณีเขื่อนสิรินธร แป๊ะ กับเพื่อนนักศึกษาและชาวบ้านรวม 12 คนถูกจับหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้กำลังเข้าสลายขบวนของชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนสิรินธร ขณะที่พวกเขากำลังเดินทางไปร่วมชุมนุมกับผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีเขื่อนปากมูล ในวันที่ 4 ธันวาคม 2537 ปุ๋ยได้ไปมาหาสู่กับแป๊ะมาโดยตลอดและหลังจากที่แป๊ะจบการศึกษา เขาและเธอจึงได้สมรสกันอย่างเรียบง่าย ในวันที่ 26 มกราคม 2540 ที่ อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ปุ๋ยกับแป๊ะมีบุตรทั้งสิ้น 3 คน ได้แก่

 

  1. ..นันทวัฒน์ ชัยรัตน์ (ลำโดม)  อายุ 10 ปี
  2. ..ไกรพล ชัยรัตน์ (ลำน้ำ)  อายุ 3 ปี
  3. ..นนทชัย ชัยรัตน์ (ลำมูน) อายุ 7 เดือน

 

ปัจจุบัน แป๊ะสอบบรรจุเป็นข้าราชการครู สอนอยู่ที่ ร..บ้านนาโพธิ์ใต้ ต.นาโพธิ์กลาง จ.อุบลราชธานี เงินเดือนข้าราชการชั้นผู้น้อยดูไม่มากนัก ค่าตอบแทนที่ปุ๋ยได้รับจากโครงการทามมูล ซึ่งเป็นองค์กรที่ปุ๋ยทำงานด้วยก็ไม่สม่ำเสมอ รายได้โดยเฉลี่ยของทั้งคู่เมื่อรวมกันแล้วไม่ถึง 2 หมื่นบาท/เดือน แต่ทั้งสองคนมีแผนการที่จะสร้างบ้านบนที่ดินแปลงเล็กๆ ที่ปุ๋ยกับแป๊ะได้เก็บออมเงินซื้อมา เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัวเล็กๆ หลังจากที่ครอบครัวของเขาต้องระเหเร่รอนมาเป็นเวลานาน

 

เส้นทางกลับบ้าน

ดูเหมือนว่าการต่อสู้ของผู้ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนสิรินธรจำนวน 2,299 ครอบครัวที่ยืดเยื้อยาวนานถึง 40 ปี จะได้รับการแก้ไขชดเชย 22 ..2550 รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณ 1,200 ล้านบาทเพื่อนำมาแก้ไขปัญหา แต่เนื่องจากระเบียบปฏิบัติของทางการที่เชื่องช้า ได้กลายเป็นโอกาสให้นายทุน นายหน้าค้าที่ เข้ามากว้านซื้อที่ดินกักตุนเพื่อรอขายทำกำไรเมื่องบประมาณตกลงมาถึง ราคาที่ดินพุ่งสูงขึ้น 2 เท่าตัว ผลพวงจากการต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมและเพื่อปากท้องของคนยากคนจนกำลังตกไปอยู่ในมือของคนมีเงินที่ไม่รู้จักพอ

 

2 พฤษภาคม 2551 ปุ๋ยและแกนนำสมัชชาคนจนหารือร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) เพื่อที่จะหางบประมาณมาเป็นกองทุนหมุนเวียนเพื่อแก้ปัญหาเรื่องการปั่นราคาที่ดินของบรรดานักฉวยโอกาสหลังจากการเจรจาจนได้ข้อสรุปร่วมในทางหลักการว่า พอช. จะสนับสนุนงบประมาณในการจัดตั้งกองทุนที่ดินให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนสิรินธร โดยเบื้องต้นจะได้สนับสนุนเป็นเงินจำนวน 5 ล้านบาท

 

ปุ๋ยเดินทางกลับบ้านพร้อมกับเพื่อนร่วมงานและลูกชายของเขาด้วยความหวังที่เต็มเปี่ยม ความทุกข์ยาก ควาไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นกับพี่น้องสมัชชาคนจนอันเกิดมาจากการสร้างเขื่อนสิรินธร ที่กินระยะเวลายาวนานถึง 40 ปี ใกล้ที่จะได้รับการแก้ไขชดเชย ผลลัพธ์ของการต่อสู้ในครั้งนี้น่าที่จะเป็นการจุดประกายความหวังให้กับน้องประชาชนที่ถูกกดขี่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ให้มีความกล้าที่จะเงยหน้าขึ้นมาทวงถามถึงความเป็นธรรมจากผู้มีอำนาจ

 

ณ บัดนั้น รถกระบะคันหนึ่งแล่นสวนมาด้วยความเร็วสูงในขณะฝนตกพรำและได้ลื่นเสียหลักพุ่งชนปะทะรถที่ปุ๋ยนั่งมา  ปุ๋ยเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ลำน้ำลูกชายของปุ๋ยวัย 3 ขวบมาเสียชีวิตที่โรงพยาบาล เพื่อนร่วมงานที่ใกล้ชิดอีกสองคน (หลาและคำแพง) และลำโดน ลูกชายคนโตของปุ๋ยได้รับบาดเจ็บ

 

ความหวังของปุ๋ยที่จะได้กลับไปพบกับแป๊ะและลำมูน คงจะหล่นกระจัดกระจายอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ ความหวังของปุ๋ยที่จะได้เห็นข้อยุติของการต่อสู้ของผู้ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนสิรินธรคงจะตกหล่นกระจัดกระจายอยู่ในใจเราทุกคน

 

 

 

* จากหนังสือที่ระลึกงานฌาปนกิจศพ วันที่ 10 พฤษภาคม 2551





โดย : ประชาไท   วันที่ : 11/5/2551

"7 ความคิดเห็น : คลิกแสดงความคิดเห็นที่นี่"

หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท
409 ชั้น 1 (อาคาร มอส.) ซ.โรหิตสุข (รัชดา 14) ถ.ประชาราษฎร์บำเพ็ญ 5 เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320
โทร. 02 690 2711 แฟกซ์ 02 690 2712

Copyright © 2005 Design & Construction All rights reserved.