|
แถลงการณ์ กลุ่มพลเมืองภิวัฒน์
สนับสนุนการเรียกร้องประชาธิปไตยของประชาชนในพม่า
คัดค้านรัฐธรรมนูญเผด็จการทหาร และขอไว้อาลัยแด่ผู้สูญเสียจากภัยพิบัติ
นับตั้งแต่เจ้าอาณานิคมอังกฤษคืนอิสรภาพให้แก่ประเทศพม่า เมื่อปีพ.ศ.2491 แต่กลับกลายเป็นเอกราชที่นำมาซึ่งสงครามภายในระหว่างชาติพันธุ์ต่างๆ เมื่อนายพล ออง ซาน ผู้นำการเรียกร้องเอกราชถูกลอบสังหาร และนายพลเนวินได้ขึ้นสู่อำนาจแทนพร้อมกับการไม่ยอมรับสัญญาปางโหลงที่นายพล ออง ซาน ลงนามข้อตกลงร่วมกับผู้นำไทยใหญ่ ฉิ่น และคะฉิ่น เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2489 ซึ่งเป็นสัญญาที่ยินยอมให้ชนชาติกลุ่มน้อยต่างๆปกครองตนเอง ภายหลังได้รับเอกราชแล้วเป็นเวลา 10 ปี
การยึดอำนาจ รัฐประหาร โดยอยู่ภายใต้การปกครองแบบผูกขาดอำนาจเบ็ดเสร็จของนายพลเนวิน ได้เกิดการต่อสู้ระหว่างชนชาติกลุ่มน้อยต่างๆ และดำเนินสงครามอย่างต่อเนื่อง จนต้องเผชิญภาวะตกต่ำทางเศรษฐกิจที่ทำให้พม่าถูกนับเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก จนรัฐบาลนายพลเนวิน ต้องประกาศลดค่าเงินจ๊าต (Kyat) ในเดือนกันยายน 2530 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการชุมนุมประท้วงของประชาชนทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2531 (8/8/1988) ซึ่งนักศึกษาและประชาชนชาวพม่าได้ออกมาชุมนุมกันอย่างสงบสันติ เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่าหลังจากที่ตกอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหารมานาน และฝ่ายรัฐบาลทหารได้ต้อนรับการชุมนุมโดยการส่งกองกำลังติดอาวุธนับพันนายออกมาปราบปรามการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยของประชาชนพม่าตามเมืองต่างๆ เหตุการณ์จบลงด้วยการสังหารโหด และเข่นฆ่าอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาถึง 4 วันเต็ม ตามมาด้วยการรัฐประหารยึดอำนาจอีกครั้งของกลุ่มนายทหารที่เรียกตัวเองว่า สภาฟื้นฟูกฎระเบียบแห่งรัฐ (The State Law and Order Restoration Council- SLORC)
หลังจากนั้นรัฐบาลทหาร SLORC ได้ประกาศให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในพม่า ซึ่งในครั้งนั้นพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (National League for Democracy-NLD) นำโดยนางอองซาน ซูจี ได้ชนะการเลือกตั้งโดยได้คะแนนเสียงมากที่สุด และมีความชอบธรรมที่จะรับหน้าที่เข้ามาบริหารประเทศ แต่รัฐบาลทหารกลับบิดพลิ้ว ไม่ยอมให้อำนาจแก่พรรคการเมืองที่ประชาชนเป็นผู้เลือกมา และได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจอีกครั้งหนึ่ง โดยได้มีการควบคุมตัวและจับกุมคุมขัง ปราบปราม นักการเมือง นักกิจกรรมและประชาชนที่เรียกร้องประชาธิปไตย รวมทั้งยังมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อประชาชนชาวพม่าและชนกลุ่มน้อยต่างๆ มาโดยตลอดระยะเวลา 20 ปี เพื่อยืดเวลาในการสร้างโมเดลการปกครองแบบใหม่ในพม่า ซึ่งต่อมา สภาฟื้นฟูกฎระเบียบแห่งรัฐ (The State Law and Order Restoration Council- SLORC) ได้เปลี่ยนชื่อและโครงสร้างอำนาจใหม่เป็น สภาเพื่อสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ (State Peace and Development Council ; SPDC) ขึ้นแทน
สถานการณ์ทางการเมืองและกระบวนการสร้างประชาธิปไตยในพม่ายังคงอยู่ในวังวนอำนาจของรัฐบาลเผด็จการทหารอยู่เช่นเดิม โดยไม่สนใจต่อกระแสการกดดันของประชาคมทั่วโลก เท่านั้นยังไม่พอ กระบวนการรักษาอำนาจของรัฐบาลเผด็จการทหารพม่า ได้เริ่มต้นขึ้นด้วยการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ กล่าวได้ว่าร่างรัฐธรรมนูญพม่า ฉบับที่จะลงประชามติในวันที่ 10 พ.ค. 2551 นี้ ใช้เวลาในการยกร่างนานถึง 20 ปี และที่มาของรัฐธรรมนูญ และกระบวนการลงประชามติ ตลอดจนเนื้อหาในรัฐธรรมนูญของพม่ามีส่วนคล้ายคลึงกับ รัฐธรรมนูญฉบับ คมช. 2551 ของไทยอย่างมาก กล่าวได้ว่าในพม่ามีฉบับเกลียดนักการเมืองแบบนางออง ซาน ซูจี ในไทยมีฉบับกึ่งอำมาตยาธิปไตยกึ่งประชาธิปไตย..ปัญหาคือในแต่ละประเทศผู้ใดเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยตัวจริง และคนกลุ่มไหนเป็นผู้ผูกขาดอำนาจอธิปไตยนั้นไว้?
กลุ่มพลเมืองภิวัฒน์ ในฐานะประชาคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขอประณามการแก้ปัญหาสันติภาพในพม่า และขอเรียกร้องต่อประชาคมโลก ไปจนถึงประชาชนในพม่าให้ร่วมใจผนึกกำลังกัน คัดค้านต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้มาจากประชาชน ตลอดถึงกระบวนการและเนื้อหาในรัฐธรรมนูญของพม่า ที่ยังคงให้อำนาจคณะรัฐบาลเผด็จการทหารผูกขาดประชาธิปไตยไว้ในอุ้งเท้าตัวเอง และกดขี่คุกคามประชาชนในประเทศตนเองมาตลอดระยะเวลายาวนาน ทั้งนี้ทางกลุ่มพลเมืองภิวัฒน์ขอสนับสนุน และให้กำลังใจแด่พี่น้องประชาชนชาวพม่า ที่ต่อสู้เพื่อปลดปล่อยประเทศของตนเองจากการปกครองภายใต้ระบอบอำนาจเผด็จการทหาร ไปสู่ประชาธิปไตย อันมีประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยอย่างแท้จริง
พร้อมกันนี้ขอแสดงความเศร้าเสียใจต่อประชาชนเพื่อนบ้านผู้ประสบภัยพิบัติ พายุไซโคลน นาร์กีส และขอประณามการแก้ปัญหา การเตือนภัยล่วงหน้า การอพยพโยกย้ายผู้คน เพื่อป้องกันภัยพิบัติในพม่าของรัฐบาลทหารที่ไม่มีประสิทธิภาพ อันนำมาซึ่งโศกนาฏกรรมความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนชาวพม่า...เมื่อดวงตะวันยังฉายแสงจงลุกขึ้นสู้ต่อไป
ประชาธิปไตยไม่เคยได้มาจากการร้องขอ
ณ สถานทูตพม่าประจำประเทศไทย
9 พฤษภาคม 2551
กลุ่มพลเมืองภิวัฒน์ www.nocoup.net |