ประชาไท สลิมค้นข่าวประชาไท
   
ร่วมลงชื่อแก้ไข พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ
บทความรำลึกถึง ปุ๋ย นันทโชติ ชัยรัตน์ พิมพ์บทความนี้

ปุ๋ย ในเสี้ยวหนึ่งของประวัติศาสตร์กรรมกร

 

                                                                                                        

จะเด็จ   เชาวน์วิไล

มูลนิธิเพื่อนหญิง

 

 

ผมเจอ “ปุ๋ย” กับเพื่อนของเขา คือ ตุ้ม เอ๋ ตี๋เล็ก ในนามกลุ่มสวัสดิภาพแรงงานมหาวิทยาลัยรามคำแหง มาร่วมเคลื่อนไหวกฎหมายประกันสังคม และในช่วงนั้นมีกลุ่มนักศึกษาที่สนใจปัญหาแรงงานอีกกลุ่มหนึ่งชื่อ “กลุ่มคบไฟ” อยู่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งมีศิโรตม์ ยอด และพฤกษ์

 

 

ในตอนนั้นกลุ่มสวัสดิภาพแรงงานเริ่มมาทำงานกับกรรมกร โดยการเข้าไปช่วยเหลือเวลากรรมกรมีม๊อบต่อสู้เรื่องสิทธิแรงงานและการสไตล์งาน โดยเข้าไปช่วยเหลือกันเอง ทั้งที่ไม่รู้จักว่าคนงานเป็นใคร แต่ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจในการแก้ปัญหาแรงงาน จึงทำให้ปุ๋ยและเพื่อนๆ เข้าไปช่วยเหลือ  

 

ผมเริ่มมาสนิทและรู้จักปุ๋ยและเพื่อนๆ มากขึ้น ในช่วงการเกิดการสไตรค์งานของคนงานโรงงานตราอูฐ ซึ่งเป็นโรงงานที่ผลิตยางจักรยานยนต์ มีคนงานประมาณ 700 คน เกิดจากปัญหาคนงานถูกเอารัด เอาเปรียบ  ห้องน้ำไม่เพียงพอ สกปรก นายจ้างโกงค่าโอที ทำให้คนงานทนไม่ไหว จึงต้องออกมาสไตล์งาน ในตอนนั้นปุ๋ยและเพื่อนกลุ่มสวัสดิภาพแรงงานมาช่วยเหลือม็อบคนงานตราอูฐอย่างเต็มตัว

 

ปุ๋ยและกลุ่มเพื่อนสวัสดิภาพแรงงานมีความตั้งใจในการทำงาน ในการเข้ามาช่วยเหลือคนงานอย่างมาก โดยปุ๋ยและกลุ่มเพื่อนนักศึกษาได้กลมกลืนกับคนงานอย่างเป็นธรรมชาติในการใช้ชีวิตในม็อบ พวกเขานอนที่ม็อบ กินข้าวที่ม็อบ ทำงานที่ม็อบ เรียนรู้ชีวิตคนงานและเข้าใจคนงานในการชุมนุมครั้งนั้น รวมทั้งเข้ามาช่วยเหลือองค์กรพัฒนาเอกชนที่เป็นที่ปรึกษาคนงาน เช่น ช่วยเขียนแถลงการณ์ กุมสภาพม็อบ ร่วมวางแผนการต่อสู้จนกระทั่งการชุมนุมในยุติเดือนกุมภาพันธ์ 2534

 

การต่อสู้ครั้งนั้นถึงคนงานไม่ชนะ แต่ปุ๋ยก็ยังเป็นห่วงเป็นใยคนงานอยู่ โดยเขาและเพื่อนๆ ลงไปเยี่ยมครอบครัวของคนงานที่ถูกเลิกจ้างหลายต่อหลายครั้ง และมีอยู่ครอบครัวหนึ่งที่ลูกคนงานป่วยเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่ว ปุ๋ยจะมาคุยให้ผมฟังตลอดว่าเป็นห่วงครอบครัวนี้มาก เด็กคนนี้อายุไม่ถึงขวบ ทุกคนเรียกเด็กคนนี้ว่า “ม็อบ” สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าปุ๋ยเป็นคนละเอียดอ่อน มีน้ำใจ และเข้าใจชีวิตคนงานเป็นอย่างมาก

 

 

หลังจากนั้นปุ๋ยและเพื่อนๆกลุ่มสวัสดิภาพคนงาน ก็ยังมาร่วมเคลื่อนไหวกับคนงานอีกหลายครั้ง เช่น การเรียกร้องค่าจ้างขั้นต่ำ การลาคลอด 90 วัน แม้กระทั่งการเคลื่อนไหวของคนงานเรื่องอื่นๆ ผมได้ข่าวจากเอ๋ซึ่งตอนนั้นมาทำงานที่มูลนิธิเพื่อนหญิงว่า เขาเรียนจบแล้วได้ไปทำงานอนุรักษ์เต่าทะเลที่จังหวัดภูเก็ต แต่ผมก็ไม่ค่อยได้เจอเขาเลย ผมมาเจอเขาอีกที ช่วงที่มีการเคลื่อนไหวของสมัชชาคนจนในระยะแรก เมื่อปี 2539  ปุ๋ยเข้ามาช่วยเหลือสมัชชาคนจนในฐานะที่ปรึกษา และได้เจอเขาบ่อยขึ้น ในช่วงที่เขามาชุมนุมที่กรุงเทพฯ เราได้คุยแลกเปลี่ยนกันถึงปัญหาบ้านเมือง รวมทั้งปัญหาของคนจน

 

 

เมื่อปีที่แล้ว เราก็ได้เจอกันอีกในช่วงที่สมัชชาคนจนสูญเสียที่ปรึกษาคนสำคัญไป คือ พี่มด ถึงแม้ปุ๋ยจะได้จากเราไปแล้ว แต่ความศรัทธาและความมุ่งมั่นต่อการช่วยเหลือคนจนที่มีมาตลอด ยังคงอยู่และไม่เคยทิ้งไปไหน สิ่งเหล่านี้จะมีส่วนสำคัญที่ทำให้การต่อสู้ของปุ๋ยจะไม่สูญเปล่า ขบวนการของคนจนยังต้องเดินต่อไป        

 

 

 

น้อมศีรษะคารวะ “พี่ปุ๋ย”

คนทำงานพื้นที่...ที่ไม่ใช่ “ฮีโร่”

 

อัจฉรา รักยุติธรรม

 

พยายามอยู่หลายครั้งแต่ในที่สุดก็ต้องบอกตัวเองว่าฉันไม่มีความสามารถมากพอที่จะเป็น “คนทำงานพื้นที่” ได้เลย เขาทำงานกันอย่างไรจึงกินอยู่กับพี่น้องชาวบ้านได้ยาวนานไม่รู้จักเบื่อหน่าย ไม่ถามหาความเป็นส่วนตัว ไม่ท้อกับการย่อยปัญหาเชิงโครงสร้างยาก ๆ และอธิบายซ้ำไปซ้ำมานับครั้งไม่ถ้วน นานสักเท่าใดกว่าพี่น้องจะฮึกเหิมแกร่งกล้าจนสามารถลุกขึ้นมาทายท้าอำนาจรัฐและอิทธิพลคนใหญ่คนโตในบ้านเมือง

 

“พี่ปุ๋ย” เป็นคนทำงานพื้นที่คนหนึ่งที่ฉันนับถือน้ำใจอย่างที่สุด กว่าสิบปีที่ได้รู้จักนับตั้งแต่ปี 2538 จวบจนวาระสุดท้ายที่ต้องลาจาก ถึงแม้มีโอกาสพบกันน้อยครั้งมาก แต่ฉันไม่เคยได้ยินว่าพี่ปุ๋ยหันไปทำงานอย่างอื่นนอกจาก “อยู่กับ” พี่น้องในพื้นที่ ซึ่งหมายรวมถึงการร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ในการชุมนุมเดินขบวน เป็นปากเป็นเสียงในเวทีเจรจา และการปักหลักกินอยู่ที่หน้าศาลากลาง สันเขื่อน และบนถนนกลางกรุงนับครั้งไม่ถ้วน

 

ไม่เคยสักครั้งที่ได้ยินว่าพี่ปุ๋ยลุกขึ้นมา “บริหารโครงการ” “เรียนต่อ” “หาโอกาสไปต่างประเทศเพื่อพัฒนาตนเอง” “เปลี่ยนสถานะไปเป็นนักวิชาการ นักวิจัย นักเขียน ศิลปิน หรืออื่น ๆ” แบบที่นักเคลื่อนไหวหลายคนรวมทั้งฉันกำลังทำอยู่ ไม่เคยสักครั้งที่ได้ยินว่าพี่ปุ๋ยใช้แรงกดดันทางเศรษฐกิจของครอบครัว ความเบื่อหน่ายและท้อถอย ความไม่ถนัด หรืออื่น ๆ เป็นเหตุผลที่จะไม่ทำอย่างที่เคยทำมา

 

การยืดหยัดอยู่ไม่ใช่การจำใจทำเพราะไม่มีทางไป หรือทำอย่างอื่นไม่เป็นอย่างที่คนทำงานพื้นที่มักถูกคนอื่นดูแคลน ฉันมั่นใจเหลือเกินว่าพี่ปุ๋ยเลือกและตั้งใจทำด้วยความมุ่งมั่นและศรัทธาในอะไรบางอย่าง

 

ต่อให้ผ่านประสบการณ์ทำงานหลากหลายด้านแค่ไหน สำหรับฉันการทำงานพื้นที่ก็ยังเป็นเรื่องยาก และคนทำงานติดพื้นที่อย่างพี่ปุ๋ยก็ยังเป็นผู้ที่สมควรยกย่องนับถืออยู่ดี ไม่ใช่แค่เรื่องการมีทักษะและความสามารถ ความรอบรู้ หรือความห้าวหาญ แต่ความจริงจัง จริงใจ ความอดทน การพร้อมร่วมทุกข์ร่วมสุข และความอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นลักษณะสำคัญที่ทำให้เฉพาะบางคนเท่านั้นจึงจะเรียกได้ว่าเป็นคนทำงานพื้นที่อย่างแท้จริง

 

เท่าที่ฉันเข้าใจการทำงานพื้นที่ไม่ใช่แค่การสมมติตัวเป็นลูกชาวบ้านชั่วประเดี๋ยวประด๋าว เพื่อเสพความบริสุทธิ์สดใสของชนบทและน้ำใจชาวบ้านตามแบบที่นักศึกษาออกค่าย หรือนักท่องเที่ยวธรรมชาติ-ชนบทนิยมทำกัน คนทำงานพื้นที่ไม่ได้มีภาพลักษณ์เป็นฮีโร่ที่ชวนใฝ่ฝันถึง แบบที่ละครน้ำเน่าในทีวีเสกสรรปั้นแต่งขึ้นมา ในพื้นที่มีปัญหาซับซ้อนมากมายเกิดขึ้นทุกเมื่อเชื่อวัน ตั้งแต่เรื่องผัวเมียทะเลาะกัน ปัญหาปากท้อง ความขัดแย้งระหว่างชาวบ้าน ผลประโยชน์ การเมือง อำนาจ อิทธิพล ที่เกี่ยวโยงจากระดับท้องถิ่นไปจนถึงระดับชาติ

 

คนทำงานพื้นที่ที่อยู่ได้นานจึงไม่ใช่ลูกชาวบ้านแบบสมมติที่ซื่อใสไร้เดียงสา ไม่ใช่ฮีโร่ที่เข้าไปสั่งสอน สั่งการ หรือชี้นำ แต่กลับเป็นผู้อ่อนน้อมถ่อมตน มีความรอบรู้ เข้าใจความเป็นชุมชนและความเป็นคนอย่างลุ่มลึกเรียนรู้ รับฟัง ทำได้ทั้งการปลุกและปลอบ ให้คำแนะนำ กำลังใจ และที่สำคัญคือจริงใจและเสียสละ คนทำงานพื้นที่ไม่มีสิทธิถามหาความเป็นส่วนตัว หรือบ่ายเบี่ยงสารพันปัญหาด้วยการบอกว่า “ผมไม่มีเวลา ผมไม่ว่าง หรือผมไม่เกี่ยว”

 

ยิ่งไปกว่านั้น คนทำงานพื้นที่ยังเป็นคนทำงานที่ไม่ค่อยมีใครเห็น ไม่มีทั้งเงินหรือกล่อง จะมีสักกี่ครั้งที่พวกเขาได้ยืนอยู่หน้าเวทีใหญ่ ออกทีวี แถลงข่าว มีภาพถ่ายเต็มหน้าเต็มตัวบนหนังสือพิมพ์แทปลอยด์

 

เท่าที่จำได้ ฉันไม่เคยเห็นบทสัมภาษณ์พี่ปุ๋ยในหน้าหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารใด ๆ ไม่เคยเห็นว่ามีไมโครโฟนจ่อปากของเขายามที่สถานการณ์บ้านเมืองคับขัน หรือแม้แต่ในช่วงที่มีการชุมนุมเดินขบวนของพี่น้องชาวบ้านที่เขาร่วมอยู่ในนั้นทุกครั้ง อาจจะเห็นเพียงแว๊บ ๆ บ้างก็เมื่อกล้องทีวีแพนภาพบนโต๊ะเจรจาระหว่างพี่น้องชาวบ้านกับตัวแทนเจ้าหน้าที่รัฐ พี่ปุ๋ยไม่เคยลุกขึ้นมาเขียนชีวประวัติของตนเองตีพิมพ์ เพื่อแสดงตัวตนบอกเล่าความเหนื่อยยากในการทำงาน แรงกดดัน หรือกำลังใจสู่สาธารณะ

 

ขณะที่เขาทุ่มเทพลังที่มีบอกเล่าความทุกข์ยากของพี่น้องชาวบ้านอยู่ตลอดเวลา

 

นั่นจึงไม่แปลกหากชื่อ นันทโชติ ชัยรัตน์ อาจไม่ใช่ดารานักเคลื่อนไหวซึ่งเป็นที่รู้จักของสังคมในวงกว้างเหมือนคนในรุ่นเดียวกันอีกหลายคน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่พี่ปุ๋ยทุ่มเททำมาตลอดชีวิตจะไม่ถูกรับรู้

 

ความงามสง่าของเขาประทับลึกซึ้งอยู่ในหัวใจของพี่น้องชาวบ้าน เพื่อนร่วมขบวนการ และมิตรสหายทุกคนที่พานพบและรู้จักเขา และจะคงอยู่อย่างนั้นตราบนานเท่านาน

 

ทุกวันนี้คนทำงานพื้นที่ที่แท้จริงเหลืออยู่น้อยเต็มที

 

คนที่ยังเหลืออยู่จะมีสักกี่คนที่ยืดหยัดเป็นคนทำงานพื้นที่ได้อย่างพี่ปุ๋ย...

 

จะมีอีกสักกี่คน...

 

น้อมศีรษะคารวะ

 

 

คิดถึง ....ปุ๋ย......

 

จากไท   ลานนา

 

เย็นวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ระหว่างขับรถกลับจากที่ทำงานเสียงโทรศัพท์ของทนายเอ๋ (เยาวลักษณ์ อนุพันธ์) เพื่อนรุ่นน้องดังขึ้นที่ปลายสาย......  

 

พี่ไท...พี่ไท....ฟังให้ดีนะคะ......คือว่า..........ปุ๋ยประสบอุบัติเหตุ.....รถชนกัน..ที่จังหวัดอุบลราชธานี

เหรอ! แล้วเป็นยังไงบ้าง.......เราถามสวนกลับไป

 

ปุ๋ยเสียแล้วพี่ !!!!!!.............

 

ห๊า!.......???????????

 

จริงพี่!เหตุเกิดที่อุบลฯมีรถวิ่งข้ามเลนมาชนรถที่ปุ๋ยนั่งไปพร้อมลูกชายและเพื่อน

มีหลา(สมภาร คืนดี)อยู่ไอซียู   พร้อมลำน้ำลูกชายและน้องเยาวชน รายละเอียดมากกว่านี้ต้องเช็คจากสดใส(สร่างโศก)...หรือ....อ้วน(วัฒนา นาคประดิษฐ์) ก็พยายามเช็คอีกทางหนึ่ง...พี่นิกร วีสเพ็ญ(ทนายคนยาก)ช่วยดูแลอยู่ที่โรงพยาบาล ทนายเอ๋ค่อยๆเล่าให้ฟัง...

 

ข่าวร้าย !ใจแทบช็อค!....ไม่อยากจะเชื่อเลย....

รุ่งขึ้นอีกวันอ้วน โทรมาบอก ลูกชายได้เสียชีวิตตามพ่อไปด้วย......โอ...ชีวิตคนเราทำไมถึงเป็นเช่นนี้หนอ.........

 

เพิ่งเจอกันเมื่อ ๕ วันก่อนโน้น  “ ปุ๋ย ” นำพ่อแม่พี่น้องส่วนหนึ่งมาพักเหนื่อยที่ใต้ร่มไม้หน้ามูลนิธิสืบ นาคะเสถียร ภายหลังกลับจากยื่นหนังสือที่ทำเนียบฯเพื่อขอให้รัฐบาลได้ติดตามการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจนโดยเฉพาะเขื่อนปากมูล ขอให้มีการพุดคุยเจรจากันอีกครั้งเพราะเห็นเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งได้ไม่นาน

 

“ ปัญหาเก่าครับพี่...ค้างมาจากรัฐบาลชุดที่แล้ว... เลยมากระตุ้นเตือนกันหน่อย....ปล่อยไว้นานแล้วไม่ดี.....เผื่อเกิดรัฐบาลมีอันเป็นไปเสียก่อน....พี่น้องจะยิ่งแย่ไปกว่าเดิม.”

 

ปุ๋ยบอกกับเราในวันนั้น พูดคุยกันได้ไม่นานเพราะเกรงใจพี่น้อง ซึ่งต้องเดินทางกันต่อ  ก่อนจากกันยังฝากประเด็นทิ้งท้ายไว้  ..... พี่ช่วยสรุปวิเคราะห์สถานการณ์ให้ฟังด้วยนะครับ...รวมทั้งประเด็นสภาพัฒนาการเมืองว่าเป็นไปถึงไหนแล้ว ?

 

เป็นบุคลิกท่วงทำนองปกติของปุ๋ย ที่ต้องติดตามตรวจเช็คข้อมูล ตรวจสอบสถานการณ์ทุกครั้ง ก่อนกำหนด บทบาทท่าที ร่วมกับพี่น้องว่าจะดำเนินต่อไปอย่างไร....

 

ไม่ว่ารัฐบาลนั้นจะเป็นประชาธิปไตย จะเป็นเผเด็จการ หรือจะเป็นใครก็ช่างปุ๋ยไม่สนใจ

สนใจอย่างเดียวคือรัฐบาลต้อง “ เห็นหัวคนจน” รัฐบาลที่ดีต้องแก้ไขปัญหาให้คนทุกข์คนยาก แม้แต่รัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นมาก็ให้ความสนใจเนื้อหาสาระเฉพาะสิทธิชุมชน เสรีภาพ และการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน เป็นหลัก

 

……ช่วงการร่างรัฐธรรมนูญ

……ช่วงลงประชามติ

……ช่วงมีการเลือกตั้ง

 

นักการเมืองหลายคนพยายามติดต่อปุ๋ยเพื่อให้ช่วยดำเนินการบางอย่างโดยเห็นว่าเป็นผู้ที่มีมวลชนอยู่ในมือ อันจะนำไปสู่การบรรลุซึ่งเป้าหมายทางการเมือง  ปุ๋ยไม่ปฎิเสธการพบกัน แต่คำตอบสุดท้ายนั้นขอปรึกษาหารือกับพี่น้องก่อนการตัดสินใจ 

 

“ทุกครั้งปุ๋ยมักเป็นเช่นนี้  มักเลือกที่จะเคลื่อนไหวทางการเมืองภายใต้เป้าประสงค์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว”

 

ในรัฐบาลชุดที่แล้ว(พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์)ปุ๋ยนำพี่น้องมาที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อขอคุยกับอ.ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หวังจะสะท้อนปัญหาในพื้นที่ให้ทราบในฐานะผู้กำหนดนโยบาย เลขาหน้าห้องรัฐมนตรีขอทราบรายละเอียดว่าจะคุยเรื่องอะไร จะมากันกี่คน  ทำไมไม่มีหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน

 

บางครั้งปุ๋ยเองก็รู้สึกรำคาญใจบวกร้อนรุ่มใจเป็นอย่างยิ่ง

 

( เนื่องจากในพื้นที่มีการคุกคามจากการปฎิบัติงานของทหารสายกอรมน. ที่ดูเสมือนว่าเข้าทางฝั่งกฟผ.มากกว่าชาวบ้านต้องมาเสียเวลาจุกจิกกับขั้นตอนธุรการเล็กน้อยทั้งที่มีการประสานทางโทรศัพท์แล้ว ) บางครั้งปุ๋ยเองเคยบ่นด้วยความอัดอั้นใจ “ ไม่รู้รังเกียจอะไรนักหนากับคนจน” ถ้าไม่ให้พบก็บอกมาตรงๆเลย( สุดท้ายก็มีการพบกันพร้อมอาหารเสริฟบนโต๊ะ)

 

ไม่ว่าการเจรจาระดับไหนกับผู้ว่าราชการจังหวัดกับกฟผ.กับนายกรัฐมนตรีปุ๋ยไม่เคยหวั่น เพราะมั่นใจในข้อมูล แนวทาง จุดยืน ของตนเอง หลายครั้งที่ได้รับโทรศัพท์จากปุ๋ยเพื่อสอบถามข้อมูล.....ประกอบการตัดสินใจ

 

พี่รู้จักคนนี้ไหม? ชื่อ.......เขาเป็นอย่างไรบ้าง?

แล้วพลเอก.......เขาอยู่สายไหน?

เก็บข้อมูล.....รับฟัง.....ใคร่ครวญ........วิเคราะห์.....ปรึกษา......ตัดสินใจ.....วางแผน....เจรจา....ปฎิบัติการ....สรุปบทเรียน.....ประเมินผล......นี่คือวิธีการที่ปุ๋ยใช้เสมอสำหรับการทำงาน   ถือว่าเป็นเสนาธิการชั้นเยี่ยม แม้ว่าระยะหลังจะไม่ได้ร่วมงานกันมากนักแต่ก็พอรับรู้ได้..... ความสำเร็จที่ผ่านมาของขบวนประชาชนนับว่าปุ๋ยเป็นพลังหลักของการขับเคลื่อนแม้นว่าชื่อในสังคมวงกว้างจะไม่เป็นที่รับรู้กันมากแต่ในแวดวงของคนที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรี,ผู้ว่าราชการจังหวัด,นักพัฒนา,นักเคลื่อนไหว,พี่น้องสมัชชาคนจน,นักกิจกรรมไม่มีใครที่ไม่รู้จักเขาคนนี้ผู้ปิดทองหลังพระ ........

 

........ย้อนกลับไปในห้วงคำนึงคราวเดือนพฤษภาคม ๒๕๓๕ ปุ๋ยได้ร่วมกับเพื่อนนักศึกษามหาวิทยาลัยต่างๆยุคนั้นเข้าร่วมการเคลื่อนไหวบน....ถนนราชดำเนิน... หน้ารัฐสภา.......ท้องสนามหลวง......อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ….  และฐานที่มั่นสุดท้ายรามคำแหง ด้วยความสุขุมรอบคอบ ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยท่ามกลางเปลวแดดร้อนระอุเหงื่อท่วมตัว......หลายวันที่ไม่ได้อาบน้ำ.....หลายคืนที่ไม่ได้นอน...ต้องคุมขบวนรถเครื่องขยายเสียง...และคุมม๊อบ.....รวมทั้งคอยดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับเพื่อนๆพี่น้องภายในขบวน.....แม้นว่าจะถูกล้อมปราบอย่างหนักแต่ด้วยจิตใจที่ห้าวหาญเสียสละปุ๋ยไม่เคยทอดทิ้งขบวนการต่อสู้ของประชาชนและก็ไม่เคยคุยโวโอ้อวดอวดตนเองกับเพื่อนทั้งต่อหน้าและลับหลัง

 

“บนเส้นทางของอุดมคติที่ใฝ่ฝันถึงสิ่งที่งดงาม        สิทธิเสรีภาพ  ความเสมอภาค..... น้อยคนนักได้ทำตามความคิดฝัน ทำด้วยชีวิต จิตวิญญาณ   ดำรงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์.....สู้เพื่อคนยากคนจน....ปุ๋ยเป็นหนึ่งในนั้น”

 

ขณะที่คนส่วนใหญ่มีวิถีดำเนินไปตามกระแสของสังคม ต่อสู้ดิ้นรนไปตามสภาพเงื่อนไขข้อเท็จจริง ปุ๋ยเป็นคนส่วนน้อยที่ได้ทำตามความฝันตนเองอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

 

การพบกันทุกครั้ง การคุยกันทุกครา  มีแต่เรื่องราวของสถานการณ์บ้านเมือง สังคม สิ่งแวดล้อม การวิเคราะห์ ทุน ปืน ......ไม่มีสักครั้งที่ปุ๋ยจะพูดถึงเรื่องราวของตัวให้คนอื่นรับรู้ นอกเสียจากว่าเราจะเป็นฝ่ายถามนำก่อน เจ้าตัวจึงจะยอมปริปากบอก จนเรารู้สึกละอายที่ตนเองไม่สามารถทำตามอุดมการณ์อย่างที่ปุ๋ยทำ

 

แม้เส้นทางที่ปุ๋ยเลือกเดินจะเต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนามมากมายสักเพียงไหน แต่ปุ๋ยก็ไม่ยอมแพ้กับมัน.....จวบจนวาระสุดท้าย............หลับให้สบายเถิดนะปุ๋ย

 

ไท   ลานนา





โดย : ประชาไท   วันที่ : 8/5/2551

"13 ความคิดเห็น : คลิกแสดงความคิดเห็นที่นี่"

หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท
409 ชั้น 1 (อาคาร มอส.) ซ.โรหิตสุข (รัชดา 14) ถ.ประชาราษฎร์บำเพ็ญ 5 เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320
โทร. 02 690 2711 แฟกซ์ 02 690 2712

Copyright © 2005 Design & Construction All rights reserved.